กฐินวัดสุนันทวนาราม ตุลาคม ๒๕๕๓


ไปกฐินมาเลยมาเล่าสู่กันฟังสักหน่อย

ฉันไปกฐินที่วัดป่าสุนันทวนาราม ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีมา
ถ้าพูดชื่อวัดคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันแต่ถ้าบอกว่าวัดหลวงพ่อมิตซูโอะ ก็อาจจะร้องอ๋อกันบ้าง

ช่วงหลังๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนสัปดาห์ละ ๖ วัน ฉันไปวัดค่อนข้างบ่อย ถ้าเทียบกับเวลาอันมีจำกัด
ปีนี้ไปวัด ๓-๔ ครั้งแล้ว รวมๆ แล้ว อยู่วัด ๑๐ กว่าวัน

ฉันว่า ถ้าฉันว่างๆ อยากทำอะไรก็ทำได้แบบเมื่อก่อน ก็คงไม่ขวนขวายไปวัดเยอะและบ่อยขนาดนี้ แต่พอดีว่ามันไม่ว่างนี่แหละเลยต้องรีบไป เพราะกลัวว่าวันหนึ่งมันจะไม่ว่างยิ่งกว่านี้อีก

เข้าเรื่อง

เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดป่า สาขาวัดหนองป่าพง ซึ่งมีวัตรปฏิบัติประการหนึ่งคือทุกคืนวันพระ จะปฏิบัติตลอดคืนที่เรียกกันว่าเนสัชชิก

ฉันเองแม้จะไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เนื่องจากเป็นวันออกพรรษาด้วย จึงมีความพิเศษที่เป็นทำเนียมปฏิบัติของสาขาวัดหนองป่าพงอีกเช่นกัน คือ เป็นวันที่พระนวกะจะได้ขึ้นเทศน์ให้ญาติโยมฟัง ถ้าบวชเพียงพรรษาเดียว นี่ก็จะเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็ว่าได้

เนื่องจากส่วนมากพระจะเล่าถึงสาเหตุที่มาบวชและประสบการณ์การเป็นพระเสียมาก ประมาณร้อยละ ๙๐ ฉันจึงแบ่งการมาบวชของพระได้ดังนี้

(ไม่รู้ทำไมเขียนแล้วมันรู้สึกวิชาการๆ ชอบกล สงสัยทำข้อสอบมากไป)

๑ พระที่มาบวชตามประเพณีทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ
๒ พระที่มาบวชเพราะเชื่อว่าเมื่อบวชแล้วจะเข้าใจชีวิตดีขึ้นและจะทำให้รู้ว่าอนาคตควรจะเป็นอย่างไร
๓ พระที่ประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตและเชื่อว่าการบวชอาจทำให้สามารถจัดการกับปัญหานั้นได้
๔ พระที่อยากบวชมานานแล้ว แต่ติดขัดด้วยสาเหตุทางครอบครัวบางประการ เมื่อเหตุนั้นหมดไปแล้วจึงได้มาบวชเมื่ออายุมากแล้ว

ในเทศนาของพระนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกได้อย่างชัดเจน

คือสิ่งสำคัญที่หล่อเลี้ยงและเป็นกำลังให้พระในการครองสมณเพศนั้น คือข้าวสวยร้อนๆ ที่โยมนำมาใส่บาตรนั่นเอง อาจเพราะฉันเป็นคนกรุงเทพ ซึ่งทั้งพระทั้งโยมก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย จึงไม่เคยสังเกตเห็นสายสัมพันธ์นี้



การเดินไปบิณฑบาตรในระยะทางราว ๒๐ กิโลเมตร วินาทีที่ข้าวสวยร้อนๆ ตกลงในบาตร ในตอนแรกอาตมานึกเปรียบเทียบกับตัวเองเมื่ออยู่กรุงเทพ เวลาเราใส่บาตรเราต้องใส่ครบทั้งอาหารน้ำ แต่มาที่นี่ได้แต่ข้าว แต่เมื่อมองไปที่บ้านของโยมแล้ว อาตมาก็ตกใจ เพราะสภาพบ้านของโยมนั้น อาตมาเชื่อว่า แม้แต่การหาข้าวสารมาเลี้ยงครอบครัวก็เป็นเรื่องยาก แล้วทำไม ทำไมโยมจึงต้องตื่นแต่ตี๔ ตี๕ เพื่อมาหุงข้าว มาใส่บาตรให้อาตมาด้วย อาตมามีคุณความดีอะไร ที่สมควรแก่ข้าวทัพพีนี้หรือไม่

