*~..ขอบคุณ วันเวลา...ทุกสิ่ง นำทางให้เราได้พบกัน..~* ............ *~ Keep on walking with my heart ~* ............
Group Blog
 
<<
เมษายน 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 เมษายน 2563
 
All Blogs
 
*~ สังคมไทยกำลังถูกโคโรน่าไวรัสจัดระเบียบใหม่ ~*



*~ สังคมไทยกำลังถูกโคโรน่าไวรัสจัดระเบียบใหม่ ~*

“ร. ๙ ถิ่นกาขาว ร. ๑๐ ชาวศิวิไลซ์”
เมื่อจะเขียนอธิบายขยายความ
ในคำทำนายของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ชาวศิวิไลซ์ หรือ ชาวศรีวิไล ใน ร. ๑๐ ว่าเร่ิมจะเป็นจริงและเป็นจริงได้อย่างไร
ข้าพเจ้าขอมองผ่านแว่นตาอริยสัจ ๔
ชี้ไปที่สมุฏฐานเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19
ในสังคมโลกของมวลมนุษยชาตินี้ว่าแท้จริงมันมาจากอะไรเกิดจากที่ไหนกันแน่

ทราบการตั้งสมมติฐานสืบค้นหาโรคอุบัติใหม่ไวรัสโคโรน่านี้ว่า
มันมาจากค้างคาว กล่าวคือไวรัสชนิดนี้มีอยู่ในตัวค้างคาว
งูแอบเลื้อยไปฉกกินค้างคาวที่เกาะอยู่ตามฝาผนังถ้ำ
คนไปจับเอางูตัวนั้นมาแร่เนื้อวางขายที่ตลาดอู่ฮั่น
คนซื้อเอาเนื้องูที่พ่อค้าแร่ขายไปปรุงเป็นอาหารสุกๆ ดิบๆ รับประทานกินกัน
เชื้อไวรัสโคโรน่าที่อยู่ในตัวค้างคาวก็มาอยู่ในตัวงูที่กินค้างคาว
และสุดท้ายก็มันมาอยู่ในตัวคนที่ไปกินงู
ค้างคาวแพ้งู งูแพ้คน คนแพ้ค้างคาวที่มีโคโรน่าไวรัสอยู่ในตัวของมัน
วกไปวนมาเหมือนงูกินห้างอย่างไรอย่างนั้น

ต่อคำถามว่า “สาเหตุแท้จริงเกิดจากอะไร”
ขอตอบในทางโลกว่า “เกิดจากปากเขมือบกิน”
(คนเห็นแก่กิน กินไม่เลือกหน้า)
ตอบในทางธรรมว่า
“เกิดจากการฆ่า ปลิดชีวิตทำปาณาติบาตผิดศีลข้อที่ ๑ ”
เมื่อจุดเร่ิมต้นมันมาจากการฆ่าปลิดชีวิต จุดจบจะอวสานลงเอยอย่างไร
คำตอบง่ายนิดเดียว มันก็ต้องจบอวสานลงเอยด้วยการฆ่าปลิดชีวิตเช่นเดียวกัน
กงกรรมกำเกวียนระเวียนระไวมันหมุนวนไปอย่างสมเหตุสมผลอย่างนี้แหละ

แต่ในที่นี้ที่ข้าพเจ้าต้องการชี้สมุฏฐานเกิดการแพร่ระบาดของโคโรน่า
ไวรัสไปทั่วทุกมุมโลก ว่า แท้จริงนั้นมันคืออะไร
คือ “กามคุณ” กามคุณ ๕ รูป
เสียง กลิ่น รส ส่ิงสัมผัส อันน่าปรารถนา
น่าใคร่ น่าชอบใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด
ซูเปอร์สเปรดเดอร์ แหล่งการแพร่เชื้ออย่างฉกาจฉกรรจ์ก็คือกามคุณ ๕ นั่นเอง

ถ้าเราย้อนอดีตในเมืองไทยให้หวนกลับคืนมาใหม่
โดยไม่จัดให้มีการชกมวยที่สนามมวยลุมพินี
ประเทศไทยเราจะประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโคโรน่า
ไวรัสขนาดหนักอย่างนี้ไหม

