All Blog
2017 มารีนรีสอร์ท ณ สัตหีบ - ทริปแรกรับปิดเทอม


หลังจากที่พอร์ชขึ้นชั้นประถม เราก็พยายามไม่เที่ยวช่วงเปิดเทอม เด็กๆจะได้ไม่ต้องไปตามเก็บงาน
ทริปต่างๆเลยถูกอั้นมาพลุแตกกันที่เดือนต.ค. Smiley

ประเดิมเสาร์แรกของการปิดเทอมด้วยทริปสัตหีบ

เป้าหมายของทริปนี้คือ พาเด็กๆไปเล่นที่ Harbor Land + อยากหาที่พักที่เป็นธรรมชาติๆ (ปกติพักในรร. เราก็มักจะหมดเวลาไปกับ facilities ต่างๆในรร.ไง รอบนี้อยากได้อะไรที่มันเป็น pure ธรรมชาติ)

ตอนแรกกะไปหาดน้ำใส แล้วข้ามไปดำน้ำที่เกาะแสมสาร แต่พอหาที่พักมาเรื่อยๆ มาเจอที่มารีนรีสอร์ท เฮ้ย..สวยอ่ะ เป็นหาดค่อนข้างจะส่วนตัวด้วย อยู่ในค่ายทหาร
นั่นไง..ตรงคอนเซ็ป pure ธรรมชาติของเรา จัดไป!!

เราโทรไปจองตอนปลายเดือนมิ.ย. (ตอนแรกกะไปพักช่วงหยุดยาว 8-10 ก.ค.) ปรากฎว่าเต็ม ถามพี่ทหารว่าเสาร์ที่ใกล้ที่สุดที่จองได้คือเสาร์ไหน พี่ทหารตอบว่า 23 ก.ย. Smiley อะไรจะฮ็อตขนาดนั้น กลัวของดีจะหลุดมือ เลยรีบจองไปเสาร์ที่ 23 ก.ย.

ก่อนไปพี่ทหารให้โอนมัดจำไปครึ่งนึง (1,000 บาท) พร้อมขอที่นอนเสริม (ไม่มีอาหารเช้า)

วันเดินทาง

วันนี้แพลนหลวมๆ แค่พาเด็กเที่ยวฮาร์เบอร์แลนด์ แล้วเข้าที่พัก เราจึงออกเดินทางกันแบบไม่รีบ

สมาชิกพร้อมละค้าบ


พาเด็กๆไปปล่อยพลังที่ฮาร์เบอร์แลนด์


วันนี้ที่ฮาร์เบอร์แลนด์คนน้อยกว่าครั้งก่อนที่มา


กว่าจะเดินทางมาถึงรีสอร์ทก็เย็นละ ที่พักของเราคืนนี้อยู่ในเขตของทหาร เวลาขับรถเข้ามาต้องแลกบัตรก่อน
อ้อ..ต้องบอกด้วยว่าเรามาพัก เพราะบัตรเข้าจะเป็นคนละสีกันกับคนที่มาแบบเช้าเย็นกลับ (เราพลาดมาแล้ว ต้องวนรถออกมาแลกบัตรใหม่ Smiley)
หลังจากแลกบัตร ก็ขับรถเข้ามาเรื่อยๆ บรรยากาศดีมากกก มีบ้านพักนายทหารเป็นหลังๆ เห็นแล้วถึงกับอยากให้ลูกเป็นทหารเรือเลย Smiley

ในเขตทหาร เราขับรถหลงกันอยู่หลายรอบ 555 ไม่มีป้ายบอกทางไปที่พัก อาศัยเปิดกระจกถามพี่ทหารกันเป็นระยะ

ในที่สุด เราก็เห็นทะเลอยู่ตรงหน้า เย้ๆๆๆ

หาดเตยงาม จะมีโซนที่เป็นหาดสาธารณะ และโซนที่เห็นหาดสำหรับคนที่มาพักที่มารีนรีสอร์ทซึ่งจะอยู่ท้ายหาดเลย เนื่องจากเรามาถึงเย็นแล้ว เลยรีบตรงเข้าที่พักก่อน แต่จากที่ขับผ่านหาดสาธารณะ ทะเลน่าเล่นมากเลย หน้าหาดกว้างดี

ถึงแล้ว..มารีนรีสอร์ท

ที่นี่มีบ้านหลังใหญ่กับหลังเล็ก หลังใหญ่จะอยู่บนเนิน ส่วนหลังเล็กจะอยู่ด้านล่างติดกับทะเลเลย 
มาถึงก็ไปขอกุญแจกับพี่ทหาร ซึ่งนั่งอยู่ตรงร้านอาหาร (ร้านนี้เป็นทั้งจุดรับ-คืนกุญแจ, ร้านอาหาร, ร้านค้าสวัสดิการ) 

หาดทรายหน้าบ้านพักไม่เหมาะกับการเล่นเท่าไหร่ เป็นหินซะเยอะ แต่ถ้ามานั่งพักผ่อนชิลล์นี่โอเคนะ


ริมหาด มีม้านั่งให้นั่งเป็นระยะ มีชิงช้าด้วย



หลังจากรับกุญแจ เราก็เดินไปยังบ้านพักของเรา บ้านหลังเล็กมี 3 หลัง เราได้หลังแรก
ระหว่างทางเดินไปบ้านพัก หญ้านุ่มสบายขนาดมีใครบางคนลงไปนอนแผ่ Smiley


ในส่วนของห้องพัก...ความเห็นส่วนตัวนะ เราว่าห้องพักน่าจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ อย่างบ้านที่เราพักนี่ มีอุปกรณ์หลายอย่างที่ชำรุด (คือมีสถานที่ดีๆอยู่แล้ว ถ้าทำข้างในบ้านให้ดีๆนี่ จะ perfect มาก)




