Group Blog
 
All Blogs
 

Macau - Hongkong #5 วัดอาม่า The Venetian

วันนี้ช่างเป็น trip ที่ต่างกันฟ้ากับเหวครับ เช้าไหว้พระ บ่ายเล่นพนัน 555

เช้า จัดการอาหารที่โรงแรม ก่อนที่จะนั่ง taxi ไปที่วัดอาม่า สาเหตุที่ใช้ taxi น่ะเหรอครับ เพราะว่าจะระบายเงินมาเก๊า ให้หมดในวันนี้น่ะครับ..อิอิ ที่สำคัญ วัดอาม่า ตั้งอยู่ทางปลายแหลมทะเลสาบไซวัน ที่ไกลพอสมควร นั่ง taxi จากโรงแรมที่ผมพักไปถึงวัด ก็แค่ 18 MOP เอง



มาถึงแล้วครับ

หน้าวัดอาม่านี่ เรียกว่า จตุรัสบาร์รา (Barra Square) ปูด้วยกระเบื้องโมเสกของโปรตุเกส ใช้สีเหลืองหม่นกับสีถ่าน ให้เป็นลวดลายคลื่น สะท้อนการไหลของน้ำในแม่น้ำที่อยู่ตรงข้ามน่ะครับ





วัดอาม่า (A-Ma temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของมาเก๊าครับ ตอนที่ชาวโปรตุเกสรุ่นแรกเดินเรือมาถึงในศตวรรษที่ 16 ได้ถามถึงชื่อเกาะ ก็ได้รับคำตอบว่า "อามา เกา" (ซึ่งเป็นชื่อของวัด) ขาวโปรตุเกสจึงเรียกเกาะนี้ว่า มาเก๊า ครับ




วัดอาม่านี่ คนไทยมาเยอะเหมือนกันนา เจอตั้งหลายกลุ่ม

ศาลาซุ้มประตู (Gate Pavilion)





หิวแล้ว..กลับดีกว่า ข้างหลังเป็น macau tower ครับ มองจากมุมไหนก็เห็น (ถ้าตึกไม่บัง) เพราะเกาะมาเก๊าเล็กมากๆๆๆ (แค่ 9 ตร.กม..)





ชิม Portugguese egg tart (ทาร์ตไข่) ร้านจะอยู่ในซอยข้างๆวัดครับ ตามกลิ่นไปได้เลย..อิอิ

อร่อยมากกกกกกก....

ชิ้นละ 7 MOP ไม่ได้ทานทาร์ตไข่ เขาว่ามาไม่ถึงมาเก๊านะครับ




แซวนิดนึงครับ แถวๆวัดอาม่านี่ มีแต่ร้านซ่อมรถยนต์เลยนะ นึกว่ามาแถววรจักซะอีก 555


หลังจากหาอะไรทานแถวๆวัดอาม่า ผมก็นั่ง taxi กลับโรงแรมไปเอากระเป๋า แล้ววางแผนที่จะข้ามไปฝั่ง Taipa เพื่อไปเที่ยว The Venetian Macau ครับ ก็เลยวางแผนว่าจะเอากระเป๋าไปฝากที่สนามบินเลย ขี้เกียจแวะฝากที่ Venetien แล้วต้องเอาไปสนามบินอีก (มันหลายต่อ ขี้เกียจแบกกระเป๋าขึ้นๆลงๆ) ค่า taxi จากโรงแรมไปสนามบิน ไม่ถึง 30 MOP ดีครับ เพราะต้องบวกอีก (อ่านตอนที่แล้วนะครับ) กับค่าฝากกระเป๋าที่สนามบินอีกใบละ 20 MOP (จ่ายตอนมารับ แต่ถ้าฝากที่ Venetian ก็ฟรีนะครับ)

นั่ง taxi ข้ามไปฝั่ง Taipa กัน.. ผ่านท่าเรือ ferry มาหลายรอบแล้วนะเนี่ย



หลังจากนั้น ก็หารถฟรีไป The Venetian ครับ หาไม่ยากเลย ออกจากสนามบินชั้นล่างสุด เดินเลี้ยวขวาไปเลยครับ จะเห็นรถ

สำหรับจุดจอดอื่นๆของรถที่จะเข้ามา The Venetian ก็จะมี ทั้งที่สนามบิน ท่าเรือ ferry และหน้าโรงแรม/คาสิโน Sands ครับ รถออกทุก 15-20 นาที่ครับ




Let's go to The Venetian Macau.



มาถึงแย้ว...



สำหรับ The Venetian Macau นี่เพิ่งเปิดได้ปีกว่าๆเองนะครับ (เปิด 28 ส.ค. 07) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีพื้นที่ใช้สอยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกนะครับ ภายในประกอบไปด้วยโรงแรม คาสิโน และศูนย์การค้าในรูปแบบจำลองเมืองเวนิชเอาไว้ครับ



ผ่านห้องโถง เราจะพบกับคาสิโนใหญ่ยักษ์ เกือบจะหมดทั้งชั้นแรกเลยล่ะครับ ชอบชื่อของทั้ง 4 โซนคาสิโนจังครับ ก็มี Imperial House, Red Dragon, Phoenix และ Golden Fish



ใช้บันไดเลื่อน ขึ้นมาชั้น 3 เราถึงจะพบกับเมืองเวนิช..เอ๊ย..ศูนย์การค้า ที่เรียกว่า The Grand Canal Shoppes ครับ



เรือกอนโดราครับ มีตั้ง 51 หรอื 31 ลำเชียวนา

ใครอยากนั่งก็แค่ 88 MOP สำหรับผู้ใหญ่ และ 66 MOP สำหรับเด็กครับ



หุ่น (คน) ครับ



อีกอย่าง ที่เป็นสีสันและเพิ่งมาเปิดโชว์ ก็คือ โชว์ Zaia โดยคณะ Cirque du Soleil ของรัสเซีย แสดงประมาณชม.ครึ่งครับ อันนี้ผมไมได้ดู แต่เอาราคาตั๋วมาฝาก มีสี่ราคาครับ ตามความไกล-ใกล้ คือ 388 MOP (เด็ก 288 MOP), 588 MOP (เด็ก 488 MOP)และ 788 MOP (เด็ก 688 MOP) สำหรับ VIP 1,288 MOP ครับ

ค่าอาหารโดยเฉพาะในส่วนคาสิโน ก็ไม่ได้แพงมากนะครับ ราคาระดับโรงแรมโดยทั่วไป ผมว่าออกจะถูกกว่าหน่อยด้วยล่ะ หรือเขากลัวนักพนันหมดตัว จะไม่มีตังค์ซื้อกินกว่า...555


สุดท้ายก่อนกลับ สำหรับคนที่หวังจะซื้อ ทาร์ตไข่เป็นของฝาก ที่สนามบิน ก็ต้องเตรียมใจนิดนึงนะครับ ว่าอาจจะหมด ถ้ากลับ flight ค่ำๆอย่างผม เพื่อกันพลาด ซื้อก่อนมาสนามบินดีกว่าครับ

ลาก่อนครับ มาเก๊า




 

Create Date : 19 กันยายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:03:58 น.
Counter : 1573 Pageviews.  

