ห้องสมุด Xiengyod
ว่าด้วยเรื่องธงต่างๆ ในเมืองไทยและนานาสาระ

เซียงยอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เซียงยอด's blog to your web]
Links
 

 

หมวดธงประจำตำแหน่ง (ตอนที่ 3)

(คัดลอกจาก ฉวีงาม มาเจริญ. ธงไทย. กรุงเทพมหานคร : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2520.)


ธงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์


รูปที่ ๙๑ ธงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์


บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกตามความในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีขาว ที่ศูนย์กลางมีแถบสีเหลืองเป็นรูปโล่ แถบนี้กว้าง ๑ ใน ๑๐ ของส่วนกว้างของธง ภายในรูปโล่เป็นแถบสีอย่างธงชาติ เหนือรูปโล่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์สีแดง ใช้สำหรับเป็นธงหมายตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะในหน้าที่ราชการที่เป็นเกียรติยศเท่านั้น (รูปที่ ๙๑)



ธงนายกรัฐมนตรี


รูปที่ ๙๒ ธงนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๔๗๙


บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกตามพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งเป็นเวลาที่ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว ปรากฏลักษณะอยู่ในมาตรา ๑๖ คือ เป็นธงรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นสีขาว ที่ศูนย์กลางมีแถบสีเหลืองเป็นรูปโล่ แถบนี้กว้าง ๑ ใน ๑๐ ของส่วนกว้างของธง ภายในรูปโล่เป็นแถบสีอย่างธงชาติ ทั้งสองข้างโล่มีรูปราชสีห์สีแดงยืนเกาะอยู่ข้างขวาตัวหนึ่ง และรูปคชสีห์สีแดงยืนอยู่ข้างซ้ายตัวหนึ่ง (รูปที่ ๙๒)


รูปที่ ๙๓ ธงนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๔๘๒


ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงธงนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. ๒๔๘๑ ตามความใน พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๕ กำหนดให้เป็นธง รูปสี่เหลี่ยมรี กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นสีขาว ที่ศูนย์กลางมีรูปประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือตราคชสีห์และราชสีห์รักษารัฐธรรมนูญสีแดงอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎสีเหลือง (รูปที่ ๙๓)



ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


รูปที่ ๙๔ ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


บัญญัติขึ้นใช้เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตามความในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นสีขาว ที่ศูนย์กลางธงมีรูปสมอสีขาบไขว้กับจักรสีแดง มีปีกนก ๒ ปีก ประกอบอยู่ ๒ ข้าง รูปทั้งหมดอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎสีเหลือง (รูปที่ ๙๔)



ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง


รูปที่ ๙๕ ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พ.ศ. ๒๔๗๙


ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นๆ นอกจากระทรวงกลาโหม มีลักษณะคือ เป็นธงรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นสีขาว มีแถบสีเหลือเป็นรูปโล่ แถบนี้กว้าง ๑ ใน ๑๐ ของความกว้าง ภายในรูปโล่เป็นแถบสีธงชาติ (รูปที่ ๙๕) ทั้งนี้ ตามความในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน


รูปที่ ๙๖ ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๘๒


ใน พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้มี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งตราเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ออกบังคับใช้ ตามความใน พระราชบัญญัติธง นี้ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจากเดิม คือธงเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นธงสีขาว ที่ศูนย์กลางมีตราตำแหน่งรัฐมนตรีสีแดงอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎสีเหลือง ตราตำแหน่งนี้รัฐมนตรีกระทรวงใดจะใช้อย่างไรต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเสียก่อน ปัจจุบันเลิกใช้ธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแล้ว มีใช้แต่ตราประจำกระทรวง (ดูตัวอย่างธงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รูปที่ ๙๖)

ตราประจำกระทรวงต่างๆ มี ดังนี้

- กระทรวงการคลัง ตราปักษาวายุภักษ์
- กระทรวงการต่างประเทศ ตราบัวแก้ว (ปัจจุบันใช้ครุฑ)
- กระทรวงสาธารณสุข ตราคบเพลิงมีปีกและงูพันคบเพลิง
- กระทรวงอุตสาหกรรม ตราพระนารายณ์เกษียรสมุทร
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตราพระพิรุณทรงนาค
- กระทรวงคมนาคม ตราพระรามทรงรถ
- กระทรวงพาณิชย์ ตราพระวิศวกรรม
- กระทรวงมหาดไทย ตราราชสีห์
- กระทรวงกลาโหม ตราคชสีห์
- กระทรวงยุติธรรม ตราพระดุลยพ่าห์
- กระทรวงศึกษาธิการ ตามเสมาธรรมจักร
- สำนักเลขาธิการและราชเลขานุการในพระองค์ ตรามงกุฎและอุณาโลม
- เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรารัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ๒ ชั้น



ธงผู้บัญชาการทหารบก


รูปที่ ๙๗ ธงผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. ๒๔๗๙


เป็นธงสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน มีลักษณะสัณฐานเหมือนธงชาติ ที่ศูนย์กลางมีรูปจักรสีขาว ดวงจักรเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ ๕/๖ ของความกว้างของธง สร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตามความในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ (รูปที่ ๙๗)


รูปที่ ๙๘ ธงผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. ๒๔๘๒


ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะธงบางประการ ตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ คือพื้นธงเป็นสีธงชาติ (ธงไตรรงค์) ขนาดกว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน กลางธงเป็นรูปจักรอยู่ภายใต้พระมงกุฎสีเหลือง (รูปที่ ๙๘)



ธงกรมเจ้าทหารอากาศหรือธงผู้บัญชาการทหารอากาศ


รูปที่ ๙๙ ธงเจ้ากรมทหารอากาศ หรือธงผู้บัญชาการทหารอากาศ


ธงเจ้ากรมทหารอากาศนี้บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตามความในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ ส่วน ยาว ๖ ส่วน พื้นสีฟ้า ที่ศูนย์กลางธงมีรูปจักรสีเหลือง และมีปีกนกสีเหลืองประกอบข้างละปีก รูปทั้งหมดอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎ ธงนี้ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธงผู้บัญชาการทหารอากาศ ตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ (รูปที่ ๙๙)





 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2551 14:53:40 น.
Counter : 2238 Pageviews.  

