Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
17 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
คลังข่าวและสัมมนา 1

*10ข่าว-10ปม'ร้อน'เย้ยอำนาจรัฐ
ไร้ที่ทำกิน-นายทุน'อยากจน'
ชนวนเหตุรุกป่ากาญจน์เรื้อรัง 23 กรกฎาคม 2550 มีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ จ.กาญจนบุรี กำลังทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยตำรวจรวมกว่า 200 นาย ซึ่งเป็นฝ่ายเข้าตรวจสอบที่ดินบริเวณหมู่ 4 บ้านหนองสองตอน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี กับฝ่ายชาวบ้านกว่า 200 คน ที่ยกขบวนกันเข้าไปจับจองที่ดิน พร้อมประกาศลั่นจะไม่ยอมออกจากพื้นที่ โดยอ้างสิทธิความเป็น'คนไทยผู้ไร้ที่ทำกิน' จนเกือบทำให้'แผ่นดินเมืองกาญจน์'ต้องลุกเป็นไฟด้วยข้อพิพาทที่ดินดังกล่าว แต่หลังสถานการณ์คลี่คลาย มีการตรวจสอบและสรุปผลชี้ชัดว่า บริเวณจุดพิพาทเป็นที่ราชพัสดุ ตามพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ก.)กำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน จ.กาญจนบุรี พ.ศ.2481 กองทัพบกในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบจึงแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนพร้อมพวกในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ ตามที่สืบทราบว่าเป็นผู้ชักใยให้ชาวบ้านเข้ามาบุกรุกเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งคดีนี้อัยการได้ส่งฟ้องศาลไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม...ปัญหานายทุนต้องการฮุบที่ดินโดยเอาประชาชนมาเป็นเกราะกำบังในการกระทำผิด รวมทั้งเข้ามากว้านซื้อที่ดิน ภ.บ.ท.ในเขต จ.กาญจนบุรีนั้นมีมากขึ้น โดยเฉพาะการนำผืนดินที่ได้รับหลักฐานการจับจองและเสียภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.5)ไปขายสิทธิให้นายทุน
จากนั้นนายทุนในคราบของผู้ยากจน-ไร้ที่ทำกิน จะนำที่ดินเหล่านั้นไปดำเนินการขอเช่าที่ดินจากภาครัฐอย่างถูกต้อง โดยผ่านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งประเด็นนี้ทำให้การบุกรุกที่ทำกินกลายเป็นปัญหาเรื้อรังไม่จบสิ้น และจะยิ่งทำให้สถานการณ์การบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น เพราะนี่อาจเป็นบรรทัดฐานที่หลายคนนำมาอ้างถึงก็เป็นได้...
*ปักปันเขตแดนไทย-เขมรไม่คืบ ปมปริศนาคาใจชาวอรัญประเทศ
ณ วันนี้ ปัญหาการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังไม่คืบหน้าทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 30 ปี
นับจากปี 2513 เมื่อครั้งเกิดสงครามเผ่าพันธุ์กันเองของประเทศกัมพูชา ประชาชนนับแสนคนอพยพหนีตายเข้ามาอาศัยในเขตไทย ด้านทิศตะวันออกของบ้านดงงู อ.อรัญประเทศ ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ก็เข้าใจกันดีว่าชาวกัมพูชาขอเข้ามาพักพิงชั่วคราวเท่านั้น
ครั้นเวลาล่วงมากว่า 30 ปี ความหวงแหนในพื้นที่ที่อยู่อาศัยจึงเกิดขึ้น ลูกหลานคนรุ่นใหม่ชาวกัมพูชา ต่างเข้าใจว่าพื้นที่ตรงนี้คือบ้านเกิดเมืองนอน ขณะเดียวกันหลักเขตบางจุดที่ปักปันไว้แต่ดั้งเดิมถูกทำลาย ผู้ที่ร่วมสร้างร่วมทำเสียชีวิตไปแล้วก็มีมาก ที่หลงเหลืออยู่อายุมาก พูดคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง บ้างไม่สามารถเดินไปไหนได้
หลังสงครามสงบลง คนไทยเจ้าของที่ดินต้องการที่ดินกลับคืนจากการครอบครองของชาวกัมพูชา แต่ไม่สามารถขอคืนได้ ด้วยเหตุผลคือไม่มีหลักฐานเขตแดนที่ชัดเจน เพราะหลักเขตได้ทำลายทิ้งไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครรู้ คงทิ้งปริศนาให้คนรุ่นหลังโต้เถียงกันไม่สิ้นสุด
ที่สำคัญเป็นเรื่องแปลกที่ประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐไทย ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ ทั้งเรื่องอธิปไตย การทำการค้าธุรกิจ ที่ไม่หนุนเนื่องกัน ปัญหาจึงถูก'กลบๆ'ไว้ตลอดมา
นายทุนท้าทายกฎเหล็ก'ทภ.3' ผุดรีสอร์ตบนที่ดิน'รอส.เขาค้อ'
ปี 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเยี่ยมทหารผู้บาดเจ็บจากการสู้รบกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.) ซึ่งยึด'เขาค้อ' อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นฐานที่มั่น และทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่สองข้างทางบน'เขาค้อ' เป็นการสร้างแนวป้องกัน ผกค.ไม่ให้กลับมายึดพื้นที่คืนได้อีก
'หมู่บ้านยุทธศาสตร์พัฒนา'จึงถูกจัดตั้งขึ้น และมีการเปิดรับสมัครราษฎรอาสาสมัคร(รอส.)เข้ามาอยู่อาศัย พร้อมจัดสรรที่ดินทำกินให้ครอบครัวละ 15-20 ไร่ โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามแบ่งแยก หรือโอนที่ดินให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ตกทอดเป็นมรดก หากผิดเงื่อนไขจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ทันที หลังสิ้นเสียงปืนจนถึงปัจจุบัน ที่ดิน'รอส.เขาค้อ'ถูกพลิกโฉมจาก'สมรภูมิเลือด'กลายเป็นทำเลทอง มีนายทุนหมายปองเป็นเจ้าของ เพื่อทำธุรกิจรีสอร์ตและสร้างบ้านพักตากอากาศ
ยิ่งช่วงกลางปี 2550 ทภ.3 ต้องส่งมอบพื้นที่คืนให้กับกรมป่าไม้ หลังขอใช้พื้นที่ครบกำหนด 30 ปี ยิ่งมีการลอบซื้อขายที่ดิน รอส.กันเป็นจำนวนมาก รีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศก็เริ่มผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด แบบท้าทายกฎเหล็กของ ทภ.3 ที่'ห้ามซื้อขาย'อย่างเคร่งครัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้...ในเดือนตุลาคม 2549 กองพลทหารที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ทภ.3 ได้นำรายชื่อ 9 นายทุนเข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.เขาค้อ กล่าวหาว่าบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดิน รอส.โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่คดีก็เงียบหายไป
มีนาคม 2550 กองพลทหารที่ 1 มีหนังสือแจ้งไปยัง รอส.และนายทุน 33 รายให้เข้าชี้แจง หลังพบว่าลอบซื้อขายและบุกรุกครอบครองที่ดิน รอส. โดยรายชื่อและคำชี้แจงได้ถูกส่งไปยัง ทภ.3 แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบเฉกเช่นเดิม
แม้ล่าสุดผู้บุกรุกส่วนหนึ่งจะอยู่ระหว่างการส่งฟ้องของอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ก็เป็นผู้ถูกดำเนินการเพียงส่วนน้อยเท่านั้น! ที่ดิน'รอส.เขาค้อ'จึงยังเป็นปัญหาที่ถูกเฝ้าจับตาอย่างไม่กะพริบ!!
*จับตาที่ดินพิพาทร.ฟ.ท.บุรีรัมย์ จับตาตรวจสอบที่ดิน'ชิดชอบ'
28 พฤษภาคม 2550 ตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 4,15 ต.อิสาณ และหมู่ 9,11,16 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คนชุมนุมประท้วงหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)เข้ามาแก้ไขกรณีมีการกล่าวหาราษฎรทั้ง 5 หมู่บ้านดังกล่าวกว่า 1,000 ครอบครัว บุกรุก-จับจองที่ดินทับที่ดินรถไฟ โดยชาวบ้านอ้างว่ามีความพยายามใช้อำนาจและกลไกรัฐ ในการขับไล่รวมถึงเพิกถอนสิทธิในที่ดินดังกล่าว ทั้งที่ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาเป็นระยะเวลายาวนาน รวมทั้งมีเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3 และสค.1 ครอบครองอย่างถูกต้อง
การประท้วงครั้งนี้อุบัติขึ้น หลังจากที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เข้าไปตรวจสอบกรณีการรุกที่ดิน ร.ฟ.ท.ในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ของตระกูลนักการเมืองชื่อดังตระกูล'ชิดชอบ โดยกล่าวหาครอบครองโฉนดที่ดินหลายแปลงทับที่ดินของ ร.ฟ.ท.ใกล้วนอุทยานเขากระโดง ต.อิสาณ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับ 5 หมู่บ้าน ที่เกิดข้อพิพาทกับ ร.ฟ.ท.มาตลอดตั้งแต่ปี 2517 ชาวบ้านจึงเกรงอาจส่งผลให้มีการเพิกถอนสิทธิ์การครอบครองที่ดินตามไปด้วย ล่าสุดนายเกษม วัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากรณีที่ดินของ ร.ฟ.ท.ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า สนช.ได้ส่งผลการตรวจสอบที่ดินแปลงของตระกูล'ชิดชอบ' ให้กรมที่ดินดำเนินการพิจารณาเพิกถอนโฉนด รวมถึงส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ.)ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการเพิกถอนสิทธิ์ครอบครองแต่อย่างใด
เรือน้ำตาลล่ม-น้ำเน่าอ่างทอง
รง.ชูรสฟ้องแกนนำม็อบ58ล. - 12 มีนาคม 2550 เกิดเหตุปลาลอยตายเป็นเบือในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงรอยต่อ จ.อ่างทอง กับ จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นหลายฝ่ายพุ่งเป้าไปยัง 2 สาเหตุ คือเรือบรรทุกน้ำตาลทรายแดง จำนวน 650 ตัน เกิดอุบัติเหตุล่มในพื้นที่ หมู่ 4 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง และโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งลอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ
14 มีนาคม ชาวบ้านผู้เลี้ยงปลาในกระชัง สองฟากแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ลุกฮือปิดล้อมโรงงานผลิตผงชูรสยี่ห้อดัง เพื่อกดดันให้รับผิดชอบจ่ายค่าชดเชย 47 ล้านบาท เพราะสงสัยมีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย เป็นเหตุให้ปลาตายจำนวนมาก ทว่า...ต่อมากรมควบคุมมลพิษ(คพ.) สรุปผลวิเคราะห์ระบุสาเหตุมาจากเรือบรรทุกน้ำตาลล่ม พร้อมส่งข้อมูลให้อัยการจังหวัดอ่างทองดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้อง 41 ล้านบาท
จากผลสรุปดังกล่าว ทางโรงงานผลิตผงชูรสจึงยื่นฟ้องกลุ่มแกนนำชาวบ้านตกเป็นผู้ต้องหา ฐานร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ มูลค่ากว่า 58 ล้านบาท ล่าสุดแกนนำม็อบปลาเน่าซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล พร้อมตั้งทนายสู้คดีแล้ว
ชะตากรรม'ม้งลาว'เคว้ง หลังอเมริกาจับ'วัง เปา'
พลันที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งเจ้าหน้าที่จู่โจมจับกุมนายพลวัง เปา ผู้นำกองทัพม้งกู้ชาติ และพวกผู้ร่วมขบวนการต่อต้านลาว(ขตล.)ในแหล่งพำนักที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังพบเบาะแสวางแผนระดมเงินเกือบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ สั่งซื้ออาวุธสงครามร้ายแรง เพื่อส่งต่อ'ขตล.'ที่เป็นม้งอพยพในไทย โดยมีเป้าปั่นป่วนกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปปล.)นั้น... ไม่เพียงเสมือนเป็นการดับฝันของชนชาวม้งในการกู้ชาติอีกครั้ง!
แต่ยังกระทบถึง'ม้งลาว'เกือบ 8,000 ชีวิต ซึ่งอพยพลี้ภัยอยู่ที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยคนเหล่านี้ตั้งความฝันว่าสักวันหนึ่งยูเอ็นเอชซีอาร์จะส่งไปยังประเทศที่สาม กลับต้องถูกเพ่งเล็งอีกครั้ง ขณะเดียวกันการส่งกลับ'ม้งลาว'ไปประเทศลาว ก็ต้องถูกชะลอทอดเวลาออกไปอย่างไร้กำหนด ทั้งที่ทางการไทย-ลาวจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาหลังบรรลุข้อตกลงในระดับรัฐบาลแล้ว ล่าสุดยังมีเสียงขู่จากม้งลาวกลุ่มนี้ โดยยืนกราน'หากถูกส่งกลับขอตายบนแผ่นดินไทยดีกว่า' ถึงเวลานี้ชะตากรรมของม้งลาวบ้านห้วยน้ำขาวยังเคว้งคว้าง
ส่วนไทยก็ยังต้องแบกรับบทบาทเป็น'ม้าอารี'ต่อไป
กระแสอนุรักษ์โหมแรง - ต้าน3โรงไฟฟ้าถ่านหิน
เวลา 09.00น.วันที่ 3 กันยายน ชาวระยองกว่า 5,000คน รวมตัวกันที่บริเวณริมถนนสุขุมวิท หมู่ 5 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ตรงข้ามบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไออาร์พีซี การชุมนุมเป็นอย่างยืดเยื้อจนถึงเวลา15.30น.วันที่ 5 กันยายน กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวน ไปยังบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดระยอง
นายพลวัต ชยานุวัชร ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ออกมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับแถลงว่า บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัท แม่ของ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ไม่มีนโยบายก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่จ.ระยอง ดังนั้นบริษัท ไออาร์พีซี ไม่สามารถยื่นซองประกวดราคาได้ในวันที่ 19 ตุลาคม 2550 สิ้นคำแถลงของนายพลวัต บรรดาชาวม็อบพากันไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี
ขณะที่ชาวแม่กลอง นับหมื่นคนรวมตัวกันในวันที่ 5กันยายน ที่หน้าที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อแสดงความเห็นคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากถ่านหิน ขนาด 800เมกกะวัตต์ บริษัท แบ็บค็อก แอนด์ บราวน์ ร่วมทุนกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ ซึ่งมีแผนจัดสร้างที่ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม การชุมนุมของชาวแม่กลองทำให้โครงการฯชะงักอย่างฉับพลัน
ถัดมาอีกเดือนเศษ คือวันที่ 25 ตุลาคม กลุ่มชาวฉะเชิงเทรา ระดมกำลังต่อต้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง ซึ่งบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขนาด 800 เมกกะวัตต์ มีแผนก่อสร้างริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงตรงข้ามที่ว่าการอำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
การผนึกกำลังของกลุ่มประชาชนในพื้นที่3จังหวัดเพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหินในห้วงเวลาติดๆกันดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของชุมชนต่อกระแสอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการปฎิกริยาต่อต้านมลพิษ เพิ่มระดับความเข้มข้นจนเป็นน่าจับตา
10ปีเหยื่อตะกั่ว'คลิตี้' จับตา'เคมโก'ซ้ำรอยเดิม?
'คลิตี้'ชุมชนเล็กๆ ที่เงียบสงบในผืนป่าตะวันตกป่าติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กลับกลายเป็นแหล่งมลพิษ หลังโรงแต่งแร่ของบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ'เหมืองคลิตี้' เข้าไปตั้งอยู่นั่น
ปี2541 ชาวคลิตี้พากันเจ็บป่วยกันระนาวเนื่องจากแหล่งน้ำในพื้นที่ปนเปื้อนไปด้วยตะกั่วที่มาหางแร่ตะกั่วของเหมืองคลิตี้ นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ชาวคลิตี้ พร้อมพวกรวม 8 คน ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทฯ จำนวน119,036,400 บาทพร้อมเรียกร้องให้ฟื้นฟูลำห้วยให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ปี 2549 ศาลชั้นต้นพิจารณาตัดสินคดีให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหาย 4 ล้านบาท ในข้อหาละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 คดีอยู่ระหว่างอุทรณ์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมชาวคลิตี้รวม 151 คน ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีเรียกค่าเสียหายกับบริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ฯ จำนวน1,041ล้านบาท ด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน เนื่องจากชาวคลิตี้เห็นว่าค่าชดเชยน้อยกว่าที่ได้รับผลกระทบ และสภาพแวดล้อมยังไม่ได้รับการฟื้นฟูให้ดีขึ้น ตะกอนตะกั่วยังคงอยู่ในท้องน้ำลำห้วยคลิตี้ถึง 14,989 ตัน
ขณะเดียวกัน บริษัท กาญจนบุรีเอ็คซ์โพลเรชั่น แอนด์ไมนิ่ง จำกัด(เคมโก) ในเครือบริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์พยายามผลักดันให้รัฐอนุญาตนำแร่ของเหมืองคลิตี้ที่เหลืออยู่ราว 9หมื่นตันไปแต่งที่เหมืองเค็มโก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ แต่องค์กรอนุรักษ์รวม 10 องค์กร ผนึกกำลังคัดค้านเพราะหวั่นเหตุซ้ำรอยเหมือนเช่น'เหมืองคลิตี้'
แกะรอยขบวนการค้าช้าง'ข้ามชาติ'
เพียงชั่วเดือนเดียวของมีนาคม2550 เจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยต่างๆ จับกุมขบวนการนำช้างทั้งเข้าและออกผ่านชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้ถึง 13เชือก โดยเมื่อวันที่ 4มีนาคม เจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มลักลอบนำลูกช้างป่าวัย4เดือนเศษ จากชายแดนฝั่งพม่าเข้ามายังฝั่งไทย ที่ปางช้างบริเวณหลังวัดอิติสุคโต ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 10 มีนาคม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จับกุมขบวนการลักลอบนำช้างป่า2เชือกจากประเทศพม่า โดยใช้เรือบรรทุกข้ามลำน้ำสาละวิน เข้าไทย ด้านอ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ต้องหาทั้ง5คนมีทั้งชาวไทยและพม่ายอมรับสารภาพเพียงว่าซื้อจากฝั่งพม่าในราคา 520,000บาท เพื่อนำไปส่งขายให้นายทุนฝั่งไทยราคา 560,000บาท
วันที่ 11มีนาคม เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ประจำด่านกักกันสัตว์สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จับกุมช้าง10เชือกพร้อมคณะควาญช้าง ต่อมาศาลพิพากษาในความผิดฐานไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 34 พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 เป็นเงิน 500 บาท และให้ปล่อยช้างของกลาง
พฤติการณ์ของกลุ่มนายทุนลักลอบนำเข้าช้างจากประเทศเพื่อนบ้านมุ่งเป้าเพื่อฟอกช้างป่าเป็นช้างบ้านก่อนส่งออกประเทศที่สาม ทำอย่างต่อเนื่องและถือเป็นขบวนการลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง
คดี'ตายแล้วเกิดใหม่' สะท้อนกลไกรัฐ'เหลว'
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 ตำรวจชุดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.ลพบุรี ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.พรชัย ไข่สนอง รองผู้กำกับการ บุกเข้ารวบตัวนายขาว ไชยายงค์ หรือชื่อเดิมส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม อายุ 49 ปี อยู่บ้านตามบัตรประชาชนเลขที่ 317 หมู่ 2 ต.ลำพยนต์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ แต่เช่าบ้านอยู่ในต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี ส.อ.โกมลรับสารภาพว่า เมื่อปี พ.ศ.2534 ตำรวจ สภ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จับกุมตัวในคดีลักลอบขายอาวุธสงคราม จากนั้นถูกส่งตัวฟ้องต่อศาล และศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกเป็นเวลา 16 ปี จากนั้นได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ออกมา
ในระหว่างนั้นส.อ.โกมลลักลอบขายยาบ้า ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.ลพบุรี จับกุมได้อีกครั้งและส่งตัวฟ้องต่อศาลจังหวัดลพบุรี แต่ส.อ.โกมลยื่นขอประกันตัวออกมาสู้คดี ต่อมาวันที่ 7 กรกฎาคม 2541 ส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม แจ้งตายที่อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และแจ้งเกิดพร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนายขาว ไชยายงค์ ที่อ.เมือง จ.มุกดาหาร
หลังแจ้งเกิดใหม่ได้แล้ว ส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม หรือชื่อใหม่นายขาว ไชยายงค์ ย้ายไปอยู่ที่อ.เขาสมิง จ.ตราด ขอทำบัตรประชาชนใหม่แล้วย้ายไปอยู่จังหวัดต่างๆอีกหลายจังหวัด วกกลับเข้าไปอยู่บ้านเลขที่ 317 หมู่ 2 ต.ลำพยนต์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงย้อนกลับมาอยู่บ้านภรรยาที่ในจ.ลพบุรี ก่อนที่จะถูกจับกุมตัวอีกครั้งดังกล่าว โดย ส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม หรือชื่อใหม่นายขาว ไชยายงค์ หลังแจ้งตายและแจ้งเกิดใหม่แล้ว สามารถลอยนวลอยู่รวมกับคนดีในสังคมได้นานถึง 8 ปีเลยทีเดียว
ส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม หรือนายขาว ไชยายงค์ รับสารภาพว่า เรื่องแจ้งตายแล้วแจ้งเกิดใหม่ นางสายหยุด พุ่มยิ้ม ภรรยา เป็นคนวิ่งเต้นทำเรื่องให้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงน้อยนิด กล่าวคือ ในส่วนของการแจ้งตายเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาท ในส่วนของการแจ้งเกิดใหม่ ก็เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาท เช่นกัน ส.อ.โกมลให้ตัวแทนนำใบมรณะบัตรไปแสดงต่อศาลจังหวัดลพบุรี ขอปิดคดีจำหน่ายยาบ้า และนำไปยื่นต่อศาลจังหวัดสระแก้ว ปิดคดีลักลอบจำหน่ายอาวุธปืน จากนั้นขอถอนหลักทรัพย์ในการประกันตัวกลับคืน
การจับกุมส.อ.โกมล พุ่มยิ้ม เมื่อวันที่ 2พฤษภาคม 2550 เจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุมนางสายหยุด พุ่มยิ้ม ภรรยา และนายประกัน พร้อมกับส่งฟ้องส.อ.โกมลต่อศาลจังหวัดลพบุรี ศาลตัดสินจำคุกในคดีปลอมและใช้เอกสารอันเป็นเท็จเป็นเวลา 1 ปี บวกกับคดีลักลอบจำหน่ายยาบ้าอีก 9 ปี เป็นจำคุก 10 ปี นอกจากนี้ยังต้องถูกจำคุกในคดีลักลอบจำหน่ายอาวุธสงครามอีก 16 ปี รวมทั้งหมด 26 ปีที่ต้องติดคุกชดใช้กรรมที่ทำไว้ จ.ลพบุรี ปิดคดีตายแล้วแจ้งเกิดใหม่ แต่ในจ.กาญจนบุรี จ.มุกดาหารและจ.ตราดซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าเกี่ยวข้องกับการออกหลักฐานเท็จให้กับส.อ.โกมล ปรากฎว่ายังไม่มีหน่วยงานใดเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว
คดีนี้สะท้อนให้เห็นระบบการตรวจสอบของฝ่ายรัฐที่ล้มเหลวชัดเจน


* สารพัดข่าวร้อนแห่งปี 2550
1.น้ำแข็งขั้วโลกละลาย
กระแสข่าวโลกร้อนมาแรงแซงโค้งข่าวอื่นใด ตั้งแต่กลางปีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา (นาซา) ออกแถลงการณ์การตรวจวัดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นตัวการหลักในการทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนในชั้นบรรยากาศโลกว่า ขณะนี้ถึงขั้นสูงสุดวัดได้ 383 ส่วนในล้านส่วน ยังไม่นับรวมถึงปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ระหว่างการเดินทางถึงชั้นบรรยากาศ ทั้งนี้ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดังกล่าวอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นาน 50-200 ปี นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาดการณ์กันว่าอีกไม่ถึง 3 ปี จะเกิน 400 ส่วนในล้านส่วนแน่นอน และเมื่อใดที่เกิน 450 ส่วนในล้านส่วน อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส เมื่อนั้นอัตราความเร็วของการละลายน้ำแข็งขั้วโลกก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย ผลกระทบกับไทยคือ
คลื่นน้ำเย็นที่ไหลมาจากหมู่เกาะนิโคบาร์เข้ามาในน่านทะเลไทย ทำให้อุณภูมิน้ำทะเลอันดามันลดลงเหลือ 15 องศาเซลเซียส จากปกติอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส กระแสคลื่นน้ำเย็น แม้จะเข้ามาเป็นช่วงๆ ครั้งละประมาณ 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แต่ผลเสียคือทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง เป็นสาเหตุให้ปะการังอ่อนและสัตว์น้ำช็อคตาย
ระวัง !! อย่ามีลูก !! ดร.จิรพล สินธุนาวา นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เตือนคู่สมรสว่าไม่ควรมีลูก เพราะอีก 5-7 ปีข้างหน้า เด็กอาจจะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เพราะต้องผจญกับโรคภัยไข้เจ็บจากเชื้อโรคทั้งชนิดเก่าและใหม่ที่แข็งแรงมากขึ้น
ทะเลกรดเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยิ่งมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นเท่าไร ยิ่งมีส่วนเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเร็วขึ้น ในปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นนั้น ร้อยละ 48 ไม่ได้อยู่ในอากาศ แต่จะละลายลงไปในน้ำ และเกือบทั้งหมดอยู่ในน้ำทะเล ทำให้ค่าความเป็นกรดด่างเปลี่ยนไป ทำให้วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตในทะเลเปลี่ยนไปด้วย หิ้งน้ำแข็ง คือ น้ำแข็งที่ตกลงมาจากยอดเขาบริเวณขั้วโลกใต้ลงสู่ทะเลรอบมหาสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งอุณหภูมิฤดูหนาวบริเวณขั้วโลกประมาณ -30 องศาเซลเซียสนั้น จะทำให้น้ำแข็งที่ตกลงมาไม่ละลาย แต่จะเกาะติดแน่นเป็นทางตามลาดไหล่เขาไปจนถึงบริเวณชายฝั่ง เมื่อถึงฤดูร้อนอุณหภูมิขั้วโลกจะลดเหลือประมาณ -10 องศาเซลเซียส เป็นเหตุให้หิ้งน้ำแข็งเหล่านั้นละลายมีปริมาตรหลายพันลูกบาศก์กิโลเมตร มากพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าเดิมถึง 64 นิ้ว หรือ 163 เซนติเมตร ในปี พ.ศ.2643
2."นิวเคลียร์" ค่าโง่ที่รัฐลืม
โครงการก่อสร้างศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์ จ.นครนายก ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ที่ ปส.อาจจะต้องเสียค่าโง่กว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากถูกบริษัท เจเนรัลอะตอมมิคส์ (จีเอ) ซึ่งรับเหมาดำเนินโครงการฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วยเหตุว่า ปส.ทำผิดสัญญานั้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะที่กำกับดูแล ปส.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะมีมูลที่น่าเชื่อว่าเกิดจากการปฏิบัติราชการโดยมิชอบของข้าราชการบางคน แต่จนบัดนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี ยังไม่สามารถหาตัวผู้รับผิดชอบได้
3.จับตา "ธีออส"
หลังจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ประกาศเปิดตัวดาวเทียมธีออส ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการระหว่างรัฐบาลไทยและฝรั่งเศส มีบริษัท เอียดส์ แอสเตรียม (EADS Astruim) ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 งบประมาณ 6,000 ล้านบาทเศษ กำหนดแล้วเสร็จและปล่อยขึ้นสู่อวกาศเดือนตุลาคม 2550 ที่ศูนย์อวกาศยาสนี ประเทศรัสเซีย สุดท้ายต้องเลื่อนกำหนดปล่อยดาวเทียมเป็นมกราคม 2551 ทั้งนี้ ปัญหาเกิดจากความไม่ลงตัวในการเจรจาความรับผิดชอบจัดเก็บเศษชิ้นส่วนดาวเทียมหลังปล่อยขึ้นสู่อวกาศ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองคือ เมื่อดาวเทียมธีออสขึ้นสู่อวกาศ ประเทศไทยจะมีความคุ้มค่าในแง่ใดบ้าง เบื้องต้นพบว่า ดาวเทียมดังกล่าวสามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดภาพขาวดำ 2 เมตร และความละเอียดภาพสีแค่ 15 เมตร ซึ่งหากมีเมฆหรือช่วงเวลากลางคืนก็ไม่สามารถถ่ายภาพได้ และหากเกิดภัยพิบัติ อาทิ น้ำท่วม ก็ไม่สามารถถ่ายภาพเพื่อแจ้งเตือนได้ทันท่วงที แบบนี้เรียกว่าคุ้มค่าหรือไม่ คงต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณาเอง
4.พ.ร.บ.เหล้า การต่อสู้ที่ยังไม่จบ
ลุ้นกันตัวโก่งกับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.... เนื่องจากมีกระแสคัดค้านกันรุนแรง แต่นักวิชาการ ภาคีเครือข่าย ก็ไม่ย่อท้อร่วมกันผลักดันโดยล่า 13 ล้านรายชื่อ เพื่อให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่โค้งสุดกฎหมายฉบับนี้ก็เกือบจะตกวาระ ในที่สุด สนช.ต้องยอมตัดมาตราที่ว่าด้วยเรื่องการห้ามโฆษณาออก เพื่อให้กฎหมายผ่านสภา โดยให้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดเกณฑ์การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การควบคุมจะไม่ต่ำกว่ากฎหมายฉบับเดิม และยังมีการเพิ่มเติมรายละเอียด อาทิ การกำหนดอายุผู้ซื้อจาก 18 ปี เป็น 20 ปี และห้ามขายสุราให้แก่บุคคลที่อยู่ในอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ และเพิ่มวันห้ามขาย เช่น วันสำคัญทางศาลนา วันครอบครัว โดยเชื่อว่า กฎเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากน้ำเมาได้
5.ซีแอล ชัยชนะของคนไทย
ถือเป็นหนึ่งภารกิจที่สำคัญและเป็นผลงานชิ้นเอกของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่สามารถทำได้สำเร็จหลังจากที่มีความพยายามมาเกือบ 20 ปี แม้ว่าประเทศไทย ต้องเผชิญแรงกดดันจากบริษัทยาข้ามชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่เจตนารมณ์ที่ชัดเจน รวมถึงการทำงานอย่างเปิดเผย โปร่งใส ทำให้ไทยสามารถประกาศซีแอลกับยาตัวแรก คือ ยาต้านไวรัสเอดส์ เอฟฟาไวเรนซ์ ต่อมาในเดือนมกราคมปี 2550 ก็ประกาศซีแอลยาอีก 2 ตัว คือ ยาต้านไวรัส "คาเลตตร้า" และยาสลายลิ่มเลือดหัวใจและหลอดเลือด "พลาวิกซ์" และในช่วงต้นปี จะมีข่าวดีกับยารักษามะเร็ง 4 รายการ คือ ยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งทางเดินอาหาร "อิมาทินิบ" ยารักษามะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม "โดซีแทคเซล" ยารักษามะเร็งปอด "เออร์โลทินิบ" และยารักษามะเร็งเต้านม "เล็ทโทรโซล" ซึ่งเป็นยาที่ติดสิทธิบัตรทั้งหมด ถือเป็นข่าวดีของผู้ป่วยที่ไร้โอกาส และภาวนาว่ารัฐบาลต่อไป จะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ไม่แพ้กัน
6."โรคระบาด"ปัญหาธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
"โรคระบาด" และ "โรคติดต่อ" ยังเป็นปัญหาใหญ่ ในรอบปีมีการจากรายงานจากการสอบสวนการเกิดโรคระบาดในประเทศ ทั้งสิ้น 495 กรณี มีรายงานผู้เสียชีวิต และป่วยจำนวนมาก ทำให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน และรักษาให้เข้มงวด เช่น ไข้หวัดใหญ่ เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย ไข้เลือดออก ป่วย 60,625 ราย เสียชีวิต 83 ราย มาลาเรีย ป่วย 28,764 ราย เสียชีวิต 38 ราย อหิวาต์ ป่วย 927 ราย เสียชีวิต 7 ราย โรคบิด ป่วย 14,514 ราย โรค โรคมือ เท้า ปาก ป่วย 11,846 ราย และโรคไข้หวัดนก ขณะที่โรคระบาดใหม่ก็เป็นโรคที่น่ากังวล เช่น "โรคลิซมาเนีย" เป็นโรคในแถบตะวันออกกลางมีแมลงเป็นพาหะ ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างมากเพราะจากรายงานพบคนไทยติดเชื้อถึง 3 ราย แต่ยังไม่สามารถหาวงจรของการติดเชื้อของโรคในไทยได้ นอกจากนี้ ยังมีโรคติดต่อข้ามแดนที่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยนานแล้ว เช่น โปลิโอ วัณโรค
7.กองทุนสปส.บอร์ดฯ บริหารพลาด
ช่วงปี 2550 ถือได้ว่าเป็นย่างก้าวแห่งการทบทวนของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพราะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เนื่องจากมีกองทุนกว่า 4 แสนล้านบาท ผู้ประกันตนราว 9 ล้านคน แต่คณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคมกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะนอกจากไม่สามารถรักษาผลประโยชน์เพื่อผู้ประกันตนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ยังถูกครหาถึงเรื่องการทุจริต อาทิ การจัดซื้อที่ดินและอาคารวัฏจักร เพื่อสร้างเป็นสำนักงานเขตและศูนย์ฝึกอบรม ที่ถูกยกเลิกโครงการ และโครงการติดตั้งระบบข้อมูลสารสนเทศแรงงาน มูลค่า 2.8 พันล้านบาท ที่มีการงุบงิบเซ็นสัญญากับภาคเอกชน และนำเงินร้อยละ 10 ของกองทุนไปดำเนินโครงการ แต่สุดท้ายคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า สปส.ไม่สามารถนำเงินไปใช้ในโครงการดังกล่าวได้ ล่าสุด เรื่องนี้ถูกส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ
8."ไบโอดีเซล"แคมเปญโลกร้อน
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตื่นตัวลดโลกร้อน ในฐานะที่เป็นเมืองปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับ 7 ของโลก งานนี้ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ตกกระแสจัดแคมเปญลดโลกร้อนทุกวันที่ 9 ของเดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา 1 ในนั้นมีโครงการ Drop-off ในตลาดขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั่วกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือให้ทุกบ้านเก็บน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วส่งไปให้บริษัท บางจาก ผลิตไบโอดีเซล สนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังกำหนดให้โรงเรียนสังกัด กทม. 436 แห่ง เป็นจุดรับซื้อน้ำมันใช้แล้วเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551
9.ฝังไมโครชิปสุนัข
หลังจากที่ กทม.เปิดให้บริการการฝังไมโครชิปสุนัขฟรี 50,000 ชิ้น ภายใน 3 เดือน ซึ่งดีเดย์ไปเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 5 มกราคมนี้ ปรากฏว่ายังมีไมโครชิปเหลืออีก 11,000 ชิ้น ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า สำนักอนามัย กทม.จะทำเรื่องขออนุมัติ นายพงศ์ศักติ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. ให้บริการฝังไมโครชิปที่เหลือจนกว่าจะหมด และจะขออนุมัติจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 10,000 ชิ้น เพื่อให้บริการแก่ประชาชนต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ หากสุนัขในเขตกรุงเทพฯ ตัวใดยังไม่ได้รับการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนตามข้อบัญญัติ กทม. เจ้าของสุนัขรายนั้นๆ จะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
10.คนกรุงได้ขนส่งมวลชน2ระบบ
ระบบขนส่งมวลชนเป็นปัญหาอันดับ 1 ของคนเมืองที่ยังแก้ไม่ตก แต่ในสมัยของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประกาศว่าจะเปิดให้บริการส่วนขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่วงสะพานตากสิน-ถนนตากสิน ระยะทาง 2.2 กม. 2 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่ ขณะนี้เหลือเพียงงานระบบอาณัติสัญญาณและระบบรถไฟฟ้าที่อยู่ในกระบวนการจัดซื้อ และกำหนดเปิดให้บริการปลายปี 2551 นอกจากนี้ยังมี รถเมล์ด่วนบีอาร์ที สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ซึ่งวิ่งในเกาะกลางระยะทาง 15 กิโลเมตร 12 สถานี หลังจากได้รับอนุมัติเส้นทางเดินรถจากรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2550 ใช้ระยะเวลาสร้าง 18 เดือน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกรกฎาคม 2551 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการ 50,000 คน/วัน ใช้ระยะเวลาวิ่งตลอดเส้นทาง 28-35 นาทีเท่านั้น ล่าสุด กทม.กำลังเจรจาการส่งมอบรถบีอาร์ที จำนวน 45 คัน โดย 20 คันแรก จะส่งมอบภายใน 180 วัน เพื่อนำมาวิ่งทดสอบในเดือนเมษายนนี้

*10 ข่าว 'ดี เด่น ดัง' แวดวง 'ศึกษา-ศาสนา-วัฒนธรรม' วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10887 มติชน
ในปีหมูไฟ 2550 ที่กำลังจะผ่านไป มีข่าวคราวมากมายเกิดขึ้นในแวดวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมมากมาย ทั้งเหตุการณ์ร้ายๆ และเหตุการณ์ดีๆ ผสมปนเปกันไป 'ทีมข่าวการศึกษา มติชน' จึงได้คัดเลือก 10 ข่าวเด่น ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งในและนอกแวดวงการเหล่านี้มานำเสนอ
1.'วิจิตร'มือปราบ'แป๊ะเจี๊ยะ'
แม้ว่าเด็กทุกคนจะมีโอกาสเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยคนนัก โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองที่จะมีสิทธิเข้าศึกษาในโรงเรียนยอดนิยม เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้เน้นคัดเลือกเด็กเก่งเข้าเรียน กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกประกาศนโยบาย และแนวปฏิบัติการรับนักเรียนชั้น ม.1 ประจำปี 2551 ที่มุ่งให้เด็กได้เรียนโรงเรียนดีใกล้บ้าน โดยกำหนดสัดส่วนรับนักเรียนโรงเรียนยอดนิยมในเขต และนอกเขตพื้นที่บริการ 50 : 50 ซึ่งในเขตพื้นที่ฯต้องใช้วิธีสอบคัดเลือกหรือจับสลาก หรือทั้งสอบคัดเลือกและจับสลาก ทั้งยังจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้องไม่เกิน 50 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวิจิตร ศรีสอ้าน เจ้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามประกาศนโยบาย และมาตรการรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2550 ห้ามสถานศึกษารับบริจาคทุกรูปแบบในช่วงรับนักเรียน เพราะอาจเข้าข่ายเรียกเก็บ 'แป๊ะเจี๊ยะ' เพื่อแลกที่นั่งเรียน ถ้าโรงเรียนเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะถือว่ามีความผิดทางวินัย แต่หลังจากการรับนักเรียน ม.1 เสร็จสิ้นลงก็มีเสียงสะท้อนจากนักวิชาการ และผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่งว่าไม่ได้ผลเท่าที่ควร
แต่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็ยืนยันว่าผลที่ได้รับเกินคาด เพราะจากข้อมูลที่มีผู้ร้องเรียนว่ามี 15 โรงเรียนดัง เรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลเพียงโรงเรียนเดียว ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม การรับนักเรียน ม.1 ในปีการศึกษา 2551 ศธ.ได้เตรียมมาตรการป้องกันการรับ 'เด็กฝาก-แป๊ะเจี๊ยะ' ไว้ในนโยบายการรับนักเรียนแล้ว โดยลดสัดส่วนการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษเช่น ความสามารถพิเศษหรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการอนุเคราะห์ และข้อผูกพันในการก่อตั้งโรงเรียนลงเหลือเพียง 5% จากเดิม 10%
2.'สภามศก.'สั่งปลด'อธิการบดี'
กลายเป็นประเด็นร้อนๆ ในแวดวงอุดมศึกษา เมื่อการประชุมสภามหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ซึ่งมีนายชุมพล ศิลปอาชา นายกสภา มศก.เป็นประธาน มีมติให้ถอดถอนนายวิวัฒน์ชัย อัตถากร พ้นจากตำแหน่งอธิการบดี มศก. ด้วยคะแนนโหวตของกรรมการสภา มศก. 20 เสียง ต่อ 1 เสียง เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการบริหารงาน หลังคณบดีจาก 10 กว่าคณะยื่นหนังสือร้องเรียน มติดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของสภา มศก.ตาม พ.ร.บ.มศก.พ.ศ.2530 มาตรา 16 (7) ที่ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ได้แต่งตั้งนายภราเดช พยัฆวิเชียร กรรมการสภา มศก.เป็นรักษาการอธิการบดี อีกทั้งยังแต่งตั้งนายบุญชัย เบญจรงคกุล กรรมการสภา มศก.เป็นประธานกรรมการสรรหาอธิการบดีคนใหม่
ซึ่งนายวิวัฒน์ชัยได้ตอบโต้มติสภา มศก.โดยทันที ด้วยการออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อประชาคม มศก.และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในทำนองว่าถูกกลั่นแกล้ง และเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล จึงเดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนมติสภา มศก.ก่อนฟ้องศาลอาญา ซึ่งต่อมาศาลอาญาได้ยกฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ ส่วนการสรรหาอธิการบดี มศก.คนใหม่ก็อยู่ในขั้นสรรหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม คาดว่าเดือนมีนาคม 2551 จะเสนอชื่อให้สภา มศก.พิจารณาแต่งตั้งได้ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการอุดมศึกษาไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่สภามหาวิทยาลัยมีมติถอดถอนอธิการบดี!!
3.ทปอ.ปรับแอดมิสชั่นส์'53
นับเป็นปีที่ 2 ของการการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาโดยใช้ระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิสชั่นส์ ที่นำมาใช้แทนระบบเอ็นทรานซ์ ซึ่งในปีการศึกษา 2550 ที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของเทคโนโลยีเหมือนปีแรก แต่มีปัญหาบ้างที่เกิดจากความผิดพลาดของคน เนื่องจากผู้เข้าสอบฝนรหัสผิด หรือลบรอยดินสอนบนกระดาษไม่สะอาด ทำให้เครื่องไม่สามารถอ่านกระดาษคำตอบได้กว่า 8 พันแผ่น อีกทั้ง การเฉลยคำตอบผิดพลาด รวมถึงกลุ่มผู้เข้าสอบที่จบก่อนปีการศึกษา 2549 หรือเด็กซิ่ลไม่สามารถสมัครแอดมิสชั่นส์ ปี 2550 ได้ เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้ใช้คะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองขอนแก่น ส่งผลให้การประกาศผลแอดมิสชั่นส์ล่าช้า แต่ในที่สุดศาลปกครองขอนแก่นยกฟ้อง
หลังจากนั้น ทปอ.ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางเกี่ยวกับรูปแบบของแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2553 และมีมติให้ปรับองค์ประกอบของแอดมิสชั่นส์ โดยใช้ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือจีพีเอกซ์ 20% คะแนนโอเน็ตจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 30% และคะแนนทดสอบวัดความถนัด หรือ Apititude test 50% โดยยกเลิกผลการเรียนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือจีพีเอ และคะแนนทดสอบทางการศึกษาขั้นสูงหรือเอเน็ต นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยนำคะแนนความดีมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือก โดยจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา 2551 ก่อนจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปีการศึกษา 2553 ซึ่งอยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำหลักเกณฑ์เพื่อเสนอ ทปอ.
4.ต้าน'ม.นอกระบบ'เดือด
ดุเดือดมาตั้งแต่ต้นปี 2550 กับความเคลื่อนไหวคัดค้านการผลักดันมหาวิทยาลัยของรัฐให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือออกนอกระบบราชการ ของรัฐบาล 'ขิงแก่' ที่นำโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งความพยายามแก้ปัญหาในเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง และของนายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยการเคลื่อนไหวคัดค้านไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มนิสิต-นักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเท่านั้น แต่ยังมีการรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายเพื่อคัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ การเคลื่อนไหวคัดค้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากกลุ่มเครือข่ายนิสิต-นักศึกษาประชาชนคัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ประกาศชุมนุมประท้วงอดข้าวที่หน้ารัฐสภา เพื่อกดดันให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอนร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐออกจากการพิจารณาของ สนช.แต่ไม่สำเร็จ จึงทูลเกล้าฯถวายฎีกา ก่อนเผาโลงศพจำลองของนายวิจิตรและนายสุชาติ อุปถัมภ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) จากนั้นได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ปรับนายวิจิตรจากตำแหน่ง ส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับหลายๆ ฉบับที่กำลังจ่อคิวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ต้องถูกส่งลับเพื่อทำประชาพิจารณ์หรือสอบถามความเห็นประชาคมใหม่ แต่ในที่สุด สนช.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐถึง 7 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่าง พ.ร.บ.มบ.และร่าง พ.ร.บ.จุฬาฯ มีเพียงร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เท่านั้น ที่ถูกถอนจากการพิจารณาของ สนช. ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายอย่างไรกับเรื่องนี้
5.รื้อหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป็นที่รู้กันว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ที่ใช้กันมา 6 ปี ประสบกับความล้มเหลว ซึ่งจะเห็นได้จากผลการประเมินการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) โดยพบว่า สถานศึกษาไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้ง รายงานวิจัยของสำนักบริหารและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมทั้ง รายงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก ชี้ตรงกันว่าเนื้อหาหลักสูตรซ้ำซ้อนไม่ชัดเจน แถมตัวชี้วัดแบบช่วงชั้นกว้างเกินไป ส่งผลให้สถานศึกษานำไปออกแบบการเรียนการสอนไม่เหมือนกัน กระทั่งบอร์ด สพฐ.ซึ่งมีคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน มีมติให้ปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ ป.1-ม.6 ใหม่ โดยเน้นการกำหนดตัวชี้วัดแต่ละชั้นปีแทนการกำหนดเป็นช่วงชั้น เพื่อให้โรงเรียนออกแบบการเรียนการสอนได้ตามมาตรฐานชาติ ซึ่งได้รับเสียงหนุนจากนักวิชาการและครูจำนวนมาก เพราะเนื้อหาหลักสูตรเดิมอัดแน่นเกินไป เป็นต้นเหตุให้นักเรียนตายซาก ไม่รู้จักคิดวิเคราะห์ ล่าสุด สพฐ.ได้จัดทำร่างหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
แว่วว่า..จะจัดทำประชาพิจารณ์ 5 ภูมิภาคในเดือนมกราคม 2551
6.'ยุบ-ไม่ยุบ' รวม พศ.กับ ศน.
เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่การบริหารงานด้าน 'ศาสนา' ถูกแยกดำเนินการภายใต้การดูแลของ 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมการศาสนา (ศน.) สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดย พศ.ดูแลงานบุคลากรสงฆ์ ศาสนสถาน และศาสนวัตถุของพุทธศาสนา ส่วน ศน.รับผิดชอบงานเผยแผ่พุทธศาสนพิธีทุกศาสนา ในห้วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์จากคณะสงฆ์จำนวนหนึ่งเป็นระยะๆ ในทำนองว่า การบริหารงานของทั้ง 2 หน่วยงาน ขาดความเป็นเอกภาพ ไม่สามารถสนองงานสงฆ์ได้เท่าที่ควร และเกิดความซ้ำซ้อนในอำนาจหน้าที่ กระทั่งนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล พศ.ได้ส่งหนังสือถึง พศ.ให้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาการรวมงานของ พศ.กับ ศน.เพื่อให้การขับเคลื่อนงานด้านพุทธศาสนามีเอกภาพ
แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายคน ซึ่งมองว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งตามมา จึงแนะให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ทำงานที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันให้สำเร็จ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีมติให้ยุบรวม 2 หน่วยงาน คือ พศ.และ ศน.ไว้ที่เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) มีคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการ วธ.เป็นประธาน เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องรวบรวมข้อมูลและพิจารณาให้รอบคอบก่อน ก็ต้องติดตามกันว่า สุดท้าย พศ. และ ศน.จะถูกยุบรวมหรือไม่!!
7.ฮือฮา!! พจนานุกรมศัพท์โจ๋
กลายเป็นข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์มติชนไปหลายวัน เมื่อมีข่าวว่า 'ราชบัณฑิตยสถาน' ทำกิ๊บเก๋เตรียมจัดทำพจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งบรรจุคำศัพท์ใหม่ โดยเฉพาะคำศัพท์วัยรุ่นกว่า 1,500 คำ อาทิ คำว่า กิ๊ก แอ๊บแบ๊ว จ๊าบ เด็กแว้นซ์ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าราชบัณฑิตยสถานต้านทานกระแสโลกาภิวัตน์ไม่ไหวแล้ว ซึ่งในอดีต ราชบัณฑิตยสถานจะถูกมองว่าหัวโบราณ คร่ำครึและไม่ค่อยยอมรับการคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้ภาษาไทยวิบัติ แม้จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของราชบัณฑิตยสภาน แต่นักวิชาการบางคนก็ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียน ตรงกันข้ามกับกลุ่มวัยโจ๋ที่สนับสนุนเต็มที่ เพราะจะทำให้คำศัพท์เหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังศึกษา ซึ่งตรงกับแนวคิดราชบัณฑิตยสถานยุคใหม่
ขณะเดียวกันราชบัณฑิตยสถานก็ได้เตรียมรวบรวมคำศัพท์เฉพาะกลุ่มเช่น กลุ่มสาวประเภทสอง ตุ๊ด เกย์ ฯลฯ ไว้แล้วบางส่วน เช่น คำว่า ประเทือง แอบจิต อีแอบ เพื่อจัดทำพจนานุกรมคำศัพท์เฉพาะกลุ่มในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตาม พจนานุกรมคำใหม่ได้วางจำหน่ายตามท้องตลาดตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ต้องจับตาดูว่า ราชบัณฑิตยสถานยุคใหม่จะมีอะไรมานำเสนออีก
8.ถ่ายโอน ร.ร.ให้ อปท.ล็อต 2
ในที่สุดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อนุมัติให้ถ่ายโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.พ.ศ.2542 ในบัญชี 2/2549 จำนวน 241 แห่ง จากทั้งทั้งหมด 292 แห่ง พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรในสถานศึกษาที่ถูกถ่ายโอน และสมัครใจถ่ายโอน สามารถถ่ายโอนไปสังกัด อปท.ได้ แต่ถ้าไม่ต้องการถ่ายโอนก็ให้อยู่สังกัดเดิมได้ กระนั้น การถ่ายโอนก็ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นนัก เพราะเกิดปัญหาตามมาสารพัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขาดครู เพราะครูไม่ถ่ายโอนไป อปท.หรือความแบ่งแยกระหว่างครูที่อยู่ช่วยราชการในสถานศึกษาที่ถ่ายโอนไปแล้ว และครูที่ถ่ายโอนไป อปท.เท่านั้นยังไม่พอ การถ่ายโอนสถานศึกษาที่เข้าข่ายโรงเรียนสงวน จำนวน 51 แห่ง ในบัญชี 2 ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีโรงเรียนเข้าข่ายโรงเรียนสงวนจริงกี่โรง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.)
ขณะเดียวกัน กกถ.ได้เสนอร่างแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนกระจายอำนาจให้ อปท.ฉบับที่ 2 ต่อคณะรัฐมนตรี โดยระบุให้ถ่ายโอนห้องสมุดประชาชนระดับอำเภอ และจังหวัดที่มิได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ทำการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ (ศบอ.) และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด (ศบจ.) จำนวน 320 แห่ง ให้กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล ปี 2551-2553 แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีเสียงค้านจากฝ่ายที่จัดการศึกษานอกโรงเรียน
9.สรรหาอธิการบดี'มมส.-มก.'วุ่น
ช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา เกิดความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องของกระบวนการสรรหาอธิการบดีหลายๆ แห่ง ที่กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตถึงขั้นยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้สั่งยกเลิกกระบวนการสรรหา และการแต่งตั้งอธิการบดี มีด้วยกัน 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ความเห็นที่แตกต่างมีต้นเหตุมาจากการดำเนินการสรรหาอธิการบดีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามกระบวนการ อย่างกรณี มก.มีประชาคมจำนวนไม่น้อยคัดค้านสภา มก.ที่มีมติแต่งตั้งนายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ เป็นอธิการบดี มก.คนใหม่ ถึงขั้นนำพวงหรีดระบุชื่อนายกสภา มก.เพื่อประท้วง เนื่องจากนายวุฒิชัยได้คะแนนหยั่งเสียงอันดับ 2 แต่กลับได้รับการเสนอชื่อ กลุ่มผู้คัดค้านจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้ยกเลิกมติสภา มก.ในการแต่งตั้งอธิการบดี ซึ่งศาลปกครองได้ตัดสินให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการสรรหาฯและมติสภา มก.เนื่องจากการเสนอชื่อนายวุฒิชัยของคณะกรรมการสรรหาฯไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ล่าสุดอยู่ระหว่างสภา มก.ยื่นอุทธรณ์ ขณะที่การสรรหาอธิการบดีของ มมส.ก็ยังไม่ได้อธิการบดี มมส.คนใหม่ เนื่องจากถูกศาลปกครองขอนแก่นให้ระงับการสรรหาอธิการบดีชั่วคราว ทำให้การสรรหาอธิการบดีสะดุด ล่าสุดศาลปกครองขอนแก่นได้วินิจฉัยว่า กระบวนการสรรหาอธิการบดี มมส.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายกสภา มมส.เรียกประชุมกรรมการสภา มมส.นัดพิเศษ และมีมติให้เริ่มต้นกระบวนแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีใหม่ พร้อมทั้งแต่งตั้ง ทพ.สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ เป็นรักษาการอธิการบดี ก็ต้องติดตามดูว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร
10.ครูฯเฮรับเงินวิทยฐานะ
ลุ้นกันจนตัวโก่งสำหรับเงินวิทยฐานะที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดำเนินการเบิกจ่ายวิทยฐานะให้ข้าราชการครูฯที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะ เพื่อยกระดับวิชาชีพครูชั้นสูงในระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ เริ่มตั้งแต่ปี 2549 ที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อนุมัติเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากงบประมาณชุดที่แล้วมีอยู่อย่างจำกัด ในที่สุดเพิ่งได้รับงบประมาณในช่วงต้นปี 2550 ในช่วงที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในรัฐบาลเฉพาะกิจ ทำให้ข้าราชการครูฯ มีขวัญและกำลังใจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ข้าราชการครูไม่น้อยเร่งสร้างผลงานยื่นขอรับการประเมินวิทยฐานะ โดยเฉพาะระดับชำนาญการ มีข้าราชการครูหลายแสนคนผ่านการประเมิน อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2551 จะมีข้าราชการครูขอรับการประเมินวิทยฐานะเกือบ 3 แสนคน


H O M E





Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 23:11:34 น. 232 comments
Counter : Pageviews.

 
*นิสิตจุฬาฯ คว้ารางวัลระดับนานาชาติในการว่าความในคดีอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นายชวทักข์ อาจนาเสียว และ น.ส.อริสา สุคนธทรัพย์ นิสิตชั้นปีที่ ๔ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันว่าความในศาลจำลองคดีกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (The 6th Red Cross International Humanitarian Law Moot Court Competition 2008) ซึ่งจัดโดย Hong Kong Red Cross ร่วมกับ International Committee of Red Cross ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ ๗ – ๘ มีนาคม ๒๕๕๑ โดยได้จัดติดต่อกันเป็นปีที่ ๖ โดยมีมหาวิทยาลัยเจ้าภาพร่วมได้แก่ University of Hong Kong และ City University of Hong Kong ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติรับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยมีสำนักงานกาชาดสากลแห่งประเทศไทยเป็นผู้ให้การสนับสนุนค่าเดินทาง

*การแข่งขันครั้งนี้มีตัวแทนจากทีมนักศึกษากฎหมายจากไทย เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินเดีย และอินโดนีเซีย เข้าร่วมการแข่งขัน โดยการแข่งขันในรอบแรกจะเป็นการว่าความเป็นภาษาอังกฤษต่อหน้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ๒ รอบๆละ ๔๐ – ๕๐ นาที โดยนำเสนอเสนอข้อกฎหมายประกอบกับข้อเท็จจริงสมมติที่ผู้จัดกำหนด อาศัยการโน้มน้าว การตอบคำถามสดจากกรรมการที่ถามได้ตลอดเวลา และการหักล้างข้อต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม จากนั้น ๓ ทีมที่คะแนนสูงสุดจากฝ่ายโจทก์และจากฝ่ายจำเลยจะได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

คดีสมมติที่ใช้แข่งขันมีประเด็นเกี่ยวกับการตั้งศาลอาญาพิเศษระหว่างประเทศภายหลังที่ประเทศเพื่อนบ้านได้มีการรบใช้กำลังทางอาวุธและเกิดความสูญเสียอย่างร้ายแรง ทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ทนายฝ่ายจำเลยผู้เป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่ออาชญากรรมสงคราม (war crimes) และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (crimes against humanity) โดยทีมจุฬาฯได้ยกข้อต่อสู้หลัก ๔ ประการคือ ๑. ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเพราะฝ่ายอัยการได้ลักพาตัวจำเลยมาขึ้นศาลโดยขัดต่อกระบวนการกฎหมาย (due process of law) ๒. จำเลยนั้นได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและไม่สามารถถูกพิจารณาคดีซ้ำได้ (non bis in idem) ๓. จำเลยได้รับความคุ้มครองภายใต้สนธิสัญญานิรโทษกรรม (Amnesty) และ ๔. สำนวนฟ้องของอัยการนั้นไม่มีมูลและไม่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดที่ครบองค์ประกอบความรับผิดชอบของจำเลย (elements of crimes and individual criminal responsibility)

ผลการแข่งขันประเทศไทยสามารถทำคะแนนได้สูงจนเป็น ๑ ใน ๓ ทีมทนายจำเลยที่ผ่านเข้ารอบ Semi-final และสามารถคว้ารางวัลได้ถึง ๓ รางวัล โดยทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมรับรางวัลสำนวนคดียอดเยี่ยม (Top Memorials) และรางวัลคะแนนทีมยอดเยี่ยม (Top Teams) นอกจากนี้ นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ยังได้รับรางวัลการว่าความชนะเลิศ (Best Mooter) โดยได้คะแนนการว่าความแถลงคดีเป็นอันดับ ๑ จากนักศึกษาทั้งสิ้น ๓๒ คนอีกด้วย





*อินโดนีเซียสั่งบล็อกหนังที่เกี่ยวกับการต่อต้านคัมภีร์โกหร่านบนเวบไซต์ YouTube

กระทรวงไอซีทีของอินโดนีเซียได้ออกมาประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า จะทำการบล็อกภาพยนตร์อย่างน้อย 4 เรื่องบนเวบไซต์ YouTube.comซึ่งกำลังถูกฟ้องร้อง เนื่องมาจากมีเนื้อหาเข้าข่ายยุยงส่งเสริมให้ประชาชนต่อต้านคัมภีร์โกหร่าน

โดยรัฐบาลได้ประกาศห้ามทำการเผยแพร่หนังที่สร้างโดย Geert Wilders ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มต่อต้านชาว Dutch ซึ่งมีการเสนอภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 และยังมีภาพกรณีการวางระเบิดของกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามโดยอ้างว่าเอามาจากในคัมภีร์โกหร่าน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า Fitna ซึ่งแปลว่า การต่อสู้, ความโกลาหล โดยตัวแทนจากกระทรวงไอซีทีได้ออกมากล่าวว่า PT Telekomunikasi Indonesia, PT Telekomunikasi Selular และ PT Exelcomindo Pratama ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของอินโดนีเซีย ได้มีการตกลงกันเพื่อเตรียมหยุดการให้บริการเวบไซต์ YouTube นอกจากนี้ ยังเตรียมบล็อกเวบไซต์ประเภท social networking อาทิ MySpace และอื่นๆ หากมีการเสนอภาพที่ไม่เหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:0:11:14 น.  

