ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของคนต้นไม้ที่ชอบเที่ยวจ้ะ!!!
Group Blog
 
All Blogs
 

= = = = = อัพเดทกระโถนฤษี ปี ๒๕๕๐ = = = = =

......รู้สึกว่าจะมาช้าไปปีครึ่งค่ะ มัวไปเห่อที่อื่น (multiply) ไม่ได้มาอัพเดทที่นี่เลย ที่ได้ไป 'เยี่ยม' น้องบัวผุดมาเมื่อมกราคม ๒๕๕๐ (ปีนี้ ๒๕๕๑ ไม่ได้ไปเลยค่ะ มัวไปเที่ยวแอ่นระแน้ที่ดอยเชียงดาวเสีย) ยังไม่ได้เอาภาพมาลงให้ติดตามความคืบหน้า (หรือความไม่คืบหน้าก็ไม่แน่ใจ)

Photobucket Photobucket
ก่อนจะมุ่งหน้าไปก็เดินเอ้อระเหยชมธรรมชาติก่อน
สีม่วง - ดอกรางจืด สีเหลือง - ดอกแววตา




Photobucket
ดอกสีขาวฟูฟ่อง มีลักษณะคล้าย "พวงแก้วมณี" หรืออีกชื่อ "พวงวิวาห์" ที่ขายกันทั่วไป แต่รูปร่างสวยกว่านะ ขอบอก


.....เดินมาได้อีกหน่อยก็ถึงบันไดอันเดิม เพื่อนร่วมทางตัวนี้ตามส่งอิฉันถึงแหล่งกระโถนฤษีเลยค่ะ

Photobucket
รูปหล่อเดินนำ



Photobucket
แหงนมองบนต้นไม้มีกระเช้าสีดาแห้งๆ (ที่จริงคงเป็นฝักแห้งของไก่ฟ้าพญาลอ เพราะกระเช้าสีดาหาได้ยากกว่า แต่ก็เป็นรูปกระเช้าเหมือนกันแหละเนาะ)



Photobucket
ฝักแห้งๆ ของต้นติ้ว มองดูคล้ายฝักพวกตะแบก อินทนิล


Photobucket
ดอกโรยๆ ของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นไข่ดาวหรือมังตาน (ไม่เคยแยกได้เลยสองชนิดนี้ ดอกโตขนาดเท่าอุ้งมือ หอมอ่อนๆ น่าจะไข่ดาว (จิตใต้สำนึกบอก)



Photobucket
....และแล้วก็มาถึงที่หมาย ดอกกระโถนฤษีรอท่าอยู่นั่น



Photobucket
ซ่อนตัวในเวิ้งของเถาไม้ที่โค้งตัวเป็นกำแพงอย่าง (น่าจะ) ปลอดภัย ขอบอกว่าปีนี้จำนวนน้อยกว่าทุกปีอย่างน่าใจหาย หรือมันจะลดลงๆๆๆ ทุกปีจนสูญหายไปเลย????



Photobucket
รูปทรงสีสันแบบที่ตราตรึงในความทรงจำ



.....แต่....มีบางอย่างผิดปกติ.....!!!!!


Photobucket
ดูดอกนี้สิ แตกร้าวที่กลางดอกอย่างผิดปกติ เป็นการแตกที่เกิดจากถูกแรงกดทับอย่างหนัก (แปลว่าเหยียบ) ด้านข้างจนมันแตกเป็นสองซีก



Photobucket
ดอกตูมจำนวนมากถูกขุดคุ้ยกระจุยกระจาย....หรือจะพูดให้ถูกคือ "ถูกเตะกระเด็น" จากน้ำมือ (ที่ไม่ได้ใช้มือทำ) ของคนใจหยาบ


Photobucket
ดอกเหล่านี้ย่อม "แท้ง" เสียก่อนจะมีโอกาสได้บาน สภาพอันเปราะบางของเขาหรือจะทนแรงกระทำอันหยาบช้าแข็งกระด้างดังนี้ได้


