ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของคนต้นไม้ที่ชอบเที่ยวจ้ะ!!!
Group Blog
 
All Blogs
 

ภูกระดึง ๒๕๔๘ (ตอนที่ ๑) ไปภูกันดีกว่า


.....ผลงานในบล็อกนี้ขออุทิศส่วนกุศลแด่เพื่อนร่วมทริปผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๙....อีกเพียง ๑๔ วันก็จะครบรอบ ๑ ปีที่ไปภูกระดึงและครบรอบวันเกิดของเขา ขอให้มีความสุขกับโลกที่อยู่นะเพื่อนรัก




.....แม่แป้นไปภูกระดึงครั้งแรกเมื่ออายุล่วงเลยเข้ากลางคน หลายๆ คนเขาได้ไปกันตั้งแต่สมัยมัธยม มหาวิทยาลัย ไปแล้วก็กระหนุงกระหนิงๆๆๆ สวีท หวานแหวว แต่บังเอิญแม่แป้นสมัยเรียนไม่เคยไปไหนกะเขาเลย ปิดเทอมก็ทำงานวิจัย ประกอบกับเบี้ยน้อยหอยเล็กผสมเข้าไปด้วย ก็เลยไม่อยากเปลืองตังค์ไปกับการเที่ยว และไม่เคยขอเงินเพิ่มจากทางบ้านด้วยเหตุผลแค่การเที่ยว แต่ภูกระดึงก็เป็นจุดหมายที่ใฝ่ฝันมานานแหละค่ะว่าขอไปสักทีให้หายโง่ว่าเป็นเช่นไร....

.....ความเป็นไปและเป็นมาว่าทำไมเลือกไปเอาเวลานี้ ก็คือ ประมาณวันรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๘ เพื่อนที่ PlantLovers เขาได้ไปมาหยกๆ ถ่ายรูปมาเสียเช้งกระเด๊ะ ทำให้กิเลสอาสวะของเรากำเริบเสิบสานมาก ไม่เชื่อลองดูสิคะภาพถ่ายตาคนนี้แหละทำอิฉันต่อมอยากแตกโผละ >>> คลิกชมภาพ


.....ไม่ช้าไม่นานเพื่อนคนที่ 2 จาก PlantLovers เหมือนกันมาบ่นๆ ให้เข้าหูว่า
"ชวนเพื่อนไว้ 11 คน จะไปภูกระดึงกัน เอาเข้าจริงเหลือสองคน" อิฉันก็หูผึ่งดังดึ๋ง.....ถามว่า
"ไปด้วยคนสิ" พ่อคนต้นคิดก็ตอบว่า
"ไปสิป้า...กำลังหาเพื่อนร่วมทริปอยู่" ใจเต้นตึ๊กตั๊กๆๆๆๆๆ ดีใจเสียยิ่งแล้ว คาดคั้นถามเขาว่าจริงน้าๆๆๆๆ แล้วอิฉันยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย ที่หลับที่นอน อาหารการกิน พ่อเพื่อนแสนประเสริฐคนเดิมก็ตอบแบบไม่ยี่หระว่า
"ฮู้ย...ป้า สมัยนี้เขามีพร้อมหมดแล้ว ไปแต่ตัวเหอะ ลากสังขารให้ไหวก็แล้วกัน"


.....ทำดีใจได้ไม่กี่น้ำ เพื่อนคนที่ว่าก็หายสาปสูญไร้ร่องรอย (ในระยะสัปดาห์-สองสัปดาห์นั้น) บ่งบอกให้รู้ว่ากินแห้วแน่นอน อิฉันเลยไปบ่นให้พ่อจาพนมเจ้าเก่า (เพื่อนสนิทที่สุดที่อิฉันรักเหมือนน้องชาย คนที่เคยไปอ่างขาง-สามเหลี่ยมทองคำด้วยด้วย แถมเอารถไปโดนชนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเป็นสามารถในบล็อกแรกสุดของ "เที่ยวไปกับแม่แป้น" นั่นแล) ชะรอยแกจะสงสารปานน้ำตากระเด็น เลยบอกมาว่า

"ไปสิ....ผมจะพาไป" ไม่ต้องให้บอกนะว่าอิฉันจะลิงโลดปานลิงได้กล้วยเพียงไร แพ็คข้าวของไปในบัดดล


เริ่มแล้วการเดินทาง

.....การเดินทางของแม่แป้นออกจะแปลกประหลาดกว่ามนุษย์มะนาเขาหน่อย คนอื่นเขาเดินทางกลางคืนไปสว่างที่ "ผานกเค้า" แต่ของแม่แป้นไปสว่างที่ "อุดรธานี" ค่ะ ก็ไปบ้านพ่อไกด์ก่อนนี่นา ไปบ้านไกด์เจ้าเก่าแล้วถึงออกเดินทางไป อ. ภูกระดึง จ. เลย


