Group Blog
 
All blogs
 

คนสำคัญในชีวิต- บทที่ 3



คนเราส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อคำจำกัดความ หรือ ความหมายของคำๆนั้น เรามักได้ยินคำถาม อย่างเช่น คุณเปรียบความรักเหมือนอะไร นักร้องหนุ่มเจ้าของเพลงคลาสสิค ตอบอย่างฟองเบียร์ว่า ความรักเปรียบเหมือนอากาศดีๆ ที่ทำให้คุณสดชื่น คำตอบตรงนี้จะผันแปรตามประสบการณ์และอารมณ์ในขณะนั้นของผู้ตอบ

ข้าพเจ้าลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในชีวิตนี้ใครคือคนสำคัญ และ จะเปรียบคนเหล่านั้นกับอะไร ก็ได้รับคำตอบดังนี้

1.พ่อ-แม่ เปรียบเหมือน "Home" ข้าพเจ้าคิดว่า พ่อแม่ คือ บ้านตลอดกาล ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ยาวนานเพียงใด แต่คุณสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ

ถึงแม้คุณจะไม่มีเวลาดูแลบ้านเลย แต่ยามใดที่ฝนตก ฟ้าร้อง แดดจ้า ลมแรง หรือ เมื่อคุณต้องการความปลอดภัย คุณสามารถล้มลง หลบพักใต้ชายคาบ้านหลังนี้ได้

บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ใหม่หรือเก่า จะคอยปกป้องคุ้มครองห่อหุ้มตัวคุณไว้ เหมือนไข่ในรัง แม้ว่าจะผ่านไปกี่เดือน กี่ปี บ้าน รอคุณอยู่เสมอ......

2.เพื่อน "Holiday" เพื่อนที่ดีมีแค่คนเดียวก็เกินพอ สำหรับนิยามเพื่อนของข้าพเจ้าข้อนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนผิวเผินแต่หมายถึงเพื่อนแท้ ที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอทั้งยาม ทุกข์ และ สุข เค้าจะเป็นคนแรกที่บอกว่าคุณแย่ และ เป็นคนสุดท้ายที่จะพูดป้อยอคุณ

เมื่อคุณมีเพื่อนที่ดี ก็เท่ากับคุณมีวันหยุด ยามใดที่เหนื่อยล้าจากเรื่องส่วนตัว หรือ การงาน เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนคนนี้ คุณจะรู้สึกว่าคุณพักผ่อน สมองผ่อนคลาย ทำตัวตามสบาย ลองจินตนาการถึงการนอนอาบแดดอ่อนๆ ริมทะเลนั่นแหละใช่เลย

3.คนรัก เปรียบเสมือน "Heart" หัวใจ ก้อนเนื้อเล็กๆนี้จะเต้นอยู่เป็นส่วนหนึ่งในตัวเรา และจะอยู่กับเราไปนานแสนนาน มีคนตั้งคำถามว่า เราจะอยู่ได้ไม๊ถ้า ไม่มีหัวใจ คำตอบคือ ได้ แต่เราจะมีเพียงร่างกายเท่านั้น เพราะหัวใจ ได้หายไปเสียแล้ว

คนรักจะก้าวเข้ามาเติมเต็มทำให้คุณมีทั้ง ความทุกข์ สุข เศร้า ระคนกันไป ยิ่งหวังมาก ก็จะยิ่งทุกข์มาก การดูแลหัวใจจึงเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด

ถ้าดูแลไม่ดี หัวใจหยุดเต้น นั่นหมายถึงตัวคุณเองก็จะหยุดเต้นด้วยเช่นกัน ชีวิตที่เหลืออยู่ จะมีแต่ความเงียบงัน ไม่มีแม้เสียงหัวใจ....

4.ตัวเอง ถ้าให้หาคำนิยามที่ใช่ที่สุดก็ต้องเป็น "Hurt" ความเจ็บปวด ความทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่ามนุษย์คือ กองทุกข์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทุกข์ เพราะ ทุกข์มีกำเนิดจากตัวเรา

ให้พูดก็ทุกข์ ไม่ให้พูดก็ทุกข์ กินก็ทุกข์ ไม่กินก็ทุกข์ มีแฟนก็ทุกข์ ไม่มีแฟนก็ทุกข์ หายใจเข้าไม่ให้หายใจออกก็ทุกข์ หายใจออกไม่ให้หายใจเข้าก็ทุกข์

ความทุกข์เป็นสัจธรรม ปรากฏอยู่กับตัวเรา ความอยากทั้งหลายมีผลมาจากความรักตัวเอง เห็นว่า ตัวกู สำคัญ อยากสบาย อยากมี อยากเป็น เมื่อใดที่สลัดความเป็นตัวเองได้ นั่นแหละ คือการหมดทุกข์




 

Create Date : 26 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 22:16:57 น.
Counter : 115 Pageviews.  