ที่นี่มีร้านอาหารของทหารหนึ่งร้านให้มาฝากท้อง ซึ่งจะปิดสองทุ่ม ซึ่งเราไม่ได้ใช้บริการ ออกไปตะเวนหาอาหารทะเลกินกันข้างนอก

เช้าวันต่อมา เราเคลื่อนทัพไปเล่นน้ำที่หาดเตยงามฝั่งที่เป็นหาดสาธารณะ เพราะขับรถดูเมื่อวานแล้วหาดน่าเล่นกว่า (ถ้าเดินไปไกลอยู่ ต้องขับรถไป) 

เรามาถึงแต่เช้า ร้านค้าสวัสดิการเริ่มเปิดกันบ้างแล้ว เรารีบพาเด็กๆไปเล่นน้ำกัน ที่นี่หน้าหาดกว้าง ทรายนุ่ม ไม่มีเศษหิน จะมีก็แต่สาหร่าย 


และเนื่องจากทะเลที่นี่เป็นอ่าว ทำให้น้ำค่อนข้างนิ่ง คลื่นเบาๆ เป็นสถานที่เหมาะสำหรับเด็กๆมาเล่นน้ำได้


ขณะที่เด็กๆเล่นน้ำ ผู้ใหญ่ก็ปูเสื่อนั่งริมหาดชมวิวกันไป


สีของน้ำทะเลและสีของท้องฟ้าเมื่อมาบรรจบกัน Smiley


ประกาศให้ท้องทะเลรู้ว่า ข้าชื่อ PORSCHE Smiley


จริงๆสถานที่นี้เหมาะสำหรับเด็กๆนะ ด้วยคลื่นที่ไม่แรง และหน้าหาดกว้าง แต่เราว่าทรายที่นี่ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ นอกจากนี้เราได้กลิ่นเหม็นๆเหมือนห้องน้ำด้วย ตอนแรกนึกว่าคิดอยู่คนเดียว จนตอนหลังคุณสามีเดินมาบอกให้ขึ้นเถอะ เค้าไปเห็นท่อจากห้องน้ำปล่อยมาในทะเล

แค่นั้นแหละวิ่งขึ้นกันแทบไม่ทัน Smiley

เป็นอันจบทริปสัตหีบแต่เพียงเท่านี้ อำลากันด้วยอาหารทะเลอีกสักมื้อที่ครัวคุณตุ่ม บ้านอำเภอ


บ้ายบาย.. sea sand sun




Create Date : 25 ตุลาคม 2560
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2560 17:35:23 น.
Counter : 601 Pageviews.

2 comment
2017 Singapore - ทริปสองสวนสนุกเพื่อเด็กน้อย


ทริปนี้จัดมาแบบง่ายๆ ด้วยอยากพาเด็กๆไปเที่ยวช่วงปิดเทอม
โปรแกรมหลักๆของทริปนี้คือ Legoland + Universal และ Sea Aquarium

ตั๋วเครื่องบิน
เคยบอกตัวเองว่าถ้าได้ตั๋วไปสิงคโปร์ 4 คนราคาไม่ถึงหมื่น จะจอง และสุดท้ายแอร์เอเชียเค้าก็ปล่อยมาให้เราจริงๆ ...เราจึงทำตามสัญญา... 5555

เราออกเดินทางวันที่ 6 ตค. เป็นวันที่ดอนเมืองแตก คนทะลักมาก คุยกับเจ้าหน้าที่ตม. เค้าบอกว่าวันนี้คนเยอะเป็นประวัติการณ์ (เท่าที่เห็นน่าจะเป็นคนจีนที่กำลังกลับประเทศ หลังจากมาเที่ยวประเทศไทยช่วงหยุดยาววันชาติบ้านเค้านะ)

ขากลับชิลล์สบายๆ ที่ Changi Airport คนโล่งมาก ที่เคาร์เตอร์เช็คอินที่สนามบิน Changi เราต้องโหลดกระเป๋าด้วยตัวเอง (ในไทย มี counter check-in ด้วยตัวเอง แต่เวลาโหลดกระเป๋ายังต้องผ่านเจ้าหน้าที่) ตอนโหลดกระเป๋าที่ Changi ไป ก็อดคิดไม่ได้ว่า AI เข้ามาในชีวิตเราเร็วมากจริงๆ แถมแม่นยำด้วย ตอนสแกนกระเป๋านี่ เซ็นเซอร์จับได้รอบกระเป๋าเลย ต่อไปคนจะตกงานกันอีกมากขึ้นแค่ไหน หากเรายังไม่รู้จักปรับตัว...

ที่พัก
อันนี้เป็นเหตุผลหลักในการมา คือจะใช้บัตรสมาชิก accor ที่กำลังจะหมดอายุ เลยเอามาพักที่สิงคโปร์ซะเลย 3 คืนแรกเราพักที่ Mercure Roxy คืนสุดท้ายพักที่ Sofitel Sentosa ใช้สิทธิ์พักฟรี Smiley

Mercure Roxy - เราจองผ่านเว็ป Accor ด้วยราคาคืนละ 3,200 บาท รวมอาหารเช้า ข้อดีของรร.นี้คือมีรถรับส่งระหว่างสนามบินกับรร. อีกอันนึงที่ชอบคือไลน์บุฟเฟ่อาหารเช้าที่หลากหลายดี มีทั้งอาหารฝรั่ง, อาหารจีน, อาหารญี่ปุ่น และที่เราชอบมากคือ กาแฟม็อคค่าจากเครื่องชงที่นี่อร่อย Smiley


อ้อ ที่นี่ถ้าเรามีเด็กมา เค้ามีจัดเตียงเสริมไว้ให้ด้วย (ไม่คิดค่าบริการเพิ่ม) สิ่งที่ไม่ชอบอย่างเดียวในห้องคือ ไม่มีสายฝักบัว เวลาอาบน้ำให้เด็กงี้ เราเปียกไปด้วยเลย