นี่เป็นสิ่งที่พระนวกะแทบทุกรูปพูดถึงในคืนนั้น และเป็นครั้งแรกที่ฉันมองเห็นสายสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของพุทธบริษัท ๔

นอกจากนั้นยังมีหลายๆ เรื่องราวที่กระทบใจของฉันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องนี้

พระรูปหนึ่งเล่าถึงชีวิตของท่านเองว่า ท่านเรียนจบมาจากเมืองนอก ทำงานและเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็วจนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการตั้งแต่อายุยังไม่ขึ้นเลข ๔ แต่ท่านเองก็มีด้านไม่ดี และวันหนึ่งท่านก็พบว่าด้านไม่ดีของท่านนั้นได้ก่อปัญหาที่ตัวท่านเองไม่อาจจะรับมือได้ ท่านจึงมาทดลองบวช ทั้งที่เดิมทีนั้นท่านไม่ศรัทธาในศาสนาและไม่ยกมือไหว้พระ ท่านได้ทดลองบวชภาคฤดูร้อน ๑ เดือนเมื่อเดือนเมษาก่อนที่จะกลับมาบวชอีกครั้งในพรรษาหลังจากที่ได้ลาออกจากงานแล้ว ในตอนที่ท่านสึกกลับไปอยู่ที่บ้านนั้น พี่สาวของท่านได้พูดว่า การไปบวชของท่านนั้นเป็นแค่หินทับหญ้า เพราะตอนที่สึกกลับมาแล้วท่านก็ยังมีอารมณ์หงุดหงิดอยู่อย่างเดิม

หากการบวชของอาตมาเป็นหินทับหญ้าดังที่พี่สาวกล่าว อาตมาจะขอทับหญ้านั้นด้วยหินที่หนัก ๒๒๗ และจะไม่ขอยกหินก้อนนั้นออกตลอดชีวิต นี่คือหนทางที่อาตมากำลังจะก้าวเดินต่อไป

สาธุ สาธุ สาธุ

นอกจากนั้นก็มีพระอีกหลายๆ รูปที่ได้ปวารณาข้อวัตรในพรรษาซึ่งทำได้ไม่ง่ายนัก อาทิ ปวารณาสละรองเท้าตลอดพรรษา ปวารณาฉันตกบาตร – ฉันเฉพาะอาหารที่บิณฑบาตรได้ ปวารณาฉันไม่เกิน ๕ ช้อน เมื่อฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าความลำบากเพื่อตัวเองของเรานั้น มันก็เท่านั้น แล้วเราก็ยังบ่นยังโอดครวญ การต่อสู้ที่แท้จริงมิใช่การต่อสู้เพื่อให้ได้อะไรมา แต่เป็นการต่อสู้เพื่อให้รู้จักตัวเอง ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่เคยได้ยินมา ว่าการเดินทางไม่ใช่เพื่อการไปให้ถึง แต่การเดินทาง คือการก้าวไปทีละก้าว เพียงเท่านั้น

หลังจากพระเทศน์ไปเรื่อยๆ จนครบ ก็ ๗ โมงเช้าพอดี รวมแล้วเป็นเวลา ๑๐ ชั่วโมงพอดี

ปกติแล้วเนสัชชิกอย่างมากก็ไม่เคยเกินตี ๔ ตี ๕ คราวนี้ ๗ โมงเช้า และเนื่องจากฉันเป็นพวกนอนยากนอนเย็น ก็เลยตัดสินใจไม่กลับไปนอน ตรงไปกินอาหารเช้าเลย เพราะเป็นวันกฐิน จึงมีโรงทานตั้งแต่เช้า



