,,,ต....
.....
Group Blog
 
All Blogs
 

สุภาพบุรุษทนไม่ได้

สุภาพบุรุษทนไม่ได้
“อยากได้อะไรให้ขวนขวายหาเอาเอง” พ่อมักจะแนะนำอย่างนั้นตั้งแต่วัยเด็ก ฉะนั้นเรื่องการประดิษฐ์ประดอยทั้งหลายเธอจึงชำนาญนัก ทั้งว่าวเล็กว่าวใหญ่ รถเล็กรถใหญ่ เท่าที่จะหาวัสดุมาทำได้ จนกระทั่งโต ได้มาทำงานด้านสังคมแต่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลอำเภอ ในต่างจังหวัดทางภาคอีสาน
วันหนึ่ง ที่หน้าบ้านพักในโรงพยาบาล เธอกำลังเลื่อยไม้ชิ้นใหญ่ๆ เพื่อทำโต๊ะเตี้ยๆสไตล์ญี่ปุ่น ขณะที่กำลังก้มหน้าตาเลื่อยอย่างเมามัน ด้วยท่าทางมาตรฐานนั่นคือ มือซ้ายจับไม้ มือขวาจับเลื่อย เท้าซ้ายยกขึ้นเหยียบไม้ที่วางบนโต๊ะเตี้ยๆ แล้วก็ก้มลง เลื่อย เลื่อย เลื่อย แรงๆเร็วๆ จังหวะสม่ำเสมอ ....พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง
“มาให้ผมช่วยเลื่อยดีกว่านะ” ว่าแล้วเจ้าของเสียงก็รี่เข้ามาฉวยเลื่อยไปจากมือ เธอถอยมายืนดูข้างๆอย่างงงๆ ก็ทำเองได้นี่นา ถ้าทำไม่ได้ป่านนี้คงไหว้วานเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่ดูแลสวน หรือไม่ก็คนขับรถมาช่วยเลื่อยให้แล้วล่ะ
คุณหมอใหญ่ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ไม่ต้องลงทุนมาเสียแรง เสียเหงื่อช่วยก็ได้

เธอเผลอกุมมือตัวเอง เมื่อเห็นท่าทางของเขา หรือของท่านผอ.เก้งก้างซะเหลือเกิน ปากคันยิบๆ อยากจะบอกว่า
“พี่หมอขา หนูเลื่อยเองดีกว่านะคะพี่” แค่คิดในใจ อดทนยืนลุ้นจนกระทั่งไม้ดุ้นนั้นขาด คุณหมอใหญ่มาดแมนจึงส่งเลื่อยมาให้แล้วยิ้มแบบแหยๆ ไม่ถามไถ่แล้วล่ะว่ายังมีให้เลื่อยอีกไหม ยังไงๆก็รู้อยู่แหละค่ะว่าหมอกำลังจะไปรักษาคนไข้ การเดินผ่านหน้าบ้านพักของนักสังคมคนนี้ เป็นเรื่องที่หมออาจอยากเลี่ยงไปอีกนาน

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่เกี่ยวกับการเลื่อยไม้เหมือนกัน
ที่ชายหาดในฤดูเริ่มต้นท่องเที่ยว ฝรั่งมังค่า ยังไม่มาก นานๆจะผ่านมาสักคน เรา..คนไทยทั้งหลาย ตระเตรียมร้านรวงราวกับจัดการวางลอบวางอวน ที่ปากน้ำ เพื่อกัดรอปลากระนั้น แต่ละคนพยายามสร้างช่องทางของตัวเองให้ยวนใจผู้เสพ และเธอก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องทำ แต่ทำอย่างมีความสุขเพราะได้ใช้สรรพวิทยายุทธ์ที่มีติดตัวมาอย่างแท้จริง

ที่ดินของเธอ มีต้นไม้ใหญ่ ร่มเงากิ่งก้านสมบูรณ์ อยู่ติดชายทะเล มันจึงรองรับการนั่งพักผ่อนหย่อนกายของผู้คนมากมายในแต่ละฤดูทัวร์ ปีนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เธอเล็งเห็นแล้วว่าโอกาสที่มีดีกว่าคนอื่น ถ้าสร้างแคร่หรือเก้าอี้ที่นั่งสบายขึ้นอีกสักตัวคงจะดีไม่น้อย เผื่อกิจการค้าขายเล็กๆน้อยๆประเภทเครื่องประดับสไตล์ฮิปปี้จะรุ่งเรือง คิดได้ดังนั้นจึงหันไปคุ้ยหาเศษไม้ที่เหลือจากการสร้างบาร์ของคนกันเองแถวนั้น

