ลุ้นรักชุลมุน - บทที่ 2 เจ้าบ่าวผิดฝา...เจ้าสาวผิดตัว! (2) โดย รุ่งรัตนา(วินุตตา)




“ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ในเมื่อทั้งนายวินและคุณกานต์กมลก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ผมว่าพ่อกับแม่แล้วก็น้าฝนน่าจะยกเลิกงานแต่งนี้ไปซะดีกว่านะครับ”

เทวาพูดขึ้นทันทีเมื่อตอนนี้เขาและครอบครัวได้อยู่ตามลำพัง หลังจากที่เมื่อทั้งเขาและเจ้าสาวตัวปลอมตะโกนขึ้นมาพร้อมๆกัน ท่ามกลางอาการที่แทบจะเรียกว่าตาถลนของบรรดาผู้ใหญ่ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาและเจ้าสาวของงานก็ตาม

“ไม่ได้!”

วารีร้องค้านออกมาเสียงดังทันทีทำเอาเทวาถึงกับอยากจะทึ้งผมตัวเอง ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากบางราวกับผู้หญิงของตนเองแน่น แล้วปรายตามองใบหน้าของมารดาแล้วถามกลับว่า

“ทำไมจะไม่ได้ครับ...” แล้วต่อด้วยประโยคที่ถ้าไม่ใช่เวลาที่ต้องมากล่อมพ่อตัวดีให้ยอมตกลงแต่งงานต่อ วารีอยากจะหาอะไรมาอุดปากลูกชายตัวเองนัก “พ่อกับแม่ก็มัวแต่จะห่วงหน้าตาตัวเอง”

“แกไม่ต้องมาพูดอย่างนี้เลยตาวา...ที่พ่อกับแม่ต้องจับแกแต่งงานนี่ไม่ใช่เพราะความไม่รอบคอบของแกเหรอ?” วารีเถียงกลับเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ “นี่อะไร! เซ็นใบทะเบียนสมรสทั้งๆที่ไม่ดูให้ดีซะก่อน”

เทวาถึงกับทำหน้าเมื่อยออกมาโดยไม่คิดจะปิดบัง พร้อมกับถอนหายใจออกมา...สรุปนี่มันผิดที่เขางั้นสิ

“ผมต้องโทษแม่มากกว่า ผมพยายามบอกแม่แล้วว่ายายนั่นไม่ใช่เจ้าสาว แต่แม่เองไม่ใช่เหรอที่ผลักผมให้ไปเป็นสามียายนั่น!”

ขอเถียงกลับหน่อยเหอะ แค่เขายอมสับเปลี่ยนตัวเข้าพิธีช่วงเช้าแทนนายวิน เพื่อรักษาหน้าพ่อแม่นี่มันก็มากพอแล้ว...นี่ยังมาโทษว่าเป็นความผิดของเขาอีกเหรอ?

“ไม่รู้แหละ” วารีบอกปัดอย่างหน้าตาเฉย “แต่แกกับหนูไก่จดทะเบียนกันไปแล้วก็แต่งๆกันไปเหอะ”

ท้ายประโยคอดที่จะโน้มน้าวคนเป็นลูกต่อไม่ได้ แล้วความคิดของวารีก็นึกไปถึงใบหน้าเรียวหวานของ ‘หนูไก่’ หรือกัตติกา ถึงวันนี้มันจะผิดพลาดไปบ้าง แต่แผนการที่วาดหวังมาเป็นสิบๆปีของหล่อนก็ยังไม่ถือว่าล่มซะทีเดียว ผิดตัวไปหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไรนี่นา

คนที่วางแผนอยากดองเป็นญาติกับเพื่อนสนิทตัวเองมาเป็นสิบปีจึงได้โน้มน้าวลูกชายต่อไป ท่ามกลางอาการลุ้นใจหายใจคว่ำของวารินน้องสาว และเทวัญที่ออกตัวก่อนแล้วว่าจะไม่ช่วยกล่อมหรือโน้มน้าวใจของเทวา

“แม่ครับ...แม่พูดง่ายนี่ครับ” เทวาอดที่จะโอดคราญออกมาไม่ได้ “ผมกับยายกุ๊กไก่นั่นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยนะครับ จะอยู่ด้วยกันได้ยังไง”

“ตอนนี้แกก็รู้จักแล้วนี่ตาวา ทำไมจะอยู่ด้วยไม่ได้” วารีพูดออกมาหน้าตาเฉย แต่คนฟังแทบจะตาเหลือกด้วยความอัดอั้นตันใจ รู้จักกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่นะ? นี่แม่เขาบอกว่ารู้จักกันแล้ว! “แล้วหนูไก่ก็เป็นหลานของป้าเมษาเพื่อนสนิทแม่ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน แม่ว่าหนูไก่น่ารักออก”

น่ารักอย่างนั้นเหรอ?

เทวาคิดถึงใบหน้าหวานๆของเจ้าตัวแล้ว...ยอมรับก็ได้ว่าเจ้าหล่อนสวย...อย่างไรล่ะ สวยมันกินได้ที่ไหน? แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีเต็มใจจะแต่งงานด้วยเสียหน่อย และที่สำคัญเขานี่แหละที่ยังไม่อยากแต่งงาน!

“แม่ครับ...”

“ไม่มีแต่ตาวา...แต่งเถอะนะลูก อย่างน้อยก็ถือว่ารักษาหน้าตาชื่อเสียงของพ่อกับแม่และทางฝ่ายโน้นก็ได้... ใครจะคิดยังไงถ้าข่าวมันออกไปว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวหนีงานแต่งงานของตัวเอง แกอาจไม่อาย...แต่ผู้ใหญ่อย่างพ่อกับแม่แล้วก็ป้าเมษาอายนะลูก”

สุดท้ายอดที่จะเอาเรื่องนี้มาพูดโน้มน้าวใจลูกชายไม่ได้ วารีเอื้อมมือไปจับท่อนแขนของเทวาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน แล้วรีบส่งสายตาไปให้น้องสาวของตัวเองที่ยืนนิ่งมองมานานให้ช่วยด้วยอีกแรง

“ใช่แล้วค่ะหลานวา...” วารินรีบปรี่มาเกาะแขนอีกข้างของคนเป็นหลานชายทันทีก่อนจะปล่อยหมัดเด็ดออกมา “น้าว่านะคะให้หลานวาไปเข้าพิธีต่อให้จบกันคนครหาดีกว่า แล้วถ้าหลานวาจะเอายังไงค่อยพูดกันอีกที”

เทวาถอนหายใจเฮือกออกมาทันที...สรุปแล้วเขาก็ไม่มีทางเลือกสินะ...