.....ปี ๒๕๕๑ อิฉันไม่ได้กลับไปดูอีกครั้งเพราะภารกิจค่อนข้างมากช่วงปีใหม่ พาเพื่อนไปชมดอกนางพญาเสือโคร่ง และเดินทางไปดอยเชียงดาว กว่าจะพอมีเวลาก็ล่วงเลยครึ่งเดือนของมกราคมไปแล้ว คงสายไปที่จะได้เห็น แต่อิฉันค่อนข้างมั่นใจว่าจำนวนดอกของกระโถนฤษีจะลดน้อยลงกว่าสามปีที่ได้ติดตามมาจนอาจจะไม่มีเหลือให้ชมแม้แต่ดอกเดียวก็เป็นได้


....ภาพสุดท้ายเป็นโปสเตอร์ของสวนพฤกษ์ศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่จัดแสดงในงานวันเกษตรภาคเหนือ นำมาให้ชมว่ากระโถนฤษีได้รับการให้ความสำคัญเป็นทรัพยากรที่มีค่าของป่าในภาคเหนือของประเทศไทย
Photobucket


.....เป็นที่น่าเสียดายหากคนทั่วไปไม่ให้ความสำคัญและขยำขยี้ทำลายเสียแบบตัวอย่างที่เห็นมา มันคงสูญพันธุ์ภายในชั่วอายุเรานี่แหละ

**** แสดงความคิดเห็นเชิญที่ท้ายบล็อกแรกข้างล่างสุดเลยค่ะ ****




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2551 20:28:17 น.
Counter : 816 Pageviews.  

= = = ตามไปอัพเดทบัวผุด (กระโถนฤษี) ปี ๒๕๔๙ = = =




.....บล็อกข้างล่างเป็นการตามล่าของปี ๒๕๔๘ ได้มาแบบไม่เต็มร้อยนะคะ ปีต่อมาเอาใหม่ ไปให้มันเร็วขึ้นนิดหนึ่ง ประมาณก่อน ๑๕ มกราคมของปี เพื่อให้ไปทันดอกสดๆ

.....เนื่องจากเป็นการเดินทางซ้ำรอยเดิมรอบสอง เลยไม่เล่ารายละเอียดละ จำทิศทางได้ขึ้นใจ หลับตาเดินได้ (อิๆๆๆ โม้....หาจุดจำเพาะที่จะมีกระโถนฤษีขึ้นจริงๆ ยากเหมือนกัน เพราะแถวนั้นรกด้วยใบไม้และเถาวัลย์) ตัดตอนไปตอนพบจุดนัดพบจุดเดิมเลย





......ในจินตนาการของแม่แป้น อยากเห็นดอกสดๆ ของเขากองพะเนินเทินทึกเป็นภูเขาเลากา มีเพื่อนสมาชิก pantip.com ท่าหนึ่งเคยโพสให้ชมมันเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้เห็นหรอกค่ะ ของเราแบบเด็กๆ ไม่มากมายล้นหลามแบบนั้น


Free Image Hosting
  • ปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้วตรงที่ยังไปทันเห็นดอกตูมๆ แบบนี้จำนวนมาก แต่.....มีความรู้สึกว่าจำนวนดอกลดน้อยลง สงสัยฝีเท้านักท่องเที่ยวสู่รู้แบบแม่แป้นนี่แหละค่ะ เอาเชื้อโรคไปเผยแพร่ให้น้องกระโถนฤษีเน่าตายซะ


Free Image Hosting
  • ดอกตูมแอบอิงดอกบานอยู่ให้เห็นชวนชื่นใจ



Free Image Hosting
  • ดอกชัดๆ เข้าไปเลย....เส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 5-8 นิ้ว ลักษณะอวบน้ำ (มองด้วยตา ไม่ได้สัมผัส) เนื้อหนา อวบอิ่ม ก้มลงดิมไม่มีกลิ่นอะไรค่ะ มีกลิ่นอับๆ แบบผักค้างคืน (ยังไม่ถึงเน่า)