Macau - Hongkong #4 มาเก๊า

เช้าวันสุดท้าย สำหรับฮ่องกงแล้วครับ

ขอเริ่มด้วย รายละเอียดของ มาเก๊า ก่อนอาหารเช้านิดหน่อยครับ



จะเห็นว่ามาเก๊า เมื่อเทียบกับฮ่องกงแล้ว เล็กมากๆครับ

มาเก๊า มีพื้นที่ 29.2 ตร.กม. เท่านั้นครับ ประกอบไปด้วย ส่วนที่ติดแผ่นดินจีน คือ Macau city (หรือเกาะมาเก๊า) กับส่วนที่เป็นเกาะ Taipa ที่จะแบ่งเป็น 3 ส่วนย่อยคือ Taipa, Colone และ Cotai



เงิน ที่ใช้ในมาเก๊า จะเป็นสกุล MOP (ผมนึกถึงไม้ถูพื้นทุกทีเลยะเนี่ย 555) ซึ่งค่าเงินจะอ่อนกว่า ดอลล่าร์ฮ่องกง(HKD) นิดหน่อยครับ

แต่ถ้าจะเข้าไปเล่นในคาสิโน เขารับแต่ HKD มากกว่านะครับ

ภาษาที่ใช้ เป็นภาษาจีน กับ โปรตุกิส ครับ (ส่วนใหญ่จะเห็นได้ที่ป้ายต่างๆครับ) แต่ก็ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้สบายครับ




เรายังอยู่ในฮ่องกงนะครับ

หลังจาก check out พร้อมกับฝากกระเป๋าที่โรงแรมก็หาอาหารเหลา ทานสั่งลาฮ่องกงซะหน่อยครับ




ร้านอะไรจำไม่ได้เหมือนกันครับ อยู่บนตึก แบบว่า อยากทานติ่มซำ และเสี่ยวหลงเปา พอเดินผ่าน ก็แวะทานเลย อาหารอร่อยดีครับ ที่ฮ่องกงนี่ อะไรๆ ก็อร่อยเนอะครับ ไม่ว่าจะทานบนร้านอาหารยังงี้ หรือร้านข้างทาง



อิ่มแล้วก็แวะ shopping จนวินาทีสุดท้ายครับ แถว ถ.Nathan ที่เห้นนี่ก็จะเป็นร้านเลียบ ถ.นาธานเลยครับ เรียกว่า Parklane boulevard ส่วนฝั่งตรงข้าม ก็จะเป็นห้าง Miramar ครับ



หลังจากกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม ก็ย้อนรอยขามา เพื่อเดินทางไปสู่มาเก๊าครับ

มาขึ้นเรือ ferry ข้ามไปมาเก๊าที่ Hong Kong China Ferry Terminal (บนฝั่งเกาลูน) ค่าเรือก็ถูกกว่าด้วย แค่ 128 HKD เอง พอขึ้นเรือผมหลับเป็นตายเลยครับ เลยไม่มีรูป..อิอิ

อำลาฮ่องกงจริงๆครับ ที่เห็นไกลๆนั่นฝั่งฮ่องกงครับ





และแล้ว ก็มาเหยียบมาเก๊าครับ



การเดินทางในมาเก๊า เลือกได้ 3 แบบครับ คือ

1. รถ bus มีหลายสาย ดูเส้นทางเดินรถจากที่ป้ายรถเมล์หรือแผนที่ท่องเที่ยวได้เลย ราคาก็ถูก หยอดครั้งเดียว (ไม่ทอน) นั่งได้ตลอดสายครับ โดยค่าโดยสารจะแบ่งเป็น
-ในเกาะมาเก๊า จะ 2.50 MOP ทุกสาย
- Macau-Taipa 3.30 MOP (รถเมล์จากสนามบิน ข้ามมาท่าเรือ ferry ก็อยู่ในอัตรานี้ครับ)
- Macau-Coloane 4.00 MOP

2. Taxi เริ่มที่ 11 MOP สำหรับ 1,500 เมตรแรก มิเตอร์ขึ้น 1 MOP ทุกๆ 180 เมตร หรือรถติด 50 วินาที มีบวกเพิ่มนะครับ สำหรับ
+ 3 MOP ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่ (เพิ่มหน้ำหนักรถ บ้านเมืองเขาก็เป็นเนิน เป็นเขาซะมาก เลยบวกเพิ่ม)
+ 2 MOP ถ้าข้ามไปฝั่ง Taipa
+ 5 MOP ถ้าข้ามไปฝั่ง Coloane
+ 5 MOP ถ้าไปสนามบิน

3. เดิน ครับ เพราะแค่ในเกาะมาเก๊าส่วนเดียว มีพื้นที่แค่ 9 ตร.กม.เองครับ เดินก็ยังไหวนะครับ


โรงแรมที่ไปพักครับ Hotel Royal

ข้างหน้าจะเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ อยู่ติดกับ Tap Seac Multisport Pavilion เลย




ผมพักอยู่บนฝั่งมาเก๊าครับ เพราะฝั่งนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า



อยู่บนชั้นที่ 12 เห็นเมืองได้เลยครับ



ที่พักใหญ่กว่าฮ่องกงมากๆ ทั้งๆที่ก็จองไว้ในราคาใกล้ๆกันครับ

จองทางเน็ต 1 คืน 800 HKD ครับ



ออกไปเที่ยว เดินชมเมืองกันดีกว่าครับ

ศูนย์กลางเมืองเก่าของมาเก๊านี่ เป็นหลักฐานแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันออก และตะวันตกมายาวนานถึง 400 ปีครับ ดังนั้นเราจะพบตึกรูปทรงเก่าๆ ได้ในหลายๆจุด




เดินไปเรื่อยๆ ยังปวดเท้ามาจากฮ่อกงอยู่นะเนี่ย ที่เห็นยอดตึกไกลๆนั่น ตึก Lisboa ครับ โรงแรมและคาสิโน (เดี๋ยวคืนนี้ จะแวะไปเที่ยวครับ ..อิอิ)




มาถึงแล้วครับ Senado square จากจุดนี้ มีที่เที่ยวให้แวะชมหลายจุดเลยล่ะครับ



เดินเล่น ใน Senado square ครับ ตรงจตุรัสเซนาโดนี่ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมาเก๊าเลยล่ะครับ ตึกข้างๆนี่ก็สร้างในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 ส่วนพื้นที่ปูด้วยหินสีดำสลับขาว เกิดเป็นลวดลายลูกคลื่นแบบเมดิเตอร์เรเนี่ยนนี่ ปูในปี 1993 ครับ




เดินเข้าไปนิดนึงเราก็จะพบกับ..



