Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยว UAE (ทำไมมันต่างจากซาอุราวหน้ามือกับส้น...อย่างนี้วะ) Part 2: Abu Dhabi

หายไปนานมากกกกกกกกกกกกกก เนื่องด้วยลูกเดินได้ ฮ่าๆ ไม่มีเวลาเลยจริงๆ หนูเจดเรียกทำกิจกรรมร่วมกันตลอด ช่วงวันหยุดซัมเมอร์ปีที่แล้วก็เดินทางกระหน่ำ รูปช่วงซัมเมอร์พร้อมสรุปเรื่องก็จะตามมาอีกไม่นาน(หวังว่านะ)

ส่วนทริปดูไบที่ผ่านมาเกือบปีแล้วก็ขอแปะรูปโชว์ไปละกัน

อยู่ในดูไบได้สามวัน ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะขี้เกียจ ไปดูลานหิมะเทียมที่ Mall of the Emirates มา (แต่ไม่ได้เข้าไปนะ ไม่เห่ออ่ะ) กับไปอีกมอลล์ชื่อ Ibn Batutta มา ที่นี่แต่งเป็นธีมๆ ก็สวยดี แต่ก็มอลล์อ่ะนะ ไม่ตื่นเต้นมาก

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket



หลังจากอยู่ในดูไบสามวันก็นั่งแท็กซี่ไปอาบูดาบีเพื่อเข้าพักโรงแรมสุดหรู Shangri-La ไม่ได้จ่ายเองหรอกฮ่ะ ริชชี่เพื่อนคริสเป็นสปอนเซอร์ให้ จริงๆคือบริษัทเขาจ่าย ฮ่าๆ เราสวมรอยพักฟรีมีความสุข นั่งรถแท็กซี่มีปัญหานิกหน่อย เพราะคนขับไม่รู้จักทางไปโรงแรม ไอ้ตอนเรียกก็ถามแล้วนะว่ารู้จักมั้ยที่นี่ ก็บอกรู้จัก ที่ไหนได้พาไปหลงซะชม.นึง โรงแรมอยู่นอกเมืองแต่ดันพาไปวนในเมืองแถวๆ Corniche อยู่ตั้งนาน

แต่ไปถึงโรงแรมแล้วก็โอเค ห้องหรูหรามาก ดูในรูปเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่จริงๆเป็นห้องสวีทใหญ่สุดๆ

Photobucket


Photobucket


Photobucket

ระเบียงห้อง


Photobucket

วิวจากระเบียงห้องเห็นไนท์คลับ


Photobucket

อีกด้านนึง


Photobucket

ห้องทานอาหารเช้า บุฟเฟต์อลังการมาก


Photobucket

จากสระว่ายน้ำเห็นมอสก์ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมั้งอยู่อีกฝั่งของชายหาดปลอมๆ


Photobucket

ตอนกลางคืน


Photobucket


Photobucket

จากระเบียงห้องตอนกลางคืน ได้ยินเสียงเพลงโป๊ะชึ่งๆนิดหน่อยแต่อดไปฮ่ะ ลูกหลับ



แล้วก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารที่ติดกับโรงแรม เก๋ไก๋มาก ประมาณว่ามีท่าจอดเรือ ขับเรือมาทานข้าวได้นะ

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket



พักได้คืนนึงก็ไปเที่ยว Emirates Palace โรงแรมโคตรหรู ไปนั่งกินเค้กชิ้นนึงกับกาแฟหนึ่งแก้ว

Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket

เค้กแพงแต่อร่อย มีทองโรยด้วยนิดนึง



อีกวันก็ไปมอลล์ ฮ่าๆ ไม่ได้ทำอะไรมาก พักผ่อนจริงๆ อยู่ที่โรงแรมแสนสบายได้สามคืนก็กลับมาขึ้นเครื่องบินกลับริยาดห์ที่ดูไบ ไม่มีอะไรมาก ไปแล้วก็รู้สึกว่าดูไบไม่น่าอยู่ อาบูดาบีน่าอยู่กว่าเพราะเมืองเล็กกว่า ดูสบายกว่า




 

Create Date : 21 มกราคม 2553    
Last Update : 21 มกราคม 2553 11:48:00 น.
Counter : 537 Pageviews.  

เที่ยว UAE (ทำไมมันต่างจากซาอุราวหน้ามือกับส้น...อย่างนี้วะ) Part 1: Riyadh - Dubai - The Palm

เมื่อเดือนเมษาได้หยุดอาทิตย์นึงก็เลยไปเที่ยว UAE กัน (ทำงานเป็นครูที่ซาอุสบายอย่างนี้นี่แหละ หยุดบ่อยสุดๆ) ไปคราวนี้เรียกได้ว่าทริปประหยัดเพราะคริสมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่น ที่พักก็เลยฟรี เขากำลังจะย้ายกลับเมกาเดือนมิถุนาแล้ว เลยรีบไปซะก่อน

