h blog5

Group Blog
 
All blogs
 
Osaka ฝนตก คนเจ็บ ของหาย วุ่นวาน แต่สนุกมาก Ep.1









17 กันยายน 2559
ถึงวันที่เราจะเดินทางกันจริงๆแล้ว "โอซาก้าที่รัก" กับการเดินทางที่เรา (โอ๊คกับลูกนก) ต้องเป็นผู้นำกลุ่ม
:
ออกเดินทางจากขอนแก่น โดยรถตู้โอ นัดให้โอมารับที่บ้าน 6 โมงเช้า แต่ออกจริง เที่ยว (จะทันไหม ลุ้น ลุ้น)
:
ถึงสนามบินแบบตรงเวลาคะ ตั้งใจให้ถึงสนามบิน 1 ทุ่ม



บอกเลยว่าตรงเวลาแปะคะ แบบที่ว่าไม่ได้แวะอาบน้ำ ตามที่ตั้งใจไหว โชคดีได้ที่จอดรถใกล้ห้องน้ำ ได้เปลี่ยนชุด เช็ดหน้า สักหน่อย


ไป check in กันก่อนเลย



สายการบิน Japan Airlines เปิดให้เช็คอินที่เคาร์เตอร์ ก่อนการเดินทาง 3-4 ชัวโมง 19.00-20.00 น.
ไปเช็คอินกันที่ row R ไปเร็วจะได้เลือกที่นั้งได้
(ชั้นประหยัดโหลดกระเป๋าได้คนละ 2ใบ ใบละไม่เกิน 23 กก. เท่ากับ 1 คนได้ 46 กิโล โอ้มายกอต)
แต่รอบนี้ไปกันแบบ Backpack พากันเอากระเป๋าไปแบบน้อยชิ้น


check in โหลดกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว หาอะไรกินกันก่อน และกรองใบขาออกไทย ก่อนเข้าไปอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ


อิ่มท้องแล้วเข้าด้านในกันเลย



รอบดึก คนไม่มาก ใช้เวลาไม่นาน



มีเวลานั้งเล่น นอนเล่น เข้าห้องน้ำ





รอขึ้นเครืองที่ ประตูทางออกที่ F5



พร้อมแล้วนะคะ กลุ่มแรก



ถ่ายรูป chick in โพรส facebook กันก่อน พร้อมบอกเพื่อนๆอีกกลุ่นก่อนด้วยว่าเราจะเดินทางแล้ว



เขาบอกกันว่า Japan airlines ตรงเวลามาก 23.00 น. ตรงแปะ ก้อจริงของเขา



พร้อมประจำที่กันแล้วคร้า







ภายในห้องโดยสาร ที่นั้งแบ่งเป็น 2-4-2 ถึงแม้จะเป็นชั้นประหยัด ที่นั้งใหญ่ นั้งสบาย



กว้างพอสมควร





มาชมสิ่งอำนวยความสะดวกประจำที่นั้งของเรากัน เริ่มด้วย ผ้าห่ม กับหมอน ไม่ต้องพกกันไปเอง



หูฟังจ้า





หน้าจอแสดงการบินแบบ Real Time ดูหนัง ฟังเพลงได้



รีโมทคอนโทรลจะอยู่ตรงที่พักแขนนะจ๊ะ





สามารถดึงออกมาได้



อีกด้านมีตัวหนังสือให้พิมพ์ได้



เมื่อเครื่องขึ้นสักพัก น้องแอร์ก้อจะเอาใบ ARRIVAL ใบขาเข้าของญี่ปุ่นกับใบ Customs มาแจก

ตอนที่เราเดินทาง ใบขาเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบใหม่แล้ว มาดูกัน









น้องแอร์ก้อแจกน้ำขวดเล็ก ของทานเล่น และเครื่องดื่ม (เราสั่งน้ำส้ม คุณสามีรับโค้ก)
บนเครื่องส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น สังเกตุว่าส่วนใหญ่ เขาจะสั่งเบียร์ สาแก กัน ทั้งผู้หญีง ทั้งผู้ชาย
ของทานเล่นที่แจกคงเป็นกับแกล้ม ได้สำหรับกินคู่กับดื่มเบียร์แน่เลย





บินไปญี่ปุ่นใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ปกติคุณสามีหลับตั้งแต่เครื่องยังไม่ขี้น มีจอคุณเธอไม่หลับเบย ส่วนอิฉัน เครื่องบินไปสักพัก ก้อจะปิดไฟ ให้ผู้โดยสารหลับ ดิชั้นกินยาแก้เมา ไฟยังไม่ดับก้อหลับแล้วคร้า



เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง (จำไม้ได้ว่ากี่โมง) ไฟก้อเปิด น้องแอร์เดินมาเสริพอาหาร
เขาว่ากันว่า อาหารบนเครื่อง Japan airlines ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น มาดูกันว่าเป็นจริงไหม
(เออไอ้ที่มีสาระแน รสชาติเหมือนลาบเลย 555)



มาเปิดอาหารในกล่องกัน



แสงยามเช้า สวยงามมาก



พระอาทิตย์ งดงามมาก



กระจกเขาจะไม่มีม่านที่รูดขึ้นรูดลง แต่เขามีปุ่มสำหรับปรับแสงได้



สามารถปรับได้หลายระดับด้วย



ดูจากจอแสดงการบินใกล้ถึงโอซาก้าแล้ว





ถึงแล้ว



ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ  23.00  น. ถึงสนามบินคันไซ โอซาก้า 6.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เดินออกจากงวงช้าง เจอห้องน้ำ สมาชิกขอเข้าห้องน้ำกันก่อนเลย



เวลาที่ญี่ปุ่น ถ่ายตอนรอเพื่อนๆสมาชิคเข้าห้องน้ำ



เที่ยวบินที่เราขึ้นในวันนนี้ คนส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น พอลงจากเครื่องเข้าก้อออกไปกันเลย เหลือแต่
:
คนไทยประมาณ 2-3 กลุ่ม เข้าห้องน้ำกันเสร็จแล้ว ไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปอีก terminal
รถไฟฟ้าขบวนนี้คะที่เราจะขึ้นกัน ไปกันเลย



มาดูด้านในขบวนรถไฟฟ้ากัน ด้านในจะมีที่นั้งไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นที่โลงให้ยืนและว่างกระเป๋า



โล่งมาก



Selfie กันหน่อยครับ



เมื่อถึง Central Terminal เวลาตื่นเต้นของเรามาแล้ว เราจะต้องเดินไป Passport Control ไปตม.นั้นเอง
:
ตื้นเต้นจนลืมถ่ายรูป
ทำไม่เราถึงตื่นเต้น 6 คนรวม trip นี้ 2 คนเราไม่น่ามีปัญหา Passport เคยมาญี่ปุ่นแล้ว อีก 2 คน Passport เล่มใหญ แล้วดันลืมเอา Passport เล่มเก่ามา ส่วนอีก 2 คน trip แรกก้อที่นี้ Passport ขาว เรามาเที่ยวไม่กลัวคะ เอกสารเราก้อพร้อมค่ะ
:
ผ่าน ตม. เรียบร้อย ไม่มีใครถูกถามอะไรเลย เยี่ยมคะ เห็นป้ายนี้ "Welcome To KANSAI" แล้วมีความสุข ลงบันไดเลื่อนไปรับกระเป๋าที่สายพาน



รับกระเป๋าที่สายพาน 6 พนักงานเขาจะเอากระเป๋ามาเรียงเป้นระเบียบให้เราหยิบง่ายๆ สมเป็น Japan Airlines จริงๆ



รับกระเป๋าเสร้จ เราก้อจะเจอด้านศุลกากร กำลังรื้อกระเป๋าของคนก่อนเราอยู่เลย
ครั้งที่ไปโตเกียวมีประสบการณ์น้องจุ๊บโดนค้นกระเป๋าและคนตัว แต่รอบนี้สมาชิคเราไม่โดนนะจ๊ะ
:
ไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเข้าเมืองกัน มองหาป้ายแล้วก้อเดินตามป้าย termonal 2 กับ Railways ไปเลยจ้า



ขึ้นบันไดเลื่อนกัน
(คุ้นตากับเจ้าบันไดเลือนนี้มาก แบบว่าอ่านรีวิวมาเยอะ)



เลี้ยวซ้ายออกนอกตัวอาคารกันเลยค่ะ



เราจะเห็นป้าย JR กับ NANKAI แสดงว่ามาถูกทางแล้ว



สะพานเชื่อมต่อ TERMINAL



เมื่อเข้ามาในตัวอาคารแล้ว ขวามือจะเป็นสถานีของ JR line (สีน้ำเงิน) NANKAI line (สีแดง) แต่ก่อนจะขึ้นรถไฟเข้าเมือง ต้องไปซื้อตั๋วกันก่อนคะ



ซ้ายมือจะเป็นที่จำหน่ายตั๋ว ไปซื้อกันเลย
:
เราเลือก JR HARUKA & ICOCA
พนักงานขานตั๋วบริการดีมากกลัวเราไม่เข้าใจพยายามสื่อสารกับเรา น่ารักมาก
(บอกเลยว่า ฟังเข้าใจบางไม่เข้าใจบ้าง แต่ดูรีวิวมาเยอะจ้า)