Free Image Hosting
  • พยายามมองให้ลึกลงไปที่ก้นกระโถน....เปล่า ไม่ได้มองหาว่า ฤษีท่านทิ้งอะไรไว้ในกระโถนบ้างหรอกค่ะ แต่อยากรู้ (เพราะลูกบ้าน PlantLovers ท่านช่างซักช่างถามมากถึงมากที่สุด....ขืนไม่ดูมาให้ถ่องแท้ เดี๋ยวท่านไล่กลับไปดูมาใหม่ ฮ่าๆๆๆๆ...) ก็มองเห็นลักษณะเป็นครีบๆ ที่ก้นกระโถน คล้ายดามด้วยโลหะ...คล้ายเฉยๆ ค่ะ คงไม่มีใครเอาเหล็กไปดามหรอก



Free Image Hosting
  • ....ดูความชันของพื้นสิ ชันมากๆ ค่ะท่านผู้ชม ไม่มีชะแง่งชะง่อนอะไรให้เกาะด้วย พลาดพลั้งก็โน่น....ก้นเหวรกๆ



Free Image Hosting
  • ....แล้วก็มีจำนวนหนึ่งชิงร่วงโรยจากไป




.....พบกันใหม่ปี ๒๕๕๐ นะค้า.......ถ้าสามารถ.....




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 27 ธันวาคม 2549 10:29:10 น.
Counter : 236 Pageviews.  

= = = แม่แป้น...ชวนไปตามล่าหาบัวผุด = = =


บอกไว้ล่วงหน้าว่าแท้จริงมันไม่ใช่บัวผุด มันเป็นกระโถนฤษีนะคะ แต่ก็มีเรื่องราวแหละ......อดใจรอนี้ดส์ นึง

========================



มาแล้วจ้ะมาแล้ว แม่แป้นมาตามสัญญา ก่อนจะโดนผู้ชมเขวี้ยงข้าวของขึ้นมา เริ่มเล่าละน้า...


อารัมภบท

เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านั้น พี่สาวแม่แป้นไปผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่โรงพยาบาล (.....เกี่ยวอะไร?...ใจเย็นๆ ค่ะค่อยๆ อ่านไป) แม่แป้นก็ไปนอนเฝ้าตอนกลางคืน ผลัดเวรกับพี่เขยซึ่งเฝ้ากลางวัน วันหนึ่งก็ซื้อนิตยสารไปอ่านด้วย จำชื่อหนังสือไม่ได้ว่า Young Traveller หรือ Trip Magazine แต่จำเรื่องราวได้ ภายในเล่มเป็นเรื่องของ "บัวผุด" ทางปักษ์ใต้ ที่ทีมงานย่องไปถ่ายภาพมา เขาซ่อนตำแหน่งแหล่งที่เป็นความลับสุดยอด นัยว่าพืชชนิดนี้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เสียยิ่งแล้ว เรื่องราวของบัวผุดหาอ่านได้ที่นี่ค่ะ

.....กล่าวโดยสรุป "บัวผุด" เป็นดอกไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 เมตร เกิดในป่าลึก เป็นพืชกาฝาก อาศัยดูดกินอยู่ในเถาวัลย์ที่เรียกว่า "ย่านไก่ต้ม" สำหรับประเทศไทยพบอยู่แถวภาคใต้ และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

อ่านไปแล้วแม่แป้นก็ฝันหวาน ว่าจะมีวันใดไหมหนอ??? ที่เราจะมีวาสนาได้เห็นบัวผุด



....แต่แล้ววันหนึ่งก็มาถึงแบบไม่ได้ตั้งใจ


ตอนที่ ๑: วาสนาแม่แป้น

วันนั้นเพื่อนชาวเยอรมันแวะเวียนมาหา เพื่อนคนนี้เมื่อตอนเรียนปริญญาตรีเคยมาฝึกงานกับที่ทำงานแม่แป้น เมื่อเขากลับไปเรียนโทต่อก็ขอกลับมาทำวิจัยที่เดิมอีก (สงสัยติดใจ) ฉะนั้นเขาจะรู้จักเชียงใหม่และประเทศไทยดีราวกับอ่านลายมือตัวเอง ตอนนี้เขาทำงานแล้ว หน้าที่การงานดีเสียด้วย จึงได้มาพักร้อนเมืองไทยปีละ 3-4 หนแน่ะ หนนึ้ก็หนึ่งในหลายหนที่เขาแวะมา เป็นวันอากาศค่อยคลายจากความหนาวของเดือนมกราคม

