Group Blog
 
All Blogs
 

ลมหนาวพัดมาแล้ว

From : Bitter_N@hotmail.com
Date : ๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ ๑๐.๓๐ น.
To : Sweet_P@yahoo.com
Subject : ลมหนาวพัดมาแล้ว


Sweet P.--คนดี

เช้านี้เป็นเช้าแรกที่ฉันตื่นมาด้วยเพราะรู้สึกว่าอากาศเย็น
ทุกๆเช้าที่ผ่านมา ความรู้สึกแรกจะเป็นคิดถึงเธอก่อนเสมอ
ดีใจที่วันนี้มีความรู้สึกอื่นมาปนบ้าง...
พอลมหนาวแผ่ว ฉันต้องดึงผ้าห่มผืนบางให้กระชับขึ้น
แล้วก็นึกได้ว่า เห็นทีคืนนี้คงต้องเปลี่ยนเอาผ้าห่มผืนใหญ่กว่ามาใช้เสียแล้ว
เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง อากาศยามเช้าที่เมืองหลวงหลังน้ำซึม
เย็นเยียบ บ้างหรือเปล่า

ฉันก็แค่อยากกดโทรศัพท์ไปบอก ว่าลมหนาวมาแล้ว--ก็เท่านั้น
แต่มันจะมีความหมายอะไร



ไม่มีวันจะใกล้เธอ / สุรสีห์ อิทธิกุล

ถอดดวงใจออกจากร่างกาย ถ้าทำได้ฉันจะทำ
เพื่อจะได้ทำ ตามใจมันเรียกร้อง
ปล่อยให้กายไปตามสายลม ปล่อยตามคลื่นลมครรลอง
ให้ใจล่องลอยไปตามที่ต้องการ

อยากเพียงล่องลอยไปยังจุดหมายที่ใฝ่ฝัน
ที่ใจสองใจ เราอยู่ใกล้กัน
แต่วันนี้กล้ำกลืน อยู่อย่างขื่นขม
เส้นทางของสังคม ขีดเป็นกรอบและครอบงำ
ห่างไกลฝันเหลือเกิน เดินไปอย่างเจ็บช้ำ
สิ่งที่ฉันต้องทำ ทำให้ฉันยิ่งห่าง
ไม่มีวันจะใกล้เธอ

ได้แต่ยืนมองและเสียใจ เฝ้ามองเห็นเธอไกลๆ
ยิ่งห่างเท่าใด ดวงใจยิ่งเจ็บช้ำ
ปล่อยชีวิตไปตามเส้นทาง สุดแต่สังคมจะนำ
ก็คงต้องทำ ทำตามไปอย่างนั้น

อยากเพียงล่องลอยไปยังจุดหมายที่ใฝ่ฝัน
ที่ใจสองใจ เราอยู่ใกล้กัน
แต่วันนี้กล้ำกลืน อยู่อย่างขื่นขม
เส้นทางของสังคม ขีดเป็นกรอบและครอบงำ
ห่างไกลฝันเหลือเกิน เดินไปอย่างเจ็บช้ำ
สิ่งที่ฉันต้องทำ ทำให้ฉันยิ่งห่าง
ไม่มีวันจะใกล้เธอ



ใจไม่นิ่งไปกว่าเคยหรอกเธอ แต่พอได้ฟังอีกกี่ครั้ง
ใจมันก็ยังเลิกหงอยเหงาไปไม่ได้
เขียนมาให้ฟังตามที่เคยสัญญาเอาไว้แล้ว
แต่อาจจะผิดสัญญาไปบ้าง ที่แท้ที่จริงแล้ว
ใจฉันยังไม่นิ่งพอสักหน่อย แต่ฉันก็ไม่ได้โกหก
ว่าที่ผ่านมา ๓๐๐ กว่าวันนี้ ไม่มีวันไหน ที่ฉันไม่คิดถึงเธอ
ไม่มีวันไหนที่รักเธอน้อยลงไปกว่าเคย
มีแต่รู้สึกว่าอาจจะรักมากไม่พอ
...

