พอร์ช 6 ขวบ ฮาร์เล่ย์ 5 ขวบ.. เด็กชายป.1 และเด็กชายอ.3


ด.ช.พอร์ช - ก้าวแรกสู่รั้วประถม

ในที่สุดก็ถึงวันที่ด.ช.พอร์ชก็ก้าวข้ามรั้วอนุบาลมาสู่รั้วประถมแล้ว SmileySmiley

3 มีนาคม 2017 วันรับประกาศนียบัตรจบชั้นอนุบาล


มีโหมดเขินอายกันด้วย น่ารักอ่าาSmiley


และเราขอต้อนรับเด็กชายพอร์ชเข้าสู่รั้วรร.ประถม ฮูเล่ย์!!!
ไม่น่าเชื่อแค่เปลี่ยน uniform ก็ทำให้เธอเป็นหนุ่มขึ้นขนาดนี้ Smiley


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในชีวิตของเด็กชายวัยประถมคือ
- ต้องตื่นเช้าขึ้น แต่ก่อนตื่น 7.00น. ไปถึงรร. 8.30-9.00น. เดี๋ยวนี้ตื่น 6.00น. ไปถึงรร. 7.15น.
- กระเป๋าหนักขึ้น(มากกกกก) ดีนะที่ลากได้
- รู้จักการใช้เงิน วันแรกๆเธอเห่อ เอาไปซื้อไอติม ซื้อขนม เกลี้ยงเบยยย 55 เลยบอกเธอว่าถ้าไม่ได้ใช้เงิน ให้เอาเงินนี้ไปฝากธ.ออมสิน ซึ่งจะมารับฝากที่รร.ทุกวันศุกร์ แล้วเงินที่ลูกเก็บ ลูกสามารถเอาไปซื้อสิ่งที่ลูกอยากได้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เงินในกระเป๋าสตางค์เธอไม่เคยพร่องเลย เธอมุ่งมั่นและตั้งใจเก็บเงินซื้อของเล่นจริงๆ Smiley
- มีความรับผิดชอบมากขึ้น วันแรกๆเคยลืมเอาหนังสือใส่กระเป๋าให้เธอ เธอเจอครูให้คัดมาสิบบรรทัดว่า "ผมไม่ได้เอาหนังสือวิชา....มาเรียนครับ" 555

ด.ช.พอร์ช - มนุษย์เฟรนด์ลี่ 
อยู่ได้ไม่ทันไร เธอก็มีเพื่อนซี้แล้ว เพื่อนคนแรกในห้องชื่อนะโม เพราะนั่งใกล้กัน 
รุ่นพี่ที่สนิทคนแรกคือ ธนา พี่ป.2 เพราะนั่งรถโรงเรียนกลับบ้านด้วยกัน ขอแอบแฉความซ่าของธนาและพอร์ช พวกเธอเอาโทรศัพท์มือถือของธนา กดโทรศัพท์ไปตามป้ายบนท้องถนน เธอบอกว่าโทรติดไปที่ธนาคาร แล้วพวกเธอก็รีบวาง Smiley


ด.ช.พอร์ช - ผู้ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนแปลง
เปิดเรียนได้ไม่ทันไร เธอก็มีแผลกลับมาบ้านได้ตลอด แต่ไม่ใช่มาจากการชกต่อยนะ มาจากความซุ่มซ่ามของเธอ 555 วิ่งไปขึ้นรถรร.แล้วล้ม หน้าครูดไปกับพื้นงี้ ปีนรั้วเล่นกับเพื่อนแล้วลงพลาด หน้าอีกไปครูดกับรั้วงี้.. Smiley


ด.ช.พอร์ช - ผู้ไม่เคยโกรธใคร
เย็นวันนึ่งคุณแม่เพื่อนเธอโทรมาเล่าให้ฟังว่า เธอถูกเพื่อนต่อยหน้าจนร้องไห้เลย เราเลยถามเธอว่าวันนี้ถูกเพื่อนต่อยหรอ เธอพยักหน้า เราถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอบอกไม่รู้ เธอจะเข้าไปคุยกับเพื่อนอีกคน เพื่อนคนนี้ก็เข้ามาต่อยเลย

ซึ่งตอนเธอเล่าเนี่ย เธอไม่ได้มีความโกรธหรือมีอารมณ์อะไรเลย ถามเธอว่าแล้วทำไมตอนกลับมาพอร์ชไม่บอก เธอบอก..ลืม Smiley

พอวันรุ่งขึ้น เธอกลับมาเล่าว่า พอร์ชเป็นเพื่อนกับคนที่มาต่อยพอร์ชละนะ 
เราเลยถามว่าแล้วไปเป็นเพื่อนกันได้ยังไง พอร์ชบอก "พอร์ชเข้าไปทักเค้า ว่ามาเล่นด้วยกันไหม" หลังจากนั้นพวกเธอสองคนก็เป็นคู่ซี้กัน ทุกวันนี้เธอกลับมาเล่าว่า เธอกับเพื่อนคนนี้จะผลัดกันเล่นเป็นคนออกคำสั่งให้อีกคนทำตาม 555

Your world is so beautiful.. Porsche #เด็กชายโลกสวย 555


ด.ช.พอร์ช - เพื่อนเกลอของมะม๊า
มีอยู่วันนึง มะม๊านั่งกินข้าวอยู่กับพอร์ชกันสองคน ก็คุยกันเรื่องจิปาถะ เรารู้สึกเหมือนนั่งคุยกับเพื่อน เธอรู้จักรับมุขเรา เธอมีส่งมุขกลับ เธอขำในเรื่องที่เราเล่า เผลอแปบเดียวเบ๋บี๋ของมะม๊า กลายมาเป็นเพื่อนเกลอของมะม๊าซะแล้ว Smiley

ส่วนเรื่องอื่นๆที่เป็นพัฒนาการของลูก 
- หัวสมองเปิดมากขึ้น 5555 สอนเธอแล้วเธอเก๊ตเร็วขึ้น จำได้นานขึ้น (มาช้ายังดีกว่าไม่มา Smiley )  ต้องให้เครดิตปะป๊า ตั้งแต่พอร์ชขึ้นชั้น ป.1 ปะป๊าเข้ามาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ทั้งการบ้านลูก ทั้งจัดตารางสอน ทั้งไปส่งลูกที่รร. เรียกว่าเหมือนเป็นการส่งไม้ต่อจากมะม๊าให้ปะป๊าเลย แล้วเธอก็เริ่มโตขึ้น เริ่มสนใจคุยกับปะป๊ามากกว่าเล่นมุขเบบี๋แบบมะม๊า 5555 วันก่อนยังคุยกับปะป๊าอยู่เลย ว่าตอนนี้ปะป๊าแย่งมาร์เก็ตแชร์จากมะม๊าไปแล้ว จากเดิม market share ปะป๊า 10% (อารมณ์เหมือนวัตถุลอยผ่านหน้าเด็กๆเวลาปะป๊ากลับมาบ้าน 555) ตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็น 40% แล้ว Smiley


