ห้องสมุด Xiengyod
ว่าด้วยเรื่องธงต่างๆ ในเมืองไทยและนานาสาระ

เซียงยอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เซียงยอด's blog to your web]
Links
 

 

เพลงชาติลาว - Pheng Xat Lao

เพลงชาติลาว
ເພງຊາດລາວ
Pheng Xat Lao


ทำนอง: ทองดี สุนทอนวิจิด, พ.ศ. 2484
คำร้อง:
มหาพูมี, พ.ศ. 2484
สีซะนะ สีสาน, พ.ศ. 2518





* ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าประวัติของเพลงชาติลาวค่อนข้างจะสืบค้นยากเพราะไม่มีเอกสารเกี่ยวกับเพลงชาติลาวแพร่หลายนัก (แม้ในภาษาลาวเองก็ตาม) ข้อมูลที่เขียนขึ้นในที่นี้จึงได้จากการปะติดปะต่อจากเอกสารต่างๆ เท่าที่จะค้นได้ ดังปรากฏรายชื่ออยู่ท้ายหน้านี้



ประวัติสังเขป


ทำนองของเพลงชาติลาวประพันธ์โดย ดร. ทองดี สุนทอนวิจิตร เมื่อ พ.ศ. 2484 อันเป็นช่วงเวลาที่ประเทศลาวซึ่งอยู่ภายใต้การอารักขาของฝรั่งเศสในเวลานั้น กำลังมีการตื่นตัวในจิตสำนึกชาตินิยมมากขึ้น โดยฝรั่งเศสเป็นผู้ให้การส่งเสริม เพื่อต่อต้านแนวคิดมหาอาณาจักรไทย (ภาษาลาวเรียกว่า "ลัทธิไทยใหญ่") ของรัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามในเวลานั้น เพื่อไม่ให้ลาวหันกลับไปรวมหรือพึ่งพาไทยให้ปลดแอกจากฝรั่งเศส ส่วนผู้ประพันธ์บทร้องคือ มหาพูมี (ไม่มีนามสกุล) สันนิษฐานว่าเขียนขึินในระยะเวลาเดียวกัน

เพลงชาติลาวฉบับที่มหาพูมีได้แต่งคำร้องได้เริ่มใช้เป็นเพลงชาติของประเทศลาวสืบมาตั้งแต่ พ.ศ. 2490 ต่อเนื่องมาถึงสมัยพระราชอาณาจักรลาว (ตั้งแต่ พ.ศ. 2492) จนถึงปี พ.ศ. 2518 เมื่อพรรคปฏิวัติประชาชนลาวชนะสงครามกลางเมืองและเข้ากุมอำนาจรัฐได้สำเร็จ จึงได้มีการประกาศล้มเลิกพระราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการ และได้มีการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขึ้นแทนที่ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ทั้งนี้ สำหรับเพลงชาติลาว ยังได้คงทำนองเดิมของ ดร. ทองดี สุนทอนวิจิดไว้ แต่ได้รับรองคำร้องใหม่ซึ่งแต่งโดยสีซะนะ สีสาน เพื่อใช้แทนบทร้องเดิมสืบมาจนถึงปัจจุบัน




บทร้อง


หมายเหตุ: บทร้องที่ลงไว้ในหน้านี้มีเพียงบทร้องฉบับปัจจุบันเท่านั้น เพื่อไม่ให้เนื้อหาหน้านี้มีความยาวมากเกินไป




ຊາດລາວຕັ້ງແຕ່ໃດມາ ລາວທຸກຖ້ວນຫນ້າເຊີດຊູສຸດໃຈ
ຮ່ວມແຮງຮ່ວມຈິດຮ່ວມໃຈ ສາມັກຄີກັນເປັນກຳລັງດຽວ
ເດັດດ່ຽວພ້ອມກັນກ້າວຫນ້າ ບູຊາຊູກຽດຂອງລາວ
ສົ່ງເສີມໃຊ້ສິດເປັນເຈົ້າ ລາວທຸກຊົນເຜົ່າສະເໝີພາບກັນ
ບໍ່ໃຫ້ຝູງຈັກກະພັດ ແລະພວກຂາຍຊາດເຂົ້າມາລົບກວນ
ລາວທັງມວນຊູເອກະລາດ ອິດສະລະພາບຂອງຊາດລາວໄວ້
ຕັດສິນໃຈສູ້ຊິງເອົາໄຊ ພາຊາດກ້າວໄປສູ່ຄວາມວັດທະນາ