หมวดธงประจำตำแหน่ง (ตอนที่ 2)

(คัดลอกจาก ฉวีงาม มาเจริญ. ธงไทย. กรุงเทพมหานคร : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2520.)


ธงผู้บัญชาการกองเรือรบ


รูปที่ ๘๓ ธงผู้บัญชาการกองเรือรบ


มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับธงผู้บัญชาการทหารเรือ คือ มีพื้นสีขาบ กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ ผิดกันที่ธงผู้บัญชาการกองเรือรบนี้ปลายตัดเป็นแฉกอย่างรูปหางนกแซงแซว ลึก ๑ ใน ๓ ของส่วนยาว ธงนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๙ และใช้ตลอดมา แม้ใน พ.ศ. ๒๔๔๓ จะมี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ แก้ไขเพิ่มเติมความใน พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๙ แต่ลักษณะธงผู้บังคับการกองเรือรบก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง (รูปที่ ๘๓)



ธงผู้บังคับการเรือ


รูปที่ ๘๔ ธงผู้บังคับการเรือ


บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๔๓ ตามความในมาตรา ๙ แห่ง พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นธงที่มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับธงผู้บัญชาการทหารเรือ คือ เป็นธงสี่เหลี่ยม กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน พื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้เป็นสีเหลือง แต่ปลายธงตัดเป็นแฉกรูปอย่างหางนกแซงแซวลึก ๑ ใน ๓ ของความยาวนั้นเป็นสีขาว (รูปที่ ๘๔)



ธงผู้บังคับหมวดเรือ


รูปที่ ๘๕ ธงผู้บังคับหมวดเรือ


สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตามความใน พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๙ ลักษณะเป็นธงสามเหลี่ยมเรียวปลายแหลม ขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๕ ส่วน พื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปสมอสีเหลือง ๑ ตัว ถึง พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้ยกเลิกมาตรา ๙ ในพระราชบัญญัติฉบับเดิม แล้วแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยพระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ แต่ลักษณะของธงผู้บังคับหมวดเรือยังคงเดิม (รูปที่ ๘๕)



ธงผู้บังคับหมู่เรือ


รูปที่ ๘๖ ธงผู้บังคับหมู่เรือ


มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียวปลายแหลม ขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๕ ส่วน ตอนต้น ๒ ใน ๕ ของส่วนยาวเป็นสีขาบ และมีรูปสมอเรือสีเหลือง ๑ ตัว ตอนปลายที่เหลือ ๓ ใน ๕ ของส่วนยาวนั้นเป็นสีขาว บัญญัติขึ้นใช้ใน พ.ศ. ๒๔๗๙ ตาม พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้มี พระราชบัญญัติธง ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ออกบังคับใช้เป็นฉบับที่ ๓ ได้แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๙ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ด้วย แต่ธงผู้บังคับหมู่เรือไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงลักษณะแต่อย่างไร (รูปที่ ๘๖)



ธงหัวหน้าชั่วคราว


รูปที่ ๘๗ ธงหัวหน้าชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๗๙



รูปที่ ๘๘ ธงหัวหน้าชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๘๒


เป็นธงสามเหลี่ยมเรียวปลายแหลม พื้นสีขาว ขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๕ ส่วน กลางธงเป็นรูปสมอสีขาบ ๑ ตัว บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกตามมาตรา ๙ ในพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ (รูปที่ ๘๗)

ภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะบางประการ ตาม พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ธงสามเหลี่ยมเรียวปลายแหลม กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๕ ส่วน ตอนต้น ๒ ใน ๕ ของส่วนยาวเป็นพื้นสีขาว และมีรูปสมอสีขาบ ๑ ตัวอยู่กลางตอนปลายที่เหลือ ๓ ใน ๕ ของส่วนยาวเป็นสีขาบ (รูปที่ ๘๘)



ธงผู้บังคับการเรือ


รูปที่ ๘๙ ธงผู้บังคับการเรือ


เดิมเรียกว่า “ธงหางจระเข้” “ ธงนายเรือ” แล้วบัญญัติใหม่เรียกว่า “ธงผู้บังคับการเรือ” ตามความในมาตรา ๙ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน กำหนดให้มีลักษณะเป็น รูปสามเหลี่ยมเรียวปลายแหลมคล้ายหางจระเข้ ตอนต้นกว้างไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร ยาว ๓๐ เท่าของความกว้างตอนต้น ๑ ใน ๓ ของส่วนยาวเป็นพื้นสีแดง อีก ๒ ใน ๓ ของส่วนยาวที่เหลือเป็นพื้นสีขาบ ธงลักษณะดังกล่าวนี้ได้ใช้ต่อมา แม้จะมี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) ตราขึ้นใช้เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ อีกฉบับหนึ่ง ลักษณะธงผู้บังคับการเรือก็ยังมิได้รับการเปลี่ยนแปลง (รูปที่ ๘๙)



ธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือฝ่ายบก


รูปที่ ๙๐ ธงผู้บังคับสถานีทหารเรือฝ่ายบก


มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับธงผู้บังคับการกองเรือรบ คือเป็นสี่เหลี่ยมรีกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน กลางธงเป็นรูปจักรและสมอสีเหลืองไขว้กันอยู่ภายใต้พระมหามงกุฎ พื้นธงตอนต้น ๒ ใน ๓ ของความยาวทั้งหมดเป็นสีขาบ ส่วนที่เหลือได้แก่ตอนปลายที่ตัดเป็นแฉกรูปหางนกแซงแซว ลึก ๑ ใน ๓ ของส่วนยาวนั้นเป็นสีแดง ถึง พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้มี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) ตราขึ้นใช้เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ออกประกาศใช้ แต่ส่วนที่ว่าด้วยลักษณะธงผู้บังคับการสถานี้ทหารเรือฝ่ายบกนั้นยังคงเดิม (รูปที่ ๙๐)





 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2551 14:51:56 น.
Counter : 869 Pageviews.  

หมวดธงประจำตำแหน่ง (ตอนที่ 1)

(คัดลอกจาก ฉวีงาม มาเจริญ. ธงไทย. กรุงเทพมหานคร : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2520.)


ธงราชทูต


รูปที่ ๗๑ ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น (ธงราชทูต)


บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ร.ศ. ๑๑๐ (พ.ศ. ๒๔๓๔) มีลักษณะคือ พื้นธงสีแดง กลางเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าเสา ที่มุมธงข้างบนมีโล่ตราแผ่นดิน และมีรูปจักรมงกุฎอยู่ข้างบน ใช้สำหรับราชทูตไทยประจำต่างประเทศ ข้าหลวงใหญ่ไปราชการพิเศษ ซึ่งผู้ที่ได้รับราชการไปนั้นอยู่ในสถานตำแหน่งผู้แทนพระองค์พระเจ้าแผ่นดินหรือผู้แทนรัฐบาลจึงจะใช้ได้ เป็นที่หมายของยศผู้ที่รับราชการนั้นชักขึ้นที่เสาหน้าเรือ สมัยนี้เรียกชื่อว่า “ธงช้างเผือกยืนแท่น” (รูปที่ ๗๑)


รูปที่ ๗๒ ธงราชทูต พ.ศ. ๒๔๕๕


ธงราชทูตนี้แม้จะมีพระราชบัญญัติธงฉบับใหม่ออกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อีก ๒ ฉบับ คือ พระราชบัญญัติธง ร.ศ. ๑๑๖ และ ร.ศ. ๑๑๘ แต่ลักษณะที่ปรากฏก็ไม่เปลี่ยนแปลง ถึง พ.ศ. ๒๔๕๔ ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนรูปโล่ตราแผ่นดิน จักรี และพระมหามงกุฎข้างบน เป็นรูปวงกลมสีน้ำเงินแก่ ภายในเป็นรูปครุฑกางกรและมหามงกุฎ (รูปที่ ๗๒)

พ.ศ. ๒๔๖๐ หลังจากที่ได้เปลี่ยนธงชาติจากธงช้างเป็นธงไตรรงค์แล้ว ต่อมาได้มีประกาศกระทรวงทหารเรือ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ กำหนดลักษณะธงหมายตำแหน่งราชทูตและกงสุลใหม่ คือเป็นธงไตรรงค์มีรูปช้างเผือกอยู่ตรงกลาง


รูปที่ ๗๓ ธงราชทูต พ.ศ. ๒๔๖๐


ต่อมาได้มีประกาศกระทรวงทหารเรืออีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐ เปลี่ยนแปลงลักษณะธงหมายตำแหน่งราชทูต คือเรียกว่า “ธงสถานทูต” ลักษณะพื้นธงเหมือนธงไตรรงค์ มีวงกลมสีขาบขอบจดขอบสีแดงของพื้นธงอยู่กลาง ภายในวงกลมนั้นมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าเสา สำหรับชักที่สถานทูต (รูปที่ ๗๓)

พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้มี พระราชบัญญัติธง แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๑ ลงวันที่ ๙ ออกบังคับใช้ โดยให้ยกเลิกมาตรา ๖ แห่ง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๖๐ และแก้ไขใหม่สำหรับธงสถานทูตนั้นให้คงเดิม


รูปที่ ๗๔ ธงราชทูต พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นต้นมา


พ.ศ. ๒๔๗๙ มี พระราชบัญญัติธง ออกประกาศใช้อีกฉบับหนึ่ง เรียกว่า พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ธงที่เกี่ยวกับทูตในที่นี้เรียกว่า “ธงอัครราชทูต” มีลักษณะและสัณฐานเหมือนธงชาติ ที่กึ่งกลางพื้นธงมีวงกลมสีขาบ เส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ ๔/๖ ของความกว้างของธง คือขอบวงกลมจะจดของสีแดงของพื้นธงพอดี ภายในมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าเสา ลักษณะทั้งหมดนี้เหมือนเดิม (รูปที่ ๗๔)



ธงกงสุล


รูปที่ ๗๕ ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น (ธงกงสุล)


บัญญัติใช้เป็นครั้งแรกพร้อมกับธงราชทูต พ.ศ. ๒๔๓๔ เรียกชื่อว่า “ ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น” ลักษณะเป็นธงพื้นแดง กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าเสา ที่มุมธงข้างบนมีรูปโล่ตราแผ่นดิน ใช้สำหรับกงสุลประจำราชการต่างประเทศ (รูปที่ ๗๕)


