All Blog
บทส่งท้าย.. 7 days in the Hospital
บทส่งท้ายก่อนจะย้ายไปเขียนใน Porsch's Diary

Special Thanks:
ตลอดระยะเวลาที่อยู่รพ.อยากจะขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้มะม๊าและลูกพอร์ช

ปะป๊า - กำลังใจคนสำคัญที่สุดของมะม๊า ตั้งแต่ตั้งท้อง จนถึงคลอดลูกออกมา ขอบคุณที่ปะป๊าอยู่เคียงข้างกันตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ลูกอยู่ในห้อง ICU ปะป๊าต้องวิ่งอยู่ 2 ตึก เพื่อดูแลมะม๊า และดูแลลูกซึ่งอยู่คนละตึกกับมะม๊า โดยไม่บ่นว่าเหนื่อยหรือเพลียซักคำเลย ขอบคุณสำหรับบรรดาอาหารบำรุงต่างๆ ที่ปะป๊าตื่นแต่เช้าลงไปซื้อจากตลาดวังหลังมาให้กินทุกวัน ขอบคุณสำหรับการเป็นคุณพ่อคุณภาพ (ฉายาที่พยาบาลในตึกตั้งให้ ) ที่คอยไปช่วยพยาบาลป้อนนมน้อง เช็ดอึเช็ดฉี่น้อง ตอนมะม๊าหลับ ขอบคุณปะป๊าที่เข็มแข็งและมีกำลังใจที่ดีมากๆ คอยมา update เรื่องราวของลูกให้มะม๊าฟังอยู่ตลอด ปะป๊าบอกตลอดว่าลูกเราฟื้นตัวเร็วมาก เด๋วก็ได้ออกจาก ICU แล้ว ทำให้มะม๊าคลายความกังวลลงได้

เจ๊แอน แอนด์​ แฟมิลี่ - ที่คอยให้ช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง ตั้งแต่การฝากท้อง จนถึงการเดินเรื่องผ่าคลอด ขอบคุณสำหรับผลไม้ตะกร้าใหญ่ที่เอามาให้กินระหว่างอยู่รพ.เพราะรู้ว่าหลังผ่าแล้วแม่มักจะท้องผูก ขอบคุณสำหรับสมุด Diary ที่ให้บันทึกของลูกพอร์ช (ชอบมากๆๆๆ) ขอบคุณที่ช่วยมาจัดห้องคนไข้ให้สะอาดเอี่ยม (ติดนิสัยมาจากที่บ้าน เห็นที่ไหนรกเป็นไม่ได้ ^^) ขอบคุณที่พาหลานๆสุดที่รักมาเยี่ยมและให้กำลังใจคุณน้า และขอบคุณหมอตั้ว สำหรับฝีมือการผ่าที่ดีมาก ไม่เจ็บแผลเลย

ป๊าแม่ - ที่ยอมปิดร้านตีรถเข้ามากทม.เพื่อมาเยี่ยมหลาน ^^ ขอบคุณสำหรับซุปไก่และไก่ผัดขิงที่แม่ทำมาให้ และขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นงามของลูกพอร์ช

ป๊าม้า และครอบครัว (ฝั่งปะป๊า) - ที่มาเยี่ยมและคอยมาดูแลตลอดระยะเวลาที่มะม๊าอยู่รพ. ขอบคุณอาเจ้และน้องต้าที่ทำพายบลูเบอร์รี่มาฝาก ขอบคุณป๊าม๊าที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินต่างๆ ตั้งแต่ตั้งท้อง จนมาถึงช่วงอยู่เดือน

พี่ๆพยาบาล ตึกพระศรีฯ 8/1- ที่ช่วยสอนวิธีเลี้ยงน้อง ตั้งแต่อาบน้ำเด็ก ป้อนนมเด็ก เช็ดอึ เช็ดฉี่เด็ก จนทำให้แม่มือใหม่คนนี้หายกลัวการเลี้ยงเด็กอ่อน

สุดท้าย..ขอบคุณบรรดาเพื่อนๆที่มาเยี่ยมเยียนทั้งที่รพ.และที่บ้าน

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



เพลงของลูก - แอน ธิติมา ปทุมทิพย์

ฟังเพลง : เพลงของลูก - แอน ธิติมา ปทุมทิพย์




Create Date : 05 เมษายน 2554
Last Update : 8 เมษายน 2554 21:17:38 น.
Counter : 2045 Pageviews.