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK01 ทุ่งศรีเมือง จ. อุดรธานี จุดเริ่มต้นการเดินทางของสองเกลอหัวแข็งอีกรอบ


....ใช้เวลาเดินทางจาก อุดรฯ ไป อ.ภูกระดึงค่อนข้างนานกว่าที่คาด ถึงเชิงภูฯ เกือบ 11 โมงเช้า เจ้าหน้าที่เขาใจดีมากๆ เร่งเราให้รีบขึ้นโดยด่วน เดี๋ยวจะมืดค่ำกลางทาง ขอแสดงความซาบซึ้งประทับใจในเจ้าหน้าที่/บุคลากร/ตลอดจนประชาชนหน่วยน้อยนิดที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นภู เขามีน้ำจิตน้ำใจต่อนักท่องเที่ยวและให้ข้อมูลดีมากๆ ขอบพระคุณเหลือเกินค่ะ เป็นเมืองท่องเที่ยวตัวอย่างแท้ๆ


Photobucket - Video and Image Hosting

ภาพ PK02 ป้ายหน้าปากทางเดินขึ้น เห็นแล้วระทึกตึกตันไงไม่รู้



.....ก่อนออกจากบ้านไป อิฉันศึกษาข้อมูลจากกระทู้ของน้องชายคนหนึ่งที่ BluePlanet ของพันทิปไป ใช้ได้ดีทีเดียวค่ะ เป็นประโยชน์ต่อการเตรียมการรับมือกับภูกระดึงในระยะเวลาสั้นดีมากเลย กับท่านผู้มีอุปการคุณอีกท่าน คุณปีกไม้หอม ที่แนะนำว่าวิธีการเตรียมรับมือกับการขึ้นดอย/ภู ก็คือให้เท้าเอว เขย่งปลายเท้าขึ้น แล้วนั่งย่อลงจนก้นแตะข้อเท้า นั่งลุกๆๆๆ ติดกันได้ให้ 30 หน นั่นแหละฟิต....แต่อิฉันทำได้สองวันเองก็เดินทางซะแล้ว เวลาน้อยมากๆ แต่ก็ได้ผลกว่าไม่ทำแหละค่ะ

....จอดรถเสร็จ ฉวยกระเป๋ามาจ่ายค่าเข้าอุทยานหัวละ 40 ค่าปักเต๊นท์หัวละ 30 ต่อวัน เอาสัมภาระไปชั่งน้ำหนัก (กก.ละ 15 บาท) สองคนก็นับสิบโลแหละค่ะ ขนเสื้อกันหนาวไปตั้งแยะ นึกว่าจะหนาว ถุงนอนคนละใบ....หนักมาก!!!! รับป้ายสัมภาระเสร็จแล้วก็ออกเดินได้


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK03 บูทลงชื่อคณะผู้เข้าพิชิตยอดภูกระดึง...ซึ่งขากลับก็มาลงชื่อออกอีกที เขาคงกลัวคนหล่นหาย พี่ไกด์ของอิฉันกำลังลงชื่อในนามหัวหน้าคณะ (ที่มีกัน 2 คน) ยิกๆ


.....แล้วเราก็ออกเดินทางกันค่ะ ในใจอิฉันคิดว่า 'จะเอาแล้วเหรอ รอดไหมนี่ตู?' คือมันมีเวลาให้ทำใจน้อยจังเลย มาถึงยุ่งๆๆๆ กะระเบียบการ เสร็จปุ๊บเดินเลย....เอาก็เอา...สู้ยิบตา ไหนๆ ก็หอบสังขารมาตั้งไกล

......แล้วก็ไม่ให้ได้ตั้งตัวกันเลยค่ะ เบรคแรกก็ลงหวายกันเลย

.....ดูระยะทางที่ อช. เขาทำไว้ให้ระบุระยะทางระหว่างแต่ละจุดที่สำคัญ ให้พอเป็นกำลัง (หรือทอนกำลังก็ไม่แน่ใจ) ดังนี้ค่ะ

ที่ทำการ อช.--500m --->ปางกกค่า --200m--> ซำแฮก --700m--> ซำบอน --440m--> ซำกกกอก --200m--> ซำกอซาง --200m--> พร่านพรานแป --140m--> ซำกกหว้า --440m--> ซำกกไผ่ -400m---> ซำกกโดน --300m--> ซำแคร่ --450m--> หลังแป --3km--> ศูนย์วังกวาง

