เล่ห์รัก..กลเสน่หา บทที่ 3 100%




‘คนที่กำลังจะมีพี่เลี้ยง’ กลับนั่งทำหน้ายุ่งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของหล่อนดังเป็นรอบที่สิบกว่าแล้วในรอบไม่ถึงห้านาที เมื่อปลายสายนั้นเห็นว่าหล่อนไม่มีท่าทีรับโทรศัพท์นั้น

หญิงสาวจ้องมองหน้าจอที่โชว์เบอรไม่พึงปรารถนาที่โทรเข้ามาทุกวัน...และหล่อนก็ไม่ยอมรับสายของเขามาโดยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนกัน

รุต...คุณปล่อยให้เรื่องของเรากลายเป็นอดีตจะได้มั้ย?...เพราะฉันไม่อยากจะเจ็บอีกต่อไปแล้ว...

...ไม่อยาก....อีกแล้ว...

หญิงสาวหลับตาลงในขณะที่มือบางตัดสินใจกดตัดสายเขาและจัดการปิดมือถือของตัวเองทันที






“โธ่โว้ย!”

ร่างสูงที่อยู่ในชุดนอนลายทางสีเทาได้แต่สบถลั่นเมื่อครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่หล่อนเอาแต่ปิดโทรศัพท์หนีเขา

วรุตปิดประตูระเบียงเสียงดังลั่นก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้างแล้วโยนโทรศัพท์ไปข้างหลังโดยไม่สนใจว่ามันจะอยู่ในสภาพไหน

หนึ่งเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาเหมือนเป็นบ้า...ตื่นขึ้นมาก็มีเวณิกานอนเคียงข้าง...ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่แน่ใจตัวเองด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรไปหรือเปล่า และสุดท้ายคือการที่เขาและศศินาต้องเลิกกัน!

คิดมาถึงตรงนี้แล้ววรุตก็ได้แต่รู้สึกใจหาย...ไม่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมเด็ดขาด...เขารักศศินาเกินกว่าจะปล่อยให้หล่อนเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ง่ายๆ

แต่เขาจะทำอะไรได้...ในเมื่อตอนนี้หล่อนไม่มีท่าทีจะฟังคำอธิบายต่างๆจากเขาเลย

ไปดักรอที่บ้านกับบริษัทก็ไม่เคยได้พบ...โทรหาไม่เคยรับ...ถึงขนาดดักรอเป็นวันๆก็ไม่เจอแม้แต่เงา ตั้งแต่วันนั้นหล่อนทำตัวเหมือนไม่เคยมีตัวตนสำหรับเขาเลยจนเขารู้สึกปวดใจและเสียใจไปหมด...สุดท้ายด้วยอารมณ์น้อยใจหล่อนเลยทำให้เขายอมตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับเวณิกาในที่สุดด้วยอยากจะรู้ว่าหล่อนจะ ‘กล้า’ มาเจอหน้าเขาในงานแต่งงานนี้มั้ย?

และแน่นอนว่าเขาได้รับรู้ว่าหล่อนกล้า!...แต่กลับเป็นเขาเสียอีกที่ยามเมื่อเห็นร่างบางเยื้องกรายเข้ามาในงานก็รู้สึกเหมือนจะขาดใจ

มันไม่มีวันเลยใช่มั้ยนา?...ไม่มีวันที่ผมจะได้กลับมารักคุณเหมือนเดิมใช่มั้ย?





“แม่คะ!!!”

เสียงเรียกหล่อนเสียงดังพร้อมกับเสียงเดินที่ไม่ได้ผ่อนฝีเท้าให้เบาสักนิดกระแทกปึกปังเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นทำให้มานิตารับรู้ได้ทันทีว่า ‘ใคร’ เป็นคนที่เรียกหล่อน

“มีอะไรยัยเว...เอะอะมาแต่เช้า” มานิตาบ่นพลางหันมามองลูกสาวที่ตอนนี้มาทรุดตัวนั่งตรงข้ามเธอเรียบร้อย “แล้วนี่ทำไมจู่ๆถึงมาหาแม่ได้?”

“ก็คุณรุตสิคะ!” หล่อนพูดกระแทกเสียงยามเมื่อคิดถึงคนที่กำลังจะกล่าวถึง “ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาแทบจะไม่มองหน้าเวสักครั้ง วันๆถ้าไม่ออกไปข้างนอกก็ขลุกอยู่แต่ในห้องทำงาน! น่าเบื่อที่สุด”

เวณิกาบอกกับมารดาเป็นเชิงฟ้อง หล่อนมีสีหน้าหงุดหงิดชัดเจนยามเมื่อพูดถึงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี

“เอาน่า ยัยเว...ทนๆเอาหน่อยลูก ผู้ชายแบบคุณวรุต หล่อรวยครบสูตรแบบนี้หาได้ที่ไหน? แล้วอีกอย่างเวก็รักเขาไม่ใช่เหรอ?”

“รักน่ะมันรักค่ะ!” หญิงสาวยอมรับก่อนจะพูดต่อว่า “แต่แม่จะให้เวทำยังไง เวทนไม่ได้ เขาไม่สนใจเวเลยเดี๋ยวนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนเขายังดีกับเวมากกว่านี้เลย!”

“คิดอะไรมากมายกันยัยเว แค่แกรักเขาแล้วแกก็ได้แต่งงานกับเขาแล้ว น่าจะพอใจได้แล้วนะ ส่วนเรื่องของยัยนา เชื่อแม่สิอีกสักพักคุณรุตก็จะตัดมันไปได้เอง เวลานี้ก็แกเอาใจเขาให้มากๆก็แล้วกัน”

มานิตาพูดเป็นสั่งในขณะที่คนฟังได้แต่พยายามพูดขัดขึ้นมา

“แต่แม่คะ...”

“ไม่มีแต่เว...แม่รู้ว่าแกรักคุณรุต ในเมื่อตอนนี้แกได้เขามาแล้วแกยังจะกังวลอะไรอีก...ไม่เอาละ อย่ามาบ่นเรื่องนี้ให้ฉันฟังอีกล่ะ”

พูดจบมานิตาก็ลุกขึ้นเดินหนีไปจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เวณิกามองตามน้ำตาคลอ

ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้หล่อนจะไม่ยอมร่วมมือกับแม่เด็ดขาด!