 
*ใบแจ้งความจำนงค์ในการเข้าร่วมสัมมนาเปิดตัวโครงการส่งเสริมการใช้น้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบผสมผสาน

ประชาสัมพันธ์
การส่งเสริมการผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

ใบแจ้งความจำนงค์ในการเข้าร่วมสัมมนาเปิดตัวโครงการส่งเสริมการใช้น้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบผสมผสาน (หมดเขต 21 เมษายน 2551)

*เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้แล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติ เป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง ในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สามารถจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบคือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อน

เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ คือ

เซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระ (PV Stand alone system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานในพื้นที่ชนบทที่ไม่มีระบบสายส่งไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับแบบอิสระ

เซลล์แสงอาทิตย์แบบต่อกับระบบจำหน่าย (PV Grid connected system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับผลิตไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับเข้าสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าโดยตรง ใช้ผลิตไฟฟ้าในเขตเมือง หรือพื้นที่ที่มีระบบจำหน่ายไฟฟ้าเข้าถึง อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับชนิดต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้า

เซลล์แสงอาทิตย์แบบผสมผสาน (PV Hybrid system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับทำงานร่วมกับอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และเครื่องยนต์ดีเซล ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น โดยรูปแบบระบบจะขึ้นอยู่กับการออกแบบตามวัตถุประสงค์โครงการเป็นกรณีเฉพาะ

เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อน ได้แก่ การผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

การผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบ่งออกเป็น 3 ชนิด

การผลิตน้ำร้อนชนิดไหลเวียนตามธรรมชาติ
เป็นการผลิตน้ำร้อนชนิดที่มีถังเก็บอยู่สูงกว่าแผงรับแสงอาทิตย์ ใช้หลักการหมุนเวียนตามธรรมชาติ

การผลิตน้ำร้อนชนิดใช้ปั๊มน้ำหมุนเวียน
เหมาะสำหรับการใช้ผลิตน้ำร้อนจำนวนมาก และมีการใช้อย่างต่อเนื่อง

การผลิตน้ำร้อนชนิดผสมผสาน
เป็นการนำเทคโนโลยีการผลิตน้ำร้อนจากแสงอาทิตย์มาผสมผสานกับความร้อนเหลือทิ้งจากการระบายความร้อนของเครื่องทำความเย็น หรือเครื่องปรับอากาศ โดยผ่านอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน

การอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบันมีการยอมรับใช้งาน 3 ลักษณะ คือ

การอบแห้งระบบ Passive
เป็นระบบที่เครื่องอบแห้งทำงานโดยอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์และกระแสลมที่พัดผ่าน

การอบแห้งระบบ Active
เป็นระบบอบแห้งที่มีเครื่องช่วยให้อากาศไหลเวียนในทิศทางที่ต้องการ เช่น มีพัดลมติดตั้งในระบบเพื่อบังคับให้มีการไหลของอากาศผ่านระบบ

การอบแห้งระบบ Hybrid
เป็นระบบอบแห้งที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และยังต้องอาศัยพลังงานในรูปแบบอื่นๆ ช่วยในเวลาที่มีแสงอาทิตย์ไม่สม่ำเสมอ หรือต้องการให้ผลิตผลทางการเกษตรแห้งเร็วขึ้น

ศักยภาพ

*• แผนที่พลังงานแสงอาทิตย์

• พลังงานแสงอาทิตย์จากการตรวจวัด

• ขอข้อมูลความเข้มรังสีดวงอาทิตย์

• ข้อมูลศักยภาพแสงสว่างธรรมชาติจากภาพถ่ายดาวเทียมสำหรับประเทศไทย

การใช้งาน

• ปริมาณการใช้ (Updated 25 มีนาคม 2551)

• การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ตามแหล่งภูมิศาสตร์ (Updated 25 มีนาคม 2551)

• การประยุกต์ใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ (Updated 25 มีนาคม 2551)

• สถานะการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทยถึงปี 2550 (Updated 26 มีนาคม 2551)

สรุประบบพลังงานแสงอาทิตย์ของ พพ.

*สรุปโครงการศึกษาวิจัยด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของ พพ. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

คู่มือและแผ่นพับ
• คู่มือเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์
• แผ่นพับเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์

เรื่องอื่นๆ
• ระเบียบ พพ. ว่าด้วยข้อกำหนด เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การขอรับการสนับสนุนโครงการสาธิต ส่งเสริมเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. 2546

• รายชื่อและที่อยู่ของบริษัทผู้ผลิต ประกอบและจำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

• พลังงานแสงอาทิตย์

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
กระทรวงพลังงาน
เลขที่ 17 ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. 10330
โทร. 0-2223-0021 ถึง 9 โทรสาร. 0-2225-3785


โดย: jenifaae วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:0:11:41 น.  

 
*ไบโอเทคร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาไทย

ไบโอเทคร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาไทย แก้ปัญหาถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไทย
ดร.ธนิต ชังถาวร นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยถึงผลงานวิจัยเรื่อง 'การศึกษาวิจัยแนวทางการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น' ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกละเมิดทรัพย์สินด้านภูมิปัญญาของไทย อาทิ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อฤาษีดัดตน สิทธิบัตรกวาวเครือ รวมถึงการนำภูมิปัญญาไทยไปใช้ไม่เหมาะสม อย่างการนำเศียรพระพุทธรูปจำลองไปใช้ในการแสดงสินค้า เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาเป็นการเฉพาะ มีเพียงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ที่คุ้มครองด้านการแพทย์เท่านั้น ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์จึงได้สนับสนุนงบประมาณ 2,000,000 บาท ให้ไบโอเทคและศูนย์คติชนวิทยา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ทำการศึกษาวิจัยแนวทางการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2550 โดยได้ยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญา อาทิ เกษตรกรรม ภาษาและวรรณกรรม ความเชื่อ ประเพณี ซึ่งจะให้การคุ้มครองในลักษณะทรัพย์สิน เน้นการอนุญาตใช้ประโยชน์ภูมิปัญญา หรือชื่อภูมิปัญญา รวมทั้งการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม การคุ้มครองศักดิ์ศรีของภูมิปัญญาไม่ให้มีการนำองค์ความรู้หรือชื่อของภูมิปัญญาไปใช้ในทางเสื่อมเสีย
อย่างไรก็ตาม หากผู้ใดละเมิดหรือลักลอบใช้ภูมิปัญญาต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องระวางโทษขั้นต่ำจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้ได้นำผลการศึกษา พร้อมร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญา เสนอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาก่อนดำเนินการออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อ




*อบรมฟรี “หลักสูตรเถ้าแก่มือใหม่” สำหรับร้านโชห่วย

อบรมฟรี 'หลักสูตรเถ้าแก่มือใหม่' สำหรับร้านโชห่วย


บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต จัดโครงการอบรม

'หลักสูตรเถ้าแก่มือใหม่' สำหรับร้านโชห่วย ทุกวันพุธตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม – 11 มิถุนายน 2551 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ศูนย์มิตรแท้โชห่วย แม็คโคร สาขาลาดพร้าว โดยมีหัวข้ออบรมทั้งสิ้น 12 หัวข้อ เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับตัวในธุรกิจค้าปลีก เหมาะสำหรับเถ้าแก่มือใหม่ ที่ไม่มีพื้นฐานหรือผู้ที่สนใจจะเปิดร้าน

หลักสูตรเดือน มีนาคม 2551

19 มีนาคม 2551 สุดยอดแห่งการเป็นผู้ประกอบการโชห่วย - เตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวในธุรกิจโชห่วย

26 มีนาคม 2551 การพัฒนาบุคลิกภาพผู้ให้บริการ - การวิเคราะห์ตนเองเพื่อความสำเร็จและพัฒนาบุคลิกให้ถูกใจลูกค้า

สอบถามรายละเอียด / สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2351-8888 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


โดย: jenifaae วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:0:11:57 น.  

 
*พัฒนาการ พรรคทหาร จังหวะก้าว สฤษดิ์ ธนะรัชต์ การปรากฏ พรรคสหภูมิ คอลัมน์ อดีตแห่งปัจจุบัน โดย วิภาค ฉัพพรรณ
มีร่องรอยความขัดแย้ง แตกแยก ในทางความคิด ในทางการเมือง ระหว่าง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ นายพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ปรากฏอย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
ทางหนึ่ง เห็นได้จากท่าทีต่อการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 26 กุมภาพันธ์ 2500 ขณะที่ นายพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ในฐานะเลขาธิการพรรคเสรีมนังคศิลา ได้ทุ่มสรรพกำลังเพื่อการเอาชนะเลือกตั้งอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รองหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา ประกาศวางตัวเป็นกลาง
การวางตัวเป็นกลางในขณะที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก หมายถึงว่าทหารจะวางตัวเป็นกลางไปด้วยโดยปริยาย จึงมิได้เป็นเรื่องแปลกที่ต่อมา จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะตอบคำถามหนังสือพิมพ์ว่า 'ถ้าคุณถามผมโดยตรง ผมจะตอบว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรก สกปรกที่สุด ทุกๆ คนโกง'
ทางหนึ่ง เห็นได้จากการพยายามแยกตัวออกต่างหาก ไม่เพียงแต่จาก นายพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เท่านั้น หากเมื่อปลายหอกพุ่งเข้าใส่พฤติการณ์ของ นายพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ก็เท่ากับเป็นการแยกตัวออกต่างหากจาก จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ไปด้วย ในที่สุด ความขัดแย้ง แตกแยก ก็รุนแรงถึงกับกลุ่มของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้แยกตัวออกจากพรรคเสรีมนังคศิลาไปจัดตั้ง 'พรรคสหภูมิ' ขึ้น
น่าสนใจก็ตรงที่เมฆหมอกแห่งความขัดแย้งในทางความคิด นำไปสู่การแตกแยกในทางการเมือง และที่สุดก็ก่อให้เกิดการแยกตัวในทางการจัดตั้ง เค้าของความแตกแยกปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในเดือนพฤษภาคม 2500
เมื่อ นายสงวน จันทรสาขา ส.ส.นครพนม พรรคเสรีมนังคศิลา น้องต่างมารดาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แถลงว่า เขาและ ส.ส.พรรคเสรีมนังคศิลาจำนวนหนึ่งและลาออกไปจัดตั้งพรรคใหม่
พลังจากที่ดำเนินการก่อตั้งพรรคเป็นเวลา 1 เดือน พรรคการเมืองใหม่ที่ได้ชื่อว่า 'พรรคสหภูมิ' ก็ขอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2500 มี นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่ นายสงวน จันทรสาขา เป็นลขาธิการพรรค
ปรากฏว่าทันทีที่จดทะเบียนก่อตั้งพรรค ก็มี ส.ส.เข้ามาสังกัด 20 คน เป็น ส.ส.จากพรรคเสรีมนังคศิลา 10 คน นั่นก็คือ นายเนิ่น เกษสุวรรณ (กระบี่) นายสงวน จันทรสาขา (นครพนม) นายผัน บุญชิต (อุบลราชธานี) นายญาติ ไหวดี (สุรินทร์) หลวงอรรถพรพิศาล (ตราด) นายทองหยด จิตตวีระ (สุพรรณบุรี) นายถวิล วัฏฏานนท์ (สุพรรณบุรี) นายบันเทิง อับดุลบุตร (ปัตตานี) นายเจ๊ะอับดุลสา หลังปูเต๊ะ (สตูล) พ.ต.ต.สงกรานต์ อุดมสิทธิ์ (เพชรบูรณ์) จากพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ นายสุข รอบรู้ (นครพนม) นายเหรียญ สืบพันธุ์ (กาฬสินธุ์)
จากพรรคธรรมาธิปัตย์ 4 คน คือ นายทนง นิยมะสินธุ (นนทบุรี) นายเลิศ สัมพันธารักษ์ (ชัยภูมิ) นายเพ่ง ลิมปะพันธุ์ (สุโขทัย) นายโสภณ เอี่ยมอิทธิพล (นราธิวาส) จากพรรคเสรีประชาธิปไตย 2 คน คือ นายอารีย์ ตันติเวชกุล (นครราชสีมา) นายบัวพัน ไชยแสง (เลย) และจากพรรคขบวนการไฮด์ปาร์ค 1 คน คือ นายพีร์ บุนนาค (สุพรรณบุรี) และกลุ่มอิสระ 1 คน คือ นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ (เชียงใหม่)
เพราะว่า ส.ส.ประเภท 1 จากการเลือกตั้งทั่วไป สมัย 26 กุมภาพันธ์ 2500 มีรวมทั้งสิ้นจากทั่วประเทศ 160 คน ในจำนวนนี้พรรคเสรีมนังคศิลาได้รับเลือกเข้ามา 86 คน จำนวน 86 คน เมื่อเทียบกับจำนวน ส.ส.รวมทั้งสิ้น 160 คน ก็เท่ากับเกินจำนวนกึ่งหนึ่งมา 6 คน
การที่ 10 คนลาออกไปอยู่พรรคสหภูมิจึงส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้ง เป็นผลสะเทือนอันทำให้จำนวน ส.ส.พรรคเสรีมนังคศิลาขาดหายไป 10 คน เหลือทั้งสิ้นเพียง 76 คน ต่ำกว่าจำนวนกึ่งหนึ่งของทั้งสภา 4 คน
แม้จะมี ส.ส.ประเภทที่ 2 เป็นฐานรองรับอย่างสำคัญ และแม้จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคธรรมาธิปัตย์ แต่มือที่จะยกให้พรรคเสรีมนังคศิลาก็เริ่มคลอนแคลนสั่นไหว ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เหตุผลของ ส.ส.แต่ละคนที่ผละจากพรรคเสรีมนังคศิลา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ การเคลื่อนไหวของพรรคสหภูมิเท่ากับเป็นสัญญาณการแยกตัวออกมาจาก จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
พรรคสหภูมิจึงเท่ากับเป็นพรรคทหารหมายเลข 2 ต่อจากพรรคเสรีมนังคศิลา






*บทกวีที่เหลืออยู่ โดย เกษียร เตชะพีระ /มติชน
ในชั้นเรียนวิชาปรัชญาการเมืองปลายปี ผมพยายามนึกหาตัวอย่างเปรียบเทียบแบบไทยๆ เพื่อช่วยให้นักศึกษาคนหนึ่งเข้าใจวิธีคิดของ เจเรมี่ เบนแธม (Jeremy Bentham, ค.ศ.1748-1832) นักปรัชญาประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ชาวอังกฤษที่ว่า เกมพุชพิน มันดีพอๆ กับบทกวีอย่างของ พุชกิ้น เอกอัครมหากวีชาวรัสเซียทีเดียว ในฐานะเครื่องกำเนิดอรรถประโยชน์
'มันก็เหมือนกับบอกว่าหมากฮอสดีพอๆ กับบทกวีของสุนทรภู่นั่นแหละ' ผมแนะ 'ว่าแต่ว่าคุณเคยเล่นหมากฮอสไหมล่ะ?'
'ไม่เคยค่ะ'
'อ้าว งั้นเหรอ' ผมอึ้งด้วยคาดไม่ถึง เพราะตัวเองยังเล่นหมากฮอสกับลูกสาวอยู่เลย 'ถ้างั้นหมากเก็บล่ะ คงเคยเล่นหมากเก็บใช่ไหม?' ผม ลองถามด้วยความหวัง 'แบบว่าโยนก้อนหินเล็กๆ ขึ้นไปแล้วพลิกมือรับน่ะ' ผมทำมือทำไม้ประกอบ
'เคยค่ะ' เธอตอบ ช่วยให้ผมโล่งอกไปที
'เอ้อนั่นแหละ มันก็เหมือนกับบอกว่าหมากเก็บดีพอๆ กับบทกวีของสุนทรภู่นั่นแหละ... เอาล่ะทีนี้ คุณมีบทกวีที่ชอบจนจำได้ขึ้นใจไหมล่ะ?' ผมเปลี่ยนมุมถาม
'ไม่มีค่ะ'
'ไม่มีเลยหรือ? ไม่ใช่แบบที่ครูสั่งให้ท่องนะ แต่แบบที่คุณฟังเองอ่านเองแล้วชอบจนจำได้น่ะ' ผมถามย้ำอย่างไม่ค่อยเชื่อ เธอส่ายหน้า
ผมหันไปถามนักศึกษาทั้งชั้นกว่าครึ่งร้อย 'แล้วพวกคุณล่ะ มีบทกวีที่ประทับใจซึ้งใจจนท่องจำได้เองไหม?'
ทั้งห้องเงียบกริบ ผมพยายามอีกรอบ 'อย่างบทกวีที่คุณฟังแล้วอ่านแล้วสะเทือนใจจนน้ำตาซึมน่ะ ไม่เคยเลยหรือ?' น้ำเสียงตัวเองฟังดูแล้ววังเวงโหวงเหวงชอบกล
หนแรกที่ผมอ่านบทกวีแล้วซึ้งใจสะเทือนใจจนท่องจำเอาไว้เป็นสมัยชั้นประถม มันเป็นกาพย์นางลอย พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจับความเรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฐ์ออกอุบายให้นางเบญจกายหลานสาวจำแลงร่างเป็นศพนางสีดาลอยน้ำมาถึงหน้าพลับพลากองทัพลิงของพระรามเพื่อหลอกพระรามให้ยกทัพกลับไป พระองค์พระราชนิพนธ์ไว้ในรูปกาพย์ยานี 11 โดยเฉพาะช่วงตอนที่พระรามพร่ำพิลาปรำพันอาลัยรักนางสีดาด้วยความโทมนัสอย่างสุดแสนว่า: -
๏ว่าพี่พามาเสียชนม์ ในกมลให้ตรมเกรียม
จะเกลี่ยทรายขึ้นทำเทียม ต่างแท่นทิพย์บรรทม
๏จะอุ้มองค์ขึ้นต่างโกศ เอาพระโอษฐ์มาระงม
ต่างเสียงพระสนม อันร่ำร้องประจำเวร
๏สาครจะต่างเมือง สิขรเนื่องจะต่างเมรุ
มังกรโตกิเลน จะต่างพาหนะยล
๏ดาวเดือนจะต่างเทียน วิเชียรแก้วกลีบจงกล
เมฆหมอกในเวหน จะต่างพู่และเพดาน
๏พฤกษาจะต่างฉัตร สุวรรณรัตน์อันไพศาล
ดอกไม้ในหิมพานต์ จะต่างพุ่มอยู่เรียงราย
๏ฟากฝั่งมหรรณพ จะวงศพเจ้าโฉมฉาย
ต่างศรีวิสูตรสาย สุวรรณรัตน์อันอำไพ
๏เสียงคลื่นจะต่างกลอง พิณพาทย์ฆ้องประโคมใน
จักจั่นและเรไร จะต่างสังข์และเสภา
๏จะเก็บพรรณไม้หอม มารวมล้อมขึ้นบูชา
เชิญศพเจ้าสีดา ขึ้นวางไว้ในเพลิงรุม
๏จะอุ้มองค์กว่าจะม้วย จะตายด้วยเมื่อไฟชุม
ร้อนเร่าฤทัยรุม พลราชเธอรำพัน.....
เป็นแบบอย่างอุปมาอุปไมยอาลัยรักที่ไพเราะด้วยถ้อยคำและซาบซึ้งด้วยเนื้อความ จนเด็กหนุ่มรุ่นกระทงอย่างผมอ่านแล้วเซื่องซึมไปเลยเทียว
อีกหลายปีให้หลัง เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยและตื่นตัวทางการเมืองตามกระแสการเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชนหลัง 14 ตุลาฯ 2516 แล้ว บทกวีที่ผมชอบก็เปลี่ยนไป ชิ้นที่ประทับตราตรึงใจนักกิจกรรมอย่างผมด้วยพลังคำ ความคิดและอารมณ์ความรู้สึกที่เจ็บปวด โกรธแค้นและยืนหยัดต่อสู้ความอยุติธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวท้าทายทระนงไม่กลัวฟ้าเกรงดิน ได้แก่ 'โคลงสรรเสริญเกียรติกรุงเทพมหานครยุคไทยพัฒนา' ของ กวีการเมือง อันเป็นนามปากกาจากในคุกของจิตร ภูมิศักดิ์ ที่ตีพิมพ์กลางปี พ.ศ.2507
บทตอนที่ผมชอบเอามากๆ และจำขึ้นใจไว้ท่องบ่นปลุกขวัญกำลังใจตัวเองเวลาเผชิญอุปสรรคหนักหน่วงในช่วงชีวิตระหกระเหินต่อมาคือ: -
๏โอ้อกอนาถ ชนชาติชื่อไทย เจ้าของชาติไร้ กรรมสิทธิ์ที่ดิน
ที่ทุกฝ่ามือ ชื่อไทยทั้งสิ้น แต่ไทยทำกิน ต้องเช่าที่ไทย
๏ไทยแทบทั้งชาติ เป็นทาสค่าเช่า ชื่อไทยแต่เผ่า ดินเล่าชื่อใด
ค่าเช่าแบ่งครึ่ง ดูดดึงเอาไป อานี้ฤๅไท เป็นทาสที่ดิน
๏ถึงทุ่มแรงกาย ดั่งควายดั่งวัว ค่าเช่าติดตัว บ่รู้หมดสิ้น
จากทวดถึงปู่ ต่อสู้ทำกิน คงไร้ที่ดิน เป็นทาสความจน
๏คนไทยเจ้าชื่อไทย บ่เป็นไทดั่งชื่อชน
ชื่อไทยที่เรียกตน จะเย้ยตัวจนยามตาย!
............................. .................................
๏แต่คนย่อมเป็นคน ถึงยากจนก็รวยใจ
รวยแรงที่แกร่งไกร จะต่อสู้ศัตรูคน
๏กูไทยต้องเป็นไท จะเป็นทาสบ่ยอมทน
'ชื่อไทยที่เรียกตน จะเย้ยตัวจนยามตาย!'
๏ถึงแพ้สักสิบแพ้ บ่ท้อแท้จะท้าทาย
สู้ใหม่อย่างไว้ลาย ให้โลกลือกูคือไท
กว่าผมจะพบบทกวีสู้รบที่ปลุกขวัญสะท้านใจได้ทำนองนี้อีกก็เป็นเวลาสามสี่ปีให้หลังในเขตป่าเขาจากหนังสือ หมายเหตุร่วมสมัย ของ ไพบูลย์ วงษ์เทศ ที่มิตรสหายส่งเข้าไปให้
มือใครสักคนยกโด่เด่ขึ้นกลางห้อง ผมหันไปถาม นักศึกษาคนหนึ่งตอบว่า
'หนูมีบทกลอนที่ท่องจำได้ค่ะ'
เธออธิบายต่อหลังจากผมเชิญมาหน้าชั้นเรียนว่าเธอไม่ทราบว่าใครแต่งบทกวีนี้ คุณแม่เป็นคนพบและนำมาให้ เธออ่านแล้วก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลและท่องจำไว้ขึ้นใจ ผมขอให้เธอท่องให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง เธอออกตัวว่ามันค่อนข้างยาว จึงตกลงว่าเธอจะท่องให้ฟังแค่ท่อนต้นๆ ผมฟังแล้วชอบมาก ในคาบเรียนถัดมา จึงขอให้เธอช่วยคัดลอกให้ทั้งบทจากความจำดังต่อไปนี้: -
อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ
๏เธอจับมือของฉันรำพันว่า แม่แม่จ๋าหนูไม่อาจข้ามคลื่นใหญ่
เรือลำเล็กเคว้งคว้างอ้างว้างใจ พายก็ไม่มีหรอกบอกให้รู้
๏แม่จับมือน้อยน้อยคอยส่งรัก มือเล็กนักยังไม่คล่องก็ต้องสู้
หนูลงเรือเถิดหนาอย่าหวนดู หนทางอยู่ข้างหน้าต้องกล้าไป
๏ไม่มีพายใช้มือน้อยค่อยวักน้ำ โยกตัวซ้ำพาเรือไปให้ได้
หนูคนเก่งของแม่ไม่เป็นไร หนูมีใจเต็มใจข้างในแล้ว
๏ฝนตกแล้วแม่จ๋ามาช่วยหน่อย เรือเคลื่อนคล้อยเธอเอียงใหญ่แม่ใจแป้ว
แม่โบกมือตะโกนสั่งระวังแนว มิผ่องแผ้วอย่างฝันนะลูกรัก
๏แดดร้อนแผดเผาไหม้หัวใจลูก ด้วยพันผูกแม่ซ้ำซ้อนยิ่งร้อนหนัก
น้ำตาลูกหล่นรายทลายทะลัก นี่ลูกจักข้ามได้ไหมใจแม่ร้าว
๏วันนี้..... ลูกคนดีถึงฝั่งอย่างเต็มก้าว
แม่มองลูกด้วยน้ำตาที่พร่าพราว เห็นดวงดาวในดวงตากล้าแสงงาม
๏อีกฝั่งหนึ่งนะลูกระวังระไว แม้สดใสแต่ต้องไม่มองข้าม
เป็นฝั่งแห่งชีวิตต้องติดตาม มีทุกความไม่รู้ให้หนูลอง
๏มีสติ มีใจ ในทุกถ้อย ทุกก้าวค่อยครวญคิดอย่าผิดสอง
แม่อยู่ฝั่งนี้มีแต่มอง ขอคุ้มครองด้วยรักที่ไม่มีคลาย
ขอขอบคุณนักศึกษาผู้นั้นและกวีนิรนามเจ้าของบทกลอนข้างต้น หวังว่าบทกวีที่หลงเหลือติดค้างอยู่ในความทรงจำของเธอนี้คงช่วยเติมพลังน้ำใจให้ลูกๆ ทุกคนพบเผชิญปีใหม่ 2551 นี้บ้างไม่มากก็น้อย










โดย: jenifaae วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:0:12:14 น.  

 
*ร่วมประกาศพื้นที่เพื่อสันติภาพ ด้วยผลงานเอ็มวีของคุณ กับอัลบั้ม “ไร้พรมแดน”

ร่วมประกาศพื้นที่เพื่อสันติภาพ ด้วยผลงานเอ็มวีของคุณ
โดย : เพื่อนไร้พรมแดน
กับอัลบั้ม “ไร้พรมแดน” หมดเขต 15 ก.ค. 2551 นี้

เพื่อนไร้พรมแดน องค์กรเอกชนไม่แสวงกำไร ที่มุ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสันติภาพในสังคมไทย เชิญผู้สนใจร่วมส่งผลงาน MV ที่ผลิตขึ้นสำหรับเพลงใดเพลงหนึ่งในอัลบั้ม “ไร้พรมแดน”

ผลงาน 3 ชิ้นที่ได้รับการคัดเลือกจากเพื่อนไร้พรมแดนและเจ้าของเพลง จะได้รับการบันทึกลงซีดีเพื่อเผยแพร่ในรูป MV และคาราโอเกะ รวมถึงเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต และกิจกรรมต่าง ๆของเพื่อนไร้พรมแดน โดยลิขสิทธิ์ MV จะเป็นของเพื่อนไร้พรมแดน และเจ้าของงานจะได้รับเงินของขวัญจำนวน 5,000 บาท พร้อมของที่ระลึก

ส่งผลงานของท่านในรูปแบบ DVD พร้อมเครดิตทีมงาน และเก็บไฟล์ avi หรือบันทึกลงเทป mini DV เพื่อส่งมาให้เราหากได้รับการคัดเลือก หากใช้ภาพนิ่ง/ฟุตเทจจากแหล่งอื่น กรุณาแนบจดหมายอนุญาตจากเจ้าของมาด้วย

หาซื้ออัลบั้ม “ไร้พรมแดน” ได้จากร้าน B2S ทั่วประเทศ หรือฟังเพลงตัวอย่าง 3 เพลง สั่งซื้อ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.friends-without-borders.org หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ มู่หลาน borders@chmai2.loxinfo.co.th




*การเรียกดู IP Address ของเวปต่างๆ

ขั้นตอนจะเหมือนกับการเรียกดู IP Address ของเครื่องเรา ดังนี้

1. คลิ้ก start เรียกไดอะล็อกบ็อก RUN ขึ้นมา หรือใช้คีย์ลัดโดยกด windows + R

2. ให้กรอกคำว่า cmd แล้วกดปุ่ม OK จะขึ้นหน้า Command Prompt ของ DOS

3. พิมพ์คำว่า ping แล้วตามด้วยชื่อเวปไซต์ที่ต้องการ ต่อจาก directory ที่ขึ้นมา
(ตัวอย่าง 'ping yahoo.com') แล้วกด Enter

4. โปรแกรมจะแสดงหมายเลข IP Address ของเวปไซต์นั้นๆ ให้เราดู

* ถ้าท่านไม่ได้ต่อเน็ตอยู่จะไม่ขึ้นโชว์ค่าของ IP Address มาให้ดู


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:44:01 น.  

 
*วิธีลับในการหาข้อมูลจาก Google สามวิธี ใน Google

คำแนะนำ คุณสามารถใช้วิธีนี้ ในการหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา ที่คุณอยากได้

('index of') (mp3|wmv|wma|ogg)

วิธีที่หนึ่ง พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search

(1) 'parent directory ' /appz/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2) 'parent directory ' DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3) 'parent directory 'Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4) 'parent directory ' Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5) 'parent directory ' MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6) 'parent directory ' Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

*** หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip
เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google

วิธีที่สอง พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs

วิธีที่สาม พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ
เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แหล่งอ้างอิง : http://www.projectw.org/viewtopic.php?t=1484

01. ไปที่ http://www.google.com

02. ในช่องใส่ข้อความให้ใส่แบบตัวอย่าง เช่น หาโปรแกรม Winamp
'parent directory ' Winamp -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

03. กดปุ่มค้นหาแล้วรอเลือกผลลัพธ์ได้เลย
- - - - - - - - - - - - -
parent directory ' /ชื่อโปรแกรม/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'parent directory ' ชื่อเกมส์ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'parent directory ' ชื่อMP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'parent directory ' ชื่อนักร้องหรืออัลบั้ม -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

แล้วแต่หัวดัดเปลงนะ มันมีอีกแยะเชียว เช่น

'Index of ' /ชื่อโปรแกรม/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'Index of ' ชื่อเกมส์ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'Index of ' ชื่อMP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

'Index of ' ชื่อนักร้องหรืออัลบั้ม -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

ก็ให้ผลการค้นหาไม่เหมือนกัน ลองศึกษากันไปเองแล้วจะมันมากกับการค้นหา

แถมท้ายครับ..

ฝ่าโลกข้อมูลกับ Google
http://www.justusers.net/articles/internet/google/google.htm

รอบรู้ google มาดูกัน ค้นอย่างไร google ให้ได้ผลตามต้องการ
http://members.lycos.co.uk/physicsdic/modules.php?name=News&file=article&sid=9

Google Help Basics of Search
http://www.google.co.th/intl/th/help/basics.html

Google Help Advanced Search
http://www.google.co.th/intl/th/help/refinesearch.html

ยังมีรายละเอียดอื่นๆอีกครับ สามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ที่..
http://www.google.co.th/intl/th/help/index.html

เข้ามาเพิ่มเติมอีกหน่อยครับ.. เป็น Operators ต่างๆที่สามารถนำมาใช้ควบคู่กับคำที่ต้องการค้นหาได้.. link ข้างบนก็พอจะมีบอกไว้บ้างแล้ว แต่อันนี้เป็น link ที่ Google โดยตรง..

Topic: Google Help : Cheat Sheet
link: http://www.google.co.th/intl/th/help/cheatsheet.html

Topic: Advanced Operators
link: http://www.google.co.th/intl/th/help/operators.html

1. ใช้เครื่องมือแปลเว็บเพ็จให้เป็นประโยชน์
นอกจากภาษาอังกฤษแล้วที่เราท่านอาจจะอ่านออกบ้าง ไม่ออกบ้างเช่นผม เป็นต้น ถ้าไปเจอภาษาอื่น ๆ
โดยเฉพาะเว็บแคร็กที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ควรจะใช้เครื่องมือแปลภาษาบ้าง จะได้รู้ว่ามันคืออะไร เช่น
http://babelfish.altavista.com/ หรือ http://world.altavista.com/ ซึ่งถ้าใครใช้ MyIE2 อยู่แล้วมันก็มีอยู่ในโปรแกรมแล้ว ตรงลูกครสีเขียวเล็ก ๆ (ปุ่ม Go) ข้าง ๆ จะมีลูกศรอันจิ๋วนั่นแหละครับคลิกเลยครับ
2. ใช้ Directories
เจ้านี่จะเป็นตัวช่วยกำจัดข้อมูลที่เราต้องการหาให้เหลือน้อยลงได้เป็นการประหยัดเวลา โดยการหาเฉพาะเรื่องที่เราต้องการเท่านั้น เพราะจัดเรียงตามหัวข้อ
http://directory.google.com/
3. ใช้ ?advanced tips?
อันนี้ก้วยเจ๋งบวกอึ้งย้งเลย บางอันผมยังไม่เคยทราบ โปรดทราบว่า x ใช้แทนอักษรหรือคำที่เราต้องการหาครับ

A. 'xxxx' ถ้าเราต้องการหาคำเฉพาะเจาะจง ให้พิมพ์ใส่ในเครื่องหมายฟันหนู อย่าลืมว่า google ไม่ใช่ case sensitive หมายถึงว่า เมื่อเราพิมพ์คำว่า Thailand โดยไม่ได้ใส่เครื่องหมาย มันก็จะหาข้อมูลที่มีคำว่าไทยแลนด์มาให้ดูเป็นกระตั้ก

B. -x / ถ้าใส่เครื่องหมายลบอยู่ข้างหน้าตามด้วย / คำที่อยู่ระหว่าง 2 เครื่องหมายนี้จะไม่ถูกค้นหา

C. filetype:xxx / เป็นการหา file extension โดยเฉพาะครับ (exe, mp3, etc)

D. -filetype:xxx / พอใส่เครื่องหมายลบเพิ่มเป็นการบอกว่าไม่ต้องค้นนะ ไฟล์สกุลนี้

E. allinurl:x / เป็นการหา URL ที่เราต้องการ อ่านว่า ออลอินยูอาร์แอล:คำที่ต้องการหา

F. allintext:x / หาคำที่ต้องการในหน้าเว็บ

G. allintitle:x / หา html title ในหน้าเว็บนั้น

H. allinanchor:x / หาคำที่ต้องการในลิงค์ที่โชว์อยู่

I. OR นั่นก็คือหรือนั่นเอง หมายถึงให้หาคำนี้หรือคำนั้น

J. ~X ให้หาคำที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ในกรณีที่เราคิดอะไรไม่ออกอ่ะครับ
4. ใช้จุดกับตัวเลข
สมมุตินะครับสมมุติว่าผมเป็นเด็ก (ทำไมกลายเป็นน้องพลับไปได้หว่า?) เอาใหม่ เช่นถ้าเราต้องการหาเครื่องเล่น MP3 ราคาอยู่ในราวไม่เกิน $90 เราก็พิมพ์ว่า mp3 player $0..$90 มันก็จะหาให้เราเฉพาะราคาระหว่าง 0~90 เหรียญเท่านั้น เพราะเราใส่จุดไป 2 ตัวนั่นเอง ทิปนี้ใช้กับตัวเลขอื่น ๆ เช่นวันที่ น้ำหนัก ฯลฯ ได้ด้วยครับ

-------------------

5. ใส่เครื่องหมายบวก +
เคยพิมพ์คำที่เราต้องการหาแล้วเจอข้อความนี้ไหมครับ
'The following words are very common and were not included in your search:'
เราสามารถใส่ + หน้าคำที่เราต้องการถึงแม้มันจะเป็นคำธรรมดาเป็นการบังคับกูลเกิลหาให้เราครับ


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:44:28 น.  

 
*http://www.ndmi.or.th/weblinks.html?

คลิกที่นี่





*ทึ่ง 'น้องแซก' 6 ขวบ ตีระนาดหาทุนเรียน
[15 เม.ย. 51 - 04:19] http://www.thairath.co.th

*เมื่อวันที่ 14 เม.ย. จากประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณท่าช้าง เขตพระนคร ว่า มีเด็กผู้ชายแต่งชุดราชปะแตนน่ารักน่าชัง ชื่อ ด.ช.ชนะใจ แจ้งสว่าง หรือน้องแซก อายุ 6 ขวบ นั่งตีระนาดเป็นเพลงไทยและสากลเพื่อหาทุนการศึกษา ท่ามกลางความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรุมล้อมชมความสามารถของหนูน้อยอัจฉริยะรายนี้กันอย่างคับคั่ง บางรายก็ควักเงินใส่กล่องที่วางไว้ด้านหน้าเพื่อมอบให้เป็นทุนการศึกษา ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางอังศนา แจ้งสว่าง อายุ 31 ปี ผู้เป็นแม่ที่มานั่งอยู่เป็นเพื่อนลูกชายตัวน้อยว่า ขณะนี้ลูกชายกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนเผยอิง ย่านเยาวราช สาเหตุที่ลูกชายสนใจการตีระนาด เนื่องจากตอนอายุ 3 ขวบ เคยนำไปดูภาพยนตร์เรื่องโหมโรง ปรากฏมีตัวละครในเรื่อง คือขุนอิน ตีระนาดเก่งมาก ทำให้ลูกชายชื่นชอบ ร้องขอให้ตนซื้อซีดีเรื่องโหมโรงมาดูอีกหลายรอบ เพื่อดูฉากการตีระนาดอย่างใจจดใจจ่อ
นางอังศนาเผยต่อว่า เมื่อเห็นว่าลูกชายสนใจการตีระนาด จึงส่งไปเรียนตีระนาดเบื้องต้นที่โรงเรียนสตรีศึกษา และต่อด้วยหลักสูตรตีระนาดที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ซึ่งลูกชายมีพัฒนาการเกินวัยเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำไปฝากฝังเรียนการตีระนาดกับขุนอิน อ.ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า เพื่อฝึกปรือฝีไม้ลายมือจนเข้าขั้น ซึ่งเวลาโรงเรียนเผยอิงมีงานต่างๆ จะส่งเสริมให้น้องแซก ตีระนาดโชว์ในงาน จนกระทั่งได้รับทุนเรียนหนังสือจากโรงเรียน ในฐานะเด็กที่มีความสามารถด้านดนตรี ขณะที่การเรียนหนังสือด้านอื่น ก็สนใจการเรียนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะภาษาจีนที่โรงเรียนเน้นเป็นพิเศษ ลูกชายจะท่องจำได้เป็นอย่างดี เรียกว่าการเรียนก็ทำได้ดีทีเดียว ตอนนี้ลูกชายอยากใช้ความสามารถด้านตีระนาดให้เป็นประโยชน์ หาทุนการศึกษาด้วยตัวเอง จึงรบเร้าให้นำไปเล่นที่สวนจตุจักร ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาช่วงเย็นตอนเลิกเรียนจะมาเล่นที่ท่าช้าง ส่วนช่วงนี้ปิดเทอมจะมาเล่นที่ท่าช้างตลอด ก็ได้รับความเอ็นดูจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เงินคนละเล็กละน้อย เฉลี่ยแต่ละวันได้ประมาณ 2-3 พันบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของลูกชายและน้องๆอีก 2 คนเพื่ออนาคตวันข้างหน้า

ส่วนน้องแซก-ด.ช.ชนะใจกล่าวว่า ภูมิใจมากที่ได้ใช้ความสามารถตีระนาดหาเงินเป็นทุนการศึกษา ช่วยเหลือพ่อแม่ที่ฐานะไม่ค่อยดีนัก ตอนเล่นมีคนไทยกับคนต่างชาติรุมล้อมดูการตีระนาดกันคับคั่ง ซึ่งตนไม่รู้สึกอาย แต่เป็นความภูมิใจมากกว่า ที่ประกอบอาชีพสุจริตและได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทย เวลาที่ตีระนาดจะเล่นเพลงหลากหลายทั้งไทยและสากล ไม่ว่าจะเป็น โหมโรง ค้างคาวกินกล้วย ใกล้รุ่ง ต้นวรเชษฐ์ ลาวล่องน่าน ลาวดวงเดือน แฮปปี้เบิร์ธเดย์ จิงเกอร์เบลล์ เมอร์รี่คริสต์มาส เถียนมีมี่ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ พอเล่นเสร็จจะมีคนใจดีให้เงินตั้งแต่สิบบาทจนถึงหลักร้อยบาท บางครั้งได้เงินดอลลาร์จากชาวต่างชาติ ซึ่งเงินจำนวนนี้ให้แม่เก็บไว้เพื่อเป็นทุนการศึกษา สำหรับอนาคตจะตั้งใจพัฒนาฝึกปรือการตีระนาดให้เก่งขึ้น และตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศเพื่อเป็นนักบินให้ได้

ด้าน 'ขุนอิน' หรือณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า นักตีระนาดชื่อดัง เปิดเผยว่า น้องแซกมาฝึกปรือฝีมือกับตนนานนับปี เป็นเด็กที่มีความรักดนตรีไทยเป็นชีวิตจิตใจ ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อม เรียกได้ว่าเป็นเด็กมีแวว หัวไว จดจำเก่ง สามารถตีระนาดได้หลายเพลง ในอนาคตถ้าสนับสนุนอย่างจริงจัง มีแววไปได้อีกไกล ขณะนี้ตนกำลังเตรียมทำรายการเกี่ยวกับการประชันวงดนตรีไทยทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง โดยจะนำน้องแซกมาร่วมเพื่อสร้างสีสัน สำหรับการไปตีระนาดหาเงินเป็นทุนการศึกษาที่ท่าช้างกับสวนจตุจักร เป็นเรื่องน่าส่งเสริม เพราะเป็นการใช้ความสามารถทางดนตรีมาใช้ในทางที่ถูก




*ยาลดน้ำหนัก (Rimonabant) ช่วยเพิ่มระดับ HDL และควบคุม triglyceride

http://www.vcharkarn.com/vcafe/46704



การใช้ยาลดน้ำหนักที่มีชื่อว่า Rimonabant เป็นเวลา 2 ปี แสดงผลให้เห็นถึงน้ำหนักลดได้อย่างคงที่ และยังลดระดับคอเลสเตอรอล ที่มีชื่อว่า HDL (High density lipoprotein) และระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์(triglyceride) จากผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกานั้นมีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ความอ้วนนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงโรคต่างๆ คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ร่างกายจะสันดาปใช้คาร์โบไฮเดรทได้ลดลง แต่จะใช้ไขมันและโปรตีนเพิ่มมากขึ้น (Diabetes mellitus) และจะเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และอาจจะตายได้ด้วยสาเหตุของโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

นักวิจัยเชื่อว่านอกจากการลดน้ำหนักแล้ว การจัดการกับความอ้วนควรจะต้องมีการควบคุมกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจด้วย เช่น ระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลที่ผิดปกติ น้ำหนักส่วนเกินที่อยู่บริเวณเอว ตามข้อมูลจากการศึกษาที่มีมาก่อนในการรายงานของศึกษาดังกล่าว และนอกจากนี้การควบคุมน้ำหนักระยะยาวยังเป็นสิ่งที่ท้าทายของผู้ป่วยและผู้ให้การรักษาในคลินิกอีกด้วย

เอฟ. แซนเวียร์ ไพ-ซันเยอร์ (F. Xavier Pi-Sunyer, M.D.) จาก ศูนย์โรงพยาบาลเซนต์ ลุด รอสเวลท์ (St. Luke's-Roosevelt Hospital Cente) ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย วิทยาลัยกายภาพและศัลยกรรม (Columbia University College of Physicians and Surgeons) นิวยอร์ก และคณะ

ได้ทำการประมาณประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ยา rimonabant คู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักและลดขนาดของรอบเอว การรักษาน้ำหนักระยะยาว และการลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน ผู้ทำการศึกษาได้สุ่มเอาผู้ที่มีน้ำหนักเกิน คือผู้ที่มีมาตรฐาน body mass index มากกว่า 27 และผู้ที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งจะมีค่า body mass index มากกว่า 30 จำนวนรวม 3,045 คน มาทำการศึกษาในช่วงเดือนสิงหาคม 2544 ถึงเดือนเมษายน 2547

กลุ่มแรกผู้ป่วยจะถูกสุ่มเพื่อรับยาหลอกที่จะไม่มีผลใดๆ (placebo)

กลุ่มที่สอง ใช้ ยา rimonabant 5 มิลลิกรัมต่อวัน

และกลุ่มสุดท้ายให้ได้รับ ยา rimonabant 20 มิลลิกรัมต่อวัน


ผู้ป่วยจะทานยาดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 ปี และผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับยา rimonabant จะถูกสุ่มอีกครั้งว่าจะได้รับยา rimonabant ในปริมาณที่เท่าเดิม หรือจะได้รับยาหลอกแทน เพื่อทานต่อในปีที่ 2 ส่วนกลุ่มผู้ที่ได้รับยาหลอกตั้งแต่แรกแล้วนั้น จะยังคงได้รับยาหลอกดังกล่าวต่อไป

ปีแรกของการศึกษาพบว่าเหลือผู้ที่ให้ทำการศึกษาเพียง 51% ของผู้ที่ได้รับยาหลอก 51% ของผู้ที่ได้รับยา rimonabant 5 มิลลิกรัมต่อวัน และ 55% ของกลุ่มผู้ที่ได้รับยา rimonabant 20 มิลลิกรัมต่อวัน

การศึกษาแสดงผลให้เห็นว่ามีการลดของน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญของผู้ป่วยที่ได้รับยา rimonabant ทั้งปริมาณ 5 และ 20 มิลลิกรัมต่อวันมากกว่าผู้ที่ได้รับยาหลอก โดยผู้ป่วยที่ได้รับยา rimonabant ปริมาณ 5 มิลลิกรัมต่อวันจำนวน 26.1% มีน้ำหนักที่ลดลง

ส่วนผู้ที่ได้รับยา rimonabant ปริมาณ 20 มิลลิกรัมต่อวันมีน้ำหนักที่ลดลงคิดเป็น 48.6 % และผู้ที่ได้รับยาหลอกมีอัตราการลดน้ำหนัก 20.0%

นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้รับยา rimonabant 20 มิลลิกรัมต่อวันจะมีการลดน้ำหนักได้มากที่สุดแล้ว ยังสามารถลดขนาดรอบเอวและระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ และเพิ่มระดับของคอเลสเตอร์รอลที่มีชื่อว่า high density lipoprotein (HDL)

ผู้ป่วยที่ถูกเปลี่ยนยาจาก rimonabant ในปริมาณ 20 มิลลิกรัมมาเป็นยาหลอกในช่วงปีที่ 2 ของการศึกษา น้ำหนักของผู้ป่วยกลุ่มนี้มีการเพิ่มขึ้น

ในขณะที่ผู้ที่ยังคงได้รับยา rimonabant ในปริมาณ 20 มิลลิกรัมต่อวันต่อไปนั้น ยังคงลดน้ำหนักต่อไปได้ และยังลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย

แต่ผลเสียของยา rimonabant คือผู้ที่ได้ทานยานี้อาจจะมีอาการคลื่นไส้ โดย 11.2% ของผู้ที่ทานยา rimonabant ในปริมาณ 20 มิลลิกรัมต่อวันจะมีอาการดังกล่าว ในขณะที่ 5.8% ของผู้ได้รับยาดังกล่าวในปริมาณ 5 มิลลิกรัมต่อวันจึงจะมีอาการดังกล่าว

'ข้อจำกัดของการศึกษานี้คืออัตราของการออกจากการศึกษากลางคันสูง และจะต้องทำการศึกษาผลกระทบระยะยาวของการให้ยา rimonabant ในการศึกษาครั้งหน้า จากการสังเกตุของพวกเรา เราพบว่ายา rimonabant น่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ดีที่จะลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆของการเกิดโรคหัวใจ โดยที่ยาชนิดนี้อาจจะก่อให้เกิดการน้ำหนักลด หรืออาจจะไม่เกิดก็ได้' ผู้เขียนรายงานสรุป

อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2006/02/060215231131.htm
http://www.artshole.co.uk/ stephenblick.htm

เพิ่มเติม
- Body mass index (BMI) สามารถคิดได้จากสมการที่จะแสดงต่อไปนี้ BMI= (น้ำหนัก ในหน่วยกิโลกรัม)/ (ความสูงในหน่วยเมตร)2

-High density lipoprotein (HDL) คือ โมเลกุลโปรตีนที่ทำหน้าที่พาคอเลสเตอร์รอลออกจากเนื้อเยื่อและอวัยวะไปสู่ตับเพื่อทำลาย หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้น HDL จึงจัดเป็นคอเลสเตอร์รอลชนิดดี เพราะมันนำเอาคอเลสเตอร์รอลส่วนเกินออกจากระบบหมุนเวียนของเลือด


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:44:54 น.  

 
*คอนเสิร์ตดีๆ เพื่อการกุศล

6 พ.ค .51
19.30 น.
(อังคาร)

มหกรรมการแสดงคอนเสิร์ต ' รำลึกราชกัลยาณี '
ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติและศิลปินทุกค่ายเพลง อาทิ ชินกร ไกรลาศ ชาย เมืองสิงห์ ขวัญจิต ศรีประจันต์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ เจมส์ เรืองศักดิ์ ติ๊ก ชิโร่ ปาน ธนพร อี๊ด โปงลางสะออน ฯลฯ
จัดโดย กระทรวงวัฒนธรรม
สอบถามรายละเอียดและสำรองบัตรที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โทร. 0 2247 0028
-----------------------------------------

6 พ.ค. 51
14.00 น.
(อังคาร)

งานแถลงข่าวมหกรรมคอนเสิร์ตละครเพลงการกุศล ' ด้วยรักและผูกพัน...สานฝันอมตะลูกทุ่งไทย '
จัดโดย สมัชชาศิลปิน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
สอบถามรายละเอียดที่ กลุ่มสวัสดิการศิลปิน ฯ กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม
โทร. 0 22470013 ต่อ 1403 และ 1408
------------------------------------------

18 พ.ค. 51 - 14.00 น.
และ 20.00 น.
(อาทิตย์)

การแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ' เทิดไท้ถวายพระพรชัย '
จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
สอบถามรายละเอียดและสำรองบัตรที่ กลุ่มส่งเสริมสุนทรียะ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
โทร. 0 2645 2955 ต่อ 4301-2( ชมฟรี )


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:45:16 น.  

 
*ม.เที่ยงคืน – สคจ. ออกแถลงการณ์ ประณามการทำหน้าที่ของรัฐในการป้องกันความรุนแรง - ประชาไท
26 มกราคม 2551 สมัชชาคนจน (สคจ.) และมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน พร้อมใจกันออกแถลงการณ์ประณามการทำหน้าที่ของรัฐในการป้องกันความรุนแรง จากเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงและพันธมิตรจ.ประจวบ ฯ กับคนงานและฝ่ายสนับสนุนโรงถลุงเหล็กเครือสหวิริยา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย
โดยแถลงการณ์สมัชชาคนจน 'ความรุนแรงไม่เคยเริ่มต้นจากคนจน' ระบุว่า ในฐานะผู้ตกเป็นเหยื่อของการพัฒนา ที่มีประสบการณ์ตรงกับการเผชิ?ญหน้าในลักษณะนี้หลายครั้ง ขอยืนยันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากความละโมบของนายทุนที่กระทำการอย่างอุกอาจโดยไม่ยำเกรงกฏหมายบ้านเมือง โดยการรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการเผชิญหน้ากันของชาวบ้าน กับกองกำลังจัดตั้ง ของทางโครงการฯในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ถ้าบริษัทสหวิริยาไม่จ้างบริษัทเข้าไปถมดินทั้ง ๆ ที่บริษัทก็รู้ว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของตนยังไม่ผ่าน
ในแถลงการณ์ได้ประนามเจ้าหน้าที่ของรัฐที่นิ่งดูดายต่อสถานการณ์จนทำให้ตึงเครียด ประณามความป่าเถื่อน ของรัฐและทุน ผู้สร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิ?ญหน้าและปะทะกันจนทำให้เกิดการสู?เสียล้มตายในที่สุด และขอเรียกร้องให้ทั้งสองส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญ?เสียชีวิต ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ และเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ สมัชชาคนจนยังเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีเจตนารมณ์ในการสร้างความสมานฉันท์ และมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นนักสันติวิธีเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ ด้วยการสั่งให้เจ้าของโครงการฯยุติการดำเนินการใดๆไว้ก่อนจนกว่ากระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรมจะได้ข้อยุติ และวิงวอนพี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลายได้โปรด ขุดคุ้ยเบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์มาตีแผ่ต่อสาธารณะชนอย่างตรงไปตรงมา
ด้านมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนออกแถลงการณ์ 'ประณามการทำหน้าที่รัฐในเหตุความรุนแรง คัดค้านสร้างโรงถลุงเหล็ก แม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์' มีเนื้อความสรุปว่า สลดใจต่อการทำหน้าที่ของรัฐทั้งระบบ ซึ่งไม่นำพาต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งๆที่ ความรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บและล้มตาย เป็นสถานการณ์ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากหน่วยงานต่างๆของรัฐวางตัวเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และตระหนักรู้ถึงความขัดแย้งอย่างจริงจัง มีความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เคารพความจริงความถูกต้อง ไม่ตกอยู่ในมายาคติของการพัฒนาที่ปราศจากความสมดุลและยั่งยืน และที่สำคัญไม่ยินยอมให้ทุนขนาดใหญ่จูงจมูก ลดตัวลงเป็นเบี้ยล่าง พร้อมสนับสนุนและวางเฉยต่อความรุนแรง อันเป็นการกระทำที่ปราศจากเกียรติและศักดิ์ของภาครัฐ
ในท้ายแถลงการณ์ยังแสดงความสนับสนุนประชาชนแม่รำพึง ผู้รักและหวงแหนในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเข้มแข็ง
....................................................
แถลงการณ์ฉบับเต็ม

แถลงการณ์สมัชชาคนจน
ความรุนแรงไม่เคยเริ่มต้นจากคนจน

ตามที่ได้เกิดเหตุเผชิญหน้ากันระหว่าง ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงและพันธมิตรจ.ประจวบ ฯ กับคนงานโรงถลุงเหล็กเครือสหวิริยาที่มีอาวุธครบมือทั้งมีด,ดาบ,ไม้และปืน ที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม 2551 ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายกันตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่อมวลชนนั้น
สมัชชาคนจน ในฐานะผู้ตกเป็นเหยื่อของการพัฒนา ที่มีประสบการณ์ตรงกับการเผชิ?ญหน้าในลักษณะนี้หลายครั้ง ขอยืนยันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากความละโมบของนายทุนที่กระทำการอย่างอุกอาจโดยไม่ยำเกรงกฏหมายบ้านเมือง โดยการรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการโรงถลุงเหล็กดังกล่าวยังไม่ผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และเป็นที่ทราบโดยทั่วกันอีกว่าพื้นที่ดำเนินโครงการบางส่วนมีสภาพเป็นป่าพรุ และ กำลังมีการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบลงบนที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่ก็ยังมีการบุกรุกเข้าไปดำเนินการโดยไม่ได้ละอายต่อความผิดชอบชั่วดีใดๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐอำนวยความสะดวก ในการย่ำยีกฎหมาย ซึ่งเป็นเหมือนการเยี่ยวรดหัวใจชาวบ้าน
ที่สำคัญ?การเผชิญหน้ากันของชาวบ้าน กับกองกำลังจัดตั้ง ของทางโครงการฯในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ถ้าบริษัทสหวิริยาไม่จ้างบริษัทเข้าไปถมดินทั้ง ๆ ที่บริษัทก็รู้ว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของตนยังไม่ผ่าน บริษัทสหวิริยาอ้างตนว่าเป็นบริษัทธรรมาภิบาลการกระทำครั้งนี้แสดงตนชัดเจนว่าธรรมาภาบาลเป็นแค่การสร้างภาพเท่านั้น อีไอเอ ฉบับก่อนที่บริษัทต้องถอนออกไปทำใหม่ก็ไม่มีการระบุเรื่องพื้นที่ป่าพรุ หากว่า สผ.อนุมัติ ฯ อีไอเอ ฉบับที่แล้ว ป่าพรุ 1500 ไร่ก็จะถูกกลบโดยโรงถลุงเหล็กไปแล้ว บริษัทสหวิริยาน่าจะขอบคุณชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงเพราะชาวบ้านคัดค้านอีไอเอ ช่วยค้นหาป่าพรุ ทำให้สหวิริยาไม่ต้องเป็นอาชญากรทางสิ่งแวดล้อมฆ่าป่าพรุ 1500 ไร่
เราขอประนามเจ้าหน้าที่ของรัฐที่นิ่งดูดาย และเมื่อสถานการณ์ตึงเครียดก่อนจะปะทะกัน แทนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าคลี่คลายสถานการณ์กลับถอนกำลังออกจากพื้นที่เปิดทางให้คนงานบริษัทที่มีอาวุธทำร้ายฝ่ายต่อต้านได้ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งรัฐเข้าไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่ก็ไม่มีน้ำยาในการคุ้มครองชาวบ้านให้รอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตได้และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้
สมัชชาคนจนขอประณามความป่าเถื่อน ของรัฐและทุน ผู้สร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิ?ญหน้าและปะทะกันจนทำให้เกิดการสู?เสียล้มตายในที่สุด และขอเรียกร้องให้ทั้งสองส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีเจตนารมณ์ในการสร้างความสมานฉันท์ และมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นนักสันติวิธีเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ ด้วยการสั่งให้เจ้าของโครงการฯยุติการดำเนินการใดๆไว้ก่อนจนกว่ากระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรมจะได้ข้อยุติ
พร้อมกันนี้ขอวิงวอนพี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลายได้โปรด ขุดคุ้ยเบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์มาตีแผ่ต่อสาธารณะชนอย่างตรงไปตรงมา และทำหน้าที่แทนประชาชนคนไทยในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม
สุดท้ายขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญ?เสียชีวิต ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์อันเกิดจากความละโมบของนายทุนด้วยความรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สมัชชาคนจน
………………………………………………………………………..
แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ประณามการทำหน้าที่รัฐในเหตุความรุนแรง คัดค้านสร้างโรงถลุงเหล็ก แม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนรู้สึกสลดใจต่อการทำหน้าที่ของรัฐทั้งระบบ ซึ่งไม่นำพาต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย กรณีคัดค้านสร้างโรงถลุงเหล็กที่ตำบลแม่รำพึง ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งก่อให้เกิดการเผชิญหน้าของประชาชนกลุ่มต่างๆ และลุกลามไปสู่การทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง อันเกิดจากการปะทะกัน เนื่องจากความพยายามปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตอันดีงาม
ความหวงแหนในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรสำคัญต่อการดำรงชีวิต ถือเป็นสิทธิมนุษยชน (Civil Right) อันพึงปฏิบัติ ซึ่งตรงข้ามกับการพัฒนาวิถีเศรษฐกิจที่ปราศจากความรับผิดชอบ ประกอบกับการสนับสนุนให้เกิดการการเผชิญหน้า การใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชน อีกทั้งการสมรู้ร่วมคิดกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งสนับสนุนทุนนิยมความรุนแรงด้วยการอ้างตัวบทกฎหมาย โดยละเลยความเป็นธรรมอันเป็นหัวใจของกระบวนการดังกล่าว อันสิ่งที่ควรประณาม
เหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 จากการคัดค้านการถมที่ป่าพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อขยายกิจการโรงถลุงเหล็กฯ เกิดจากการลุแก่อำนาจ ซึ่งฝ่ายทุนขนาดใหญ่ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ทำการเพิกเฉย ปิดประตูรับฟังผลกระทบในด้านต่างๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่มีต่อสังคมวัฒนธรรมของประชาชน ประกอบกับความพยายามอยางสม่ำเสมอในบิดเบือนการใช้อำนาจ และอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ถือเป็นความฉ้อฉลที่สังคมไทยซึ่งรักความเป็นธรรมควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด
อันที่จริง ความรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บและล้มตาย เป็นสถานการณ์ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากหน่วยงานต่างๆของรัฐวางตัวเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และตระหนักรู้ถึงความขัดแย้งอย่างจริงจัง มีความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เคารพความจริงความถูกต้อง ไม่ตกอยู่ในมายาคติของการพัฒนาที่ปราศจากความสมดุลและยั่งยืน และที่สำคัญไม่ยินยอมให้ทุนขนาดใหญ่จูงจมูก ลดตัวลงเป็นเบี้ยล่าง พร้อมสนับสนุนและวางเฉยต่อความรุนแรง อันเป็นการกระทำที่ปราศจากเกียรติและศักดิ์ของภาครัฐ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงขอประณาม ต่อพฤติกรรมดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากความจงใจ อันนำไปสู่ความรุนแรง และขอให้สังคมไทยจับตาต่อความฉ้อฉล ความไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นกลาง และปราศจากความรับผิดชอบต่อหน้าที่ จนนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในขั้นวิกฤต ซ้ำซาก พร้อมทั้งขอสนับสนุนประชาชนแม่รำพึง ผู้รักและหวงแหนในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเข้มแข็ง
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน





*พระวจนะประจำวันจากพระธรรมสดุดี รับการเสริมสร้าง หนุนจิตและชูใจผ่านทางพระธรรมสดุดี

(( http://www.oknation.net/blog/psalms ))

พระมรรคาทั้งสิ้นของพระเจ้าเป็นความรักมั่นคงและความสัตย์จริงแก่บรรดาผู้ที่รักษาพันธสัญญาและบรรดาพระโอวาทของพระองค์ – สดุดี ๒๕:๑๐

คุณเคยรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังทรงเล่นงานคุณหรือเคยรู้สึกว่าพระวจนะของพระองค์ไม่เป็นจริงในชีวิตของคุณหรือไม่ ทราบไหมครับว่าพระเจ้าทรงประสงค์ให้บุตรทุกคนของพระองค์มีประสบการณ์กับความรักมั่นคง พระเมตตาของพระองค์ และความสัตย์จริงของพระวจนะของพระองค์ แต่ประสบการณ์นี้จะเกิดกับคนที่รักษาพันธสัญญาและบรรดาพระโอวาทของพระองค์ หรือคนที่ประพฤติตามพระวจนะของพระเจ้านั่นเอง พระเจ้าทรงจริงจังกับการที่บุตรของพระองค์ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์ เพราะนั่นคือบทพิสูจน์ว่าคุณรักพระองค์หรือไม่ พระเยซูตรัสว่า “ถ้าผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะประพฤติตามคำของเรา... ผู้ที่ไม่รักเรา ก็ไม่ประพฤติตามคำของเรา” (ยอห์น ๑๔:๒๓-๒๔) ปัญหาคือ เราพบคนมากมายที่กล่าวว่ารักพระองค์ แต่กลับไม่ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์ คนที่ประพฤติตามพระวจนะเท่านั้นที่จะพบเส้นทางของพระองค์ ผู้เชื่อจำนวนมากแทนที่จะดำเนินบนเส้นทางของพระองค์ กลับดำเนินบนเส้นทางของตนเอง หากวันนี้เส้นทางของคุณอยู่ภายใต้กฎตาต่อตาฟันต่อฟัน คุณจะมองพระเจ้าว่าทรงใช้กฎนั้นกับคุณเช่นกัน การไม่แสดงความเมตตาต่อความผิดของผู้อื่นจะทำให้คุณเองไม่มีวันรับรู้ถึงพระเมตตาของพระเจ้า จิตสำนึกของคุณจะฟ้องผิดอยู่ตลอดเวลา คุณจะระแวงว่าพระเจ้าจะทรงเล่นงานคุณ เฆี่ยนตีคุณ ทำให้คุณเจ็บป่วย ตกงาน บ้านไฟไหม้ สามีนอกใจ คุณจะเปิดประตูชีวิตและให้โอกาสมารนำเอาสิ่งร้ายๆ เข้ามาในชีวิตของคุณโดยที่คุณเข้าใจผิดว่าพระเจ้าส่งมา นี่คือสาเหตุที่พระองค์ประทานเส้นทางของพระองค์แก่คุณ เป็นเส้นทางที่คุณจะมีประสบการณ์กับพระองค์อย่างถูกต้อง มีประสบการณ์กับพระองค์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณต้องตัดสินใจออกนอกเส้นทางของคุณเข้าสู่เส้นทางของพระเจ้า โดยประพฤติตามคำของพระองค์ เลือกเส้นทางแห่งความรักซึ่งเป็นทางของพระเจ้า ตัดสินใจที่จะรัก อธิษฐานเผื่อ และทำดีต่อศัตรู แล้วคุณจะดำเนินอยู่บนเส้นทางของพระเจ้า เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความรัก สันติสุข ความชื่นชมยินดี จิตสำนึกของคุณจะไม่กล่าวโทษคุณ และหากวันใดที่คุณทำผิดพลาด คุณสามารถมั่นใจในพระเมตตาของพระองค์ที่จะยกโทษคุณเหมือนอย่างที่คุณยกโทษผู้อื่น คุณจะมีความมั่นใจอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า คุณจะดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ ความเชื่อของคุณจะเติบโตขึ้น คุณจะมีประสบการณ์กับความรักมั่นคงและพระเมตตาของพระองค์ ด้วยความเชื่อในความสัตย์จริงของพระวจนะ พระสัญญาในพระวจนะจะเป็นประสบการณ์จริงสำหรับคุณ คุณมีประสบการณ์กับชีวิตครบบริบูรณ์ที่พระเยซูได้เสด็จมาเพื่อประทานแด่คุณ

คำอธิษฐานด้วยความเชื่อ: พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระมรรคาทั้งสิ้นของพระองค์เป็นความรักมั่นคงและความสัตย์จริงแก่ลูก เพราะลูกรักษาพันธสัญญาและบรรดาพระโอวาทของพระองค์ ลูกสรรเสริญพระองค์ ในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:45:47 น.  

