Airbnb : Allyson in Seoul (Sinseol-dong Station)


วันนี้เราจะไปพักกันที่ Airbnb อีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 แล้วล่ะ ที่ใช้บริการ

สะดวกดี และส่วนใหญ่เป็นห้องแบบในรูปเลยอ่ะ 
ที่สำคัญ จะมีคนมาเขียนคอมเม้นท์ไว้ถึงข้อดีข้อด้อย 
มันทำให้ช่วยตัดสินใจเลือกที่พักได้ง่ายขึ้นนะ

ครั้งนี้เลือกของ host ที่ชื่อว่า Allyson 
ที่พักอยู่สาย 1 สีน้ำเงิน หรือ สาย 2 สีเขียวก็ได้ ชื่อสถานี Sinseol-dong ในวงแดงๆ นั่น






เค้ามีห้องพักราวๆ 10 ห้องได้ในตึกเดียวกัน หน้าตาแนวๆ นี้แหละ ซึ่งถือว่าโอเคสำหรับเรา




เป็นห้องเตียงคู่ นอนได้มากสุด 4 คน แต่เรานอนแค่ 2 คนเท่านั้น




เตียงนี่กว้างใช้ได้ แบบนอน 4 คน ก็กำลังดีนะ

แต่เราว่าถ้าพักแบบเต็มแมกซ์ พื้นที่ห้องจะแน่นไปอ่ะ นอน 2 คนนี่หลวมกำลังดี




ในห้องก็จะมีแบบนี้แหละ มีโต๊ะให้ 




มีทีวี และไมโครเวฟด้านล่าง




มีตู้เย็นใหญ่โต เย็นเจี๊ยบ




ตู้เสื้อผ้า พัดลมพร้อม 
รองเท้าแตะทั้งแบบสลิปเปอร์ใส่ในห้อง และเเตะแบบไปเดินเล่นใกล้บ้านก็มีให้เช่นกันนะ




ไดร์เป่าผมก็มี ที่รองรีด เตารีดพร้อมสรรพ ที่ดูดฝุ่นด้วย






ส่วนครัวก็ตามนี้เลย หม้อชามรามไหพร้อม ตะหลิวทัพพีมี ต้มมาม่ากินได้ เพลินๆ 

แก้วน้ำ ช้อนส้อมตะเกียบ ที่รองหม้อร้อนๆ ยังมีให้อ่ะ กรรไกร มีด 




และมีเครื่องซักผ้าให้ด้วยนะ น้ำยาซักผ้าก็มี ครบมากๆ




ไปส่องในห้องน้ำ กันบ้างดีกว่า เปิดเข้าไป 




เป็นอดีตชักโครกแบบบิแด ที่ผันตัวเองมาเป็นธรรมดาแล้ว ไม่มีสายชำระให้นะ ใช้ทิชชู่เอาจ๊ะ




มีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ผืนเล็กให้ ทิชชู่สำรองเผื่อเราใช้กันหมด




เป็นฝักบัว ปรับอุ่น-เย็นได้ พร้อมแชมพู ครีมนวด และสบู่เหลว




ในห้องมีแอร์ให้นะ แต่ถ้าช่วงหน้าหนาว เขาจะเก็บรีโมทแอร์ไปเลยอ่ะ 

ซึ่งอากาศมันไม่ถ่ายเทไง พอถามโฮสท์ไป เขาบอกให้เปิดหน้าต่างเอา 
เราก็พยายามแล้ว แต่ถ้าเปิดเสียงรถข้างนอกมันหนวกหูมากๆ เลย นอนไม่ได้

สุดท้ายก็ เอาพัดลมมาเปิดแก้ขัด แต่อยากบอกว่าพัดลมมันหน้าเล็ก เลยรู้สึกว่า ไม่เย็นเท่าไร

ช่วงที่ไปพัก คือปลายเมษา ต้นพฤษภา

อากาศตอนเช้าและค่ำจะเย็นนิดๆ แต่ไม่ถึงกับหนาวสั่น กลางวันร้อนมากกกกกก

ดังนั้นการไม่มีแอร์เนี่ย ค่อนข้างหายใจลำบากเหมือนกันแหะ

ถ้าไปพักกันหน้าหนาว อาจจะโดนริบรีโมทแอร์อีกเป็นได้ 樂樂樂


วิวจากหน้าต่างที่ห้องพักชั้น 12 




ด้านล่างอาคารมีมินิมาร์ท CU อยู่ ให้ซื้อของได้ง่าย 
แต่ถ้าไปทางด้านหลังอาคารจะมีร้านกาแฟน่ารักๆ ด้วยนะ
ทะลุหลังตึกไปมี GS25 และร้านขายของชำ 
สามารถซื้อขนม มาม่า ของฝากทั้งเหล้า โซจู แบคจู มักกอลีได้ ในราคาย่อมเยา
เดินเลาะๆ แถวนี้มี 7-111 อีก และมีร้านอาหารหลายร้านให้ฝากท้องสบายๆ

แต่ถ้าออกจากหน้าตึกเดินไปทางขวาสัก 10 นาที จะเจอ e-mart ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่
ใครใคร่ซื้อของจริงจัง ก็เชิญเลย แต่ขาเดินกลับที่พัก จะหนักนะ 

การเดินทาง

ไปกลับจากสนามบินโดยแอร์พอร์ตบัส นั่งสาย 6002 ลงป้าย Sinseol-dong 
ขารถเที่ยวละ 10,000 วอน ใช้เวลาเดินทางราวๆ 1.30 ชั่วโมง

ส่วนเวลาไปไหนมาไหน 

1. หน้าบ้าน มีป้ายรถเมล์ 
สามารถนั่งสาย 421 ไปได้ทั้งมยองดง ยาวไปถึงคังนัมแน่ะ! เริ่ดมาก
ในวงๆ นั่นคือ CU นะ ชั้น 1 ของตึกที่เราพักนั่นเอง

เดินไม่ไกลเลยใช่ไหมล่ะ




2. ถ้าจะนั่งรถไฟใต้ดิน นั่งได้สองสาย

สาย 1 สีน้ำเงิน  ทางออก 11 จะใกล้สุดและสะดวกเพราะมีลิฟท์ให้ 
ออกมาแล้วข้ามถนน ข้ามสี่แยกใหญ่ๆ เดินตรงๆ ไปอย่างเดียว ก็จะจเจอที่พักอยู่ทางขวามือนี่แหละ

สาย 2 สีเขียว  ทางออก 10 ออกมาแล้วเดินเลียบซ้ายไป 
เจอทางม้าลายแรก ข้ามมา เดินไปทางซ้ายมืออีกนิด ก็ถึงที่พักแล้ว ใกล้มากๆ  


ก็จดบันทึกไว้ อาจจะกลับไปพักอีกก็ได้นะเนี่ย

Smiley





Create Date : 18 พฤษภาคม 2560
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 11:16:43 น.
Counter : 716 Pageviews.

