|
|
ขณะที่่อัพเดทเรื่องราวในตอนนี้ เรายังอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนี่ก็เข้าสู่ปีที่สองที่เราต้องอยู่กับเจ้าเชื้อร้ายนี้ รอบนี้น่าจะเป็นการระบาดรอบที่ 4 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นรอบที่หนักที่สุด และ ณ วันนี้ ที่เราบันทึกเรื่องราวอยู่นี้ สถานการณ์ในประเทศมันยังดูมืดมน ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหลักหมื่นต่อวัน จำนวนผู้เสียชีวิตหลักร้อยต่อวัน (วันนี้ 03/08/21 มีผู้ติดเชื้อ 18,901 ราย เสียชีวิต 147 ราย) หน้าฟีดเริ่มเห็นแต่ข่าวแสดงความเสียใจต่อคนที่จากไป..
ท่ามกลางความหดหู่ สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้จากสถานการณ์นี้คือ ความไม่ประมาท การเห็นคุณค่าของชีวิต ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาคือคำว่า "ขอบคุณ" ขอบคุณที่วันนี้ตื่นมาเรายังมีชีวิต ขอบคุณที่คนรอบข้างเรายังปลอดภัยจากโรคร้าย ขอบคุณที่เรายังมีเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวันที่จะได้ทำสิ่งดีๆกับคนที่เรารัก
รอบนี้เราเริ่ม WFH ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. ลูกๆเองก็เรียนออนไลน์มาตั้งแต่เปิดเทอมพ.ค. ซึ่งเด็กๆมีประสบการณ์จากการเรียนออนไลน์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้เราเริ่มจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และการบริหารเวลา
สิ่งที่เด็กๆเสียไปคือช่วงเวลาที่เค้าควรจะได้มีสังคมกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน (แม้จะมีเทคโนโลยีทำให้เด็กๆกับเพื่อนยัง connect กันได้ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนสังคมชีวิตจริงของเด็กๆได้) กับอีกเรื่องคือการได้วิ่งเล่นในแบบที่วัยกำลังโตของพวกเค้าควรจะได้เป็น
สิ่งที่ขอบคุณช่วงเวลานี้คือ พวกเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราได้รับในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ลูกๆในวัยนี้ (9-10 ปี) เป็นวัยที่กำลังมีสังคมของตัวเอง ความสำคัญของพ่อแม่ค่อยๆลดบทบาทลง แต่เรากลับได้ต่อเวลาอยู่ใกลัชิดกับพวกเค้าจากโควิด เราได้อยู่ด้วยกัน 24 ชม. เราได้เห็นลูกๆนั่งเรียนในห้อง (แม้จะเป็นการเรียนแบบออนไลน์ก็ตาม) เราได้เห็นการมีส่วนร่วมของลูกในชั้น ในขณะที่เรายังทำงานของเราไปพร้อมๆกันได้
ลูกเองนอกจากค้าเรียนในห้องแล้ว เค้ายังได้เห็นว่าพ่อแม่นั้นทำงานยังไง ทุกจังหวะของการทำงาน การบริหารจัดการ การสื่อสารทั้งกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดอยู่ในสายตาของลูกๆ สิ่งที่เราอยากสอนเค้า เค้าจะซึมซับเองจากการกระทำของเรา ซึ่งตกเย็นหลังเลิกงาน พวกเราจะมาแชร์กันว่าวันนี้ใครเจออะไรมาบ้าง (ด้วยความที่เรามีเวลากันมากขึ้นจากการไม่ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนน) หากวันไหนเราเจอเรื่องหนักๆมา ก็จะบอกเด็กๆว่าวันนี้มะม๊าเจอเรื่องหนักมา เด็กๆก็จะรี่เข้ามานวดกันให้ใหญ่เลย
นอกจากเราจะเป็นฝ่ายแชร์เรื่องตัวเองแล้ว เราก็จะให้ลูกๆแบ่งปันเรื่องของเค้าด้วยเช่นกัน บางทีเรื่องที่เราไม่คิดว่าไม่มีอะไร กลับดูมีความสำคัญกับพวกเค้า เช่น ครูเลือกให้เค้าเป็นคนตอบคำถาม (เรามีตั้งกฏิกาสำหรับการเรียนออนไลน์ว่า ถ้าลูกๆเปิดกล้องและเห็นหน้าเต็ม จะได้ 1 point ทำงานเสร็จและส่งตรงเวลาได้ 1 point ถ้ายกมือตอบในห้องได้ 2 points วิธีนี้มันทำให้ลูกๆสนุกกับการเรียน และต่างแย่งกันยกมือตอบครู) ส่วนเรื่องการบ้านนั้น เราให้เด็กๆกำหนดมาเลยว่าจะทำวันไหน กี่โมง ส่วนเราคอยเป็นนาฬิกาแจ้งเตือน ถ้ายังไม่ทำ ก็จะคอยเตือนซ้ำไปเรื่อยๆ 555
แม้ในช่วงเวลานี้ พวกเราอาจจะต้องสูญเสียหลายๆอย่างในชีวิตไป แต่สิ่งที่เราได้กลับมามากกว่าช่วงปกตินั้นคือ "เวลา" ก่อนโควิด..ชีวิตเรามีแต่ความเร่งรีบ รีบไปทำงาน รีบส่งงาน รีบกลับมารับลูก รีบเคลียร์งาน รีบกิน รีบนอน รีบตื่น แต่ตอนนี้ คำว่า"รีบ"หายออกไปจากหัวเราตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในวันที่เรามีเวลา"เหลือเฟือ" มันเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เราจะได้โฟกัสกับสิ่งที่มีค่าจริงๆในชีวิตของเรา หลังโควิด.. ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม และเราจะไม่เสียใจกับช่วงเวลาที่ผ่านไปในตอนนี้
IF YOU ARE AWAKE, YOU ARE BLESSED. LIFE IS A PRICELESS GIFT, APPRECIATE EVERY MINUTE OF IT.
เรียน กิน นอน เล่น จบครบในที่เดียว 

เมื่อไม่รู้จะเล่นอะไรกันแล้ว ของเล่น DIY ต่างๆก็เริ่มมา

ทุกกิจกรรมที่ต่างสรรหามาทำร่วมกันในบ้าน T O G E T H E R 
| Create Date : 03 สิงหาคม 2564 |
| Last Update : 3 สิงหาคม 2564 20:42:40 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 721 Pageviews. |
 |
|
|
|
|
 |
|
|
|