space
space
space
space

COVID - Closer Together
ขณะที่่อัพเดทเรื่องราวในตอนนี้ เรายังอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนี่ก็เข้าสู่ปีที่สองที่เราต้องอยู่กับเจ้าเชื้อร้ายนี้ รอบนี้น่าจะเป็นการระบาดรอบที่ 4 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นรอบที่หนักที่สุด และ ณ วันนี้ ที่เราบันทึกเรื่องราวอยู่นี้ สถานการณ์ในประเทศมันยังดูมืดมน ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลักหมื่นต่อวัน จำนวนผู้เสียชีวิตหลักร้อยต่อวัน (วันนี้ 03/08/21 มีผู้ติดเชื้อ 18,901 ราย เสียชีวิต 147 ราย) หน้าฟีดเริ่มเห็นแต่ข่าวแสดงความเสียใจต่อคนที่จากไป..

ท่ามกลางความหดหู่ สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้จากสถานการณ์นี้คือ ความไม่ประมาท การเห็นคุณค่าของชีวิต ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาคือคำว่า "ขอบคุณ" ขอบคุณที่วันนี้ตื่นมาเรายังมีชีวิต ขอบคุณที่คนรอบข้างเรายังปลอดภัยจากโรคร้าย ขอบคุณที่เรายังมีเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวันที่จะได้ทำสิ่งดีๆกับคนที่เรารัก

รอบนี้เราเริ่ม WFH ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. ลูกๆเองก็เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เปิดเทอมพ.ค. ซึ่งเด็กๆมีประสบการณ์จากการเรียนออนไลน์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้เราเริ่มจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และการบริหารเวลา 

สิ่งที่เด็กๆเสียไปคือช่วงเวลาที่เค้าควรจะได้มีสังคมกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน (แม้จะมีเทคโนโลยีทำให้เด็กๆกับเพื่อนยัง connect กันได้ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนสังคมชีวิตจริงของเด็กๆได้) กับอีกเรื่องคือการได้วิ่งเล่นในแบบที่วัยกำลังโตของพวกเค้าควรจะได้เป็น 

สิ่งที่ขอบคุณช่วงเวลานี้คือ พวกเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราได้รับในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ลูกๆในวัยนี้ (9-10 ปี) เป็นวัยที่กำลังมีสังคมของตัวเอง ความสำคัญของพ่อแม่ค่อยๆลดบทบาทลง แต่เรากลับได้ต่อเวลาอยู่ใกลัชิดกับพวกเค้าจากโควิด เราได้อยู่ด้วยกัน 24 ชม. เราได้เห็นลูกๆนั่งเรียนในห้อง (แม้จะเป็นการเรียนแบบออนไลน์ก็ตาม) เราได้เห็นการมีส่วนร่วมของลูกในชั้น ในขณะที่เรายังทำงานของเราไปพร้อมๆกันได้

ลูกเองนอกจากค้าเรียนในห้องแล้ว เค้ายังได้เห็นว่าพ่อแม่นั้นทำงานยังไง ทุกจังหวะของการทำงาน การบริหารจัดการ การสื่อสารทั้งกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดอยู่ในสายตาของลูกๆ สิ่งที่เราอยากสอนเค้า เค้าจะซึมซับเองจากการกระทำของเรา ซึ่งตกเย็นหลังเลิกงาน พวกเราจะมาแชร์กันว่าวันนี้ใครเจออะไรมาบ้าง (ด้วยความที่เรามีเวลากันมากขึ้นจากการไม่ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนน) หากวันไหนเราเจอเรื่องหนักๆมา ก็จะบอกเด็กๆว่าวันนี้มะม๊าเจอเรื่องหนักมา เด็กๆก็จะรี่เข้ามานวดกันให้ใหญ่เลย99

นอกจากเราจะเป็นฝ่ายแชร์เรื่องตัวเองแล้ว เราก็จะให้ลูกๆแบ่งปันเรื่องของเค้าด้วยเช่นกัน บางทีเรื่องที่เราไม่คิดว่าไม่มีอะไร กลับดูมีความสำคัญกับพวกเค้า เช่น ครูเลือกให้เค้าเป็นคนตอบคำถาม (เรามีตั้งกฏิกาสำหรับการเรียนออนไลน์ว่า ถ้าลูกๆเปิดกล้องและเห็นหน้าเต็ม จะได้ 1 point ทำงานเสร็จและส่งตรงเวลาได้ 1 point ถ้ายกมือตอบในห้องได้ 2 points วิธีนี้มันทำให้ลูกๆสนุกกับการเรียน และต่างแย่งกันยกมือตอบครู) ส่วนเรื่องการบ้านนั้น เราให้เด็กๆกำหนดมาเลยว่าจะทำวันไหน กี่โมง ส่วนเราคอยเป็นนาฬิกาแจ้งเตือน ถ้ายังไม่ทำ ก็จะคอยเตือนซ้ำไปเรื่อยๆ 555

