Group Blog
 
All blogs
 

เรื่องเล่าจากซาอุ (ตอนที่ 8): ปิคนิคกลางทะเลทราย

Photobucket


เดือนที่แล้วที่ทำงานจัดไปปิคนิคในทะเลทรายมา งานนี้ผู้หญิงล้วน ตามประสาซาอุ จริงๆตอนแรกก็ไม่อยากไปเพราะมีความรู้สึกว่างานอย่างนี้มันควรจะไปกันทั้งครอบครัว แต่คิดไปคิดมา อยู่ซาอุมาตั้งนานยังไม่เคยออกไปทะเลทรายเลย คราวนี้มีรถไปเสร็จสรรพ อาหารการกินก็น่าจะอุดมสมบูรณ์ก็เลยไปดีกว่า เอาเจดไปด้วย ปล่อยให้คริสอยู่คนเดียวทั้งวัน

เช้านั้นก็เตรียมเสบียงเตรียมเสื้อกันหนาวเจดไปเต็มที่ ไปขึ้นรถบัสที่ในคอมพาวนด์ตอน 11 โมง รอแป๊บเดียว รถก็ออก ในรถก็มีผู้ใหญ่ประมาณ เจ็ดแปดคน เด็กๆอีกร่วมสิบ แม่ๆในรถบัสนี่อาหรับทั้งนั้น มีอ้อมและลูด้า เพื่อนรัสเซียที่ไม่ใช่แขก นั่งรถไปได้ซักพักก็เริ่มส่อเค้า อาการแม่แขกออก ไม่ดูลูกกันอ่ะ เด็กๆเสียงดัง แม่ก็นั่งเม้าธ์กันไป นั่งรถไปนานพอสมควร จนเจดกับลูกๆลูด้าก็หลับกัน เพราะเรานั่งทางหลังรถหน่อย แต่ไอ้เด็กๆที่นั่งข้างหน้านี่เสียงยังเจี๊ยวจ๊าวกันอยู่ แม่ๆก็ไม่เตือนทั้งๆที่ก็เห็นว่ามีเด็กหลับอยู่หลังรถ

กว่าจะไปถึงที่ปิคนิคที่อยู่ที่ Al Thumama ก็เกือบสองชม.ได้มั้ง ขับออกนอกริยาดห์ไปสักชม.นึงได้ วิวก็อย่างที่เห็นในรูป มันแห้งงงงงงงงงงงงงงงงง ทะเลทรายรอบๆริยาดห์นี่ไม่ค่อยสวย มันเป็นกรวดและหินซะมาก ไม่มีเนินทรายสวยๆเท่าไหร่

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


พอไปถึงก็เอาของไปเก็บในเต้นท์ เด็กๆก็ได้วิ่งเล่นกันล่ะ ทีนี้รู้ซึ้งจริงๆว่าแม่ๆแขกเขาเลี้ยงลูกกันยังไง ตลอดทั้งบ่ายยันค่ำ มีอ้อมกับลูด้าเท่านั้นที่อยู่ข้างนอกกับลูกตัวเอง แม่ๆที่เหลือนั่งเมาธ์นั่งกินกันอยู่แต่ข้างในเต้นท์อ่ะ เด็กเป็นสิบๆเลยนะ วิ่งเล่นกันเอง วัยตั้งแต่ขวบนึงจนถึงเจ็ดแปดขวบ ไอ้ที่โตกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน มันโตแล้วดูแลตัวเองได้ แต่มีเด็กขวบนึงตัวเล็กกว่าเจดอีก เดินอยู่คนเดียวตลอดบ่ายเลย มีพี่สาวน้องชายอยู่อีกคู่ ไอ้น้องก็เล่นเอาหินขว้างใส่พี่จนร้องไห้กันกระจาย แม่ก็ไม่เห็นสนใจ เขาก็คงมองว่าอ้อมกับลูด้านี่ก็แปลก ไม่ยอมไปนั่งสังสรรค์กับคนอื่น ให้เราทิ้งลูกเราไปได้ไงอ่ะ จะเอาไปนั่งข้างในด้วยกันก็ไม่ยอม ข้างนอกมันน่าเล่นกว่า