ความรัก - บทที่ 2



.................ความรักแท้รักเทียม เพอร์เฟ็กแค่ไหนบางทีขึ้นอยู่กับว่าเรามีทริกในการเลือกคนที่ถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งเราอาจตั้งข้อสังเกตไว้ดังต่อไปนี้

1.คนไม่มีภาระมาก พวก มีหนี้สิน พ่อแม่ป่วย ต้องเลี้ยง พ่อแม่กับน้องอีก 5 คน เป็นต้น

2.คนที่โกหกตั้งแต่แรก เพราะพวกมาถึงก็ปิดบังเลยนี่ ถ้าไม่เลว ก็ไม่ฉลาด

3.คนหน้าตาปานกลาง เพราะคนหล่อ สวย มักนำทุกข์มาให้ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

4.คนฐานะปานกลางขึ้นไป เพราะเราไม่สามารถมั่นใจในระบบกัดก้อนเกลือกินพิสูจน์รักได้ ดังนั้นอย่าไปเสี่ยงอดทนมันเลย จะรู้ได้ไงว่าหลังจากได้ดีแล้วจะไม่ลืมกัน

5.อย่าเลือกคนชอบเที่ยวกลางคืน ติดเพื่อน ติดเหล้า การพนัน > ขาดสติ ฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักโต

6.รีบสลัดคนเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว พวกนี้รู้ๆกันอยู่ สังเกตได้ว่าจ่ายไปเท่าไหร่ต้องได้คืนเท่านั้น ให้เงินแล้วต้องเชื่อฟัง หรือ คนอื่นเหนื่อยได้แต่ตัวเองไม่ยอมเหนื่อย

7.เมินผู้ชายเจ้าชู้ ข้อนี้เป็นข้อเดียวที่ทำให้เขาไม่ใช่ของเราอีกต่อไป

8...............




 

Create Date : 16 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 22:53:46 น.
Counter : 127 Pageviews.  

ถามตัวเอง - บทที่ 1



.......บ่ายแก่ๆวันเสาร์ ฉันนั่งเงียบๆคนเดียว จ้องมองแสงแดดที่ส่องทะลุผ่านช่องประตู แสงสีเหลืองทองผลุบเข้าออกตามแสงของดวงอาทิตย์ ลมอุ่นพัดเอื่อยๆผ่านเข้ามาทางช่องประตูเช่นกัน ฉันบอกตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร วันนี้ฉันมีเวลาทั้งวัน เวลาที่จะให้กับตัวเอง

ฉันสามารถนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่อย่างนี้ ดูทีวีรายการโปรด นั่งจิบชาร้อนๆ หรือ นอนกลางวันก็ได้ แต่ทำไมชีวิตนี้ยังดูไม่เต็มนะ เหมือนจิกซอว์ที่ขาดแหว่ง เหมือนแก้วเปล่าที่เราคอยรินน้ำ เทลงไปทุกวัน น้ำที่อยู่ในแก้วจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวฉันคิดไปเองว่าเมื่อน้ำเต็มแก้ว ฉันคงมีความสุข ฉันหมั่นเติมน้ำ แต่ทำไมนะ เติมน้ำจนล้นแก้วแล้ว ฉันยังไม่พบกับความสุขที่ว่านั้นเลย

หรือความสุขที่ฉันเป็น สุขที่ฉันมี มันอาจเป็นความเข้าใจผิดๆ ของฉันเอง วันนี้คงเป็นโอกาสดี ฉันรำพึงเบาๆ ไม่จำเป็นต้องมีใครได้ยิน หรือ รู้ว่าฉันคิดอะไร ไม่ต้องกลัวคนตัดสินว่า โง่ หรือ ฉลาด ผิด หรือ ถูก ฉันไม่ควรอายกับสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ และ ต้องการรู้

ผ่านมากี่วัน กี่ปี แล้วนะ ที่ไม่เคยสนใจตัวเองเลยว่าแท้ที่จริงแล้ว ต้องการอะไร ฉันเรียนหนังสือ ทำงาน และ ทำตัวตามวิถึแบบอย่างที่สังคมบอกว่าถูก ว่าดี ฉันตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อที่จะได้เกรดดีๆ เอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัย และทำงานในบริษัทข้ามชาติ หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าอยากได้เงินเดือนสูงๆ เพื่อที่จะมาแลกกับวัตถุ เช่น รถ บ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ น้ำหอม อาหารดีๆ หรือ สังคมหรูหรา