- เลโก้และไดโนเสาร์ ยังเป็นสิ่งที่ลูกสนใจเหมือนเดิม เวลาว่าลูกยังชอบต่อเลโก้ ชอบอ่านหนังสือไดโนเสาร์ แถมยังจำชื่อไดโนเสาร์ได้เยอะกว่ามะม๊าด้วย Smiley

ปีนี้ก็ยังไปแข่งต่อเลโก้เหมือนเดิม เป็นปีที่สองละ รอบแรกเธอแข่งโบลิ่งด้วยรถเลโก้มอเตอร์ เกือบ strike ด้วย Smiley


- ชอบวาดรูป พอร์ชบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นจิตรกร Smiley


- นักวางแผนกลยุทธิ์ ตอนนี้เธอเริ่มเล่นเกมส์ และเกมส์ที่เธอเล่นคือ zombie ซึ่งปะป๊านั่งดูเธอเล่น แล้วบอกว่าพอร์ชวางกลยุทธิ์ได้ดี ตอนนี้อาม่าเลยจับเธอมาสอนเล่นหมากรุกจีนเลย Smiley

- มีความกล้าขึ้น ก่อนหน้านี้มีช่วงนึงที่เธอขี้กล้ว แต่ตอนนี้เธอกล้าขึ้น อย่างว่ายน้ำ เธอก็กล้าว่ายมากขึ้น หรือตอนไป USJ ที่โอซาก้า เธอก็กล้าไปเล่น Dinosaur Ride!! สุดท้ายเธอกับปะป๊าไปเล่นอะไรที่มันหวาดเสียว ส่วนมะม๊ากับฮาร์เล่ย์ไปเล่นม้าหมุน Smiley


ด.ช.ฮาร์เล่ย์ - พี่ใหญ่แห่งรร.อนุบาล
ปีนี้น้องฮาร์เล่ย์ก็ขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ของรร.อนุบาลแล้ว ซึ่งคงสมใจเธอเพราะเธอเคยบอกว่าทำไมฮาร์เล่ย์ไปเกิดเป็นพี่บ้าง 555 (ซึ่งมุกคลาสิคที่มะม๊าตอบเธอคือ เธอเป่ายิงชุ้บแพ้พี่บนสวรรค์ Smileyแล้ววันนี้เธอก็ได้มาเป็นพี่ใหญ่สมใจแล้ว Smiley


เป็นพี่อ.3 มันเรียนหนักนิ๊สสสนุง ก็ต้องมีหลับบ้างไรบ้าง 555


ด.ช.ฮาร์เล่ย์ - นักเรียนดีเด่น
คงต้องขอยกตำแหน่งนี้ให้กับเธอเลยฮาร์เล่ย์ ด้วยความที่เธอเป็นเด็กสายวิชาการอยู่แล้ว ความสุขของเธอไม่ใช่การเล่น แต่เป็นการเรียน Smiley ความสุขของเธอคือการได้เป็นเด็กดี อยู่ในโอวาท 

กลับมาบ้าน การบ้านไม่ต้องคอยบอก เธอเปิดกระเป๋าหยิบมาทำเอง อ่านดรุณศึกษาเอง (แถมเขียน comment ในหนังสือให้ตัวเองว่า "อ่านได้ดี" Smiley ) 

สิ่งที่ชื่นชมเธออย่างหนึ่งคือ เธอเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ อย่างการอ่านออกเสียงร.เรือ เธอเห็นมะม๊าออกเสียงได้ เธอก็ฝึกกระดกลิ้นมั่ง ฝึกทุกวัน แปบเดียวเธอก็อ่านออกเสียงร.เรือได้อย่างชัดเจนละ

หรืออย่างการซ้อมไวโอลิน เธอเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นว่าจะทำให้ได้ ซึ่งเทียบกับในวัยของเธอแล้วเราถือว่าเธอทำได้ดีมาก


และด้วยความที่เป็นชอบเป็น perfectionist สิ่งที่เราห่วงคือ เธอรับความผิดพลาดของตัวเองไม่ค่อยได้ เวลาเธอทำอะไรได้ไม่ดี เธอจะร้องไห้

เรื่องของการแข่งขันก็เช่นกัน เวลาเราเล่นอะไรกัน เธอจะเป็นคนเดียวที่จริงจัง 555 เช่นเล่นบาส ถ้าเธอแพ้ เธอจะนอยด์ ซึ่งเราก็พยายามไม่ไปสนใจพฤติกรรมนั้น แล้วพอเธอดีขึ้นก็จับเธอมานั่งอธิบาย แล้วชวนเล่นใหม่ ซึ่งหน้าที่นี้มะม๊ายกให้ปะป๊าเลย เพราะคุยกันแบบแมนๆดี 


มีอยู่ทีนึงเล่น board game ด้วยกัน แล้วเธอแพ้มะม๊า เธอฟุบหน้าร้องไห้เลย แล้วไม่ยอมเล่นไปช่วงนึง เราก็ต้องปล่อยเธอสักพัก แล้วค่อยดึงเธอกลับเข้ามามีส่วนร่วม เริ่มแรกให้เธอเป็นกรรมการ ต่อมาเธอเริ่มสนุก เราก็ให้เธอมาเล่นด้วย แต่เราคุมการแพ้การชนะ 555 คือกำหนดผู้แพ้ผู้ชนะเอง แรกๆ ให้เธอชนะ ต่อมาแพ้ทีนึง แล้วกลับมาชนะใหม่ แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนการแพ้ให้กับเธอไปเรื่อยๆ 555 จนเธอรู้สึกว่า แพ้ก็ไม่เห็นเป็นไร

โชคดีที่เธอมีพอร์ช พี่ชายที่หัวเราะได้กับทุกสถานการณ์ เธอได้เห็นว่าตอนแพ้ พี่พอร์ชก็ยังหัวเราะ แล้วก็เล่นใหม่ (แล้วพอร์ชผู้น่ารักก็ยังร่วมมือกับมะม๊าในการกำหนดผู้แพ้ผู้ชนะด้วย 555)



ด.ช.ฮาร์เล่ย์ - ผู้มีวาทะศิลป์
ฮาร์เล่ย์เป็นเด็กที่มีทักษะการพูด การเจรจาต่อรองที่ดีมาก เธอรู้จักหาเหตุผลมาบอกว่าทำไมมันถึงต้องเป็นอย่างนี้ นอกจากนี้ เธอยังเลียนแบบเสียงได้เก่งอีกด้วย ทั้งภาษาจีน ภาษาอังกฤษนี่ native speaker มาเอง จนชักอยากจะส่งเธอเรียนอินเตอร์เลย

สำเนียงคนข้างๆ กลบเสียงคุณครูหมดเลย Smiley


ฮาร์เล่ย์วัย 5 ขวบ เธอรู้จักนั่งรีวิวของเล่นแล้วนะเออ


และนี่คือ..1 ปีที่ผ่านไปกับลูกลิงทั้งสองของมะม๊า
Love you more and more SmileySmiley





Create Date : 03 สิงหาคม 2560
Last Update : 3 สิงหาคม 2560 21:42:57 น.
Counter : 410 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
พอร์ช 5 ขวบ ฮาร์เล่ย์ 4 ขวบ.. เด็กตลก & เด็กนิ่ง (ตอนที่ 2)




ถึงกับต้องเปิดคอมฯมา update พฤติกรรมของพวกเธอ เพราะยิ่งโต เรายิ่งเห็น character ที่ชัดเจนของพวกเธอแต่ละคนมากขึ้น จนอดที่จะบันทึกไว้ไม่ได้

พอร์ช..เด็ก positive
เธอเป็นเด็ก positive มาก เธอคิดบวกกับชีวิตได้ทุกสถานการณ์ เธอยอมรับความผิดหวังได้ เธอยอมรับความพ่ายแพ้เป็น และในบางครั้ง เธอก็ยอมให้ตัวเองแพ้ เพียงเพื่อให้การแข่งขันมันดูมีสีสัน แล้วเธอก็หัวเราะกับมัน 

เธอเป็นคนยอมเพื่อน เช่น เธอชอบฮีโร่ตัวนี้ แต่ถ้าเพื่อนเธออยากเป็น เธอก็จะยอมเป็นตัวรอง เคยถามเธอเหมือนกันว่า ทำไมเธอไม่เป็นตัวที่เธอชอบ เธอว่า.."ก็เพื่อนอยากเป็น แต่พอร์ชเป็นคุณลุงคนแก่นี้ก็ดีนะมะม๊า" แล้วเธอก็หัวเราะ สนุกกับการได้เป็นคุณลุงของ superhero Smiley



ฮาร์เล่ย์..เด็ก perfectionist
ในขณะที่คนนึงชอบทำตลกให้คนอื่นหัวเราะ อีกคนนี่ถ้าไปหัวเราะ จะเสียใจและร้องไห้ทันที 555
ฮาร์เล่ย์ เธอเป็นเด็กที่ตั้งใจและจริงจังกับทุกอย่างในชีวิต เธอมีความคาดหวังในตัวเองสูง เธอจะพยายามเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เธอเป็น แล้วเธอจะภูมิใจทุกครั้งที่เราชื่นชม 

เช่น เราสอนให้พวกเธอใส่เสื้อผ้าเอง อีกคนติดกระดุมแบบผิดๆถูกๆแล้วก็หัวเราะ อีกคนจะพยายามติดอย่างถูกต้อง ถ้าติดไม่ได้ ก็จะพยามต่อไปเรื่อยๆ ไม่ให้เราช่วย หรืออย่างตอนกินข้าว อีกคนนั่งเล่นของเล่นไป กินไป หกไป อีกคนตั้งใจกิน พยายามใช้ส้อมและช้อนตัก ไม่ให้หก.. และเธอจะภูมิใจในตัวเองทุกครั้งที่เธอทำมันสำเร็จ

มีอยู่ครั้งนึง เธอกินข้าวหก เราก็..ฮาร์เล่ย์..ข้าวหกแล้วลูก เท่านั้นแหละ..สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที (เราเข้าใจอารมณ์เธอนะ เหมือนกับคนที่พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่มันพลาด ก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา) 

ดังนั้น วิธีการรับมือกับลูกทั้งสองคนจึงแตกต่างกัน ถ้าพอร์ชทำผิด ดุธรรมดา เธออาจจะมึน ต้องจ้องหน้าเธอ (ทำหน้าตาซีเรียส) พูดช้าๆ ชัดๆ เสียงเข้มๆ.. เธอจะปฎิบัติตามทันที 5555 ส่วนฮาร์เล่ย์ ห้ามดุ.. ห้ามดุ.. ห้ามดุ.. (ท่องไว้ๆๆ) ต้องบอกเธอดีๆ ห้ามพูดเชิงตำหนิ พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา สอนเธอ แต่ไม่เน้นย้ำขนาดพอร์ช

ซึ่งความน่ารักของพวกเธอทั้งสองคนคือ ทำผิดแล้วรู้จักขอโทษ บางทีพวกเธอขอโทษกันเอง ยกมือไหว้ใส่กัน จนเราต้องบอกเธอว่า ไม่ต้องไหว้ๆ พูดขอโทษเฉยๆ ให้ไหว้กับผู้ใหญ่ก็พอ 555



ฮาร์เล่ย์.. หนูน้อยจีเนียส
ตั้งหัวข้อให้ดูเวอร์ๆไปงั้นแหละ 555 แต่เราแค่รู้สึกว่า ฮาร์เล่ย์เธอเป็นเด็กที่มีไอคิวดี อาจจะด้วยว่าเธอเป็นเด็กนิ่ง เวลาทำอะไรเธอมีสมาธิ มันเลยทำให้เธอมีความจำที่ดี และเก็บรายละเอียดต่างๆได้เยอะ  

อย่างเวลาสอนการบ้านพอร์ช ฮาร์เล่ย์เค้าจะเล่นของเล่นของตัวเอง (แต่เชื่อว่าหูเธอฟัง) พอเวลาถามพอร์ช ปรากฎว่า เจ้าฮาร์เล่ย์หันมาตอบแทน (และตอบถูกหลายข้อด้วยนะเออ) 

ล่าสุด เราพาเธอไปเรียนไวโอลิน ตอนเริ่มเรียนอายุ 3.10 ขวบ ผ่านมาสามเดือน เธอจำโน้ตเพลงได้ ตอนนี้ครูกำลังสอนให้เธออ่านโน้ต 5 เส้น ความน่าทึ่งของเธอคือ เธอเป็นเด็กมีวินัยในตัวเอง ก่อนนอนทุกคืน เธอจะหยิบไวโอลินขึ้นมาเล่น โดยที่เราไม่ต้องบอก อีกเรื่องคือเรื่องของความจำ วันก่อนปะป๊าเล่นเปียโนเพลง The moon represents my heart ให้เธอฟัง หลังจากนั้น เธอเล่นเองได้ เราลองเปลี่ยนเครื่องเปียโนให้เธอ เธอก็ยังเล่นจังหวะถูก ทุกวันนี้ ถามเธอว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร เธอบอกว่าอยากเป็นนักไวโอลิน

นอกจากเรื่องของความจำแล้ว เราว่าเธอเป็นเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ทั้งการใช้คำพูด การตั้งคำถาม การหาเหตุผลมาโต้แย้งกับเรา 


รูปนี้..ขณะที่ฮาร์เล่ย์จริงจังกับการฝึกไวโอลิน เจ้าพอร์ชเธอก็บอกว่าเธอกำลังฝึกกีฬากอล์ฟอยู่ Smiley


ฮาร์เล่ย์.. เด็กสันโดษ
บันทึกรอบนี้ เป็นเรื่องของฮาร์เล่ย์เยอะหน่อย เพราะด้วยบุคลิกอันโดดเด่นของเธอ (แต่จะเป็นบวกหรือลบ อันนี้อีกเรื่องหนึ่ง 555) ล่าสุด มีคำถามจากเธอมา 2 คำถาม ที่ทำให้มะม๊าถึงกับต้องเก็บมาคิดและวิเคราะห์

คำถามแรก เกิดขึ้นตอนที่เธออยู่กับมะม๊าสองคน (ปกติจะมีพอร์ชอยู่ด้วยกัน เป็นสามคนตลอด) วันนั้นพอร์ชไม่อยู่ แล้วเราก็เล่นกันสองคนอย่างสนุกสนาม อยู่ดีๆเธอก็พูดขึ้นมาว่า 
ฮาร์เล่ย์: มะม๊า..ฮาร์เล่ย์อยากอยู่คนเดียว
มะม๊า: อยากอยู่คนเดียวยังไงลูก
ฮาร์เล่ย์: มีแค่ฮาร์เล่ย์กับมะม๊า
มะม๊า: อ้าวแล้วเฮียพอร์ชล่ะ
ฮาร์เล่ย์: ม่ายย อยากมีแค่ฮาร์เล่ย์กับมะม๊า
มะม๊า: แต่พอร์ชเป็นพี่ชายลูกนะ มีพีชายเล่นด้วยกันดีออก จะได้ไม่เหงา
ฮาร์เล่ย์: ม่ายอ่ะ ฮาร์เล่ย์อยากมีแค่คนเดียว...

