ปั่นจักรยานชมวิว
วันนี้ก้อยมีภาพที่เก็บๆ ไว้เวลาออกไปปั่นจักรยานออกกำลังกายมาฝากกันคะ ภาพทั้งหมดนี้มีด้วยกันหลายทริป เห็นแล้วก็สดชื่น อยากออกไปปั่นอีกคะ



ส่วนใหญ่เราก็จะปั่นกันไปที่สวนสาธารณะนะคะ ก็เปลี่ยนกันไปเรื่อยว่าวันนี้อยากจะไปสวนไหน ก้อยชอบเส้นทางปั่นจักรยานที่ซันติอาโกเพราะมีทางให้ปั่นจักรยานได้สะดวก ขอบทางฟุตบาทก็มีทางลาดให้คนปั่นขึ้นลงไปทุกที่ ซึ่งทำให้มีคนปั่นจักรยานกันเยอะคะ แต่ที่ไม่ชอบก็คือราคาของจักรยานคะ งงมากทำไมมันแพงจัง ตอนอยู่บ้านเราพันกว่าๆ สองพันก็ซื้อกันได้แล้ว แต่ที่นี่ราคาก็เหยียบหมื่น หมื่นต้นๆ บางคันเริ่ดมากๆ ก็เป็นแสนเลย ส่วนก้อยก็เลือกซื้อเอาคันที่เกือบๆ จะถูกสุดละคะ เอหรือว่าเราไม่รู้ว่าจะซื้อถูกๆ ที่ไหน เห็นแล้วก็ไม่อยากได้เลย แต่ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้วก็ต้องปั่นกันให้คุ้มซะหน่อย



ไปเริ่มเส้นทางปั่นจักรยานกันเลย อันนี้เป็นสวนแรกคะ เราไปกันบ่อยมาก เพราะใกล้บ้าน





































อันนี้ก็เป็นสวนเดิมคะ แต่คนละฤดูกัน รูปเซตนี้เป็นช่วงสปริง




























ต่อมาก็เป็นสวนชื่อ Pargue Bicentinario เป็นสวนที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบการประกาศอิสรภาพครบรอบ 200 ปี คะ

อยู่ไม่ไกลจากบ้านเหมือนกัน แต่เส้นทางไปลำบากนิดนึง ต้องปั่นตัดถนนใหญ่ที่มีรถเยอะมาก เราก็เลยไม่ค่อยได้ไปกันเท่าไหร่ แต่เส้นทางที่ก่อนจะถึงสวนนี้ มีถนนช้อปปิ้งที่สวยและน่ารักมาก ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของแบรนด์เนมดังๆ ร้านอาหารเก๋ๆ วันหลังก้อยจะไปถ่ายรูปมาฝากนะคะ ไปทีไรก็จะชอบมากๆ คะแถวนี้ น่ารักสุดๆ เห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศที่ญี่ปุ่นยังไงบอกไม่ถูก




รูปข้างบนนี้เป็นสนามฝึกน้องหมาในสวนคะ พี่น้องโฮ่งๆ สนุกสนานกันมากในสนามนี้













เห็นท่อนขาไม๊คะ บึกบึนสมกับเป็นนักปั่นจักรยานไม๊ เอิ๊กๆๆๆ จริงๆ ก้อยปั่นจักรยานไปโรงเรียนตอนเด็กๆ สมัยที่เรียนอยู่ ม.ต้นที่ยะลาคะ บ้านอยู่ไปทางเนินๆ นิดนึงต้องใช้แรงมากเวลาปั่นจักรยานกลับบ้าน ก็เลยบึกบึนได้ที่ขนาดนี้ อิอิอิ ส่วนต้นแขนใหญ่ๆ นี้ก็มาจากการตักน้ำจากบ่อสมัยเด็กๆ ตอนอยู่บ้านตาที่ปัตตานีคะ ตักน้ำเต็มตุ่มให้ทวดไว้อาบด้วยนะคะ แขนก้อยนี่กล้ามเป็นมัดๆ เลย แต่ตอนนี้มีไขมันมาแถมด้วยเลยไปกันใหญ่ เอิ๊กๆ













สวนถัดไปไกลค้อดๆ คะ กว่าจะปั่นไปถึงใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ครึ่ง ทำเอาเกือบท้อใจ จะหันหลังกลับซะเร้วววว พักกลางทางไปหลายรอบอยู่เหมือนกัน และแถมขาไปต้องปั่นขึ้นทางชันคะ เหนื่อยมาก ทำเอาปวดเอวไปเลย แต่ก็พยายามจนถึงคะ แต่ขากลับสบายลงเนินปรื๊ดๆ เลย อิอิ ชอบชอบ


