Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น

     อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นแหล่งพลังแห่งความดี ถ้าจะคิดถึงอาจารย์ป๋วย จึงควรคิดถึงเพื่อจะมีแรงบันดาลใจและสามารถทำความดีได้มากขึ้น

     วิธีคิดถึงอาจารย์ป๋วยให้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นการชี้แนวทางเพื่อการทำความดี คือคิดถึงข้อคิด หลักการ ธรรมะ หรือการกระทำที่ดีๆ ของอาจารย์ป๋วย ซึ่งมีมากมาย ล้วนมีคุณค่า ทรงความหมาย หลายกรณีมีความลึกซึ้ง คมคาย หรือเป็นศิลปะ ควรแก่การจดจำมาเป็นแนวทางหรือประกอบการพิจารณาในการดำเนินชีวิตของเรา เช่น อุดมคติ หรือหลักธรรม หรือคุณธรรมประจำใจ ในการดำเนินชีวิตของอาจารย์ป๋วย คือ 'ความจริง ความงาม และความดี' สามคำนี้มีความลึก หนักแน่น ทรงพลัง ช่วยให้เราจินตนาการสร้างสรรค์ประยุกต์มาเป็นการคิด การพูด และการกระทำ ที่ดี ของเราได้นานัปการ

     อาจารย์ป๋วยได้อธิบายต่อไปว่า เมื่อกำหนด 'ความจริง ความงาม และความดี' เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา หรือเป็นเป้าหมายแล้ว อาจารย์ป๋วยได้เลือก 'หนทางสู่เป้าหมาย' ดังกล่าว โดยอาศัยธรรมะของพระพุทธเจ้าข้อที่ว่าด้วย 'จตุพละ' หรือ 'กำลัง 4 ประการ' อันได้แก่

ปัญญาพละ กำลังจากปัญญา รวมถึงความรอบรู้ ความรู้จริง
วิริยพละ กำลังจากความพากเพียร อุตสาหวิริยะ ไม่ย่อท้อ
อนวัชชพละ กำลังจากการทำสิ่งที่ไม่เป็นโทษ รวมถึงความซื่อสัตย์สุจริต เป็นต้น
สังคหพละ กำลังจากการเกื้อกูลสงเคราะห์ การมุ่งทำประโยชน์ให้

ในภาพใหญ่ของสังคมโดยรวม อาจารย์ป๋วยให้หลักการว่า 'สังคมที่พึงปรารถนา' จะต้องประกอบด้วยคุณธรรม 4 ประการ คือ

1. มีสมรรถภาพ
2. มีเสรีภาพ
3. มีความชอบธรรม (หรือยุติธรรม)
4. มีความเมตตากรุณา

*อาจารย์ป๋วยยังได้เสนอ 'อุดมการณ์' ของสังคมในอีกรูปแบบหนึ่งที่คล้ายคลึงกับ 'สังคมที่พึงปรารถนา' ดังกล่าวข้างต้น โดยใช้คำพูดซึ่งกระชับกินความและเป็นที่จดจำกันจนทุกวันนี้ คำนั้น คือ 'สันติประชาธรรม' อันมีความหมายรวมถึง สันติภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม น่าคิดว่า ถ้านำหลักการซึ่งดูง่ายๆแต่ลึกซึ้งของอาจารย์ป๋วย ว่าด้วย 'สังคมที่พึงปรารถนา' และ 'อุดมการณ์ของสังคม' ที่กล่าวมาแล้ว มาเป็นเกณฑ์วัดการพัฒนาของสังคมไทยในปัจจุบัน จะเห็นว่า เรายังไปได้ไม่ไกลเท่าไรเลย!

     ในส่วนที่เป็นตัวตนของอาจารย์ป๋วยในฐานะ 'ข้าราชการ' หรือ 'เจ้าหน้าที่ของรัฐ' คนหนึ่ง ผมคิดว่าอาจารย์ป๋วยมีลักษณะโดดเด่น เป็นแบบอย่างในการทำหน้าที่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายประการ ที่ทำให้อาจารย์ป๋วยเป็นที่เคารพนับถือ ยกย่อง สรรเสริญ ของคนจำนวนมาก รวมทั้งสามารถนำลักษณะที่โดดเด่นและวิธีทำงานที่ดีของอาจารย์ป๋วยมาเป็นแบบอย่างในการทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