0 comment
K’s House Tokyo ที่พักสบายๆ กลางใจโตเกียว

ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับที่นี่ แค่ไปพักมาแล้วถูกจริต จึงขอบอกต่อ

ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงกับที่นี่ แค่สต๊าฟน่ารักถูกใจ อิอิ

กับที่พักราคาไม่ทรมานกระเป๋าเหมาะแก่นักเดินทางไปหลงไปแบบเรา 

K’s House Tokyo 

จะบอกว่า จริงๆ ตั้งใจไปพักในเครือสารพัดสาขาของ Khaosan ยอดฮิตอ่ะนะ 

แต่ส่งเมล์ไปถามล่วงหน้า 8 เดือนได้ เขาตอบมาว่า “ไม่ว่าง” ฮู้ยยยย อะไรจะฮิตขนาดนั้น

ก็เลยเสิร์ชๆ หาเอาในเน็ตมีอะไรน่าสนใจ จนมาเจอที่นี่เข้า รีวิวน้อย แต่น่าสนใจ 

ทุกอย่างดีครบสมประสงค์เรา ก็เลยจอง

แต่ที่นี่ก็ให้จองล่วงหน้าได้ 6 เดือนเช่นกัน ก็เลยพอระบุว่าจะไปวันไหนได้ ก็นั่งจดๆ จ้องๆ 

จนได้เวลา ก็เข้าไปจองทันใด 

เข้าไปจองที่นี่นะจ๊ะ


ทำการจองแล้วจะมีมัดจำ 10% ด้วยนะจ๊ะ ตัดบัตรเครดิต



เครือ K’House นี่ก็มีหลายสาขา หลายเมืองอยู่ น่าสนใจไปทุกเมืองเลย (ไว้จิตามไปพัก อิอิ)





 สำหรับสาขาที่โตเกียวมีสองที่ คือ โตเกียวเฉยๆ กับ โตเกียว โอเอซิส

ที่ๆ เราไปพักมาคือโตเกียวเฉยๆ มีทั้งห้องเดี่ยว ห้องคู่ ห้องสามคน ห้องสี่คน หรือห้องดอร์ม 

เลือกเอาเลยตามต้องการ สำหรับราคา หาอ่านในเว็บเขาเอาเนอะ

ห้องที่เราไปพักมาคือห้อง Triple ราคาคนละ 3,300 เยน / คืน แต่คืนศุกร์และเสาร์คิดคืนละ 3,600 เยนจ๊ะ

วิธีเดินทางไปที่นี่ อย่าเชื่อเว็บ จงไซต์เชื่อเราเหอะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เราผู้ซึ่งเดินเป็น 4 เหลี่ยมมาแล้วแทบทุกวัน (คือหลงไม่เป็นวงกลม หลงเป็นสี่เหลี่ยม ไกลเข้าไปอีก) 

คุ้นเคยกับทางเข้าออกที่นี่อย่างดี นับเป็นผู้รู้จริงคนหนึ่ง หลงจนวินาทีสุดท้าย เรียกว่าโง่กันทุกวัน มาฉลาดเอาตอนกลับ 

จากสนามบินนาริตะ ลงมาชั้น A2 เลยจ๊ะ ไปนั่ง Keisei Limited Express ราคา 1,100 เยน 

ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง 

(เราไม่รีบ รีบไปก็เช็คอินยังไม่ได้อ่ะนะ และเราจำกัดวงเงินด้วย เราเน้นประหยัด หรา...) 

นั่นแหละ คือหลับไปตื่นนึงได้เลย แล้วลงที่สถานี Aoto 

ใครจะเดินทางวิธีอื่น อ่านได้จากเว็บเขานะจ๊ะ

ลงในที่นี้คือแค่ออกจากขบวนมา แล้วเปลี่ยนฝั่ง (คล้ายๆ สถานีสยามบ้านเรา) มาฝั่งตรงข้าม 

มองป้ายบนหัว หาสาย Asakusa Line เลือกขบวนที่เขียนว่า ไป Nishimagome, Haneda 

ประมาณนี้นะ แล้วขึ้นไปเลย นั่งไปจนถึงสถานี Kuramae แล้วลง ลงของแท้แน่นอน

ที่นี่ล่ะ ตามเว็บไซต์ใครว่าไงไม่รู้ แต่จงเชื่อเรา 

ในเว็บเดิมว่าให้ลง A2 เราทำตาม.....ขาขึ้นพร้อมกระเป๋าหนักๆ นี่พอทำใจ เพราะยังมีบันไดเลื่อน 

แต่ขากลับถ้าต้องมาทางนี้ และขาลงมีแค่ขั้นบันไดสามัญแห่งนครโตเกียว....สาบานได้ว่า ตายแน่ๆ

 อ่ะ มาเดินต่อก่อน

ออก A2 มาเนี่ยนะ ให้เลี้ยวขวา ข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาอีก พอเจอธนาคาร Mizuho ก็เลี้ยวซ้าย 
ลากกระเป๋าครืดๆ อะไรก็ไม่รู้ เหนื่อย ไกล หลง กว่าจะเจอที่พัก / ทางนี้ ไม่ผ่าน เลิก!

ส่วนเว็บใหม่ว่าให้ออกทางออก A6 หลังจากไปเดินมาแล้วพบว่า ออกสถานีมาแล้วเลี้ยวซ้ายแล้วเข้าซอยซ้ายมือแรก 
เดินตรงไป 1 นาที ถึง!! / ทางนี้เกือบผ่าน ติดแค่ว่า ขากลับเจอขั้นบันไดอีก ตายเหมือนเดิม

ทำไงดี?

ถ้าออก A5 จะไปโผล่ที่ฝั่งตรงข้าม ทางลงลิฟท์จะอยู่ข้างๆ Lawson เดินลากกระเป๋าข้ามถนนมา
ก็โอเคอยู่ ติดแค่อันนี้มัน Oedo Line ไม่สามารถไปกลับสนามบินได้จ๊ะ

แต่ทางที่เราขอแนะนำทุกท่านแบบสุดใจขาดดิ้นคือ A0 ค่ะ 

ไม่ว่าคุณจะมาถึงหรือกำลังจะกลับ ออกทางนี้เลย เชื่อเรา มันมีลิฟท์เหมาะแก่กระเป๋าเดินทางมากๆ

เดินเข้าสุด A0 นี่ จะเจอลิฟท์ออกจากลิฟท์มา เดินเบี่ยงซ้ายไปตามทางข้างหน้านี่ 
เลยศาลเจ้าไปนิดเดียว เดินแค่ 2-3 นาทีก็เจอที่พักแล้ว บันไซ ไชโย!!!

