เล่ห์รัก...กลเสน่หา ตอนที่ 2 โดย Winutta

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่างดวงตาคมที่ก้มมองบรรดารถราที่วิ่งผ่านถนนสายนี้ก็ถอนสายตากลับไปมองเบื้องหลังของตนทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงประตูห้องเปิด แต่ก็กลับไปมองยังทิศเดิมเมื่อเห็นว่า ‘ใคร’ ที่เป็นคนเปิดประตูห้องทำงานของเขาเข้ามา


“ร่างสัญญาของบริษัทxxxครับ”

“เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ”


ร่างสูงพูดขึ้น ในขณะที่คนมาใหม่ได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง ก่อนจะทำท่าเดินออกจากห้องไปด้วยไม่อยากขัดอารมณ์ชมภาพภายนอกกระจกหนาบนตึกสูงกว่าสามสิบชั้นของคนเป็นเจ้านาย


“เดี๋ยววรรษ” เสียงห้าวที่รั้งเขาไว้ทำให้ ‘ทศวรรษ’ ชะงักเท้าที่กำลังจะเคลื่อนกายออกไป “เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นยังไงบ้าง”

“เรื่องอะไรครับ?”

คิ้วเข้มของอีกฝ่ายขมวดมุ่นแต่เขาก็ยังตอบ “เรื่องของมินนี่”

“อ้อ...” เจ้าตัวร้องเมื่อรับรู้ว่าเจ้านายต้องการรับรู้เรื่องอะไร...มินนี่ แม่สาวตาคมผมยาวที่สวยราวกับนางฟ้าแต่นิสัยกลับตรงข้ามกับหน้าตา แต่เพราะความขี้อ้อนทำให้เจ้านายของเขาทนหล่อนได้นานถึงห้าเดือน จนถึงวันนี้ที่เขาเบื่อเจ้าหล่อนเต็มที่...แล้วแน่นอนว่าหน้าที่เคลียร์บรรดาผู้หญิงของนายก็เป็นหน้าที่ของเขารวมถึงสองหนุ่มที่ตอนนี้ต่างแยกไปทำงานให้คนตรงหน้าเป็นคนจัดการ “ผมจัดการโอนคอนโดฯ กับรถและเงินอีกจำนวนนึงตามที่คุณภัทรสั่งให้เธอแล้วครับ คิดว่าคราวนี้เธอคงไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้วเพราะผมให้เธอเซ็นสัญญาไว้ด้วย”


“ดี” เสียงห้าวพูดสั้นๆด้วยความพอใจในประสิทธิภาพของการทำงานของคนเป็นลูกน้อง “ฉันไม่อยากให้มีปัญหาภายหลัง....เอาล่ะออกไปได้แล้ว”

“ครับ” ทศวรรษรับคำแล้วก็เดินออกมาทันที ทิ้งให้คนเป็น ‘นาย’ หันกลับไปมองภาพอาทิตย์ดวงโตที่กำลังลับขอบฟ้าตามที่เขาชอบมองนักหนาต่อไป


‘เจ้านาย’ ของทศวรรษ หรือ ‘รวิภัทร รัตนเวคินทร์’ หนุ่มโสดเนื้อหอมที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนในสังคม ด้วยอายุในวัยต้นสามสิบแต่กลับเป็นผู้บริหารของบริษัทใหญ่อย่างเครือรัตนเวคินทร์ ทำให้เขาเป็นที่จับตามองทั้งในด้านการงานและชีวิตส่วนตัว

แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจเลยว่าใครจะมองเขาเป็นอย่างไร รวิภัทรยังคงใช้ชีวิตล่องลอยเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปมา และหว่านเสน่ห์ที่เปี่ยมล้นของเขาให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ให้น้ำลายหกกันเล่นๆ และควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกๆสามเดือน...ด้วยทัศคติประจำใจของเขาที่ว่า


‘ผู้หญิงก็เหมือนดอกไม้ไร้ค่าริมทาง....พอเด็ดดมสมใจ...ความหอมเริ่มจางหาย...ค่าของพวกหล่อนก็ไม่ต่างจากดอกหญ้าข้างทาง!’


แสงสีทองของดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้านั้นทำให้ร่างสูงหยุดยืนมองมันนิ่ง แสงสีทองที่ฉาบไล้เสี้ยวหน้าคมนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มดูดีมากยิ่งขึ้น เพราะมันเน้นให้เห็นว่าเขาเป็นบุรุษที่น่าหลงใหลเพียงใด ไล่ลงมาตั้งแต่ผมตัดสั้นรับกับศีรษะหยักศกนิดๆ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสวยที่ผู้หญิงยังอิจฉา ดวงหน้าขาวสะอาด และ ดวงตาคมกล้าสนิม ที่เพียงแค่มองสบตาก็ทำให้หวั่นไหวไปถึง...หัวใจ


รวิภัทรไม่รู้เหมือนกันว่า ‘อะไร’ ทำให้เขาชอบที่จะมองดวงตะวันกำลังลับขอบฟ้า มากกว่าที่จะหยุดดูจันทรากำลังฉายแสง ในความรู้สึกของเขา แม้แสงจันทร์และแสงอาทิตย์จะให้ความรู้สึกเงียบเหงากับเขาไม่ต่างกัน หากอย่างหลังกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นให้เขาได้มากกว่า...มากกว่าแสงจันทร์ที่มองเมื่อไหร่ก็มีแต่ความเงียบเหงาเปล่าดาย...และเย็นจับเข้าไปถึงขั้วหัวใจ


กริ้งๆ กริ้งๆ


และแล้วอารมณ์สุนทรีของเขาก็โดนขัดเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกเขาว่ามีคนติดต่อเข้ามา...และแน่นอนว่าคนๆนั้นต้องสำคัญมากพอที่จะมีเบอร์โทรศัพท์ของมือถือเครื่องนี้!


“สวัสดีครับ...รวิภัทรพูด”

[สวัสดีภัทร...นี่ลุงเองนะ]

“ครับลุงศักดิ์” รวิภัทรรับกับปลายสายก่อนจะถาม “ลุงโทรหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ?”

[ลุงมีอะไรจะวานให้ภัทรช่วยซะหน่อย....เย็นนี้ภัทรว่างรึเปล่าเดี๋ยวลุงจะไปหาที่บ้าน]

สิ่งที่ปลายสายตอบกลับมาทำให้รวิภัทรนิ่ง...ทบทวนว่าตนเองมีนัดอะไรหรือเปล่า แล้วเมื่อจำได้ว่าไม่มีจึงตอบไปว่า

“ผมว่างครับเย็นนี้...แต่ผมว่าผมไปหาลุงที่บ้านเองดีกว่าครับ...งั้น...” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดต่อว่า “....เอาเป็นว่าประมาณสองทุ่มผมจะไปหาลุงที่บ้านนะครับ....ครับ....สวัสดีครับ”


วางสายจากปลายสายรวิภัทรก็หมุนตัวกลับไปสนใจเจ้าแฟ้มร่างสัญญาที่ทศวรรษนำมาให้เมื่อครู่แล้วเริ่มลงมืออ่านมันช้าๆและรอบคอบอย่างที่สุด ก่อนที่สุดท้ายเขาจะเซ็นต์ลายชื่อตัวเองลงบนร่างสัญญานั้นเมื่อเห็นว่าสัญญาฉบับนี้จะไม่ทำให้เขาเสียเปรียบ



+++++++++


‘ลุงศักดิ์’ ของรวิภัทร หรือ ‘นายพงษ์ศักดิ์ สมรรถการ’ เป็นชายวัยห้าสิบปลายๆ ที่เหลือเวลาอีกปีสองปีก็จะหกสิบ แต่ท่านก็ยังดูแข็งแรงสมวัยด้วยดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดี


รวิภัทรทรุดลงนั่งตรงข้ามกับที่นั่งของชายสูงวัยที่ตอนนี้หันไปยืนค้นเอกสารอะไรสักอย่างในตู้เก็บเอกสารภายในห้องทำงานของท่าน ชายหนุ่มอดทนรอไม่นานเลยเมื่อ ‘ลุงศักดิ์’ เริ่มเอ่ยถึง ’ธุระ’ ที่ทำให้ท่านเรียกเขามาในวันนี้


“ภัทรรู้จักบริษัท xxx มั้ย? ที่เขาทำเกี่ยวกับพวกส่งออกน่ะ” ผู้สูงวัยกว่าในที่นั้นเกริ่นนำขึ้นมา รวิภัทรพยักหน้าหงึกเป็นเชิงรับก่อนจะพูดว่า

“รู้จักครับ แล้วรู้สึกว่าลุงก็มีหุ้นในบริษัทนี้ด้วยไม่ใช่เหรอครับ?”