รูปที่ ๗๖ ธงกงสุล พ.ศ. ๒๔๕๔


พ.ศ. ๒๔๕๔ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนธงราชทูตนั้น ธงกงสุลก็เปลี่ยนด้วยเช่นกัน คือใช้ธงรูปกลมสีน้ำเงินแก่ ภายในมีรูปครุฑกางกรแทนรูปโล่ตราแผ่นดินที่มุมธงด้านบนหน้าช้าง (รูปที่ ๗๖)


รูปที่ ๗๗ ธงกงสุล พ.ศ. ๒๔๖๐


พ.ศ. ๒๔๖๐ หลังจากการเปลี่ยนธงชาติจากธงช้างเป็นธงไตรรงค์ ได้มีการเปลี่ยนธงกงสุลด้วยคือ ให้พื้นธงเหมือนธงไตรรงค์ ตรงกลางธงมีรูปช้างเผือก (รูปที่ ๗๗) ตามประกาศกระทรวงทหารเรือ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐


รูปที่ ๗๘ ธงกงสุล พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นต้นมา


ภายหลังได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐ ให้พื้นธงเป็นธงไตรรงค์ กลางธงมีวงกลมสีขาบ ขอบวงจดขอบสีแดงของธง ภายในวงกลมมีรูปช้างเผือกไม่ทรงเครื่องยืนหันหน้าเข้าเสา (รูปที่ ๗๘) เป็นธงที่ใช้ชักที่สถานกงสุลไทย ถึง พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้มี พระราชบัญญัติธง แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๑ ซึ่งว่าด้วยแบบอย่างของธงราชการออกบังคับใช้ ส่วนธงกงสุลนั้นยังคงมีลักษณะไม่เปลี่ยนแปลง และถึงแม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติธงฉบับใหม่ออกประกาศใช้ในพ.ศ. ๒๔๗๙ ลักษณะธงกงสุลก็ยังคงเดิมและใช้ต่อมา



ธงผู้ว่าราชการเมือง

เริ่มบัญญัติใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๓๔ (ร.ศ. ๑๑๐) เรียกในขณะนั้นว่า “ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น” มีลักษณะคือพื้นธงสีแดง กลางธงเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น ที่มุมธงข้างบนมีวงกลมสีขาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับครึ่งของความกว้างของธงกลางวงกลมมีตราตำแหน่งของผู้ไปราชการนั้น ถ้าเป็นผู้ว่าราชการเมืองก็ให้ใช้ตามนามเมืองในวงกลมนั้น

ตัวอย่างการใช้ธงนี้มีหลักฐานชัดเจนในรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๔ ได้มีประกาศกระทรววงทหารเรือ เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ธงเครื่องหมายตำแหน่งราชการ ลงวันที่ ๕ กันยายน ออกประกาศให้ทราบทั่วกัน ตามความในประกาศปรากฏว่าโปรดเกล้า ฯ ให้ใช้ธงนี้สำหรับหมายตำแหน่งเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา มุมธงมีเครื่องหมายในวงกลมเป็น ๕ ช่อง ช่องบนเป็นรูปปราสาท ภายในมีพานแว่นฟ้ารองสังข์ทักษิณาวัตร หลังปราสาทมีรูปต้นหมันช่องกลางข้างขวาเป็นรูปอ่างทอง ข้างซ้ายเป็นรูปเขาแก้ว ช่องล่างข้างขวาเป็นรูปสิงห์หมอบแท่น ข้างซ้ายเป็นรูปศร ๓ เล่ม ส่วนผู้ว่าราชการเมืองก็ใช้ตราตามเมืองในวงกลมนั้น เช่น



รูปที่ ๗๙ ธงผู้ว่าราชการเมือง (ธงผู้ว่าราชการเมืองอยุธยา)


- ผู้ว่าราชการเมืองอยุธยา เครื่องหมายเป็นรูปปราสาท ภายในมีพานแว่นฟ้ารองสังข์ทักษิณาวัตร หลังปราสาทมีรูปต้นหมัน (รูปที่ ๗๙)
- ผู้ว่าราชการเมืองอ่างทอง เครื่องหมายเป็นรูปอ่างทอง
- ผู้ว่าราชการเมืองสระบุรี มีเครื่องหมายแบ่งเป็น ๒ ช่อง ช่องบนเป็นรูปสิงห์หมอบบนแท่น ช่องล่างข้างขวาเป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์ ข้างซ้ายเป็นรูปพระพรหมถือสมุดกับศร
- ผู้ว่าราชการเมืองลพบุรี เครื่องหมายรูปศร ๓ เล่ม
- ผู้ว่าราชการอำเภอพระราชวัง เมืองพระนครศรีอยุธยา เครื่องหมายเป็นรูปอสุนีบาตตกถูกพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์
- ผู้ว่าราชการอำเภออินทร์บุรี เมืองสิงห์บุรี เครื่องหมายเป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์
- ผู้ว่าราชการอำเภอพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี เครื่องหมายเป็นรูปพระพรหมถือสมุดและศร
- ผู้ว่าราชการอำเภอสิงห์บุรี เมืองสิงห์บุรี เครื่องหมายเป็นรูปสิงห์หมอบบนแท่น
- ผู้ว่าราชการอำเภอพระพุทธบาท เมืองสระบุรี เครื่องหมายเป็นรูปมณฑปพระพุทธบาท
- ธงประจำตำแหน่งผู้ว่าราชการเมือง หรือข้าราชการฝ่ายปกครองอื่น ๆ นี้ ต่อมาได้ยกเลิกไม่มีการใช้อีก