ทางนี้ดีสุด เชื่อเราเหอะ สถานี Kuramae ทางออก A0 นะ 
ไม่ว่าจะมาถึงวันแรก มาอยู่หลายวัน ไปเที่ยวมาจนเหนื่อย หรือวันจะกลับ ขอแนะนำ A0 จ้า

ทางนี้มารู้เอาวินาทีจะกลับ หลังลากกระเป๋าครืดๆ มาเป็นที่อนาถาต่อสายตาประชากรญี่ปุ่น 

ลุงร้านหนังสือคนนึงก็เดินมาบอกว่า “อิหนู เอ็งเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวานะ มันจะมีทางลงสถานีอยู่ มีลิฟท์ด้วย” 

เอ๊ะ ... คือนี่ตั้งใจจะไปอนาถาที่ A2 เช่นขามาอ่ะค่ะ พอลุงบอกเราก็เลยเลี้ยว อ้าว ไม่มี 

(จริงๆ ก่อนเลี้ยวขวา มันจะมีป้ายบอกนะว่าเลี้ยวไปแล้วเจอทางลงสถานี แต่ไม่มองกันไง) 

ลุงก็วิ่งตามมาบอกอีก ไม่ใช่เลี้ยวนี้ ไปอีกๆ จนเราเลี้ยวถูกขวา 

หันกลับไป ลุงยังยืนไกลๆ คอยมองส่งว่าเรามาถูกทางหรือยัง ..... ลุง หนูรักลุง ขอบคุณมากค่ะ!!

 โค้ง 90 องศา ขอบคุณลุงเลยทีเดียว

เดินไปถึงหน้าลิฟท์กะว่ารอดตายแล้ว ทันใดนั้น สายตาก็มองไปเห็นว่า เฮ้ยยยยย 

ถ้าออกทางนี้ เดินไปนิดเดียวก็ถึงที่พักนี่หว่า แล้วที่ผ่านมา ฉันโง่อะไรยู้ววววววววว ... 

แล้วเว็บไซต์ที่นี่ ทำไมไม่บอกว่ามาทางนี้สะดวกกว่ามากเหอะ บอกทำไม A2, A6 นั่น มันลำบากนะ

 ฉันโกรธ แหง่มๆ จำไว้เลย

อ่ะ พล่ามมามาก ย้ำอีกที 

K’House Tokyo สถานี Kuramae ของ Asakusa Line ทางออก A0 นะ
ออกลิฟท์มา เดินเบี่ยงซ้ายนิดนึง เดินตรงไปตามทางแค่ 3 นาทีก็ถึงที่พักจ๊ะ 




ที่พักของเราเป็นตึกเหลืองๆ ตามนี้ อันนี้มองจากถ้าเดินมาทาง A2, A5, A6, A7 นะ 




มาได้หลายทางออก ขึ้นอยู่กับว่าอ้อมมาก อ้อมน้อย

แต่ถ้าออก A0 มาก็เดินเลยเซเว่น และศาลเจ้าไปนิดนึง ก็ถึงแล้ว 

ทางออก A0 อยู่สุดซอยนี้นั่นแหละ ตรงๆไป เดินเลยตึกเหลืองไปก็เห็น ไม่ไกลๆ 

มาถึงหน้าบ้าน จะเจอป้ายต้อนรับอยู่ มีชื่อเขียนไว้ จะได้รู้ตัวกันว่ามาถูกที่แล้วจ้า เข้ามาได้เลยยยยย




ถอดรองเท้า เปลี่ยนเป็นสลิปเปอร์ที่เขาเตรียมไว้ให้ แล้วเช็คอินตรงนี้เลยจ๊ะ 




สต๊าฟที่ดูแลการมาถึงของเราซื่อ คาซึ เป็นหนุ่มน้อย (เอาง่ายๆ คือเด็กกว่าตรูชัวร์) 

ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี อธิบายทุกอย่างเรียบร้อย และสุภาพ

คาซึบอกว่าห้องว่างพอดี เข้าพักเลยก็ได้นะ พร้อมมองหน้า .... 

คือเดินมาไกล ลมตีหัวกระจุย สภาพคงอุบาทว์มาก ได้แต่เอามือลูบผมเบาๆ 

คาซึลุกออกจากเคาท์เตอร์แล้วออกมายืนแนะนำที่พัก

อุ๊ แม่เจ้า .... นางเป็นชายญี่ปุ่นที่สูงผิดมาตรฐาน น่าจะ 180 อัพล่ะมั้งเนี่ย


อันนี้เป็นที่นั่งเล่น 







อันนี้โซนเสื่อตาตามิ มีทีวีจอเบิ้มให้ดู




บรรดาสต๊าฟที่นี่ 




อีกคนโยชิ ก็น่ารัก อารมณ์ดี ช่างคุย และแนะนำดีมาก “เย็นนี้ฝนจะตก 60% นะ เอาร่มไปซิ” 
เราไม่เชื่อ (อีกนัยคือขี้เกียจ) ตกตอนเย็นก็เดินตากฝนท้าทายอำนาจโยชิกันไปนะจ๊ะ

ตู้เย็น อยากแช่อะไรก็แช่ แต่ให้แปะชื่อและวันเช็คเอ้าท์ไว้ด้วย มีสองตู้ แต่เราไม่เคยใช้ วะฮ่าฮ่า







ขนมปัง ชา กาแฟ บริการฟรี 




ทีนี้ไปห้องพักกันบ้าง  ที่นี่มีห้องพัก 4 ชั้น และดาดฟ้า 




มีลิฟท์ด้วยจ้า ไม่ต้องกลัวขนของหนัก แต่ยัดเข้าไป 2-3 ใบกับหนึ่งคนก็เต็มแล้ว 




ดังนั้น เราเดินขึ้นบันไดก็ได้จ๊ะ




โถงทางเดิน




ล็อกเกอร์เก็บของมีค่าสำหรับคนที่พักห้องดอร์ม




ห้องแบบสามคน เปิดประตูเข้าไป




มีหนึ่งเตียงเดี่ยว และ หนึ่งเตียงสองชั้น 






มีแอร์ ฮีทเตอร์ ทีวี กระจกบานน้อย ไฟฉาย ไม้แขวนเสื้อคนละอัน และถังขยะ

พื้นที่.....จำกัด 5555555555 ตามประสาที่พักแนวประหยัดของญี่ปุ่น พื้นที่จำกัด 

เปิดกระเป๋าได้ทีละคน และไม่ค่อยมีที่วางของ ดังนั้นจะใช้อะไรก็หอบขึ้นเตียงใครเตียงมันไปล่ะกัน