Photobucket


Photobucket


Photobucket


งานนี้หนูเจดล่อแต่อาหารขยะฮ่ะ ขนมที่เขาให้เด็กๆทานมีแต่ขนบขบเคี้ยวถุงๆกับชิปส์ เจดเห็นเด็กอื่นทานกันก็ขอเขาทานบ้าง อ้อมก็หยวนๆปล่อยไป สรุปวันนั้นทั้งบ่ายและเย็นเจดทานแต่ขนมและช็อคโกแล้ต

จริงๆอยากถ่ายรูปมามากกว่านี้ แต่ถ่ายมากไม่ได้ เดี๋ยวไปติดหน้าสาวซาอุ ตอนทานอาหารเย็นก็เหมือนกัน อยากถ่ายรูปอาหารแต่ถ่ายไม่ได้อ่ะ งานนี้เขาจ้างร้านอาหารมาทำบาร์บีคิวให้ทาน อย่างอร่อยเลย

พอทานข้าวเย็นเสร็จก็มีตัวตลกสาวมาเอนเตอร์เทนเด็กๆด้วย เสียดายที่เจดยังเล็กเลยไม่ได้สนุกกับเขาเท่าไหร่ได้แต่ดูเฉยๆ พอตกค่ำอ้อมกับลูด้าก็แทบสลบกันแล้ว พอรถบัสมารอรับกลับตั้งแต่ทุ่มกว่า เราก็ไปเกริ่นๆกับคนที่นั่งรถบัสมาด้วยกันว่าจะกลับกันได้รึยัง เธอๆบอกยังไม่กลับฮ่ะ อากาศกำลังดี กรี๊ดดดดดดดดดในใจ ก็แหงล่ะ เขายังเอนจอยกันอยู่ ไม่ได้ทำอะไรนี่นานั่งกันเฉยๆ อ้อมก็เลยเอาเจดมาดูดนมให้นอนรอไปก่อน ลูด้าก็เอาลูกมานอนเหมือนกัน สองทุ่มกว่าถึงได้ไปขึ้นรถกลับ กว่าจะถึงบ้านก็สามทุ่มกว่า เหนื่อยสุดๆ ขากลับก็อารมณ์เดิม แม่ๆนั่งเมาธ์ ลูกๆเป็นลิง

งานนี้ได้เรียนรู้สองอย่าง หนึ่ง แม่แขกไม่ดูลูก สอง เวลาคนซาอุเขารวมตัวสังสรรค์กันเนี่ย เขาแต่งตัวมาอวดกันเต็มที่จริงๆนะ ไอ้เราก็แต่งตัวแบบไปทะเลทราย ใส่ผ้าใบกางเกงยีนส์ คนอื่นที่มา โห ส้นสูงฮ่ะ เมคอัพเพียบ เราก็ดูเป็นเมดไปทันที ฮ่าๆ จริงๆก็คิดอยู่แล้วล่ะว่าจะเป็นแบบนี้ งานไหนๆก็อย่างนี้




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2553 19:07:10 น.
Counter : 778 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากซาอุ (ตอนที่ 7): เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม(แขก)

อยู่ซาอุมาปีนึงกับหนึ่งเดือนละ ทนไม่ไหวขอระบายหน่อยเว้ย ไอ้คนเมืองนี้มันเป็นยังไงทำไมถึงได้ไร้มารยาทและเห็นแก่ตัวขนาดนี้ เวลาไปไหนทีนี่ต้องตั้งการ์ดเตรียมพร้อมรอฟาดฟันกับคนอื่นตลอดเวลา ยกตังอย่างเช่นจะไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

