Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๘

“พี่ปริตรไม่ได้เอากล่องไปรษณีย์ของแป้งมาหรือคะ”

ร่างบางที่กับพื้นแล้วเลือกนิยายเรียงใส่ชั้นแยกตามสำนักพิมพ์ราวกับว่าเป็นบ้านของตัวเองหันมามองเจ้าของบ้านซึ่งกำลังรื้อที่นอนพี่หมาที่เพิ่งซื้อมาออกจากกล่อง

“พรุ่งนี้ค่อยไปเอา พี่ยกมาได้แค่นั้นล่ะ”

ปริตรบอกสั้นๆแล้วหันไปแกะพลาสติกใสที่หุ้มที่นอนพี่หมาออก ก่อนจะโยนไปทางเบาะเม็ดโฟมรูปหยดน้ำซึ่งได้รับการสำรวจจากเจ้าตัวเล็กทันที

มันเอาจมูกดมสำรวจเบาะแคบๆของหมาพันธุ์เล็กก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในแล้วเดินวนไปตามขอบที่นอนที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อหาจุดหย่อนก้นอันใหญ่โตของมัน

“ใช่ของเราที่ไหน”

ปริตรทำเสียงดุ แต่เจ้าตัวเล็กไม่ได้สนใจยังพยายามเดินวนหาทางที่จะนอนให้ได้และแล้วที่นอนของพี่บอมก็ถูกยึดครองด้วยวิธีนอนทับลงไปทั้งตัวจนเห็นขอบที่นอนโผล่ออกมานิดเดียว

เจ้าของบ้านมองความพยายามของเจ้าตัวเล็กแล้วอดทึ่งในความดันทุรังของมันไม่ได้เขาส่ายหน้าก่อนจะแกะห่อพลาสติกออกจากที่นอนอีกสองอันจนเสร็จ

“พี่ปริตรซื้อให้ตัวเล็กด้วยหรือคะ”

ปูนแป้งหันมาเห็นที่นอนอันใหญ่ก็คลานเข้ามานั่งข้างๆกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นเล่นเอาปริตรใจไหววูบเขาหลุบตาลงมองเบาะนุ่มในมือก่อนจะตอบเบาๆในลำคอ

“อืม”

“ขอบคุณนะคะ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มทั้งปากและตาแก้มอิ่มขยับยกขึ้นจนเห็นลักยิ้มทำให้พี่ใหญ่ถึงกับอดยิ้มตอบไม่ได้แม้ว่ามันจะเผยออกมาเพียงแค่แวบเดียวแต่ก็ทำให้คนมองอยู่ถึงกับแก้มแดง

ปูนแป้งนึกสงสัยว่าพี่ปริตรของเธอจะรู้ไหมว่าเวลาที่เขาไม่สวมแว่นน่ามองขนาดไหนแล้วเวลาที่เขายิ้มทำไมหัวใจดวงน้อยๆของเธอถึงได้เต้นแปลกๆเช่นนี้

“จะมองกันอีกนานมั้ยหรือว่ามองกันแล้วอิ่มฉันจะได้นั่งกินข้าวกับพี่ๆเขาไม่ต้องรอ”

คำถามที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันกลับไปมองเห็นว่าคุณจันทรายืนถือจาบเปลใบใหญ่อยู่หน้าทางเข้าครัวจึงรีบลุกขึ้นเดินไปช่วยทันที

ปริตรเข้ามารับจานในมือคุณจันทราเอามาวางที่โต๊ะเขามองข้าวผัดในจานเปลมีควันลอยกรุ่นซึ่งอดีตน่าจะเป็นข้าวหน้าไก่เทอริยากิแต่ตอนนี้กลายเป็นข้าวผัดหน้าตาน่าทานมีต้นหอมซอยเพิ่มสีสันให้น่าทานมากขึ้นแล้วอดนึกถึงหน้าตาอาหารกล่องเหล่านี้เวลาที่อุ่นกินเมื่อวันก่อนขึ้นมาไม่ได้