ทำเลห่างไกลรถไฟฟ้ามาก คิดว่าจะเดินไปขึ้นนะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไกล ต้องขึ้นรถเมล์ไปเพื่อจะขึ้นรถไฟฟ้า (อากาศตอนเราไปร้อนชื้นด้วย เลยยอมแพ้) แต่หน้ารร.มีป้ายรถเมล์เลย คือถ้าขึ้นรถเมล์นี่สะดวกมาก เราก็อาศัยขึ้นรถเมล์ตอนเช้า ฝึกให้ขึ้นรถเมล์กัน Smiley ส่วนขากลับมารร.อาศัยแท็กซี่เอา (เด็กๆหมดแรง) 


ตรงข้ามรร.เป็นห้าง Parkway Parade ไปฝากท้องที่นั่นได้ คืนที่เราไปถึงห้างปิดแล้ว เลยไปกินแม็คโดนัลแถวนั้นแทน

Hello Singapore! We are from Thailand! Smiley


Sofitel Sentosaคืนสุดท้ายย้ายที่จาก Mercure ไปพักที่ Sentosa เราไปแต่เช้า (9.30 น.) กะว่าจะไปฝากกระเป๋าก่อน แต่ห้องว่างเลย check in ได้เลย จริงๆแล้วเรามีเวลาอยู่ที่รร.น้อยมาก เพราะวางกระเป๋าเสร็จเรารีบออกไป Universal กลับมาอีกทีก็สามทุ่ม

รร.กว้างขวางดี ให้ความรู้สึกถึงการมาพักที่รีสอร์ท ห้องตกแต่งสไตล์ luxury (แอบรู้สึกว่าฝุ่นเยอะ เดาว่าห้องน่าจะว่างมาสักระยะหนึ่ง) ที่นอนนุ่มสบายสไตล์ Sofitel แต่...ปลอกหมอนเอย ผ้าเช็ดตัวเอย มีรอยขาดรุ่งริ่ง ชุดคลุมอาบน้ำมีคราบเลอะด้วยอ่า (ติได้อีกยัยแม่ Smiley

บรรยากาศโดยรอบรร.ก็โอเค เหมือนมาพักรีสอร์ทที่ภูเก็ต อากาศตอนกลางวันร้อนๆเหนอะๆเหมือนกัน 555 จากรร.เราเดินไปที่ชายหาด คือ..ไม่น่านั่งเลย มันเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ เราถามเพื่อนที่สิงคโปร์ เค้าบอกว่าพวกเค้าก็ไม่มาเล่นน้ำที่นี่ มิน่าเลยมาเล่นน้ำทะเลบ้านเรากัน


ที่นี่มีรถ shuttle ไปส่งที่ห้าง vivo ซึ่งถ้าเราจะไป Universal เค้าจะแวะส่งเราที่ Resort World ด้วย (จาก Resort World เดินเข้า Universal ได้เลย) แต่ขากลับ จาก Universal ไปรร. ไม่มี shuttle bus นะ ต้องนั่งรถ bus หรือ taxi กลับ

ที่เที่ยว

Legoland - เราไป Legoland โดยใช้บริการรถบัส WTS ซึ่งไปขึ้นที่ Singapore Flyer ค่ารถไปกลับคนละ SGD 24 (เด็กผู้ใหญ่คิดเท่ากัน) ขาไปเราออกจากสิงคโปร์ 9.00 น. แต่ไปถึงเลโก้แลนด์เกือบเที่ยง!! จริงๆมันน่าจะเร็วกว่านี้แหละ แต่วันนั้นตม.คนเยอะ เสียเวลารอคิวเลย


ไปถึงปุ๊บ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปสวนน้ำก่อน แล้วค่อยกลับมา theme park เค้าบอกว่าบ่ายๆมักจะฝนตก ซึ่งถ้าฝนหนักเค้าจะปิดสวนน้ำ แต่เราไม่ทำตาม 5555 ไม่อยากเปียกก่อนอ่าา

เราเริ่มต้นกันที่ Theme park ก่อน ของเล่นที่นี่เหมาะกับ young kid จริงๆ ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยอาจจะรู้สึกน่าเบื่อ แต่สำหรับลูกๆเรา 5 ขวบ กับ 6 ขวบ สนุกกันมาก เล่นได้เกือบทุกอย่าง


สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ Ninjago มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี 555 เป็นเครื่องเล่นเดียวที่เล่นกันสองรอบ บ้านเราได้คะแนนสูงสุดทั้งสองรอบเลย หึๆ แต่ละคนเคลมกันใหญ่ว่าตัวเองเป็นคนทำให้ทีมได้ที่หนึ่ง Smiley


ใครที่เป็นสาวกเลโก้ น่าจะชอบที่นี่ Model หลายๆอย่างทำมาจากเลโก้ (แม้กระทั่งป้าย Entrance/ Exit) โดยเฉพาะสตาร์วอร์ แฟนพันธุ์แท้อย่างคุณสามีนี่ดูไปอินไปกันเลยทีเดียว


ดูสิ มีเลโก้ไซส์พอดีกับตัวเราด้วย ยืนด้วยกัน ช่างกลมกลืนเสมือนหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน 555


ส่วนสวนน้ำ ไม่ได้รู้สึกต่างกับสวนน้ำที่บ้านเราเท่าไหร่ (บ้านเราดีกว่าด้วย) แต่ที่เป็นกิมมิคของที่นี่ก็คือตัวต่อเลโก้ที่ลอยในน้ำนี่แหละ สวนน้ำที่นี่ปิด 18.00 น. แล้วเราก็ต้องไปขึ้นรถบัส(คันเดิม)กลับสิงคโปร์ ซึ่งรถออก 18.45 น.