8 comment
17 มี.ค. 54 วันที่ลูกแม่..ลืมตาดูโลก
16 มี.ค. 54

เช้านี้ที่บ้านคึกคักแต่เช้า ปะป๊ามะม๊าและอากงอาม่าตื่นลงมากินข้าวเช้ากันตั้งแต่ 6 โมงกว่า เพื่อเตรียมพามะม๊าไปรพ. อากงมีแอบแซวปะป๊าว่าเช้านี้ตื่นได้เองโดยไม่ต้องปลุก จริงๆกำหนดผ่าคลอดหนูคือวันพฤหัสที่ 17 มี.ค. แต่เราต้องไปจองคิวผ่าก่อนตั้งแต่วันนี้ (ที่ศิริราชนี่ล๊อควันได้ แต่เวลาจะต้องมาจองกันเอง) และเนื่องจากวันพฤหัสเป็นวันที่คนเลือกผ่าคลอดกันเยอะ หมอตั้วเลยแนะนำให้ไปถึงรพ.แต่เช้าๆ เพื่อจะได้คิวผ่าคลอดช่วงเช้า

พวกเราไปถึงรพ.ตอน 7.45 น. ได้ผ่าคลอดวันพรุ่งนี้เป็นคิวที่สี่ (คนที่ได้คิวแรกมาตั้งแต่ตีสี่ -__-") ไปถึงปุ๊บ พี่พยาบาลก็ให้มะม๊าเข้าไปนอนสังเกตุอาการในห้องคลอด วัดอัตราการเต้นของหัวใจลูก และ วัดความถี่ของท้องแข็ง พร้อมกับเจาะเลือด เผื่อในกรณีที่เสียเลือดเยอะจากการคลอด เค้าจะได้หาเลือดกรุ๊ปเดียวกันมาให้ได้ จากนั้นก็จัดการโกนขนคุณแม่.. ใช้เวลาไปประมาณ 1 ชม.

หลังจากนั้น มะม๊าก็ถูกพาไปพักที่ห้องพักฟื้นหลังคลอด (รู้สึกคุ้นเคยกะห้องนี้ดี เพราะเคยเข้้ามาทีนึงเมื่อเดือนม.ค. ^^) ก่อนเข้าห้องพัก แอบขอพี่พยาบาลลงไปซื้อ Magazine มาอ่านฆ่าเวลาจะได้ไม่เหงา สายๆของวันหมอตั้วมาดู บอกว่าเด็กเอาหัวลงแล้ว พรุ่งนี้คงได้คิวผ่าประมาณเที่ยงถึงบ่ายโมง สรุปว่าวันแรกของการ admit มะม๊านั่งๆนอนๆดูทีวี อ่านหนังสือ เล่น FB ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนคนจะคลอดเล้ยย

17 มี.ค. 54

เช้านี้ตื่นมาอากาศข้างนอกเย็นมากก ปะป๊าวัดอุณหภูมิข้างนอกได้ 18.5 องศา โอ้..ลูกแม่เกิดมาพร้อมกับความหนาวเลยนะเนี่ย

5.00 น. ถูกปลุกขึ้นมาสวนอุจจาระ หลังจากนั้นก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ เปลี่ยนชุดเป็นชุดสำหรับเข้าห้องผ่าตัด (ยิ่งใกล้เวลายิ่งรู้สึกตื่นเต้นแล้วแฮะ)

6.00 น. พี่พยาบาลมาต่อสายน้ำเกลือให้

8.00 น. ถูกสวนฉี่ ขอฟ้องว่าไฮไลท์ของความเจ็บมันอยู่ตรงนี้แหละ พี่พยาบาลบอกว่าอย่าเกร็งๆ ไอ้เราเลยยิ่งเกร็ง สรุปเอาเข้าเอาออกอยู่ 3 รอบ ก็ไม่สำเร็จ แอบมีเลือดไหลด้วย T_T พี่เค้าเลยยอมแพ้ไปเรียกอีกคนมาทำให้แทน พี่คนนี้มีวิธีหลอกล่อที่ดีกว่า ชวนมะม๊าคุยนู่นนี่สุดท้ายก็เข้าไปได้อย่างไปไม่เจ็บปวดเท่าไหร่

10.20 น. ระหว่างนอนรอเวลาถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัด กลับรู้สึกมีอาการมดลูกบีบตัว (เหมือนที่เคยบีบ) แต่ครั้งนี้ รู้สึกว่าบีบทีนึงนานแฮะ ประมาณ 30 วินาที บีบทุกๆ 10 นาที จนผ่านชม.นึง ก็บีบทุก 5 นาที บีบทีนึงก็ประมาณ 45 วินาที เลยโทรถามพี่สาวว่า "คิวห้องคลอดไม่ได้ซะที เค้าจะคลอดเองอยู่แล้วนะเนี่ย" พี่สาวตอบกลับมาว่า "ขอโทษนะ ไอ้อาการบีบแบบเนี่ย ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 18-24 ชม.นู่น ถึงจะคลอด" แป่วว... ไอ้เราก็นึกว่าเธอจะตกใจแล้วรีบโทรไปขอลัดคิวห้องคลอดให้

12.30 น. พี่พยาบาลเข้ามาบอกให้เตรียมตัว สักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมเตียงผ่าตัดมารับ ก่อนไป..มะม๊าถูกฉีดยาอะไรไม่รู้เข้าสายน้ำเกลือสองเข็ม เข็มแรกเห็นบอกว่าเป็นยาลดกรด อีกเข็มไม่รู้เป็นยาอะไร ระหว่างถูกเข็นไปยังห้องผ่าตัด ก็ดันเกิดอาการง่วงโคต แอบคิดในใจว่า..เฮ้ย มันต้องรู้สึกตื่นเต้นสิ ทำไมชั้นกลับรู้สึกง่วงอย่างนี้

