h blog5

Group Blog
 
All blogs
 
go to JEJU ISLAND day1

ภูเขาฮัลลาซาน--HELLO KITTY--ไร่ชา O'SULLOC--สวนส้ม--

go to JEJU ISLAND...1(จากขอนแก่น สู่ เกาะเชจู)
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=icon-book&date=09-02-2015&group=23&gblog=3



กินมื้อกลางวันอิ่มกันแล้ว ไปสัมผัสหิมะกันที่ ภูเขาฮัลลาซาน (Hallasan) ตอนเราลงจากเครื่องบิน เราจะเห็นภูเขาใหญ่มากๆ อยู่กลางเกาะเชจูเลยคะ ด้านบนจะเห็นหิมะกะมอมกะแลม ภูเขาที่เราเห็นก้อคือ เขาฮัลลาซาน มาลุ้นกันว่าหิมะที่เราจะเห็นกันนั้นจะเป็นยังไง
:
บอกเลยคะว่าตื้นเต้นมากมาย ก้อจะเห็นหิมะกับเขาครั้งแรกนี้น้า อย่าว่ากันนะ

:
ใช้เวลาไม่นานก้อถึง ภูเขาฮัลลาซาน



ไกด์อู๋บอกว่า พวกเราโชคดีมากๆ คะ ที่ว่าโชคดีนั้น เพราะว่าหิมะพึ่งตกไปเมื่อวาน (31 ม.ค.58) เหมือนที่เราดูได้เลย เย้เย้ ทำให้เราได้เจอกับหิมะฟูๆ สวยมากๆ



ขอบคุณน้องจุ๊บแจงที่เลือกช่วงเวลาได้ดีเยี่ยม


:


ถ่ายภาพหมู่กันก่อน กับมวลมหาบัส 4 ของเรา
เราว่าทุกคนคงมีความสุขเหมือนเรา ดูจากรอยยิ้มของทุกคน






เราเห็นคนเกาหลีมาเที่ยวที่นี้เยอะเลย เขามาเป็นครอบครัว ไกด์บอกว่า คนเกาหลีนิยมมาปีนเขากันที่นี้ บ้างก้อมาเล่นสกี



ถ่ายรูปกันจ้า



ชอบภาพนี้ของคุณสามี บอกได้เลยว่า ฟินมาก










มุมนี้สวยมากค่ะ



ความสุขกับหิมะขาวโพรน



ภาพ พาโนรามา 





ปิดท้ายด้วย Clip ก่อนขึ้นรถไปเที่ยวที่ต่อไปกันค่ะ







ระหว่างการเดินทางไปต่อ น้องไกด์ พูดถึงสรรพคุณมากมายของ สนเข็มแดง บอกได้เลยว่าเขาพูดได้อินมากๆ ซักพัก ก้อถึงร้าน น้ำมันสนเข็มแดง ร้านเล็กๆ ชั้นเดี๋ยว ด้านในมีน้องพนักงานน่าจะคนไทยทั้งหมด ห้ามถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอใดๆ ทั้งสิ้นคะ    จากนี้น้องพนักงานบรรยายสรรพคุณของน้ำมันสนเข็มแดง ว่าช่วยลดไขมันในเลือดได้อย่างไร พร้อมทดสอบให้เราดู ว่าดักจับไขมันได้จริงนะ และเสนอขาย น้ำมันสนเข็มแดง ราคาต่อเช็ตหลักหมื่นบาท ราคาค่อนข้างแรงสำหรับเรา



สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกัน คือ HELLO KITTY ISLAND JEJU



สาวๆ คนไหนชอบคิตตี้ คงกรี๊ดบ้านแตก แน่เลย ด้านหน้ามี คิตตี้ ตัวโต รอให้สาวๆ ถ่ายรูป



HELLO KITTY มีด้วยกัน 3 ชั้น
:
ชั้นแรกเป็นแกลลอรี่และร้านขายของที่ระลึก
ชั้นที่ 2 เป็นร้านกาแฟและห้องนอนคิตตี้
 ส่วนชั้นที่ 3 เป็นโรงภาพยนต์และเป็นดาดฟ้า จัดสวนเล็กๆไว้ให้ถ่ายมุมรูป



เข้ามาด้านในอาณาจักร HELLO KITTY กันคะ ชมพูมุ้งมิ้ง



คนเยอะเหมือนกัน เขาไปแรกๆ แทบจะไม่มีที่ยืนถ่ายภาพเลยค่ะ



คำถามยอดฮิต "รู้ยัง ว่าคิตติ้ไม่ใช้แมว แต่เป็นเด็กผู้หญิง"