ธงเสนาบดี


รูปที่ ๘๐ ธงเสนาบดี


ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นในพ.ศ. ๒๔๔๐ มีลักษณะเป็นธงพื้นสีขาบ กลางธงมีรูปสมอไขว้กับจักรสีเหลือง ข้างบนมีมหามงกุฎใช้สำหรับตัวเสนาบดีหรือรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อชักธงขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือลำใด ให้พึงเข้าใจว่าเสนาบดีหรือรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือได้อยู่ในเรือลำนั้น ถ้าหากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระอัครมเหสี หรือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มกุฎราชกุมารก็ดี ได้ประทับอยู่ในเรือหลวงลำใดลำหนึ่งอันได้ชักธงมหาราช ธงราชินี หรือธงเยาวราชขึ้นไว้บนเสา และได้ชักธงเสนาบดีไว้บนเสาหน้าด้วยแล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่ในเรือรบและป้อมทั้งปวงยิงสลุตตามประเพณี ถ้ามีแต่ธงมหาราชหรือธงราชินี หรือธงเยาวราชชักขึ้นบนเสาใหญ่ ไม่มีธงเสนาบดีบนเสาหน้า ให้งดการยิงสลุต

ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๔ โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงเป็นเครื่องหมายสำหรับตัวเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ สำหรับชักขึ้นไว้ ณ ที่ทำการของเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และใช้ชักขึ้นที่ยอดเสาใหญ่ในเรือเป็นเครื่องหมายว่าเสนาบดีกระทรวงทหารเรือได้อยู่ในเรือลำนั้น อนึ่งในเวลาที่ชักธงมหาราชใหญ่หรือราชินีใหญ่ขึ้นที่เสาใหญ่ในเรือลำใด ให้ชักธงเสนาบดีขึ้นที่เสาหน้าเรือลำนั้นด้วยเสมอไป ธงเสนาบดีนี้ใช้ต่อมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๕๖ (รูปที่ ๘๐)




ธงจอมทัพบก


รูปที่ ๘๑ ธงจอมทัพบก


มีรูปพระคทาและพระแสงกระบี่ไขว้กัน มีจักรและมหาพิไชยมงกุฎสีขาวบนพื้นแดง สร้างขึ้นในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ สำหรับตำแหน่งจอมทัพบก (รูปที่ ๘๑)



ธงผู้บัญชาการทหารเรือ


รูปที่ ๘๒ ธงผู้บัญชาการทหารเรือ


ใช้สำหรับผู้บัญชาการทหารเรือ ธงเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน พื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้เป็นสีเหลือง สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ตามความใน พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๙

พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้มี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ออกบังคับใช้ โดยให้ยกเลิกความใน พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๙ และใช้ข้อความที่เปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ในส่วนที่ว่าด้วยลักษณะธงผู้บัญชาการทหารเรือนั้น ยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม (รูปที่ ๘๒)



ธงผู้บัญชาการกองเรือรบ



รูปที่ ๘๓ ธงผู้บัญชาการกองเรือรบ


มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับธงผู้บัญชาการทหารเรือ คือ มีพื้นสีขาบ กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ ผิดกันที่ธงผู้บัญชาการกองเรือรบนี้ปลายตัดเป็นแฉกอย่างรูปหางนกแซงแซว ลึก ๑ ใน ๓ ของส่วนยาว ธงนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๙ และใช้ตลอดมา แม้ใน พ.ศ. ๒๔๔๓ จะมี พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ แก้ไขเพิ่มเติมความใน พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๙ แต่ลักษณะธงผู้บังคับการกองเรือรบก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง (รูปที่ ๘๓)




ธงผู้บังคับการเรือ


รูปที่ ๘๔ ธงผู้บังคับการกองเรือ


บัญญัติขึ้นใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๔๓ ตามความในมาตรา ๙ แห่ง พระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นธงที่มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับธงผู้บัญชาการทหารเรือ คือ เป็นธงสี่เหลี่ยม กว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน พื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้เป็นสีเหลือง แต่ปลายธงตัดเป็นแฉกรูปอย่างหางนกแซงแซวลึก ๑ ใน ๓ ของความยาวนั้นเป็นสีขาว (รูปที่ ๘๔)





 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 มิถุนายน 2551 1:17:58 น.
Counter : 4207 Pageviews.  

หมวดธงเสือป่าและลูกเสือ (ธงประจำคณะลูกเสือแห่งสยาม และธงลูกเสือชาวบ้าน)

(คัดลอกจาก ฉวีงาม มาเจริญ. ธงไทย. กรุงเทพมหานคร : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2520.)


ธงประจำคณะลูกเสือแห่งสยาม


รูปที่ ๖๙ ธงประจำคณะลูกเสือแห่งสยามหรือแห่งชาติ


ธงประจำคณะลูกเสือแห่งสยาม หรือธงประจำคณะลูกเสือแห่งชาตินี้ เป็นธงส่วนรวมของลูกเสือทั่วประเทศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้แก่คณะลูกเสือเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๓ เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดค่ายคราวชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ ๒ ณ พระราชอุทยานสราญรมย์ ลักษณะธงในขณะนั้นคือ พื้นธงเป็นธงไตรรงค์หมายถึงชาติ มีเครื่องหมายรูปธรรมจักรประดิษฐานอยู่กลางผืนธงหมายศาสนา มีรูปวชิราวุธอยู่ที่ยอดคันธงเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ และมีแถบรัตนาภรณ์ผูกห้อยอยู่กับคันธง มีความหมายว่าพวกลูกเสือทุกคนต่างก็ทรงขึ้นต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รูปที่ ๖๙)