ไม่มีเช้าใดที่ตื่นลืมตาแล้ว จะไม่นึกถึงเธอ
ฉันไม่ได้กล่าวเกินเลยไป---
ความคิดถึงเดินทางไปได้หลายรูปแบบ
ดำรงคงอยู่ได้หลากหลายสถานะ
สุดแต่ว่าเธอจะมองเห็นและสัมผัสมันได้บ้างไหม
จำได้ใช่ไหม ที่เจ้าชายน้อยบอกว่า

สิ่งสำคัญอาจจะมองไม่เห็นได้ด้วยตา
แต่คงสำคัญกว่าถ้าจะมองเห็นมันด้วยใจ


แต่เราไม่จำเป็นต้องมองเห็นกันทุกครั้งไปใช่ไหม
บางครั้งแค่รู้สึกว่า มีอยู่จริง ก็พอเพียงแล้ว


Bitter N. ผู้รู้ว่ามีสายลมเย็น แต่มองเห็นเสียที่ไหน




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2548    
Last Update : 25 มิถุนายน 2548 0:21:36 น.
Counter : 355 Pageviews.  

คนบอกรักกับคนรอคอย - -


From : Bitter_N@hotmail.com
Date : ๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ ๐๑.๓๐ น.
To : Sweet_P@yahoo.com
Subject : คนบอกรักกับคนรอคอย---


Sweet P.--คนดี

จำกวีเปล่าๆ เบาๆ บทนี้ได้ไหม ?

คนบอกรักกับคนรอคอย

ใครกันหนอ ที่เก้อเขินกว่า
กว่าจะรวบรวม ความมั่นใจ
แล้วเอื้อนเอ่ย ออกไปเป็นถ้อยคำ
....

กับคนเฝ้ารอ ที่อยากฟังคำบอกรักอย่างล้นเหลือ
จนทุกนาทีของการรอคอย ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เนิ่นนาน เหลือทน แต่ก็ไม่สามารถ
เร่งให้เวลา เดินไปให้ไวกว่าที่เคยเป็นได้

เวลาของใครกันหนอ ที่ยืดยาด เชื่องช้าไปกว่ากัน
แต่ท้ายที่สุด คงต้องมีคนเอื้อนเอ่ยสักคน อยู่ดี
คนบอกรัก คงกล้าหาญกว่าคน รอคอย เป็นแน่
...

แล้วช่วงเวลาของการ --- กล่าวคำบอกลา
ใครกันหนอ เจ็บปวดกว่า
ระหว่างคนกล่าวลา กับ คนฟัง
คนเฝ้ารอฟังคำกล่าวลา คงไม่ต่างกัน
ที่ ต่างเร่งรัด วันเวลา และนาที
ให้เดินผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อที่ช่วงเวลาของการรอคอย จะได้สิ้นสุด จบลงไปเสียที
...

สุดท้ายเราจะเหลือผู้กล้า เพียงคนเดียว
ที่เอ่ยคำลา ได้ไพเราะ ชัดเจน
และสร้างความปรวดปร่า ----- ได้อย่างแจ่มชัด
แต่ไม่มีวันลืมเลือน ได้เลยในชั่วชีวิตของการรอคอย นั้น

แค่นึกถึงขึ้นมาเฉยๆ ก็เท่านั้นเอง ที่รัก
เธอว่าฉันเปลี่ยนชื่อบทกวีนี่ เป็น คนบอกรัก กับคนบอกลา ดีกว่าไหม ?

Bitter N.คนที่ไม่ได้บอกกล่าวอะไร--แต่คิดไปได้ไกลนัก




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2548    
Last Update : 24 มิถุนายน 2548 0:00:39 น.
Counter : 389 Pageviews.  