เริ่มจากไฟลท์ที่บินไป เนื่องจากจองตั๋วช้า เลยไม่ได้ตั๋วบินตรงราคาประหยัด เลยต้องไปต่อเครื่องที่บาห์เรน ออกจากริยาดห์ได้ก็โล่งไปเยอะ (ถอดอบายาตั้งแต่อยู่ในเครื่องเหมือนยกภูเขาออกจากอก คนที่อยู่ซาอุจะเข้าใจว่าได้ออกนอกประเทศเมื่อไหร่เหมือนได้ไปชุบชีวิตใหม่) เจดก็คึกคักใช้ได้ แต่ไม่งอแงเลย ดูนู่นดูนี่ดูดนมแม่บ้างไปเรื่อย มามีเรื่องให้เสียวตอนจะลงที่บาห์เรน เครื่องค่อยๆลดระดับลงเรื่อย เราก็มองลงไป ก็เห็นเมืองเห็นสนามบินข้างล่าง บาห์เรนเป็นเกาะเล็กนิดเดียวเอง ซักพัก เอ๊ะทำไมเครื่องบินเลยไปอีกเนีย มองลงไปไม่เห็นอะไรเลย ทะเลนี่หว่า ดูเวลา เอ ก็น่าจะแลนด์ได้แล้ว แต่ไม่ยักกะแลนด์ซักที บินไปอีกหลายนาทีมาก แล้วจู่ๆกัปตันก็ดึงเครื่องเชิดหัวขึ้นสุดฤทธิ์ แบบรู้สีกว่าหน้าแหงนหลังติดเบาะเลย เราเริ่มมองหน้ากัน บินมาหลายไฟลท์ในชีวิตนี้ไม่เคยเจอแบบนี้เว้ย อาการไม่ดี อีกซักพักกัปตันก็ประกาศว่ารันเวย์ไม่ว่างต้องรอกันอีก โห แล้วลดความเร็วลดระดับลงต่ำขนาดนั้นทำไมตั้งแต่แรกวะนั่น ถ้าไม่ดึงเครื่องขึ้นขนาดนั้นก็คงได้ลงกลางทะเลไปแล้วสิเนี่ย

พอเครื่องลงก็ต้องไปต่อเครื่องไฟลท์ถัดไปทันที คนก็รอผ่านเครื่องตรวจกันเยอะมาก แต่เจ้าหน้าที่น่ารักมากเห็นเราอุ้มเด็กมาก็กวักมือเปิดที่กั้นให้ไปลัดคิวไปผ่านเครื่องสแกนทันที ไปถึงดูไบก็เจอเจ้าหน้าที่น่ารักอีกแหละ อ้อมไม่ได้ทำวีซ่าไปเพราะมีบัตรคนต่างด้าวที่ซาอุ เข้าดูไบได้ แต่ต้องไปสแกนตาก่อน คุณยามเห็นเราอุ้มเจดก็มาเล่นด้วยแล้วก็พาไปหน้าเคาน์เตอร์เลยอีกเหมือนกัน ไม่ต้องรอ น่ารักจริงๆ เทียบกับที่สนามบินที่ริยาดห์ก็นะ...อย่าให้พูดดีกว่า

หลุดออกมาจาก passport control ได้ก็ต้องมารอกระเป๋ากับรถเข็นและคาร์ซีทอีกนานเหมือนกัน พอได้ของก็แวะเข้า duty free ซื้อเบียร์ซื้อไวน์เพียบ ถือเป็นของฝากเพื่อนคริสไปด้วย คืนนั้นกว่าจะได้เข้านอนก็ดึกพอสมควร อ้อมกินเบียร์ไปกระป๋องนึงก็หลับสบาย ส่วนคริสกินไปหลายอยู่ เช้าวันรุ่งขึ้นแฮงโอเวอร์ซะ ส่วนหนูเจดก็ดันเป็นหวัดขี้มูกยืด ไข้ขึ้นนิดๆ คงเพราะฟันจะขึ้นด้วย วันรุ่งขึ้นเลยไม่ได้ทำอะไร เดินข้ามไปทานข้าวที่ร้านริมหาดเฉยๆ เพื่อนคริสเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่ที่ Palm Jumeirah ตัวตึกอยู่ตรงโคนต้นปาล์มนั่นแหละ ก็หรูหราดี ทะเลก็สวยใช้ได้ หาดทายขาว มันแปลกๆหน่อยที่มองไปดันเห็นตึกสูงระฟ้า แทนที่จะเห็นแต่เส้นขอบฟ้าเหมือนทะเลทั่วไป

Photobucket
หาดทราย(ปลอม)ขาวๆ


Photobucket
โคนต้นปาล์ม


จากคอนโดเพื่อนคริสเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งก็จะเป็นคอนโดที่ติดทะ้เล มียิมมีสระว่ายน้ำ ร้านอาหาร เฉพาัะให้คนที่อยู่ใน The Palm เท่านั้น ต้องมีบัตรถึงจะผ่านเข้าไปได้

Photobucket
สระว่ายน้ำติดทะเล


Photobucket
หาดสวยมองเห็นโรงแรมหรูของดูไบ


Photobucket


เย็นนั้นไปทานบาร์บีคิวที่บ้านเพื่อนของเพื่อนคริส อยู่ในปาล์มเหมือนกันแต่เป็นช่วงใบปาล์ม หรูจริงอ่ะ บ้านไม่ถึงกับใหญ่มากแต่ห้องต่างๆก็สวยดี ดูน่าอยู่ มีสระว่ายน้ำเล็กๆอยู่หลังบ้านที่ติดกับหาดทราย ไม่ไดุ้่ถ่ายรูปตัวบ้านมาเพราะเกรงใจเขา หนูเจดก็เป็นไข้อยู่เลยไม่ได้ว่างมาก ได้แต่รูปชายหาดปลอมๆยามเย็นมา

Photobucket


Photobucket


Photobucket


โพสท์นี้ร้างไปนาน ตั้งต้นเขียนตั้งแต่สองเดือนที่แล้วแต่เขียนไม่เสร็จ ลืมรายละเอียดไปเยอะเลยว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง ไม่อยากให้รูปเยอะเกิน เอาเป็นว่าจบที่ The Palm ก่อนละกัน




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 13:53:01 น.
Counter : 535 Pageviews.  