 
*(3 พ.ค.) จะเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก World Press Freedom Day

พรุ่งนี้ (3 พ.ค.) จะเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก World Press Freedom Day ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันขององค์กรวิชาชีพสื่อ โดยในรอบปี 2550 จนถึงปัจจุบันได้เกิดการคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอยู่หลายครั้ง ทั้งจากการกระทำของนักการเมืองด้วยการแทรกแซง แทรกซึมอย่างแยบยลผ่านนโยบาย

หรือแม้แต่การข่มขู่กันซึ่งหน้าด้วยการส่งคนไปติดตามนักข่าว หรือแม้แต่การชุมนุมที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างป่าเถื่อนจนทำให้นักข่าวต้องถูกลูกหลงขณะที่ทำหน้าจนเลือดอาบหน้าก็ตาม ซึ่งถือว่ากระทบต่อการแสดงออกของสื่อเพื่อให้มาซึ่งข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่งที่ขัดขวางการทำหน้าที่ของสื่อที่มีมาโดยตลอดจนถึง ณ วันนี้



ทั้งนี้ รายงานข่าวจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ โดยนายวันชัย วงศ์มีชัย อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์การยูเนสโก้(UNESCO) หรือองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 3 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก
วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกเป็นโอกาสที่สื่อฯได้บอกกล่าวและกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน และได้รับรู้ว่า มีสื่อมวลชนทั่วโลก ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยการเซ็นเซอร์ข่าวและงานเขียน สำนักพิมพ์ถูกปรับ ถูกขู่ ถูกปิดชั่วคราวหรือถาวร และผู้สื่อข่าว บรรณาธิการถูกทำร้าย ถูกคุมขังหรือถูกฆ่า
ที่สำคัญวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกถือเป็นวันที่ผู้ที่ทำงานด้านสื่อต้องทบทวนและพูดคุยกัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการแสดงออกและจริยธรรมของวิชาชีพ โดยที่ประเทศต่างๆ รัฐบาล ประชาชน และสื่อมวลชนเองจะได้ร่วมกันปลุกจิตสำนึก พิจารณาและพัฒนาข้อคิดข้อเสนอต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน ทั้งยังเป็นโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมกันเฉลิมฉลองและประเมินสถานการณ์ของเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน
ด้าน 'มติชนออนไลน์' รายงานข่าวดัชนีการรอดพ้นจากการลงโทษของคณะกรรมการเพื่อปกป้องผู้สื่อข่าว (ซีพีเจ)เนื่องในโอกาสวันเสรีภาพสื่อโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 เมษายน (ตามเวลาท้องถิ่น)ว่า มีอยู่ 13 ประเทศ ที่ถือว่าสถานการณ์ด้านสวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอยู่ในขั้นร้ายแรงที่สุด จากการปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่สังหารผู้สื่อข่าวลอยนวลไปได้ โดยซีพีเจระบุว่า รัฐบาลในประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการคลี่คลายคดีฆาตกรรมที่ผู้สื่อข่าวตกเป็นเป้ามาตลอดตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปี 2550
ซีพีเจระบุว่า มีคดีฆาตกรรมที่ไม่สามารถคลี่คลายได้อย่างน้อย 199 คดี ในประเทศเหล่านี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 79 คดี ในอิรัก 24 ในฟิลิปปินส์ อย่างน้อย 20 ในโคลอมเบีย 14 ในรัสเซีย 9 ในเซียร์ราลีโอน 8 ในศรีลังกา บังกลาเทศ และปากีสถาน 7 ในอัฟกานิสถานและเม็กซิโก และ 5 ในโซมาเลีย เนปาล และอินเดีย
ในดัชนียังระบุว่า คดีที่ไม่สามารถคลี่คลายได้ในจำนวนนี้รวมถึงคดีที่นักข่าวชื่อดังหลายรายตกเป็นเหยื่อ เช่น แอนนา โปลิทคอฟสกายา นักข่าวสาวชาวรัสเซีย เป็นต้น ( อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=29380&catid=6 )
ทั้งนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, เครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ (SEAPA) และองค์การยูเนสโก้ จะจัดกิจกกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก”หรือ World Press Freedom Day โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

1.วันที่ 2 พฤษภาคม เชิญชวนสื่อมวลชนร่วมรณรงค์ “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” ด้วยการใส่เสื้อ “คุกคามสื่อ คุกคามประชาชน “ในสถานที่ทำข่าวทุกแห่ง เพื่อสื่อสารกับสาธารณชนโดยทั่วไป ให้ตระหนักว่า“เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน”ดังนั้นการใช้อำนาจหรือวิธีการใดๆในการคุกคามสื่อก็ถือว่าเป็นการคุกคามประชาชนเช่นกัน



2. วันที่ 3 พฤษภาคม “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” จะจัดกิจกรรมที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ถ.สามเสน (ตรงข้าม รพ.วชิระ)ในเวลาตั้งแต่ 09.00-12.00 น. โดยเริ่มจากการแถลงผลการศึกษาเรื่อง “(วิ)วาทกรรมสมัครกับสื่อ และการอภิปรายเรื่อง “(วิ)วาทกรรมสมัครกับสื่อ”โดยมี แพทย์หญิงพรรณพิมล หล่อตระกูล,รศ.ดร.สมชาย ภคภาสนวิวัฒน์,นายบุญเลิศ คชายุทธเดช, ผศ.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ เป็นวิทยากร
หลังจากนั้น จะมีการแถลงการณ์ร่วมของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ซึ่งในโอกาสนี้ จึงขอเชิญเพื่อนสื่อมวลชนร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

กำหนดการ

วันสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day-3 May)


วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2551 เวลา 9.30 – 12.00 น.

ณ ห้องอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

9.30 น. กล่าวเปิดงาน โดย นางสาวนาตยา เชษฐโชติรส นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

9.45 น. แถลงผลการวิจัย การศึกษารอบพิเศษ เรื่อง (วิ)วาท กรรม สมัครกับสื่อ โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

10.00 น. อภิปราย หัวข้อ “วิวาทกรรม สมัครกับสื่อ”
แพทย์หญิงพรรณพิมล หล่อตระกูล จิตแพทย์ ประจำสถาบันราชานุกูล
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสนวิวัฒน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช หนังสือพิมพ์มติชน
ผศ.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการ โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะสังคม
ผู้ดำเนินรายการ นายวีระศักดิ์ พงษ์อักษร กรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ

11.30 น. แถลงการณ์องค์กรวิชาชีพสื่อในประเทศไทย
โดย นางสาวนาตยา เชษฐโชติรส
นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์
นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
นายวันชัย วงศ์มีชัย อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ
นายบุญเลิศ ศุภประภาวณิชย์ อุปนายก สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยฝ่ายสิทธิเสรีภาพ

จาก : http://www.tja.or.th/


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:10 น.  

 
*การเรียกร้องการพัฒนาระบบโทรศัพท์ของคนหูหนวกในประเทศอังกฤษ

กลุ่มคนที่พิการทางการได้ยินหรือคนหูหนวกในประเทศอังกฤษได้ทำการเรียกร้องให้นักการเมืองสนใจประเด็นกการพัฒนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ช่วยในการสื่อสารทางโทรศัพท์ของคนหูหนวกให้ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการเรียกร้องในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานได้ง่ายขึ้นและราคาก็ควรที่จะลดลงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้งานมากขึ้น

คุณ Myers ประธานสมาคม TAG ซึ่งเป็นสมาคมที่ช่วยเหลือคนที่พิการทางการได้ยินในประเทศอังกฤษที่เป็นการรวมตัวกันของ Royal National Institute for Deaf People, British Deaf Association และสมาคมเล็กๆอื่นๆที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยิน การรับรู้ กล่าว่าเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยผู้พิการทั้งหลายนั้นมีประโยชน์เป็นอย่างสำหรับพวกเขา และสิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้เกิดความเท่าเทียมของคนเหล่านี้ทางด้านศึกษา การฝึกอบรมต่างๆและในการทำงานโดยเฉพาะการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นตัวช่วยที่สำคัญให้คนพิการสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและทำงานได้เทียบเท่ากับคนปกติ

โดยการเรียกร้องครั้งนี้มีขึ้นเมื่องวานนี้ ซึ่งเทคโนโลยีหลักๆที่ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยให้คนพิการทางการได้ยินสามารถสื่อสารทางโทรศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็มี

Captioned telephony- เป็นการสื่อสารแบบ 2 ช่องทางโดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการรับรู้และการแยกแยะเสียง (Speech Recognition) มาเป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงเป็นตัวหนังสือเพื่อให้คนหูหนวกอ่านแทน

Video relay – เป็นการใช้เทคโนโลยีของกล้องวิดิโอขนาดเล็กหรือที่เรียกว่ากล้องเว็บแคมเป็นตัวกลางในการสื่อสาร โดยจะทำการจับภาพเคลื่อนไหวของผู้ใช้และผู้ใช้ก็สามารถสื่อสารกันโดยใช้ภาษามือ

Text relay- เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้คนพิการทางการได้ยินทำการพิมพ์ข้อความที่ต้องการสื่อสารลงไป จากนั้นจะมีพนักงานหรือ โอเปอเรเตอร์ เป็นคนอ่านข้อความนั้นส่งให้ปลายทางแทน


ซึ่งการเรียกร้องในครั้งนี้ เป็นการเรียกร้องเกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยงานในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนพิการที่เป็นประโยชน์มาก

ที่มา http://news.bbc.co.uk/1/hi/technology/7327245.stm โดย ธนัช




*การประชุมสัมมนา 'กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก'

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551

ณ ห้องจิตรลดา โรงแรม เอส ดี อเวนิว ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร

09.00 – 09.30 น.
ลงทะเบียน
ผู้บรรยาย

09.30 – 10.00 น.
พิธีเปิดการสัมมนา
นายสุทธิศักดิ์ เลาหชีวิน

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

10.00 – 12.00 น.
การรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก
นายสมชาติ สร้อยทอง

ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ

นายสมชาย พรรัตนเจริญ

นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย

13.00 – 17.00 น.
กลยุทธ์การบริหารจัดการร้านค้าปลีก
นายชนะ เติมศิริศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญการค้าส่ง-ค้าปลีก

นางจินดา ตั้งมั่นอนันตกุล ผู้เชี่ยวชาญการค้าส่ง-ค้าปลีก

หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มเวลา 10.30 และ 14.45 น.

พักรับประทานอาหารกลางวันเวลา 12.00 – 13.00 น.


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:32 น.  

 
*ดีไซน์ปีหน้า ผ่านสายตา 4 นักออกแบบ จาก 3 ทวีป
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2551 12:07 น.



ผลงานของ Mr.Stephen Burks

มาช่วยปลุกความคิดของนักออกแบบไทยให้ตื่นตัวอีกวาระ
เมื่อ 4 นักออกแบบคุณภาพ จาก 3 ทวีป ถูกเชื้อเชิญโดยกรมส่งเสริมการส่งออก มาร่วมถกในเวทีบรรยายของงาน Big Design Week 2008 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ(TCDC) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย Carolina Calzada Marketing Manager บริษัท Global Color Research Co.Ltd ผู้มาเล่าถึงแนวโน้มการออกแบบในตลาดยุโรปในปี 2009, Mr.Kazuhisa Sadogawa Vice President บริษัท I&R System Co.Ltd,Mr.Endo Kazuya President บริษัท Blanche Associes Inc.ผู้มาเล่าถึงแนวโน้มการออกแบบในตลาดญี่ปุ่นในปี 2009 และ Mr.Stephen Burks จาก Readymade Projects Inc (US) ผู้มาเล่าถึงแนวโน้มการออกแบบในตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 20009

*Carolina Calzada
ผู้ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์สีในโลกแห่งแฟชั่นและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกอย่าง Carolina Calzada กล่าวว่าในปีหน้าสีทองจะเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในตลาดงานออกแบบของสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มากเท่าสีเขียว ซึ่งเป็นสีแห่งธรรมชาติ และสะท้อนถึงสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันได้ดี
สีเขียวจะเป็นสีหลักต่อเนื่อง 2 ปี และรูปของดีไซน์ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ นอกจากนี้ “ไม้” ยังเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมดีไซน์มากขึ้น

ส่วนเทรนด์ในตลาดญี่ปุ่น Mr.Kazuhisa Sadogawa สะท้อนผ่านข้อมูลวิจัยว่า แนวโน้มเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้น งานดีไซน์มีหลายแบบ รูปลักษณ์ออกไปในทางผู้หญิงโบราณย้อนยุค หรือสไตล์คลาสสิค สีที่ใช้เป็นสีขาว สีเทา หรือสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันถือเป็นเทรนด์อนุรักษ์
การดีไซน์แบบตะวันออกจะได้รับความสนใจมากขึ้น รูปแบบเน้นไปทางผสมวัฒนธรรมจีนกับญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในระยะหลังประเทศทางตะวันตกได้นำรูปแบบตะวันออกไปใช้ในการดีไซน์บ้างแล้ว
ในช่วง Spring Summer เฉดสีที่ใช้ในการออกแบบ คือสีขาว ดำ แทรกด้วยสีบ๊วยแดงญี่ปุ่นและสีทอง ส่วนในช่วง Autumn Winter โทนสีลูกลดลงมาเรียกว่านีโอพันซ์ เน้นสีเทา และเงินเข้าไปผสม วัสดุที่ใช้เป็น กระดาษ ไม้ หิน รวมถึงเพิ่มศิลปะเข้าไป สามารถผลิตงานแบบแฮนด์เมดได้ ซึ่งต่อไปอาจจะมีการนำหลักนิเวศวิทยาเข้ามาร่วมในการออกแบบด้วย โดยสีที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้คือ สีเขียว สีส้มและสีม่วง


ฝ่าย Mr.Endo Kazuya ผู้เติบโตมาในสังคมเมืองอย่างโตเกียว และทุ่มเทสร้างงานออกแบบ เพื่อให้คนโตเกียวมีความสุข และเป็นเจ้าของคอนเซ็ปต์ “ออกแบบเพื่อบ้านที่มีความสุข”
เขามองถึงแนวโน้มการออกแบบในตลาดญี่ปุ่นว่า เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบต้องสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนได้ หากเป็นออฟฟิศ สิ่งของที่วางบนโต๊ะแม้ไม่เก็บก็ดูดี สินค้าเช่น แก้วน้ำ ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้รับการคัดสรรมาอย่างดีเพื่อผู้บริโภค แก้วชงมีลักษณะเล็กและกลม ผลิตจากเมืองจีนแต่เป็นดีไซน์แบบญี่ปุ่น
ให้คุณค่ากับผ้าเช็ดตัวที่มีการนำเข้าจากเบลเยี่ยม ด้วยเบลเยี่ยมเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆในโลกที่ผลิตขึ้นมา และมีมากว่าพันปี

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เช่น ขวดปั้มสบู่ ที่ญี่ปุ่นขายดีมากเพราะถือเป็นสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เฟอร์นิเจอร์อื่นๆมีการนำเข้าจากไทย เช่น แจกัน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ไม่ต้องปักดอกไม้ก็ใช้เป็นเครื่องประดับบ้านได้
“สินค้าทุกอย่าง ญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่ประโยชน์ใช้ซอยเป็นพื้นฐาน คุณภาพและหน้าที่ของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเป็นสินค้าแฮนด์เมดจะถือว่ามีคุณค่ามาก



ด้าน Mr.Stephen Burks นักออกแบบผู้มีชื่อเสียงในอเมริกา มีผลงานมากมายในการออกแบบแพ็คเก็จจิ้ง เฟอรนิเจอร์ ทั้งรีเทลช็อปและแบรนด์ดัง เป็นวิทยากรรับเชิญในต่างประเทศทั่วโลก
Mr.Stephen ทำงานภายใต้ชื่อสตูดิโอ Readymade Projects หลักการทำงานของเขาแตกต่างจากดีไซเนอร์คนอื่นๆตรงที่ เป็นผู้กำหนดเทรนด์ ไม่เชื่อกระแสตลาด เป็นผู้ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ดังนั้นผลงานที่ออกมาจึงมีความน่าสนใจ มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่เสมอ

ในการสร้างโพรดักซ์ของตัวเอง Mr.Stephen แนะนำคนไทยว่า ให้คำนึงถึงความเป็นเอกลักษณ์ไทยเป็นสำคัญ หากนำเสนอจุดนี้สินค้าสามารถขายได้ในโลกอย่างแน่นอน
มุมมองเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน Mr.Stephen เห็นว่ามีส่วนทำให้สีเขียวเป็นที่นิยม สภาวะโลกร้อนถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด ในความเป็นจริงยังมีน้อยคนนักที่จะคิดถึงธรรมชาติ


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:58 น.  

 
*โปรดระวัง!...ช้างตกจากฟ้า
เปิดโลกทัศน์....ดิจิตอลมีเดีย
หลากหลายเรื่องราวน่าสนใจ ทั้งสาระประโยชน์ ความบันเทิง และแง่คิด เพื่อคนยุคดิจิตอลมีเดีย
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia



Current ร่วมกับ Alliance for Climate Protection สมาคมที่รณรงค์ให้ผู้คนใส่ใจในวิกฤติ
จากสภาวะของอากาศ ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของโลก ได้จัดรายการประกวดวิีดีโอสั้น
ความยาวไม่เกิน 1 นาที ในหัวข้อ '60 วินาทีเพื่อช่วยโลกดีขึ้น' หรือ
60 Seconds to Save the Earth : Ecospot Contest



มีผู้ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมเกือบ 500 ผลงาน และที่ผมนำมาให้ชมในเอนทรีนี้คือ
ผลงานที่ได้รับการโหวตสูงสุดให้เป็นผู้ชนะในรายการนี้

ว่ากันว่า ในปี 2005 อเมริกาประเทศเดียว ได้ส่งคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ฟ้า ในปริมาณถึง
6,100 ล้านตัน หรืออาจประมาณได้ว่าเทียบเท่ากับช้าง 1200 ล้านเชือกเลยทีเดียวครับ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องส่งผลกระทบกลับมายังเราอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นคือแนวคิดของวิดีโอสั้นเรื่องนี้

ระวังนะครับ ระวังช้างหล่นใส่หัว...

เพื่อน ๆ ที่สนใจจะชมผลงานไอเดียกระฉูดของคนอื่น ๆ ที่ส่งเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้
สามารถแวะไปได้ที่

http://current.com/topics/76173162_ecospot

ดูเพลินเลยครับ เจ๋ง ๆ ทั้งนั้น..


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:47:48 น.  

 
*ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน

http://www.prd.go.th/files/peoplefile/b554828028fc28debf3aa59597fba66f.doc


ภาวะโลกร้อน คือ การที่ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือน กระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้น มนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน ( CFC) เข้าไปอีก ด้วย พร้อมๆกับการที่เราตัดและทำลาย ป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวย ความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกใน การดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิ ภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆที่เราได้กระทำ ต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน

ซี่งปรากฏการณ์ทั้งหลายเกิดจากภาวะโลกร้อนขึ้นที่มีมูลเหตุมาจากการปล่อยก๊าซพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นที่รู้จักกันโดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ 6 ชนิด ที่จะต้องลดการปล่อยได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2) ก๊าซมีเทน ( CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ( N2O) ก๊าซไฮโดรฟลูโรคาร์บอน ( HFCS) ก๊าซเปอร์ฟลูโรคาร์บอน ( CFCS) และก๊าซซัลเฟอร์เฮกซ่าฟลูโอโรด์ ( SF6 )
คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นก๊าซที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศโลกมากที่สุด ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการปล่อยก๊าซชนิดนี้ออกมาในบรรยากาศไม่น้อยหน้าประเทศอื่น โดยมีที่มาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง หรือ ก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า !! ??

ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ( co2) มาจากมนุษย์ประเทศไหนมากที่สุด จากตัวเลขที่ได้สำรวจล่าสุดนั้นเรียงตามลำดับประเทศที่ปล่อยควันพิษของโลกมีปริมาณสะสมมาตั้งแต่ปี 1950 ดังนี้ :-
1. สหรัฐอเมริกา 186,100 ล้านตัน
2. สหภาพยุโรป 127,800 ล้านตัน
3. รัสเซีย 68,400 ล้านตัน
4. จีน 57,600 ล้านตัน
5. ญี่ปุ่น 31,200 ล้านตัน
6. ยูเครน 21,700 ล้านตัน
7. อินเดีย 15,500 ล้านตัน
8. แคนาดา 14,900 ล้านตัน
9. โปแลนด์ 14,400 ล้านตัน
10. คาซัคสถาน 10,100 ล้านตัน
11. แอฟริกาใต้ 8,500 ล้านตัน
12. เม็กซิโก 7,800 ล้านตัน
13. ออสเตรเลีย 7,600 ล้านตัน
รวมถึงการปล่อยสารซีเอฟซีที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่อง ทำความเย็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นตู้เย็น เครื่องปรับอากาศทั้งบ้านและรถยนต์

ในต่างประเทศเองส่วนใหญ่เลิกใช้สารซีเอฟซีกันหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังใช้อยู่ในปริมาณร้อยละ 1 ของสารซีเอฟซีที่ใช้ทั่ว โลก ทราบว่าปีหน้าไทยเองจะยกเลิกเช่นกัน
สารซีเอฟซีนั้นประมาณร้อยละ 33 ของปริมาณทั้งหมด ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นเพื่อใช้ในตู้เย็น ตู้แช่เย็น และเครื่องปรับอากาศทั้งในอาคารและในรถยนต์ ร้อยละ 25 ใช้ทำความสะอาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และร้อยละ 42 ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ มองแค่ ตู้เย็นผลิตประมาณปีละ 1.3 ล้านเครื่อง ใช้สารซีเอฟซีประมาณ 260 ตันต่อปี
ยังมีอุตสาหกรรมที่ใช้สารไฮ-โดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน เอชซีเอฟ และไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนหรือ เอชเอฟซี สามารถทำลายบรรยากาศชั้นโอโซนได้เช่นกัน เอชซีเอฟ ทำลายโอโซนได้นาน 5 ปี ส่วนซีเอฟซี ทำลายโอโซนได้นานถึง 25 ปี ส่วนเอชเอฟซี ไม่ทำลายชั้นของโอโซนเพียงแต่ปิดกั้นพลังงานความร้อนเท่านั้น
ประการต่อมาสารคาร์บอนไดออกไซด์ มีการพบว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณครึ่งหนึ่ง เกิดจากการตัดไม้ ทำลายป่าบนพื้นที่ประมาณ 6 แสนไร่ ตรงนี้น่าจะรับฟังได้ เพราะป่าไม้ของไทยถูกทำลายปีละ 1 ล้านไร่ จนจะหมดอยู่แล้ว ผลที่เกิดก็คือเนื่อง จากต้นไม้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ตอนมีการสังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน และปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในเวลากลางคืน
แต่ที่แนวโน้มน่ากลัวกว่าเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมและท่อไอเสียจากรถยนต์ เพราะการพัฒนาประเทศนั้นมีแต่เพิ่มมากขึ้น ในการขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ประเมินว่ามี 1.88 ล้านคันทั่วประเทศ จะมีก๊าซออกมา 10 กิโลกรัม ต่อเชื้อเพลิง 4 ลิตร หากมีการขับขี่ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง 4 ลิตรต่อคัน ก็จะปล่อยคาร์บอนไดออก ไซด์ออกมา 18,800 ตัน สำหรับในการผลิต กระแสไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ เป็นเวลา 10 ชั่วโมง ต้องใช้ถ่านหินหนัก ครึ่งกิโลกรัม ซึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือ 1.4 กิโลกรัม อีกทั้งการเผาไหม้ถ่านหิน และเชื้อเพลิงยังปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศและ เป็นหมอกควันที่ป้องกันแสงอาทิตย์ทั้งยังปิดบังเรือนกระจก ซึ่งจะทำให้บรรยากาศเกิดการเย็นลงได้

ไนตรัสออกไซด์
ไนตรัสออกไซด์จะดูดความร้อน ไว้ได้นับร้อยๆ ปี เพราะโมเลกุลของก๊าซนี้สามารถดูดความร้อนไว้ได้นาน กว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 100 เท่า แต่ไนตรัสออกไซด์ ทำลายโมเลกุลของโอโซนได้น้อยกว่าซีเอฟซีร้อยละ 25 ซึ่งไนตรสออกไซค์พบได้มากที่ปุ๋ยเคมี และถ่านหิน
ก๊าซมีเทน
สาเหตุหลักมาจาก การตัดไม้และการเผาป่า นอกจากนี้การทำนาข้าว การเลี้ยงวัวควาย การถมขยะ การทำเหมืองแร่ และการผลิตถ่านหิน อย่างการปลูกข้าว เกิดก๊าซมีเทน เนื่องจากแบคทีเรียที่อยู่ในดินเป็นตัวปล่อยมีเทน การเลี้ยงวัวควายก่อให้เกิดมี-เทน เนื่องจากแบคทีเรียใน กระเพาะอาหารของสัตว์กินหญ้าประเภทวัว ควาย แพะ แกะ อูฐ จะย่อยอาหารและปล่อยมีเทนออกมาด้วย
มีการศึกษาพบในแต่ละวันวัว 1 ตัว เรอมีเทนออกมาถึง 0.5 ปอนด์ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาไทยมีวัว ควายประมาณ 11 ล้านตัว แต่ละตัว จะเรอนาทีละหลายครั้ง หากวัวควายเรอเพียงนาทีละครั้ง จะมีปริมาณ ก๊าซมีเทนออกมา 5.5 ล้านปอนด์ มีเทนที่เก็บพลังงานความร้อนเอาไว้ ขณะนี้จะเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า 10 ปี และเก็บความร้อน ไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนสามารถ เก็บพลังงานความร้อนเอา ไว้ขณะนี้ไปจนถึงระยะเวลานาน 10 ปี และเก็บความร้อนไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า

ตัวทำลายโอโซนดังกล่าวนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมาก นอกจากอากาศบนโลกจะร้อนขึ้นและสุขภาพอนามัย โรคภัยไข้เจ็บ จะตามมาอีกมาก การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองเพื่อมีชีวิตรอด ก็ต้องแสวงหากันอีก นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพืชและสัตว์ก็มากด้วย ระบบชีวิตของมันต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นสูญพันธุ์ไปเลยก็เป็นได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลที่จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เพราะก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาจากขั้วโลกกำลังละลายลงมา สู่ทวีปยุโรป และดินแดนที่มนุษย์ อาศัยอยู่ วิเคราะห์กันว่าบริเวณของโลกที่อยู่ในระดับต่ำมากๆ อาจจะ สูญหายไปจากแผนที่โลกเพราะน้ำท่วมหมดสิ้น

หากว่ากันแล้วมนุษย์นี่เองที่เป็นตัวทำลายโอโซน แต่จะบอกว่าใคร ปล่อยมากปล่อยน้อย ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ประเด็นอยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลบ้านของตัวเองว่า จุดไหนที่ปล่อยสารพิษทำลายโอโซนต้องช่วยกันทำให้ลดลง เพื่อจะได้อยู่ในโลกนี้ได้ยาวนาน

แต่สำหรับพวกเราแล้ว สิ่งที่น่าจะทำกันได้ อย่างเช่น การลดการใช้ สารซีเอฟซีที่มีอยู่ในตู้เย็น ตู้แช่เย็น เครื่องปรับอากาศคือ การใช้แปรงทาสีแทนที่จะใช้กระป๋องฉีดสเปรย์ ใช้เครื่องปรับอากาศ เท่าที่จำเป็นแล้วหันมาใช้พัดลม เปิดหน้าต่างและสวม เสื้อผ้าบางๆ นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช้แล้ว ก็จะต้องมีวิธีการทำลายที่ดี เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารซีเอฟซี สู่ชั้นบรรยากาศ

สำหรับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์ ทำได้โดยใช้รถรวมกันเมื่อเดินทางไปในที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกันครั้งละหลายๆ คนหรือที่รัฐบาลโดยสพช. กำลังรณรงค์กันอยู่ ขณะนี้คือ CAR POOL การขับขี่ยานพาหนะที่ประหยัด น้ำมันเชื้อเพลิง การสัญจรโดยการเดิน หรือเดินทางโดยรถจักรยาน หรือโดยสารรถประจำทาง

การเพิ่มปริมาณขยะทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น เนื่องจากการทับถมของขยะมากขึ้น ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ถูกกำจัด โดยธรรมชาติน้อยลง การใช้เครื่องใช้ที่ประหยัดพลังงาน ทำบ้านให้ปลอดโปร่ง ใช้พลังงานธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และลม ทำให้ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา การใช้ก๊าซธรรมชาติแทนถ่านหิน และน้ำมันเชื้อเพลิงในโรงงาน และการผลิตกระแสไฟฟ้าทำให้ปล่อยคาร์บอน-ไดออกไซด์ออกมาน้อยลง

นอกจากนี้ การป้องกันการปล่อยมีเทนออกสู่บรรยากาศทำได้โดย ลดปริมาณขยะและนำขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และลดการเผาต้นไม้ในป่า และตามทุ่ง นอกจากนี้ยังควรพยายามที่จะนำมีเทนที่ เกิดจากการถมขยะ และการทำเหมืองแร่ถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิง คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนเป็นก๊าซที่เก็บความร้อนบนโลก ยิ่งมีก๊าซมากก็จะเก็บความร้อนไว้มาก

ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน

งานวิจัยเนื้อหากว่า 1,000 หน้าจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 700 คน ว่ากรณีภาวะโลกร้อนจะ แตกต่างกันในแต่ละประเทศแต่ละส่วนของโลก

1. ผลกระทบด้านนิเวศวิทยา
แถบขั้วโลกได้รับผลกระทบมากสุดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำทะเลทางขั้วโลกเพิ่มขึ้น และไหลลงสู่ทั่วโลกทำให้เกิดน้ำท่วมได้ทุก ทวีป นอกจากนี้จะพลอยทำให้สัตว์ทางทะเลเสียชีวิตเพราะระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง
ส่วนทวีปยุโรป ยุโรปใต้ภูมิประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ลาดเอียงเกิดความแห้งแล้ง ในหลายพื้นที่ปัญหาอุทกภัยจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งบนบริเวณยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะจะละลายจนหมด
ขณะที่เอเชียอุณหภูมิจะสูงขึ้นเกิดฤดูกาลที่แห้งแล้ง มีน้ำท่วม ผลิตผลทางอาหารลดลง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นสภาวะอากาศ แปร ปรวนอาจทำให้เกิดพายุต่าง ๆ มากมายเข้าไปทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็เห็นผลกระทบได้ชัดไม่ว่าจะเป็นใต้ฝุ่นกก
แต่แถบทวีปอเมริกาเหนืออุตสาหกรรมการผลิตอาหารจะได้รับผลประโยชน์เนื่องจากอากาศที่อุ่นขึ้น พร้อม ๆ กับทุ่งหญ้าใหญ่ของแคนาดาและทุ่งราบใหญ่สหรัฐอเมริกาจะล้มตายเพราะความแปรปรวนของอากาศส่งผลต่อสัตว์

นักวิจัยได้มีการคาดประมาณอุณหภูมิผิวโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2643 ว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5 องศาเซลเซียส เนื่องจากคาดการณ์ว่า จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 63 และก๊าซมีเทนร้อยละ 27 ของก๊าซเรือนกระจก
สำหรับประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส ในช่วง 40 ปี อย่างไรก็ตาม
หากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 2- 4 องศาเซลเซียส จะทำให้พายุไต้ฝุ่นเปลี่ยนทิศทาง เกิดความรุนแรง
และมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-20 ในอนาคต นอกจากนี้ ฤดูร้อนจะขยายเวลายาวนานขึ้น ในขณะที่ฤดูหนาวจะสั้นลง

2. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
รัฐที่เป็นเกาะเล็ก ๆ ของทวีปอเมริกาจะได้รับผลจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกัดกร่อนชายฝั่ง จะสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศ แนวปะการังจะถูกทำลาย ปลาทะเลประสบปัญหา เนื่องจากระบบนิเวศที่แปรเปลี่ยนไป ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญจะสูญเสียรายได้มหาศาล
นอกจากนี้ ในเอเชียยังมีโอกาสร้อยละ 66-90 ที่อาจเกิดฝนกระหน่ำและมรสุมอย่างรุนแรง รวมถึงเกิดความแห้งแล้งในฤดูร้อนที่ยาวนาน ทั้งนี้ ในปี 2532-2545 ประเทศไทยเกิดความเสียหาย จากอุทกภัย พายุ และภัยแล้ง คิดเป็นมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 70,000 ล้านบาท

รายงาน ' Global Deserts Outlook' ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ชี้ว่า ภายใน 50 ปีข้างหน้า ระบบนิเวศวิทยาทะเลทราย จะเปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านชีววิทยา เศรษฐกิจและวัฒนธรรม

ปัจจุบันพืชและสัตว์ทะเลทราย คือแหล่งทรัพยากรมีคุณค่าสำหรับผลิตยาและธัญญาหารใหม่ๆ
ที่ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำและยังมีช่องทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น การทำฟาร์มกุ้งและบ่อปลาในทะเลทรายรัฐอาริโซนาและทะเลทรายเน เจฟในอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ทะเลทรายที่มีอยู่ 12 แห่งทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ ไม่ใช่เรื่องการขยายตัว แต่เป็นความแห้งแล้งเนื่องจากโลกร้อน ธารน้ำแข็งซึ่งส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงทะเลทรายในอเมริกาใต้กำลังละลาย น้ำใต้ดินเค็มขึ้น รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งหากไม่มีการลงมือป้องกันอย่างทันท่วงที ระบบนิเวศวิทยาและสัตว์ป่าในทะเลทรายจะสูญหายไปภายใน 50 ปีข้างหน้า

ในอนาคตประชากร 500 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายทั่วโลกจะอยู่ไม่ได้อีกต่อไป เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นและน้ำถูกใช้จนหมดหรือเค็มจนดื่มไม่ได้
3. ผลกระทบด้านสุขภาพ
ภาวะโลกร้อนไม่เพียง ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไปแต่มีสิ่งซ่อนเร้นที่แอบแฝงมาพร้อม รากฏการณ์นี้ด้วยว่าโลกร้อนขึ้นจะสร้างสภาวะที่พอเหมาะพอควรให้เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
เดวิท พิเมนเทล นักนิเวศวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยคอร์ แนลในอเมริกา ระบุว่าโลกร้อนขึ้นจะก่อให้เกิด สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การฟักตัวของเชื้อโรคและศัตรูพืช ที่เป็นอาหารของมนุษย์บางชนิด โรคที่ฟักตัวได้ดีในสภาพร้อนชื้นของโลก จะสามารถเพิ่มขึ้นมากในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั้งจะมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในโรคมาลาเรีย ไข้ส่า อหิวาตกโรค และอาหารเป็นพิษนักวิทยาศาสตร์ในที่ประชุมองค์การอนามัยโลก และ London School of Hygiene and Tropical Medicine วิทยาลัยศึกษาด้านสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนของอังกฤษ แถลงว่า ในแต่ละปีประชาชนราว 160,000 คนเสียชีวิตเพราะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ตั้งแต่โรคมาลาเรีย ไปจนถึงการขาดแคลนสุขอนามัยที่ดี และตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้อาจเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวในอีก 17 ปีข้างหน้า แถลงการณ์ของคณะแพทย์ระดับโลกระบุว่า เด็กในประเทศกำลังพัฒนาจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด เช่นในประเทศแถบแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ขยายของการขาดแคลนสุขอนามัยโรคท้องร่วง และโรคมาเลเรีย ท่ามกลางอุณหภูมิโลกร้อนขึ้น น้ำท่วม และภัยแล้ง
จะป้องกันได้อย่างไร
ได้มีผู้แนะนำวิธีการช่วยป้องกันสภาวะโลกร้อนไว้ดังนี้
1. ลดระยะทางที่ใช้สำหรับการขน ส่งอาหาร เนื่องจากมลพิษจากการขนส่งนั้น
เป็นตัวการสำคัญมากที่สุดในการเพิ่มปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
ให้ เราพยายามบริโภคอาหารที่ผลิตและปลูก ในท้องถิ่น จะช่วยลดพลังงานที่ใช้สำหรับ การขนส่งลงได้

2. ปิดเครื่องปรับอากาศในโรงแรม ที่เราได้เข้าพักพร้อมทั้งอย่าให้พนักงานนำ
ผ้าขนหนูที่ยังไม่สกปรกมากไปซัก โดยพึง ระลึกว่าเราไม่ได้ช่วยให้โรงแรมประหยัดค่า ไฟฟ้า
แต่เรากำลังช่วยโลกที่เราอาศัยอยู่
3. ลดระดับการใช้งานเครื่องใช้ ไฟฟ้าลงแม้เพียงน้อยนิด เช่น เพิ่มความร้อน
ของเครื่องปรับอากาศในสำนักงานหรือที่พัก อาศัยลงสักหนึ่งองศา หรือ ปิดไฟขณะไม่ใช้ งาน
ปิดฝาหม้อที่มีอาหารร้อนอยู่ หรือลด จำนวนชั่วโมงการดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุลง
อาจลดค่าใช้จ่ายของเราไม่มากนักแต่จะส่ง ผลมหาศาลต่อโลก
4. นำกระดาษหรือภาชนะบรรจุอื่นๆ กลับไปใช้ใหม่ พยายามซื้อสิ่งของที่มีอายุ การใช้งานนานๆ
จะช่วยลดการใช้พลังงานของโลกอย่างมากมาย
5. รักษาป่าไม้ให้ได้มากที่สุด และลดหรืองดการจัดซื้อสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ
ที่ทำจากไม้ที่ตัดเอามาจากป่า เพื่อปล่อยให้ต้นไม้และป่าไม้เหล่านี้ได้ทำหน้าที่การ เป็นปอดของโลกสืบไป

6. ลดการใช้น้ำมัน จากการขับขี่ยวดยานพาหนะ โดยปรับเปลี่ยนนิสัยการขับรถ
เช่น ลดความเร็วในการขับรถลง ตรวจสอบสภาพลมในล้อรถให้เหมาะสม และค่อยๆ เหยียบคันเร่ง
รถยนต์เมื่อต้องการเร่งความเร็ว และ

7. ทดลองเดินให้มากที่สุด


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:48:39 น.  

 
*กิจกรรมวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

โดย : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2551 เวลา 10.00 – 12.00 น. ขอเชิญฟังการสนทนาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้ของประเทศไทยและมาเลเซียตอนเหนือ โดย Dr.Patrick Jory มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Dr.Michael Montesano มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Dr.Chris Baker นำเสนอการสนทนาเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง Thai South and Malay North : Ethnic Interactions on a Plural Peninsula ของ Patrick Jory และ Michael Montesano ซึ่งการสนทนาเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มีบทความของนักวิชาการชั้นนำหลายคน ซึ่งเป็นการทบทวนประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ของกลุ่มคน บทบาทของชาวจีน ศาสนาและอัตลักษณ์ ที่ช่วยอธิบายความซับซ้อนของอดีตและความรุนแรงในปัจจุบัน ผู้สนใจเข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่ http://www.sac.or.th

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.30 – 15.00 น. บรรยายวิชาการเรื่อง คนก่อนประวัติศาสตร์ถ้ำวังตาแหลว โดย คุณกรกฏ บุญลพ นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ คุณสุรีรัตน์ บุบผา วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องเล่าจากการขุดค้นบนเขาสูงในเขตบ้านผาแดงทางตอนเหนือของแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งเป็นข้อมูลจากงานภาคสนามครั้งล่าสุดในโครงการวิจัยโบราณคดีลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง (MMAP) ผู้สนใจเข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่ http://www.sac.or.th

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2551 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป พบกับการแสดงทางวัฒนธรรมครั้งที่ 38 "ปี่พาทย์มอญ : ทางเลือกและทางรอดของดนตรีไทย" โดยคณะ ดนตรีเสนาะ (จ.ปทุมธานี) ร่วมดำเนินรายการโดย อ.อานันท์ นาคคง ฟังเพลงมอญต้นตำรับจากเมืองเมาะตะมะและเพลงฮิพฮอพโดยคณะปี่พาทย์สายครูเจิ้น ดนตรีเสนาะ ชมรำมอญแบบโบราณและแบบใหม่ทันสมัย รับฟัง อ.อานันท์ นาคคง เล่าเรื่องความผูกพันของปี่พาทย์มอญกับชีวิตของคนไทย การแสดงจัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่ http://www.sac.or.th




*รับอาสาสมัครช่วยงานค่ายค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4

โดย : เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เมื่อ : 28/04/2008 11:52 AM เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) มีความประสงค์รับอาสาสมัครช่วยงานค่ายเด็กต่างชาติ ร่วมกับเด็กไทย ในวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2551

ณ สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ตำบลท้ายนรสิงฆ์ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
รับไม่เกิน 30 ท่าน ปิดรับสมัครวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 สามารถโทรประสานขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-434726 หรือ คุณสมพงค์ 086-1631390 หรือ คุณอัญญาณี 086-1923406

ทางเครือข่ายฯ จะจัดให้มีการอบรมทำความเข้าใจค่ายฯ และวางแผนกิจกรรมร่วมกันในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ณ สำนักงานโครงการ เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน สมุทรสาคร

ค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4
วันที่ 9-11 พฤษภาคม 2551
สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ตำบลพันท้ายนรสิงฆ์ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

แนวคิด
• เด็กต่างชาติ และเด็กไทย อยู่ในองคาพยพ และสิ่งแวดล้อมไม่แตกต่างกันในชุมชนเขตเมือง จังหวัดสมุทรสาคร การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ เป็นหัวใจสำคัญ ของการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
• การเพิ่มโอกาสให้เด็กต่างชาติ เด็กไทยได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตนเอง พัฒนาทักษะชีวิตในการมีชีวิตอยู่เอาตัวรอด ปลอดภัยในสังคมชุมชน
• เด็กต่างชาติ ต้องได้รับการคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

วันเวลา และสถานที่
วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 อบรมทีมอาสาสมัคร ณ เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน
วันที่ 10-11 พฤษภาคม 2551 รวมเวลา 2 วันกับอีก 1 คืน
สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ต.พันท้ายนรสิงฆ์ อเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ผลที่คาดหวัง
1. เด็กต่างชาติ และเด็กไทย สามารถอธิบายเรื่องราวสภาพปัญหาของตนเองที่เผชิญ และรู้แนวทางในการป้องกันปัญหาในอนาคต
2. เด็กต่างชาติ และเด็กไทย รู้ เข้าใจตนเอง ผู้อื่น รู้สิทธิเด็กขั้นพื้นฐาน มีทักษะการใช้ชีวิตมากขึ้นในสังคม
3. เด็กต่างชาติ เด็กไทย เกิดพฤติกรรมที่เหมาะสมตามวัย

เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)
เลขที่ 25/17-18 หมู่บ้านมหาชัยเมืองทอง ถ. สหกรณ์ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร 74000
โทร. 034-434726, 086-1631390
Email: sompong.sakaew@gmail.com
http://www.lpnrights.org


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:49:05 น.  

 
*การบรรยาย 'Design and Engineering for Value Creation'



วัน: พฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2551
เวลา: 13.30 – 16.30 น. (พักทานของว่าง 30 นาที)
สถานที่: TPA พัฒนาการ ซอย 18
หัวข้อบรรยาย: การบรรยาย 'Design and Engineering for Value Creation'
ภาษาที่ใช้: บรรยายเป็นภาษาไทย ผู้บรรยาย:

อาจารย์ พิเศษ วีรังคบุตร อาจารย์ประจำ สถาบัน Raffles Design สาขา Product Design และ ที่ปรึกษาฝ่ายเนื้อหา http://www.tcdcconnect.com
อาจารย์ ศรีสิทธิ์ เจียรบุตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
คุณมกร เชาวน์วาณิชย์ นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
Special Lecture
Balancing Industrial Design and Engineering ในมุมมองของ นักวิชาการ
Panel
Creative Thailand-Panel แสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน
Discussion
Mass Collaboration ความร่วมมือระหว่าง Designer, Engineer และ Business Expert ในการสร้างผลิตภัณฑ์ & บริการ การทำ Prototype Test Products
Case Studies
โดยคุณมกร เชาวน์วาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Product Design ประสบการณ์ในการทำงานกับต่างประเทศ การขับเคลื่อนธุรกิจโดยการออบแบบ และความคิดสร้างสรรค์
ค่าร่วมสัมมนา 500 บาท
รับจำนวนจำกัด
ลงทะเบียนวันนี้ 1 ท่าน ฟรีอีก 1 ท่าน
สมาชิก ส.ส.ท. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ลด 10%
สอบถามข้อมูล 0-2717-3000-29 ต่อ คุณกาญจนา 524, 525

คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียนออนไลน์






*ชมรมพุทธศาสน์ศึกษาศาลายา

เชิงเทียน


เหตุที่การศึกษาพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำลังบูมขึ้นอย่างงดงาม มีหลายวิชาและระดับปริญญาให้พุทธศาสนิกชนได้เลือกศึกษามากมาย กล่าวคือ

สามารถเลือกศึกษาปริญญาตรีที่วิทยาลัยศาสนศึกษา ซึ่งมีโอกาสได้เรียนศาสนาที่สำคัญของโลกทุกศาสนา สำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเป็นครูสอนวิชาศาสนาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถเลือกศึกษาปริญญาตรีสาขาจิตปัญญาศึกษา ที่คณะสิ่งแวดล้อม ม.มหิดล

สามารถเลือกศึกษาปริญญาโท สาขาศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religion) หรือจริยศาสตร์ศึกษา (Ethical Studies) ที่ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

สามารถเลือกศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสนศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ) ที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ผู้สำเร็จเปรียญ ๙ ปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (เคยเรียนบาลีและสันสกฤต) และปริญญาโท ที่ได้คะแนนตั้งแต่ 3.5 ขึ้นไป และผลสอบ TOEFL ตั้งแต่ 550 ขึ้นไป สมัครเรียนได้เลย

เมื่อบวกกับพุทธมณฑลและสำนักงานใหญ่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของประเทศที่กำลังจะก่อสร้างที่ศาลายา บรรยากาศศาลายาจึงกำลังอบอวลไปด้วยแสงธรรม เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ยิ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีหลักสูตรให้ศึกษาศาสนาต่างๆ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงระดับปริญญาเอก มหิดลจึงโดดเด่นเหนือมหาวิทยาลัยรัฐอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ผมจึงได้ก่อตั้ง ‘ชมรมพุทธศาสน์ศึกษาศาลายา’ เพื่อให้มีสมาชิกเป็นกลุ่มก้อน ยามมีการเชิญวิทยากรมาบรรยายพิเศษแห่งใดแห่งหนึ่งก็จะบอกเล่าเก้าสิบให้สมาชิกได้รับทราบ ไม่เท่านั้น เราอาจจัดกิจกรรมร่วมกัน เช่น

1. จัดบรรยายพิเศษทางพระพุทธศาสนา สลับกันระหว่างวิทยากรภาคภาคปริยัติและปฏิบัติ ในวันหยุดแห่งชาติที่บริเวณมหาวิทยาลัยมหิดล (อาจเป็นห้องประชุมหรือกลางสนามหญ้าใต้ต้นไม้)

2. พาสมาชิกไปไหว้พระ ๙ วัดในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัดตามเทศกาลเพื่อเป็นสิริมงคล

3. จัดทัวร์เพื่อพาสมาชิกไปกราบไหว้พระสุปฏิปันโนในต่างจังหวัดเพื่อเป็นสิริมงคลในบางคราว กิจกรรมหลักๆ จะเน้นให้สมาชิกเข้าใจหลักทฤษฎีทางพุทธ และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีแบบพุทธให้คงอยู่คู่ชาติไทย เพื่อให้สมาชิกได้ใช้ชีวิตให้อย่างมีคุณค่า สมกับเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีและครอบครัวสมาชิกก็จะมีความใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความกลมเกลียวกัน ระหว่างสมาชิกในครอบครัวในท่ามกลางกระ แสทุนนิยมเสรีในปัจจุบัน

ในชั้นต้นนี้ เรามีคณะกรรมการเฉพาะกิจดังนี้:-

1. ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานชมรม

2. นายธนวัฒน์ โรจนภาต บริษัทโอสถสถา กรรมการ

3. นายวสวัตติ์ กิตติธีรสิทธิ สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรรมการ

4. นายสุเมธี หาญเจริญทรัพย์ นศ.มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการ

5. นายวิชาญชัย บุญแสง นศ.มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการ

6. น.ส.มิ่งขวัญ ชัยพงษ์ นศ.มหาวิทยาลัยมหิดล เลขานุการ

ผมอยากให้ทุกๆ ท่านที่อยู่ใกล้ศาลายาหรือสามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่ศาลายาได้สมัครเป็นสมาชิก โดยแค่สมัครเป็นสมาชิกอีเมล์กลุ่ม (Mailling List) ก็เรียบร้อยครับ เมื่อมีกิจกรรมใดๆ พิเศษเกิดขึ้นภายในมหา วิทยาลัยมหิดล ทางสมาคมจะได้แจ้งให้บรรดาสมาชิกได้รับทราบทั่วกัน.


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:49:32 น.  

 
*ขอเชิญผู้สนใจ อายุ 30 – 40 ปี เข้าร่วมงานวิจัย ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจในอาสาสมัครวัยกลางคน

ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจในอาสาสมัครวัยกลางคน

ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญผู้สนใจ อายุ 30 – 40 ปี เข้าร่วมงานวิจัย “การศึกษาผลของเครื่องออกกำลังกายด้วยการสั่นทั้งตัวต่อการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจในอาสาสมัครวัยกลางคน” (โดยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนแล้ว)


หมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดของเครื่องออกกำลังกายด้วยการสั่น Whole Body Vibration Exercise ได้ตามเอกสารประกอบ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: พญ.ประถมาภรณ์ หอมสุคนธ์ โทร.02 4197508, 08 5111 0657


เอกสารแนบ







*พบกลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งเย็นใจ ใช้รหัสผ่านเดียวเปรี้ยวทุกเว็บ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 เมษายน 2551 15:14 น.

การสำรวจล่าสุดพบ กลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งใช้รหัสผ่านรหัสเดียวในการเข้าสู่บริการออนไลน์ทุกเว็บไซต์ ยังเย็นใจแม้จะมีการเตือนภัยบ่อยครั้งว่า การมีรหัสผ่านเดียวก็ไม่ต่างจากการผูกกุญแจบ้าน กุญแจรถ และกุญแจตู้ฝากเงินในธนาคาร ไว้ในกุญแจดอกเดียว

การใช้รหัสผ่านรหัสเดียวในการเข้าสู่บริการออนไลน์ทุกเว็บไซต์นั้นถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า'รหัสผ่านครอบจักรวาล' รหัสผ่านประเภทนี้มีค่าต่อโจรไฮเทคมากนักเนื่องจากโจรใจร้ายเหล่านี้จะสามารถขโมยข้อมูลความลับส่วนตัวของเหยื่อได้ทั้งหมดภายในครั้งเดียว เรียกว่าเหนื่อยครั้งเดียวแต่ได้กำไรเกินคุ้ม แม้จะมีการเตือนภัยจากหลายสื่อ แต่การสำรวจกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯและอังกฤษกว่า 800 คน พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งยังคงมีใจฝักใฝ่รหัสผ่านครอบจักรวาลไม่เปลี่ยนแปลง

กลุ่มตัวอย่าง 88 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่า สาเหตุหลักของการถูกขโมยตัวตนและการล่อลวงออนไลน์คือการขาดความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังประเมินความร้ายแรงของภัยขโมยข้อมูลในระดับต่ำ สวนทางการเผยแพร่ข่าวกลุ่มโจรไฮเทคของหลายสื่อ ที่ระบุว่าโจรเหล่านี้สามารถทำเงินจากการขายข้อมูลที่ขโมยมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในขณะนี้

จุดนี้นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงในปัญหาที่เกิดขึ้น บางส่วนมองมุมเดียวโดยคิดว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองยังไม่ถูกขโมยไปในขณะนี้ แม้จะไม่รู้ว่าใครถูกขโมยข้อมูลไปบ้าง แต่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเอง

ผู้ใช้หลายคนเลือกใช้รหัสผ่านเดียวกับทุกเว็บไซต์เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ โดยการสำรวจพบว่า ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษระบุว่าไม่เคยจดรหัสผ่านลงกระดาษ สูงกว่า 49 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสำรวจได้ในกลุ่มผู้ใช้ชาวอเมริกัน สำหรับกลุ่มตัวอย่างรวม พบว่ามีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ มีการใช้งานซอฟต์แวร์บริหารจัดการรหัสผ่าน หรือใช้ระบบอ่านลายนิ้วมือเพื่อรักษาความปลอดภัย

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ Accenture กลุ่มตัวอย่างคือผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในครัวเรือน ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และออนไลน์อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ ใช้งานบริการออนไลน์ประเภทอื่นนอกเหนือจากอีเมล ดำเนินการสัมภาษณ์โดยการสุ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ อายุเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่างคือ 46 ปี

อย่างไรก็ตาม Accenture ระบุว่าการสำรวจครั้งนี้เป็นการสำรวจพฤติกรรมแบบสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ไม่ใช่การสำรวจภาพรวมตลาดผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยระดับความผิดพลาดของผลสำรวจรวมคือบวกลบ 3.5 เปอร์เซ็นต์


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:49:55 น.  

 
*ปณิธานตระเวนการศึกษาไทย 54 จุดทั่วประเทศ

โดย : Chana News(7/04/2008 07:33 AM) 2 เมษายน 2551 เวลา 14.00 น. http://www.thaingo.org/board_2/view.php?id=1045

ณ บ่อโชนรีสอร์ท อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นวันที่นายบุญช่วย ทองศรี (คุรุชน) เริ่มออกเดินทางตระเวนการศึกษาไทย 54 จุดทั่วประเทศ โดยนายบุญช่วยได้ประกาศลาออกจากข้าราชการครูตำแหน่งวิทยฐานะชำนาญการ หน่วยการศึกษา สงขลา เขต 3 สังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเคยดำรงตำแหน่งกรรมการอำนวยการคุรุสภา รับราชการในวิชาชีพครูมา 37 ปี ผ่านการต่อสู้เพื่อพิทักษ์สวัสดิการ-สวัสดิการต่อวิชาชีพครู ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อความอยุติธรรมของชุมชนและเยาวชนภายใต้ระบบแห่งความเป็นข้าราชการครูเสมอมา

เหตุผลสำคัญที่ลาออก เพราะมีปณิธานและความมุ่งมั่นที่จะทำงานเชื่อมเครือข่ายงานปฏิรูปการศึกษา พัฒนาครู ดูแลสิทธิเด็ก โดยเน้นพื้นที่กันดาร-เสี่ยงภัย-ด้อยโอกาส ด้วยวิธีการเข้าไปร่วมรับรู้และเรียนรู้ปัญหาการศึกษา จะใช้ทักษะการเขียนถ่ายทอดข้อมูลปัญหาเด็ก ปัญหาสังคม และปัญหาวิชาชีพครูแล้วประมวลบันทึกสะท้อนสู่ผ่านสื่อ รัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการและกลไกที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบเพื่อร่วมกันคลี่คลายปัญหาแห่งชาติร่วมกันต่อไป

รูปแบบการตระเวนการศึกษาไทย 54 จุดทั่วประเทศ ของนายบุญช่วยนั้น ได้ถือเอาวันที่ 2 เมษายนเป็นจุดเริ่มต้นของการทำตามปณิธานที่ตั้งใจไว้ เพราะเป็นวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยและทรงรับราชพันธกิจการศึกษามาตลอด โดยช่วงเช้านายบุญช่วยได้ออกเดินทางจากบ้านพักครูริมทะเล อ.สทิงพระ จ.สงขลา มายังพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกของการเดินทางตระเวน 54 จุดทั่วประเทศตั้งแต่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอิสานและไปสิ้นสุดที่ภาคเหนือ โดยรถยนต์ส่วนตัวที่เตรียมไว้เพื่อเป็นรถยนต์คู่ชีพที่จะใช้ในการเดิน และเมื่อออกจากอ.จะนะแล้วจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อศึกษากรณีปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ในวันแรกของการเดินทางมีเพื่อนครูจากสมาพันธ์ครูภาคใต้เดินทางมาให้กำลังใจกันจำนวนมากโดยช่วงบ่ายจัดให้มีการเสวนาส่วนช่วงกลางคืนมีการรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซียและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ซึ่งตัวแทนกลุ่มสะท้อนปัญหาแผนพัฒนาจังหวัดนาสงขลาให้เป็นแบบมาบตาพุด โดยการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคต่างๆเพื่อเตรียมรองรับอุตสาหกรรม เช่น การมีโรงแยกก๊าซ โรงไฟฟ้าจะนะ และกำลังจะมีท่าเรือน้ำลึกและกรณีปัญหาที่ดินวะกัฟ

นายบุญช่วย ทองศรีกล่าวว่า สาเหตุที่เลือกพื้นที่อ.จะนะเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง เนื่องจากพื้นที่อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย ผมมองว่าเป็นจุดความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนซึ่งลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิชุมชน สิทธิในการปกป้องทรัพยากร การต่อสู้ของพี่น้องประชาชนต่ออำนาจรัฐ ผมรู้ว่าพี่น้องประชาชนเขาคิดบนพื้นฐานการปกป้องธรรมชาติ ปกป้องรากและภูมิปัญญาดั้งเดิมของเขาเพื่อต่อสู้กับรัฐอำนาจรัฐจึงเป็นการต่อสู้ที่ยากเย็นแสนเข็น สิ่งที่ผมสนใจเด็กและเยาวชนที่อยู่ท่ามกลางต่อสู้ของพี่ประชาชนกับอำนาจรัฐเขาคิดอย่างไร จะเกิดการกระทบกระเทือนด้านจิตใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมพุ่งมาจุดนี้เป็นจุดแรกถือว่าเป็นก้าวแรกของการตระเวนทางการศึกษา

ที่ผ่านมาภารกิจแห่งอุดมการณ์กับงานวิชาชีพทำให้ตนเองได้สัมผัสกับงานการศึกษาจากฐานรากถึงจุดสูงสุด อันได้แก่ งานร่างกฎหมายและแนวนโยบายแห่งรัฐ การได้สัมผัสกับปัญหาเด็กด้อยโอกาสที่หลากหลายทั่วแผ่นดิน การได้พบปะกับครูส่วนใหญ่ที่ยากแค้นกรำงานอุดมการณ์อยู่ในซอกหลืบอีกมากมายในช่องว่างของประเทศ การเห็นความจริงของสิ่งแวดล้อมที่สูญสลายและเริ่มส่งผลกระทบต่อชุมชนและสังคม

จึงเกิดความคิดว่าจะทำอะไรได้บ้างนอกจากความเป็นข้าราชการครูปกติ คือ ความคิดเมื่อปี 2545 จนกระทั่งมีข้อสรุปซึ่งค่อยแจ่มชัดเป็นลำดับว่าต้องลาออกจากระบบราชการ และปรับวิถีชีวิตให้เป็นอิสระรู้จักพอเพียงก้าวลงไปเผชิญกับสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้นร่วมคิดเป็นกำลังใจแล้วใช้ทักษะสะท้อนผ่านสื่ออันหลากหลายรูปแบบสู่สาธารณะให้ทุกฝ่ายช่วยอะไรกันได้ก็ทำตามกำลังตามสภาพต่อไป พร้อมทั้งกล่าวว่า 'ก้าวต่อไปของผมคือ ก้าวเล็กๆของ 'คุรุชน' แต่จักเป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ของการเชื่อมประสานและบูรณาการทั้งแผ่นดิน'




*เพิ่งพบใหม่ในโลก ด้วง 3 ชนิดของไทย
[15 เม.ย. 51 - 04:17]www.thairath.co.th

สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า จากการเปิดเผยของนายวัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์ นักกีฏวิทยา 7 ว. กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า จากการศึกษาความหลากหลายของด้วงปีกสั้นในพื้นที่ป่าต่อเนื่องภาคตะวันออกของไทย พบว่าด้วงวงศ์ ย่อย ชีลาฟินาอี้ (Pselaphinae) ในวงศ์ สปาไฟลินิเดอี้ (Staphylinidae) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่มีชนิดและปริมาณที่หลากหลายมากชนิดกว่าด้วงอื่นๆ เนื่องจากมีการกระจายพันธุ์ได้กว้างขวางทั่วโลก ที่จำแนกได้แล้วนับหมื่นชนิดชอบอาศัยอยู่ใต้ซากใบไม้ในป่าเขตร้อนชื้น ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา เพิ่งมีการสำรวจด้วงในวงศ์ย่อยดังกล่าวในเมืองไทยเพียง 40 ชนิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แต่จากการศึกษาทำให้พบด้วงชนิดใหม่ในโลกที่ป่าในแถบตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาสอยดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขาคิชฌกูฏ ซึ่งได้มีการจัดส่งให้ ดร.ชูเฮอิ โนมูระ (Shuhei Nomura) ผู้เชี่ยวชาญด้านด้วงจากพิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติวิทยา ประเทศญี่ปุ่น ตรวจสอบแล้วพบว่าในจำนวน 3 ชนิดจากที่เก็บตัวอย่างได้จากพื้นที่ทั้งหมด 105 ชนิดนั้นเป็นด้วงชนิดใหม่ของโลก และล่าสุดได้มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการแล้ว และกำลังได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ด้านด้วงของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ นักกีฏวิทยา กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า สำหรับ ด้วงในวงศ์ย่อย ชีลาฟินาอี้ (Pselaphinae) ที่เพิ่งค้นพบในเมืองไทยเป็นครั้งแรกและถือเป็นชนิดใหม่ของโลกในกลุ่มด้วงปีกสั้นดังกล่าว และมีการตั้งชื่อเรียบร้อย แล้วคือ Articerodes thailandicus หรืออาร์ทิเซอรอดส์ ไทยแลนดิคัส ส่วนตัวที่ 2 ชื่อว่า Articerodes Ohmumoi หรืออาร์ทิเซอรอดส์ โอมูโมอิ เพื่อเป็นเกียรติ แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านด้วงจากญี่ปุ่น และตัวที่ 3 ชื่อว่า Articerodes Jariyae หรืออาร์ทิเซอรอดส์ จาริเย โดยด้วงเหล่านี้ถือว่าเป็นด้วงที่มีความเฉพาะเจาะจง และบ่งบอกถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ ของป่าแถบตะวันออกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพบว่าปริมาณ และการกระจายพันธุ์ของด้วงจะขึ้นกับลักษณะของความสมบูรณ์ของป่าด้วย โดยเฉพาะในป่าดิบชื้นในเขตป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ป่าดิบแล้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนจะมีด้วงมาก ขณะที่ป่าที่เปลี่ยนแปลง เช่นป่าสักรุ่นที่สองและป่าดิบแล้ง ก็จะพบด้วงน้อยลง ทั้งนี้สันนิษฐานว่า สภาพนิเวศวิทยาของป่าอาจมีผลทำให้แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้นและปริมาณสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศเปลี่ยนไปด้วย

*'ด้วงปีกสั้นดังกล่าวมีความจำเพาะ เจาะจงอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าดิบเขาที่มีความสูง จากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,100 เมตร โดยเฉพาะชนิดที่ 3 นั้นถือว่าพิเศษมาก เนื่องจากพบที่เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงาม มีตัวสีน้ำตาลอมแดงทั้งตัว รูปร่างเหมือนกับน้ำเต้า และแตกต่างกับด้วงอื่นๆทั่วไปอย่างชัดเจน มีขนาดลำตัวเพียง 1.2 มิลลิเมตร มีหนวด 4 ปล้อง อย่างไรก็ตาม น่าเป็นห่วงว่าถึงแม้ว่าด้วงจะยังไม่อยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ก็จะกระทบโดยตรงกับถิ่นอาศัยของด้วงเหล่านี้ด้วย และอาจจะทำให้มันหายไปอย่างถาวรได้เช่นกัน ซึ่งการศึกษาด้วงในไทยยังได้รับความสนใจน้อย ทั้งที่มันสามารถเป็นดัชนีชี้วัดถึงความสมบูรณ์ของป่าได้เป็นอย่างดี ส่วนด้วงที่เหลือก็จะจำแนกชนิดต่อไป' นายวัฒนาระบุ


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:50:22 น.  

