Group Blog
 
All Blogs
 
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#3 : บุกถ้ำเสือ( เพื่ออะไรก๊านนนนนน)

หมายเหตุ : A.A the wolf ที่เป็นนามแฝงของเรา A นั้นย่อมาจาก Anlmate ( แอลเมท) ซึ่งเป็นชื่อนามแฝงที่เราใช้อีกชื่อหนึ่งอับ
แล้วทำไมต้องบอกน่ะเหรอ? ที่มาบอกตรงนี้เพราะมันมีในเรื่องน่ะจิ.....( ถึงไอ้พวกนั้นจะไม่ค่อยเรียกก็เถอะน่ะ)

==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#3 : บุกถ้ำเสือ( เพื่ออะไรก๊านนนนนน) ==============================

"ครบอาทิตย์แล้วน่ะ..." เป็นคำพูดเปรยจากลอเรนส์ ขณะที่เขาต้องจำใจนั่งมองหมาตัวหนึ่งเขมือบอาหารเย็นอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งเขาเองนั่นแหละที่(ถูกยัดเยียดให้)รับอาสาเป็นคนแบกมาให้
"แล้วไง?" คำถามกลับจากเจ้าขนปุยทั้งๆที่ปากยังเคี้ยวหยับๆ

คิ้วเข้มของนักบวชแห่งป้อมอัศวินขมวดมุ่นขึ้นอย่างสงสัย
"ก็เธอบอกว่าจะมาหาข่าวไม่ใช่เหรอ?"
คำถามที่มาคิดได้ทีหลังว่าไม่น่าถาม เพราะเจ้าหมางี่เง่าหันฉับมามองเขาอย่างปรามาสก่อนจะตั้งท่าเป็นอาจารย์เทศน์ซะยืดยาว.....

"นายคิดว่างานหาข่าวมันเป็นงานง่ายๆรึไง แค่ออกไปเดินฉวัดเฉวียนเล่นน่ะมันไม่ทำให้รู้อะไรขึ้นมาหรอกน่ะ การจะทำอะไรน่ะมันต้องมีการวางแผนให้รอบคอบ ที่สำคัญที่ๆเราอยู่ตอนนี้น่ะมันคือป้อมอัศวินแห่งเอดินเบิร์กน่ะไม่ใช่ตลาดกลางเมือง ไอ้เรื่องที่ต้องระวังน่ะมีเป็นกุรุฏ ไม่งั้นชั้นคงไม่ต้องขอให้นายลำบากถ่อเอาอาหารมาส่งให้ถึงที่หรอก แล้วนายลืมไปรึเปล่าว่าโรเวนกับไธนอสน่ะยังอยู่ในป้อม นี่ชั้นยังไม่ได้พูดถึงผู้คุมกฎที่เหลืออีกตั้งสอง สามขุนพลกับสิบสองผู้พิทักษ์ป้อมเลยน่ะ....."

"พอๆ เรื่องนั้นเอาเป็นว่าชั้นรู้...." คำขัดจากคนถูกยัดเยียดให้เป็นลูกศิษย์ก่อนที่อาจารย์ปากดีจะทำหูของเขาชาจนฟังคนอื่นต่อไม่รู้เรื่อง

ได้แต่ถอนหายใจขณะที่อีกฝ่ายกลับไปสนใจกับอาหารเบื้องหน้า
สายตาเย็นๆกับมีดคมๆของเขาทำอะไรหมาตรงหน้าไม่ได้พอๆกับที่ทำกับเพื่อนร่วมห้องอีกคนไม่ได้.........
ดวงเขามันซวยสนิทแท้ๆที่ต้องมาผูกติดกับไอ้พวกนี้..........