คุยไปคุยมาสารพัดเรื่องสุดท้ายก็มาถึงตรงที่ :

"...สัปดาห์ที่แล้วไอไปเที่ยวแถวอุทยาน.....(สงวนนาม) ไปเจอไอ้เจ้านั่นมา ยูเรียกอะไรนะ????...."

อนึ่ง....แม้สตีวี่ (นามแฝง) จะพูดไทยได้คล่องแต่กับแม่แป้นไม่รู้เวรกรรมอะไรเจ้าพ่อคุณต้องสปีคอิงลิชด้วยทุกที ก็ขาดๆ เกินๆ พอๆ กันแหละค่ะ คนนึงภาษาแม่คือเยอรมัน คนนึงภาษาแม่คือไทย ต่างฝืนใจมาสื่อสารด้วยอังกฤษ

"ต้นอะไรเหรอ?" ถามไปงั้นแหละ เพื่อให้การสนทนาดำเนินไป

"ต้นอะไรบางอย่างที่โผล่ออกมาจากดิน มันเป็นกาฝาก ไม่มีต้นไม่มีใบ ปีนึงออกดอกหนนึง ไอไปเจอมา"

อะจ๊าก!!!! สตีวีไปเจอบัวผุดมาเหรอ ตาร้อนมากกกกกกก !!!!!


รวบรัดตัดความไปว่าแม่แป้นได้แสดงความสนใจสุดขีดที่จะได้เห็นบัวผุด....ในความคิดของแม่แป้น (เพราะสวีวี่วีก็ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร) ต้นเรื่องก็เลยเขียนแผนที่ให้ กำชับนักหนาว่าเป็นความลับนะ ไม่อยากให้คนเห็นกันแยะ เดี๋ยวแห่กันไปเหยียบย่ำมันจะสูญพันธุ์ แถมด้วยคำพูดชวนใจท้อว่า

"ไอไปเห็นสัปดาห์ที่แล้วมันเริ่มโรยแล้วนะ ป่านนี้ไม่รู้มันแห้งหมดไปหรือยัง" แป่วววววววว....!

นี่ไงป่าของแม่แป้น
แต่แม่แป้นก็ยังใจสู้ ลุยต่อไปถึงไหนถึงกัน หนทางก็ไม่ไกลมากนักจากที่แม่แป้นอยู่ไปยังสถานที่ที่เขาพบ "บัวผุด" (ในความคิดของแม่แป้น)

กำ "ลายแทง" อันล้ำค่าที่สตีวีเขียนให้ มีสี่ซ้าห้าเส้น บอกว่า....จอดรถที่นี่...มีช่องเล็กๆ แถวลานจอดรถ (ลานจอดรถสำหรับคนไปเที่ยวอุทยาน)...เดินแทรกช่องที่ไม่น่าจะเข้าไปได้...แล้วก็เดินตรงไป...พบบันได...ขึ้นไป/ไม่ขึ้น? (ลืม!)...เลี้ยวขวา....เดินไปอีก...เจอไม้ล้มแยะๆ...เจอต้น Fig...แถวๆ นั้นแหละ มี 'บัวผุด'

ลุย...!!!!

