เมื่อ “เจ้านาย” ถูกตัดสินประหารชีวิต ในสมัยประชาธิปไตย
ตอนที่ 1

ปลายปีพุทธศักราช 2481 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็น “จุดด่างพร้อย” ในประวัติศาสตร์สมัยประชาธิปไตย ...

“...ปลายเดือนมกราคม ทุกๆ คนได้ฟังข่าวอย่างสะทกสะท้านหวาดหวั่นมาก มีคนสำคัญและผู้หลักผู้ใหญ่คนอื่นๆ อีกเป็นอันมากถูกตำรวจจับ โดยข้อหาว่าจะทำการกบฏ...” (เกิดวังปารุสก์ สมัยประชาธิปไตย : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์)

เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระบอบการปกครอง และสร้างความประหลาดใจให้แก่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังได้ก่อให้เกิดความ“สะทกสะท้านหวาดหวั่น”ต่อเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย เพราะหนึ่งใน“คนสำคัญ”ที่ถูกจับนั้น มี“เจ้านาย”พระองค์สำคัญรวมอยู่ด้วย

“คนสำคัญ” ที่พระองค์จุลฯ ทรงกล่าวถึงนั้นคือใคร !?! ทำไม ... จึงส่งผลต่อจิตใจของพวก “เจ้า”

“...เหตุเกิดในตอนเช้ามืดวันที่ 29 มกราคม 2481 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการกวดล้างจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 51 คน ฐานดำเนินการเพื่อคิดการกบฏและวางแผนประทุษร้ายชีวิตบุคคลในคณะรัฐบาล ในบรรดาผู้ถูกจับกุมครั้งนั้น มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร รวมอยู่ด้วย โดยตำรวจสันติบาลได้เชิญเสด็จพระองคืจากลำปางเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2481 ซึ่งทำให้เจ้านายและประชาชนทั่วไปประหลาดใจมาก เพราะทรงเป็นพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ และไม่ทรงเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด...” (เกิดวังปารุสก์ สมัยประชาธิปไตย : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์)


“พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร” เจ้านายชั้นผู้ใหญ่แห่งพระราชวงศ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนรเนทร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดา ม.ร.ว. เนื่อง ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428ได้รับพระราชทานพระนามว่า “พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์”

ครั้นเมื่อประสูติได้ 12 วัน เจ้าจอมมารดาถึงแก่อนิจกรรม รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นพระราชโอรสบุญธรรมในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เนื่องจากเจ้าจอม ม.ร.ว. เนื่อง นั้นอยู่ในสังกัดของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ

ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศแล้ว ได้ทรงกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย และอธิบดีกรมสาธารณสุขอยู่ระยะเวลาหนึ่ง แต่ต่อมาเมื่อพระอาการประชวรเกี่ยวกับโรคหืดกำเริบ จึงได้กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่ง เพราะทรงเกรงว่าจะมีผลกระทบต่องานราชการที่ทรงรับผิดชอบอยู่ และนับแต่นั้นมาก็ไม่เคยปรากฏว่าทรงมีบทบาททางการเมืองการปกครองตลอดสมัยรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 จนกระทั่งเมื่อต้นรัชกาลปัจจุบันจึงได้ทรงรับหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก่อนจะสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2495


สำหรับเรื่องฐานะและบทบาทของสมเด็จกรมพระยาชัยนาทฯ ในสมัยรัชกาลที่ 8 นั้น คุณสมภพ จันทรประภา ได้เขียนไว้ในหนังสือสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ความว่า “...ข่าวนี้กระเทือนขวัญผู้คนมาก เพราะสมเด็จกรมพระยาชัยนาทฯ เป็นพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ทรงมีพันธะสนิทกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 เป็นส่วนพระองค์พิเศษต่างไปจากพระบรมวงศ์พระองค์อื่นด้วย และที่สำคัญไม่เคยมีใครรู้ ใครคิดว่า ทรงสนพระทัยการเมืองถึงกับทุ่มพระองค์ลงมาคลุกคลี...”

เหตุการณ์วันที่ “เสด็จในกรม” ทรงถูกจับ ...