บรรยากาศดีมาก ภาพเซตนี้เพิ่งไปกันมาเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ช่วงนี้ตอนกลางวันคนก็ออกไปปิคนิคกันคะ ยังไม่หนาวจัด ตอนกลางวันยังมีแดดอุ่นๆ









































สำหรับวันนี้แค่นี้นะคะ มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะทุกคน





Create Date : 28 พฤษภาคม 2554
Last Update : 28 พฤษภาคม 2554 2:02:40 น.
Counter : 756 Pageviews.

25 comment
เล่นกระดานโต้คลื่นในห้างได้ด้วยเหรอ.......ชวนเที่ยว Mall Sport กันจ้า
ประทับใจมากคะตอนที่ได้ไปเที่ยว Mall Sport เค้าช่างคิดเอากีฬาหลากหลายประเภทเข้ามาไว้ในห้าง เพื่อให้คนในเมืองได้เล่นกันแบบไม่ต้องเดินทางไกล และในห้างนี้ร้านค้าที่มีส่วนใหญ่ก็จะขายเกี่ยวกับเครื่องเมื่ออุปกรณ์เล่นกีฬา เรียกว่ารวมทุกอย่างเกี่ยวกับการออกกำลังกายไว้ที่นี่ครบเลยคะ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ชอบที่นี่กันมาก โดยเฉพาะคนที่หลงไหลการเล่นกีฬาคะ




ด้านนอกเป็นส่วนของกีฬาทางน้ำ มีกระดานโต้คลื่นด้วยคะ คลื่นเค้าก็แรงมากๆ





















































ดูสาวๆ เล่นกันบ้าง























แช่น้ำอุ่นๆ ก่อนลงเล่นคะ













ด้านข้างของส่วนที่เล่นกระดานโต้คลื่นเป็นร้านอาหารคะ กินกันไปดูเค้าเล่นกันไปเพลินเลยยยย












ดูบรรยากาศทั่วไปด้านนอกกันนะคะ เค้ามีสระน้ำยาวๆ เอาไว้เล่นกีฬาทางน้ำอย่างอื่นด้วย






































เข้าไปดูด้านในกันบ้างว่ามีอะไรน่าสนใจ


















ปีนหน้าผา

















สนามปั่นจักรยานผาดโผน




















จริงๆ แล้วเค้ามีอย่างอื่นอีกนะคะ เช่น สนามแข่งรถบังคับ และบนเพดานของห้างเค้าทำเป็นท่อนไม้เอาไว้ให้ปีนป่ายไปตามเล้นทางเหมือนในป่าประมาณนั้น เด็กๆ เล่นกันสนุกสนานเลยคะ เสียดายวันที่ไปไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป นี่ก้อยก็เอารูปถ่ายมาฝากจากเวปของห้างเค้าคะ


เห็นแล้วก็ได้ตื่นตาตื่นใจดีคะ ชอบที่เค้าเห็นความสำคัญของการเล่นกีฬา แล้วเอามาไว้ใกล้ๆ ตัวคนเมือง ทำให้มีทางเลือกในการออกกำลังกายมากขึ้น แถมน่าสนุกตื่นเต้นด้วยคะ ก้อยแค่ไปดูเค้าเล่นก็เพลินเลย วันหลังก็อยากจะไปลองปีนหน้าผาดูบ้าง เพราะอัลโด คุงสามีก้อยเค้าชอบมากคะปีนหน้าผาเนี่ย



ขอบคุณรูปภาพจาก //www.mallsport.cl



สุดท้ายขอส่งกำลังใจไปให้เมืองไทยคนไทยที่กำลังเป็นทุกข์กับเรื่องน้ำท่วมนะคะ ขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วคะ


มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะทุกคน






Create Date : 02 เมษายน 2554
Last Update : 2 เมษายน 2554 1:02:41 น.
Counter : 705 Pageviews.

26 comment
ที่นี่แอฟริกา....หรือลาตินอเมริกากันแน่หนอ???
จากหัวเรื่องอาจจะงงกันเล็กน้อยนะคะ


เรื่องของเรื่องก็เพราะว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วก้อยไปเที่ยวสวนสัตว์แบบซาฟารีกับครอบครัวคุงสามีมาคะ อยู่ห่างออกไปจากเมืองหลวงประมาณ 1 ชม. ครึ่ง


วันนี้ไม่มีคำบรรยายมากนะคะ ให้ภาพเป็นตัวเล่ารเื่องเลยแล้วกันคะ



ซาฟารีสิงโต......