คำถามที่สอง เกิดขึ้นวันที่ไปรับพวกเธอที่รร. หลังจากที่เราถามพอร์ชว่าวันนี้เป็นยังไงมั่ง พอร์ชเล่าว่า ได้เล่นกับเพื่อนคนโน้น คนนั้น คนนี้ที่สนาม (คือเจ้าพอร์ชนี่ มีเพื่อนตั้งแต่ชั้นตอ. ยัน อ.3 มิสเตอร์เฟรนลี่มากกก) หลังจากนั้นเราก็ถามฮาร์เล่ย์มั่ง 
มะม๊า: แล้วฮาร์เล่ย์ล่ะ เล่นกับใครลูก
ฮาร์เล่ย์: ฮาร์เล่ย์แค่นั่งเหม่อเฉยๆ ไม่ได้เล่นกับใคร"
มะม๊า: ทำไมล่ะ
ฮาร์เล่ย์: ฮาร์เล่ย์กลัว
มะม๊า: กลัวอะไรลูก กลัวเพี่อนแกล้ง หรือ กลัวเพื่อนไม่ให้เล่นด้วย
ฮาร์เล่ย์: กลัวเพื่อนไม่ให้เล่น...

อืมม..หลังจากที่เราได้ฟังมาสองครั้ง เราก็เริ่มคิดว่า เธออาจจะเป็นเด็กที่รู้สึกว่าการเข้าสังคมเป็นเรื่องยากหรือเปล่า เราเลยไปถามครู แต่ปรากฎว่า ครูบอกว่าฮาร์เล่ย์อยู่ในห้องก็ปกตินะคะคุณแม่ เค้าก็เล่นได้กับทุกคน ไม่ได้แยกตัวหรืออะไร

บางที อาจจะเป็นแค่มู๊ดของเธอ ณ วันนั้นก็ได้ ที่เธอรู้สึกไม่อยากเล่นกับใคร เพราะถ้าฟังจากครู ในเวลาปกติ เธอก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่แยกตัวอะไร แต่ยังไงก็ดี คำตอบของเธอ มันทำให้เราต้องหมั่นสนใจ และใส่ใจที่จะถามไถ่เธอและพี่ชายเธอให้มากขึ้น เพราะเรารู้ว่า..พวกเธอต่างกัน มีความคิดที่ต่างกัน พวกเธออาจต้องการการตอบสนองที่เหมือนกันในบางเรื่อง และแตกต่างกันในบางเรื่อง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ พวกเธอต้องการคนที่เข้าใจ รับฟัง และรักเธอ และปะป๊ามะม๊า จะอยู่ตรงนี้ เพื่อรับฟังพวกเธอ อยู่ข้างพวกเธอ แล้วรักพวกเธอตลอดไป Smiley





Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 2 กันยายน 2559 15:51:12 น.
Counter : 554 Pageviews.

1 comment
พอร์ช 5 ขวบ ฮาร์เล่ย์ 4 ขวบ.. ความต่างที่ลงตัว (ตอนที่ 1)






มะม๊าขำมากเวลาดูเธอสองคนเล่นกัน
คนนึงก็จะอารมณ์ดีตลอดเวลา นั่งๆอยู่ก็จะไปแหย่น้อง จักกะจี๋น้อง
อีกคนก็จะนิ่ง มีสมาธิ เหมือนกันคิด นั่งประมวลอะไรอยู่ พอเจอพี่แหย่ ก็โวยวายฟ้องแม่ 555



พอร์ช..เด็กชายอารมณ์ดี
อาม่าบอกว่าแค่เห็นหน้าเธอ ก็รู้สึกขำแล้ว 555 หน้าเธอนี่ให้ความรู้สึกว่า The world is beautiful

แต่ช่วงนี้ เธอก็เริ่มมีฮอร์โมนวัยรุ่นเกิดขึ้นบ้าง มีหงุดหงิด งุ่นง่านบ้าง แต่พอแหย่เธอนิดเดียว เด๋วเธอก็หาย (บอกแล้วว่าเธอเกิดมาเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน Smiley)



พอร์ช..ช่วงก้าวผ่านบทเรียนที่ 1 ของชีวิต
ใช่แล้ว..เธอกำลังเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกของการแข่งขัน กับการสอบเข้าป.1
สิ่งที่เธอต้องเรียนรู้จากบทเรียนนี้คือ เรียนรู้ที่จะยอมรับความสมหวังและความผิดหวัง
ถ้าเธอสามารถจัดการกับความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเองได้กับทั้งสองเหตุการณ์ เธอสอบผ่านในสายตาของมะม๊า Smiley

วันที่ลูกสอบ..มะม๊ารู้ว่าลูกตื่นเต้นแค่ไหน ลูกนิ่ง ลูกจับมือมะม๊าแน่นตอนไปถึงรร. พวกเรารู้ว่าตัวลูกเองก็รู้ว่าวันนี้มันสำคัญกับลูกยังไง



วันที่รู้ว่าสอบไม่ติด..ลูกยอมรับผลของมันอย่างนิ่งๆ เรารู้ว่าลูกเองก็คงรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย ลูกถามว่า "ทำไมลูกถึงสอบไม่ติด" มะม๊าบอกว่า "เราอาจจะฝึกกันน้อยไปนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เด๋วเราฝึกกันต่อไปเรื่อยๆ เราอาจจะเดินช้ากว่าคนอื่นไปบ้าง แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้ก้าวเดินเนอะ" เธอรับฟังนิ่งๆ พร้อมกับตั้งใจฝึกทำโจทย์ต่อไป

วันที่รู้ว่าสอบติด..ลูกรับฟังแบบนิ่งๆ พร้อมกับรอยยิ่มเบาๆบนหน้า เรารู้ว่าลูกดีใจ พวกเราลูบหัวลูก บอกว่า "ทำได้แล้วนะ" วันนั้นดูลูกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จับมือปะป๊ามะม๊าไปกอดไปรัด จนเราต้องถามเธอหลายครั้งว่า "หมั่นเขี้ยวอะไรปะป๊ามะม๊านักเนี่ยวันนี้" Smiley