บันไดทางขึ้นที่อุทยานฯ ทำไว้
เสาร์อาทิตย์นั้น แม่แป้นก็ไปตามที่บอกเป๊ะเลย จอดรถ เดินเข้าซอกลับๆ เจอขั้นบันไดดินที่อุทยานทำไว้ อ๊ะ...ง่ายดายกว่าที่คาด บรรยากาศแถวนี้สงบสงัดมาก ต่างจากแถวๆ ลานจอดรถที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะวันหยุดแบบนี้ นกร้องจิ๊กจั๊กเป็นเพื่อน ดอกไม้ดอกไร่แถวนั้นพอหาได้ สวยงามดีค่ะ

แม่แป้นไปเจอะกระเช้าสีดา...นางแย้มป่า...ไม้เถาไม้ใบสวยๆ...เจอะหัวอะไรโตๆ คล้ายๆ หัวกลอย (ไม่ใช่ขี้ช้างนะ)...ดอกจิงจ้อ...เฟินหลายชนิด...ขอโทษด้วยค่ะถ้าขอดูหลักฐาน ถ่ายภาพมาเสียซะเป็นส่วนมาก เพราะมืดจริงๆ

หัวอะไรบางอย่างคล้ายๆ กลอย

จากบันไดที่ว่าเดินระหกระเหินต่อไปอีกค่อนข้างไกล พ้นจากบันไดไปก็เป็นทางราบๆ พบบ้านพักของคนงานป่าไม้ พ้นจากจุดนั้นไปก็เริ่มเปลี่ยวๆ (ชักหวั่นๆ เหมือนกัน) แต่มองไปรอบๆ ด้านพืชพรรณต้นไม้ต้นไร่ที่ยืนต้นเป็นเพื่อนก็ช่วยคลายเหงาได้ เดินมาไกลจนเริ่มรู้สึกว่า....ผิดทาง.... เริ่มย้อนคิดไปถึงคำพูดของสตีวี...จำไม่ได้ว่าเขาให้ขึ้นบันไดมาหรือเปล่า หรือเลี้ยวขวาก่อนบันได แต่เอ...ตะกี้ก่อนขึ้นบันไดมาก็ไม่เห็นจะมีทางแยกที่ตรงไหนอีก ก็เลยตรงมาเรื่อยๆ

ไม้เถาคล้ายๆ จิงจ้อ
พ้นจากแนวบ้านพักของคนงานอุทยานก็เป็นป่าล้วนๆ ดีหน่อยตรงที่มีทางเดินแคบๆ ให้ ทำให้ค่อยมีความรู้สึกน่าเดินหน่อย เป็น walking track สำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติของป่าเล่นๆ มีนกหลายชนิดให้ดู ต้นไม้ต้นไร่สวยๆ ...แต่....เวลามันก็เริ่มเย็นย่ำเสียแล้วสิ หน้าหนาวมันค่ำเร็วนิ เดินมาก็ตั้งไกลแล้วยังไม่มีวี่แววบัวผุดเลย


สภาพทางเดินที่พยายามหาบัวผุด


ระยะทางที่เดินไปตอนนั้นก็กว่า 2 กม.แล้ว เดินไปๆๆๆ จนเหมือนกับไปต่อไม่ได้แล้ว คือไปพบทางสามแพร่ง ทางซ้าย...คงจะพาเรากลับออกจากอุทยานไปสู่เมือง (แต่เราทิ้งรถยนต์ไว้ข้างหลัง)...ทางขวา...เป็นทางลง กลับตีย้อนไปเฉียงๆ กับเส้นที่เรามา สิ่งเหล่านี้ไม่มีในแผนที่ที่สตีวีเขียนให้ ทางซ้ายไม่น่าไปในความคิดของแม่แป้น เลยไปทางขวาดีกว่า อย่างเลวก็เดินย้อนมากลับทางเดิมที่เดินมา (กว่าจะถึงรถคงหกโมงเย็นหรือทุ่มนึงแน่ๆ ถ้าแบบนั้น) ก็ตัดสินไปลงไปทางขวา

เดินไปอีกพักใหญ่...ก็พบกองไม้ล้มกองใหญ่ โอ้โอ...คิดถึงคำพูดของสตีวีขึ้นมาได้ มันมีอยู่ในแผนที่ด้วยนะนี่ เริ่มมีกำลังใจ

กองไม้ล้มกองใหญ่

ความใหญ่ของท่อนไม้เทียบกับช้างน้อย
ตะกายป่ายปีนข้ามกองไม้กองนี้ไป เลื่อยมาคงทำบ้านได้สัก 1 หลังแน่ๆ เห็นร่องรอยคนข้ามกองไม้ซะเกลี้ยงทีเดียว แสดงว่ามีคนผ่านแยะนะนี่...มีกำลังใจ!