“ใช่” คุณพงษ์ศักดิ์เอ่ยรับ ก่อนที่ท่านจะวางแฟ้มในมือที่ท่านถือไว้ลงตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยต่อว่า “บริษัทนี้ลุงมีหุ้นด้วยแค่ 20% เพราะหุ้นส่วนใหญ่จะเป็นของพวกสุทธิวรารัตน์ หรือจะพูดให้ถูกว่าเป็นของศศินา สุทธิวรารัตน์มากกว่า”

“แล้ว?” เขาพูดขึ้นเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

“ศศินาเพิ่งจะเข้ามาบริหารบริษัทนี้ไม่ถึงปีต่อจากศศิน”

“ศศิน?” รวิภัทรทวนชื่อนี้เป็นเชิงถามผู้สูงวัยกว่าว่าเขาคือใคร ทำให้คุณพงษ์ศักดิ์ยิ้มก่อนจะตอบว่า

“อ้อ ลืมบอกภัทรไปว่าศศินเป็นรุ่นน้องที่สนิทกันดีของลุง และหนูนา...ศศินาน่ะก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าเมธาของลุงด้วย”

“ครับ” รวิภัทรรับคำด้วยใบหน้านิ่งเฉยเป็นเชิงรับรู้

“เรื่องพวกนี้ลุงแค่อยากให้ภัทรรู้ไว้เฉยๆ แต่ที่อยากจะขอแรงภัทรคือเรื่องนี้ต่างหาก” พูดจบท่านก็เอื้อมไปเปิดแฟ้มที่วางตรงหน้าเขาออก ทำให้รวิภัทรต้องหันไปมองตาม

“เมื่อเดือนที่แล้วหนูนาหอบเจ้าพวกนี้มาปรึกษาลุงว่าทำไมจู่ๆเงินในระบบมันถึงหายไปมากมายนัก แต่ด้วยความไม่แน่ใจทำให้เธอมาปรึกษาลุงก่อนแล้วลุงก็พบว่าตอนนี้ที่นี่กำลังถูกคนบางคนโกงบริษัท” นิ้วของท่านชี้ให้เขาดูผลกำไรของบริษัทที่กำลังเติบโตไปด้วยดีกลับลดลงจนผิดสังเกต “แต่ลุงก็ยังทำอะไรไม่ได้หรอกนะ เพราะว่าตอนนี้ลุงขาดหลักฐาน...”

“ทำไมลุงไม่เข้าไปตรวจสอบเองเลยล่ะครับ” รวิภัทรถามกลับ

คุณพงษ์ศักดิ์สูดลมหายใจลึก ท่านยืดตัวขึ้นก่อนจะพูดต่อ

“ตอนนี้ลุงไม่ว่างที่จะมาจัดการเองด้วย อย่างที่ภัทรรู้ลุงกำลังจะไปคุมบริษัทที่กำลังเปิดใหม่ที่เวียดนาม...นี่แหละที่ลุงอยากจะให้ภัทรช่วย” ท่านถอนใจก่อนจะพูดต่อ “ภัทรช่วยเข้าไปสืบหาหลักฐานและหาคนผิดช่วยหนูนาอีกแรงได้มั้ย? ลุงไม่ไว้ใจให้หนูนาทำคนเดียวกลัวเธอจะไม่ไหว แล้วอีกอย่างลุงกลัว ‘พวกนั้น’ จะไหวตัวทันด้วย เดี๋ยวลุงจะปล่อยข่าวว่าลุงขายหุ้นของบริษัทนี้ให้ภัทร...หรือถ้าภัทรสนใจบริษัทนี้จริงๆลุงขายให้ภัทรเลยก็ได้ เพราะตอนนี้ลุงก็ชักแก่ คุมหลายๆที่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน”