"แต่ถ้าไม่คิดจะทำอะไร นั่งกินนอนกิน เมื่อไหร่จะได้งาน" อดไม่ได้ที่จะออกปากถาม

"ชั้นทำอะไรๆไปมากกว่าที่นายคิด" คำตอบพร้อมรอยยิ้มแสยะแยกเขี้ยวจากหมา

เสียงเปิดประตูดังขึ้นขัดจังหวะก่อนเพื่อนร่วมห้องอีกคนจะปรากฎตัวขึ้นมา......

"ลอรี่ แอล เป็นไงบ้าง" คำถามจากผู้มาใหม่ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปนั่งลงบนเตียงของตัวเอง

"ก็ไม่เป็นไง" คำตอบจากหนึ่งบุรุษหนึ่งหมา

"วันนี้นายไม่สบายเหรอ ลอรี่?" ลูคัสเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

"ชั้นสบายดี ถามทำไม?"

"ฮ้า....ก็ชั้นเรียกนายว่าลอรี่ไปตั้งสองครั้ง นับครั้งนี้ครั้งที่สาม นายยังไม่ขว้างมีดขู่ฆ่าชั้น....." เจ้าตัวพูดก่อนจะทำท่าช็อกเหลือหลายก่อนเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าถีบตกเตียง
"นายแน่ใจน่ะว่าไม่เป็นไร ชั้นว่านายป่วยแหงมๆ"

"ชั้นไม่เป็นไร" ยืนยันหนักแน่นอย่างพยายามข่มอารมณ์ก่อนจะหันไปเอ่ยปากถามอีกเรื่องที่น่าสนใจกว่า "แล้วว่าไง"

"โรเวนนัดประชุมสองทุ่ม"

++++++++++
[ 19:20 น.]

"เธอจะไปด้วย? ไปทำไม?" คำถามจากลูคัสที่อ้าปากค้างไปเรียบร้อยหลังได้ฟังคำประกาศขอติดตามจากหมาป่าเบื้องหน้า

"ไปหาข่าว" หมาพูดพลางกระดิกหางอย่างไม่สนใจอาการของคนตรงหน้า

"เธอจะหาข่าวอะไรชั้นไม่เคยว่า....แต่อย่าสอดรู้เข้ามาในกิจการภายในป้อมอัศวิน" คำเตือนเยียบเย็นจากลอเรนส์ ดอว์น ที่บัดนี้ชักจะตาลุกวาวด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น

คำเตือนที่เจ้าหล่อนหันไปเผชิญหน้าคนส่งวาจาน้ำแข็งก่อนตอบกลับอย่างถือดีไม่สมตัว.....
"ชั้นไม่เคยใส่ใจกิจการของใคร แล้วที่ชั้นจะไปก็ไม่ใช่เพื่อฟังการหารือของสภาสูงป้อมอัศวิน"

"แล้วจะไปทำไม" คนถามๆด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนหมาชักจะยกย่องให้เป็นน้ำแข็งเดินได้ก้อนที่สองถัดจากเจ้าชายคาโนวาล

"เตรียมตัวเกาะติด" คำพูดที่คนฟังยิ่งฟังก็ยิ่งงง คนพูดเลยขยายความให้อีกนิด "หลังการประชุมป้อมอัศวิน....ยังมีประชุมลับ"

"ประชุมลับ? ใครกับใคร?" คำถามอย่างสนใจใคร่รู้จากลูคัสที่บัดนี้ความอยากรู้อยากเห็นมันเริ่มเสนอจนออกนอกหน้า ขณะที่ลอเรนส์เองก็แสดงท่าทางว่าสนใจแม้จะเก็บอาการไว้ก็ตาม

"โรเวน และไธนอส เสธคนสำคัญของป้อมอัศวิน กับอาเธอร์ บริสตั้น หัวหน้าปราสาทขุนนาง" คำเฉลยที่จับแช่แข็งบุรุษอีกสองคนที่ได้ฟังก่อนที่คนสติดีกว่าอย่างลอเรนส์จะเอ่ยปากซักเพื่อความมั่นใจ

"รู้ได้ไง"

"ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นทำอะไรๆไปมากกว่าที่นายคิด" เป็นคำพูดพร้อมรอยกระหยิ่มยิ้มย่องบนใบหน้าอย่างผู้ชนะ

++++++++++
[ 19:50 น.]