ชายหนุ่มอดยอมรับไม่ได้ว่าคุณจันทราทำได้เหมือนอย่างที่คุยไว้จริงๆเขามองจานที่ปูนแป้งยกออกมาเห็นว่ามันเป็นข้าวผัดพริกขิงที่นำไปผัดรวมกันแล้วถูกห่อด้วยไข่เจียวบางๆโรยหน้าด้วยกากหมูกับใบมะกรูดซอยเป็นเส้นเล็กๆ

“คุณแม่ทำอาหารเก่งนะคะตอนแป้งเข้าไปช่วยท่านแกะห่อพลาสติกยังคิดอยู่เลยว่าจะทำออกมาเป็นยังไง”

ปูนแป้งบอกก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปช่วยยกอาหารต่อปริตรเลยหันไปหยิบน้ำในตู้เย็นกับแก้วมาจัดวางบนโต๊ะอาหารสำหรับสี่คนนั่งพอหันกลับมาก็เห็นพี่บอมกับบันบันนั่งรออยู่ข้างๆ

“อย่าบอกนะว่าจะขึ้นมานั่งด้วย”

ปริตรถามเพราะไม่รู้ว่าบ้านของคุณจันทราพาพี่หมาขึ้นมาร่วมโต๊ะด้วยหรือไม่แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองโดนด่าทางสายตาเมื่อพี่หมาทั้งสองตัวพากันเดินไปนั่งตรงหน้าจานข้าวตัวเองแล้วมองหน้าเจ้าของบ้านเหมือนจะบอกว่า...ฉันรู้มารยาทมากกว่าที่คิดนะ

“พี่เขาอ่านสมบัติผู้ดีเลยรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”

คุณจันทราวางชามใส่แกงจืดเต้าหู้ใส่หมูสับกับผักกาดขาวแล้วหันไปรับหมูทอดจากปูนแป้งมายื่นให้กับปริตร

“ช่วยฉีกให้พี่เขาหน่อย ชิ้นใหญ่ไปเดี๋ยวติดคอ”

ปริตรรับจานหมูทอดมาแบบงงๆเขามองหมูแล้วลงมือฉีกเป็นเส้นขนาดกำลังพอดีคิดในใจว่านี่ล่ะมั้งที่อาพงศ์เคยบอกว่าอาแอนต้องกินผักเยอะๆเพราะอายุมากแล้วพวกเนื้อหมูเนื้อไก่ปล่อยเป็นหน้าที่ของพี่บอมกับบันบันไป

ชายหนุ่มเกือบจะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอยากจะบ้าเพราะไม่คิดว่าวันหนึ่งตนเองจะได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนใครจะเชื่อว่าดอกเตอร์หนุ่มผู้เคร่งขรึมต้องมาเป็นทาสพี่หมา

“เป็นอะไร ให้ฉีกหมูแค่นี้ทำท่าอย่างกับกินยาเบื่อ”

คุณจันทราเลิกคิ้วขึ้นแล้วจ้องหน้าคมเข้มที่ตอนนี้ไม่มีแว่นมาบดบังนัยน์ตาสีแปลกๆให้นางนึกรำคาญอีกดวงตาของผู้สูงวัยกว่าสำรวจท่าทางเอาจริงเอาจังแม้กระทั่งการฉีกหมูนางไม่แปลกใจเลยที่คุณน้อมบ่นว่าหลานชายคนโตเข้าถึงยาก

“นับได้กี่ชิ้นแล้ว พี่เขารออยู่ไม่ต้องแบ่งให้เท่ากันก็ได้”

อยู่ๆคุณจันทราก็เอ่ยขึ้นมาปูนแป้งเงยหน้าขึ้นมองพี่ปริตรของเธอก่อนจะก้มหน้าลงมองอาหารในจานตรงหน้าส่วนปริตรพอได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงเพราะเขาฉีกไปก็เผลอนับหนึ่ง สอง สาม หนึ่ง สองสามอยู่จริงๆ