เริ่มตั้งแต่ขับรถ นี่ดีนะไม่ได้ขับเอง เพราะที่นี่ไม่ให้ผู้หญิงขับรถ (กดขี่ทางเพศจริงๆ) ที่นี่มารยาททางท้องถนนไม่มีนะคะ ปาดได้ปาด แทรกได้แทรก ขับไล่บี้จี้ตูดได้ขับ ไม่ได้นึกถึงหรอกค่ะว่ามันอันตรายทำให้คนอื่นเดือดร้อน ตอนนี้คริสก็ต้องขับรถเร็วขึ้น เพราะไม่เร็วก็โดนจี้ ขับไปด่าไป ต้องระวังซ้ายขวาหน้าหลังค่ะ พอไปถึงที่จอดรถ ฮ่ะๆๆ ล็อคไหนจอดได้สามคัน ก็จอดได้แค่สองซะงั้นเพราะคนที่นี่จอดให้ตรงช่องไม่เป็น นิสัยอย่างนึ้คนไทยเราเรียกว่าชุ่ยอ่ะค่ะ คนที่นี่ชุ่ยมากๆจนเห็นแก่ตัว เอาตัวเองสะดวกเข้าว่า คนอื่นจะเป็นไงชั่งมัน

พอเข้าไปถึงซุปเปอร์ อ่ะ เลือกดูผักเอาใส่ถุงเรียบร้อย ที่นี่เหมือนเมืองไทยคือต้องเอาไปชั่งนน. เตรียมใจอีกค่ะ คนที่นี่เข้าคิวต่อแถวกันไม่เป็นฮ่ะ ไปที่ที่ชั่งนน.ก็ต้องไปยืนออๆกัน ไม่มีคิว ใครดีใครได้ สองวันก่อนเพิ่งได้ด่าคนชั่งนน.ไป แหม ไอ้เรายืนหัวโด่อยู่ข้างหน้า ถืออยู่ถุงเดียว ดันไม่ชั่งให้ หยิบแต่ของผู้ชายคนอื่นๆที่มาทีหลัง รอให้เขาชั่งไปสองคน ไม่ไหวแล้วเว้ย อ้อมกับสาวปินส์ที่มารอพร้อมๆกันโวยเลย ชั้นมาก่อนเว้ย มีแก้ตัวอีกว่าชั่งให้คนที่มีน้อยถุงกว่าเสร็จเร็วกว่าก่อน อ้อมสวนกลับ นี่ชั้นมีถุงเดียว! เลยหยิบไปชั่งให้ ไอ้หอยหลอด

นอกจากจะเจอคนชั่งเฮงซวยแล้ว บางทีเจอมุขนึ้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ที่นี่สั่งสอนลูกกันดีมาก ส่งลูกให้มาแซงคิวชั่งนน.ผักผลไม้ เด็กๆนี่แหละค่ะ แทรกปึ๊บๆเลย จากที่เคยเป็นนางงามรักเด็ก ตอนนี้กลายเป็นนางยักษ์อยากตบเด็กบ่อยๆ คนซาอุนี่ดูรักครอบครัว ครอบครัวมาที่หนึ่ง แต่นอกจากมีลูกมากแล้วเนี่ย ไม่รู้รักกันยังไง ไม่สั่งสอนลูก (อย่างว่าผู้ใหญ่ก็ทำเองนี่นา) ถ้าปล่อยให้ลูกๆออกมาเล่นที่ถนนเนี่ย อย่างมากก็มีสาวใช้ปินส์เดินตามมาคนนึง เด็กๆก็วิ่งกันให้พล่าน เอาไม้ไล่ตีรถบ้าง ทิ้งจักรยานไว้กลางถนนบ้าง ตอนอ้อมท้องแก่ มีอยู่คืนนึง ไอ้เด็กหน้าบ้านมากดออดเล่นตอนตีสาม! แล้วไม่ได้กดครั้งเดียวนะ มันกดถี่ๆๆ ไอ้เราก็ตกใจตื่นขึ้นมา นึกว่ามีอะไร ที่ไหนได้ออกมาดู ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักๆจากบ้านตรงข้าม โหย โคตรโกรธ ยังดีหน่อยที่วันรุ่งขึ้นตัวพ่อก็มาขอโทษ แต่เด็กจะสำนึกรึเปล่านี่ไม่ต้องไปหวัง