"ชั้นสัญญาจะไม่แหย่แม้แต่หนึ่งในสัมผัสทั้งหกทั้งห้าเข้าไปในการประชุมของพวกนาย"

คำสัญญาจากหมาที่ยังไงลอเรนส์ก็ยังเห็นว่าเชื่อถือไม่ได้ แต่การจะหยุดเจ้าหล่อนไม่ให้ไปคงเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่า โดยเฉพาะเมื่อมันถึงเวลาที่พวกเขาต้องรีบไปแล้ว.....

"นายคิดว่ามันจะมีปัญหามั๊ย ลอรี่" คำถามกระซิบจากเพื่อนข้างตัวที่ลอเรนส์คาดโทษว่าเพราะไอ้บ้านี่แหละที่ทำให้มันเกิดเรื่องทั้งยากทั้งยุ่ง

"ถ้ามันเกิดมี....คนของนาย....นายก็รับผิดชอบไปแล้วกัน"

พูดไปอย่างนั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าถ้าเกิดมันเป็นเรื่องขึ้นมา ไอ้การจะปัดความรับผิดชอบให้ลูคัสคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ในเมื่อคนสร้างปัญหามันอาศัยอยู่ในห้องนอนของเขา สถานะเขาเองก็คงไม่ต่างไปจากผู้สมรู้ร่วมคิด
ความคิดที่ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจนอยากเอาไอ้ตัวต้นเหตุมาผ่ากบาลดูซิว่าในหัวมันจะยังมีสมองอยู่บ้างไหม......

"แม้แต่เด็กๆอย่างกัส โทนีย่า ยังจับได้ว่าเธอแอบฟังอยู่ นับประสาอะไรกับโรเวน" คำพูดเตือนสติที่เขาพยายามส่งให้ แต่หมาตรงหน้ามันก็ทำปิดหูปิดตาไม่รับรู้ได้อย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุดก่อนออกปากแก้ตัวน้ำขุ่นคลั่ก

"ก็ตอนนั้นชั้นประมาทไป คิดว่ายังไงไอ้พวกนี้มันก็เด็ก ก็เลยถูกจับได้ แต่คราวนี้รู้แน่ๆว่าจะไปกระตุกหนวดเสือ.......ความระมัดระวังมันก็ต้องผิดกัน"

ก็ได้แต่หวังว่าคำโม้ของยัยบ้านั่นมันจะเป็นจริงแค่สัก 1 ใน 10 ก็ยังดี.....

++++++++++
[ 22:00 น. : ด้านลูคัสกับลอเรนส์]

"จบการประชุม แยกย้ายได้แล้วล่ะ" คำประกาศจากโรเวนหลังสรุปรายงานการประชุมเสร็จสิ้น ให้ทั้งลูคัสและลอเรนซ์แทบจะอยากวิ่งกลับห้องโดยเร็ว ถ้าไม่ติดว่าสายตาแหลมคมของคนรอบตัวจะสังเกตเห็นความผิดปรกติ

ก็ความรู้สึกหนาวๆร้อนๆเพราะชนักติดหลังมันรบกวนจิตใจมาตั้งแต่เริ่มประชุม ให้รู้ซึ้งถึงความยากเย็นและประโยชน์ของวิชาหน้ากากฟาโรห์ที่นำมาใช้จริงๆจังๆก็วันนี้.....
(ถึงแม้ลอเรนส์จะมีหน้ากากน้ำแข็งติดตัว ส่วนลูคัสก็มีหน้ากากยิ้มแย้มโปะหน้าไว้อยู่เป็นกิจวัตรแล้วก็ตาม.... )

นึกขอบคุณพระเจ้าเหลือหลายที่คำพูดพล่อยๆของหมาไม่ใช่แค่คำโม้ เพราะหางแม้แต่นิดของมันก็ไม่โผล่มาให้เห็นในการประชุม......
แม้จะยังไม่ค่อยแน่ใจว่า โรเวนกับไธนอสจะ "รู้สึก" อะไรบ้างรึเปล่า....