“เปล่าครับ”

ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเอาหมูที่ตนเองฉีกแยกเป็นกองๆใส่ชามพี่บอมบันบัน และเจ้าตัวเล็ก เพราะนิสัยที่ทำอะไรเป็นระบบระเบียบจนติดเป็นนิสัยทำให้ชายหนุ่มเดินไปวางจานในอ่างแล้วล้างมือจนสะอาดถึงกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม

ปูนแป้งลอบมองหน้าคนที่นั่งตรงข้ามแล้วหลุบตาลงมองข้าวผัดในจานเมื่อปริตรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอพอดีแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาปราชญ์จะเป็นเหมือนเจ้าชายในฝันแต่เวลานี้หญิงสาวกลับคิดว่าอัศวินข้างกายมีอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจเธอสั่นไหว

อาจเป็นเพราะเธอไม่เคยได้สบตาของปริตรตรงๆเลยสักทีด้วยความกลัวว่าจะถูกดุอะไรอีกจนต้องหันไปมองทางอื่นหญิงสาวแอบมองริมฝีปากได้รูปสวยจนเธอนึกอิจฉาแล้วอดคิดถึงวันแต่งงานของพี่เมฆขึ้นมาไม่ได้

ปูนแป้งกัดริมฝีปากของตัวเอง แก้มนวลฉาบสีเลือดขึ้นมาเพราะยังไม่ลืมรสจุมพิตที่ได้รับในวันนั้นและสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รู้สีกว่าพี่ปริตรไม่ใช่พี่ปิดคนเดิมของเธออีกต่อไป

หลังจากทานอาหารเย็นกันเสร็จปริตรอาสาเป็นคนจัดการทำความสะอาดครัวเองเขาทำความสะอาดทุกอย่างและปิดท้ายด้วยชามอาหารของสุนัขทั้งสามตัวแม้ปูนแป้งจะเข้สมาขอช่วยแต่กลับถูกปฏิเสธและถูกไล่ให้ไปอยู่ไกลๆ

ปริตรมองหน้าของหญิงสาวที่สลดลงแล้วหันหน้าหนีเขาไม่ต้องการอยู่ใกล้เธอเกินความจะเป็น แม้ว่า...ใจอยากจะทำเช่นนั้นก็ตาม

“พี่ปริตรอาพงศ์ให้เอาแผนการสร้างห้องพยาบาลในโรงแรมมาให้”

เสียงของปราชญ์ที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้คนที่กำลังยืนเช็ดจานหันกลับมามองหน้าแล้วหันกลับมาสนใจงานในมือต่อ

“เอาไปวางในห้องทำงานก่อนก็แล้วกัน”

ปริตรบอกแล้วมองเงาสะท้อนของตนเองจากแก้วน้ำโชคดีที่มันไม่สามารถมองเห็นแววตาของตนตอนนี้ชายหนุ่มนึกในใจก่อนจะหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของปูนแป้งดังเข้ามาถึงในครัว

ไม่ว่านานแค่ไหนเวลาเธออยู่ใกล้ๆเขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะแบบนี้ มันคงเป็นเสียงหัวเราะ เป็นรอยยิ้ม ที่มีให้แก่ปราชญ์เพียงคนเดียว

“จะเช็ดให้จานเป็นกระจกเลยหรือไง”

เสียงของคุณจันทราทำให้ปริตรวางจานใบสุดท้ายใส่ในตะกร้าเขาหันกลับมามองคนที่ทำทีเป็นหาอะไรบางอย่างในตู้เย็น

“คุณป้าหาอะไรครับ”

เจ้าของบ้านหนุ่มถามก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ

“น้ำส้มคั้น”

“น้ำส้มคั้นหรือครับ”

ปริตรทวนอีกครั้งพอได้ยินคำว่า ‘ใช่’เขาก็เดินไปหยิบเหยือกน้ำส้มคั้นที่ยังไม่ได้ใส่น้ำแข็งตรงเคาน์เตอร์บาร์มาส่งให้

“นี่ครับ”

“อ้าว...นี่ฉันลืมเอาแช่ตู้เย็นเหรอ”

คุณจันทราทำท่าตกใจแล้วหันกลับไปหาน้ำแข็งในตู้เย็นก่อนจะคว้าเหยือกน้ำส้มไปจัดการเทใส่แก้วแล้วส่งให้ปริตร

“เป็นเจ้าของบ้านต้องรู้จักดูแลแขกถึงจะเป็นน้องชายก็เถอะอย่าปล่อยให้อยู่กันแค่สองคนแล้วเจ้าของบ้านมัวแต่หลบมาอยู่ในครัว”

คำพูดของคุณจันทราแฝงนัยบางอย่างซึ่งปริตรไม่ได้เอะใจอะไรเขารับแก้วน้ำส้มมาถือไว้แต่กลับเดินไปหยุดอยู่ข้างตู้หนังสือใบใหม่แล้วมองภาพคนที่นั่งกระซิบกระซาบจนหน้าแทบจะชนกันด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“ที่จริงเขาก็ไม่ได้ห้ามมดกินมะม่วงเพียงแต่มดมันมัวแต่รอให้มะม่วงสุกจะได้หวานๆเลยไม่ยอมกินสุดท้ายก็อดเพราะไม่รู้ไอ้กะรอกตัวไหนมันมาเจาะเสียก่อน”

คนที่เดินผ่านไปแกล้งหยุดข้างๆพอพูดจบก็ทำตัวเป็นทศกัณฑ์เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยเหมือนจะบอกว่า...มันไม่เห็นจะยากเลย

ปริตรเข้าไปนั่งเบาะที่เหลืออีกตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ข้างๆเบาะที่ปูนแป้งนั่งอยู่พอนั่งก็ได้รับฟังเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าจะพบเจอบนโลกใบนี้

แต่ปราชญ์ ปูนแป้งและคุณจันทรากลับพูดคุยกันราวกับเป็นเรื่องปกติที่สามีจะพาเมียน้อยมาคลอดลูกพร้อมกับเมียหลวงเพียงแต่ที่น่าอดสูใจคือเมียน้อยกับภรรยานอนห้องพิเศษติดกัน

ปูนแป้งเล่าเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกสงสารเมียหลวงหญิงสาวทำหน้าเศร้าก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่สั่นสะท้านยามที่คิดถึงทารกน้อยที่เกิดมาโดยไม่รู้เลยว่าผู้เป็นพ่อกำลังสร้างความเจ็บช้ำให้ครอบครัวมากแค่ไหน

ปริตรมองอาการของหญิงสาวข้างๆก่อนจะเลยไปที่น้องชายของตน ปราชญ์จับมือนุ่มยกขึ้นตบเบาๆเพื่อให้กำลังแล้วบอกว่าเรื่องพวกนี้สำหรับเขาเป็นเรื่องธรรมดาเพราะการทำโรงแรมที่พ่วงด้วยรีสอร์ททำให้เขาต้องเจอในรูปแบบคล้ายๆกันคือพาเมียหลวงกับลูกไปพักรีสอร์ทนอกเมืองแต่เอาเมียน้อยกับลูกที่เกิดจากเมียน้อยมาพักที่โรงแรมในเมือง

ปริตรถอนหายใจเบาๆเพราะรู้ดีว่าปราชญ์ไม่เข้าใจว่าทำไมปูนแป้งถึงทำท่าเศร้าแต่เขาเข้าใจ เขารู้ว่าหญิงสาวสงสารเด็กที่เพิ่งเกิดมามากกว่าผู้ใหญ่ชายหนุ่มวางข้อศอกไว้บนหัวเข่า วางคางเอาไว้บนฝ่ามือพลางใช้มือส่วนที่เหลือปิดปากตัวเองบดบังสีหน้าที่เปลี่ยนไป

