Group Blog
 
All Blogs
 
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น

หมายเหตุ : ขอให้คิดว่าช่วงเวลาที่เหตุการณ์ในฟิคนี้เกิดขึ้นมันเป็นช่วงปี 2 ของเฟรินหรือพูดง่ายๆก็ภาค 3 อ่าน่ะ....แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงที่ยัง "ไม่เกิดเรื่องเกิดราว"

* ฟิคเรื่องนี้เป็นการแต่งโดยผู้เขียนเป็นหนึ่งในตัวละครดำเนินเรื่อง...เพราะฉะนั้นบางคนอาจไม่ชอบการเขียนแนวนี้ที่เหมือนเราเข้าไปยุ่งอะไรกับคนในเรื่องหว่า....อืม...ใครที่รู้สึกอย่างนั้นเราก็ขออำภัยด้วยน่ะค่ะ...

==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น ==============================

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กก็ถูกจัดให้เป็นโรงเรียนที่มีการป้องกันเข้มงวดที่สุดในบรรดาโรงเรียนทั้งหมดของเอเดน สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานที่พำนักของเจ้าชายเจ้าหญิง รัชทายาทที่ไม่มีสิทธ์ขึ้นหน้าด้วยยศทั้งหลาย และอาจรวมถึงเจ้าหญิงที่ต้องคำสาปให้กลายเป็นชายบ้างหมาบ้างบางพระองค์ ส่วนอีกหลายๆสาเหตุก็คงมาจากอีกหลายๆปัจจัยซึ่งเป็นเรื่องภายใน.....
ไม่ว่าอย่างไร....การที่จะแทรกตัวเข้าไปในโรงเรียนนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย

แต่ตอนนี้ก็สิ่งมีชีวิตบางสิ่งแอบเข้ามาแล้วนี่นา.....

หมาป่าตัวหนึ่งค่อยๆย่องอย่างเงียบกริบผ่านประตูจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่ง จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง
ดวงตาคอยสอดส่องสิบสองผู้พิทักษ์ป้อม ระแวดระวังสามในสี่ผู้คุมกฏ
สำหรับสามขุนพล กับเสธคนสำคัญทั้งสอง...
กลายเป็นบัญชีดำ....
เป็นพวกที่เห็นแล้วต้องรีบเผ่น ก่อนที่ฝ่ายเห็นจะเป็นอีกฝ่าย...
แล้วคราวนี้จะได้สลับฝ่ายขึ้นบัญชีดำกันอีก....

"เฮ้!!"
เสียงเรียกดังขึ้นก่อนให้หมาสะดุ้งโหยงก่อนจะหันขวับกลับไปแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก....

"ไหนบอกจะรอที่หน้าประตู" เจ้าหมาตรงหน้าบ่นอุบให้คนในเงามืดขยับรอยยิ้มขันกับสีหน้าหงุดหงิดไม่สมหมา...

"จะให้ยืนรอปูพรมรับเสด็จรึไง นี่ก็อุตส่าห์เบิกทางให้เข้าได้ง่ายๆแล้ว" คำแก้ตัวฟังดูมีเหตุผล และก็คงเพราะคนตรงหน้าที่ทำให้ประตูทางเข้าเปิดโล่งหยั่งกะจะเชิญชวนให้ชาวเมืองพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปเดินเล่น ถึงแม้จะเพียงชั่วแว่บเดียวก็เหอะ

"คนน่าสงสัยที่พวกยามตามไปเมื่อกี้ก็นายสิน่ะ"

"ของตาย" คำตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสบายๆประจำตัวที่มองแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือหลายที่ไม่ต้องมาเห็นรอยยิ้มอีกลักษณะของคนๆนี้

"ขอบใจมากที่ช่วย"

"เก็บคำขอบใจไว้ แล้วเอาเป็นว่าชั้นขอ 20 เปอร์เซนต์" คำตอบกลับที่ทำให้หมาที่เริ่มสำนึกในบุญคุณได้สำนึกถึงข้อเท็จจริง....

ซาตานยังไงก็ยังเป็นซาตาน......

"ที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือ 10 เปอร์เซนต์" เสียงท้วงออดๆแอดๆที่อีกฝ่ายขยับรอยยิ้ม

"ข้าวยากหมากแพง ราคาของอะไรก็ขึ้น...."
คำค้านจากคนตรงหน้าฟังดูไร้เหตุผล แต่ทำไงได้นอกจากต้องยอมรับอย่างจนปัญญาเพราะหากขาดความช่วยเหลือจากคนตรงหน้างานนี้ก็คงเหลวเป๋ว.....