ในระหว่างที่พูดท่านก็ลุกขึ้นยืนเดินมาหยุดซ้อนหลังชายหนุ่มก่อนจะตบบ่าเขา


“นะ...ตอนนี้ลุงไว้ในภัทรคนเดียว...ถือว่าช่วยลุงหน่อยก็แล้วกัน เอ...หรือว่าภัทรไม่ว่างบอกลุงก็ได้นะ” ตอนหลังท่านทำท่านึกขึ้นมาได้ว่ารวิภัทรก็มีงานหนักไม่แพ้กันและอาจจะเข้ามาจัดการเรื่องนี้ให้ท่านไม่ได้


คุณพงษ์ศักดิ์ไม่ใช่ไม่ไว้ใจศศินาและท่านเห็นว่าถ้าจะปล่อยให้หญิงสาวจัดการเรื่องนี้คนเดียวอาจจะเหนือบ่ากว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวอย่างหล่อน และอีกอย่างถ้าลางสังหรณ์ในคราวนี้ของท่านไม่พลาด เรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลังอะไรที่มากกว่าพวกโกงบริษัทแน่!


และในตอนนี้ท่านกลับไม่ว่างไปอีกหลายเดือนเพราะตัวท่านต้องบินไปคุมบริษัทใหม่ที่เวียดนาม ครั้นจะรอให้เมธากลับมาจัดการก็อีกนานกว่าพ่อตัวดีนั่นจะกลับมาจากเมืองนอก เลยเหลือเพียงทางเดียวที่ท่านจะฝากฝังเรื่องนี้ไว้ได้และฝากให้ช่วยดูแลหนูนาแทนท่านก็เห็นจะมีเพียงคนเดียว....รวิภัทร


รวิภัทรนิ่งครุ่นคิดว่าเขาจะรับปากดีหรือไม่...ช่วงนี้ตัวเขาก็ไม่ได้มีงานเร่งด่วนอะไร กอปรกับช่วงนี้เขากำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ออกจะเรียบง่าย(ในความคิดเขา) การไปเป็นนักสืบเล็กๆน้อยๆนี่อาจจะทำให้ชีวิตของเขามีสีสันขึ้นมาก็เป็นได้!


“ตกลงครับ...ผมจะช่วย” รวิภัทรรับคำขอในที่สุด ทำให้ผู้สูงวัยกว่ายิ้มกว้างแล้วตบบ่าเขาหนักๆอีกครั้ง


“ขอบคุณภัทรมาก...ขอบคุณจริงๆ คิดไม่ผิดเลยที่มาขอความช่วยเหลือจากภัทร...ต่อไปนี้ลุงขอฝากหนูนากับบริษัทให้ภัทรช่วยดูแลด้วยนะ”


ท่านเอ่ยอย่างยินดีแต่รวิภัทรกลับขมวดคิ้วมุ่นในสิ่งที่ได้ยิน

“ดูแลหนูนา?” เขาเอ่ยทวนเสียงสูงในขณะที่คุณพงษ์ศักดิ์พยักหน้ารับ

“ใช่ ฝากดูแลทั้งบริษัททั้งเจ้าของนั่นแหละ ถ้าภัทรได้รู้จักเธอภัทรจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลุงถึงฝากเธอไว้กับภัทร”

เอ้า...สรุปว่านอกจากเขาจะต้องไปเป็นนักสืบในบริษัทคนอื่นเขาก็ต้องพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงด้วยเหรอเนี่ย? รวิภัทรอยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออกเมื่อคิดว่าตนเองด่วนตัดสินใจเร็วไปหน่อย

“งั้น....” เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ ในขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาเบือนไปสบกับผู้สูงวัยกว่า “สิ่งที่คุณลุงต้องทำอีกอย่างนอกจากการให้ข้อมูลพวกนี้...” เขาทำท่าพยักพเยิดไปทางแฟ้มหนาตรงหน้าก่อนจะพูดต่อ “...ก็คือการให้ข้อมูลของหนูนา...ศศินาของคุณลุงกับผมด้วย...ผมจะได้รู้ว่าเด็กที่ผมต้องดูแลเนี่ยเป็นคนยังไง!”