นอกเรื่องไปหน่อย บอกแล้วว่าอยากระบาย ต่อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต จะไปต่อคิวจ่ายเงินก็อีหรอบเดิม มันไม่ค่อยจะมีแถวเท่าไหร่ ไอ้เลนด่วน ของน้อยกว่าสิบชิ้นเข้าช่องนี้นี่ไม่มีนะคะที่นี่ คาดว่ามีไปพี่แขกก็คงไม่ทำตามอยู่แล้วก็เลยไม่รู้จะมีไปทำไม เพราะงั้นเวลาต่อคิวอย่างนี้ก็จะเห็นคนคอยเสียบค่ะ เดินดุ่มๆหน้าด้านๆจะแทรกข้างหน้าเราเลยนี่แหละ อย่างนี้ไม่ยอมค่ะ ต้องรีบดันรถเข็นเข้าไปให้ติดคนข้างหน้า แล้วหันไปส่งสายตาประหาร จริงๆถ้าเราของเต็มรถเข็นแล้วคนที่มาหลังเรามีแค่ชิ้นสองชิ้นเราก็ให้เขาไปก่อนนะคะ เคยทำมาแล้ว แต่ทำแล้วรู้สึกเสียเส้นเล็กน้อยเพราะเขาไม่ยักกะขอบคุณเราแฮะ สงสัยคงจะงงๆไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนเลยตั้งตัวไม่ถูก

เฮ้อ ตอนนี้เวลาอ้อมกับคริสจะไปจ่ายกับข้าวทีก็เลือกไปตอนที่คนน้อยๆค่ะ ตอนเช้าหรือบ่ายต้นๆจะดีมาก ไม่ไปช่วงตอนเย็นโดยเฉพาะหลังสวดก่อนค่ำเด็ดขาด ถ้าไปช่วงนั้นนี่เรียกว่ารนหาเรื่องอารมณ์เสียเอง แหะๆ

แต่เมื่อสองวันก่อนเพิ่งออกไปผจญคนหมู่มากมา ไปเดินเล่นที่ห้างใหม่กลางเมืองตอนค่ำ โหย ฟาดฟันมาก เพราะว่าเอารถเข็นเด็กไปก็ต้องไปขึ้นลิฟท์ พอลิฟท์มา ประตูเปิดมีสาวซาอุอยู่คนเดียว คริสก็เอามือไปกันลิฟท์ไว้ให้มันเปิดจะได้เอารถเข็นเข้าไปได้ ที่ไหนได้ประตูลิฟท์มันไม่เด้งเปิดอัตโนมัติ มันจะหนีบมือคริสเอา คนที่อยู่ข้างในลิฟท์แม่-ก็ไม่ช่วยนะ ไม่กดเปิดให้ อ้อมต้องกดปุ่มข้างนอกเอง ฮ่วย แค่นี้ยังไม่พอ ตอนจะออกจากลิฟท์ ก็ต้องฟาดฟันคนออกมา ปกติคนจะเข้าลิฟท์ต้องรอให้คนข้างในลิฟท์ออกมาก่อนใช่มั้ยคะ ที่นี่ไม่ค่ะ พอประตูเปิดก็กรูกันเข้ามา แล้วมันจะเข้ามากันได้มั้ยเนี่ยถ้าคนข้างในไม่ออกไปก่อน ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนสั่งการกัน

วันนั้นนี่นอกจากได้อารมณ์เสียตอนขึ้นลงลิฟท์แล้วก็ยังได้หงุดหงิดต่อที่ฟู้ดคอร์ท โฮ้ย มันยืนกันเกะกะไปหมด ไอ้เราก็เข็นรถเจด ก็ขอทาง พูด Excuse me ๆ มันก็ไม่หลบ เลยเข็นชนไปเลยค่ะ ชนไปสองสามคน ฮ่าๆ สะใจโว้ย เข้าเมืองแขกตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามแขก!