.....เบรคแรกของการเดินทางเป้าหมายคือ "ซำแฮก" ซึ่งกว่าจะถึงชันมากๆ ทั้งชันและยาวไม่มีที่พักหายใจเลย คณะลูกหาบและนักท่องเที่ยวข้างบนกำลังกลับบ้านก็เดินสวนลงมาไม่ขาดสาย คนเดินขึ้นก็หืดจับ แก้วหูลั่นเปรี๊ยะๆ เข้าใจแล้วค่ะ อ่านเอกสารล่วงหน้ามาเขาบอกว่าซำแฮกนี้วัดใจ ถ้าตรงนี้ไม่ไหวก็อย่าไปต่อไปเลย แถมบางคนบอกว่าเจอซำแฮกก็ถอดใจกลับบ้านเลย อิฉันว่าน่าเสียดายยิ่งนักที่คนเรายอมพ่ายแพ้แก่ธรรมชาติ ไม่ถึงคางเหลืองไม่ถอยสิน่ะ


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK04 พ่อไกด์แบกน้ำหนักตัวน้อยกว่าอิฉันร่วม 10 โล เดินตัวปลิวเลยค่ะ อิจฉาคนตัวผอมๆ จังเลย ไม่ต้องแบกน้ำหนักแยะ เฮ้อ....



Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK05 ดูลูกหาบที่แบกของร่วมร้อยโลเดินลงมาซี ฮือๆๆๆ เขาไม่เหนื่อยเลย ทำไมเรา...แฮ่ก...หอบ....หอบ....โอ้ย...ตาลายคว้างๆ...


......ใครที่คิดจินตนาการไม่ออกว่าอาการในระยะ "ซำแฮก" เป็นเยี่ยงไร ลองเดินด้วยบันไดขึ้นตึก 10 ชั้นดูค่ะ ประมาณๆ นั้น ห้ามหยุดพักนะ เพราะมันไม่มีที่ให้ยืนพัก เห็นสวรรค์รำไรเลยค่ะ บรรดาลูกหาบก็ช่างแส๊นนนนน...ดี เดินออกจากที่ทำการมาได้แป๊บเดียวเอง เชียร์แล้ว "เกือบถึงแล้วค่ะๆๆๆ อีกนิดเดียว" และเชียร์กันแบบนี้ตลอดเส้นทาง เป็นน้ำใจที่คุณจะไม่ได้สัมผัสที่ไหนนอกจากที่นี่....คิดดูถ้านั่งกระเช้าขึ้นไปคนพวกนี้จะตกงาน และน้ำจิตน้ำใจแบบนี้ก็จะสูญหายไปไม่มีใครได้เห็นอีก

............หูดับ....หน้าซีด....และแล้วก็ถึงสวรรค์จริงๆ ถึงที่พักสถานีแรก "ซำแฮก" แล้วค่ะ บนนี้เป็นลานกว้าง วิวสวย ขายอาหารและของที่ระลึก ที่จริงเรายังไม่ได้ทานกลางวันกัน แต่ไม่ทานแล้ว กลัวจุก หาอะไรเบาๆ ทานดีกว่า แตงโมเลย ชิ้นละ 10 บาท (ยิ่งสูงยิ่งแพง) และแวะกินของหวานมันทุกซำไป ไม่ว่าจะน้ำแข็งใส ไอศครีม ลูกชิ้นปิ้ง ก้วยปิ้ง ฯลฯ จนถึงยอดแหละค่ะ บริการเขาดีจริงๆ ไม่อดอยากปากแห้ง


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK06 สวรรค์บนดินของ "ซำแฮก" แทบไม่อยากเดินต่อเลยค่ะ ทั้งอาหารการกิน และวิวสวยๆ ที่ราบกว้างๆ ที่เดินทางชันมาจนเดินทางราบแทบไม่เป็น



.....หลังจากนั้นก็แบบที่เขาว่าเลยค่ะว่า "ซำแฮก" มันพิสูจน์ใจ ผ่านตรงนั้นมาแล้วก็ไม่มีอะไรยากอีกต่อไป ค่อยเดินแบบประณีตบรรจง ต้วมเตี้ยมๆๆๆๆ ขึ้นเรื่อยๆ มียากอีกทีตรง ซำกอซาง (ถ้าจำไม่ผิด) ที่เป็นทางคอนกรีตซิกแซกไปมา ก็ชันไม่น้อย และอีกทีก็เบรคสุดท้ายก่อนถึงทางราบบนภู ที่เรียกว่า "ซำแคร่" (....คงอาการหนักคางเหลืองจนต้องเรียกแคร่มาหามแหละค่ะ)


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK07 แหงนคอตั้งบ่าดูทางไป "ซำแคร่" อิฉันต้องก้าวขึ้นทีละก้าว...ละก้าว...ตามก้อนหินนั่นเหมือนคนนับลูกประคำสวดมนต์แหละค่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK08 ลูกหาบเดินสวนลงไปมองเขาเป็นกำลังใจ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพที่ PK09 ที่สุดของที่สุดก็บันไดแบบนี้ก่อนจะหมดกันทีทางชัน เป็นทางราบๆ ในที่สุด เอ้า....ฮึบ...เฮือกสุดท้าย