จากกองไม้ก็เดินต่อไป ต่อไป... ต่อไป... และต่อไป มองสองฟากทางไปพลางเผื่อจะเจอร่องรอย 'บัวผุด' แต่กลับไม่เจอะอะไร เจอะแต่เฟินงามๆ หลายสิบชนิด ทั้งเฟินหางไก่ ย่านลิเภา ลูกไก่ดำ โชน ก้านดำ นาคราช ฯลฯ เพลิดเพลินดี (ถ้าขาไม่ล้าจนแทบยกไม่ขึ้นแบบนี้)

เฟินข้างทางกระแตไต่ไม้ หรือกูดเวียนไม่แน่ใจ

ตกลงวันแรกที่ไป ใกล้เคียงที่สุดคือเจอต้นไทรต้นใหญ่มาก 1 ต้น นับว่าใกล้เคียงที่สตีวีบอกว่ามีต้น Fig (เข้าใจว่าเจตนาจะเรียก Ficus ที่แปลว่าไทร...ก็อย่างว่าแหละ ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรานี่นา) แสงก็หมดลงแล้ว คงไม่เวิร์คแล้วละ มองหาก็ไม่เห็น แม่แป้นใช้สัญชาตญาณเดินต่อไปข้างหน้า ไม่ได้ย้อนหลังกลับไปทางเดิม แต่สัญชาตญาณก็ถูกต้องเหมือนกันเพราะนำไปสู่บันไดดินได้เหมือนกัน....จากอีกเส้นทางหนึ่งวนเป็นวงกลมกับเส้นทางที่มา พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ค่ะ

อาทิตย์อัศดงเสียแล้ว


ตอนที่ ๒ : สู้อีกวัน...

แม้ว่าจะไม่พบในวันก่อนหน้าแต่แม่แป้นก็ยังไม่ยอมแพ้ค่ะ กลับไปนอนดูแผนที่ลายแทงฉบับสำคัญ พยายามหาจุดบอดว่าทำไมเราจึงไม่เจอวี่แววของ 'บัวผุด' พยายามคิดทบทวนคำพูดของสตีวี จนเริ่มเห็นร่องรอยความผิดพลาด วันที่ผ่านมาเราเดินจากตำแหน่ง 8 น. ตามเข็มนาฬิกาไปหาตำแหน่ง 16 น. ....จะเป็นอย่างไรถ้าเราลองเดินจาก 8 น. ย้อนเข็มไปหา 13 น. แล้วไอเดียก็ปิ๊ง...! แบบนี้น่าจะเวิร์ค

เช้านั้นแม่แป้นก็ออกเดินทางแต่เช้าหน่อย จอดรถที่เดิม เดินไปยังบันได แต่หนนี้ไม่ขึ้นบันไดค่ะ หาช่องทางเลี้ยวขวาให้เจอ (ซึ่งเจอจริงๆ) แล้วลัดเลาะไปเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมคล้ายๆ เส้นทางเมื่อวาน รายละเอียดแตกต่างไปนิดหน่อย เช่น มีต้นไม้ล้มแยะขึ้น

ต้นไม้ล้มระหว่างทาง

ม่วงภูคำ ดอกหญ้าแสนสวย
เดินไปเรื่อยๆ เช้าๆ บรรยากาศดีกว่าเมื่อวาน พบดอก "ม่วงภูคำ" (ย่าดาสงเคราะห์ชื่อ) จำนวนมาก ออกดอกพร่างพราวสว่างตา รู้สึกเหมือนมีเพื่อนคอยให้กำลังใจระหว่างทาง เดินไปไม่นานก็ไปถึงต้นไทรกอใหญ่ต้นเดิม (แต่ระยะทางสั้นกว่าเมื่อวาน) ตามแผนที่แล้วถ้าไปถึงต้นไทรแสดงว่าเลยจุดที่ต้องการไปแล้ว ก็เลยย้อนมาใหม่