ปิดท้ายด้วยรูปหนึ่งในตึกสูงสองตึกกลางเมือง Al Faisaliah กับพระจันทร์ยามกลางวันค่ะ

Photobucket


Photobucket




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2551    
Last Update : 12 ธันวาคม 2551 13:17:16 น.
Counter : 1448 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากซาอุ (ตอนที่ 6): เที่ยวเมืองเก่า Old Dar'iyah (เพิ่มรูปค่ะ)

แวะมาแปะรูปเมือง Old Dar'iyah ให้ดูกันเพิ่มค่ะ ขอบอกว่าส่วนใหญ่คริสเป็นคนถ่าย แหะๆ แต่อ้อมทำเนียนทำลายน้ำเป็นชื่อตัวเองเพราะขี้เกียจ

อ้อมเองเดินตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยไปเรื่อยๆก็เหนื่อยแล้วค่ะ บางทีต้องเดินข้ามคูที่เขาขุดไว้ด้วย มีอยู่ตอนนึงคุณคริสบอกให้โดดข้ามเอา โหหหหหห เมียท้องโย้ขนาดนั้นมีบอกให้โดดข้ามคู มันไม่กว้างเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่อ้อมก็ไม่ยอมโดด บ้า โดดไม่ข้ามตกลงไปก็แย่อ่ะสิ สรุปว่าคนงานก่อสร้างที่อยู่แถวนั้นเห็นแล้วคงสงสาร ก็เลยเอาไม้มาพาดให้ เชอะ สามีชั้น ไม่ได้สงสารคนแบกพุงอย่างเราเล้ย

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


ปิดท้ายด้วยรูปประตูเก่าๆค่ะ

Photobucket


Photobucket


Photobucket


ปล. ตอนนี้สบายดีทั้งแม่และลูกค่ะ อาทิตย์ที่แล้วกังวลว่าเจดดิ้นน้อยลงไปหน่อย เลยไปหาหมอ เจอหมอสั่งอัลตราซาวนด์แบบละเอียดเข้าไป จ่ายตังค์ไป 500 riyals (ก็ห้าพันห้าร้อยบาทได้) พอแม่เสียเงินเท่านั้นลูกก็ดิ้นโชว์หมอทันทีเลย คริสบอกว่าแล้วเชียว ฮ่าๆ เสียตังค์ค่า peace of mind ไปอย่างแพง แต่ก็ดีกว่าเป็นอะไรไปแล้วแก้ไขไม่ทันเนอะ




 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2551 13:43:29 น.
Counter : 269 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากซาอุ (ตอนที่ 5): ชั้นไม่ใช่น้องปินส์!!

ตั้งแต่มาอยู่ที่ซาอุนี่ก็สามเดือนจะสี่เดือนเข้าไปแล้ว ขอสารภาพว่าภาษาอารบิคนี่ยังไม่กระดิกเลยค่ะ ทำไมน่ะเหรอ ก็นอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านกับคุณคริส ที่ทำงานก็พูดอังกฤษตลอดเหมือนกัน จะไปขอให้นักเรียนสอนภาษาอารบิคให้ก็กลัวจะโดนไล่ออกซะก่อนค่ะ ที่สำคัญอยู่ที่นี่ไม่ต้องพูดอารบิคก็เอาตัวรอดได้แล้วเพราะไม่ว่าจะทำอะไร ไปซื้อของที่ไหน ก็ใช้ภาษาอังกฤษได้หมด เพราะว่าแรงงานทั้งหลายที่นี่เนี่ย ต่างด้าวทั้งนั้นค่ะ จากข้อมูลในวิกิพีเดีย ซาอุมีประชากรทั้งหมด 27 ล้านคน เป็นต่างด้าวที่เข้ามาทำงานซะห้าล้านกว่าคน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ที่มีมากไม่น้อยหน้าแขกทั้งหลายก็หมู่เหล่าฟิลิปปินโน เพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานี่แหละ อยู่ที่นี่กันร่วมล้านคนเหมือนกันค่ะ