แม้ในช่วงเวลานี้ พวกเราอาจจะต้องสูญเสียหลายๆอย่างในชีวิตไป แต่สิ่งที่เราได้กลับมามากกว่าช่วงปกตินั้นคือ "เวลา" ก่อนโควิด..ชีวิตเรามีแต่ความเร่งรีบ รีบไปทำงาน รีบส่งงาน รีบกลับมารับลูก รีบเคลียร์งาน รีบกิน รีบนอน รีบตื่น แต่ตอนนี้ คำว่า"รีบ"หายออกไปจากหัวเราตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในวันที่เรามีเวลา"เหลือเฟือ" มันเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เราจะได้โฟกัสกับสิ่งที่มีค่าจริงๆในชีวิตของเรา หลังโควิด.. ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม และเราจะไม่เสียใจกับช่วงเวลาที่ผ่านไปในตอนนี้


IF YOU ARE AWAKE, YOU ARE BLESSED.
LIFE IS A PRICELESS GIFT, APPRECIATE EVERY MINUTE OF IT.


เรียน กิน นอน เล่น จบครบในที่เดียว 52


เมื่อไม่รู้จะเล่นอะไรกันแล้ว ของเล่น DIY ต่างๆก็เริ่มมา


ทุกกิจกรรมที่ต่างสรรหามาทำร่วมกันในบ้าน 101 T O G E T H E R 101




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2564   
Last Update : 3 สิงหาคม 2564 20:42:40 น.   
Counter : 214 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
space
space
Mama in Love - มุมฟินๆของมนุษย์แม่


Smiley 6 พ.ย. 60 - โอปป้าพอร์ช Smiley

ขณะที่มะม๊าสอนการบ้านฮาร์เล่ย์อยู่ แล้วเกิดอาการง่วง เลยฟุบนอนข้างๆโต๊ะ
ขณะหลับ รู้สึกว่ามีคนมาห่มผ้าให้ และพยายามจะอุ้มมะม๊าขึ้นมา 

เช้ามา จึงรู้ว่าพอร์ชเป็นคนมาห่มผ้าให้ (แม้ว่าสิ่งที่เอามาห่มให้มะม๊านั้น มันคือกางเกงเลคกิ้งของมะม๊า Smiley) แถมพอร์ชก็พยายามจะอุ้มมะม๊าเข้าไปนอนในห้องด้วย แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่สามารถอุ้มไหว เลยปล่อยให้นอนที่เดิม 555

Smiley 16 พ.ย. 60 - จิ๊กโก๋ฮาร์เล่ย์ Smiley

ก่อนหน้านี้ ฮาร์เล่ย์จะคลั่งไคล้เอลซ่ามาก ดูคลิปเอลซ่า พูดถึงเอลซ่า (ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเธอตกหลุมรักเอลซ่า ไม่ใช่อยากเป็นเอลซ่านะ Smiley)

เมื่อคืนเธอเล่นฟันดาบกับพี่ชาย แล้วแต่งตัวเป็นนินจา มะม๊าเลยแกล้งแซวเธอว่า "ฮาร์เล่ย์ไม่มาเล่นเอลซ่าด้วยกันหรอ" เธอหันกลับมาตอบว่า "พี่ไม่มีเวลา น้องสาว"

โอ๊ะ!!...อิแม่ค้างไป 3 วิ มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกจิ๊กโก๋แซวตอนอายุจะ 40
#เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอน14 SmileySmiley




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 17:42:38 น.   
Counter : 694 Pageviews.  
space
space
ชีวิตลูก ในรร.อนุบาล








หลังจากทำการคัดตัวโรงเรียนอนุบาลให้ลูก ยัยแม่ก็หายวั๊บจากการ update ไปเลย
ไม่มีบอกแม้กระทั่งว่าสุดท้ายเลือกรร.อะไร 555

จนตอนนี้ลูกคนที่ 2 ตามเข้ามาเรียนแล้ว ยัยแม่ก็ยังเงียบหาย 555

ต่อเลยก็แล้วกัน จากผลการคัดเลือกรร.ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สรุป..เราก็ได้รร.อนุบาลจันทร์เจ้า มาเป็นรร.แรกในชีวิตพวกเธอ เย้ๆๆ SmileySmileySmiley

