space
space
space
space

ชีวิตวัย Pre-Teen หลังเปิดเมือง
หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตแบบกักตัวกันมากว่า 2 ปี ในปีนี้ (2022) เราก็ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบ On Site กันอีกครั้ง 117

วันแห่งการได้กลับไปเรียนในโรงเรียน
เปิดเทอมปีนี้ ต่างกับเมื่อปีก่อน เด็กๆได้เดินทางไปรร. ได้เจอเพื่อน ได้เจอครู ได้ลากกระเป๋า ได้สู้กับการจารจรช่วง peak time 118


เด็กๆได้กลับมามีชีวิตสมวัยอีกครั้ง ได้มีกิจกรรม ได้วิ่งเล่น ได้ออกเหงื่อ
กลับมาถึงบ้าน ได้ฟังเรื่องเม้าท์ของพวกเธอในแต่ละวัน

พอร์ชบอกเธอมี FC มาตั้งแต่เรียนออนไลน์ (เพราะเธอชอบยกมือตอบ) 555 
ส่วนฮาร์เล่ย์หนุ่มขี้อาย ตอนเรียนออนไลน์เลยไม่ค่อยโดดเด่น ปีนี้กลับมาเรียน on site ฮาร์เล่ย์บอกจะกลับมากู้ชื่อเสียงสองปีที่หายไปคืน 555

ปีนี้นอกจากเรื่องการเรียนที่เข้มข้นขึ้นแล้ว (พอร์ชป.6 ฮาร์เล่ย์ป.5) อีกกิจกรรมหนึ่งที่เข้มข้นไม่แพ้กันคือกิจกรรมดุริยางค์ (ที่เราให้เด็กๆเข้าวงไปตั้งแต่ก่อนโควิด พอช่วงโควิด อาจจะซ้อมได้ไม่เต็มที่ พอเปิดเมืองครูเลยจัดเต็มให้เลย 555)  



นอกจากจะซ้อมทุกเย็นหลังเลิกเรียน+ซ้อมวันเสาร์แล้ว ยังมีเข้าค่ายเพื่อเก็บตัวสำหรับการแข่งขันด้วย 
เข้าค่ายครั้งแรก (23-29 เม.ย.65)
เข้าค่ายครั้งที่สอง (2-5 ก.ค, 7-10 ก.ค.65)
เข้าค่ายครั้งที่สาม (3-7 ต.ค, 10-12 ต.ค.65) รอบนี้โดนโควิดเล่นงาน อดเข้าค่าย
เข้าค่ายครั้งที่สี่ (6-10 ธ.ค.65) 

ประสบการณ์การเข้าค่ายดุริยางค์ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเด็กๆ นอกจากจะฝึกให้เด็กๆหัดช่วยเหลือตัวเองแล้ว ยังฝึกให้รู้จักการปรับตัว การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ และที่สำคัญคือเรื่องของวินัย



วันแรกที่เราไปส่งลูกเข้าค่ายครั้งแรก พวกเราเหล่าผู้ปกครองนี้ยืนมองเด็กๆจนลับตาขึ้นตึก ขึ้นตึกไปแล้วยังไม่ยอมกลับด้วย แอบหวังเล็กๆว่าเด็กๆจะเดินลงมาให้เราได้เห็นบ้าง118 

วันที่ไปรับเด็กๆจากค่าย รู้สึกเลยว่าลูกโตขึ้น ช่วยพี่ๆเก็บวงจนเสร็จ แล้วค่อยเดินมาหา แบกกระเป๋ากันเอง คือแมนมาก 555 จากเด็กน้อยกลายเป็นหนุ่มโตไปเลย119


นอกจากประสบการณ์การเข้าค่ายแล้ว ปีนี้เด็กๆยังได้ประสบการณ์การแข่งขัน จากเวทีหลายเวทีเลย ได้เรียนรู้คำว่าแพ้ คำว่าชนะ และที่สำคัญได้เรียนรู้ความเป็น teamwork