ต้นไทรต้นใหญ่แลนด์มาร์คของการเดินทาง
เดินกลับไปกลับมาแถวๆ 10 เมตรจากต้นไทร ตาก็มองสอดส่ายหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบางประเภทบนพื้นดิน พลาดไปนิดหนึ่งที่ไม่ได้ถามว่าอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวาของทางเดิน ก็มองหามันทั้งสองด้าน สตีวีพูดว่า ณ ตรงบริเวณที่มี 'บัวผุด' จะมีร่องรอยคนเดินนิดหนึ่ง แถมมีการเอากิ่งไม้ไปขัดทางเข้าไว้ แบบว่าป้องกันคนเข้าไป แม่แป้นก็สังเกตเป็นยิ่งแล้วก็ยังไม่เห็น

ระหว่างเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็ครุ่นคิดถึงแมกกาซีนท่องเที่ยวเกี่ยวกับ "บัวผุด" ที่ได้อ่านมา ในนั้นกล่าวไว้ว่าบัวผุดเป็นพืชกาฝากที่อาศัยเกาะกินกับเถาไม้ชนิดหนึ่ง ภาษาปักษ์ใต้เรียก "ย่านไก่ต้ม" ลักษณะเป็นไม้เถาใหญ่ รูปร่างแบนๆ แข็งแรงล่ำสันมาก แล้วแม่แป้นก็มองไปมองมา เอ...เจ้าเถานั่นคล้ายๆ "ย่านไก่ต้ม" ที่ได้เห็นในรูปเหมือนกันนะ


เถาอะไรสักอย่าง ใหญ่และแบน แม่แป้นนึกว่าเป็นย่านไก่ต้ม


ที่จริงแล้วเจ้าย่านไก่ต้มก็คงมีอยู่แต่ทางปักษ์ใต้แหละค่ะ แม่แป้นออกจะเพ้อเจ้อใช้จินตนาการมากไปนิด เลยคิดว่าเจ้าเถาที่เห็นนั่นคือเถาย่านไก่ต้ม

ณ วินาทีนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะเจอ "อะไร" แต่ก็เดินลงไปดู เถานี่มองๆ ไปเหมือนงูเหมือนกันนะ ความรู้สึกลึกๆ บอกตัวเองว่าสิ่งแวดล้อมแถวนี้ "เข้าท่า" มากๆ เลยล่ะค่ะ เคยไหมคะ...ในหลายๆ โอกาสเรารู้สึกว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่สำคัญที่ตรงนี้ แม้ว่าจะใช่หรือไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการก็ตาม ความรู้สึกของแม่แป้นเป็นแบบนั้นแหละค่ะ


หรือจะเป็นย่านไก่ต้มจริงๆ
กรุณาสังเกตดีกรีความชันของพื้นที่ที่แม่แป้นยืนถ่ายภาพ



ลงไปดูๆ สักหน่อย ไม่เห็นมีร่องรอยคนเดินหรือกิ่งไม้พาดกันคนเข้าเลย มองๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง....











เห็นอะไรบางอย่างที่ใกล้ๆ เถาแบนๆ เถานั้น มองดูเป็นสิ่งของ...อะไรน่ะ


ก้อนอะไรบางอย่างที่พื้นก้อนดำๆ คุณคิดว่าอะไรคะ?



มองไปดีๆ เห็นเป็นรูปร่าง มีกลีบ มีดอกชัดเจน อะว้าววววว....นี่แหละค่ะสิ่งที่แม่แป้นตามหา


มองไปทั่วๆ บริเวณนั้น โอ้โห มันเคยเป็นแหล่งปาร์ตี้ของเจ้าดอกสีดำๆ นี่ ซึ่งแน่ละ ก่อนหน้านี้คงสดใหม่ เบ่งบานสดใส แต่ตอนนี้วัยเวลาได้ล่วงเลยไปทำให้มันดำเป็นมัมมี่แบบนี้ ก็ยังดี อย่างน้อยแม่แป้นก็ได้เจอ "สถานที่" ที่เคยมีผู้คนมาพบเจอ 'บัวผุด' ของแม่แป้น