เขาหลบสายตาของคุณจันทราโดยหันมองไปทางอื่นแต่มืออีกข้างนั้นกลับเลื่อนไปวางไว้บนศีรษะของปูนแป้งโดยไม่มีคำพูดใดๆที่แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจเธอคุณจันทราก้มลงมองพี่หมาทั้งสองตัวที่นอนอยู่ข้างๆ พี่บอมเงยหน้าขึ้นสบตาตอบแล้วหันไปมองภาพมนุษย์โลกที่แสนจะเข้าใจยากด้วยความสงสัย

...ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ระหว่างผู้ชายสองคนคนหนึ่งปลอบโยนด้วยการจับมือมาตบเบาๆ แล้วอธิบายในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เธอเสียใจผู้ชายอีกคนเข้าใจแต่ไม่พูดอะไรนอกจากวางมือบนศีรษะของเธอให้รับรู้ว่ามีเขาอยู่ข้างๆ...

ตกลงแล้ว...พี่หมาเพลีย

กว่าปราชญ์จะกลับบ้านไปคุณจันทรากับพี่หมาก็พากันหาวแล้วหาวอีกจนในที่สุดพี่บอมทนไม่ไหวเลยทำการไล่แขกด้วยการเดินไปนั่งตรงหน้าแล้วเอียงคอมองหน้าน้องชายเจ้าของบ้านเหมือนจะถามว่ายังจะคุยกันอีกนานไหมตอนแรกปราชญ์ยังไม่ได้สนใจจนกระทั่งคุณจันทราทำเป็นลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยปากขึ้นมา

“พี่บอม พาบันบันกับตัวเล็กไปนอนได้แล้วลูกดึกมากแล้วเกรงใจเจ้าของบ้าน”

คนพูดลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มให้กับทุกคนเหมือนว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั้งๆที่คำพูดเมื่อครู่ทำให้ปราชญ์เก็บสำลักส้มที่ยกขึ้นดื่ม

“ป้าไปนอนล่ะนะ เดี๋ยวนอนน้อยพักผ่อนไม่พอต้องมาเสียเงินซื้ออาหารเสริมกินเพิ่มส่วนที่ร่างกายซ่อมแซมไม่ทันอีก”

“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นผมคงกลับบ้านเลยแล้วกันลาล่ะครับคุณป้า ไปนะพี่ปริตร พี่ไปนะแป้ง”

ปราชญ์รีบลุกขึ้นยืนเขายกมือไหว้คุณจันทราแล้วหันไปบอกลงพี่ชายกับปูนแป้งแล้วก้มลงมองพี่บอมที่ทำเป็นอ้าปากหาวจนลิ้นยาวยืด ก็จะขมวดคิ้วเพราะรู้สึกเหมือนหมามันยักคิ้วให้

ปริตรลุกขึ้นแล้วเดินออกมาส่งน้องชายหน้าประตูเขามองบ้านพ่อกับแม่ที่อยู่ห่างออกไปเห็นว่าไฟยังไม่เปิดก็หันมามองน้องชายและดูเหมือนว่าปราชญ์จะเข้าใจโดยไม่ต้องถาม

“คืนนี้ผมว่าจะไปนอนกับมัคว่าจะคุยเรื่องโรงแรมที่สงขลา”

“อืม ส่วนเรื่องทำห้องพยาบาลใหม่ขอพี่จัดการงานที่ค้างเสร็จจะดูให้นะ”

“ได้ครับ พี่ปริตรผมถามอะไรหน่อยสิ”

อยู่ๆปราชญ์ก็หันมาแล้วทำหน้าเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่างซึ่งปริตรรู้ดีว่าน้องชายเป็นคนที่ถ้าสงสัยอะไรจะไม่เก็บเอาไว้แต่จะถามให้รู้เรื่องและจัดการกับสิ่งที่สงสัยทันที