ยังไง 80 ก็ยังดีกว่า 0 ล่ะฟร่ะ....

"ตกลงๆชั้นให้นาย" ตอบกลับอย่างเสียมิได้

"ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย"

"แล้วที่พักชั้นล่ะ"
รีบถามก่อนที่ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายจะลืม แต่คำตอบกลับมันชวนให้เวียนหัวสิ้นดี....

"ลอเรนส์ไม่เรื่องมากหรอกถ้าจะมีหมาป่าอีกสักตัวมาอยู่ในห้อง"
คนพูดพูดพลางขยับแว่นตาอย่างชินนิสัยก่อนที่จะหันหลังกลับสาวเท้าไปตามทางเดิน

ทิ้งให้หมาป่าตัวหนึ่งยืนอ้าปากค้างอยู่บนทางเดินท่ามกลางความมืดที่โรยตัวและแสงจันทร์คืนแรม.......

+++++++

ที่พักสุดประเสริฐที่พอคิดถึงทีไรก็อยากจะเอาหัวเจ้าคนช่างจัดหาไปวัดความแข็งแกร่งกะฝาผนังเสียให้เข็ด งานที่ตอนแรกดูจะสบายๆเพราะได้ผู้ช่วยเหลือมือดี กลับกลายเป็นยุ่งยากจนอยากยกเลิกเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะลืม....ลืมไปแท้ๆว่านิสัยไอ้บ้านั่นมันเป็นยังไง
แต่ลุยมาขนาดนี้ จะถอยก็ถอยไม่ได้เสียแล้ว........
ก็ได้แต่พยายามทำให้จบให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้มีปัญหานั่นแหละ...

คิดพลางถอนหายใจพลางขณะที่ตัวก็ค่อยๆลากขาทั้งสี่ไปตามทางเดินในป้อมก่อนที่จะค่อยๆเปลี่ยนจากตีนหมาเป็นตีนแมวเมื่อใกล้ถึงห้องนั่งเล่นของชั้นปีที่สองแห่งป้อมอัศวิน....

แหล่งข่าวที่หนึ่ง....ที่จะพลาดเสียมิได้

[target log]

"นายว่าไหมว่าเดี๋ยวนี้ป้อมเรามันมีอะไรแปลกๆ" เสียงจากครี๊ด ธันเดอร์ ดังขึ้นกระตุ้นความสนใจของเพื่อนร่วมรุ่นทั้งเก้าที่อยู่ในห้องให้หันมามองคนพูดเปิดประเด็นอย่างสนอกสนใจ

"อะไรที่ว่าแปลกล่ะครับ" คำถามกลับจาก ซีบิล สเวน ผู้เรียบร้อยสมฉายาเดอะพรีสต์

"ถ้าจะว่าถึงเรื่องแปลกมากที่สุด ก็นั่นไง พวกเฟริน" คำพูดจากโคลร์ อาร์มสตรองที่ทุกคนพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วย

"นายว่าไงล่ะโร"
คำถามถูกส่งต่อให้ห้องสมุดเคลื่อนที่แห่งป้อมอัศวิน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมชั้นปีทุกคนว่า...ถ้ามันยังไม่รู้ ก็คงไม่มีใครรู้มากไปกว่ามันอีกแล้ว

"ไม่ว่าไง" คำตอบง่ายๆที่ทำให้คนอื่นที่กำลังรอฟังหงุดหงิด.......ก็มันเห็นกันจะๆว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ เพียงแต่รู้แล้วมันไม่ยอมบอก.....

"แกจะเก็บความลับอะไรนักหนา พวกเรามันก็เพื่อนป้อมเดียวกัน จะเล่าสู่กันฟังบ้างไม่ได้เหรอ" เสียงทักท้วงจากซอร์โร วันวิล ที่โรขยับรอยยิ้มรับก่อนตอบกลับอย่างมากเล่ห์

"ชั้นก็ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ไม่มีอะไรจะบอก"

ไม่มีอะไรจะบอกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่ที่รู้นั้นไม่จำเป็นจะต้องบอก......
ความจริงที่"ทุกคน"ในห้องรับรู้ขณะที่"ทุกตัว"ก็ซึ้งจนขึ้นใจ....
.....นายจะปิดอะไรกันนักกันหนาฟร่ะ โร เซวาเรส ไอ้ขอทานบ้า!!!
อารมณ์หงุดหงิดของหมาตัวหนึ่งมันพลุ่งพล่านก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกตัวแล้วรีบเก็บไอพยาบาทก่อนที่จะเป็นที่สังเกต.....
....ยังไม่รู้ตัว ความคิดที่ทำให้หมาโล่งอกเหลือหลาย