บุรุษทั้งสองค่อยๆเดินกลับมาห้องอย่างพยายามข่มใจก่อนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อเข้าสู่อาณาเขตส่วนตัว.......

[ 22:00 น. : ด้านหมา]

ไม่เข้าถ้ำเสือไยเลยจะได้ลูกเสือ แล้วเข้าถ้ำครั้งนี้ถ้ารอดกลับมาได้ สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่แค่ลูกเสือ
ความคิดที่ทำให้ขยับรอยยิ้มก่อนใช้คาถาล่องหน ตามด้วยการอำพรางจิตแล้วเดินเข้าหาสถานที่เป้าหมายอย่างระมัดระวัง........

"ลานตะวัน" ของป้อมอัศวินที่น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ลานจันทรา" เพราะในยามนี้มีแต่แสงจันทร์นวลขาวที่ส่องลงมาให้ความสว่างนุ่มนวลบนพื้นหินโล่งกว้าง....

ความรู้สึกที่ทำให้อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคนตรงหน้า......
เข้าใจเลือกสถานที่นักน่ะ ปริ๊นซ์โรเวน.....

ลานกว้างโล่งที่ไม่มีกำแพงให้หลบซ่อนในระยะได้ยินเนื้อหาการสนทนา เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการแอบซ่อนดักฟัง และถ้าขืนงี่เง่าโผล่หางเข้าไปใกล้ก็จะอยู่ในรัศมีระแวดระวังของกลุ่มคนตรงหน้าทันที.....

ถ้าเป็นคนอื่นคงถอดใจไปแล้ว......
มาวัดกันซิว่าสมองของท่านกับความสามารถของชั้นใครมันจะเหนือกว่า......

ความคิดที่หมาหัวเราะหึหึในลำคอก่อนจะค่อยๆขยับตัวแว่บเข้าไปยังห้องๆหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์แปลกประหลาด......

ทุกอย่างพร้อม.........

[target log]

++++++++++
[ 01:15 น.]

เสียงเปิดประตูดังขึ้นปลุกบุรุษสองคนที่นอนอยู่ให้รู้สึกตัว มองต้นเสียงซึ่งก็คือร่างเจ้าขนปุยที่ค่อยๆลากตัวเองกลับเข้ามาในห้องพร้อมข้าวของแปลกประหลาดพะรุงพะรังเต็มตัว

ใบหน้ามันดูเนือยๆบอกเป็นนัยว่าง่วงจนแทบสลบแต่รอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้าหมาก็เฉลยบทสรุปที่เป็นไปได้แค่หนึ่งเดียว.....

การประชุมลับของโรเวนพ่ายแพ้ความสอดรู้สอดเห็นของเจ้าหล่อน......

และมันก็กระตุ้นแม้แต่ต่อมอยากรู้อยากเห็นของคนเคยมีมาดจนตอนนี้ถอดหน้ากากน้ำแข็งขว้างทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดีและกล่าวถามอย่างสนอกสนใจเป็นคนแรก
"ว่าไง เป็นไงบ้าง"

"ไม่รู้" คำตอบจากปากหมาที่ค่อยๆถอดอุปกรณ์ประหลาดที่เริ่มพันแข้งพันขาเรียงรายไว้บนโต๊ะ

"ไม่รู้?" คำถามอย่างงงจังงังจากลูคัสที่บัดนี้ตาโตเท่าไข่ห่าน

"ไว้.....พรุ่งนี้" เป็นคำพูดสุดท้ายจากปากหมาก่อนที่มันจะฟุบหลับลงไปตรงนั้นหลังจากของชิ้นสุดท้ายถูกวางอย่างบรรจง.....