Hawaii Trip: Part 6

วันที่แปด: วันนี้วันที่ 30 มิถุนาเป็นวันเกิดคริส อ้อมไม่มีอะไรจะให้นอกจากการ์ดที่ลักลอบซื้อมาตอนไปออกบูธที่แอครอน (ก็อ้อมขับรถไปไหนมาไหนเองก็ไม่ได้ ไปไหนก็ต้องไปกับคริสตลอด มันจะหาเวลาไปซื้อของขวัญได้ไง) ตื่นมาแฮ้ปปี้เบิร์ธเดย์เสร็จก็ต้องเอารถเช่าไปคืน ก่อนคืนก็ต้องเติมน้ำมันกลับให้เต็มถังซะก่อน ไม่งั้นโดนชาร์จแพงหูฉี่แน่นอน ก็เลยไปที่ปั๊มใกล้ๆอพาร์ทเม้นท์เก่าคริส เห็นป้ายร้านนี้ชอบมีข้อความฮาๆ เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน



คืนรถเสร็จก็นั่งรถ shuttle ของบริษัทรถเช่ากลับโรงแรม ไม่รู้ว่ามีบริการนี้นะเนี่ย ไม่งั้นตอนไปเอารถคงไม่ต้องเดินไปให้เหนื่อยเหงื่อแตกพลั่กขนาดนั้น จากนั้นก็หาอะไรทานกันแบบไม่หนักมากเพราะคืนนี้กะไปหาร้านอาหารในโรงแรมริมหาดนั่งดูพระอาทิตย์ตกฉลองวันเกิดคริสกัน ก็เลยไปทานอาหารเวียดนาม สั่งแค่นี้มาแบ่งกันทาน อิ่มแบบเบาๆ สบายพุง



จริงๆอ้อมตื่นเช้ามาก็ทานอะไรไปหน่อยนึงแล้วตอนรอคริสตื่น อันนี้คือ poke (แต่อ่านออกเสียงเป็น po-ki มากกว่า) ที่ซื้อมาตั้งแต่ไป Foodland เป็นปลาทูน่าดิบคลุกซอส ไว้ทานกับข้าว แต่วันนั้นอ้อมดันทานเปล่าๆตอนเช้า (ผลก็คือวันนั้นเข้าห้องน้ำไปสามรอบได้ เพราะซื้อมาหลายวันแล้ว)



ทานข้าวกลางวันเสร็จก็เดินไป The Wall ให้คริสได้ออกไป boogie board ตอนเย็นก็กลับห้องอาบน้ำแต่งตัวไปดินเนอร์ ตอนแรกกะจะไป Duke's ที่เป็นบาร์/ร้านอาหารริมทะเลของโรงแรม Outrigger แต่ไปถึงคนประมาณล้านห้าได้แออัดมากๆ ไม่มีโต๊ะนั่ง ก็เลยต้องไปที่ๆแพงกว่า คือ Banyan Court ของโรงแรม Sheraton Moana Surfrider โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเก่า สวยสง่ามากๆ (เสียดายที่ตอนนี้ไวกิกิมันแออัดไปหมด ตัวโรงแรมเลยไม่โดดเด่นเท่าที่ควร) ไปถึงก็พระอาทิตย์ใกล้ตกพอดี แต่รูปข้างล่างนี้อ้อมต้องออกไปถ่ายที่หาด จริงๆ จากหาดก็ไม่เห็นพระอาทิตย์ตกด้วย ทางที่ดีที่สุดในการดูพระอาทิตย์ตกคือออกเรือไปดินเนอร์ แต่แพงมากค่ะ cannot afford อย่างแรง (คิดเหมือนกันว่าจะทำ แต่คิดไปคิดมาเอาเงินไปกินยากินิกุดีๆดีกว่า ก็เลยไปกินที่ Gyu-Kaku แทน บรรยากาศโรแมนตก โรแมนติกอะไรไม่สนค่ะ)