 
*รับอาสาสมัครช่วยงานค่ายค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4

โดย : เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เมื่อ : 28/04/2008 11:52 AM เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) มีความประสงค์รับอาสาสมัครช่วยงานค่ายเด็กต่างชาติ ร่วมกับเด็กไทย ในวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2551

ณ สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ตำบลท้ายนรสิงฆ์ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
รับไม่เกิน 30 ท่าน ปิดรับสมัครวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 สามารถโทรประสานขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-434726 หรือ คุณสมพงค์ 086-1631390 หรือ คุณอัญญาณี 086-1923406

ทางเครือข่ายฯ จะจัดให้มีการอบรมทำความเข้าใจค่ายฯ และวางแผนกิจกรรมร่วมกันในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ณ สำนักงานโครงการ เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน สมุทรสาคร

ค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4
วันที่ 9-11 พฤษภาคม 2551
สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ตำบลพันท้ายนรสิงฆ์ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

แนวคิด
• เด็กต่างชาติ และเด็กไทย อยู่ในองคาพยพ และสิ่งแวดล้อมไม่แตกต่างกันในชุมชนเขตเมือง จังหวัดสมุทรสาคร การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ เป็นหัวใจสำคัญ ของการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
• การเพิ่มโอกาสให้เด็กต่างชาติ เด็กไทยได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตนเอง พัฒนาทักษะชีวิตในการมีชีวิตอยู่เอาตัวรอด ปลอดภัยในสังคมชุมชน
• เด็กต่างชาติ ต้องได้รับการคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

วันเวลา และสถานที่
วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 อบรมทีมอาสาสมัคร ณ เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน
วันที่ 10-11 พฤษภาคม 2551 รวมเวลา 2 วันกับอีก 1 คืน
สหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ต.พันท้ายนรสิงฆ์ อเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ผลที่คาดหวัง
1. เด็กต่างชาติ และเด็กไทย สามารถอธิบายเรื่องราวสภาพปัญหาของตนเองที่เผชิญ และรู้แนวทางในการป้องกันปัญหาในอนาคต
2. เด็กต่างชาติ และเด็กไทย รู้ เข้าใจตนเอง ผู้อื่น รู้สิทธิเด็กขั้นพื้นฐาน มีทักษะการใช้ชีวิตมากขึ้นในสังคม
3. เด็กต่างชาติ เด็กไทย เกิดพฤติกรรมที่เหมาะสมตามวัย

เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)
เลขที่ 25/17-18 หมู่บ้านมหาชัยเมืองทอง ถ. สหกรณ์ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร 74000
โทร. 034-434726, 086-1631390
Email: sompong.sakaew@gmail.com
http://www.lpnrights.org




*เราอาจจะนับถอยหลัง ยุคเสื่อมของต้นลำพู หิ่งห้อย และตลาดอัมพวา

วันที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11012

เหตุเกิดที่อัมพวา

คอลัมน์ กวนตะกอน


*ปี สองปีที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่ขับรถเพียง 45 นาที อย่าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้รับความนิยมอย่างมาก ยิ่งใครที่โหยหาอดีตแต่เยาว์วัย ใครที่ได้ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา (ยุคแรกๆ) จะรู้สึกว่าใช่เลย เพราะเหตุการณ์ สิ่งของ และสถานที่ ที่เป็นความทรงจำในอดีต จะถูกจำลองและสร้างขึ้นใหม่ ให้ได้จับต้องอีกครั้งในพื้นที่แห่งนั้น

การล่องเรือเพื่อชมหิ่งห้อย ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คนในเมืองนิยมเข้ามาใช้บริการ แรกๆ ก็ดีอยู่ แต่หลังๆ นี้เข้าข่ายเละเทะ เพราะเวลานี้เรือเกือบทุกลำที่นำนักท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยในคุ้งน้ำของแม่น้ำแม่กลอง นอกจากรีบเร่งเพื่อไปต่อคิวรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่แล้ว แต่ละลำก็ยังมีเสียงกระหึ่ม รบกวนชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำแม่กลองอย่างมาก บ้านชาวบ้านเกือบทุกหลังที่ได้รับผลกระทบนี้ นอกจากไม่มีใครชื่นชมกับการจัดระเบียบเรือชมหิ่งห้อยที่มีพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ยังพากันก่นด่าทุกครั้งที่มีกิจกรรมนี้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์

ใครมีต้นลำพูหน้าบ้านก็จะตัดทิ้ง เพราะกลัวหิ่งห้อยจะมาอาศัย การมีหิ่งห้อยมาอยู่หน้าบ้านย่อมหมายความว่าบ้านจะไม่สงบสุขเลย จากการส่งเสียงของเรือและกลุ่มนักท่องเที่ยว

ปัญหานี้เกิดขึ้นและถูกนำเสนอนานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคนที่รับผิดชอบยังคงนิ่งเฉย ไม่นำพา

เราอาจจะนับถอยหลัง ยุคเสื่อมของต้นลำพู หิ่งห้อย และตลาดอัมพวา

หน้า 9


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:50:45 น.  

 
*“วันปรีดี พนมยงค์” ประจำปี 2551 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 ภาคเช้า

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ชมรม ต.ม.ธ.ก.สัมพันธ์และสถาบันปรีดี พนมยงค์
ขอเชิญคณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมงาน 'วันปรีดี พนมยงค์' ประจำปี 2551
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551
ณ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญคณาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา ศิษย์เก่า และประชาชนทั่วไป ร่วมงาน 'วันปรีดี พนมยงค์' ประจำปี 2551 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 ภาคเช้า เริ่มเวลา 07.00 น. วางพานพุ่มสักการะอนุสาวรีย์ท่านปรีดี พิธีสงฆ์ มอบทุนการศึกษา พิธีเปิดห้องอนุสรณสถานที่ปรับปรุงใหม่ พิธีเปิดวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ และการแสดงปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า คณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมงานวันที่ 11 พฤษภาคม 2551
โดยพร้อมเพรียงกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร. 0-2222-8873, 0-2613-3030-3




*ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน 2551 รางวัลแห่งความดีของกลุ่มส.6

วันพุธที่ 23 เมษายน 2008 18:09น.
เลขา เกลี้ยงเกลา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศราฯ

จากการตั้งใจทำงานช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบของกลุ่มสอซิกที่มีทีมงานเป็นผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบเช่นกัน ปรากฎว่าผลงานดังกล่าวชนะใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาให้ได้รับรางวัลดีเด่น “ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน” ปี 2551 ร่วมกับผู้หญิงที่ตั้งใจทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนอีกสามคน
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2551 ซึ่งเป็นวันสตรีสากล สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดให้มีการมอบรางวัลดีเด่นแก่ 'ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน' เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้หญิงที่มีบทบาทและผลงานดีเด่น ในการดำเนินงานส่งเสริมปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและรณรงค์เผยแพร่ให้ สังคมตระหนักถึงบทบาทและภารกิจของผู้หญิงในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ผู้ที่ได้รับรางวัลจะคัดเลือกจากผู้หญิงที่มีบทบาทการต่อสู้เพื่อปกป้อง สิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เป็นบุคคลที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก และผลงานยังไม่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้ในการทำงานต่อไป ปีนี้รางวัลแบ่งเป็น รางวัลบุคคล 3 รางวัล และรางวัลกลุ่ม 1 รางวัล ได้แก่ ปริยนัดดา พันธุ์แสนกอ (แม่หลวงนาลอ) ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์,ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ผู้เสียหายจากการรักษาพยาบาลที่ผิดพลาด,พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ
นักพัฒนาที่ทำงานเคียงข้างประชาชน และกลุ่มสตรีสานสัมพันธ์สู่สันติสุข (ส.6 หรือสอซิก) การรวมตัวของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

กลุ่มสตรีสานสัมพันธ์สู่สันติสุข (สอซิกหรือ ส.6) เกิดจากการรวมตัวของผู้หญิง ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น กรณีกรือเซะ อ.ตากใบ เป็นผู้ที่เคยผ่านการอบรมเยียวยาจิตใจ ซึ่งจัดโดยกลุ่มผู้หญิงเพื่อสันติภาพและศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นจุดเริ่มที่ทำให้พวกเธอผูกพันกลายเป็นเพื่อนเป็นพี่น้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้านจิตใจ และคิดทำกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือในด้านอื่นๆอย่างจริงจัง
กลุ่มสอซิก มาจากอักษร ส. ที่อยู่ในประโยคจำนวน 6 ตัว คือ “กลุ่มสตรี-สานสัมพันธ์-สู่-สันติ-สุข” มีเป้าหมายในการทำงาน คือ 1.เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าทุกคน ไม่เฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาค ใต้เท่านั้น 2. เยี่ยมเยียนและฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ 3. ติดตามสิทธิอันควรจะได้รับของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาครัฐ
4. จัดหาและส่งเสริมอาชีพของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว และ 5. ยุติความรุนแรงด้วยสันติวิธีไม่ต้องการให้สถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก จึงต้องการหาวิธีเพื่อให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงทั้งนี้ในกลุ่มสอซิกดังกล่าว มีผู้หญิงซึ่งเป็นภรรยาเจ้าหน้าที่รัฐรวมอยู่ด้วย

ทางกลุ่มดำเนินกิจกรรมอบรมสันติวิธีกับเยาวชนในชุมชนต่างๆ เพื่อคลายความวิตกกังวลในพื้นที่ที่มีความหวาดระแวงและมีแนวโน้มเกิดความ รุนแรงโดยไม่เจตนา เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อสร้างความเข้าใจระดับตนเองแต่ยังไม่ถึงระดับ ชุมชน กลุ่มสอซิกจึงมุ่งทำงานกับชุมชนไปพร้อมๆ กันด้วยเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับชุมชนให้สามารถเผชิญสถานการณ์ด้วย สันติวิธีเพื่อปกป้องชุมชนไม่ให้ทำร้ายกันไม่ว่าฝ่ายใด
เมื่อทางกลุ่มได้รับข่าวการสูญเสียจะมีการรวมตัวไปเยี่ยมครอบครัวผู้สูญเสีย ในพื้นที่เพื่อพูดคุยให้กำลังใจ ปรึกษาหารือ การไปเยี่ยมกันในช่วงเวลาที่ลำบากเสียใจเป็นสิ่งสำคัญจะช่วยให้ผู้สูญเสีย ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
กลุ่มสอซิกทำงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับชุมชนให้เผชิญกับสถานการณ์ ด้วยสันติวิธี เพื่อปกป้องชุมชนไม่ให้ทำร้ายกันไม่ว่าฝ่ายใด ซึ่งที่ผ่านมามาตรการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐกำหนดให้ช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้น ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียที่ทางราชการระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้รับการ เยียวยา กลุ่มสอซิกจึงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือชีวิตที่ได้รับผลกระทบทุกชีวิตให้ ครอบคลุมที่สุด ซึ่งรัฐต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะรัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้สงบได้

กลุ่มสอซิกได้ริเริ่ม “โครงการเยียวยาครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกรณีความไม่สงบใน 4จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยเน้นการช่วยเหลือด้านอาชีพโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (พอช.)
นางณัฐกานต์ เต๊ะละ ประธานกลุ่มสตรีสานสัมพันธ์สู่สันติสุข (ส.6) ผู้สูญเสียลูกชาย จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เปิดใจว่า “ พวกเราเปรียบกลุ่มสตรีสานสัมพันธ์สู่สันติสุขเป็นต้นไม้ใหญ่แห่งมิตรภาพ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 200 คน ซึ่งงานหลักจะเป็นการให้กำลังใจและช่วยเหลือในการประสานงาน เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนยุติธรรม เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงรวมทั้งช่วยเหลือในเรื่องของภาษาไทย”
ด้านนางสาวรอสะนิง สาและ ผู้จัดการโครงการเยียวยาฯและเป็นผู้สูญเสียสามีจากเหตุการณ์ 28 เมษายน 2547 หรือเหตุการณ์กรือเซะ กล่าวว่า

“ทางกลุ่มได้เสนอโครงการนี้ไปทางพอช. ซึ่งได้รับการเห็นชอบอนุมัติเงินจำนวน 2 ล้านบาทมาเป็นทุนในการประกอบอาชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โดยให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางกลุ่มเห็นชอบจำนวน 100 ราย เป็นทุนที่ให้รายละไม่เกิน 20,000 บาท โดยดูความเหมาะสมและความเป็นไปได้ และต้องคืนเงินทุนกลับเป็นรายเดือนตามกำลังที่จะคืนได้จนกว่าจะหมด ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในทั้งสี่จังหวัด
ส่วนมากอาชีพที่ได้รับเงินไปทำทุนจะเป็นการขายของชำ เลี้ยงไก่ ปลา เป็ด แพะและวัว การปักผ้าฮิญาบ ขณะนี้ได้เงินคืนมากว่าสี่หมื่นบาท สมาชิกมีความรับผิดชอบดี เขาจะผ่อนคืนเดือนละสองหรือสามร้อยบาทตามกำลังโดยมีผู้ประสานงานในพื้นที่ไป เก็บหรือเขานำมาคืนเอง
ทางกลุ่มได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการเดินหน้าโครงการต่อไปและจัดทีมงานที่ ต้องการทำงานอย่างจริงจัง วางแผนการทำงานให้เป็นระบบกว่าที่ผ่านมาและต่อยอดจากงานเดิม ต้องมีการคิดนอกกรอบและเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนที่ต้องการมีอาชีพ เลี้ยงตัวได้แม้จะไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ ซึ่งโครงการหน้าที่จะนำเสนอ พอช.จะให้ครอบคลุมในส่วนนี้ด้วย”

นางนูรอัยนีย์ ลาเต๊ะ 1 ในสตรีผู้ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ตากใบกล่าวเพิ่มเติมว่า
“ต้องการให้กลุ่มผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบที่มีจิตใจเหมือนกัน ได้มาพบปะพูดคุยกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะจะทำให้ทุกคนเกิด “ซีลาตุลเราะฮีม” (เชื่อมสัมพันธ์) และเกิดรอยยิ้มแห่งความสุขร่วมกันในที่สุด”
เธอยังกล่าวอีกว่า “อยากให้คนไทยทุกคนทุกเชื้อชาติเหลียวมามองพวกเราบ้าง อย่าไปคิดว่าเราต้องการแบ่งแยกดินแดน คนที่นี่ไม่ได้เป็นคนที่มีความคิดความรุนแรงเหมือนกันทุกคน”
นางโซรยา จามจุรี อดีตผู้ประสานงานโครงการเยียวยาตากใบฯ บอกว่า “กลุ่มนี้สามารถขับเคลื่อนงานของตนเองด้วยสันติวิธีเพื่อยุติความรุนแรงได้ เป็นอย่างดี เสียงของพวกเธอมีอำนาจแห่งความจริง เป็นความจริงที่สามารถยุติความรุนแรงได้” นางโซรยากล่าวทิ้งท้าย

รางวัลในครั้งนี้คงเป็นกำลังใจให้กลุ่มสอซิกซึ่งทำงานในแนวทางถูกต้องที่ดำเนินมาและจะเดินหน้าต่อไปอย่างมุ่งมั่น


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:51:09 น.  

 
*ขอเชิญส่งผลงานเข้าร่วมการประชุมวิชาการและวิจัย ประจำปี 2551

ด้วยภารกิจโครงการและประสานงานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จะจัดโครงการประชุมระดมสมอง เรื่อง การฟื้นฟูการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพขึ้น ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน

<< รายละเอียด กำหนดการ แบบลงทะเบียน >>


ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมระดมสมองดังกล่าว กรอกแบบลงทะเบียนและส่งกลับไปที่โทรสาร 0-2579-4368 (อัตโนมัติ), 0-2940-5495, 0-2561-3721, หรือ E-mail : rpcd@nrct.go.th, somrit.s@nrct.go.th ภายในวันที่ 25 เมษายน 2551
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2561-2445 ต่อ 487-490, 0-2940-5495, 0-2561-3721






*พ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

ชง ครม.รื้อ กม.คุ้มครองผู้ป่วยใหม่ เผยเน้นเยียวยา-ไม่มุ่งฟ้องร้องหาคนผิด

คณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ มีมติเสนอ ครม.ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เพิ่มอนุกรรมการไกล่เกลี่ย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุขเข้าเป็นขั้นตอนหนึ่งในการพิจารณาชดเชยจากกองทุนคุ้มครองผู้เสียหาย
นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรอบแนวคิดเดิมของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มุ่งเน้นเรื่องการชดเชยในรูปของเงินและการส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก ในขณะที่ข้อเสนอใหม่ได้เพิ่มเติม กลไกการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และกลไกไกล่เกลี่ย เพื่อเปิดให้ผู้ได้รับความเสียหายได้ร่วมแสดงความเห็น ความรู้สึกผ่านคนกลาง และแสดงเจตจำนงในสิ่งที่ต้องการได้รับการดูแล เป็นการเยียวยาความรู้สึกของทุกฝ่าย และรักษาสัมพันธภาพของผู้ป่วยและแพทย์ หากการไกล่เกลี่ยสามารถนำไปสู่การประนีประนอมยอมความเป็นที่พอใจได้ของทุกฝ่ายจะลดปัญหาการฟ้องร้อง และการเยียวยาดูแลผู้ป่วยจะทำได้อย่างรวดเร็ว
“กรอบแนวคิดของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่พิจารณาการพิสูจณ์ถูกผิด เป็นกฏหมายที่ไม่มุ่งหาว่าใครผิด แต่ต้องการเยียวยาดูแลผู้รับบริการให้ได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว แม้ว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในร่างใหม่การเพิ่มกระบวนไกล่เกลี่ย การดูแลเยียวยาจะแล้วเสร็จภายใน 6-7 เดือน เทียบกับระบบการฟ้องร้องทางแพ่งแบบเก่าที่ใช้เวลาเฉลี่ย 5-6 ปี และทุกฝ่ายก็ไม่มีความสุข”นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว
นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยฯที่เสนอเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.จะมีจำนวน 5-7 คน โดยมีองค์ประกอบเป็นคนกลาง และเป็นที่ยอมรับในทักษะประสบการณ์การไกล่เกลี่ยด้านบริการสาธารณสุขและทำงานประสานกับคณะอนุกรรมการประเมินค่าชดเชยความเสียหาย เพื่อให้ได้ข้อยุติต่อไป นอกจากนี้ ยังเสนอเปลี่ยนชื่อกองทุนฯ เป็นกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายและสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข จากเดิมคือ กองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
“ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ของคณะกรรมการจะนำเสนอต่อ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีต่อไป อีกทางหนึ่งเป็นการเสนอโดยตรงต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาไปพร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิม ทั้งนี้ นอกจากการมีกฎหมายเพื่อการเยียวยาแล้ว คณะกรรมการฯเห็นว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการสนับสนุนให้มีการดูแลผู้ป่วยทั้งกายและใจตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงการดูแลให้มีจำนวนบุคลาการทางการแพทย์อย่างเพียงพอและมีความมั่นใจในการให้บริการ” นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว

ผู้จัดการออนไลน์ 4/24/2008


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:51:31 น.  

 
*โปรแกรมผู้ว่าฯเข้าพบ 'มท.1' ที่บ้าน มีผู้ว่าฯ เข้าพบตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมจนถึงวันที่ 25 เมษายน ทั้งสิ้น 36 คนแล้ว

ถือเป็นสไตล์บริหาร 'แหวกแนว' ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าพบที่บ้านพักย่านบางบอน กรุงเทพฯ คนละวัน ตามที่เคยลั่นวาจาในการให้นโยบาย 'พ่อเมือง' ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์

สุ่มเสียงทำนองของ 'มท.1' เพื่อตัดปัญหาข้าราชการวิ่งเต้นโยกย้ายที่บ้าน แต่เปิดกว้างสำหรับผู้ว่าฯทุกคนให้เข้าถึง 'มท.1'

แต่มีเสียงวิจารณ์ ถึงความเหมาะสม กระหึ่ม โดยเฉพาะการแยกแยะเรื่อง 'ส่วนตัว' กับ 'ส่วนรวม' เพราะถ้าพูดเรื่อง 'ส่วนรวม' ควรให้ข้าราชการเข้าพบที่กระทรวงมหาดไทยแทนที่จะเป็น 'บ้านริมคลอง' อีกทั้งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่ามีเจตนา 'แอบแฝง' หรือไม่

โปรแกรมผู้ว่าฯเข้าพบ 'มท.1' ที่บ้าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้เกือบ 2 เดือนแล้ว มีผู้ว่าฯเข้าพบจนถึงวันที่ 25 เมษายน ทั้งสิ้น 36 คนแล้ว

นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าฯนนทบุรี ประเดิมคนแรกย้อนความทรงจำวันนั้นให้ฟังว่า 'รู้สึกตื่นเต้น ซึ่งธรรมดาอยู่แล้วที่ต้องรู้สึกเช่นนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนแรก พยายามรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำเสนอ มท.1 และในวันที่ได้เข้าพบนั้น ได้เดินทางไปถึงบ้านท่านก่อนเวลา เพื่อที่จะได้มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมระหว่างที่ได้ร่วมเดินทางมายังกระทรวงมหาดไทย กับ ร.ต.อ.เฉลิม ได้มีการซักถามเรื่องงาน เรื่องการจัดระเบียบสังคมใน จ.นนทบุรี ท่านไม่ได้ถามถึงเรื่องส่วนตัวด้วย คำถาม 3 ข้อที่ มท.1 ถามคือ การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาจังหวัดของตนเอง และหากได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะบริหารงานอย่างไร ซึ่งได้ให้ผมพูดใส่เทปบันทึก และหลังจากนั้นได้ติดตาม ร.ต.อ.เฉลิม ตลอดทั้งวัน'

ผู้ว่าฯนนทบุรีบอกว่า 'ท่านได้ให้ความเป็นกันเองเป็นอย่างมาก และไม่รู้สึกเกร็งแต่อย่างใด ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ว่าฯอย่างผมที่ผู้บังคับบัญชาให้เข้าพบ เป็นแนวทางบริหารแบบใหม่'

ขณะที่นายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าฯชุมพร เล่าให้ฟังถึงวันที่เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิมว่า 'ยอมรับว่าก่อนเข้าพบเครียด ได้เตรียมตัวล่วงหน้า 2 วัน ตอนเช้าวันที่ 7 มีนาคมได้เดินทางไปที่บ้านริมคลอง เวลา 06.30 น. ก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง เพื่อจะมีเวลาตั้งตัว ที่นั่นมีแม่บ้านจัดอาหารเช้าให้รับประทาน หลังจากนั้นนั่งรถคันเดียวกับรัฐมนตรีมาทำงานที่กระทรวงมหาดไทย ระหว่างทางท่านจะถามข้อมูลส่วนตัว เช่น เป็นคนที่ไหน แต่งงานหรือยัง มีลูกกี่คน ทำงานที่ไหนมาบ้าง และข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับจังหวัดชุมพร ทำให้ผมเกิดความคุ้นเคยมากขึ้น

ถือว่าเป็นเทคนิคการบริหารที่ดีมาก เป็นมิติใหม่ ซึ่งท่านคิดคล้ายๆ กับผม ตอนอยู่จังหวัดผมได้เชิญหัวหน้าส่วนนั่งรถด้วยกันบ่อยๆ ได้พูดคุยกัน ทำให้ได้ข้อมูลมาก รู้จักผู้ใต้บังคับบัญชาดีขึ้น รู้ว่าใครเก่งเรื่องอะไร สามารถใช้คนได้ถูกกับงาน ดังนั้นการที่ผู้ว่าฯทั้ง 76 จังหวัดได้เข้าพบรัฐมนตรี จะได้รับทราบแนวคิดในการพัฒนาของผู้ว่าฯแต่ละคน รู้ว่าแต่ละจังหวัดมีศักยภาพ หรือจุดอ่อนตรงไหน ขณะเดียวกันได้รู้จักผู้ว่าฯมีภูมิปัญญาอย่างไร ถือว่าเป็นความชาญฉลาดของท่านมาก ทั้งนี้ 3 คำถามที่ท่าน มท.1 ได้ถามผม คือ 1.ถ้ามีโอกาสบริหารงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวคิดในการแก้ปัญหาความไม่สงบอย่างไร 2.มีแนวทางบริหารงานในจังหวัดอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข และ 3.ถ้ามีโอกาสเป็น มท.1 จะพัฒนากระทรวงอย่างไรให้ก้าวหน้า

'ความรู้สึกของผมที่ได้เข้าพบ มท.1 ที่บ้าน อาจเป็นตัวแทนของผู้ว่าฯทั้ง 76 คนไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นวิธีการที่เยี่ยมมาก เพราะเป็นโอกาสที่ผู้ว่าฯอย่างผมจะได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะมีโอกาส อย่างสมัยผมเป็นผู้ว่าฯสตูลผมเคยพูดคุยกับท่านโภคิน พลกุล ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพียงครั้งเดียวทางโทรศัพท์ เพื่อรายงานเหตุการณ์สึนามิ พอมาสมัย พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ไม่ได้คุยด้วยกันสองต่อสอง แต่เคยได้บรรยายสรุปเมื่อครั้งท่านไปตรวจราชการ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผมที่ได้อยู่กับท่าน มท.1 ถึง 12 ชั่วโมง ครั้งแรกเข้าใจว่าท่านเป็นคนดุ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ท่านมีความเมตตาในความดุดัน หลังจากนั้นผมไม่ค่อยกลัวที่จะตอบคำถามท่าน เวลาประชุมกระทรวงประจำเดือนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็ตอบคำถามโดยไม่รู้สึกกลัว'

'ผมคิดว่าท่านไม่ได้สร้างเพาเวอร์ด้วยการให้ผู้ว่าฯเข้าพบที่บ้าน เพราะท่านมีเพาเวอร์อยู่แล้วในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่กลับเป็นการดี ที่ท่านได้รู้จักผู้ว่าฯแต่ละคน แต่นักวิชาการที่ไม่รู้อาจมองในแง่ร้ายได้' นายมานิตกล่าว

เช่นเดียวกับนายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าฯเพชรบุรี ที่มีกำหนดการเข้าพบ มท.1 แบบตัวต่อตัวที่บ้าน ในเดือนพฤษภาคม ให้ความเห็นว่า เป็นแนวคิดใหม่ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ที่ผู้ว่าฯสามารถนำปัญหาหรือข้อเสนอแนะถึงรัฐมนตรีโดยตรงได้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีมาก่อน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ในการบริหารราชการของ ร.ต.อ.เฉลิม

'ถือเป็นโอกาสที่ได้พูดคุยในหลายๆ เรื่อง เพราะผู้ว่าฯแต่ละจังหวัด หรือแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกันไป และได้บอกปัญหาในพื้นที่ของแต่ละคนให้รัฐมนตรีได้รับรู้ และข้อคำแนะนำถือเป็นเรื่องที่ดี และนอกจากนี้ยังเป็นการได้ทำความรู้จักกับ ร.ต.อ.เฉลิมมากยิ่งขึ้น ในการเข้าพบผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะเป็นข้อดี หรือปัญหาในจังหวัดเพชรบุรี ผมรู้อยู่แล้ว สามารถไปมือเปล่าไม่ต้องเตรียมเอกสารเลย'

นายสยุมพรยังได้บอกอีกว่า แม้จะมีนักวิชาการออกมาวิจารณ์ในเรื่องนี้ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์หากมองด้วยเจตนาที่ดี และถือเป็นกำลังพิเศษ การที่ระบุว่าเป็นการทำงานเอาหน้ามองว่าเป็นผลพลอยได้มากว่า เพราะเป็นจุดหนึ่งในวิธีการตลาดทั่วไป และเชื่อว่าการที่ผู้ว่าฯได้พูดคุยกับรัฐมนตรีนั้น จะไม่มีคำสั่งในทางลับ เพราะหากว่ามีเรื่องในลักษณะนี้ก็ต้องถึงกันอยู่แล้ว ส่วนที่ต้องการนำเสนอคือแนวทางพัฒนา จ.เพชรบุรีและขอความเห็นจาก มท.1 สอบถามว่าท่านพอใจหรือไม่ รวมถึงปัญหาบุกรุกป่าห้วยแม่ประจันทร์ ที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ เพราะท่านให้ความสนใจและได้สอบถามความคืบหน้าอยู่เสมอ

จับน้ำเสียง 3 'พ่อเมือง' ล้วนชื่นชมแนวทางบริหารงานของ 'มท.1' คนนี้ หรือเป็นธรรมชาติข้าราชการกระทรวงนี้ ไม่ว่า 'นาย' จะว่าอย่างไร เปล่งวาจาตอบรับแค่ 'ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย'

ขณะที่นักวิชาการอย่างนายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีมุมมองเรื่องนี้ว่า จะมีคำถามเรื่องความโปร่งใส เพราะการเรียกผู้ว่าฯเข้าพบที่บ้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจถูกมองว่าต้องการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวมากเกินไป ซึ่งผู้ว่าฯที่เข้าพบอาจถูกกำชับให้ทำอะไรเป็นพิเศษ หรือต้องรับคำบัญชาพิเศษ หรือมีการให้คำมั่นสัญญาพิเศษ ขณะเดียวกับผู้ว่าฯที่ได้เข้าพบผู้บังคับบัญชารู้สึกพิเศษไปด้วย หรือบางคนต้องวิตกเพราะอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพล ดังนั้น รัฐมนตรีควรบริหารราชการที่กระทรวง ไม่ใช่ให้ข้าราชการเข้าพบที่บ้าน ซึ่งขัดกับหลักสากล และไม่เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

'การเรียกผู้ว่าฯเข้าพบที่บ้านวันละคน เชื่อว่าเป็นไปได้ยากที่จะเรียกให้ครบ 76 จังหวัด และเป็นวิธีการหาข้อมูลการบริหารที่ไม่ทันการณ์ด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาความเท่าเทียมกัน มีบางคนได้เป็นคนพิเศษ ดังนั้นจึงไม่ควรให้ข้าราชการไปพบที่บ้าน จะเห็นว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายคนจะปิดบ้านไม่ให้ใครเข้าพบ เพราะตัดปัญหาการวิ่งเต้นโยกย้าย ดังนั้น ข้าราชการควรมาทำงานที่ทำงาน และรัฐมนตรีควรมาสั่งข้อราชการที่ทำงาน เพื่อไม่ให้ขัดความโปร่งใสการบริหารส่วนราชการแผ่นดิน และหลักสากล' นายสมบัติกล่าว

ต้องยอมรับเป็นแนวทางบริหารเฉพาะตัว ร.ต.อ.เฉลิมจริงๆ อาจจุดประกายความคิดที่ดีในการสร้างผลงานก็ได้ แต่อาจมีคำถาม 'ความเหมาะสม' ประเด็นการบริหารราชการที่แยก 'ส่วนตัว' กับ 'ส่วนรวม'

ที่มา หน้า 11 หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:51:51 น.  

 
*สรรพากรตั้งทีมบี้ภาษีคนรับจ็อบ โดน2เด้งทั้งเงินได้หักที่จ่าย-แวต

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3995 (3195)

สรรพากรระดมพลทั่วประเทศปิดห้องติวเข้มกลยุทธ์ถอนขนห่านครึ่งปีหลัง ใช้ฐานข้อมูลหัก ณ ที่จ่าย ตรวจทานการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้อนบุคคลธรรมดาที่รับจ้างทำงานเข้าจดทะเบียน VAT มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ล่าสุดสั่งเปิด สนง.สรรพากร ปูพรมทุกพื้นที่อีก 21 แห่ง ขอกำลังพลเพิ่ม 2 พันคน 'อธิบดีกรมสรรพากร' มั่นใจปีนี้ บี้ภาษีเกินเป้า 2.4 หมื่นล้านบาทแน่นอน

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในช่วง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2551 (1 ต.ค.2550-31 มี.ค.2551) พบว่าสามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 481,885 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ถึง 12,817 ล้านบาท และหลังรัฐบาลออกมาตรการทางด้านการเงิน-การคลังมากระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับในช่วงครึ่ง ปีหลังจะเป็นฤดูการท่องเที่ยวและเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายพืชผลเพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กรมสรรพากรจึงมีแผนจะขอเพิ่มจำนวนบุคลากรอีก 2,000 คน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ซึ่งตนมั่นใจว่าในปีนี้กรมสรรพากรจะสามารถจัดเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 24,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

ช่วงครึ่งปีหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลน่าจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวดีขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่น สินค้าเกษตรได้ราคาดี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นตามมา ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องคงต้อง ช่วยกันประหยัดเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นปัจจัยอยู่นอกเหนือการควบคุม' นายประดิษฐ์กล่าว

นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกลยุทธ์การจัดเก็บภาษีในช่วงครึ่งปีหลังว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่เพิ่มเติมอีก 21 แห่งทั่วประเทศ โดยการขยายพื้นที่การให้บริการผู้เสียภาษีจะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 14 แห่ง และต่างจังหวัด 7 แห่ง ขณะเดียวกันได้ทำเรื่องถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอเพิ่มกำลังคนอีก 2,000 คน หากได้รับอนุมัติก็จะให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้กระจายลงตามสำนักงานสรรพากรทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรมสรรพากรจะมีศูนย์บริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (LTO) มีทีมเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยกำกับดูแลผู้เสียภาษีเป็นรายกลุ่ม รายกิจการ

ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี นอกจากใช้ฐานข้อมูลภายในกรมสรรพากรไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภายนอกแล้ว ช่วงครึ่งปีหลังจะเน้นเรื่องการนำฐานข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้ในการวิเคราะห์แบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีให้มากยิ่งขึ้น อาทิ บุคคลธรรมดาไปรับจ้างทำงานที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ทุกครั้งที่บริษัทจ่ายเงินต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งกรมสรรพากรทุกเดือน ซึ่งกรมจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลผลและตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท ว่ามีการลงบันทึกบัญชีหักเป็นค่าใช้จ่ายถูกต้องหรือไม่

ส่วนผู้ที่รับจ้างทำงานกับทางบริษัท กรมสรรพากรจะมีข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาที่กรมสรรพากรทุกเดือน หากผู้รับจ้างทำงานจากบริษัทมี รายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ก็จะเรียกเข้ามาจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีก

'โดยภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ กรมสรรพากรยังมีความมั่นใจว่าในปีงบประมาณ 2551 จะสามารถจัดเก็บภาษีได้สูงกว่าประมาณการ 2.4 หมื่นล้านบาท เพราะครึ่งปีแรกที่ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังจัดเก็บภาษีได้ถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่สำคัญๆ เข้ามาหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปีคาดว่าจะเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในหมวดสถาบันการเงินซึ่งมีผลประกอบการและกำไรดีมาก เพราะได้มีการกันสำรองหนี้ไว้หมดแล้ว' นายศานิตกล่าว

หน้า 17





* [CIO-TH] = IAC-CIO Fourm - >๘ เดือน กับการมี พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ฯ

เรียน ผู้บริหารไอซีที ครับ

IAC-CIO Forum กลับมาอีกครั้งแล้วครับ ครั้งนี้ เป็น ครั้งที่ ๒/ ๒๕๕๑

ครั้งนี้ สถาบันพัฒนาบุคลากรและวิชาการด้านไอซีที เนคเทค ในนามสถาบัน IAC (International Academy of CIO) ร่วมกับนิตยสารรายเดือนสำหรับ CIO และผู้บริหาร e-Enterprise ในเครือ AR จะจัดขึ้น ในวันพุธที่ ๓๐ เม.ย. เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

รายละเอียด เป็น ดังนี้ ครับ

หัวข้อหลัก ' ๘ เดือน กับการมี พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ฯ '

หัวข้อย่อย

๑) การปฏิบัติตาม พ.ร.บ . ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ และกรณีศึกษา
ก. การดำเนินงานของหน่วยงานให้เป็นไปตาม Regulatory Compliance
ข การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการและการมีส่วนได้ส่วนเสียของผู้ใช้บริการ :- เทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติ
ค บทบาทของโปรแกรมป้องกันไว้รัสที่มีผลต่อ พ.ร. บ. กระทำความผิดฯ

๒) การบังคับใช้ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ และการดำเนินคดี และกรณีศึกษา
ก การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ
ข กรณีศึกษา จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กำหนดการ ที่ http://giti.nectec.or.th/training/index.php?mod=Courses&op=lesson_show&uid=&cid=9&eid=&sid=&lid=67 หรือ ไฟล์แนบ (agenda-iac-cio-forum-april-30.pdf )

วัน เวลา วันพุธที่ ๓๐ เม.ย. เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

สถานที่ สถาบันพัฒนาบุึคลากรและวิชาการด้านไอซีที เนคเทค อาคารมหานครยิบซั่ม ชั้น ๒๒ โซน B

แผนที่ http://ite.nectec.or.th/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=1 หรือ ไฟล์แนบ (map-ite.jpg)

สถาบัน ฯ ใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วม IAC-CIO Forum ครั้งที่ 2/2551 เพื่อฟังบรรยายพิเศษ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ


ที่นั่งจำนวนจำกัด 70 ที่นั่ง - First In -> First Serve

ตอบรับเชิญได้ทาง e-Mail โดย แจ้ง ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง หน่วยงาน โทรศัพท์ และ อีเมล์ มายัง pornprom@nectec.or.th ภายใน วันจันทร์ที่ ๒๘ เม.ย. เวลา ๑๒.๐๐ น. ครับ

ทั้งนี้ ขอความกรุณา ส่ง ผู้เข้าร่วมสัมมนา ไม่เกิน ๒ ท่าน ต่อหน่วยงาน ครับ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ด้วยความเคารพ

** ว่าที่ ร้อยตรี พรพรหม อธีตนันท์ | Pornprom Ateetanan


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:52:35 น.  

 
*เทศกาลละครสั้นหน้ากากเปลือย - ละครสั้น 4 เรื่อง กับทางเลือกของหัวใจ

โดย : ชาวหน้ากากเปลือย เมื่อ : 21/04/2008 02:46 PM ชาวหน้ากากเปลือย ชวนทุกท่านชมผลงาน
จากหน้ากากเปลือยการละคร
ด้วยละครสั้น 4 เรื่อง กับทางเลือกของหัวใจ

'เทศกาลละครสั้นหน้ากากเปลือย'

จาก 4 ผู้กำกับหลายรุ่น และนักแสดงหลากหลาย

'เรื่องนี้ยาวสามปี'
โดยสายฟ้า ตันธนา
กับละครอุ่นไอรักกับทางเลือกในชีวิตคู่

'อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท'
โดยนินาท บุญโพธิ์ทอง
ว่าด้วยคลิปฉาวกับทางเลือกแบบดุเดือด

'ห้องสยองต้องสยิว'
โดยวัฒนชัย ตรีเดชา
กับตระกูลห้องสยองแนวถนัดกับทางเลือกแสนหมิ่นเหม่

'กล่องช็อกโกแล็ต'
โดยจตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ
นุ่มนวลด้วยเสียงเพลงกับทางเลือกของทำนอง

23 พ.ค.ถึง 1 มิ.ย. 51
ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
สถาบันปรีดี พนมยงค์
สุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ)

23 พ.ค. 2551
18.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี
18.40 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
19.20 น ห้องสยองต้องสยิว
20.00 น กล่องช็อคโกแล็ต

24 และ 25 พ.ค. 2551
14.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี
14.40 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
15.20 น ห้องสยองต้องสยิว
16.00 น กล่องช๊อคโกแล็ต
18.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี
18.40 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
19.20 น ห้องสยองต้องสยิว
20.00 น กล่องช็อคโกแล็ต

30 พ.ค. 2551
18.00 น กล่องช็อคโกแล็ต
18.40 น ห้องสยองต้องสยิว
19.20 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
20.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี

31 พ.ค. และ 1 เม.ย.
14.00 น กล่องช็อคโกแล็ต
14.40 น ห้องสยองต้องสยิว
15.20 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
16.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี
18.00 น กล่องช็อคโกแล็ต
18.40 น อัลเตอร์เนท คอนโทรล ดีลีท
19.20 น ห้องสยองต้องสยิว
20.00 น เรื่องนี้ยาวสามปี

บัตรราคาเรื่องละ 70 บาท
บัตรรวม 4 เรื่อง 200 บาท

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
085-503-4525
086-722-1435
nakedmaskstheatre@gmail.com




*“ข้อเข่าเสื่อม”


หน่วยพยาบาลด้านป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ งานการพยาบาลตรวจรักษาผู้ป่วยนอกฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนเรื่อง 'ข้อเข่าเสื่อม' ในวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 9.30 - 11.30 น. ณ ห้องประชุม 7008 ตึกสยามินทร์ ชั้น 7


โดย: jenifaae วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:52:50 น.  

 


นอกตำรา // กะเทาะเปลือก "โลกร้อน"

ข่าววันที่ 25 เมษายน 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

ขณะที่ภาวะโลกร้อนในประเทศไทยกลายเป็นกระแสที่ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจอยู่นั้น ทุกหน่วยงานต่างก็จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน เช่นเดียวกันกับโครงการสร้างสรรค์เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับ บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด จัดกิจกรรม ค่ายรักษ์โลก ช่วยลดโลกร้อน "Cool The World" นำตัวแทนเยาวชนนักประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ (Young Environmental PR) ที่ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาเข้าค่ายร่วมอบรมกับอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ของจังหวัดจันทบุรี รวมกว่า 80 คน บนเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งในการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทย

สุธีร์ รัตนนาคินทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด กล่าวว่า Cool the world เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่ต่อเนื่องมาจากโครงการเมื่อปีที่แล้วเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน มีผลกระทบกับทุกคนในสังคม และเป็นกิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมได้ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้ใหญ่จนถึงเด็กตัวเล็กๆ ที่สำคัญคือเราต้องการรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ และเด็กๆ เข้ามามีบทบาทในกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้ เพราะคนรุ่นใหม่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หากเราประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนรุ่นใหม่ ได้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน


สำหรับกิจกรรมค่ายรักษ์โลก ช่วยลดโลกร้อน "Cool The World" นี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมสื่อความหมายและสิ่งแวดล้อมสัมพันธ์, กิจกรรมชุมชน "รักษ์โลก ช่วยลดโลกร้อน" จัดขึ้นที่วัดหนองอ้อ ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี - เปิดเวทีความคิดให้แก่ชาวชุมชนและประชาชน และ กิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชุน - พาเยาวชนลงพื้นที่จริงเพื่อให้ได้ประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนความรู้และทัศนคติกับอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน

วราภรณ์ ประดุจชนม์ อายุ 23 ปี ตัวแทนเยาวชนนักประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ความรู้ต่างๆ ในเชิงลึกเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ตั้งใจว่าจะให้ความรู้ในเรื่องของการทำปุ๋ยเกษตรอินทรีย์และจะนำไปใช้การเพาะปลูกต่อไป เป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและไม่ต้องการสารเคมีในการเกษตรอีกด้วย

ส่วนเจ้าบ้าน จิตติมา ภิรมย์จิตต์ อายุ 16 ปี โรงเรียนเบจมานุสรณ์ จ.จันทบุรี เล่าว่า ได้รับการติดต่อจากกลุ่ม อบต. ของตนเอง โดยรู้สึกดีใจมากๆ เพราะได้เรียนรู้กิจกรรมแบบเจาะลึก ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าโลกร้อนขึ้นได้อย่างไร และไม่น่าเชื่อว่าทุกสาเหตุของภาวะโลกร้อนมาจากทุกการกระทำของมนุษย์ทั้งนั้น จึงอยากจะให้รัฐบาลจัดการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจ และมีจิตสำนักเกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม จะเป็นการดีมาก เพราะหากคนส่วนใหญ่หันมาร่วมใจกันช่วยลดโลกร้อนจึงจะเห็นผล หากให้คนเพียงส่วนน้อยทำก็จะไม่ประสบความสำเร็จ





'จริง-ไม่จริง' ก็น่าคิด! 'กรุงเทพฯ จมน้ำ' วันนี้ 'ไร้แผนรองรับ' - เดลินิวส์ออนไลน์

'กรุงเทพฯ จะจมน้ำ !!'

*เรื่องนี้เคยมีการพูดกันมานานแล้ว และล่าสุดก็พูดกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการระบุว่า 'ในอีก 48 ปีข้างหน้าไทยจะถูกน้ำท่วมจากแนวชายฝั่งปัจจุบันลึกเข้าสู่แผ่นดินกินระยะทางราว 27 กม.' จนถึงเขตวัฒนา สวนหลวง ลาดกระบัง ของกรุงเทพฯ โดยระดับความสูงของน้ำ จะแตกต่างกันไป อาทิ สมุทรปราการ จะมีน้ำท่วมสูงราว 1-1.5 เมตร จากนั้นจะลดหลั่นลงมา เมื่อถึงเขตสวนหลวง ระดับน้ำจะสูงประมาณ 60 ซม.

ข้อมูลนี้ถูกระบุโดย รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต อ้างอิงงานวิจัยขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป โดยการสนับสนุนของธนาคารโลก ที่มีการระบุว่าจะเกิดน้ำท่วม 10 เมืองใหญ่คือ กรุงเทพฯ, กัลกัตตากับมุมไบ ของอินเดีย, ย่างกุ้ง ของพม่า, ดักการ์ ของบังกลาเทศ, กวางตุ้งกับเซี่ยงไฮ้ ของจีน, ไฮฟองกับโฮจิมินห์ ของเวียดนาม, ไมอามี ของสหรัฐอเมริกา

ผลการวิจัยชี้ว่า 'กรุงเทพฯ' มีความเสี่ยงเป็นลำดับที่ 6 จาก 10 เมืองที่มีความเป็นไปได้ในการที่จะเกิดน้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ !!

'ระดับน้ำที่ท่วมจะไม่ใช่การท่วมถาวร แต่ระดับน้ำจะขึ้น-ลงตามระดับการหนุนของน้ำทะเล โดยอาจจะท่วม 6 ชั่วโมงแล้วลดลง จากนั้น อีก 6 ชั่วโมงก็ขึ้นท่วมใหม่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ย่อมกระทบกับชีวิตของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจถึงขั้นต้องปรับเวลาในการทำงานตามสภาวะน้ำขึ้นน้ำลง' ...รศ.ดร.เสรีระบุ

ทั้งนี้ การคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการที่ 'กรุงเทพฯเมืองหลวงของประเทศไทยจะกลายเป็นเมืองใต้บาดาล' นั้น เคยมีนักวิจัยและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายออกมาเตือนกันหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ก็เช่นการที่สถาบันเวิลด์วอทช์ องค์กรที่ศึกษาวิจัยด้านสภาพแวดล้อมทั่วโลก ระบุว่าจากการศึกษาของสหประชาชาติและอีกหลายสถาบันพบว่าเมืองที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั่วโลก กำลังเผชิญอันตรายจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพิบัติภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

เมืองชายฝั่ง 21 แห่ง จาก 33 แห่ง ซึ่งในจำนวน 21 แห่งมีเมืองใหญ่อย่าง 'กรุงเทพฯ' ติดโผอยู่ด้วย 'มีโอกาสที่จะถูกน้ำท่วมหนักภายในปี 2558' หรืออีกราว 7 ปีข้างหน้า !!

ภายหลังที่มีข้อมูลดังกล่าวนี้ออกมา ก็มีผู้เชี่ยวชาญทางภัยธรรม ชาติหลายคนออกมาสำทับ และ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ที่ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก็เคยระบุในทางสอดคล้อง กับผลวิจัยหลายครั้ง โดยให้เหตุผลว่าจาก 'สภาวะโลกร้อน' ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วขึ้น และเป็นผล ทำให้เกิดน้ำทะเลสูงขึ้นตามไปด้วย จนเป็นสาเหตุของการเกิดน้ำท่วมในหลาย พื้นที่ทั่วโลก

จากที่มีการศึกษา หากเป็นจริงอีกภายใน 50 ปีข้างหน้าโลกจะร้อนขึ้นอีก 2-6 องศา ผลที่ตามมาคือระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นหลายฟุต เนื่องจากการละลายของน้ำแข็งลงสู่มหาสมุทร ซึ่งหากอุณหภูมิยังคงสูงขึ้น 2-6 องศาอย่างนี้ 'อีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ จะกลายเป็นเมืองใต้บาดาลถาวร'

'หากเป็นไปตามคาดการณ์ ที่มีการวิเคราะห์ว่าภายใน 10-15 ปีน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 1-1.5 เมตร ซึ่งแผ่นดินจะทรุดตัวลง จากการสำรวจพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่ามีอัตราการทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าแผ่นดินทรุดตัวลงไปเรื่อย ๆ ขณะที่น้ำทะเลเอ่อเพิ่มขึ้น โอกาสที่กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองบาดาลก็ย่อมเกิดขึ้นได้' ...เป็นการวิเคราะห์ของ ดร.สมิทธ กับประเด็นความเสี่ยงของพื้นที่กรุงเทพฯ

ขณะที่ รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เคยออกมาระบุว่า... สำหรับประเทศไทย ใน 10-20 ปีข้างหน้า แหลมตะลุมพุกจะจมน้ำ

อีก 20-30 ปีข้างหน้า อ่าวไทยตอนบน บริเวณชายฝั่งแม่กลอง และพื้นที่ของ จ.สมุทรปราการ จะถูกน้ำกลืนกินเข้าไป กินพื้นที่ประมาณ 1 กม. ซึ่งก็ย่อมกระทบต่อกรุงเทพฯ ด้วย !!
และอีก 100 ปี พื้นที่จะถูกน้ำกัดเซาะหดหายไปเกือบ 10 กม.

ทั้งนี้และทั้งนั้น สำหรับแนวทางในการป้องกันปัญหาตามการ วิเคราะห์-วิจัยว่า 'กรุงเทพฯ จะจมน้ำ' นั้น ก็มีการจุดพลุออกมาหลายแบบ อาทิ การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ป้องกันน้ำทะเลท่วมกรุงเทพฯ, การจัด ทำพื้นที่ป่าชายเลน ให้เป็นแนวป้องกันธรรมชาติ หรือขนาด การย้ายเมืองหลวงหนีน้ำท่วม ก็เคยมีการพูดกัน

อย่างไรก็ตาม จากการระบุล่าสุดของทาง กทม. จากที่มีการระบุเรื่อง 'กรุงเทพฯ จะจมน้ำ' อีกครั้ง ประมาณว่า... 'จากการติดตามความเห็นในเรื่องปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ จากหน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ ที่ผ่านมา ต่างมีความคิดเห็นที่หลากหลาย และยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าความเห็นของใครจะใกล้เคียงความจริงมากที่สุด' นี่ก็พอจะสะท้อนได้ชัดเจนว่า...ปัจจุบัน 'กรุงเทพฯ ยังไม่ชัดเจนกับแผนรองรับ' ไม่ว่าจะโดย กทม. เอง หรือโดย รัฐบาล เรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงประเด็นทางวิชาการ ที่พูดกันแล้วพูดกันอีก...

หลายคนเชื่อว่า...กรุงเทพฯ จะไม่จมหรือไม่ถูกปล่อยให้จมน้ำ

แต่หลายคนก็เชื่อว่า...ถ้าจะต้องจมน้ำจริง ๆ ก็สายเกินไป...

ถึงเริ่มป้องกันกรุงเทพฯ วันนี้...ก็ไม่ทันการแล้ว ?!?!?.





โดย: jenifaae วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:19:29:50 น.  

 
*เวนคืน5พันล.สะพานนนท์1 ข้ามเจ้าพระยาผ่ากลางเมืองทะลุวิภาวดีฯ

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ - วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4019 (3219)


กรมทางหลวงชนบท-จังหวัดนนท์จับมือผลักดันก่อสร้างโครงข่ายยกระดับ 8 ก.ม.เชื่อมถนนนครอินทร์-วิภาวดีรังสิต 4.6 พันล้าน รับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 'นนทบุรี 1' ที่กำลังจะสร้างใหม่ หวังแก้ปัญหาคอขวด เปิดแนวเวนคืน 3 ทางเลือก อาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย ตึกสูงทำเลถนนกรุงเทพฯ-นนท์ ประชาราษฎร์ งามวงศ์วาน ประชาชื่น กำแพงเพชร 2 ประชานิเวศน์ 1 รัชดาฯ วิภาวดีฯ ลุ้นระทึกเจอแจ็กพอต ดีเวลอปเปอร์ตีปีกบูมขุมทอง 2 ฝั่งเจ้าพระยา

นายสุรพล ศรีเสาวชาติ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผย 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า จากที่กรมได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาวงเงินกว่า 11 ล้านบาท เพื่อศึกษาโครงการก่อสร้างโครงข่ายเชื่อมต่อถนนนครอินทร์-ถนนวิภาวดีรังสิต ที่จะก่อสร้างเป็นทางยกระดับหรือทางบายพาสขนาด 4 ช่องจราจร และมีถนนสำหรับสัญจรไปมาอยู่ด้านล่างคล้ายๆ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ โดยจะต่อเชื่อมกับสะพานนนทบุรี 1 ที่กรมมีแผนจะก่อสร้าง ซึ่งได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินตั้งแต่ปี 2549 และการเวนคืนคืบหน้าไปมากแล้ว จากนั้นแนวเส้นทางจะตัดผ่านหลายพื้นที่เป็นทางยาวไปเชื่อมกับถนนวิภาวดีรังสิต

ข้อเสนอทางเลือก 4 แบบ

ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาโครงการ ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดจากที่บริษัทที่ปรึกษาเสนอมาทั้งหมด 4 ทางเลือก

ประกอบด้วย แนวที่ 1 เริ่มต้นที่ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ระหว่างทางแยกตัดถนนประชาราษฎร์ และทางแยกตัดกับถนนพิบูลสงคราม ผ่านถนนนครอินทร์ บริเวณร้าน นารัญน์ ผ่านหลังซอยวัดกำแพง 9 ขนาน ไปกับคลองบางขุนเทียน ผ่านหลังซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 7 ผ่านถนนประชาราษฎร์ บริเวณปากซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 7 แล้วผ่านทางด่วนศรีรัช ผ่านถนนประชาชื่น คลองประปา และด้านหลัง ตลาดพงษ์เพชร แล้วขนานไปกับคลองบางเขน ด้านฝั่งเหนือ แล้วเชื่อมต่อกับถนนงามวงศ์วาน บริเวณด้านทิศเหนือของเรือนจำกลางคลองเปรม

แนวที่ 2 จุดเริ่มต้นบริเวณเดียวกับแนวที่ 1 จากนั้นแนวเส้นทางจะเบี่ยงแยกออกไปบริเวณพื้นที่ด้านหลังกระทรวงสาธารณสุขกับคลองบางเขน ผ่านทางด่วนศรีรัช ผ่านหมู่บ้านประชาสุข จากนั้นแนวเส้นทางจะตัดผ่านแนวสายไฟฟ้าแรงสูง ทางแยกสัญญาณไฟจราจรระหว่างถนนประชาชื่นกับถนนเทศบาลสงเคราะห์ หรือถนนประชานิเวศน์ 1 โดยสร้างทางยกรับบนถนนประชานิเวศน์ 1 แล้วข้ามคลองเปรมประชากร ลดระดับเป็นอุโมงค์ผ่านทางรถไฟ และถนนกำแพงเพชร 2 ไปบรรจบกับถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณวัดเสมียนนารี

แนวที่ 3 จุดเริ่มต้นเหมือนกับแนวที่ 1 และ 2 แต่แนวเส้นทางจะเบี่ยงออกไปจากแนวที่ 1 และ 2 เมื่อตัดผ่านถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี บริเวณปากซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 7 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามคลองบางเขน ผ่านไปด้านใต้หมู่บ้านสารินปาร์ค ผ่านชุมชนซอยรัชดาภิเษก 70 และพื้นที่ระหว่างซอยรัชดาภิเษก 66 ซอยรัชดาภิเษก 68 แล้วเข้าเชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษก ก่อนถึงทางแยกประชานุกูล และเข้าซ้อนทับกับถนนรัชดาภิเษก ไปออกถนนวิภาวดีรังสิต

แนวที่ 4 เป็นแนวทางเลือกที่ใช้แนวเส้นทางแนวที่ 1 และ 3 รวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นการรวมและกระจายการจราจรบริเวณถนนงามวงศ์งาน และถนนรัชดาภิเษก

ไฮไลต์เส้นทางนนท์-วัดเสมียนนารี

นายสุรพลกล่าวว่า โครงการนี้กรมทางหลวงชนบทใช้เวลาศึกษาทั้งหมด 7 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์-กันยายน 2551 หลังจากก่อนหน้านี้กรมได้หารือและร่วมศึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนนทบุรี ถึงแนวทางในการก่อสร้างเส้นทางเพื่อระบายรถจากพื้นที่โซนตะวันออกของจังหวัดนนทบุรี ที่ปัจจุบันเริ่มหนาแน่นมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณถนนนครอินทร์ ด้วยการก่อสร้างเส้นทางมาเชื่อมกับระบบทางด่วน และถนนวิภาวดีรังสิต

ขณะเดียวกันจังหวัดนนทบุรีเกรงว่าเมื่อมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ คือ สะพานนนทบุรี 1 เสร็จเรียบร้อย จะทำให้รถมากระจุกตัวบริเวณทางลง จึงมีแนวคิดร่วมกันว่า ควรสร้างทางยกระดับเชื่อมไปออกถนนสายหลัก และทางด่วนเลย เพราะนอกจากช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างด้านตะวันตกกับด้านตะวันออกของกรุงเทพ มหานคร (กทม.) และถนนสายหลักในแนวเหนือ-ใต้ได้อีกด้วย

โดยในการสำรวจศึกษาโครงการนี้บริษัทที่ปรึกษาได้ศึกษาครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี และพื้นที่บางส่วนของ กทม. และโครงข่ายถนนสายสำคัญๆ ในปัจจุบันด้วย เช่น ถนนนครอินทร์ วิภาวดีรังสิต รัตนาธิเบศร์ งามวงศ์วาน ติวานนท์ วงศ์สว่าง รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ-นนทบุรี ประชาราษฎร์ ประชาชื่น เทศบาลสงเคราะห์ และทางด่วนศรีรัช

ขั้นตอนต่อไปกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการศึกษาด้วย จากก่อนหน้านี้มีกลุ่มอนุรักษ์คลองบางเขนจำนวน 100 คน ทำหนังสือคัดค้านการก่อสร้าง เนื่องจากไม่อยากย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัย ซึ่งกรมได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้วว่าโครงการนี้ยังเป็นแค่การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จากนั้นวันที่ 26 กรกฎาคมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี

ปิ๊งสร้างยกระดับยาว 8 ก.ม.