เลื่อยมี ค้อนมี ตะปูมี ทุกอย่างพร้อม วางแผนในใจคร่าวๆ ก็ลากไม้มาเลื่อย เลื่อย และเลื่อยอยู่เป็นวันๆ หนนี้ไม่มีใครผ่านมาขอทำแทน แม้แต่เจ้าผู้ชายที่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน อธิบายนิดหนึ่ง การอาศัยอยู่ของนกเร่ร่อนเผ่าพันธุ์นี้เป็นเรื่องปกติ คล้ายๆเป็นนิคมพึ่งตนเองทางอารมณ์ ยามมีก็กินด้วยกัน ยามไม่มีก็อดกันไป ไม่หวังพึ่งพาทางแรงงานใดๆมากไปกว่าเท่าที่เขาจะอาสา ทีนี้มีอยู่หนึ่งหนุ่ม หน้าหล่อเหลาและรู้ตัวด้วยว่าตัวเองหล่อ วันๆจึงกรีดกรายย่างเยื้องโชว์สาวฝรั่ง เอ่อ...เขาก็มีอาชีพนั่นแหละ อาชีพถักสร้อยสไตล์ยิบซีขาย แต่ตอนนี้ เขาจะนั่งเหม่อมองมาจากในบาร์ ผ่านการทำงานของเธอที่ชายหาดอย่างเฉยเมยทุกวัน
แต่แล้ววันที่สาม เขาสร้างความตกตะลึงให้เธอ เมื่อลุกขึ้นมาแล้วกระชากเอาเลื่อยไปจากมือ ประหนึ่งหงุดหงิดรำคาญมานาน แล้วก็โถมแรงเลื่อยๆ ๆๆๆ เหมือนโกรธแค้นเจ้าไม้ไผ่ท่อนนั้นเสียเต็มประดา แต่คนนี้มาดให้ ท่าทางชำนิชำนาญงานมาก เธองงงัน มันเกิดอะไรขึ้น แค่พักเดียวเท่านั้น เขาก็เงยหน้าแล้วยื่นเลื่อยส่งให้เธอ ไม่มีคำพูด เดินกลับไปนั่งที่เดิม

คนถูกแย่งงานยังยืนกำเลื่อยเซ่อ มองไปรอบๆ
อ้อ ...นั่นไง เห็นแล้ว สาเหตุที่แท้จริง
สาวสวยวัยเอ๊าะ ผมทองร่างอรชรอ้อนแอ้นสองคน ที่เดินมาทางนี้ และท่าทางคล้ายจะมานั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้นี่เองคือตัวแปร แต่เมื่อเธอเห็นว่ามีคนทำงานอยู่จึงไม่รบกวน เดินเลี่ยงกลับไป
“โธ่เอ๊ย ...” เธอครางอย่างฉุนๆ
สุภาพบุรุษเฮงซวย มิน่า...ท่าทีที่ปรี่เข้ามาช่วยเหมือนโดนใครตบหน้ามา
ทีงี้ล่ะรู้สึกละอายใจ กลัวเขาจะว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ เชอะ...ถึงไม่ช่วยกันก็ไม่เคยประณามหยามหมิ่นเรียกร้อง แต่อย่ามาทำท่าทีว่าการที่ฉันทำงานประเภทนี้ได้ ทำให้ความเป็นผู้ชายของตัวเองด้อยลงไปซียะ !!




 

Create Date : 03 มกราคม 2550    
Last Update : 3 มกราคม 2550 19:23:49 น.
Counter : 124 Pageviews.  

ไม่เข้าไปใน"หัวใจ"

05年0

星期五

天氣
:陰

 

 

 
 
 



เพื่่อนฉัน
เธอรู้ไหม วันที่ฉันถ่ายรูปนี้ ฉันมีความสุขที่สุด เพราะพวกเขา ชาวอุรักลาโว้ย จะได้ออกทะเลกันเสียที งานฉันใกล้จะเสร็จ เราทุกคนจะได้แยกย้ายกลับบ้าน
วันนั้น เป็นพิธีสู่ขวัญเรือของคุณดังมะดีเอน ที่บ้านในไร่ เธอคงจำได้ บ้านในไร่ที่ไม่มีไร่สักแปลงเดียว มีแต่ชุมชนที่ใกล้จะแออัดของชาวเลกลุ่มนี้ (ก็อย่างที่รู้ๆ ที่ดินราคาแพงขนาดนั้น ใครจะรักษาไว้ไหว ไม่อยากขาย แต่ถ้าเขาอยากซื้อ มันก็พลาดจนได้แหละนา)

หาดที่พวกเขาปล่อยเรือ อยู่ตรงเส้นทางเข้าหาดคอกวาง วันนั้น มีทั้งไทยทั้งเทศ ที่เป็นเพื่อนร่วมงานกันในตอนนั้น ไปร่วมฉลอง ฉันเองก็อยากกลับบ้านเต็มทน สงสารพ่อ ก็อย่างที่บอกเธอนั่นแหละ มะเร็งระยะสุดท้าย ที่ทุกคนเพิ่งรู้ แต่พ่อไม่รู้เลย..
(ไม่รู้จนกระทั่งจากไป)