ไปถึงหน้าห้องคลอด เค้าเอาเตียงไปจอดให้นอนรอ ระหว่างรอ มีพยาบาลเข้ามาซักประวัติ ขอบอกว่าตอนนั้นเบลอมากๆๆ จะหลับอย่างเดียว หน้าพยาบาลที่มาคุยด้วย ยังไม่สามารถโฟกัสได้เลย ระหว่างรอหน้าห้อง..ก็หลับไป ถูกปลุกตื่นมาอีกทีตอนเค้าเข็นรถเข้าห้องผ่า

บรรยากาศในห้องผ่าตัด

เป็นเหมือนในหนังเลย มีหลอดไฟดวงใหญ่ๆ มีพยาบาลใส่ชุดสีเขีียวประมาณ 5-6 คน หลังจากที่ถูกจับขึ้นเตียงแล้ว มีพี่พยาบาลมาดูสายนำ้เกลือให้บอกว่าสายเล็กไป เลยทำการเจาะใหม่ (เจ็บอีก..ตรู ) แต่ก็ดี ทำให้รู้สึกตื่นขึ้นมาหน่อย ทุกคนในห้องทำงานกันฉับไวมาก ระหว่างที่เจาะสายน้ำเกลืออันใหม่ ก็มีคนมาติดเครื่องวัดความดัน อีกแป็บ..วิสัญญีแพทย์ก็มาให้นอนตะแคงงอตัว เพื่อฉีดยาชาและทำการบล็อคหลัง ซึ่งแทบไม่รู้สึกเจ็บเลยล่ะ (สวนฉี่เจ็บกว่าอีก)​ ยาบล็อคหลังสุดยอดมากกก ฉีดปุ๊บ ช่วงขาชาทันที ระหว่างนั้น มีคนมาทำความสะอาดพุงมะม๊า อีกคนเอาสำลีชุบอะไรเย็นมาเทสว่าเรารู้สึกชาแล้วหรือยัง ไม่ถึง 5 นาที ช่วงล่างไม่มีความรู้สึกแล้ว ก่อนจะทำการผ่า เค้าเอาผ้าสีเขียวมากั้นเอาไว้ ไม่ให้เห็นขั้นตอนการผ่า (เด๋วแม่มันจะช๊อกซะก่อน ) พี่พยาบาลมาถามว่าจะเอาผ้าปิดตาอีกด้วยป่าว มะม๊าก็เอา (เพราะกลัวผ้าที่กั้นอยู่มันจะไม่หนาพอ ^^")

เริ่มลงมือผ่า

สักพัก หมอตั๊วมา เริ่มลงมือผ่า... ระหว่างนั้นรู้ตัวตลอดว่ามีใครทำอะไรที่พุง แต่ไม่รู้สึกอะไรเลย อีกแป๊บนึง รู้สึกจุกๆที่ท้องเล็กน้อย แล้วก็ได้ยินเสียง..อุแว๊..อุแว๊ (เสียงน่ารักเชียว) แค่นั้นแหละ แม่มันนำ้ตาจุกคอเลย (นี่ขนาดได้ยินแต่เสียงนะเนี่ย) ได้ยินเสียงพยาบาลบอกว่า คลอด 13.32 น. สักแป๊บพยาบาลพาลูกมาให้ พร้อมกับเปิดตาให้ดู (น้ำตาแม่มันไหลพรากกก ซึ้งอ่ะ) เอาลูกมาให้แม่หอม แล้วก็ให้ลูกหอมแม่ด้วย ตอนที่พยาบาลอุ้มเค้า เค้าร้องไห้นะ แต่พอมะม๊าเอามือจับเท้าเค้าอ่ะ เค้าก็เงียบเลย

หลังจากนั้น พี่พยาบาลก็พาลูกออกไป ช่วงเย็บแผลจะใช้เวลาค่อนข้างนานหน่อย แต่มะม๊าไม่หลับแล้ว นึกถึงแต่เสียงลูกที่ได้ยินเมื่อกี้ พอเย็บแผลเสร็จ ก็ถูกเข็นออกไปรอดูอาการหน้าห้อง (ตัวยังชาๆอยู่) นอนอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า ก็มีพยาบาลมาถามนู่นถามนี่ ตอนนั้นลืมตาแล้วแบบโลกหมุนอ่ะ ยังไม่สามารถโฟกัสอะไรได้ แล้วเค้าก็เข็นมากลับห้อง ตอนออกจากห้องผ่า ปะป๊ามายืนรออยู่แล้ว หน้าตาตื่นเต้นเชียว ปะป๊าบอกว่าเห็นหน้าลูกแล้ว ตอนนี้ลูกไปอยู่ห้อง Nursery ปะป๊าเลยมารอรับมะม๊า