St.Dominic's Churh เป็นโบสถ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นในประเทศจีน โดยนักบวชโดมินิกัน ในปี ค.ศ. 1587 มีแท่นบูชาสไตล์บารอกที่งดงาม ข้างๆโบสถ์จะมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เก็บงานศิลปะกรรมของชาวคาทอลิกมาเก๊าครับ

โบสถ์ St.Dominic's จะมี ขบวนแห่แม่พระฟาติมา ในช่วงบ่ายของวันที่ 13 พฤษภาคมของทุกๆปีด้วยครับ




มาถึง hi-light แล้วครับ

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St.Paul's) ข้างๆตึกสีเหลืองนั่น ก็จะเป็น Company of Jesus Square ครับ




ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St.Paul's) เป็นส่วนหน้าของ โบสถ์มาแตร์เดอิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเอเชียตะวันออก นั่นก็คือ St.Paul's College (ก่อตั้งในปี 1594 และปิดไปในปี 1762) ตัวอาคารและมหาวิทยาลัยถูกทำหลายมาหลายครั้ง จนเกิดเหตุไฟไหม้ในปี 1835 จึงเหลือแค่เท่านี้น่ะครับ



ไปดูด้านหลังกันบ้างครับ



ขึ้นไปถ่ายข้างบนด้วยครับ เอาภาพจากมุมสูงมาบ้าง ทางซ้ายนั่นก็คือ ตึก Company of Jesus Square ที่เห็นเป็นรูปปั้น ข้างหน้านั่น ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นรูปเด็กหญิง และสุนัข อีกรูปเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพของจีนและโปรตุเกส



ค่ำแล้ว



เดินเล่นยามค่ำในมาเก๊าครับ ย้อมใจก่อนไปคาสิโน..555



macau tower



ขยันเดินไปจนถึงเจ้าแม่กวนอิมเลยครับ แต่ไม่ได้เข้าไปใต้องค์เจ้าแม่ เพราะเขาปิดหกโมงเย็นครับ

note : ส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวในมาเก๊า ไม่ว่าโบสถ์ วัด มักปิดตอนประมาณ 17.00-18.00 นะครับ



ว่าจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะ แถวเซนาโด มีร้านเซลล์กระเป๋าเดินทางของ... เลยซื้อมาซะ (200 MOP เอง)

แวะทานอาหารแถว ถ. Dr.SunYat Sen แถวตึกเยื้องๆองเจ้าแม่กวนอิมเนี่ยแหละครับ





เห็นหน้าร้าน มีอาหารทะเล ก็นึกว่าเป็นอาหารทะเลสดๆ แบบบ้านเรา แต่พอขึ้นมาชั้นสอง กลายเป็นร้านหรูไปซะได้อีกนะ แต่ก็ชอบครับ อาหารทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แถมมีไวน์ให้เลือกด้วย




ทานอิ่ม ก็กลับมาอาบน้ำที่โรงแรมครับ ก่อนจะไปทัศนศึกษาคาสิโน Grand Lisboa ครับ นอกจากห้ามถ่ายรูปแล้ว เด็กๆ ก็ห้ามเข้านะครับ


ขั้นแรก อย่าลืมแลกเงิน HKD นะครับ เพราะคาสิโนในมาเก๊า จะรับ HKD (สงสัยกลัวคนในประเทศจะมาเล่นรึเปล่าเนี่ย)

ขั้นที่สอง ถ้าคุณเล่นไม่เป็น กดปุ่มเรียกพนักงานมาสอนได้เลยครับ เพราะพนักงานที่นี่ เต็มใจที่จะ ทำให้คุณควักเงินในกระเป๋าออกมามากๆๆ..


ที่ผมลองเล่น ก็เป็นสล๊อตแมทชีนครับ เพราะมันเล่นได้ทีละไม่มาก ไม่เหมือนที่ตั้งโต๊ะหรือพวกกระดานไพ่ต่าง ที่วางเดิมพันทีละ 300 HKD เป็นอย่างต่ำ แต่มาเล่นสล๊อตเนี่ย เล่นทีละ 0.1 HKD ได้น่ะครับ



note : เล่นสล๊อตแมชชิน ให้ได้ตังค์ (เพราะผมลองทำมาแล้ว) ในเครื่องสล๊อต มันจะให้เราหยอดเงิน(แบงค์) เองได้เลย ถ้าคุณใส่แค่ 10 หรือ 20 HKD ยังไงเงินก็หายหมดครับ เพราะเดิมพันน้อย เครื่องมันดูด วืบ..วืบ.. เลยล่ะครับ

ต้องใจถึงครับ เสียบแบ๊งค์ 100 HKD ไปเลย แล้วเราจะสามารถเล่นได้เยอะ เครื่องมันก็จะคิดว่าเราจะเดิมพันสูง แต่ผมก็เล่นทีละน้อยๆเหมือนเดิมครับ ยิ่งเล่นมาก โอกาสที่จะได้ก็ย่อมสูง เล่นไป เล่นมา ได้เป็น 200 HKD เฉยเลย ได้จนพอใจแล้ว อย่าโลภ.. ต้องรีบหยุดครับ กดเอาเงินออกมาเลย แล้วเครื่องมันจะ print ตั๋วให้เราไปแลกเงินได้ครับ

แต่เล่นแค่เอามันส์นะครับ ไม่มีใครรวยจากการพนันจริงๆหรอกนา




 

Create Date : 18 กันยายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:03:47 น.
Counter : 1511 Pageviews.  

Macau - Hongkong #3 ตามล่าหา Krispy Kreme

วันที่ 3 ในฮ่องกงครับ แต่ว่า เท้าไม่เป็นใจซะแล้ว เพราะเดินมากมาตั้งสองวัน เดินจัด เดิน..เดิน..เดิน เช้าวันนี้กว่าจะลากเท้าออกจากห้องก็เกือบเที่ยงแล้วครับ ที่ออกมาเพราะความหิวครับ

อยากไป Ocean Park ครับ แต่ว่าคงไม่ไหวแน่ๆ

เลยหาอะไรทานแถวๆที่พักครับ แล้วก็เปลี่ยน trip เป็นชิวๆตามล่าหาของกินตามห้องก้นครัวไปซะเลย...

เดินไปเดินมาแถว Tsim Sha Tsui ก็เห็นมีป้ายร้านอาหารเกาหลีครับ แต่ว่าอยู่ชั้นสอง คิดว่าจะไม่มีลูกค้าซะอีก แต่คนก็ตามมาทานเยอะอยู่นะครับ



ราคาก็พอสมควรกับค่าครองชีพครับ ไม่เหมือนที่เวียตนามเลยน้อ..