สิ่งที่มะม๊าภูมิใจ มันไม่ใช่เรื่องของผลลัพธ์ แต่มันคือความพยายามของลูก สองเดือนที่ได้ติวด้วยกัน ลูกมีพัฒนการด้านวิชาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลายครั้งที่ลูกทำไม่ได้ แล้วลูกเกือบจะท้อ แต่ลูกก็ก้าวผ่านมันไปได้ มะม๊ารักใจนักสู้ของเธอจริงๆ



พอร์ช..นักต่อเลโก้รุ่นจิ๋ว
สิ่งหนึ่งที่เราเห็นว่าเธอสนใจมาตั้งแต่เล็ก และเธอทำมันได้ดีด้วย ก็คือการต่อเลโก้ ล่าสุดเธอไปแข่งต่อเลโก้แบบมอเตอร์ มะม๊าไปนั่งดูด้วย เห็นเธอนั่งต่อรถท่ามกลางเด็กมากมาย ณ เวลานั้นรู้สึกเลยว่า ลูกเราโตกว่าที่เราคิดแล้ว 



ฮาร์เล่ย์..เด็กแนว
เธอเป็นเด็กแนวแต่เด็กจริงๆนะ ความคิดของเธอเป็นเอกลักษณ์มาก หลายๆครั้งที่มะม๊าได้ฟังสิ่งที่เธอเปรียบเทียบ มะม๊ารู้สึกว่า เด็กคนนี้ความคิดไม่ธรรมดา



ตอนเธอเขียนสระเอ เธอบอกว่า "มะม๊าดูสิ เหมือนเลขหาอารบิกเลย"
เธอหยิบเยลลี่แบร์มาให้มะม๊า แล้วถามว่า "มะม๊ากินเยลลี่แบร์สีวันจันทร์ไหม" หรือบางทีก็ "มะม๊าชอบโซฟาสีวันพฤหัสไหม"
วันนึงเธอนั่งดูพวกเราแล้วถามว่า "ทำไมมะม๊าหน้าวงรี พอร์ชหน้าวงกลม 5555"
วันนึงเราคุยกันเรื่องเด็กต่างชาติ มะม๊าบอกว่า "ถ้าฮาร์เล่ย์อยากคุยกับเด็กฝรั่ง ฮาร์เล่ย์ต้องพูดภาษาอังกฤษ เพราะเด็กฝรั่งเค้าพูดไทยไม่ได้" เธอถามกลับมาว่า "แล้วเด็กแอ็บเปิ้ลล่ะ พูดไทยได้ไหม"Smiley

นอกจากการเปรียบเทียบของเธอแล้ว คำถามแต่ละคำถามของเธอก็น่าสนใจ
ตอนฝนตก เธอถามมะม๊าว่า "ทำไมฝนตก" มะม๊าบอกว่า "ช่วงนี้เป็นหน้าฝนไง" เธอถามต่อ "แล้วหลังฝนล่ะ" เออ!! น่าคิด Smiley
รถบัส กับ รถเมล์ ต่างกันอย่างไร
ป้ายจราจรที่เป็นลูกศรชี้ขึ้น กับลูกศรชี้ลง ต่างกันยังไง

ความติสต์ล่าสุด สอนการบ้านเธอ เค้ามีรูปมาให้ แล้วให้เขียนพยัญชนะ เธอก็เขียนแต่ วงกลม ขีดยาว ทั้งหน้าเลย มะม๊าถามว่า "ฮาร์เล่ย์ทำอะไร เค้าให้เขียนพยัญชนะไม่ใช่หรอ" เธอบอก "อย่าเพิ่ง เด๋วเธอค่อยไปเติม" นึกภาพออกมะ เช่น ก.ไก่ เธอก็ลากเส้นยาวลงมาหนึ่งเส้น ค.ควาย เธอวงกลมไว้หนึ่งวง ประมาณเนี่ย แล้วค่อยมาลากส่วนที่เหลือต่อให้เต็มคำทีหลัง Smiley

ตอนนี้สิ่งที่เธอสนใจนักสนใจหนาคือ ป้ายสัญลักษณ์บนถนน ตอนนี้เธอจำได้เกือบหมดแล้ว ป้ายห้ามจอดตลอดเวลา / ป้ายห้ามจอดขวางประตู / ป้ายเลี้ยวซ้าย-ขวา / ป้ายกลับรถ ฯลฯ



ฮาร์เล่ย์..เด็กมุ่งมั่น
ด้วยความที่เธอเป็นเด็กนิ่ง เราเลยลองให้เธอเรียนไวโอลินตอน 3 ขวบ 10 เดือน ถึงตอนนี้ 4 ขวบ เธอเล่นเพลงแรกได้แล้ว "เพลงหนูมาลี" Smiley สิ่งที่มะม๊าประหลาดใจกับเธอก็คือ เธอเริ่มเรียนโดยที่เธอไม่ได้อยากเรียนมาก่อน แต่เป็นยัยแม่สรรหา (ตอนจะเรียนเธอยังไม่รู้จักไวโอลินเลยด้วยซ้ำ) แต่พอเรียนแล้ว เธอเป็นเด็กมีวินัยมาก กลับมาบ้านทุกคืน เธอต้องหยิบไวโอลินมาสี (ทุกวันนี้สภาพคือเยินแล้ว 555) 

นอกจากนี้ เธอยังประกาศตัวตั้งแต่อ.2 ว่าเธอจะเข้าสาธิตจุฬาฯ เพราะสาธิตจุฬามีสอนไวโอลิน เออ!!เอากับเธอสิ





Create Date : 28 กรกฎาคม 2559
Last Update : 2 กันยายน 2559 15:50:56 น.
Counter : 591 Pageviews.

0 comment
พอร์ช 4 ขวบ ฮาร์เล่ย์ 3 ขวบ ..Love you just the way you are..


เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก..
เผลอแปบเดียว ลูกฮาร์เล่ย์จะขึ้นชั้นอ.2 ส่วนลูกพอร์ชก็จะขึ้น อ.3 ละ ถึงเวลาที่ต้องตระเวนหารร.ชั้นป.1 ให้แล้วหรอเนี่ย (เหมือนเพิ่งตระเวนหารร.อนุบาลให้เธออยู่หยกๆ Smiley)

ปีที่ผ่านมา พอร์ชโตขึ้นเยอะมาก ไม่มีความเป็นเบ่เบี๋แล้ว กลายเป็นหนุ่มน้อยของมะม๊าละ Smiley ส่วนฮาร์เล่ย์ยังกึ่งโตกึ่งเบ่บี๋ ยังมีโหมดเบ่บี๋ โหมดขี้อ้อน โหมดติดแม่ ให้มะม๊าได้ฟินอยู่บ้าง (อยากจะฟรีซอายุเธอให้อยู่แค่นี้ตลอดไปจังงงงง Smiley)

พอร์ช..เด็กอึด
เธอฉายแววอึดมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ตอน 8 เดือน เธอสามารถนั่งรถร่วม 2,000 โล ไปเที่ยวเหนือ+ข้ามไปพม่ากับปะป๊ามะม๊า มาถึงตอนนี้เธอก็ยังคงอึดต่อไป 555 อย่างไปเที่ยวกัน นั่งรถไกลๆ ขับรถนานๆ พวกเธอทั้้งคู่ (พอร์ชและฮาร์เล่ย์) ก็ไม่มีอาการงอแงหรือเมารถเลย มีแต่ "จะนอนโรงแรมอีกวัน Smiley

ส่วนด้านจิตใจ เธอก็แข็งแกร่งขึ้นมาก มีช่วงขึ้น อ.2 แรกๆ ที่เธอค่อนข้างจะ sensitive คุณครูเล่าให้ฟังว่า เวลาเธอเขียนหนังสือไม่ได้ แล้วพอครูจะดุ เธอชิงร้องไห้ขึ้นมาก่อนละ ครูเลยต้องโอ๋แทนดุ 555 (ไม่รู้เป็นทริกการแก้ปัญหาของเธอรึเปล่านะ Smiley

ผ่านมา 1 ปี ช่วงอ.2 เทอมปลาย เธออึดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอแข็งแรงขึ้น เธอเล่นกับเพื่อนไม่เคยมีร้องไห้ (ในขณะที่เพื่อนเธอร้อง ^^') เธอไม่ร้องไห้ แม้ตอนถูกปะป๊าตี (ตีแรงด้วยนะเออ) หรือเวลาล้ม แม้จะเจ็บแค่ไหน อย่างมากเธอจะแอบปาดน้ำตา (แมนมากลูก!! Smiley)

พอร์ช..เด็กบ้าพลัง
ใครว่าลูกมะม๊าเป็นติ๋ม จะโกรธ!! ก็เธอบ้าพลังซะขนาดนี้ มาว่าเป็นติ๋มนี่ยอมไม่ได้ 5555 นอกจากเธอจะบ้าเหล่ายอดมนุษย์แล้ว เธอยังบ้าพลังเหมือนยอดมนุษย์ด้วย เตะ ต่อย หมัด มวยนี่ ขอให้บอก จัดให้หมด แถมเธอยังแรงเยอะด้วยนะ เล่นกับเพื่อนทีไร ทำเพื่อนร้องไห้ทุกที Smiley

พอร์ช..เด็กขี้เล่น
เธอเป็นเด็ก cheerful มาก มะม๊ารู้สึกว่า เธออยู่ใกล้ใครก็ทำให้รอบตัวคนนั้นสดใส (เปล่าหลงลูกน้าาา) ด้วยความที่เธอขี้เล่น เธอจึงชอบแหง่น้อง ซึ่งน้องเธอก็ดันไม่ชอบให้แหย่.. สงครามเลยเกิดขึ้น 5555 

พอร์ชแหย่น้อง น้องร้องแง๊ น้องฟ้องมะม๊า มะม๊าดุ พอร์ชหยุด สักพักแกล้งใหม่ เป็นวงจร 555

พอร์ช..เด็กทะเล้น
ทะเล้นแค่ไหน ดูแค่ตอนถ่ายรูป แต่ละช๊อตเต็มไปด้วยหน้าทะเล้นของเธอ Smiley

ความฝันแรกของพอร์ช
เด็กอ.2 เธอมีความฝันแล้วนะ เราถามเธอว่า เธออยากเป็นอะไร เธอบอกว่า เธออยากเป็นนักเต้นรำเหมือนพี่เบิร์ด (ไอดอลตลอดกาลของเด็กๆ Smiley


ฮาร์เล่ย์..เบ่บี๋ที่กำลังจะเป็นเด็กโต

ในขณะที่พอร์ชกลายเป็นหนุ่มน้อยของมะม๊าแล้ว ฮาร์เล่ย์เธออยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย จากเบ่บี๋สู่เด็กโต เธอรู้เรื่องต่างๆเกือบ 100% แล้ว เหลือบางมุขที่เธอยังไม่เก็ท เธอเลยเป็นของเล่น ที่มะม๊ากับพอร์ชชอบเข้าไปแหย่อยู่ร่ำไป 555 

ฮาร์เล่ย์..เจ้าคารม
ฮาร์เล่ย์เด่นเรื่องภาษามาก เธอเป็นเด็กที่เลียนเสียงได้เก่ง และมีความจำในเรื่องภาษาได้ดี ดูจาก comment ครูภาษาอังกฤษ และครูภาษาจีนที่รร. ต่างบอกว่า ฮาร์เล่ย์จดจำคำศัพท์ต่างๆได้ดี 

นอกจากจะจำคำศัพท์ต่างๆได้ดีแล้ว สำเนียงเธอยังทำได้ดีอีกด้วย ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน (สารภาพว่าตอนนี้ภาษาจีน เธอนำมะม๊าไปแล้ว) ส่วนภาษาอังกฤษ ถ้าคำไหนเธอไม่รู้ เธอจะถามเราว่าคำนี้อ่านว่าอะไร บางครั้ง เธอคิดเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ อย่างตอนพอร์ชแกล้งเป็นผีหลอกเธอ เธออุทานออกมาว่า "scary" (คืออุทานออกมาแบบไม่ต้องคิดเลย) หรืออย่างตอนเดินในห้าง เธอเจอที่นอนอันนึง เธอพูดขึ้นมาว่า "It's mine!!" เหมือนเธอพูด แบบไม่ต้องแปลในหัวอ่ะ

ไม่ใช่แค่ภาษาต่างชาตินะที่ฮาร์เล่ย์โดดเด่น ภาษาไทยเธอก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอมีวาทศิลป์ที่ดีในการจะบอกให้ใครทำอะไร เช่น ถ้าเราขอเธอกินขนม (ที่เธอชอบ) เธอก็จะแบ่งให้เรานะ แต่จะถามว่า "อิ่มรึยัง" ถ้าเราบอกว่า "ยัง" เธอจะบอกว่า "อย่ากินเยอะนะ เด๋วจะปวดท้อง" "แค่นี้พอแล้วนะ" 555

นอกจากนี้เธอยังใช้คำศัพท์ แบบที่เราไม่คิดว่าจะได้ยินในเด็ก เช่น "ขอนอนซบที่หัวไหล่หน่อย" "ปลาฉลามหน้าตาเป็นอย่างไร" (ปกติจะได้ยินแต่ "ยังไง" "ไรอ่ะ" แต่เธอพูดแบบถูกอักขระมากอ่ะ.. อย่างไร Smiley