จุดนี้เป็นแหล่งเดียวกับที่สตีวีบอก แต่แม่แป้นเข้ามาทางท้ายๆ ของบริเวณ เดินไปอีกนิดก็จะพบส่วนที่เขาเอาไม้มาขัดไว้กันคนเข้า มีรอยเท้าเปรอะๆ แม่แป้นยังมีความหวังอยู่กระปริ๊บ กระปริ๊บ ว่าอาจจะเจอะดอกสดๆ เป็นๆ ของ 'บัวผุด' บ้างก็ได้ ก็เลยเดินๆ หาไป บริเวณนั้นชันมาก พลาดนิดเดียวลงไปนอนก้นเหวแน่ แถมไปคนเดียวเสียด้วย จนเน่าขึ้นอืดละมั้งกว่าคนจะมาพบ



ลัดเลาะมองหาไปเรื่อยๆ



....โชคของแม่แป้นก็ยังพอมีอยู่บ้าง นั่นไงคะ ดอก "เกือบสด" 1 ดอกตั้งตระหง่าน แม่แป้นเลยระดมกดชัตเตอร์แทบจะทุกมุมมอง แม้ว่าจะมืดไป ลองใช้แฟลช ไม่ใช้แฟลช ใช้ขาตั้ง ไม่ใช้ขาตั้ง ฯลฯ หลายออพชั่น ได้ภาพพอดูได้มาแค่นี้ค่ะ นี่แหละ 'บัวผุด' ของแม่แป้น



บัวผุดของแม่แป้นที่แท้จริงแล้วคือ "กระโถนฤษี"


...กระโถนฤษี



หลายวันถัดมานำกระทู้ไปโพสไว้ที่บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง (PlantLovers ) คุณเสือจุ่นก็เข้ามาตอบว่าแท้จริงแล้วดอกนี้เขาคือ "กระโถนฤษี" หาใช่บัวผุดไม่ บัวผุดดอกจะโตกว่านี้มาก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุตถึง 1 เมตร แล้วไม่พบทางเหนือของประเทศไทยเลย พบอยู่ทางปักษ์ใต้นู่น...

ถึงแม้จะไม่ใช่บัวผุด แต่แม่แป้นก็ภาคภูมิใจในความพยายามครั้งนี้ค่ะ เอาไว้ปีหน้าจะไปเนิ่นๆ หน่อย จะได้ภาพดอกสดๆ มาเชยชม จะได้รู้ด้วยว่าที่เขาพูดว่ากลิ่นมันตลบอบอวลชวนเหียร อันเป็นกำเนิดของคำว่า "กระโถนฤษี" นั่นแหละค่ะ


========ขอได้รับความขอบคุณค่ะ======








 

Create Date : 23 สิงหาคม 2548    
Last Update : 21 มกราคม 2550 13:59:43 น.
Counter : 391 Pageviews.  


แม่แป้น 026
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




"แม่แป้น" เป็นนิคเนมล่าสุดที่เพื่อนชาวเน็ทตั้งให้อันเป็นภาคย่อของ "พังแป้น" ชื่อตัวละครที่เป็นช้างของชัยพฤกษ์การ์ตูน (ถ้าจำไม่ผิด) สงสัยเพราะเขาได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างสะโอดสะองของแม่แป้นเป็นแน่
ชื่ออื่นๆ ของแม่แป้นอาจจะพบได้ในที่อื่นคือป้าบี (be_bee_th หรือ pa_bee หาตัวได้ที่ yahoo.com) เพื่อนตัวเป็นๆ เรียก "อ." ...ที่บ้านเรียก "น." เพื่อนที่พันทิปเรียกจู๋น, จู๋นๆ, จานจู๋น (มาจากชื่อ ๐๒๖ น่ะเองค่ะ) บางทียกหูโทรศัพท์ขึ้นมาก็งงตัวเองว่า ควรจะรายงานตัวว่าใครกำลังพูด !!!

Friends' blogs
[Add แม่แป้น 026's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.