คืนที่ดาวเต็มฟ้า


From : Bitter_N@hotmail.com
Date : ๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ ๒๒.๓๐ น.
To : Sweet_P@yahoo.com
Subject : คืนที่ดาวเต็มฟ้า----


Sweet P.--คนดี

ลมหนาวแผ่วมาแล้ว เธอจ๋า นอกจากว่า จะมืดเร็วตั้งแต่เย็น
เรายังสัมผัสได้ว่าลมหนาวพัดแผ่วมา ไม่ได้ปล่อยให้เราไม่ทันได้ตั้งตัว
สองวันมานี้ลมหนาวเริ่มมาเตือนเราเบาๆที่ ปลายท้ายทอยแล้ว
นั่งรับลมร้อน ลมฝนอยู่เพลินๆ ลมหนาวมาเยือนเฉือนๆ อารมณ์

ดังนั้นอย่าหลงเพลิดเพลินไป ลมหนาวมาคราใด
ก็ใกล้สิ้นปีอีกแล้วสิหนอ ฤดูกาลของคนสันหลังยาวมาอีกแล้ว
(จริงๆ ฉันก็หลังยืดยาวมาตั้งแต่ปลายฤดูร้อนที่แล้วแล้วนะนี่)
ได้ยินเสียงเพลง ลมหนาว ของ ทรี ฟอร์ ทรี แว่วมาเลย
...

สองเย็นมานี้ ฉันปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ(ใจ )ที่ดี
นอกจากปั่นจนน่องโป่ง แค่พอเหงื่อซึมๆแล้ว
นอกจากฉันได้เรียนรู้ว่าสังขารหนอ--ไม่เที่ยง
จากเคยปั่นข้ามลูกข้ามดอย(เตี้ยๆ) เคยปั่นจักรยานโบราณที่หลงเห่อ
อยู่ชั่วครู่ชั่วยาม ไม่ทันถึงปีดี กองซากจักรยานยังมีให้เห็นอยู่ในโรงรถเลยเธอ
พึ่งรู้ว่าจักรยานคนอื่น ปั่นลื่นกว่าจักรยานเรา ---แหะ แหะ

ฉันปั่นไป ปล่อยมือได้ด้วยนะเธอ
ไม่ได้ปล่อยมือไปด้วยความประมาท หรือว่าองอาจกว่าใครเขา
แต่ปั่นเพราะอยากรื้อฟื้นวิชา ตัวเบา จากสมัยยังเยาว์ ว่าจะได้เรื่องไหม

ผลก็คือ เราปล่อยมือทั้งสองข้างได้ในระยะทางที่สั้นลง
ด้วยแววตาตื่นตระหนกมากขึ้น และฮึกเหิมน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากนัก
ฉันแอบวิเคราะห์หลังเบาะแอ่นว่า นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวันแล้ว
ยังมีสายตาที่เรามองโลกมายาวนานขึ้น ผ่านเลยประสบการณ์ใสมานานโข
การมองโลกบนหลังอานของเรา จึงมีความพยายามที่จะลดความเสี่ยง
ในการดำเนินการชีวิตให้ลดลง เรียกง่ายๆว่ากลัวเจ็บมากขึ้น

จะไปกลัวอะไรกับความเจ็บปวดน๊อ---

ตอนจังหวะที่ปล่อยมือสองข้างให้แนบลำตัว
(จะใช้มือมากุมหัวใจก็ได้ถ้าถนัดกว่า )
ฉันว่าลมโต้โล้คลื่นลม มันเย็นดีแฮะ
ตอนลมเย็นๆ พัดผ่านหน้าเรา เท้าผ่อนแรงปั่น เพราะเริ่มอ่อนแรง
สองมือปล่อย สองเท้าหยุดปั่น ปล่อยให้จักรยานทะยานไป
จากแรงเฉื่อยที่สะสม ฉันว่าลมเย็นกว่าตอนเราปั่นเองซะอีก

คงเป็นจังหวะเหมาะสมของแรงลม และแรงเฉื่อยสะสมของจักรยาน
ทำให้เราหน้าบานขึ้น และเย็นขึ้นเป็นแน่
จังหวะชีวิตบางช่วงเราก็คงต้องผ่อนแรงเฉกเช่นกันว่าไหมเธอ


Bitter N.นักปั่นน่องโป่ง

ปล.ฟ้าคืนนี้สีดำสนิท ทำให้เห็นดาวกระจายเต็มฟ้า
ไม่ทันนับดาวว่ามีมากมายแค่ไหน ออกมายืนหลังระเบียงห้องมั่งนะเธอ
ฉันว่าฟ้าเมืองหลวงถึงจะมีแสงไฟเยอะแยะ แต่ยังมีบางช่องของท้องฟ้า
ที่เราจะมองเห็นความงามของดวงดาวได้บ้าง -- ไม่เชื่อลองดู




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2548    
Last Update : 23 มิถุนายน 2548 0:00:39 น.
Counter : 348 Pageviews.  