ส่วนตัวนะ เราว่าความเป็นมืออาชีพยังสู้ Universal ไม่ได้เลย ทั้งพนักงาน, ทั้งการตกแต่ง และของเล่น ยังไม่รู้สึกว่าหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งได้ แต่สำหรับเด็กๆ เราว่าความสนุกของพวกเค้าเกินราคาตั๋วมาก ชอบกันมาก Smiley

Universal Studio Singapore - ถ้าเปรียบเทียบกับ legoland แน่นอนที่นี่มืออาชีพกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ USJ ก็แน่นอน ญี่ปุ่นชนะขาดลอย 555 แค่คนที่ไปเที่ยวนี่ก็ต่างกันละ คนญี่ปุ่นเค้าอินกับอะไรพวกนี้ เวลาที่เราไปอยู่ในบรรยากาศเดียวกับเค้า เราก็รู้สึกอินไปด้วย


ที่ USS เราว่ามีของเล่นที่เด็กเล็กเล่นได้มากกว่า USJ (อ้อแต่ USJ มี small world สำหรับเด็กเล็กเช่นกัน) เราเล่นในโซนมาดากัสก้า, shrek, Jurrasic world (เฉพาะที่ไม่หวาดเสียว อิแม่กลัว Smiley, transformer (ลูกๆเก่งกว่าแม่ นั่งใส่แว่น 3มิติ ดูจนจบ ส่วนอิแม่แอบถอดแว่นออก 555), โซน Mommy ปล่อยพ่อเข้าไปคนเดียว แม่ลูกนั่งกินไอติมรอ Smiley


Universal ที่นี่ปิดเร็วอ่ะ 18.00 น. ก็ปิดแล้ว เลยออกมาเดินเล่นกันด้านหน้า USS แล้วก็ฝากท้องมื้อเย็นไว้กับร้านอาหารหน้า USS กัน หลังจากนั้นไปเดินเล่นใน resort world กันต่อ


Sea Aquarium - เมื่อพ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งไป Aquarium ที่โอซาก้า ก่อนจะมาที่นี่ มันเลยทำให้เราไม่ได้ประทับใจ Aquarium ที่นี่เท่าไหร่ (เพราะโดนเปรียบเทียบกับโอซาก้า Smiley)


ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาทะเลคนข้างกาย บอกว่าปลาที่นี่ป่วยเยอะ ถ้าจะแก้ต้องล้างบางทั้งตู้เลย เรื่องใหญ่มาก แต่สิ่งที่ถือเป็น hilight ของที่นี่เลยก็คือ Giant Panel Aquarium ซึ่งเค้าเคลมว่ามันใหญ่ยักษ์ที่สุดในโลกด้วย แฟนเรางี้ถึงกับทึ่งกับความใหญ่และเป็นชิ้นเดียวของ panel (ไม่สามารถถ่ายภาพออกมาได้ทั้ง panel เลยขอยืมรูปจากอากู๋มาให้ดูแทน)

cr รูปจาก: https://www.sgtravelinfo.com

Singapore City - เราเริ่มต้นวันด้วย Bugis คนอินเดียเยอะมาก สุดท้ายคุณสามีได้แว่น VR สำหรับ Mavic Drone จากห้าง Sim Lim (ถูกกว่าไทยเกือบ 4,000) 

จาก Bugis กะจะไป china town แต่ฝนตกหนัก เราเลยเปลี่ยนไป Orchard แทน ก็ไปห้าง ION, Takashimaya แวะกินกลางวันกันที่ Crystal Jade อร่อยดี คุณสามีถูกใจพริกของที่นี่ กินกับติ่มซำเด็ดมาก ส่วนเด็กๆชอบทุกอย่าง ทั้งบะหมี่ที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี, หมูสามชั้นอบน้ำผึ้ง (ตั้งชื่อไทยให้เอง 555) คนเสิร์ฟบอกว่า Must Try ซึ่งอร่อยจริงๆ


จาก Takashimaya เราเดินข้ามไปห้าง lucky ถึงกับผงะ เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกนึง all are Filipino!! เฮ้ย..สิงคโปร์ถูกคนฟิลิปปินส์ครองเมืองไปแล้วหรอ คือคาใจมากว่าคนฟิลิปปินส์มหาศาลเหล่านี้เป็นใครกัน เลยถามเพื่อนที่สิงคโปร์ เพื่อนบอกว่า วันอาทิตย์เป็นวัน Maid day off พวกแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์เค้าก็จะนัดกันออกมาสังสรรค์แถว Orchard แล้วห้าง Lucky นี่ก็เป็นเหมือนบ้านของพวกเค้าในการนัดสังสรรค์กันเลย 


"อ้าว แล้วคนสิงคโปร์ไปไหนกัน" เราถามต่อ เพื่อนบอกว่าคนสิงคโปร์ไปแถว Somerset (ห้าง 313), Douby Ghaut, Marina Bay Sand ที่เหลืออยู่บ้าน 555 ว่าแล้วเราก็เคลื่อนพลไป Marina Bay Sand กันต่อเลย

ที่ Marina Bay Sand เราเดินชิลล์กันไปเรื่อยๆ แวะ Garden by the Bay พอกลางคืนเราก็ดูไฟกัน แล้วก็กลับรร. เป็นอันจบหนึ่งวันในเมืองสิงคโปร์


ปิดท้ายด้วยรูปน่ารักๆของสองหนุ่ม รอบนี้เด็กๆโตขึ้นมาก ช่วยเหลือตัวเองกันได้เยอะมาก น่ารักกันมาก SmileySmiley


สรุปโปรแกรมทริปรอบนี้
Day I: เดินทางถึงสิงคโปร์ตอนค่ำ
Day II: Legoland
Day III: เดินเล่นในเมือง (Bugis > Orchard > Marina Bay Sand)
Day IV: USS
Day V: Sea Aquarium > เดินทางกลับ



Create Date : 12 ตุลาคม 2560
Last Update : 12 ตุลาคม 2560 22:13:12 น.
Counter : 442 Pageviews.