ฮาร์เล่ย์..sensitive
โดยส่วนตัวลึกๆ มะม๊าว่าฮาร์เล่ย์เป็นเด็กแกร่ง เป็นเด็กนิ่ง ไม่ sensitive ต่อสิ่งรอบข้าง แต่ไม่รู้จะด้วยวัยหรือเปล่า ช่วงนี้ฮาร์เล่ย์น้อยของมะม๊าถึงค่อนข้าง sensitive Smiley (ช่วงกำลังจะขึ้นอ.2 เหมือนพอร์ชตอนนั้นเลย) มีอยู่วันนึงฮาร์เล่ย์วิ่งไปชนตั่วโกว แล้วบังเอิญมีซอสมะเขือเทศติดอยู่ที่นิ้วตั่วโกวๆเลยแกล้งร้องไห้ แล้วบอกว่าเลือดไหล เท่านั้นแหละ ฮาร์เล่ย์หน้าเสียเลย แล้วปากก็เริ่มเบะ (แต่เธอไม่ร้องนะ) เธอพร่ำบอกตั่วโกวว่า "ไม่เป็นไรนะ เด๋วก็หายนะ" "ไม่เป็นไรนะ" (เธอพูดไปจะร้องไห้ไป) พอตั่วโกวบอกว่าล้อเล่น เท่านั้นแหละ เธอปล่อยโฮเลย สะอื้นหนักมาก (คงกลั้นไว้นานมากจริงๆ)

หรืออย่างเวลามะม๊าล้มหรือเจ็บตรงไหน เธอจะรีบเข้ามา "มะม๊าเจ็บตรงไหน" "ฮาร์เล่ย์เป่าให้นะ" น่าร๊ากกกก Smiley

ฮาร์เล่ย์..เด็กติดแม่
นี่แหละที่มะม๊าถึงอยากจะฟรีซอายุเธอให้อยู่เท่านี้ตลอดไป 5555 ฮาร์เล่ย์ติดมะม๊ามาก แล้วก็รักมะม๊ามากด้วย เธอจะคอยปกป้องมะม๊า เวลามะม๊าดุ เธอจะเข้ามาขอโทษ แล้วเธอจะสัญญา เช่น ฮาร์เล่ย์จะเชื่อฟัง ฮาร์เล่ย์จะไม่ซน เวลาไปไหน เธอเลือกจะไปกับมะม๊าเสมอ จะอาบน้ำ..ก็ต้องมะม๊า จะกล่อมนอน..ก็ต้องมะม๊า แต่บางครั้งที่มะม๊าไม่สามารถให้เธอไปด้วยได้ เธอก็ฟังนะ เช่น ตอนที่ต้องพาไปที่ทำงาน มะม๊าบอกให้สลับกันไป เธอก็เข้าใจ มายืนโบกมือบ้ายบายให้มะม๊ากับพอร์ชไปแต่โดยดี



Create Date : 18 เมษายน 2559
Last Update : 18 เมษายน 2559 15:13:49 น.
Counter : 381 Pageviews.

0 comment
ฮาร์เล่ย์.. Mr.What (2.6Y) & พอร์ช.. Mr.Why (3.9Y)
created on 29/12/2014

ฮาร์เล่ย์.. Mr.What & พอร์ช.. Mr.Why

ตามหัวข้อเลย ตอนนี้ประโยคยอดฮิตของฮาร์เล่ย์คือ “มัน-คือ-อะไร” 555 เธอช่างสงสัยไปหมด เห็นอะไรแปลกใหม่เป็นไม่ได้ โทนเสียงทุ้มๆต่ำๆมาเลย แบบชัดถ้อยชัดคำ “มัน-คือ-อะไร”

ส่วนพอร์ชนี้ ก็”มิสเตอร์ทำไม”จริงๆ ช่วงนี้เธอมีความคิดเป็นของตัวเอง พอบอกให้เธอทำอะไร เธอจะถาม ”ทำไมอ่ะ” เราจะต้องมีคำอธิบายที่ดีพอให้เธอเข้าใจ ถ้าเธอเข้าใจแล้ว เธอจะบอก “อ๋อ” แล้วทำตาม แต่ถ้าเธอไม่เข้าใจเธอจะถามอยู่นั่นละ “ทำไมอ่ะ” จนกว่าเธอจะพอใจในคำตอบ 555 แต่ถ้าเธอไม่เห็นด้วยหรือปฎิเสธ เธอจะบอกเหตุผลของเธอ พอได้ฟังเหตุผลของเธอแล้ว เออ..มันคืออีกมุมนะที่เราอาจไม่ทันคิด

พูดได้เลยว่า มะม๊ากับพอร์ชเราสื่อสารกันเยอะมากกกก และพอร์ชเธอได้ความช่างพูดจากมะม๊าไปเต็มๆ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน โลกจะไม่เงียบเลย 555

ดช.พอร์ช..นักเจรจา

จุดเด่นอันนึงเลยของเธอคือ เธอเป็นนักเจรจาต่อรอง เธอสามารถนำเสนอทางเลือกใหม่แทนการปฎิเสธ เช่น มะม๊าบอกไม่ให้ดูทีวี เพราะเด๋วจะไปรร.แล้ว เธอไม่งอแงหรือเอาชนะนะว่าจะดู แต่เธอรู้จักหาเหตุผลมาต่อรองมะม๊าว่า “พอร์ชขอดูแค่นิดเดียว แล้วพอมะม๊าบอกให้พอร์ชปิดพอร์ชก็จะปิด” พอมะม๊าแต่งตัวเสร็จเดินไปปิด เธอก็ลุกตามแต่โดยดีเลย คือ เรียกว่า เราเองก็ต้องหยวนให้เธอด้วย ถอยกันคนละก้าว แล้วโลกเราก็จะสงบสุข 555

นักประท้วง..ฮาร์เล่ย์

ที่พูดมาข้างบน นั่นคือดช.พอร์ช แต่วิธีการเดียวกัน ไม่สามารถใช้กับด.ช.ฮาร์เล่ย์ได้ 555 (บอกแล้วว่าเด็กแต่ละคนมีคาร์แรกเตอร์เฉพาะตัวจริงๆ)
Terrible 2 ของเธอนี่อยู่ใน level ที่สูงมากเลยนะฮาร์เล่ย์ แค่พูดว่า “ไม่” ยังน้อยไป เวลาที่เธอหงุดหงิดอะไรนะ เช่นต่อของไม่ได้ เธอจะเขวี้ยงของ แล้วบอก “ฮาร์เล่ย์ทิ้ง” (มี subtitle ตลอด)แรกๆ ใช้วิธีให้เข้ามุม พอเธอกรี๊ดหรือทิ้งของ มะม๊าหันไปมอง เธอจะรู้ตัวว่าทำผิด แล้วเดินไปเข้ามุม(มืด) นับ one to twenty เอง (ขำเธอ เธอรู้จักเลือกมุมมืดเองนะ คืออย่างอยู่นอกบ้านแล้วเธอเผลอกรี๊ด เธอจะเดินหาที่ๆดูมืดๆแถวนั้น ไปยืนยกมือนับ one to twenty เองเลย (เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอ up level เป็นนับ one to thirty แล้ว ^^)

แต่สิ่งที่เป็นข้อดีของฮาร์เล่ย์คือ เธอเป็นเด็กที่หายไว เธอหงุดหงิดง่ายก็จริง แต่แปบเดียวเธอก็หาย ไม่มี emotional หลังจากนั้น อย่างพอร์ชนี่ เวลาร้องไห้ ถ้าหยุดแล้ว ยังมีโหมดเศร้า โหมดสะอื้น แต่ฮาร์เล่ย์นี่ไม่มี หายสนิทเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 555