สั่งเครื่องดื่ม สั่งอาหารเสร็จ อ้อมก็อยากทำเซอร์ไพรส์คริสนิดหน่อย ก็เลยทำทีว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่ไปแอบขอบ๋อยว่าให้ช่วยเอาเค้กมาให้หน่อย วันนี้วันเกิดสามี ตอนแรกเขาก็บอกว่า ไม่มีเค้กหรอก เทียนก็ไม่มี ก็เลยหันไปถามบ๋อยอีกคนที่ทำท่าคิดแป๊บนึงแล้วก็บอกว่า เอาเป็นคัพเค้กได้มั้ย อ้อมก็โอเค ยังไงก็ได้ ปรากฏว่าคุณบ๋อยทั้งสองหายไปนานมากจนอ้อมกับคริสทานแซนด์วิชที่สั่งมาเสร็จไปแล้ว อ้อมก็เลยลุกไปตามอีก ถามบ๋อยอีกคนว่าเนี่ยขอไปยังงี้ ยังไม่เห็นมาเลย เขาก็บอก โหย ทำให้ไม่ได้หรอก ปรากฏว่าคุยๆกันอยู่บ๋อยสองคนแรกเดินมาพอดีพร้อมด้วยเค้กบนจานกระเบื้องอย่างสวย คาดว่าเอามาจากห้องอาหาร(โคตรหรู)ในโรงแรม เราก็โอเคเลย ดีใจมากๆ สักพักเขาก็เอาเค้กมาให้คริสที่โต๊ะ แต่ไม่มีร้องเพลงนะ คริสบอกว่าไม่ต้องร้อง คุณบ๋อยก็เป็นผู้ชายต้องรักษาฟอร์มอยู่แล้วก็เลยบอกไม่ร้องหรอก แล้วก็จุดเทียนให้ ไม่รู้อุตส่าห์ไปหาเทียนมาจากไหน พอเช็คบิลมาไม่มีค่าเค้ก อ้อมก็เลยติ๊ปไปหนักมาก พร้อมกับเขียนแต๊งกิ้วที่บิลอีกที คริสบอกเค้กอร่อย เป็นลาวาเค้กแบบตัดแล้วช็อกโกแล็ตข้างในเยิ้มออกมา ไม่ใช่คัพเค้กทั่วๆไปนะจ๊ะ สมกับเป็นโรงแรมห้าดาวจริงๆ



---จบวันที่แปด---

วันที่เก้า: เริ่มเศร้าเพราะใกล้กลับแล้ว แต่ก็คิดได้ว่าให้มาเที่ยวอีกคงไม่มาแล้วล่ะ เพราะพอแล้ว แต่ถ้าให้อ้อมมาอยู่เลยนี่เอานะ ชอบอยู่แต่ไม่ชอบเป็นนักท่องเที่ยวที่นี่ แต่ให้มาอยู่จริงๆคงไม่ไหว ค่าครองชีพสูงมากๆๆๆ มาอยู่ต๊อกต๋อยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษกันสองคน คงต้องกัดก้อนเกลือกินไปจนแก่ตาย บ้านก็คงไม่มีปัญญาซื้อ
วันนี้อ้อมขอไป Daiei ซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น เพื่อซื้อของกลับบ้านหน่อย ได้ซื้อน้ำสลัดแบบญี่ปุ่น มายองเนสคิวพี และก็เครื่องแกงญี่ปุ่นอีก จริงๆอยากซื้อพวกผักดองด้วย แต่เขาไม่มีเป็นแพ็คสูญญากาศก็เลยอดเลย ซื้อของเสร็จซื้อเบนโตะมาทานที่หาดตอนบ่าย นอนอาบแดดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับบ้านนอก





ตอนเย็นจำไม่ได้แล้วว่าทานอะไร ไม่มีรูปแฮะ หรือไม่ได้ทานก็ไม่รู้ แถมรูปไวกิกิตอนกลางคืนหน่อย คึกคักมาก






---จบวันที่เก้า---

วันสุดท้าย: แง้ๆ ต้องกลับแล้ว อ้อมตื่นแต่เช้าก็เลยออกไปเดินเล่นคนเดียวถ่ายรูปหาดบ้าง ดอกไม้บ้าง








ปิดท้ายด้วยรูป Diamond Head จากระยะไกล





เก็บของเช็คเอาท์เสร็จก็เดินหาซื้อกระเป๋าใส่บอร์ดคริสกัน ดีที่ไม่ต้องเดินไกลก็หาเจอเลย ซื้อกระเป๋าเสร็จอ้อมก็แวบไปซื้อซูชิมื้อสุดท้าย (ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ทานอีก สะอื้นๆ) กะตุนไว้ทานบนเครื่อง กลับมานั่งรอรถ shuttle bus ที่โรงแรม มาตรงเวลาดี แล้วก็ไปสนามบิน พอเช็คอินเสร็จก็จะไปที่เทอร์มินัล ต้องผ่านการตรวจเอ็กซ์เรย์ ปรากฏว่าเขาไม่ให้อ้อมเอาเชอรี่ที่อุตส่าห์ซื้อและหอบหิ้วมาจาก Daiei กะเอาไปทานบนเครื่องด้วยเข้าไปในเทอร์มินัล เพราะเป็นผลิตผลทางเกษตร เลยเด้งออกมาใหม่ มานั่งกินให้หมดก่อน ไหนๆก็ไหนๆแล้วเลยกินซูชิที่ซื้อมาด้วยเรียบเลย จุกก่อนขึ้นเครื่อง



ลาแล้วค่า ฮาวาย ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาอีก แต่ไหนๆคริสก็ทุ่มทุนซื้อบอร์ดมาแล้ว ต้องหาโอกาสไปโต้คลื่นอีกให้ได้ แต่น่าจะเป็นที่อื่นที่ไม่เคยไปแล้วล่ะ :-)

---จบบริบูรณ์---




 

Create Date : 03 กันยายน 2550    
Last Update : 3 กันยายน 2550 19:55:04 น.
Counter : 448 Pageviews.  

