.์์.นีโอ Positive..
 

บันทึกใจสบาย – Call Center



    เมื่อวันก่อน ผมไปธนาคารเพื่อทำเรื่องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์
    แล้วเผอิญเสียเวลาไปชม.กว่าครับ ใจหงุดหงิดทีเดียว เพราะจะต้องไปทำธุระต่อด้วย
     แต่ยั้งใจไว้ทัน และเปลี่ยนผลให้ออกมาสวยงาม ดีใจครับ เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง
 
     จริงๆแค่ขอเปลี่ยนเบอร์เรื่องเดียว แต่ทำจริงมีเอกสารต้องกรอกเยอะ เพราะเรามีธุรกรรมหลายส่วน และแต่ละส่วนแยกกัน
     พอมาส่วนบัตรเครดิต ปรากฏว่าที่เคาท์เตอร์เปลี่ยนเบอร์ให้ไม่ได้ ต้องโทรเข้า Call Center พนักงานเค้าก็โทรให้ แต่เสียเวลารอสายนานมากๆ
     มาถึงจุด peak คือพอได้คุยกับ Call Center เค้าก็ขอเช็คข้อมูลส่วนตัวก่อน เราตอบไป เค้าบอกว่าผิด ขอวางสาย ให้เราโทรกลับไปใหม่ภายหลัง
    คือพูดแบบห้วนๆน่ะครับ ไม่บอกว่าผิดข้อไหนยังไงด้วย จะวางสายท่าเดียว แล้วก็วางสายไป
 
    ..วูบแรกในใจเรา คือชักฉุนละ เสียเวลาสุดๆ จะให้รอสายใหม่อีกทีหรือ?
     และให้โทรกลับไปใหม่ เราตอบข้อมูลแบบเดิม มันก็ผิดอีกอยู่ดี มันแก้ปัญหาตรงไหน?
     และก็คิดจะบอกพนักงานที่เคาท์เตอร์ ว่าไม่เป็นไรละครับ ใช้บัตรเครดิตธนาคารอื่นก็ได้ เสียเวลาเหลือเกิน แค่จะเปลี่ยนเบอร์โทร
 
    ..แต่ก็บอกตัวเองว่า นั่งเฉยๆไปก่อนน่ะ อย่าพึ่งทำอะไร
     แล้วก็จริงๆ ดูโน่นนี่ไม่ถึงนาที ใจเปลี่ยน
    
     นึกได้ว่าเฉพาะส่วนบัตรเครดิต เราใช้ของแบงค์อื่นมากกว่า แบงค์นี้เราจึงไม่แม่น
     Center ถามว่า บัตรเครดิตใบนี้ มีใช้ล่าสุดอะไร เราบอกว่าในสัปดาห์นี้ไม่มี - จริงๆมี เป็นกดโค้ดส่วนลด ใช้ไป 25 บาท ยอดน้อยมากจนลืม
     Center ถามว่า จ่ายยังไง ผมบอกตัดบัญชีอัตโนมัติ - จริงๆไม่ใช่ บัตรทุกใบเราทำตัดบัญชี ยกเว้นแบงค์นี้ เป็นแบงค์หลักเลยจ่ายผ่านแอพ
    สรุปเราผิดเองแฮะ ไม่อยากเชื่อตัวเอง ปกติเรื่องการเงินเราจะละเอียดไม่พลาด
 
     เลยเปลี่ยนใจ บอกพนักงานว่าเมื่อกี้ผมน่าจะตอบผิด รบกวนโทร Call Center ให้อีกทีได้ไหม
    พนักงานก็ยิ้มสบายใจ งานจะได้จบ ลูกค้าก็แฮปปี้
    ใจผมก็โล่ง รอบนี้โทรก็รอสายไม่นาน เค้าถามมาเราตอบถูก ก็จบอย่างรวดเร็ว
 
     ..โชคดีจังครับ
     ยั้งใจไว้แป๊บเดียว การกระทำเปลี่ยน ผลก็เปลี่ยน
     ทำให้คนอื่นสบายใจ และเราก็ใจสบาย อะไรๆก็ดีไปหมดครับ


https://neopositive.wordpress.com




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2564    
Last Update : 27 มิถุนายน 2564 10:15:57 น.
Counter : 210 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ข้อคิดจากหนัง – Nothing to be ashamed - The Patriot