ปริวรรตเป็นอักษรไทย

ซาดลาวตั้งแต่ใดมา ลาวทุกถ้วนหน้าเซิดซูสุดใจ
ฮ่วมแฮงฮ่วมจิดฮ่วมใจ สามักคีกันเป็นกำลังเดียว
เด็ดเดี่ยวพ้อมกันก้าวหน้า บูซาซูเกียดของลาว
ส่งเสิมใซ้สิดเป็นเจ้า ลาวทุกซนเผ่าสะเหมอพาบกัน

บ่ให้พวกจักกะพัด และพวกขายซาดเข้ามาลบกวน
ลาวทังมวนซูเอกะลาด อิดสะละพาบของซาดลาวไว้
ตัดสินใจสู้ซิงเอาไซ พาซาดลาวไปสู่ความวัดทะนา



ที่มา:


  • Wikipedia contributors, 'Pheng Xat Lao', Wikipedia, The Free Encyclopedia, 20 December 2009, 19:12 UTC, <//en.wikipedia.org/w/index.php?title=Pheng_Xat_Lao&oldid=332897572> [accessed 3 February 2010]
  • หนังสือ ปะเทดลาว 1950 LAOS Mil neuf cent cinquante
  • อีแวนส์, แกรนท์. ประวัติศาสตร์สังเขปประเทศลาว : ประเทศกลางแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์. แปลโดย ดุษฎี เฮย์มอนด์. เชียงใหม่ : สำนักพิมพ์ ซิลค์เวอร์ม, 2549





หน้านี้เขียนครั้งแรกเมื่อ 1 มิ.ย. 2552
เพิ่มเติมเนื้อหา 3 ก.พ. 2553




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 11:59:48 น.
Counter : 1162 Pageviews.  

เพลงชาติกัมพูชา - Nokoreach (นครราช)

เพลงชาติกัมพูชา
"នគររាជ"
Nokoreach
นครราช


ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสุรามฤต, F. Perruchot และ J. Jekyll
คำร้อง: สมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี (ชวน ณาต โชตญาโณ)


ได้รับการยอมรับ:
พ.ศ. 2484 (ในฐานะเพลงสรรเสริญพระบารมี)
พ.ศ. 2496 - พ.ศ. 2512
พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2519
พ.ศ. 2536 - ปัจจุบัน


ประวัติสังเขป


เพลงนครราชมีที่มาจากทำนองเพลงเขมรโบราณซึ่งมีชื่อว่า "นครราช" พระบาทสมเด็จพระนโรดมสุรามฤต (ขณะดำรงพระยศเป็น กรมขุนวิสุทธิ์ขัตติยวงศ์นโรดมสุรามฤต) ร่วมกับครูเพลงชาวฝรั่งเศส 2 คน คือ เอฟ.แปร์รูโชต์ (F. Perruchot) และ เจ.เจคีลล์ (J. Jekyll) ได้ร่วมกันเรียบเรียงขึ้นเป็นทางดนตรีสากล เพื่อใช้ในลักษณะของเพลงสรรเสริญพระบารมี เมือ พ.ศ. 2481 ต่อมาจึงได้อาราธนาในสมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี (ชวน ณาต โชตญาโณ) สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายมหานิกาย เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประพันธ์บทนครราชขึ้นประกอบทำนองเพลงดังกล่าว โดยพระองค์ได้รจนาสำเร็จเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2484

เพลงนครราชได้เริ่มมีฐานะเป็นเพลงชาติอย่างแท้จริงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496 เมื่อประเทศกัมพูชาได้ประกาศเอกราชจากฝรั่งเศสภายใต้ชื่อประเทศพระราชอาณาจักรกัมพูชา หลังจากนั้นเพลงนี้ก็ได้ถูกแทนที่ด้วยอื่นในฐานะเพลงชาติอยู่หลายครั้งตามความผันผวนทางการเมือง และได้กลับมามีฐานะเพลงชาติครั้งล่าสุด เมื่อมีการฟื้นฟูพระราชอาณาจักรขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2536