“ว่ามา”

“พี่ชอบอยู่เงียบๆตอนนี้มีคนมาอยู่ด้วยไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอ”

ปริตรฟังคำถามแล้วสอดมือในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่นะ อาจจะแปลกๆที่มีคนมาเดินในบ้านแต่ไม่ได้อึดอัด”

ปราชญ์ยิ้ม เขายกมือขึ้นแล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนจะเดินผิวปากเป็นเพลงสากลที่คุ้นหู เดินไปทางบ้านอาที่เหลือมฆวันอาศัยอยู่คนเดียวเพราะมหิศรไปนอนที่บ้านริมคลองกับกมลมาเกือบปีแล้ว

ปริตรมองตามหลังน้องชายไปแล้วปิดประตูพอหันกลับมาพบว่าพี่หมาสองตัวกับเจ้าตัวเล็กมานั่งเรียงแถวรออยู่เขาจึงเดินไปเปิดห้องทำงานให้ก่อนจะหอบที่นอนของทุกๆท่านเข้าไปวางไว้ข้างๆโซฟาที่เขาจะใช้นอนแล้วออกมาตรวจดูประตูหน้าต่างตามความเคยชิน

ชายหนุ่มตรวจดูทุกอย่างจนเรียบร้อยจึงคิดว่าจะเอาน้ำติดมือไปนอนสักขวดเผื่อหิวตอนกลางคืนแต่ยังไม่ทันเดินถึงตู้เย็นคุณจันทราก็เดินสวนออกมาพร้อมกับกระติกน้ำร้อนประจำกายก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป

ชายหนุ่มปิดไฟครัวแต่ยังนืมอยู่หน้าตู้เย็นกำลังคิดว่าน่าจะเปลี่ยนตู้เย็นใหม่เป็นแบบสี่ประตูแต่พอคิดว่าคุณจันทราไม่ได้มานอนบ้านตนตลอดไปก็เลยตัดความคิดนั้นทิ้งไป

หลังจากนั้นไม่นานนักเสียงกุกกักก็ดังขึ้นเบาๆทำให้ปริตรละสายตาจากตู้เย็นแล้วเดินออกมาตามเสียงที่ได้ยินเขาอมยิ้มเมื่อเห็นว่าปูนแป้งแอบย่องลงมานั่งเลือกนิยายอยู่หน้าตู้หนังสือ

“ทำอะไร”

ท่ามกลางเงาสลัวของแสงไฟจากห้องนอนบนชั้นลอยทำให้ปริตรเห็นว่าหญิงสาวที่กำลังเพ่งมองหน้าปกเพื่ออ่านชื่อเรื่องถึงกับสะดุ้งแล้วหันมายิ้มเหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้

“พี่ปริตร”

“ทำไมไม่นอน”

ร่างสูงเดินไปนั่งกับพื้นข้างๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบไฟฉายอันเล็กๆบนชั้นมาเปิดส่องหน้าปกหนังสือให้โดยไม่ทันเห็นว่าปูนแป้งรีบเอาหนังสือหลบทันที

“แปลกที่ค่ะเลยว่าจะเอานิยายไปอ่านเล่นเผื่อจะหลับง่ายขึ้น”

“จะไม่หลับไม่นอนมากกว่า”

ปริตรส่ายหน้าเขาดึงนิยายที่หญิงสาวถือไว้ออกแล้วเลือกส่งให้เพียงเล่มเดียวโดยไม่ได้ดูชื่อเรื่องก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วดึงเธอให้ลุกตาม

“อ่านแค่เล่มเดียวพอ”

เขาบอกพลางจับมือหญิงสาวมาส่งถึงหน้าบันได

“นอน เข้าใจมั้ย”

“ค่ะ”