พ.ศ. ๒๔๗๙ ลักษณะธงประจำคณะลูกเสือแห่งชาติไม่เปลี่ยนแปลง พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๑๓ กำหนดลักษณะไว้ว่า พื้นธงชาติธงชาติ (ธงไตรรงค์) ขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๕๒ เซนติเมตร กลางธงมีตราธรรมจักรสีเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๒ เซนติเมตร คันธงยาว ๒ เมตร ๖๐ เซนติเมตร ที่ยอดคันธงทำด้วยเงินเป็นรูปวชิระ ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติธง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ แก้มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติเก่า แต่ขนาดและลักษณะธงประจำคณะลูกเสือแห่งชาติยังคงเดิม (รูปที่ ๖๙)




ธงลูกเสือชาวบ้าน


ธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน


กิจการลูกเสือชาวบ้านซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวบ้านอยู่ในขณะนั้น ก่อตั้งขึ้นโดยการริเริ่มของ พ.ต.อ.สมควร หริกุล ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต ๔ ร่วมกับนายวิโรจน์ พูนสุข ผู้ตรวจการศึกษาเขต ๙ จังหวัดอุดรธานี และนายสมเกียรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น พร้อมด้วยวิทยากรจากกองกำกับการตำรวจภูธรตระเวนชายแดนเขต ๔ และวิทยากรจากเขตการศึกษาธิการเขต ๙ เป็นผู้ร่วมกันจัดทำหลักสูตรทดลอง โดยอาศัยหลักสูตรการอบรมของผู้บังคับบัญชาลูกเสือสำรองเป็นเค้าโครง ใช้เวลาการฝึกอบรม ๕ วัน ๕ คืน ได้ทำการฝึกลูกเสือชาวบ้านรุ่นแรกเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๑๔ ที่หมู่บ้านเหลาคอน ตำบลแสงพา กิ่งอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีชาวบ้านเข้ารับการฝึกอบรมจำนวน ๑๑๕ คน ปรากฏว่าผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ทำการฝึกอบรมรุ่นต่อๆ มาในจังหวัดอุดรธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร และร้อยเอ็ด ประมาณ ๓๐ รุ่น กิจการลูกเสือชาวบ้านเป็นที่สนใจของประชาชนมาก เพราะได้เสริมสร้างความสามัคคีกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนทุกระดับฐานะและอาชีพ เป็นการลดช่องว่างในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี พล.ต.ต.โรมฤทธิ์ จำรัสโรมรัน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรตระเวนชายแดน จึงนำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงทราบ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงกิจกรรมของลูกเสือชาวบ้านที่จัดขึ้นถวายที่กองกำกับการตำรวจภูธรตระเวนชายแดนเขต ๔ ค่ายเสนีย์รณยุทธ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับเอากิจการลูกเสือชาวบ้านไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ให้จัดการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านได้ครบจำนวน ๘ ล้านคน และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าผูกคอลูกเสือชาวบ้านพร้อมด้วยวอคเกิ้ลและหน้าเสือ ให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านทุกคน ตลอดจนได้รับพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนในการริเริ่มดำเนินการเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ชั่วระยะเวลาเพียง ๕ ปี (นับตั้งแต่ลูกเสือชาวบ้านถือกำเนิด จนถึงเวลาที่เรียบเรียงเรื่องนี้ ในพ.ศ. ๒๕๑๙) กิจการลูกเสือชาวบ้านแพร่หลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง มีการฝึกอบรมไปแล้วจำนวนมากกว่า ๕,๐๐๐ รุ่น มีสมาชิกมากว่า ๖ ล้านคน และกำลังเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ครบแปดล้านคน ตามพระราชประสงค์ ลูกเสือชาวบ้านที่สำเร็จการฝึกอบรมแต่ละรุ่น และได้รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและธงประจำรุ่น เพื่อเป็นสิริมงคลและสัญลักษณ์ประจำหมู่คณะ ซึ่งประกอบไปด้วยความสามัคคีพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ลักษณะของธงลูกเสือชาวบ้านเป็นธงสี่เหลี่ยมพื้นสีเลือดหมู ที่มุมธงด้านบนชิดคันธงเป็นรูปตราประจำคณะลูกเสือแห่งชาติ สีเหลือง ที่พื้นธงมีอักษรเป็นแถวบอกลำดับรุ่นที่ ตำบล อำเภอ และจังหวัด ของลูกเสือชาวบ้านที่ได้รับพระราชทานธงสีขาว ยอดคันธงทำด้วยเงินเป็นรูปวชิราวุธ ระหว่างยอดคันธงกับมุมธง มีแถบสีเดียวกับธงผูกเป็นหูกระต่ายห้อยชายทั้งสองยาวลงมา (รูปที่ ๗๐) ริมธงทั้ง ๓ ด้านติดระบายเป็นชายครุยสีดำ




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2550    
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 17:17:39 น.
Counter : 2273 Pageviews.  

หมวดธงเสือป่าและลูกเสือ (ธงประจำกองลูกเสือ)

(คัดลอกจาก ฉวีงาม มาเจริญ. ธงไทย. กรุงเทพมหานคร : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2520.)