សូម​ពួក​ទេព្ដា រក្សា​មហាក្សត្រ​យើង
ឲ្យ​បាន​រុងរឿង ដោយ​ជ័យ​មង្គល​សិរី​សួស្តី
យើង​ខ្ញុំ​ព្រះអង្គ សូម​ជ្រក​ក្រោម​ម្លប់ព្រះ​បារមី
នៃ​ព្រះ​នរបតី វង្ស​ក្សត្រា​ដែល​សាងប្រាសាទ​ថ្ម
គ្រប់គ្រង​ដែន​ខ្មែរ បុរាណ​ថ្កើង​ថ្កាន។

ប្រាសាទ​សីលា កំបាំង​កណ្តាល​ព្រៃ
គួរ​ឲ្យ​ស្រមៃ នឹក​ដល់​យស​ស័ក្តិ​មហា​នគរ
ជាតិ​ខ្មែរ​ដូច​ថ្ម គង់វង្ស​នៅ​ល្អរឹងប៉ឹង​ជំហរ
យើង​សង្ឃឹម​ពរ ភ័ព្វ​ព្រេង​សំណាងរបស់​កម្ពុជា
មហា​រដ្ឋ​កើត​មាន យូរ​អង្វែង​ហើយ។

គ្រប់​វត្ត​អារាម ឮ​តែ​សូរ​ស័ព្ទ​ធម៌
សូត្រ​ដោយ​អំណរ រំឭក​គុណ​ពុទ្ធ​សាសនា
ចូរ​យើង​ជា​អ្នក ជឿ​ជាក់​ស្មោះ​ស្ម័គ្រតាម​បែប​ដូន​តា
គង់​តែ​ទេព្ដា នឹង​ជួយ​ជ្រោម​ជ្រែង​ផ្គត់ផ្គង់ប្រយោជន៍​ឲ្យ
ដល់​ប្រទេស​ខ្មែរ ជា​មហា​នគរ៕



คำแปล

ขอพวกเทพดา รักษามหากษัตริย์เรา
ให้ได้รุ่งเรือง โดยชัยมงคลศรีสวัสดี
เหล่าข้าพระองค์ ขอพำนักใต้ร่มพระบารมี
ในพระนรบดี วงศ์กษัตราซึ่งสร้างปราสาทหิน
ครอบครองแดนเขมร บุราณเรื้องเลื่องลือ ฯ

ปราสาทศิลา ซ่อนอยู่ท่ามกลางไพร
ควรคำนึงหวนให้ นึกถึงยศศักดิ์มหานคร
ชาติเขมรดุจหิน ดำรงวงศ์ละออยืนหยัดถาวร
เราหวังซึ่งพร บุญวาสนาแต่กาลก่อนของกัมพูชา
มหารัฐเกิดมี ช้านานมามาแล้ว ฯ

ครบวัดอาราม ยินแต่ศัพท์สำเนียงเสียงธรรม
สวดโดยยินดี รำลึกคุณพุทธศาสนา
จงเราเป็นผู้เชื่อ แน่ในใจจริงตามแบบยายตา
คงแต่เทพดา จะช่วยค้ำจุนบำรุงประโยชน์ให้
แด่ประเทศเขมร เป็นมหานคร ฯ

(คัดจาก ธิบดี บัวคำศรี. ความเป็นมาของบท "โนกอร์เรียช" เพลงชาติเขมร : การศึกษาเบื้องต้น ใน วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง 2 (1 ม.ค.-เม.ย. 2549).)



ที่มา: เรียบเรียงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"นครราช." วิกิพีเดีย, สารานุกรมเสรี. 9 ธ.ค. 2009, 14:42 UTC. 2 ก.พ. 2010, 09:53 <//th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A&oldid=2211346>.




เอกสารอ่านเพิ่มเติม



หน้านี้เขียนครั้งแรกเมื่อ 1 มิ.ย. 2552
เพิ่มเติมเนื้อหา 2 ก.พ. 2553




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 11:29:54 น.
Counter : 4383 Pageviews.  