เธอว่าคราบน้ำตากับคราบกาแฟ - -


From : Bitter_N@hotmail.com
Date : ๗ ตุลาคม ๒๕๔๕ ๑๗.๓๐ น.
To : Sweet_P@yahoo.com
Subject : เธอว่าคราบน้ำตากับคราบกาแฟ- -

Sweet P.คนดี

วันนี้เธอดื่มกาแฟช่วงบ่ายไปรึยังนะ ?
ฉันได้ยินว่าฝนตกที่เมืองหลวงมาหลายชั่วโมง...ยาวนานติดต่อกัน
หวุดหวิดจวนเจียนจราจลเพราะการจราจรไปเมื่อเช้ารึเปล่า
อย่าหงุดหงิดเพียงเพราะรถติด ฝนตกเลยนะ ---
ไหนเธอบอกว่าจะพยายามหงุดหงิดให้น้อยลงไง อดทนหน่อยที่รัก
เรื่องบางเรื่องเราหงุดหงิดไป ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
มีแต่จะทำให้ร้อนรนมากไปกว่าเดิมซะอีก
ฉันชอบมองเธอยิ้มทั้งตามากกว่า เธอยิ้มแล้วคนข้างๆก็ต้องยิ้มไปด้วย
รู้ไหม ...ฉันชอบมองฟันเรียงขาวเป็นระเบียบเหนือเคราเธอ
ขณะที่เธอยิ้มจนตาหยี แต่เธอก็ยังมองเห็นโลกนี้อยู่นี่นา
นี่แหละความสามารถของเธอ ---- ต่างจากฉัน
ยิ้มทีโลกก็หยีไปทั้งใบ ....
แต่พอเธอขุ่น คนใกล้ตัวเธอต่างก็หวาดหวั่นไปทั้งนั้น
แล้วคนที่เธอเลือกที่จะขุ่นข้น มักจะเป็นคนใกล้ๆเธอเสมอเลย

ถ้าหากว่า---พรุ่งนี้ฝนตก รถติด น้ำล้นท่อ แล้วหากว่าเธอต้องเปียกฝน
ก่อนไปทำงานบ้าง หรือว่าหลังเลิกงานบ้าง
ก็จงยิ้มให้กับมันนะคนดี ลองยิ้มให้กับสายฝน
ถ้าเธอพร้อมที่จะเปียก ก็ลองเตะบอลกลางฝนดู
อย่าหงุดหงิดเพียงเพราะเราจะเล่นฟุตบอลไม่สนุก หรือคิดว่าเล่นไม่ได้
ฉันว่าเล่นฟุตบอลตากฝนดูบ้าง น่าสนุกกว่าเล่นฟุตบอลหน้าจอตั้งมาก
เธอรู้ความลับของสายฝน ที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่รู้หรือหลงลืมไปแล้วมั่งไหม
ฉันว่าตอนเป็นเด็ก เราๆต่างก็ชอบเล่นน้ำฝนด้วยกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะแก้ผ้าเล่นน้ำ หรือไม่ก็เหอะ

แต่นี่เราต่างก็โตแล้ว ฉันว่าลองเป็นผู้ใหญ่เล่นน้ำฝนดูก็ดี
พอหัวเราเปียก ไหล่เราลู่ หางหูเราไม่ได้ตกตามไปสักหน่อย
ปล่อยให้สายฝนชะล้างความขุ่นมัว ออกไปจากหัวดูบ้างก็ดี
แล้วเธออาจจะรู้ว่า นอกจากเย็น โปร่ง โล่งสบายแล้ว
เรารู้สึกอะไรเพิ่มได้อีกบ้าง ... ไม่ต้องบอกฉันก็ได้
เก็บไว้ในใจก็แล้วกัน

กาแฟในถ้วยฉันเย็นชืดไปแล้ว
เหลือไว้แต่รอยคราบกาแฟติดก้นกรองกระดาษ--รอยคราบจางๆ เราจะเห็นร่องรอยของคราบกาแฟ ก็ต่อเมื่อเรายกถ้วยกาแฟขึ้นเท่านั้น
เธอว่าคราบน้ำตามีสีอะไร ?