รอขึ้นรถกัน






พร้อมลุย








คำเตือน.......ห้ามแหย่นิ้วออกนอกลูกกรงเป็นอันขาด มิฉะนั้นนิ้วของท่านอาจเป็นอาหารของสิงโตได้....!!!!!!






อาหารของสิงโตก็พร้อมแล้ว อยู่ด้านบนลูกกรง จ๊ากกกก....นี่มันบนหัวเรานี่นา เอิ๊กกก







มาแล้วววววว จ้าวป่า กำลังขึ้นมาบนหลังคารถเราแล้ว.....โฮๆๆๆๆ






ขอถ่ายรูปด้วยนะจ๊ะพี่สิงโตสุดหล่อ....









แหมๆ เก็กท่าใหญ่เลย หล่อซะ....






แอบถ่ายจากรถคนอื่น อิอิอิ






แล้วจู่ๆ พี่ๆ สิงโต ก็มุ่งมาหารถเราถึง 3 ตัว ชุลมุนเลยละจ๊ะงานนี้






ดูพี่สิงโตเค้าคำรามซิ น่ากลัวจังเยยยยย........





สรุป....ที่นี่คือแอฟริกาจำลองในลาตินอเมริกาจ้า อิอิอิ


มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะทุกคน





Create Date : 19 มีนาคม 2554
Last Update : 19 มีนาคม 2554 5:08:30 น.
Counter : 522 Pageviews.

35 comment
Summer Snow....ขี่ม้าข้ามเขา....แช่น้ำแร่จากภูเขาไฟ
กลับมาแล้ววววววจ้า ทริปที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว สนุก ตื่นเต้น และได้ใจไปสุดๆ เลยคะ


เมืองที่ก้อยไปชื่อ Chillán อยู่ห่างไปทางใต้ของกรุงซันติอาโกประมาณ 400 กิโลเมตร เราต้องขับรถเข้าไปทางเชิงเขาแอนเดส บริเวณนี้มีชื่อเรียกว่า Valle Las Trancas ที่นี่เป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียง ช่วงหน้าหนาวมีชาวต่างชาติเดินทางมาเล่นสกีกันเยอะคะ



เริ่มเดินทางกันเลยนะคะ









สองข้างทางเต็มไปด้วยสวนผลไม้คะ อยากจะจอดไปเด็ดจังเลยยยย ช่วงที่เข้าเขตเมือง Chillán ข้างทางเต็มไปด้วยต้นแบล๊กเบอรี่ป่า เสียดายที่ยังไม่สุกดีคะ ไม่งั้นได้เด็ดกลับมาแน่นอน



ถึงที่พักแล้วคะ ชื่อว่า Bordenieve แปลว่า อยู่ข้างๆ หิมะ ที่พักที่นี่เราได้ราคาพิเศษคะ เพราะว่าน้องสาวของอัลโดเป็นนักเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว แล้วเค้าก็ได้เขียนเกี่ยวกับที่นี่ไว้ พอเขียนออกไปก็มีคนมาเที่ยวที่นี่กันเยอะเลย เค้าก็เลยให้ราคาพิเศษคะ







แถมเราสองคนได้ที่พักเป็นบ้านหลังใหญ่สำหรับพัก 6 คน เลยคะ














ที่พักที่นี่ตอนเช้ามาก็มีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้เหมือนโรงแรมทั่วไป แต่ที่นี่แถมล้างจานให้ด้วยคะ เพราะมีครัวด้วย เราก็ทำอาหารกินกันเองมื้อเช้ากับมื้อเย็นเป็นส่วนใหญ่ พอตอนเย็นๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาจุดไฟในเตาผิงให้ เพราะตอนกลางคืนที่นี่หนาวคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูร้อน ไม่อยากจินตการเลยว่าถ้าเป็นฤดูหนาวจะเป็นยังไง กรึ๋ยยยย




อัลโดนั่งคุยกันคนจุดไฟ เป็นชาวเปรูคะ ก้อยมีพริกของเปรูพกติดตัวมาด้วย เอาให้เค้าดูว่าเนี่ยชั้นชอบกินเผ็ดนะมีพริกเปรูมาด้วย เค้าเห็นก็อยากกินมากกก ก้อยก็เลยให้ไป ขากลับก็ยกให้เค้าไปหมดเลย อิอิอิ คนกินเผ็ดด้วยกันเข้าใจกันดี เพราะที่นี่หายากมากคะ