สภาพที่ผู้คุมกฎคนสำคัญของป้อมอัศวินทั้งสองต้องหันมามองหน้ากันก่อนถอนหายใจปลงตก โยนผ้าห่มไปคลุมตัวหมางี่เง่าตรงหน้าแล้วกลับขึ้นเตียงไปพยายามข่มตานอน............

++++++++++
[ 08:32 น. วันถัดมา]

ยามเช้าแสนสดชื่นของหมาที่ตื่นนอนด้วยอาการร่าเริงแจ่มใส ต่างกับอีกสองคนที่ใต้ขอบตามันคล้ำจัดอย่างกับหมีแพนด้า.....

"พวกนายไปอดนอนที่ไหนกันมา" คำถามจากหมาที่นักบวชฟังแล้วรู้สึกว่ามันกวนประสาทจนอยากเปลี่ยนอาชีพเป็นนักฆ่ากะทันหัน

"ก็เพราะเธอเมื่อวานกลับมาถึงก็นอนสลบ ทิ้งให้พวกชั้นอยากรู้จนนอนไม่หลับ" คำเฉลยยากเย็นจากลูคัสขณะที่พยายามรั้งไม่ให้เพื่อนร่วมห้องอีกคนขว้างอาวุธถนัดประจำตัว

"ว่าแต่เธอไปแอบฟังมาได้ไง ถึงไม่ถูกโรเวน ไธนอส กับอาเธอร์จับได้" ลอเรนส์เอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเริ่มควบคุมสติตัวเองได้อีกครั้ง

คนถูกตั้งคำถามค่อยๆเดินไปหยิบข้าวของแปลกๆที่เจ้าตัววางไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนหันมาชูขึ้นไว้อย่างบ่งบอกว่ามันคือคำตอบ.....

"มันคืออะไร?" คำถามจากบุรุษผมทองที่ขณะนี้คิ้วเข้มขมวดผูกโบว์

"เขาเรียกว่ากล้องวีดีโอ"

"กล้องวีดีโอ?" ลูคัสทวนด้วยสีหน้าบ่งบอกว่าไม่เข้าใจ

"อาฮะ....ก็โรเวนไปนัดประชุมกันที่ลานตะวัน ไอ้จะเข้าไปแอบฟังแบบปรกติมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วใช่มั๊ยล่า....ไหนจะมีข่ายมนตร์อีก......" คำเฉลยที่สีหน้าคนรับฟังบ่งบอกว่าไม่ได้ทำให้กระจ่างขึ้นเลย คนอธิบายเลยต้องพยายามพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกนิด

"ก็ไธนอสเข้าสร้างข่ายมนตร์ ระวัง'คน' แต่ไม่ได้ระวัง'ของ'......ที่นี้ชั้นก็เลยไปติดตั้งไอ้พวกนี้ไว้ก่อน...." พูดพลางเปรยสายตาไปยังข้าวของแปลกประหลาดที่ดูจะมีค่าขึ้นกะทันหันในสายตาของอีกสองคนที่เหลือในห้อง

"แล้วมันทำอะไรได้" คำถามต้องการบทสรุปจากลอเรนส์

"จะแสดงให้ดู" เจ้าขนปุยพูดพลางยิ้มกว้างก่อนจะลากของประหลาดๆอีกส่วนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าที่วางอยู่มุมห้อง จัดโน่นวางนี้พลางเอาสายสีฟ้าสีแดงมาต่อสลับไปสลับมาอยู่หลายนาที.....

"เสร็จแล้ว" พูดพลางหอบแฮ่กๆ ก็ไอ้รายการที่ต้องทำมันคงไม่ยากถ้ามือกับเท้ามันเป็นของมนุษย์ แต่ตอนนี้คนทำดันเป็นหมา......