พอร์ช..บุคคลต้องระวัง

ณ เวลานี้ บุคคลที่เราต้องระวังมากกว่ากลับเป็นพอร์ช เพราะวัยเค้าตอนนี้ คือสนใจ อยากรู้ อยากเห็น อยากลองไปหมด ยังไม่รู้ว่าอะไรเล่นได้ อะไรอันตราย เธอคิดว่าเธอโตแล้ว เธอมักจะไปเล่นอะไรในสิ่งที่เกินความคาดหมายของเรา เช่น เอากรรไกรไปเล่น หยิบเครื่องมือปะป๊าไปเล่น หรืออย่างเวลาเดินด้วยกัน ก็จะรีบเดินนำไปก่อน ไม่จับมือ จะข้ามถนนเอง จะเอาอะไรก็ไปหยิบเอง เอาเก้าอี้ไปปีนเอาเอง เลยกลายเป็นว่า วัยนี้เรากลับต้อง monitor เธอมากกว่าแต่ก่อน

ฮาร์เล่ย์..เด็กจริงจัง

เธอเป็นเด็กที่จริงจังได้ทุกสถานการณ์ ทั้งตอนพูด ตอนเล่น เธอสามารถจริงจังได้หมด อย่างเวลาเธอได้ยินเสียงเครื่องซักผ้าดัง เธอจะเดินมาบอกมะม๊าอย่างจริงจังว่า “มะม๊า เสียงดัง” คือพูดด้วยหน้าตาจริงจังประหนึ่งว่าสถานการณ์กำลังอยู่ในภาวะซีเรียส 555

อย่างเวลาเธอร้องเพลง เธอก็จะจริงจังกับการร้อง และการทำท่ารีวิวประกอบเพลงมาก หน้าตาเธอจะจริงจังไปหมด แม้แต่ตอนปรบมือเข้าจังหวะเพลง 555 แต่ขอบอกว่าเธอไม่ผิดคีย์เลยนะจ๊ะ เนื้อร้องอาจจะมีมั่วไปบ้าง แต่เมโลดี้..เป๊ะ!!

เด๋วนี้ เธอร้องเพลงได้เป็นเพลงละนะ ทั้ง head shoulder knee and toes, five little monkeys, wheel on the bus, เพลงปูอยู่ในรู, เพลงเฮลิคอปเปอร์ แต่อย่าเผลอไปแซวเธอระหว่างร้องนะ เพราะเธอจะเขิน แล้วเวลาเขินนี่มาเลยคับ ป้าบๆ (ฝ่ามือซัดเข้าให้) แถมมีปากเบะด้วย (งอนที่เราไปแซวเธอ) 555

พอร์ช..นักจินตนาการ

ช่วงนี้จินตนาการเธอเยอะ สังเกตุได้จากการเล่นของเธอ เธอต่อเลโก้แบบมีจินตนาการมากขึ้น รู้จักแยกสี ไม่ต่อแบบสะเปะสะปะ

นอกจากจินตนาการเรื่องของเล่นแล้ว เธอยังมีจินตนาการในความฝันด้วย!! เช้าวันนึงเธอตื่นมาร้องไห้ เธอบอกว่าฝันร้าย ฝันว่ามะม๊าไม่ให้เอาของเล่น แล้วมะม๊าก็ไม่มากับพอร์ช พอร์ชเลยต้องขึ้นรถเมล์มารร.เอง ขำก๊ากเลย..จินตนาการได้ดราม่ามาก เธอเคยขึ้นรถเมล์ด้วยหรอพอร์ช มีการบอกว่าสาย 5 ด้วยนะ ส่วนเรื่องอื่นๆก็จะมีว่ากลัวปีศาจ เวลาอยู่ที่มืด เธอจะกลัว

ฮาร์เล่ย์.. เด็กมีความเป็นตัวของตัวเองสูง (มาก)

ในขณะที่พอร์ชค่อนข้างแคร์คนรอบข้าง ฮาร์เล่ย์เธอก็แสนจะมีโลกส่วนตัวสูง 555 จริงๆนี่แอบเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของเธอนะฮาร์เล่ย์ คือเธอเป็นเด็กที่มีความมั่นคงในสิ่งที่ทำ ไม่ค่อยหวั่นไหวกับสิ่งรอบข้าง เช่น มะม๊าเล่นกับอาเฮียเธออย่างสนุกสนาน ส่วนเธอสามารถเอาหนังสือก.ไก่ มาอ่านอย่างมีสมาธิได้ โดยไม่วอกแวกมาที่เราเลย เธอเป็นเด็กไม่บ้ายอด้วย เธอทำเพราะเธออยากทำ ไม่ใช่ทำเพราะแรงยุ หรือเพราะคำชม เช่นเวลาเธออ่านหนังสือจบ แล้วมะม๊าปรบมือชม เธอก็เฉยๆ ถ้าเธออยากอ่านต่อ เธอก็จะทำเอง ถ้าไม่อยากอ่านต่อ เธอก็จะไม่อ่าน เสียงรอบข้างไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเธอ 555

พอร์ช..รักน้อง

สิ่งนี้เห็นมาตลอด เธอรักน้องเธอมาก เวลาที่แย่งของเล่นกัน เธอมักจะยอมให้น้อง (แต่กับเพื่อนคนอื่นเธอไม่ยอมนะ สู้ตาย) เวลาเธอจะเอาของเล่นจากน้อง เธอจะไม่แย่งมาตรงๆ เธอจะนำเสนอของเล่นชิ้นใหม่ให้น้องก่อน แล้วค่อยหยิบของเล่นชิ้นที่เธออยากได้มา (นักประนีประนอมขั้นเทพ)

ฮาร์เล่ย์.. Go to School

และแล้ว..เธอก็เข้าสู่วัยอนุบาล เร็วๆเน๊อะ ยังรู้สึกว่าเธอเป็นเบ่บี๋น้อยของมะม๊าอยู่เลย 555 จริงๆแล้วมะม๊าไม่ค่อยห่วงเธอนะ สำหรับการไปเรียนอนุบาล เพราะ 1)พี่ชายอยู่ด้วย 2) เธอเคยอยู่คิโด้มาแล้ว ดังนั้นการไปอยู่ที่ใหม่ ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเธอ วันแรกๆอย่างที่คิดเอาไว้ แหกปากค้าบบ 555 นั่งร้องไห้ประท้วงไม่เข้ากลุ่ม น่าจะร้องเป็นวันอยู่ (คือ..ร้องเมื่อนึกขึ้นได้) แต่สัปดาห์เดียว เธอก็ปรับตัวได้ เด๋วนี้ไปรับเธอตอนเย็น (เอาเธอสองคนฝาก day care ไว้ที่รร.) เธอดูแฮปปี้มาก เช้าไปส่งนี่รีบวิ่งลงจากรถไปก่อนเพื่อนเลย ครูบอกว่าเธอมีทักษะกีฬาดี เด๋วงานกีฬาสี ครูจะจับเธอเป็นนักกีฬาด้วย



Create Date : 14 มกราคม 2558
Last Update : 15 กรกฎาคม 2558 17:21:40 น.
Counter : 508 Pageviews.

0 comment
1  2  

BlogGang Popular Award#13



ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]