หญิงสาวคิดในใจแล้วสูดลมหายใจลึก ในตอนนี้หล่อนรู้สึกอึดอัดมากทั้งที่เพิ่งผ่านงานแต่งงานไปได้ไม่กี่วัน หรืออันที่จริงหล่อนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนลงโทษอย่างเจ็บแสบที่สุดจากพี่สาวของหล่อนต่างหาก

เพราะนับตั้งแต่วันนั้น ศศินาไม่เคยเข้ามาพูดคุยอะไรกับหล่อนอีกเลย พี่สาวของหล่อนทำเหมือนว่าทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นหล่อน วรุต หรือแม้กระทั่งมานิตาแม่ของหล่อนไม่มีตัวตน พี่นาเอาแต่เงียบไม่ตีโพยตีพายอะไรเลย มันทำให้หล่อนรู้สึกเจ็บเข้าไปถึงข้างในใจ...ที่ได้ชื่อว่าต้องมาแย่งผู้ชายคนเดียวกับพี่สาวตัวเอง

แต่จะให้หล่อนทำอย่างไรได้...หล่อนก็รักเขามากเกินกว่าที่จะเสียเขาไปเหมือนกัน

เวณิกาได้แต่หวังว่าสักวัน....สักวันวรุตจะหันมามองเห็นหล่อนอยู่ในสายตา....และหัวใจเขาแทนที่พี่นาได้...






23.30 น.

เวณิกาได้แต่ชะเง้อมองออกไปทางประตูบ้านทุกๆห้านาที ราวกับว่าถ้าหล่อนคลาดสายตาจากมันไป มนุษย์ต่างดาวจะบุกโลกเข้ามาและโผล่มายังตรงหน้าหล่อน

หากแต่เพราะไม่มีมนุษย์ต่างดาวบุกเข้ามาแถมพร้อมด้วยมนุษย์โลกที่หล่อนเฝ้ารอมาตั้งแต่หัวค่ำก็ยังไม่กลับบ้านมา ส่งผลให้หล่อนผุดลุกผุดนั่งด้วยอาการกระวนกระวายและหงุดหงิดใจอยู่คนเดียว

หญิงสาวลุกแล้วก็นั่งนั่งแล้วก็ลุกเป็นเวลากว่าชั่วโมง บุคคลที่หล่อนเฝ้ารอก็กลับมา หญิงสาวเลยแทบจะวิ่งถลาออกไปยืนรอเขาที่หน้าบ้านทันที

วรุตเดินเข้ามาภายในบ้านอย่างช้าๆราวกับว่าถ้าเขาก้าวย่างเดินช้าเท่าไหร่มันจะทำให้เขามีความสุขมากขึ้นเท่านั้น หากแต่หนทางย่อมมีที่สิ้นสุดและความสุขไม่ได้อยู่กับมนุษย์เสมอไปทำให้เขาต้องมาเผชิญหน้ากับภรรยาของเขาจนได้...เมียที่เขาไม่ต้องการ

ชายหนุ่มแอบถอนหายใจอย่างช้าๆ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เวณิกาจะอาละวาดออกมาด้วยเหตุผลที่เขาทำให้หล่อนต้องรอ ชายหนุ่มเบื่อหน่ายอย่างสุดแสนแต่ก็นิ่งเงียบเฉยเอาไว้แล้วเดินเบี่ยงตัวหลบเวณิกาเข้าไป

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เวณิการ้องออกมาพลางออกแรงยื้อยุดแขนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีให้หันมาพูดกับหล่อนให้รู้เรื่อง หล่อนทนไม่ไหวแล้วกับสิ่งที่เขาทำกับหล่อน ทั้งๆที่เพิ่งแต่งงานกันได้แค่สองสามวัน! เวณิกาคิดหล่อนสู้อุตส่าห์หาวิธีต่างๆนานามาสารพัดเพื่อจับเขาให้ได้ แต่เขาจะมาทำอย่างนี้กับหล่อนไม่ได้! และยิ่งคิดว่าเขาไปหาพี่สาวผู้แสนประเสริฐเลิศเลอของหล่อนแล้ว เวณิกายิ่งแทบจะกระอักเลือดตายเสียให้ได้

“คุณไปหาพี่นามาใช่มั้ย!” หญิงสาวถามด้วยเสียงอันดังตามระดับความกรุ่นโกรธที่มีอยู่ในตัว ในขณะที่วรุตได้แต่ออกแรงดึงมือหล่อนให้ปล่อยแขนเขาออกแล้วได้แต่ส่ายหัวไม่พูดอะไรกับหล่อนซักคำแล้วเดินผ่านหน้าหล่อนเข้าไปในบ้าน...ทำเหมือนหล่อนไม่มีตัวตน...

เวณิกาแทบเต้นเร่าด้วยความโมโหอย่างสุดขีด เขาทำอย่างนี้ได้ยังไง! ทำเหมือนหล่อนไม่มีตัวตนได้ยังไง! ว่าแล้วหญิงสาวก็ถลาไปปัดของที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อระบายอารมณ์โกรธให้เบาบางลง

เพล้ง!

เสียงแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาตัวนุ่มตกกระแทกพื้นหินอ่อนภายในห้องนั่งเล่นนี้ทันที ส่งผลให้บรรดาคนรับใช้ในบ้านวิ่งออกมาดูต้นกำเนิดเสียง

“ไป๊! ไปให้พ้น!!” หญิงสาวส่งเสียงไล่บรรดาพวกสอดรู้สอดเห็นทั้งหมดให้ไปพ้นรัศมีสายตาของหล่อนให้หมด พลางหอบหายใจแรงด้วยความโมโห

ไม่ได้! วรุตจะทำแบบนี้กับหล่อนไม่ได้! เขาจะกลับไปหาพี่นาที่หล่อนแสนเกลียดไม่ได้ เขาจะเห็นผู้หญิงคนนั้นดีกว่าหล่อนไม่ได้!!!

ทางฟากของวรุตเขาสามารถเดาออกได้ทันทีว่าหล่อนต้องอาละวาดแน่ หากแต่เมื่อได้ยินเสียงนั่นเขาก็แน่ใจในทันที ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ เขาไม่น่าพลาดไปกับหล่อนเลยจริงๆ ใครจะคิดว่ากำลังนั่งดื่มอยู่ที่ผับดีๆ ตื่นเช้ามาเขาจะเห็นหล่อนนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน!

มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ....เวณิกาต้องทำอะไรสักอย่างกับเขาแน่นอน!!!









.................................................................



สุดท้าย....

อย่าลืม เม้นๆโหวตๆ กันบ้างนะคะ ^____________^







Create Date : 14 มิถุนายน 2551
Last Update : 14 มิถุนายน 2551 17:36:14 น.
Counter : 462 Pageviews.

3 comment
เล่ห์รัก...กลเสน่หา ตอนที่ 2 โดย Winutta

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่างดวงตาคมที่ก้มมองบรรดารถราที่วิ่งผ่านถนนสายนี้ก็ถอนสายตากลับไปมองเบื้องหลังของตนทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงประตูห้องเปิด แต่ก็กลับไปมองยังทิศเดิมเมื่อเห็นว่า ‘ใคร’ ที่เป็นคนเปิดประตูห้องทำงานของเขาเข้ามา


“ร่างสัญญาของบริษัทxxxครับ”

“เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ”


ร่างสูงพูดขึ้น ในขณะที่คนมาใหม่ได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง ก่อนจะทำท่าเดินออกจากห้องไปด้วยไม่อยากขัดอารมณ์ชมภาพภายนอกกระจกหนาบนตึกสูงกว่าสามสิบชั้นของคนเป็นเจ้านาย


“เดี๋ยววรรษ” เสียงห้าวที่รั้งเขาไว้ทำให้ ‘ทศวรรษ’ ชะงักเท้าที่กำลังจะเคลื่อนกายออกไป “เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นยังไงบ้าง”

“เรื่องอะไรครับ?”