หันไปสบตากับอีกสองคนที่กำลังรอดูผลการทำงาน ขาหน้าหมาก็ค่อยๆบรรจงกดลงบนปุ่มประหลาดรูปสามเหลี่ยมที่ติดอยู่บนวัตถุสีดำรูปทรงแปลกตา......

ก่อให้เกิดเป็นภาพและเสียงดังขึ้นมาจากกล่องสีดำเล็กๆอีกอันหนึ่ง......
ภาพที่พวกเขาได้แต่มองพลางอ้าปากค้าง.....
ภาพอันแจ่มชัดของเจ้าชายโรเวน ฮาร์เวิร์ด ยอดนักรบไธนอส และอาเธอร์ เจ้าชายใจสิงห์ แถมด้วยเสียงที่พวกเขาจำได้ไม่ผิดเพี้ยนว่าเป็นของสามคนในภาพแน่นอน.....

"ถ้าจะเล่นกับคนพวกนี้ เอาแบบง่ายๆไม่ได้ร้อก มันต้องใช้ของพวกนี้นี่แหละ"

และนี่ก็เป็นชัยชนะของวิทยาการสมัยใหม่ ที่เวทมนตร์ยังต้องยอมศิโรราบให้อย่างพ่ายแพ้ยับเยิน

++++++++++
ผ่านมาเกือบชั่วโมง บทสนทนาของบุคคลสำคัญทั้งสามในจอภาพยังคงเป็นการหารือที่พัวพันอยู่กับสงครามที่เกิดขึ้นของเอเดน ให้หมาและคนบ้าสวมแว่นอีกคนอ้าปากหาวหวอดๆ ขณะที่แม้แต่ลอเรนส์เองก็อดที่จะรู้สึกเบื่อไปด้วยไม่ได้....

แต่แล้วในที่สุด........

"ชั้นสงสัย.....ราชินีจันทราเคยพูดถึงเรื่องบางเรื่องที่แกจะต้องฝ่าฟันวางแผนอย่างยากลำบากกว่าจะสำเร็จ.......มันหมายถึงอะไร" เป็นการยิงคำถามจากเจ้าชายแห่งซาเรสที่หมาอยากกระโจนไปกราบงามๆให้รู้แล้วรู้รอดซะตอนนี้

"เรื่องนั้น......" น้ำเสียงอึกอักพร้อมใบหน้าแดงจนก่ำสุกอันหาดูได้ยากของเจ้าชายคนสำคัญแห่งเจมิไนปรากฎขึ้นในภาพ ให้สองคนหนึ่งหมาลุ้นกับคำตอบจนตัวโก่ง.....

ฉับ!!.....
ภาพถูกตัดขณะที่หมาเอามือของมันไปสะกิดปุ่มๆหนึ่งบนกล้องวิดีโอ....

"เออ......ชั้นขอตัวไปล้างหน้า แป๊บเดียวน่า...." พูดด้วยน้ำเสียงแห้งๆเพราะสายตาถมึงทึงของลอเรนส์มันตวัดมา ให้หมาต้องรีบวิ่งไปทำธุระอย่างด๋วนจี๋ก่อนจะถูกฆ่าเพราะสะเออะไปขัดจังหวะนักบวชแห่งป้อมอัศวิน.....

ลูคัสค่อยๆเขยิบตัวเข้าหากล้องวิดีโอที่ถูกวางนิ่งอยู่อย่างสนใจ........

"มันจะเป็นอะไรไหม ถ้าพวกเราจะขอดูก่อนยัยนั่นหน่อย"

"นี่....ทำอะไรโดยที่เราไม่รู้น่ะมันจะ......."
แต่คำห้ามปรามมันส่งไปไม่ทัน เพราะมือไวๆของลูคัสกดไปยังปุ่มแปลกๆสีแดงปุ่มหนึ่งซะแล้ว....