หน้าบ้านเรามีบ่อสำหรับแช่น้ำร้อนไว้บริการด้วยคะ






วันถัดมาขับรถเที่ยวแบบสบายๆ ชมวิวไปเรื่อยเพราะยังไม่อยากทำกิจกรรมแบบทรหด เนื่องจากเหนื่อยกับการเดินทาง เีราเลยขับรถเล่นไปตามเส้นทางของ National Park ชมวิวสวยกันคะ














สองข้างทางมีผลไม้ป่าเยอะมากคะ ทั้งแอปเปิ้ล สาลี่ แบล๊กเบอรี่ ลูกพรุน แครนเบอรี่ ชอบมากกกก






วันถัดมานี่แหละคะ ขอบอกว่าที่สุดในชีวิต ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง นั่นคือการขี่ม้าข้ามเขาเพื่อไปชมทะเลสาปในหุบเขากันคะ ตั้งแต่เกิดมาก้อยก็ยังไม่เคยขี่ม้ากับเค้าเลย ครั้งแรกนี่ก็เจอขี่ม้าในเส้นทางที่เสี่ยงภัยสุดๆ ใช้เวลาเดินทางด้วยม้า 3 ชม. รวมขาไปและขากลับทั้งหมด 6 ชม. จ๊ากกกกก...... อยากจะร้องไห้ แต่ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาเป็น 2 เท่าเลยคะ



ไม่คิดไม่ฝันว่าการบังคับม้ามันยากขนาดนี้ แค่เดินบนเสันทางธรรมดาก้อยยังบังคับให้ม้าเลี้ยวไม่ได้ จะเอาอะไรกับขึ้นเขา เฮ้ออออ.....ท้ายที่สุดไกด์ของเราก็เลยต้องเดินนำหน้าแล้วลากม้าของก้อยตามหลัง ช่วยบังคับแทนก้อยคะไม่งั้นมีหวังได้ไถลตกเขากันทั้งม้าทั้งคน





นี่คะไกด์นำทางพร้อมด้วยเชือกที่ลากม้าของก้อย





เส้นทางน่ากลัวสุดๆ ตอนเวลาที่ม้าต้องพาเราลงทางชันมองลงไปข้างล่างนี่คือเหวลึกเลยคะ ยอดเขาที่เราเดินทางไปอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2000 เมตร ก้อยสวดมนต์ไปตลอดทางเลย สวดบทพระพุทธคุณ คาถาชินบัญชร คาถาพระปิยะมหาราช หลวงปู่ทวด คาถาเมตตาให้ม้าด้วย แถมอธิษฐานอีกว่าถ้ารอดชีวิตกลับมาได้จะงดกินเนื้อสัตว์ 1 เดือนคะ วันนี้ได้เริ่มงดกินแล้ว


วิวจากบนยอดเขาสวยมากคะ










หยุดพักเหนื่อย









ม้าแวะดื่มน้ำ




เส้นทางในป่าที่เราเดินผ่านกันคะ













ภูเขาไฟ Chillán ตอนกลางวัน




หลังจากฝนตกตอนพลบค่ำ




และแล้วม้าน้อยของเราก็พาเรามาถึงทะเลสาปแล้ว ที่นี่มีชื่อว่า Laguna del Huemul


ก่อนจะเจอทะเลสาปก็มีหมาป่ามาคอยต้อนรับด้วยคะ




















เราพกเอาข้าวห่อขึ้นไปกินกลางวันกันที่ทะเลสาป ชมวิวและถ่ายรูปกันสักพักก็กลับคะ ขากลับเจอฝนด้วยทำให้การเดินของม้ายิ่งยากขึ้นเพราะเส้นทางลื่นนนนน เฮ้อจะรอดมั้ยเนี่ย.......