     เป็นคำเท่ห์ๆแต่มีความหมายจากหนังเรื่อง The Patriot (Mel Gibson) ปี 2000 ครับ
     ก่อนนี้เคยเขียนถึงเรื่องนี้ไปแล้วครั้งนึง แต่คราวนี้เป็นอีกฉากนึง ชอบมากเลย
 
     คือหลังจากที่นายทหารอังกฤษจับลูกชายคนโตของพระเอกไป และยิงลูกชายอีกคนนึงของพระเอกเสียชีวิต
     พระเอกจึงพาลูกชายคนเล็กอีก 2 คน ตามไปล้างแค้น และช่วยลูกชายคนโตกลับมาได้สำเร็จ
     แต่ปรากฏว่าคืนนั้น พอพระเอกไปกล่อมนอนลูกชายคนเล็ก 2 คนนั้น ปรากฏว่าลูกชายคนเล็กสุด หันหน้าหนีพระเอกเลย ติดตาความโหดร้ายตอนพระเอกแก้แค้นทหารอังกฤษ ไม่กล้ามองหน้า
 
     พระเอกเสียใจมาก ออกมานั่งเศร้าข้างนอก
     นางเอกเห็นเหตุการณ์ จึงพูดปลอบใจพระเอก
 
    ‘You have done nothing for which you should be ashamed’
    คุณไม่ได้ทำอะไรผิดที่ควรจะต้องเสียใจนะ
 
     แต่พระเอกกลับตอบว่า
    ‘I have done nothing. And for that I am ashamed’
    เพราะผมไม่ได้ทำอะไรเลย(ที่ควรทำตั้งแต่แรก)ต่างหาก ผมจึงรู้สึกเสียใจ(ที่ทำให้ลูกชายคนนึงเสียชีวิต และเหตุการณ์บานปลายมาถึงตอนนี้)
 
     ผมชอบตรงที่ เออก็จริง
     การที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด มันก็ดีแล้ว
    เพียงแต่บางครั้งการไม่ทำอะไรผิด ก็เกิดจากการที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยหรือเปล่า
    อะไรที่ควรจะทำ แต่กลับเพิกเฉย ไม่ได้ทำ สุดท้ายมันก็กลายเป็นความไม่ถูกต้องได้เหมือนกันนะ
 
     ครอบครัวของเรา มีอะไรที่เราทำได้ แต่ไม่ได้ทำหรือเปล่านะ
     คนรักของเรา มีอะไรที่เราควรทำ แต่ยังไม่ได้ทำ
     สังคมของเรา ประเทศของเรา มีอะไรอีกไหม ที่เราทำได้ ช่วยกัน แต่เราเลือกที่จะปล่อยปละละเลย หรือเอาแต่โทษว่าเป็นหน้าที่คนอื่น
 
     น่าเสียดายนะครับ ในเมื่อเรามีกำลังทำได้ ตามอัตภาพ
     เราควรจะช่วยกันทำ เพื่อให้มันดีเท่าที่จะดีได้ต่างหาก
     และเมื่อเราทำหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นไงก็ช่าง
     นั่นล่ะ Nothing to be ashamed ในทุกแง่มุมนะผมว่า
 
     ..เพื่อสังคมน่าอยู่ ต้องร่วมด้วยช่วยกันทุกคนครับ


https://neopositive.wordpress.com




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2564    
Last Update : 25 มิถุนายน 2564 23:19:50 น.
Counter : 120 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ข้อคิดจากเพลง - My Friend of Misery




     เพลงนี้ของวง Metallica ชุด Black Album ครับ
    เชื่อว่าชาว Metal หลายคนคงเคยได้ยิน
     มีความหมายดีมากนะครับ เกี่ยวกับมุมมองชีวิตด้านลบ
 
     ขอไม่แปลคำต่อคำนะครับ แปลเอาความหมายรวม
 
     ..You just stood there screaming
     Fearing no one was listening to you
     นายเอาแต่พูดบ่นปัญหา คิดว่าไม่มีใครสนใจ
     They say the empty can rattles the most
     The sound of your voice must soothe you
     นายกลัวความเงียบจะทำร้าย เสียงตัวเองจึงเป็นสิ่งเดียวที่พึ่งพาได้