ซีื้อตั๋วเสร็จจะรออะไรคะ ไปขึ้นรถไฟเข้าโอซาก้ากัน
:
ให้คุณสามีลองเข้าไปก่อน เย้ เย้ สำเร็จ
ตามเข้าไปเลยที่คน
:
เข้ามาด้านในแล้ว เราต้องเดินลงไปด้านล่าง (สถานีอยู่ด้านล่าง)



หน้าตาเจ้า JR HARUKA ภาพไม่ชัดเลย



ขบวนนี้ที่เราจะนั่งเขาเมือง เราต้องนั้งตู้ที่ 5-  ที่นั้งเป็นแบบไม่กำหนดที่นั่ง Non-Reserved Seat
:
ขึ้นกันเลย
:
พอขึ้นรถไฟแล้ว เอากระเป๋าเดินทางไปวางที่วางกระเป๋า แล้วก้อหาที่นั้งกัน



หน้าตาเจ้าบัตร JR-HARUKA ซึ้งเราจะได้มาคนละ 2 ใน เป็นขาเข้าโอซาก้าและขากลับสนามบิน
:
ในนี้เป็น ขาเข้าโอซาก้า ลงสถานี tennoJi Round-trip ขึ้นได้ครั้งเดียว ลงได้ที่สถานนี Tennoji เท่านั้น



ส่วนบัตรนี้คือบัตร ICOCA คะ มีให้เลือก 2 แบบ
:
เราหยิบมาทั้ง 2 แบบ เลย ของเราลายคิตติ้ ส่วนของคุณสามีลาย.......



ประจำตำแหน่งคร้า



ข้อดีของรอบเช้า คนไม่เยอะ



เช้านี้ที่โอซาก้า บ้านเมืองเข้าสวยงามมาก



คุณลุงเจ้าหน้าที่มาเดินตรวจตั๋ว



เอาตั๋ว JR HARUKA ให้คุณลุงตรวจ จากนั้นก้อเก็บใส่กระเป๋าไว้เลยเดี๋ยวหายจ้า



สถานีต่อไป TENNOJI เตรียมลง



ใช้เวลาเดินทาง 36 นาที ก้อถึงสถานีเทนโนจิ


พอลงจากรพไฟ สิ่งแรกที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้คือ บันไดสูง มันไม่มีบันได้เลื่อนเสียด้วย



เมื่อเราขึ้นมาด้านบนแล้ว แวะเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันกันสักหน่อย



อ่าน Line ถามเพื่อนอีกกลุ่มนึงว่าอยู่ไหนกันแล้ว
ลูกนก "อยู่ไหนกันแล้ว"
ศิ "อยู่สนามบินดอนเมืองแล้ว"
สมาชิกอีก 6 คน ที่จะตามเรามา
ลูกนก "รออยู่นะ ถึงเมื่อไร line บอกด้วยนะจ๊ะ"



นิกกี้ ผู้บาดเจ็บ พกไม้เท้ามาด้วย 



ช่วงจังหวะที่เราคุย line กับเพื่อนอีกกลุ่มนึง
:
หนุ่มๆ เห็นตู้ กาชาปอง ดี้ด้ากันใหญ่



ได้มากันคนละลูก ตามระเบียบ



ตรงที่เรายืนมีตราปั้มของสถานีด้วย
ชอบญี่ปุ่นตรงนี้แหละ ประเทศอะไรช่างมีรายละเอียด



ตราปั้มเป็นสถานที่ ที่เราจะไปต่อ นั้นก้อคือ วัด SHITENNOJI



โชว์ผลงานกันก่อน





เมื่อสาวๆ เข้าห้องน้ำกันเสร็จ หนุ่มๆเสียตังส์กับการหมุนกาชาปองแล้ว พร้อมที่จะไปต่อ
:
ออกมานอกสถานีเทนโนจิ เพื่อเดินไปวัดเทนโนจิ



เจอฝาท่อ ถ่ายรูปกันก่อน เดี๋ยวไม่เชื่อว่ามา "โอซาก้า" แล้ว



เส้นทางที่เราจะเดินกัน



โอ๊ร "สมาชิคพร้อมกันยัง ไปกันเลยนะ"