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์วันนั้นไว้ว่า

“...ในครั้งนั้นเสด็จในกรมทรงว่างราชการ จึงทรงเสด็จประพาสตามต่างจังหวัดต่างๆ จังหวัดทางภาคเหนือเป็นที่โปรดปรานมาก เพราะเป็นที่สูงและมีอากาศแห้งถูกกับพระอาการที่ประชวรอยู่ด้วยโรคหืดเป็นประจำ ... คืนวันหนึ่ง ผู้เขียนนั่งฟังวิทยุจากกรุงเทพฯ อยู่ครู่หนึ่ง เสด็จในกรมก็มาประทับฟังด้วย คืนนั้นมีข่าวผู้ที่ถูกจับกุมทางปักษ์ใต้คนหนึ่ง หลบหนีเจ้าพนักงานแล้วถูกยิงตาย เสด็จในกรมทรงฟังข่าวต่างๆ โดยดุษฎี บางทีจะไม่ทรงทราบเลยเลยว่าในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น พระองค์เองจะกลายเป็นข่าวสำคัญ

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งเป็นวันเสด็จกลับจากกรุงเทพฯ โดยขบวนรถด่วน มีรับสั่งให้ผู้เขียนไปบุ๊ครถนอนถวายไว้ล่วงหน้า วันนั้นรถด่วนขาล่องออกจากสถานีลำปาง เวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จในกรมเสวยพระกระยาหารกลางวันราวๆ เที่ยง แล้วก็รับสั่งว่าจะบรรทมพักผ่อนสักครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเสด็จไปสถานี ในระหว่างที่บรรทมอยู่นั้นเอง เจ้าพนักงานตำรวจสันติบาลที่ขึ้นไปจากกรุงเทพฯ ก็ขอเฝ้าโดยด่วน เมื่อได้เฝ้าก็ทูลเชิญเสด็จกลับกรุงเทพฯ มีรับสั่งถามว่า “มีเรื่องอะไร” นายตำรวจผู้นั้นก็ทูลว่า “ผู้บังคับการตำรวจสันติบาลจะขอเข้าเฝ้าที่กรุงเทพฯ” เสด็จในกรมรับสั่งถามต่อไปว่า “ใครเป็นผู้บังคับการตำรวจสันติบาล” นายตำรวจกราบทูลต่อไปว่า “ขุนศรีศรากร” ในกรมมีรับสั่งว่า “เอ ฉันไม่รู้จัก” เมื่อนายตำรวจทูลถามว่าทรงมีปืนหรือไม่ ก็รับสั่งตอบว่า “ไม่เคยมีเลยแม้แต่ปืนยิงนก” แล้วก็เสด็จออกจากพระที่แต่งพระองค์เสด็จไปสถานีรถไฟ มีนายตำรวจนั่งไปหน้ารถและมีผู้เขียนเรื่องนี้ตามไปส่งเสด็จด้วย ตั้งแต่เวลาที่ตำรวจเข้าไปจับหรือเชิญเสด็จ ตลอดจนถึงเวลาที่เสด็จขึ้นรถด่วนเข้าไปในห้อง มีเจ้าพนักงานยืนคุมหัวรถท้ายรถ เสด็จในกรมมิได้มีพระอาการผิดปรกติหรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อย คำว่า “ขัตติยมานะ” นั้น ผู้เขียนเคยได้ยินคนพูดบ่อยครั้ง และตีความหมายกันไปมากมาย แต่ผู้เขียน (มร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช) ได้เคยเห็นของจริงก็ในคราวนั้นครั้งเดียว...” (สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ : สมภพ จันทรประภา)



Create Date : 25 กันยายน 2548
Last Update : 25 กันยายน 2548 17:43:27 น.
Counter : 7895 Pageviews.

14 comments
  
มาอ่านแล้วนะคับ
น่าตื่นเต้นจิงๆ
โดย: เกนหลง (เกนหลงหนึ่งหรัด ) วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:13:43:17 น.
  
Good story! I liked reading it.

Thank you!
โดย: Nicky from Australia IP: 58.105.59.181 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:3:15:04 น.
  
อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ เคยทำงานที่กอสมุดกลางจุฬาฯ ชอบอ่าน เกิดที่วังปารุสก์ นานมาแล้ว จำได้กระท่อนกระแท่น อ่านแล้วชอบมากค่ะ เหมือนฟื้นความทรงจำ จะติดตามทุกตอนค่ะ ขอคุณมากๆ
โดย: คนที่พอฯ IP: 66.56.79.25 วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:0:12:30 น.
  
อยากขอความกรุณาช่วยนำรูปพระองค์โสมสมัยสาวๆตอนที่ทรงแต่งงานให้หน่อยได้ไหมคะอยากได้มากๆ
โดย: 555 IP: 203.157.127.2 วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:9:51:34 น.
  
ผมเองทราบแล้วเศร้าใจนัก ...เหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านเข้ามามากทำให้สมเด็จฯพระพันวสาทรงวิปโยคด้วยครานี้เนื่องด้วยกรมพระยาชัยนาทนเรศทรเป็นโอรสที่พระพุทธเจ้าหลวงพระราชทานแก่พระพันวสา สมเด็จฯทรงเลี้ยงดั่งลูกในไส้
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา
โดย: เก่งจัง IP: 58.9.194.53 วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:10:34:20 น.
  
น่าสนใจ
โดย: ไม้ยมก&แหนมมัด วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:48:28 น.
  
อยากทราบถึงข่าวเกี่ยวกับการสวรรคตและที่มาของรัชกาลที่8มากๆ
โดย: กิ๊ฟช็อป IP: 202.28.118.98 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:13:51:55 น.
  
ถวายพระพรแด่เสด็จในกรม ผู้ทรงสถิตอยู่ในสรวงสวรรค์
ให้พวกตระกูลที่หมิ่นพระยศพระเกียรติเป็นไปตามกรรม
โดย: เจ้าน้อยจันทร์งาม IP: 203.150.136.15 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:22:40:12 น.
  
คณะปฎิวัติสมัยนั้นคงหูเบา กรรมคงตามทันถึงรุ่นลูกหลานเลย
โดย: 90990 IP: 61.47.74.19 วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:22:07:27 น.
  
อยากทราบว่ารุ่นลูกหลานของผู้ที่ทำกรรมเอาไว้กับเสด็จในกรมจะเจริญหรือไม่ คงจะไม่เจริญเพราะบรรพบุรุษสร้าง
กรรมเอาไว้มาก
โดย: จูน IP: 58.10.192.104 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:59:13 น.
  
ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ ผมยิ่งสงสารพระหทัย ของ
สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มากๆๆ
พระองค์ต้องทรงเสียคนที่พระองค์รักไปตลอดเวลา
และ ยังจะต้องมาเเห็นลูก(บุญธรรม) ที่รักเหมือนลูกแท้ๆ
ติดคุก ทั้งๆที่ไม่ผิดอะไร


ขอให้เชื้อสายผู้ที่ก่อนกรรมครั้งนั้น ได้รับด้วยเถอด
เพราะ ไม่ได้ทำร้ายแค่กรมขุนชัยนาถนเรนทร แต่ยังทำร้ายจิตใจสมเด็จย่าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันด้วย
โดย: เศร้า IP: 61.91.166.162 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:1:25:08 น.
  
เรื่อง"อำนาจ"ไม่เข้าใครออกใคร ปากบอกว่า ทำเพื่อประชาราษฎร์ แต่จริงๆ แล้วพวกคณะปฏิวัตินี่หนักแผ่นดินจริงๆ สมแล้วที่สุดท้ายก็ไม่เจริญกันสักคนเดียว
โดย: ศญา IP: 61.90.103.191 วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:15:45:30 น.
  
มีเป็นหนังสือป่าวค่ะ

อยากอ่านนะค่ะ

ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องนี้เลยอะค่ะ

ราคาเท่าไหร่หรอค่ะ
โดย: นิรนาม IP: 117.47.130.45 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:13:41 น.
  
อ่านแล้วเศร้าใจ
โดย: p604 IP: 125.24.138.73 วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:21:46:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รอยใบลาน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



สโมสรของอัศวินแห่งอินทรนคร
All Blog