     Hearing only what you want to hear
     And knowing only what you've heard
     นายจึงก็ได้ยินเฉพาะสิ่งที่นายอยากฟัง และก็เข้าใจแค่นั้น
     You you're smothered in tragedy
     And you're up to save the world
     นายจมอยู่กับปัญหา ที่ขยายใหญ่เกินจริง

     *Misery you insist that the weight of the world
     Should be on your shoulders
     *น่าสงสาร นายคิดว่าโลกใบนี้นายเจอปัญหาอยู่คนเดียว
     Misery there's much more to life than what you see
     My friend of misery
    น่าสงสาร ชีวิตนี้มีอะไรมากกว่าที่นายคิดอีกมากนะ นายช่างเป็นเพื่อนที่น่าสงสารจริงๆ
    
     ..ลองคิดๆดู ก็มีส่วนจริงนะครับ ตัวผมเองก็เคยเป็น
    หลายครั้ง ที่เราคิดว่าเราเจอแต่ปัญหาอยู่คนเดียว ทำไมต้องเป็นเรา
    ปัญหาเราใหญ่ที่สุด คนอื่นไม่เข้าใจหรอก
    กระทั่งมีคนพยายามช่วย พยายามอธิบาย เราก็อาจไม่ฟังด้วยซ้ำ
 
    ..ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่แน่ ถ้าเรามีมุมมองที่ถูกต้อง มีกำลังใจจะต่อสู้ และรับฟังความคิดเห็นบ้าง
    ปัญหานั้นก็อาจไม่ได้ต่างไปจากคนอื่น หรือเกินกำลังเราจะแก้ไขเลย
 
     ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกการแก้ปัญหาที่เราเผชิญนะครับ


https://neopositive.wordpress.com




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2564    
Last Update : 24 มิถุนายน 2564 17:54:17 น.
Counter : 56 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ข้อคิดจากหนัง - การรับมือกับความโกรธ



     ในบางความขัดแย้ง มีคนเลือกจะไม่ใช้อาวุธจริงๆ แต่กลับใช้การยั่วยุให้เราโกรธเป็นอาวุธ
    พอเราโกรธ แล้วเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เราอาจถูกตัดสินว่าไม่มีเหตุผล และกลายเป็นฝ่ายผิดหรือแพ้ได้เลย
    
     มีหนังอยู่ 2 เรื่อง ที่ผมนับถือใจพระเอก ว่าสามารถผ่านการยั่วยุแบบรุนแรงสุดๆได้
    เชื่อว่าหลายคนเคยดูครับ
 
     เรื่องแรก Gladiator (Russell Crowe)
     ผู้ร้ายเป็นกษัตริย์ ลงมาคุยกับพระเอกซึ่งเป็นนักสู้ gladiator ในสนามประลอง แล้วกระซิบบอกพระเอก ว่าเค้าประหารลูกเมียพระเอกโหดร้ายอย่างไรบ้าง
     จุดประสงค์คือเพื่อให้พระเอกน็อตหลุด และทำร้ายกษัตริย์ ซึ่งก็จะโดนประหาร
     แต่พระเอก ซึ่งเสียใจและแค้นใจสุดๆ กลับตอบว่า เดี๋ยวเค้าจะล้างแค้นให้ได้
     แล้วเดินหนีไป
 
     เรื่องสอง The Patriot (Mel Gibson)
     ผู้ร้ายเป็นนายทหารฝ่ายอังกฤษ เข้ามาหาพระเอกซึ่งเป็นทหารอาสาฝ่ายอเมริกา แล้วถามว่าลูกชายพระเอกตายหรือไม่ สมควรแล้วที่ถูกเค้ายิง
     คล้ายกัน พูดเพื่อให้พระเอกยั้วะ แล้วทำร้ายผู้ร้ายต่อหน้าคนอื่นตรงนั้นเลย พระเอกก็จะหมดความชอบธรรม
     แต่พระเอก กลับบอกแค่ว่า ก่อนสงครามจบ เค้าจะจัดการผู้ร้ายให้ได้
     แล้วขึ้นม้ากลับไป
 
     ผมอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ว่าถ้าเราเจอสถานการณ์อย่างนั้น คงหลุด
     อาละวาดแน่นอน
     แม้หนังอาจจะทำให้พระเอกเก่งเว่อร์ไปบ้าง แต่สุดท้ายก็แอบสอนอะไรเราได้อยู่ดี
    ..ว่าถ้าเราไม่ฝึกฝนใจไว้ก่อน เจอสิ่งเร้ารุนแรง เราคงเอาไม่อยู่
 
    ฉะนั้นการฝึกสติ ให้รู้ตัวบ่อยๆ
    เวลาโกรธ รู้ว่าโกรธ ระงับใจเรื่อยๆ
    พอปากคิดจะพูดคำไม่ดี ก็ระงับปากไว้ให้เป็นนิสัย

     ..จะเป็นตัวช่วย ให้สติแข็งแรง และพร้อมรับมือกับความโกรธ โดยเฉพาะระดับรุนแรงได้มากขึ้นครับ


https://neopositive.wordpress.com




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2564    
Last Update : 16 มิถุนายน 2564 19:10:35 น.
Counter : 234 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บันทึกใจสบาย - โดนล็อคล้อ



     วันก่อนผมจอดรถริมถนน แล้วโดนตำรวจล็อคล้อครับ
     ไม่ได้เอะใจอะไรเลย ก็เป็นวันปกติทั่วไป จอดแวะกินข้าวมันไก่ร้านประจำ และเราก็จอดตรงนี้ทุกครั้ง
     ..ลืมไปอย่างเดียว ปกติแวะกินตอนสายๆ แต่วันนี้มากิน 7 โมงเช้า
     ถนนเส้นนั้น ห้ามจอดช่วงเช้าครับ
 
     เสียค่าปรับรวมพี่วินให้ไปจ่ายให้ รวมหนึ่งพันนิดๆ (สน.แอบอยู่ไกล)
     แถมเสียเวลาอีกต่างหาก เกือบไปธุระไม่ทัน
 
     แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใจสบายตามหัวข้อนะครับ เพราะเจอแบบนี้เป็นใครก็เซ็ง
     ทว่าเหตุการณ์ที่น่าสนใจคือ พอเรียกพี่วินฝากให้ไปจ่ายค่าปรับเสร็จ ก็กลับมากินข้าวต่อที่ร้าน รอตำรวจมาปลดล็อค
 
     แต่กลับพบว่า คนในร้านข้าวมันไก่หลายคนตำหนิตำรวจ ต่อว่าโน่นนี่นั่น
     ..ผมไม่เข้าใจ ว่าจะว่าตำรวจทำไม ในเมื่อเขาทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว
 
     เจ้าของร้าน ถึงกับเอาน้ำขวดมาให้ บอกกินให้ใจเย็นๆก่อน
     ..ผมยิ้ม และก็บอกไม่เป็นไรครับ และก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราใจร้อนอะไร
 
     ตอนเก็บตังค์ คนขายก็ยังบอกอีก แย่เลย กินมื้อนี้จ่ายไปหลายร้อย
     ..ผมก็ยิ้ม(แหยๆ) แล้วก็ตอบไปว่า ไม่หรอกครับ เราผิดจริงก็ต้องจ่ายค่าปรับ ปกติมากินสายจอดได้ แต่วันนี้มากินเช้า ลืมนึกไปจริงๆ
 
     แล้วก็ขับรถไปธุระต่อได้ปกติ
     จิตใจเบาสบาย
    รู้สึกดีครับ ที่ใจไม่นึกโกรธใคร
    ไม่ได้เอาตัวเราเป็นที่ตั้ง แต่เอากฏระเบียบเป็นที่ตั้ง
 
     และก็ได้พยายามอธิบาย ให้คนอื่นฟังเหตุผล ว่าตัวเราเจ้าทุกข์ยังไม่นึกโกรธโทษใครเลย
     นอกจากใจเราสบายแล้ว
    ก็ยังเผื่อจะเป็นกระแสดีๆ ต่อไปในสังคมได้ครับ สักเล็กน้อยก็ยังดี

https://neopositive.wordpress.com




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2564    
Last Update : 15 มิถุนายน 2564 14:59:53 น.
Counter : 81 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  
 
 

นีโอ Positive
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พูดคุยความคิดดีๆ เพื่อสังคมที่น่าอยู่
[Add นีโอ Positive's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com