1 comment
2017 Osaka Golden Week - ไคยูคัง & USJ


จริงๆ 2 ที่นี้ไปคนละวันกัน ช่วงที่เราไป มีอยู่ 2 วันที่ไม่ใตรงกับวันหยุดของคนญี่ปุ่น คือวันจันทร์ที่ 1 และอังคารที่ 2 พ.ค. เราเลยจับเอา Kaiyukan และ USJ มาอยู่ในโปรแกรมสองวันนี้เพื่อเลี่ยงคน

1 พ.ค. - Kaiyukan 

เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนจัดทริปที่ได้พาทุกคนมาที่นี่ Smiley
ทั้งคุณพ่อทั้งเด็กๆชอบกันมาก เด็กๆตื่นเต้นที่ได้เห็นฉลามวาฬ, ปลากระเบน ฯลฯ
ส่วนคุณพ่อนี่ไม่ต้องพูดถึง อินสุดๆ แถมเป็นกูรูคอยบรรยายตลอดการเดินทัวร์ในไคยูคัง (เดาว่ากลับไปนี่ น่าจะมีฝูงปลาทะเลงอกเงยเพิ่มมาที่ตู้ปลาบ้านเราอีก Smiley)


Hilight ของที่นี่คือเจ้าฉลามวาฬ


นอกจากนี้ยังมีปลาอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย ขำเจ้าฮาร์เล่ย์ เห็นปลาตัวเล็กๆว่ายไปมา เธอตะโกน "นั่นไงๆปลาทู" พอปลากระเบนว่ายมา เธอตะโกน "นั่นไง..ปลาโจงกระเบน"Smiley


ซากฉลามวาฬ


ออกจากไคยูคังมาแล้ว พวกเรายังคงอยู่ที่อ่าวโอซาก้ากันอีกพักใหญ่เลย
ชอบอากาศที่นี่ ลมเย็นๆ มีลานกว้างๆ เด็กๆวิ่งปล่อยพลังกันได้เต็มที่

บรรยากาศรอบอ่าวโอซาก้า โดย DJI


2 พ.ค. - USJ

เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าแบบง่ายๆ แซนวิชจาก Lawsan


เหล่าฝูงชนที่ต่างก็มุ่งหน้าไป USJ กัน


วันนี้อากาศเป็นใจ ฟ้าใสมาก (แถมแดดดีด้วย Smiley)


เราประเดิมเครื่องเล่นแรกกันด้วย Spiderman - The Ride 4K3D


ข้างใน เค้าจะให้เราใส่แว่นสามมิติ นั่งบนรถ แล้วออกผจญภัยร่วมกับสไปเดอร์แมน
สมาชิกพร้อม!!


ระหว่างนั่งผจญภัย เจ้าฮาร์เล่ย์ร้องไห้ "เสียวอ่ะๆๆๆ" ขำมาก 5555
แต่ขอบอกว่ามะม๊าก็เสียว (เป็นคนที่มีภูมิต้านทานในการเล่นของเล่นหวาดเสียวต่ำมาก) 
พอออกมา ฮาร์เล่ย์บอกว่าไม่เล่นแล้ว ในขณะที่พี่ชายบอกสนุกมากๆ
เราเลยต้องแยกทีม ทีมผู้กล้าไปโซน Jurassic Park ส่วนทีมจิตอ่อนเค้าจะไปโซน Minion กัน (ตอนนั้นยังไม่รู้ชะตากรรมว่ามินเนี่ยม ก็ไม่ต่างกับ Spiderman - The Ride เลย Smiley)


ช่วงที่เราไปโซนมินเนี่ยมเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน ทำให้คิวยาวมาก เรารอกัน 2 ชม.กว่า แต่ด้วยอากาศที่เย็นสบาย (มีแดดแต่ไม่ร้อน) ทำให้เราไม่รู้สึกว่ารอนอน ยืนเล่นเป่ายิงฉุบกับฮาร์เล่ย์ไปแปบๆก็ได้เล่นละ

พอเข้าไปแค่นั้นแหละ เค้าแจกแว่นตาสามมิติ ในใจก็คิดว่า "คงให้ดูภาพน่ารักๆแบบ 3 มิติ ม้างงง" พอรถมาเท่านั้นแหละ "แว๊กกกก อยากจะวิ่งหนีออก" นี่มันเหมือนกับ Spiderman - The Ride ชัดๆ Smiley

แม้ภาพในเรื่องมันจะน่ารักสไตล์มินเนี่ยนนะ แต่ก็เสี่ยวไม่ต่างกัน มีจังหวะให้วูบเหมือนตกลงมา เจ้าฮาร์เล่ย์ก็ร้องเหมือนเดิม แต่ไม่ร้องไห้นะ แค่บอกว่า "เสียวอ่าๆๆๆ" ปากบอกเสียวแต่เธอดูจอตลอด!! ในขณะที่แม่เธอนั่งหลับตาไม่กล้าดู Smiley

ออกมาเราสองคนถึงกับคุยกันว่า ใน USJ พวกเราคงเล่นได้แค่โซน Wonderland เท่านั้นแหละ 555


ระหว่างที่พวกเรารอต่อคิวเล่นมินเนี่ยนกัน 2 ชม. พ่อกับพี่เธอก็ไปเล่นเครื่องเล่นมาได้สองอย่าง หนึ่งในนั้นคือ Jurasic park - The Ride ไม่คิดว่าเธอจะกล้าเล่นนะพอร์ช!! ปะป๊าเล่าว่าจังหวะที่ทีเร็กซ์โผล่ เรือก็ถูกทิ้งดิ่งลงมา ไม่ทันให้ได้ตกใจเลย 555

จังหวะนี้เราให้พวกเธอได้พักหายใจหายคอ พักกินกลางวันกัน แล้วต่อด้วย Backdraft (ดูโชว์ดับเพลิง) อันนี้คนจิตอ่อนดูได้ ไม่น่ากลัวๆ 555