คิ้วเข้มของอีกฝ่ายขมวดมุ่นแต่เขาก็ยังตอบ “เรื่องของมินนี่”

“อ้อ...” เจ้าตัวร้องเมื่อรับรู้ว่าเจ้านายต้องการรับรู้เรื่องอะไร...มินนี่ แม่สาวตาคมผมยาวที่สวยราวกับนางฟ้าแต่นิสัยกลับตรงข้ามกับหน้าตา แต่เพราะความขี้อ้อนทำให้เจ้านายของเขาทนหล่อนได้นานถึงห้าเดือน จนถึงวันนี้ที่เขาเบื่อเจ้าหล่อนเต็มที่...แล้วแน่นอนว่าหน้าที่เคลียร์บรรดาผู้หญิงของนายก็เป็นหน้าที่ของเขารวมถึงสองหนุ่มที่ตอนนี้ต่างแยกไปทำงานให้คนตรงหน้าเป็นคนจัดการ “ผมจัดการโอนคอนโดฯ กับรถและเงินอีกจำนวนนึงตามที่คุณภัทรสั่งให้เธอแล้วครับ คิดว่าคราวนี้เธอคงไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้วเพราะผมให้เธอเซ็นสัญญาไว้ด้วย”


“ดี” เสียงห้าวพูดสั้นๆด้วยความพอใจในประสิทธิภาพของการทำงานของคนเป็นลูกน้อง “ฉันไม่อยากให้มีปัญหาภายหลัง....เอาล่ะออกไปได้แล้ว”

“ครับ” ทศวรรษรับคำแล้วก็เดินออกมาทันที ทิ้งให้คนเป็น ‘นาย’ หันกลับไปมองภาพอาทิตย์ดวงโตที่กำลังลับขอบฟ้าตามที่เขาชอบมองนักหนาต่อไป


‘เจ้านาย’ ของทศวรรษ หรือ ‘รวิภัทร รัตนเวคินทร์’ หนุ่มโสดเนื้อหอมที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนในสังคม ด้วยอายุในวัยต้นสามสิบแต่กลับเป็นผู้บริหารของบริษัทใหญ่อย่างเครือรัตนเวคินทร์ ทำให้เขาเป็นที่จับตามองทั้งในด้านการงานและชีวิตส่วนตัว

แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจเลยว่าใครจะมองเขาเป็นอย่างไร รวิภัทรยังคงใช้ชีวิตล่องลอยเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปมา และหว่านเสน่ห์ที่เปี่ยมล้นของเขาให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ให้น้ำลายหกกันเล่นๆ และควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกๆสามเดือน...ด้วยทัศคติประจำใจของเขาที่ว่า


‘ผู้หญิงก็เหมือนดอกไม้ไร้ค่าริมทาง....พอเด็ดดมสมใจ...ความหอมเริ่มจางหาย...ค่าของพวกหล่อนก็ไม่ต่างจากดอกหญ้าข้างทาง!’


แสงสีทองของดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้านั้นทำให้ร่างสูงหยุดยืนมองมันนิ่ง แสงสีทองที่ฉาบไล้เสี้ยวหน้าคมนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มดูดีมากยิ่งขึ้น เพราะมันเน้นให้เห็นว่าเขาเป็นบุรุษที่น่าหลงใหลเพียงใด ไล่ลงมาตั้งแต่ผมตัดสั้นรับกับศีรษะหยักศกนิดๆ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสวยที่ผู้หญิงยังอิจฉา ดวงหน้าขาวสะอาด และ ดวงตาคมกล้าสนิม ที่เพียงแค่มองสบตาก็ทำให้หวั่นไหวไปถึง...หัวใจ


รวิภัทรไม่รู้เหมือนกันว่า ‘อะไร’ ทำให้เขาชอบที่จะมองดวงตะวันกำลังลับขอบฟ้า มากกว่าที่จะหยุดดูจันทรากำลังฉายแสง ในความรู้สึกของเขา แม้แสงจันทร์และแสงอาทิตย์จะให้ความรู้สึกเงียบเหงากับเขาไม่ต่างกัน หากอย่างหลังกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นให้เขาได้มากกว่า...มากกว่าแสงจันทร์ที่มองเมื่อไหร่ก็มีแต่ความเงียบเหงาเปล่าดาย...และเย็นจับเข้าไปถึงขั้วหัวใจ


กริ้งๆ กริ้งๆ


และแล้วอารมณ์สุนทรีของเขาก็โดนขัดเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกเขาว่ามีคนติดต่อเข้ามา...และแน่นอนว่าคนๆนั้นต้องสำคัญมากพอที่จะมีเบอร์โทรศัพท์ของมือถือเครื่องนี้!


“สวัสดีครับ...รวิภัทรพูด”

[สวัสดีภัทร...นี่ลุงเองนะ]

“ครับลุงศักดิ์” รวิภัทรรับกับปลายสายก่อนจะถาม “ลุงโทรหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ?”

[ลุงมีอะไรจะวานให้ภัทรช่วยซะหน่อย....เย็นนี้ภัทรว่างรึเปล่าเดี๋ยวลุงจะไปหาที่บ้าน]

สิ่งที่ปลายสายตอบกลับมาทำให้รวิภัทรนิ่ง...ทบทวนว่าตนเองมีนัดอะไรหรือเปล่า แล้วเมื่อจำได้ว่าไม่มีจึงตอบไปว่า

“ผมว่างครับเย็นนี้...แต่ผมว่าผมไปหาลุงที่บ้านเองดีกว่าครับ...งั้น...” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดต่อว่า “....เอาเป็นว่าประมาณสองทุ่มผมจะไปหาลุงที่บ้านนะครับ....ครับ....สวัสดีครับ”


วางสายจากปลายสายรวิภัทรก็หมุนตัวกลับไปสนใจเจ้าแฟ้มร่างสัญญาที่ทศวรรษนำมาให้เมื่อครู่แล้วเริ่มลงมืออ่านมันช้าๆและรอบคอบอย่างที่สุด ก่อนที่สุดท้ายเขาจะเซ็นต์ลายชื่อตัวเองลงบนร่างสัญญานั้นเมื่อเห็นว่าสัญญาฉบับนี้จะไม่ทำให้เขาเสียเปรียบ



+++++++++


‘ลุงศักดิ์’ ของรวิภัทร หรือ ‘นายพงษ์ศักดิ์ สมรรถการ’ เป็นชายวัยห้าสิบปลายๆ ที่เหลือเวลาอีกปีสองปีก็จะหกสิบ แต่ท่านก็ยังดูแข็งแรงสมวัยด้วยดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดี


รวิภัทรทรุดลงนั่งตรงข้ามกับที่นั่งของชายสูงวัยที่ตอนนี้หันไปยืนค้นเอกสารอะไรสักอย่างในตู้เก็บเอกสารภายในห้องทำงานของท่าน ชายหนุ่มอดทนรอไม่นานเลยเมื่อ ‘ลุงศักดิ์’ เริ่มเอ่ยถึง ’ธุระ’ ที่ทำให้ท่านเรียกเขามาในวันนี้


“ภัทรรู้จักบริษัท xxx มั้ย? ที่เขาทำเกี่ยวกับพวกส่งออกน่ะ” ผู้สูงวัยกว่าในที่นั้นเกริ่นนำขึ้นมา รวิภัทรพยักหน้าหงึกเป็นเชิงรับก่อนจะพูดว่า

“รู้จักครับ แล้วรู้สึกว่าลุงก็มีหุ้นในบริษัทนี้ด้วยไม่ใช่เหรอครับ?”