เนื่องจากมีน้องปินส์อยู่กันมากขนาดนี้ เดินไปทางไหนก็จะเจอน้องปินส์เต็มไปหมดค่ะ ถ้าเป็นผู้หญิง (เรียกว่าฟิลิปปินนา) ก็ทำงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแม่บ้าน คนใช้ คนเลี้ยงลูก ค่ะ เรียกว่าไปห้าง ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเนี่ย เจอน้องปินส์เต็มไปหมด รู้ได้ไงว่าเป็นน้องปินส์เหรอคะ ง่ายมาก หน้าเขาก็เหมือนหน้าเรานั่นแหละ ใส่ abaya ไม่คลุมหัวทำตัวเป็น infidels เดินกันขวักไขว่ให้คนซาอุเหล่ ฮ่าๆ หน้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราก็กลืนไปกับเขามากๆ บ่อยครั้งเลยที่มีคนเดินเข้ามาเว้าตากาล็อกด้วย ก็ได้แต่บอกเขาว่าบ่ใช่ฟิลิปปินน่าเด้อ บางทีนั่งๆอยู่คนเดียวในห้าง หนุ่มฟิลิปปินส์เดินผ่านไปก็มีแอบแซว แต่ขอโทษ ฟังไม่ออกฮ่ะ เลยไม่รู้จะยิ้มรับเพราะเขาชมหรือทำเชิดใส่ดี

เวลาไปซื้อของก็จะมีคนถามค่ะ ว่ามาจากไหน ส่วนใหญ่เขาก็ไล่ไป ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ มาเลย์เซีย อินโดนีเซีย ก็บอก โนว์ โนว์ โนว์ ไทยแลนด์เฟร้ย ไม่เคยมีใครทายถูกเลยค่ะว่ามาจากเมืองไทย สงสัยแรงงานไทยไม่มีมาที่นี่นานมากแล้วจริงๆ

ทีนี้ไอ้ถูกทักว่าเป็นฟิลิปปินนานี่มันก็ไม่น่าเจ็บใจเท่าไหร่หรอกค่ะ ทำใจได้ หน้ามันเหมือนๆกัน ยิ่งเดินไปทางไหนกับคริสนี่ก็มีคนมองทั้งสาวซาอุและสาวปินส์ คงเห็นว่าเราโชคดี ได้แต่งงานกับฝรั่งด้วยเว้ยเฮ้ย ฮ่าๆ แต่บางทีดันมาปฏิบัติกับเราแบบเราเป็นคนใช้เหมือนกันนี่สิเซ็งเลย ที่เจอครั้งแรกก็ตอนไปโรงพยาบาลรัฐเพื่อตรวจสุขภาพทำใบต่างด้าวที่เรียกว่า iqama ตอนนั้นก็มีคนมาเตือนแล้วนะว่าอย่าไปรพ.รัฐเล้ย ยอมเสียเงินไปรพ.เอกชนดีกว่า แต่คนขับรถของที่ทำงานยืนยันว่าจะพาไปรพ.รัฐ เราก็อ่ะ หยวนๆ ไปก็ได้ ลองดู ก็ไปพร้อมกับคริสนั่นแหละ ไปถึงก็แยกกันเพราะที่นี่มันแยกชายหญิงหมด ส่วนที่เป็นของผู้ชายก็ดูดีเชียวค่ะ คริสเข้าไปติดต่อก็ไม่มีปัญหาอะไร มีคนพูดภาษาอังกฤษด้วยอย่างดี แต่ไอ้ของอ้อมนี่ เข้าไปแล้วท้อเลย สถานที่ก็ไม่ค่อยจะสะอาด ป้ายบอกทางบอกขั้นตอนอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น เข้าไปถามก็ได้แต่โดนปัดมือส่งๆออกมา ว่าให้ไปทางนั้นทางนี้แบบเสียไม่ได้ เหมือนเราเป็นชนชั้นแรงงานขั้นต่ำอ่ะ ไอ้เราก็ต้องไปต่อคิวทางนั้นทางนี้หลายรอบมากๆ แถมต้องคอยกันคนที่จะมาแซงคิวอีก นอกจากนี้ก็แอบสยองในความสกปรกของสถานที่ไปด้วย ท้องก็ท้องอยู่ กลัวมากๆว่าจะติดเชื้ออะไรมาก็ไม่รู้ตอนเจาะเลือด หรือไม่ก็จะโดน x-ray ปอด สุดท้ายเสียเวลาไปสามชม.เต็ม ไม่ได้อะไรเลย!! ต้องไปรพ.เอกชนอีกรอบ เสียตังค์ไป 300 riyals มีคนพูดภาษาอังกฤษรู้เรื่องคอยบอก ใช้เวลาทำเรื่องทั้งหมดเสร็จภายใน 20 นาที

อีกครั้งนี่ฮากว่า กำลังเลือกแตงโมอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต อยู่ๆก็มีหนุ่มซาอุเข้ามาช่วยเลือก บอกลูกนั้นดี ลูกนี้ไม่ดี ไอ้เราก็ขยับถอยห่างไปสองก้าว แล้วก็ขอบอกขอบใจเขาไป คุณพี่แกเลยได้ทีเกริ่นมาเลยฮ่ะ "You know, my wife and I are looking for a maid...." ฮ่วย หาคนใช้แล้วมาเกี่ยวอะไรกับตรูด้วยวะ แต่ก็ทำตัวเป็นคนดีบอกเขาไปว่า "urrrr, I just got here. I don't know anyone." แล้วก็เดินหนีเขามาค่ะ แต่ในใจงี้แอบแค้น ชั้นไม่ใช่น้องปินส์นะ(ยะ)!!!!




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2551 18:05:29 น.
Counter : 433 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากซาอุ (ตอนที่ 4): เที่ยวเมืองเก่า Old Dar'iyah

Photobucket


วันนี้พาเที่ยวเมืองเก่า Dar'iyah (อ่านว่าดะเรียห์)ที่อยู่นอกตัวเมืองริยาดห์ทางตะวันตก ขับรถไปแค่ครึ่งชม.(แบบไม่หลง)ก็ถึงแล้วค่ะ

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


ดะเรียห์เป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรซาอุแรก เป็นที่มั่นที่ครอบครัว Al Saud ใช้เป็นฐานในการขยายอาณาเขตในช่วงศตวรรษที่ 18 ต่อมาในปีคศ. 1818 อาณาจักรออตโตมานได้ส่งกองทัพมาโจมตีเมืองดะเรียห์ และทำลายเมืองลง ราชวงศ์ Al Saud ที่หนีรอดได้ไปก่อตั้งเมืองใหม่ที่ Riyadh และดะเรียห์ถูกทิ้งร้างมาจนกระทั่งศตวรรษนี้ที่มีไม่กี่ครอบครัวเข้าไปอาศัยอยู่ จนกระทั่งช่วงทศวรรษ 1970 รัฐบาลซาอุจึงได้เริ่มทำการบูรณะซ่อมแซมเมืองในฐานะเมืองเก่า (ย่อความแปลจากหนังสือ Desert Treks from Riyadh by Ionis Thompson)