เราเห็นจุดหมายของเราแล้ว






เดินมาไม่นาน ก้อถึงจุดหมายแรกของเรานั้นก้อคือ SHITENNOJI TEMPLE



จุดหมายของเรา



ถ่ายรูปกันก่อนเลยว่าเรามาถึงแล้ว



เข้ามาด้านในวัด บรรยากาศ เงียบ สงบ มาก อาจเป็เพราะยังเช้าอยู้รึป้าว
:
วัด Shitennoji เป็นวัดพุทธแห่งแรกของญี่ปุ่น
สามารถเดินเล่นด้านนอกได้ฟรี แต่ถ้าต้องการชมวัดชั้นใน ชมสวนโกคุราคุ-โจโด ต้องเสียค่าเข้าจ้า
เดินเล่นด้านนอกดูกันก่อนนะจ๊ะ


1

1







1




จุดจำหน่ายตั๋ว มองหาเพื่อนจะเข้าด้านในไหม แต่หาไม่เจอ



มองเขาไปด้านในดูสวยงามตามสไตล์วัดญี่ปุ่น









เก็บภาพกับเจดีย์ 5 ชั้น ก่อนเดินไปหาเพื่อน



ทางเข้าวัดชั้นใน ไปช่วนเพื่อนจะเข้าด้านในไหม



ตอนเราเข้ามาที่วัด เราใช้ประตูด้านข้างของวัด ส่วนบริเวณเป็นด้านหน้าของวัด Shitennoji



วัดและศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น ทางเข้าวัดจะมีบ่อน้ำ ไว้สำหลับล้างมือ บ้วนปากก่อนเข้าวัด เพื่อชะล้าเอาสิ่งที่ไม่ดีออกไปก่อนที่จะเข้าวัด จะมีกระบวยตักน้ำ และจะรองจากน้ำที่ไหลจากกระบอกไม้ไผ่ จะไม่ตักน้ำที่อยู่ในบ่อนะจ๊ะ


1





ดูเพื่อนๆจะไม่อินกับวัด Shitennoji สงสัยเราคงไม่ต้องถามว่าเข้าไปชั้นในของวัดไหม เพราะสมาชิกคงไม่เข้ากัน ฮาฮา งั้นไป หอคอยซิเทมคาคุ (Tsutenkaku tower) กันต่อเลยดีกว่า



มีป้ายห้ามเล่นเกมส์โปเกม่อนอยู่หน้าวัดด้วย



ประตูทางเข้าด้านหน้าวัด สังเกตุได้ว่าคนเริ่มเยอะแล้ว



เดินจากหน้า Shitennoji Temple ไป หอคอยซิเทมคาคุ (Tsutenkaku tower) ใช้เวลาไม่นาน
:
เดินผ่าน สวนสัตว์ และ Tennoji park



มองเห็นหอคอยซึเทมคาคุ



จุกหมายของเรา



ดูดีใจมากๆ ไม่รูว่าดีใจที่ได้มาที่นี้ หรือ ดีใจที่ถึงซักที่






ตรงหอคอยซึเทนคาคุ มีร้าน Kushikatsu Daruma ไม่มีคิวด้วย กินกิน
(Kushikatsu คือของทอดเสียบไม้เป็นของกินที่มาโอซาก้าต้องลิ้มลอง และร้านที่ได้รับความนิยมก้อร้านนี้แหละคะ Daruma: ร้านลุงดารุมะ)



ส่องไปส่องมาร้านยังไม่่เปิดจ้า ขึ้นไป หอคอยซึเทนคาคุ ก่อน ลงมาค่อยมากินกัน





4 คน ฝากกระเป๋ากับตู้หยอดเหรียญ เราเลยมาหมุนกาชาปองรอ







หาทางขึ้นหอคอย Tsutenkaku แชไม่แน่ใจ เลยถามเจ้าหน้าที่นั้น



เจ้าหน้าที่ชีมาทางนี้คะ



ลงมาจะเจอขนม และของที่ระลึก เดินผ่านมาก่อน เพื่อไปต่อคิวขึ้นด้านบน หอคอย Tsutenkaku



 ตรงนี้จะมีเวลาแจ้งว่าคุณต้องใช้เวลารอเท่าไรถึงจะสามารถขึ้นไปชั้น 5 ซึ่งเป็นจุดชมวิว
:
เรามาเร็วไม่มีคิวนะจ๊ะ



ต่อคิวซื้อตั๋ว มีโบว์ชัวร์ภาษาไทยด้วย





ได้ตั๋วมาแล้ว ก้อขึ้นลิพท์ลวดเดี๋ยวไปถึงชั้น 5 เลย



แล้วก็ขึ้นลิฟท์ขึันไปชั้น 5 เพื่อไปดูจุดชมวิว
:
ทำไมเราต้องมา หอคอย Tsutenkaku เคยเป็นสัญญาลักษณ์ของความเจริญของเมืองโอซาก้า ซึ่งเคยเป็นตึกสูงที่สุดของเอเชีย ด้านบนจะมี Billiken (รูปปั้นบิลลิเคน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ) เชื่อว่าใครได้ลูบเท้าของบิลลิเคนชั้น 5 ครบทุกตัว จะได้รับสิ่งที่ตนปรารถนา