อิ่มอาหารหลักแล้ว ก็ไปตามล่าหาของหวานครับ

นั่นคือ Charlie Brown Cafe



ตั้งอยู่บน Cameron road ถ้าขึ้นมาจาก MTR สถานี Tsim Sha Tsui ก็หาไม่ยากเลยครับ

ตัวร้านจะตั้งอยู่บนชั้นสองนะครับ ตามขึ้นมาเลย



น่าทานไปหมด



แต่ผมเลือกชุดนี้ครับ 48 HKD เป็น Mousse 3 อย่างครับ ประกอบไปด้วย ช๊อกโกแลต โรยหน้าด้วยซินาม่อน วานิลลา และกาแฟครับ



บรรยากาศในร้าน theme snoopy ทั้งร้านเลยครับ น่ารักดีออก แถมมุมหนังสือการ์ตูนให้อ่านด้วย ในร้านก็เปิดแต่การ์ตูน snoopy ครับ

นอกจากกาแฟและเครื่องดิ่ม เค๊ก ก็ยังมีอาหารว่างอย่างสลัด แซนวิช หรืออาหารหนักอย่าง pasta ซุปด้วยนะครับ



พักผ่อน พักเท้า นั่งแช่ในร้านพอมีแรง เป้าหมายต่อไปคือ Causeway Bay ครับ ผมจะไปตามล่าหา Krispy Kreme Doughnuts ครับ

ก็ใช้ MTR ไปลงสถานี causeway bay ได้เลยครับ แล้วเลือกขึ้นมาบนตึก Time Square เลยครับ

เดินไปเดินมาเจอเลยครับ



อยู่ชั้นใต้ดิน 2 เดินออกมาจาก MTR ชั้นนึงก็เจอครับ



จัดการซื้อมาซะ 1 กล่องด้วยความหมั่นไส้



มันต้องโดนทำลายครับ



ในกล่องประกอบไปด้วย
- original glazed อันนี้อร่อยจริงๆครับ แป้งบางไม่อมน้ำมันเท่าไหร่ครับ หวานกำลังดี
- berry อะไรซักอย่างเนี่ยแหละครับ จะไมได้ รสชาติเฉยๆครับ
- almond over เคลือบด้วยช๊อกโกแลต อร่อยดี
- ไส้อะไรหว่าจำไม่ได้ รู้แต่ว่าไม่ค่อยอร่อยน่ะครับ
- chocolate cruller อร่อยดี
- cheesecakeมั้งครับ
สรุปว่า ที่เป็นแบบใส่ใส้ ผมว่าไม่ค่อยอร่อยนา แต่ original glazed นี่อร่อยดีสมคำล่ำลือครับ

ช่วงบ่าย-เย็น ก็เดินไปพักไป แถบ Time Square - Virtoria Park road เนี่ยแหละครับ



ได้แวะ nokia shop ที่นี่ด้วย มีเครื่องจริงๆให้ลองเกือบทุกรุ่น รวมทั้งอุปกรณ์เสริมที่บ้านเราไม่มีโชว์ด้วย แต่ราคาก็แพง ผมว่าแพงกว่าบ้านเอาอีกนะเนี่ย ทำไมเมื่อก่อน ชอบมาซื้อเครื่องที่นี่กันจังนะ เสียดายไมได้ตามหา iPhone เพราะรู้ว่ามันต้องติดสัญญาใช้เบอร์ด้วยน่ะครับ



วันนี้เจ็บเท้าครับ เลยเดินไม่เยอะ ...




 

Create Date : 17 กันยายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:03:41 น.
Counter : 868 Pageviews.  

Macau - Hongkong #2 HK Disneyland

เป้าหมายวันนี้คือ Hong Kong Disney Land ครับ

เช้านี้ต้องเติมพลังด้วย โจ๊กฮ่องกง กับปาท่องโก๋ตัวยาวๆเอกลักษ์หนึ่งของฮ่องกงครับ



วิธีเดินทางไป Disney Land ไม่ยุ่งยากครับ ซื้อตั๋วรถไฟฟ้า ลงสถานี Disneyland Resort ได้เลย (ผมมาจากสถานี Tsim Sha Tsui ราคาแค่ 18.50 HKD) แต่ว่าพอข้ามฝั่งมาเกาะลันเตา ให้ลงที่สถานี Sunny Bay ก่อนแล้วต่อรถไฟฟ้า อีก 1 ป้าย มาลงที่ Disneyland Resort



ภายในครับ แต่งเป็น theme Mickey mouse เลย



มาถึงแล้ว...



ค่าตั๋ว วันธรรมดา
ผู้ใหญ่ 295 HKD เด็ก 210 HKD
สุดสัปดาห์ และวันหยุดพิเศษ
ผู้ใหญ่ 350 HKD เด็ก 250 HKD

ซื้อบัตรครั้งเดียว เที่ยวได้ตลอดวัน ทุกเครื่องเล่น ชมได้ทุกโชว์ครับ

ปล. สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้สบายครับ ทั้งค่าตั๋ว และค่าอาหารตาม cafeteria ต่างๆภายใน แถมแปลงค่าเงินให้เห็นเป็นเงินบาทใน sale slip ด้วยง่ะ ..555


เมื่อเข้ามาแล้ว อย่าลืมหยิบแผนที่ กับ Time Guide ก่อนเลยนะครับ จะได้จัดสรรเวลาในการดูโชว์ได้ง่าย และเก็บได้ครบทุกโชว์
(รูปถ่ายน้อยนิดนึงนะครับ เพราะไม่ผ่าน กบว.ง่ะ)


ภายใน Disney Land จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนครับ



คือ Main Street USA , Advantureland, Fantasyland และ Tomorrowland

Disney Land ที่นี่ไม่ได้กว้างมากนะครับ มาเที่ยวช่วงบ่ายๆก็ยังเก็บเครื่องเล่นได้หมด


Main street USA



ดาวเด่นของที่นี่ครับ โซน main street นี่ไม่มีอะไรมากครับ จะเป็นที่ขายของที่ระลึก อาหารซะมากครับ จะมีเครื่องเล่นก็ตัวเดียว ที่เห็นข้างต้น คือ Hongkong Disneyland Railroad ครับ ที่จะเป็นรถไฟ ต่อเข้าไปใน Fantasyland





ที่เห็นไกลๆ เป็นปราสาทของเจ้าหญิงนินทรา ในโซน Fantasyland ครับ



ใน Main street USA นี่จะมีโชว์พาเหรด และมีตัวการ์ตูนมาคอยให้เราไปถ่ายรูปเรื่อยๆครับ ต้องดู times guide ดีๆครับ อย่างช่วงที่ผมไปนี่ High School Musical (โปรโมทหนังวัยรุ่นของดีสนีย์และเพลงจากเรื่องนี้)

ต่อไปเป็น

Tomorrowland



ภายใน Tomorrowland จะมีเครื่องเล่นจริงๆแค่ 4 ตัวครับ คือ

1.Space Moutain ที่เห็นเป็นโดมใหญ่ๆ เป็นรถไฟตะลุยจักวาล (ที่ dream world ก็มีครับ แต่ที่นี่รถไฟวิ่งนานกว่า มืดกว่า ระบบเสียงติดข้างหลังเบาะท่นั่งเราเลยครับ ทำให้ตื่นเต้นกว่า) จัดว่าเป็นเครื่องเล่นที่เสียวที่สุดใน Hongkong Disneyland เลยนะครับ ..
ขาออกมา ก็จะมีกล้องแอบถ่ายเราไว้ ถ้าพอใจก็สั่งซื้อรูปได้ครับ (แต่ผมเอากล้องผมนี่ถ่ายมาอีกทีครับ..อิอิ



ภายในโดมเดียวกันนี่ ประตูทางเข้าทางซ้าย จะมีเครื่องเล่นอีกอย่าง แต่ผมไม่นับว่ามันเป็นเครื่องเล่นน่ะครับ เหมือนโชว์มากกว่า นั่นก็คือ Stitch Encouter



คือให้เจ้าสติช มาพูดคุยกับเรา และช่วยเลือกเส้นทางเดิน ประมาณว่า ให้เรา (เป็นกลุ่ม) โต้ตอบกับตัวการ์ตูนที่อยู่ในจอน่ะครับ
โดยเขาจะจัดโวเป็นรอบ แบ่งตามภาษาพูดนะครับ เพราะเราจะได้คุยกับมันถูก (อังกฤษ จีน) ก็สนุกดีครับ แต่อย่าลืมวางแผน ดูเวลาด้วยนะครับ (เล่นกับสติชประมาณ 15 นาทีครับ)

2.Orbitron เป็นจานบิน ให้เรานั่ง จะตั้งเด่นอยู่กลาง Tomorrowland เลยครับ (รูปมันเสียเลยไม่มีโชว์ครับ) เดี๋ยวเราก็ไปเจอเครื่องเล่นแบบนี้ ใน Fantasyland อีกครับ (เปลี่ยนเป็นขี่เจ้าช้างดัมโบ้แทน)



3.Autopia เป็นรถอัตโนมัติครับ ให้เราขับไปตามราง เส้นทางยาวพอสมควรครับ ดูเด็กมากๆเลยนะเนี่ย 5555



เล่นเสร็จ ลงมาเจอเจ้านี่แอบอยู่มุมนึงด้วย คาดว่าอีกหน่อย คงมีเครื่องเล่นเป็นของตัวเองแหงๆ..อิอิ เพราะว่าหนังดังไปซะแล้ว



ถัดมาเป็นเครื่องเล่นสุดท้ายครับ

4.Buzz Lightyear Astro Blasters ให้เรานั่งรถเข้าไปยิงมนุษย์ต่างดาวครับแล้วจะมีการโชว์คะแนนที่เรายิงได้บนหน้ารถด้วย ยิงได้น้อย อายง่ะ



ใน Tomorrowland ยังมี UFO Zone ที่เป็นลานเล็กๆทำเป็นจานบิน และมนุษย์ต่างดาวพ่นละอองน้ำให้ความชุ่มชื่นอยู่ด้วยครับ (แบบนี้ก็จะมีใน Advantureland เหมือนกันครับ

เล่นหมดก็เที่ยงพอดี เลยเติมพลังซะหน่อย



ราคาค่าอาหารก็พอสมควรนะครับ จานละประมาณ 40 HKD แต่ว่าจานใหญ่ อร่อยเกินคาด กินเต็มอื่มดีครับ ส่วนน้ำดื่ม กระป๋อง/ขวด ละประมาณ 20 HKD ครับ


Adventureland

เป็นโซนที่มีเครื่องเล่นน้อยที่สุดครับ คือ มี 1 โชว์ (แต่เห็นมีการก่อสร้าง อาจจะมีการลงเครื่องเล่นเพิ่มในอนาคต) กับ 3 จุดเครื่องเล่น ที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ผมอยากจะนับว่าเป็น 1 เครื่องเล่นมากกว่านะครับ

เริ่มด้วย

1.Festival of tha Lion King เป็นโชว์ประมาณ 30 นาที ยิ่งใหญ่อลังการดีครับ อย่าลืมเช็ครอบแสดงด้วย



2.Rafts to Tarzan's Treehouse เป็นแพล่องไปบ้านของทาร์ซานครับ มาล่องตอนบ่ายๆนี่ ร้อนมากๆครับ



3.Tarzan's Treehouse เป็นการจำลองบ้านของทาร์ซานขึ้นมา ให้เราข้ามฟากไปเดินเล่นครับ



4.Jungle River Cruise อันนี้นั่งเรือชมป่าครับ เลือกนั่งให้ถูกตามภาษาที่เขาจะบรรยายด้วยนะครับ ที่สำคัญ..ระวังเปียกด้วยนา



จุดสุท้ายใน Advantureland เป็น Liki Tikis เป็นไม้พ่นน้ำ ให้ละอองเย็นๆเหมือน UFO Zone น่ะแหละครับ



พอดีว่ามีรูปหลุดๆยังงี้เยอะ เลยไม่ค่อยกล้าโพสต์น่ะครับ เพราะที่จริงก็มีรูปถ่ายกับทุกเครื่องเล่น ทุกจุดน่ะแหละครับ


Fantasyland

โซนนี้ เครื่องเล่นเพียบครับแต่เหมาะกับเด็กๆวัยไม่เกิน 12 ขวบมากกว่านา.. แต่อย่างว่า ผู้ใหญ่ที่มีจินตนาการก็สนุกได้ครับ..555

1.Cinderella Carouselม้าหมุนและรถฟักทองของซินเดอเรลล่า



2.Dumbo the Flying Elephant



3. it's a small world นั่งเรือ เข้าไปชม small world ครับ อันนี้น่ารักดี และจะคล้ายๆ เครื่องเล่นต่อไปครับ





4.The Many Advanture of Winnie the Pooh นั่งรถไปชมเจ้าหมีพูร์กับเพื่อนๆครับ ใกล้ๆทางออก อย่าลืมโพสต์ท่าดีๆนะครับ เพราะจะมีกล้องจับรูปคุณอยู่..อิอิ



5.The Golden Mickeys เป็นอีกหนึ่งโชว์ที่น่าชมครับ เล่าถึงความสำเร็จของ Mickeys ตั้งแต่อดีต ในรูปแบบของการประกาศผลรางวัล Golden Mickeys เวลาแสดงประมาณ 30 นาที อย่าลืมตรวจสอบเวลารอบโชว์ก่อนด้วยนะครับ เดียวจะพลาด



6.Mickey's PhilharMagic (อันนี้ไม่มีรูปครับ) เป็นโรงหนัง 3 มิติ สนุกดีครับ ต้องใส่แว่นชมด้วย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

7.Mad Hatter Tea Cups เป็นถ้วยหมุนครับ หาเล่นได้ตามสวนสนุกทั่วไป



8.Fantasyland Train Station รถไฟจากทางหน้าสวนสนุกน่ะแหละครับ จะมีสถานีอยู่ใน Fantasyland อีกจุด (น่าจะนับเป็น 1 เครื่องเล่นนะเนี่ย) เป็นตัวเดียวที่ผมพลาดเล่นครับ เพราะวางแผนผิด กะว่าจะเล่นเป็นตัวสุดท้าย เพื่อดูดอกไม้ไฟตอนค่ำไปด้วย แต่เขาปิดตั้งแต่ 18.30 ได้มั้งครับ