ห้องน้ำของที่นี่ ไม่ใช่ห้องน้ำในตัว เป็นห้องน้ำรวม มีทุกชั้น แต่สะอาดมากๆ 

เป็นห้องใหญ่ๆ ที่เปิดเข้าไปจะเจอสองห้องน้ำ และอีกสองห้องอาบน้ำอยู่ในนั้นด้วยกัน

ตอนแรกคิดว่าจะแย่งกันใช้ ไม่พอ แต่เอาจริงไม่เลย 

อาจเพราะวิธีเดินทาง แพลนต่างกัน เวลาใช้ห้องน้ำเลยไม่ชนกัน

เช่น เรา และเชื่อว่าคนเอเชียส่วนใหญ่มักจะตื่นเช้า ออกไปโน่นนนนนน กลับมาก็ค่ำ อะไรงี้เนอะ

แต่พวกฝรั่งโดยมากจะตื่นสาย ออกสาย และกลับดึกงี้

เวลาใช้ห้องน้ำเลยไม่ค่อยชนกันเท่าไร

ห้องน้ำที่ชั้นเรานั้น เปิดเข้าไปขวามือจะเจอมุมล้างหน้า มีไดร์เป่าผมไว้บริการ




ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องน้ำชาย-หญิง แยกกัน




นี่ห้องผู้ชาย




และห้องน้ำหญิงแบบบิแด 




กดน้ำทีน้ำไหลลงเครื่องหอมตรงด้านหลังด้วย ห้องน้ำเลยหอมตลอดๆ




ส่วนห้องอาบน้ำมีสองห้อง แบบฝักบัวห้องนึง




และแบบอ่างโอฟุโระอีกห้องนึง 




มีแชมพู ครีมนวดผม (ใช้ดีมากๆ) และสบู่ไว้บริการ







เวลาอาบก็เอาเสื้อผ้าไว้ในตะกร้าตรงส่วนแห้งนะ เข้าไปอาบส่วนเปียกเสร็จก็มายืนแต่งตัวต่อได้

การอาบแบบแช่อ่าง สบายมากกกกกก 

ในวันที่คุณเผชิญอากาศเย็นมาและเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวมาทั้งวัน แนะนำให้ลอง


และเนื่องจากเป็นห้องน้ำรวม อาการตระหนกจึงบังเกิดเป็นระยะ 

เช่น ยืนแปรงฟันอยู่ มีผู้ชายเปิดผัวะเข้ามา ต่างคนต่างสตั๊นท์ไปชั่วอึดใจ 

ก่อนฝั่งนั้นจะพูดว่า “ซอรี่” แล้วก้าวงุดๆ เข้าห้องน้ำชายไป ส่วนเรายืนปรับใจ แปรงฟันต่อ 5555555 



ที่นี่มีสี่ชั้น ถ้าขึ้นไปชั้น 4 จะเจอดาดฟ้าด้วยนะ ไว้ตากผ้าได้ 





ถ้าได้อยู่ชั้นนี้ คงยึดอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ พอดีไม่ได้อยู่เลยไม่อยากขึ้นมาตาก 

ปีนบันไดไปดาดฟ้ากัน




บนนี้บางทีก็มีไว้สังสรรค์ ว่ากันไป









มีเครื่องซักผ้าไว้บริการ สอบถามพนักงานได้

มีผ้าเช็ดตัวให้เช่าด้วย ผืนละ 100 เยนตลอดอายุการใช้งานของคุณที่นี่ 


นอกจากสต๊าฟน่ารัก.....คาซึของเจ้......

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือความปลอดภัย ที่ “ไม่มีเลย” #หัวเราะน้ำตาเล็ด

คาซึบอกว่า “นี่คือกุญแจไขห้องนะ และประตูบ้านเราปิดสี่ทุ่ม 
ถ้ากลับมาหลังสี่ทุ่มก็เอากุญแจห้อง ไขเข้าบ้านได้นะ” จ๊ะ ที่รัก ว่าไงว่าตามกัน แต่เอ๊ะ....

กุญแจห้องเราไขบ้านเราได้ > กุญแจห้องอื่นก็ต้องไขเข้าบ้านเราได้เช่นกัน = กุญแจห้องเราคือกุญแจห้องคนอื่น

สรุปว่าทุกห้องที่นี่ใช้กุญแจดอกเดียวกันเรอะ!!!


คืออารายยยยยยยย คือสรุปออกไปเที่ยวทุกวัน ล็อกห้องไปก็ไม่มีประโยชน์ใช่ป่ะเนี่ย 

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรสูญหายจ๊ะ นอกจากขยะในถังที่โดนเก็บไปทุกวัน

แบบแม่บ้านไม่มั่นใจว่าทุกอย่างในห้องควรทิ้งหมดเลยไหม เพราะในห้องอลังมาก ดูเป็นขยะไปซะหมด 555+

อีกอย่างคือใกล้ๆ นี่มี 7-eleven จ๊ะ ออกจากบ้านไปทางขวา เดินไม่ถึง 20 ก้าวก็ถึงเซเว่นแล้ว 

หิวเมื่อไรก็แวะไป ของกินเยอะแยะไปหมดน่าสนุก


หันหลังกลับมา ตรงข้ามเซเว่นก็มีศาลเจ้า ชื่อว่า Kotenrakugo Yukari no Jinja ด้วยนะ 













และจากนี้เดินไปไม่ไกลก็ถึงวัดเซนโซจิด้วย (ถ้าไม่หลงแบบเราซะก่อน)

 คาซึอธิบายมาดีมาก และเราก็หลงมากเช่นกัน 

เดินเข้าไปเถอะ เป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า จนกลับมาหน้าบ้าน ถึงได้เจอลุงใจดีบอกทางให้ 

ผู้สูงอายุที่นี่ใจดี เห็นเราทำท่าเงอะงะเมื่อไร มาถามทุกทีไปว่าจะไปไหนกันจ๊ะ


สรุปทางง่ายๆ นะ จากที่พักใครอยากไปวัดเซนโซจิ หรือวัดอาซะคุสะ โคมแดง ก็


1. ออกบ้านมาเลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวาไปทางถนนใหญ่จนเจอธนาคาร Mizuho





2. แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีตรงแยกใหญ่ เดินตรงไปเรื่อยๆ 10 นาที ถึง ง่ายเนอะ




อย่าถามว่าเราไปหลงไหนมา ตอบไม่ถูก 5555555 

เดินไปตามเส้นส้มนะ ถึงชัวร์

แผนที่ได้มาจากที่พัก ละเอียดดีมาก บอกแหล่งช้อป บอกร้านอาหารไว้อย่างดีด้วย 

แต่อ่านวันแรก หลงแหลก.....มาอ่านวันนี้ เข้าใจทุกเส้นถนนอ่ะ #หัวเราะหนักมาก

สรุป เราชอบที่นี่ ไปมาสะดวก ใกล้รถไฟ มีมินิมาร์ทใกล้ตัว 

สะอาด สต๊าฟดี ราคาโอเค ไว้จะกลับไปอีกแน่นอนนะคาซึ 555+

ถ้าใครจะไปพักที่นี่ก็ขอให้เดินทางสะดวก อย่าหลงเยอะแบบเรานะ 

แม้การหลงทางจะทำให้รู้จักทางดีขึ้นก็เถอะ ^^


ปล. K’s House ย่อมาจาก Kazu's House หรือป่าว เอาจริงๆ แอ๊กกกกก





Create Date : 28 ธันวาคม 2558
Last Update : 29 ธันวาคม 2558 10:17:22 น.
Counter : 1774 Pageviews.

0 comment
Hongdae Guesthouse, Korea
ฮงแดเกสท์เฮาส์นี่ เคยมาพักครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว

ครั้งแรก นู่นนนนนนน ตามหลังเพื่อนๆมา 1 คืน มาถึงห้องเละไปแล้ว ถ่ายไม่ได้ ฮ่าาาาาา

จำได้ว่าครั้งนั้นก็สะดวกสบายดี แต่ห้องแคบไปนิด

ครั้งนี้มาลองใหม่ได้ห้องชั้น 15 ห้อง 1511



ประตูเป็นแบบกดรหัสเอา ไม่ต้องห่วงกลัวพกกุญแจไปมาแล้วทำหาย แต่จงห่วงกลัวจำรหัสไม่ได้มากกว่า

ที่พักบางที่ก็ยังเป็นกุญแจอยู่ แต่หลายๆที่ก็เป็นรหัสหมดแล้ว กดทีไร นึกว่าตัวเองเป็นนางเอกซีรี่ส์เกาหลีทุกที 555

เปิดประตูไป ว้าววววววว กว้างขวางใช้ได้เลยๆ วิวก็สูงและมองเพลินด้วย





จองไว้เป็นห้อง private 4 persons ราคาสนนอยู่ที่คืนละ 120,000 วอน

เข้าห้องมาซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ขวามือเป็นครัว เดินตรงเข้าไปเป็นเตียงจ๊ะ

สูงไปนิดแต่ก็เรียกได้ว่าคุ้มกับราคาที่จ่าย เพราะ


1.เดินทางสะดวก อยู่ที่สถานี Hongdae ipku (ฮงแดอิบกุ หรือ Hongik University) ทางออก 1
ซึ่งตอนนี้ทำทางออกใหม่ได้ชื่นใจนักเดินทางมาก เดิมทีทางออกนี่เป็นบันไดสู่สวรรค์ คือสูงและหลากขั้น
เวลาขนกระเป๋าเดินทางที ชีวีแทบสิ้นแน่ะ
แต่ตอนนี้ทำเป็น shopping center ล่ะ เลยมีทางขึ้นลงเป็นบันไดเลื่อนให้ชื่นใจมากๆๆๆๆ

เห็นมะๆ ทางออก 1 ไปทางซ้ายนะ





แล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนมาเรื่อยๆ สองรอบ





ถึงแล้ว พื้นถนน เย้!!



ตัวเกสท์เฮาส์นี่ก็ขึ้นทางออก 1 ปุ๊บเลี้ยวซ้าย เดินอีกไม่ถึง 10 ก้าวก็ถึงแล้ว ตึก Dunkin Donut

สะดวกมาก เพราะเรียกว่าติดรถไฟใต้ดินสุดๆไปเลย เพราะฉะนั้น ราคาแบบนี้จึง "รับได้"


2.ห้องส่วนตัวและมีห้องน้ำในตัว ไม่ต้องไปร่วมกะใคร ใช้แค่กะเพื่อนเราก็จะตบตีกันจนตายแหละ

ห้อง 4 คน มีเตียงคู่หนึ่งเตียง และคอกหมาน้อยอีก 2 เตียง น่ารัก ชอบ กันดิ้น กลิ้งตกเตียง ฮ่าาาาาาา







ผ้าห่มสีฟ้านี่เป็นอะไรที่ดูดวิญญาณมาก ห่มแล้วไม่อยากออกมา อยากมุดตัว พันตัวเองไว้ตลอดเวลา

อยากเอากลับบ้านด้วยนะ ว่าไป

มีผ้าห่มสีฟ้าเนื้อหนาผืนใหญ่ ผ้าห่มเนื้อบางอีกผืน เอาไว้ห่มเล่น??? และมีผ้าเช็ดตัวให้คนละผืน ^^

ห้องน้ำมีน้ำอุ่นน้ำเย็นให้ มีไดร์เป่าผมให้ พื้นที่กว้างขวางดี อาบน้ำสบายๆ








3.ในห้องมีตู้เย็นให้ มีครัว build in ให้ หม้อ ชาม จาน แก้ว ซื้ออาหารมาแช่ได้ มาทำเองก็ได้ สะดวกสบาย ประหยัด




4.มีตู้น้ำเย็นให้กด อันนี้ประหยัดได้เยอะ บ้างที่ไม่มีให้ต้องซื้อน้ำกันมาทุกวันๆก็เปลืองพอดู
เพราะน้ำที่เกาหลีขวดเล็กๆก็ 700-800 วอนแล้วล่ะ




5.ตู้เสื้อผ้า ไม้แขวน



6.มีบริการให้เช่าน้องไข่ด้วยนะ สนนราคาถูกกว่าเช่าจากสนามบินตั้งแยะแน่ะ
ที่สนามบินคิด 8,800 หรือ 5,500 วอนต่อวัน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ได้รับ แต่ที่นี่มีรุ่นนี้ในราคา 3,000 วอนต่อวันเท่านั้น