ฉันดีใจที่พวกเขากลับมามีวิถีชีวิตเดิมๆ เหลือเรือที่ยังซ่อมไม่เสร็จ ไม่กี่ลำ มีอยู่คนหนึ่ง
ท่าทางดูเหมือนว่าจะยากจนที่สุด
เทส..สาวเยอรมัน ซื้อเรือตั้งไว้ลำหนึ่ง ที่ท่าเรืออำเภอเก่า แล้วบอกให้ฉันพาแกไปดู ถ้าชอบก็ขับกลับบ้านได้เลย
ไปถึง ลุงสะเนะเดินวนดูเรือรอบแล้วรอบเล่า
กางแขนออกวัดจนรอบลำเรือสองเที่ยว
ฉันเห็นเรือมันสวยดี ใหม่ด้วย ที่สำคัญ มันใหญ่กว่าลำเดิมของแกเสียอีก คิดว่าแกน่าจะเอา งานฉันจะได้เสร็จเร็วขึ้น ปรากฏว่าผิดคาด
แกเดินมาบอกฉันด้วยท่าทางซื่อๆ ว่า
"มันไม่เข้าไปในหัวใจ ไม่เอาหรอก"
ฉันอึ้ง...."ทำไมเหรอ" แกทำท่าเหมือนว่าถ้าอธิบายคงยาก
"เอาล่ะ...ไม่เอาก็ไม่เอา" ฉันไม่เซ้าซี้
ฉันกลับมาบอกเทสและบิล ถึงเหตุผลของแก
บิลงงอยู่ชั่วครู่เดียว...จากนั้นพี่แกระเบิดเสียงหัวเราะลั่นตามสไตล์ลุงอ้วนหนวดเฟิ้ม
"ช่างเป็นเหตุผลที่เข้าท่าที่สุด" แล้วเขาก็หัวเราะต่อจนพุงกระเพื่อม ฉันละซึ้งใจจริงๆกับลุงสองคนนี้

เรือลำนั้น ฉันไปถามคนอื่นๆ ในหมู่บ้านว่ามีใครอยากได้ไหม ทุกคนส่ายหน้า ไม่พูดอะไร ฉันงงมากขึ้น
"ไม่เอา ทั้งที่ต้องการเรืออยู่นี่นะ ทำไมไม่ไปดูกันก่อนเล่า"
หนุ่มหนึ่งที่ฉันสนิทด้วย คงเอ็นดูความโง่ของฉัน จึงเฉลยว่า
"พี่ครับ ขนาดลุงสะเนะยังไม่เอา แล้วผมจะเอาเหรอครับ"
..................
งงอีกรอบ แล้วมันเกี่ยวกับอะไรเล่า
"ลุงสะเนะ เป็นคนลำบากยากจนที่สุด แกยังไม่เอา เพราะแกรู้ว่าเรือลำนั้น ไม่มีโชค ออกทะเลก็หาปลาไม่ได้น่ะซีพี่ แล้วผมจะต้องไปดูอีกทำไม"
........................
อึ้ง ซึ้ง แล้วซึมเลยเรา

เธอว่าอย่างที่ฉันว่าไหม
มีอะไรอีกตั้งเยอะที่เราไม่รู้

บิลบอกว่าจะให้เงินลุงสะเนะต่อเรือลำใหม่ เพราะลำเก่าของแกพังยับเยินเกินช่างจะซ่อมได้
ฉันถามว่าแล้วจะเอาขนาดกี่กง (เป็นเลขคี่ เล็กสุดราว 5 กงเป็นเรือพาย ใหญ่สุดที่เห็น 25 กง มักใช้ทำเรือทัวร์ ขนาดจุได้ 30-40 คน)
แกบอกว่าขอ 21 กงแล้วกัน เล็กกว่าลำเก่าหน่อยหนึ่ง ฉันฉงนอีกรอบ "อ้าว แล้วทำไม ไม่เอาเท่าเดิม ก็เขายินดีจ่ายทั้งหมด ไม่ต้องประหยัดเงินให้เขาหรอก"
ลุงสะเนะยิ้มเห็นฟันเหลือง ชายชราร่างเล็กวัยเฉียดหกสิบ
บอกกับฉันอย่างใจเย็นว่า
"ผมแก่แล้ว ยังไงผมก็ต้องเปลี่ยนมาใช้เรือเล็ก เครื่องเล็กลงอยู่ดี อายุมากเรี่ยวแรงลดลง ต้องใช้เรือเล็ก"

นะ...เห็นไหม ฉันโง่ได้ในหลายกรณีทีเดียว...เธอเอ๋ย

 




 

Create Date : 24 กันยายน 2548    
Last Update : 25 กันยายน 2548 1:04:16 น.
Counter : 230 Pageviews.  

บันทึกถึงทะเล (คลิกที่รูป)

05年0

星期五

天氣
:陰

 

 

 
 
 




 

Create Date : 17 กันยายน 2548    
Last Update : 25 กันยายน 2548 1:08:52 น.
Counter : 113 Pageviews.  


shadow-of-art
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




............ เร่ร่อน...
............. ตามแรงสั่นสะเทือนของโลก
............. ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้
............. เพราะไฝที่เท้าเม็ดนั้น นั่นเทียว
Friends' blogs
[Add shadow-of-art's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.