.....ก้าวสุดท้ายจากขั้นบันไดที่เห็นในภาพบนมา ก็โล่งว่าง สุดสายตา...ถึงแล้ว "หลังแป" ที่คนเดินขาแป กว่าจะมาถึง....บรรยากาศโปร่งงาม สดใสเหมือนขึ้นสวรรค์ ผู้คนบนนี้ก็หน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับนางฟ้าเทวดา ต่างจากข้างล่างนั่นที่หน้านิ่วคิ้วขมวด ปวดขา เป็นตะคริว นวดเฟ้นกันจ้าละหวั่น ความเหน็ดเหนื่อยหายไปราวปลิดทิ้งเลยค่ะ อากาศดีมากๆ


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK10 ....ถึงแล้ว !!! "หลังแป" โอ้วิมานบนดิน (เมื่อเทียบกับนรก ตรงก่อนจะมาถึงนี่)

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK11 ขอเป็น "มนุษย์ป้าย" กับเขาด้วยคนซีคะ น้ำพักน้ำแรงนี่เนาะ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK12 ลูกหาบที่เอากระเป๋ามาส่ง จัดลำเลียงหีบห่อใหม่ เพราะจากนี้ไปทางราบตลอด ใช้รถเข็นลำเลียงค่ะ เขากำลังจัดระเบียบสัมภาระกันขมีขมัน


....จากจุดนี้ไป 3-4 กม. ก็เป็นทางราบตลอด วิวทิวทัศน์งามตา เราอยู่บันหลังกระดึงแล้ว ที่ราบกว้างใหญ่แห่งนี้ งดงามเสียยิ่งนัก หายสงสัยแล้วทำไมคนเขาตะเกียกตะกายที่จะมากัน


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK13 ขอถ่ายกัน "มุมมหาชน" หน่อย....ระหว่างทางมุ่งหน้าไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ที่คนเขาชอบถ่ายมากัน ไม่ได้....เราพลาดได้ไง


.....ระหว่างทางก็แวะลงดูต้นไม้นานา มีทั้งสนสามใบต้นเล็กๆ เฟินจำพวกกูดเกี๊ยะและโชน สามร้อยยอด...รวมไปถึงไม้ดอกจำพวก "จุกนารี" หรือ โคลงเคลงเรานี่เอง (ทำไมแถวนี้เรียกงั้นไม่ทราบ) อากาศแจ่มใสไม่มีเมฆ เย็นสบายไม่ถึงกับหนาว แต่ตะวันคล้อยลงมากๆ แล้ว ประมาณบ่ายสี่โมงครึ่งเราก็ถึงปลายทาง บรรยากาศสงบเงียบน่าประทับใจ เสียงประกาศเสียงตามสายขอต้อนรับนักท่องเที่ยว คละเคล้ากับเสียงเพลง "ภูกระดึง" ของสุนทราภรณ์ที่จะได้ฟังไปตลอดเวลาของการพักอาศัยที่นี่ค่ะ ใครไม่เคยฟังลองคลิกค่ะ เพลง "ภูกระดึง"


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK14 ภูมิประเทศแห้งๆ ระหว่างสองข้างทางเดินสู่ศูนย์ฯ วังกวาง ข้างบนนี้โล่งกว้าง น่าเวิ้งว้างดีจริงๆ เลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าตะกี้บุกป่าขึ้นมา
Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK 15 ....ในที่สุดก็ถึงที่พัก "ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง"



......รอดตายไปได้แล้ว 1 วันค่ะ



Photobucket - Video and Image Hosting




 

Create Date : 25 มกราคม 2550    
Last Update : 30 มกราคม 2550 12:04:16 น.
Counter : 532 Pageviews.  

ภูกระดึง ๒๕๔๘(ตอนที่ ๒)......ชมทิวทัศน์และพืชพรรณบนภู


.....หลังจากเดินทางถึง หมดเรี่ยวหมดแรงทานข้าวเสร็จ ทานยาคลายกล้ามเนื้อตามสูตรสำเร็จที่ได้จาก BluePlanet เช่าเต๊นท์ กางเต๊นท์ (เขากางให้) ค่าเช่าเต๊นท์ 2 หลังๆ ละ 180 ต่อวัน ไปเช่าเสื่อไว้ปูหน้าเต๊นท์และผ้านวมคนละผืนมาเพิ่มเผื่อหนาว รอสัมภาระมาถึงแล้วก็อาบน้ำนอนกันเลยค่ะ นอนหัวค่ำมากๆ ราวๆ หกโมงเย็นเอง ฮ่าๆๆๆๆ ...ก็คนมันปวดขา พ่อไกด์ออกอาการเป็นไข้ด้วย ตายละ...เราเอาคนมาทรมาณหรือนี่ กลางคืนอิฉันนอนกำลังสบายๆ นะคะไม่หนาวเลย พ่อไกด์ (ไขมันน้อย) มาบ่นตอนเช้าว่าหนาวๆๆๆ แถมนอนปิดเต๊นท์สนิทเชียว ดีไม่หายใจไม่ออกตาย อิฉันเลยยกผ้านวมและเสื้อไหมพรมให้แกใส่นอนทั้งหมดในคืนที่เหลือ นี่แหละน้า.....ไม่สะสมไขมัน !!!