จากนั้นทีมผู้กล้าเค้าอยากจะไปเล่น Evangelion The Ride แต่ด้วยความสูงที่จำกัดของดช.พอร์ช เลยอดเข้า คณะลูกทีมเลยนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัยรอปะป๊าอยู่ข้างนอกแทน ปะป๊าออกมาบอกว่าเสียวเอาเรื่องอยู่


จาก Evangelion ไปต่อกันที่โซน Harry Potter
พ่อเธอ..แฟนพันธุ์แท้ Harry Potter มีความอินกับบรรยากาศรอบตัวมาก


ในขณะที่เด็กๆ....แดดร่ม ลมดี มีหรือจะไม่หลับ 555 เราเลยเอาโซน Harry Potter นี่แหละเป็นที่นอนยามบ่ายให้พวกเธอ ปล่อยปะป๊าเข้าไปเล่นคนเดียว 555


จากโซน Harry Potter เราปิดท้ายกันที่โซน Wonderland เย้ๆๆๆๆ
แต่ดูหน้าพ่อเธอสิ 555

น่าจะเป็นโซนที่ฮาร์เล่ย์และมะม๊าเล่นเครื่องเล่นได้เยอะที่สุดแล้ว 555
จบหนึ่งวันไปด้วยภาพแห่งความสุขของเด็กชายฮาร์เล่ย์ Smiley




Create Date : 12 ตุลาคม 2560
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2560 13:18:01 น.
Counter : 150 Pageviews.

0 comment
2017 Osaka Trip - ว่าด้วยแหล่งช๊อป DenDentown/ Tenjimbashisuj/ Namba


DenDentown

ที่พักของเราอยู่ในย่าน DenDentown แหล่งช๊อปของเล่น ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจคณะลูกทัวร์ของเราเป็นอย่างยิ่ง
ถึงกับยกเลิกโปรแกรม 1 Day in Kyoto และเปลี่ยนมาเป็น 1 Day in DenDentown กันเลยทีเดียว Smiley

ที่คือภาพจากหน้าที่พัก ออกมาปุ๊บก็เจอ Kids Land ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเลย


ทั้งเกมส์ ทั้งของเล่น มีหมด โดยเฉพาะใครที่เป็นสาวกกันดั้ม มีเยอะมาก แล้วราคาก็ไม่แพงด้วย


มันเป็นช่วงเวลาทองของพ่อลูกเค้า


เมื่อเข้าไปในร้าน เหมือนมีพลังบางอย่างดูพวกเธอไว้ไม่ให้ออกมา 
เพิ่งเข้าใจความรู้สึกพ่อลูกต้องยืนรอเราช๊อปคสอ.ก็วันนี้เอง Smiley


วันที่เราไป เป็นวันเด็กผู้ชาย (5 พ.ค.) ร้านค้ามีแจกธงรูปปลาคาร์ฟมาให้ด้วย Smiley


ใครบอกผู้ชายไม่ชอบเซลฟี่ ไม่จริ๊งงง 555



ส่วนนี่เป็นกิจกรรมที่สนุกที่สุดในทริป "ตู้หยอดไข่"
มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีกันเลยที่เดียว ว่าใครจะหยอดได้อันปังแมน


กว่าจะรู้ตัวกันอีกที เราก็มีกองทัพอันปังแมนกองอยู่เต็มเตียงแล้ว Smiley



Tenjimbashisuji

เราปล่อยให้หนุ่มๆออกสตาร์ทกันไปก่อน
และแล้ว..เวลาของข้าพเจ้าก็มาถึง หึๆๆ Smiley

เรานั่งรถใต้ดินไปที่ Tenjimbashisuji ที่ๆเค้าว่าเป็นแหล่งช๊อปราคาย่อมเยาในโอซาก้า
ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นถนนช๊อปปิ้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น มีความยาวถึง 2.6 กม. คือเดินเสร็จนี่ผอมเลย แถมกระเป๋าก็แฟ่บเช่นกัน 555

คหสต...เราว่าไม่ค่อยได้ของจากที่นี่นะ เสื้อผ้ารองเท้าไม่มีอะไรน่าสนใจ จะมีร้านคสอ.ที่ราคาถูกจริงๆ (เสียดายซื้อมาน้อยไป แต่ก็ขี้เกียจขึ้นรถไฟฟ้ามาใหม่แล้ว เลยซื้อของที่เหลือแถวนัมบะแทน)


Namba

นัมบะเป็นที่เดินของพวกเรายามค่ำคืน ไปเที่ยวที่ไหนกลับมา ก็จะมาปิดท้ายที่นัมบะ
นัมบะช่วง Gloden Week ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ คนเยอะแต่ไม่ถึงกับเบียดมาก


ส่วนร้านอาหารนี่ไม่ต้องพูดถึง ร้านยอดนิยมทั้งหลายคิวยาวเหยียด สุดท้ายเราเลือกเอาร้านที่ดูแววแล้วน่าจะได้กินเร็วหน่อย 555 แต่ก็อร่อยนะ เด็กๆกินกันเกลี้ยงเลย


จากการสังเกตุของคุณพ่อเธอ บอกว่าคนที่เดินส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นนี่ล่ะ แต่น่าจะมาจากจังหวัดอื่น 

หลังจากกินอิ่ม เราก็มาเดินเล่นริมคลองโดทงโบริกัน (เพื่อหนีฝูงชน 555) 
เดินไปก็คิดถึงคลองแสนแสบของเราไป ทำไมคลองแสนแสบของเราไม่สะอาดแบบนี้ Smiley


พอเดินไปใกล้ๆป้ายกูลิโกะ จะเป็นย่านผับบาร์ วัยรุ่นเยอะมากกก
อ้อ..ระหว่างเดินมีเรื่องน่าหวาดเสียว มีแก็งค์ยากูซ่าเด็ก (ย้ำว่าเด็ก น่าจะแค่ม.ปลาย) เกือบจะมีเรื่องกัน มีหัวหน้าแก๊งค์แล้วก็สมุนเดินเรียงหน้ากระดานเลย ใครเห็นเป็นต้องหลบ กำลังเดินไปเอาเรื่องเด็กผู้ชายอีกคน เรางี้รีบพาเด็กๆกลับเลย กลัวโดนลูกหลง

แต่ก่อนกลับก็ไม่ลืม ถ่ายรูป ณ จุดแลนด์มาร์คของโอซาก้า ป้ายกูลิโกะ Smiley




Create Date : 22 กันยายน 2560
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 17:41:25 น.
Counter : 177 Pageviews.