"แล้วนายล่ะว่าไง กัส" เมื่อเห็นว่าแหล่งข่าวคนสำคัญท่าทางจะใช้การไม่ได้ คำถามจึงถูกส่งมาให้อีกคนที่ดูน่าจะพูดกันรู้เรื่องมากกว่า

"ถ้าขนาดโรยังไม่มีอะไรจะบอก แล้วชั้นจะไปหาอะไรที่ไหนมาเล่า" คำตอบกลับจากกัส โทนีย่าที่ไม่ได้ทำให้อารมณ์คนอื่นรวมถึงหมาอีกตัวหนึ่งดีขึ้นเลย...

และบรรยากาศมันชักจะคุกรุ่นจนหมาที่ซ่อนอยู่หนักใจ...
ผู้ชายเลือดร้อน....และยิ่งเป็น"ป้อมอัศวิน"
ก็ถ้าเกิดใครสักคนมันจะเกิดทนไม่ไหว.....

"ถ้ามานั่งไล่กันอย่างนี้ก็คงไม่รู้เรื่องกันหรอกครับ ลองมาช่วยกันสรุปและช่วยกันคิดดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันบ้าง"
เป็นเสียงสวรรค์ห้ามทัพจากซีบิลที่ทุกคนยอมรับอย่างเห็นด้วย และหมารู้สึกขอบใจอย่างเหลือหลาย...ก็ถ้าต้องมานั่งดูคนทดสอบความคมของดาบในฝัก ถึงแม้ว่ามันจะน่าดู....แต่มันไม่ใช่ความบันเทิงที่ดีเอาเสียเลยสำหรับเวลาอย่างนี้.....

"ถ้าเป็นเรื่องของเฟรินกับคาโล ก็มีหลายเรื่องอยู่....." คำพูดจากเจคเรียกความสนใจของทุกคน พลางแต่ละคนก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่ง

"เรื่องที่นายเห็นเฟรินกะคาโลมีอะไรอะไรกันน่ะ โร สรุปว่ามันเป็นยังไง" คำถามตรงไปตรงมาจากอาชูร่าก่อนที่โรจะเริ่มสาธยายให้ฟังและได้คำตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยสีหน้าเหยเกของเพื่อนทุกคน

"ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมเฟรินถึงโกรธนายเป็นฟืนเป็นไฟตอนนั้น"

"อย่าบอกน่ะว่า....เฟรินกะคาโลนี่เป็น......." เสียงถามกระท่อนกระแท่นจากเอ็ดเวิร์ด

"แต่เฟรินก็เป็นผู้หญิงด้วยไม่ใช่เหรอ" คำพูดเรียบๆเจาะตรงประเด็นจากกัส โทนีย่าที่ทุกคนคล้อยตามไปด้วยในทันที เว้นก็แต่โรที่หันมามองนักบวชจากกิลดิเรกด้วยสายตาพินิจพิจารณา

.....ไอ้หมอนี่มันก็เสือดีๆนี่เอง เหมือนจะไม่รู้ แต่ที่จริงอาจจะรู้มากกว่าที่คิด
ความคิดของเจ้าของฉายาขอทานแห่งทริสทอร์ที่บังเอิญไปตรงกับหมาป่าผู้บุกรุกโดยไม่รู้ตัว....

"สรุปว่าเฟรินมันเป็นอะไรกันแน่ ผู้ชาย ผู้หญิงหรือหมา" เสียงห้าวบ่นอย่างคนไม่ชอบเรื่องซับซ้อนจากครี๊ด

"ก็ครึ่งหญิงครึ่งชายค่อนหมา" คำสรุปเองง่ายๆดื้อๆจากเดท ไฟเออร์ที่ฟังแล้วยิ่งปวดขมับ

"แต่ได้ข่าวว่าเฟรินไปถอนคำสาปมาแล้วตอนปิดเทอมไม่ใช่เหรอ?"

"ก็ได้ยินมางั้นเหมือนกัน และก็เพราะงั้นแหละเลยไม่มีหมามาให้เล่นเลย...." คำพูดติดจะเสียดายจากซอร์โรที่หมาอีกตัวแอบขยับรอยยิ้ม

"หรือคาโลมันจะหลงเสน่ห์ตอนเฟรินเป็นผู้หญิงว่ะ?"
คำถามเปิดประเด็นจากโคลร์ที่นั่งเงียบอยู่นาน ชวนให้คนฟังแต่ละคนต้องนิ่งค้างนึกไปถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ลืมไปนาน....ตอนที่คาโลถอดไข่มุกแสงจันทร์ของโรออกจากคอเฟรินภาคหญิงแล้วเอาของตัวเองใส่ให้แทน.....