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย


ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร), พ.ศ. 2475
คำร้อง: หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์), พ.ศ. 2482

ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ:
พ.ศ. 2477 (ทำนองและคำร้องเดิม)
พ.ศ. 2482 (ทำนองและบทร้องปัจจุบัน)




ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัยชโย


ประวัติสังเขป

ในปี พ.ศ. 2474 พระเจนดุริยางค์ (ปีเตอร์ ไฟท์ หรือ ปิติ วาทยะกร) ซึ่งขณะนั้นรับราชการในกระทรวงวัง ได้รับการร้องขอจากเพื่อนนายทหารเรือผู้หนึ่ง คือ หลวงนิเทศกลกิจ (กลาง โรจนเสนา สมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน) ให้ช่วยแต่งเพลงชาติสำหรับประชาชนขึ้นเพลงหนึ่ง โดยขอให้มีลีลาอย่างเพลงลามาร์แซแยส (La Marseillaise) ซึ่งเป็นเพลงชาติฝรั่งเศส แต่พระเจนดุริยางค์ได้ตอบปฏิเสธคำขอร้องดังกล่าวโดยเห็นว่าเพลงประจำชาติสยามในเวลานั้นมีอยู่แล้วคือ เพลงสรรเสริญพระบารมี และการจะแต่งเพลงสำหรับชาติขึ้นมาโดยไม่มีคำสั่งจากทางราชการนั้นท่านทำไม่ได้ แม้ภายหลังหลวงนิเทศกลกิจจะพยายามทาบทามอีกหลายครั้ง แต่พระเจนดุริยางค์ก็บอกปัดตลอด เพราะท่านรู้สึกไม่ชอบมาพากลว่า การขอร้องครั้งนี้น่าจะมีการเมืองมายุ่งด้วยแน่ๆ เนื่องด้วยเวลานั้นกระแสข่าวการปฏิวัติก็กำลังแพร่สะพัดอยู่ทั่วไป

หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผ่านไปได้ประมาณ 5 วัน หลวงนิเทศกลกิจได้มาหาพระเจนดุริยางค์เพื่อขอร้องให้ช่วยแต่เพลงสำหรับชาติขึ้นอีกครั้ง โดยอ้างเหตุว่าเป็นความต้องการของคณะผู้ก่อการ ด้วยสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปในเวลานั้น ทำให้พระเจนดุริยางค์เห็นว่าหมดทางจะเลี่ยงจากเรื่องนี้ได้ ท่านจึงขอเวลาในการแต่งเพลงนี้เป็นเวลา 7 วัน การแต่งเพลงได้สำเร็จลงเมื่อวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ต่อมาเมื่อทางต้นสังกัดคือกระทรวงได้ทราบเรื่องราวที่พระเจนดุริยางค์แต่ทำนองเพลงชาติ ทำให้พระเจนดุริยางค์ได้รับคำตำหนิจากเสนาบดีกระทวงวังอย่างรุนแรง แม้ภายหลังรัฐบาลพระยามโนปกรณ์จะได้ช่วยชี้แจงภายหลังว่าเป็นความประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการให้มีเพลงชาติ แต่ว่าในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น พระเจนดุริยางค์ก็ได้รับคำสั่งปลดจากทางราชการให้รับเบี้ยบำนาญ ฐานรับราชการครบ 30 ปี และหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นบำนาญ อีกครึ่งที่เหลือเป็นเงินเดือน โดยให้รับราชการต่อไปในอัตราเงินเดือนใหม่นี้ แม้ว่าขณะนั้นพระเจนดุริยางค์จะมีอายุเพียง 49 ปี เท่านั้น