บรรยากาศโดยรวมนะคะ





ขึ้นไปชั้น 2 กัน เป็นโซน caf'e



เรา 2 คน ไม่ได้กินนะคะ เก็บท้องไว้กินไอศครีมชาเขียวที่  O'SULLOC  ที่ที่เราจะไปต่อ



บรรยากาศดีน่านั้งแบบชิว ชิว



ชั้น 2 ยังมีห้องนอนคิตตี้และมุมเด็กเล่น นี้ชั้นพลาดใช้ไหมเนี้ย
:
ชั้น 3 เป็นโรงภาพยนต์ ก้อไม้เห็นมีอะไรนี้ แต่ไงมาดูรูปน้อง คือมีสวนคิตตี้ อยู่ด้วย นี้เป็นพลาดครั้งที่ 2 ของชั้นใช้ปะเนี้ย
:
 วิวมุมสูง สามารถมองเห็นภูเขาฮัลลาซาน ภาพจากโอ



ลงมาด้านล่าง แวะดูของที่ระลึกกันสักหน่อย แต่ก้อไม่ได้อะไรคะ
:
 ออกมาด้านนอกดีกว่า มาเจอตู้กดน้ำ น้องไกด์แนะนำให้ดื่ม "Pine bud drink"  ต้องลองคะ



ชิมคะชิม ดื่มแล้ว รสชาดจืดๆ ความรู้สึกเย็นๆซ่าๆ แต่ไม่ได้ซ่าเหมือนโค้กนะคะ







ปิดท้าย HELLO KITTY กับรถน่ารักคันนี้ ก่อนไปต่อ



ที่ต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค (O'Sulloc Green Tea Farm And Museum)
เขาว่ากันว่า ชาที่ดีที่สุดในเกาหลีปลูกที่เกาะเชจูนี้ และชาที่ปลูกที่ไร่ชา O’Sulloc  เป็นไร่ชาที่ดังสุดในเกาหลี
ที่เกาะเชจู ตั้งแต่เรามาถึง นั้งรถบัลจะเห็นว่าระหว่างทางจะมีสวนส้มเยอะมากมากทั้ง 2 ข้างทาง แต่พอขับมาเรื่องจากสวนส้มไงมีแต่ไร่ชา ซ้ายก้อชา ขวาก้อชา นีกถึงดอยแม่สลองซะอีก



ถึงไร่ชา O'SULLOC ปุ๊ป น้องๆ จากบ้าน 19 ลงปั๊บ ปกติเด็นท้ายรถจะลงหลังสุด ครั้งนี้แปลก



ต้องตามไปดูกันคะ เด็กๆ มุ่งหน้าไปส่วนของพิพิธภัณฑ์ชา
:
ไกด์อู๋บอกว่า "ให้ข้ามฝั้งไปถ่ายภาพกับถ้วยชาก่อน"
ตามเด็กๆ ไปดีกว่า เดี๋ยวพลาดจ้า



เข้ามาในส่วนของพิพิธภัณฑ์ชา เหตุผลที่เด็กๆ ลงมาแบบรวดเร็วเพราะสิ่งนี้  ที่ O'SULLOC  ที่นี้เขาเลืองชือเรื่อง ขนมอร่อย ห้ามพลาด ขีดเส้นใต้ 2 เส้นเลยค่ะ  โดยเฉพาะ โรลชาเขียว เหตุนี้ทำให้แถวยาวมาก เด็กๆ กลัวไม่ทันเลยรีบมาเข้าคิว



เมนูชาเขียว ชาเขียว สั้งก่อนนะคะ



เมนูที่เราสั่ง (รวมกับน้องๆ นะคะ) ไอศกรีมชาเขียว โรลชาเขียว ชาเขียวลาเต้ปั้น



ส่วนที่เราสั้งคะ โรลชาเขียว ไอศกรีมชาเขียว
:
เรากินไอศกรีมชาเขียว คำแรกที่ได้กิน อึมชาเขียวเข้มๆ แต่อร่อยค่ะ
ส่วนคุณสามีเลือกกินโรลชาเขียว บอกอร่อยมากๆๆ ครีมเยอะมาก น่าจะเลี่ยน แต่ไม่เลี่ยนเลยค่ะ ครีมเย็น หวานกำลังดี พอกินกับเนื้อเค้กชาเขียวยิ่งอร่อยเวอร์ คุณสามีชอบมากๆ บอกแต่ว่าซื้อกลับ ซื้อกลับ แต่เห็นคิวที่เขาต่อรอซื้อกันแล้วถอดใจกันเลยที่เดี๋ยว
ใครได้มาเที่ยวที่นี้แนะนำให้สั่ง โรลชาเขียว ทาน รับรองติดใจ