ปูนแป้งรับคำเธอรีบเดินขึ้นบันไดแต่ด้วยนิสัยที่สุดแสนจะซุ่มซ่ามทำให้เกือบหงายหลังเพราะเหยียบพลาดดีที่ปริตรไวพอที่จะก้าวขึ้นมารับร่างเธอเอาไว้ไม่ให้ร่วงลงมา ใบหน้านวลร้อนวูบเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับอกอุ่นหัวใจเริ่มกระเจิดกระเจิงเมื่อแขนแข็งแกร่งโอบรัดแม้จะเป็นเพียงแค่การกอดหลวมๆก็ตาม

ชายหนุ่มทำเสียงบางอย่างในลำคอเมื่อดันร่างบางให้ทรงตัวเขาก้าวตามหลังปูนแป้งไปจนเธอก้าวผ่านบันไดขั้นสุดท้าย ถึงได้หันหลังเดินกลับลงมา พยายามจะไม่หันไปมองคนที่ยังยืนอยู่ด้านบนแต่พอหญิงสาวเรียกชื่อแล้วกล่าวคำว่าขอบคุณเบาๆเขาก็หันกลับขึ้นไปแล้วทำแค่เพียงยกมือขึ้นบอกให้รู้ว่าไม่เป็นไร

ปริตรรกลับมาในห้องทำงานแล้วมองพี่บอมกับบันบันนอนรวมกันอยู่ด้านในเบาะอันใหญ่ส่วนเจ้าตัวเล็กนอนหงายอ้าซ่าบนเบาะเล็กทั้งสองอัน

“เสียหมาหมด”

ชายหนุ่มส่ายหน้าเมื่อเห็นท่านอนที่ไม่อาจหาอะไรเปรียบได้ของเจ้าตัวเล็กก่อนจะเดินไปดึงผ้านวมผืนหนามาปูบนโซฟาเพื่อลดความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่27องศาตามคำสั่งของคุณจันทรา

“เดี๋ยวพี่หมาเป็นหวัด แล้วอย่าลืมห่มผ้าให้พี่เขาด้วยนะเข้าใจมั้ย”

ปริตรนึกถึงคำพูดของคุณจันทราแล้วหาผ่าห่มผืนเล็กมาห่มพี่หมาทั้งสองตัวแต่สำหรับเจ้าตัวเล็ก เขาคิดว่าคงไม่จำเป็นเพราะท่าทางจะนอนดิ้น ห่มไปก็เท่านั้น

ชายหนุ่มปิดไฟทั้งหมดเหลือไว้เพียงแสงไฟจากโคมอันเล็กที่ฉายแสงสีนวลก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วเอาผ้าห่มมาวางพาดบนหน้าท้อง อาจเป็นเพราะอดนอนแถมเมื่อตอนเย็นยังนอนไม่เต็มอิ่มทำให้เขาหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

และแล้ว...หายนะก็คืบคลานเข้ามาแสงไฟสะท้อนกับดวงตาวาววับยามเมื่อร่างในความมืดขยับเข้ามาใกล้ มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น

เพราะไม่เคยขึ้นมาบนห้องนอนของปริตรมาก่อนนอกจากเมื่อเย็นที่ขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบกลับลงไปช่วยคุณจันทราในครัวแต่ตอนนั้นเธอไม่มีเวลาแม้แต่จะมองอะไรเสียด้วยซ้ำ

พอตอนนี้มายืนอยู่หน้าเตียงขนาดใหญ่ของปริตร ภาพพระเอกในนิยายก็โผล่ขึ้นมาในความคิดเสียอย่างนั้นแต่ทำไม...ใบหน้าพระเอกของปูนแป้งกลับกลายเป็นพี่ปริตร ไม่ใช่พี่ปราชญ์เหมือนทุกที