ผมขอนำลักษณะโดดเด่นของอาจารย์ป๋วยบางประการมากล่าวไว้ดังต่อไปนี้

1. ความเมตตาปรารถนาดี อาจารย์ป๋วยมีความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดี อย่างแท้จริง ต่อทุกคนที่อยู่รอบข้าง รวมถึงพนักงานผู้น้อย (เช่น นักการ พนักงานขับรถ) ลูกน้อง ลูกศิษย์ นักศึกษา เพื่อนร่วมงานใกล้ไกล ฯลฯ และความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดี นี้อาจารย์ยังแผ่ขยายอย่างเข้มข้น จริงจังและต่อเนื่อง ไปยังหมู่ประชาชน รวมถึงชาวบ้าน เยาวชน ฯลฯ ทั้งหลายอีกด้วย ซึ่งลักษณะประการหลังนี้นี่เอง ที่ทำให้อาจารย์ป๋วยมองหน้าที่การงานที่ไม่จำกัดวงแคบ แต่ขยายไปถึงแนวทางและวิธีการ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับหมู่ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีโอกาสน้อยในสังคม

2. ความซื่อสัตย์สุจริต ในส่วนตัวของอาจารย์ป๋วยเอง ท่านเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างยิ่งยวด และพร้อมกันนั้น ท่านได้พยายามสนับสนุนและดูแลให้บุคลากรของหน่วยงานที่ท่านบริหารอยู่ มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างจริงจังด้วย เช่นให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์สุจริต ว่าเป็นอันดับแรกของลักษณะที่พึงปรารถนาของบุคลากร ดูแลให้บุคลากรมีระดับรายได้ที่พอสมควรและเพียงพอ เพื่อจะไม่เป็นแรงบีบคั้นให้คิดทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นต้น นอกจากนั้นอาจารย์ป๋วยก็เป็นผู้ที่ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างแข็งขัน ด้วยความกล้าหาญพร้อมกับความฉลาดเฉลียวใช้ปัญญา

3. ความกล้าหาญชาญชัย อาจารย์ป๋วยเชื่อมั่นในความดี ความสุจริต และความสามารถที่บริสุทธิ์ พร้อมทั้งกล้าที่จะต่อต้านความไม่ดี ความไม่สุจริต ความไม่ถูกต้องชอบธรรมทั้งหลายในสังคม บ่อยครั้งอาจารย์ป๋วยกระทำการที่ท้าทายผู้มีอำนาจซึ่งไม่สุจริต ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็น 'จดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง' ที่มีส่วนสำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองให้เป็นแบบ
ประชาธิปไตย ในขณะที่ประเทศยังอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ

4. ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว อาจารย์ป๋วยไม่เคยอ่อนไหวท้อแท้ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวในภารกิจทุกอย่างที่อาจารย์ป๋วยทำ พร้อมด้วยความพากเพียรพยายาม ขยัน อดทน ตั้งแต่เรื่องเล็กสุด จนเรื่องใหญ่สุด อาจารย์ป๋วยเป็นผู้มีพลังมหาศาล พร้อมเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นและสร้างสรรค์เสมอ

5. ความฉลาดเฉลียวรอบรู้ อาจารย์ป๋วยเป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศพร้อมด้วยความฉลาดเฉลียวรอบรู้อย่างยากหาคนเปรียบเทียบได้ อาจารย์ป๋วยอ่านมาก ศึกษามาก ค้นคว้าหาความรู้ ความเข้าใจอยู่เสมอ จึงสามารถทำหน้าที่ทุกด้านได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยอาศัย สติ ปัญญา ความสามารถ ความฉลาด ความเฉลียว ปฏิภาณไหวพริบ รวมทั้งการมีกุศโลบาย มีศิลปะ มีอารมณ์ขัน อย่างยอดเยี่ยม เป็นที่ชื่นชมและเลื่องลือกันอย่างกว้างขวางในช่วงที่อาจารย์ป๋วยทำหน้าที่อยู่และต่อๆ มา

     สรุปแล้ว ถ้าเราจะคิดถึงหรือรำลึกถึง อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปูชนียบุคคลคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย ก็ควรคิดถึงหรือรำลึกถึงในลักษณะที่จะช่วยให้เราได้เห็นคุณความดีของอาจารย์ป๋วยได้อย่างชัดเจน แล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจตลอดจนเป็นแนวทางในการช่วยให้เราสามารถ คิด พูด และทำ ในทางที่สร้างสรรค์ดีงาม เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อหมู่คณะ ต่อส่วนรวม ได้ดียิ่งขึ้นและมากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นคุณูปการอันเนื่องมาจากการคิดถึงหรือรำลึกถึงอาจารย์ป๋วยได้อย่างคุ้มค่าและคู่ควร


ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
ติดตามอ่านได้ใน //gotoknow.org/blog/paiboon/199608

H O M E




Create Date : 21 สิงหาคม 2551
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 22:48:29 น. 0 comments
Counter : 1069 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.