มีรายงานข่าวว่า สำหรับแนวเส้นทางโครงการทั้ง 4 ทางเลือก แนวที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่าด้านวิศวกรรมมากที่สุด คือ แนวที่ 2 ที่ไปเชื่อมถนนวิภาวดีฯ บริเวณวัดเสมียนนารี ระยะทางจากถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีประมาณ 7-8 กิโลเมตร ซึ่งหากเลือกแนวทางนี้จะมีการก่อสร้างทางยกระดับบนถนนเดิม คือประชานิเวศน์ 1 ส่วนช่วงตั้งแต่ส่วนต่อเชื่อมกับสะพานนนทบุรี 1 มาจนถึงทางแยกไฟแดงบริเวณคลองประปาประชาชื่น จะก่อสร้างทางยกระดับใหม่ ทำให้ไม่ต้องใช้งบฯก่อสร้างมากเหมือนกับอีก 3 แนวทางเลือก

ทั้งนี้ จากการประเมินในเบื้องต้น คาดว่าโครงการนี้จะใช้เงินก่อสร้างประมาณ 4,600 ล้านบาท แยกเป็นค่าก่อสร้างประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับค่าเวนคืนที่น่าจะอยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาทเช่นเดียวกัน โดยอาจต้องมีการเวนคืนบริเวณที่เป็นถนนตัดใหม่ จุดต่อเชื่อมกับสะพานนนทบุรี 1 มาจนถึงแยกคลองประปา โดยมีบ้านเรือน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ที่ต้องเวนคืนหลายร้อยหลังคาเรือน อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้บริษัทที่ปรึกษาจะศึกษารายละเอียดอีกครั้ง

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า ยังไม่ทราบถึงแผนก่อสร้างโครงการทางยกระดับเชื่อมจากสะพานนนทบุรีถึงถนนวิภาวดีฯของกรมทางหลวงชนบท แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงเข้าใจว่าน่าจะเป็นทางยกระดับสลับกับถนนในบางช่วง มิฉะนั้นอาจต้องใช้งบประมาณสูงมาก สำหรับผลดีที่จะเกิดขึ้นถือเป็นการเปิดหน้าดินใหม่ในช่วงที่มีการสร้างถนนเพิ่มเติม และช่วยให้การเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันตกมาถึงฝั่งเหนือสะดวกขึ้น

หน้า 1






*'จรัญ'ชี้ผู้มีอำนาจ3ฝ่ายยังทุศีลมัวเมาอบายมุขอยู่มาก

*'จรัญ' แนะเติบัณฑิตเป็นนักยุติธรรม แยกตัวจากพวกอุ้มชูมิจฉาชีพ ชี้ผู้มีอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายยังทุศีลมัวเมาในอบายมุข ที่เนติบัณฑิตยสภา เมื่อเวลา 13.30 - 14.50 น. วันที่ 18 ก.ค. สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณพิตสภา ได้จัดการอบรมหลักสูตรภาคจริยธรรม เนติบัณฑิต สมัยที่ 60 โดยนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายในหัวข้อ 'เนติบัณฑิตกับทางชีวิตที่ปลอดภัย' ว่า วิชาชีพกฎหมายเป็นเสาหลักต้นหนึ่ง ที่ค้ำสังคมไทยไว้ หากขาดเสาต้นนี้ สังคมจะเป็นอนาธิปไตย เรายึดมั่นในประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ใช่ได้มาด้วยการทุจริตซื้อเสียง จะต้องเป็นประชาธิปไตยจากคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาธิปไตยจึงจะอยู่ในกำมือประชาชน
'ไม่ใช่ของเจ้าของเงิน ที่หว่านเศษเงินไปซื้อมาจากผู้ที่ขายขาดอำนาจประชาธิปไตย ในด้านเศรษฐกิจเราจะยืนยันจะใช้เศรษฐกิจเสรีนิยม ไม่ใช่สังคมนิยมของคอมมิวนิสต์' นายจรัญ กล่าวและว่า

ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมรับทุนนิยมสุดโต่ง อย่างที่ถูกนักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าทุนนิยมสามาน ที่แยกแยะทุนสร้างสรรค์ออกจากทุนสามานที่เอาแต่ตักตวงกอบโกย

นายจรัญ กล่าวอีกว่า ถ้าเรายึดมั่นในจริยธรรมและศีลธรรม ก็จะแปรสภาพจากนักกฎหมาย เป็นนักยุติธรรม ภารกิจของเราขับเคลื่อนไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง ขอให้เนติบัณฑิตดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย การเสื่อมลาภ เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง จึงขอให้มั่นคงอยู่ในศีล 5 ลดละอบายมุข

'ขณะนี้คน 3 ฝ่ายที่อยู่ในอำนาจอธิปไตย ยังทุศีลมัวเมาในอบายมุข ตัวเองเป็นผีพนันไม่พอ ยังจะเปิดบ่อนเสรี ชักชวนคนไทยไปเป็นผีพนันด้วย เพียงเพราะเห็นแก่เม็ดเงิน คนที่เป็นนักเลงเหล้า ก็จะมองเห็นแต่ประโยชน์ที่ได้จากกิจการและภาษีนำเข้าเหล้า และค่าโฆษณาจากสุรา แต่มองไม่เห็นหายนะที่เกิดขึ้นกับประชาชน' นายจรัญ กล่าวและว่า

คนพวกนี้จะห้ามลูกหลานไม่ให้ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ แต่ส่งเสริมประชาชนให้ดื่มสุราสูบบุหรี่ เขาไม่รักประชาชน เหมือนลูกหลานตัวเอง ผีตัวที่ 3 เป็นผีจอมเจ้าชู้ ซึ่งอันตรายมาก ทั้งแก่ตัวเองและบุคคลอันเป็นที่รัก ผีตัวที่ 4 คือพวกอุ้มชูมิจฉาชีพ โดยมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่ที่คนชั้นต่ำ แต่อาจเป็นรัฐมนตรี ส.ส. อธิบดี ทนายความ ผู้พิพากษา ผีตัวนี้ไม่เลือกอาชีพ แต่จะฝังอยู่ในกมลสันดาน ใครพบเจอต้องแยกตัวออกมาให้ห่าง



โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:05:24 น.  

 
*เสวนา:ยุทธศาสตร์ทางเลือกการเกษตรของสังคมไทย

โดย : กลุ่มนิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคมฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคม รุ่น 48 จัดสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง 'ยุทธศาสตร์ทางเลือกการเกษตรของสังคมไทย' ในวันพฤหัสที่ 7 สิงหาคม 2551ระหว่างเวลา 8.30 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารวิทยบริการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กำหนดการสัมมนาเชิงวิชาการ

เรื่อง “ยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทย”
ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
***********************************************************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 09.10 น. กล่าวรายงานโดย อาจารย์พรเทพ พัฒธนานุรักษ์ ประธานสาขาพัฒนาสังคม

09.10 – 09.20 น. กล่าวเปิดงานโดย รองศาสตราจารย์ วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

09.20 – 10.00 น. ปาฐกถา เรื่อง “ยุทธศาสตร์ทางเลือกของการพัฒนาการเกษตรของสังคมไทย” โดย คุณลดาวัลย์ คำภา ผู้อำนวยการสำนักวางแผนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

10.00 – 12.00 น. อภิปรายเรื่อง “นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรเพื่ออาหารและ พลังงาน”
ผู้ร่วมอภิปราย
- คุณวรรณภา ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพัฒนา การเกษตร สำนักเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- คุณบุญส่ง เกิดกลาง รองอธิบดีกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
- คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี

ผู้ดำเนินการอภิปราย
- คุณไชยา พลขลาง นิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาสังคม

12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. เสวนา เรื่อง “ทิศทางและการปรับตัวทางการเกษตร” ผู้ร่วมเสวนา

- คุณสุดารัตน์ เตชะศรีประเสริฐ เศรษฐกร 8 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
- คุณมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรเครือเจริญโภคภัณฑ์
- ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี
- คุณอุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานมูลนิธิเกษตรกรรมทางเลือกแห่งประเทศไทย

ผู้ดำเนินการเสวนา
- คุณกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา ผู้ประสานงานมูลนิธิชีววิถี

15.00 – 15.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 – 16.00 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะแนวทางในการจัดทำแผนงานยุทธศาสตร์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

16.00 น. กล่าวปิดงาน โดย อาจารย์พรเทพ พัฒธนานุรักษ์ ประธานสาขาพัฒนาสังคม

ติดต่อประสานงาน
น.ส.พัชรินทร์ พูนกลาง 08-5230-8514
ร.อ.หญิงศิราณี ดุษฏี ร.น. 08-9983-8471
นายไชยา พลขลาง 08-4029-7715
นายชยธร นฤทุม 08-1825-0471
3
แบบตอบรับ
กำหนดการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “ยุทธศาสตร์ทางเลือกการเกษตรของสังคมไทย”
วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
เวลา 08.30 – 16.00 น.
---------------------------------------------------------------------
การเข้าร่วมการสัมมนาเชิงวิชาการ
ข้าพเจ้า...........................................................................................................
ตำแหน่ง..........................................................................................................
หน่วยงาน........................................................................................................
* ยินดีเข้าร่วมการสัมมนา และมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ดังนี้
* ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสัมมนา และขอส่งตัวแทนเข้าร่วมสัมมนา ดังนี้
ชื่อ..........................................................................................................
ตำแหน่ง..................................................................................................
หน่วยงาน................................................................................................
หมายเหตุ : หากมีข้อสงสัยประการใด ติดต่อ
สาขาพัฒนาสังคม
โทร. 02-579-1546 ต่อ 218 หรือ
คุณพัชรินทร์ พูนกลาง 08-5230-8514
โทรสาร : 02-579-1546 ต่อ 218





* “RE Next…ถอดรหัสอสังหาฯสายพันธุ์ใหม่”

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2551 เวลา 13.00-16.30 น.
ณ ห้องจามจุรี บอลรูม โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
จัดโดย ชมรมนักศึกษาเก่าด้านอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักศึกษาในโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รุ่นที่7 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งาน เดียวแห่งปีที่รวบรวมวัคซีนชั้นเยี่ยมจากเหล่าดีเวอร์ลอปเปอร์ชั้นนำของ เมืองไทย ที่ยกพลกันมาเผยเคล็ดลับกลยุทธนอกกรอบใหม่ๆๆ…แต่แรงโดนใจผู้บริโภค ที่จะช่วยจุดประกาย และสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งพร้อมรับทุกสถานการณ์… ภายในงานพบ มือผ่าเศรษฐกิจ คุณธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล จาก Nexus แนะเส้นทางอสังหาฯ ไทย โอกาส อุปสรรค…สู่ความยั่งยืน พร้อมรับวัคซีนเด็ด เสวนาพิเศษ “RE Next…ถอดรหัสอสังหาฯสายพันธุ์ใหม่” จาก เหล่าทีมแพทย์เฉพาะทาง คุณเมธา จันทร์แจ่มจรัส จาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บ้านในฝันของเหล่าคอนซูเมอร์, คุณโชค บูลกูล แห่งฟาร์มโชคชัย ผู้เปลี่ยนทุ่งหญ้าให้กลายเป็นทองคำ, คุณธงชัย บุศราพันธ์ เจ้าของแนวคิดบ้านดีไซน์เก๋ไม่เหมือนใคร โนเบิล และ คุณวิชา หาญอมรรุ่งเรือง มือหนึ่งเรื่องศูนย์การค้า จากสยามพิวรรธน์ อย่ารอช้า!!! ร่วมสัมมนาฟรี! ยาดีมีจำนวนจำกัด!
สำรองที่นั่งด่วนวันนี้ที่ 080 080 1681 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.mre7.net





*งานรำลึกครบรอบอนิจกรรม อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ประจำปี 2551

โดย : ป๋วยเสวนาคาร

ขอเชิญร่วมงานรำลึกครบรอบอนิจกรรม อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ประจำปี 2551

วันเสาร์ที่ 26 กรกฏาคม 255 เวลา 13.00-18.00 น.
'สันติประชาธรรม กับสถานการณ์ปัจจุบัน'

13.00-14.00 น. ลงทะเบียน
14.00-15.00 น. ดนตรีเพื่อสังคมแห่งสันติ
15.00-17.30น. เสวนา 'สันติประชาธรรม กับสถานการณ์ปัจจุบัน'
วิทยากร
สุรสีห์ โกศลนาวิน
กมล กมลตระกูล
เอ้ด ภิรมย์
พงศ์จรัส รวยร่ำ
ชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์ ดำเนินรายการ

17.30-18.00 น. อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประธานกิตติมศักดิ์ ป๋วยเสวนาคาร กล่าวปิดงาน






*ประกวดหนังสั้นและสารคดี...ฅ.ฅนชนเผ่า

โดย : มูลนิธิกระจกเงา

Hilltribe.org ร่วมกับ Bannok TV มูลนิธิกระจกเงา

ขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักในศาสตร์และศิลป์แห่งภาพยนตร์ร่วมประกวด หนังสั้นและสารคดี ฅ.ฅนชนเผ่า เพื่อ เล่าขานเรื่องราวของคนชนเผ่าชาวไทยภูเขา อย่างเข้าใจ ขนาดความยาวไม่เกิน 15 นาที งานนี้ไม่กำหนดสไตล์ แง่มุม หรือเทคนิค สมัครเป็นทีม ๆ ละไม่เกิน 3 คน

พบกับโปรแกรมดี ๆที่คุณไม่ควรพลาด และลุ้นรางวัลทัวร์ศึกษาวัฒนธรรม ณ ประเทศเวียดนาม....ไปกันยกทีม ฟรี 1 สัปดาห์ กับทีมงาน hilltribe.org และ bannok TV

สมัครวันนี้ - 30 กันยายน 2551

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและโหลดใบสมัครได้ที่

http://www.hilltribe.org/film

http://www.bannoktv.com/film

Tel. 053-737494
E-mail : film@hilltribe.org


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:05:59 น.  

 
*“Crisis Management for Facility Manager”

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมวิชาชีพบริหารทรัพยากรอาคาร (TFMA) ขอเชิญสมาชิกสมาคม สถาปนิก นิสิตนักศึกษาสถาปัตยกรรม และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมอบรมความรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องของสถาบันสถาปนิกสยาม (ISA) เรื่อง “Crisis Management for Facility Manager” ในวันวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ อาคารสมาคมสถาปนิกสยามฯ กิจกรรมดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่

ภาคเช้า : “Crisis Management เกี่ยวกับ Facility Manager อย่างไร” การเตรียมพร้อม และวิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน เรียนรู้กรณีศึกษาจากเหตุการณ์มหันตภัยที่เกิดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างพายุไซโคลนนากีสในประเทศพม่า และแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศจีน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้คน ธุรกิจ ตัวอาคาร และทรัพย์สิน เชื่อมโยงแนวคิดมาถึงกรณีหากเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับประเทศไทย ผู้ประกอบวิชาชีพบริหารทรัพยากรอาคารที่ดูแลอาคารหรือ Facility Manager จะมีบทบาทหรือความรับผิดชอบ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างไร โดยวิทยากร คุณศัลย์ มูลศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการฯ บริษัท CP Plaza จำกัด ร่วมกับวิทยากร/ผู้ดำเนินรายการจาก TFMA

ภาคบ่าย : “Business Continuity Plan” ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การเตรียมแผนป้องกัน ขั้นตอนในการรับมือเหตุการณ์ ตลอดจนขั้นตอนการฟื้นฟูภายหลังเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจหลังเกิดเหตุ โดยวิทยากร คุณภากร วนัปติกุล Executive Vice President ฝ่ายอาคารสำนักงานและทรัพย์สิน ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยากร/ผู้ดำเนินรายการจาก TFMA

สิทธิพิเศษสำหรับนิสิต นักศึกษาที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ อัตราค่าลงทะเบียนพร้อมเอกสารประกอบ / อาหารกลางวัน / อาหารว่าง เพียง 300 บาท นิสิต นักศึกษาทั่วไปและสมาชิกสมาคมฯ อัตราค่าลงทะเบียนจำนวน 600 บาท สถาปนิกและผู้สนใจทั่วไปอัตราค่าลงทะเบียน 1,200 บาท (ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันสถาปนิกสยาม โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้า ได้ที่ สถาบันสถาปนิกสยาม ฝ่ายวิชาการ โทรศัพท์ 0-2319-6555 ต่อ 202, 206 / โทรสาร ต่อ 120, 0-2319-6419 หรือดาวน์โหลด ใบตอบรับลงทะเบียนได้ที่ http://www.asa.or.th (จำกัดเพียง 80 ท่านเท่านั้น)

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ เจดับบลิวที พับบลิค รีเลชั่นส์
ภัทรภร ตันตรงภักดิ์ / ศริญญา แสนมีมา
โทร. 0-2204-8550 / 086-668-1415, 0-2204-8218 / 081-809-1498




*เวทีปาฐกถาพิเศษด้านพลังงาน ฉลองครบรอบ 10 ปี JGSEE

บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ฉลองครบรอบ 10 ปี JGSEE เชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม JGSEE Open House ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 พบกับเวทีเสวนาวิชาการ “วิกฤตพลังงานและภาวะโลกร้อน” โดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และ เปิดให้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย ตั้งแต่เวลา 13.30 – 17.00 น. ณ คณะพลังงาน สิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และร่วมรับฟังเวทีปาฐกถาพิเศษเรื่อง ความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวของประเทศไทย และการรับมือโลกร้อน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระดับประเทศ ดร.ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2551 ณ โรงแรมโซฟีเทล เซนทาร่า แกรนด์ ลาดพร้าว เวลา 18.00 – 21.30 น.

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) โทร. 0-2270-1350-4 ต่อ 103






*งาน “India Fair @ Bangkok 2008”


เนื่องด้วย กรมส่งเสริมการส่งออกประเทศอินเดีย ,สถานทูตอินเดีย และสภาอุตสาหกรรมแห่งอินเดีย ได้มีกำหนดจัดงาน “India Fair @ Bangkok 2008” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2551 นี้ เวลา 09.30 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 8 อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งภายในจะเป็นงานสัมมนาและงานแสดงสินค้าหลากหลายจากประเทศอินเดีย อาทิ ด้านวิศวกรรม , สินค้าไฮเทค, สินค้าอุปโภคบริโภค , ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, เคมีภัณฑ์ ,India’s MNCs (สินค้าที่ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยสัญชาติอินเดีย) และการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและกระชับความ สัมพันธ์ทางการค้าอันดี ระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดีย รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขยายตัวทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งในการแลกเปลี่ยนทางการตลาดอันจะส่ง ผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ อีกทั้งขยายตัวต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 นี้ เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี

07.30 – 08.00 น. รถตู้บริการรับสื่อมวลชน ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักร (หมอชิตเก่า)

08.30 – 09.00 น. สื่อมวลชนลงทะเบียน / รับของที่ระลึก (REGISTRATION)

09.00 – 09.05 น. พิธีกรกล่าวเปิดงาน และกล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงาน
แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนทุกท่าน

09.05 – 09.15 น. ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเทศอินเดีย

09.15 – 09.20 น. คณะผู้จัดงาน กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน
“India Fair @ Bangkok 2008”

09.20 – 09.30 น. พิธีกรกล่าวเรียนเชิญคณะผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติ
ร่วมในพิธี พร้อมเปิดตัวงานแสดงสินค้าและงานสัมมนา โดย :
ดร. ชีล่าร์ ไบร์ด (Dr. Sheela Bhide) CMD, ITPO
ประธานและกรรมการบริหาร กรมส่งเสริมการส่งออกอินเดีย
India Tradepromotion Authority (ITPO)

นางลาธา เรดดี้ (Ms. Latha Reddy) AMBASSADOR เอกอัครราชทูตอินเดิย ประจำประเทศไทย

ฯพณฯ ท่าน ชรีย์ อัสวานิ คูมาร์ (H.E. Shri Ashwani Kumar ) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม -
ประเทศอินเดีย Minister of State for Industry (Government of India)

ฯพณฯ ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ (H. E. Mr. Suwit Khunkitti ) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง-
อุตสาหกรรม Deputy Prime Minister and Minister of Industry, Government of Kingdom of Thailand

09.30 – 09.35 น. ถ่ายภาพร่วมกัน

09.35 – 10-00 น. พิธีกรกล่าวเรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วยสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมชมบูธการแสดงสินค้า จากประเทศอินเดีย

10.00 – 11.30 น. ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “การเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยกับอินเดีย”
ซึ่งจัดขึ้นโดย Confederation of India Industry (CII) หรือ สภาอุตสาหกรรมแห่งอินเดีย ณ ห้องฟินิกซ์ 5-6

11.30 – 13.00 น. สื่อมวลชนสัมภาษณ์ และรับประทานอาหารกลางวัน (คูปอง)

13.00 น. รถตู้บริการรับส่งสื่อมวลชน ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักร (หมอชิตเก่า)

หมายเหตุ : กำหนดการดังกล่าว อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์งาน “India Fair @ Bangkok 2008”
ภัทรวดี ใจผ่อง (เอ) 086 – 334 – 1984 , 085 – 239 – 8400
ฐปณีย์ จันทคัด (จุ๊) 081 – 534 – 5832
พัทธ์ธีรา ศรีศักดิ์วิชัย (นก) 081 – 621 – 6620


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:06:30 น.  

 
*สัมมนา‘การประยุกต์ใช้คอนกรีตในงานก่อสร้างอาคารสูง’

บอรอล คอนกรีต (ประเทศไทย) หนึ่งในบริษัทผู้ค้าคอนกรีตผสมเสร็จรายใหญ่ของไทย ร่วมกับ สมาคมคอนกรีตไทย (ส.ค.ท.) จัดสัมมนา‘การประยุกต์ใช้คอนกรีตในงานก่อสร้างอาคารสูง’ ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 8.30 -15.00 น. ณ. ห้องสัมมนาอาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (รามคำแหง 39) ในงานสัมมนาจะมีการนำเสนอเทคนิคใหม่ๆ และการประยุกต์ใช้คอนกรีตในอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคารสูง โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายบริษัทและสถาบัน อาทิ ฤทธา, บีเอเอสเอฟ, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และ บอรอล สนใจเข้าร่วมงานหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 022611670-2 ต่อ 104 หรือ 103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.thaitca.or.th

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
พรอุมา วนิชชานันท์ - บริษัท มิลาน ครอส ครีเอทีฟ จำกัด
โทร. 02-261-1670-2 ต่อ 103 แฟ็กซ์. 02-261-1673 อีเมล์ mcpl@ksc.th.com




*เชิญสมาชิกร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บ "Open Source CMS ทำเว็บได้ง่ายๆ ใช้ซอฟต์แวร์สร้างเว็บแบบเซียน"

สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เชิญชวนสมาชิกร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ "Open Source CMS ทำเว็บได้ง่ายๆ ใช้ซอฟต์แวร์สร้างเว็บแบบเซียน"

ร่วมเสวนาถึงซอฟต์แวร์ Open Source ที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้ภายใน 5 นาที โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม และประเด็นน่าสนใจอื่นๆ อาทิ
- ข้อดีและข้อเสียของซอฟต์แวร์แต่ละตัว
- วิธีเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ
- เทคนิคการปรับแต่งซอฟต์แวร์
- จริงหรือที่ซอฟต์แวร์บางตัวทำ SEO ได้ดีกว่าตัวอื่นๆ?
- และประเด็นอื่นๆ ที่คุณอยากรู้

รู้ลึก รู้จริง กับกูรูชื่อดังของวงการ Open Source
• คุณอัครวุฒิ ตำราเรียง จาก Marvelic Engine ผู้บุกเบิกการใช้งาน Mambo และ Joomla ในไทยจนได้รับความนิยมกว้างขวาง
• คุณสุกรี พัฒนภิรมย์ จาก Drupal.in.th ผู้ใช้งาน Drupal ระดับเซียนที่ช่วยติดตั้งและปรับแต่ง Drupal ในเว็บไซต์หลายแห่ง
• คุณกติกา สายเสนีย์ จาก Keng.com บิดาแห่งวงการบล็อกไทย ใช้ Wordpress สร้างบล็อกแบบอลังการ
• คุณณัฐวัฒน์ ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา จาก Duocore.tv ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์รายการข่าวไอทีที่ใช้ Pligg เพื่อให้ผู้ชมร่วมส่งข่าวเข้ามา
• คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย จาก Beartai.com ชุมชนไขปัญหาด้านไอทีที่เลือกใช้ SMF เพื่อรองรับกระทู้นับหมื่นและความคิดเห็นนับแสน

วัน เวลา และสถานที่:
วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00 - 16.00 น.
มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาคารพญาไท
(อาคาร SM Tower ชั้น 17 ตรงข้าม ททบ.5 และติดกับสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า)

* * แนะนำให้ผู้เข้าร่วมงานเดินทางโดยรถไฟฟ้า เนื่องจากค่าที่จอดรถค่อนข้างแพงค่ะ * *

รูปแบบการจัดงาน:
- ไม่เสียค่าใช้จ่าย เฉพาะสมาชิกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเท่านั้น (สามารถต่ออายุสมาชิกได้ที่หน้างาน)


ดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่

http://www.webmaster.or.th/project/jibcafe/coffee-chat-bangkok-july-2008

------
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เชิญเข้าร่วมเสวนาทางวิชาการ

เรื่อง "ผลกระทบจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ต่อสถานประกอบการในมุมมองของนักบริหารทรัพยากรบุคคล" (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

โดย อาจารย์พงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์ ผู้จัดการทั่วไปส่วนงานบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด , รองประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอาจารย์ผู้บรรยายในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์

วันและเวลา :
วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 13.30 - 16.30 น.

ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาคารพญาไท อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 17
ตรงข้าม ททบ.5 ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า

ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ http://payathai.spu.ac.th/content/1/4448.php





*งานเสวนา “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ อีกหนึ่งทางเลือกในยุคเงินเฟ้อ”

บล. ไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บลจ. ไทยพาณิชย์ ขอเชิญนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมงานเสวนา “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ อีกหนึ่งทางเลือกในยุคเงินเฟ้อ” วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.30 น.- 16.00 น. ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบกับผู้ร่วมเสวนาที่มากด้วยความรู้ความสามารถ ได้แก่ คุณอดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ , ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ. ไทยพาณิชย์ คุณอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บ. CB Richard Ellis, คุณยุพเรศ ลิขิตแสนสุข ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ไทยพาณิชย์ และ คุณโชติมา โชติบัณฑิต ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ. ไทยพาณิชย์ โดยผู้ดำเนินรายการคือ รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

สำรองที่นั่งด่วน (จำนวนจำกัด) ได้ที่ 02-686-2161 งานนี้เข้าฟังโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
กษมา เกรียงวีระยุทธ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด
โทร 0-2686-2373 E-mail: kasma@scbs.com




*กรมประชาสัมพันธ์ จัดงานเสวนาในหัวข้อ Crisis Case Study การประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมด้วย เครือข่ายการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และบริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด จะจัดงานเสวนา Crisis Case Study การประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต : เมื่อทุนข้ามชาติใช้กลไกกฎหมายคุกคามสื่อและประชาชน ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 ระหว่างเวลา 13.00 – 16.00 น. ณ หอประชุมพุทธคยา อาคารอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น 22 ถนนเพลินจิต สถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม เพื่อเป็นกรณีศึกษาทางด้านประชาสัมพันธ์ ในการบริหารภาวะวิกฤต และกรณีศึกษาในการเรียนการสอนทางด้านประชาสัมพันธ์ การตลาด การบริหาร ในสถาบันการศึกษา เพื่อประโยชน์ในองค์รวมทางด้านการประชาสัมพันธ์ และการสร้างบรรทัดฐานในวิชาชีพ

โดย ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คุณเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการบริหารทีวีไทย คุณวันชัย วงศ์มีชัย อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณปรีดา เตียสุวรรณ ประธานกรรมการ บมจ. แพรนด้า จิวเวลรี่ คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด ดำเนินรายการโดย คุณก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ รักษาการ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
รัชฎา ปสันตา โทร 0-2610-2352, 081-850-4349
น้ำเพ็ชร ฉลูกัลป์ โทร 0-2610-2370, 081-814-9942


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:06:59 น.  

 
*เสวนา ถอดรหัสงานวิจัยหิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก

ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. ร่วมกับ สำนักงานปลัด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเวทีคุยกันฉันวิทย์ : “ถอดรหัสงานวิจัยหิ่งห้อย” โดยมี คุณสมหมาย ชื่นราม คณะกรรมการโครงการหิ่งห้อยตามพระราชดำริ และ ดร.อัญชนา ท่านเจริญ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากร ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 กระทรวงวิทย์ ถ.โยธี

ทั้งนี้ภายในงานจะมีการเปิดตัวหิ่งห้อยน้ำจืดไทย หิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก พร้อมไขปริศนาเรื่องราว อันนาทึ่ง น่าอัศจรรย์ และความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงหิ่งห้อยซึ่งเตรียมยื่นจดสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดงระบบนิเวศจำลอง ตัวหนอน และตัวเต็มวัยหิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก ผลงานการเพาะเลี้ยงหิ่งห้อยโดยฝีมือนักวิจัยไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการเสวนาฟรีและสำรองที่นั่งได้ที่อีเมล thaismc@nstda.or.th หรือโทรศัพท์ 0 -2564 -7000 ต่อ 1461





*งานสัมมนา หัวข้อ สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ : ก้าวใหม่ในการบริการประชาชน

สัมมนา สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ : ก้าวใหม่ในการบริการประชาชน ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30 – 13.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น3 โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพมหานคร

กำหนดการสัมมนา

8.30 น. - 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 น. - 9.15 น. อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
กล่าวรายงาน
พิธีเปิด โดย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9.15 น. - 9.45 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง“บทบาทของสถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติต่อการพัฒนาประเทศ”
โดย นายปฐม แหยมเกตุ
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
9.45 น. -10.00 น. รับประทานของว่าง
10.00 น .-11.15 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง “แนวโน้มธุรกิจที่เฟื่องฟูในอนาคต”
โดย ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี
รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
11.15 น. -12.30 น. ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางก้าวใหม่ในการให้บริการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
พิชฌ์ญานันท์ ปัทมภิรมย์ (Ann) 084-025-6130 02-863-1223-4
ann_aemedia@yahoo.com msn:littleladymim@hotmail.com




*ตลท. จัดงานสัมมนา “เจาะลึก...การลงทุนในสปป.ลาว”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ mai และสภาธุรกิจไทย-ลาว ขอเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานสัมมนา “เจาะลึก...การลงทุนในสปป.ลาว” ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30-12.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกำหนดการดังนี้

8:30 – 9:00 น. ลงทะเบียน

9:00 – 9:15 น. กล่าวเปิดงาน
โดย คุณศักดิ์ชัย วงศ์มาลาสิทธิ์ ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว

9:15 – 10:00 น. นโยบายการส่งเสริมการลงทุนในสปป.ลาว
โดย ท่านหุมเพ็ง สุลาไล Director General Investment Promotion Department the Lao PDR

10:00 – 10:45 น. ความสัมพันธ์การค้าและการลงทุนไทย – สปป.ลาว
โดย ท่านเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา อัครราชฑูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ นครเวียงจันทน์

11:00 – 12:00 น. เสวนา “


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:07:38 น.  

 
*เสวนา ถอดรหัสงานวิจัยหิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก

ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. ร่วมกับ สำนักงานปลัด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเวทีคุยกันฉันวิทย์ : “ถอดรหัสงานวิจัยหิ่งห้อย” โดยมี คุณสมหมาย ชื่นราม คณะกรรมการโครงการหิ่งห้อยตามพระราชดำริ และ ดร.อัญชนา ท่านเจริญ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากร ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 กระทรวงวิทย์ ถ.โยธี

ทั้งนี้ภายในงานจะมีการเปิดตัวหิ่งห้อยน้ำจืดไทย หิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก พร้อมไขปริศนาเรื่องราว อันนาทึ่ง น่าอัศจรรย์ และความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงหิ่งห้อยซึ่งเตรียมยื่นจดสิทธิบัตรเทคนิคการเลี้ยงในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดงระบบนิเวศจำลอง ตัวหนอน และตัวเต็มวัยหิ่งห้อยชนิดใหม่ของโลก ผลงานการเพาะเลี้ยงหิ่งห้อยโดยฝีมือนักวิจัยไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการเสวนาฟรีและสำรองที่นั่งได้ที่อีเมล thaismc@nstda.or.th หรือโทรศัพท์ 0 -2564 -7000 ต่อ 1461





*งานสัมมนา หัวข้อ สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ : ก้าวใหม่ในการบริการประชาชน

สัมมนา สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ : ก้าวใหม่ในการบริการประชาชน ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30 – 13.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น3 โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพมหานคร

กำหนดการสัมมนา

8.30 น. - 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 น. - 9.15 น. อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
กล่าวรายงาน
พิธีเปิด โดย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
9.15 น. - 9.45 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง“บทบาทของสถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติต่อการพัฒนาประเทศ”
โดย นายปฐม แหยมเกตุ
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
9.45 น. -10.00 น. รับประทานของว่าง
10.00 น .-11.15 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง “แนวโน้มธุรกิจที่เฟื่องฟูในอนาคต”
โดย ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี
รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
11.15 น. -12.30 น. ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางก้าวใหม่ในการให้บริการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
พิชฌ์ญานันท์ ปัทมภิรมย์ (Ann) 084-025-6130 02-863-1223-4
ann_aemedia@yahoo.com msn:littleladymim@hotmail.com




*ตลท. จัดงานสัมมนา “เจาะลึก...การลงทุนในสปป.ลาว”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ mai และสภาธุรกิจไทย-ลาว ขอเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานสัมมนา “เจาะลึก...การลงทุนในสปป.ลาว” ในวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30-12.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกำหนดการดังนี้

8:30 – 9:00 น. ลงทะเบียน

9:00 – 9:15 น. กล่าวเปิดงาน
โดย คุณศักดิ์ชัย วงศ์มาลาสิทธิ์ ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว

9:15 – 10:00 น. นโยบายการส่งเสริมการลงทุนในสปป.ลาว
โดย ท่านหุมเพ็ง สุลาไล Director General Investment Promotion Department the Lao PDR

10:00 – 10:45 น. ความสัมพันธ์การค้าและการลงทุนไทย – สปป.ลาว
โดย ท่านเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา อัครราชฑูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ นครเวียงจันทน์

11:00 – 12:00 น. เสวนา “มุมมองและประสบการณ์....การลงทุนในสปป.ลาว”
โดย คุณพิเศษ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ลำปางฟู้ดส์โปรดักส์ จำกัด
คุณจิริเดชา พึ่งสุนทร Partner LS Horizon Limited
คุณไพบูล ตันกูล Partner PricewaterhouseCooper ABAS Ltd.
ดำเนินรายการโดย คุณชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานการตลาดศูนย์ระดมทุน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

ผู้ประสานงานสื่อมวลชน:
วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร 0-2229-2797
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ




*งานสัมมนา “เส้นทางสู่ความสำเร็จ เคล็ดลับการระดมทุน”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานสัมมนา “เส้นทางสู่ความสำเร็จ เคล็ดลับการระดมทุน” ในวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2551 เวลา 8:30 – 17:00 น. ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกำหนดการดังนี้

8:30 – 9:00 น. ลงทะเบียน

9:00 – 9:15 น. กล่าวต้อนรับ
โดย คุณวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการ สายงานการตลาดศูนย์ระดมทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
และ ประธานที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

9:15 – 10:00 น. การเพิ่มมูลค่าของกิจการ (Value Creation)
โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา
สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10:15 – 11:45 น. เสวนา ภาพรวมกลยุทธ์การนำหุ้นเข้าเสนอขายต่อประชาชน
โดย คุณชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานการตลาดศูนย์ระดมทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ
และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
คุณศรัณยา จินดาวณิค ผู้อำนวยการ ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

13:15 – 14:15 น. ก้าวใหม่...สู่การเป็นบริษัทมหาชน
โดย คุณเพียงพนอ บุญกล่ำ ทนายความหุ้นส่วน บริษัท ไว้ท์ แอนด์ เคส (ประเทศไทย) จำกัด

14:30 – 16:15 น. เสวนา กรณีศึกษา “เจาะลึก...มุมมองและประสบการณ์ในการเข้าจดทะเบียน”
โดย คุณพูนศักดิ์ เธียไพรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จำกัด (มหาชน)
คุณสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
คุณบุญชัย ศรีปรัชญาอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด
ดำเนินรายการโดย คุณพิชยุทธ จงใจพิพัฒน์ พิธีกร สถานีโทรทัศน์ Money Channel

ผู้ประสานงานสื่อมวลชน:
วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร 0-2229-2797
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:07:39 น.  

 
*บรรยายธรรม โดยพระครูเกษมธรรมทัต ในหัวข้อ 'ทีวีชีวิต'

โรงแรมตวันนา โดย โครงการตวันธรรมครั้งที่ 41 จัดบรรยายธรรม โดยพระครูเกษมธรรมทัต ในหัวข้อ 'ทีวีชีวิต' ในวันจันทร์ที่ 21 กค.นี้ เวลา 17.30 - 20.30 น. ณ ห้องสุรวงศ์วิวัฒน์ โรงแรมตวันนา ถนนสุรวงศ์






* “600+ ขยับต้านภัยกระดูกพรุน”

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย และไวเอท คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ ชวนคนรักสุขภาพมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ขยับครั้งสำคัญใจกลางกรุงกับการออกกำลังกายแนวใหม่ “Flexercise” ในกิจกรรม “600+ ขยับต้านภัยกระดูกพรุน” นำทีมขยับโดย 3 สาวต่างวัยที่ใส่ใจสุขภาพ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, จิ๊ก - เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ ปุ้ย - พิมลวรรณ ศุภยางค์ พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อกระดูกของคุณ เช่น ตรวจสุขภาพกระดูกฟรี ลิ้มลองเมนูพิเศษที่รังสรรค์เพื่อกระดูกโดยเฉพาะ และค้นพบเคล็ด (ไม่) ลับการบริโภคแคลเซียมและการออกกำลังกายเพื่อกระดูกที่แข็งแรง
วันที่ : วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2551
เวลา : 14.00 เป็นต้นไป
สถานที่ : ลานอีเดน ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
รายละเอียดเพิ่มเติม:
แพงขวัญ เขมะวิชชานุรัตน์ (pangkwan.lekhyananda.ogilvy.com)
นิลรัตน์ ดีสมสุข (ninrat.deesomsuk@ogilvy.com)
บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์ จำกัด
โทร. 0 2205 6615, 0 2205 6617





*บล.พัฒนสิน จัดสัมมนา เงินเฟ้อพุ่งหุ้นจะเป็นอย่างไร

บล.พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ขอเชิ%A


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:09:17 น.  

 
*บรรยายธรรม โดยพระครูเกษมธรรมทัต ในหัวข้อ 'ทีวีชีวิต'

โรงแรมตวันนา โดย โครงการตวันธรรมครั้งที่ 41 จัดบรรยายธรรม โดยพระครูเกษมธรรมทัต ในหัวข้อ 'ทีวีชีวิต' ในวันจันทร์ที่ 21 กค.นี้ เวลา 17.30 - 20.30 น. ณ ห้องสุรวงศ์วิวัฒน์ โรงแรมตวันนา ถนนสุรวงศ์






* “600+ ขยับต้านภัยกระดูกพรุน”

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย และไวเอท คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ ชวนคนรักสุขภาพมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ขยับครั้งสำคัญใจกลางกรุงกับการออกกำลังกายแนวใหม่ “Flexercise” ในกิจกรรม “600+ ขยับต้านภัยกระดูกพรุน” นำทีมขยับโดย 3 สาวต่างวัยที่ใส่ใจสุขภาพ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, จิ๊ก - เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ ปุ้ย - พิมลวรรณ ศุภยางค์ พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อกระดูกของคุณ เช่น ตรวจสุขภาพกระดูกฟรี ลิ้มลองเมนูพิเศษที่รังสรรค์เพื่อกระดูกโดยเฉพาะ และค้นพบเคล็ด (ไม่) ลับการบริโภคแคลเซียมและการออกกำลังกายเพื่อกระดูกที่แข็งแรง
วันที่ : วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2551
เวลา : 14.00 เป็นต้นไป
สถานที่ : ลานอีเดน ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
รายละเอียดเพิ่มเติม:
แพงขวัญ เขมะวิชชานุรัตน์ (pangkwan.lekhyananda.ogilvy.com)
นิลรัตน์ ดีสมสุข (ninrat.deesomsuk@ogilvy.com)
บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์ จำกัด
โทร. 0 2205 6615, 0 2205 6617





*บล.พัฒนสิน จัดสัมมนา เงินเฟ้อพุ่งหุ้นจะเป็นอย่างไร

บล.พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ขอเชิญนักลงทุนร่วมสัมมนาทิศทางการลงทุน ในหัวข้อ 'เงินเฟ้อพุ่งหุ้นจะเป็นอย่างไร' ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00 - 14.00 น. ณ บริเวณห้องสมุดมารวย ศูนย์การค้าเอสพละนาด





*นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง”

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดแถลงข่าวการจัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเปิดตัวหนังสือรวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง...Always Roaming With a Hungry Heart” ในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสยามและสนามกีฬาแห่งชาติ)





*ภาพศิลปสวยๆ ของ วรฤทธิ์ ฤทธาคนี ในชุด Life-Mind

บทสัมภาษณ์ Thai Writer จึงเป็นอีกก้าวที่ชัดเจนของนิตยสาร ไฮ-คลาส
อีกงานต่อเนื่องกัน ใครอยากไปดูภาพศิลปสวยๆ ของ วรฤทธิ์ ฤทธาคนี ในชุด Life-Mind
ไปกันได้ที่ สมบัติเพิ่มพูนแกลเลอรี่
เลขที่ 12 สุขุมวิท ซอย 1 (ซอยรื่นฤดี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
(ลงรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต)
T: (66) 2.254.6040-6 F: (66) 2.254.6048
ระหว่าง22 กรกฎาคม - 27 กันยายน 2551
งานเปิดนิทรรศการวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 เวลา 18.00-20.00 น.




*“สนทนากับผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหญิง นักเคลื่อนไหวหญิงผู้มีชื่อเสียงของโลกว่าด้วย วิกฤตของสิทธิทางการเมือง”

งานประชุมสัมมนา

“Dialogue with Nobel Laureate & Prominent Woman Activists on Political Rights Crises”

“สนทนากับผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหญิง นักเคลื่อนไหวหญิงผู้มีชื่อเสียงของโลกว่าด้วย วิกฤตของสิทธิทางการเมือง”


21 กรกฎาคม 2551

13.30 น. – 17.00 น.

ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโดย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ วิระดา สมสวัสดิ์


13.30-13.40 น. กล่าวเปิดงานกล่าวต้อนรับ โดย ศาสตราจารย์ ดร. พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์

อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

13.40-13.45 น. การกล่าวแนะนำคณะผู้แทนจาก Nobel Women’s Initiative ( NWI)

13.45-14.00 น. ปาฐกถาโดยหัวหน้าคณะ Nobel Women’s Initiative ( NWI): ศาสตราจารย์ โจดี้ วิลเลียมส์ และ มิอา ฟาร์โรว์

14.00-14.30 น. กล่าวถึงสถานการณ์ในไทยโดย ลาเคละ จะทอ จาก สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) และ เรื่องราวจากพยานบุคคลหญิง 2 ท่าน

14.30-14.45 น. คำถามและความเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

14.45-15.25 น. ความเห็นจากผู้หญิงที่ได้รับรางวัลโนเบลปี คศ. 1997 ศาสตราจารย์ โจดี้ วิลเลียมส์ และดาราภาพยนตร์และนักเคลื่อนไหวหญิง มิอา ฟาร์โรว์, ชิง จาง และ ดร. ซิมา ซามาร์

15.25-15.55 น. กล่าวถึงสถานการณ์ในพม่าโดย จ๋ามตอง เครือข่ายปฏิบัติงานสตรีไทใหญ่ และเรื่องราวจากพยานบุคคลหญิงชาวพม่า 2 ท่าน

15.55-16.05 น. ชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับ อองซานซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ปี คศ.1991

16.05-16.20 น. คำถามและความเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

16.20-17.00 น. ความเห็นและการกล่าวปิดงานจากผู้หญิงที่ได้รับรางวัลโนเบลศาสตราจารย์ โจดี้ วิลเลียมส์ และ ดาราภาพยนตร์และ นักเคลื่อนไหวหญิง มิอา ฟาร์โรว์ , ชิง จาง และ ดร. ซิมา ซามาร์

17.00 น. พักรับประทานอาหารว่างSymposium: “Dialogue with Nobel woman laureate and prominent woman activists on political rights crises”

Auditorium, Chiang Mai University Chiang Mai, Thailand

Hosted by Chiang Mai University



July 21, 2008



Moderated by Virada Somswasdi



13.30 – 13.40 Opening and welcome by Prof. Dr. Pongsak Angkasith, President, Chiang Mai University

13.40 – 13.45 Introduction of NWI delegation

13.45 – 14.00 Addresses by NWI mission leaders: Prof. Jody Williams and Mia Farrow

14.00 – 14.30 Background presentations of situation in Thailand by IMPECT Association - 2 testimonies

14.30 – 14.45 Questions and comments from participants

14.45 – 15.25 Response from Nobel laureate and prominent woman activists: Prof. Jody Williams, Mia Farrow, Qing Zhang and Dr. Sima Samar

15.25-15.55 Background presentation of situation in Burma by Ms. Charm Tong, Shan Women's Action Network (SWAN) - 2 testimonies

15.55 – 16.05 Video testimony on Daw Aung San Suu Kyi, 1991 Nobel Peace Laureate

16.05 - 16.20 Questions and comments from participants

16.20 – 17.00 Response and closing by Prof. Jody Williams, Mia Farrow, Qing Zhang and Dr. Sima Samar

17.00 Refreshment reception at CMU Auditorium



โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:09:26 น.  

 
*กมธ.วุฒิสภา จัดสัมมนาปัญหาประมง หวังให้ประกอบร่างพ.ร.บ. การประมง

16 ก.ค. 51- กมธ.วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนา“ยกร่างพระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่ มาหลายปีดีจริงหรือ” ในวันที่ 22 กรกฎาคม เพื่อผลักดัน พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ให้นำมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรประมงไทยอย่างยั่งยืนได้

นายบัญชา พงศ์อายุกูล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการประมง วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง “ยกร่างพระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่ มาหลายปีดีจริงหรือ”ขึ้นในวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้เนื่องจาก กมธ.เห็นว่า พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ที่รัฐใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการกิจการประมงของประเทศไทย มีอายุถึง 16 ปีแล้วรวมถึงบทบัญญัติส่วนใหญ่ล้าสมัยไม่เหมาะกับการประมงและสภาวะของทรัพยากรสัตว์น้ำในปัจจุบัน จึงเห็นว่า ถ้าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนาไปใช้ในการร่าง พ.ร.บ. การประมง พ.ศ.... ก็จะสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงของไทยได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน





*นักเขียนในดวงใจ : นราวดี

เดลินิวส์ออนไลน์


*พบกันทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน สำหรับคอลัมน์ “นักเขียนในดวงใจ” สัปดาห์นี้ชวนทุกท่านไปพบกับนักเขียนรุ่นเก่าที่ยังคงความ “เก๋า” ไม่เสื่อมคลาย แถมล่าสุดกำลังมีผลงานเล่มใหม่ออกสู่สายตาแฟน ๆ ในรูปแบบนวนิยายที่มีชื่อเรื่องชวนอ่าน “ฟ้าสางที่กลางใจ” จัดพิมพ์โดย สำนัก พิมพ์นานมีบุ๊คส์ อีกด้วย เธอผู้นั้นคือ เพ็ญศรี เคียงศิริ หรือเจ้าของนามปากกาแสนไพเราะ ที่เราคุ้นหูคุ้นตา... “นราวดี”

“นวนิยายเรื่องฟ้าสางที่กลางใจ โดดเด่นที่หญิงสาวนามว่า อรพรรณ เอกอัมพร กับการต่อสู้ชีวิตที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อมารดาเป็นที่ตั้ง ขอให้ทุกท่านร่วมเอาใจช่วยให้เธอเดินก้าวไปอย่างตลอดรอดฝั่ง ในการทดแทนพระคุณของแม่ ซึ่งเชื่อแน่ว่าจะเป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่จะสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ ทุกท่านไม่รู้ลืม” คือหนึ่งถ้อยคำจากใจผู้เขียนนาม “นราวดี” ถึงผู้อ่านที่เธอรักและรักเธอเสมอมา

ย้อนไปกล่าวถึงประวัติชีวิต และผลงาน “นราวดี” เป็นคนภาคใต้ เกิดที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวน 6 คนของนายจิตร และนางบุญชนะ ตันวินิจ ได้รับการศึกษาที่อำเภอตากใบ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ปีนังและออสเตรเลีย ตามลำดับ จบการศึกษาระดับมัธยมบริบูรณ์ หรือ SENIOR CAMBRIDGE จากคอน แวนต์ปีนัง และจบปริญญาตรีทางกายภาพบำบัด จากกรุงเมล เบิร์น ออสเตรเลีย แต่ด้วยความที่ชอบเขียนหนังสือมากกว่า จึงทำให้วันนี้เธอกลายเป็น “นราวดี” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงวรรณกรรม ทั้ง แนวนวนิยาย เรื่องสั้น และนิทาน

*หากใครเคยประทับใจมาแล้ว กับภาพยนตร์เรื่อง “อรุณเบิกฟ้า”, “เสน่หาอาลัย” “รักไม่รู้ลืม” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นาง อาย” ซึ่งกำลังจะถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ เธอผู้นี้นั่นเองคือ เจ้าของบทประพันธ์อันลือลั่น นอกจากนี้ยังมีผลงานนวนิยายเรื่องยาวที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่มมากมายกว่า 30 เรื่อง อาทิ หยาดพิรุณ, ลูกเลี้ยง, น้ำตาดาว, พรุ่งนี้ไม่มีเธอ, ดวงใจในฝัน, ตะวันขึ้น ตะวันลา, สุดคะนึง, ใยเสน่หา, ดั่งภูผากั้น, ฟ้าใกล้ ทะเลกว้าง, รูปนั้นฉันใด ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีผลงานรวมเรื่องสั้น 5 เล่ม ได้แก่ แม่ยังไม่ตาย, กุลีท่าเรือ, ท้อ, 35 เท่านั้น และเส้นด้ายในมือพ่อ รวมถึงนิทานสำหรับเด็ก เรื่อง ลูกเจี๊ยบของแม่ และกระต่ายเจ้าโทโส และที่น่าภาคภูมิใจสุด ๆ นั่นคือ ผลงานเรื่องสั้น 4 เรื่อง ได้ถูกนำมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้น ชื่อ “TAW AND OTHER THAI STORIES และ ASEAN SHORT STORIES” จำหน่ายไปทั่วโลก



ปัจจุบัน “นราวดี” ใช้เวลาในแต่ละวันอยู่กับการเขียนหนังสือโดยยึดถือคติที่ว่า “เขียนได้ไม่จำกัดเวลา ขึ้นอยู่กับว่า มีอารมณ์ที่จะเขียนหรือไม่ หากวันไหนไม่มีอารมณ์ก็จะทำงานอื่น ๆ แทน” โดยขณะนี้มีผลงานที่ทยอยสู่สายตาแฟน ๆ อีก 2 เรื่องได้แก่ สายเลือดเดียวกัน และศึกเสน่หา พร้อมมีผลงานนวนิยาย เขียนให้กับ “สกุลไทย” เรื่อง ห้ามตะวันฉาย เขียนคอลัมน์ “เพลินเพลง เก่งอังกฤษ” ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ รวมถึงทำงานแปลวรรณกรรมเรื่อง พระอภัยมณี จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษให้กับสำนักงานคณะกรรมการวัฒน ธรรมแห่งชาติ หรือ สวช. ด้วย



สุดท้าย และท้ายสุด “นราวดี” ได้ฝากความคิดถึง และข้อคิดดี ๆ สู่แฟน ๆ ของเธออย่างสุดซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการอ่านว่า “การอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เล่มใด เป็นเสมือนการเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง ช่วยทำให้เราเพลิดเพลิน และได้ความรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นหากใครเป็นคนที่รักการอ่าน พึงภูมิใจเสียเถิดว่า คุณได้สร้างสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตแล้ว”

และนี่ก็คือ เรื่องราวชีวิตและผลงานของ “นราวดี” นักเขียนคนดังในดวงใจสัปดาห์นี้ พร้อมภาพถ่ายสวย ๆ ให้คุณได้รู้จักหน้าตา ที่เชื่อแน่ว่า “เธอ” จะยังคงอยู่ในใจของคุณผู้อ่านต่อไปอีกนานแสนนานทีเดียว.

แก้วกล้า




*Let’s READ อ่าน..ดีกว่า



เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุกคนมีนิสัยรักการอ่านและแสวงหาความรู้อย่างสร้างสรรค์ในบรรยากาศที่ทันสมัย
TK park จึงยกขบวนพาเหรดมินิ TK มาเปิดพื้นที่เนรมิตความสนุก ณ ลาน Atrium ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เพื่อจัดงานแถลงข่าว “Let’s READ อ่าน..ดีกว่า” ตอกย้ำความเป็นต้นแบบแห่งสวนสนุกทางปัญญา
พร้อมเตรียมของขวัญสุดพิเศษ และกิจกรรมสุดฮิพไว้สำหรับพวกเรามากมาย อาทิ



• อินไปกับ “Favorite book หนังสือเล่มโปรด” ของเหล่ากูรูในวงการต่างๆ ที่ร่วมแสดงพลังความคิด ความอ่าน

• เปิดใจพรีเซ็นเตอร์ คุณกมลชนก เขมะโยธิน และคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ
และร่วมสนทนาไลฟ์สไตล์การอ่านกับคุณทราย เจริญปุระ

• ตื่นตา ตื่นใจกับ “Exhibition เหนือจินตนาการ” และมันส์ไปกับ “มินิคอนเสิร์ต” ดนตรีโดนๆ ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ พร้อมมาโชว์ฝีมือดนตรีเหนือชั้นให้ได้ชมกันแบบสดๆ

• โลดแล่นบนโลกไซเบอร์อย่างไร้ขีดจำกัดกับ “Digital TK park”

• ชมไอเดียบรรเจิดกับนิทรรศการภาพถ่าย “อารมณ์อ่าน” ที่สะท้อนมุมมองอารมณ์อ่านของผู้คน


พิเศษ! สมัครสมาชิก TK park และต่ออายุสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. - 31 ส.ค. 51
รับทันที 'ถุงผ้า Let's READ อ่าน..ดีกว่า' (ของมีจำนวนจำกัด)



ห้ามพลาด !! พบกันในงาน “Let’s READ อ่าน..ดีกว่า”
ร่วมสร้างปรากฎการณ์แห่งการเรียนรู้พร้อมกัน วันศุกร์ที่ 25 - วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2551 นี้
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 Atrium Zone

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

อุทยานการเรียนรู้ TK park สังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
CentralWorld ชั้น 8 Dazzle Zone เลขที่ 4,4/1-4/2,4/4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02 257 4300 โทรสาร. 02 257 4332
เปิดบริการ อังคาร - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์)

Thailand Knowledge Park A Division of OKMD
8th Floor, CentralWorld Dazzle Zone 4,4/1-4/2,4/4, Pathumwan Bangkok 10330 Tel. (66) 2 257 4300 Fax. (66) 2 257 4300 ext. 125
Open Tuesday - Sunday 10.00 a.m. - 8.00 p.m. (Closed every Mondays)
http://www.tkpark.or.th




*เผยคดีหมิ่นประมาทออนไลน์เพิ่มสูงสองเท่าทุกปี

เตือนผู้ใช้และผู้ให้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เก็บข้อมูลการใช้งานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 24 ส.ค.2551

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้กำกับศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (ศตท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในส่วนของมาตรา 26 และมาตรา 27 ที่กำหนดผู้ให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โอปอเรเตอร์ เว็บโฮสติ้ง แอดมิน เว็บบอร์ด บล็อก หรือบริษัทที่มีเครือข่ายเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ หรือ log file ไว้นาน 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะต้องพึงระวังไม่กระทำความผิดขณะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เข้าข่ายมาตรา 5-10 ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2551 กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ทันที หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วไม่มีข้อมูลของผู้ใช้เก็บไว้ นิติบุคคลจะถูกปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของ ศตท.พบว่า คดีหมิ่นประมาทออนไลน์ เป็นคดีที่มีผู้กระทำความผิดมากที่สุด รองลงมาคือ การพนันออนไลน์ เว็บไซต์ลามกอนาจาร ฉ้อโกงออนไลน์ ทุจริตในการทำธุรกรรมการเงินหรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง การเจาะระบบและโจมตีคอมพิวเตอร์

สำหรับการเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือ log file นั้น กฎหมายกำหนดให้เก็บเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลในกรณีที่เกิดคดีและติดตามผู้กระทำความผิด ถึงแม้ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี มีเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานเพียงสองเครื่อง แต่หากสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตก็จะต้องเก็บข้อมูล log file เอาไว้ มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย

“วิธีป้องกันตัวเองง่าย ๆ ก็คือ ต้องไม่ประมาท และมีสติขณะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการรับส่งอีเมลซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านก็มีไอเอสพีหรือผู้ให้บริการเครือข่ายเก็บข้อมูลอยู่แล้ว”.


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:09:57 น.  