+++++++++++++


‘คนที่กำลังจะมีพี่เลี้ยง’ กลับนั่งทำหน้ายุ่งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของหล่อนดังเป็นรอบที่สิบกว่าแล้วในรอบไม่ถึงห้านาที เมื่อปลายสายนั้นเห็นว่าหล่อนไม่มีท่าทีรับโทรศัพท์นั้น


หญิงสาวจ้องมองหน้าจอที่โชว์เบอรไม่พึงปรารถนาที่โทรเข้ามาทุกวัน...และหล่อนก็ไม่ยอมรับสายของเขามาโดยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนกัน


รุต...คุณปล่อยให้เรื่องของเรากลายเป็นอดีตจะได้มั้ย?...เพราะฉันไม่อยากจะเจ็บอีกต่อไปแล้ว...


...ไม่อยาก....อีกแล้ว...


หญิงสาวหลับตาลงในขณะที่มือบางตัดสินใจกดตัดสายเขาและจัดการปิดมือถือของตัวเองทันที





+++++++++



“โธ่โว้ย!”


ร่างสูงที่อยู่ในชุดนอนลายทางสีเทาได้แต่สบถลั่นเมื่อครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่หล่อนเอาแต่ปิดโทรศัพท์หนีเขา


วรุตปิดประตูระเบียงเสียงดังลั่นก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้างแล้วโยนโทรศัพท์ไปข้างหลังโดยไม่สนใจว่ามันจะอยู่ในสภาพไหน


หนึ่งเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาเหมือนเป็นบ้า...ตื่นขึ้นมาก็มีเวณิกานอนเคียงข้าง...ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่แน่ใจตัวเองด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรไปหรือเปล่า และสุดท้ายคือการที่เขาและศศินาต้องเลิกกัน!


คิดมาถึงตรงนี้แล้ววรุตก็ได้แต่รู้สึกใจหาย...ไม่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมเด็ดขาด...เขารักศศินาเกินกว่าจะปล่อยให้หล่อนเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ง่ายๆ


แต่เขาจะทำอะไรได้...ในเมื่อตอนนี้หล่อนไม่มีท่าทีจะฟังคำอธิบายต่างๆจากเขาเลย


ไปดักรอที่บ้านกับบริษัทก็ไม่เคยได้พบ...โทรหาไม่เคยรับ...ถึงขนาดดักรอเป็นวันๆก็ไม่เจอแม้แต่เงา ตั้งแต่วันนั้นหล่อนทำตัวเหมือนไม่เคยมีตัวตนสำหรับเขาเลยจนเขารู้สึกปวดใจและเสียใจไปหมด...สุดท้ายด้วยอารมณ์น้อยใจหล่อนเลยทำให้เขายอมตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับเวณิกาในที่สุดด้วยอยากจะรู้ว่าหล่อนจะ ‘กล้า’ มาเจอหน้าเขาในงานแต่งงานนี้มั้ย?


และแน่นอนว่าเขาได้รับรู้ว่าหล่อนกล้า!...แต่กลับเป็นเขาเสียอีกที่ยามเมื่อเห็นร่างบางเยื้องกรายเข้ามาในงานก็รู้สึกเหมือนจะขาดใจ


มันไม่มีวันเลยใช่มั้ยนา?...ไม่มีวันที่ผมจะได้กลับมารักคุณเหมือนเดิมใช่มั้ย?






+++++++++++++

จบตอนที่ 2 แล้ว เย้ๆๆๆ
ขอโทษที่มาอัพช้ามากๆค้า TOT
พอดีติดเรียนค้า เพิ่งเปิดเทอม ฟิตจัด 555+

มาๆๆ ตอบเม้นกันดีก่า คิๆๆ ^^

คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่1
สวัสดีค่ะ มอลลี่นะคะ
กำลังจะมาถามเคล็ดลับการจัดหน้าให้ดูอ่านง่ายอยู่พอดี เพราะรู้สึกว่ามอลลี่ยังจัดไม่ค่อยเก่ง
แต่ตอนนี้ทราบแล้วค่ะ
อ่านแล้วน่าติดตามดีนะคะ
แวะไปอ่านของมอลลี่บ้างก้ได้นะคะ ถ้าไม่รังเกียจ
โดย: มอลลี่ (Tukta21)
>>>>>> สวัสดีค่า มอลลี่ ยินดีที่ได้รู้จักค้า 555+ ไม่รังเกียจๆ แต่ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่ากิ๊งไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายแล้วเดี๋ยวนี้
เพราะขนาดเขียนยังไม่มีเลย TOT ไปแน่นอนค้า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ (ว่าแต่จะให้กิ๊งเรียก มอลลี่ ว่าพี่มอลลี่ได้ป่าว เพราะอาจจะอายุเยอะก่ากิ๊งได้ 555+)



คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่2

แหะๆๆ อีกทีค่ะ อ่านจบแล้วละ
แต่งเก่งจังเลย อ่านแล้วอิน อิอิ
โดย: มอลลี่ (Tukta21)
>>>>>>>>>> ขอบคุณค้า >.<


คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่3

เปิดเรื่องมาก็น่าตื่นเต้นเลยเชียว
แสดงว่าน้องสาวนางเอกนี่แอบร้ายเงียบนะคะ
จะรออ่านตอนตอไปค่ะ
โดย: ธาร นาวา
>>>>>>>>>> 555+ อันนี้ต้องรอดูกันต่อไปค้า ว่าเค้าจะแอบร้ายหรือไม่ร้าย อิอิ




คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่4

รอตั้งนานแน่ะจ๊ะ แล้วที่บอกว่าถึงตอน 20 แล้วจะล็อค เออ แล้วพี่จะอ่านยังไงคะ อันนี้ไม่ได้แกล้ง ไม่รู้จริงๆค่ะ ประมาณว่าแก่แล้วยังเชยน่ะ
โดย: พี่น้อง
>>>>>>>>> คืออย่างนี้ค่ะพี่น้อง พออัพไปถึงตอนที่ 20 กิ๊งอาจจะล๊อกห้อง ซึ่งก็คือ ถ้าจะเข้ามอ่านต้องส่งอีเมล์มาขอพาสเวิร์ดกับกิ๊งเท่านั้นค่ะ 555



คนน่ารักที่แวะมาทักทายกันคนที่5

สนุกดีนะ
โดย: นา
>>>>>>>> ขอบคุณค้า ^O^



Create Date : 08 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 1:02:31 น.
Counter : 373 Pageviews.

6 comments
  
หนุกดี
โดย: bee IP: 118.173.244.37 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:11:11:05 น.
  
คุณทำให้เราติดซะแล้วค่ะ
แงๆๆๆ รับมาต่อให้ด่วนเลยนะคะ

ขอบคุณค่ะ
โดย: นุ IP: 143.167.86.123 วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:4:14:38 น.
  
ขอบคุณค่ะน้องกิ้งที่ตอบคำถามพี่ทำให้สบายใจได้ว่า ได้อ่านจบแน่นอน เห็นพระเอกที่โผล่มาตอนนี้แล้ว ท่าทางจะร้ายไม่เบา แต่ก็ดีค่ะ จะได้รับมือกะสองแม่ลูกได้อย่างสมกัน เอาใจช่วยค่ะ แต่อย่าแกล้งนางเอกเยอะนะ สงสารนางเอกค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้ตอนต่อไปมาลงไวๆนะคะ พี่ขอสมัครเป็นแฟนคลับอย่างเหนี่ยวแน่นละกัน
โดย: พี่น้องค่ะ (หนึ่งมณี ) วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:10:05:18 น.
  
ตอนแรกคิดว่า วรุตจะเป็นพระเอกเสียอีก
พออ่านตอนนี้แล้วถึงรู้ว่าไม่ใช่

แต่ชอบเก่งๆ แบบรวิภัทรมากกว่า
แบบนี้น่าจะสมน้ำสมเนื้อพอฟัดกับแม่เลี้ยงกับน้องสาวตัวร้ายหน่อย

ยังไงก็รออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: ธาร นาวา วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:0:01:02 น.
  
ตามมาอ่านต่อค่ะ หุหุ
สนุกดี เริ่มจะรู้ตัวพระเอกแระ อิอิ
โดย: มอลลี่ (Tukta21 ) วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:0:47:20 น.
  
อ่านมา 2 ตอนละ รู้สึกชอบมากขึ้นต้องรีบไปอ่านต่อก่อนนะค่ะ เก่งจังเรียนด้วย เขียนนิยายไปด้วย

เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
โดย: Naritar IP: 124.121.33.203 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:14:33:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

การิ๋งกิ๋งกิ๋ง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังน้อยของธีรตี - พิรฏาค่ะ ^^
ผ่านไปผ่านมาแวะทักทายกันได้นะคะ



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม
New Comments
Group Blog
All Blog