ส่วนเดอะแก๊งค์ผู้ปกครองอย่างเรานั้น ไม่พลาดที่จะไปเป็นกำลังใจในทุกขอบสนาม ไม่ว่าจะเป็นกทม. หรือต่างจังหวัด เราเชื่อแหละว่าพวกเธอต้องได้กำลังใจจากเราไปไม่มากก็น้อยในทุกขอบเวที152


นอกจากกิจกรรมโรงเรียนแล้ว พวกเราก็เริ่มมีกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ได้กลับไปนั่งกิน MK ที่ร้าน ได้คีบของลงหม้อสุกี้ (คิดถึงงงงง) 117


ได้ดูหนังที่ไม่ใช่ Netflix แถมการกลับมาดูหนังในโรงรอบนี้ เราให้เด็กๆเข้าไปดูกันเองด้วย 127


ในส่วนของการไปเที่ยวนั้น เราก็เริ่มไปเที่ยวกันใกล้ๆ อย่างพัทยา และหัวหิน (แต่เทียบกับก่อนโควิดแล้ว ความถี่ของการเที่ยวยังห่างชั้นกันเยอะ 5555) 


รวมถึง ปีนี้พวกเธอเริ่มมีไปนอนบ้านเพื่อนแล้วด้วย!! อ่ะนะ..วัยจะรุ่น ช่วยไม่ได้ 119


โดยสรุป เด็กๆได้ชีวิตในวัยที่เค้าควรจะเป็นกลับมา และพวกเราก็เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโควิด แบบระมัดระวังกันต่อไป




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2565   
Last Update : 7 ธันวาคม 2565 14:05:31 น.   
Counter : 28 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
space
space
COVID - Closer Together
ขณะที่่อัพเดทเรื่องราวในตอนนี้ เรายังอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนี่ก็เข้าสู่ปีที่สองที่เราต้องอยู่กับเจ้าเชื้อร้ายนี้ รอบนี้น่าจะเป็นการระบาดรอบที่ 4 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นรอบที่หนักที่สุด และ ณ วันนี้ ที่เราบันทึกเรื่องราวอยู่นี้ สถานการณ์ในประเทศมันยังดูมืดมน ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลักหมื่นต่อวัน จำนวนผู้เสียชีวิตหลักร้อยต่อวัน (วันนี้ 03/08/21 มีผู้ติดเชื้อ 18,901 ราย เสียชีวิต 147 ราย) หน้าฟีดเริ่มเห็นแต่ข่าวแสดงความเสียใจต่อคนที่จากไป..

ท่ามกลางความหดหู่ สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้จากสถานการณ์นี้คือ ความไม่ประมาท การเห็นคุณค่าของชีวิต ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาคือคำว่า "ขอบคุณ" ขอบคุณที่วันนี้ตื่นมาเรายังมีชีวิต ขอบคุณที่คนรอบข้างเรายังปลอดภัยจากโรคร้าย ขอบคุณที่เรายังมีเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวันที่จะได้ทำสิ่งดีๆกับคนที่เรารัก

รอบนี้เราเริ่ม WFH ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. ลูกๆเองก็เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เปิดเทอมพ.ค. ซึ่งเด็กๆมีประสบการณ์จากการเรียนออนไลน์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้เราเริ่มจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และการบริหารเวลา 

สิ่งที่เด็กๆเสียไปคือช่วงเวลาที่เค้าควรจะได้มีสังคมกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน (แม้จะมีเทคโนโลยีทำให้เด็กๆกับเพื่อนยัง connect กันได้ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนสังคมชีวิตจริงของเด็กๆได้) กับอีกเรื่องคือการได้วิ่งเล่นในแบบที่วัยกำลังโตของพวกเค้าควรจะได้เป็น 