จากที่เห็นนะคะ ขอบอกว่าตัวเมืองนั้นแทบไม่เหลืออะไรให้ดูมากแล้ว ส่วนใหญ่เป็นซากปรักหักพังทั้งนั้น มีบางส่วนที่ได้นับการรักษาซ่อมแซมแบบครึ่งๆกลางๆ เช่นบ้านเรือนเก่าๆนั้นก็มีคานใหม่รับน้ำหนักบ้าง แต่ก็มีอยู่มากที่ติดป้ายว่าเป็น dangerous area ห้ามเข้าเพราะอาจถล่มได้

ลองไปดูบ้านเก่าๆเขาก่อน ก่อสร้างด้วยทรายและหินทั้งนั้น ส่วนคานรับน้ำหนักก็เป็นไม้ บ้านแบบนี้กันความร้อนได้ดี

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket
เท่าที่เห็นแต่ละบ้านจะเปิดโล่งตรงกลางเหมือนเป็น courtyard


ไปดูส่วนที่เขาซ่อมแซมสร้างขึ้นมาใหม่แล้วบ้าง ประเทศนี้ก็แน่นอนเลย ซ่อม mosque หรือมัสยิดก่อนค่ะ

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket
ขอยืนพุงโย้หน้าประตู


Photobucket
แอบดูข้างในสักนิด เขาไม่เปิดให้เข้าค่ะ


ขอบอกว่าที่เดินๆจนทั่วเนี่ย ไม่ได้รู้เรื่องราวความเป็นมาอะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะมันไม่มีป้ายบอกให้ความรู้อะไรเลย Visitor's Center ก็ง่อยมาก ไม่มีโบรชัวร์อะไรแจกทั้งนั้น ก็ได้แต่เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ เดินอยู่ชม.นึงก็กลับค่ะ ก็ได้แต่หวังว่าอีกหน่อยเขาทำนุบำรุงเสร็จแล้ว คงจะสวยงามน่าเดินมากๆกว่านี้ นึกถึงเมืองเก่าอยุธยาบ้านเรา ของเราน่าเดินกว่ามาก

ปิดท้ายด้วยรูปตัวเอง

Photobucket


ยังมีรูปเหลืออีกหลายรูป เดี๋ยวลงบล็อกหน้าละกัน




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2551 22:10:19 น.
Counter : 492 Pageviews.  

1  2  

Thai Wahine
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




*สาว(ไม่)น้อยพลัดถิ่นมาอยู่เมืองเล็กๆในอเมริกา --> ตอนนี้หลงมาอยู่ตะวันออกกลาง เมือง Riyadh, KSA ค่ะ
*ชอบแฟชั่นแต่ไม่กล้าแต่งตัวตามแฟชั่นจ๋า --> ตอนนี้ต้องมาใส่ abaya คลุมหมดค่ะ
*ชอบเครื่องสำอางแต่ไม่กล้าแต่งหน้าตัวเองอีกแหละ -->ตอนนี้ก็ยังไม่แต่งหน้ามากค่ะ โดยเฉพาะถ้าเทียบกับสาวซาอุที่ปิดหน้ามิดชิด
*ชอบท่องเที่ยวแต่ยังไม่ได้เที่ยวที่ไหนเท่าไหร่เล้ย --> ตอนนี้ก็ยังฝันจะไปเที่ยวหลายๆที่ค่ะ ทั้งแอฟริกาทั้งยุโรป
*ชอบกินแต่มาอยู่ไกลอาหารที่อยากกินเหลือเกิน --> ตอนนี้ยิ่งหาอาหารที่อยากทานยากเข้าไปใหญ่เลย

ปล. wahine = woman ในภาษา Hawaiian ค่ะ



หลังไมค์ถึง Thai Wahine กดที่นี่




ขอขอบคุณ
Color Codes ของป้ามด
codes ง่ายๆสำหรับบล็อกจากป้ามด
codes แต่งบล็อกของคุณรำเพย





Friends' blogs
[Add Thai Wahine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.