เราไม่ได้ชอบชาเขียว แค่กินได้ แต่พอได้กินแล้ว บอกได้เลยว่าอร่อย สมกับคำเลื่องชื่อ



ทานเสร็จออกมาเดินชิล ขิล เพลินๆ ด้านนอกกัน



ที่นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ชา ไม่ใช้มีแต่โรลชาเขียวที่อร่อย ยังมีชาจำหน่ายใครชอบดื่มชาซื้อกลับกันได้ค่ะ และที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของ Innisfree Jeju House แบรนด์เครื่องสำอางของเกาหลี แต่เราไม่ได้เขาไปดู



แต่เราเลือกข้ามถนนไปถ่ายที่ไร่ชา ส่วน Garden อีกฝั่งถนนคะ



ใครมาที่นี้ต้องมาถ่ายรูปกับถ้วยชาใบนี้ เราก้อไม่พลาด



เราว่าไร่ชาที่นี้ไม่ค่อยสวย ใบชาสีเขียวเข้มๆ อาจเป็นเพราะเรามาผิดช่วงก้อได้





เราเดินถ่ายรูปกันแป๊ปเดี๋ยว





ก้อข้ามถนนกลับไปฝั้งพิพิธภัณฑ์ชา ใครๆมาที่นี้คงไม่อาจอดใจถ่ายภาพตรงถนนนี้ได้



ต้นนี้ต้นอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า ริมถนนเกือบตลอดทางที่เรานั้งรถผ่านจะมีเจ้าตันไม้ต้นนี้ตลอดทางเลย  ไปกันต่อค่ะ



ออกจากไร่ชา ไปกันต่อที่ สวนส้มไร้เมล็ด น้องไกด์บอกว่า ที่เกาะเชจูเป็นที่เดียวในเกาหลีที่สามารถปลูกส้มได้ดีและอร่อยที่สุด ต้องลองค่ะ



ส้มเต็มต้นเลย  ลูกใหญ่มาก



 ส้มมี 2 ชนิด ลูกเล็กกับลูกใหญ่  มีใช้ชิมคะ คนละ 2 ลูกนะคะ อันนี้ของเรา 2 คน 4 ลูก คะ
:
น้องไกด์บอกว่า เจ้าส้มลูกโต่ๆ มันไม่อร่อย มันจะเปรี้ยว เขามักจะเอาไปแปรรูป ถ้ากินสด แนะนำลูกเล็ก ไกด์แนะนำให้ชิมทั้ง 2 แบบ
:
 ลูกเล็กอร่อยกว่าจริงคะ ลูกใหญ่เราว่ามันจืดค่ะ สู่ส้มสายน้ำผึ้งบ้านเราไม่ได้เลย บอกเลยค่ะ



เขาไปถ่ายรูปในสวนส้มกัน สวนเล็กๆ เองคะ



แต่ส้มลูกใหญ่มาก



จำนวนคนที่เข้าไปในสวนส้มมากกว่าปริมาณต้นส้มอีก



ที่สุดท้ายที่เราจะไปเที่ยววันนี้คือ วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple)

ไกด์อู๋ บอกว่า ตกเย็น อากาศจะเย็นลงเยอะมากๆ แถมตรงนี้อยู่ติดทะเลเอาอุปกรณ์กันหนาวติดมือไปด้วครับ

วัดซันบังซา ตั้งอยู่ตรงตีนเขาซันบัง







เขาซันบัง สูงและใหญ่มาก แต่วัดไม่สูงและไม่ไกลนะคะ ขึ้นไปนิดเดียวค่ะ ใช้เวลาขึ้นไม่เกิน 10 นาที่



ที่วัดซันบังซา ที่นี้ ชาวเกาหลีนิยมมาขอพร เรื่องสุขภาพ กันค่ะ 
:
นอกจากเรื่องสุขภาะแล้ว ที่นี้มีถ้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ คนเกาหลีที่ต้องการมีบุตร มักจะขอบุตรในถ้ำ เขาว่าศักดิ์สิทธ์มากค่ะ





รูปปั้นพระแม่กวนอิมซึ่งจะหันหน้าออกสู่ทะเล 



คนไทยมาเที่ยวเกาะเชจูเยอะ รองจากคนจีน เลยจะเห็นว่ามีภาษาเขียนบอกไว้ด้วย





วิธ๊การทำบุญของที่นี้ คือการ วายข้าวสารองศ์พระใหญ่ 
:
ไม่ต้องบอกว่าคนชาติได้ถวาย ดูได้จากตัวหนังสือบนถุงขาว..สาธุ สาธุ



 ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีเหลืองทองอร่าม 
:
อธิฐานขอพรองค์พระ ขอใหญ่สุขภาพแข็งแรง มีชีวิตยืนยาวด้วบเถอะ



รอบองค์พระ จะมีระฆังอยู่รอบองค์พระ 



ให้ใช้มือลูบพร้อมอธิษฐาน



ใครต้องการมีบุตร ต้องเข้าถ้ำนี้ค่ะ



ด้านในถ้ำ อธิษฐานขอพรก่อนนะคะ



ถามคุณสามีว้า "เข้าถ่ำไปได้อธิษฐานไหม" คุณสามีบอกว่าอธิษฐานอยู่ "ขอให้มีลูก และถ้าลูกได้ลูก ขอให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูกด้วยเถอะ"



วิวทะเลสวยมากๆ



ลง และเดินข้ามถนนไปจุดชมวิวกันคะ



ตกเย็น อากาศเย็นลง บงกกับลมแรง ณ.จุดนี้บอกได้เลยว่า "หนาวมาก"



ชอบภาพนี้ค่ะ จุดชมวิวทะเลที่วัดซันบังซา



เดินทางกันต่อค่ะ วัดซันบังซา เป็นโปรแกรมเที่ยวที่สุดทางของวันนี้ ที่ที่เราจะไปต่อก่อนเข้าที่พัก คือ ร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นนี้
:
ร้านนี้เลยค่ะ เข้าไปด้านในกัน



ห้องอาหารจะอยู่ ชั้น 2



เมนูอาหาร ในมื้อนี้มีชื่อว่า โอซัมพุลโกกิ (Osam Bulkoki) 오삼불고기
ที่อ่านมาเมนูจะประกอบไปด้วย หมูสามชั้นและปลาหมึกนำไปหมัก แล้วนำไปผัดปรุงรสให้หวานเล็กน้อย มีน้ำขลุกขลิก ทานกับข้าวสวยพร้อมเครื่องเคียง แต่ไงเราไม่เห็นปลาหมึก T T เห็นแต่หมูสามชันเต็มหมอเลย



เครื่องเคียงค่ะ ปลาเส้นอร่อยมาก



บรรยากาศภายในร้าน



ทานอาหารเสร็จ ไปหาอะไรไว้กินเล่นที่โรงแรมดีกว่า
:
บริเวณร้านอาหาร มีร้านโน้นนี้นั่น อยู่หลายร้าน มีร้าน dunkin donut  มี 7 eleven ด้วย 
เกือบทั้งรถแห่เข้า 7 eleven กัน รวมทั้งเราด้วย 555
เราตั้งใจซื้อขนม ที่จะซื้อเป็นของฝากมาชิมก่อนอยู่แล้ว 



ซื้อของเสร็จแล้ว เดินทางไปโรงแรมมี่เราจะพักกัน ทั้ง 2 คืน ที่เกาะเชจูนี้
ใช้เวลาพอสมควร (เหมือนออกไปนอกเมือง)
ถึงแล้ว



โรงแรมชื่อ RHANGJU เป็นโรงแรมขนาดเล็กแต่ใหม่กว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย



เราพักห้อง     อยู่ชั้น 2 เปิดประตูเข้าไป เจอเจ้าหน้าต่างบานนี้ 
:
ที่นี้มีแอร์ให้นะคะ แต่ อากาศที่เราไปมันหนาวมาก (กลางคืน 1-2 องศา) คงไม่ต้องใช้บริการ แต่ถ้าอึกอัดหรือร้อน น้องไกด์แนะนำให้เปิดหน้าต่างค่ะ



ห้องพักสะอาดมาก เตียงก้อใหญ่ เราว่านอน 4 คนก้อยังไหวนะ



ห้องน้ำ มี ไดร์เป่าผมด้วย มีให้แม้กระทั้ง ยาสีฟัน โลชั่นทาผิว ด้วย



ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำแยกกันคะ 



ห้องอาบน้ำมี แชมพู  ครีมอาบน้ำ ให้ด้วย ขวดใหญ่มาก



ห้องน้ำคะ




สำรวจห้องเสร็จแล้ว ไปเดินเล่นบริเวณรอบรอบโรงแรมกัน


เดินกันจนเหนื่อย กลับมาแกะถุงดูว่า เราได้อะไรมากันบ้าง 





Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 8 มีนาคม 2558 13:06:20 น. 0 comments
Counter : 1557 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
ICONbook
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ICONbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.