Hawaii Trip: Part 5

วันที่หก: เช้านี้ขับไปทาง east shore แต่เช้า เพื่อให้คริสได้ออกไป boogie board ที่ทะเล แวะซื้อ malasadas ที่ Leonard's ทานเป็นอาหารเช้าด้วย หิหิ

ไดรฟ์นี้ขับเลียบภูเขา มีจุดให้จอดชมวิวเป็นระยะๆ



หาดที่ไปชื่อ Makapu'u เป็นหาดที่คนนิยมมาเล่น boogie board กันมาก



ทางเดินลงหาด


อ้อมหาที่นั่งในร่มนั่ง ได้ใต้ต้นไม้พอดี









คริสเตรียมตัวออกโต้คลื่น อ้อมก็ลุ้นสุดฤทธิ์ วันนั้นคลื่นสูง 2-4 ฟุต ถือว่าเล็กสำหรับที่นั่นแต่ก็พอโต้ได้ ซึ่งก็ดีแล้ว ถ้าคลื่นสูงมากๆ อ้อมคงเป็นห่วงคริสน่าดู เพราะความฟิตเธอไม่ค่อยมีเหมือนแต่ก่อนแล้ว คลื่นที่นี่เบรคใกล้ฝั่งด้วย อ้อมเลยถ่ายรูปได้ง่ายหน่อย ธงสีแดงที่เห็นคือป้ายเตือนว่าคลื่นแรงเป็นอันตรายได้ เป็นไง คริสเท่ห์มะ



คริสได้โต้คลื่นสักสามสี่ลูกก็กลับ แวะถ่ายรูปตามทางอีกครั้ง





มาแวะซื้อซูชิใส่กล่องกลับมาทานที่ห้อง มีความสุขกับการกินจริงๆ ทริปนี้ =^_^=



ตอนเย็นไป Ward Center เดินดูของช็อปปิ้งนิดหน่อยที่ Nordstrom Rack อ้อมซื้อเสื้อยืดเรียบๆมาตัวละ $7 มาตัวนึง แล้วไปทานข้าวเย็นที่ร้านชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว อ้อมทานซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานใส่สับปะรด อร่อยมากกกกกกกกกก (ถ้าอ่านมาตลอด คงรู้ว่าอ้อมก็อร่อยทุกมื้อน่ะแหละ) คริสทานแซนด์วิช ทานเสร็จต่อมฟันหวาน (sweet tooth)คริสเริ่มทำงาน อยากหาไอติมทาน จะไปร้าน Ben & Jerry's ก็ปิดไปซะแล้ว สรุปเลยขับรถไปที่ Bubbies อีกรอบ ร้านนี้เปิดถึงตีหนึ่ง คราวนี้สั่ง Maybe the Bag Broke อร๊ายยยยยยยย ชื่อเสียวมั้ย เป็นไอติมชีสเค้กราดบลูเบอรี่ซอส



ทานกันเสร็จก็จุกล่ะค่ะ กลับโรงแรมนอนดีกว่า

---จบวันที่หก---

วันที่เจ็ด: จริงๆต้องคืนรถเช่าวันนี้แต่เปลี่ยนใจ เพราะไม่อยากอยู่แต่ในไวกิกิหรือนั่งรถเมล์ไปไหนมาไหน ก็เลยเช่าต่ออีกวัน เช้าก็ขับไปไชน่าทาวน์ จุดประสงค์คือไปทานของดีราคาถูก อ้อมอยากไปดูของชำด้วย เผื่อเห็นอะไรที่โอไฮโอไม่มีจะได้ซื้อกลับมาบ้าน ไชน่าทาวน์ของฮอนโนลูลูอยู่ติดกับดาวน์ทาวน์ แต่ก่อนค่อนข้างเสื่อมโทรม แต่ตอนนี้ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเยอะ พวกค้ายาก็ไม่ค่อยมีเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ถ้ามาตอนบ่ายๆช่วงตลาดวายแล้วก็ไม่แน่



จอดรถเสร็จอ้อมก็งงๆ คือลืมไปแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน เดินหาร้านไทยที่เคยไปประจำไม่เจอ ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไร คือจริงๆเห็นกับข้าวแล้วมันอยากซื้อไปหมด ทั้งผักผลไม้ของแห้งของสด หันมาถามคริสว่าทำไมที่ Dover, Ohio บ้านเราไม่มีไชน่าทาวน์แบบนี้บ้าง คริสบอก โถ แค่ดาวน์ทาวน์ Dover ยังมีแค่บล็อคเดียวเล็กกว่าเสี้ยวนึงของไชน่าทาวน์ที่นี่อีก มันจะไปมีได้ยังไง อ้อมเลยบอกว่าย้ายกลับมาอยู่ที่ฮาวายเถอะ จะมีความสุขมากๆเลย ได้แต่ในฝันน่ะสิ สรุปไม่ได้ซื้ออะไร ไปหาข้าวทานที่ฟู้ดคอร์ทดีกว่า ร้านประจำชื่อร้านมาลี สั่งเส้นเล็กแห้งหมูยำ จานเท่าจานเปล แต่ทานหมดฮ่ะ ส่วนคริสทานป่อเปี๊ยะทอด



(เพิ่มเติม) เขียนเสร็จไปแล้วลืม ขอเพิ่มหน่อย ไหนๆก็ทำรูปไว้แล้ว อ้อมกับคริสซื้อชาเย็นทานด้วยค่ะ ระหว่างเดินเล่น