ส่วนบทร้องนั้นปรากฎว่ามีการประพันธ์ขึ้นเป็น 3 สำนวน

สำนวนแรก ประพันธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2475 โดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) โดยคณะราษฎรได้ทาบทามให้เป็นผู้ประพันธ์คำร้องภายหลังจากที่ได้ทำนองเพลงของพระเจนดุริยางค์แล้ว บทร้องนั้นมีความยาว 2 บท (ในที่นี้นับจากการบรรเลงเพลงจบ 1 รอบ จึงนับเป็น 1 บท แต่ฉันทลักษณ์ในเพลงนี้ใช้กลอนสุภาพอย่างไทย ถ้านับอย่างนี้จะได้ 4 บท รวม 16 วรรค) บทร้องดังกล่าวนี้ขึ้นต้นด้วยวรรค "แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง..." เป็นบทร้องที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายแต่ยังไม่ได้มีการรับรองอย่างเป็นทางการในเวลานั้น ต่อมาเมื่อมีการประกวดเพลงชาติฉบับราชการในปี พ.ศ. 2476 ขุนวิจิตรมาตราได้ส่งบทร้องนี้เข้าร่วมประกวด โดยมีการแก้ไขเนื้อร้องบางส่วนเพราะมีเสียงครหาว่าขุนวิจิตรมาตราต้องการใส่ ชื่อตัวเองในบทร้องเพลงชาติด้วย ซึ่งเมื่อมีการประกาศรับรองเพลงชาติฉบับราชการในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2477 ปรากฏว่าผลงานของท่านได้รับการรับรองให้ใช้เป็นบทร้องตอนต้นของเพลงชาติสยาม

สำนวนที่ 2 เป็นผลงานการประพันธ์ของนายฉันท์ ขำวิไล นักประพันธ์ชื่อดังในยุคนั้น โดยประพันธ์ขึ้นเพื่อเข้าร่วมการประกวดเพลงชาติฉบับราชการในปี พ.ศ. 2476 และเมื่อมีการประกาศรับรองเพลงชาติฉบับราชการในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2477 ปรากฏว่าผลงานของท่านได้รับการรับรองให้ใช้เป็นบทร้องตอนปลายของเพลงชาติ สยาม บทร้องซึ่งเป็นผลงานของท่านผู้นี้ขึ้นต้นวรรคแรกว่า "เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต..." มีความยาวเท่ากันกับสำนวนบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา

สำนวนที่ 3 อันเป็นสำนวนบทร้องเพลงชาติที่ใช้อยู่ในเวลานี้ เป็นผลงานการประพันธ์ของ พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เหตุที่จะได้เกิดบทร้องสำนวนปัจจุบันนี้มีขึ้นเมื่อรัฐบาลสยามสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ออกรัฐนิยมเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศจาก "ประเทศสยาม" เป็น "ประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2482 ทำให้ต้องมีการประกวดบทร้องเพลงชาติขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับนามประเทศ ที่ได้เปลี่ยนแปลง โดยการประกวดครั้งนี้กำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทำนองเพลงของพระเจนดุริยางค์อยู่ เช่นเดิม แต่กำหนดให้มีเนื้อร้องความยาวเพียง 8 วรรคเท่านั้น (ความยาวเพียงครึ่งหนึ่งของ 2 สำนวนแรก) และปรากฏคำว่า "ไทย" ซึ่งเป็นชื่อประเทศอยู่ในเพลง หลวงสารานุประพันธ์ได้ประพันธ์บทร้องฉบับนี้ขึ้นและส่งประกวดในนามกองทัพบก ผลปรากฏว่าบทร้องดังกล่าวชนะเลิศการประกวด และได้รับการรับรองโดยการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรัฐนิยม ฉะบับที่ 6 เรื่อง ทำนองและเนื้อร้องเพลงชาติ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2482





เพลงชาติสยามฉบับราชการ (พ.ศ. 2477 - 2482)
บทร้องของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์)




เพลงชาติสยามฉบับราชการ (พ.ศ. 2477 - 2482)
บทร้องนายฉันท์ ขำวิไล




(* วีดีทัศน์ทั้งสองไฟล์บันทึกโดย อ.พฤฒิพล ประชุมผล แห่งพิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงไทย)



ที่มา: เรียบเรียงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"เพลงชาติไทย." วิกิพีเดีย, สารานุกรมเสรี. 1 ก.พ. 2010, 11:40 UTC. 2 ก.พ. 2010, 05:10 <//th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&oldid=2314957>.




เอกสารอ่านเพิ่มเติม

  • เจนดุริยางค์, พระ. บันทึกความทรงจำของพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยากร) ชิวประวัติของข้าพเจ้า. พระนคร: สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน, 251-.
  • สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล. ความเป็นมาของเพลงชาติไทยปัจจุบัน ใน วารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547
  • สุกรี เจริญสุข. เพลงชาติ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์, 2532.