ธงประจำกองลูกเสือ

กิจการลูกเสือเกิดขั้นหลังการสถาปนากิจการเสือป่าไม่นานนัก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตราข้อบังคับลักษณะการปกครองลูกเสือออกบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เมื่อลูกเสือได้ทำพิธีเข้าประจำกองกันบ้างแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานธงประจำกองเพื่อเป็นเครื่องแทนพระองค์ กองลูกเสือที่ได้รับพระราชทานธงประจำกองเป็นอันดับแรก คือลูกเสือกองร้อยที่ ๑ (ลูกเสือหลวง) ได้รับพระราชทานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ ลักษณะเป็นธงพื้นสีดำ กลางมีรูปพระมนูแถลงสาร จากนั้นก็ได้พระราชทานธงให้แก่ลูกเสือกองอื่นตามลำดับโอกาสอันสมควร เช่น ในโอกาสสวนสนามถวายพระพรชัยมงคลในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาบ้าง ในโอกาสเสด็จประพาสหัวเมืองบ้าง ทุกคราวที่พระราชทานธงก็พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ลูกเสือเพื่อให้ประจักษ์ในความสำคัญของธง และหน้าที่ของตนทุกครั้ง ความสำคัญของธงประจำกองลูกเสือซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนั้น ปรากฏอยู่ในข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือ พุทธศักราช ๒๔๖๑ ข้อ ๔๔ และ ๔๖ พอสรุปความได้ว่า ธงประจำกองลูกเสือนั้นเปรียบเสมือนเครื่องหมายแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสำหรับเป็นที่เคารพของบันดาลูกเสือ ลูกเสือแต่ละมณฑลที่ได้รับพระราชทานธงจึงเสมือนกับได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของลูกเสือทุกคนที่ต้องรักษาธงไว้แม้ชีวิตของตน มิให้ตกไปอยู่ในมืออริราชศัตรูได้ มณฑลต่างๆ จะต้องจดหมายเหตุวันเดือนปีที่ได้รับพระราชทานธงเป็นหลักฐาน และต้องจัดพิมพ์พระบรมราโชวาทในวันนั้นแจกแก่ลูกเสือทุกคนให้เก็บรักษาไว้ ตลอดจนติดพระบรมราโชวาทนั้นไว้ที่กรมกองเพื่อลูกเสือจะได้ระลึกถึงหน้าที่ของตนอยู่เสมอ

ธงประจำกองลูกเสือต่างๆ ของไทยสมัยแรกมีลักษณะและสีสันต่างกัน ไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันดังเช่นปัจจุบันนี้ รูปที่ปรากฏอยู่กลางผืนธงล้วนมีความหมายทั้งสิ้น สุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกแบบ สมัยนั้นนายช่างผู้ร่างแบบธงเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายตามพระราชประสงค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ธงเหล่านี้ถึงรัชกาลที่ ๗ ได้พระราชทานเพิ่มเติม และได้พระราชทานครบทุกมณฑลในงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐



ธงประจำกองลูกเสือมณฑลต่างๆ มีลักษณะดังนี้


รูปที่ ๕๔ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลปัตตานี


๑. มณฑลปัตตานี พื้นธงสีเขียวใบไม้ ขอบสีเหลือง กลางธงมีรูปปืนนางพญาตานี ซึ่งเป็นปืนที่พระยาตานีนำมาถวายโดยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ทั้งนี้เพื่อให้ลูกเสือในมณฑลนั้นได้ระลึกถึงความจงรักภักดีต่อพระยาตานีไว้เป็นตัวอย่างอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสปักษ์ใต้ (รูปที่ ๕๔)


รูปที่ ๕๕ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครศรีธรรมราช


๒. มณฑลนครศรีธรรมราช พื้นธงสีเขียวใบไม้ ขอบสีม่วง กลางธงมีรูปสังข์ทักษิณาวัตรวางบนพานทอง เป็นเครื่องนำให้ระลึกถึงจังหวัดวงขลาอันเป็นจังหวัดสำคัญของมณฑลนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสปักษ์ใต้ (รูปที่ ๕๕)


รูปที่ ๕๖ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลภูเก็ต


๓. มณฑลภูเก็ต พื้นธงสีเขียวใบไม้ ขอบสีฟ้า กลางธงมีรูปเขา ยอดเขามีเพชรฉายรัศมี เป็นเครื่องนำให้ระลึกถึงท้องที่อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติของมณฑลนี้ เช่น แร่ดีบุก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินถึงสถานีตรัง (ทับเที่ยง) (รูปที่ ๕๖)


รูปที่ ๕๗ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลกรุงเทพ


๔. มณฑลกรุงเทพฯ พื้นธงสีเหลือง มีพระพุทธรูปพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) บนพื้นธง เป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกเสือมณฑลนี้ระลึกว่า พระพุทธรูปนี้เป็นหลักชัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของปวงชนทั่วไป ตลอดจนพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ (รูปที่ ๕๗)


รูปที่ ๕๘ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครชัยศรี


๕. มณฑลนครชัยศรี พื้นธงสีน้ำเงินแก่ กลางธงมีรูปพระปฐมเจดีย์สีเหลือง อันเป็นพระมหาเจดีย์สำคัญยิ่งของมณฑลนี้ทั้งเป็นโบราณสถานนับเนื่องในปูชนียสถานแห่งพระพุทธศาสนา ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙ เนื่องในการเสด็จทอดพระเนตรการประลองยุทธเสือป่าและลูกเสือ (รูปที่ ๕๘)


รูปที่ ๕๙ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลราชบุรี


๖. มณฑลราชบุรี พื้นธงสีน้ำเงินแก่ กลางธงมีรูปรองพระบาทวางบนพานทอง เพื่อให้ลูกเสือทุกคนระลึกว่า มณฑลนี้เป็นมณฑลสำคัญทางทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับมณฑลปราจีนซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก และลูกเสือทุกคนก็มีความจงรักภักดีเพื่อทำการฉลองพระเดชพระคุณ จึงพระราชทานเครื่องหมายนี้เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๗ เนื่องในการเสด็จทอดพระเนตรการประลองยุทธเสือป่าและลูกเสือ (รูปที่ ๕๙)