สำหรับจุดอื่นๆใน Fantasyland จะเป็นจุดให้ชม หรือถ่ายรูปครับ อย่าง Sleeping Beauty Castle ก็เป็นปราสาทเจ้าหญิงนินทรา ที่ตั้งตระหง่านกลาง Disneyland นี่แหละครับ แต่ผมว่าของ แดนเนรมิตร (จำกันได้รึเปล่า) มีลูกเล่นมากกว่านะครับ เพราะยังมีหุ่นจำลองเจ้าหญิงนินทรานอนหลับให้ชมได้จริงๆ



Snow White Grotto เป็นมุมข้างปราสาท ที่มีสโนไวท์ กับคนแคระทั้ง 7 แบบปูนปั้นตั้งโชว์อยู่



Fantasy Garden เป็นสวนมีร่ม ให้เหล่าบรรดาตัวการ์ตูนทั้งหลาย มาโพสต์ท่าถ่ายรูปร่วมกับเราครับ วันที่ผมไปนี่ คิวถ่ายรูปไม่ยาวเลย มีทั้ง Mickey, Minny, Pooh ตัวนี้ผมได้กอดด้วย แต่ไม่กล้าโพสต์โชว์ง่ะ ชิบกะเดลก็มีครับ เยอะแยะไปหมด

สุดท้าย พอใกล้จะทุ่มครึ่ง อย่าลืมมาจับจองพื้นที่หน้าปราสาทเจ้าหญิงนิทราเพื่อรอชม Disney in the Stars Fireworks นะครับ การแสดง จะเริ่มเวลาประมาณ 19.30 ในวันธรรมดา วันหยุดก็ประมาณ 3 ทุ่มได้ครับ



จบแล้วครับ 1 วันใน Disney Land กับค่าตั๋วประมาณ 1,300 บาท ผมว่าก็คุ้มนะครับ เพราะแค่ดูโชว์นี่ก็คุ้ม เพราะถ้าสังเกตุดีๆ ไม่ว่าจะเป็นโชว์บน stage ในอาคาร หรือ โชว์กลางแจ้งอย่าง High School Musical นี่ เราจะเห็นว่านักแสดงนี่ ร้องสดๆเลยนะครับ ถ้าสังเกตุดีๆ จะมี ผู้กำกับเวทีคอยมาคุมตลอด อย่างนี้เขาเรียกว่า ควบคุมคุณภาพโชว์ค่อนข้างดีมากๆครับ

คิดแล้ว Hongkong Disneyland นี่จะเหมาะกับเด็กวัยไม่เกิน 12 ปีมากกว่านะครับเพราะเคร่องเล่นไม่มาก และไม่ค่อยตื่นเต้นหวาดเสียวเท่าไหร่ พอแม่ผู้ปกครองพาเด็กมาเล่นได้ค่อนข้างสบายใจและปลอดภัย พื้นที่ก็ไม่กว้างมาก จนผู้สูงอายุเดินไม่ไหว แต่จากแผนที่ และที่เห็นเขาก่อสร้างออกไปเรื่อยๆ ผมว่าน่าจะมีการลงเครื่องเล่นอีกเยอะมั้งครับ เพราะเครื่องเล่นใหม่ๆ จะขยายออกไปจากแผนที่ในปัจจุบันน่ะครับ

สรุปว่า ถ้าอยากสนุก เสียวกว่าด้วย ต้องไป Ocean Park ครับ เพราะว่ามีเครื่องเล่นสำหรับวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่มากกว่า (ผู้ใหญ่ 208 HKD, เด็ก 103 HKD)
แต่ว่าอยู่คนละฟากกับ Disneyland เลยน่ะครับ แถมต้องต่อรถบัสอีก (MTR ไปไม่ถึง...)

หลังจากออกจาก Disneyland ผมก็ได้แวะไป shopping ต่อ ที่ City Gate Outlet ครับ ไปก็ไม่ยากเลย ต่อรถไฟฟ้าจาก Sunny Bay ไปที่สถานี Tung Chung ได้เลย ขึ้นมาก็จะเป็น City Gate Outlet เลยครับ ถ้าเป็นคนไม่ชอบ shopping ซื้ออะไรมากมาย มาที่นี่ ที่เดียว จบครับ ก็หาซื้อของ outlet ได้เลยนะครับ เพราะมันเป็น outlet ทั้งห้างเลย 555

แต่ผมแนะนำว่า ตอนเช้าน่าจะขึ้นกระเช้า Ngong Ping 360 ไปไหวพระใหญ่ แล้วเที่ยงๆ ค่อยมาแวะ shopping ที่ City Gate Outlet ก่อนจะมาเที่ยว Disneyland ตอนบ่ายมากกว่านะครับ ผมเลยพลาดไปเลย แต่ก็ได้เล่นเครื่องเล่นเบิ้ลแทน




 

Create Date : 16 กันยายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:03:22 น.
Counter : 1565 Pageviews.  

Macau - Hongkong #1 มาวันเดียวเข้าสองประเทศ

และแล้ว trip หนีไปเที่ยวต่างประเทศก็กลับมาอีกครั้งครับ คราวนี้เป็น



ใช่แล้วครับ มาเก๊า - ฮ่องกง ที่ใครๆก็บินได้ ด้วยสายการบิน Thai Air Asia ที่แอบซื้อตั๋วมาตั้งนาน



เดินทางสองคนถ้าไม่ทำประกันและแบกกระเป๋าขึ้นเครื่องเอง ก็คนละ 4,198 บาทเอง
แต่ถ้าเผื่อ shopping และซื้อประกันเพิ่ม ก็ตกคนละ 4,468 บาท
ถ้าบวกกับ ค่าเรือ Ferry ไป-กลับ มาเก๊า-ฮ่องกง ประมาณคนละ 140 MOP หรือ 128 HKD
(ช่วงที่ผมไป อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 4.56 บาท : 1 HKD)
ค่าเรือไป-กลับ ก็ตกประมาณ 1,200 บาท
รวมแล้วก็ประมาณ 5,700 บาท ถือว่าถูกกว่าบินลงฮ่องกงโดยตรงนะครับ แถมได้เที่ยวตั้ง 2 ประเทศแน่ะ


วันเดินทาง เช้าวันอังคารที่ 2 ก.ย.อากาศไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ มีฝนลงเม็ดนิดหน่อยครับ



วันนี้ เราเดินทางกันด้วยลำนี้ครับ
(ปกตินั่งแต่เที่ยวบินในประเทศ ไม่ได้ขึ้นงวงซะนาน เพราะขึ้นรถบัสประจำ 555)



เห็นรันเวย์มาเก๊าแล้ว อยู่ในทะเลซะด้วย



เหยียบแผ่นดินมาเก๊าแล้ว..

เวลาในมาเก๊า และฮ่องกง จะไวกว่าบ้านเรา 1 ชม.นะครับ ที่เห็นบนตั๋วเครื่องบิน ว่าออกจากสุวรรณภูมิ 7.00 ถึงมาเก๊า 10.30 นี่ จริงๆแล้วใช้เวลาแค่ สอง ชม.ครึ่งเองนะครับ



ผ่าน ตม. รับกระเป๋า แล้วออกมาหาป้ายรถเมล์หน้าสนามบินได้เลยครับ เพราะวันนี้ เรามีเป้าหมายคือ จะข้ามไปฝั่งฮ่องกง ด้วยเรือ ferry เลย เอาไว้มาแวะเที่ยวมาเก๊า ก่อนบินกลับละกัน

รอรถเมล์สาย AP1 นะครับ ค่ารถเมล์ข้ามฟาก ก็จะคนละ 3.30 MOP (แล้วเดี๋ยวจะมาสาธยายรายละเอียดของมาเก๊า วันที่มาเที่ยวละกันครับ)
อย่าลืมหาแลกเหรียญในสนามบินซะหน่อยนะครับ เพราะรถเมล์ไม่มีการทอนตังค์ ใช้วิธีหยอดตู้อย่างเดียวน่ะครับ
หรือจะนั่ง taxi ก็ได้ ค่ารถ taxi ในมาเก๊าก็ไม่แพงนะครับ พอๆกับบ้านเราเลย



ต้องข้ามฟากมาที่ท่าเรือ อีกฝั่งครับ จากสนามบินมาประมาณครึ่ง ชม.ได้ครับ ป้ายรถเมล์ที่ลงท่าเรือนี่ ป้ายแรกเลยนะครับ พอเข้าฝั่ง เตรียมตัวลงได้แล้ว



สภาพภายในท่าเรือครับ ก็คล้ายๆสนามบินนะเนี่ย



หาที่ซื้อตั๋วครับ ผมพักฝั่งเกาลูนครับ เลยเลือก First Ferry
ถ้าหากคุณเลือกที่จะพักในฝั่งฮ่องกง ก็เลือกใช้บริการ Jet Ferry
ผมเห็นคนใน pantip จะเลือกแต่ Jet น่ะ เพราะใหม่กว่า ก็เลยอยากลองของถูกซะหน่อย 555



กองทัพต้องเดินด้วยท้องครับ เพราะลงเครื่องมาก็ 10.30 แล้วกว่าจะนั่งรถเมล์มาถึงท่าเรือ ก็เกือบเที่ยงแล้วนา

หาอะไรทานบนชั้น 2 เดินไปหลังที่ซื้อตั๋วเนี่ยแหละครับ



ข้อพึงสังเกตุ ร้านอาหารในมาเก๊า ยังสามารถสูบบุหรี่ได้สบายนะครับ ในขณะที่ในฮ่องกง จะเริ่มมีมาตราการณ์แบ่งแยกโซนคนสูบบุหรี่ออกไป คล้ายๆกับบ้านเรา เพราะฉะนั้น จะสูบบุหรี่ในฮ่องกงมองดูลาดเลาซะหน่อยนะครับ



จำราคาอาหารไม่ได้ครับ หิวๆ อะไรๆ ก็อร่อย

ไปขึ้นเรือกันดีกว่า บนตั๋วซื้อเป็นเที่ยว 13.00 แต่ปกติคนไม่ค่อยเต็มหรอกครับ ผมก็เลยถูกจัดให้ขึ้นเรือได้ตั้งแต่เที่ยว 12.30 เลย



ค่าตั๋ว ขาไปฮ่องกง 140 MOP ส่วนขามามาเก๊า 128 HKD
คิดแล้วขาไปมาเก๊าถูกกว่าครับ เพราะค่าเงิน HKD แข็งกว่า MOP มั้งเนี่ย



หาที่นั่งครับ ที่จริงเรือเขาก็ไม่ได้เก่าเท่าไหร่หรอกนะครับ

ได้ที่นัง่ติดหน้าต่างด้วย...



ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชม.ครับ ก็จะมาถึงเกาลูน



มาเหยียบเกาลูนแล้วครับ..

Kowloon.. Kowloon Hongkong.. we like Hongkong.. that's place for you.. อิอิ (ร้องให้เป็นเพลงด้วยนะครับ)

ผ่าน ตม.



ออกมาข้างนอกแล้ว



เรามาขึ้นท่าเรือ ที่เรียกว่า Hong Kong China Ferry Terminal บนฝั่งเกาลูนครับ เดินออกมาจะเหมือนห้างยาวทั้งแถบเลย คือ China Hong Kong City ครับ

ใกล้ๆกันก็เป็น Kowloon Park ครับ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เดี๋ยวเราจะเดินข้ามไปยังโรงแรมที่พัก



ข้าม Kowloon Park มาก็จะเป็น ถ.นาธานครับ แหล่ง shopping เลยล่ะ 555



จองห้องไว้ที่ Mingle Place บน ถ.observatory ก็ตั้งต้นจาก ถ.kimberley สังเกตุง่ายๆ หาห้าง Miramar ให้เจอ แล้วถนนทางขวาของห้างน่ะแหละครับ คือ Kimberley road เดินไปเรื่อยๆ จะเจอ Observatory road ตัดหน้า ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเนินไปนิดนึง จนสุดถนน มองทางขวาหาตึก ยังงี้ได้เลยครับ



ที่พัก หรือร้านค้าทั่วๆไปในฮ่องกง ก็มันจะแผงตัวในตึกอย่างนี้แหละครับ หาไม่ยาก แต่ต้องสังเกตุดีๆนิดนึงว่าอยู่ชั้นไหน ที่พักที่จองไว้นี่ จะ check in ที่ชั้น 5 ครับ ส่วนห้องพักผมได้พักบนชั้น 10 แล้วชั้นล่างนี่ ก็จะมี guard คอยให้ความสะดวกอยู่ด้วยครับ

ดูสภาพภายในห้องกันซะหน่อย





คือ trip นี้ไม่ได้ตั้งงบค่าใช้จ่ายไว้ว่าต้องใช้แค่เท่านั้น เท่านี้ แต่ผมกะว่า ไปพักให้สบาย เลยเลือกที่พัก ที่ดีและสงบนิดนึง เพราะ ห้องพักที่ฮ่องกง ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่โรงแรม 5 ดาว จะเป็นห้องบนตึกสูงๆ ห้องพักก็จะเล็ก พื้นที่ใช้สอยน้อย ดีไม่ดี ได้ยินเสียงรถรา หรือคนเจี๊ยวจ๊าวไปหมด





ที่เห็นเงารางๆถัดจากห้องน้ำไปนั่น ก็เตียงนอนนะครับ

ราคาค่าห้องก็....
สามคืน 1,970 HKD (คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 HKD = 4.56 บาท ก็เกือบ 9,000 บาท พัก 2 คนนะครับ )

Check in สำรวจห้อง เก็บกระเป๋ากันแล้ว ก็ออกเดินทางครับ

บ่ายแก่ๆแล้ว อาหารที่กินมาจากท่าเรือยังไม่อยู่ท้องเท่าไหร่ครับ เลยเติมแรงที่ร้านนี้หน่อย (พอดีว่าอยู่ในก้นครัวบ่อยๆ เลยได้อิทธิพลมาเยอะครับ เดี๋ยววันสุดท้ายจะเห็นครับ อิอิ)



แฟรนไชน์จากญี่ปุ่น กึ่งๆ fast food แต่เป็นข้าว ราคาก็ไม่แพง แวะทานเพราะมันอยู่หน้าสถานี MTR พอดีน่ะครับ



ที่พักอยู่ใกล้ MTR สถานี Tsim Sha Tsui มากๆครับ แหล่งท่องเที่ยวก็เยอะ แต่บ่าย(แก่ๆ)นี้ จะข้ามไปเดินเล่นฝั่งฮ่องกงครับ



ระบบรถไฟใต้ดินของเขาก็เข้าใจไม่ยากนะครับ คล้ายๆบ้านเราเนี่ยแหละ แต่มีสายเยอะกว่า ไปได้หลายๆจุด มีประสิทธิภาพมากๆครับ

ถ้าไม่ใช้บัตร Octopus หรือซื้อตั๋ววันอย่าลืมเตรียมเตรียมเหรียญหรือแบงค์ 10 , 20 HKDไว้หยอดด้วยนะครับ (เครื่องมันทอนตังค์ได้หายห่วงครับ) เห็นราคาค่าคั๋วเริ่มต้นประมาณ 3.30 HKD มั้งครับ

เดี๋ยวค่อยอ่านสรุปตอนท้ายเอาละกัน



แป๊ปเดียวก็มาโผล่ ฝั่งฮ่องกงครับ



ไปนั่งรถรางเล่นครับ ค่าโดยสารก็แค่ 2 HKD (ผู้ใหญ่) ตลอดสาย เด็กก็ 1 HKD



ชมเมือง




ตึก Bank of China ครับ ที่ใช้ถ่ายทำเรื่อง Batman ภาคปัจจุบัน



กลับข้ามมาฝั่งเกาลูนแล้ว หาแหล่ง shopping ครับ รอเวลาสองทุ่มครับ


สำหรับคนที่อยากมาชม A Symphony of Lights ให้มาลง MTR สถานี East Tsim Sha Tsui หรือ สถานี Tsim Sha Tsui (ฝั่งเกาลูน) แล้วหาทางออกใกล้ Space Museum หรือ Avenue of Star ได้เลยครับ แต่ต้องเดินไกลนิดนึงนะครับ

A Symphony of Lights เป็นการแสดงไฟ แสงสี เสียง ของตึกทางฝั่ง Victoria Harbour (ฝั่งฮ่องกง) โดนจะมีการเปิดไฟบนตึก เล่นไปตามเพลง ประมาณ 15 นาทีได้ครับ การแสดงเริ่มเวลาประมาณ 20.00 น.ได้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดนะครับ










แถม.. สิ่งที่ควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว (อย่างผม) ที่ไม่เคยมา Hong kong

ถ้าแบ่งตามโซน ฮ่องกง จะมี 4 ส่วนครับ ประกอบไปด้วย



1.เกาะฮ่องกง เป็นส่วนที่ตั้งของอาคารสำคัญทางการเงินหลายๆแห่ง จะอยู่บนเกาะนี้ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญก็อย่างเช่น The Peak, Ocean Park, Stanley Market
2.ฝั่งเกาลูน จะอยู่บนแผ่นดินใหญ่ ที่ติดกับจีน โดยจะมี ส่วน New Territories กั้นอีกส่วนนึง ประมาณว่า ส่วน kowloon เป็นเมือง แต่ New Territories จะเป็นชนบทกว่าประมาณนั้นน่ะครับ
3.New Territories อยู่ติดกับจีนแผ่นดินใหญ่
4.เกาลันเตา (Lantau) เป็นเหมือนเมืองใหม่ มีท่องเที่ยวใหม่ๆ(มั้ง) เพราะย้านสนามบินมาลงที่เกาะนี้ มี Disney Land, Ngong Ping 360 ที่เป็นกระเช้าไปไหว้พระใหญ่ สะพานที่ข้ามมาเกาะลันเตาก็คือ Tsing Ma Bridge น่ะเอง


การเดินทาง ในฮ่องกง ค่อยข้างสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (แต่บางทีมันก็โผล่มาบนดินได้นะครับ) ที่เรียกว่า MTR ที่มีถึง 10 สาย คลอบคลุมเกือบทั้งฮ่องกง จะไปไหน-มาไหน แค่วางแผนว่าจะลงสถานีไหน ออกประตูไหน แค่นั้นเองครับ (แต่บางสถานที่ท่องเที่ยว ที่อยู่ไกลๆ ประมาณว่าต้องข้ามเขานี่ ต้องต่อรถบัสนะครับ อย่าง The Peak หรือ Ocean Park)



ถ้าเดินทางเยอะ จะซื้อเป็นตั๋ววันก็ได้ครับ ราคา 50 HKD (แต่ถ้าเป็นตั๋ววันใน New Territories แค่ 30 HKD)
หรือถ้าลงเครื่องจากสนามบินฮ่องกง ซื้อเป็นตั๋ว 3 วัน Airport Express Travel Pass ได้ครับ ราคา 220 กับ 300 HKD

สำหรับบัตร Octopus จะเหมือนบัตร Smart puse ที่ใช้ใน ร้าน 7-11 ในบ้านเราครับ แต่มีประสิทธิภาพกว่ามากๆ เหมาะสำหรับ คนที่ขี้เกียจพกเหรียญ และชอบซื้อของกระตุกกระจิกนิดนึง มันเป็นบัตรเติมเงินครับ แล้วเวลาเราแปะบัตร (wave บัตรน่ะแหละ) มันก็จะหักเงินเราไปน่ะแหละครับ แถมใช้ได้ทั้กับรถไฟ MTR ร้าน 7-11 ทั้งหมด ร้านค้าทั่วๆไปส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ด้วย เหมือนบัตรเครดิตใบนึงเลยนะเนี่ย ขนาดจอดรถข้างทาง ยังใช้บัตรนี่แปะได้เลยครับ ..555 อ้อ ร้าน outlet ทั่วๆไปยังรับเลยนะครับ


ภาษา และอาหารการกิน ในฮ่องกงนี่สบายครับ ใช้ภาษาอังกฤษได้ ถ้าเทียบราคา ค่าอาหารกับค่าครองชีพเขา ก็ไม่แพง แต่เทียบกับบ้านเราก็แพงกว่านิดหน่อยครับ เช่น เข้าไปทานอาหารร้านข้างทางอย่างนี้



ค่าอาหารนี่ กำเงินไปมื้อละ 50 HKD ก็ทานได้อิ่มแล้วล่ะครับ แต่ระวังนิดนึงนะครับ เพราะอาหารแต่ละจาน บะหมี่แต่ละชามนี่ ใหญ่มากๆ แบบไม่ต้องสั่งพิเศษอย่างบ้านเรา ก็ทานจนจุกครับ น้ำดื่มก็ขวดละประมาณ 5 HKD น้ำอัดลมใน Mc Donald แก้วละ 8.50 HKD ถ้าเป็นแบบกระป๋องใน 7-11 ก็ราคาประมาณนี้ครับ




 

Create Date : 15 กันยายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:02:51 น.
Counter : 2185 Pageviews.  


prapasawat
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Friends' blogs
[Add prapasawat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.