.....เช้ามาถึงค่อยมีเรี่ยวแรงคิดอ่านหากิจกรรมทำ อาหารที่นี่ไม่ลำบากจริงๆ แหละค่ะ ทานอาหารจานเดียวราคา 50 บาทก็คุ้มกับที่เขาแบกหามขึ้นมาทำให้เรากินนะคะ เห็นลูกหาบแบกถังแก๊ส+รังไข่ไก่ขึ้นมาก็ซึ้งแล้ว น้ำดื่มราคา 15-35 บาทตามขนาด แต่น้ำร้อนเห็นแม่ค้าให้ฟรีค่ะ เด็กๆ บางคนมีมาม่าจะลวกกิน ก็มาขอน้ำร้อนฟรี หนูแอบไปเติมน้ำดื่มเองที่บ้านพักของ อช. เขามีเครื่องกรองน้ำค่ะ อิๆๆๆ สบายเรา ห้องน้ำห้องท่าไม่ลำบากแบบที่เวบบ่นกัน มีห้องน้ำกระจายไปตามมุมต่างๆ กระจุกนี้คนแยะก็ไปอีกกระจุกหนึ่ง สงสัยคนที่บ่นหวังจะให้เดินเข้าสบายๆ แบบอยู่บ้านแหง

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F01 บรรยากาศลานกางเต๊นท์ในวันที่ 24 ธค. 2548 คนไม่มากเท่าไรค่ะ น่าจะราวๆ 800-900 ราย กำลังสบายๆ ค่ะ


.....หลังอาหารเช้าเราก็ตัดสินไปสำรวจโลกกัน ตามแต่กำลังขาน้อยๆ ของเราจะอำนวย เราไปน้ำตกกันก่อนค่ะ ไม่เจตนาจะชมน้ำตกงามๆ สักเท่าไรหรอก แต่อยากเดินดูไปรอบๆ มากกว่า ก็สมใจแหละค่ะ ได้เห็นต้นไม้สวยๆ เต็มเลย (ทากเกาะด้วย) มีน้ำตกมาให้ดูพอเป็นมารยาท เราเดินย้อนศรกันค่ะ คนอื่นเขาวนขวาไปซ้าย เราเดินซ้ายไปขวา แต่ข้อดีคือไม่ต้องปีนมาก เดินอ้อมทุ่งหญ้ากว้างไปแล้วเดินลง ขากลับก็เดินนิดเดียวถึงลานกางเต๊นท์ แต่ถ้าเดินแบบเขาก็ไปจบลงตรงลัดทุ่งหญ้ากว้าง (ซึ่งคงจะเหนื่อยถ้ามันสายๆ แดดร้อนและหิวข้าว)

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F02 ผาหินและน้ำตกสายเล็ก...เล้ก... (หน้าแล้งก็น้ำน้อยหน่อย) ที่ยังอุตส่าห์มีคนชื่นชม

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F03ผลพลอยได้จากการเดินชมน้ำตกคือนี่ต่างหาก....เมเปิ้ล อากาศยังไม่หนาวมากเท่าไร เลยไม่ค่อยแดงจัด ช่างน่าภูมิใจเมืองไทยมีเมเปิ้ล

.....เมเปิ้ลเป็นไม้ประจำถิ่นภูกระดึงและที่สูงของไทยอีกหลายๆ แห่ง เมเปิ้ลไทยไม่เหมือนแคนาดาตรงมีสามแฉก หนูดีใจจังที่เรามีเมเปิ้ลของตนเองไม่ต้องไปยืมของคนอื่นมาชื่นชม มั่นใจมากว่าเป็นไม้ไทยแน่ เพราะมีชื่อไทยพื้นเมืองว่า "ก่วม" จำได้เคยมีเพื่อนสมัยประถามมาจาก "นาก่วม" เพชรบูรณ์ แสดงว่าต้องสัมพันธ์กับต้นเมเปิ้ลนี้แน่เลย

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F04....พยายามถ่ายใบเมเปิลในธารน้ำเลียนแบบมุมกล้องโปร พอใช้ได้ไหมคะ? ดึงซูมสุด 12X เพราะว่าขี้เกียจไต่ลงไป ขายังปวดไม่หายเลยค่ะ


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F05...เคยเห็นดอกเมเปิ้ลไหมคะ เพิ่งรู้นะนี่ว่าดอกหน้าตาแบบนี้