หญิงสาวก้มลงมองหน้าปกนิยายเล่มที่ถืออยู่เป็นภาพชายหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงมีสาวสวยนอนเคียงข้างแก้มนวลร้อนวูบก่อนที่จะก้าวขึ้นเตียงช้าๆ แล้วซุกหน้าลงกับหมอนใบใหญ่

ชั่วขณะหนึ่งปูนแป้งนึกเสียดายที่กลิ่นหอมบนหมอนไม่ใช่กลิ่นของพี่ปิดของเธอจิตใจของสาวน้อยเริ่มฟุ้งซ่านจนแทบกู่ไม่กลับเมื่อคิดถึงอ้อมกอดเมื่อครู่ไออุ่นของเขาจางหายไปแล้วแต่สัมผัสยังคงอยู่

จากตอนแรกที่คิดว่าจะนอนอ่านนิยายแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นว่าผล็อยหลับไปแถมยังฝันถึงเจ้าของเตียงว่าเป็นพระเอกในนิยายที่เธอต้องไปทะเลาะตบตีกับนางร้ายเพื่อแย่งเขามา

ที่สำคัญ...ทำไมนางร้ายในฝันของปูนแป้งถึงเป็นนิอรไปได้แล้ว...ปราชญ์ล่ะไปไหนกัน ทำไมในฝันของเธอถึงไม่มีคนที่เฝ้าใฝ่ฝันหามาตลอดเวลาในที่สุดความฝันก็ดำเนินมาถึงตอนที่เธอเป็นผู้ชนะได้พระเอกมาครอง

แต่แล้วปูนแป้งก็ผวาตื่นลุกขึ้นมานั่งหอบใบหน้านวลซีดเผือดหันมองไปรอบตัวแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อรู้แล้วว่ามันเป็นความฝันก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง...

ในความฝัน เธอได้พี่ปริตรมาครอบครองแต่ตอนแต่งงานเจ้าบ่าวกลับกลายเป็นเจ้าตัวเล็กใส่ชุดสูทมายืนเคียงข้าง คอยตอนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงความฝันเธอกับเจ้าตัวเล็กสวมมงคลแล้วนั่งเคียงคู่ มีผู้ใหญ่หลายคนมารดน้ำสังข์ให้ มีพี่ปริตรเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกับคุณจันทราเป็นเพื่อนเจ้าสาว

นี่ตกลงเธอกินอะไรเข้าไปกันนะถึงได้ฝันเป็นตุเป็นตะถึงขนาดนี้...

ปูนแป้งมองเพดานแล้วขมวดคิ้ว ไล่สายตาไปตามลายเส้นแปลกๆมองเห็นเป็นเงารางๆท่ามกลางแสงไฟเจิดจ้า ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองนาฬิกาแล้วเลิกสนใจเจ้าเส้นสีจางนั้นไปทันทีหญิงสาวหลับตาลงดึงหมอนอีกใบมากอดแล้วทอดถอนใจออกมาเบาๆก่อนเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง




Create Date : 29 ตุลาคม 2557
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 18:37:13 น. 2 comments
Counter : 1440 Pageviews.

 
คุงนายจันทรากะคุงพี่ๆๆทั้งหลาย ช่วยหน่อย พี่ปริตรไม่ได้ดังใจเลย


โดย: sakeena IP: 110.169.240.191 วันที่: 30 ตุลาคม 2557 เวลา:10:32:51 น.  

 
ถ้าไม่ได้ผู้ช่วย พี่ปริตรไม่มีทางสมหวังแน่ เก๊กขรึม แถมยังถอดใจตั้งแต่ยังไม่สู้ หารู้ไม่ว่าปูนแป้งเริ่มมีใจให้แล้ววววว
ปูนแป้งฝันได้น่าหัวเราะมาก แต่จะเกี่ยวกับตัวเล็กที่นอนในห้องพี่ปริตรรึเปล่า


โดย: goldensun IP: 61.91.4.2 วันที่: 30 ตุลาคม 2557 เวลา:20:18:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.