ผ่านมา 3 ปีในรั้วโรงเรียน มะม๊าคิดว่ามะม๊าเลือกไม่ผิดที่ให้ลูกมาอยู่รร.นี้

1. บรรยากาศของรร. ที่ชอบตั้งแต่วันแรกที่ไปดู จนถึงทุกวันนี้ มันร่มรื่น มันเหมือนบ้าน มันไม่ดูวุ่นวาย และดูเคร่งเครียด

อันนี้เป็นบรรยากาศตอนเย็น เนื่องจากเราฝากเด็กๆไว้ที่รร. (Day Care) จนถึง 18.30 น. เด็กๆยังเล่นกันสนุกสนานไม่ยอมกลับบ้าน


2. concept วิถีพุทธ แม้เราจะไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่ชอบเข้าวัดเข้าวาเท่าไหร่ ^^' แต่เราชอบ concept ของรร.ที่นำวิถีพุทธมาปรับใช้ในการสอน มีให้ทำบัตรความดี มีพระมาเทศน์อยู่เป็นระยะ

3. ชอบแนวการสอนแบบ project approach แม้รร.นี้จะไม่ใช่แนว project approach 100% แต่มันก็มีแนวการสอนนี้แทรกเข้ามาในการเรียนรู้ของเด็กๆด้วย เช่น วันนี้ครูให้เด็กๆเอาส้มหรืออาหารที่ทำจากส้มไป แล้วก็ให้เด็กๆช่วยกันคิดว่า "ส้ม..เอามาทำอะไรได้บ้าง" จบวันด้วยเด็กๆมีของกินที่เป็นส้ม กลับมาบ้านเต็มเลย 555 บางครั้งก็ให้เด็กทำผ้ามัดย้อม ซึ่งเด็กไม่ได้ทำกันเอง 100% อยู่แล้ว แต่พอกลับมา เค้าก็สามารถเล่าให้เราฟังได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเลย Smiley

4. ชอบสังคม เราว่าผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียนที่นี่ มีแนวคิดคล้ายๆกัน คืออยากให้ลูกเรียนอย่างมีความสุข เรารู้อยู่แล้วว่าโลกนี้มันเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ในวัยของพวกเค้า เราอยากให้พวกเค้าเรียนอย่างมีความสุข ตื่นเช้ามาแล้วบอกแม่ว่า "มะม๊าอยากไปรร." ซึ่งทุกวันนี้ลูกเราเป็นอย่างนั้น เมื่อเห็นลูกๆสนิทกัน พ่อแม่ก็สุขใจ และเมื่อเป็นเช่นนี้..เดอะแก๊งค์พ่อแม่เลยเกิดขึ้น 555 ทั้งนัดเที่ยว นัดกิน พวกเรามีหรือจะพลาด Smiley



ปูลู และ ปล. อย่างที่บอกว่า อย่างไรเราก็หนีการแข่งขันไปไม่พ้น ดังนั้น พอขึ้น อ.3 รร.จะค่อนข้างเน้นวิชาการมากขึ้น (อย่างเห็นได้ชัด) เด็กๆต้องเริ่มปรับตัวกับการบ้านที่มีมากขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็รับได้นะ (แม้จะแอบสงสารเธออยู่บ้าง) เพราะเค้ากำลังจะออกไปเจอโลกแห่งการแข่งขันข้างนอกแล้ว เค้าต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น 

อย่างน้อย 4 ปีในรั้วรร.อนุบาล (รวมชั้นตอ.) ได้เห็นพวกเธอมีความสุข มะม๊าก็สุขใจ Smiley


ประมวลภาพกิจกรรมต่างๆในรร.

กิจกรรมทัศนศึกษาช่วงปิดเทอม (พอร์ช อ.2 ฮาร์เล่ย์ อ.1)



ปาร์ตี้ปีใหม่


วันตรุษจีน


วันพ่อและวันแม่




ทริปค้างคืนทริปแรกของเดอะแก๊งค์ ณ อัมพวา


และหลังจากนั้น..อีกหลายๆทริปก็ตามมา...