“ถ้าทางป้าเมษายอม...ผมก็ยอมล่ะครับ”

เทวาตอบแต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายให้แม่และน้าใจหาย...เมื่อเขาโยนการตัดสินใจไปให้อีกฝ่าย วารีและวารินสบตากันก่อนจะแย้มริมฝีปากออกมาเป็นรอยยิ้มด้วยความสมใจโดยที่เทวาที่ได้แต่คร่ำครวญถึงชะตากรรมอันเลวร้ายของตนเองลืมสังเกตกริยาของแม่และน้าไปเสียสนิท...เพราะถ้าเขาเห็นสักนิดเทวาจะรู้ได้ทันทีว่าความหวังว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธการจับคู่บ้าๆนี่จะมีค่าเป็นศูนย์ในทันที


********************************************


“ตายๆ ตาย! ทำไมคุณป้าไม่บอกไก่ก่อนคะว่ามีจดทะเบียน”
ตั้งแต่ผละออกมาจากครอบครัวของฝ่ายโน้นได้ กัตติกาก็ได้แต่บ่นอย่างนี้มาตลอดทาง จนตอนนี้เหลือเพียงหล่อนและคนเป็นป้าเท่านั้น เมษามองใบหน้าที่บ่งบอกว่า ‘ตาย’ ของหลานสาวแล้วก็ได้แต่ตอบออกไปเสียงอ่อยๆ

“ก็...ป้าลืม”

“ลืม! ลืมนี่นะคะ” เสียงของกัตติกาดังจนแทบจะกลายเป็นตะโกน “แล้วไก่จะทำยังไงดีต่อไปล่ะคะ?”

พูดจบหญิงสาวก็เดินวนไปวนมาภายในห้องที่จัดให้เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าสาว หญิงสาวยังอยู่ในชุดแต่งงานในพิธีช่วงเช้าครบเซท ทางฝ่ายเมษาที่ได้แต่นั่งมองหลานสาวคนเดียวเดินวนไปวนมาก็ชักจะตาลาย

“ใจเย็นๆลูก...ยายไก่”


“จะให้เย็นยังไงล่ะคะ?” หญิงสาวตอบกลับโดยที่ยังไม่หยุดเดิน จนเมษาที่มองตามชักปวดหัวขึ้นมาตุบๆ แต่กัตติกาก็ไม่ได้สนใจแล้ว ทว่าจู่ๆหญิงสาวก็หยุดเดินแล้วกันมาทางป้าของตนเองด้วยสายตามีความหวังเต็มเปี่ยม “แล้วความแตกออกมาทั้งสองฝ่ายอย่างนี้คุณป้าจะยกเลิกงานแต่งเลยไหมคะ?”

“คงจะเลิกไม่ได้แหละลูก...”

เมษาตอบหลานสาว ทำเอาใบหน้าที่กำลังบานด้วยความหวังนั้นเหี่ยวลงทันตา กัตติกาเริ่มเดินวนไปวนมาอีกครั้งในขณะที่ปากก็ถามว่า

“ทำไมล่ะคะ ในเมื่อยายกานต์ก็หนีไปแล้ว แถมทางโน้นก็หนีไปเหมือนกัน”

“ก็พวกป้าตกลงกันแล้ว งานวันนี้เปลี่ยนจากแต่งยายกานต์เป็นแต่งไก่แทนน่ะลูก”

ท้ายประโยคนั้นเมษาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว...แต่มันก็ดังพอที่จะให้หญิงสาวได้ยินและพร้อมๆกับที่ประโยคนั้นจบลงเสียงอุทานดังลั่นของกัตติกาก็ดังขึ้น

“หา!”

“ในเมื่อไก่กับตาเทวาก็จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว จะให้ถอนเลยมันก็เสียหายไก่นะลูก แล้วแค่ช่วงเช้าที่ผ่านมาใครๆก็เห็นแล้วว่าเป็นไก่เข้าพิธีแทนกานต์” เมษาพูดขึ้นในขณะที่ผละตัวเองจากเก้าอี้ที่นั่งมาจับแขนกลมกลึงของหลานสาวเพียงคนเดียวของหล่อนให้หยุดเดินและเพื่อกล่อมอีกฝ่ายให้ยอมจำนนในสิ่งที่หล่อนกำลังพูด และเมื่อเห็นหลานสาวตั้งท่าที่จะเถียงเมษาจึงรีบเอ่ยต่อไปอย่างรวดเร็ว แล้วกระทำการชักแม่น้ำทุกๆสายที่หล่อนรู้จักมาหว่านล้อมให้หลานสาวยอมจำนน “อย่า..อย่าเพิ่งเถียงป้าว่าคงไม่มีใครจับได้ ถึงแม้ไก่กับกานต์จะมีหน้าตาคล้ายกัน แต่ไก่ไม่คิดเหรอลูกว่าคนที่รู้จักทั้งไก่และกานต์จะคิดยังไง?”

“...”

กัตติกาที่พูดไม่ออกเถียงไม่ทันได้แต่นิ่งเงียบ...คนที่จู่ๆก็มีสามีโดยประมาทได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา เมื่อชักเริ่มคล้อยตามในสิ่งที่ป้าของตัวเองกำลังชักจูง...ไม่ใช่ในแง่ที่ว่าหล่อนจะเสียหายหากแต่งแล้วหย่าเดี๋ยวนั้น หากเป็นเพราะแขกเหรื่อบางคนที่รู้จักหล่อนและกานต์กมลดีต่างหาก ทว่าอีกใจก็คิดว่าในเมื่อเขาและหล่อนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะให้แต่งงานกันเข้าไปได้ยังไง

“เชื่อป้านะลูก...แล้วอีกอย่างตาเทวาก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้าย เขาเป็นเด็กดีนะเท่าที่ป้ารู้จักมา”

เมษาพูดเสียงอ่อย...แล้วช้อนตามองใบหน้าเรียวหวานของหลานสาว สาวใหญ่รู้ดีว่าหากทำแบบนี้ไม่มีสักครั้งที่หลานสาวคนนี้จะขัดใจหล่อนได้ สุดท้ายกัตติกาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วถามกลับ...แต่เป็นคำถามที่เมษาฟังแล้วรับรู้ได้ทันทีว่ามันคือคำตอบของคนเป็นหลาน

“สรุปว่ายังไงไก่ก็ต้องแต่งงานกับอีตาเทวดานี่ใช่ไหมคะ?”


อย่างนี้จะสามารถเรียกว่ามีสามีโดยประมาทจะได้ไหมนะ...กัตติกาคิดในใจอย่างแสนเซ็ง


********************************


แล้วสรุปหลังจากนั้นทั้งเทวาและกัตติกาก็ต้องตกกระไดพลอยโจนแต่งงานกันจนได้ด้วยฝีปากของบรรดาผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ที่ทั้งกล่อมทั้งขู่ให้ลูกและหลานของตนเองยอมแต่งงานกัน ท่ามกลางความดีใจจนแทบจะออกนอกหน้าของวารีและเมษาที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานแม้จะจับคู่ผิดไปบ้างแต่ไหนๆผลลัพธ์ที่ออกมามันก็ไม่ต่างกันนั่นก็คือการที่หล่อนและเพื่อนสนิทได้กลายมาเป็นญาติกันจริงๆเสียทีก็สัมฤทธิผล แล้วจะกังวลไปทำไมให้เสียเวลา...

ตลอดเวลาของพิธีที่เหลือ...ใครๆต่างก็สังเกตเห็นถึงใบหน้าที่เรียบเฉยของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ดีนะที่งานนี้ทั้งเทวินทร์และกานต์กมลไม่ได้ส่งข่าวบอกเพื่อนฝูง มิฉะนั้นงานแต่งตบตาแขกคนอื่นๆนั้นคงจะล้มเหลวตั้งแต่ก้าวแรกเสียแล้วก็เป็นได้


และแล้วเวลาของความทรมานก็สิ้นสุด...ในตอนนี้ทั้งเทวาและกัตติกาต่างก็มาอยู่ในห้องที่เมื่อไม่กี่วันมันคือห้องที่เตรียมเป็นห้องหอให้เทวินทร์ หากบัดนี้คนที่ได้ใช้ห้องนั้นคือเขาเองเสียนี่!

รู้อย่างนี้เขาไม่น่าหัวเราะเยาะไอ้วินมันเลยตอนที่แม่บอกว่าจะให้มันแต่งงาน
เทวาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาตัวนุ่มที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทิ้งให้เจ้าสาวของเขาต้องยืนเคว้งอยู่กลางห้องโดยไม่สนใจ หลังจากที่บรรดาผู้ใหญ่นั้นเพิ่งออกจากห้องไปไม่ถึงห้านาทีดีหลังจากให้พรก่อนเข้าหอเสร็จ ทั้งที่ตอนนั่งฟังเทวาอยากจะตะโกนออกมาให้ได้รับรู้กันว่าเขาไม่ได้ต้องการ

ไม่ได้อยากแต่งงานโว้ย!


กัตติกาปรายตามองใบหน้าคมคายของเจ้าบ่าวเห็นท่าทางเฉยชาของเขาก็ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น...แล้วตัดสินใจหันไปมองทางตู้เสื้อผ้า เปิดตู้ออกมาแล้วพบว่าข้าวของส่วนหนึ่งของหล่อนอยู่ในตู้เรียบร้อยอารมณ์ก็ยิ่งขุ่นมัวมากยิ่งขึ้น จัดการหยิบเอาผ้าเช็ดตัวและชุดนอนออกมา นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ป้าหล่อนจัดการได้อย่างรวดเร็วเหลือเกิน...สงสัยอยากจะขับไล่ไสส่งหลานสาวคนนี้เต็มแก่ล่ะสิ!

หญิงสาวคิดแล้วทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เหยียบย่างเข้าไปจู่ๆร่างของคนเป็นเจ้าบ่าวก็วิ่งแซงหน้าหล่อนขึ้นมาแล้วชิงเข้าห้องน้ำตัดหน้าหล่อน!...และอะไรก็ไม่ร้ายเท่ากับร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีขาวเต็มยศของเจ้าบ่าวของหล่อนนั้นฉวยเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่หล่อนถืออยู่ไปเสียดื้อๆ!

ไอ้บ้า...ไอ้คนทุเรศ!

นี่เหรอเด็กดีของป้าเม...โกหก! โกหกชัดๆ...

กัตติกาได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อหล่อนตั้งสติได้ศึกชิงห้องน้ำจึงบังเกิดขึ้น...


ปังๆ ปัง!


“ออกมาเดี๋ยวนี้นะคุณเทวา...” กัตติกาทุบประตูห้องน้ำอย่างแรง โดยไม่กลัวว่าเสียงโครมครามจะดังออกไปถึงข้างนอก “ออกมา!”

แล้วประตูก็เปิดแง้มออกมาตามคำเรียกของหญิงสาว แต่ที่น่าเจ็บใจคือร่างสูงนั้นดันอยู่ในสภาพที่เสื้อนั้นกระดุมถูกปลดออกมาแล้วทุกเม็ดเผยให้เห็นอกกว้างและหน้าท้องแบนราบ...กรี๊ด นั่นมันซิกแพคชัดๆ! กัตติกาตาโตจ้องมองชายหนุ่ม ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอจ้อง(ซิกแพค)ก็เมื่อเขาทำท่าบีบเนื้อบีบตัวแล้วรีบคว้าสาปเสื้อที่เปิดอ้าให้มันกระชับเข้ามาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจ้องเขาตาค้าง

บ้าเอ้ย...อีตานี่ทำท่าเหมือนหล่อนจ้องจะข่มขืนเขาชัดๆ!

“นี่คุณ ไม่ต้องมาทำท่าเหมือนฉันจะข่มขืนคุณเลยนะ!” กัตติกาแหวออกมาอย่างอดไม่ไหว ใบหน้าสวยแดงก่ำ...ด้วยแผงอกตรงหน้าหรือท่าทางกวนโทสะของผู้ชายตรงหน้าก็สุดรู้... “มารยาทคุณทรามมากกก...” หญิงสาวเน้นคำว่า ‘มาก’ เป็นพิเศษ “...คุณเทวา ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังจะเข้าห้องน้ำ แต่คุณวิ่งมาตัดหน้าฉันก่อนนี่นะ”

“แล้วไง?”
เทวายกแขนข้างหนึ่งขึ้นค้ำกรอบประตูห้องน้ำแล้วตอบหญิงสาวด้วยสีหน้าเฉยเมย...แต่เป็นสีหน้าที่กัตติกาเห็นแล้วอยากจะหาอะไรมาทุ่มใส่หัวเขาเหลือเกิน


“แล้วไงอย่างนั้นเหรอคุณเทวา...คุณแย่งฉันเข้าห้องน้ำแล้วมาถามว่าแล้วไงนี่นะ?” แล้วที่สำคัญอีตานี่ยังฉวยผ้าเช็ดตัวหล่อนไปใช้ด้วย!

ทุเรศที่สุด!

“อืม...”

“ฮึ่ย” กัตติการ้องออกมาอย่างทนไม่ไหว วันนี้หล่อนเหนื่อยมามากพอแล้ว ทำไมหล่อนต้องมาทะเลาะกับอีตาบ้านี่ด้วยนะ! “ก็มันทุเรศมากๆยังไงล่ะ คุณนี่นอกจากจะมารยาทแย่แล้วนิสัยยังแย่อีก!” หล่อนตะโกนใส่หน้าเขา แต่สิ่งที่เทวาทำกลับมีเพียงยกมือขึ้นปิดหูด้วยสีหน้าเฉยๆเช่นเดิม

ดวงตาคมดำจัดเป็นประกายขบขันยามเมื่อมองภาพใบหน้าสวยที่แดงก่ำด้วยความโมโหของหญิงสาวตรงหน้า ริมฝีปากบางสีสดของเขากระตุกเป็นรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปากก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหญิงสาวจ้องมองเขาตาขวาง

“งั้นเหรอ...” เทวาตอบกลับ แล้วชายหนุ่มก็รีบถอยเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วหลังจากที่พูดประโยคที่ทำให้กัตติกาแทบอยากจะโดดเข้าไปทึ้งผมเขาให้หมดหัวหากเทวาไม่ปิดประตูห้องน้ำใส่หน้าหล่อนเสียก่อน “แต่ที่นี่มันบ้านผม...ให้เจ้าของบ้านเข้าห้องน้ำก่อนมันก็ถูกต้องแล้วนะครับ...คุณผู้อาศัย”

“อ๊าย! นายเทวา...ไอ้คนบ้า...คนทุเรศ...ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ...ออกมา!”



***********************************



จบตอนที่ 2



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2554 14:02:04 น.
Counter : 300 Pageviews.

0 comment
ลุ้นรักชุลมุน - บทที่ 1 เจ้าบ่าวผิดฝา...เจ้าสาวผิดตัว! โดย รุ่งรัตนา(วินุตตา)
บทที่ 1 เจ้าบ่าวผิดฝา...เจ้าสาวผิดตัว!

เสียงเปียโนที่บรรเลงเพลง Bridal chorus ดังคลอในทุกจังหวะการเดินของหญิงสาว มือบางของหล่อนที่คล้องแขนกับญาติผู้ใหญ่ซึ่งในวันนี้ทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวแทนพ่อกับแม่ซึ่งจากไปนานแล้วเย็นเฉียบ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอยู่ตรงหน้าเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งวิตกกังวลและรู้สึกเหมือนกับจะสั่นได้ทุกเมื่ออย่างเห็นได้ชัด


ฝ่ามือถูกส่งต่อให้กับเจ้าบ่าว แล้วพิธีก็เริ่มต่อไปเรื่อยๆตามที่มันควรจะเป็น หากหญิงสาวกลับไม่ได้ใส่ใจมากนัก จนเวลาผ่านไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายซึ่งเป็นขั้นตอนที่หล่อนกังวลมากที่สุด


“บัดนี้พ่อขอประกาศว่าคนทั้งคู่ต่างเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์ เจ้าบ่าวเชิญจุมพิตเจ้าสาวได้”


สิ้นเสียงประกาศของบาทหลวงทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง ไม่นะ! เปิดผ้าคลุมหน้านี้ขึ้นมาเมื่อไหร่...เรื่องทุกอย่างจบเห่ที่ตรงนี้แน่ๆ!


หญิงสาวผงะถอยเมื่อมือหนาของเจ้าบ่าวยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวเห็นเจ้าบ่าวของเธอขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นกริยาของเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกใจเต้นแรง หญิงสาวรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะเธออายหรือตื่นเต้น หากแต่เป็นเพราะเธอกลัวมากกว่า


ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อมือหนาพยายามจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเธอขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวนั้นเอาแต่เบี่ยงศีรษะหลบตลอด


เจ้าบ่าวของงานรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเจ้าสาวของเขาถึงได้เอาแต่เล่นเจ้าล่อเจ้าเถิดกับเขาแบบนี้ ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจคว้ามือของหล่อนแล้วออกแรงดึงเจ้าสาวให้เข้ามาใกล้ หญิงสาวที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีนี้ถึงกับเซถลาปะทะกับอก แล้วชายหนุ่มก็ฉวยโอกาสนี้เปิดผ้าคลุมหน้าสีขาวขึ้นในที่สุด


ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าสาวชัดถนัดตา...ไม่ใช่ว่าเจ้าหล่อนไม่สวย เจ้าสาวของงานในวันนี้สวยมากในสายตาของเขา ใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตคู่นั้นที่บัดนี้กำลังมองเขาอย่างตื่นตระหนก จมูกโด่งพองาม และริมฝีปากที่ตอนนี้กำลังเผยอค้าง


ชายหนุ่มรีบดึงสติของตนเองกลับมาโดยเร็ว งานแต่งในวันนี้ผิดพลาด! ผิดพลาดทั้งหมด! หัวใจของเขาคิดอย่างลิงโลดและเบิกบาน ริมฝีปากหยักสวยของชายหนุ่มขยับเปล่งเสียงพูดออกมา หากเป็นคำพูดที่ทำให้เจ้าสาวถึงกับตาเหลือก


“เธอ! ไม่ใช่...อุ๊บ!”


คำพูดสุดท้ายกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อเจ้าสาวผู้อาจหาญนั้นตัดสินใจกระโดด ‘จูบปิดปาก’ เจ้าบ่าวของงาน แถมมือทั้งสองข้างของหล่อนยังกดศีรษะของเจ้าบ่าวที่พยายามขยับศีรษะหนีตรึงไว้แน่น ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่จ้องมองการกระทำที่สลับกันของคู่บ่าวสาวด้วยอาการตาค้าง


อู๊ววว!




++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



หลังจากนั้นทั้งเธอและเจ้าบ่าวก็แยกจากกัน หากก็ตรงมายังเป้าหมายเดียวกันคือโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานแต่งในช่วงเย็น ในขณะนี้หญิงสาวก็อยู่คนเดียวภายในห้องพักของโรงแรมที่เปิดเอาไว้ให้เธอใช้แต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงฉลองแต่งงานตอนเย็นอีกที ในระหว่างนั้นเจ้าสาวผู้เพิ่งขโมยจูบเจ้าบ่าวมาหมาดๆก็ได้แต่นั่งบิดมือของตนเองไปมา ตอนนี้หล่อนกำลังหวั่นวิตกและกำลังกลัว


หญิงสาวคิดถึงหน้าตาและคำพูดของเจ้าบ่าวที่แสดงออกมาทำให้เธอหวั่น...เขากำลังจะพูดอะไรออกมา? หรือเขารู้?


เป็นไปไม่ได้ ยัยกานต์ไม่เคยไปเจอเขาเลยสักครั้ง เหมือนๆกับที่เธอไม่เคยเจอเขา


แต่...ก็ไม่แน่


บางทีเขาอาจจะเห็นหน้ายัยกานต์จากรูปเหมือนที่เธอเห็นเขาจากรูปก็เป็นได้


โอ๊ย! ปวดหัว!


หญิงสาวยกมือกุมหัวตัวเอง เมื่อไหร่งานบ้าๆนี่จะผ่านไป แล้วเธอจะได้สารภาพความจริงทั้งหมดเสียที!


หากหญิงสาวก็ต้องเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างอวบของคุณป้าที่เคารพรักมาหยุดยืนตรงหน้าพร้อมกับทำหน้าเหยเก


“ยัยไก่...ตอนนี้ได้ฤกษ์จดทะเบียนสมรสแล้วลูก...”


คุณเมษาพูดในขณะที่หญิงสาวที่ได้ฟังรู้สึกเหมือนกับจะเป็นลม


++++++++++++++++++



ในเวลาเดียวกัน...สถานที่เดียวกัน...หากต่างกันเพียงห้องพักเท่านั้น


ชายหนุ่มที่ยังคงอยู่ในชุดทักซิโดสีขาวแม้จะผ่านพิธีภายในโบสถ์มาแล้วกำลังครุ่นคิดหนัก ภาพใบหน้าของเจ้าสาวที่เขาเห็นเต็มๆตาทำให้เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขาเข้าพิธีด้วยในวันนี้ไม่ใช่เจ้าสาวของงาน!


เขาต้องรีบไปบอกพวกผู้ใหญ่...ให้ยกเลิกการฉลองงานแต่งในตอนเย็นไปซะ!


ส่วนพิธีช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นช่างมัน...เพราะแขกเหรื่อที่มาส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคนสนิทของครอบครัวแต่ละฝ่าย แล้วคนก็ไม่เยอะมากเหมือนงานฉลองตอนเย็นที่เป็นข้ออ้างให้แม่บังคับเขาด้วย


สงสัยทางฝ่ายเจ้าสาวคงใช่วิธีเดียวกันในการแก้ปัญหาเป็นแน่...เขาคิด


ในเมื่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาวของงานต่างก็ไม่อยู่ทั้งคู่...งานก็สมควรยกเลิกได้แล้ว!


ชายหนุ่มทุบกำปั้นลงบนมืออีกข้างที่แบรับไว้ แล้วคลี่ยิ้มออกมาเมื่อคิดหาทางออกได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าความฝันของเขากำลังจะสลาย...


“ตาวา!”


เสียงเรียกชื่อเขาดังออกมาจากลำคอของมารดาที่เดินมาตามเขาพอดี ท่านรีบก้าวเข้ามาคว้าแขนเขาไว้แน่นแล้วลากเขาออกมาทันที


“ไปไหนครับแม่?”


ตาวาของคุณวารีร้องถามแม้ขาจะก้าวตามแต่โดยดีจนมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของเขา คุณวารียกมือขึ้นทำท่าจะผลักประตูเปิดเข้าไปยังห้องพักที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


“จดทะเบียนสมรส”


คุณวารีตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน แต่ชายหนุ่มแทบตากลับเมื่อได้ยินอย่างนั้น


“ไม่! ไม่จด!” เขาร้องออกมาทำให้คุณวารีชะงักมือ หญิงสูงวัยหันขวับมามองลูกชายตนเองทันที แต่ชายหนุ่มมาสนใจ “จดไม่ได้! แม่ไม่รู้เหรอว่ายัยนั่น...! ” ไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริง


“จดๆไปก่อนนะตาวา เดี๋ยวค่อยแก้ปัญหากันทีหลัง!”


คุณวารีเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่เขาจะทันพูดจบแล้วผลักประตูเปิดเข้าไปในทันที



++++++++++++++++



ในตอนนี้หญิงชายคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงคู่กัน เบื้องหน้าของทั้งคู่คือใบทะเบียนสมรสที่เพิ่งวางลงต่อหน้าพวกเขาเมื่อนาทีที่แล้ว เจ้าสาวจ้องมองใบทะเบียนสมรสตาแทบถลนด้วยไม่คิดว่าเธอจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์นี้...


จดทะเบียนสมรส!


ตายๆๆ เธอมีแต่ตายลูกเดียวหากใครจับได้...ตายแน่ๆ...


หญิงสาวคร่ำครวญในอก มือเล็กชื้นเหงื่อจนเธอรู้สึกได้ หญิงสาวหันไปมองใบหน้าซีดขาวของคนเป็นป้าด้วยสายตาอ้อนวอน...อ้อนวอนขอให้ท่านเลิกล้มความคิดที่จะให้เธอแต่งงานแทนยัยกานต์ลงเสียที...


แกกลับมาเมื่อไหร่นะยัยกานต์...แกตาย!


หญิงสาวคิด โดยที่เธอไม่ทันสังเกตว่าเจ้าบ่าวที่นั่งอยู่ข้างๆเธอก็หันไปมองใบหน้าของบิดามารดาที่ทำหน้าหนักใจ ชายหนุ่มก็ได้แต่หันกลับมามองทะเบียนสมรสที่อยู่ตรงหน้าตามเดิม


บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ ตรงหน้าพวกเขาคือเจ้าหน้าที่ซึ่งพ่อกับแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นติดต่อมา แล้วพลันคู่บ่าวสาวก็ถอนหายใจเฮือกออกมาพร้อมกัน...ตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในห้อง ทั้งสองคนต่างไม่มองหน้ากันสักนิด ผิดปกติวิสัยของคนที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา...ด้วยรู้ดีถึงชนักที่ติดหลังของแต่ละคน


ชายหนุ่มตัดสินใจดึงใบทะเบียนสมรสมาเซ็นปราดๆให้มันจบๆลงไป เช่นเดียวกับเจ้าสาวที่นั่งข้างกายที่ดึงใบทะเบียนสมรสมาเซ็นโดยที่ไม่มองมันด้วยซ้ำเช่นเดียวกัน


ริมฝีปากของคนเป็นเจ้าสาวขบเม้มแน่นยามเมื่อผลักกระดาษตรงหน้าของเธอไปให้คนที่นั่งข้างๆ เช่นเดียวกับเจ้าบ่าวที่ทำอย่างเดียวกัน แล้วทั้งคู่ก็รับมาเซ็นปราดๆพร้อมๆกัน และเมื่อเซ็นเสร็จถึงได้ก้มลงมองไอ้สิ่งที่ตัวเองเขียนชื่อลงไป


ในขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังก้มหน้ามองทะเบียนสมรสของตนเองนั้น บรรยากาศที่เงียบกริบเพราะบรรดาผู้ใหญ่อีกสี่คนที่อยู่ในห้อง ก็ทำหน้าต่างอยากจะกลั้นใจตายไปพร้อมๆกัน เว้นเสียแต่คุณเทวัญที่ตอนแรกอยากจะห้ามและบอกความจริงกับคุณเมษาไป เสียแต่คุณวารีผู้เป็นภรรยาถลึงตามองปรามเลยทำให้เขาได้แต่เก็บปากเงียบ


ทางด้านคุณเมษาก็เช่นกัน เธอลืมคิดไปเสียสนิทเลยว่าวันนี้กานต์กมลต้องจดทะเบียนสมรสด้วย จะเอ่ยปากบอกความจริงให้คุณวารีกับคุณเทวัญฟังก็ไม่กล้า เลยจำต้องปล่อยให้หลานสาวของเธอทำหน้าที่นั้นไปก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยหาทางรอดทีหลัง


แล้วในขณะที่ทางผู้ใหญ่กำลังคิดหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า คนสองคนที่กลายเป็นสามีภรรยากันโดยทางนิตินัยแล้วต่างทำตาโตแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเสียได้ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่แทบอยากจะเอาหน้าไปแนบดูกับทะเบียนสมรสให้มันเห็นชัดๆตาไปเสียเลย!


ถ้าเธอแกะลายมือนั้นอ่านไม่ผิด มันเขียนว่า...


เทวา วิริยะสกุล


เทวาอย่างนั้นเหรอ? ทำไมไม่ใช่เทวินทร์ล่ะ


และในระหว่างที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าวก็จ้องมองลายเซ็นของเจ้าสาวนิ่งเช่นกัน


“เทวา...วิริยะสกุล”


“กัตติกา...ดารารัตน์”


เสียงของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมๆกัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที หญิงสาวและชายหนุ่มชี้หน้ากันและกันแล้วตะโกนออกมาดังลั่น...พร้อมกัน


“เธอไม่ใช่เจ้าสาวนี่!”


“นายไม่ใช่เจ้าบ่าวนี่!”




++++++++++++++++++

จบตอนที่ 1




Create Date : 31 ตุลาคม 2553
Last Update : 31 ตุลาคม 2553 21:00:01 น.
Counter : 269 Pageviews.

1 comment
ลุ้นรักชุลมุน - บทนำ
ลุ้นรักชุลมุน
โดย...รุ่งรัตนา




บทนำ




ในห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าว...