สิ่งที่ฉันรักคือตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาในบัญชีธนาคาร สิ่งที่ฉันเกลียดคือความลำบาก ฉันจึงให้ความสำคัญกับการกอบโกย โอกาส เวลา และ ทรัพย์สิน ฉันเฝ้าบอกตัวเองให้วิ่งแข่งกับเวลา เร็วเข้าสิ เวลามีน้อย คนช้าคือคนแพ้ นั่นไง เค้าวิ่งแซงไปนู่นแล้ว และวันหนึ่งฉันก็ทุกข์ เมื่อเห็นว่าคนอื่นเขาไม่ได้วิ่ง แต่ขับรถไป และทุกข์มากยิ่งขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าบ้างมีเครื่องบินส่วนตัว หรือ ท้ายที่สุดบางคนไม่ต้องแม้กระทั่งเดินทางก็มีคนจัดที่รองรับไว้อยู่แล้ว

ถ้าวัตถุไม่ใช่คำตอบของความสุข ก็หมายความว่าฉันหลงทาง เห็นง่ายๆได้จาก เสื้อที่เคยซื้อเมื่อสองเดือนก่อน กลับไม่เพียงพอสำหรับฉันอีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงสองเดือนก่อน ถึงแม้จะมีกองอีกสองตู้ ก็ไม่เพียงพอสำหรับฉันอยู่ดี ฉันยังคงอยากได้ อยากมี และกระสับกระส่าย ทนไม่ได้ที่จะใส่ชุดเดิม ทั้งๆที่มีพวกมันอยู่เหลือเฟือ

กลับกันฉันตั้งคำถามใหม่ว่า ถ้าวัตถุไม่ใช่คำตอบ แต่จำเป็นไม๊ ที่จะต้องมี ฉันขอเวลาใคร่ครวญกับตัวเองสักครู่ แล้วนึกขึ้นได้ถึงเด็กผู้ชายตัวน้อยในรายการทีวี คนเดินเรื่องถามเด็กน้อยว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เด็กน้อยคิดและตอบกลับว่าอยากเป็น ชาวนา คนเดินเรื่องสงสัยว่าทำไมไม่อยากเป็น หมอ คุณครู ทหาร หรือ ตำรวจ เด็กน้อยตอบว่า ชอบเป็นชาวนา คิดว่าชาวนาดีที่สุดแล้ว ฉันอึ้งไปพักนึงกับคำตอบของเด็ก ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นอะไร หรือ อะไรดีที่สุด คนเดินเรื่องถามถึงประโยคสำคัญซึ่งอาจเป็นคำตอบ ในคำถามของฉัน คนเดินเรื่องถามว่า แล้วกลัวไม๊ถ้าวันนึงไม่มีเงินเลย (เพราะอาชีพชาวนา ใครๆก็รู้ว่าเป็นอาชีพของคนจน คือทำไปไม่มีรวย) เด็กกลับตอบว่า ไม่กลัว ไม่มีเงิน ก็จับกบ เขียด เก็บผัก ไปกินได้ มีข้าวที่ปลูก ยังไงก็ไม่อด

นั่นอาจจะเป็นคำตอบ..............จริงๆแล้วคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย เราแค่ต้องการ บ้าน อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค แต่ที่เราต้องดิ้นรนเดือดร้อนกันอยู่ทุกวันนี้เพราะเรา ต้องการได้มาซึ่ง "สิ่งที่เกินมา" ต่างหากล่ะ เช่น บ้านหลัง > ใหญ่, อาหาร > ร้านหรูๆ ราคาแพง, เสื้อผ้า > เหมือนดารา ไฮโซใส่, ยา > บำรุงพิเศษ

ฉันมองย้อนมายังแก้วน้ำใบเดิม มันจะคงล้นต่อไปอย่างนี้ ตราบใดที่ฉันยังคงไม่เข้าใจว่าความรู้สึกไม่เต็ม ไม่ได้เกิดขึ้นที่แก้ว แต่เกิดขึ้นในใจของฉันเอง เมื่อฉันเติมความสุขไม่ถูกที่ ใจฉันจะรู้สึกเต็มได้อย่างไรกัน.................




 

Create Date : 15 กันยายน 2550    
Last Update : 15 กันยายน 2550 20:48:45 น.
Counter : 123 Pageviews.  


ตุ๊ดตู่ โอ้เย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]









Friends' blogs
[Add ตุ๊ดตู่ โอ้เย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.