“ใช่” คุณพงษ์ศักดิ์เอ่ยรับ ก่อนที่ท่านจะวางแฟ้มในมือที่ท่านถือไว้ลงตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยต่อว่า “บริษัทนี้ลุงมีหุ้นด้วยแค่ 20% เพราะหุ้นส่วนใหญ่จะเป็นของพวกสุทธิวรารัตน์ หรือจะพูดให้ถูกว่าเป็นของศศินา สุทธิวรารัตน์มากกว่า”

“แล้ว?” เขาพูดขึ้นเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

“ศศินาเพิ่งจะเข้ามาบริหารบริษัทนี้ไม่ถึงปีต่อจากศศิน”

“ศศิน?” รวิภัทรทวนชื่อนี้เป็นเชิงถามผู้สูงวัยกว่าว่าเขาคือใคร ทำให้คุณพงษ์ศักดิ์ยิ้มก่อนจะตอบว่า

“อ้อ ลืมบอกภัทรไปว่าศศินเป็นรุ่นน้องที่สนิทกันดีของลุง และหนูนา...ศศินาน่ะก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าเมธาของลุงด้วย”

“ครับ” รวิภัทรรับคำด้วยใบหน้านิ่งเฉยเป็นเชิงรับรู้

“เรื่องพวกนี้ลุงแค่อยากให้ภัทรรู้ไว้เฉยๆ แต่ที่อยากจะขอแรงภัทรคือเรื่องนี้ต่างหาก” พูดจบท่านก็เอื้อมไปเปิดแฟ้มที่วางตรงหน้าเขาออก ทำให้รวิภัทรต้องหันไปมองตาม

“เมื่อเดือนที่แล้วหนูนาหอบเจ้าพวกนี้มาปรึกษาลุงว่าทำไมจู่ๆเงินในระบบมันถึงหายไปมากมายนัก แต่ด้วยความไม่แน่ใจทำให้เธอมาปรึกษาลุงก่อนแล้วลุงก็พบว่าตอนนี้ที่นี่กำลังถูกคนบางคนโกงบริษัท” นิ้วของท่านชี้ให้เขาดูผลกำไรของบริษัทที่กำลังเติบโตไปด้วยดีกลับลดลงจนผิดสังเกต “แต่ลุงก็ยังทำอะไรไม่ได้หรอกนะ เพราะว่าตอนนี้ลุงขาดหลักฐาน...”

“ทำไมลุงไม่เข้าไปตรวจสอบเองเลยล่ะครับ” รวิภัทรถามกลับ

คุณพงษ์ศักดิ์สูดลมหายใจลึก ท่านยืดตัวขึ้นก่อนจะพูดต่อ

“ตอนนี้ลุงไม่ว่างที่จะมาจัดการเองด้วย อย่างที่ภัทรรู้ลุงกำลังจะไปคุมบริษัทที่กำลังเปิดใหม่ที่เวียดนาม...นี่แหละที่ลุงอยากจะให้ภัทรช่วย” ท่านถอนใจก่อนจะพูดต่อ “ภัทรช่วยเข้าไปสืบหาหลักฐานและหาคนผิดช่วยหนูนาอีกแรงได้มั้ย? ลุงไม่ไว้ใจให้หนูนาทำคนเดียวกลัวเธอจะไม่ไหว แล้วอีกอย่างลุงกลัว ‘พวกนั้น’ จะไหวตัวทันด้วย เดี๋ยวลุงจะปล่อยข่าวว่าลุงขายหุ้นของบริษัทนี้ให้ภัทร...หรือถ้าภัทรสนใจบริษัทนี้จริงๆลุงขายให้ภัทรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้ลุงก็ชักแก่ คุมหลายๆที่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน”


ในระหว่างที่พูดท่านก็ลุกขึ้นยืนเดินมาหยุดซ้อนหลังชายหนุ่มก่อนจะตบบ่าเขา


“นะ...ตอนนี้ลุงไว้ในภัทรคนเดียว...ถือว่าช่วยลุงหน่อยก็แล้วกัน เอ...หรือว่าภัทรไม่ว่างบอกลุงก็ได้นะ” ตอนหลังท่านทำท่านึกขึ้นมาได้ว่ารวิภัทรก็มีงานหนักไม่แพ้กันและอาจจะเข้ามาจัดการเรื่องนี้ให้ท่านไม่ได้


คุณพงษ์ศักดิ์ไม่ใช่ไม่ไว้ใจศศินาและท่านเห็นว่าถ้าจะปล่อยให้หญิงสาวจัดการเรื่องนี้คนเดียวอาจจะเหนือบ่ากว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวอย่างหล่อน และอีกอย่างถ้าลางสังหรณ์ในคราวนี้ของท่านไม่พลาด เรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลังอะไรที่มากกว่าพวกโกงบริษัทแน่!


และในตอนนี้ท่านกลับไม่ว่างไปอีกหลายเดือนเพราะตัวท่านต้องบินไปคุมบริษัทใหม่ที่เวียดนาม ครั้นจะรอให้เมธากลับมาจัดการก็อีกนานกว่าพ่อตัวดีนั่นจะกลับมาจากเมืองนอก เลยเหลือเพียงทางเดียวที่ท่านจะฝากฝังเรื่องนี้ไว้ได้และฝากให้ช่วยดูแลหนูนาแทนท่านก็เห็นจะมีเพียงคนเดียว....รวิภัทร


รวิภัทรนิ่งครุ่นคิดว่าเขาจะรับปากดีหรือไม่...ช่วงนี้ตัวเขาก็ไม่ได้มีงานเร่งด่วนอะไร กอปรกับช่วงนี้เขากำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ออกจะเรียบง่าย(ในความคิดเขา) การไปเป็นนักสืบเล็กๆน้อยๆนี่อาจจะทำให้ชีวิตของเขามีสีสันขึ้นมาก็เป็นได้!