.....มาชมพืชพรรณกันแบบถึงลูกถึงคนกันดีกว่าค่ะ หลายๆ อย่างพบแต่ที่ภูกระดึงเท่านั้นเสียด้วยสิ ค่อยๆ ดูไปกันค่ะ
Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F06 ระหว่างทางเดินขึ้นมาเห็นชายผ้าสีดาปีกผีเสื้อมากมายเลยค่ะ แม้ว่าจะ "หลับ" กันไปเสียหมด แต่ก็รู้สึกดีที่เจอ เพราะนึกว่าจะมีแต่ที่ป่าภาคเหนือ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F07 เฟินหางสิงห์.....บนคาคบไม้สูงลิบลิ่ว อันนี้พ่อไกด์เขาภูมิใจเสนอค่ะ แรกๆ แกไม่ได้สนใจต้นไม้ต้นไร่ มีแต่อิฉันก้มๆ เงยๆ ถ่ายภาพ จนล่วงเลยมาจนถึงแถว "ซำแคร่" พ่อไกด์สะกิดให้ดูหางสิงห์กระจุกนี้ แม้ภาพจะไม่ชัดแต่ดีใจที่เจอมากค่ะ ไม่เคยเจอหางสิงห์ในสภาพธรรมชาติสักที

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F08 สนพันปี....ชื่อสนน่ะค่ะไม่ได้แปลว่าต้นเท่านี้อายุเป็นพันปี

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F09 ดอกของสนสามใบ (ต้นเล็กๆ เองมีดอกแล้ว)

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F10 กูดเกี๊ยะ....ที่ขึ้นปกคลุมสุดหูสุดตาตั้งแต่ปากทางหลังแปไปจนถึงศูนย์ฯ วังกวาง เหมือนกูดเกี๊ยะแถวทางเหนือเหมือนกันนิ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F11 สามร้อยยอด....ญาติของเฟินที่พบทั่วไปแทรกอยู่กับกูดเกี๊ยะ ทางเหนือก็มีสามร้อยยอด แต่รู้สึกของภูกระดึงจะดูแข็งแรงกว่าแยะเชียว

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F11 จุกนารี (คิดว่าชนิดเดียวกับ "โคลงเคลงขน") ไม้พุ่มขนาดกลาง ขึ้นปกคลุมหนาแน่นข้างทางจากหลังแปถึงศูนย์ฯ วังกวาง


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F12 กุหลาบแดง (กุหลาบพันปีประจำถิ่น)

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F13 ส้มแปะ ผลกลมใสน่ารักมาก

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-F13 มังตาน ดอกเล็กๆ เท่าดอกชา




Photobucket - Video and Image Hosting






 

Create Date : 21 มกราคม 2550    
Last Update : 26 มกราคม 2550 1:27:35 น.
Counter : 691 Pageviews.  

ภูกระดึง ๒๕๕๘ (ตอนที่ ๓).....พืชพรรณเฉพาะถิ่นที่หาชมได้ยาก


.....หลายคนไปภูไม่สามารถหาพืชพรรณสวยๆ ประจำถิ่นชมได้ เพราะไม่รู้จะไปดูตรงไหน ก็ขอบอกว่าน่าเสียดาย อิฉันก็ไม่ได้ชมกล้วยไม้ภู ด้วยเหตุผลเดียวกันคือไม่รู้อยู่ตรงไหน แต่ก็ยังได้พืชพรรณเล็กๆ ดอกหญ้าน้อยๆ ให้เก็บภาพมาชื่นชม ถ้าไม่อยากพลาดแบบอิฉันก็น่าจะหาข้อมูลไปก่อนว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนจะมีต้นอะไร...ลองมาดูตัวอย่างกันค่ะว่าเราจะพบอะไรได้บ้าง


Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H01 ลานหินที่ปกคลุมไปด้วยข้าวตอกฤษี สภาพแวดล้อมแบบนี้แหละที่เต็มไปด้วยพืนพรรณเล็กๆ ที่ชวนดูมากๆ ให้คลานลงค้นหาสิ่งน่าชม ลานหินอีกอย่างน่าจะมีกล้วยไม้จำพวกม้าวิ่งและสิงโต

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H02 ผักปลาบดอย....อยู่ภูน่าจะเรียกผักปลาบภูไหมนะ

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H03 กระดุมเงิน, มณีเทวา....ไปภูไม่เห็นดอกนี้นับว่าน่าเสียดาย ขึ้นอยู่ทั่วไป แถวทางเดินไปผานกแอ่นก็แยะ

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H04 ใบพาย...ดอกนี้ดูใกล้ๆ สวยมาก แต่ขนาดเล็กทำให้หลงหูหลงตาได้ง่าย ดอกนี้เจอในป่าหญ้าหน้าศูนย์ฯ วังกวาง

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H05 หว้าชะอำ, จ๊าฮ่อม....ดอกดกสวยมากๆ ขึ้นเป็นดงอยู่ข้างทางเดินขึ้น กอนี้จากแถวซำกกโดนก่อนถึงซำแคร่