ถูกจริงจริ๊งงงงง

แต่ค่าประกันแสนนึงนี่ เอิ่มมม.....คือถ้าสมมติจ่ายประกันเป็นเงินสดไป
พอวันจะกลับ เราคืนน้องไข่ เท่ากับจะได้เงินแสนมาเอาวันสุดท้ายเลยนะ
เหลือเงินกลับบ้านตรึมเลยซิงั้น ไม่เข้าท่าแหะ 55555




7.ทุกเช้ามีขนมปัง แยม เนย กาแฟ ชาและกาแฟแบบซองให้ เติมให้ทุกวัน
วันไหนอยากได้แยมเยอะๆก็เขียนโน้ตบอกไว้ แมรี่จะเพิ่มให้ไม่คิดเงินจ้า



วันไหนคึกๆก็ปิ้งขนมปัง แล้วข้ามฝั่งวิ่งไปมินิมาร์ท GS25 หาซื้อรามยอนมา คิมบับมา ต้มๆเอา ออกมาได้ดังนี้ กินอิ่มเลย หุหุ



เพิ่มนมกล้วยเรนเจอร์เข้าไป อิ่มจนจุก




8.สำคัญสุด โปรดอย่าลืมว่านี่คือ "ฮงแด" สวรรค์ของทั้ง local และต่างชาติอย่างเรา
เดินกันทั้งวัน มันส์ขนาดนี้ ราคาจึงเรียกว่าคบได้นะจ๊ะ

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือการจองที่พัก เมล์ไปจองได้เลยกับแมรี่ ผู้จัดการของที่นี่ได้เลย เป็นคนเกาหลี อายุอานามน่าจะ 40+

แต่อารมณ์ดี คุยง่าย ภาษาดี และเป็นกันเองมากๆ น่ารักเสมอ

สำหรับคนที่จะไปเกาหลี พักที่นี่ก็ได้นะ เราชอบ

ตึกดังกิ้นนี่ดังอยู่สองที่คือ Ann Guesthouse และ Hongdae Guesthouse นี่แหละ อยู่ตึกเดียวกันเลย
สไตล์และราคาห้องพักก็ประมาณเดียวกัน ชอบมั่กๆ



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2557 16:54:09 น.
Counter : 6083 Pageviews.

0 comment
Grape Garden House, HongDae

ที่พักอีกที่ ที่ทั้งอยากแนะนำและลังเลคือที่นี่

Grape Garden House

เป็นทีพักชิคๆย่านฮงแด อ่ะๆ สนแล้วล่ะซิ

ขึ้นชื่อว่าฮงแด ใครๆก็อยากมาพักเนอะ เพราะอยู่ในทำเลฮอตฮิตสุดๆของนักท่องเที่ยว

ถ้าเดินทางตามที่ในเว็บว่าไว้ คือลงสถานีฮงแด หรือ Hongik University ทางออก 7 หรือ 8 ก็ได้

แต่เราออกทางออก 7 ซึ่งมันมีบันไดเลื่อนให้ สะดวกในการขนกระเป๋าเดินทางขึ้นลงมากกว่า

แต่พอออกมาจากทางออกได้ คุณพระ!!! ลืมถ่ายรูปมาประกอบ 555

จะเจอบันไดอิฐให้อุ้มกระเป๋าลงประมาณ 30 ขั้นได้ ตายตอนนี้แหละ

ขาไป ขาลงบันได ไม่เท่าไร สัมภาระไม่ก่อปัญหา

ขากลับและขาขึ้นพร้อมกระเป๋าที่อัพเลเวลความหนักมาแล้วนั้น

ชีวิตจะพังเอานะ

ลงบันไดก็เลียบขวามาเรื่อยๆเลย เดินตรงไป จนถึง Cafe Planet Bakery

มองไปทางซ้ายจะเจอซอยที่มี 7-11 อยู่อ่ะ ก็เข้าซอยนั้นไป

(ขออภัยจริงๆไม่ได้ถ่ายรูปหนทางมา เนื่องจากนอนแค่คืนเดียว ก็ขนกระเป๋าไปมา เหนื่อยจนลืมถ่ายรูป)

พอเข้าก็เดินต่อไปพักใหญ่ๆ

ถ้าเดินเช้าๆสายๆ ก่อนเที่ยงนี้จะเหนื่อยหน่อย

แต่ถ้าเดินหลังเที่ยงไปจนถึง 3-4 ทุ่มจะเหนื่อยมาก

เพราะร้านรวงพรึ่บ!!! การเงินอาจร่อยหรอ แค่จังหวะเดินกลับบ้านนี่แหละคู๊นนนน

สมเป็นฮงแดจริงๆ

อ่ะ เดินตรงๆไปนะ จนเห็นร้านเสื้อผ้า "A" และ 7-11 อีกสาขาอยู่ขวามือ ให้มองซ้ายมือนะ มีซอยอยู่

ไอ้ร้านเสื้อ เอ นี่ เด่นจริงจังนะ เห็นชัดมาก ใครไม่เห็นนี่ตรวจสายตาด่วนเลย

พอเห็นเอ จะเห็นซอยอยู่ซ้ายมือ แค่มองเข้าไปในซอยก็เห็น Grape Garden House แล้วล่ะ

มีป้ายแบบนี้โชว์อยู่



เดินเข้าไปเลย



เข้าไปจะเจอฝรั่งนั่งพรึ่บ!!! วันนั้นที่ไป ที่นี่เต็มไปด้วยฝรั่งทั้งเยอรมัน โปรตุเกส สวิตฯ

มีเราเป็นเอเชียอยู่คนเดียว แบ๊วๆๆๆ

ได้ยินมาว่าเจ้าของคนเกาหลีชื่อคุณยู แต่คนที่มารับรองเรากลับเป็นฝรั่งสาวชื่อซูแทน 555

ซูเหมือนคนที่อยู่ที่นี่มานานหรือเจ้าของบ้านไว้ใจให้ดูแลไงก็ไม่รู้นะ

แต่ซูมาพาเราไปเช็คอินและแนะนำ อธิบายทุกอย่างในการพักที่นี่

ซู ไม่รู้สัญชาติ ไม่ได้ถาม แต่เป็นฝรั่งแท้ๆที่.......