วันรุ่งขึ้นมีกฐินที่สำนักสงฆ์แม่น้ำน้อยซึ่งเป็นสาขาของวัด
เนื่องจากคราวนี้มากับพ่อ จึงคิดว่าพ่อคงอยากไปดูอะไรๆ มากกว่าจะมานั่งอยู่วัด ก็เลยไปอีกงาน

ขาไป นั่งรถตู้ของคนที่มาวัดไปลงที่วังนกแก้วรีสอร์ท ซึ่งเอื้อเฟื้อแพพาล่องแม่น้ำผ่านน้ำตกไทรโยคใหญ่ไปลงปากแม่น้ำน้อย จากนั้นก็ต้องเดินเท้าผ่านสะพาน (ซึ่งเดินไปก็แกว่งไป) และเดินขึ้นเนินอีกระยะหนึ่ง เพื่อไปต่อรถกระบะวิ่งผ่านป่าไป ก่อนที่จะไปต่อเรือหางยาว (ที่นี่เรียกว่าเรือหาง) หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวเช้าตอน ๑๐ โมงครึ่ง (บอกเวลาเพราะหิวมาก)



ขาไปว่าน่าสนใจแล้วขากลับยิ่งหนักกว่าเดิมเพราะเปลี่ยนเส้นทาง นั่งเรือหางยาวกลับออกมาแล้วไปยืนบนรถกระบะวิ่งผ่านป่า แต่คราวนี้ต้องคอยก้มหลบกิ่งไม้กันเป็นระยะ สนุกยิ่งกว่าเล่นเกมอีก เผลอสติปุ๊บโดนกิ่งไม้เคาะหัวกันเอาจริงๆ แต่วิ่งในป่ายังไม่เท่าไหร่เพราะไปได้ไม่เร็วมากแต่พอมาถึงถนนใหญ่ (๓๒๓) รถก็วิ่งด้วยความเร็วประมาณ ๑๒๐ จะมีอะไรระทึกใจกว่านี้อีก



เมื่อมาถึงวัดโดยสวัสดิภาพ คนก็เริ่มทยอยกันกลับ เหลือคนอยู่อีกไม่มากและเมื่อฉันกลับมาที่เรือนนอนซึ่งเมื่อคืนก่อนๆ นอนกันประมาณ ๕๐ คน ก็พบว่า คืนนี้เหลือฉันคนเดียว ใจหนึ่งก็คิดๆ อยู่ ว่าจะไปขอย้ายที่นอนดีไหม



แต่เนื่องจากได้กำลังใจจากการฟังเทศน์มาราธอนเมือคืนแรก ก็เลยคิดว่าลองนอนคนเดียวดูคงไม่เป็นไรมั้ง แต่เพอความสบายใจก็ไปเอาไฟฉายมานอนกอด ก่อนนอนก็อ่านหนังสือธรรมะสักหน่อยเพื่อความสบายใจ ไม่มีของขลังภายนอกก็ขอทำใจให้สบายๆ ยิ้มน้อยๆ ก่อนนอน (ตามชื่อหนังสือที่หลวงพ่อให้เมื่อมาถึง) จริงๆ ก็แอบหวาดๆ เพราะใจไปนึกถึงเรื่องที่คนอื่นเล่าให้ฟังแต่อาจจะเพราะจำอะไรไม่ค่อยได้ ความหวาดเลยไม่พัฒนาเป็นความกลัว - ขี้ลืมก็ดีเหมือนกันนะ

ตอนเช้ากินข้าววัดแล้วก็กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ




Create Date : 31 ตุลาคม 2553
Last Update : 31 ตุลาคม 2553 21:27:09 น.
Counter : 7435 Pageviews.

10 comments
  
สาธุ...สาธุ...สาธุ...
โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 61.7.139.78 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:21:32:25 น.
  
อนุโมทนาด้วยนะคะ

เขียนบล็อกได้น่าอ่านมากเลยค่ะ ชอบจัง
โดย: บุษ IP: 119.234.65.132, 220.255.7.187 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:21:43:42 น.
  