แต่ในที่สุดเราก็กลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพคะ เหนื่อยมากๆๆๆๆ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่ก็คุ้มคะ




วันถัดมาเราก็ตื่นสายสุดๆ แล้วเย็นๆ ก็ไปหาที่แช่น้ำแร่กันคะ น้ำแร่ที่นี่มาจากภูเขาไฟคะอุณหภูมิจากแหล่งกำเนิด 70 องศา แต่ด้วยความที่อากาศเย็นมากกว่าจะมาถึงที่สระน้ำอุณหภูมิก็ลดลงเหลือ 37 องศาคะ กำลังอุ่นสบายเลยก้อยแช่อยู่ได้นานเป็นเกือบ 2 ชม. ส่วนน้ำแร่ที่ญี่ปุ่นร้อนกว่ามาก แช่ได้แป๊ปๆ ก็ต้องขึ้นไปพักแล้วลงใหม่ แต่ที่นี่นั่งได้ยาวเลยคะ แถมบรรยากาศก็ชุ่มชื่น อยู่บนยอดเขา นึกแล้วอยากกลับไปอีกจัง


อ้ออีกอย่างนะคะที่นี่ไม่ต้องใส่ชุดวันเกิดคะ ใส่ชุดว่ายน้ำลงสระเลย ไม่ต้องเกร็งมาก อิอิ
















สดชื่นมากกกกคะ


อีกวันก็เดินทางกลับกัน มีราสเบอรี่ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย









ระหว่างทางฝนตกหนักมากคะ





ขากลับกำลังจะถึงซันติอาโกแล้วพระอาทิตย์กำลังตกดิน แสงสวยมากเลยคะ








กลับมาถึงก็พักต่อที่บ้านคะ นอนหลับอุตุเลย

หวังว่าทุกคนคงจะสนุกร่วมกันไปด้วยนะคะ มีความสุขมากๆ และสุขภาพแข็งแรงนะจ๊ะทุกคน



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2554 7:23:31 น.
Counter : 846 Pageviews.

14 comment
ยังมีฟันน้ำนม........ตอน 33 ขวบ
สวัสดีจ้าเพื่อนผองพี่น้อง หายหน้าไปหลายวันเนื่องด้วยไม่มีเวลามาเว๊บหน้าคอมเลย ยุ่งสุดๆ คะ อาทิตย์ที่แล้วออกไปข้างเกือบทุกวัน อยู่บ้านก็เร่งเย็บผ้าคลุมเตียงคะ



วันนี้จริงๆ ก็ยังยุ่ง เพราะต้องเตรียมของพรุ่งนี้จะเดินทางไปเที่ยวทางใต้ของชิลี แต่ไม่ใต้มากหรอกคะ ประมาณ 400 กม. ลงไปทางใต้ เป็นแหล่งน้ำแร่ จะไปแช่น้ำแร่บำรุงผิวสีน้ำผึ้งแท้ๆ ของสาวใต้ซะหน่อย เอิ๊กๆ



แต่ก่อนจะไปก็อดคิดถึงชาวบล๊อกแกงค์ไม่ได้คะ ต้องเข้ามาเขียนอะไรซะหน่อย



มีเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับ ฟ.ฟัน สะอาดจังคะ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ก้อยมาอยู่ที่ชิลีนี่ผิวแห้งมากกกก เพราะที่นี่อากาศแห้งสุดๆ แห้งจนเป็นผื่น และก็เป็นภูมิแพ้ด้วย ไปหาหมอแล้วหมอก็สัมภาษณ์โน่นนี่นั่นไปเรื่อย จนมาถึงเรื่องฟัน หมอถามว่ามีฟันผุไม๊ เพราะว่าหากมีฟันผุอาจส่งผลต่อความผิดปกติของผิวหนังได้เหมือนกัน และจริงๆ ก้อยก็มีฟันอยู่ซี่นึงที่ผุมากๆ มาจากเมืองไทย ก่อนย้ายมาไปรักษารากฟันไม่ทัน ก็เลยปล่อยไว้อย่างนั้น



พอหมอบอกแบบนั้นก็เลยไปหาหมอฟันคะ ก็รักษารากฟันซี่ที่รุนแรงเรียบร้อยแล้ว หมอฟันก็ให้ถ่ายเอกซเรย์ฟันทุกซี่ เพื่อดูว่ามีอย่างอื่นต้องทำอีกรึเปล่า ถ่ายเอกซเรย์เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นหมอก็โทรศัพท์สายด่วนมาหาอัลโดทันที โทรมาอย่างตื่นเต้นตกใจมาก



หมอบอกว่า.....ชลิกามีฟันน้ำนมอยู่ซี่ด้านหน้าหนึ่งซี่ เสี่ยงหลุดฟันหลอมาก และมีอีกหลายซี่ที่อุดมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลมีผุอยู่ใต้ส่วนที่อุด จ๊ากกกกก....



พออัลโดบอกก้อย ก้อยก็บอกว่าสงสัยหมอดูผิดมั้ง หรือว่าเค้าถ่ายเอกซเรย์ไม่ดีก็ได้ ก็ชั้นเนี่ยใช้ฟันหน้ากัดโน่น ดึงนี่ เปิดฝาอะไรต่อมิอะไรมาก็เยอะไม่เห็นจะเป็นไรเลย



คุณสามีก็เลยบอกว่าทางที่ดีไปหาหมอดีกว่า เพราะว่าหมอบอกว่าที่คลีนิกเค้าเปิดประชุมเร่งด่วน หมอฟันมาช่วยกันดูและหาแนวทางรักษาฟันของก้อย เพราะสุขภาพฟันแย่เหลือเกิน เอิ๊กๆๆ



วันรุ่งขึ้นก็เลยไปหาคุณหมอกัน พอได้ดูฟิล์มเอ๊กซเรย์ปุ๊บ จากที่เคยคิดว่าหมอดูผิด เราก็เห็นไปตามกับหมอด้วย เพราะภาพถ่ายเอกซเรย์มีหลายมุม และทุกมุมก็เห็นว่าฟันซี่นั้นไม่มีรากกกกก



ลองดูกันนะคะ ถ้าดูจากในภาพเห็นฟันกระต่ายอยู่ด้านหน้า และฟันซี่ที่ว่านี่อยู่ด้านซ้ายมือถัดจากฟันกระต่าย จะเห็นว่าซี่เล็กกว่าปกติและมีสีเหลืองมากกว่าฟันแท้ด้วย







อืม......แต่ขอบอกว่าค่ารักษาฟันที่นี่แพงเหลือเกิน ที่ทำไปแล้วได้ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-ชิลี 2 รอบแล้วคะ อยากจะร้องไห้ นี่ราคาลดพิเศษแล้วนะคะ เพราะเป็นหมอประจำครอบครัวของอัลโด อืมมม และกว่าจะได้ทำจริงๆ ก้อยก็หนีหมอฟันมาหลายรอบแล้ว อิอิ ตอนนี้ก็รักษาส่วนที่ผุ ขูดหินปูน ทำโน่นนี่ไปแล้ว หมอเอาส่วนที่อุดมาจากเมืองไทยที่เป็นอะมัลกัมสีดำๆ ออกหมดคะ ใส่วัสดุที่มีสีเหมือนฟัน ตอนนี้ก้อยก็อ้าปากกว้่างๆ ได้แล้วเวลาหัวเราะ ไม่ต้องอายใครแล้ววววว.....อิอิอิ



ส่วนฟันน้ำนมยังไม่ได้เอาออก หมอบอกว่าถ้าระวังดีๆ ก็จะอยู่ได้ไปถึงอายุประมาณ 40 ปี รอก่อนค่อยมาทำก็ได้ แต่ว่าต้องระวังมากๆ เพราะฟันซี่นี้อยู่ได้กับฟันสองซี่ด้านข้างที่คอยยึดไว้และมีตัวฟันยื่นเข้าไปในเหงือกนิดเดียวเท่านั้น.......



วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ ได้เขียนพอให้หายคิดถึง และต้องขอโทษด้วยคะที่ไม่ได้แวะไปทักทายหลายๆ คน เพราะยุ่งจริงๆ ไว้กลับมาจากเที่ยว 1 อาทิตย์ แล้วจะไปเยี่ยมทุกคนเลยคะ



รักษาสุขภาพและมีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2554 23:31:57 น.
Counter : 1923 Pageviews.

18 comment
1  2  3  

Adorable Corazon
Location :
Santiago  Chile

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



สวัสดีคะ ชื่อก้อยนะคะ เกิดปี พ.ศ.2520 คะ จะเรียกพี่เรียกน้องหรือป้าก็ได้นะคะ เพื่อความสนิทสนม อิอิ

ตอนนี้อยู่ที่ชิลีคะ เป็นประเทศที่ไกลจากเมืองไทยที่สุดก็ว่าได้ แต่ด้วยความรักที่คุณสามีมีให้เลยทำให้ตัดสินใจย้ายมาอยู่ซะไกลขนาดนี้

ยินดีที่รู้จักทุกคนในบล๊อกแกงค์นะคะ เวปนี้มีประโยชน์มากจริงๆ ก้อยได้เรียนรู้หลายอย่างจากเพื่อนๆ ในนี้ ทั้งการทำอาหาร การเย็บผ้า รวมถึงเรื่องน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย รักบล๊อกแกงค์และทุกคนในนี้มากคะ

ขอบคุณจริงๆสำหรับมิตรภาพที่ทำให้อุ่นใจแม้จะอยู่ห่างกันไกลแสนไกล ^_^