“ตกลงครับ...ผมจะช่วย” รวิภัทรรับคำขอในที่สุด ทำให้ผู้สูงวัยกว่ายิ้มกว้างแล้วตบบ่าเขาหนักๆอีกครั้ง


“ขอบคุณภัทรมาก...ขอบคุณจริงๆ คิดไม่ผิดเลยที่มาขอความช่วยเหลือจากภัทร...ต่อไปนี้ลุงขอฝากหนูนากับบริษัทให้ภัทรช่วยดูแลด้วยนะ”


ท่านเอ่ยอย่างยินดีแต่รวิภัทรกลับขมวดคิ้วมุ่นในสิ่งที่ได้ยิน

“ดูแลหนูนา?” เขาเอ่ยทวนเสียงสูงในขณะที่คุณพงษ์ศักดิ์พยักหน้ารับ

“ใช่ ฝากดูแลทั้งบริษัททั้งเจ้าของนั่นแหละ ถ้าภัทรได้รู้จักเธอภัทรจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลุงถึงฝากเธอไว้กับภัทร”

เอ้า...สรุปว่านอกจากเขาจะต้องไปเป็นนักสืบในบริษัทคนอื่นเขาก็ต้องพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงด้วยเหรอเนี่ย? รวิภัทรอยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออกเมื่อคิดว่าตนเองด่วนตัดสินใจเร็วไปหน่อย

“งั้น....” เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ ในขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาเบือนไปสบกับผู้สูงวัยกว่า “สิ่งที่คุณลุงต้องทำอีกอย่างนอกจากการให้ข้อมูลพวกนี้...” เขาทำท่าพยักพเยิดไปทางแฟ้มหนาตรงหน้าก่อนจะพูดต่อ “...ก็คือการให้ข้อมูลของหนูนา...ศศินาของคุณลุงกับผมด้วย...ผมจะได้รู้ว่าเด็กที่ผมต้องดูแลเนี่ยเป็นคนยังไง!”




+++++++++++++


‘คนที่กำลังจะมีพี่เลี้ยง’ กลับนั่งทำหน้ายุ่งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของหล่อนดังเป็นรอบที่สิบกว่าแล้วในรอบไม่ถึงห้านาที เมื่อปลายสายนั้นเห็นว่าหล่อนไม่มีท่าทีรับโทรศัพท์นั้น


หญิงสาวจ้องมองหน้าจอที่โชว์เบอรไม่พึงปรารถนาที่โทรเข้ามาทุกวัน...และหล่อนก็ไม่ยอมรับสายของเขามาโดยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนกัน


รุต...คุณปล่อยให้เรื่องของเรากลายเป็นอดีตจะได้มั้ย?...เพราะฉันไม่อยากจะเจ็บอีกต่อไปแล้ว...


...ไม่อยาก....อีกแล้ว...


หญิงสาวหลับตาลงในขณะที่มือบางตัดสินใจกดตัดสายเขาและจัดการปิดมือถือของตัวเองทันที





+++++++++



“โธ่โว้ย!”


ร่างสูงที่อยู่ในชุดนอนลายทางสีเทาได้แต่สบถลั่นเมื่อครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่หล่อนเอาแต่ปิดโทรศัพท์หนีเขา


วรุตปิดประตูระเบียงเสียงดังลั่นก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้างแล้วโยนโทรศัพท์ไปข้างหลังโดยไม่สนใจว่ามันจะอยู่ในสภาพไหน


หนึ่งเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาเหมือนเป็นบ้า...ตื่นขึ้นมาก็มีเวณิกานอนเคียงข้าง...ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่แน่ใจตัวเองด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรไปหรือเปล่า และสุดท้ายคือการที่เขาและศศินาต้องเลิกกัน!


คิดมาถึงตรงนี้แล้ววรุตก็ได้แต่รู้สึกใจหาย...ไม่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมเด็ดขาด...เขารักศศินาเกินกว่าจะปล่อยให้หล่อนเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ง่ายๆ


แต่เขาจะทำอะไรได้...ในเมื่อตอนนี้หล่อนไม่มีท่าทีจะฟังคำอธิบายต่างๆจากเขาเลย


ไปดักรอที่บ้านกับบริษัทก็ไม่เคยได้พบ...โทรหาไม่เคยรับ...ถึงขนาดดักรอเป็นวันๆก็ไม่เจอแม้แต่เงา ตั้งแต่วันนั้นหล่อนทำตัวเหมือนไม่เคยมีตัวตนสำหรับเขาเลยจนเขารู้สึกปวดใจและเสียใจไปหมด...สุดท้ายด้วยอารมณ์น้อยใจหล่อนเลยทำให้เขายอมตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับเวณิกาในที่สุดด้วยอยากจะรู้ว่าหล่อนจะ ‘กล้า’ มาเจอหน้าเขาในงานแต่งงานนี้มั้ย?


และแน่นอนว่าเขาได้รับรู้ว่าหล่อนกล้า!...แต่กลับเป็นเขาเสียอีกที่ยามเมื่อเห็นร่างบางเยื้องกรายเข้ามาในงานก็รู้สึกเหมือนจะขาดใจ


มันไม่มีวันเลยใช่มั้ยนา?...ไม่มีวันที่ผมจะได้กลับมารักคุณเหมือนเดิมใช่มั้ย?






+++++++++++++

จบตอนที่ 2 แล้ว เย้ๆๆๆ
ขอโทษที่มาอัพช้ามากๆค้า TOT
พอดีติดเรียนค้า เพิ่งเปิดเทอม ฟิตจัด 555+

มาๆๆ ตอบเม้นกันดีก่า คิๆๆ ^^

คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่1
สวัสดีค่ะ มอลลี่นะคะ
กำลังจะมาถามเคล็ดลับการจัดหน้าให้ดูอ่านง่ายอยู่พอดี เพราะรู้สึกว่ามอลลี่ยังจัดไม่ค่อยเก่ง
แต่ตอนนี้ทราบแล้วค่ะ
อ่านแล้วน่าติดตามดีนะคะ
แวะไปอ่านของมอลลี่บ้างก้ได้นะคะ ถ้าไม่รังเกียจ
โดย: มอลลี่ (Tukta21)
>>>>>> สวัสดีค่า มอลลี่ ยินดีที่ได้รู้จักค้า 555+ ไม่รังเกียจๆ แต่ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่ากิ๊งไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายแล้วเดี๋ยวนี้
เพราะขนาดเขียนยังไม่มีเลย TOT ไปแน่นอนค้า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ (ว่าแต่จะให้กิ๊งเรียก มอลลี่ ว่าพี่มอลลี่ได้ป่าว เพราะอาจจะอายุเยอะก่ากิ๊งได้ 555+)



คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่2

แหะๆๆ อีกทีค่ะ อ่านจบแล้วละ
แต่งเก่งจังเลย อ่านแล้วอิน อิอิ
โดย: มอลลี่ (Tukta21)
>>>>>>>>>> ขอบคุณค้า >.<


คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่3

เปิดเรื่องมาก็น่าตื่นเต้นเลยเชียว
แสดงว่าน้องสาวนางเอกนี่แอบร้ายเงียบนะคะ
จะรออ่านตอนตอไปค่ะ
โดย: ธาร นาวา
>>>>>>>>>> 555+ อันนี้ต้องรอดูกันต่อไปค้า ว่าเค้าจะแอบร้ายหรือไม่ร้าย อิอิ




คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่4

รอตั้งนานแน่ะจ๊ะ แล้วที่บอกว่าถึงตอน 20 แล้วจะล็อค เออ แล้วพี่จะอ่านยังไงคะ อันนี้ไม่ได้แกล้ง ไม่รู้จริงๆค่ะ ประมาณว่าแก่แล้วยังเชยน่ะ
โดย: พี่น้อง
>>>>>>>>> คืออย่างนี้ค่ะพี่น้อง พออัพไปถึงตอนที่ 20 กิ๊งอาจจะล๊อกห้อง ซึ่งก็คือ ถ้าจะเข้ามอ่านต้องส่งอีเมล์มาขอพาสเวิร์ดกับกิ๊งเท่านั้นค่ะ 555



คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่5

สนุกดีนะ
โดย: นา
>>>>>>>> ขอบคุณค้า ^O^



Create Date : 08 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 1:02:31 น.
Counter : 373 Pageviews.

6 comment
เล่ห์รัก...กลเสน่หา ตอนที่ 1 โดย Winutta
เล่ห์รัก...กลเสน่หา


ผ่านไปแล้วจ้าสำหรับงานแต่งงานของวรุต อัครเมธากุล หนุ่มไฮโซสุดหล่อที่ประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแลบกับเจ้าสาวแสนสวยที่ใครๆต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยหล่อสมกันมากๆเลยจ้า งานนี้ ทำเอาสาวๆทั้งแท้และไม่แท้น้ำตาหกกันเป็นแถวๆ อ่ะๆ เจ้ขอเตือนเลยนะจ๊ะคุณสาวๆทั้งหลาย ว่าต่อไปนี้คงไปแทะโลมคุณวรุตเล่นไม่ได้แล้วนะจ๊ะ เพราะเดี๋ยวภรรยามือใหม่อย่างน้อง เวณิกา สุทธิวรารัตน์จะหึงเอานะจ๊ะสาวๆจ๋า.....

เอ...ว่าแต่เจ้สงสัยนิดเดียวเอง...ว่าคู่นี้เขามาโคจรเจอกันได้ยังไง...ก็ในเมื่อฝ่ายชายนั้นมีข่าวกิ๊กกั๊กกับพี่สาวของเจ้าสาวมาก่อนนีนา....หรือไม่จริงคะคุณศศินาขาาาาา


ฟุบ!

อ่านจบหญิงสาวก็โยนหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นลงกับโต๊ะทันที ความอยากอาหารเหมือนจะพาลหดหายไปดื้อๆ ศศินาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนที่เธอจะทำท่าผละจากโต๊ะอาหารเสียงของบุคคลที่นั่งร่วมโต๊ะกันอย่างเงียบๆอย่างมานิตาแม่เลี้ยงของเธอก็เอ่ยขึ้นว่า


“อ่านข่าวน้องแล้วเธอมานั่งถอนหายใจเนี่ยนะยัยนา....เหอะ! พวกขี้อิจฉาเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้!”


ศศินาที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องอาหารไปเลยได้แต่หยุดชะงัก ร่างบางสูดลมหายใจลึกอย่างระงับอารมณ์ก่อนจะหันกลับไปมองใบหน้าของแม่เลี้ยงของตนเองทันที


“นาไม่ได้อิจฉาน้อง...” แต่นาเจ็บกับการกระทำของน้องมากกว่า “...คนอย่างนาไม่จำเป็นต้องอิจฉาใคร...ขอตัวก่อนค่ะ นายังมีงานต้องทำ” พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้แต่คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างมานิตาได้แต่รู้สึกร้อนรนนั่งไม่ติดที่อยู่คนเดียว


“แก๊! นังศศินา...แล้วฉันจะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างแกจะทนได้สักแค่ไหนกัน!” ตะโกนไล่หลังอีกฝ่ายเสร็จมานิตาก็ค่อยรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมาเปิดอ่านข่าวที่ทำให้คนเป็นลูกเลี้ยงหัวเสียอีกรอบ


‘ถึงจะทำท่าเฉยชาแค่ไหน...แต่แววตามันปิดไม่มิดหรอกนะ...ยัยนา!’








ศศินาที่เดินเลี่ยงหนีคนเป็นแม่เลี้ยงก็มาหลบมุมยู่บนห้องนอนของตัวเอง หญิงสาวทรุดลงนั่งกับเตียงกว้างก่อนที่ใบหน้าที่พยายามปั้นแต่งให้นิ่งเย็นและเฉยชาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาจะแปรเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น


ใบหน้าหวานเชิดเงยขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำใสๆที่กำลังเอ่อล้นขอบตา หญิงสาวกำมือแน่นพยายามทำใจให้เข้มแข็ง...เธอต้องทำได้ เธอต้องไม่ร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น...แค่นี้ยังถือว่าเธอยังโง่ไม่พออีกเหรอ?! หญิงสาวเฝ้าแต่ตอกย้ำกับตนเอง ก่อนที่ความคิดของเธอจะล่องลอยไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น....


...วันที่ทำให้เธอรู้สึกว่า...หัวใจของเธอ...แหลกไม่มีชิ้นดี!!!





ศศินาเดินเข้ามาภายในบ้านของวรุต....วันนี้เขากับนัดกันว่าจะออกไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันหลังจากที่หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาต่างคนต่างก็มีงานยุ่งพอๆกัน ทำให้โอกาสที่จะได้เจอกันกลับมีน้อยลง


หญิงสาวส่งยิ้มน้อยๆให้กับบรรดาสาวใช้ที่มารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณโถงบ้าน ร่างบางรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ปัดมันไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสืบเท้าเข้าไปใกล้สาวใช้คนหนึ่งที่ยืนไม่ห่างจากหล่อนนัก ก่อนจะเอ่ยถามหาบิดามารดาของวรุตแล้วก็ตัวเขาเอง


‘สวัสดีจ๊ะ....น้อย....วันนี้คุณลุงคุณป้าอยู่มั้ยจ๊ะ?’


‘คุณท่านทั้งสองไม่อยู่ค่ะ....เห็นว่าธุระที่เชียงใหม่....อีกสองสามวันถึงกลับ’


‘แล้วคุณรุตล่ะจ๊ะ ตื่นรึยัง?’ หญิงสาวถามเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับกลายเป็นน้อยสาวใช้กลับทำท่าอึกอัก ราวกับไม่อยากเอ่ยถึงนายหนุ่มเท่าไหร่นัก


‘คุณรุต....อยู่ข้างบนค่ะ’


‘หืม?’ ศศินาทำเสียงในลำคอ พลางเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆกับปฏิกิริยาของสาวใช้บ้านนี้ แล้วแลกวาดสายตาไปทั่วก็ได้แต่ประหลาดใจ....ทำไมทุกคนถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แถมแต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดี บางคนกลับแอบมองหล่อนด้วยดวงตาสงสารด้วยซ้ำไป


แปลก....


ศศินาคิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา หญิงสาวเลยตัดสินใจที่จะขึ้นไปตามวรุตด้วยตัวหล่อนเอง


หญิงสาวเดินขึ้นบันไดไปก่อนจะเลี้ยวไปที่ปีกซ้ายของบ้านที่ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องนอนของชายหนุ่ม ที่หล่อนรู้จักบ้านหลังนี้ดี....เนื่องจากหญิงสาวเข้านอกออกในบ้านหลังนี้บ่อยพอๆกับที่วรุตก็ไปที่บ้านของหล่อนบ่อยพอกัน


ศศินากับวรุตรู้จักกันมานานหลายปีในฐานะเพื่อน....ก่อนที่ช่วงสองสามปีที่หล่อนและเขาจะแปรความสัมพันธ์จากเพื่อนมาสู่ฐานะ....แฟน....


เขาเป็นผู้ชายคนแรก....และอาจเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถฝ่าฝันกำแพงน้ำแข็งเข้ามาสู่จิตใจของหล่อนได้....บาดแผลของครอบครัวจากอดีตทำให้หล่อนไม่คิดจะมีใคร....แต่เขาก็สามารถที่จะเอาชนะใจหล่อนได้ด้วยความสดใสและรอยยิ้มที่เขามี


...วรุตเปรียบเสมือนแสงตะวันในชีวิตของหล่อน...หากไม่นับแม่เลี้ยงที่ไม่ค่อยถูกกันนักกับน้องสาวต่างแม่ที่ไม่ค่อยได้คุยกัน หญิงสาวก็เปรียบเสมือนตัวคนเดียวบนโลกใบนี้...


ศศินายกมือขึ้นหมายจะเคาะประตูห้อง....แต่ด้วยอะไรบางอย่างกลับดลใจให้หล่อนชักมือกลับลงแล้วลองหมุนลูกบิดประตูแทน


ไม่ได้ล๊อก


หญิงสาวคิดก่อนจะเปิดประตูแล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้อง....หญิงสาวเดินย่องเข้าไปหาร่างสูงที่นอนทอดตัวหลับสนิทบนเตียงช้าๆ หมายจะแกล้งอีกฝ่ายให้ตกใจตื่น....


หากแต่คงจะกลับเป็นหล่อนเสียเองที่เจอเซอร์ไพรส์เข้าอย่างจัง เมื่อเห็นร่างสูงที่นอนทอดกายบนเตียงชัดตา....


ในอ้อมแขนเขามีผู้หญิงคนหนึ่งนอนเคียงข้างในสภาพเปลือยเปล่า!!!


ศศินาเม้มริมฝีปากแน่น หญิงสาวสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอื้อมมือไปผลักร่างของฝ่ายชายอย่างแรงด้วยอารมณ์โมโห


เขาต้องลุกขึ้นมาพูดกับหล่อนให้รู้เรื่อง!


วรุตขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะกระพริบตาสองสามที....เริ่มแรกความแปลกใจฉายชัดในดวงตาเขาเมื่อเห็นว่าตนเองมีหญิงสาวอยู่ในอ้อมแขน....หากต่อมากลับกลายเป็นสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นทันทีว่าใครเป็นคนปลุกเขาขึ้นมาจากนิทรา


ศศินา!


มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของหญิงสาว แล้วรีบละล่ำละลักปฏิเสธออกมาทันที


‘นา...มันไม่ใช่อย่างที่นาคิดนะ...นาต้องฟังรุตนะ!’


‘ไม่ใช่อย่างที่คิดอะไรเหรอคะ....คุณรุต’


เสียงหวานของผู้หญิงที่นอนเคียงข้างวรุตเอ่ยขึ้น....และเหมือนกับเจอเซอร์ไพรส์รอบสองของทั้งสอง เมื่อแลเห็นกันเต็มตาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร....ศศินาหันไปมองหน้าวรุตด้วยสายตาเครียดขึง ก่อนจะสะบัดมือให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขา....แล้วรีบเดินหนีออกไปจากคนทั้งสองนั้นทันที


‘เวณิกา....เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง!!!’


วรุตถามหญิงสาวเสียงดัง....แต่เวณิกากลับยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายก่อนจะตอบ


‘ก็คุณเป็นคนชวนเวมาเองเมื่อคืน....อย่ามาทำเป็นจำไม่ได้!!!’


พูดจบร่างบางก็ลุกขึ้นยืนโดยที่ตัวหล่อนนั้นพันไปด้วยผ้าห่มผืนหนา วรุตได้แต่มองตามร่างบางของเวณิกาที่ลับหายไปในห้องน้ำด้วยความงุนงง


เขาชวนเวณิกามาที่นี่ตอนไหน?


แล้ว...แล้ว...นี่เขาเผลอไปมีอะไรกับเจ้าหล่อน...ด้วยเหรอ?!


โธ่โว้ย!!!






ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา....ทั้งวรุตและเวณิกาต่างมาปรากฏกายต่อหน้าศศินาที่ได้แต่นั่งตีหน้าขรึม ภายในใจหญิงสาวกลับเจ็บปวดเกินกว่าที่จะเอ่ย ยิ่งมองหน้าคนทั้งสองหล่อนก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังจะตายด้วยน้ำมือของคนทั้งสอง


คนหนึ่ง...คือคนรัก


อีกคนหนึ่ง....คือน้องสาวของหล่อนเอง!!!


ช่างเป็นบุคคลที่หล่อนไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้เห็นบุคคลทั้งสองในสถานการณ์แบบนั้น!!!


แล้วก็เป็นเวณิกาที่เล่าให้ฟังว่าหล่อนไปเจอกับวรุตได้อย่างไร...หล่อนเล่าว่าเมื่อคืนนั้นตนเองไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่ในขณะที่กำลังจะกลับหล่อนก็เห็นวรุตที่นั่งดื่มคนเดียวพอดี...ด้วยความเป็นห่วงว่าเขาเองก็เป็นคนรู้จักทำให้หญิงสาวบอกให้เพื่อนๆที่มาด้วยกันก่อนกลับไป หล่อนจะแวะไปส่งแฟนของพี่สาวแล้วจะเลยกลับบ้านเองเพราะจะปล่อยให้เขากลับเองในสภาพเมามายก็ทำไม่ได้


เวณิกายังเล่าว่าในตอนที่หล่อนเจอกับวรุตนั้นชายหนุ่มก็เมาแล้ว...แล้วเขาก็เอาแต่พร่ำเพ้อแต่ว่า...ศศินาไม่รักเขาแล้ว...เพราะตลอดเวลาหลายเดือนหญิงสาวไม่สนใจเขาเลย...หล่อนเอาแต่ทำงานจนเขารู้สึกน้อยใจ คิดว่าตัวเองไม่สำคัญ...แล้วพอหญิงสาวจะพาเขากลับบ้านเขาก็ไม่ยอม จนหล่อนต้องหลอกเขาว่าหล่อนคือศศินาเขาถึงยอมกลับ


เวณิกาเล่าทั้งน้ำตา...ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า...