สาธุๆๆ

ประทับใจมากกับข้อเขียนดีๆอ่านแล้วเกิดบุญในใจ เห็นคนคิดดีทำดีก็ปลื้ม มีแรงกำลังที่จะเดินต่อไปเพื่อสร้างเหตุเพื่อความจบสิ้นของเรา เราไม่ได้เดินคนเดียว มีคนเดินไปจุดหมายเดียวกับเรา แม้จะต่างคนต่างเดิน แต่ก็มีสิ่งที่ส่งสัญญาณให้รู้กัน ว่าทางที่ไปนั้นดีแล้ว ใช่แล้ว อย่าท้อแท้ จงเดินไปเถิด

เก่งมาก นอนคนเดียวก็ได้

แต่นอนหลับดีหรือเปล่า

คงจะเป็นเวลาที่เป็นส่วนตัวจริงๆ อยู่คนเดียวกับความเงียบและมืด

เงียบๆ มืดๆ เย็นๆ

จบด้วยแมวเหมียว

ระลึกถึงน้องแขเสมอ หวังว่าคงได้รับ
โดย: ป่ามืด IP: 124.120.51.244 วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:22:01:47 น.
  
อนุโมทนาบุญค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:25:57 น.
  
สาธุจ้ะ

อิจฉาเสมอเวลารู้ว่าใครได้เข้าใกล้ธรรมะ ได้อยู่ชิดความสว่างใส (แต่ตัวเองก็กิเลสหนา และขี้เกียจเกินกว่าจะใช้ความพยายามเข้าไปในทางนั้น)

เรื่องให้นวกะเทศน์นี่เจ๋งอ้ะ ชอบ

ขี้ลืมก็ดีเหมือนกันนะ - จริงด้วย
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:52:59 น.
  
สวัสดีค่ะ

ไม่ได้แวะมาทักทายบ้านนี้ซะนาน

เพราะเห็นว่าเจ้าของบ้านติดภาระกิจและปิดบล็อก

กลับมาเยือนครั้งนี้ได้เห็นภาพสวยงามตางามใจ

แล้วก็ได้ฟังเรื่องดี ๆ ที่สำคัญได้รู้จักกับคำว่า

หินทับหญ้า เข้าใจเปรียบเทียบดีค่ะ

หลายคนมักเป็นอย่างนั้น ตัวเราเองก็เป็น

บางครั้งหรือหลายครั้งก็ต้องพยายามดึงตัวเองไว้

สิ่งที่ไม่ดีและทำเป็นประจำมักทำให้เราเคยตัว

เมื่อได้รับการขัดเกลาเพียงครั้งสองครั้ง

ก็ยากที่จะทำให้นิสัยเหล่านั้นหมดไป

คงต้องหมั่นไปรับการขัดเกลาบ่อย ๆ

อย่างที่ท่านปัญญานันทภิขุ กล่าวว่า

เนื้อตัวสกปรกยังต้องอาบน้ำทุกวัน

แล้วนับประสาอะไรกับจิตใจ

ถ้าไม่รู้จักชำระล้างซะบ้างก็มีแต่จะหมักหมม

พอกพูน จนยากที่จะเอาออก

นาน ๆ เข้ามาพบหน้าพูดคุยเลยยาวเลยนะค่ะ

อากาศเปลี่ยนรักษาสุขภาพด้วยค่ะ
โดย: oa (rosebay ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:33:48 น.
  


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:5:04:03 น.
  
สวัสดีปีใหม่จ๊ะ พรใดที่ไขว่คว้าได้ ก็จงอย่ารอช้า..


คิดถึงจังเลย ..
โดย: ป่ามืด วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:11:50:33 น.
  
สวัสดีปีใหม่อีกแล้ว ..

ปีใหม่ ..คนเก่า(แก่)..

พาคุณพ่อไปทำบุญ สาธุนะคะ ..

โดย: ป่ามืด วันที่: 2 มกราคม 2556 เวลา:0:56:33 น.
  
สวัสดีครับ
โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 9 กันยายน 2560 เวลา:6:44:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

rebel
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Five Precepts For Kids

  1. I promise to try not to take the life of any animal, bug, fish or bird.

  2. I promise to try not to take anything which is not given to me.

  3. I promise to try not to be greedy or disrespectful with regard to what I eat, see, feel and listen to.

  4. I promise to try not to lie or speak harmfully to anyone.

  5. I promise to try not to consume any foods, drinks or drugs which make me stupid or crazy.




ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog