Group Blog
 
 
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๓


ตอนที่ ๓

คนที่กำลังจะก้าวออกจากประตูบ้านแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วถอยกลับเข้าไปด้านในอีกครั้งเมื่อสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเบาๆเจ้าของบ้านเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนังด้วยความกังวลเมื่อเห็นว่าเข็มสั้นขยับใกล้เลขหนึ่งเข้าไปทุกที

ปูนแป้งเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาคมแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาอีกรอบหลังจากเล่นปล่อยโฮออกมาเต็มที่ตอนที่ปริตรบอกว่าจะพาไปส่งบ้าน

เธอตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงร้องไห้ออกมามากมายขนาดนั้นแต่พอคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพี่ปริตรหัวใจดวงน้อยเหมือนถูกดึงออกแล้วเขวี้ยงไปไกลแสนไกลมันเบาๆโหวงๆในอกบอกไม่ถูก

“พี่ไปทำงาน ไม่ได้ไปตายสักหน่อย”

พอปริตรพูดออกมาแบบนั้น แทนที่หญิงสาวจะเงียบคราวนี้ชายหนุ่มแทบจะเอาถังมารองน้ำตาแม่เจ้าประคุณ สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ให้ยืมอกเป็นที่ซับน้ำตาเท่านั้นแต่กว่าคุณเธอจะเงียบเสื้อของเขาก็เปียกชุ่มไปหมด

“ฝนตก แต่พี่ไม่มีร่ม”

ปริตรบอกก่อนจะมองหาอะไรที่ใช้กันฝนได้แต่พอคว้าแผ่นพลาสติกมาเพราะคิดว่าแค่ฝนปรอยๆคงไม่เป็นไรฝนก็เหมือนแกล้งพากันเทลงมาราวกับฟ้ารั่ว

เสียงโทรศัพท์ภายในของบ้านดังขึ้นหลังจากที่ปริตรจำต้องถอยเข้ามาด้านในเขามองร่างบางที่เดินไปยืนอยู่หน้าประตูกระจกก่อนจะเดินไปยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

“พี่ปริตร น้องแป้งยังอยู่ที่บ้านพี่หรือเปล่า”

เสียงของปราชญ์ทำให้สายตาที่ยังอยู่ที่ร่างบางเลื่อนกลับมาสบตาตัวเองในกระจกบานใหญ่หน้าโต๊ะหนังสือแทน

“อยู่ พอดีที่บ้านพี่ไม่มีร่มเลยยังไปส่งไม่ได้”

ปริตรตอบก่อนจะหันกลับไปมองร่างบางเช่นเดิม

“ผมจะบอกว่าฝากน้องแป้งไว้กับพี่ก่อนพอดีพวกเราจะไปส่งเพื่อนๆน้องแป้งกับแขกบางคนเพราะรถไม่พอ เรียกแท็กซี่ไม่ได้ด้วยอ้อ...ไม่ห่วงว่าน้าภาจะว่านะพี่เพราะแกเป็นคนบอกให้ผมโทรมาบอกพี่เองว่าฝากน้องแป้งด้วย”

ปราชญ์พูดแล้วก็วางสายไปไม่ได้รอให้พี่ชายตอบรับแต่ปริตรกลับยังถือหูค้างไว้อย่างนั้นจนปูนแป้งหันกลับมา

“แป้งว่าโทรให้รถมารับดีไหมคะพี่ปริตรแป้งไม่อยากให้แม่เป็นห่วง”

ปูนแป้งเดินกลับมานั่งที่โซฟาสายตายังคงมองสายฝนที่ตกหนักด้วยความกังวล

“น้าวิภาฝากให้พี่ดูแลแป้งรถที่บ้านออกไปส่งเพื่อนๆของแป้งกับแขกบางคนที่ไม่ได้ขับรถมาเองตอนนี้ไม่มีรถเหลือสักคัน”

นอกจากของเขา...แต่ประโยคนี้ปริตรไม่ได้พูดออกมาชายหนุ่มเดินมานั่งตรงข้ามกับหญิงสาวแล้วเงยหน้าขึ้นมองขึ้นไปด้านบน

เขากำลังนั่งอยู่ในบ้านที่ตัวเองภูมิใจบ้านไม้ขนาดชั้นครึ่งที่ออกแบบเอง กับหญิงสาวที่...ทำให้อารมณ์เขาแปรปรวนเหมือนสตรีวัยทอง

ปริตรอยากหัวเราะเยาะตัวเองที่พยายามหนีผู้หญิงตรงหน้ามากแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยหนีพ้นคงเป็นเพราะหัวใจมันไม่รักดีคอยแต่จะห่วงใยจนไม่สามารถทำเฉยได้

“อยากอาบน้ำไหมขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องพีก่อนก็ได้นะเสื้ออยู่ในตู้จะใส่ตัวไหนก็เลือกเอา”

ปริตรบอกแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบของที่แช่ไว้ออกมาดูทีละอย่างแต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาก็เดินมาตรงบันไดแล้วดึงลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ตามขั้นบันไดออกมาก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวที่ถูกซักแล้วห่อด้วยพลาสติกไว้มาส่งให้

“ใช้ได้ ของใหม่”

เจ้าของบ้านหนุ่มบอก

“ค่ะ”

เสียงตอบรับดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ปูนแป้งจะได้ขึ้นไปเยือนอาณาเขตส่วนตัวของปริตรเป็นครั้งแรกเพราะทุกครั้งที่มาบ้านหลังนี้เธอจะได้นั่งในห้องรับแขกหรือเข้าไปในห้องหนังสือเท่านั้นส่วนห้องน้ำข้างล่างก็มีแต่เป็นแค่ห้องน้ำที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ

หญิงสาวเดินขึ้นไปชั้นบนก็พบว่าด้านบนที่ชายหนุ่มทำเป็นห้องนอนนั้นถูกกั้นด้วยกระจกฝ้าพอเดินเข้าไปด้านในก็มีประตูไม้เปิดอยู่ภายในแบ่งออกเป็นสองด้าน

ด้านหนึ่งเป็นผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มพอเปิดเข้าไปด้านในเป็นห้องแต่งตัวที่มีเสื้อผ้าจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบบนราวแขวนเสื้อเชิ้ตไล่ระดับสีอ่อนเข้มเรียงไปจนเต็มถัดไปเป็นเสื้อและกางเกงผ้ายืดที่ดูแล้วเธอพอจะอาศัยเอามาใส่แก้ขัดได้

ปูนแป้งเดินกลับมาที่ประตูที่อยู่ตรงข้ามห้องแต่งตัวเธอมองประตูเลื่อนที่เป็นกรอบไม้ตรงกลางเป็นกระจกฝาก่อนจะพยายามมองให้แน่ใจว่าจะมองเข้าไปด้านในไม่เห็นถึงได้ยื่นมือออกไปเปิดแล้วก้าวเข้าไปด้านใน

เธอกวาดตาไปรอบๆห้องน้ำ มันถูกจัดสรรพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าในพื้นที่จำกัดของใช้ที่วางอย่างเป็นระเบียบบอกให้รู้ถึงนิสัยผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านว่าเป็นคนเช่นไร

หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยยังใช้ชุดชั้นในตัวเดิมเพียงแต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดกับกางเกงผ้านิ่มเอวเป็นเชือกรูดที่ปรับขนาดให้พอดีเอวแต่ขากางเกงที่ยาวเกินไปมากมันเป็นปัญหาที่เธอไม่รู้จะแก้ยังไง

วินาทีแรกที่ปูนแป้งก้าวมายืนตรงหัวบันไดปริตรแทบจะทำขวดน้ำหลุดมือเขากวาดตามองเสื้อของตัวเองที่อยู่บนร่างบางที่ยาวลงมาเกือบถึงหัวเข่ากับกางเกงตัวหลวมแล้วเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเพราะแทนที่มันจะช่วยปิดบังร่างบางกลับกลายเป็นว่าแสงไฟที่อยู่ด้านหลังส่องทะลุจนเห็นทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างชัดเจน

หญิงสาวใช้มือหนึ่งถือชุดราตรีสั้นของตนส่วนอีกมือจับขากางเกงดึงขึ้นเพราะว่าถึงแม้จะพับขาขึ้นมามันก็ยังยาวกว่าเท้าเธออยู่ดีโดยพื้นนิสัยของปูนแป้งเป็นคนที่ซุ่มซ่าม ทำอะไรมักจะได้แผลเสมอครั้งนี้ก็เช่นกันที่เธอก้าวลงมาได้เพียงครึ่งทางเท้าก็เหยียบขากางเกงจนหน้าทิ่มถลาลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว

โชคยังดีที่ปริตรยืนอยู่ด้านล่างและกำลังจับตาดูหญิงสาวว่าจะลงมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่พอได้เห็นร่างที่ถลาลงมาจึงก้าวขึ้นไปรับไว้ทันก่อนที่เธอจะหล่นลงมาถึงชั้นล่าง

ปูนแป้งส่งเสียงร้องวี้ดด้วยความตกใจแต่พอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งที่รับเธอไว้ได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียวก็ปิดปากเงียบทำตาโตใจดวงเล็กๆเต้นกระหน่ำเพราะยังตกใจจนลืมไปว่าแขนแข็งๆแนบเข้ากับอกอิ่มมือของเขากางแนบแผ่นหลังส่วนมืออีกข้างก็คว้าราวบันไดยึดไว้เป็นหลักไม่ให้หล่นลงไปด้วยกัน

ริมฝีปากอิ่มเผยอค้างก่อนจะกลายเป็นยิ้มแหยๆเมื่อเห็นว่าชุดของเธอที่กระเด็นหลุดมือหล่นลงมาคลุมศีรษะเขาพอดี

ปริตรก้าวลงมายืนกับพื้นพอตั้งหลักได้ก็ปล่อยมือจากราวบันไดมาดึงสิ่งที่อยู่บนศีรษะตนเองออกใบหน้าเข้มบึ้งตึงหากไม่ใช่เพราะเจ้าชุดฟูฟ่องในมือแต่เป็นคนที่ยังอยู่ในอ้อมแขนตนที่ซุ่มซ่ามจนเกือบเจ็บตัว

“ทำไมไม่ระวัง ถ้าหัวแตกจะทำยังไง”

ปริตรถามเสียงเข้มเขามองหน้าปูนแป้งแล้วอยากจะจับตีสักทีที่ไม่รู้จักระวังตัว

“ขะ...ขอโทษค่ะ แป้งสะดุดขากางเกงคือว่า...มันยาว”

ปูนแป้งบอกแล้วก้มลงมองขากางเกงเลยเห็นว่าแขนของชายหนุ่มนั้นช้อนอยู่ใต้ฐานอกของตนพอดี แก้มนวลร้อนวูบพยายามจะยืนทรงตัวให้ได้แต่ก็ติดขากางเกงที่หลุดลงมาจากที่ม้วนเอาไว้

ปริตรส่ายหน้าเขาจับร่างบางให้ยื่นมือไปเกาะราวบันไดแล้วย่อตัวลงจับมืออีกข้างเกาะบ่าตนไว้ก่อนจะยกเท้าเธอขึ้นเพื่อพับขากางเกงให้ก่อนจะลุกขึ้นแล้วจูงเธอมานั่งบนโซฟาตัวยาว

ชายหนุ่มเดินหายไปครู่ใหญ่ถึงกลับมา ในมือมีเข็มด้ายและกรรไกรจากนั้นปฏิบัติการเนาขากางเกงแบบหยาบๆก็เกิดขึ้นและเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

“ใส่ไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่ขึ้นไปเอาหมอนกับผ้าห่มลงมาให้ คืนนี้นอนนี่ล่ะ เปิดผ้าม่านเอาไว้เรานอนบนโซฟาส่วนพี่จะนอนหน้าประตูระเบียงเอง”

“แต่ว่า...”

ปูนแป้งมองบานประตูเลื่อนแบบกระจกที่สามารถเปิดออกเพื่อรับลมหรือลงไปนั่งเล่นบนสนามหญ้าได้ซึ่งเวลาที่หญิงสาวมาขอหนังสือที่จะทำรายงานมักจะเห็นชายหนุ่มชอบเปิดประตูเลื่อนออกทั้งสองบานแล้วกางโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ นั่งทำงานอยู่ตรงนั้นเสมอ

“พี่จะไม่ปิดม่านคนที่มองเข้ามาจะได้เห็นว่าพี่นอนที่พื้นตรงหน้าประตู ส่วนแป้งก็นอนบนโซฟาต่างคนต่างนอน”

“แป้งไม่ได้คิดว่าพี่ปริตรคิดไม่ดีนะคะแต่แป้งกำลังคิดว่าพี่จะนอนบนพื้นไหวหรือคะ ปวดหลังแย่”

ปริตรยิ้มนิดๆเมือได้ยินว่าหญิงสาวไว้ใจตนเขาเดินไปดึงลิ้นชักใต้บันไดออกลากถุงผ้านวมออกมารวมทั้งผ้าห่มอีกสองผืนที่ใส่ซองพลาสติกเอาไว้อย่างดีก่อนจะวิ่งขึ้นไปด้านบนเพื่อหยิบหมอนลงมาแล้วส่งให้หญิงสาวใบหนึ่ง

“มันนิ่มกว่าหมอนอิงจะนอนสบายกว่าแต่ทนเหม็นหน่อยนะพี่ยังไม่ได้เปลี่ยนปลอกหมอนเลย”

แม้ปริตรจะพูดเช่นนั้นแต่เมื่อปูนแป้งรับหมอนมาเธออยากจะบอกว่ามันไม่ได้เหม็นเลยสักนิดแต่มันเต็มไปด้วยกลิ่นกายของผู้เป็นเจ้าของกลิ่นหอมอ่อนๆของโคโลญ์ที่พี่ปริตรชอบใช้ กลิ่นที่ไม่ว่านานเท่าไรเธอก็ไม่เคยลืม

ปริตรเดินไปปูผ้านวมหน้าประตูเลื่อนก่อนจะกลับมาหยิบหมอนอิงไปโยนเอาไว้เกือบหมดโซฟาเขาหันมามองปูนแป้งที่ล้มตัวลงนอนเอาผ้าห่มผืนหนาคลุมจนเหลือแต่หน้าโผล่มาแล้วเดินไปปิดไฟให้เหลือแค่โคมไฟทรงสูงตรงมุมห้อง

“นอนซะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปส่งที่บ้านแต่เช้า”

ชายหนุ่มบอกเขาล้มตัวลงนอนตวัดผ้าห่มที่บางกว่าคลุมตัวพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าประตู

“พี่ปริตรไม่อาบน้ำหรือคะ”

ปูนแป้งถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งท่าจะนอนโดยไม่ได้อาบน้ำ

“พี่ใส่ชุดเดิมจะดีกว่าถ้ามีคนมาตอนเช้าเขาจะได้เห็นว่าไม่มีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น”

ชายหนุ่มตอบทั้งๆที่ยังนอนอยู่ในท่าเดิม โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังจับจ้องแผ่นหลังของเขานั้นกำลังคิดว่าตนเองจะทำอย่างไรถ้าเกิดพี่ปริตรตอบรับคำเชิญในจดหมาย

หญิงสาวพลิกตัวนอนหันหน้าเข้าหาพนักโซฟาดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกมา ยอมรับว่าใจดวงน้อยเหมือนจะหลุดหายไป

ปูนแป้งไม่ทันคิดเลยว่าทั้งๆที่ตนเองรักปราชญ์ เวลาที่เขาอยู่ที่เชียงใหม่เธอรู้สึกคิดถึงและอยากโทรไปหาเวลาที่เจอหน้าได้พบได้พูดคุยก็สุขใจ แต่เวลาที่เขากลับไปดูแลโรงแรมในเครืออัครมนตรีเป็นเดือนๆเธอกลับไม่รู้สึกใจหายเช่นนี้

หญิงสาวกำลังรู้สึกว่าตนเองเป็นคนเห็นแก่ตัวที่คิดแต่จะยึดพี่ปริตรไว้ข้างๆให้คอยดูแลแม้ว่าจะกลัวพี่ชายที่แสนดุแต่กลับวิ่งมาหาเขาคนแรกทุกครั้งที่มีปัญหาแล้วตอนนี้เธอก็กำลังจะขัดขวางโอกาสที่ดีของเขา

“เป็นอะไร”

น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นข้างๆมือหนาวางลงมาบนต้นแขนเรียวที่สั่นน้อยๆเพราะแรงสะอื้นปูนแป้งพลิกตัวหันกลับมาแล้วโผเข้ากอดคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟาแล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก

“แป้งเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้พี่ปริตรตอบรับจดหมายฉบับนั้นแป้งเป็นน้องสาวที่ไม่ดีเลย”

ใบหน้านวลซบกับบ่ากว้างคำถามฟังกระท่อนกระแท่นจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ทำให้ปริตรถึงกับนิ่งไปมือทั้งสองปล่อยทิ้งข้างลำตัวไม่ยกขึ้นโอบร่างบางอย่างที่ใจกำลังร่ำร้องให้ทำ

เขาหลับตาสองมือกำแน่นบอกกับตัวเองว่า...นี่คือน้องแป้งน้องสาวที่เขาให้คำมั่นว่าจะเป็นอัศวินคอยปกป้องและดูแลเธอจนกว่า...วันที่เธอมีใครที่ดีพอเข้ามาทำหน้าที่ต่อจากเขา

“อีกตั้งหกเดือนถึงเวลานั้นเขาอาจจะไม่ต้องการพี่แล้วก็ได้”

ปริตรพูดเสียงทุ้มทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่เป็นความจริงเลยเพราะแท้ที่จริงแล้วแค่เขาพยักหน้าตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็จะถูกส่งมาให้ในเวลาอันรวดเร็ว

“แต่ว่า...”

ปูนแป้งขยับตัวออกห่าง เธอมองสบตาสีเข้มที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรแล้วกัดริมฝีปากตนเองเหมือนกำลังคิดว่าควรจะเชื่อคำพูดที่บอกดีหรือไม่

ปริตรยกมือขึ้นประคองแก้มนวลทั้งสองข้างมองเห็นคราบน้ำตาเปรอะไปทั้งแก้มก็ใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆเช็ดออกให้รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็นเผยออกมาให้ทำให้ปูนแป้งเผลอยิ้มตอบ แม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่เหยเกจนดูเหมือนจะร้องไห้มากกว่าก็ตาม

“พี่จำสัญญาได้เสมอนะแป้งพี่จะไม่ไปไหนจนกว่าแป้งจะได้เป็นเจ้าสาวของปราชญ์ อย่าร้อง...นอนซะไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ไปส่งปราชญ์ที่สนามบินไม่ไหวนะ”

ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่มเขาพยักหน้าให้หญิงสาวนอนลงแล้วช่วยห่มผ้าห่มให้แต่พอจะขยับตัวมือของเธอกลับคว้ามือหนาเอาไว้

แม้ไม่ต้องพูดปริตรก็เข้าใจเขาขยับตัวนั่งหันหลังพิงโซฟา มือหนายังคงจับมือนุ่มเอาไว้แล้วนั่งฟังเสียงสะอื้นที่ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆจนกระทั่งหญิงสาวหลับ แต่เขากลับยังไม่ยอมปล่อยมือเสียเองหากกลับนั่งมองหน้าคนขี้แยจนตัวเองหลับไปอีกคน

“ถ่ายหรือยัง”

เสียงซุบซิบที่ดังอยู่ตรงสนามหญ้าทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินลัดสนามหญ้ามาอีกทางหยุดชะงักพงศธรขมวดคิ้วเมื่อเห็นต้นเสียงที่กำลังหลบอยู่หลังพุ่มไม้แล้วทำท่าเหมือนมีลับลมคมนัยจึงเดินเข้าไปหา

“ทำอะไรเจ้ามล เจ้ามัค”

คำถามของอาหนุ่มทำให้กมลกับมฆวันหันกลับมาแล้วยิ้มเหมือนเด็กที่กำลังทำความผิดแล้วถูกจับได้พงศธรดึงกล้องถ่ายรูปในมือกมลมาดูก่อนจะก้าวตัดพุ่มไม้ไปดูที่มาของภาพ

“จะถ่ายไปทำไม”

อาหนุ่มหันกลับมาถามหลายชายตัวแสบแล้วทำท่าจะกดลบรูปที่ปริตรกำลังนั่งหลับอยู่ข้างๆโซฟาที่ปูนแป้งนอนอยู่

“อย่านะอา ผมสะสมรูปพี่ปริตรอยู่”

มฆวันรีบร้องห้ามเขาแย่งกล้องของตนเองคืนแล้วรีบกดดูว่าอาได้ลบรูปที่เขาถ่ายออกไปหรือยังก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ทุกภาพยังอยู่ครบ

“แล้วทำไมต้องสะสม”

พงศธรถามด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เห็นว่ามฆวันจะสะสมรูปของหลานชายคนโตไปทำไม

“ตาไงครับอา ตาพี่ปริตรจะดุ เวลามองก็ชอบมองตรงๆจนพวกผมไม่กล้าสบตากับแก”

“สีหน้าด้วยอาพงศ์ พี่ปริตรทำหน้าเคร่งตลอดแต่เวลาอยู่กับน้องแป้งจะผิดไปเลย”

กมลเสริมพลางสะกิดให้มฆวันหารูปพี่ชายคนโตยิ้มให้อาดู

“ผิดยังไง”

พงศธรยื่นมือไปรับกล้องมา เขายังไม่ได้ดูภาพแต่กลับถามหลานชายให้อธิบายเหตุผล

“ผมว่าอาดูเองเถอะ ใครเห็นก็น่าจะรู้”

พงศธรขมวดคิ้วแล้วก้มลงมองภาพในกล้องก่อนจะเข้าใจว่าทำไมมฆวันถึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายสายตาของปริตรในรูปดูอ่อนโยน ริมฝีปากได้รูปยกขึ้นน้อยๆมันเป็นภาพแอบถ่ายที่แสดงความรู้สึกของคนในภาพได้เป็นอย่างดี

“แล้วเรารู้ได้ยังไงว่าปริตรกำลังมองปูนแป้ง”

กมลหันมามองหน้ามฆวันแล้วขยับเข้าไปเลื่อนภาพอีกภาพให้ดูมันเป็นการถ่ายแบบต่อเนื่องและสุดทางของภาพคือน้องแป้งกำลังถูกเจ้าตัวเล็กแย่งลูกชิ้น

“นี่แสดงว่าพวกเรารู้...”

กมลกับมฆวันหันมาสบตากันอีกครั้งก่อนจะพยักหน้า

“มัคสังเกตเห็นก่อนเลยมาเล่าให้ผมฟังหลังจากนั้นพอมัคเห็นพี่ปริตรชอบทำหน้าแบบนี้เวลาเผลอเลยแอบถ่ายรูปเก็บไว้”

พงศธรคืนกล้องให้มฆวัน เขามองเข้าไปในห้องรับแขกของหลานชายด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกส่วนหนึ่งเขารู้สึกภูมิใจกับการแสดงความบริสุทธิ์ใจของหลานชายที่เปิดม่านและพาหญิงสาวให้นอนในที่ๆแสดงออกว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่...อีกด้านหนึ่งเขากลับรู้สึกสงสารหลายชายที่อยู่ใกล้ผู้หญิงที่ตนแอบรักแต่กลับต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่สามารถบอกใครได้

“เก็บรูปเอาไว้ดีๆแล้วกัน อัดมาให้อาสักชุดด้วย”

พงศธรหยิบกระเป๋าออกมาดึงเงินส่งให้มฆวันแต่ชายหนุ่มไม่รับกมลเลยรับมาเสียเอง

“พันเดียวไม่พอหรอกอา ขออีกสอง”

กมลชูสองนิ้วแล้วยักคิ้วด้วยอาการกวนๆ ก่อนจะรับเงินที่อาหนุ่มส่งให้มาจูบ

“เดี๋ยวผมจัดให้ อาจะเอากี่รูป”

“มีเยอะขนาดนั้นเลย”

พงศธรเลิกคิ้ว เขาหันไปจ้องหน้าหลานชายอีกคนเพราะคิดว่าน่าจะแค่ไม่กี่สิบรูปทำไมกมลต้องถามว่าเอาแค่ไหน เพราะคิดว่าที่ขอเยอะกมลน่าขอเป็นค่าเสียเวลามากกว่า

“เกือบสามร้อยรูปครับ”

“สามร้อย”

พงศธรทวนคำเขาไม่คิดว่าปริตรจะมีมุมให้ถ่ายรูปได้มากขนาดนั้น แต่ก็ยังพยักหน้ารับ

“เอาหมดนั่นล่ะ แต่ค่าแรงเราแพงนะเจ้ามลเก็บเงินไว้ระวังปลวกขึ้นนะไอ้ขี้งก”

อาหนุ่มตบบ่าหลายชายทั้งสองคน เขาหันไปมองบ้านชองปริตรอีกครั้งก่อนจะเดินกลับไปทางเก่าโดยมีหลานชายอีกสองคนเดินตามหลังมาติดๆ

พงศธรสอดมือลงในกระเป๋ากางเกงเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าใครคนหนึ่งเขามองคนที่ยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วก้มศีรษะลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“เป็นอย่างที่ทุกคนคิดจริงๆ ตกลงครับ...ผมจะร่วมมือด้วย”




Create Date : 24 กันยายน 2557
Last Update : 24 กันยายน 2557 14:27:25 น. 3 comments
Counter : 980 Pageviews.

 
มาเป็นขบวนการเลย


โดย: annayo IP: 1.47.228.178 วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:21:26:01 น.  

 
สงสารพี่ปริตรอ่ะ ว่าแต่พวกเค้าจะทำอะไรกันนนนน


โดย: pat IP: 14.207.74.224 วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:22:11:45 น.  

 
ร่วมมือกันให้หลานสมหวังใช่มะ น่ารักกันจังเลย


โดย: sakeena IP: 171.96.34.143 วันที่: 26 กันยายน 2557 เวลา:9:21:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.