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H06 ไม้พุ่มดอกสีชมพู (ภาพล่างเพี้ยนไปกลายเป็นสีม่วง).....ใครทราบนามโปรดสงเคราะห์ค่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H07 ฮ่อมดอย....พบที่เชียงใหม่ด้วย แต่ "ฮ่อม" ก็มีกันหลายชนิด ยังไม่สามารถจำแนกได้ว่าฮ่องอะไรเป็นอะไร

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H08 หญ้าเทียน....เป็นญาติๆ กับเทียนดอยที่พบทั่วไปในป่าทางเหนือ แต่รูปทรงลีบเล็กกว่า ต้นนี้พบในป่าหญ้าหน้าศูนย์ฯ วังกวางเช่นกัน

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H09 หม้อข้าวหม้อแกงลิง....น่าตื่นตาตื่นใจเวลาพบเห็น (สงสัยอิฉันคนบ้านนอกไป เพื่อนแถวปักใต้ว่าสมัยเด็กเก็บมาเล่นขายของเกร่อ) คือสำหรับเรา หม้อข้าวฯ เห็นแต่ที่เขาเลี้ยงในกระถาง มาเจอขึ้นแบะแฉะตามข้างถนนมันน่าตื่นเต้นดี เหมือนอยู่ในป่าหิมพานต์ พบเห็นได้ทั่วไปแถวข้างทาง กอนี้เห็นที่ทางเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H10 ไลเคนส์.....ลักษณะพรุน ฟูแข็งเหมือนฝอยขัดหม้อ เข้าใจว่ามีชื่อเรียกเฉพาะ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H11 หญ้าบัว, กุง, หญ้าขี้กลาก (Xyris indica L.)...ดอกสดสีเหลือง ดอกแห้งสีน้ำตาลเหมือนต้นแฟล็กซ์ อิฉันชอบมาก แต่พ่อไกด์ก็บอกแถวหลังบ้านแกอึดทึ่ดไป แป่ววววว!!!!

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H12 มณเทียรทอง...พุ่มเตี้ยติดดิน โครงสร้างต้นและดอกคล้ายๆ แววมยุรา (แววมยุราก็พบ แต่ภาพถ่ายออกมาไม่ได้เรื่องเลยค่ะ) สวยงามมาก ต้นนี้ก็เจอในป่าแถวหน้าศูนย์ฯ วังกวาง

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H13 หญ้าหางเสือลาย....สีสันสวยสด โครงสร้างดอกน่ารักมาก ใบฐานรองดอกมีสีชมพู ส่วนตัวดอกคล้ายๆ กระเพราหรือโหระพา เจริญตั้งขึ้นไปเรื่อยๆ ต้นนี้เจอที่ในป่าแถวหน้าศูนย์ฯ วังกวาง

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H14 ไม่ทราบชื่อ....สีสันและโครงสร้างดอกสวยงามมาก ลักษณะคล้ายดอกไม้ประดับของนอกชนิดหนึ่ง ยังหาชื่อไม่พบค่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H15 ดอกหรีด....เป็นดอกหญ้าที่สวยมาก ต้นเตี้ยติดดิน ดอกเป็นกระจุกสั้นๆ กลีบดอกสีน้ำเงิน น่านำมาทำเป็นไม้กระถางจัง พบขึ้นอยู่ติดทางเดินให้คนเหยียบย่ำ แถวทางไปน้ำตกใกล้ลานพระพุทธค่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H16 หยาดน้ำค้าง, จอกบ่วาย.....พืชกินแมลงขนาดเล็กๆ ขณะที่อิฉันกำลังคลานสี่ขาลงถ่ายภาพเพราะเคยเห็ฯขึ้นในธรรมชาติหนนี้เป็นหนแรก ขนาดเล็ก (กว่าที่คาด) มาก เท่าๆ เหรียญ 10 บาทเอง พ่อไกด์ถามว่า "แปลกตรงไหน ทุ่งนาหลังบ้านผมเต็มเลย"....แป่ววว!!!! (รอบที่สอง) ต้นนี้ก็พบใกล้ๆ ดอกหรีดนั่นแล

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H17 มอส?

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H18 สันนิษฐานว่าเป็นกล้วยไม้ดินที่ชื่อ "ว่านไหมนา" ใบลายสวยงามเหมือนว่านน้ำทอง เจอในป่ามืดมาก แสงไม่พอถ่าย แถวๆ น้ำตกถ้ำใหญ่

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H19 หญ้าอะไรไม่ทราบชื่อ

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H20 หญ้าอะไรไม่ทราบชื่อ ....มองดูคล้ายกล้วยไม้มิใช่น้อย

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพ PK-H21 "หัวใจพาลี" ไม้เลื้อย (?) ดอกสีชมพู ไม่เห็นต้นค่ะ เห็นแต่ดอกที่หล่นอยู่ พบที่แถวน้ำตกถ้ำใหญ่




Photobucket - Video and Image Hosting




 

Create Date : 10 กันยายน 2548    
Last Update : 26 มกราคม 2550 21:02:32 น.
Counter : 2199 Pageviews.  