...

คราบน้ำตาเกิดจากการจากไปของใครบางคน---
ที่ทิ้งร่องรอยไว้ในหัวใจ


Bitter N. น้ำตาแห้งไปแล้วแต่ทิ้งคราบเกรอะกรังอยู่ในใจ




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2548    
Last Update : 22 มิถุนายน 2548 0:00:22 น.
Counter : 286 Pageviews.  

เยลลี่บำบัดจิต


From : Bitter_N@hotmail.com
Date : ๗ ตุลาคม ๒๕๔๕ ๑๒.๓๐ น.
To : Sweet_P@yahoo.com
Subject : เยลลี่บำบัดจิต

Sweet P. คนดี

ตอนนี้มือฉันถือเยลลี่ไปด้วยขณะเขียนจดหมาย
หวังว่าจะไม่ทำให้จดหมายหวาน(อมขมกลืน)จนเกินไป
ฉันมีทฤษฎีว่าด้วยการรักษาอาการเจ็บปวดของหัวใจ
ด้วยการกิน อย่างช้า --ช้า
แล้วการกินเยลลี่ขนมเด็ก(ที่เธอว่า)ที่ดีนั้น จะพรวดพราดใส่ปาก
ไปอย่างเดียวก็ไม่ได้ ...เรากลับต้องค่อยๆแกะหีบห่อที่เหมือน
สร้างความท้าทาย จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่าแกะยากก็ยากอยู่

กว่าจะแกะได้ ยิ่งยากเท่าไหร่ ยิ่งอยากกินให้อร่อยลิ้นเท่านั้น

เยลลี่เย็นๆ กับลิ้นอุ่นๆ
เธอเคี้ยวเยลลี่รึเปล่าที่รัก? ----
ของนิ่มๆแบบนี้เธอจะกัดแรงๆให้ช้ำไปทำไม ฉันรู้ว่าฟันเธอแข็งแรงน่า
ไม่ต้องออกแรงให้มากนักหรอก สำหรับเยลลี่ถ้วยเด็ก
แค่ค่อยๆเคี้ยวค่อยๆกลืน ปล่อยให้ไหลลื่นลงคอไป
ความเย็นยังติดที่กระพุงแก้ม
ความหวานยังแผ่ซ่านติดปลายลิ้น

หลงลืมความเศร้าเสียใจไปได้ชั่วขณะ

ของหวานบางทีก็ช่วยให้เราลืมรสขมไปได้เหมือนกัน
หวังว่าฉันคงไม่อ้วนไปซะก่อนที่จะชินได้นะ...

เธอเคยอยากทำอะไรแต่ใจไม่ถึงบ้างไหมคนดี
ฉันอยากกดโทรศัพท์ไปฟังเสียง แม้แค่เสียงตื้ดๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำ...
หรือกดไปที่บ้านแล้วฟังเสียงคนในบ้านเธอ ก็ยังดีอีกนั่นแหละ
เราไม่ต้องพูดกันก็ได้ ถ้ามันจะทำให้เธอลำบากใจ
แค่ได้รู้ว่าเธออยู่แถวๆนั้น ฉันก็สบายใจแล้ว

...


Bitter N.
ผู้หลงใหลในกลิ่นหวาน

ปล. อย่าลืมลองพยายามกินช้าๆ ดู เผื่อเธอจะสบายใจขึ้น
แต่วันนี้ฉันกินเร็วแฮะ เธอว่าฉันสบายดีไหม ?




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2548    
Last Update : 21 มิถุนายน 2548 0:00:42 น.
Counter : 261 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

Bitter N.
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Bitter N.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.