หากคุณจะไปพักที่นี่และบังเอิญเจอซูแบบเรา เตรียมหูให้พร้อม นางอาจไม่ได้สปีคเร็วเว่อร์ แต่นางพูดๆๆๆๆๆๆๆไม่หยุด

โปรดมั่นใจว่าภาษาอังกฤษคุณใช้งานได้จริงนะ 5555

วันนั้นนึกว่าสอบ TOEIC อยู่เลยทีเดียว

อันนี้ common room มานั่งเล่น ดูทีวีได้ ฝากกระเป๋าได้ มีไวไฟฟรีให้ใช้ได้ทั่วบ้านจ๊ะ



อันนี้ส่วนครัว เหมือนกับทุกที่ กินแล้วโปรดล้าง แช่ของในตู้เย็นให้แปะชื่อและอย่ากินของๆคนอื่น



ขนมปังให้ปิ้ง เนย แยมอยู่ในตู้เย็น

ถังขยะแยกประเภทด้วยนะจ๊ะ



ทีนี้ไปดูห้องที่พักบ้าง

ชั้นหนึ่งข้างบันไดมีห้อง dorm 4 เตียงอยู่ มีคนพัก เราเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา

ชั้นสองก็มีห้องอีกเป็นห้องแบบสอง และสามคน

แต่เราอยู่ชั้นสาม หอบกันเหนื่อยเลยกระเป๋า

ห้องสามนี่กว้างขวางมาก นอนได้ 3 คน แต่ถ้าจอง 2 คนก็ให้นอนสองคนนี่แหละ สบายๆ





ราคาคืนล่ะ 50,000 เอง มาตรฐาน แต่ดีงามเพราะห้องกว้างดีอ่ะ ชอบๆ

แต่ถ้าเข้าพักสามคนจะราคาคืนล่ะ 72,000 นะ

ไม่มีผ้าเช็ดตัวให้นะ แต่ถ้าขอซูจะเอามาให้จ๊ะ

ในห้องมีแอร์ให้ นอนสบายๆชิลๆมาก

ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม มีอยู่สองห้องที่ชั้นหนึ่งและชั้นสอง

แต่เราว่าแคบไปหน่อย อาบทีเปียกทั้งห้อง ตรงที่จะแขวนเสื้อผ้าก็น้อยไปด้วยอ่ะ



ส่วนชั้นสองมีดาดฟ้าให้ตากผ้าได้ นั่งเล่นได้ด้วย


รูปนี้ cr.GrapeGardenHouse

โดยรวมชอบที่นี่นะ ราคาดี โลเกชั่นดี ผู้คนดี(ฝึกภาษา)

เสียตอนขนกระเป๋า เหนื๊อยยยยยย เหนื่อยยยยย



Create Date : 18 กรกฎาคม 2557
Last Update : 18 กรกฎาคม 2557 10:45:10 น.
Counter : 4118 Pageviews.

0 comment
G-Hostel ที่พักเบาๆ ณ กงด๊อก
ที่พักใหม่ ไปแอบนอนมาคราวนี้มีชื่อว่า G-Hostel

ด้วยความที่เพิ่งเปิดใหม่และมีเจ้าของเป็นคนไทย ราคาก็เบาๆ เราเลยจองซะ

เจ้าของชื่อน้องอีฟ ก่อนเดินทางได้คุยกันในไลน์ น้องน่ารักและดูเวลคัมมากๆ

เราเข้าใจ(ไปเอง)ว่าน้องไปเรียนที่นั่น มีที่พักก็คงให้มาแชร์ๆกัน

เก็บราคาเบาๆ น้องก็มีรายได้เพิ่มได้ ไม่เสียพื้นที่เปล่าๆ จึงรุดไปไม่รีรอ

ไปถึง....ตรูเข้าใจผิดมหาศาล 555555555555555555

น้องอีฟนั้น แรกเริ่มมาเรียน ตอนหลังพบรักกับโอป้า จึงแต่งงานและทำงานอยู่ที่นี่

ที่สำคัญอายุยี่สิบปลายๆแว้วววววว

(20 ปลายๆ เราไปเรียกน้อง งั้นเราอายุเท่าไรวะ 55555555555)

ป๊าดดดดดด น้องยังดูเด็กมากๆเลย

พี่เลยเข้าใจผิดไปเองทั้งนั้น

อ่ะ สรุปว่า

เป็นห้องใหญ่ๆห้องนึง มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำและห้องนั่งเล่น

ห้องนึงอีฟอยู่กับโอป้า อีกห้องให้แขกพัก ห้องนั่งเล่นและห้องน้ำแชร์ๆกัน

หน้าบ้านนะฮะ ตรงที่กดรหัสจะมืดๆ



พอกดปุมขวาล่าง ตัวเลขถึงจะสว่างขึ้นมา เราก็กดรหัสเข้าบ้านได้เลย



เข้าบ้านมาปุ๊บ ถอดรองเท้า เงยหน้ามาจะเจอห้องพักแขกเลย



แต่ถ้าเหลือบไปทางซ้าย จะเจอแบบนี้ มีไวไฟให้ใช้ฟรี อีฟบอกว่าโหลดหนังดูเลย เร็ว



แต่ทำไมเราโหลดไม่ได้สักเรื่อง 55555555555555

โต๊ะกินข้าว มีขมปังกับแยมให้กินไม่อั้น



รามยอนก็มีนะ อยู่ในตู้ รื้อเอาได้ มีทั้งนงชิมและมาม่าต้มยำกุ้ง หมูสับ

ตู้เย็นแช่ของได้ อ่อ น้ำเปล่าไม่มี เหมือนเจ้าของบ้านชอบน้ำชามากกว่าเห็นชงแช่ไว้หลายขวด เอาไปกินได้เหมือนกัน



แต่ถ้าใครชอบน้ำเปล่ามากกว่าต้องซื้อมาเองนะ

จานชานช้อมส้อม เตาแก๊ส ไมโครเวฟ เปิดได้หมด เขียนวิธีไว้

ขอแค่ใช้แล้วล้างจานให้เค้าด้วยก็พอ...ไอ้เราก็อยู่ไปอยู่มา ล้างของทั้งตัวเองทั้งเจ้าบ้าน 555

แล้วก็เหลือบขวาจะเจอโซฟานี้ และบ้านใครหว่า?



ป้ายแนะนำตัว



และเจ้าของบ้านอีกหนึ่งหน่วย ^^



อันนี้ห้องนอนแขก น่ารัก ผ้าห่มบางๆ เหมาะกับหน้าร้อนยิ่งนัก



ไม่มีแอร์ มีพัดลม นอนกำลังสบาย ไม่ร้อนนะ



และฟูกดูดวิญญาณมาก หลับสนิท ไม่อยากตื่นสักกะวันเลยอ่ะ

วิธีเดินทางนะ

อยู่ที่สถานี Gongdeok ทางออก 4



เดินประมาณ....อีฟบอก 6-7 นาที

ซึ่งเราคิดว่าน้องเดินเร็วมากเลย เพราะขนาดเราเดินตัวเปล่ายังประมาณ 16-20 นาทีอ่ะ

ถ้ามีสัมภาระนี่คือเอาไปเลย 30-40 นาที พี่ให้เต็มที่!!!