นั่งทานอยู่ก็เหลียวซ้ายแลขวา หูยพี่ๆคนไทยรายรอบทั้งนั้น โต๊ะซ้ายทานยำแหนมสด กับส้มตำ โต๊ะขวาทานสาคูไส้หมู นั่งน้ำลายหยดแหมะๆอยู่ในใจ จะสั่งมาใส่กล่องเผื่อไปทานที่ทะเลก็คงไม่ไหว เพราะคริสไม่ทานด้วย เลยอดไป เศร้าค่ะ เศร้า

จากไชน่าทาวน์ก็ขับไป North Shore อ้อมอยากลงน้ำทะเล แบบคนไม่เยอะ คลื่นไม่แรง จะได้ลงพร้อมกับคริสได้ กะจะสวีทซักหน่อย

ทางขับไป North Shore ใกล้จะถึงจะลงเนิน ถ้าเป็นหน้าหนาวคลื่นแรงๆ จะเห็นคลื่นขาวๆ





ไปที่หาด Pipeline พยากรณ์อากาศบอกว่าคลื่นไม่มี (flat)แต่ไปถึงดันมีคลื่น ลูกไม่ไหญ่เท่าไหร่ แต่กระแสน้ำที่นี่แรง



สรุปอ้อมลงกับคริสได้จิ๊ดนึง โดนคลื่นซัดไปสองสามลูก ก็ปอดแหกร้องขึ้นฝั่งเลยค่ะ อ้อมว่ายน้ำเป็นแต่ต้องเป็นที่ๆยืนถึง งงมั้ย คืออ้อมลอยตัวได้แต่ไม่มีความมั่นใจ น้ำท่วมหัวเมื่อไหร่เกิดอาการแพนิค ก็เลยไม่ได้เล่นน้ำกับคริส ปล่อยคริสเขาว่ายไป จริงๆอยากไปที่ Waimea Bay ขับรถผ่านดูน้ำเรียบใสเป็นกระจก แต่ไม่มีที่จอดรถเลยอดเลย





กลับถึงโรงแรมรีบอาบน้ำแต่งตัวไปทานเนื้อย่างญี่ปุ่นที่ Gyu-Kaku จองโต๊ะไว้แล้ว ถ้าไปทันช่วง happy hour ของเขาจะได้ลดครึ่งนึง มื้อนี้กะกินกันเต็มที่ (เอ ที่ผ่านมายังไม่เต็มที่อีกเหรอ) เพราะถือเป็นการฉลองวันเกิดคริสล่วงหน้าด้วย ร้านนี้ออกวัยรุ่นๆหน่อย นั่งเป็นบูธ เด็กเสริฟหน้าตาน่ารักฮ่ะ เป็นหนุ่มญี่ปุ่นสูงชะลูดทำผมตั้ง เสียดายไม่กล้าถายรูปมาให้ดู กลัวคริสงอน



อร่อยค่ะ อร่อย เนื้อนุ่มมากๆ เสียดายที่ไม่ใช่ร้านยากินิกุของเกาหลีแท้ที่เสริฟพวกเครื่องเคียงเยอะๆด้วย แต่แค่นี้ก็เปรมแล้ว เนื้อนุ่มดี ซอสหมักก็อร่อย มื้อนี้ถูกใจคนชอบกินเนื้ออย่างอ้อมมากๆ คริสก็ชอบด้วยเหมือนกัน ทานเสร็จเดินกลับที่รถที่จอดอยู่ที่ Ala Moana Center อ้อมขอไปเดินดูของอีกซักหน่อย เข้าร้าน Sephora ได้ลองแป้งรองพื้นของ I.D. Bare Minerals สมใจ สรุปเลยซื้อเซ็ตทดลองมา มีแป้งและแปรงครบชุด มีดีวีดีสาธิตวิธีใช้ด้วย (จนป่านนี้ยังไม่ได้แกะกล่องเลย ไม่รู้เมื่อไหร่ได้ใช้ ^_^") แล้วก็ไป Longs Drug Store เพื่อซื้อของฝากพวกกาแฟและช็อกโกแล็ตกลับบ้าน ถูกกว่าซื้อที่ร้าน ABC Store แถวไวกิกิเยอะ ทั้งๆที่ของแบบเดียวกัน

---จบวันที่เจ็ด---




 

Create Date : 01 กันยายน 2550    
Last Update : 1 กันยายน 2550 2:16:16 น.
Counter : 341 Pageviews.  

Hawaii Trip: Part 4

วันที่สี่: วันนี้มีรถเช่าขับแล้ว จองผ่านอินเตอร์เน็ตไว้ล่วงหน้า ไม่ได้จองในแพ็คเกจโรงแรมเพราะจองต่างหากอย่างนี้ออกมาถูกกว่าและได้อัพเกรดรถด้วย ที่สำคัญคือรับรถที่ไวกิกิได้ ถ้าจองกับนอร์ธเวสต์ต้องรับรถที่สนามบินเท่านั้น อ้อมกับคริสไม่ได้อยากมีรถขับตลอดทั้งทริปก็เลยจองไว้แค่สามวัน แค่นี้ก็ต้องเสียค่าที่จอดรถให้โรงแรมวันละ $15 อีกต่างหาก

ได้รถมาวันแรกก็ไปช็อปปิ้งก่อนเลย ไปเอาท์เล็ตมอลล์ที่ Waikele อยู่ไกลจากฮอนโนลูลูซักครึ่งชม.ได้มั้ง มีร้านค้าพอประมาณไม่ถึงกับเยอะมาก พอไปถึงอ้อมก็ขอกินก่อนล่ะ มีร้านซูชิสายพานร้านโปรด ราคาไม่แพง