0 comment
2017 Osaka Trip - เที่ยวตามเส้นทาง Osaka Amazing Pass


วันแรกเราจัดโปรแกรมเที่ยวตามเส้นทาง Osaka Amazing Pass
เลยจัดการซื้อบัตร Osaka Amazing Pass 1 day Nankai version กันที่สนามบินคันไซ

(ตอนแรกเสียเวลาไปต่อแถวที่ Tourist Information อยู่ตั้งนาน ปรากฎว่า หากเราจะซื้อบัตรที่เป็น Nankai version ให้ไปซื้อที่สถานี Nankai ได้เลย ซึ่งตรงนั้นคนโล่งมาก Smiley)

รถไฟเข้าเมืองเที่ยวแรกมีตั้งแต่ 5.47 น. ออกทุกๆ 20 นาที พอสายๆรถก็จะมีถี่ขึ้น


เราขึ้นรถไฟแบบธรรมดา แต่รถก็โล่งมาก คือทั้งตู้มีนั่งกันอยู่แค่ไม่ถึง 10 คน

ระหว่างทางนั่งไปถึงสถานีนัมบะ คณะลูกทัวร์ก็ชมวิวไปหลับไป 555 
อากาศที่โอซาก้าช่วงที่เราไปกำลังเย็นสบาย ประมาณ 10 องศาปลายถึง 20 องศาต้นๆ


พอถึงสถานีนัมบะ ก็ทำการฝากกระเป๋ากันที่ coin locker ก่อนเลย (นัด check in ตอนเที่ยง) ข้อมูลตู้หยอดเหรียญที่สถานีนัมบะ ได้มาจากในเน็ตนี้ล่ะ


สถานที่แรกที่เราจะไปกันวันนี้คือ เรือซานต้ามาเรีย + Tempozan Giant Ferris Wheel (เก็บโซน Osaka bay ก่อนเลย)

วิธีการไปก็นั่ง subway สายสีเขียวเข้ม (Chuo line) จากสถานี Namba ไปลงสถานี Osakako Exit 1

พอออกมาปุ๊บ เดินตามชิงช้าสวรรค์ยักษ์ไปเลย (หรือตามฝูงชนไปก็ได้ คนญี่ปุ่นพาเด็กๆไปเที่ยวกันเยอะ)

เป้าหมายแรก เราตรงไปที่เรือซานต้ามาเรียก่อนเลย เรือจะออกทุกต้นชั่วโมง และใช้เวลาอยู่บนเรือ 50 นาที

**เรือซานต้ามาเรีย เปิด 11.00 - 16.00 น.


ระหว่างล่องเรือ เด็กๆก็สนุกสนานกับการเดินขึ้นลง ดูนั่นดูนี่ ไปหัวเรืองมั่ง ท้ายเรือมั่ง ซึ่งอากาศดีมากกกก ฟินนน


ใต้ท้องเรือจะมีประวัติของเรือ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ รวมถึงมีสอนวิธีการผูกเชือกแต่ละแบบด้วย Smiley


ใช้เวลาวนรอบอ่าวอยู่ 50 นาที ก็ได้เวลาออกจากเรือซานต้ามาเรีย จากท่าเรือ เราเดินเข้าไปยังห้าง Tempozan ได้เลย ร้านอาหารละลานตา ยั่วน้ำลายมาก

แต่เป้าหมายต่อไปของเราคือ Tempozan Giant Ferris Wheel ซึ่งก็คือชิงช้าสวรรค์ยักษ์นั่นเอง (เมืองนี้ชิงช้าสวรรค์เยอะจริงๆ)

เราไปซื้อตั๋วเด็กเพิ่ม 2 ใบ ซึ่งตอนนั่งเค้ามีให้เลือกพื้นใส กับพื้นทึบ แน่นอนเราเลือกพื้นทึบ เพราะอิแม่กลัวความสูง Smiley (คนส่วนใหญ่เลือกพื้นใส เลยคิวยาว ส่วนของเราขึ้นได้เลย)


วิวจากชิงช้า ช่วงเพิ่งเริ่มลอย (คือไม่กล้ามองลง ได้แต่มองออกไปไกลๆ Smiley) เห็นเรือซานต้ามาเรียอยู่ไกลๆ


จากชิงช้าสวรรค์ เราก็ต้องออกจากโซน Osaka bay แล้ว เพราะได้เวลานัด check in เข้าที่พัก
เราจึงขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มกลับมายังนัมบะ แล้วเดินไปที่พัก ซึ่งขอบอกว่าหลงอยู่ในนัมบะกันอยู่นาน กว่าจะจับทิศไปยังที่พักได้ 
สรุปว่าไปสายกว่าเวลานัด แต่เจ้าของห้องก็น่ารักมาก ยืนรออยู่ด้านหน้าตึก บอกว่าเค้าเข้าใจๆ ว่ามาครั้งแรกอาจจะมีหลงเส้นทางบ้าง (คนญี่ปุ่นน่ารักเสมอSmiley)

ที่พักของเราจัดว่าทำเลดีมาก อยู่ใจกลาง DenDentown มี 7-11 อยู่ข้างๆ ข้ามถนนไปเป็น lawsan 
ในอาคารที่พักก็กว้างขวาง ลิฟท์ใหญ่ ห้องที่เราพักเป็นห้องมุม ไม่ติดกับห้องใคร เราชอบฟังก์ชั่นการแบ่งพื้นที่ห้องของญี่ปุ่นจริงๆ สามารถทำให้พื้นที่เล็กๆใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในตัวเมืองโอซาก้า ขอบอกว่า ร้อนมากก 5555