‘พี่นา....เวขอโทษ....เวพยายามห้ามคุณรุตแล้วแต่....แต่....’ หญิงสาวทำเสียงอึกอัก ก่อนจะชายตามองวรุตที่นั่งเคียงข้าง แล้วหลุบตามองมือของตนเองที่ประสานกันบนตัก แววตานั้นฉาบไปด้วยรอยสะใจนัก....หากแวบหนึ่งนั้น...มันกลับสะท้อนวูบถึงความเจ็บปวด ‘เวห้ามคุณรุตไม่ไหว....ตอนนั้นเขา....เมามาก....แล้วคิดว่าเว...เป็น...พี่นา’


หญิงสาวจบท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ศศินาคนฟังได้แต่รู้สึกปวดหัวกับปวดใจกับเรื่องตรงหน้า หญิงสาวพยายามกลืนก้อนสะอื้นแล้วพูดประโยคนั้นออกมา


คำพูดที่เชือดเฉือนหัวใจของหล่อนและของผู้ชายตรงหน้าให้ขาดวิ่น...เพราะการกระทำสิ้นคิดของเขาเอง!!!


‘ในเมื่อคุณและเว มีอะไรกันแล้ว’ ศศินากล้ำกลืนความเจ็บปวดลงไป พลางเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาเวณิกาแบบกระโดดตัวลอยด้วยความยินดี ‘คุณต้องแต่งงานกับเวณิกา ถือว่าเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายจากฉัน!’


‘นา!’


วรุตเรียกชื่อหญิงสาวเสียงดัง หากแต่หญิงสาวไม่อยู่ฟังว่าเขาจะเอ่ยอะไรต่อ หล่อนลุกขึ้นเดินหนีบุคคลทั้งสองทันที



ศศินาดึงสติของตนให้กลับมาในห้วงเวลาปัจจุบัน แม้วันนั้นจะเจ็บแค่ไหน หากมันไม่เท่ากับเมื่อวานนี้ที่หล่อนรู้สึกเหมือนดวงใจทั้งดวงถูกมือลึกลับบีบคั้นตลอดเวลา


เจ็บทุกทีที่เห็นร่างสองร่างนั้นยืนเคียงกันตลอดเวลาในยามค่ำคืนนี้!


หากเจ็บยิ่งกว่ากับวาจาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ใช้นามสกุลเดียวกัน! ถึงแม้จะคนละสายเลือดก็ตาม!!!


‘คุณวรุตคิดถูกแล้วที่เลือกยัยเว....ไม่มีผู้ชายที่ไหนเค้าทนผู้หญิงที่ชอบทำท่าเฉื่อยชาเป็นน้ำยาเย็นอย่างเธอกันหรอก!’ พูดจบหล่อนก็หัวเราะออกมาคนเดียวทิ้งให้หญิงสาวยืนหน้าชาราวกับถูกตบด้วยมือที่มองไม่เห็น ‘อ้อ! อีกอย่างนะ....เธอควรจะรู้ไว้นะยัยนา....พลอยน่ะยังไงมันก็มันก็ยังเป็นพลอยต่อให้บางทีมันหลงปนไปอยู่กับพวกเพชรแต่คนตาถึงก็รู้ว่ามันคือพลอย....เพราะฉะนั้นพวกพลอยหุงอย่างเธอก็อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเพชรล่ะ! จำเอาไว้!!!’






+++++++++++++++++++++++++++++++++++


จบตอนที่ 1

เป็นยังไงกันบ้างคะ?
อ่านแล้วอย่าลืมเม้นบอกกล่าวกันบ้างนะคะ
555+

ปล. เตือนๆเอาไว้ก่อนว่า พออัพๆถึงตอนที่ 20 เมื่อไหร่ กิ๊งจะขอล๊อกห้องนี้นะคะ แหะๆๆๆ



Create Date : 02 มิถุนายน 2551
Last Update : 2 มิถุนายน 2551 20:09:36 น.
Counter : 373 Pageviews.

6 comment
++เล่ห์รัก...กลเสน่หา [Love of Seduction] บทนำ++
เล่ห์รัก...กลเสน่หา


บทนำ


ภายในงานเลี้ยงฉลองสมรสของคู่แต่งงานใหม่ที่ใครๆก็กล่าวถึงว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก หากแต่ก็มีเสียงซุบซิบให้เข้าหูหญิงสาวเป็นระยะๆเช่นกันว่าเหตุใดเจ้าสาวของงานกลับกลายเป็นคนน้อง ทั้งๆที่เจ้าบ่าวนั้นเป็นแฟนกับพี่สาวของเจ้าสาวมิใช่หรือ?


หญิงสาวมองชายหญิงที่ยืนเคียงคู่กันบนเวที...สายตาจ้องมองตรงไปยังเจ้าบ่าวที่ยืนเคียงกับเจ้าสาวแสนสวย....ที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวของหล่อนเอง!


ริมฝีปากบางเม้มแน่นสนิท....ดวงตาฉายแววจบปวดร้าวลึกกับภาพเบื้องหน้า....ก่อนที่ร่างบางจะหันหลังให้กับคนทั้งคู่แล้วสาวเท้าเดินออกมาจากงานเงียบๆ โดยไม่ทันเห็นสายตาที่แสดงถึงความอาลัยของเจ้าบ่าวบนเวทีไม่แพ้กัน....

...

...

...

....ลาก่อน....ความรักของเธอ....











+++++++++++++++

555+
ลงบทนำมาให้ชิมลางกันค่ะ
นิยายเรื่องนี้ก็เขียนจบแล้ว
แต่ก็ยังรีไรท์ไม่เสร็จเลย 555+
อาจจะมาช้าหน่อย ก็อย่าเพิ่งตีหัวคนเขียนนะคะ ฮา
ตอนนี้คนเขียนยังคงมีตัวขี้เกียจเกาะไม่ปล่อยเลย คิกๆๆๆ
สำหรับนิยายเรื่องนี้....ผิดพลาดประการใด ติชมกันได้เลยนะคะ ^^



Create Date : 13 พฤษภาคม 2551
Last Update : 13 พฤษภาคม 2551 0:25:16 น.
Counter : 236 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  

การิ๋งกิ๋งกิ๋ง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังน้อยของธีรตี - พิรฏาค่ะ ^^
ผ่านไปผ่านมาแวะทักทายกันได้นะคะ



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม
New Comments
Group Blog
All Blog