 
*เตือนใช้'ไวร์เลส-บลูทูธ'ระวังถูกล้วงข้อมูล

ดีเอสไอ เตือนใช้ 'ไวร์เลส - บลูทูธ' ในพื้นที่สาธารณะ ย่านธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า เสี่ยงสูง ถูกแฮกเกอร์ล้วงข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งภาพหวิว คลิปฉาว แนะนำอย่าทำธุรกรรมทางการเงินในที่สาธารณะ จะปลอดภัยที่สุด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังและติดตามพัฒนาการหลอกลวงของผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ ประกอบกับสถานการณ์ที่คนไทยปัจจุบันต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีไร้สายอย่างโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นช่องทางให้ผู้กระทำความผิดใช้หลอกลวงผู้เสียหาย ดังปรากฏ เป็นข่าวให้เห็นเสมอ

กรมสอบสวนคดีพิเศษพยายามประกาศเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและระมัดระวังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามวิถีชีวิตของคนไทยยังมีอีกหลายแง่มุม ที่ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “ไร้สาย”

พ.ต.ท.พัฒนะ กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มมีประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต หรือใช้สัญญาณไวร์เลสในการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทั้งที่บ้านและในที่สาธารณะ อาจเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้กระทำความผิดก่อเหตุได้ง่ายขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการโจรกรรมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า “แฮกเกอร์” แม้จะกระทำผ่านคอมพิวเตอร์บ้านไม่ใช่แบบไร้สาย การติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีก็ยังเป็นเรื่องยาก

แต่การใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดก่อเหตุโดยง่ายแล้วยังทำให้การติดตามตัวผู้กระทำความผิด เป็นไปด้วยความยากลำบากขึ้นอีกด้วย

“มันเกิดการกระทำความผิดที่เคลื่อนที่ได้ แล้วการเคลื่อนที่ของมันก็เป็นแบบไร้ทิศทาง อย่างสัญญาณไวร์เลส ซึ่งเป็นสัญญาณวิทยุปัจจุบันสามารถส่งสัญญาณออกไปเป็นรัศมีวงกรมได้ระยะทางประมาณ 100 เมตร หากมีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถหาจุดศูนย์กลางได้ว่าอยู่ ณ จุดใด เพราะไวร์เลสเป็นเหมือนสัญญาณวิทยุ มีรัศมีเป็นวงกลม

ยิ่งล่าสุดผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นไปเรื่อยๆ มีไวร์แม็กที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าคือ 30-50 กิโลเมตร แถมยังมีตัวเพิ่มสัญญาณได้อีก ดังนั้นการใช้เทคโนโลยี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ความสามารถในการส่งสัญญาณได้ไกลนี้ เป็นโอกาสของผู้กระทำความผิดที่จะดักขโมยข้อมูลของเราได้จุดไหนก็ได้ โดยที่เราล่วงรู้ได้ยากมากและกว่าจะรู้ตัวข้อมูลของเราก็ไปปรากฏอยู่กับผู้อื่น หรือไม่ก็ตกเป็นผู้เสียหายจากการโจรกรรมไปแล้ว” พ.ต.ท.พัฒนะ กล่าว

ไม่เพียงแต่ระบบไวร์เลสเท่านั้น โทรศัพท์มือถือซึ่งปัจจุบันผู้ขับขี่รถบนท้องถนนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สมอลทอล์ก หรือบลูทูธ ในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างขับขี่ ผู้ที่ใช้สมอลทอล์กคงไม่มีปัญหา แต่กรณีที่ใช้บลูทูธ ขอเตือนว่าอาจเสี่ยงกับการถูกขโมยข้อมูลลับที่อยู่ในโทรศัพท์ โดยไม่รู้ตัว และที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นหากมีการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารผ่านโทรศัพท์ ซึ่งทำได้ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ ก็อาจถูกกล่าวมิจฉาชีพใช้เครื่องมือดักจับสัญญาณการสนทนาระหว่างลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ธนาคารบางครั้งอาจปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกถามข้อมูลสำคัญ และรหัสผ่านต่างๆ อย่างมืออาชีพโดยที่ลูกค้าไม่ระแวงสงสัย

ยิ่งเป็นการสนทนาผ่านบลูทูธ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผู้กระทำความผิดดักจับสัญญาณบลูทูธซึ่งเปิดอยู่ตลอดเวลาได้ง่ายขึ้น โดยแฮกเกอร์จะใช้ย่านธุรกิจหรือห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่านเป็นที่ลงมือ โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน มุ่งเป้าประชาชนที่เปิดบลูทูธไว้ โดยที่แฮกเกอร์จะมีโปรแกรมและเครื่องมือพิเศษ ที่สามารถสแกนหาสัญญาณบลูทูธในรัศมีที่ปัจจุบันไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น

หากพบสัญญาณ โปรแกรมดังกล่าวจะโชว์หมายเลขโทรศัพท์และชื่อของเจ้าของเครื่องนั้นๆ แฮกเกอร์จะทดลองเจาะเข้าไปทีละเครื่องโดยการส่ง SMS ด้วยข้อความล่อลวงต่างๆ เพียงเพื่อให้ประชาชนกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งบนโทรศัพท์ และไม่ว่าจะเลือกกดปุ่มใดแฮกเกอร์ก็สามารถทำให้เป็นการตอบตกลงตามข้อเสนอ

ผลที่ออกมาก็เหมือนเป็นการยืนยันการต่อสัญญาณให้แฮกเกอร์ หลังจากนั้นก็จะขโมยข้อมูลทั้งหมด และอาจมุ่งเป้าไปที่การทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์ เพราะหากมันทำสำเร็จนั่นหมายความว่า ทรัพย์ที่ได้จากการโจรกรรมจะมีมูลค่ามหาศาลทีเดียว

ดังนั้น จึงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้ระบบสื่อสารไร้สาย ทั้งไวร์เลสและบลูทูธว่า ไม่ควรเชื่อมต่อระบบไวร์เลสกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊กที่มีข้อมูลสำคัญ หากจะเก็บข้อมูลสำคัญควรเก็บไว้ในที่ๆ แฮกเกอร์เข้าถึงยาก เช่น แฟลชไดร์ เอ็กเทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ ซีดี และควรเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญ เป็นต้น ยิ่งนำไปใช้ในที่สาธารณะควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนกรณีของผู้ที่จำเป็นต้องใช้บลูทูธ ไม่ควรเก็บข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นความลับไว้ในโทรศัพท์ เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้บูลทูธ ก็ให้ปิดสัญญาณ และหากมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร ก็ไม่ควรจะใช้ในที่สาธารณะก็จะปลอดภัยที่สุด




*กังหันลมผลิตไฟฟ้า ผลวิจัยจากมทร.ธัญบุรี

สดจากราชมงคล - วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6446 ข่าวสดรายวัน


*ไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันยังมีประชาชนใน อีกหลายพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารและชนบทห่างไกล ซึ่งหากมีกระแสไฟฟ้าใช้ส่วนใหญ่มาจากเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันดีเซล

ในยุคน้ำมันแพงเช่นนี้ หากผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันดีเซล ราคาต่อหน่วยในการผลิตไฟฟ้าจึงสูงขึ้นมาก ดังนั้นการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนจึงมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

เหตุนี้คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทค โนโลยีราชมงคล ธัญ บุรี โดย ดร.วิรชัย โรยนรินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มพลังงานทดแทนกังหันลมผลิตไฟฟ้า จึงได้ออก แบบและผลิตกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าขึ้นมา

ในเบื้องต้นมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน คือ ขนาด 400 วัตต์ และ 1,000 วัตต์ โดยได้มีการติดตั้งไว้เพื่อการผลิตไฟฟ้าใช้แล้วในหลายพื้นที่ อาทิ ลำตะคอง จ.นครราชสีมา, สระเก็บน้ำถนนพระราม 9 กรุง เทพฯ, เกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ฯลฯ

ดร.วิรชัยกล่าวด้วยว่า การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติ โดยเฉพาะจากพลังงานลมนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการนำพลังงานทด แทนมาใช้ สำหรับการติดตั้งกังหันลมบนเกาะล้านเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิท ยาลัยและเมืองพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตไฟฟ้า ลดการใช้น้ำมันดีเซลในเครื่องปั่นไฟ และภายหลังติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำนวนกว่า 45 ชุด บนพื้นที่ดังกล่าว พบว่าสามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลในเครื่องปั่นไฟลงได้ถึง 20% ทีเดียว


*'ที่เกาะล้านจะเรียกว่าฟาร์มกังหันลมก็ได้ เพราะติดตั้งไว้จำนวนมาก โดยได้ออกแบบกังหันให้เหมาะสมกับลักษณะของลมบนเกาะ การออกแบบกังหันลมเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าไม่ใช่ออกแบบเพียงแบบเดียวแล้วจะใช้ได้ในทุกพื้นที่ เพราะลมในแต่ละพื้นที่หรือในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องออกแบบกังหันลมให้เหมาะสมกับลมในแต่ละพื้นที่จึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับประเทศไทยมีความเร็วลมเฉลี่ยต่ำ โดยที่เกาะล้านมีระดับความเร็วลมเฉลี่ยที่ประมาณ 4-5 เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระบบกังหันลมผลิตไฟฟ้าได้อยู่ที่ 25-30 กิโลวัตต์ และหากมีลมเฉลี่ยต่อเนื่องประมาณ 10 ช.ม. จะทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณวันละ 200 หน่วยทางไฟฟ้าและลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ถึงวันละประมาณ 200 ลิตร' ดร.วิรชัยกล่าว

ดร.วิรชัยกล่าวอีกว่า ในอนาคตจะพัฒนากังหันลมผลิตไฟฟ้าความเร็วลมต่ำให้มีกำลังการผลิตเป็น 3,000 วัตต์ และ 5,000 วัตต์/ตัว รวมไปถึงศึกษาวิจัยการนำแรงดันจากน้ำทะเลมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าอีกด้วย เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงรวมทั้งยังเป็นการช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในการใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟได้อีกทางหนึ่ง


*ดร.วิรชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่สนใจด้านพลังงานทดแทนจากกังหันลม หากไม่สามารถไปชมถึงเกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ ก็สามารถแวะเข้ามาศึกษาต้นแบบได้ที่ อาคารวิจัยประยุกต์ พลังงานลม น้ำ และแสงอาทิตย์ ภายในมหาวิทยาลัยได้ โดยอาคารดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากความร่วมมือในการดำเนินการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าความเร็วลมต่ำบนเกาะล้าน เมืองพัทยา

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับทด สอบกังหันลมเพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่กำหนดก่อนนำไปติดตั้งบนเกาะ และเพื่อศึกษาวิจัย ทดสอบ ติดตั้งและติดตามผลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์

โดยอาคารแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถนำพลังงานธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นลม น้ำ และแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในอาคาร โดยพบว่าอาคารหลังนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในอาคารได้ถึง 50% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารทั้งหมด

อย่างไรก็ดีขณะนี้ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือในการศึกษาโครงการสร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกและลดการใช้พลังงาน กับทาง มทร.ธัญบุรี และติดตั้งกังหันลมในสวนสาธารณะของ กทม.ทั้งหมด คาดว่าภายในเดือนส.ค.นี้จะได้ข้อสรุปในการดำเนินการ

ร.ท.อิราวัสส์ ปัทมะสุคนธ์ ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ได้ศึกษากังหันลมผลิตไฟฟ้าความเร็วลมต่ำ (Wind Turbine Generation) และทดลองใช้แล้วได้ผลดี จากการศึกษาในเบื้องต้น กทม.จะนำร่องทดลองติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าความเร็วลมต่ำในสวนลุมพินีก่อน โดยนำร่องติดตั้งกังหันลมไม่เกิน 5 ตัว

'กทม.จะทำให้มีความสวยงามเช่นเดียวกับประเทศเดนมาร์ก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าและประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะได้น้อยกว่าของเดนมาร์กประมาณร้อยละ 50 เนื่องจากพื้นที่ของ กทม.ไม่ได้อยู่ในที่โล่งกว้างเหมือนในต่างประเทศ'

สำหรับกังหันลมที่กทม.จะติดตั้งหนึ่งตัวสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 1 กิโลวัตต์ แต่ก็สามารถนำกระแสไฟฟ้ามาใช้ในโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา และเป็นไฟฟ้าส่องสว่างภายในสวนสาธารณะได้ด้วย

ส่วนงบประมาณในการติดตั้งกังหันลมนั้นจะใช้วงเงินเพียง 300,000-400,000 บาทต่อตัว ซึ่งถือว่าค่อนข้างใช้งบประมาณที่ต่ำมาก เนื่องจาก มทร.ธัญบุรีได้ศึกษาและนำวัสดุที่ราคาถูกมาใช้

ใครที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กลุ่มพลังงานทดแทนกังหันลมผลิตไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ตำบลคลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 โทรศัพท์ 0-2549-3497, 08-9771-4294

หน้า 29


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:10:23 น.  

 
*ลดโลกร้อน

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094

คอลัมน์ โลกสองวัย

โดย บางกอกเกี้ยน


เมื่อมีเสียงเรียกร้องให้ชาวโลกรับรู้ภาวะโลกร้อน ขณะที่ในแต่ละประเทศมีกลุ่มคนจำนวนมากที่เรียกร้องให้ผู้คนช่วยกันลดภาวะโลกร้อนด้วยการลดใช้พลังงาน

ซึ่งมิใช่เพียงการลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น ยังเป็นการลดใช้พลังงานจากน้ำมันใต้พิภพมาใช้พลังงานอันเกิดจากธรรมชาติที่เรียกกันติดปากว่า 'ไบโอดีเซล' คือน้ำมันที่เกิดจากพืช ใช้ก๊าซธรรมชาติ และใช้แอลกอฮอล์ซึ่งกลั่นมาจากพืช เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น

เมื่อปีที่ผ่านมา 'มติชน' ร่วมกันกระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร และอีกหลายหน่วยงานจัดงานลดภาวะโลกร้อน จัดพิมพ์หนังสือเรื่องโลกร้อนที่อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อัล กอร์ เป็นผู้เขียน

มาถึงวันนี้ เรื่องโลกร้อนกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นเรื่องที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คือลดโลกร้อน ลดการใช้น้ำมัน

เมื่อราคาน้ำมันทุกชนิดที่เกิดจากใต้พิภพสูงขึ้นอย่างที่ไม่สามารถฉุดรั้งให้ลดลงไปกว่าเดิมได้อีกต่อไป ทุกประเทศจึงหันมาหาพลังงานจากพืชและจากสิ่งปฏิกูลมาใช้ทดแทน

การเดินทางไปประเทศจีนเมื่อสามสิบปีก่อน ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) มีโอกาสออกไปในชนบท พบว่าในบ้านของคนจีน เขาใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากการหมักหมมสิ่งปฏิกูลแล้วเกิดเป็นก๊าซธรรมชาติมาเป็นพลังงานหุงต้ม

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ได้ยินผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยกตัวอย่าง อธรรมที่กลายมาเป็นธรรมะ ด้วยการทรงชี้ไปที่ 'ถาน' (ส้วมของพระ) และตรัสว่า สิ่งที่อยู่ใน 'ถาน' คือ 'อธรรม' แล้วทรงชี้ไล่เรื่อยไปยังท่อที่ต่อออกจาก 'ถาน' ไปยังโรงครัวที่เตาไฟ ซึ่งมีเปลวไฟซึ่งเกิดจากก๊าซลุกโพลง พร้อมตรัสว่า 'ไฟที่เกิดจากก๊าซซึ่งมาจากถานเป็นธรรมะ คือใช้ประโยชน์ได้'

ทำให้เห็นชัดเจนว่า การนำสิ่งใดก็ตามมาหมักให้เกิดก๊าซขึ้น จะสร้างประโยชน์ด้านพลังงานอย่างมหาศาล และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากไปหาซื้อให้สิ้นเปลืองเกินเหตุ

ขณะนี้ ประเทศทั่วโลกต่างแสวงหาพลังงานทดแทนเพื่อใช้กับเครื่องยนต์และเครื่องไฟฟ้า อาจเป็นเพราะคาดการณ์กันว่าน้ำมันจะหมดไปจากโลกภายใน 50 ปีข้างหน้านี้

ถ้าเป็นตามคาดการณ์ ทำไมวันนี้ น้องหนูทั้งหลายที่จะเติบใหญ่ขึ้นไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจึงไม่ตระหนัก หรือร่วมกันตระหนักและลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน แล้วหันมาใช้พลังงานอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์กว่าเล่า

เช่นพลังงานที่เกิดจากตัวเราเอง ดังกรณีที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ

ในการเดินทางที่ไกลเกินไป เช่น เกินกว่า 10-15 กิโลเมตร อาจจะใช้จักรยานไม่สะดวก หรือกินเวลาและกินแรงมาก ก็ควรใช้พาหนะอย่างอื่น เช่น รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ขนาดเล็ก หรือกิจการขนส่งมวลชนซึ่งในกรุงเทพฯนิยมใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรถไฟทั้งใต้ดิน บนดิน และลอยฟ้า แต่น้องหนูที่อยู่จังหวัดอื่น หากอยู่ในเมืองก็ควรใช้จักรยานเป็นดีที่สุด

ส่วนการเดินทางในสถานศึกษาที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มีการใช้จักรยานบ้างแล้ว มหาวิทยาลัยในแต่ละจังหวัด ห


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:10:41 น.  

 
*ลดโลกร้อน

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094

คอลัมน์ โลกสองวัย

โดย บางกอกเกี้ยน


เมื่อมีเสียงเรียกร้องให้ชาวโลกรับรู้ภาวะโลกร้อน ขณะที่ในแต่ละประเทศมีกลุ่มคนจำนวนมากที่เรียกร้องให้ผู้คนช่วยกันลดภาวะโลกร้อนด้วยการลดใช้พลังงาน

ซึ่งมิใช่เพียงการลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น ยังเป็นการลดใช้พลังงานจากน้ำมันใต้พิภพมาใช้พลังงานอันเกิดจากธรรมชาติที่เรียกกันติดปากว่า 'ไบโอดีเซล' คือน้ำมันที่เกิดจากพืช ใช้ก๊าซธรรมชาติ และใช้แอลกอฮอล์ซึ่งกลั่นมาจากพืช เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น

เมื่อปีที่ผ่านมา 'มติชน' ร่วมกันกระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร และอีกหลายหน่วยงานจัดงานลดภาวะโลกร้อน จัดพิมพ์หนังสือเรื่องโลกร้อนที่อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อัล กอร์ เป็นผู้เขียน

มาถึงวันนี้ เรื่องโลกร้อนกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นเรื่องที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คือลดโลกร้อน ลดการใช้น้ำมัน

เมื่อราคาน้ำมันทุกชนิดที่เกิดจากใต้พิภพสูงขึ้นอย่างที่ไม่สามารถฉุดรั้งให้ลดลงไปกว่าเดิมได้อีกต่อไป ทุกประเทศจึงหันมาหาพลังงานจากพืชและจากสิ่งปฏิกูลมาใช้ทดแทน

การเดินทางไปประเทศจีนเมื่อสามสิบปีก่อน ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) มีโอกาสออกไปในชนบท พบว่าในบ้านของคนจีน เขาใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากการหมักหมมสิ่งปฏิกูลแล้วเกิดเป็นก๊าซธรรมชาติมาเป็นพลังงานหุงต้ม

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ได้ยินผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยกตัวอย่าง อธรรมที่กลายมาเป็นธรรมะ ด้วยการทรงชี้ไปที่ 'ถาน' (ส้วมของพระ) และตรัสว่า สิ่งที่อยู่ใน 'ถาน' คือ 'อธรรม' แล้วทรงชี้ไล่เรื่อยไปยังท่อที่ต่อออกจาก 'ถาน' ไปยังโรงครัวที่เตาไฟ ซึ่งมีเปลวไฟซึ่งเกิดจากก๊าซลุกโพลง พร้อมตรัสว่า 'ไฟที่เกิดจากก๊าซซึ่งมาจากถานเป็นธรรมะ คือใช้ประโยชน์ได้'

ทำให้เห็นชัดเจนว่า การนำสิ่งใดก็ตามมาหมักให้เกิดก๊าซขึ้น จะสร้างประโยชน์ด้านพลังงานอย่างมหาศาล และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากไปหาซื้อให้สิ้นเปลืองเกินเหตุ

ขณะนี้ ประเทศทั่วโลกต่างแสวงหาพลังงานทดแทนเพื่อใช้กับเครื่องยนต์และเครื่องไฟฟ้า อาจเป็นเพราะคาดการณ์กันว่าน้ำมันจะหมดไปจากโลกภายใน 50 ปีข้างหน้านี้

ถ้าเป็นตามคาดการณ์ ทำไมวันนี้ น้องหนูทั้งหลายที่จะเติบใหญ่ขึ้นไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจึงไม่ตระหนัก หรือร่วมกันตระหนักและลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน แล้วหันมาใช้พลังงานอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์กว่าเล่า

เช่นพลังงานที่เกิดจากตัวเราเอง ดังกรณีที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ

ในการเดินทางที่ไกลเกินไป เช่น เกินกว่า 10-15 กิโลเมตร อาจจะใช้จักรยานไม่สะดวก หรือกินเวลาและกินแรงมาก ก็ควรใช้พาหนะอย่างอื่น เช่น รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ขนาดเล็ก หรือกิจการขนส่งมวลชนซึ่งในกรุงเทพฯนิยมใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรถไฟทั้งใต้ดิน บนดิน และลอยฟ้า แต่น้องหนูที่อยู่จังหวัดอื่น หากอยู่ในเมืองก็ควรใช้จักรยานเป็นดีที่สุด

ส่วนการเดินทางในสถานศึกษาที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มีการใช้จักรยานบ้างแล้ว มหาวิทยาลัยในแต่ละจังหวัด หากใช้จักรยานจะทำให้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมดีขึ้นและน่าอภิรมย์สมเป็นสถาบันการศึกษาแน่นอน

ประการสำคัญ คือการลงทุนเบื้องต้น จัดซื้อจักรยาน กับการป้องกันการขโมย

ในส่วนของการจัดซื้อจักรยาน หากเป็นไปได้ มหาวิทยาลัยควรลงทุนในส่วนนี้ สำหรับการใช้ภายในมหาวิทยาลัย โดยให้นิสิตนักศึกษาช่วยค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง มหาวิทยาลัยจ่ายจำนวนหนึ่ง

การใช้จักรยาน ให้จอดจักรยานไว้หน้าประตูมหาวิทยาลัยทุกประตู แล้วให้นิสิตนักศึกษา อาจารย์ใช้จักรยานตั้งแต่บริเวณนั้น เข้าไปยังอาคารที่ต้องการ แล้วไปจอดไว้ที่นั่น เมื่อจะเดินทางไปยังอีกแห่งหนึ่งก็ใช้จักรยานตรงตึกนั้นแหละ ซึ่งอาจเป็นคนละคันกันเดินทางต่อไป

หากเป็นเช่นนี้ จักรยานจะเป็นของส่วนรวม เรื่องขโมยก็คงลดลง เพราะไม่อนุญาตให้นำจักรยานออกนอกมหาวิทยาลัย

หน้า 21




*มะกันใจบุญ คลอดเว็บช่วยคนตาบอดท่องเน็ตสาธารณะฟรี

นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งวอชิงตันพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ เพิ่มทางเลือกให้คนตาบอดสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ที่ต้องการ ไม่ใช่ว่าต้องใช้งานจากเครื่องที่บ้านซึ่งลงโปรแกรมอ่านหน้าจอราคาแพงเพียงทางเดียว ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้คนตาบอดไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตในที่สาธารณะได้อย่างเช่นคนปกติ

นักศึกษาใจบุญผู้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันฟ้าประทานเพื่อคนตาบอดนี้มีนามว่า Jeffrey Bigham จากภาควิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย University of Washington ข้อมูลระบุว่า ซอฟต์แวร์อ่านหน้าจอหรือ screen-reader software สำหรับคนตาบอดนั้นมีราคามากกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ ราคาสูงเช่นนี้ทำให้โปรแกรมนี้ไม่แพร่หลายในคอมพิวเตอร์สาธารณะทั้งในห้องสมุดและอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ คนตาบอดจึงไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตสาธารณะได้อย่างอิสระ แน่นอนว่าซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ให้คลี่คลายได้

ซอฟต์แวร์นี้จึงได้ชื่อว่า WebAnywhere เป็นเว็บแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องพีซี มาในรูปโปรแกรมเบราเซอร์ออนไลน์ที่คนตาบอดทั่วโลกสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ จุดนี้เจฟฟรีย์เชื่อว่า ต่อแต่นี้ไปคนตาบอดจะสามารถเช็คตารางบินด้วยคอมพิวเตอร์สาธารณะในสนามบิน วางแผนการต่อรถประจำทางด้วยคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด หรือส่งอีเมลที่อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ได้เช่นคนปกติทั่วไป

แม้ว่าช่วงก่อนการเปิดเข้าใช้งานโปรแกรม WebAnywhere คนตาบอดจะไม่ได้ยินเสียงอ่านหน้าจอเหมือนกับที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่คุ้นเคย แต่การศึกษาของเจฟฟรีย์พบว่า คนตาบอดเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิกในการใช้คีย์ลัดบนคีย์บอร์ดอยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหาในการใช้งาน แต่สิ่งที่จำเป็นของระบบนี้คือลำโพงหรือชุดหูฟัง เพราะเมื่อคนตาบอดเปิดเบราเซอร์ WebAnywhere โปรแกรมก็จะอ่านหน้าเว็บไซต์ทุกหน้าที่ถูกเปิดออกมาเป็นเสียง

คนตาบอดสามารถเลือกให้โปรแกรมอ่านเฉพาะข้อความที่ต้องการได้ และสามารถอ่านข้อความจากตารางได้ด้วย

Lindsay Yazzolino นักศึกษามหาวิทยาลัย Brown University ซึ่งพิการทางสายตาวัย 19 ปีระบุว่า โปรแกรมนี้จะช่วยแก้ปัญหาคนตาบอดไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตในที่สาธารณะได้ และแม้การทดลองใช้จะพบว่าโปรแกรมยังต้องปรับปรุงในเรื่องคุณสมบัติการค้นหาข้อมูล แต่เธอก็ยินดีมากที่โปรแกรมนี้ให้บริการฟรี

เจฟฟรีย์ยอมรับว่าโปรแกรมนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เขาจึงหวังให้นักพัฒนารายอื่นเข้ามาร่วมกันพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อไป โดยเปิดกว้างเพื่อการนำไปต่อยอดเต็มที่ด้วยการใช้โอเพ่นซอร์สในการพัฒนา ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ Richard Ladner ที่ปรึกษาโครงการนี้ตั้งความหวังว่า ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นจะหันมาใช้ WebAnywhere เป็นหนึ่งในโมดูลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเน็ตจากโลกมืด

ศาสตราจารย์ริชาร์ดยังหวังด้วยว่า นักสร้างเว็บไซต์จะคำนึงถึงผู้ใช้ที่พิการทางสายตาก่อนจะออกแบบหน้าเว็บเพจใดๆมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งหากทำได้จะทำให้คนตาบอดสามารถรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ง่ายขึ้นด้วย

เรียบเรียงจากเอพี

ผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2551


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:10:45 น.  

 
*พลิกปูมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น-องค์กรโลกบาลผู้ปกปักปราสาทพระวิหารของกัมพูชา

ในที่สุดรัฐบาลกัมพูชาได้ใช้ชั้นเชิงทางการทูตที่เหนือชั้นกว่าในยามที่ประเทศไทยไร้เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆ ด้วยการร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติ(ยูเอ็น)กรณีการเผชิญหน้าระหว่างกัมพูชาและไทยที่บริเวณปราสาทพระวิหารโดยทำหนังสือแจ้งเวียนต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ตามเวลาในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หรือวันที่ 19 กรกฎาคมตามเวลาในไทย
ผู้แทนกัมพูชาประจำยูเอ็นได้แจ้งต่อที่ประชุมโดยอ้างว่า ไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชาตามแผนที่ในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสในปี 1904 ที่เก็บไว้ ณ ศาลโลก พร้อมกับระบุว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในสังคมไทย ทำให้ทหารไทยบุกขึ้นไปยึดพื้นที่ของกัมพูชาในเวลาต่อมา
ต้องยอมรับว่า แม้คนไทยทั่วไปอาจได้ยินชื่อคณะมนตรีความมั่นคงฯอยู่เนืองๆจากข่าวต่างประเทศ แต่อาจรู้สึกว่า เป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อรัฐบาลกัมพูชาฟ้องชาวโลกผ่านคณะมนตรีความมั่นคงฯ จึงน่าจะทำความรู้จักองค์กรโลกบาลแห่งนี้ดูบ้าง
คณะมนตรีความมั่นคงฯประกอบด้วยสมาชิกถาวร (Permanent members) 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสหประชาชาติ(ยูเอ็น)หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสมาชิกไม่ถาวร (Non-permanent members) อีก 10 ประเทศ
ระเบียบที่ตั้งไว้กำหนดให้ที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติเลือกสมาชิกไม่ถาวรหมุนเวียน 10 ประเทศ เข้าดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี แต่จะเลือกปีละ1 ครั้ง กล่าวคือ ทุกปีต้องมีการเลือกสมาชิกไม่ถาวรใหม่เข้ามา 5 ประเทศ
วิธีการเลือกประเทศสมาชิกก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางภูมิศาสตร์ โดยบรรดา 10 ประเทศนั้น ต้องมีประเทศที่มาจากทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง 5 ประเทศ ส่วนอีก 2 ประเทศเป็นชาติตะวันตก, 2 ประเทศจากอเมริกาใต้ และอีก 1 ประเทศจากยุโรป
สมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงฯในปัจจุบัน (พ.ศ. 2551) ได้แก่ เบลเยียม บูร์กินาฟาโซ คอสตาริกา โครเอเชีย อินโดนีเซีย อิตาลี ลิเบีย ปานามา แอฟริกาใต้ และเวียดนาม
ในส่วนของประเทศไทยนั้นเคยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงฯเมื่อ พ.ศ. 2528 - 2529
สำหรับบทบาทและหน้าที่ของคณะมนตรีความมั่นคงฯได้แก่
1.ธำรงรักษาสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศตามวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ
2.สอบสวนเกี่ยวกับกรณีพิพาทหรือสถานการณ์ใด ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ
3.เสนอแนะวิธีที่จะใช้กรณีพิพาทเช่นว่านั้น หรือ เงื่อนไขที่ให้มีการตกลงปรองดองกัน
4.วางแผนเพื่อสถาปนาระบบการควบคุมกำลังอาวุธ
5.ค้นหาและวินิจฉัยว่า มีภัยคุกคามต่อสันติภาพ หรือ เป็นการกระทำที่รุกรานหรือไม่ แล้วเสนอแนะว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร
6.เรียกร้องให้สมาชิกประเทศลงโทษในทางเศรษฐกิจ และใช้มาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ถึงขั้นทำสงคราม เพื่อป้องกันมิให้เกิดหรือหยุดยั้งการรุกราน รวมถึงการดำเนินการทางทหารตอบโต้ฝ่ายที่รุกราน
7.เสนอให้รับประเทศสมาชิกใหม่ รวมทั้งเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ ในการที่จะเข้าเป็นภาคีตามกฎหมายของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
8.ทำหน้าที่ให้ภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ ในเขตที่ถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
9.เสนอแนะให้สมัชชาสหประชาชาติ แต่งตั้งตัวเลขาธิการและร่วมกับสมัชชาในการเลือกตั้งผู้พิพากษาศาลโลก
10.ส่งรายงานประจำปีและรายงานพิเศษต่อสมัชชาสหประชาชาติบรรดาประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ ต่างตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อมติใด ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคง ทั้งยังรับรองที่จะจัดกำลังกองทัพของตนให้แก่คณะมนตรีความมั่นคงฯหากขอร้อง รวมทั้งความช่วยเหลือและและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ
ที่ผ่านมาคณะมนตรีความมั่นคงฯเคยมีมติให้ประเทศสมาชิกแซงก์ชั่นประเทศอิรักในช่วงที่มีการรุกรานประเทศคูเวต
เคยมีมติให้ส่งกองกำลังสหประชาชาติไปรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก
หรือส่งกองกำลังไปต่อต้านการบุกของเกาหลีเหนือที่บุกเข้าเกาหลีใต้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2ฯลฯ
จึงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กัมพูชาจะเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงฯเข้ามาดำเนินการอย่างไรในข้อพิพาทนี้ ซึ่งประเทศไทยน่าจะอยู่ในฐานะเสียเปรียบทุกประตู

มติชนออนไลน์ - วันที่ 19 กรกฎาคม 2551




*ธีรยุทธ:ทบทวนทิศทางไทย ดีที่สุดคือการสร้างปชต.สมดุล

ที่มา-นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ 'ทบทวนทิศทางประเทศไทย' เนื่องในวาระ 35 ปี 14 ตุลา จัดโดยมูลนิธิ 14 ตุลา ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม

*(1)

วิกฤตการเมืองไทยขยายตัว

1.วิกฤตการเมืองไทยเกิดจากการคอร์รัปชั่นเป็นประวัติการณ์ มีการครอบงำองค์กรตรวจสอบและขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในยุครัฐบาลทักษิณ เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ขึ้น แต่พรรคพลังประชาชน (พปช.) ดึงดันแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อรื้อล้างผลงานการตรวจสอบของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จึงเกิดการชุมนุมประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกหน และขยายตัวกว้างไปตามจังหวัดและภูมิภาคต่างๆ

2.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยกระดับการต่อสู้จากกลุ่มต่อต้าน (protest group) เป็นขบวนการทางการเมือง (political movement) ซึ่งหมายถึงการเป็นกลุ่มการเมืองที่มีพื้นฐาน เครือข่าย และกำลังสนับสนุน ซึ่งเป็นชาวบ้านและพลังจารีตนิยม มีสื่อเผยแพร่ความคิดที่สำคัญคือ ASTV จนเป็นขบวนการที่ตั้งอยู่ได้โดยตนเอง และเคลื่อนไหวได้ยืดเยื้อยาวนาน มีเป้าหมายไม่เพียงเพื่อลงโทษนักการเมืองโกงกิน แต่เพื่อปรับโครงสร้างอำนาจการเมืองใหม่

สองส่วนนี้ทำให้ปัญหาการเมืองไทยทวีความยุ่งยาก คลี่คลายลำบากยิ่ง

ประเทศไทยถึงทางตันของการแก้ปัญหา

ปัญหายุ่งยากขึ้น แต่หนทางและวิถีทางแก้ปัญหากลับตีบตัน เพราะ

1.สังคมไทยเผชิญภาวะที่สุดแห่งวิกฤตศรัทธา เนื่องจากความชอบธรรมของสถาบันการปกครองต่างๆ ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เช่น ภาคการเมือง รัฐสภา ไม่ได้รับศรัทธาว่าจะนำพาประเทศชาติได้ เพราะแทนที่จะดับชนวนกลับจุดชนวนวิกฤต ด้วยการดึงดันแก้รัฐธรรมนูญ สื่อ สถาบันวิชาการก็มีศรัทธาต่ำลง กองทัพ อดีตบุคคลชั้นนำก็ไม่ได้รับศรัทธาว่าจะมีบทบาทแก้ปัญหาได้

2.สังคมไทยขาดเครื่องมือแก้ปัญหา จมอยู่ในภาวะอับจนไร้ทางออก เครื่องมือและวิธีการแก้ปัญหาของสังคมไทยลดน้อยลง เช่น การแก้ปัญหาโดยเวทีรัฐสภาไม่ได้ผล การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ไม่ได้ผล การแก้ปัญหาโดยการเสนอเหตุผลทางวิชาการ ถกเถียงทางสื่อสาธารณะและภาคสังคมไม่ได้ผล วิธีการแก้ปัญหาโดยการรัฐประหารก็ไม่ได้ผล

3.อำนาจตุลาการรับภาระหนักมากจนอาจเกิดอาการล้า อาจพาประเทศฟันฝ่าวิกฤตไม่ทัน หัวใจของตุลาการภิวัตน์มีสองอย่าง คือการเปิดช่องทางให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมมากขึ้น และการปรับกระบวนการยุติธรรมให้สามารถทำหน้าที่ในภาวะการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ การยื่นฟ้องต่อศาลอย่างมากมายจากทุกฝ่ายเป็นปรากฏการณ์ปกติ เช่น ในยุคสงครามเวียดนามของสหรัฐ หรือในประเทศยุโรปตะวันออกเปลี่ยนการปกครองใหม่เมื่อแยกตัวจากโซเวียต ในที่สุดจะมีวิธีการกลั่นกรองเกิดขึ้นเอง อย่างไรก็ตาม สภาพปัจจุบันเหมือนกับทุกๆ ฝ่ายผลักภาระมาให้ศาล จนจะเกิดแรงกดดันต่อสถานภาพความน่าเชื่อถือของศาลขึ้นได้ ศาลควรเร่งพิจารณาคดีคอร์รัปชั่นของนักการเมือง ซึ่งเป็นต้นตอของวิกฤตอย่างเร่งด่วนให้ทันกาล เพราะการคลี่คลายวิกฤตของบ้านเมืองก็เป็นภาระของสถาบันศาลเช่นเดียวกับสถาบันอื่นๆ ทั้งยังจะช่วยธำรงศรัทธาของสังคมต่อศาลได้ดี ส่วนคดีความที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้ง 2 ฝ่ายว่ากฎหมายเขียนมายุติธรรมหรือไม่ ศาลก็ควรคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านอย่างถี่ถ้วน เพื่อเกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

4.รัฐบาลกลับกระตุ้นสนับสนุนความรุนแรง จากคำพูดก้าวร้าวสร้างศัตรูไปทั่ว นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไม่ควรเติมไฟความรุนแรงด้วยคำพูดเช่น 'ให้คนของผมลุกขึ้นมาฆ่าบ้าง เพราะว่าถูกฆ่ามาเยอะแล้ว' เพราะกลุ่มสนับสนุนทักษิณมีจำนวนมากที่เป็นกลุ่มก๊วนที่มีอำนาจอิทธิพล มีผลประโยชน์ในท้องถิ่น จึงพร้อมจะออกมาใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ซึ่งยิ่งจะทำให้สังคมถลำสู่ความรุนแรง ไร้ความเป็นพี่น้อง ความมีมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น

ประเทศไทยอยู่ขอบเหวแห่งอนาธิปไตยและความรุนแรง

ระวังเกิดบาดแผลประวัติศาสตร์ซ้ำรอยลึกซึ้งยิ่งกว่า 6 ตุลา

ผลจากสภาวะดังกล่าวจะทำให้เกิดมิติต่างๆ ดังนี้ขึ้นในประเทศไทย

1.จะเกิดการเขย่าทางความคิดและนำไปสู่การปฏิรูปความคิดครั้งใหญ่ในสังคมไทย วิกฤตการเมืองไทยยกระดับจากประเด็นตัวทักษิณ ไปเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนความคิดและโครงสร้างการเมือง พปช. ต้องการเปลี่ยนอำนาจองค์กรตรวจสอบต่างๆ ให้มีการลดอำนาจสถาบันตุลาการ ส่วนพันธมิตรเสนอความคิดการเมืองใหม่ นพ.ประเวศ วะสี เสนอแนวคิดการปฏิวัติประชาธิปไตยใหม่โดยประชาชน ภาวะเช่นนี้จะทำให้ทุกกลุ่มทุกสถาบันอำนาจในสังคมไทยต้องทบทวนความคิดของตน ตั้งคำถามใหม่ และหาคำตอบที่ชัดเจนขึ้นสำหรับบทบาทตัวเองและทิศทางการเมืองไทย

2.เมื่อเกิดวิกฤตรากหญ้าและประชาชนถูกกีดกันออกไปจากสมการการแก้ปัญหามาโดยตลอด ปัญหาถูกแก้โดยระดับสถาบันหรือชนชั้นนำของประเทศ และมุ่งแก้โครงสร้างอำนาจระดับบนของสังคม โดยที่ชาวบ้านถูกทอดทิ้ง ไม่เคยได้รับการถ่ายโอนอำนาจให้ตัดสินปัญหาของตัวเองและท้องถิ่นอย่างจริงจัง การเคารพและส่งเสริมความต่างทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมก็ทำได้ไม่ดีพอ วิกฤตปัจจุบันกำลังดึงรากหญ้าให้มามีส่วนร่วมทั้งในทางที่ถูกและที่ผิดๆ ซึ่งปมปัญหานี้จะขยายตัวและอาจเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของบ้านเราได้ ถ้าไม่แก้ไขจริงจัง

3.สังคมไทยอาจเผชิญความรุนแรงขนาดใหญ่กว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภา วิกฤตทักษิณที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี ทำให้ความขัดแย้งกว้างและลึกขึ้น กลายเป็นระดับมวลชนทั่วประเทศ และลึกลงสู่ความเชื่อในระดับการดำรงอยู่ของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถาบันยุติธรรม ศักดิ์ศรีของตัวตนหรือภูมิภาคนิยม ฯลฯ ความขัดแย้งในระดับอุดมการณ์นี้จะทำให้คนมองโลกที่ซับซ้อนเป็นมิติเดียว เช่น เรา-เขา ดี-ชั่ว รักชาติ-ขายชาติ รักพวกพ้องอย่างสุดขั้ว มีโอกาสเกิดภาวะอนาธิปไตยที่ไม่มีใครฟังใคร ใช้ความรุนแรงอย่างไร้เหตุผล โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มโกงกินบ้านเมืองใช้อามิสสินจ้างมาซ้ำเติม ขณะนี้ความรุนแรงย่อยๆ ระหว่างมวลชนได้เกิดขึ้นแล้วหลายจังหวัด และมีโอกาสขยายเป็นความรุนแรงยืดเยื้อในวงกว้างขึ้น อาจถึงขั้นจลาจล ซึ่งรัฐบาลสมัคร ทุกองค์กร ทุกสถาบันของประเทศจะต้องตระหนักว่าปัญหามากเกินกว่าผู้คนบาดเจ็บล้มตาย แต่จะขยายเป็นบาดแผลของประวัติศาสตร์และสังคม ซึ่งจะลึกซึ้งกลายเป็นการแบ่งข้าง แบ่งพวก แบ่งภาค ถาวรยาวนาน มีความเจ็บปวด ความเคียดแค้น ล้างแค้นระหว่างกัน ซึ่งมีโอกาสลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง ซึ่งแม้แต่การรัฐประหารก็อาจจะควบคุมสถานการณ์ไว้ไม่อยู่

(2)

6 รากเหง้าของปัญหา

วิกฤตการเมืองปัจจุบันเลวร้ายที่สุด เนื่องจากเกิดขึ้นเพราะการประจวบเหมาะของหลายรากเหง้าที่รุมเร้าในช่วงนี้พอดี คือ

1.รากเหง้าความคิดโลกาภิวัตน์นิยมขัดแย้งกับความคิดชาตินิยม สถาบันนิยม ชุมชนนิยม ทำให้ทุกประเทศมีการถกเถียงว่าควรเปิดเสรีการเงินหรือไม่ ควรแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือไม่ ควรเปิดกว้างด้านวัฒนธรรม ข่าวสาร อินเตอร์เน็ตแค่ไหน ห้างค้าส่ง-ปลีกขนาดยักษ์ทำลายชุมชนหรือไม่ หลายประเทศแก้ปัญหาได้ดี แต่ประเทศไทยปัญหารุนแรงเพราะนักการเมืองไทยโกงกินมาก จึงเกิดกังวลใจว่า พวกเขาจะแสวงประโยชน์ท่ามกลางการสูญเสียอำนาจอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

2.รากเหง้าอำนาจทุนผนวกอำนาจการเมืองอย่างสามานย์ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาทุนการเงินโลกเคลื่อนไหวเข้าออกประเทศต่างๆ เพื่อลงทุนในกิจการที่กำไรดี เช่น โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ฯลฯ ทำให้เกิดวิฤกตเศรษฐกิจ และทำให้เกิดกลุ่มทุนที่ร่ำรวยใหญ่โตกว่าในอดีต ในประเทศไทยกลุ่มทุนดังกล่าวได้ผันอำนาจเงินเข้าสู่การเมือง กลายเป็นทุนสามานย์ที่หวังครองอำนาจเบ็ดเสร็จยาวนาน

3.คอร์รัปชั่นในประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้คนจำนวนมากหมดความอดทนอดกลั้น ทุนการเมืองสามานย์ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นโดยตรงและโดยนโยบาย การทับซ้อนผลประโยชน์ การฉกฉวยประโยชน์จากนโยบาย โครงการ และทรัพยากรทุกด้านของรัฐอย่างขนานใหญ่ และไร้ความละอาย

4.ชนชั้นนำในวงการการเมืองการปกครองไทย แก้ปัญหาแบบผัดผ่อน หมักหมม ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะพยายามตัดประชาชนออกจากการมีอำนาจการเมืองมาตลอด ซึ่งสรุปภาพกว้างๆ ได้ดังนี้ ชนชั้นนำใช้วิธีปกครองแบบเผด็จการทหารมายาวนาน จนนักศึกษา ประชาชนไม่สามารถอดทนต่อไป ต้องใช้ความจริงจังเด็ดขาดจนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ขึ้น ซึ่งชนชั้นนำก็ใช้รูปแบบของประชาธิปไตยครึ่งใบเป็นเครื่องมือผัดผ่อนปัญหา หมักหมมปัญหาใหม่ คือการซื้อเสียง การคอร์รัปชั่นของนักการเมืองต่อมานับสิบปี เมื่อเปิดเป็นประชาธิปไตยเต็มใบในปี พ.ศ.2532 ก็พิสูจน์ว่าแนวทางหมักหมมปัญหาไม่ได้ผล เกิดบุฟเฟ่ต์คาบิเนต จนต้องมีรัฐประหารของ รสช. ในปี 2534 แต่ก็รอมชอมกันเองจนไม่แก้ปัญหาอะไรอีก ในที่สุดภาคประชาชนก็ต้องออกมาใช้วิธีการเด็ดขาด คือเกิดเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 และการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ 2540

รัฐธรรมนูญสีเขียวสร้างกลไกตรวจสอบนักการเมืองได้ไม่ทันกาล เพราะได้เกิดวิกฤตระบอบทักษิณ นำไปสู่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และรัฐบาลสุรยุทธ์ ซึ่งก็ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบผัดผ่อนเช่นเคย ในที่สุด พปช. กลับคืนสู่อำนาจและขัดแย้งกับกลุ่มต่อต้านทักษิณในปัจจุบันอีก

5.ปัญหาคนไทยไม่อยู่กับปัญญาความรู้ แต่อยู่กับศรัทธาปลอมๆ เพราะไม่เคยมีอำนาจจริงจัง ไม่เคยแก้ปัญหาตัวเองและของประเทศด้วยหลักเหตุผล คนไทยจึงสอพลออุดมการณ์มานาน เช่น ยึดมั่นประชาธิปไตยเลือกตั้งที่มีแต่การซื้อเสียง และผลลัพธ์ก็คือชาวบ้านไม่ได้อะไร แต่กลุ่มทุนการเมืองเป็นผู้เสวยประโยชน์ระบอบประชาธิปไตยแบบทุนสามานย์รุ่งเรือง บางส่วนก็ยึดมั่นในอุดมการณ์ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ แบบปลอมๆ คือไม่ได้เน้นการยึดมั่นแบบใช้ปัญญาที่จะทำให้สถาบันหลักของชาติก้าวหน้า เกิดประโยชน์ที่สถาพรต่อบ้านเมืองและประชาชนจริงๆ เมื่อมีวิกฤตทุกหนก็เกิดการขัดแย้งทางความคิดปลอมๆ ซึ่งไม่ได้เกิดจากแก่นสารทางปัญญา จึงคลี่คลายไม่ได้

6.ปัญหาความกังวลและความไม่มั่นคงของสังคมไทย เนื่องจากประเทศไทยปัจจุบันอยู่ในการเปลี่ยนผ่านทั้งในด้านความคิด ความตื่นตัวของประชาชน จนเกิดแรงกดดันต่อองค์กร สถาบันต่างๆ ของประเทศ ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านโดยธรรมชาติก็เกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น การเปลี่ยนรุ่นบุคคลในสถาบันต่างๆ ทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อความไม่แน่นอนในอนาคต ที่ส่งผลให้ความขัดแย้งในสังคมไทยยิ่งมีความเข้มข้นสูง

(3)

4 คำถามท้าทายการทบทวนทิศทางประเทศไทย

ภาวะดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามที่แหลมคมและท้าทายสังคมไทยทั้งหมด ใน 4 คำถามใหญ่คือ

1.คำถามว่าการปกครองเผด็จการ หรือระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ยังใช้ได้หรือไม่ เพราะมีคนส่วนน้อยที่ยังรำลึกถึงการใช้อำนาจเด็ดขาดแก้ปัญหา แต่ประเทศไทยควรได้ข้อสรุปจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม การปฏิวัติ รสช. และเหตุการณ์พฤษภาคม การปฏิวัติ 19 กันยายน และรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้แล้วว่า ทั้งสองรูปแบบการปกครองแก้ไขปัญหาไม่ได้และเกิดผลเสียกับประเทศ

2.ประเทศไทยได้เลือกเส้นทางการปกครองแบบประชาธิปไตยมาตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในปี 2540 มีความพยายามแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องการซื้อเสียงและการคอร์รัปชั่น ด้วยแนวคิดประชาธิปไตยสมดุล คือให้มีประชาธิปไตยเลือกตั้ง แต่ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลที่ดีด้วย กล่าวคือตรวจสอบถ่วงดุลแต่ไม่แทรกแซงอำนาจบริหาร เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจถูกตามกฎหมาย (legality) อยู่ในกระบวนการใช้อำนาจที่ถูกต้อง (procedural propriety) ตามหลักสมเหตุสมผล (rationality) ตามหลักความเป็นธรรม (fairness) หรือไม่

แต่การเกิดระบอบทักษิณ ซึ่งองค์กรอิสระรวมทั้งข้าราชการ กองทัพ ถูกครอบงำ กระบวนการยุติธรรมและศาลทำงานไม่เต็มที่ ทำให้เกิดคำถามใหญ่ขึ้นมาว่า ประชาธิปไตยสมดุลนั้นสมดุลจริงหรือไม่ ทำงานได้จริงหรือไม่ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้จริงหรือไม่? ถ้าไม่มีประชาชนและพลังส่วนอื่นๆ คอยประคับประคอง? ในอีกมุมหนึ่งคนสนับสนุนแนวทางนี้แม้จะเป็นวงกว้าง แต่ไม่เป็นขบวนการการเมืองหรือเป็นแม้แต่กลุ่ม วิธีการของพวกเขาคือการถกเถียงให้ความเห็นด้วยเหตุและผล ซึ่งอาจใช้ได้ดีในประเทศตะวันตก แต่ได้ผลน้อยในประเทศไทย นอกจากนี้ยิ่งบ้านเมืองมีวิกฤตแหลมคม คนไทยมักหันเข้าหาอำนาจเป็นเครื่องมือหรือวิธีการหลักของการแก้ปัญหา

3.ประเทศไทยควรใช้ระบอบประชาธิปไตยประชานิยมตามแนวไทยรักไทย (ทรท.) หรือ พปช. หรือไม่ แนวนี้จะเน้นเสรีนิยมสุดขั้ว คือการปลดล็อคหรือสลายอำนาจดั้งเดิมของข้าราชกาาร ศาล กองทัพ องค์กรตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้ทุนการเมืองจัดแจงผลประโยชน์ให้กลุ่มตนเองเต็มที่ ชาวบ้านอาจได้ผลประโยชน์จากประชานิยม ได้ความฉับไวในการแก้ปัญหา แต่แลกมาด้วยการคอร์รัปชั่น ทับซ้อนผลประโยชน์กว้างขวาง? แนวทางประชานิยมมีฐานหนักแน่นในหมู่รากหญ้า จึงจะยังคงมีบทบาทสูงในการเมืองไทยต่อไป ทั้งในทางรัฐสภาและการเคลื่อนไหวรากหญ้า

4.ประเทศไทยควรปฏิรูป 'การเมืองใหม่' ตามแนวของพันธมิตรหรือไม่? แนวคิดนี้มุ่งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น นำพาประเทศไปสู่วิถีความเจริญ 'แบบเอเชีย' โดยอาศัยความมุ่งมั่นหรือเจตนารมณ์ของ 'คนดี' ในบ้านเมือง โดยไม่สนใจประชาธิปไตยเลือกตั้งมากนัก โดยอาจใช้การผสมผสานระหว่างการสรรหา การเลือกจากอาชีพ กับการเลือกตั้งทั่วไป (นพ.ประเวศ ก็ได้เสนอการปฏิวัติประชาธิปไตยโดยประชาชน เป็นการกระจายอำนาจสู่รากหญ้า ชุมชน การมีส่วนร่วม เสรีภาพสื่อ การตรวจสอบ และการเมืองภาคประชาชน แต่ไม่เสนอชัดเจนว่าอำนาจของประชาชนโดยการเลือกตั้งมีฐานะเช่นไร) เนื่องจากนับวันการเมืองไทยจะยิ่งไม่มีทางเลือก มีโอกาสที่คนจะหันไปสนับสนุนแนวทางนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มีข้ออ่อนคือ เป็นการสวนทางประชาธิปไตยที่ต่อสู้กันมานาน และจากประสบการณ์ของการปฏิวัติทั่วโลก คนดีมักมีความคิดสุดขั้วและอยู่ในกรอบจำกัด ในระยะยาวคนดีก็เสื่อมได้เพราะอำนาจและผลประโยชน์ ประเทศจึงมีความเสี่ยงสูงเช่นกันถ้าจะเดินไปในเส้นทางนี้

(4)

อนาคต

1.ความรุนแรงในสังคมไทยจะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะ หนึ่ง ความรุนแรงย่อยๆ ระหว่างมวลชน 2 ฝ่ายจะเกิดถี่มากขึ้น และมีโอกาสขยายตัวตามสถานการณ์โดยรวมในช่วง 6 เดือนข้างหน้า สอง พปช. จะรุกหนักในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจะขยายการต่อต้านกว้างขึ้นอีก สาม หาก พปช. รุกหนักในการขยายอำนาจเข้าครอบงำกองทัพ จะทำให้พลังจารีตนิยมตื่นตัว เพิ่มความแหลมคมของความขัดแย้ง สี่ หากเกิดประเด็นคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ความขัดแย้งจะขยายตัวทันที ช่วงเวลาภายใน 1-2 ปีข้างหน้าจึงเป็นช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงมากต่อการเกิดสถานการณ์ความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ และอาจตามมาด้วยการรัฐประหารที่เป็นเผด็จการเต็มรูป ส่วนกลุ่มสนับสนุนทักษิณมีโอกาสน้อยมากที่จะบรรลุเป้าหมาย กลุ่มพันธมิตรก็มีโอกาสน้อยกว่า 50% ที่จะบรรลุเป้าหมายของตน

2.ตุลาการภิวัตน์ซึ่งอาจส่งผลเป็นรูปเป็นร่างได้บ้างในช่วงปลายปี 2551 ซึ่งเมื่อถึงช่วงนั้นมีโอกาสก้ำกึ่งที่จะคลี่คลายวิกฤต เพราะคนอาจมองว่าบรรลุผลน้อยเกินไป และหันไปมุ่งแก้ปัญหาอย่างสุดขั้ว

3.พันธมิตร ซึ่งยกระดับมาเป็นการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนความคิดและโครงสร้างอำนาจการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องระยะยาวมาก จึงควรปรับวิธีการต่อสู้ของตน คือมีทั้งการเคลื่อนไหวทางความคิด สลับกับการเคลื่อนไหวมวลชน ทั้งผ่อนสลับกับรุก และเนื่องจากพันธมิตรเริ่มต้นจากการเรียกร้องลงโทษนักการเมืองโกงกินบ้านเมือง เป็นพลังทางคุณธรรมและพลังต่อต้านการใช้อำนาจบาตรใหญ่ให้สังคม จึงยิ่งต้องจำแนกวิธีการต่อสู้ให้ชัดเจนว่าเป็นแนวสันติวิธี หลีกเลี่ยงการดึงดันที่อาจดูคล้ายแนวอำนาจนิยม ไม่ควรเป็นการรุกไปข้างหน้าตลอด จนดูคล้ายการตะลุมบอนกับฝ่ายโกงกินบ้านเมือง ซึ่งจะทำให้คนแยกแยะและเลือกฝ่ายสนับสนุนได้ลำบาก

ที่สำคัญในการเสนอความคิดใหม่ทางการเมือง ไม่ควรสวนทางประชาธิปไตย ควรเคารพประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยที่ต่อสู้กันมานาน ควรหาวิธีเปิดกว้างขวางสร้างเวทีความคิดสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งต้องมีเวลา ขั้นตอน จังหวะก้าวที่เหมาะสม

ในช่วงอย่างน้อย 1 ปีข้างหน้าคนไทยต้องเจริญสติ มองการแก้ปัญหาทีละเปลาะๆ ผู้เขียนเชื่อว่าทางเลือกที่มั่นคง ถาวร และดีที่สุดสำหรับระยะยาวของประเทศ คือการสร้างประชาธิปไตยสมดุล ทั้งยังเป็นหนทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด สังคมควรสนับสนุนการทำงานของศาลในการลงโทษนักการเมืองที่คอร์รัปชั่น และสร้างกรอบวินัยทางจริยธรรมให้กับนักการเมือง นักวิชาการ สื่อ คนชั้นกลางและสังคมทั่วไปยังควรต้องขยายพื้นที่ของการถกเถียงวิจารณ์ที่เป็นเหตุเป็นผล และขยายองค์ความรู้ในด้านประชาธิปไตยสมดุลมากขึ้น

มติชนออนไลน์ - วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11096 หน้า 2


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:11:16 น.  

 
*ย้อนรอยเขาพระวิหาร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อ้างศาลว่าป่วย เข้าร่วมก๊วนพันธมิตรเขมร เมื่อ พ.ค.51









*เสนอไทยเปลี่ยนบทลดที่เพาะปลูก เป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนบ้านทำแทน

สนช.เสนอแนวคิด อีก 15 ปีลูกหลานต้องไม่ทำเกษตรเอง แต่ให้เพื่อนบ้านทำแทน ชี้ทางลดพื้นที่เพาะปลูก เปลี่ยนบทบาทป็นผู้แก้ปัญหาเกษตรให้เพื่อนบ้าน เน้นบริหารจัดการ ระบุสินค้าเกษตร 6 ชนิดที่เป็นจุดแข็ง ข้าว มันสำปะหลัง ไก่ ยาง กุ้งและอ้อย

ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดให้ผู้จัดการวิทยาศาสตร์และสื่อมวลชนอีกหลายสำนัก เข้าสัมภาษณ์กลุ่มย่อย ในหัวข้อ 'นวัตกรรมที่ส่งผลในเชิงพาณิชย์' ณ อาคารสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมื่อบ่ายวันที่ 14 ก.ค.51 โดยได้เสนอแนวคิดในการนำนวัตกรรม มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจท่ามกลางสภาพสังคมและการเมืองปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านเกษตรกรรม

ทั้งนี้ ดร.ศุภชัยกล่าวว่า นวัตกรรมทางด้านการเกษตร เป็นจุดแข็งของไทย แต่การจะเดินตามอย่างสหรัฐฯ โดยขยายพื้นที่ในการเพิ่มผลผลิตนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะเราเป็นประเทศเล็ก

'สิ่งที่ทำได้คือการบริหารจัดการ ให้สามารถขายสินค้าเกษตรปริมาณน้อยๆ แต่ได้ราคาสูง แทนที่จะทำเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งขายผลผลิตปริมาณมาก แต่ได้ราคาต่ำก็เปลี่ยนขายปริมาณน้อยๆ แต่ได้ราคาดีขึ้น' ดร.ศุภชัยกล่าว

เขายังเสนอว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าไ ทยควรลดการผลิตสินค้าเกษตรลง แล้วเปลี่ยนเป็นผู้ให้คำปรึกษา ในการแก้ปัญหาทางการเกษตร แก่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและกัมพูชาแทน

ทั้งนี้ ผอ.สนช.เห็นว่าผลผลิตที่เป็นจุดแข็งของไทยคือ ข้าว มันสำปะหลัง ไก่ ตามมาด้วยยางพารา กุ้งและอ้อย ซึ่งแทนที่เราจะผลิตเองก็ให้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้ผลิตแล้วเราก็รับหน้าที่บริหารจัดการ

'เราไม่ควรเอาจุดอ่อน ในเรื่องพื้นที่การเพาะปลูก ไปแข่งกับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย มาเลเซีย แต่เราต้องแข่งด้านการบริการจัดการ เกษตรบ้านเราแข่งทำเกษตรแบบสหรัฐฯ ไม่ได้ ด้วยความเป็นการเกษตรแบบ 3 ไร่ 5 ไร่ 10 ไร่ แต่สหรัฐฯ ทำได้เป็นหมื่นไร่ คนๆ เดียวบริหารจัดการพื้นที่ได้เป็นหมื่นๆ ไร่ แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้'

ตามแนวคิดของ ดร.ศุภชัยมองว่า ประเทศต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยอธิบายแนวทางานทำงานของ สนช.ซึ่งวางเป็นระยะ 15 ปีว่าในช่วง 5 ปีแรกสำนักงานเน้นผลักดันและสนับสนุนโครงการมากๆ จากนั้นอีก 5 ปีต่อไปคือการสร้างระบบ

จากนั้น 5 ปีสุดท้าย คือลดพื้นที่เพาะปลูกเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการตอบโจทย์การเกษตรให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านหรือ Agri-solution provider

'การดำเนินงานที่ผ่านมา 4 ปี เราได้สนับสนุนโครงการไป 300-400 นวัตกรรม ตอนนี้เรามองเห็นแล้วว่าอะไรคือจุดแข็งของเรา ณ วันนี้เรามีความพร้อมเรื่องการเกษตร โครงสร้างการศึกษา (การเกษตร) เรามีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ'

'ต่อไปในอนาคตเกษตรกรที่ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลังต้องให้ลูกหลานเรียนด้านการเกษตรแบบสูง เป็นการจัดการธุรกิจเกษตรมากขึ้น และไม่ต้องปลูกเองแต่ให้เพื่อนบ้านทำแทน' ดร.ศุภชัยเสนอความเห็น

พร้อมกันนี้ผู้อำนวยการ สนช. ยังระบุด้วยว่าแนวคิดที่นวัตกรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลักนั้นเป็นแนวคิดเก่า สิ่งสำคัญของนวัตกรรมคือการบริหารจัดการ พร้อมทั้งยกตัวอย่างธุรกิจกาแฟ 'สตาร์บัคส์' (Starbucks) ซึ่งจัดเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งนั้นก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมาก.

ผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2551




*ไทยนำ 10 ชาติอาเซียนปลูกโลกสีเขียวตั้ง 'โรงเรียนสิ่งแวดล้อม'

ไทยเป็นเจ้าภาพภูมิภาค ถกแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาอาเซียน ระยะ 5 ปี ปลัดสิ่งแวดล้อมฯ เผย 10 ชาติอาเซียนขานรับ ปรับหลักสูตรการศึกษา พร้อมตั้งโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาในประเทศ หมายปลูกจิตสำนึกเยาวชนในด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ของไทยมีความพร้อมแล้ว และจะได้แผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนก่อนสิงหาฯ นี้ ปลื้มอาเซียนบวกสามชมไทย เป็นแบบอย่างที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค

ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงข่าวสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาอาเซียน พ.ศ.2551-2555 ระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.51 ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.51 ว่า การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ 10 ชาติอาเซียน ได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาของภูมิภาคขึ้น หลังจากการประชุมเมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนต่างแสดงความเห็นชอบแล้ว โดยการประชุมนี้ยังมีผู้แทนญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้เข้าร่วมประชุมในความสัมพันธ์แบบ 'อาเซียนบวกสาม' ด้วย

สำหรับผลการประชุมตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค.51 โดยมีผู้แทน 13 ชาติร่วมประชุมราว 50 คน ได้ข้อสรุปเป็นแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาอาเซียน 5 แนวทาง คือ 1.การจัดตั้งโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา (Eco - School) ขึ้น โดยเร่งปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ในชาติสมาชิกให้บรรจุเรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาของชาติ 2.การจัดอบรมเด็กและเยาวชนในชาติสมาชิกให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและการบริโภคที่ยั่งยืน

3.การจัดอบรมผู้นำในวงการศึกษาและภาคประชาชน เพื่อทำให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การฝึกอบรมครูและผู้นำชุมชน 4.การสร้างฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมศึกษาของชาติสมาชิกอาเซียน และ 5.การจัดเทศกาลภาพยนตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชน โดยไทยจะริเริ่มจัดกิจกรรมประกวดภาพยนตร์สิ่งแวดล้อม ของเยาวชนขึ้นเป็นชาติแรก เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประเทศสมาชิก

'ไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุม จะนำเสนอผลการประชุมไปยังที่ประชุมระดับสูงด้านสิ่งแวดล้อมในวันที่ 3-6 สิงหาคม 51 นี้ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละชาติจะต้องนำแนวทางทั้ง 5 ไปจัดทำแผนปฏิบัติการของตนเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งตอนนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของไทย ค่อนข้างพร้อมแล้ว และเรายังจะนำผลการประชุมนี้ ไปเสนอต่อเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ได้พิจารณาในช่วงปลายปีด้วย' ปลัด ทส.กล่าว

นอกจากนั้น ดร.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้แทนนานาชาติยังแสดงความชื่นชมไทยมาก เนื่องจากเห็นว่าไทยเป็นแบบอย่างที่ดี ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของภูมิภาค เช่น การส่งเสริมผู้ประกอบการให้รู้จักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาอาเซียน จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมร่วมกับมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักเลขาธิการอาเซียน ธนาคารพัฒนาเอเชีย มหาวิทยาลัยริกกิว ประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิฮานส์ เซเดล โดยในการประชุมยังมีการฝึกอบรม ผู้นำอาเซียนด้านการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน และการประชุมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนชาติสมาชิกอาเซียนบวกสามจำนวน 46 คนด้วย

'ผลการประชุมดังกล่าว เยาวชนอาเซียนบวกสาม จะทำเป็นรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของอาเซียนเพื่อเสนอต่อที่ประชุม โดยเสนอแล้ว 3 หัวข้อหลักคือ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาการขยายตัวของเมือง และปัญหาพลังงานโดยเน้นที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสะท้อนว่ารัฐบาลต่างๆ ควรส่งเสริมให้เยาวชนเข้ามีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกด้วย' ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ปิดท้าย.


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:11:39 น.  

 
*ใหม่สุดๆ ไทยคิดทำ “ฉลากคาร์บอน” ที่แรกในเอเชียแปซิฟิก

ฉลากเขียวก็มีแล้ว ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ก็มีแล้ว ล่าสุด องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกฯ ก็เตรียมเปิดตัว “ฉลากคาร์บอน” กับเขาบ้าง โดยหากไทยรีบเปิดตัวให้ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้อาจได้ชื่อ ว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียแปซิฟิก ที่มีฉลากคาร์บอนออกใช้

* ดร.ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผอ.องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.เปิดเผยกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการสัมมนา “การส่งเสริมศักยภาพด้านกลไกการพัฒนาที่สะอาด” ณ จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ อบก.ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พัฒนาระบบฉลากคาร์บอนกับสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ขึ้นเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

จุดประสงค์หลักเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทย ในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป ที่อนาคตจะมีความเข้มงวดในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความตระหนักแก่ประชาชนไทย ให้หันมาใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อย

ทั้งนี้ ฉลากคาร์บอนจะทำให้ผู้บริโภคได้รับทราบว่า ในขั้นตอนการผลิตสินค้านั้นๆ ผู้ประกอบการได้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นปริมาณเท่าใด หลังจากผู้ประกอบการได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตแล้ว โดยขณะนี้ อบก.ได้มอบหมาย ให้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเป็นผู้จัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาสินค้าฉลากคาร์บอนแล้ว เชื่อว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้

ด้าน ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้ช่วยประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ชี้แจงเพิ่มเติมกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์ว่า ฉลากคาร์บอนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5

ฉลากคาร์บอนเบอร์ 1 จะมีพื้นฉลากสีแดง เป็นสินค้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้น้อยที่สุด ที่ 10% ฉลากเบอร์ 2 สีส้ม ลดปล่อยก๊าซฯได้ 20% ฉลากเบอร์ 3 สีเหลือง ลดปล่อยก๊าซฯ ได้ 30% ฉลากเบอร์ 4 สีน้ำเงิน ลดปล่อยก๊าซฯ ได้ 40% และฉลากคาร์บอนเบอร์ 5 มีพื้นสีเขียว เป็นสินค้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุด คือ 50%

เวลานี้มีเอกชน 6 รายนำร่องโครงการแล้ว ได้แก่ บริษัทเอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เต็ดตรา แพ้ค แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตกระดาษดับเบิลเอ, บริษัท อาหารสากล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันพืชหยก, บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต, และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ฯลฯ โดยยังมีธุรกิจสปา การท่องเที่ยว และโรงแรม เข้าศึกษาหาช่องทางใช้ฉลากคาร์บอนด้วย

“ฉลากคาร์บอนจะไม่เหมือนฉลากเขียว เพราะฉลากเขียวจะครอบคลุมทุกมิติของสินค้า ทั้งด้านวัตถุดิบ และมลพิษที่เกิดขึ้น แต่ฉลากคาร์บอนจะดูเฉพาะปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตเท่านั้น โดยเราจะแยกเรื่องการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาโดยเฉพาะ” ดร.ขวัญฤดี เสริม

ดร.ขวัญฤดี กล่าวว่า ห้างเทสโก โลตัส ประเทศอังกฤษเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ที่นำแนวคิดฉลากคาร์บอนมาใช้ตั้งแต่ 2 ปีก่อนโดยรัฐบาลสนับสนุน ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียที่รัฐบาลเริ่มใช้แนวคิดนี้ โดยจะคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งวงจรชีวิตของสินค้าด้วย ทำให้การคำนวณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นมีความถูกต้องมากกว่า แต่ต้องใช้เวลาศึกษามากขึ้นไปด้วย ทำให้บัดนี้ญี่ปุ่นก็ยังไม่มีฉลากคาร์บอนออกใช้

“หากของเราทำเสร็จภายใน 1-2 เดือน เราจะเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีฉลากคาร์บอนออกใช้ โดยของเราจะคำนวณแค่ก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตก่อน ทำให้จัดทำออกมาได้เร็วกว่า” ผู้ช่วยประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกล่าว โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะเสียค่าจดทะเบียนฉลากเขียว 1 แสนบาท ครอบคลุมเวลา 3 ปีก่อนจดใหม่ ใช้เวลาในการจดทะเบียน 45 วัน

ดร.ขวัญฤดี ยืนยันด้วยว่า การออกฉลากคาร์บอนจะไม่ทำให้ประชาชนสับสนกับฉลากเขียวซึ่งมีมาก่อนหน้านี้แน่นอน โดยสินค้าฉลากคาร์บอนจะยังคงมีราคาเท่าเดิม ไม่มีการตั้งราคาให้สูงกว่าสินค้าปรกติ โดยฝ่ายผู้ประกอบการจะได้ภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงโดยอัตโนมัติ.

ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม




*ห่วงแต่ 'คาร์บอน' มากเกิน ทำไมไม่กังวล 'ไนโตรเจน' เยอะไปบ้าง?

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเป็นกังวลกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาในการปลดปล่อย 'คาร์บอน' อันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนนั้น นักเขียนจากบีบีซีนิวส์ กลับมีแนวที่คิดที่ต่างออกไปว่า 'ไนโตรเจน' ต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่กว่า และเป็นสิ่งที่ปลดปล่อยมากจากการเพาะปลูกเพื่อผลิตอาหารให้คนทั่วโลก

มาร์ก ซุตตัน (Mark Suttun) จากสถานีวิจัยเอดินบะระ (Edinburgh Research Station) แห่งศูนย์นิเวศวิทยาและอุทกวิทยา (Centre for Ecology and Hydrology) สหราชอาณาจักร ได้เขียนบทความแสดงทัศนะลงในคอลัมน์ 'วิวพอยต์' (View Point) ของบีบีซีนิวส์ว่า การเกษตรและอุตสาหกรรมกำลังผลิตไนโตรเจนออกมาโดยที่เราไม่ได้สนใจ ซึ่งเขาอยากทราบแนวคิดจากคนทั่วไปว่าเราจะทำอย่างไร?

ซุตตันได้ชี้ว่าทศวรรษที่ผ่านมานั้น เราได้รับฟังความเห็นมากมายว่า เหตุใดเราจึงต้องวิตกต่อการปลดลปล่อยคาร์บอน และปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ไม่มีการพูดถึง 'ไนโตรเจน' ทั้งที่มีการปลดปล่อยไนโตรเจนออกมาทั่วโลก แต่ก็ดูเหมือนว่าทั้งโลกก็ไม่สนใจ อีกทั้งยังมีบทความนำเสนอเรื่องในประเด็นเดียวกันนี้ลงในวารสารไซน์ (Science) ถึง 2 บทความ

'ในหลายๆ พื้นที่ของโลก มนุษย์ได้ผลิตไนโตรเจนออกมาจำนวนมาก และสร้างการคุกคามสิ่งแวดล้อม ที่ต่างออกไป โดยไนโตรเจนเหล่านี้ ผลิตออกมาสำหรับเหตุผลที่เราจำเป็นต้องเพาะปลูก เพื่อเลี้ยงชีวิตเรา และประเมินว่าถ้าปราศจากไนโตรเจนเพื่อการเกษตรแล้วประชาชนกว่าครึ่งของโลกจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้' ซุตตันระบุ

ซุตตันเรียกปัญหาของการปล่อยไนโตรเจนว่า 'ไนโตรเน็ต' (NitroNet) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนของอันตรกริยาไนโตรเจนที่ยากจะอธิบาย และเป็นการยากแก่รัฐบาลในการจัดการ อีกทั้งความซับซ้อนของปัญหายังเป็นเหตุผลว่าทำไมคนทั่วไปถึงไม่ได้พูดถึงปัญหาเกี่ยวกับไนโตรเจน

'มีไนโตรเจนอยู่ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในชั้นบรรยากาศที่อยู่ในรูปแอมโมเนีย ไนโตรเจนออกไซด์และสสารในรูปอนุภาค ไปจนถึงก๊าซไนตรัสออไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งและไนเตรทซึ่งอยู่ในระบบน้ำ โดยแต่ละรูปแบบนั้นให้ผลกระทบที่ต่างกันไป ทั้งเพิ่มมลพิษทางอากาศและคุกคามสุขภาพของมนุษย์และความหลากหลายทางชีวภาพ รบกวนสมดุลของก๊าซเรือนกระจก และลดคุณภาพของน้ำดื่มและน้ำสำหรับอุปโภค'

ความซับซ้อนนี่เอง ที่ซัตตันระบุว่าไม่ง่ายนัก ที่เราจะนำไปคุยกันระหว่างการโดยสารรถประจำทาง และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นทวีความท้าทายให้กับสังคมวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าใจและรับมือกับระบบที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็ต้องกลั่นกรองข้อมูลให้อยู่ในข้อความที่เข้าใจได้ง่าย จึงเป็นจุดที่วารสารไซน์เริ่มต้นที่จะช่วยเหลือ

'หนึ่งในความเห็นที่พวกเขามีคือ เราสามารถจำแนกไนโตรเจนได้ออกเป็น 2 แบบคือ รูปแบบที่ทำปฏิกิริยาอย่างว่องไว และรูปแบบที่เฉื่อยชาต่อการทำปฏิกริยา ทั้งนี้มีไนโตรเจนที่เฉื่อยชาปริมาณมากในโลกนี้ อยู่ในรูปก๊าซไนโตรเจนที่เป็นสัดส่วนของชั้นบรรยากาศโลกถึง 78% แต่พืชและสัตว์ไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ส่วนไนโตรเจนที่ว่องไวในการทำปฏิกริยาจะอยู่ในรูปอื่นที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้'

ซัตตันระบุต่อว่า ในธรรมชาติการตอบสนองความต้องการไนโตรเจนที่ว่องไวในการทำปฏิกริยานั้นมีน้อยมาก ในทางชีวะไนโตรเจนรูปแบบนี้ สร้างได้จากแบคทีเรียจำเพาะ ที่ตรึงไนโตรเจนได้ และเมื่อศตวรรษที่ผ่านมา การขาดแคลนไนโตรเจนที่ใช้ประโยชน์ได้ในทางการเกษตรนั้นจำกัดการผลิตอาหารในยุโรป และกระตุ้นให้มีการใช้ปุ๋ยธรรมชาติอย่างระมัดระวัง แต่นับจากนั้นก็เกิดแหล่งไนโตรเจนที่ใช้ประโยชน์ได้ขึ้นมา 2 แหล่ง

แหล่งแรกคือการเปลี่ยนก๊าซไนโตรเจน ในโรงงานให้กลายเป็นไนโตรเจนที่มีความว่องไว ในการทำปฏิกริยา แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาฝนกรด หมอกควันทางเคมีและปัญหามลพิษทางอากาศ อีกแหล่งคือการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยไนโตรเจน โดยกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตอาหารของโลกอย่างมโหฬาร

'ไนโตรเจนเท่าไหร่กันที่เราต้องการเพื่อการผลิตอาหาร? และเราจะชั่งน้ำหนักต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม กับผลกำไรอย่างไร?' ซัตตันตั้งคำถาม

พร้อมกันนี้เขายกตัวอย่างคำพูดของพอล ครุทเซน (Paul Crutzen) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลได้โต้แย้งว่าการปลดปล่อยไนตรัสออกไซด์ จากการให้ปุ๋ยพืชพลังงานชีวมวล มีความสำคัญมากกว่าประโยชน์ในการลดคาร์บอน จากการเลี่ยงใช้พลังงานฟอสซิล ขณะที่บางคนก็ชี้ถึงประโยชน์ของไนโตรเจน ที่ช่วยให้ไม้ในป่าโตเร็วและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศได้มากกว่า

'หากแต่การตัดสินใจทั้งหลาย ก็ยากยิ่งที่จะรับมือกับการคุกคามที่หลากหลายของไนโตรเจน ตัวอย่างเช่นนโยบายลดไนเตรทในน้ำได้ห้ามการขยายพื้นที่ฟาร์มทั่วยุโรปในช่วงฤดูหนาว ผลจากการใช้ปุ๋ยอย่างกว้างขวางในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้การปลดปล่อยแอมโมเนียมีความเข้มข้นสูงและก่อให้เกิดการคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพของอากาศ'

ซัตตันหวังว่าจะมีการจัดการไนโตรเจนทางการเกษตรที่ดีกว่านี้ รวมถึงการตกลงของรัฐบาลในระดับนานาชาติจะมีทางเลือกที่ดี พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านของไนโตรเจนจากถุงปุ๋ยลงจานข้าวอาหารของเรานั้นแสดงให้เห็นถึงการขาดทุนทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทุกระยะ

'กินเนื้อและผลิตภัณฑ์นม ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารอย่างใหญ่หลวง และเป็นการเพิ่มไนโตรเจนเป็นจำนวนมาก การสังเกตลักษณะนี้ช่วยให้เราค้นหาข้อความที่ชัดเจนได้ คำกล่าวง่ายที่สุดสำหรับเรื่องคาร์บอนคือ 'ใช้พลังงานให้น้อย' และสำหรับไนโตรเจนคือ 'กินเนื้อให้น้อย' แน่นอนว่าเราทราบว่าทั้งสองเรื่องนั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่สำหรับไนโตรเจนแล้วจำเป็นต้องส่งสาล์นออกไปดังๆ'

ผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2551


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:12:31 น.  

 
*มือปราบซอฟต์แวร์เถื่อนไทยยืนยัน 'ผมไม่เหนื่อย ท้าทายมากกว่า'



คำว่าผมไม่เหนื่อยนั้นเป็นหนึ่งใน 9 คำตอบจากปาก 'ดรุณ ซอว์นีย์' ชายวัย 46 ปีคนนี้เป็นแม่ทัพหลักในการทำงานร่วมกับตำรวจและหน่วยราชการ เพื่อปราบปรามการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย ออกหน้าแทนบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลกอย่างอโดบี แอปเปิล หรือไซแมนเทค ฯลฯ ที่ลงขันเงินทุนตั้งคณะทำงานขึ้นมาเก็บกวาดซอฟต์แวร์เถื่อนในสำนักงานอย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอนว่าภาระกิจนี้ไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ดรุณก็เชื่อว่าจะไม่ได้ยากเท่ากับการงมเข็มในมหาสมุทร

ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของดรุณ คือผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ประจำภูมิภาคเอเซีย ของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์หรือบีเอสเอ (Business Software Alliance) บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติไทยที่เป็นสมาชิกกลุ่มนี้คือไทยซอฟต์แวร์ (ผู้ผลิตซอฟต์แวร์พจนานุกรม ThaiSoftware Dictionary) ยอดจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนตั้งแต่ต้นปีนี้มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

1) เหนื่อยไหมกับตำแหน่งมือปราบซอฟต์แวร์เถื่อน

ไม่เหนื่อยครับ ผมคิดว่าเป็นงานที่น่าสนใจ ประกอบกับเคยเป็นตำรวจในฮ่องกง และทำงานปราบปราบหนังเถื่อนให้กับ MPA (Movie Picture Association) มาก่อน ส่วนตัวผมคิกว่าไม่หนักใจและคิดว่างานปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนเป็นงานที่ท้าทาย ซึ่งต้องทำทั้งการปราบปรามและการให้ความรู้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ซอฟต์แวร์

หากเปลี่ยนพฤติกรรมได้ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นในระยะยาว ประเทศจะมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้น เศรษฐกิจก็จะเจริญเติบโตตามไปด้วย ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของไทยเองก็ถูกละเมิดไม่น้อย อย่างเช่น บริษัท ไทยซอฟต์แวร์ เกือบทุกครั้งที่ดำเนินการจับกุมจะพบซอฟต์แวร์พจนานุกรมของบริษัทนี้แบบผิดลิขสิทธิ์เสมอ สิ่งที่เกิดทำให้ไทยซอฟต์แวร์ทำตลาดไม่ได้ เมื่อทำตลาดไม่ได้ก็ขาดเงินทุนที่จะนำไปปรับปรุงซอฟต์แวร์ หรือคิดค้นซอฟต์แวร์ใหม่ๆ

2) พอใจกับผลงานไหม

พอใจเป็นอย่างยิ่งครับ การทำงานร่วมกับกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปศท.) และตำรวจไทยเป็นไปได้ด้วยดี สำหรับประเทศไทยมียอดการจับกุมเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้

อย่างไรก็ดี ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก เนื่องจากอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีของไทยในปี 2007 ยังสูงถึง 78% ที่ผ่านมา บีเอสเอไม่ได้ดำเนินการจับกุมแต่พียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พยายามให้ความรู้ควบคู่ไปด้วยโดยจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เมื่อเดือนเม.ย – พ.ค. ที่ผ่านมาได้จัดสัมนา Software Asset Management (SAM) หรือการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ที่กรุงเทพ เชียงใหม่ อยุธยา โคราช และพัทยา สอนให้คนรู้คุณค่าซอฟต์แวร์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ตัวเลขการจับกุมปีนี้ (มกราคม – มิถุนายน 2008) ดำเนินการจับกุมไปแล้วราว 30 ราย มูลค่าซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดรวมโดยประมาณ 100 ล้านบาท จากการจับกุมที่ผ่านมามักพบว่า มีซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่า 80% ขึ้นไป

3) ชีวิตก่อนเข้าสู่ร่มเงาบีเอสเอ

ก่อนทำงานกับบีเอสเอผมเป็นตำรวจมาก่อน ซึ่งก่อนจะเป็นตำรวจผมเคยทำฟาร์มทำชีสในอังกฤษ ซึ่งมีวัวมากถึง 300 ตัว

ผมเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบทห่างไกลของอินเดีย ชีวิตยามเด็กค่อนข้างแร้นแค้น หิวอยู่ตลอดเวลา ผมเคยกินชอล์คด้วยซึ่งรสชาติไม่เลวเลยเวลาหิว ต่อมาได้เข้าเรียนในโรงเรียนกินนอนซึ่งรัฐบาลอังกฤษจัดตั้งขึ้นที่อินเดีย คุณแม่ก็เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนนี้ จากนั้นย้ายไปยังลอนดอน และเริ่มงานตำรวจที่นั่นและย้ายมาฮ่องกง ต่อมาได้มีโอกาสร่วมงานกับ MPA ราว 2 ปี ก่อนจะทำงานกับบีเอสเอถึงวันนี้ก็ 7 ปี

สิ่งที่ฝึกฝนตลอด 7 ปีคือการทำงานร่วมกับทนายความและเอเจนซี่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เสนอแนวคิดต่อภาครัฐเพื่อหามาตรการป้องกัน

4) ความท้าทายตลอด 7 ปี

ผมพยายามควบคุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทางอินเตอร์เน็ตผ่านทางโปรแกรม Peer to Peer (P2P) และ BitTorrent ที่ระบาดมากในปัจจุบัน

บีเอสเอมีระบบตรวจสอบไอพี (IP Address) ของผู้ใช้ที่พบว่ามีการอัปโหลดไฟล์ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และสามารถทราบได้ว่าผู้ใช้รายนั้นใช้บริการ ISP รายใด ที่ผ่านมา บีเอสเอได้ออกจดหมายเตือนไปยัง ISP นั้นๆเพื่อให้ไอเอสพีระงับการอัปโหลด โดยในปีที่แล้ว บีเอสเอออกจดหมายเตือนถึง ISP ในเอเชียไปทั้งสิ้นราว 200,000 ฉบับ เฉพาะในไทยราว 7,600 ฉบับ

บางส่วนก็ตอบรับแต่บางส่วนก็เฉยเมย อ้างว่า ISP เป็นเพียงท่อหรือทางผ่านของข้อมูลเท่านั้น ไฟล์ข้อมูลไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ ISP จึงไม่อยู่ในอำนาจที่ ISP จะจัดการได้ ซึ่งเมื่อได้รับคำตอบนี้ บีเอสเอก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

สิ่งท้าทายที่สุดของการทำงานในประเทศไทย คือการทำให้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลดลง เพราะในประเทศอื่นๆการละเมิดล้วนลดลง แต่ในประเทศไทย อัตราการละเมิดกลับแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 76% - 80% ไม่ลดลงมากไปกว่านั้น เช่นเดียวกับการปราบปรามในอินโดนีเซีย ซึ่งยากจะบอกถึงสาเหตุที่ชัดเจนว่าการปราบปรามไม่เป็นผลเพราะเหตุใด

ส่วนความท้าทายโดยทั่วๆ ไป คือการปราบปรามการละเมิดทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีมากและปราบปรามได้ยาก นอกจากนี้ก็เป็นการผลักดันเรื่องกฏหมายให้ทุกประเทศเห็นว่าการละเมิดในองค์กรธุรกิจเป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งยากมากในหลายประเทศ เช่น เวียดนามและจีน เพราะมีระบบกฎหมายที่ต่างออกไป

อีกเรื่องคือ การผลักดันให้องค์กรของรัฐเอง ใช้แต่ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

5) เห็นด้วยไหมว่า ภาพยนตร์และเพลงถูกละเมิดมากกว่าซอฟต์แวร์

ผมมองว่าสองกลุ่มนี้มีตลาดที่แตกต่างกัน ภาพยนตร์และเพลงมีตลาดที่กว้างกว่าและจับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ส่วนซอฟต์แวร์นั้น ตลาดใหญ่คือลูกค้าองค์กร บีเอสเอนั้นไม่แตะต้องรายย่อยและนักศึกษา เน้นเฉพาะการปราบปรามในองค์กรเพราะองค์กรเหล่านี้มีเหตุผลชัดเจนที่ควรจะจ่ายเงินค่าซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นเรี่ยวแรงหลักในการช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับบริษัท

บริษัทเหล่านี้ยอมเสียเงินลงทุนได้ทุกเรื่อง แต่กลับไม่ยอมลงทุนด้านซอฟต์แวร์ซึ่งควรจะลงทุนไม่น้อยกว่าปัจจัยอื่นๆ ที่ผ่านมาพบว่าองค์กรส่วนใหญ่เข้าข่าย under licensed หรือการซื้อซอฟต์แวร์จริงไว้ในองค์กรบ้างเพื่อหวังบริการหลังการขาย แต่จะลักลอบ copy ซอฟต์แวร์ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่ซื้อลิขสิทธิ์มา

ผมอยากให้บทสัมภาษณ์นี้ทำให้คนที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่รู้ตัวว่ากำลังทำผิด และสำนึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

6) การตัดงบด้านซอฟต์แวร์ของบริษัทท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจฝืด มีผลให้การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนเพิ่มขึ้นหรือไม่

ต้นทุนด้านซอฟต์แวร์คิดเป็นประมาณ 7% ของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น และซอฟต์แวร์ยังเป็นส่วนที่ทำให้บริษัทเกิดประสิทธิผล แข่งขันในตลาดได้ รวมถึงมีประโยชน์ในด้านการจัดการกับข้อมูลต่างๆ ผมคิดว่าบริษัทไม่ควรตัดงบประมาณส่วนนี้ แต่ควรเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดเสมอ ซึ่งหากเศรษฐกิจไม่ดี ก็ควรจะลดค่าใช้จ่ายตรงส่วนอื่นมากกว่า เช่น การประดับตกแต่งสำนักงาน เป็นต้น

7) ก้าวต่อไปของบีเอสเอ

บีเอสเอจะยังคงเน้นการปราบปรามและให้ความรู้ควบคู่กัน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดได้ นอกจากนี้ยังจะมีลักษณะที่เป็นลูกผสมของทั้งสองแบบ คือ เปิดโอกาสให้บริษัทที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง เข้ามาปรึกษาและดำเนินการจัดซื้อให้ถูกต้อง โดยบีเอสเอตกลงจะไม่จับกุมบริษัทนั้นๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามที่ได้มีการตกลงกัน

8) คุณเคยใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนไหม

เคยในอดีต เมื่อปี 1994 ตอนนั้นผมซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ในเวลานั้นการรณรงค์เรื่องนี้ยังไม่แพร่หลายเท่าไรนัก ผมจึงไม่มีความรู้เรื่องนี้ เป็นซอฟต์แวร์วินโดวส์ที่เพื่อนให้มา ซึ่งเมื่อรู้ก็ไปหาซื้อชุดโปรแกรมพื้นฐานแบบถูกลิขสิทธิ์มาใช้

9) จุดมุ่งหมายในชีวิต

การตื่นมาทุกเช้าด้วยความรู้สึกแง่บวก เปี่ยมไปด้วยพลังที่จะเผชิญกับเรื่องท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต ผมตั้งใจที่จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ อาจเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นแต่ยังไม่กำหนดว่าจะเกษียณตัวเองหรือเลิกทำงานเมื่อไร

สิ่งที่ประทับใจที่สุดในด้านไอที คือวินาทีที่เห็นภาพคู่สนทนาผ่านทาง webcam เป็นครั้งแรก เนื่องจากเมื่อย้อนคิดไปถึงในวัยเด็กซึ่งห่างไกลจากเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์มาก จึงมองเห็นคอมพิวเตอร์เป็นเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ซึ่งได้มาสัมผัสด้วยตาตนเองจริงๆ

ผมมีบุตรชาย-หญิง 4 คน ไม่ได้คาดหวังให้ลูกคนใดเจริญรอยตามในวงการปราบซอฟต์แวร์เถื่อน เพียงหวังให้แต่ละคนทำในสิ่งที่ตนเองชอบ และรักเพื่อจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข

ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:13:33 น.  

 
*อบรมการทำเว็บที่ทุกคนเข้าถึง

กระทรวง ICT จะจัดฝึกอบรมการทำเว็บที่ทุกคนเข้าถึง (Web Accessibility) ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคมนี้ (ผมจะเป็นวิทยากรใน 3 วันนั้นด้วย) หากท่านใดสนใจเข้าฝึกอบรม (ฟรี) ในวันดังกล่าว กรุณาติดต่อ

บริษัทนายน์เอ็กซ์เพิร์ท จำกัด

Tel. 0-2944-0009 ต่อ 103 Fax. 0-2944-2499, Email: contact@equitable-society.com

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.equitable-society.com/Course.aspx?ID=17

สว่าง ศรีสม




*กูเกิลผุดโลก 3D ชน SecondLife



กูเกิล (Google) เปิดตัวบริการล่าสุด สร้างโลกเสมือนสามมิติให้นักท่องเน็ตเข้ามาสร้างอาณาจักรส่วนตัวและจำลองชีวิตออนไลน์ได้ไม่ต่างจากบริษัทโลกเสมือนชื่อดัง Second Life แน่นอนว่าใช้งานได้ฟรีและสามารถนำไป embed หรือนำไปฝังไว้กับเว็บไซต์อิสระได้เต็มที่

บริการโลกเสมือนของกูเกิลนั้นเปิดตัวในชื่อ Google Lively เป็นบริการที่ผู้ใช้สามารถสร้างร่าง avatar หรือตัวละครเพื่อใช้แทนตัวเองในโลกเสมือน สามารถสร้างห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวได้บนเว็บไซต์ สามารถตกแต่งห้องนั้นด้วยรูปภาพ, ภาพวีดีโอจากยูทูบ (YouTube) ได้ตามชอบใจ หรือจากแหล่งรวมรูปออนไลน์อื่นๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการนี้อาจมีผลกระทบกับ Second Life และบริการโลกเสมือนออนไลน์อื่นๆ ซึ่งใช้ระบบสมาชิกและมีการป้องกันลิขสิทธิ์โดยไม่เปิดทางให้มีการนำโลกเสมือนที่มีการสร้างขึ้นในระบบไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี กูเกิลจึงถูกมองว่ากำลังขยายอาณาเขตของตัวเองเข้าไปในธุรกิจโลกเสมือน

'ผมจะแปลกใจมากถ้านี่ไม่ใช่การทอดสะพานไปสู่ธุรกิจโลกเสมือน' Rob Enderle นักวิเคราะห์ของบริษัท Enderle Group กล่าวถึงการขยายอาณาเขตเข้าสู่ธุรกิจโลกเสมือนของกูเกิล 'การแข่งขันในบริการโลกเสมือนจะรุนแรงยิ่งขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นการทำนายล่วงหน้าของกูเกิล ว่าโลกเสมือนคือโลกอินเทอร์เน็ตยุคหน้า จริงอยู่ที่ขณะนี้เรายังไม่ได้อยู่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นภาพสามมิติ แต่เราก็กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น'

ผู้ใช้ Lively สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างสุดขีดตามที่ใจต้องการ สามารถเลือกให้เมืองของตัวเองมีภูเขาไฟอยู่ตรงกลางโดยที่ภาพหลังเป็นฉากเมืองอันวุ่นวายก็ได้ สามารถเชิญร่าง avatar ของเพื่อนเข้ามาพูดคุยในอาณาจักรเราได้โดยการส่งแอดเดรสทางอีเมลหรือโปรแกรมแชต instant messaging รวมถึงสามารถ embed อาณาจักร Lively ไว้บนบล็อกหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบก็ได้

Niniane Wang กล่าวว่า เมื่อคนนอกคลิกเข้าไปชมห้องหรืออาณาจักร Lively ที่แนบกับเว็บไซต์ใดๆ ผู้นั้นจะได้เห็นภาพห้องที่เจ้าของตกแต่งไว้ในทันที แน่นอนว่าเฟอร์นิเจอร์และส่วนประกอบทั้งหลายในอาณาจักรนั้นจะทำให้เห็นถึงความสนใจของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

Lively ให้บริการแล้วที่ http://www.lively.com มาพร้อมแอปพลิเคชันสำหรับใช้ร่วมกับเว็บไซต์เครือข่ายสังคม Facebook โดยเฉพาะด้วย

ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2551




*Build Your Own Search' หมากตาใหม่จากยาฮู


หลังจากไล่ตามหลังกูเกิล (Google) และกลายเป็นบริษัทเป้าหมายที่ไมโครซอฟท์จ้องจะฮุบซื้อ ล่าสุดยาฮูเปิดแผนสร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการเปิดตัวเครื่องมือใหม่ 'Build Your Own Search' หรือ BOSS ซึ่งเปิดทางให้เว็บไซต์ทั่วไปสามารถสร้างระบบสืบค้นข้อมูลของตัวเองได้โดยใช้ระบบของยาฮูจัดการข้อมูลและรูปภาพที่แสดงบนอินเทอร์เน็ต เท่ากับเจ้าของเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่าพัฒนาเครื่องมือสืบค้นของต้วเองหลายล้านเหรียญ ของเพียงยอมให้ยาฮูลงโฆษณาด้านข้างได้ตามปกติ

ยาฮูนั้นมั่นใจว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากนักพัฒนาเว็บไซต์มากมาย เนื่องจากเครื่องมือจัดดัชนีข้อมูลและรูปภาพบนอินเทอร์เน็ตของยาฮูที่เว็บไซต์ทั่วไปสามารถนำไปสร้างเสิร์ชเอนจิ้นของตัวเองนั้นมีมูลค่าในการพัฒนาสูงถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งโครงการนี้จะทำให้ทุกเว็บไซต์มีเสิร์ชเอนจิ้นของตัวเองโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่แดงเดียว

กลุ่มเว็บไซต์ที่เชื่อว่าเป็นเป้าหมายของโครงการนี้คือกลุ่มให้บริการสืบค้นเฉพาะทางหรือบริการสืบค้นเชิงลึก ซึ่งได้รับความนิยมมากในหลายประเทศ เพราะเว็บไซต์ประเภทนี้จะรวบรวมเฉพาะดัชนีเว็บไซต์เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น บริการค้นหาข้อมูลสินค้ามือสอง หรือบริการค้นหาข้อมูลซื้อขายหรือเช่าบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นคือบริการเฉพาะทางเช่นนี้ทำให้ผู้สืบค้นได้รับผลลัพท์ตรงตามที่ต้องการมากกว่าการสืบค้นจากเสิร์ชเอนจิ้นใหญ่อย่างกูเกิลหรือยาฮู เมื่อความนิยมมากขึ้นแน่นอนว่าเว็บไซต์ประเภทนี้ก็จะขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วย

ขณะนี้ 2 เว็บไซต์ให้บริการเสิร์ชเฉพาะทางอย่าง Hakia และ Me.dium ตกลงร่วมโครงการ BOSS นี้แล้ว โดยยาฮูขอแลกเปลี่ยนด้วยการแสดงโฆษณาด้านข้างผลลัพท์ที่เป็นผลผลิตจากระบบสืบค้นของยาฮู ฟังดูแล้วมีหวังว่าโครงการนี้อาจจะสามารถบั่นทอนการเติบโตของกูเกิลลงได้ไม่มากก็น้อย

'เป้าหมายของเราคือการแตกตลาดเสิร์ชเอนจิ้น เปิดทางให้ผู้เล่นรายใหม่ได้เข้าสู่ตลาด' Prabhakar Raghavan ประธานฝ่ายการกลยุทธ์ธุรกิจสืบค้นข้อมูลของยาฮูกล่าว ไม่ยอมรับว่าแผนนี้เกิดขึ้นเพื่อขยายตลาดที่ยาฮูมีอยู่

ระยะนี้ รายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับยาฮูล้วนระบุว่า ยาฮูกำลังพยายามหาทางสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนวางใจว่า แม้ไม่ได้ขายหุ้นให้ไมโครซอฟท์ ยาฮูก็สามารถเติบโตในแง่ของผลประกอบการได้

ก่อนการประกาศโครงการ BOSS ยาฮูได้ตกลงใช้แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ของกูเกิลบนเว็บไซต์ยาฮูบางส่วน มีการวางเป้าหมายว่า การร่วมมือกับกูเกิลจะทำให้ยาฮูมีรายรับเพิ่มขึ้นกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติจากกรรมการกำกับดูแลการค้ายุติธรรมของสหรัฐฯ เพื่อร่วมมือกันอย่างเป็นทางการภายในปีนี้

ยาฮูยืนยันว่าการร่วมมือกับกูเกิลจะไม่ครอบคลุมโครงการ BOSS ขณะนี้ยังไม่มีรายงานทีท่าของผู้ถือหุ้นว่ามีความไว้วางใจกรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบันมากขึ้นเพราะโครงการนี้หรือไม่ ซึ่งต้องติดตามผลในการเลือกตั้งกรรมการบริหารยาฮูชุดใหม่วันที่ 1 สิงหาคมนี้

ผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2551




*สัมมนาฟรี!!'การนำ Technology จากงานวิจัยพัฒนามาตกแต่งด้วยกระบวนการสิ่งทอ'

พฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551
เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ ห้องสัมมนา 1 ชั้น 3
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
--------------------------------------------------

การพัฒนาวิจัยคุณสมบัติ Anti-bacteria

- นาโน ไทเทเนียมไดออกไซด์ : Nano TiO2
- นาโน ซิวเวอร์ออกไซด์ : Nano AgO
- นาโน ซิงค์ออกไซด์ : Nano ZnO

เทคโนโลยีไหนจะเหมาะสมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Anti-bacteria ในบริษัทของท่าน

โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-bacteria

Technology Microencapsulation
จะเพิ่มคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์สิ่งทอในอนาคตของบริษัทท่านได้อย่างไร !

- การพัฒนาผ้ากลิ่นหอมAromatherapy , วิตามิน E และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Technology Microencapsulation

เหมาะสำหรับ : ผู้ประกอบการที่กำลังทำนวัตกรรมใหม่ๆ นักวิจัยพัฒนา ช่างเทคนิค


download ใบสมัครได้ที่นี่


ติดต่อสอบถามได้ที่
ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมส่งทอ
โทร 02-713-5492-9 ต่อ 411 ปรียนันท์, 409 ชูชาติ
โทรสาร 02-712-4526
e-mail: preeyanan@thaitextile.org


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:14:52 น.  

 
*ขุมทรัพย์พลังเครือข่าย 'ทักษิณ-อิตาเลียนไทย'

ต้องขอบคุณข่าว 'สินบนข้ามชาติ' เคสล่าสุด ที่ทำให้คนไทย ตาสว่าง !

เมื่อยักษ์รับเหมาญี่ปุ่น 'นิชิมัตสึ' สารภาพกับอัยการสอบสวนว่า บริษัทต้องจ่ายใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่ไทยในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านเยน (125 ล้านบาท) ถ้ารวมค่าโสหุ้ยอาจมากถึง 250 ล้านบาท

เพื่อแลกกับงานก่อสร้าง 2,178 ล้านบาท ซึ่งยุคสมัยนั้นนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เป็นผู้ว่าฯ กทม.พอดี

ไอ้โม่งผู้รับสินบนโครงการฉาวอุโมงค์ระบายน้ำ (คลองลาดพร้าว-คลองแสนแสบ) มีชื่อนำหน้าว่า 'ส' ถึง 2 คน และ 'ธ' อีกหนึ่งคน ในจำนวนนี้มีคู่หูที่ทำงานเข้าขากันมาก จนได้ฉายาว่า 'รัก-ยม'

แน่นอน พรรคฝ่ายค้านกัดไม่ปล่อยแน่ !

แม้ข่าวถูกเปิดโปงที่เมืองนอก แต่ในเมืองไทยกลับมีผลกระทบตรงๆ มาถึงยักษ์รับเหมา 'อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์' ทันที ในฐานะพันธมิตรธุรกิจ

ถ้าทบทวนความจำกันให้ดีๆ มิตรภาพของอิตาเลียนไทยกับอดีตผู้ว่าฯ กทม. นายสมัคร สุนทรเวช จัดอยู่ในระดับ 5 ดาว

อิตาเลียนไทยฯถือเป็นรับเหมาขาประจำของ กทม. รับงานตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงงานใหญ่ระดับหลายพันล้าน

ก่อนนายสมัครโบกลาตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เขาฝาก 'ผลงาน' แบบม้วนเดียวจบ คือ ไฟเขียวงานโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก 18 แห่งรวด มูลค่า 7 พันล้านบาท

เค้กก้อนนี้ อิตาเลียนไทยได้ไป 9 แห่ง คิดเป็นมูลค่างานกว่า 4 พันล้านบาท

กล่าวถึง 'อิตาเลียนไทย' หรือ ITD เป็นบริษัทรับเหมาแบรนด์ไทยที่มีขนาดความใหญ่และคอนเน็กชั่นลึก ซึ่งสูสีพอกับค่าย ช.การช่าง รับเหมาคู่แข่งที่มีสายสัมพันธ์ดีกับพรรคตรงข้ามไทยรักไทย

วันฟ้ารุ่งของรัฐบาลทักษิณ ก็เหมือน วันฟ้าเปิดของอิตาเลียนไทย

ที่ผ่านมาอิตาเลียนไทยได้งานใหญ่ๆ ในสุวรรณภูมิมากมาย ที่ลือลั่นคือการ ชนะประมูลโครงการอาคารผู้โดยสาร ด้วยกลยุทธ์ดัมพ์ราคาผิดธรรมชาติ และกลายเป็นตำนานที่สร้าง 'ผลงาน' ให้แก่รัฐบาลทักษิณมาถึงทุกวันนี้

ทั้งรัฐบาลทักษิณกับอิตาเลียนไทยจึงเปรียบเหมือน 'พลังเครือข่าย' ที่ใครขาดใครไม่ได้เลยนับจากนั้น

ยิ่งซีอีโออิตาเลียนไทย 'เปรมชัย กรรณสูต' ได้ออกข่าวการขยายฐานธุรกิจจากรับเหมามาสู่ภาคพลังงาน ทั้งโรงงานนิวเคลียร์ เหมืองแร่ ถ่านหิน ฯลฯ ทำให้ ทุกสายตาโฟกัสมาที่รับเหมาเจ้านี้อย่าง ไม่กะพริบตา

'เราพร้อมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 7 พันเมกะวัตต์ ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาด้วย ส่วนงานประมูลรถไฟฟ้าในไทยทั้ง 6 เส้นทาง 2 แสนล้านบาท เราก็มั่นใจ ฉะนั้นมูลค่างานในมือปีนี้น่าจะแตะที่ 2 แสนล้านบาท' นายเปรมชัยบอกด้วยความมั่นใจ

และในเดือนสิงหาคม 2551 ITD จะฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้ง

ในส่วนของการเข้าไปทำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในเกาะกง ITD ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทอิตาเลียนไทย พาวเวอร์ ซึ่ง ITD ถือหุ้น 15% ได้ลงนามในสัญญาบันทึกความเข้าใจกับ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) และ บมจ.ราชบุรี โฮลดิ้ง (RATCH) เพื่อศึกษาการลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินบนเกาะกง ประเทศกัมพูชา

หุ้นส่วนในโครงการนี้ นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีต้าถัง อินเตอร์เนชั่นแนล (ฮ่องกง) กลุ่มทุนพลังงาน และโรงไฟฟ้าจากจีน

บริษัทระบุว่า การเซ็นสัญญาดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2551 ในเบื้องต้นโรงไฟฟ้านี้มีขนาดกำลังการผลิต 3,660 เมกะวัตต์ สัดส่วนการลงทุนของโครงการ คือ EGCO และ RATCH ถือหุ้นรวมกัน 70% และอิตาเลียนไทย พาวเวอร์ 30%

'งานที่เกาะกง ผมลงทุนเอง 100% ไม่เกี่ยวกับคุณทักษิณ ผมร่วมกับเอ็กโก้ราชบุรี ที่ได้ข่าวคุณทักษิณลงทุนธุรกิจอสังหาฯบนเกาะนั้นคงใช่ แต่ของผมทำคนละฝั่งไม่ใกล้กันเลย' เปรมชัยรีบปฏิเสธทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการร่วมทุนระหว่างเขากับ พ.ต.ท.ทักษิณ

การที่อิตาเลียนไทยบุกเกาะกง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนไทยประกาศชัดเจนจะสร้าง 'เกาะกง' ให้เป็นเมืองในฝัน

เป็นทั้งคอมเพล็กซ์ ดิวตี้ฟรี กาสิโน ศูนย์คลังน้ำมันที่ใหญ่สุดและมีอำนาจ การ ต่อรองสูงสุด เหมือนจำลองความ เด่นของมาเก๊า ภูเก็ต และสิงคโปร์ มาไว้ในจุดเดียว

ดังนั้น การที่ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประเทศกัมพูชา ออกมาเปิดเผยว่า อดีตนายก รัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สนใจเช่าพื้นที่เกาะกงสร้าง คอมเพล็กซ์เอ็นเตอร์เทนเมนต์และกาสิโน เพื่อหวังเทียบชั้นกับมาเก๊านั้น

'เกาะกง' เลยดังระเบิด !

ถนนทุกสาย นักธุรกิจ (เกือบ) ทุกกลุ่ม จึงหลั่งไหลวิ่งเข้าหา 'งาน' ที่เกาะกงเป็นว่าเล่น

แม้แต่ 'อีเอ็มซี' บริษัทรับเหมาในตลาดหุ้นไทยก็คาดหวังงานใหญ่ที่นั่น

ข่าวสินบนข้ามชาติจากนิชิมัตสึปูดขึ้นมาแบบนี้ ไม่เป็นผลดีแน่กับรัฐบาลและอิตาเลียนไทย

เท่ากับเปิดแผลใหม่ให้รัฐบาล แล้วย้ำแผลเก่าเข้าอย่างจัง

เพราะเคสจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด (ซีทีเอ็กซ์ 9000) และถมทรายผิดสเป็กในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยรัฐมนตรี '2 ส' ที่มีชื่อเอี่ยวอยู่ด้วยนั้น ล้วนอยู่ในเครือข่ายของรัฐบาลทักษิณทั้งนั้น ซึ่งเรื่องได้เงียบหายไป เอาผิดกับใครไม่ได้

แหล่งข่าวในวงการรับเหมารายหนึ่ง ให้ข้อคิดว่า 'หากมีการสาวลึกลงไปถึงงานประมูลในอดีต ทั้ง กทม.และสุวรรณภูมิ อาจมีฟาดหางไปถึงอิตาเลียนไทยอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนี่ก็ใกล้ยื่นประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้ว (บางซื่อ-บางใหญ่) ในต้นเดือนสิงหาคมนี้'

แล้วสายสีม่วงก็เป็นโครงการที่ 'เปรมชัย' มั่นใจมาก

'แต่ถ้าเจบิกเกิดแบล็กลิสต์นิชิมัตสึขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น นี่คือปัญหา ในเมื่อ อิตาเลียนไทยเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย'

ถึงเวลานั้น 'อิตาเลียนไทย' คงต้องเหนื่อยอีกรอบ !

เหนื่อยเหมือนวันที่เคยช่วยล้างอาถรรพ์ 40 ปี สนามบินหนองงูเห่าให้กับพรรคไทยรักไทยมาแล้ว

โดยกัดฟันยอมขาดทุนอะไรๆ ไปก่อน

แล้วค่อยมาตกลงอะไรๆ กันใหม่ทีหลัง

ประชาชาติธุรกิจ - วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4020 (3220) หน้า 17





*เสวนา : เขื่อนแก่งเสือเต้นจำเป็นต้องสร้าง?

โดย : กลุ่มนิสิตปริญญาโทสาขาพัฒนาชุมชน ปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ร่วมกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

จัดสัมมนาเชิงวิชาการ ในวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00 - 16.00 น.

ณ ห้อง 311 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

******************************************

13.00 – 13.05 น. กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย รศ.ดร.วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์

13.05 – 16.00 น. เสวนา เรื่อง “เขื่อนแก่งเสือเต้นจำเป็นต้องสร้าง?”
ผู้ร่วมเสวนา
- คุณหญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย*
- รศ.ดร.วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.
- คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- ผู้ร่วมเสวนาทุกคน เสวนาแบบโต๊ะกลม
ผู้ดำเนินการเสวนา - คุณจรินทร์ ณรงค์ฤทธิ์ นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาชุมชน มธ.

* อยู่ระหว่างการติดต่อ

ต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่
โทร 081-840-9173
โทรสาร : 02-573 0884
E-mail : tafs_th@yahoo.com


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:15:14 น.  

 
*เวทีเสวนา “ผู้ประกอบการสังคม” พลังความคิดใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก

วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐
ณ ห้องประชุม ชั้น ๙ ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

*****************************************

๑๓.๐๐-๑๓.๓๐ ลงทะเบียน
๑๓.๓๐-๑๓.๔๕ อโชก้ากล่าวต้อนรับและเชิญคุณปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานงานเปิดตัวหนังสือ และกล่าวเกี่ยวกับ ผู้ประกอบการสังคม ว่าคือใคร ทำอะไร สำคัญอย่างไร และหนังสือ
๑๓.๔๕ อโชก้าแนะนำปาฐกคนแรกและนำเสนอ VRT เกี่ยวกับแจ๊ค ซิม ประมาณ ๓ นาที
๑๓.๕๐-๑๔.๐๕ Jack Sim ผู้ก่อตั้ง World Toilet Organization (WTO) กล่าวเกี่ยวกับการประกอบการสังคม
๑๔.๐๕ อโชก้าแนะนำปาฐกคนที่สองและนำเสนอ VRT เกี่ยวกับ Andreas ราว ๓ นาที
๑๔.๑๐-๑๔.๒๕ Andreas Heinecke ผู้ออกแบบ Dialogue in the Dark exhibition กล่าวเกี่ยวกับการประกอบการสังคม
๑๔.๒๕-๑๕.๐๐ ช่วงถาม-ตอบ
๑๕.๐๐ อาหารว่าง
๑๕.๑๕ อโชก้ากล่าวแนะนำการเสวนาหัวข้อเรื่อง และแนะนำผู้ดำเนินรายการ ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ
๑๕.๒๐-๑๗.๐๐ การเสวนาเรื่อง “ผู้ประกอบการทางสังคม พลังความคิดใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก” โดย
คุณกิติรัตน์ ณ ระนอง สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา
คุณศรีศักดิ์ ไทยอารี ผู้อำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ
ดำเนินรายการโดย ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
๑๗.๐๐-๑๗.๓๐ ช่วงถาม-ตอบ

สำรองที่นั่งและเข้าร่วมกิจกรรมฟรีที่
สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา โทรศัพท์ ๐๒๒ ๒๒๕ ๖๙๘, ๐๒๖ ๒๒๐ ๙๕๕ โทรสาร ๐๒๖ ๒๒๓ ๒๒๘
อีเมล publishers@suan-spirit.com เว็บไซต์ http://www.suan-spirit.com




*การกราบจาริกแสวงบุญกับการสืบสานประเพณีดั้งเดิมในโลกสมัยใหม่

วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุม ๑๐๑ ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

กำหนดการ
๑๓.๐๐-๑๓.๓๐ น. ลงทะเบียน
๑๓.๓๐-๑๓.๔๕ น. อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวเปิด
๑๓.๔๕-๑๓.๕๐ น. สำนักพิมพ์สวนเงินมีมากล่าวแนะนำหนังสือ “แทบธุลีดิน”
๑๓.๕๐-๑๔.๐๐ น. ชมเทปบันทึกรายการ “เรื่องจริงผ่านจอ” ตอน “การกราบจาริกแสวงบุญ” ของ กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (ฉบับตัดต่อใหม่)
๑๔.๐๐-๑๔.๒๐ น. ความในใจจากสหายธรรมและเบื้องหลังของ “แทบธุลีดิน” โดย มิว เยินเต็น และ วรวรรณา เพ็ชรกิจ
๑๔.๒๐-๑๖.๐๐ น. เสวนา “การกราบจาริกแสวงบุญกับการสืบสานประเพณีดั้งเดิมในโลกสมัยใหม่”
วิทยากร :
๑ กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (ประธานมูลนิธิพันดารา)
๒ เชน สุวิกะปกรณ์กุล (เจ้าของสำนักพิมพ์ Serindia Publications)
๓ อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ (ผู้ผลิตรายการ “เรื่องจริงผ่านจอ”)
ดำเนินรายการโดย : จิตกร บุษบา

พร้อมชมหนังสือและอุปกรณ์ประกอบศาสนพิธีของพุทธศาสนาธิเบตวัชรยาน และการเปิดตัวหนังสือ “แทบธุลีดิน : ๑๘ วัน ๘๐ กิโลเมตร กับการจาริกแสวงบุญบนหลังคาโลก” บันทึกโดย กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

องค์กรร่วมจัด
มูลนิธิพันดารา โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

สำรองที่นั่งและเข้าร่วมกิจกรรมฟรีที่
สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา โทรศัพท์ ๐๒๒ ๒๒๕ ๖๙๘, ๐๒๖ ๒๒๐ ๙๕๕ โทรสาร ๐๒๖ ๒๒๓ ๒๒๘
อีเมล publishers@suan-spirit.com เว็บไซต์ http://www.suan-spirit.com


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:15:36 น.  

 
*กทม.จัดสัปดาห์เมืองพี่เมืองน้อง 29-31 ก.ค.

วันที่ 22 กรกฎาคม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงว่า วันที่ 29-31 กรกฎาคมนี้ กทม.จะจัดงานสัปดาห์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister Cities Week 2008 Friendship and Affinity Forever) ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หลังจากที่ กทม.ได้ลงนามความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ 14 เมือง จาก 13 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา กรุงปักกิ่ง และเมืองเฉาโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย กรุงมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กรุงแอสตาน่า ประเทศคาซักสถาน เมืองฟุกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมมือพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม




*ทดสอบ วันนี้...ได้ดื่มน้ำ (สะอาด) พอแล้วหรือยัง?

เป็นคำถามของชื่อเรื่อง ที่คงเตะตาต้องใจ คนรักสุขภาพหลายๆ คน? ทุกวันนี้น้ำดื่มบรรจุขวด หรือน้ำก๊อกที่โฆษณา ประกาศกันเจื้อยแจ้วว่า สะอาดให้ดื่มได้นั้น ...แล้ว 'น้ำสะอาด' มีคุณสมบัติอย่างไร? ที่มีตรารับรองคุณภาพ นั่นจริงหรือไม่?

*โจทย์นี้ มีคำตอบจาก น.ส.ธนัชชา ผาติพงศ์-บุ๋ม นักเรียนมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนศรียุณยานนท์ จ.นนทบุรี เจ้าของความคิดทดลองตรวจคุณภาพน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเธอทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง 'การตรวจคุณภาพทางจุลชีววิทยาของน้ำดื่มบรรจุขวด' ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

งานนี้บุ๋มทำการทดสอบในน้ำ 14 ตัวอย่าง (ยี่ห้อ) ตรวจหาปริมาณแบคทีเรียคลอลิฟอร์ม กลุ่มที่มีในน้ำและอาหาร หากปนเปื้อนก็จะก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ใช้วิธีการหา most probable number (MPN) เป็นจำนวนสูงสุดของจุลินทรีย์ที่อาจมีได้ในตัวอย่าง เป็นหลักการทางสถิติ multiple-tube technique โดยเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์จากตัวอย่างในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว ที่ต้องการประเมินจำนวน เป็นจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่และสามารถเจริญได้ในอาหารที่ใช้เลี้ยงเชื้อเท่านั้น

การทดสอบนี้ทำ 3 ครั้ง แต่ละครั้งเว้นระยะการสุ่มเก็บตัวอย่างห่างกัน 1 เดือน

*ปรากฏผลว่า มีจำนวนจุลินทรีย์แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง และพบคลอลิฟอร์มต่างกัน ซึ่งไม่สามารถกำหนดแนวโน้มที่แน่นอนได้ ขึ้นอยู่กับตัวอย่างน้ำในแต่ละเดือนนั้นมาจากการผลิตคนละรอบ หากไม่ได้ควบคุมมาตรฐานเดียวกัน จะทำให้คุณภาพน้ำต่างกัน

ข้อสังเกตจากการทดลองนี้ มีน้ำดื่มบรรจุขวดจากตัวอย่าง 3 ยี่ห้อ ที่มีสุขาภิบาลที่ดี คุณภาพได้มาตรฐาน จัดเป็นน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับบริโภค ส่วนอีก 11 ตัวอย่าง แม้ตรวจในบางครั้งไม่พบคลอลิฟอร์ม แต่มีจำนวนของจุลินทรีย์ทั้งหมดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานของน้ำดื่ม ไม่จัดว่าเป็นน้ำดื่มมีคุณภาพดี

ข้อสังเกตอีกอย่างคือ น้ำดื่มบรรจุขวดทั้งชนิดบรรจุภัณฑ์ใสและขุ่นมีโอกาสพบแบตทีเรียคลอลิฟอร์ม และจำนวนจุลินทรีย์เกินเกณฑ์มาตรฐาน จึงไม่สามารถบอกได้ว่าน้ำดื่มบรรจุขวดจากบรรจุภัณฑ์ชนิดใดมีคุณภาพดีกว่ากัน

สรุปว่า น้ำดื่มบรรจุที่เรามองเห็นว่าใสสะอาดไม่ต่างกันนั้น แม้แต่น้ำดื่มยี่ห้อเดียวกัน ยังมีคุณภาพแต่ละขวดไม่เท่ากัน โครงการทดสอบของธนัชชา ถือเป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้บริโภค และใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์มาตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

สรุปเรื่อง..กับข้อคิดว่า แน่ใจหรือไม่ น้ำที่เราดื่ม สะอาดพอแล้วหรือยัง?