เหตุการณ์หลังคลอด

ตอนกลับไปนอนที่ห้อง ยังสลึมสะลืออยู่ แต่เห็นพยาบาลเข้ามาบอกว่า ให้ญาติของคนไข้อยู่ก่อน สักพัก..ปะป๊าก็หายไป มะม๊าก็นอนหลับไม่รู้เรื่องจนเย็น

มารู้เรื่องอีกทีวันรุ่งขึ้น ปะป๊าเล่าว่าลูกมีอาการหายใจเร็ว (ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย) และน้ำเต็มปอด จึงต้องถูกส่งเข้า Nursery ICU ตอนที่ปะป๊าไปดูลูก ปะป๊าแทบทรุดเลย นึกว่าลูกจะไม่รอดแล้ว มีหมอ+พยาบาลหลายคนรุมที่ลูกอยู่ สภาพลูกแม่ตัวม่วง และมีสายโยงเต็มไปหมด พอปะป๊าออกมาจากห้อง ร้องไห้เลยอ่ะ

สรุปว่าลูกต้องอยู่ใน ICU 2 คืน มะม๊ายังไปเยี่ยมไม่ได้ เห็นแต่รูปที่ปะป๊าถ่ายมาให้ดู มีสายน้ำเกลือ สายต่อเข้าทางปาก เห็นแล้วจะร้องไห้อ่ะ สงสารลูก แต่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ให้รอ Observe อาการไปก่อน

18 มี.ค. 54

มะม๊าเอาสายน้ำเกลือออกตอนเย็น เลยให้ปะป๊าพาไปเยี่ยมลูกที่ NICU ตอนเห็นลูก ก็จะร้องไห้อ่ะ ปะป๊าบอกว่าร้องทำไม ดูสิ ลูกอาการดีขึ้นตั้งเยอะแล้ว แล้วปะป๊าก็จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมเค้าตอนเค้าฉี่ให้ดู

19 มี.ค. 54

วันนี้เค้าจะเอาลูกมาให้อยู่ห้องเดียวกับมะม๊าแล้ว มะม๊าเริ่มมีน้ำนมตั้งแต่เมื่อวาน แต่ออกมาแบบน้อยมากกก บีบทีได้ไม่ถึง 1 cc เลย ต้องใช้ไซริ้งค์มาเก็บ (เข้าใจความหมายของเพลงค่าน้ำนมก็ตอนนี้ล่ะ ทุกหมดมีความหมายมากจริงๆ)​ ตอนบ่ายพยาบาลเข็นเตียงลูกมาอยู่ห้องเดียวกัน แล้วให้ลูกหัดดูดนมแม่ แต่ยังกินได้ไม่ถนัดเท่าไหร่

กลางคืน พยาบาลมาดูดน้ำนมให้ต่อ บอกว่าคุณแม่มีน้ำนมเยอะแล้วนิ ดูสิออกมาเป็นหยดๆแล้ว ไม่ต้องใช้ไซริงค์แล้ว เด๋วจะเอาขวดมาให้รอง (ดีใจมากก....)

20 มี.ค. 54

จริงๆเราน่าจะได้กลับบ้านกันวันนี้แล้วล่ะ แต่มะม๊ามีนัดกับคลีนิคนมแม่วันพรุ่งนี้ เค้าจะได้แนะนำวิธีการให้นมทีี่ถูกต้องให้ เพราะมะม๊ากะลูกยังเข้าขากันไม่ค่อยได้ วันนี้หัวนมแตกแล้ว เลยต้องพักยกให้ลูกกินจากแก้วไปก่อน วันนี้บีบได้ 1 ออนซ์ ทุกสองชั่วโมง ดีใจกันทั้งป๊าและม๊า

21 มี.ค. 54

เช้านี้พยาบาลตรวจค่าตัวเหลืองของลูกได้ 12.5 เลยอยากให้อยู่ observe อาการไปอีกวันก่อน (อดกลับบ้านเลย ) สายๆไปคลีนิกนมแม่ เพื่อเราจะไปฝึกท่าการให้นมที่ถูกต้องกัน พยาบาลแนะนำให้ม๊าให้นมหนูท่ารักบี้ (เอาลูกวางด้านข้างตัว) เพราะจะทำให้ลูกกินได้ลึกกว่าด้านหน้า พอกลับมาที่ห้องลองมาทำกันดู โอโหเวริ์คมาก นมหายคัดทันทีเลยหลังลูกกินเสร็จ แถมลูกไม่ร้องด้วย

22 มี.ค. 54

เจาะวัดค่าตัวเหลืองลูกอีกครั้ง ยังได้ 12.5 หมอจึงขอให้อยู่ดูอาการต่อไปอีกวัน ช่วงที่อยู่รพ.มะม๊าไปเรียนรู้ทุกอย่างจากพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นวิธีการอาบน้ำ วิธีการป้อนนม การเปลี่ยนผ้าอ้อม จนถึงวันนี้ค่อนข้างชำนาญละหล่ะ

23 มี.ค. 54

อยากกลับบ้านแล้ว คุยกะปะป๊าว่า ยังไงวันนี้เราก็กลับกันนะ เช้านี้ก็มาเจาะค่าตัวเหลืองไปอีก ได้ 15.6 หมอเลยให้เลือกว่าจะอยู่ดูอาการอีกวัน หรือจะกลับบ้านแล้วอีก 1 สัปดาห์ค่อยมาใหม่ เราก็เลือกกลับบ้านกัน วันนี้เลยพาน้องพอร์ชเดินอำลาพี่ๆพยาบาล (ตอนนี้ลูกเป็นพี่เบิ้มใหญ่สุดแล้ว เพราะคนที่มาคลอดพร้อมกับเรากลับไปกันแล้ว เหลือแต่น้องใหม่ ^^)

สรุปว่า อยู่รพ.ทั้งสิ้น 7 วัน
ค่าใช้จ่ายของแม่ - 37,244 บาท
ค่าใช้จ่ายของลูก (ไม่รวมตอนอยู่ NICU) - 5,946 บาท

ปล.ไดอารี่ยาวมากก แม่มานเก็บกดไม่ได้เขียนมาหลายวัน ^^'

Photobucket



Create Date : 02 เมษายน 2554
Last Update : 2 เมษายน 2554 16:24:40 น.
Counter : 1489 Pageviews.

7 comment
@ 38.5 weeks อีก 3 วัน..เจอกัน ลูกรัก
ใกล้เวลาคลอดเข้ามาทุกทีแล้ว รู้สึกตื่นเต้นจัง

มาอัพเดทสถานการณ์เป็นรายวันกันเลยดีกว่า

วันอังคารที่ 8 มี.ค. - นน. 57.6 กก. ช่วงกลางวันมีอาการปวดจี๊ดๆ ตอนลุกเดิน เลยฝากน้องที่ทำงานซื้อของกินมาให้ (งดเดิน 1 วันค้าบบ) บ่ายอาการเจ็บจี๊ดๆยังอยู่ นั่งท่าไหนก็ไม่สบาย จะเอียงหลัง ก็เจ็บจี๊ดๆที่ก้น จะเอียงหน้าก็เจ็บจี๊ดๆน้อง T_T นี่เล่นเอาหัวมุดจะออกมาใช่ไหม !!

วันพุธที่ 9 มี.ค. - นน. 58.2 กก. โอโน้..อกอีแป้นจะแตก ขึ้นมาวันละ 6 ขีดเลยหรอลูก สงสัยเป็นผลของโกโก้ปั่นใส่โอริโอ้ ทุกกลางวัน T_T นี่ขนาดช่วงนี้กินข้าวไม่ค่อยลงแล้วนะ อยากกินก็แต่พวกขนมหวาน ไอติม ช็อกโกแล็ตแค่นั้นเอง

วันนี้ไม่มีอาการน่ากังวล นอกจากท้องแข็งเป็นระยะ แต่ไม่เจ็บมาก กลางวันเลยออกไปเดินเต้นท์ลั้นลา..

วันพฤหัสที่ 10 มี.ค. - นน. 58 กก. หุ..หุ.. ลดลง 2 ขีด (สงสัยเมื่อวานเกิด error ขึ้นกะเครื่องชั่งน่ะ ) เส้นรอบพุง 39.5 นิ้ว วันนี้ไม่ปวดจี๊ดๆแฮะ แต่กลับปวดแบบจุกท้อง (ตรงท้องน้อยน่ะ) เป็นมาตั้งแต่เช้า กลางวันยังซ่า ไปเดินเซ็นทรัล หาจุกนมให้ลูก แต่เห็นราคาแล้วแพง กลับมาซื้อในเน็ตดีกว่า

วันศุกร์ที่ 11 มี.ค. - นน. 58 กก. วันนี้รู้สึกตุ่ยๆที่ท้อง แต่ไม่เจ็บมาก พอทนได้อยู่ ตั้งใจเคลียร์งานเต็มที่ ตอนเย็นปะป๊ามารับกลับบ้าน เย้ๆ ไม่ต้องทนนั่งก้นกระแทกบนแท็กซี่แล้ว

วันเสาร์ที่ 12 มี.ค. - นน. 57.6 กก. หึๆๆ เห็นไหม ว่า 58 กก.เมื่อ 2-3 วันก่อน มันเป็น error วันนี้ชิลล์อยู่บ้าน กินๆนอนๆ ตกเย็นไปเดินเซ็นทรัล เหมือนร่างกายมันจิตตกไงไม่รู้ แค่คิดว่าหลังคลอดจะต้องอดกินของเย็นๆนะ ร่างกายมันก็อยากกินแต่ไอติมทุกวันเลย ต้องรีบกินชดเชยล่วงหน้าก่อนจะไม่ได้กิน

วันนี้อาการเท้าบวมเริ่มหายแล้ว (เท้าซ้ายเริ่มกลับมาเป็นปกติ เหลือแต่เท้าขวาที่ยังบวมอยู่)

วันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. - จริงๆวันนี้แพลนว่าจะไปพิษณุโลกกัน พอดีลูกน้องปะป๊าเจอที่น่าสนใจ เลยโทรมาบอกให้ปะป๊าไปดู มามี๊ไม่เจียมสังขารคนใกล้คลอด เลยขอปะป๊าไปด้วย ตีห้ากว่า ตื่นมารีบอาบน้ำเตรียมตัว 6 โมงครึ่งลงไปกินข้าวเช้า ลั้นลาจะได้ไปเที่ยวก่อนคลอด แต่เจอม้า (แม่ของปะป๊า) มาเบรคไว้ก่อน บอกว่าท้องแก่ขนาดนี้ ไม่ควรนั่งรถทางไกลแล้ว เด๋วปวดท้องคลอดขึ้นมากลางทางจะลำบาก ก็จริงอ่ะนะ แม่มันไม่เจียมสังขารเอง สรุป เลยอดไปทั้งคู่เลย ^^; ไม่เป็นไร เด๋วหลังคลอดก็ได้ รอให้น้องพอร์ชโตอีกนิด แล้วเด๋วมามี๊จะขอปะป๊าพาหนูไปด้วย ตอนเย็นไปกินพิซซ่ากัน (อำลาของกินหร่อยๆก่อนไปคลอด) แต่ดันมาปวดท้องจี๊ดๆ ตอนกิน เลยกินไปได้แค่ 2 ชิ้นครึ่ง T_T

วันนี้นั่งแคะกระปุกออมสินที่ปะป๊าฝากให้น้องพอร์ชตั้งแต่ช่วงท้องแรกๆ มานับ กะจะไปฝากเป็นเงินออมให้หนู ได้มา 4,114 บาท ปะป๊าบอกว่าจะสมทบทุนให้อีก 5,886 บาท แล้วเอาไปฝากให้เป็น 10,000 บาท เสี่ยน้อย.. มีตังค์แต่เกิดเลยนะลูกแม่



วันจันทร์ที่ 14 มี.ค. พรุ่งนี้ก็ได้ทำงานเป็นวันสุดท้ายแล้ว เย้ๆๆ (อุ๊บบ..แอบดีใจเกินเหตุ)

วันพฤหัสที่ 17 มี.ค. เจอกันนะลูกรัก



Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 14 มีนาคม 2554 17:47:54 น.
Counter : 840 Pageviews.

8 comment
@ 37.5 weeks ได้กำหนดคลอดของหนูแล้ว 17 มี.ค.54
เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มี.ค.54 ได้มีโอกาสเห็นหน้าหนู(หมู)น้อยของมามี๊อีกครั้ง หลังจากที่หมอทนเสียงรบเร้าไม่ไหว เลยให้ไปซาวด์อีกทีก่อนคลอด รอบนี้เลยจูงคุณสามีไปด้วย หลังจากที่คุณสามีเคยเห็นลูกซาวด์ครั้งแรกครั้งเดียว ตอนสมัยยังเป็นลูกอ๊อด มาครั้งนี้เราเลยตื่นเต้นกันทั้งคู่ เตรียมกล้องมาที่รพ.ด้วย ^^'

ไปถึง 9.30 น. นั่งรอหมอแป๊บนึง ประมาณ 10 นาที พี่พยาบาลก็เรียกเข้าไปห้องซาวด์ พอเข้าไปถึง พยาบาลบอกว่า "ญาติคนไข้รอข้างนอกนะคะ กล้องถ่ายไม่ได้นะคะ" อ้าวววว เซ็งเลย ปะป๊าอุตส่าห์ไม่เข้าออฟฟิศตอนเช้ากะมาดูหน้าน้องพอร์ชเต็มที่

สุดท้ายปะป๊าไปนั่งรออยู่หน้าห้อง ส่วนมามี๊ก็ขึ้นไปนอนเปิดพุงรอหมอมาดู หมอเอาเจลป้ายๆ แล้วก็เริ่มเอาเครื่องวนดูที่พุง
หมอ: "น้ำหนักไม่น้อยนะเนีย หนักประมาณ 3,000 กรัมรวมรกนะ ออกมาจริงๆก็ +/- 10%"
มามี๊: (คิด) หุๆๆๆ แหงล่ะสิ แม่มันโด๊ปซะขนาดนี้
หมอ: "เค้าหลับอยู่ ดูสิ" ว่าแล้วก็หันจอมาให้ดู
มามี๊: (คิด) น่าร๊ากกกกอ่ะ ดูสิ ขนาดหลับอยู่ มือยังกำแน่นเชียว
หมอ: "ตกลงอยากจะคลอดเมื่อไหร่ 17 มี.ค. ใช่ไหม"
มามี๊: ค่ะ พอได้ไหมคะ
หมอ: เรื่องน้ำหนักไม่มีปัญหานะ แต่คลอดออกมาช่วง 38 วีคเนี่ย ก็อาจมีปัญหาเรื่องหายใจเร็วตอนเกิด แต่ก็แป๊บเดียวแหละ เด๋วพอเค้าปรับตัวได้ อัตราการหายใจก็จะเป็นปกติ
มามี๊: งั้นขอ 17 มี.ค.เลยค่ะ
หมอ: ได้ แต่วันที่ 17 คิวผ่าที่นี่เยอะมากเลย เพราะเป็นวันพฤหัสด้วย ถ้าอยากได้ 17 เช้าเนี่ย ต้องมาที่นี่ตั้งแต่เช้าวันที่ 16 เลยนะ
มามี๊: ได้ค่ะได้
หมอ: เช้านี่เช้าจริงๆนะ ประมาณ 7.30 น.
มามี๊: (คิด) 7.30 น. มันเพิ่งเป็นเวลาตื่นนอนเองนะเนี่ย เอาวะ..เพื่อลูก "ได้ค่ะได้"
มามี๊: "แล้วเอ่อ..ระดับน้ำคร่ำนี่โอเคไหมคะ" (แบบว่า..อ่านกระทู้มาเยอะ แม่มันก็แอบที่จะอดกังวลเรื่องพวกนี้ไม่ได้)
หมอ: "น้ำคร่ำอยู่ในระดับปกตินะ ไม่มีปัญหาอะไร ตกลงเด๋วหมอทำนัดให้มาคลอดวันที่ 17 นะ ให้คุณแม่มารพ.ตั้งแต่ 16 เช้า"

ออกมาจากห้อง รีบฟ้องปะป๊า ว่าไอ้ตี๋มันอ้วนมากก ปะป๊าหัวเราะใหญ่ พอรู้วันคลอดแล้วก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้แฮะ เร็วอ่ะ อีกแป๊บเดียวก็จะได้เจอกันแล้ว (แอบรู้สึกหวงๆไงไม่รู้ จะไม่ได้อยู่ในพุงด้วยกันแล้ว >_<)

อาการมามี๊ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- นน. 57.6 กก. (โอ้โน้..เพิ่มมาจากสัปดาห์ที่แล้ว 1.6 กก ..>_<.. ขึ้นมาทั้งหมดก็ 15.6 กก.แล้ว) ขอแอบแก้ตัวนิดนึง..ว่าน้ำหนักจริงๆคงไม่เยอะขนาดนี้มั้ง สงสัยเป็นเพราะข้าวเหนียวเมื่อวานยังไม่ย่อยน่ะ ,,-__-,,
- เส้นรอบพุง 39 1/4 นิ้ว (เส้นรอบต้นขานี่ไม่อยากจะวัด พุ่งตามกันมาติดๆ)
- อยากกินแต่ของหวาน ทั้งโกโก้ปั่น คิทแคท นี่กินมันได้ทุกกลางวัน เสาร์อาทิตย์ก็โซ๊ยไอติมอีก
- ร่างกายเริ่มเดินเยอะๆไม่ไหวแล้ว เด๋วนี้เดินได้แค่ชม.นึง ต้องนั่งพัก ขามันล้าจนชาอ่ะ
- เจ็บเตือนมีมาเป็นระยะ
- นอนไม่ค่อยจะหลับ รู้สึกตัวตื่นง่ายตอนกลางคืน


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเดิน CDC กะปะป๊า เดินแค่ 2-3 ชม.เองนะ ขากลับ รู้สึกว่ามดลูกบีบตัว แล้วก็ท้องแข็งด้วย รอบนี้ตอนบีบ รู้สึกเจ็บกว่าที่เคยเป็น มีบางครั้งที่บีบนานด้วย น่าจะเกิน 30 วิ ได้ ส่วนความถี่ของการเจ็บก็ 6 นาที 6 นาที 6 นาที 8 นาที 7 นาที 12 นาที(วัดแบบละเอียดยิบคับ) พอกลับไปถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จเท่านั้นแหละ หายเจ็บเลย มีแว๊บๆบีบมาทีนึง แหะๆ สงสัยลูกคงเหนอะหนะ อยากให้แม่อาบน้ำ ^^'

อ้อ..เมื่อวานอีกเช่นกัน ปะป๊าทักเรื่องฝ้าบนหน้า โอ้..เสียเซลฟ์เลยตรู T_T แต่ปะป๊าก็บอกว่า "ขอบใจนะ ที่ยอมเสียสละเพื่อลูก" โหย..มามี๊น้ำตาจะไหลเลยอ่ะ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงคือ เสียสละเรื่องความสวยความงามเนี่ยแหละ ^^" แถมมาทำซึ้งกันตอนกินส้มตำ ซึ้งก็ซึ้ง เผ็ดก็เผ็ด แต่ก็ประทับใจปะป๊าอ่ะนะ ที่ใส่ใจเรื่องความรู้สึกของมามี๊ด้วย ถ้าปะป๊ารับได้เรื่องความเปลี่ยนแปลงหลังการคลอด (ที่อาจจะไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ) เช่น อ้วน ฝ้า อ่ะนะ เด๋วมามี๊จะจัดตี๋น้อยคนต่อไปให้เลย



Create Date : 07 มีนาคม 2554
Last Update : 7 มีนาคม 2554 22:19:29 น.
Counter : 541 Pageviews.

8 comment
@ 36.5 weeks ช่วงเวลาแห่งการเฝ้าระวัง
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (23 กพ.54) เกิดอาการมดลูดบีบตัว ช่วงที่เป็นหนักๆเลยคือตอน 3 ทุ่มครึ่ง บีบแล้วก็คลาย แล้วก็บีบ จนรู้สึกปวดร้าวไปถึงต้นขาเลย คิดในใจ ตรูจะคลอดคืนนี้ป่าวฟระ

ก็เลยนั่งนิ่งๆ (เพราะถ้าขยับตัวเมื่อไหร่เป็นต้องบีบ T_T) จับเวลาการบีบตัว (หุ..หุ..ศึกษามาอย่างดี เลยทำให้ไม่สติแตก) ตอนแรกก็ห่างกัน 5 นาที ต่อมาก็ 10 นาที ต่อไปก็เริ่มหาย อีกซักครึ่งชม.ถึงกลับมาเป็นใหม่ เอ๊ะ..อย่างนี้ก็ไม่ใช่นี่น่า เพราะว่าถ้าเจ็บท้องคลอดมันจะต้องยิ่งถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่นี่มันห่างขึ้น..ห่างขึ้น สรุปนั่งจับเวลาไปจับเวลามา ก็หลับซะงั้น ^^" ตื่นมาอีกทีเที่ยงคืนกว่า เลยลุกไปนอนบนเตียง สรุป คืนนั้น นอนหลับๆตื่นๆ เพราะมันมีช่วงบีบตัวมาอีกตอนตีหนึ่งกว่า กะตีสี่ (ที่นี้พอตื่นมาแล้วมันหลับยากไง)

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็มีอาการบีบตัวเกิดขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทำงาน ทีนี้เวลาบีบเนี่ย เราจะต้องหยุดนิ่งเลย เพราะมันปวดจี๊ดๆๆ ยังคิดอยู่เลยว่า สงสัยเจ้าตัวเล็กอยากออกมาดูโลกเต็มแก่ละ สงสัยจะได้ลางานเร็วขึ้น (ตอนแรกแพลนว่าจะเริ่มลาวันที่ 16 มี.ค.ไง แล้วไปผ่า 17 มี.ค.)

ปะป๊าดูพุงให้บอกว่า น้องเค้าอยู่ในท่าพร้อมจะออกแล้วล่ะ ตอนนี้พุงด้านบน(ช่วงใต้อก) แฟ่บไปแล้ว ไปห้อยอยู่ข้างใต้แทน

อาการมามี๊ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- นน. 56 กก. (เพิ่มขึ้นทั้งหมด 14 กก. แล้ว) เด๋วนี้มีแต่คนทัก "ท้องแฝดป่าวเนี่ย" "นี่ท้องแรกหรอเนี่ย".... ชักเริ่มเสียเซลฟ์เลยตรู
- เส้นรอบพุงเกือบจะแตะ 39 นิ้วแล้ว T_T
- ขี้ร้อนมากเหมือนเดิม
- ท้องแข็ง+มดลูกบีบตัวเป็นระยะ
- เท้าเริ่มบวม ตอนเห็นเท้าบวมทีแรกตกใจเลย เฮ้ย..ทำไมบวมอย่างงี้เนี่ย
- ช่วงนี้ต้องเอาข้าวกล่องมากินที่ทำงานละ พยายามงดการเดินเยอะๆ
- อารมณ์อาร์ตเริ่มกลับมา นิดหน่อยก็น้อยใจง่ายๆ แค่ปะป๊าบอกว่า ถ้าคลอดออกมาแล้ว อยากกลับไปอยู่กะแม่ก็ได้นะ (ปะป๊าทำงานดึกไงกว่าจะกลับมา ก็กลัวมามี๊เหงา) ดันไปน้อยใจอีก ว่าไม่อยากให้เราอยู่ใกล้ๆ


สุดท้ายอ่ะนะ..ช่วงนี้ไม่อยากอยู่คนเดียวเลยจริงๆ อยากเป็นปาท่องโก๋ตัวติดกะปะป๊าไปตลอด (ขอเป็นปลิงอ้วนติดแหมะไปด้วยทุกที่ได้มะ) อย่างน้อยมันก็รู้สึกอุ่นใจ จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่กลัวไง

วันก่อนสอบถามปะป๊าถึงสมัยที่เลี้ยงหมาแล้วต้องทำคลอดให้เอง..อืมม ดูท่าทางชำนาญอยู่ ทำคลอดมาให้หลายตัว ตัดสะดือก็เป็น แกะรกออกก็เป็น เอาวะ อย่างน้อยถ้ามันปุ๊บปั๊บไปรพ.ไม่ทันจริงๆ ก็มีหมอ(เฉพาะกิจ)ประจำบ้านละว้า ^___^"



Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2554 14:14:28 น.
Counter : 456 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  6  7  

BlogGang Popular Award#13



ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]