.......นั่นเป็นการประกาศสิทธิอย่างเป็นทางการของเจ้าชายน้ำแข็งแห่งคาโนวาลรึเปล่า?

"แต่ตอนนี้เฟรินเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอครับ" คำถามแผ่วเบาจากซีบิลที่ชักไม่มั่นใจว่าควรจะออกปากไปรึเปล่าเรียกสีหน้ากระอั่กกระอ่วนจากเพื่อนๆอีกครา

"แล้วก็เรื่องแองจี้ กับเรนอน"

...รักสี่เส้า?..... คำถามในใจทุกคนที่แม้แต่คนที่ดูจะรู้อะไรๆดีที่สุดอย่างโรก็อดจะหลุดคิดตามไปด้วยไม่ได้

....ก็ถ้าป้อมอัศวินจะมีข่าวดีหายาก มันก็ควรจะเป็นชายกับหญิง ไม่ใช่ชายกับชาย.....!!!!

"เดี๋ยวก่อน พวกนายคงไม่คิดว่าคนอย่างคาโลมันจะเป็น...... หรอกน่ะ" คำถามจากอาชูร่าที่ถามไปเพื่อเรียกสติสตังของตัวเองคืนมา หากแต่แม้ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่าคำตอบที่ได้จะเป็นยังไง

"ก็ไม่อยากจะขัดหรอกน่ะ....แต่จากที่พวกเราเห็นน่ะ...คาโลออกจะ"อ่อน"ให้กับเฟรินมากเป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ"

"ตอนเฟรินไปคลายคำสาปที่เดมอสก็เห็นว่าไปด้วยกัน...."

"แล้วสายตาของคาโลเวลามองเฟรินน่ะมันก็..... " คำสนับสนุนจากเดทที่พาเอาทุกคนจมลงสู่โลกอันมืดมิดไปเรียบร้อย...

แม้แต่กัสเองก็ยังต้องคว้าน้ำขึ้นมาดื่มดับเครียดแล้วชักนึกอยากได้เหล้าแรงๆสักขวดมาหยุดความคิด ถึงแม้มันจะขัดกับภาพพจน์เดอะพรีสต์ของตัวเองไปหน่อยก็ตาม......

"เอาเป็นว่า....เราอย่าไปพยายามสงสัยอะไรให้มากเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยดีกว่า...." โรพูดอย่างพยายามไล่ความงุ่นง่านในใจตัวเองหลังหลุดจากภวังค์ความคิดอย่างยากเย็น.....

ทุกคนร่วมใจกันพยักหน้าพร้อมเพรียงเป็นคำตอบอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน......

หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปยังเรื่องอื่นซึ่งหมาป่าไม่คิดจะสนใจ แต่เรื่องที่คุยกันตอนแรกมันคงมีผลบ่อนทำลายความสามารถทางความคิดมากกว่าที่ใครๆคาด ไม่นานนักทุกคนจึงพร้อมใจสลายตัวแยกย้ายกันไปนอน.....

แล้วหมาตัวหนึ่งก็คงกลับไปพักผ่อนได้บ้างโดยไม่ต้องช็อกค้าง หากเพียงแต่ว่าหูหมามันจะไม่ดีจนได้ยินคำเปรยแผ่วเบาจาก กัส โทนีย่า ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย.....

"แอบฟังคนอื่นพูดมันเสียมารยาทน่ะ....."

===================
25/4/04

Author's note : จบ....ภายในหนึ่งวัน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดองเค็มฟิคเป็นชีวิตอย่างเราจะจบฟิคได้ภายในหนึ่งวัน.... ( อัตราการแต่งฟิคให้จบเป็น 1/1000 อัตราการแต่งให้จบในวันเดียวเป็น 1/10000 )
แต่ก็อย่างว่า....เรื่องที่แต่งมันกะเลยออกมางี่เง่าสิ้นดีแปรผันตรงกับเวลาที่แต่งนั่นแหละ ( ถ้ามีเวลามากๆ ฟิคจะไม่งี่เง่า แต่บางครั้งแต่งงี่เง่าอาจจะดีกว่าแต่งหลอนๆแบบที่เคยแต่งก็ได้เนอะ)
เป็นแฟนฟิคเฟรินเรื่องแรก ก็เลยค่อนข้างจะดีใจมากเป็นพิเศษ เหอเหอ ซาตานแห่งป้อมอัศวินถูกเราเปลี่ยนเป็นคนหน้าเงินไปซะแล้ว แต่เวลาจิ้นถึงตานี่ภาพพจน์มันออกมาเป็นแบบนี้ทุกทีเลยง่ะ
( ขออภัยสาวกลูคัสด้วยล่ะกัน <= ที่จริงเราก็เป็นด้วยอ่าน่ะ )