สิ่งที่ขอบคุณช่วงเวลานี้คือ พวกเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราได้รับในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ลูกๆในวัยนี้ (9-10 ปี) เป็นวัยที่กำลังมีสังคมของตัวเอง ความสำคัญของพ่อแม่ค่อยๆลดบทบาทลง แต่เรากลับได้ต่อเวลาอยู่ใกลัชิดกับพวกเค้าจากโควิด เราได้อยู่ด้วยกัน 24 ชม. เราได้เห็นลูกๆนั่งเรียนในห้อง (แม้จะเป็นการเรียนแบบออนไลน์ก็ตาม) เราได้เห็นการมีส่วนร่วมของลูกในชั้น ในขณะที่เรายังทำงานของเราไปพร้อมๆกันได้

ลูกเองนอกจากค้าเรียนในห้องแล้ว เค้ายังได้เห็นว่าพ่อแม่นั้นทำงานยังไง ทุกจังหวะของการทำงาน การบริหารจัดการ การสื่อสารทั้งกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดอยู่ในสายตาของลูกๆ สิ่งที่เราอยากสอนเค้า เค้าจะซึมซับเองจากการกระทำของเรา ซึ่งตกเย็นหลังเลิกงาน พวกเราจะมาแชร์กันว่าวันนี้ใครเจออะไรมาบ้าง (ด้วยความที่เรามีเวลากันมากขึ้นจากการไม่ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนน) หากวันไหนเราเจอเรื่องหนักๆมา ก็จะบอกเด็กๆว่าวันนี้มะม๊าเจอเรื่องหนักมา เด็กๆก็จะรี่เข้ามานวดกันให้ใหญ่เลย99

นอกจากเราจะเป็นฝ่ายแชร์เรื่องตัวเองแล้ว เราก็จะให้ลูกๆแบ่งปันเรื่องของเค้าด้วยเช่นกัน บางทีเรื่องที่เราไม่คิดว่าไม่มีอะไร กลับดูมีความสำคัญกับพวกเค้า เช่น ครูเลือกให้เค้าเป็นคนตอบคำถาม (เรามีตั้งกฏิกาสำหรับการเรียนออนไลน์ว่า ถ้าลูกๆเปิดกล้องและเห็นหน้าเต็ม จะได้ 1 point ทำงานเสร็จและส่งตรงเวลาได้ 1 point ถ้ายกมือตอบในห้องได้ 2 points วิธีนี้มันทำให้ลูกๆสนุกกับการเรียน และต่างแย่งกันยกมือตอบครู) ส่วนเรื่องการบ้านนั้น เราให้เด็กๆกำหนดมาเลยว่าจะทำวันไหน กี่โมง ส่วนเราคอยเป็นนาฬิกาแจ้งเตือน ถ้ายังไม่ทำ ก็จะคอยเตือนซ้ำไปเรื่อยๆ 555

แม้ในช่วงเวลานี้ พวกเราอาจจะต้องสูญเสียหลายๆอย่างในชีวิตไป แต่สิ่งที่เราได้กลับมามากกว่าช่วงปกตินั้นคือ "เวลา" ก่อนโควิด..ชีวิตเรามีแต่ความเร่งรีบ รีบไปทำงาน รีบส่งงาน รีบกลับมารับลูก รีบเคลียร์งาน รีบกิน รีบนอน รีบตื่น แต่ตอนนี้ คำว่า"รีบ"หายออกไปจากหัวเราตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในวันที่เรามีเวลา"เหลือเฟือ" มันเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เราจะได้โฟกัสกับสิ่งที่มีค่าจริงๆในชีวิตของเรา หลังโควิด.. ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม และเราจะไม่เสียใจกับช่วงเวลาที่ผ่านไปในตอนนี้


IF YOU ARE AWAKE, YOU ARE BLESSED.
LIFE IS A PRICELESS GIFT, APPRECIATE EVERY MINUTE OF IT.