เมื่อเห็นว่าที่จอไม่ได้ภาพติดขึ้นเหมือนเดิม แต่กลับเกิดเสียงแปลกๆดังขึ้นที่กล้องในมือแทน....ลูคัสก็ส่งรอยยิ้มแหยๆไปให้บุรุษข้างตัว

ลอเรนส์ตอบกลับด้วยสายตาปรามคนมือบอนก่อนตะโกนถามผู้ที่น่าจะรู้อะไรๆดีที่สุด....
"ปุ่มกลมๆสีแดงๆนี่ใช้ทำอะไร แอล"

"ออ.....เป็นปุ่มอัดทับน่ะ อย่าเผลอไปกดเข้าเชียวน่ะ ไม่งั้นที่ชั้นอุตส่าห์ทำมาทั้งหมดเมื่อคืนมันจะกลายเป็นศูนย์......"

คนพูดๆพลางเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ก่อนที่สีหน้าจะบิดเบี้ยวเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธเมื่อผลของการกระทำบางอย่างเข้าคลองจักษุ........

"ไอ้บ้าลูคัส!!!!!"

และนี่ก็เป็นชัยชนะของซาตานแห่งป้อมอัศวิน ที่วิทยาการสมัยใหม่ต้องยอมศิโรราบให้อย่างพ่ายแพ้ยับเยิน

===================
27-28/4/04

Author's note : ยาว....บทนี้ยาวมากกกกก.....เลยใช้เวลาแต่งตั้ง 2 วัน แต่ว่าเราแต่งแฟนฟิคได้ติดๆกันอย่างนี้มันเหมือนช่วงนี้เป็นช่วงแต่งฟิคประจำปีเลยแหะ ( ปีที่แล้วก็แต่งจบช่วงนี้แหละ)
คราวนี้เราบุกถ้ำเสือ แม้จะดูไม่ค่อยเหมือนบุกอะไรเท่าไหร่ก็เหอะ ก็ใครจะอยากไปลุยซึ่งๆหน้ากับ 3 คนนั้นหล่ะ เอาชีวิตไปทิ้งดีๆนี่เอง....
แต่สุดท้ายเจ้าคน(ที่ถูกเราจับยำให้กลายเป็นคน)งี่เง่าอย่างลูคัสก็มาทำลายความฝันในการเก็บข่าวของเราไปซะแหล่ว.....
( ถ้าพูดให้ถูกมันก็เป็นการตัดปัญหาที่คนเขียนจะต้องเขียนล่วงเกินทั่นโรเวนอ่ะน่ะ.....ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรนี่นา พี่แรบบิทเองก็ยังไม่เฉลย เราไม่ค่อยอยากเดามั่วสั่ว ....อุ๊บ! ลืมปิดไมค์ ....รู้เป้าหมายเรากันหมดเลยสิเนี้ย)
เอ๊ะ....หรือลูคัสมันจะรับค่าจ้างจากพี่แรบบิทให้คอยมาขัดขวางการทำงานของเราหว่า.....( เริ่มใส่ความไปทั่วน่ะเอ็ง)

พบกันใหม่คราวหน้า( ถ้าคนเขียนไม่ขี้เกียจซะก่อน) หวังว่าคราวหน้าหมาจะหาข่าวได้น่ะ ( รู้สึกจะไร้สาระ ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเลยทั้ง 3 ตอนที่ผ่านมา <= แต่ก็นี่แหละที่คนเขียนต้องการ เหอเหอเหอ)



Create Date : 29 มกราคม 2548
Last Update : 29 มกราคม 2548 0:36:10 น. 2 comments
Counter : 451 Pageviews.

 
หนุกดีอ่ะ ตาหลกด้วย บังทีอัก กั้ก กั้ก กั้ก ด้ายอ่ะนะ


โดย: เดอะ ทีฟ ออฟ บารามอส IP: 202.183.137.23 วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:21:04:20 น.  

 
อัพ อัพ อัพ อัพ อัพ อัพ


โดย: 555+ IP: 203.172.49.208 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:57:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

A.A the wolf
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add A.A the wolf's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.