การจัดให้มีการชกมวยคู่พิเศษถึง ๑๑ คู่
นัดสำคัญๆ ในสนามมวยลุมพินีนั้น
ทราบว่ามีการเดิมพันเล่นพนันขันต่อของเซียนมวยทั้งหลาย
ที่มาจากต่างจังหวัดหลายแห่ง เงินพนันกันนั้นแตะเลขหลัก ๗ นี้
มันเป็น “สายอบายมุข” ชัดๆ เลย
และเมื่อเซียนมวยคนชมมวยเชียร์กันอย่างสนุกสนานเมามันเฮโลกันใหญ่
นี้มันก็เป็น “สายบันเทิง : กามคุณ” ชัดๆ เหมือนกัน

ในประเทศอิตาลีที่มียอดจำนวนของชาวอิตาเลี่ยนติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย พร้อมกับการล้มตายนับเป็นหมื่นๆ คน
ทราบว่าชาวอิตาเลี่ยนมีลักษณะนิสัยคล้ายคนไทย
คือ รักสุข สนุก สะดวก สบาย เลิกงานแล้วก็มักไปสถานที่บันเทิงเริงรมย์
ชอบจัดงานปาร์ตี้กินเลี้ยงกัน ร้องรำทำเพลง สรวลเสเฮฮา ดื่มเหล้าเมายา
อยู่ในคลับในบาร์ เที่ยวกลางคืนในสถานที่อโคจร
ในประเทศอังกฤษก็เช่นเดียวกัน
ชอบตั้งวงเล่นดนตรีกันกลางแจ้งในที่สาธารณะเป็นประจำ

“กามคุณ”
มันมีอำนาจครอบงำทำให้ชาวอิตาเลี่ยน ชาวอังกฤษ หรือชาวไทยเรา
ด้วยนี่แหละ ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสต่ำ
ประมาทคิดกันง่ายๆ ด้วยปัญญาอันตื้นเขินว่า
“โคน่าไวรัสมันไม่เท่าไหร่หรอก ก็แค่ไข้หวัดธรรมดาๆ ชนิดหนึ่ง
เรามีภูมิต้านทานดีเสียอย่าง กินยาปฏิชีวนะไม่กี่เม็ดก็หายได้เอง”

เพราะเหตุไรจึงเกิดการประเมินสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโคโรน่าไว้รัสต่ำถึงขนาดนั้นได้
เพราะจิตมนุษย์มันอยากเสพกามคุณอย่างไรล่ะ
มันอยากไปหมกมุ่นมัวเมาคลอเคลียกับกามคุณอยู่อย่างนั้นตลอดไป
ลองได้อยากขึ้นมาเสียอย่าง อะไรก็ต้านมันไว้ไม่ได้เลย
คนที่ขืนไปต้านหรือห้ามปรามก็จะโดนด่ายับ
การจัดงานคอนเสริต์ของวงดนตรีแอ๊ดคาราบาวทางภาคเหนือ
จังหวัดเชียงรายนั้น ใครที่เป็นศิลปินแห่งชาติแท้ๆ
กลับด่ารัฐบาลหยาบคาย ออกมึงออกกูชัดเจน
นี่แหละคืออำนาจของกามคุณล่ะ รู้ไว้ซะด้วย
มันทำให้คนมืดบอดได้ชั่วพริบตาเดียว

“ร. ๑๐ ชาวศิวิไลซ์” ขอกล่าวถึงในหลวงรัชกาลปัจจุบัน
หากใครติดตามอ่านบทความที่ข้าพเจ้าเขียนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้น
ก็จะจำเนื้อเรื่องอยู่ในหัวข้อว่า “พระบรมราชาภิเษก” นั้นได้
ข้าพเจ้าเขียนเอาไว้มากถึง ๔ ตอนเลยทีเดียว
ข้าพเจ้าขอขมวดสรุปประเด็นให้อ่านกันสั้นๆ
(เขียนยาวก็โดนบ่นว่าใครจะไปอ่าน)
ว่า “การจะทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองของชาวศิวิไลซ์
เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศที่ได้รับการพัฒนาดีแล้วนั้น
ได้ด้วยเหตุ ๒ ประการ
ซึ่งจะต้องทำให้ได้ก่อน และต้องทำสำเร็จให้จงได้ด้วย คือ :-
๑. กำจัดเสี้ยนหนามของประเทศไทยเอาออกไป
๒. จัดระเบียบวินัยของคนภายในประเทศ