คริสไม่ทานด้วย อ้อมก็เลยนั่งทานคนเดียวด้วยความรวดเร็ว ที่ชอบที่สุดคือ spicy tuna แล้วก็ทานหอยอะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้แล้วแต่ก็อร่อย อย่างละสองจาน แล้วก็กุ้งหวานอีกจาน ค่าเสียหายประมาณ $11 อิ่มกำลังดี นี่ถ้าคริสทานด้วยได้คงได้ทานหลายอย่างกว่านี้



ทานเสร็จก็เดินช็อปปิ้ง อ้อมได้กางเกงยีนส์มาหนึ่งตัว กระเป๋าสะพายหนึ่งใบ ได้เสื้อฝากพี่แอ้มหนึ่งตัวกับกางเกงบ็อกเซอร์คริสอีกห้าตัวที่ร้านกล้วย (Banana Republic) แล้วก็เสื้อสเวตเตอร์ฝากเจฟฟ์ (พี่ชายคริส) ลอรี่ (พี่สาวคริส) และ คาซูมิ (พี่สะใภ้) กับกางเกงฝากทิม (บัดดี้คริส) อีกคนละตัวจากร้าน Crazy Shirts ที่ปกติแพงมหาโหด

ช็อปเสร็จก็กลับโรงแรม อ้อมหิวอีกก็เลยเอาสตรอเบอรี่ที่ซื้อมาจาก Foodland ออกมาทาน แม่เจ้าโว้ย ลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ลูกเกือบเท่าฝ่ามือ ไม่รู้ปลูกด้วยอะไร genetically engineered แหงๆ



ตอนค่ำหาร้านอาหาร Mexican ทานกัน ตอนแรกว่าจะขับรถออกไปทานร้านที่เคยรู้จัก แต่ดันจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน เลยไปทานร้านใกล้ๆโรงแรมแทน อร่อยใช้ได้แต่แพงมากกกกกกกกกกกกก เป็นอาหารเม็กซิกันที่แพงที่สุดเท่าที่เคยทานมา จ่ายตังค์ไปน้ำตาแทบร่วง ดีนะที่อร่อย


----จบวันที่สี่----

วันที่ห้า: ต่อเลยละกัน วันนี้ขับรถเล่นขึ้น Pali Highway เป็นไดรฟ์ขับผ่านหุบเขาที่สวยมากๆ ไปแวะที่ Pali Lookout ถ่ายรูปหน่อย ที่หน้าผานี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฮาวาย





วิวดีมากๆ แต่เสียดาย วันนั้นเมฆเยอะ รูปเลยไม่แจ่มเท่าไหร่









เนื่องจากว่าหน้าผานี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ก็เลยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับไฮเวย์นี้ด้วย ที่วิเวียนเพื่อนอ้อมเคยบอกก็คือ เวลาขับรถผ่านไฮเวย์นี้ ห้ามมีเนื้อหมูอยู่ในรถเด็ดขาด คิดว่าหมูถือเป็นสัตว์ที่คนฮาวายเขาฆ่ากินกันในงานเลี้ยงสมัยก่อนหรืออาจจะเป็นเครื่องเซ่นอะไรประมาณนี้ วิเวียนบอกว่าเขาเคยลืมไปครั้งนึง ประมาณว่ากำลังจะไปงานบาร์บีคิวบ้านเพื่อนก็เลยมีหมูอยู่ในรถ ขับขึ้นไฮเวย์นี้ไปนิดนึง เครื่องดับไปเฉยๆเลย เขาก็งงแล้วก็นึกขึ้นได้ รีบโยนหมูทิ้งไปปุ๊บ รถสตาร์ทติด ขับต่อได้ซะงั้น



อ้อมกับคริสขับต่อจาก Pali Highway ไป Kamekameha Highway ที่วิ่งเลียบชายฝั่งทางตะวันออกฉียงเหนือของเกาะ ไดรฟ์นี้ดี ไม่เคยขับกันมาก่อน ช้าหน่อยเพราะถนนเส้นเล็กแต่ได้เห็นส่วนของเกาะที่ไม่เคยเห็น ด้านนี้มีชาวบ้านอยู่กันเยอะ คือคนไม่รวย เห็นตามบีชพาร์คมีคนจรจัดมานอนกางเต้นท์กันอยู่ก็มี ขับๆไปจะเจอ shrimp truck รถขายกุ้งทอดกระเทียมด้วย อ้อมอยากทานมากๆแต่คุณคริสไม่เล่นด้วยอีกตามเคย เซ็งฮ่ะ สามีไม่รู้จักทานของดี

ขับกันมาจนถึง North Shore เข้าเขตท่องเที่ยว หาดแถบนี้แต่ก่อนมากันบ่อยเพราะเป็นที่โต้คลื่นเวลาหน้าหนาว คริสจะมา boogie board กับเพื่อนที่ surf แต่เช้ามืด อ้อมก็ติดรถมาด้วย มานอนอาบแดดดูหุนุ่มๆ คราวนี้เป็นช่วงหน้าร้อน คลื่นเข้าทาง south shore กับ east shore มากกว่า หาดทางนี้ก็เลยสงบ