หน้านี้เขียนครั้งแรกเมื่อ 1 มิ.ย. 2552
เพิ่มเติมเนื้อหา 2 ก.พ. 2553




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 18:34:13 น.
Counter : 543 Pageviews.  

เพลงประจำอาเซียน (ASEAN Anthem) - "The ASEAN Way"



ธงประจำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
Flag of the Association of South East Asian Nations (ASEAN)


ช่วงขณะที่เขียนบล็อกนี้คือกลางเดือนกุมภาพันธ์ของปีพุทธศักราช 2552 ซึ่งเป็นปีสำคัญที่ประเทศไทยเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 14 ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เดิมจะจัดที่เชียงใหม่ในเดือน ธ.ค. 51 แต่ต้องเลื่อนไปด้วยเหตุผลทางการเมืองดังทราบกันดีอยู่แล้ว) ในระยะนี้ท่านคงจะได้ยินเพลงหนึ่งที่เริ่มเปิดประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์อย่างหนาหู ที่ขึ้นต้นว่า "Raise our flag high, sky high....." เพลงนี้มีชื่อว่า "The ASEAN Way" เป็นเพลงสำคัญที่จะบรรเลงในพิธีเปิดการประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งนี้ และจะใช้เป็นเพลงประจำอาเซียนอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่ว่าเป็น "เพลงประจำอาเซียน" ซึ่งเป็นคำที่ใช้อย่างเป็นทางการนี้ ฟังดูอาจจะงงเล็กน้อย ถ้าจะพูดให้ง่ายเข้าก็เหมือนกับใช้เป็นเพลงชาติของอาเซียนนั่นแหละครับ แต่ในที่นี้จะไปเรียกว่าเพลงชาติไม่ได้ เพราะอาเซียนมีฐานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ หาได้มีฐานะเป็นรัฐชาติเป็นประเทศแต่อย่างใดไม่ (คำว่าเพลงชาติในภาษาอังกฤษนั้นเรียกว่า "National Anthem" ถ้าเรียกว่า "Anthem" เฉยๆ แปลเพียงว่าเพลงประจำหมู่คณะใดๆ เท่านั้น)

ว่าแล้วก็ขอเข้ารายละเอียดของเพลงเลยดีกว่า

ความเป็นมาของเพลงประจำอาเซียน (ASEAN Anthem)
(ข้อมูลโดยกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ)

ความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของความคิดในการมีเพลงประจำอาเซียนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการหารือในที่ประชุมอาเซียนทางด้านวัฒนธรรมและสนเทศ (ชื่อทางการคือคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ) ครั้งที่ 29 ในเดือนมิถุนายน ปี 2537 ซึ่งในครั้งนั้นที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า อาเซียนควรจะมีเพลงประจำอาเซียน โดยกำหนดจะให้เปิดเพลงประจำอาเซียนในช่วงของการจัดกิจกรรมต่างๆ ทางด้านวัฒนธรรมและสนเทศ ทั้งนี้ในเรื่องการสนับสนุนด้านการเงินที่ประชุมตกลง ให้ใช้เงินจากกองทุนวัฒนธรรมอาเซียนเพื่อสนับสนุนการจัดทำโครงการเพื่อคัดเลือกเพลงประจำอาเซียน

ต่อมาในการประชุม ครั้งที่ 32 ของคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศในเดือนพฤษภาคม ปี 2540 ที่ประเทศมาเลเซีย ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกเพลงในรอบสุดท้าย โดยเพลงที่เข้ารอบในครั้งนั้นเป็นเพลงจากไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ และเพลงASEAN Song of Unity หรือ ASEAN Oh ASEAN จากฟิลิปปินส์ได้รับรางวัลชนะเลิศ อย่างไรก็ดี เพลงดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศสมาชิกอาเซียน เนื่องจากใช้เปิดเฉพาะในการ ประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุนี้ทำให้ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซีย และที่สิงคโปร์ ประเทศที่เป็นเจ้าภาพการประชุมจึงได้แต่งเพลงเพื่อใช้เปิดในที่ประชุม โดยมาเลเซียแต่งเพลง “ASEAN Our Way” และสิงคโปร์แต่งเพลง "Rise"