หลังจากวางของในห้องพัก เราก็ออกมาหาอะไรกินที่ตลาดคุโรมอง (ห่างจากที่พักประมาณ 50 เมตร) ด้วยความหิวมากถึงมากที่สุด เจอร้านแรกก็แวะเลย ปรากฎว่า..อร่อยจนน้ำตาจิไหลSmiley


ปกติเป็นแฟนซูชิแซลมอน แต่ที่นี่ ทำให้เราหลงรักซูชิทูน่า คือ..มันละลายในปากจริงๆ


แม้แต่ไข่หวาน เธอยังทำออกมาได้ เกรียมเบาๆ หวานนุ่ม กลมกล่อมสุดๆ


ถึงกับคุยกันว่าเราจะยกเลิกแผนเดินทางไปกินที่ endo sushi กันเลย และจะมาฝากท้องที่นี่ทุกมื้อ 5555

หลังจากท้องอิ่ม เราก็เดินในตลาดคุโรมองกันนิดหน่อย สายตาก็จ้องไปที่อาหารทะเล หึๆๆมื้อเย็นนี้เสร็จเราแน่ Smiley


นอกจากอาหารคาวแล้ว ในตลาดคุโรมองยังมีขนมอร่อยๆ เป็นเมืองที่ทำให้เรา enjoy eating เป็นที่สุด


อันนี้เป็นของฝากที่ Highly Recommended!! ลูกอมชาเขียวที่อร่อยมากกกก เสียดายซื้อมาน้อยไป (ต้องเป็นยี่ห้อนี้ด้วยนะ เพราะหลังจากกลับมา เราฝากซื้อจากโตเกียวกลับมา แต่เป็นคนละยี่ห้อ รสชาติไม่อร่อยเท่ายี่ห้อนี้)


ยัง..ยังไม่จบเรื่องของกิน 555
พูดถึงของกินแล้ว ขอพูดถึงกาแฟหน่อยเถอะ มาญี่ปุ่นทีไรจะรู้สึกเศร้าใจกับรสชาติกาแฟทุกที กาแฟที่นี่จะชืดๆ อ่อนๆ (ไม่นับ global brand อย่างสตาบัค อะไรพวกนี้นะ เราชอบหากาแฟ local ดื่ม)
มารอบนี้ เรากดตู้หยอดกาแฟเกือบทุกยี่ห้อในตู้ แต่ก็ยังไม่ประทับใจ
จนวันเกือบจะกลับ ได้มาลองยี่ห้อนี้ในร้านสะดวกซื้อ.. มันใช่!!! มันหอม กลมกล่อม น้ำตาจิไหล (ในที่สุดเราก็เจอกาแฟอร่อยในญี่ปุ่นแล้ว Smiley)


กลับมาเรื่องการเดินทางต่อ 555
จากตลาดคุโรมอง เราเดินมาขึ้นรถ subway ที่สถานี Nippombashi (จากที่พักเรา มาสถานีนี้ใกล้กว่าไปสถานี Namba)

เป้าหมายต่อไปคือ ปราสาทโอซาก้า ซึ่งก็ยังให้เส้นทาง subway สีเขียวเข้ม (Chuo line) เหมือนเดิม ไปลงสถานี Morinomiya Exit 3-B

แต่ที่นี่ลงแล้วไม่ได้ถึงสถานที่เป้าหมายเลย เราต้องเดินตัดสวนสาธารณะเข้าไปอีกพอสมควร เราเลยทำตัวกลมกลืนกับคนท้องถิ่น พาเด็กๆไปแวะเล่นสนามเด็กเล่นที่สวนฯด้วยซะเลย แม้ระยะทางจะไกลพอสมควรจากสวนฯเดินไปปราสาท แต่ด้วยความร่มรื่นและอากาศดี เราจึงไม่รู้สึกว่ามันไกล เดินไปชมสวนไป แป๊บๆก็ถึงละ


ในที่สุดเราก็มาเดินมาถึงปราสาทโอซาก้า เย้!!
รูปนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ มาเยือนเมืองโอซาก้า Smiley


ภายปราสาทก็มีเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เค้าให้เราขึ้นลิฟท์ไปเริ่มต้นที่ชั้นบน แล้วค่อยๆเดินดูไล่ลงมา


อยู่ในนั้นก็เย็นสบาย (ห้องแอร์ 555) พอออกมาก็พบกับความร้อนที่ไม่ต่างกับความร้อนช่วงหน้าหนาวบ้านเรา

ดูสิ ไอติมยังกุด Smiley


จากปราสาทโอซาก้า จริงๆตามแผนคือจะไปเที่ยวโอซาก้าตอนบน (แถว Umeda) ต่อ แต่คณะลูกทัวร์แต่ละคนเริ่มหมดสภาพ 555
ระยะทางที่ต้องเดินตัดสวนสาธารณะออกมา ตอนขามารู้สึกว่าแปบเดียว พอขากลับ ทำไมมันช่างทางแสนไกล Smiley

สุดท้ายพวกเราเลยตัดสินใจกลับไปตลาดคุโรมอง ซื้อซูชิกลับไปกินที่ห้องกันดีกว่า (จิตใจยังจดจ่ออยู่กับซูชิที่ตลาดคุโรมอง)

เป็นการจบวันแรกในโอซาก้าแต่เพียงเท่านี้ แม้จะรู้สึกว่าใช้บัตร Osaka Amazing pass ยังไม่คุ้มเท่าไหร่ 5555 แต่ได้กินซูชิทูน่าวันนี้ ก็คุ้มค่าสำหรับทริปนี้แล้ว Smiley (เวอร์ได้อีกยัยแม่ 5555)



Create Date : 20 กันยายน 2560
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2560 13:18:06 น.
Counter : 277 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  

Valentine's Month



ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]