พิรุณลายไฟ ตอนที่ 1
พิรุณลายไฟ
ตอนที่ 1

เฮือก!


ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มือบางข้างหนึ่งยกขึ้นมาทาบอก ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ด้วยฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอนมาตลอดสองปีที่ผ่านมา มือเรียวเสยผมยาวของตนที่ตกลงมาปรกใบหน้าให้ขึ้นไปเผยให้เห็นใบหน้าสวยที่ประกอบไปด้วยดวงตาโตคู่สวยที่หากเป็นเวลาปกติมันจะเป็นประกายระยิบระยับพราวพร่างราวกับดวงดาว จมูกโด่งพองามปลายเชิดรั้นที่บ่งบอกนิสัยดื้อรั้นของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี รับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ สิ่งที่เหล่านี้ต่างอยู่บนโครงหน้าเรียวเล็กรูปไข่ หากแต่ตอนนี้ใบหน้านั้นกลับพราวไปด้วยเหงื่อที่ซึมชื้นเต็มสองข้างขมับ ดวงตาคู่สวยนั้นราวกับดวงดาวที่หม่นแสง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นยามเมื่อคิดถึงความฝันที่ผ่านมาชั่วครู่...ความฝันซ้ำๆซากๆตลอดสองปีของเธอ!


แล้วก็เป็นความฝันที่เธอแน่ใจว่า...ผู้หญิงที่อยู่ในฝันนั้น...คือเธอ!


หญิงสาวสะบัดผ้าห่มนวมออกจากตัว...ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสวยดำขลับราวกับไหมชั้นดีนั้นแผ่กระจายเต็มแผ่นหลังบาง หญิงสาวพาร่างเล็กของตนเองลงจากเตียงขนาดไม่ใหญ่มากนักเข้าห้องน้ำไป


มือบางเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำตรงอ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำที่ไม่ได้กว้างมากนัก แล้วจัดการวักน้ำเย็นนั้นล้างหน้าของตนเองเพื่อหวังว่ามันจะสามารถล้างภาพฝันของเธอออกไปได้...หากหญิงสาวรู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรฝันนั้นก็ไม่จางหายไปจากใจเธอ!


บางครั้งเธอก็อยากจะเชื่อว่ามันนั้นเป็นเพียงภาพฝัน...หากจิตสำนึกที่ลึกลงไปนั้นเฝ้าบอกเธอว่าเรื่องที่เธอฝันนั้นคือเรื่องจริง


หรือภาพฝันเหล่านี้...จะสามารถไขอดีตที่หายไปของเธอได้?!


.....................................


อริสาทำงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการประธานบริษัทที่บริษัทแห่งนี้ได้เกือบปีแล้ว ชีวิตประจำวันของเธอไม่มีอะไรมากมายนัก นอกจากวันธรรมดาตื่นเช้ามาทำงาน พอถึงเวลาเย็นย่ำก็เลิกงาน ชีวิตของเธอไม่มีอะไรมากมาย ทุกวันนี้เธออาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่อยู่เพียงลำพัง บิดามารดาของเธอนั้นต่างเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ หญิงสาวมีน้องสาวฝาแฝดอยู่คนหนึ่งแต่ก็นานๆติดต่อกันที เพราะน้องสาวของเธอนั้นไปทำงานที่ต่างประเทศ ได้เจอหน้ากันครั้งสุดท้ายก็คือตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน และเพราะอุบัติเหตุนี้เองที่ทำให้ความทรงจำระหว่างสองปีนี้ของเธอขาดหายไป


หญิงสาวจำได้ว่าในวันนั้นพอลืมตาขึ้นมาเธอก็เห็นใบหน้าที่ราวกับพิมพ์เดียวกันกับใบหน้าของเธอ ดารกาน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอกลับบอกเธอเพียงสั้นๆว่าเธอได้รับอุบัติเหตุถูกรถชนสลบนานไปเป็นสัปดาห์และระหว่างนั้นเองที่ทางตำรวจได้ติดต่อไปหาน้องสาวของเธอที่ไปทำงานที่ฮ่องกง...ในตอนนั้นหญิงสาวพยายามรำลึกในสิ่งที่น้องสาวบอกแต่เธอกลับค้นพบว่า...ความทรงจำในช่วงสองปีที่ผ่านมาของเธอ ขาดหายไป!


หลายต่อหลายครั้งที่เคยพยายามรำลึกถึงความทรงจำเหล่านั้น หากสิ่งที่เธอได้รับทุกครั้งก็คืออาการปวดหัวจี๊ดทันทีจนแทบจะทนไม่ไหว และสิ่งต่อมาก็คือ...ความฝันซ้ำๆซากๆ ตลอดสองปี


ใจหนึ่งเธอก็อยากที่จะค้นหามัน...หากอีกใจก็บอกให้ตนเองปล่อยวางเรื่องความทรงจำที่ขาดหายไปได้แล้ว ทุกวันนี้ชีวิตของเธอก็มีความสุขดี...ไม่มีอะไรต้องทุกข์ร้อน แล้วเธอจะพยายามค้นหาความทรงจำเหล่านั้นไปทำไม?


อริสามาทำงานที่นี่ได้อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะครบปีแล้ว หญิงสาวลาออกจากที่เก่าเพราะเธอทนทำงานที่เดิมไม่ได้ หลายๆสาเหตุนั้นอาจจะมาจากการที่เธอนั้นไม่ใช่อริสาคนเดิมอีกต่อไป...


สิ่งดีๆสิ่งเดียวที่ทำให้เธอได้รู้จากการที่ความทรงจำสองปีที่ขาดหายไปนั้นคือการที่เธอไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอริสาที่แสนจะอ่อนแอให้คนอื่นรังแกเอาง่ายๆ หรือจะยอมใครได้ง่ายๆอีกต่อไป และนั่นเองที่ทำให้เธอทนพวกที่ทำงานเก่าไม่ไหวแล้วลาออกมาเสียเอง



“สาจ๊ะ...เดี๋ยวชงกาแฟแล้วนำเอาเข้าไปให้ท่านประธานด้วยนะจ๊ะ”


เสียงของพี่สุ หรือ สุนาริน เลขาสาววัยสี่สิบกว่าที่เธอทำงานเป็นผู้ช่วยดังขึ้น ทำให้อริสาที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานสรุปผลการประชุมประจำเดือนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับคนพูด ก่อนจะถามกลับด้วยความแปลกใจ


“ท่านประธานเหรอคะ?”


“ใช่จ๊ะ”


นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าแปลกใจสำหรับเธอ...อริสาทำงานที่บริษัทแห่งนี้จนอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะครบปี...แต่เธอไม่เคยได้เห็นประธานบริษัทของที่นี่...แม้เพียงสักครั้ง!


ดูเหมือนว่าเธอและท่านประธานที่ได้รับรู้จากคำเล่าลือของคนที่ทำงานที่บริษัทแห่งนี้ที่บอกว่าเขายังหนุ่ม แถมยังเป็นหนุ่มหล่อเสียด้วยจะคลาดกันตลอดเวลา...ในเวลาที่เขามาเธอมักจะมีเหตุไม่ได้อยู่ประจำที่เสียที แล้วพอโผล่ขึ้นมาทีไร เขาก็จะกลับไปก่อนเสียทุกครั้ง เพราะจะว่าไปบริษัทแห่งนี้เป็นเพียงบริษัทในเครือของตระกูลชางเท่านั้น ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ที่ส่วนมากท่านประธานจะอยู่ที่นั่นเสียมากกว่าเวลาที่ท่านมาใช้เวลาอยู่ที่ประเทศไทย


“นี่สาจะมีวาสนาได้พบกับท่านประธานแล้วเหรอคะพี่สุ...ชักตื่นเต้นแล้วสิคะ” อริสาส่งยิ้มทะเล้นไปให้กับสุนาริน สาวใหญ่จึงได้แต่หัวเราะกับกริยานั้นของหญิงสาว


“นั่นสินะ พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสากับคุณลีรอยด์ถึงได้คลาดกันตลอดทั้งที่สาก็ทำงานเป็นถึงผู้ช่วยของพี่” สุนารินปรารภอย่างขำขัน ก่อนจะไล่ให้ลูกน้องสาวรีบๆทำตามที่เธอสั่ง หากอริสายังไม่วายพูดทิ้งท้ายก่อนจะไปว่า


“นั่นสินะคะ...สาล่ะอยากเห็นตัวจริงของท่านประธานเหมือนกัน เคยเห็นแต่ในรูปเบลอๆของหนังสือพิมพ์กับได้ยินเขาร่ำลือกันว่าหล่อนักหนา...ขอเห็นเป็นบุญตาสักทีไม่ให้เสียชาติเกิดว่าทำงานกับท่านประธานที่หนุ่มและเนื้อหอมที่สุดแห่งปี...”


ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะกวนสุนารินหญิงสาวก็แผ่นแผล็วไปทำตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี ทิ้งให้สุนารินได้แต่มองเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างอริสาด้วยความเอ็นดู แม้บางครั้งอริสาจะดูขี้เล่นไปบ้าง หากเรื่องงานนั้นหญิงสาวทำได้ไม่มีที่ติเลย


............................................


“ว๊า! นี่สาพลาดไปอีกแล้วเหรอคะ?”


หญิงสาวร้องอย่างเสียดาย เมื่อเห็นว่าเวลาแค่ไม่ถึงห้านาทีที่เธอไปชงกาแฟนั้น เจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่เธอไม่เคยเห็นหน้านั้นก็ดันกลับไปเสียแล้ว...ว๊า นี่เธอพลาดอีกแล้วเหรอเนี่ย หญิงสาวได้แต่คิดอย่างเสียดาย ในขณะที่มือบางที่ถือแก้วกาแฟที่ไปชงมาให้เจ้านายที่บัดนี้กลายเป็นหมันไปเสียแล้วลงบนโต๊ะทำงานของสุนาริน


“นั่นสิจ๊ะ...เมื่อกี้ท่านประธานก็ออกมาบอกพี่ให้ส่งเอกสารไปให้ท่านที่สำนักงานใหญ่แทน แล้วรีบออกไปทันทีเลย”


“เฮ้อ!” อริสาถอนใจยาวแล้วแสร้งทำหน้าเสียดายสุดชีวิต “อดๆ อดอีกแล้ว เมื่อไหร่กันน้า...ที่สาจะมีวาสนาได้เห็นหนุ่มหล่อตัวเป็นๆเสียที”


“เลิกเพ้อแล้วก็ไปทำงานได้แล้วยัยสา”


สุนารินแสร้งทำเสียงดุ อริสาจึงหยิบถ้วยกาแฟที่เธอชงกลับไปนั่งดื่มที่โต๊ะของตัวเองเสียเอง ทิ้งให้สุนารินส่ายศีรษะน้อยๆด้วยความขบขัน


นั่นสินะ...ทำไมยัยสาถึงคลาดกับท่านประธานตลอดเวลากัน?


...................................................


19.30 น.


เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นหินอ่อนบนทางเดินนั้น แม้เสียงจะไม่ดังมากหากก็พอรู้ว่ามีใครอื่นที่นอกเหนือจากเธอกำลังเดินอยู่บนชั้นนี้ อริสาละมือจากคีบอร์ดคอมพิวเตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นมา แสงสว่างจากไฟที่เปิดทำให้เธอรับรู้ได้ว่าคนที่กำลังก้าวตรงมานั้น...เป็นผู้ชาย...


บุรุษผู้นั้นก้าวตรงมาหาเธออย่างไม่เร่งรีบ และทันทีที่เห็นใบหน้าของกันและกันอย่างชัดเจน...สีหน้าของคนทั้งคู่ต่างก็ตกอยู่ในอาการตะลึงงันในทันที


สำหรับอริสา...ดวงตาสีเทาคู่คมคู่นั้นที่ดูราวกับหมอกควันที่แสนลุ่มลึกน่าหลงใหลต่างหากที่ทำให้ชวนตะลึง...ดวงตาที่เหมือนกับดวงตาของคนในฝันที่ติดตรึงใจเธอตลอดสองปีที่ผ่านมา...ก่อนดวงตากลมโตของหญิงสาวจะกวาดมองไปทั่วดวงหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมสันนิ่งสนิทของเขาบัดนี้มีแววตาของตกใจอย่างปิดไม่มิด...ใบหน้าที่เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่ามันคือประติมากรรมชั้นยอดที่พระเจ้าบรรจงสรรค์สร้างอย่างที่สุด แล้วยิ่งประกอบกับร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทชั้นยอด...


หากมีใครมาบอกว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้คือเทพบุตรหาใช่คนไม่...อริสาพร้อมจะเชื่ออย่างสนิทใจ...



ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวที่มองตรงมายังเขาด้วยท่าทางซื่อๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมายังเขาทั้งสีหน้าและแววตานั้นมีแววตกตะลึงในทันทีที่เห็นใบหน้าของเขา...และแน่นอนว่า ‘เขา’ ก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่หลุดออกมาปากริมฝีปากหยักสวยของเขาก็คือ...


“อริสา...”


โปรดติดตามตอนต่อไป...



แหะๆ จบไปแว้วว สำหรับบทแรก
รู้สึกยังไงบอกกันสักนิดก็ดีนะคะ
กิ๊งไม่มั่นใจยังไงไม่รู้ เพราะรู้สึกว่าเรื่องงนี้
ชักออกอ่าวมากขึ้นเรื่อยๆ
ฮ่าๆๆๆ

แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไป
วินุตตา



Create Date : 31 มีนาคม 2552
Last Update : 31 มีนาคม 2552 16:52:42 น.
Counter : 208 Pageviews.

1 comment
พิรุณลายไฟ [บทนำ]
พิรุณลายไฟ


บทนำ


‘ผมรักคุณ’

เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบเอ่ยคำรักริมหูบอบบางทำเอาหญิงสาวร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเกิดอาการสะเทิ้นอาย มือขาวบอบบางทุบอกกว้างของเขาเบาๆ ในขณะที่คนพูดกับหัวเราะแล้วกอดกระชับร่างบาง จนใบหน้าของเธอแนบไปกับอกแข็งแรงของเขา

ตึกตึก...ตึกตึก

เสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เธอได้ยินมันเต้นรัว...ไม่ต่างจากหัวใจของเธอในขณะนี้ หญิงสาวคิดอย่างเขินอาย ก่อนจะเงยหน้าหวานละมุนตาของตนเองขึ้นสบกับดวงหน้าคมเข้มของเขา ชายหนุ่มยิ้มนิดๆที่เห็นร่างบางรีบหลบตาเขาไปทันที

‘คุณรักผมบ้างหรือเปล่า?’ เสียงทุ้มก้มลงมาพูดริมหูของเธออีกครั้งทำเอาหญิงสาวใบหน้าขึ้นสีจัดทันที พลางพยักหน้าหงึกๆเบาๆเป็นเชิงยอมรับ...ยอมรับว่าเธอก็รักเขา...เช่นกัน

‘ไม่เอา...ผมอยากได้ยินจากปากของคุณนี่’ เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน แต่คนในอ้อมแขนกลับส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอมพูด...แค่เธอพยักหน้ายอมรับนี่...เธอก็อายมากพอแล้ว

...เป็นผู้หญิง...บอกรักผู้ชาย...เขาจะไม่มองว่าเธอไร้ค่าหรือ?
อีกอย่าง...

ถ้าเขารู้ ‘เรื่องนั้น’ เขายังจะรักเธออยู่หรือเปล่า

ร่างบางคิดอย่างหงอยๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสลวยดำขลับดุจไหมชั้นดีที่เธอปล่อยยาวระแผ่นหลังบางกระจายไปมาตามแรงส่าย
ดวงตาคมเปล่งประกายวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกต มือหนาปล่อยร่างบางของหญิงสาวออกช้าๆ เมื่อเขาคิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้

‘ใช่สินะ...ผมลืมไป...คุณคงไม่ได้...’ คำพูดของเขาขาดหายไปทันที เมื่อมือบางเอื้อมมาปิดปากเขา ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อชายหนุ่มตรงหน้า
‘อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ...ขอให้คุณรู้ไว้’ หญิงสาวหลบตาเขาพลางพูดออกมา ‘หัวใจของฉันมันเป็นของคุณ’

ดวงตาคมของชายหนุ่มทอประกายวาววับกับพูดที่ยิ่งกว่าคำบอกรักของหญิงสาว มือหนาเอื้อมไปปลดมือบางที่ปิดปากเขาออก ก่อนจะคว้าตัวหญิงสาวมาแนบกับลำตัวแข็งแกร่งในขณะที่ใบหน้าคมก็โน้มลงใบแล้วประกบกับริมฝีปากบางหวานล้ำของเธอ

ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับปฏิกิริยาของหญิงสาว แต่สิ่งที่มันท่วมท้นในใจเขากลับมีมากกว่า

ผู้หญิงทรยศ!!!

ร่างบางที่เพียรพยายามผลักชายหนุ่มออกไปแต่เขากลับตรึงท้ายทอยเธอเอาไว้แน่น แต่แล้วอยู่ๆเขากลับผละออกไป แวบหนึ่งในห้วงคิดเธอกลับรู้สึกเสียดาย...แต่

ความเจ็บปวดที่มันแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอนี่...มันคืออะไรกัน?!!!
หญิงสาวคิดในขณะที่มองใบหน้าของเขานิ่ง ดวงตาฉายแววงุนงง สับสน และไม่เข้าใจ ในขณะที่กลิ่นคาวของเลือดเริ่มคละคลุ้งขึ้นมากยิ่งขึ้น
ทำไม...คุณ...ทำแบบนี้...ทำไม?

สิ่งที่สื่อออกมาจากแววตาของหญิงสาวที่ทรุดตัวลงกับพื้นมองใบหน้าคมเข้มที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร...หากตอนนี้ ใบหน้านี้กลับกลายเป็น...ซาตาน
ดวงตาสีเทาคู่คมของเขาฉายแววกระด้าง เย็นชา ในขณะที่เธอก็สบตาเขาอย่างไม่เข้าใจ มือขาวบางกุมแผลบริเวณหน้าอกข้างซ้ายของเธอที่ยังมีมีดเล่มบางปักคาอกเธออยู่!!!

มือหนาของเขาไล้ใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของเธอเบาๆ

‘ถึงผมจะรักคุณมากแค่ไหน...ผมก็ไม่เก็บคนทรยศเอาไว้หรอกนะอริสา!’
มือหนาเปลี่ยนมาเป็นบีบคางหญิงสาวไว้แน่นก่อนจะสะบัดหน้าของหญิงสาวออกไป

‘ผมรักคุณ’ ชายหนุ่มกระซิบริมหูบอบบางของเธอ...แต่น้ำเสียงของเขากลับบ่งบอกว่า...เขา...เกลียดเธอยิ่งสิ่งใด!

บัดนี้...คำบอกรักของเขาไม่หวานหูอีกต่อไป มันมีแต่ความเย้ยหยันเข้ามาแทนที มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมไปกระชากมีดเล่มบางที่ปักอกของเธอออกมา ทำเอาเลือดสีแดงยิ่งไหลทะลักออกจากปากแผลมากยิ่งขึ้น เลือดสีแดงไหลออกมามากจนย้อมให้เสื้อสีขาวของเธอกลายเป็นสีแดง...สีเลือด
ไม่นะ...ไม่!!!

สิ่งสุดท้ายที่เธอจะสื่อไปถึงเขาก่อนที่เขาจะลงมือ

ทำไม..ทำไม?

ดวงตากลมโตเบิกมาเขากว้างอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ลมหายใจของเธอ

เริ่มแผ่วลง...ทุกที...ทุกที

เธอไม่ได้...ทรยศ!!!

เขา...เขา

เขา...ฆ่า...เธอ?

ทำไม?




(โปรดติดตามตอนต่อไป)
++++++++++++++++++++++++++++

เอาเรื่องใหม่มาฝากค่ะ TOT
เรื่อง ลิขิตฯ คงไม่ได้ไปอัพแล้ว เพราะว่าเรื่องนั้นปกออกไปแล้วค่ะ
แหะๆๆ ยังไงๆ ก็มาอ่านเรื่องนี้แทนกันนะคะ
ลุ้นกันต่อไปว่าอะไรเป็นอะไร 555+

แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
วินุตตา
1/12552




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 22:37:41 น.
Counter : 227 Pageviews.

0 comment

Valentine's Month



การิ๋งกิ๋งกิ๋ง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังน้อยของธีรตี - พิรฏาค่ะ ^^
ผ่านไปผ่านมาแวะทักทายกันได้นะคะ



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม
New Comments
Group Blog