ภูกระดึง ๒๕๔๘ (ตอนที่ ๔).....ชมวิวกันเพลินๆ


Photobucket - Video and Image Hosting
เมเปิ้ลทาบฟ้า...ยืนยันว่านี่ภูกระดึง

Photobucket - Video and Image Hosting
อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น....แต่....ฟ้าปิด !!!

Photobucket - Video and Image Hosting
ขากลับจากผานกแอ่นเดินออกเส้นทางสายลานพระแก้ว....หมอกลงบรรยากาศชวนฝันมากๆ

Photobucket - Video and Image Hosting
ลานหิน....ระหว่างทางเดินจากน้ำตกวังกวางและน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ลานแบบนี้แล จะมีพืชพรรณและกล้วยไม้ที่ขึ้นกับหินให้ชมเมื่อถึงฤดูกาล

Photobucket - Video and Image Hosting
น้ำตกถ้ำใหญ่....ที่มีความเป็นน้ำตกมากกว่าที่อื่นนิดหนึ่ง

Photobucket - Video and Image Hosting
เมเปิ้ลร่วงหล่น.....ที่น้ำตกถ้ำใหญ่

Photobucket - Video and Image Hosting
หมอกหนาระหว่างทางกลับจากศูนย์ฯ วังกวางไปหลังแป....ลาแล้วหนาภูกระดึง



......แม่แป้นไม่ได้ไปจุดสำคัญๆ ที่เขานิยมไปกันเพราะหมดแรงเดินจริงๆ ปวดขาไปหมด ไม่ได้ไปสระอโนดาต....ผ้าหมากดูก...ผาเหยียบเมฆ...ผาหล่มสัก (ที่ไกลมากๆ สำหรับไปชมตะวันตกดิน) แต่ไม่ได้มีความรู้สึกว่าขาดอะไรไปเลย ที่เราอยากดูคือพืชพรรณนานาก็ได้ดูจนเต็มอิ่ม อยากเข้าป่าไปดูต้นไม้ในป่าปิด ป่าดงดิบ แต่เขาไม่ได้อนุญาตคนทั่วไป รู้สึกอิ่มเอมกับการเดินทางหนนี้มาก โดยไม่รู้ตัวสักน้อยว่าจะเป็ฯครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าเพื่อน 1 ปีถัดมาเขาก็จากไป.....

....สาเหตุที่การขึ้นภูกระดึงครั้งนี้จะเป็น "ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย" เพราะการสูญเสียเพื่อนรักที่ไปผจญภัยร่วมกันในครั้งนั้นในเวลาต่อมา ทำให้มีความรู้สึกว่าเราจะทนกลับไปเห็นสถานที่เก่าๆ ที่มีภาพของเพื่อนปรากฏอยู่ตามที่ต่างๆ ที่เราเคยไปกันได้อย่างไร อิฉันจะทนเห็นได้อย่างไรโดยน้ำตาไม่หล่นให้เป็นที่จับตามองของผู้คน แม้ภูกระดึงจะสวยงามน่าหลงไหลสักเพียงใด อิฉันก็คงไม่กลับไปอีกแล้ว ให้ภูกระดึงเป็นภูกระดึงในใจเราแบบนั้นตลอดไปจะดีกว่า


มาแสดงความคิดเห็นกันที่ท้าย blog นี้เลยค่ะ




 

Create Date : 10 กันยายน 2548    
Last Update : 26 มกราคม 2550 19:55:54 น.
Counter : 362 Pageviews.  


แม่แป้น 026
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




"แม่แป้น" เป็นนิคเนมล่าสุดที่เพื่อนชาวเน็ทตั้งให้อันเป็นภาคย่อของ "พังแป้น" ชื่อตัวละครที่เป็นช้างของชัยพฤกษ์การ์ตูน (ถ้าจำไม่ผิด) สงสัยเพราะเขาได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างสะโอดสะองของแม่แป้นเป็นแน่
ชื่ออื่นๆ ของแม่แป้นอาจจะพบได้ในที่อื่นคือป้าบี (be_bee_th หรือ pa_bee หาตัวได้ที่ yahoo.com) เพื่อนตัวเป็นๆ เรียก "อ." ...ที่บ้านเรียก "น." เพื่อนที่พันทิปเรียกจู๋น, จู๋นๆ, จานจู๋น (มาจากชื่อ ๐๒๖ น่ะเองค่ะ) บางทียกหูโทรศัพท์ขึ้นมาก็งงตัวเองว่า ควรจะรายงานตัวว่าใครกำลังพูด !!!

Friends' blogs
[Add แม่แป้น 026's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.