ใบหน้าของคนสามคนที่อยู่ภายในห้องต่างซีดเผือดลงโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในอาภรณ์หรูหราที่เป็นคนถือจดหมายหรือจะเรียกให้ถูกคือแผ่นกระดาษที่มีข้อความเพียงบรรทัดเดียว แต่เป็นบรรทัดเดียวที่ทำให้คนถือนั้นถึงกับรู้สึกจะเป็นลม


คุณแม่ครับ
ขอโทษด้วยที่ผมไม่สามารถฝืนใจแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รักได้ หวังว่าคุณแม่จะให้อภัยในสิ่งที่ผมตัดสินใจทำ
เทวินทร์


“ตายๆ ตาย! โอ๊ย! น้องล่ะอยากจะเป็นลมจริงๆนะคะคุณพี่! นายวินมันทำแบบนี้ได้ยังไงกั๊น!!”

คุณวารีกรีดเสียงร้องถามคนเป็นสามี แล้วยกมืออวบอูมของเธอทาบอก ร่างอวบทำท่าโงนเงนราวกับจะเป็นลมดังที่ปากพูดทำให้คุณเทวัญ ที่ยืนอยู่ข้างๆคุณวารีรีบเข้าไปประคองร่างของภรรยาอย่างรวดเร็ว

“ใจเย็นๆก่อนน้ำ”

“คุณพี่คะ! คุณพี่จะให้น้องใจเย็นได้ยังไงกัน นายวิน...นายวิน มันทำ...มัน...โฮ...”

จบคำพูดคุณวารีก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่นพลางตบลงบนอกของตนเองพลางร้องคร่ำครวญถึงชื่อเสียงที่กำลังจะป่นปี้หากว่าแขกเหรื่อที่กำลังรออยู่ภายนอกรับรู้ว่าเจ้าบ่าวของงานในคืนนี้...หนีไปแล้ว

โฮ...เธอล่ะอยากจะกลั้นใจตายเสียจริงๆ! ลูกหนอลูก...ทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไรกัน...

“แล้วอย่างนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะคะพี่น้ำ ตาวินเล่นหนีไปดื้อๆแบบนี้น่าตีจริงๆเชียว” คุณวารินพูดขึ้นในขณะที่มือก็โบกเจ้ากระดาษที่พ่อหลานชายตัวดีของเธอทิ้งข้อความบอกทุกๆคนไว้นั่นแหละโบกพัดให้กับพี่สาวที่ตอนนี้ยืนทำตาปรือทำท่าจะเป็นลมแหล่มิเป็นลมแหล่ภายในอ้อมแขนของคุณเทวัญ “แล้วนี่อะไรกัน! ถ้าไม่รักไม่ชอบหนูกานต์ทำไมไม่บอกเสียตั้งแต่แรกๆ...นี่อาร๊าย! ทำท่ายอมมาตลอดแล้วจู่ๆเล่นหนีไปเฉยเลยแบบนี้ แล้วทีนี้พี่น้ำจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ!”

“โฮ!”

ยิ่งได้ฟังคำพูดของน้องสาวคุณวารียิ่งร้องเสียงดังมากยิ่งขึ้นร้อนถึงคุณเทวัญที่ทำหน้าที่ปลอบคนเป็นภรรยาให้ใจเย็นลง ในขณะที่ปรายตาไปมองคุณวารินที่ยืนข้างๆกัน คิ้วเรียวที่กันอย่างดีของเธอขมวดเป็นปมในขณะที่มือก็พัดเจ้ากระดาษให้กับภรรยาของเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจนักที่พูดให้คุณวารีคร่ำครวญมากขึ้นกว่าเดิม

“พี่ว่าน้ำหยุดร้องไห้ก่อนดีกว่าแล้วรีบมาช่วยกันคิดแก้ปัญหาก่อน”

“เอ๊ะ! นี่คุณพี่ว่าน้องเหรอคะ?”

คุณวารีที่ทำท่าจะเป็นลมถามสามีเสียงเขียว หมดสภาพคนเป็นลมในทันที

“พี่ก็บอกให้เธอเลิกร้องคร่ำครวญแล้วมาช่วยกันแก้ปัญหากันดีกว่าน่ะสิ”

“ดู๊! ดูนะฝน ดูพี่เขยของเธอมาหาว่าพี่เป็นตัวถ่วงปัญหา...” คุณวารีหันไปพูดเป็นเชิงฟ้องกับน้องสาวทำให้คุณเทวัญได้แต่ถอนหายใจเฮือกออกมาอย่างไม่ปิดบังและนั่นยิ่งทำให้คุณวารีรู้สึกเหมือนถูกว่าทางอ้อม “นั่นๆ ถอนหายใจด้วย...พี่เขยเธอถอนหายใจด้วยนะยัยฝน!”

“หยุดโวยได้แล้วน่าน้ำ” คุณเทวัญพูดในขณะที่ดึงตัวคุณวารีที่กำลังเกาะแขนคนเป็นน้องสาวแล้วฟ้องออกมา แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอะไรออกมาต่อ ประตูของห้องพักที่พวกเขาจองเอาไว้ให้เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าวก็เปิดออก

ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสีดำสนิทแนบไปกับลำตัวขับให้คนใส่ดูดีถึงดีมาก แล้วยิ่งประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาดั่งพระเจ้าบรรจงสร้างไม่ว่าจะเป็น จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบเหมือนริมฝีปากของผู้หญิง คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาคมสีดำสนิททำให้บุคคลทั้งสามในห้องต่างหยุดถกเถียงกันทันทีแล้วจ้องผู้มาใหม่เป็นตาเดียว

“คุณพ่อ...คุณแม่...น้าฝน มองผมทำไมเหรอครับ?”

“...”