บทบาทของไทยกับการจัดทำเพลงประจำอาเซียน

การจัดทำเพลงประจำอาเซียนเป็นการดำเนินการตามกฎบัตรอาเซียนโดย ข้อบทที่ 40 ระบุให้อาเซียนมีเพลงประจำอาเซียนโดยหากเป็นไปได้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนและการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14

ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเพลงประจำอาเซียน โดยที่ประชุมประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบให้กำหนดรูปแบบการแข่งขันเป็น open competition โดยให้สำนักเลขานุการอาเซียนในแต่ละประเทศกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและจัดส่งให้ประเทศไทยภายในเดือนกันยายน 2551 โดยเนื้อร้องต้องมีเกณฑ์ ดังนี้ คือ
(1) เป็นภาษาอังกฤษ
(2) มีลักษณะเป็นเพลงชาติประเทศสมาชิกอาเซียน
(3) มีความยาวไม่เกิน 1 นาที
(4) เนื้อร้องสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนและความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติ
(5) เป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่
ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของการคัดเลือกเพลงในประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดการประชุมคณะกรรมการตัดสินเพื่อคัดเลือกเพลงภายในประเทศขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2551 โดยมีเพลงจำนวน 11 เพลงที่ผ่านเกณฑ์ และประเทศไทยได้ส่งเพลงดังกล่าวเข้าร่วมการประกวดแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน

ในระดับภูมิภาคอาเซียน กรมอาเซียน ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดแข่งขันเพลงประจำอาเซียนในระดับภูมิภาค รอบแรก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2551 ที่โรงแรม Pullman Bangkok King Power โดยมีกรรมการจากประเทศมาชิกอาเซียนประเทศละ 1 คน ในส่วนของไทย ฯพณฯ องคมนตรี พล.ร.อ. อัศนี ปราโมช ได้ให้เกียรติรับเป็นกรรมการฝ่ายไทยโดยทำหน้าที่ประธานการประชุมคัดเลือกเพลงและได้คัดเลือกเพลงจำนวน 10 เพลง จากที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 99 เพลง รอบตัดสินเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 ประกอบด้วยกรรมการจากอาเซียน 10 คนเดิม และจากนอกอาเซียนอีก 3 คน ได้แก่จากญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลียร่วมตัดสินด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกเพลง ASEAN Way ของไทยที่แต่งโดย นายกิตติคุณ สดประเสริฐ (ทำนองและเรียบเรียง) นายสำเภา ไตรอุดม (ทำนอง) และนางพะยอม วลัยพัชรา (เนื้อร้อง) ให้เป็นเพลงประจำอาเซียน


กรมอาเซียนได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเปิดตัวเพลงประจำอาเซียนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงละครอักษรา โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือบรรเลงเพลง ASEAN Anthem และเพลงยอดนิยมจากประเทศสมาชิกอาเซียน ในส่วนของไทยได้บรรเลงเพลง “ลาวดวงเดือน” โดยได้มีแขกผู้มีเกียรติจากส่วนราชการต่างๆ คณะทูต ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน กว่า 500 คนมาร่วมงาน ทั้งนี้ เพลงประจำอาเซียนจะใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่หัวหิน

ความสำคัญของเพลงประจำอาเซียน

การมีเพลงอาเซียน ถือว่ามีความสำคัญต่ออาเซียนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก นับจากนี้ไปอาเซียนจะ มีเพลงประจำอาเซียนซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียนในการเชื่อมโยงอาเซียนเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ การได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดแข่งขันครั้งนี้ รวมทั้งการที่เพลงจากไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเพลงประจำอาเซียน ถือเป็นเกียรติภูมิของประเทศและแสดงถึงความสามารถของคนไทยด้วย

--------------------------------

สำหรับเนื้อร้องของเพลงมีดังนี้

Raise our flag high, sky high
Embrace the pride in our heart
ASEAN we are bonded as one
Look'in out to the world.
For peace, our goal from the very start
And prosperity to last.

We dare to dream we care to share.
Together for ASEAN
we dare to dream
we care to share for it's the way of ASEAN.


สำหรับท่านที่ต้องการทราบความหมายของเพลงเป็นภาษาไทย ผมก็ขอแปลดังนี้ (อาจจะขรุขระบ้าง แต่ขอเอาเนื้อหาใจความเป็นหลักสำคัญ)

ชูธงของเราขึ้นสูงสุดฟ้า
โอบเอาความภาคภูมิไว้ในใจ
อาเซียนเราผูกพันเป็นหนึ่ง
มองหมายมุ่งไปยังโลกกว้าง
เพื่อสันติภาพ คือเป้าหมายแรกสุด
และความเจริญมั่งคั่งคือเป้าหมายในที่สุดของเรา

เรากล้าที่จะฝัน เราใส่ใจที่จะแบ่งปัน
ร่วมกันเพื่ออาเซียน
เรากล้าที่จะฝัน
เราใส่ใจที่จะแบ่งปัน เพื่อเป็นวิถีแห่งอาเซียน


(ป.ล. ใครจะก็อปไปใช้ต่อก็เชิญได้เลยครับ แต่ขออย่างเดียวว่าให้เครดิตคนแปลด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ)

ไฟล์บันทึกเสียงของเพลง The ASEAN Way ขณะนี้มีอยู่ 2 เวอร์ชั่นที่แพร่หลายในอินเตอร์เน็ต ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? ตรงนี้ขออนุญาตโควตข้อความของ อ.สำเภา ไตรอุดม (ในนามแฝง dukeudom) จากกระทู้พันทิปที่ C7505100 "The Asean Way เพลงชนะเลิศของคนไทยเวอร์ชั่นใหม่ครับ มีให้ downloadฟัง" มาอธิบายครับ

"เดิมความแล้วหลายอย่างเกิดขึ้นครับ เวอร์ชั่นที่อยู่ในเน็ตส่วนใหญ่เป็นอันที่พวกเราส่งประกวดกัน แต่นี่คือเวอร์ชั่นล่าสุดที่เราทำกันขึ้น โดยเอาเสียงวงดนตรีราชนาวีมา พร้อมแทรคร้องจากวงสวนพลู ซึ่งมีเวลามาบันทึกเพียง 30 นาทีและนักร้องมาไม่ครบชุดที่ซ้อมไว้ ก็เลยไม่ค่อยดี แต่เวอร์ชั่นนี้โดนทำเป็น CD แจกไปทั่วหมื่นกว่าแผ่นแล้วววว(ตอนแรกเขา(กระทรวงต่างฯ) ว่าจะเป็นชั่วคราว แต่อ้าววว เอาทำจริงเลยนี่นา)

เราเกรงว่าถ้าไม่ดีพอ ก็จะโดนครหา ยิ่งประเทศเพื่อนบ้านเราเก่งดนตรีกันเยอะ แต่เขาไม่ได้ชนะงานนี้ จะนินทาเราได้ ก็เลยควักกระเป๋าจ่ายกันเอง ทำใหม่เพิ่มเติมครับ..."


ท้ายสุดนี้ขอเชิญฟังเพลง The ASEAN Way จากไฟล์วีดีโอยูทูปข้างล่างนี้ได้เลยครับ (ไฟล์แรกใช้เพลงเวอร์ชั่นที่ชนะการประกวด ไฟล์ที่ 2 ใช้เพลงเวอร์ชั่นที่บันทึกเสียงใหม่ ซึ่งสามารถโหลดได้จากเว็บไซต์ของ อ. สำเภาครับ)

-------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง:
* //www.sunshineofmyart.com/ (เว็บไซต์ของ อ.สำเภา ไตรอุดม ผู้ร่วมประพันธ์เพลง)
* //www.14thaseansummit.org/ (เว็บไซต์การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ประเทศไทย)
* จากกระทู้พันทิปที่ C7505100 "The Asean Way เพลงชนะเลิศของคนไทยเวอร์ชั่นใหม่ครับ มีให้ downloadฟัง"

-------------------------------------------------------------------------

Anthem of the Association of Southeast Asian Nations
"The ASEAN Way"










 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2552 19:26:50 น.
Counter : 20768 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.