เรียน กิน นอน เล่น จบครบในที่เดียว 52


เมื่อไม่รู้จะเล่นอะไรกันแล้ว ของเล่น DIY ต่างๆก็เริ่มมา


ทุกกิจกรรมที่ต่างสรรหามาทำร่วมกันในบ้าน 101 T O G E T H E R 101




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2564   
Last Update : 3 สิงหาคม 2564 20:42:40 น.   
Counter : 499 Pageviews.  
space
space
Mama in Love - มุมฟินๆของมนุษย์แม่


Smiley 6 พ.ย. 60 - โอปป้าพอร์ช Smiley

ขณะที่มะม๊าสอนการบ้านฮาร์เล่ย์อยู่ แล้วเกิดอาการง่วง เลยฟุบนอนข้างๆโต๊ะ
ขณะหลับ รู้สึกว่ามีคนมาห่มผ้าให้ และพยายามจะอุ้มมะม๊าขึ้นมา 

เช้ามา จึงรู้ว่าพอร์ชเป็นคนมาห่มผ้าให้ (แม้ว่าสิ่งที่เอามาห่มให้มะม๊านั้น มันคือกางเกงเลคกิ้งของมะม๊า Smiley) แถมพอร์ชก็พยายามจะอุ้มมะม๊าเข้าไปนอนในห้องด้วย แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่สามารถอุ้มไหว เลยปล่อยให้นอนที่เดิม 555

Smiley 16 พ.ย. 60 - จิ๊กโก๋ฮาร์เล่ย์ Smiley

ก่อนหน้านี้ ฮาร์เล่ย์จะคลั่งไคล้เอลซ่ามาก ดูคลิปเอลซ่า พูดถึงเอลซ่า (ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเธอตกหลุมรักเอลซ่า ไม่ใช่อยากเป็นเอลซ่านะ Smiley)

เมื่อคืนเธอเล่นฟันดาบกับพี่ชาย แล้วแต่งตัวเป็นนินจา มะม๊าเลยแกล้งแซวเธอว่า "ฮาร์เล่ย์ไม่มาเล่นเอลซ่าด้วยกันหรอ" เธอหันกลับมาตอบว่า "พี่ไม่มีเวลา น้องสาว"

โอ๊ะ!!...อิแม่ค้างไป 3 วิ มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกจิ๊กโก๋แซวตอนอายุจะ 40
#เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอน14 SmileySmiley




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 17:42:38 น.   
Counter : 742 Pageviews.  
space
space
ชีวิตลูก ในรร.อนุบาล








หลังจากทำการคัดตัวโรงเรียนอนุบาลให้ลูก ยัยแม่ก็หายวั๊บจากการ update ไปเลย
ไม่มีบอกแม้กระทั่งว่าสุดท้ายเลือกรร.อะไร 555

จนตอนนี้ลูกคนที่ 2 ตามเข้ามาเรียนแล้ว ยัยแม่ก็ยังเงียบหาย 555

ต่อเลยก็แล้วกัน จากผลการคัดเลือกรร.ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สรุป..เราก็ได้รร.อนุบาลจันทร์เจ้า มาเป็นรร.แรกในชีวิตพวกเธอ เย้ๆๆ SmileySmileySmiley

ผ่านมา 3 ปีในรั้วโรงเรียน มะม๊าคิดว่ามะม๊าเลือกไม่ผิดที่ให้ลูกมาอยู่รร.นี้

1. บรรยากาศของรร. ที่ชอบตั้งแต่วันแรกที่ไปดู จนถึงทุกวันนี้ มันร่มรื่น มันเหมือนบ้าน มันไม่ดูวุ่นวาย และดูเคร่งเครียด

อันนี้เป็นบรรยากาศตอนเย็น เนื่องจากเราฝากเด็กๆไว้ที่รร. (Day Care) จนถึง 18.30 น. เด็กๆยังเล่นกันสนุกสนานไม่ยอมกลับบ้าน