2

3

1

1

1


จากนั้นลงมายังชั้น 3 กัน ชั้น 3 จำลองภาพย่านชินเซไก (Shinsekai) และเป็นร้านขายขนมกูลิโกะ



เอากล่องกูลิโกะมาต่อเป็นหอคอยซึเทนคาคุ



มีกูลิโกะหลายรส หลายแบบ ตามคำรำลือจริงด้วย





ช๊อปปิงกันจนพอใจแล้ว ลงไปกิน Kushikatsu กันดีกว่า สิ่งที่เห็น คนเยอะมาก



คิวยาวสมคำรำลื้อจริงๆด้วย



ไม่เป็นไร เรายังอยู่โอซาก้าอีกหลายวัน ต้องได้กินซิ





ตัดใจ มากินร้านอาหารที่อยู่ตรงข้าม ข้างในคนเยอะมาก เอาร้านนี้แหละ






บรรยากาศภายในร้าน คนญี่ปุ่นทั้งนั้น แสดงว่าอร่อย


นั้งกันหน้าเคาเตอร์ เอาบรรยากาศ



ได้โค้กเย็นๆมาก่อนเลย ขวดเล็กน่ารักจุง



ของเราได้มาแล้ว Sushi set



ว้าว ว้าว น่ากิน



ของคุณสามีข้าวหน้าแซลมอน



กินแล้วนะ
:
ตอนน้องพนักงานมาเสริฟบอกอะไรสักอย่าง แต่พากันเข้าใจว่าให้ยกจานไปจ่ายที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่สังเกตุโต๊ะอื่นก้อไม่ได้ยกจานไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ เลยถามพนักงานอีกครั้ง พนักงงานหยิบแผ่นออเดอร์ที่แขวนตรงเก้าอี้ให้เราไปจ่ายที่เคาเตอร์ ปล.หลายร้านใช้วิธีนี้



ท้องอิ่มแหละ มาเดินเล่น ถ่ายภาพกัน บริเวณรอบ หอคอย tsutenkaku เขาเรียกว่าย่านชินเซไก เป็นย่านที่นักท่องเทียวนิยม มีร้านอาหารให้เลือกกิน จะครึกครื้นช่วงค่ำ
:
แอบอยากหาโอกาศมาเดินตอนกลางคืนอีกสักรอบ



แวะร้านขายของที่ระลึกกันก่อน เราได้แม็คเนตหอคอย tsutenkaku มา 1 อัน



ย่ายชินเซไก จะมีรูปปั้น บิลลิเคน อยู่เต็มไปหมด



บรรยากาศช่วงกลางวันไม่ค่อยคลึกคลี้นเท่าไร


1








ใครๆ มาก้อต้องมาถ่ายรูปตรงมุมนี้ มุมที่มี หอคอย tsutenkaku กับตัวปักเปา


1

1








ตามโปรแกรมที่เราตั้งใจไว้คือ เราจะพาไปช๊อปปิ้งที่ย่านนัมบะ แต่สมาชิกเรียกร้องจะไปโรงแรม ซึ่งดูเวลาแล้วยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน (เขาว่ากันว่าที่ญี่ปุ่น ตรงเวลามาก) ในเมื่อเดินไม่ไหวกันแล้วก้อมุ่งหน้าไปที่โรงแรม ถ้าเค้ายังไม่ให้เช็คอินก้อนั้งพักตรงล็อบบี้ก้อได้เนอะ







เราต้องเดินขึ้นบันได เดินผ่านอาคาร ไปก่อน เพื่อไปนั้งรถไฟใต้ดินที่สถานี Dobutsuen-Mae ไปลงที่สถานี ShinSaibashi สู้สู้



เมื่อถึง Shinsaibashi Station ก้อเดินต่อไปที่ โรงแรมที่เราพัก คือ Best Western Hotet fino Osaka



ถึงแล้วโรงแรมที่เรานอนตลอด trip ที่โอซาก้า


















2

2

2







2








2

2




2




2

2

2



2

2









1

1

1

1

1



1







1

1

1







1

1






Create Date : 28 กันยายน 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 16:16:37 น. 0 comments
Counter : 388 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
ICONbook
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ICONbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.