ผลงานประดิษฐ์กระเป๋า hand made จากวิชาศิลปะ





 

Create Date : 21 เมษายน 2559   
Last Update : 23 พฤษภาคม 2559 11:08:53 น.   
Counter : 1300 Pageviews.  
space
space
Mama's life is beautiful

มะม๊าแอบภูมิใจนะ ว่านอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว แทบไม่มีเวลาไหนที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย

ไม่ว่าจะไปไหน มะม๊าจะหนีบจะหิ้วพวกเธอไปด้วยตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร เราจะมีส่วนร่วมด้วยกันตลอด

ดูได้จากฮาร์เล่ย์ เธอเห็นไม้กวาดหรือไม้ถูพื้นเป็นไมได้ ต้องรีบเข้าไปหยิบมากวาดมาถู รู้เลยว่าตัวอย่างมาจากใคร 555

ส่วนพอร์ชนี่ เธอได้สไตล์การพูดของแม่เธอมาเยอะเลย มะม๊าชอบที่เรามักจะขอบใจกันเวลาใครทำอะไรให้ เรามักจะขอโทษกันถ้าเราทำผิดอะไร และเรามักจะกอดกันในทุกๆเวลาที่เรานึกได้

มะม๊าชอบชีวิตที่มีพวกเธอมากเลย...

เช้ามา เข้าไปปลุกพวกเธอ โดยการหอม ฟัดพวกเธอไปมา จนเธอตื่น

พาพวกเธอไปอาบน้ำ ขำตอนเธอยืนเบ่งอึ๊ ขำตอนเธอเดินขาถ่างๆไปห้องน้ำ ขำตอนถอดแพมเพิสออกมาแล้วเธอเห็นปู่ปู้ตัวเอง แล้วทำหน้ายี้ๆๆๆ

อาบน้ำเสร็จ ไล่จับลิงแต่งตัวไปรร. ป้อนข้าวพวกเธอ จับพวกเธอขึ้นรถ แล้วพาไปส่งรร.

แม้มันจะเป็นแต่ละเช้าที่แสนวุ่นวายและเร่งรีบ แต่ก็แสนจะมีความสุข

โดยเฉพาะตอนอยู่บนรถด้วยกัน คนนึงจะฟังนิทาน คนนึงจะฟังเพลง คนนึงจะฟังเพลงที่1 คนนึงจะฟังเพลงที่ 2 วุ่นวายดีแท้ 555

สุดท้ายเราสามคนก็ร้องเพลงไปด้วยกันตลอดทาง

ทุกเย็น แค่ดิดถึงหน้าพวกเธอตอนเจอมะม๊า ก็แทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้ทำงาน รีบไปรับเธอแล้ว

พอไปถึงรร. แต่ละคนจะรีบวิ่งมากอดมะม๊า มาโม้ให้ฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีก็แย่งกันพูดทั้งสองคนจนมะม๊าฟังไม่รู้เรื่อง 555

บางวันไม่ได้ขับรถไปรับพวกเธอ ก็จะจูงมือพวกเธอออกมาเรียกแท็กซี่ ภาพเด็กจิ๋วสองคนสะพายกระเป๋านักเรียนจูงมือคุณแม่คนละข้าง มันน่ารักมาก

ถึงบ้าน พวกเธอมักจะใจแตกจะไปทิ๊กท้อต่อ 555 ไปเซเว่น พวกเธอเป็นแฟนพันธุ์แท้เซเว่นขนาดที่เข้าไปปุ๊บ พนักงานเรียก “น้องพอร์ช น้องฮาร์เล่ย์ มาแล้ว” เข้าไปหยิบนมเปรี้ยว ฮาลิโบ กันคนละชิ้น สองชิ้น

กลับบ้านไปซ่ากันที่ห้องอาม่า แล้วขึ้นไปอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างจมูกกัน

ก่อนนอนพวกเธอจะให้มะม๊ากล่อม มือซ้ายตบก้นคนนึง มือขวาตบก้นคนนึง ร้องเพลงมั่ง เล่านิทานมั่ง บางวันเหนื่อยหน่อยก็นอนหลับเป็นตัวอย่างให้พวกเธอดูแทน 5555 ไม่รู้ใครกล่อมใครกันแน่

สุดท้ายอยากจะบอกพวกเธอว่า.. Thank you for making my life beautiful. Love you more than what I can say..




I love every minute together...




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2557   
Last Update : 26 ธันวาคม 2557 14:56:46 น.   
Counter : 1284 Pageviews.  
space
space
คัดตัวรร.อนุบาล รอบที่ 2
หลังจากที่ได้ข้อมูลทางโทรศัพท์ของแต่ละรร.แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ขั้นตอนการเยี่ยมชมสถานที่จริง แม่พวกเธอสละเวลา ลางาน 1 วันเต็มเพื่อไปตระเวนดู (แต่ขอบอกว่าจริงๆลาแค่ครึ่งวันเช้าก็พอ เพราะช่วงบ่าย ไปก็ไม่เห็นกิจกรรมอะไรแล้ว )

รร.อนุบาลมณีรัตน์


สถานที่ตั้ง: ซ.นราธิวาส 18-20
บรรยากาศรอบนอกรร.: อยู่ในซอย เงียบสงบดี
บรรายากาศภายในรร.: สงบร่มรื่น แต่แอบร้อน 5555 รร.นี้ไม่มีแอร์ (จริงๆแล้วชอบนะ เพราะอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติจริงๆ และที่สำคัญโอกาสติดไข้กันมีน้อยกว่าอยู่ในห้องแอร์) แต่พอไปดูจริงๆ ก็แอบรู้สึกสงสารเด็กอ่ะ เราเองยังร้อนเลย แบบว่าอย่างน้อยตอนนอนหรือช่วงที่ร้อนจัด น่าจะมีเปิดแอร์บ้าง 555
ความสะอาด: โอเคนะ พอดีไม่ได้เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ มองอยู่ไกลๆ ที่นี้ห้องเรียนเด็กเล็กจะมีห้องน้ำอยู่ในห้องเรียนเลย สถานที่กินข้าวก็โอเค (แต่ถ้าเทียบกันจันทร์เจ้า เราว่าจันทร์เจ้าสะอาดกว่า)
ความปลอดภัย: ไม่ได้เดินไปดูที่สนามเด็กเล่น น่าจะเป็นพื้นยางนะ ตอนไป เด็กๆอนุบาลกำลังนั่งฟังคุณครูเล่าเรื่องกันอยู่ที่สนาม
แนวการสอน: ถือเป็น hi-light ของที่นี่เลยที่อยากให้ลูกมาเรียน ส่วนตัวชอบแนวการสอนแบบเป็น project approach แบบนี้ ไม่มีสอบ แต่มีโครงงานให้เด็กทำกันเป็นเทอม คอนเซ็ปการเรียนที่นี่จะเป็น style mind map ซึ่งเราชอบมาก คือสิ่งๆหนึ่ง คุณสามารถแตกความคิดออกเป็นอะไรได้บ้าง มันเปิดโอกาสให้สมองได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่อ่ะ

Mind Map


ข้อดีของการเรียนแบบ Project Approch อีกอย่างคือ การฝึกให้เด็กรับผิดชอบ เพราะโครงงานนึง เด็กจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้นคิด เริ่มก่อร่างสร้างมัน จนถึงทำให้งานนั้นสำเร็จขึ้นนมา วันนั้น คุณครูพาไปดูผลงานของเด็ก เป็นงานวาดภาพ ให้เด็กวาดสิ่งที่ตัวเองจินตนาการออกมา เช่นโครงงานลูกไก่ เริ่มต้นก็จะให้เด็กๆมานั่งคุยกันว่า ถ้าพูดถึงลูกไก่แล้วแต่ละคนนึกถึงอะไร ให้พวกเค้าวาดภาพออกมาตามจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งเรารู้สึก amazing กับภาพวาดของเด็กๆอ่ะ เด็กแต่ละคนก็วาดกันคนละแบบ เราว่าเด็กวัยนี้ การสื่อสารด้วยภาพ เป็นการบอกความคิดในใจของเด็กออกมาได้ดีทีเดียว หลังจากกนั้นก็จะให้เด็กๆได้ปฎิบัติจริง โดยให้ฟักไข่กันจนออกมาเป็นลูกไก่เลย อ้อ ครูบอกว่า เด็กที่นี่ แม้จะเรียนแนวบูรณาการ แต่จบไปเด็กอ่านออกเขียนได้ทุกคน

ตัวอย่างแนวการสอนของที่นี่
//www.real-parenting.com/schoolvisitDetail.aspx?SchoolId=78

ความใส่ใจของครู: ตอนโทรมาไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ครูดูรีบๆตอบ (คงกำลังยุ่งอยู่) ตอนมาดูรร. ประทับใจในความใส่ใจของครู พาเดินดูที่ต่างๆ รวมถึงตอนจะกลับ เดินมาส่งถึงหน้าประตูเลย
ความประทับใจอื่นๆ: ชอบชุดยูนิฟอร์มที่นี่ น่าร๊าก นี่ถ้ามีลูกสาวนะ จะส่งมาเข้าที่นี่แบบไม่คิดอะไรเลย

ยูนิฟอร์มที่ชอบ ^^



รร.อนุบาลจันทร์เจ้า


สถานที่ตั้ง: นางลิ้นจี่ซ. 6
บรรยากาศรอบนอกรร.: ชอบมาก อยู่ในซอยที่สงบ ร่มรื่น
บรรยากาศภายในรร.: ชอบมากเช่นกัน ดูสะอาด ต้นไม้เยอะ ให้ความรู้สึกร่มรื่น อาคารดูใหม่ดี
ความสะอาด: 5/5 สถานที่สะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำ และสถานที่กินข้าว (เน้นๆๆ เรื่องนี้)
ความปลอดภัย: 5/5 ทั้งพื้นยางที่สนามเด็กเล่น outdoor บันไดที่หน้ากว้าง (เดินง่าย) และพื้นบันไดที่เป็นพื้นหยาบ โอกาสลื่นมีน้อย รวมถึงมีกล้องวงจรปิด 16 จุดในรร.
แนวการสอน: แม้รร.จะมีสโลแกนที่เน้นการเรียนการสอนไปในแนววิถีพุทธ แต่ในปัจจุบัน รร.ได้ปรับแนวการสอนให้เข้ากับสังคมแห่งการแข่งขันมากขึ้น โดยเป็นแนวบูรณาการผสมวิชาการ แต่ก็ยังคงเน้นเรื่องวัฒนธรรมและความเป็นไทยไว้ เช่น มีให้เด็กเล่นขี่ม้าก้านกล้วย (เด็กบางคนไม่รู้ว่าก้านกล้วยเอามาเล่นเป็นม้าขี่ได้) ช่วงขึ้นชั้นอนุบาล ก็จะค่อยๆเน้นวิชาการเพื่อให้เด็กสามารถไปสอบแข่งขันกับเด็กที่อื่นได้
ความใส่ใจของครู: ประทับใจตั้งแต่โทรไปสอบถามข้อมูล มีการให้คำตอบที่ดี น้ำเสียงดูใส่ใจ ตอนวันไปดูรร.ยิ่งประทับใจในการต้อนรับ ทั้งพาชมรร. ให้ข้อมูลต่างๆแบบไม่รีบๆ ระหว่างแวะไปดูตามห้องต่างๆ ครูทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงออกมาให้ข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมด้วย อีกเรื่องที่ชอบคือ ครูที่นี่ทุกคนรู้จักชื่อเด็กทุกคน (เค้าบอกมานะ) อาจจะเพราะรร.ไม่ใหญ่มากด้วย ความใส่ใจเลยมีสูง สุดท้าย ตอนจะกลับ เดินออกมาส่งถึงหน้าประตูเลย
ความประทับใจอื่นๆ: ประทับใจมารยาทเด็กๆที่นี่ เดินต่อแถวกันลงบันไดแบบไม่มีแตกแถว เด็กบางคนเห็นเราก็ยกมือไหว้ด้วย (เด็กเตรียมอนุบาลนะ)



รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา


สถานที่ตั้ง: ซ.สาธุ 19
บรรยากาศโดยรอบรร.: ไม่ชอบเลย ผ่านทุกวัน รถติด 5555
บรรยากาศภายในรร.: ใหญ่โตกว้างขวางดี (ใหญ่ที่สุดใน 4 รร.ที่ไปดูมา)
ความสะอาด: เดินผ่านสนาม ดูสะอาดดีนะ แต่พอเดินผ่านห้องน้ำ(เด็ก)เท่านั้นละ กลิ่นฉี่หึ่งเลย (ไม่รู้เป็นเพราะห้องน้ำมันอยู่ตรงทางเดิน แล้วคนเข้าออกเยอะหรือเปล่า แต่ยังไงก็ตาม ก็มันก็เป็นหน้าเป็นตาของรร. ควรดูเรื่องกลิ่นนิ๊สนึง) ส่วนความสะอาดในห้องเด็ก ในโรงอาหาร ไม่มีข้อมูล เนื่องจากครูไม่พาไปดู
ความปลอดภัย: ไม่มีข้อมูล เนื่องจากครูไม่ได้อธิบายอะไรเลย
แนวการสอน: เป็น bilingual ในห้องจะมีครูต่างชาติประจำห้องด้วย 1 คน (ข้อมูลนี้ได้มาตอนโทรมาถาม) ส่วนข้อมูลที่ได้ตอนไปเยี่ยมชมรร.ไม่มี
ความใส่ใจของครู: ถ้าอ่านจากข้างต้นมา คงเห็นแล้วว่าเราประทับใจแค่ไหน 5555 ตอนไปถึง มีครู (หรือจนท.) สองคนอยู่ในห้องธุรการ ดูยุ่งๆๆกันมาก พอเราไปบอกว่ามาขอข้อมูล ครูก็หยิบใบแสดงรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ อธิบายให้เราว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง พอเราบอกว่าเราอาจจะยังพาน้องมาเรียนไม่ทันภาคเรียนนี้ (วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องสมัครไง สัปดาห์หน้ารร.หยุด) ครูเลยบอกว่า งั้นคุณแม่ค่อยมาดูห้องเรียนอีกที เดือนพค.ก็แล้วกัน แง๊ เราก็ไรแว๊ อุตส่าห์มาถึงแล้ว งั้นขอเราเดินดูรอบๆเองก็ได้ (ถ้าครูยุ่ง) ห้องเด็กเล็กอยู่ตรงไหนหรอคะ คุณครูตอบว่า เข้าไม่ได้ค่ะ เด็กๆนอนกันอยู่ สรุป มาที่นี่เพื่อมาเอาใบราคาเฉยๆ (ทั้งที่ขอข้อมูลทางโทรศัพท์ก็ได้) แล้วตรูจะมาทำไมฟร้า เซ็งเลย เดินออกมาจากห้องครู ไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อ รร.กว้างใหญ่ ไม่รู้โซนไหนให้เราเดิน โซนไหนห้าม งั้นกลับมันละกัน ยังดีตอนจบมีความประทับใจในยามที่ออกมากันรถให้
ความประทับใจอื่นๆ: ยาม (ที่ออกมากันรถให้)

รร.อนุบาลบ้านสานฝัน


สถานที่ตั้ง: ซ.เย็นอากาศ 2 แยก 1
บรรยากาศโดยรอบรร.: เราไปจอดรถทางประตูหลัง แอบรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อนแล้วจอดรถไว้หลังบ้าน ซ.แคบๆ มีต้นไม้รกๆ
บรรยากาศภายในรร.: โอเค ดูสะอาดใช้ได้ ไปถึงมีจนท.กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่พอดี แต่ไม่ค่อยชอบโซนเด็กเล็ก อยู่หลังสุดเลย
ความสะอาด: โอเค แต่ถ้าเทียบกันจันทน์เจ้า เราว่าห้องน้ำจันทน์เจ้าสะอาดกว่า แต่ในห้องเด็กเล็กสะอาดนะ ในห้องเรียนก็จัดของเป็นระเบียบดี
ความปลอดภัย: พื้นสนามเป็นพื้นยาง
แนวการสอน: แนวสาธิต เน้นเชาวน์ เพื่อให้เด็กไปสอบเข้าสาธิตได้ ปีที่แล้ว มีเด็กเข้าสาธิตได้ 20 กว่าคน (โอ้มายก็อดด) แนวบูรณาการจะสอนในเด็กเล็ก แต่พอขึ้นอนุบาลจะเริ่มเน้นไปที่เชาน์และวิชาการ วันเสาร์มีติวเข้าสาธิตด้วย ครูวุ้นสอนเอง นักเรียนรร.อื่นก็มาเรียนได้
ความใส่ใจของครู: 5/5 เราโทรไปตอนบ่ายบอกว่าจะเข้าไปดูตอนเย็น ครูก็บอกว่าเด๋วจะรอ เราไปถึง 5 โมง เจอครูยุ้ยรออยู่ ครูก็อธิบายแนวการสอนของที่นี่ให้ฟัง แบบใจเย็น แล้วก็พาเราไปดูสถานที่ต่างๆ อย่างไม่รีบร้อน
ความประทับใจอื่นๆ: นึกไม่ออก พอดีไปตอนเย็น หัวมึนๆแล้ว 555

จริงๆยังมีอีกรร.นึงที่อยู่ใน list แต่ไม่ได้ไป คือ รร.อนุบาลชวนชื่น เนื่องจากรถติดมว๊ากก เส้นสาทร เลยบ้ายบาย

บทสรุป (ตัดสินจากความชอบ+เงื่อนไขส่วนตัวล้วนๆ)

รร.อนุบาลจันทร์เจ้า
ข้อดี:
- ถ้าอ่านมาทั้งหมด คงเห็นได้ว่า เราเทใจให้จันทร์เจ้ามากที่สุด ชอบทั้งบรรยากาศรร. ชอบทั้งครู ชอบทั้งเด็ก
ข้อเสีย:
- ไม่เน้นภาษาเท่าไหร่ (มีจ้างครูฟิลิปปินส์มาสอนสัปดาห์ละ 2 ครั้งมั้งถ้าจำไม่ผิด)
- แนวการสอนก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับมณีรัตน์ (ส่วนตัวชอบแนวการสอนของมณีรัตน์ด้วยไง)