2. concept วิถีพุทธ แม้เราจะไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่ชอบเข้าวัดเข้าวาเท่าไหร่ ^^' แต่เราชอบ concept ของรร.ที่นำวิถีพุทธมาปรับใช้ในการสอน มีให้ทำบัตรความดี มีพระมาเทศน์อยู่เป็นระยะ

3. ชอบแนวการสอนแบบ project approach แม้รร.นี้จะไม่ใช่แนว project approach 100% แต่มันก็มีแนวการสอนนี้แทรกเข้ามาในการเรียนรู้ของเด็กๆด้วย เช่น วันนี้ครูให้เด็กๆเอาส้มหรืออาหารที่ทำจากส้มไป แล้วก็ให้เด็กๆช่วยกันคิดว่า "ส้ม..เอามาทำอะไรได้บ้าง" จบวันด้วยเด็กๆมีของกินที่เป็นส้ม กลับมาบ้านเต็มเลย 555 บางครั้งก็ให้เด็กทำผ้ามัดย้อม ซึ่งเด็กไม่ได้ทำกันเอง 100% อยู่แล้ว แต่พอกลับมา เค้าก็สามารถเล่าให้เราฟังได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเลย Smiley

4. ชอบสังคม เราว่าผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียนที่นี่ มีแนวคิดคล้ายๆกัน คืออยากให้ลูกเรียนอย่างมีความสุข เรารู้อยู่แล้วว่าโลกนี้มันเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ในวัยของพวกเค้า เราอยากให้พวกเค้าเรียนอย่างมีความสุข ตื่นเช้ามาแล้วบอกแม่ว่า "มะม๊าอยากไปรร." ซึ่งทุกวันนี้ลูกเราเป็นอย่างนั้น เมื่อเห็นลูกๆสนิทกัน พ่อแม่ก็สุขใจ และเมื่อเป็นเช่นนี้..เดอะแก๊งค์พ่อแม่เลยเกิดขึ้น 555 ทั้งนัดเที่ยว นัดกิน พวกเรามีหรือจะพลาด Smiley



ปูลู และ ปล. อย่างที่บอกว่า อย่างไรเราก็หนีการแข่งขันไปไม่พ้น ดังนั้น พอขึ้น อ.3 รร.จะค่อนข้างเน้นวิชาการมากขึ้น (อย่างเห็นได้ชัด) เด็กๆต้องเริ่มปรับตัวกับการบ้านที่มีมากขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็รับได้นะ (แม้จะแอบสงสารเธออยู่บ้าง) เพราะเค้ากำลังจะออกไปเจอโลกแห่งการแข่งขันข้างนอกแล้ว เค้าต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น 

อย่างน้อย 4 ปีในรั้วรร.อนุบาล (รวมชั้นตอ.) ได้เห็นพวกเธอมีความสุข มะม๊าก็สุขใจ Smiley


ประมวลภาพกิจกรรมต่างๆในรร.

กิจกรรมทัศนศึกษาช่วงปิดเทอม (พอร์ช อ.2 ฮาร์เล่ย์ อ.1)



ปาร์ตี้ปีใหม่


วันตรุษจีน


วันพ่อและวันแม่




ทริปค้างคืนทริปแรกของเดอะแก๊งค์ ณ อัมพวา


และหลังจากนั้น..อีกหลายๆทริปก็ตามมา...



ผลงานประดิษฐ์กระเป๋า hand made จากวิชาศิลปะ





 

Create Date : 21 เมษายน 2559   
Last Update : 23 พฤษภาคม 2559 11:08:53 น.   
Counter : 1392 Pageviews.  
space
space
Mama's life is beautiful

มะม๊าแอบภูมิใจนะ ว่านอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว แทบไม่มีเวลาไหนที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย

ไม่ว่าจะไปไหน มะม๊าจะหนีบจะหิ้วพวกเธอไปด้วยตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร เราจะมีส่วนร่วมด้วยกันตลอด