ขออภัยพี่แรบบิทกับพี่กบ...เราหยุดมันไม่ได้แล้วกับอาการ Y ....( ที่จริงไม่ได้ Y สักหน่อย ไม่ใช่ความผิดนู๋น้า ความผิดเฟรินกะคาโลที่ชอบทำตัวลึกลับจนคนอื่นเขาเข้าใจผิดตะหากต่างหาก <= โทษไปถึงตัวละครอีก...เลวจริงเรา....)

ป.ล. อย่าลืมล่ะว่านี่มันยังเป็นแค่ตอนที่ 1 และก็อย่าลืมว่าหมาป่าตัวนี้ ( รู้ยังว่าหมาป่าตัวนั้นมันใคร...) ยังคงสิงอยู่ในเอดินเบิร์ก.....( ถ้าไม่โดนจับได้หรือลอเรนซ์ฆ่าตายด้วยความรำคาญของพี่แกซะก่อน <= ไม่มีทางร้อก เหอเหอ)

Special Thanks : พี่ rabbit ที่แต่งเฟรินให้อ่าน / พี่กบที่เอามา post ให้ได้ติดตาม / พ่อกะแม่ที่ซื้อคอมฯให้เอามาถลุงเน็ต ( พร้อมกับแต่งฟิคและทำ art ) /
ทั่นลูมิน...ที่แม้ตัวทั่นจะไม่ได้อ่านเฟริน(หรืออ่าน? ยังไม่ได้ถาม)...แต่ฟิคของทั่นก็ทำให้เราคิดมุขแต่งฟิคออก

แล้วก็ขอขอบคุณคนอ่านและคนเมนท์ทุกคนด้วยค่า....^^



Create Date : 29 มกราคม 2548
Last Update : 29 มกราคม 2548 0:20:50 น. 14 comments
Counter : 763 Pageviews.

 


มาเยี่ยมชม Blog นะคะ














โดย: รักดี วันที่: 29 มกราคม 2548 เวลา:14:24:48 น.  

 
หนุก..ดี แต่งต่อด่ะ


โดย: จอมโจร//จอมใจ IP: 61.7.130.232 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:44:08 น.  

 


โดย: NAN IP: 202.129.2.210 วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:15:57:38 น.  

 
แต่งได้ดีนี่ค่ะ


โดย: ซากุระ IP: 58.136.205.19 วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:18:26:15 น.  

 
แต่งให้ดีนะ


โดย: สุขสรรค์ IP: 202.143.128.98 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:8:54:40 น.  

 
แต่งต่อดิ


โดย: เฮล IP: 222.123.14.32 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:37:32 น.  

 


โดย: ไพ้หด้ห่ IP: 61.47.105.101 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:04:38 น.  

 
This is DEJA VU

//forums.popcornfor2.com/index.php?showtopic=25402


โดย: C IP: 203.147.39.177 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:51:19 น.  

 


โดย: ยยย IP: 203.113.17.148 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:10:30:13 น.  

 
ด็ดีนะ
ล้อเล่นน่า


โดย: ชายนิระนาม IP: 58.147.121.125 วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:18:10 น.  

 
อืมหนุกดี


โดย: นิรนาม IP: 203.113.81.4 วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:19:39:49 น.  

 
น่ารัก


โดย: ลลลล IP: 202.28.68.12 วันที่: 29 มิถุนายน 2550 เวลา:17:32:31 น.  

 
พี่คงไม่ชอบพูดนืนทาด้วยเราอยากเป้นคนดีจริง เค้าเป็นคนดีเหมือนพ่อแม่จริง เราได้ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะ


โดย: กุ๊ก IP: 222.123.225.124 วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:17:47 น.  

 
พี่คงไม่ชอบพูดนืนทาด้วยเราอยากเป้นคนดีจริง เค้าเป็นคนดีเหมือนพ่อแม่จริง เราได้ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะ


โดย: กุ๊ก IP: 222.123.225.124 วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:18:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

A.A the wolf
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add A.A the wolf's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.