สองหาดนี้ ถ้าใครมาช่วงเดือนธันวาต้องมาดูแข่งเซริฟที่นี่ให้ได้ พวกเซิรฟเฟอร์นี่เก่งๆหล่อๆเท่ห์มากกันทั้งนั้นค่ะ ขากลับมาแวะที่ Hale'iwa เป็นเมืองเก่าเล็กๆมีร้านขายของและร้านอาหารหลายร้าน



อ้อมอยากทานกุ้งที่ shrimp truck มาก มีเจ้านึงที่ดัง แต่ดันจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน สุดท้ายเลยเข้าร้าน L&L Drive In ที่ขาย plate lunch ตามสไตล์ฮาวาย มีข้าว macaroni salad และก็กับที่เราเลือก ซึ่งก็จะมีทั้งหมูทอดแบบญี่ปุ่น หรือไม่ก็เนื้อย่างแบบเกาหลี หรือไม่ใช่ข้าวเป็นพวกบะหมี่ก็มี เมนูเป็นอาหารเอเชียหลายๆอย่าง อ้อมสั่งเนื้อย่างรวมมิตร มีทั้งเนื้อไก่ หมู เนื้อวัวติดซี่โครง เยอะมากๆ ทานไม่หมดค่ะ ส่วนคริสสั่ง loco moco ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่นี่ มีข้าวและ macaroni salad กับแฮมเบอร์เกอร์ย่างราดน้ำเกรวี่โปะไข่ดาว อ้วนดีจริงๆ แต่เป็นของโปรดคริสเขา จำได้ตอนสมัยเรียนเป็นจานที่ถูกที่สุดเลยในโรงอาหารในแคมปัส



ทานเสร็จก็ขับรถกลับผ่านทุ่งสับปะรดของ Dole Plantation มีร้านให้แวะซื้อของที่ระลึกกับทานไอติมสับปะรดด้วย แต่ไม่แวะค่ะ จำได้ว่าไอติมไม่อร่อย แถมมีนักท่องเที่ยวอัดกันประมาณล้านแปดอยู่ในนั้น ไดรฟ์นี้ก็สวย เห็นภูเขาเป็นแนวยาว







อย่านึกว่าทานกันมาอย่างนั้นแล้วจะหยุดทานกันง่ายๆ ขับกลับเข้าเมืองมาแวะทานไอติมที่ร้านโปรดใกล้แคมปัสอีก ร้านชื่อ Bubbies เมนูไอติมแต่ละรายการชื่อสัปดนมาก หิหิ แต่ไอติมอร่อยถึงใจ ช็อกโกแล็ตเป็นช็อกโกแล็ต





ทานไอติมเสร็จ กลับโรงแรม ตอนค่ำขับรถไปที่ Aloha Tower เพื่อหาอะไรทานเล่นหน่อย (ทานหลักๆไม่ไหวแล้ว) Aloha Tower นี่อยู่ติดทะเลแต่เป็นช่วงที่เป็นท่าเรือ ใกล้กับดาวน์ทาวน์และไชน่าทาวน์ อ้อมกับคริสนั่งที่ร้าน Gordon Biersch สั่งแอ็พเพอร์ไทเซอร์มาทานกันจานเดียวเท่านั้น กับเบียร์คนละแก้ว เบียร์ที่นี่อร่อยและไม่แพง พอออกจากไวกิกิเนี่ย ของทุกอย่างราคาถูกลงทันที



ทานเสร็จเดินเล่นดูของตามร้านนิดหน่อย ได้กางเกงยีนส์ลดราคาครึ่งนึงมาอีกหนึ่งตัว (คือกางเกงยีนส์ที่หอบมาจากเมืองไทย มันใส่ไม่ได้ไปหลายตัวแล้ว เลยต้องซื้อใหม่) ซื้อเสร็จกลับโรงแรม นอนค่ะ

----จบวันที่ห้า----




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550    
Last Update : 28 สิงหาคม 2550 4:06:19 น.
Counter : 429 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Thai Wahine
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




*สาว(ไม่)น้อยพลัดถิ่นมาอยู่เมืองเล็กๆในอเมริกา --> ตอนนี้หลงมาอยู่ตะวันออกกลาง เมือง Riyadh, KSA ค่ะ
*ชอบแฟชั่นแต่ไม่กล้าแต่งตัวตามแฟชั่นจ๋า --> ตอนนี้ต้องมาใส่ abaya คลุมหมดค่ะ
*ชอบเครื่องสำอางแต่ไม่กล้าแต่งหน้าตัวเองอีกแหละ -->ตอนนี้ก็ยังไม่แต่งหน้ามากค่ะ โดยเฉพาะถ้าเทียบกับสาวซาอุที่ปิดหน้ามิดชิด
*ชอบท่องเที่ยวแต่ยังไม่ได้เที่ยวที่ไหนเท่าไหร่เล้ย --> ตอนนี้ก็ยังฝันจะไปเที่ยวหลายๆที่ค่ะ ทั้งแอฟริกาทั้งยุโรป
*ชอบกินแต่มาอยู่ไกลอาหารที่อยากกินเหลือเกิน --> ตอนนี้ยิ่งหาอาหารที่อยากทานยากเข้าไปใหญ่เลย

ปล. wahine = woman ในภาษา Hawaiian ค่ะ



หลังไมค์ถึง Thai Wahine กดที่นี่




ขอขอบคุณ
Color Codes ของป้ามด
codes ง่ายๆสำหรับบล็อกจากป้ามด
codes แต่งบล็อกของคุณรำเพย





Friends' blogs
[Add Thai Wahine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.