เร่ิมแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร. ๑๐
จะเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ศิริราชสมบัติ
พระองค์ผู้ทรงผ่านการฝึกอบรมระเบียบวินัยทางทหารเข้มงวดมาเป็นอย่างดี
ก็เร่ิมจะจัดระเบียบวินัยให้แก่ข้าราชบริพารของพระองค์เป็นลำดับแรกก่อน
เราพสกนิกรชาวไทยก็ได้เห็นการประกาศราชกิจจานุเบกษาว่า
ทรงปลดคนนั้นแต่งตั้งคนนี้อยู่บ่อยๆ
ก่อนจะทรงหันมาจัดระเบียบวินัยให้แก่
พสกนิกรชาวไทยคนภายในประเทศทั้งหมด

ในบทความนั้นข้าพเจ้าเขียนบอกว่า
การกำจัดเสี้ยนหนามเอาออกจากเมืองไทย
ให้คนพวกนั้นไปตายอยู่ในต่างประเทศ มิใช่เรื่องยาก
แต่ที่ยากและยากมากๆ ก็คือการจัดระเบียบวินัยให้แก่คนภายในประเทศ
เพราะคนไทยชอบสุข สนุก สะดวก สบาย
จะให้เป็นคนมีระเบียบวินัยเป๊ะเหมือนคนญี่ปุ่นเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง

ข้าพเจ้าขอพระบรมราชานุญาตกล่าวว่า
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร. ๑๐ คงทรงอ่อนพระหฤทัย
ที่จะจัดระเบียบวินัยให้แก่คนไทยภายในประเทศ
สุดท้ายพระองค์ก็ต้องยอมปล่อยให้ตกอยู่ในสภาพเดิม
รักสุข สนุก สะดวก สบายต่อไป”
(ไม่อินังขังขอบกับเรื่องใด ฉันจะสุขสนุกเสียอย่าง อย่าห้ามให้เสียเวลา)

แต่มาบัดนี้ข้าพเจ้าเริ่มเห็นความหวังแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่รำไร
ในรัชกาลปัจจุบัน ร. ๑๐ ว่า
ชาวศิวิไลซ์ มีทางเป็นไปได้
เมืองไทยจะเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมอารยประเทศหรืออาจจะยิ่งกว่า
เพราะมีผู้จัดระเบียบวินัยให้ใหม่แล้ว
นั่นคือ โคโรน่าไวรัส โควิด 19
(เรียกให้ครบเต็มยศไปเลย)

ข้าพเจ้าขอย้ำบอกในที่นี้ก่อนว่า
“ถ้าโคโรน่าไวรัสไม่สามารถจัดระเบียบวินัยให้แก่คนไทยได้ดีอยู่ตราบใด
มันจะไม่หยุดพฤติกรรมการแพร่ระบาดไปอยู่ตราบนั้น”

ขณะนี้ข้าพเจ้าก็เชื่อเหลือเกินว่า
โคโรน่าไวรัสกำลังคัดกรองคนอยู่
คนที่ไม่มีระเบียบวินัยเอาแต่สุข
สนุก สะดวก สบาย เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้
(เก็บกักตุนได้แม้แต่หน้ากากอนามัย
ซึ่งควรจะมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ก่อน)
ยังเที่ยวรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ได้
ไม่มีสำนึกสาธารณะร่วมรับผิดชอบสังคมด้วยกัน
“ไม่อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ก็จะถูกโคโรน่าไวรัสจัดการ
สายอบายมุข สายกามคุณ บันเทิงเริงรมย์นั่นแหละ หมดไปก่อน

ส่วนคนที่มีระเบียบวินัยดี
ไม่มีความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้
เห็นแก่ประเทศชาติ
“อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”
และมีอัธยาศัยไมตรี รู้จักบริจาคปันแจกเอื้อเฟื้อเกื้อกูลแก่คนอื่น
ก็จะเหลืออยู่ดำรงชีวิตต่อไปได้ ไม่ถูกโคโรน่าไวรัสจัดการแต่อย่างไร

ถามว่า จำนวนคนที่มีระเบียบวินัยดี ไม่มีความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้
เห็นแก่ประเทศชาติ จะเหลืออยู่สักเท่าไหร่
ท่านทั้งหลายตอบกันเอาเองเถิด
แต่ถ้าจะให้ข้าพเจ้าตอบ ขอตอบว่า
“น่าจะเหลืออยู่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์”.


พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์
28 มีนาคม เวลา 18:43 น.








*~*~*~*~**..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*~*




Create Date : 01 เมษายน 2563
Last Update : 1 เมษายน 2563 16:08:16 น. 0 comments
Counter : 491 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
*~ต้นกล้า...ของหัวใจ~*
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

คือ ต้นกล้า ผลิใบ เพื่อแทนคุณ แผ่นดิน

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
Friends' blogs
[Add *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.