ถ้านั่ง AREX มาหรือกลับจากสนามบินก็ถือว่าสะดวกมากเพราะเป็นสถานที่จอดพอดี

จริงๆน้องให้แผนที่ทางไปบ้านมานะ แต่อ่านแล้วเราหลงแหลกราญเลย 555

เลยเขียนใหม่ ไม่รู้คนจะเข้าใจที่เราเขียนไหม

การเดินทางมาที่นี่ก็คือออกทางออกมานี่แหละ แล้วเดินตรงๆไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ ตรงสถานเดียวเลย

ผ่านอันนี้



ผ่านตรงนี้



ผ่านตรงนี้อีก



อ่ะ ผ่าน CU ด้วยนะ ถ้ามาต้องผ่านตรงนี้แปลว่าใกล้ๆล่ะ



แล้วก็ร้านนี้ด้วย



พอผ่าน cafe maven มาแล้วก็จะเจอสวนนี้เลย เดินตัดเข้าตรงเลยจ๊ะ เดินตรงไปเล้ยยย



แล้วก็เดินตรงๆขึ้นไป



เดินตรงๆขึ้นไปนะ แล้วขึ้นเนินจ๊ะ เลียบซ้าย ตึกที่สาม ก็อันนี้แหละ เข้าไปเลย



แวะดูหน้าตึกด้วย ถ้าชื่อนี้ก็เข้าไปเลย



รหัสผ่านนั้น หลังจากจองไปแล้ว อีฟจะส่งให้คุณๆกันเอง

ราคาที่พักก็ไม่แพง เรียกว่ามิตรภาพสุดๆ คนละ 20,000 วอนต่อคืนเท่านั้นเอง ถือว่าถูกนะ

ถ้าพักที่อื่นปกติจะ 25,000 ไง

แต่โดยส่วนตัวเราว่ามันไม่ค่อยเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวบ้าคลั่งอย่างเราเท่าไร

เพราะระยะทางจากบ้านไปสถานีใต้ดิน หรือใต้ดินไปบ้าน คือ มันเหนื่อยอ่ะ

มันอาจไม่ได้ไกลมากนะ 20 นาทีเดิน แต่มันก็ค่อนข้างใช้เวลา เช้าๆก็โอเค

แต่พอขากลับจากเที่ยวทั้งวันแล้ว คือเราไม่อยากเดินไกลๆขึ้นเนินกลับบ้านอ่ะ มันเมื่อย และเหนื่อยมากเลย

เวลาลืมของที คือไม่กลับไปเอาอ่ะ ไม่ใช้ก็ได้(วะ)

ยังไม่พอ ภายในใต้ดินสถานีนี้นั้นกว้างขวางมาก จากตัวรถไฟขึ้นมาสถานี เดินๆราว 10 นาทีกว่าจะถึงทางออก

นั่นแปลว่ากว่าจะไปหรือกลับได้แต่ละวัน ต้องเผื่อเวลาจากบ้านไปถึงตัวรถไฟถึง 30 นาทีเชียวนะ ซึ่งเราว่ามันมากเกินไปหน่อย

มันไม่ค่อยถูกใจเท่าไรแหะ

แต่ตัวน้องอีฟนั้นน่ารัก โอป้าด้วย ที่สำคัญเจ้าของบ้านอีกคน "พับดง"

สาวน้อยมีความเป็นมิตรสูงและช่างเล่น ใครชอบน้องหมาก็คงโอเคกับที่นี่

ระหว่างที่ไปพัก เราได้เจออีฟแค่วันแรกที่เช็คอินเท่านั้น ที่เหลือน้องออกไปทำงาน 5555

ปกติเจ้าของบ้านมักอยู่ในห้องเงียบๆ ประมาณว่าให้แขกใช้พื้นที่ได้เต็มที่

แต่สำหรับเราบางทีก็กดดันเล็กๆแหะ คือไม่กล้าเปิดทีวี ไม่กล้าทำครัว กลัวเค้าตื่น

สรุปเกรงใจกันไปมาทั้งสองฝ่าย มันเลยอึดอัดเล็กๆ

แต่ด้วยความที่เราเป็นนักท่องเที่ยว วันๆเราก็อยู่นอกบ้านซะมาก โอป้าคงออกมาดำรงชีพได้ตามปกติเนอะ 555

กว่าเราจะกลับก็โน่นนนนน 4-5 ทุ่มทุกวัน บ้านปิดไฟเงียบ เราสะเดาะประตูเข้าที พับดงเห่าที

เราก็เกรงใจ๊ เกรงใจเจ้าของบ้านอีกล่ะ เค้าคงตื่นอีกอ่ะ

ส่วนห้องน้ำที่ลืมถ่ายมานั้น ก็ถือว่าโอเค

เปิดไปปุ๊บ ชักโครกตั้งอยู่ตรงหน้าทีเดียว

มีฝักบัวและน้ำอุ่นให้อาบ มีม่านกั้นภายในห้องน้ำ น้ำจะได้ไม่กระเซ็นมากนัก

เครื่องอาบน้ำ ถ้าให้ดีก็พกไปเองดีกว่า แต่ถ้าสนใจแชมพู สบู่ของเกาหลี แอบใช้ของอีฟบ้างบางที คงไม่เป็นไร 5555

มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆพับไว้บริการตลอด แต่ให้ดีอย่าไปใช้เยอะ สงสารคนซักเนอะ

ก็ประมาณนี้ ถ้าใครชอบชิลๆ ชอบน้องหมา ไม่มายด์กับการเดินไกลๆ

เราว่าที่นี่ก็น่าอยู่นะ เจ้าของน่ารักจริงๆ

โอป้านี่ช่วยแนะนำสถานที่เยอะเลย และพูดอังกฤษได้ดีด้วยแหละ

ส่วนน้องอีฟก็ปริ๊นท์แผนที่ท่องเที่ยวให้แยะ ขอบคุณมากค่ะ (พี่ไม่ได้ใช้เลย 555)





Create Date : 17 กรกฎาคม 2557
Last Update : 17 กรกฎาคม 2557 17:00:21 น.
Counter : 1666 Pageviews.

1 comment
1  2  3  

ณ เงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



New Comments