รร.อนุบาลมณีรัตน์
ข้อดี:
- ชอบแนวการสอนแบบเป็นโครงงาน ยิ่งได้ฟังว่าให้เด็กเล็กฟักไข่นี่ชอบๆๆๆเลย เรื่องอื่นๆ ยกให้จันทร์เจ้าเหนือกว่า
ข้อเสีย:
- เนื่องจากที่นี่แนวการสอนชัดเจนมาก คือไม่เน้นวิชาการ ดังนั้น รร.ที่จะต่อยอดจากที่นี่ได้ก็คงต้องเป็นรร.คาทอลิกเท่านั้น พวกอัชสัม กรุงเทพคริสเตียน ถ้าจะให้ลูกไปสอบเข้าทื่อื่นนี่ คงต้องติวกันเพิ่ม
- ไม่เน้นภาษาเท่าไหร่ มีครูต่างชาติมาสอนสัปดาห์ละครั้ง (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
- ไม่มีแอร์ (กึ่งๆเป็นทั้งข้อดีและไม่ดี) ห่วงแต่ว่าอุณหภูมิโลกมันร้อนขึ้นทุกปีๆ ลูกเรามันจะไหวป่าวหว่า

รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา
ข้อดี:
- รับส่งสะดวก (ไปส่งคนเล็กที่ kido ตอนเช้าได้สบาย เพราะอยู่ซอยเดียวกัน) ตอนเย็นให้รถรร.เอาคนโตไป drop ไว้ที่คิโค้ แล้วเราก็ไปรับพร้อมกันสองคนได้เลย เย้
- เพื่อนๆพอร์ชจากคิโด้ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่นี่ ถ้าพอร์ชไปก็น่าจะปรับตัวง่ายขึ้น เจอแก๊งค์เดิม
ข้อเสีย:
- เด็กเยอะ ไม่รู้จะดูแลทั่วถึงรึเปล่า (แต่จริงๆก็ห้องละไม่เกิน 25 คนแหละ)
- ไม่ค่อยประทับใจการใช้บริการของเจ้าหน้าที่ เลยเกิด bias 5555 (แต่นี่คือ issue สำคัญเลยนะ เพราะเด็กจะเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่เค้าเห็นนั่นล่ะ)
- ห้องน้ำ(ที่เดินผ่าน) เหม็นซะ นี่ขนาดโซนที่คนเดินผ่านเยอะๆนะ ถ้าห้องน้ำด้านในไม่อยากจะนึกเลยว่าเป็นยังไง ยังไม่รวมถึงโรงอาหาร ฯลฯ

รร.อนุบาลบ้านสานฝัน
ข้อดี:
- เน้นเชาวน์สำหรับสอบเข้าสาธิต ปีที่แล้วมีเด็กเข้าสาธิตได้ 20 กว่าคน (รวมเด็กโควต้าด้วย)
- ครูดูเอาใจใส่ดี
ข้อเสีย:
- ไม่ค่อยชอบโซนเด็กเตรียมอนุบาล ไปอยู่ซะด้านหลังเลย
- ไม่รู้จะเรียนหนักไปป่าว กลัวเด็กเครียดเกินไปน่ะ

ตอนแรกลังเลว่าจะให้เธอเข้ารร.อนุบาลเทอมนี้ดี หรือเทอมถัดไปดี (ถ้าเข้าเทอมนี้เธออายุ 2.2 ขวบ ถ้าเข้าเทอมถัดไปก็ 2.8 ขวบ) นั่ง weight ข้อดีข้อเสียไปมา สรุปว่าให้เธอยู่คิโด้ต่อไปอีกเทอมนึงละกัน เพราะดูแล้วกิจกรรมของเตรียมอนุบาลที่รร.ก็ไม่ต่างกับที่นี่เท่าไหร่ แต่ที่นี่ เธอได้เรื่องของภาษา ทั้งจากแก๊งค์เพื่อนนานาชาติของเธอ และจากครูฟิลิปปินส์ (3 คน ดูแลทุกวัน) เทอมหน้าค่อยพาเธอมาสัมผัสความเป็นไทยละกัน




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2556   
Last Update : 17 พฤษภาคม 2556 12:04:24 น.   
Counter : 12694 Pageviews.  
space
space
1  2  

BlogGang Popular Award#17


 
ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]






space
space
[Add ด้วยรักและผูกพัน's blog to your web]
space
space
space
space
space