ไม่มีคำตอบหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของบุคคลที่ถูกเรียก แต่ทุกๆคนต่างก็หันไปสบตากันอย่างมีเลศนัยเว้นแต่ผู้มาใหม่เท่านั้นที่ได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยสายตางุนงง

แล้วนี่นายวินมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนนะ! ตอนนี้ก็ใกล้จะเริ่มงานแล้วด้วย

ชายหนุ่มคิดในขณะที่สอดส่ายสายตามองหาคนที่เป็นเจ้าบ่าวของงานในวันนี้ไปด้วย

“น้องว่าเรารอดตายแล้วนะคะพี่น้ำ...คุณพี่เขย”

คุณวารินพูดขึ้นมา ในขณะที่พี่น้ำและคุณพี่เขยต่างพนักหน้ารับแล้วทุกๆสายตาก็หันขวับไปมองคนที่อายุน้อยที่สุดโดยพร้อมเพรียง ทำเอาคนถูกมองอดที่จะสะดุ้งไม่ได้

คุณวารีปราดเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว ตามด้วยคุณวารินที่ตามติดมาอย่างกระชั้นชิด สายตาของหญิงวัยกลางคนทั้งสองที่เอาแต่มองเขาอย่างประเมินทำให้ชายหนุ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างไรพิกล เขาหันไปสบตากับผู้เป็นบิดาก็เห็นว่าท่านมองเขาเขม็งด้วยสายตาครุ่นคิดเช่นกัน

“น้องว่าตาวาขาวกว่าตาวินนะคะพี่น้ำ”

“แต่พี่ว่าแค่ใบหน้าเหมือนกันนี่ก็ใช่ได้แล้วนะฝน”

“งั้นคงพอกล้อมแกล้มไปได้ล่ะค่ะคุณพี่อีกอย่างเขาคงไม่สักเกตหรอกมั้งคะว่านายวินมีผิวขาวมากกว่าปกติ”

“พี่ก็ว่าอย่างนั้น”

คุณวารีพยักหน้าหงึกในขณะที่มือก็พลิกใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังถูกดูตัวอย่างพินิจพิจารณาไปด้วย

“ตาวา...”

คุณวารีเรียกชื่อเขาออกมาในที่สุด

“อะไรครับแม่”

“แม่วานอะไรหน่อยสิ”

“อะไรครับ”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกเสียวสันหลังอย่างไรชอบกล...

“ช่วยเป็นเจ้าบ่าวแทนนายวินที...”

“หา!”



++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ในห้องแต่งตัวของเจ้าสาว...


คุณแม่คะ...
กานต์ขอโทษที่ไม่อาจแต่งงานกับคุณเทวินทร์ได้ กานต์ไม่ได้รักเขา
หวังว่าแม่จะให้อภัยกานต์นะคะ
กานต์กมล




“โอย...ฉันจะเป็นลม”

หลังจากที่อ่านจบคุณเมษาร้องขึ้นแล้วพลันร่างของเธอก็ซวนเซไปมา จนหลานสาวที่ยืนหน้าซีดไม่แพ้กันรีบปรี่เข้ามาประคองอย่างรวดเร็ว

“ใจเย็นๆนะคะคุณป้า”

หญิงสาวพูดพลางพยุงร่างที่อวบของคนเป็นป้าให้ไปทรุดนั่งที่เก้าอี้อย่างทุลักทุเล

“จะให้ป้าใจเย็นได้ยังไงยัยไก่! หมดๆ หมดกัน...ป้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน มีลูกสาวกับเขาคนเดียวแล้วมาทำงามหน้านัก!”

คุณเมษาคร่ำครวญในขณะที่มือข้างหนึ่งที่มีกระดาษจดหมายของกานต์กมล ลูกสาวคนเดียวทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ก่อนที่เจ้าตัวจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...ในวันแต่งงานของตัวเอง!

“ถ้ามันไม่เต็มใจตั้งแต่แรกทำไมมันไม่มาบอกฉัน!”

“เอ่อ...ไก่ว่าเรารีบไปบอกคุณป้าวารีกับคุณลุงเทวัญดีกว่านะคะ”

คุณเมษาที่ได้ยินคำแนะนำของหลานสาวก็ได้แต่ร้องค้านเสียงดัง

“ต๊าย! ไม่ได้ๆ ยังไงก็ไม่ได้นะยัยไก่! ถ้าไปบอกอย่างนั้นยัยน้ำต้องเอาป้าตายแน่ๆ แล้วไหนจะแขกเหรื่อที่รออยู่ข้างนอกอีกล่ะ โอย...แค่คิดป้าก็อยากจะตายแล้วยัยไก่”

“ถ้าไม่บอกคุณลุงเทวัญคุณป้าวารี แล้วคุณป้าจะทำยังไงล่ะคะ”

“เฮ้อ...” คุณเมษาถอนหายใจยาวพลางหลับตานิ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วสปริงตัวนั่งหลังตรงอย่างรวดเร็วหมดคราบคนกำลังจะเป็นลมจนกัตติการู้สึกทึ่ง

“ยัยไก่!”

คุณเมษาเรียกชื่อหลานสาวออกมาดังลั่น จนคนถูกเรียกถึงกับสะดุ้ง

“อะไรคะคุณป้า?”

“เรานั่นแหละ...เราต้องช่วยป้านะ”

“ช่วยอะไรคะ?”

“ช่วยเป็นเจ้าสาวแทนยัยกานต์ที!”

“อะไรนะคะ?!!”




+++++++++++++++++++
จบบทนำ
และเป็นบทนำชุดเดียวกันกับชุลมุนลุ้นรักค่ะ อิอิ
เนื่องจากทุกอย่างเริ่มต้นที่นี่ จะไม่ลงก็กลัวจำเนื้อหาไม่ได้
งั้นก็ ลงซะเลย อิอิ






Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 3 กันยายน 2553 12:07:46 น.
Counter : 212 Pageviews.

0 comment

Valentine's Month



การิ๋งกิ๋งกิ๋ง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังน้อยของธีรตี - พิรฏาค่ะ ^^
ผ่านไปผ่านมาแวะทักทายกันได้นะคะ



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม
New Comments
Group Blog