ดูได้จากฮาร์เล่ย์ เธอเห็นไม้กวาดหรือไม้ถูพื้นเป็นไมได้ ต้องรีบเข้าไปหยิบมากวาดมาถู รู้เลยว่าตัวอย่างมาจากใคร 555

ส่วนพอร์ชนี่ เธอได้สไตล์การพูดของแม่เธอมาเยอะเลย มะม๊าชอบที่เรามักจะขอบใจกันเวลาใครทำอะไรให้ เรามักจะขอโทษกันถ้าเราทำผิดอะไร และเรามักจะกอดกันในทุกๆเวลาที่เรานึกได้

มะม๊าชอบชีวิตที่มีพวกเธอมากเลย...

เช้ามา เข้าไปปลุกพวกเธอ โดยการหอม ฟัดพวกเธอไปมา จนเธอตื่น

พาพวกเธอไปอาบน้ำ ขำตอนเธอยืนเบ่งอึ๊ ขำตอนเธอเดินขาถ่างๆไปห้องน้ำ ขำตอนถอดแพมเพิสออกมาแล้วเธอเห็นปู่ปู้ตัวเอง แล้วทำหน้ายี้ๆๆๆ

อาบน้ำเสร็จ ไล่จับลิงแต่งตัวไปรร. ป้อนข้าวพวกเธอ จับพวกเธอขึ้นรถ แล้วพาไปส่งรร.

แม้มันจะเป็นแต่ละเช้าที่แสนวุ่นวายและเร่งรีบ แต่ก็แสนจะมีความสุข

โดยเฉพาะตอนอยู่บนรถด้วยกัน คนนึงจะฟังนิทาน คนนึงจะฟังเพลง คนนึงจะฟังเพลงที่1 คนนึงจะฟังเพลงที่ 2 วุ่นวายดีแท้ 555

สุดท้ายเราสามคนก็ร้องเพลงไปด้วยกันตลอดทาง

ทุกเย็น แค่ดิดถึงหน้าพวกเธอตอนเจอมะม๊า ก็แทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้ทำงาน รีบไปรับเธอแล้ว

พอไปถึงรร. แต่ละคนจะรีบวิ่งมากอดมะม๊า มาโม้ให้ฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีก็แย่งกันพูดทั้งสองคนจนมะม๊าฟังไม่รู้เรื่อง 555

บางวันไม่ได้ขับรถไปรับพวกเธอ ก็จะจูงมือพวกเธอออกมาเรียกแท็กซี่ ภาพเด็กจิ๋วสองคนสะพายกระเป๋านักเรียนจูงมือคุณแม่คนละข้าง มันน่ารักมาก

ถึงบ้าน พวกเธอมักจะใจแตกจะไปทิ๊กท้อต่อ 555 ไปเซเว่น พวกเธอเป็นแฟนพันธุ์แท้เซเว่นขนาดที่เข้าไปปุ๊บ พนักงานเรียก “น้องพอร์ช น้องฮาร์เล่ย์ มาแล้ว” เข้าไปหยิบนมเปรี้ยว ฮาลิโบ กันคนละชิ้น สองชิ้น

กลับบ้านไปซ่ากันที่ห้องอาม่า แล้วขึ้นไปอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างจมูกกัน

ก่อนนอนพวกเธอจะให้มะม๊ากล่อม มือซ้ายตบก้นคนนึง มือขวาตบก้นคนนึง ร้องเพลงมั่ง เล่านิทานมั่ง บางวันเหนื่อยหน่อยก็นอนหลับเป็นตัวอย่างให้พวกเธอดูแทน 5555 ไม่รู้ใครกล่อมใครกันแน่

สุดท้ายอยากจะบอกพวกเธอว่า.. Thank you for making my life beautiful. Love you more than what I can say..




I love every minute together...




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2557   
Last Update : 26 ธันวาคม 2557 14:56:46 น.   
Counter : 1335 Pageviews.  
space
space
1  2  

ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]






space
space
[Add ด้วยรักและผูกพัน's blog to your web]
space
space
space
space
space