รูปที่ ๖๐ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลอยุธยา


๗. มณฑลอยุธยา พื้นธงสีเลือดนก กลางธงมีรูปปราสาทอยู่ใต้ต้นหมัน เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมาแต่โบราณ เพื่อเตือนให้ลูกเสือทุกคนในมณฑลนี้ระลึกเสมอว่า ตนล้วนแต่เป็นเชื้อสายของนักรบที่เคยประกอบวีรกรรมอันดีมาในอดีต ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ในคราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีสังเวยอดีตมหาราช (รูปที่ ๖๐)


รูปที่ ๖๑ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลพิษณุโลก


๘. มณฑลพิษณุโลก พื้นธงสีม่วง กลางธงมีรูปสังข์อยู่ในวงจักรสีแดง ขอบนอกสีขาว เป็นเครื่องหมายของนามจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเคยเป็นเมืองสำคัญมาในสมัยโบราณ ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ (รูปที่ ๖๑)


รูปที่ ๖๒ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลพายัพ


๙. มณฑลพายัพ เป็นธงสีบานเย็น กลางธงมีรูปช้างเผือกยืนในขวง เป็นเครื่องหมายให้ระลึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ อันเคยเป็นราชธานีของไทยมาแต่สมัยโบราณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ (รูปที่ ๖๒)


รูปที่ ๖๓ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลจันทบุรี


๑๐.มณฑลจันทบุรี พื้นธงสีไพล กลางธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมสีม่วง มีรูปกระต่ายในดวงจันทร์สีไพลอยู่กลาง เป็นเครื่องหมายถึงจังหวัดจันทบุรีอันเป็นจังหวัดสำคัญของมณฑลนี้ ธงนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ในคราวเสด็จมาทรงเปิดค่ายชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งแรก (รูปที่ ๖๓)


รูปที่ ๖๔ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครราชสีมา


๑๑. มณฑลนครราชสีมา พื้นธงสีแสด กลางธงมีรูปพัทธสีมาสาวอยู่ภายในรูปแปดเหลี่ยมสีเขียว เป็นเครื่องหมายถึงจังหวัดนครราชสีมาอันเป็นจังหวัดสำคัญของมณฑลนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ในคราวเสด็จมาทรงเปิดค่ายชุมนุมลูกเสือครั้งแรก (รูปที่ ๖๔)


รูปที่ ๖๕ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครสวรรค์


๑๒. มณฑลนครสวรรค์ พื้นธงสีม่วง กลางธงมีรูปปราสาทลอยอยู่บนเมฆ เป็นเครื่องหมายถึงจังหวัดนครสวรรค์อันเป็นจังหวัดสำคัญของมณฑลนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ในคราวเสด็จมาทรงเปิดค่ายชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งแรก (รูปที่ ๖๕)


รูปที่ ๖๖ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลปราจีน


๑๓. มณฑลปราจีนบุรี พื้นธงสีไพล กลางธงมีรูปสีเหลี่ยมสีน้ำเงินแก่ และมีรูปนกยูงรำแพนอยู่ในวงกลมสีแดงอยู่ตรงกลาง มณฑลนี้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดสำคัญ และอยู่ติดต่อกับมณฑลกรุงเทพฯ ทางทิศตะสันออก นับว่าเป็นมณฑลที่สำคัญมาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ในคราวเสด็จมาทรงเปิดค่ายชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งแรก (รูปที่ ๖๖)


รูปที่ ๖๗ ธงประจำกองลูกเสือมณฑลอุดร


๑๔. มณฑลอุดร พื้นธงสีแสด กลางธงมีรูปท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวัณยืนถือตะบองอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมสีขาว เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้พิทักษ์รักษาทิศอุดร เพื่อให้ลูกเสือมณฑลนี้ระลึกถึงเครื่องหมายอันนี้ ว่าตนมีหน้าที่ป้องกันประเทศแถบสำคัญทางทิศอุดร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ในคราวเสด็จมาทรงเปิดค่ายชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งแรก (รูปที่ ๖๗)



ธงประจำกองลูกเสือนี้ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว รัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่าควรเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะธงประจำกองลูกเสือใหม่ ให้มีแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความเหมาะสมคล้องกับกาลสมัย จึงกำหนดลักษณะธงประจำกองลูกเสือขึ้นให้มีลักษณะตามที่ปรากฏในมาตรา ๑๓ ของ พระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ คือ


รูปที่ ๖๘ ธงประจำกองลูกเสือ


พื้นธงเป็นธงไตรรงค์ มีขนาดกว้าง ๔๐ เซนติเมตร ยาว ๖๐ เซนติเมตร ที่กลางธงมีรูปวงกลม พื้นสีเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๗ เซนติเมตร มีขอบเป็นสีดำ ๒ ขอบซ้อนกัน ขอบนอกกว้าง ๒ มิลลิเมตร ขอบในกว้าง ๑ มิลลิเมตร ระยะขอบนอกและขอบในห่างกัน ๒ มิลลิเมตร กลางวงกลมเป็นตราคณะลูกเสือแห่งสยามและนามจังหวัดที่ได้รับพระราชทานธงเป็นอักษรสีดำอยู่ใต้ตรา คันธงยาม ๒ เมตร ๖๐ เซนติเมตร ยอดคันธงทำด้วยเงินเป็นรูปวชิระ

ภายหลังได้มีการยกเลิกมาตรา ๑๓ ในพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ โดยความใน พระราชบัญญัติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งตราเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ข้อความในมาตรา ๑๓ ที่บัญญัติใหม่นี้ ได้เพิ่มเติมลักษณะธงประจำกองยุวชนขึ้น ๒ แบบ ส่วนลักษณะธงประจำกองลูกเสือยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2550    
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 17:17:44 น.
Counter : 4363 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.