มติชนออนไลน์ - วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11092 หน้า 26




*จาก Stackelberg model สู่กรุงเทพเมืองอินเทอร์เน็ต

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ความเร็วเชื่อมต่อ 64 กิโลบิตต่อวินาที (kbps) ฟรี เป็นจำนวนกว่า 15,000 จุดบนถนน 10 สายหลักของกรุงเทพฯ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างในใจกลางเมืองของกรุงเทพ โดยก่อนที่จะใช้บริการได้นั้นต้องไปขอรับบัตรอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi Card) ทางอินเทอร์เน็ตหรือที่จุดประชาสัมพันธ์ของห้างสรรพสินค้าหรือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

หากยกเว้นความเร็วเชื่อมต่อที่ค่อนข้างต่ำ ข่าวนี้เป็นที่น่ายินดีของชาวไซเบอร์ (Cyber) ในกรุงเทพฯ ที่จะสามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้ฟรี ยิ่งไปกว่านั้น หากการบริการในการขอรับ Wi-Fi Card สะดวกรวดเร็วและคุณภาพของสัญญาณมีเสถียรภาพด้วยแล้ว จะยิ่งดีขึ้นไปอีก

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในการที่คนกรุงเทพฯจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี แต่สำหรับประเด็นที่กรุงเทพมหานครทำข้อตกลงกับบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น เพียงบริษัทเดียว ผมคิดว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด โดยผมจะอธิบายผ่านแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ และจากนั้นจะขอกล่าวถึงข้อเสนอบางประการที่น่าจะทำให้ชาวกรุงเทพได้ประโยชน์มากกว่าในระยะยาว

โดยธรรมชาติ เป้าหมายของธุรกิจคือการทำกำไรสูงสุด และปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งในการเพิ่มกำไรคืออำนาจตลาดของบริษัท ทุกบริษัทจึงพยายามสร้างอำนาจตลาดทั้งในทางสร้างสรรค์ เช่น การทำให้คุณภาพสินค้าดีกว่าคู่แข่ง หรือใช้วิธีการทางอ้อมเพื่อทำให้ตนเองมีอำนาจผูกขาด

วิธีการหนึ่งในการสร้างอำนาจตลาดในทางอ้อม คือ กลยุทธ์ “มาก่อนได้ก่อน” (First come, First served) คือ เป็นการกันไม่ให้คู่แข่งเข้าสู่ตลาดด้วยการชิงเป็นเจ้าแรกในสินค้าชนิดนั้น หรือชิงพื้นที่นั้นก่อน

โดยปกติในตลาดสินค้าที่มีบริษัทแข่งกันอยู่สองราย (Duopoly) หากทั้งสองรายนั้นไม่คิดจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งแล้ว บริษัทเหล่านี้จะจำกัดปริมาณการผลิตของตนไว้ที่ระดับหนึ่งเพื่อจะทำให้สินค้าในตลาดมีปริมาณน้อยและทำให้สินค้าดังกล่าวมีราคาสูง ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ผลิตทั้งสองรายจะมีกำไรมากกว่าการผลิตสินค้าจำนวนมากและจำหน่ายสินค้าตัดราคากันแบบสะบั้นหั่นแหลก เพราะถึงแม้ว่าจะทำให้มียอดขายมากขึ้น แต่จะทำให้บริษัทของตนเจ็บตัวจากการที่ได้กำไรลดลง

แต่แบบจำลอง Stackelberg ได้อธิบายตลาดประเภทนี้ในอีกกรณีหนึ่งว่า หากเหตุการณ์กลับกลายเป็นว่ามีบริษัทหนึ่งได้โอกาสเข้ามาในธุรกิจเป็นรายแรก และคาดว่าจะมีบริษัทอื่นตามเข้ามาแข่งในภายหลัง บริษัทที่เข้ามารายแรก (leader) จะกำหนดปริมาณการผลิตสินค้าของตนให้มากกว่ากรณีที่ผมได้กล่าวในย่อหน้าที่แล้ว ซึ่งทำให้บริษัทที่เข้ามาใหม่ (follower) ไม่กล้าผลิตแข่งในปริมาณที่มากเกินไป เพราะหากผลิตแข่งจนกระทั่งราคาสินค้าลดลง บริษัทที่มาใหม่จะเจ็บตัวไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้นทุนคงที่ (fix cost) ในการเข้าตลาดครั้งแรกสูงด้วยแล้ว ผู้ผลิตรายใหม่อาจจะไม่กล้าเข้ามาแข่งด้วยซ้ำไป

ด้วยปริมาณการผลิตที่มากกว่าเดิมและราคาที่ยังคงสูงอยู่ จึงทำให้บริษัทที่เป็น leader ได้กำไรมากกว่ากรณีที่เข้าตลาดพร้อมกับเจ้าอื่น ดังนั้นหากเป็นไปได้ ทุกบริษัทจึงอยากจะเข้าสู่ธุรกิจเป็นรายแรก พร้อมทั้งยอมลงทุนเพื่อการผลิตในระดับใหญ่ไว้ก่อน เพื่อเป็นการ “กันท่า” คู่แข่งไม่ให้เข้ามาแข่งได้สะดวก

แม้ข้อสรุปของแบบจำลองนี้จะใช้สมการคณิตศาสตร์ในการพิสูจน์ แต่ในโลกจริงก็มีธุรกิจมากมายที่ใช้กลยุทธ์เช่นนี้ ผมจะขอยกตัวอย่างหนึ่งที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัด คือการที่ห้างสรรพสินค้าไปตั้งอยู่นอกเมืองซึ่งดูเหมือนมีจำนวนประชากรและกำลังซื้อไม่เพียงพอ และดูเหมือนห้างสรรพสินค้าเหล่านี้ลงทุนเกินตัวที่สร้างห้างขนาดใหญ่อยู่ “กลางทุ่ง” เช่นนั้น แต่ห้างสรรพสินค้าเหล่านั้นยังยอมลงทุนอย่างใหญ่โตเพื่อ “จองพื้นที่” ไม่ให้ห้างอื่นเข้ามาตั้งแข่งเพื่อจะหวังกำไรในระยะยาว ซึ่งจะเห็นได้ว่าห้างเหล่านั้นตั้งอยู่ได้นับ 10 ปีโดยปราศจากห้างอื่นมาตั้งแข่งในบริเวณใกล้เคียง (กรณี Discount Store ไม่สามารถใช้แบบจำลองนี้อธิบายได้ เนื่องด้วยกลยุทธ์ที่จำเป็นต้องเน้นการเพิ่มสาขาเพื่อเพิ่มยอดขายซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง)

แม้เวลานี้คนกรุงเทพฯจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี แต่การลงทุนในการติดตั้งจุดส่งสัญญาณและการดำเนินการให้บริการนั้นล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น ทำให้ผมเชื่อว่าในอนาคตการให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi คงไม่ฟรีแน่นอน เพียงแต่ว่าวิธีการเก็บค่าบริการอาจจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างเพื่อการให้บริการ Wi-Fi ฟรีในปัจจุบันสามารถนำไปใช้เพื่อธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi แบบที่ต้องเสียค่าบริการในอนาคตได้ด้วย และหมายความว่าจุดส่งสัญญาณ Wi-Fi ถึงกว่า 15,000 จุดในพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ จะถูกครอบคลุมโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi เพียงรายเดียวเท่านั้น

เป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายหนึ่งลงทุนไว้มากเช่นนี้ อาจทำให้ข้อทำนายของแบบจำลอง Stackelberg เป็นจริง กล่าวคือทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายอื่นไม่กล้าเข้ามาลงทุนแข่งในระดับที่ทัดเทียมกัน เพราะกลัวว่าจะเจ็บตัวจากการทำสงครามแย่งลูกค้าให้ได้เต็มตามศักยภาพของโครงสร้างที่ลงทุนไป ซึ่งคงไม่คุ้มที่จะลงทุนเนื่องจากสุดท้ายจะได้ผลกำไรน้อยกว่าที่ได้ลงทุนไป

หากดูเผิน ๆ การมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแข่งกันไม่กี่รายจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในกรุงเทพฯ แต่ความจริงแล้วโครงสร้างการแข่งขันในตลาดเป็นตัวกำหนดผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว

หากตลาดสินค้าชนิดใดมีการแข่งขันมากขึ้น ผู้บริโภคย่อมได้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากว่าหากมีผู้ผลิตจำนวนมากเข้ามาในตลาดพร้อม ๆ กัน ผู้ผลิตแต่ละรายจะต้องแข่งกันลดราคาลงมาเพื่อดึงลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเดิมไว้ ในตลาดของอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน การมีผู้ให้บริการหลายรายเข้ามาแข่งขันกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ย่อมทำให้อัตราค่าบริการของอินเทอร์เน็ตถูกลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากกว่าการที่มีผู้ให้บริการรายเดียวเข้ามาลงทุนก่อนเจ้าอื่น

ผมจึงเห็นว่า การที่กทม. ร่วมมือกับบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในกรุงเทพฯนั้น ในการขยายโครงการครั้งต่อไป กทม.ควรนำผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi หลายรายเข้ามาร่วมให้บริการ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนกรุงเทพได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการที่มีจุดให้บริการมากขึ้นและหลากหลายขึ้นแล้ว ยังเป็นการรับประกันว่าโครงสร้างของตลาดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ในอนาคต ซึ่งคงจะต้องมีการเก็บค่าบริการนั้น จะมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งจะทำให้อินเทอร์เน็ต Wi-Fi มีค่าบริการที่ถูกกว่ากรณีที่มีผู้นำตลาดเพียงรายเดียว ยกเว้นกรณีที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายอื่นไม่ยินดีเข้าร่วมโครงการก็คงเป็นเรื่องสุดวิสัย ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

แม้เป็นเรื่องที่ดีที่กรุงเทพมหานครทำให้ประชาชนมีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ต Wi-Fi ได้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี แต่ผมก็ขอเสนอข้อปรับปรุงในการดำเนินนโยบายเพื่อปกป้องสิทธิของคนกรุงเทพฯ ในระยะยาวด้วยครับ

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่17 กรกฎาคม 2551


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:15:57 น.  

 
*ฮือฮาควายน้ำทะเลน้อยพัทลุง

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พัทลุง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตนในฐานะส.ส.จังหวัดพัทลุง เตรียมจะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับการจัดการควายฝูงหนึ่งมีจำนวน 4,334 ตัว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง ชาวบ้านในแถบนั้นเรียกกันทั่วไปว่า ควายน้ำ แต่เดิมเป็นควายบ้านที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงไว้ในบริเวณนี้ แต่ก็ปล่อยเลี้ยงตามยถากรรม ทำให้มีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นจนควายรุ่นใหม่กลายเป็นเหมือนควายป่าไปแล้ว มีลักษณะพิเศษคือในช่วงฤดูน้ำหลากแม่ควายจะให้ลูกควายเอาคางเกยหลังว่ายน้ำไปยังที่ต่างๆ นอกจากนี้วิธีการหาอาหารของควายฝูงนี้ก็ไม่เหมือนควายป่า หรือควายบ้านทั่วไป คือ ควายตัวโตสามารถดำน้ำ โดยใช้ขาหลังชี้ขึ้นฟ้า ส่วนหัวดำลงไปใต้น้ำเพื่อหาหญ้ากิน ส่วนลูกควายนั้นจะดำน้ำลงไปทั้งตัวเพื่อหาหญ้าใต้น้ำกิน การดำน้ำแต่ละครั้งลูกควายสามารถทำได้ค่อนข้างนาน

*'ผมคิดว่าหากมีการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีแล้ว น่าจะทำให้ทะเลน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะไม่เคยเห็นว่าในภูมิภาคเอเชียจะมีสัตว์ หรือควายลักษณะนี้ให้เห็นอีกแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ พื้นที่เขตห้ามล่าฯ นั้นเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถนำสัตว์เข้าไปเลี้ยงได้ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้มีการประกาศให้ทะเลน้อยเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตั้งแต่ปี 2535 แต่ชาวบ้านอ้างว่านำควายฝูงนี้มาเลี้ยงก่อนหน้านั้น และควายมีการสืบพันธุ์ออกลูกหลาน จากเดิมมีแค่ 500 ตัว กลายเป็นจำนวนสี่พันกว่าตัวในปัจจุบัน' นายนริศกล่าว และว่า จากปัญหาดังกล่าวหลายฝ่ายจึงคิดกันว่า ควรจะนำปัญหานี้มาช่วยกันแก้ไข เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ควายฝูงนี้เป็นทรัพยากรระดับชาติ เพราะไม่มีที่ไหนอีกแล้ว มีที่นี่แห่งเดียวในประเทศ ตอนนี้จึงหารือกันว่าจังหวัดควรจะซื้อควายฝูงดังกล่าวไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้ควายเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยต่อไปน่าจะดี

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6444 ข่าวสดรายวัน หน้า 14





*ที่แท้ 'แอปเปิล' ปอดใหญ่ถึงได้เน่ายากกว่า 'ลูกแพร์'



'แอปเปิล' ผลไม้คู่ใจฝรั่งนักเดินทาง สร้างความสงสัยให้นักวิทยาศาสตร์มายาวนานว่าไฉนผลไม้ชนิดนี้จึงเน่าเสียยากกว่าชนิดอื่นๆ หลายเท่านัก จึงนำไปเปรียบเทียบกับ 'ลูกแพร์' เพื่อหาทางให้อยู่ได้นานเหมือนแอปเปิล พบโครงสร้างภายในแอปเปิลมีโพรงใหญ่กว่าลูกแพร์ อากาศถ่ายเทสะดวก เซลล์ได้รับออกซิเจนเต็มที่ ทำให้คงความสดหลังการเก็บเกี่ยวได้นานกว่า

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของคาทอลิกยูนิเวอร์ซิตีออฟลูเวน (Catholic University of Leuven) เมืองลูเวน ประเทศเบลเยียม ใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์ประสิทธิภาพสูง ในการศึกษาโครงสร้างภายในของแอปเปิลและแพร์ เพื่อไขข้อข้องใจว่าทำไมผลแพร์ถึงเน่าเสียได้ง่ายมากกว่าแอปเปิล แล้วนำผลการทดลองไปพัฒนาวิธีเก็บรักษาเพื่อยืดอายุผลไม้ โดยได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร แพลนท์ ฟิซิโอโลจี (Plant Physiology)

นักวิจัยนำลูกแพร์และแอปเปิล ไปทดลองที่ศูนย์ซินโครตรอนแห่งยุโรป (European Synchrotron Radiation Facility: ESRF) เมืองเกรโนเบิล ประเทศฝรั่งเศส เครื่องฉายรังสีเอ็กซ์ประสิทธิภาพสูง ทำให้นักวิจัยสามารถเห็นภาพ 3 มิติ ภายในผลแอปเปิลและแพร์ พบว่าโครงสร้างภายในของลูกแพร์ เป็นช่องขนาดเล็กๆ ที่เชื่อมถึงกัน (micro-channel) โดยที่อากาศไม่สามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวก ขณะที่โครงสร้างภายในผลแอปเปิลมีลักษณะเป็นโพรง (cavity) ที่ให้อากาศผ่านได้ง่ายกว่าลูกแพร์

โดยปกติแล้วภายหลังการเก็บเกี่ยว ผลไม้ทุกชนิดจะต้องการออกซิเจนมาใช้ในกระบวนการหายใจของเซลล์ เพื่อสร้างน้ำตาลและพลังงานเลี้ยงเซลล์ ให้เซลล์สามารถคงความสดไว้ได้อยู่ แต่ถ้าหากว่าออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงใจกลางผลไม้ได้ ผลไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำ ช้ำ และเน่าเสียในที่สุด

'พวกเราเคยรู้มาก่อนแล้วว่า แอปเปิลแต่ละชนิดมีความหนาแน่นต่างกัน ซึ่งก็แสดงว่าภายในผลแอปเปิลมีปริมาณโพรงอากาศไม่เท่ากันด้วย ขณะเดียวกันนักวิจัยก็รู้ด้วยว่า ภายในผลลูกแพร์มีช่องว่าง ให้อากาศผ่านเข้าไปน้อยกว่าแอปเปิลหลายเท่า' เพียเทอร์ แวร์โบเวน (Pieter Verboven) หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว

ทั้งนี้เขาได้ข้อสังเกตจากการที่ลูกแพร์จมน้ำ ขณะที่แอปเปิลลอยน้ำ แต่ว่าก็ยังไม่มีใครรู้ว่าทั้งผลแอปเปิลและลูกแพร์มีโครงสร้างที่แท้จริงเป็นอย่างไร

ทว่า ตอนนี้นักวิจัยรู้แล้วว่า เนื้อเยื่อของผลแอปเปิล มีลักษณะเป็นโพรงที่ไม่เป็นระเบียบ ส่วนเนื้อเยื่อของลูกแพร์มีลักษณะเป็นช่องเล็กๆ พร้อมทั้งสามารถอธิบายกลไกการแลกเปลี่ยนก๊าซ การหายใจ และกระบวนการหมักที่เกิดขึ้นภายในผลไม้ดังกล่าวได้

ภายในผลแอปเปิลที่มีน้ำอยู่ไม่มาก ช่วยให้ก๊าซไหลผ่านได้อย่างช้าๆ แต่ช่องขนาดเล็กมากๆ ของลูกแพร์ ทำให้เกิดกระบวนการต่างๆ ดังกล่าวได้ไม่ดีเท่ากับโพรงที่ใหญ่กว่าของแอปเปิล ออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปถึงใจกลางผลได้ และยังทำให้เซลล์ลูกแพร์เกิดกระบวนการหายใจในอัตราที่เร็วกว่าของแอปเปิลด้วย

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกับลักษณะทางกายภาพ และกลไกทางชีวเคมีของผลไม้ เพื่อปรับปรุงวิธีการและสภาวะในการเก็บรักษาผลไม้ให้อยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น เช่น อาจเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในบริเวณที่เก็บรักษาลูกแพร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังไม่กระจ่างชัดในเรื่องของกระบวนการพัฒนาของผลไม้ เพื่อให้เกิดเป็นช่องที่อากาศไหลผ่านได้ และทำไมแอปเปิลจึงเป็นโพรง แต่ลูกแพร์เป็นช่องเล็กๆ ซึ่งเล็กเกินกว่า ที่จะยอมให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปถึงใจกลางผลได้โดยง่าย.





*“ชั่ง-ตวง-วัด” ใครว่าไม่สำคัญ ?'

ใครที่ไปจ่ายตลาดบ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอปัญหาตาชั่ง 'ชั่งขาด' เลยคงเป็นเรื่องแปลก แต่ใครจะแคร์กับ 'ส้ม' ที่ชั่งขาดไปบ้าง-อย่างมากก็ไม่เกินขีด... แต่คงไม่มีใครยอมแน่ ถ้าสินค้าที่ว่าเป็น 'ทองรูปพรรณ' ที่ตกหล่นไปแม้เพียงกรัมเดียวก็หมายถึงเงินนับพันที่ขาดหายไปด้วย!

ความสำคัญของการ “ชั่ง-ตวง-วัด” ที่ถูกต้องแม่นยำจึงเริ่มปรากฏให้เห็นรำไร เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพสินค้าและปริมาณเงินในกระเป๋าสตางค์อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนเชื่อไป... ให้ลองมาสำรวจกันก่อนว่า “การชั่ง-ตวง-วัด” มีความสำคัญจริงดังอ้างหรือไม่?

'วัด' สำคัญไฉน?

ศัพท์แรกๆ ที่เห็นจะต้องรู้จักจึงไม่พ้น “การวัด” (Measurement) ที่หมายถึง “การกระทำเพื่อตัดสินค่าของปริมาณ” ที่ไม่ต้องบอกก็คงทราบกันดี โดยการวัดเป็นกิจกรรมที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปีก่อนคริสตกาลเมื่อครั้งกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณเกณฑ์คนมาสร้างพีรามิด แถม “การวัด” ยังได้คลุกคลีกับมนุษย์มาตั้งแต่แรกเกิดบนตาชั่งห้องคลอดของโรงพยาบาลจนถึงมือสัปเหร่อวัดหีบศพเมื่อเจ้าของเรือนร่างเสียชีวิต

แม่ค้าผลไม้ชั่งน้ำหนักส้มก่อนส่งให้ลูกค้า ครูวัดส่วนสูงของเด็กๆ ในการตรวจสุขภาพประจำปี แพทย์วัดปริมาณสารแปลกปลอมในเลือดผู้ป่วย ช่างฟิตวัดความดันยางรถลูกค้า ตำรวจจราจรบังคับนักซิ่งเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ นักวิทยาศาสตร์การอาหารตรวจวัดปริมาณแบคทีเรียในโยเกิร์ตเพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพ นักธรณีวิทยาวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเพื่อคาดการณ์ถึงอันตรายที่คืบคลานมาใกล้ในอนาคต ฯลฯ เหล่านี้เป็นเพียง “หยิบหนึ่ง” ของการวัดที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเท่านั้น

ศัพท์คำต่อมาที่ควรรู้จัก คือ “การสอบเทียบ” (Calibration) ที่พูดให้ง่ายก็คือ “การทำให้ค่าการวัดของเครื่องมือวัดที่ใช้งานจริง (อาทิ ไม้บรรทัด ตาชั่ง สายวัดตัว ฯลฯ) มีความแม่นยำตรงกับค่าการวัดที่ได้รับการยอมรับระดับสากล” ซึ่งพ่วงไปยังศัพท์คำที่สามคือ “ความสามารถในการสอบกลับได้” (Traceability) หรือก็คือ “การอ้างอิงการวัดไปสู่มาตรฐานแห่งชาติ”

...พูดได้ว่า หากโลกไม่มีการสอบเทียบแล้ว ก็คงไม่ผิดอะไรที่ทุกคนบนโลกจะสถาปนาค่าของปริมาณของสิ่งของรอบตัวได้โดยไม่ต้องสนใจใคร แต่ค่าที่กำหนดขึ้นก็จะเป็น “ค่า” ของเขาเพียงผู้เดียว ไม่มีใครรู้เห็นด้วยหรือแม้แต่จะให้การยอมรับ “1 กิโลฯ” ของพ่อค้าขายปลาจึงอาจไม่เท่ากับ “1 กิโลฯ” ของแม่ค้าขายผัก... เรื่องนี้ผู้คนในแวดวงการค้าและอุตสาหกรรมต่างทราบกันดีถึงผลเสียที่เกิดขึ้น

เราโดนตีกลับเพราะมันสั้นไปมิลนึง!

“เราเคยส่งชิ้นส่วนรถยนต์ไปประเทศตุรกี แล้วถูกตีกลับมาเพราะว่ามันสั้นไปมิลนึง กรณีที่จะกลัวกันมากในวงการคือการรีคอลล์รถที่ส่งไปขายทั่วโลกกลับมาเมื่อพบความผิดพลาด บางทีก็เสียหายเป็นร้อยๆ ล้าน” เด่นศักดิ์ นวรัตนไพบูลย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกวางแผนองค์กร บ.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด ส่ายหน้าเป็นเชิงย้ำถึงความสำคัญของการชั่ง-ตวง-วัด หรือ “ระบบมาตรวิทยา” (Metrology) ของประเทศ

สำหรับ บ.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด แล้ว ถือเป็นผู้รับจ้างผลิตชิ้นส่วนและตัวถังรถยนต์ให้แก่ค่ายรถชั้นนำรายสำคัญ เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2529 จนปัจจุบันก็ย่างเข้าปีที่ 22

ความสำคัญของ “การวัด” จึงมีผลต่อชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีมิติความกว้าง ยาว และหนา ได้ขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ ชนิดที่ว่าการทำแม่พิมพ์แต่ละชิ้นจำเป็นต้องได้ขนาด “เป๊ะ” หากขาดหรือเกินไปเพียงเล็กน้อย บทเรียนข้างต้นก็เป็น “ประจักษ์พยาน” ให้เห็น

ไม่แปลกถ้าจะบอกว่า บ.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด จึงเป็นหนึ่งในเอกชนกว่า 130 แห่งทั่วประเทศที่เปิดห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือวัดเป็นของตัวเอง เพื่อลดต้นทุนนับล้านบาทต่อการสอบเทียบเครื่องมือวัดทั้งหมดในแต่ละครั้ง และเป็นที่น่ายินดีที่กำลังยื่นเรื่องขอใบรับรองสอบเทียบมาตรฐาน ISO 17025 เร็วๆ นี้ด้วย

“เครื่องจักรที่ใช้ผลิตทุกเครื่องทุกจุดมันจะต้องเป็นเครื่องวัดไปในตัว เรามีเครื่องจักรขนาดเล็กประมาณ 2,000 เครื่อง การทำแล็บสอบเทียบเองจึงคุ้ม ลดต้นทุนได้มากเมื่อเทียบกับส่งไปสอบเทียบที่อื่น” รัตศิรินทร์ เสาสวย ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพ แผนกบริการสอบเทียบของบริษัทเผย

มาถึงจุดนี้ หลายคนคงรู้สึกว่าการวัดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขึ้นมาทันใด เพราะเริ่มเห็นว่าความคลาดเคลื่อนที่ปริ่มๆ ขีดความสามารถของประสาทสัมผัสมนุษย์จะสัมผัสได้ชักจะมีผลเสียเกินคาด แต่ตัวอย่างของ บ.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด ก็เป็นเพียงน้ำจิ้มเมื่อเทียบกับห้องปฏิบัติการสอบเทียบของ บ.ไดเมนชั่น แคลิเบรชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ที่เข้าขั้น “เฮี้ยบสุดๆ”

แค่อุณหภูมิเปลี่ยน การวัดก็เปลี่ยนตาม!

ชัชพล จิโรจจาตุรนต์ กรรมการผู้จัดการ บ.ไดเมนชั่น แคลิเบรชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด และนายกสมาคมห้องปฏิบัติการสอบเทียบแห่งประเทศไทย บอกว่า ห้องแล็บสอบเทียบของบริษัทต้องควบคุมปัจจัยต่างๆ อย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้การวัดคลาดเคลื่อน

เช่น “อุณหภูมิห้อง” ที่หากเพิ่มขึ้นด้วย “อุณหภูมิร่างกาย” จากผู้ปฏิบัติงานที่มากเกินไปก็อาจทำให้ค่าความยาวของวัตถุที่วัดเปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่งในพันล้านส่วนของเมตร หรือ “นาโนเมตร” การวัดแต่ละครั้งจึงจำเป็นต้องกระทำภายใต้การควบคุมอุณหภูมิห้องในระดับที่เหมาะสม

“อุณหภูมิห้อง” ที่ว่านี้อาจเพิ่มขึ้นได้จากปัจจัยต่างๆ มากมายตั้งแต่สภาพของอากาศภายนอก เช่น อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ความชื้นที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงอุณหภูมิจากร่างกายผู้ปฏิบัติงานภายในห้อง แล็บ การวัดเครื่องมือโดยเฉพาะด้านมิติที่มีความละเอียดสูงๆ และ/หรือที่มีความยาวมากๆ หากไม่มีการควบคุมอุณหภูมิที่ดีและมีความเสถียรแล้วจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือนั้นใกล้เคียงกับความเป็นจริงหรือไม่

รวมถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากยานยนต์บนท้องถนนก็อาจทำให้ผลการวัดคลาดเคลื่อนได้ ชัชพลเผยว่าห้องแล็บสอบเทียบที่มีมาตรฐานอย่างย่อมๆ ใกล้นิคมอุตสาหกรรม จ.ชลบุรีของเขาจึงจำเป็นต้องมีเสาเข็มแยกออกจากส่วนอื่นๆ ของอาคาร และหล่อพื้นคอนกรีตหนา 1 เมตรเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก

“ความสั่นสะเทือนเป็นอุปสรรคในการวัดเป็นอย่างยิ่งในเครื่องมือวัดที่มีความละเอียดสูง ซึ่งมีความไวในการอ่านค่าสูงมาก ความสั่นสะเทือนจากสิ่งใดก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมได้จะทำให้มีความสั่นสะเทือนไปด้วย หากเกิดความสั่นสะเทือนขึ้นในระหว่างการวัดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่านั้นผิดพลาดไป” ชัชพลว่า

ไม่เพียงเท่านี้ กว่าจะได้ห้องปฏิบัติการดังกล่าว การออกแบบลักษณะของฐานรากยังได้มีการสำรวจลักษณะของพื้นที่และศึกษาคุณสมบัติของชั้นดินที่เจาะสำรวจไว้ล่วงหน้า การออกแบบทั้งหมดจึงทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรมนั่นเอง

เพราะมิฉะนั้นแล้ว เครื่องมือสอบเทียบมูลค่า 4-5 ล้านบาทก็จะให้ค่าความแม่นยำน้อยลงจนไม่ต่างเครื่องมือวัดเครื่องละหมื่นกว่าบาทตามโรงงานทั่วๆ ไป

เราวัดอะไรกันบ้าง?

แต่การสอบเทียบก็ใช่จะมีแต่การสอบเทียบด้านมิติ คือ วัดขนาดความกว้าง ยาว และหนา เพื่อให้ได้ค่าออกมาเป็นความยาว (Length) ซึ่งมีหน่วยเป็นเมตร (metre, m) เท่านั้น เพราะตามระบบการวัดสากล หรือหน่วยเอสไอ ยังมีหน่วยวัดพื้นฐานอีก 6 หน่วยด้วยกันคือ มวล (Mass) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม (kilogram, kg) เวลา (Time) มีหน่วยเป็นวินาที (second, s)

กระแสไฟฟ้า (Electric Current) มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (ampere, A) อุณหภูมิ (Temperature) มีหน่วยเป็นเคลวิน (kelvin, K) ความเข้มของการส่องสว่าง (Luminous Intensity) มีหน่วยเป็นแคนเดลลา (candela, cd) และปริมาณของสาร (Amount of Substance) มีหน่วยเป็นโมล (mole, mol)

ขณะเดียวกัน การสอบเทียบยังครอบคลุมไปถึงการวัดค่าอื่นๆ ที่แตกย่อยไปจากหน่วยวัดสากลทั้ง 7 ด้วย เช่น ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ ความต่างศักย์ไฟฟ้าของระบบสายส่งไฟฟ้า และค่าความดังของเสียงจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นต้น

พล.อ.ต.ดร.เพียร โตท่าโรง ผอ.สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เผยว่า ทั้งหมดนี้มี มว.เป็นหน่วยงานผู้กุมบังเหียนระบบมาตรวิทยาของประเทศมาตั้งแต่ปี 2541 โดยการสอบเทียบและการทำให้มีความสามารถในการสอบกลับได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีความแม่นยำของการวัดเทียบเท่ากับความแม่นยำของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (BIPM) ประเทศฝรั่งเศส-มุ้งใหญ่ที่สุดในเรื่องการวัดของโลก ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี 2418 หรือกว่า 100 ปีก่อน

ทั้งนี้เพื่อให้ มว.นำค่านั้นๆ ไปถ่ายทอดต่อตามลำดับห่วงโซ่ของการสอบเทียบแก่ห้องปฏิบัติการสอบเทียบตามหน่วยงานรัฐและเอกชน ตลอดจนสำนักชั่งตวงวัด กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปใช้ในการวัดที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรงซึ่งมีความแม่นยำน้อยกว่าต่อไป

เครื่องวัดบ้านเราแค่ 5% ที่ผ่านการสอบเทียบ

“จากการที่เราสำรวจ พบว่าเรามีเครื่องมือวัดในประเทศประมาณ 8 ล้านชิ้น แต่มีที่ได้รับการสอบเทียบเพียง 4 แสนชิ้น หรือแค่ 5% ของเครื่องมือวัดทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้คุณภาพการผลิตในประเทศยังไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากเครื่องมือวัดไม่ได้รับการดูแลให้ได้มาตรฐาน” ผอ.มว.เผยถึงความสำคัญของมาตรวิทยาที่เขยิบเข้าใกล้ตัวผู้บริโภคอย่างเราๆ มากขึ้น

“เราก่อตั้งสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติในปี 41 ด้วยงบประมาณกว่า 3 พันล้านบาท เพราะเห็นความสำคัญของระบบมาตรวิทยาซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เหมือนกับค่าเงินบาทของไทยที่เราต้องทำให้เป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ โดยมาตรวิทยามีประโยชน์เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าของประเทศอย่างมหาศาล” เขาย้ำ

แต่ก็หาใช่ว่าก่อนการก่อตั้ง มว.เมื่อปี 2541 บ้านเราจะไม่มีหน่วยงานด้านนี้อยู่เลย แต่มีความพยายามก่อร่างสร้างตัวเรื่อยมา เช่น การตราพระราชบัญญัติชั่งตวงวัด พ.ศ.2466 การจัดตั้งศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยาภายในร่มสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในปี 2504 รวมถึงการเกิดขึ้นของโครงการมาตรวิทยาและการรับรองห้องปฏิบัติการในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ในอีก 5 ปีต่อมา

ถัดจากนั้นพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ.2540 ก็เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองกับกระแสการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศที่เข้ามากดดันให้แต่ละประเทศเข้มงวดในเรื่องมาตรฐานสินค้ามากขึ้น และสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติในร่มของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็ถือกำเนิดขึ้นในที่สุดเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2541

มาตรวิทยาแก้โลกร้อน!

ถ้าจะดึงมาใกล้ตัวคนทั่วๆ ไปจริงๆ มาตรวิทยายังมีความสำคัญในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศด้วย ทั้งการควบคุมคุณภาพของอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ที่ได้มาตรฐานและมีความเป็นธรรมในการซื้อขาย

ที่คาดไม่ถึง มาตรวิทยายังมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตรวจวัดคุณภาพแหล่งน้ำตามธรรมชาติ น้ำจากภาคการเกษตร และน้ำจากภาคอุตสาหกรรม การตรวจวัดคุณภาพของดินและการปนเปื้อนจากสารเคมี และการตรวจวัดปริมาณมลพิษในอากาศ ฯลฯ

“มาตรวิทยายังช่วยให้เราลดภาวะโลกร้อนได้ด้วย อย่างการประหยัดพลังงานในเตาเผาภาคอุตสาหกรรม หากมีการวัดอุณหภูมิหรือวัดความดันของแก๊สเชื้อเพลิงไม่ดี เราอาจต้องใช้เชื้อเพลิงมากเกินไป เป็นการเผาเงินทิ้งไม่รู้ตัว สินค้าที่ผลิตก็ไม่ได้คุณภาพ อีกทั้งยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกร้อน แต่หากมีการวัดที่ดี ก็จะมีการใช้เชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น ลดการเกิดภาวะโลกร้อนได้”

ส่ง 'วัด' เข้าโรงเรียน

และเพื่อทำให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรวิทยาเป็นที่รู้จักของสังคมมากยิ่งขึ้น พล.อ.ต.ดร.เพียร กล่าวว่า มว.ได้เดินหน้าจัดการอบรมครูทุกระดับในเรื่องมาตรวิทยาด้วย

อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ เปิดสอนวิชามาตรวิทยา

นอกจากนั้น มว.ยังมีความพยายามขยายการเรียนมาตรวิทยาไปสู่บทเรียนของนักเรียนชั้นประถมฯ มัธยมฯ และอาชีวศึกษาเพื่อวางรากฐานความเข้าใจตั้งแต่เด็กๆ โดยนายใหญ่จากบ้าน “มาตรวิทยา” หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นการเตรียมบุคลากรสู่ภาคการผลิตของไทยในอนาคต 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าต่อไป

สุดท้ายนี้ ความสำคัญของการชั่ง-ตวง-วัด คงได้ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นแล้ว และทำให้หลายคนเริ่มมั่นใจในสินค้าและบริการรอบตัวมากขึ้น...ต่อไป.

คลิกเพื่อรับชมวิดีโอตลอดจนสื่อประกอบเกี่ยวกับมาตรวิทยาแห่งชาติ
หน้าเว็บเพจ 'ศูนย์บริการความรู้'
หน้าเว็บเพจ 'สื่อประกอบเพื่อทำความรู้จักกับมาตรวิทยา'


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:16:20 น.  

 
*'เอาจริง พ.ร.บ.คอมพ์..พร้อมกันหรือยังพี่น้องงง..'

By wansa

*23 สิงหาคม 2551 จะเป็นวันครบกำหนดผ่อนผันการการบังคับใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ พ.ร.บ.อาชญากรรมคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง
งานนี้ ..ท่านว่าจับจริง แบบไม่มีเม้ม ไม่ว่าจะลูกใคร หลานใครก็ตาม ฉะนั้นขอย้ำกันอีกที สำหรับสาระวำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่ง
ผู้ที่ใช้บริการตามปกติจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ก็ขอให้ระมัดระวังเรื่องการฟอร์เวิร์ดเมล ซึ่งนับว่ามีความล่อแหลม โดยเฉพาะการส่งภาพลามกอนาจาร ภาพตัดต่อ หรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้อื่น
โดยหากได้รับข้อความ หรือรูปภาพจากผู้อื่นไว้ แต่ไม่ส่งต่อให้ใครก็ถือว่าไม่มีความผิด แต่ถ้าเมื่อใดมีการส่งข้อมูล หรือภาพที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ก็ถือว่ามีความผิดทันที และผู้ที่ทำการส่งต่อจะถือว่ามีความผิดทั้งหมด
ที่น่าปวดหัวที่สุดคงหนีไม่พ้นองค์กร หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้งานภายใน ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังถกเถียงกันไม่หยุดหย่อนว่า จะเก็บ Log File ยังไง เก็บแค่ไหน เก็บไว้ที่ไหน ให้เป็นคนเก็บ เก็บเพื่ออะไร และอีกสารพัด สารพันปัญหาชวนปวดหัว ซึ่งเป็นที่เชื่อว่า ทุกคำถามจะต้องหาคำตอบให้ได้จนถึงวันที่ 23 ส.ค.นี้
เมื่อเร็วๆนี้ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (ศตท.) จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านบอกว่า ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ปัญหาการหมิ่นประมาทื่ทางออนไลน์ และการพนันออนไลน์ รวมถึงเวบไซต์ลามกอนาจารที่ยังแพร่กระจายอยู่บนโลกไซเบอร์ เย้ายวน ชวนให้จับกันอยู่ทุกวี่วัน
ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่องค์กรผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ สืบให้ได้ว่า ผู้ใดเป็นคนเผยแพร่ข้อมูล มิฉะนั้นเกิดวันดีคืนดี มีกรณีขึ้นมา เจ้าหน้าที่มาขอตรวจสอบหาต้นตอผู้ส่ง หากองค์กรใดไม่มีข้อมูลให้ รับไปเลยโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ส่งตรงเข้าสู่ท้องพระคลัง กระทรวงการคลังสบายใจเฉิบ

แต่ท่านว่า ผู้ใช้ทั่วๆไปอย่างเราๆ ท่านๆก็อย่าได้นิ่งนอนใจไป คิดว่าท่องเน็ตจากร้านอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่ หรือจะซุกตัวอยู่ในที่นอน ออนไลน์จากโน้ตบุ๊ค ก็หาได้ไม่จะรอดตัวจากการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ หากว่าท่านท่องเน็ตอย่างเลินเล่อ ขาดสติ และความรับผิดชอบชั่วดี




*พรชัย นุชสุวรรณ นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ มีอำนาจ เสนอรมว.คลังปลดผู้ว่าฯหากเห็นว่าบกพร่อง

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้(29 ก.ค.)เป็นไปตามที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรมว.คลัง เสนอชื่อ'พรชัย นุชสุวรรณ'อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เป็นที่ เรียบร้อย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ส่วนกรรมการธปท.อีก 5 คน ประกอบด้วย นายจรุง หนูขวัญ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการธปท.,นายคณิศ แสงสุพรรณ ผอ.สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง,พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.,นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ผอ.สำนักงบประมาณ และนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด

คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยที่มี'พรชัย'นั่งประธานฯนั้น จะมีหน้าที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายต่างๆ ประกอบด้วยคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน คณะกรรมการระบบการชำระเงิน และคณะกรรมการนโยบายการเงิน

ขณะเดียวกัน ยังสามารถเสนอรมว.คลังพิจารณาให้ผู้ว่าการพ้นจากตำแหน่งหากเห็นว่า'บกพร่อง'ในหน้าที่อย่างร้ายแรงหรือหย่อนความสามารถ

*'พรชัย'เกิดเมื่อ 31 มีนาคม 2486 เป็นชาวกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัย แคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์การทำงาน เป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการในคณะกรรมการประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง กรรมการในคณะกรรมการนโยบายข้าว กระทรวงพาณิชย์

ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินร่วมลงทุน วี.บี.พี. จำกัด กรรมการและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท อีจีวี เอนเตอร์แทนเม้นต์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับ'พรชัย'มีคดีพัวพันหวยบนดิน แต่คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการธปท.ได้มีการพิจารณาก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะรับฟ้อง และตามพ.ร.บ.ธปท.ไม่มีข้อห้ามเรื่องดังกล่าวไว้ ดังนั้น'พรชัย' จึงไม่มีข้อห้ามในเรื่องคุณสมบัติดังกล่าว

หลังจาก'พรชัย'เกษียณอายุราชการ เขามานั่งเป็นที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อ 10 สิงหาคม 2547 เป็นประธานกรรมการ เตรียมการจัดตั้งองค์กร เพื่อระดมทุนและบริการจัดการในการพัฒนาโครงข่าย / เครือข่ายระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) มีหน้าที่อำนาจรวมดังนี้

-ศึกษาวิ เคราะห์ และเตรียมการการกำหนดขอบเขตและรูปแบบการบริหารจัดการโครงการ และกำหนดรูปแบบ วิธีการ และเครื่องมือในการระดมทุน

-จัดทำแผนดำเนินงานและแผนปฏิบัติการ รวมทั้งรายละเอียดของการบริหารจัดการทางการเงินและการลงทุน ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างการบริหารจัดการและระบบขององค์กร เพื่อให้เกิดความพร้อมในการดำเนินงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

-จัดทำร่างกฎหมายในการจัดตั้งองค์กรเพื่อระดมทุน และบริหารจัดการในการพัฒนาโครงข่าย/เครือข่ายระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) ให้สอดคล้องกับความจำเป็นและภารกิจขององค์กร

-แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ในกรณีจำเป็นต้องให้บุคคล กลุ่มบุคคล เอกชนองค์กร หรือสถาบันการศึกษา วิจัย สำรวจหรือดำเนินการใดแทน ให้คณะกรรมการส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ

-ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐแห่งอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ โดยรวดเร็วตามที่ได้รับการร้องขอจากคณะกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานตามขอบเขตดังกล่าวข้างต้น สามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย

-รายงานผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนปัญหา/อุปสรรค ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกระยะ และให้คณะกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

-ดำเนินการอื่น ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ตามพ.ร.บ.ธปท.ฉบับใหม่ เพื่อมุ่งสร้างกรอบกระบวนการตัดสินใจนโยบายที่ชัดเจน โปร่งใส เพื่อให้การทำงานของธปท.มีหลักธรรมาภิบาล เพื่อถ่วงดุลและกระบวนการตัดสินใจผู้ว่าธปท.ไม่ให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจ

แต่บอร์ดแบงก์ชาติชุดนี้ กลับไม่มี'นักเศรษฐศาสตร์'ที่หวังความรู้มาถ่วงดุล'ผู้ว่าธปท.'เพื่อใช้ความรู้ช่วยในการตัดสินใจ นอกจากเป็นมือกฏหมายเสียส่วนใหญ่

หรือว่าบอร์ดชุด'พรชัย'อยู่ภายใต้อำนาจการเมืองมาบดบังต่างหาก ?


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:16:41 น.  

 
*งานหนังสืออีกงานที่น่าสนใจ - Amarin Book Fair 2008

ช่วงนี้มีงานหนังสืออีกงานที่น่าสนใจ ไม่แพ้งานหนังสือใหญ่ๆ นั่นคือ
งาน Amarin Book Fair ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นงานที่จัดโดยเครืออมรินทร์กรุ๊ป

Concept ของงานนี้เจ๋งมาก ผมชอบมากๆ เลย คือ
Reading in the park - อ่านหนังสือในสวน
ผมเห็นด้วยมากๆ นอกจากห้องสมุดแล้วสถานที่ที่อ่านหนังสือได้ดีอีกที่คือ สวน(สวนสาธารณะ) คร้าบ
อ่านต่อที่ ข้อมูลเพิ่มเติม






*โครงการแข่งขันตอบปัญหาความรู้พื้นฐานทางการแพทย์

งานกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมโครงการแข่งขันตอบปัญหาความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ ในวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2551 ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล





*การจัดงานในวาระครบรอบ ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ พ.ศ.๒๔๔๓-๒๕๕๓

สถาบันปรีดี พนมยงค์

ขอเชิญร่วมงานเสวนา

ในวาระครบรอบ ๖๓ ปี วันสันติภาพไทย ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘

ครบรอบ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หัวข้อ



การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชน

จาก ขบวนการเสรีไทย(๒๔๘๔ – ๒๔๘๘)

สู่ขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน

๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึงปัจจุบัน



เริ่มเวลา ๑๔.๐๐ น. ฉายวีดิทัศน์ละครหุ่นเสรีไทยเพื่อสันติภาพ



อ่านบทกวี “ภาพรวมประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประชาชน”

โดย : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ

วิทยากรเสวนา : ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต

ศุขปรีดา พนมยงค์ กรรมการสถาบันปรีดี พนมยงค์

สันติสุข โสภณสิริ กรรมการสถาบันปรีดี พนมยงค์

อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ นักพัฒนาองค์กรเอกชน อาวุโส

ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย : สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ผู้จัดการสถาบันปรีดี พนมยงค์


วันเสาร์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑

ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์

สถาบันปรีดี พนมยงค์

๖๕ /๑ ถนนสุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ)

แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา

กรุงเทพมหานคร

สอบถามรายละเอียด : โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑

E-mail : banomyong_inst@yahoo.com

Website : pridiinstitute.com


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:17:17 น.  

 
*การสัมมนาบัณฑิตศึกษา “ปฏิวัติดนตรีศิลปวัฒนธรรม: จาก The Graduate ถึง Woodstock”

ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขอเชิญเข้าร่วมการสัมมนาบัณฑิตศึกษา 2551
“40 ปี การปฏิวัติ 1968”

สถานที่ ห้อง 708 อาคารบรมราชกุมารี (ยกเว้น **)
เวลา 13.00-15.30 น.

จันทร์ 7 กรกฎาคม “มิติความสัมพันธ์ระหว่างขบวนการนักศึกษาอเมริกันกับขบวนการนักศึกษาเยอรมันตะวันตกในทศวรรษ 1960” โดย ตุลย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมิวนิค

**จันทร์ 14 กรกฎาคม “ปฏิวัติฝรั่งเศส Mai 1968” โดย จรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการอิสระ ห้อง 707 อาคารบรมราชกุมารี

จันทร์ 4 สิงหาคม “Tet Offensive 1968” โดย พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จันทร์ 11 สิงหาคม “ปฏิวัติดนตรีศิลปวัฒนธรรม: จาก The Graduate ถึง Woodstock” โดย วีระ สมบูรณ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จันทร์ 1 กันยายน “ปฏิวัติวัฒนธรรมจีน กับ 1968” โดย วรศักดิ์ มหัทโนบล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จันทร์ 8 กันยายน “1968 ปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติ” โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ฟรี ไม่มีค่าลงทะเบียน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ภาควิชาประวัติศาสตร์ โทร. 0-2218-4672





*สัมมนาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข

ห้องประชุมไพจิตร ปวะบุตร

ชั้น ๙ อาคาร ๗ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑




*สัมมนาในหัวข้อ “Document management solutions driving business forward”

บริษัท โทเทม เพซ จำกัด ร่วมกับ บริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและผู้ผลิต เครื่องสแกนเนอร์ความเร็วสูง ภายใต้ยี่ห้อ Kodak ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ “Document management solutions driving business forward” นวัตกรรมการจัดการเอกสารด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในวันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้อง Petch Room ชั้น 11 โรงแรม Windsor Suites Hotel โดยในงานจะประกอบไปด้วยเทคโนโลยี การจัดการเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (VITOVA) และโปรแกรมการตรวจข้อสอบ (SCAN Pro OMR) รวมทั้งเทคโนโลยีการสแกนภาพอันทรงประสิทธิภาพจาก Kodak สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: บริษัท โทเทม เพซ จำกัด โทร : 0-2686-3449 มือถือ: 08-1448-3598





*“โครงการคลินิกอาสาเพื่อผู้เกษียณอายุ”

ชมรมชาวศิริราชอาวุโส คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรที่เกษียณอายุราชการ จึงได้จัดทำ “โครงการคลินิกอาสาเพื่อผู้เกษียณอายุ” เพื่อให้คำปรึกษา รักษาโรคเบื้องต้น ติดต่อกับแพทย์เพื่อนัดตรวจ และดูแลรักษาในกรณีที่ผู้เกษียณมีโรคที่ต้องการตรวจ โครงการนี้จะเป็นบริการครั้งแรก ในวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2551 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ. ตึกปฐมภูมิ ชั้น1 ในช่วงแรกเปิดทุกวันพฤหัสของสัปดาห์ 1 วันเท่านั้น






*Hitachi Data Systems Thailand User Conference

บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ จัดงาน 2008 Hitachi Data Systems Thailand User Conference ในวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 8.30 – 17.30 น. ณ ห้องบอลล์รูม โรงแรมแชงกรี-ล่า ภายใต้แนวคิด Delivering Value Beyond Storage - A Services Approach to Data Management คือ การเพิ่มมูลค่าให้กับระบบการจัดเก็บข้อมูล ด้วยการบริการด้านบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจเข้าร่วมงานหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณ ณีละวรรณ์ โทร 02 937 4518-20 ต่อ 45 อีเมล์ hds2008@event-th.com, เว็บไซต์ http://www.hds.com/apac/ucs

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
คุณศรีสุพัฒ เสียงเย็น และคุณสิริพร ศิรินิจศรีวงศ์
ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์บริษัท คอร์ แอนด์ พีค จำกัด
โทร.02 439 4600 ต่อ 8300 และ 8202 โทรศัพท์มือถือ 081-694-7807
อีเมล์ srisuput@corepeak.com




* “วันครอบครัวสุขสันต์ กับ EQ” ต้อนรับเทศกาลวันแม่

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมรวมพลคนรักแม่ “วันครอบครัวสุขสันต์ กับ EQ” ในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2551 เวลา 9.30-16.30 น. ณ อาคารศุภาลัยแกรนด์ทาวเวอร์ ถนนพระราม 3 พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายภายในงาน อาทิ บริการทดสอบ EQ พร้อมทั้งสัมมนาเรื่อง Positive Parenting หรือการเลี้ยงลูกในเชิงบวก โดย พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล และเคล็ดลับการพัฒนา IQ-EQ โดย ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา
จึงขอเชิญครอบครัวศุภาลัยทุกโครงการและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ในวันและเวลาดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.supalai.com หรือโทร.02-725-8899 รับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียง 60 ครอบครัวเท่านั้น หมดเขตรับสมัครวันที่ 25 สิงหาคม 2551

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ประทุมทิพย์ รอดเจริญ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
โทร. 02-725-8888 ต่อ 117 ,081-795-9275




*แฉ ขรก.โกงข้อสอบมีเสียง'นกร้อง'เป็นรหัสเงินสะพัดกว่าหมื่นล. ย้ำไม่โละแค่สอบเรียงตัว


'สมพงษ์' แฉวงเงินโกงข้อสอบเข้ารับราชการกว่า 10,000 ล้าน ย้ำให้ความเป็นธรรม ไม่โละบัญชีข้าราชการย้อนหลัง แต่จะสอบสวนเรียงตัวตามบัญชีรายชื่อผู้จ่ายเงินแลกกับการเฉลยข้อสอบ เผยวิธีโกงใช้สัญญาณเสียงนกร้องให้ผู้สอบกาข้อสอบตาม

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สืบสวนขบวนการโกงข้อสอบเข้ารับราชการในหน่วยงานราชการท้องถิ่นและส่วนกลางว่า จากการสืบสวนพบว่า ในช่วง 5 -10 ปีที่ผ่านมา มีข้าราชการบางรายใช้วิธีการทุจริตสอบเข้ารับราชการเป็นจำนวนมาก วงเงินที่จ่ายแลกกับการทุจริตข้อสอบ เพื่อให้ได้เข้ารับราชการสูงกว่า 10,000 ล้านบาท โดยขบวนการโกงข้อสอบมีพฤติการณ์หลายรูปแบบ เช่น การว่าจ้างผู้ร่วมขบวนการซึ่งเป็นผู้ที่มีการศึกษาชั้นสูงจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันชื่อดังของเมืองไทย และประวัติการเรียนได้รับเกียรตินิยม เป็นมือเข้าไปร่วมสอบและเฉลยข้อสอบ จากนั้นจะลักลอบส่งสัญญาณผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังผู้ที่จ่ายเงินแลกกับคำตอบข้อสอบ ซึ่งมีการซักซ้อมความเข้าใจถึงการแปลรหัสสัญญาณ
นายสมพงษ์กล่าวว่า คนกลุ่มนี้มีวิธีการส่งสัญญาณแจ้งคำตอบข้อสอบหลายรูปแบบ บางครั้งก็เลือกใช้สัญญาณเสียงนกร้อง โดยนำเครื่องส่งสัญญาณไปแขวนบนต้นไม้ข้างห้องสอบ เพื่อให้ได้ยินกันอย่างชัดเจน ซึ่งก่อนเข้าสอบจะนัดแนะว่าต้องกาข้อสอบตามเสียงนกร้องกี่ครั้ง
'ขณะนี้ ดีเอสไอ มีรายชื่อผู้เข้าข่ายกระทำผิดแล้ว รวมถึงผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นข้าราชการด้วยการโกงข้อสอบ แต่เพื่อความเป็นธรรมผมจะไม่เสนอให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบผ่านการคัดเลือกเป็นข้าราชการในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เพราะจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบราชการโดยรวม โดยจะเลือกสอบสวนความผิดเป็นรายบุคคล ในเบื้องต้นจะคัดเฉพาะผู้ที่มีรายชื่อจ่ายเงินแลกกับการเฉลยข้อสอบ ทำให้มีผลคะแนนการสอบเท่ากับผู้ที่ร่วมทุจริตรายอื่นๆ ' นายสมพงษ์กล่าว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ดีเอสไอจะนำรายละเอียดและข้อมูลหลักฐานที่ได้สืบสวนเบื้องต้น ถึงขบวนการโกงข้อสอบเข้ารับราชการ เสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติรับเป็นคดีพิเศษ แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังติดภารกิจอื่น จึงยังไม่ได้นัดหมายการประชุมคดีพิเศษครั้งต่อไป ในเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยและพยานให้ข้อมูลว่า ขบวนการโกงข้อสอบจะเรียกเก็บเงินจากผู้เข้าสอบเข้ารับราชการรายละ 100,000-200,000 บาท ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย จึงคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในขบวนการโกงข้อสอบกว่า 10,000 ล้านบาท ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบธุรกรรมการเงินของกลุ่มผู้ต้องสงสัย และพบว่าผู้ต้องสงสัยบางรายมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดหรูๆ หลายแห่ง
รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งว่า ขบวนการโกงสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ มีสำนักงานศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วขยายสาขาไปตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเกือบทุกภาค มีสมาชิกร่วมขบวนการโกงประมาณ 15,000 - 20,000 คน ส่วนใหญ่ผู้ร่วมขบวนการส่วนใหญ่จะเรียนเก่ง จบระดับเกียวตินิยม โดยมีบรรดาผู้จบคณะวิศวกรรมสาขาต่างเข้าร่วมมากที่สุด สำหรับขบวนการโกงสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในต่างจังหวัด โดยเฉพาะการสอบบรรจุในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สำหรับราคาที่ผู้สมัครสอบจ่ายให้ขบวนการโกงการสอบอยู่ระหว่าง 100,000 - 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของตำแหน่งที่จะสอบบรรจุ


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:17:43 น.  

 
*เจาะเกมจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน เผือกร้อนในมือ'สมัคร'

โครงการจัดซื้อยานเกราะหรือรถหุ้มเกราะล้อยางบีทีอาร์-3 อี 1 ( BTR-3E1) จำนวน 96 คัน มูลค่า 3.8 พันล้านบาท ที่กองทัพบกได้รับอนุมัติจากรัฐบาล 'ขิงแก่' พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้จัดซื้อด้วยระบบรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือจีทูจีจากบริษัทคาร์คีฟ โมโรซอฟ ดีไซน์ บูโร ยูเครนแห่งประเทศยูเครน กำลังกลายเป็นก้อนเผือกร้อนๆ ในมือของ 'สมัคร สุนทรเวช' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในทันทีที่นายสมัครเซ็นอนุมัติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทำไมจึงเป็นเผือกร้อน?


*ก่อนอื่นต้องย้อนลำดับเหตุการณ์โครงการรถหุ้มเกราะล้อยางซึ่งกองทัพบกชงเรื่องมาตั้งแต่ปี 2540 โดยอ้างแผนพัฒนากองทัพปี 2540-2549 เพื่อนำไปประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.)

คณะทำงานเลือกแบบรถหุ้มเกราะล้อยางที่กองทัพบกแต่งตั้งได้คัดเลือกแบบไว้แล้ว 9 แบบ แต่เวลานั้นกองทัพบกไม่มีงบประมาณแผนจัดซื้อจึงถูกดองเค็ม

จนกระทั่งมาถึงเดือนพฤษภาคม 2550 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ฟื้นชีพโครงการจัดซื้ออนุมัติแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อคัดเลือกแบบ 'รถหุ้มเกราะ' อีกครั้งหนึ่ง

คณะทำงานเลือกไว้ 4 แบบ ได้แก่ ลาฟทู (LAV II) ของแคนาดา, บีทีอาร์-80 จากรัสเซีย แพเทรีย เอเอ็มวี ของฟินแลนด์ และบีทีอาร์-3 อี 1 แห่งยูเครน

ในเวลานั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหึ่งว่า 'บีทีอาร์-3 อี 1' ผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาได้อย่างไรเพราะยูเครนลอกเลียนแบบจากรุ่น 'บีทีอาร์-70' ของรัสเซีย

ขณะที่คุณสมบัติต่างๆ ของรถหุ้มเกระยูเครนมีจุดโหว่ เช่น ความสามารถในการบรรทุกพลรบพร้อมอุปกรณ์ของรถบีทีอาร์-3 อี 1 มีเพียง 9 นายเท่านั้น ไม่เข้าเกณฑ์ที่คณะทำงานเลือกแบบที่มี พล.ต.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ เป็นประธานกำหนดไว้ว่าจะต้องบรรทุกพลรบพร้อมยุทโธปกรณ์ได้อย่างน้อย 11 นาย ไม่รวมพลประจำรถ

นอกจากนี้แล้วตระกูลรถหุ้มเกราะของยูเครน เพิ่งผลิตและนำไปเปิดตัวในงานแสดงอาวุธที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อต้นปี 2550 ขณะที่ในข้อกำหนดคุณสมบัติของคณะทำงานเลือกแบบระบุว่า ต้องเป็นตระกูลรถที่ยังคงมีสายการผลิตและมีประจำการอยู่แล้วในประเทศผู้ผลิต รวมทั้งสามารถสนับสนุนชิ้นส่วนซ่อมได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี

ประเด็นที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ รถหุ้มเกราะของยูเครน ไม่เคยนำเข้ามาทดสอบประสิทธิภาพทางยุทธวิธีและเทคนิคในประเทศไทย มีเพียงนำเสนอแค่ส่งเอกสารให้คณะกรรมการคัดเลือกแบบของกองทัพบกดูเท่านั้น แตกต่างกับรถหุ้มเกราะของแคนาดาและรัสเซียที่มีการจัดส่งของจริงมาให้ฝ่ายไทยทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ในประเทศไทย เมื่อปี 2540

ฝ่ายยูเครนซุ่มเงียบไม่ออกมาตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้

แต่เมื่อถึงวันประกาศเชิญชวนให้บริษัทที่เป็นตัวแทนรถหุ้มเกราะต่างๆ เข้าเสนอข้อมูล ปรากฏว่าบริษัทเอ็นจีวี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ตัวแทน 'บีทีอาร์-3 อี 1' กลับคว้าชัยชนะอย่างน่าขาดลอย สร้างความประหลาดใจให้กับบริษัทตัวแทนคู่แข่งอย่างมาก

หลังจากนั้นไม่กี่วัน บริษัท โรสโอโบรอนเอ็กซ์ปอร์ตตัวแทนจำหน่าย 'บีทีอาร์-80' ที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของทำหนังสือร้องไปยัง พล.อ.สนธิให้ชี้แจงความโปร่งใสในการคัดเลือก

เงื่อนปมดังกล่าวทำให้โครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าเพราะมีการร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และหน่วยงานต่างๆ ให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง โดยมีการตั้งประเด็นความไม่โปร่งใสรวม 13 ข้อด้วยกัน บรรดาแกนนำของกองทัพที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ต่างพากันหยุดชะงักไม่กล้าแสดงบทบาทอุ้มฝ่าย 'ยูเครน' อย่างออกหน้าออกตา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พล.อ.สนธิกลายเป็นหัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ล้มรัฐบาล 'ทักษิณ ชินวัตร' ในวันที่ 19 กันยายน 2549 และจัดตั้งรัฐบาล 'ขิงแก่' พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.สนธิเหมือนถือดาบอาญาสิทธิ์อยู่ในมือจึงแสดงบทบาทต่อเรื่องนี้อย่างเข้มข้น โดยยืนยันรถหุ้มเกราะยูเครนมีเหมาะสม

'ผมส่งคนไปดูที่ยูเครน ที่มีข่าวว่าเป็นรถเก่า ผมก็ให้คนที่ไปดูที่ยูเครน ใช้เพื่อนผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ไปดู คือเพื่อนอดีตนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ไปดูว่ามีโรงงานนี้จริงหรือไม่ เมื่อไปดูแล้วถึงได้กลับมาบอกว่ามี และเหมาะสม เป็นรถใหม่ และเราซื้อราคา 25 ล้านบาท ขณะที่เราไปซื้อในบางประเทศประมาณ 80-90 ล้านบาท ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมทั้งสิ้น ทั้งนี้ รายละเอียดไปถามผู้บัญชาการทหารบก' พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ระหว่างเป็นประธาน คมช.

พล.อ.สนธิส่งมอบโครงการรถหุ้มเกราะยูเครนให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จัดการแทนพร้อมๆ กับการผลักดันโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รัฐบาล 'สุรยุทธ์' เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2550

ครม.ขิงแก่ ไฟเขียวงบประมาณจัดซื้อ 3.8 พันล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม.ชุดนี้ผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก

เมื่อเอกสารโครงการส่งกลับมาถึงมือ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในขณะนั้นเพื่อให้กองทัพบกดำเนินการเซ็นสัญญาจัดซื้อระบบจีทูจีกับรัฐบาลยูเครน พล.อ.บุญรอดชะลอเรื่องไว้โดยสั่งให้สำนักงานงบประมาณ กระทรวงกลาโหม (สป.กห.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ รวมถึงข้อมูลการสอบสวนของ สตง.

ปลายเดือนพฤศจิกายน 2550 สำนักงานงบประมาณ กระทรวงกลาโหม ทำหนังสือไปถึงคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอทราบผลการพิจารณาโครงการรถหุ้มเกราะยูเครน คุณหญิงจารุวรรณยังไม่ให้คำตอบ แต่ สป.กห.กลับอ้างมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ สตง.ได้ข้อมูลมาว่า 'โดยปกติกรณีไม่มีข้อสังเกต สตง.จะไม่ตอบคำวินิจฉัยไปยังส่วนราชการที่ถูกตรวจสอบ และขณะนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ยังไม่มีข้อสังเกตจาก สตง.แต่อย่างใด ดังนั้น สมควรดำเนินกรรมวิธีจัดซื้อตามกระบวนการและขั้นตอนต่อไป'

แม้จะได้คำตอบจาก สป.กห. แต่ พล.อ.บุญรอดไม่ได้เดินหน้าโครงการรถหุ้มเกราะ ตรงกันข้ามกลับเก็บแฟ้มเข้าหิ้งจนกระทั่งรัฐบาล 'ขิงแก่' หมดอายุ

เกมจัดซื้อรถหุ้มเกราะ สะดุดลงอีกครั้ง

เมื่อรัฐบาล 'สมัคร' เข้าบริหารประเทศ แฟ้มโครงการรถหุ้มเกราะ หยิบกลับมาปัดฝุ่นใหม่พร้อมกับลุยหน้าเต็มที่ โดยในวันที่ 21 มกราคม 2551 นายสมัครในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมส่งแฟ้มไปให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กลับไปทบทวนประเด็นต่างๆที่มีการร้องเรียนความไม่โปร่งใสของโครงการนี้

กองทัพบกใช้เวลาตรวจสอบอยู่เดือนเศษ แจ้งกลับไปที่นายสมัครว่า กองทัพบกยืนยันความต้องการในการจัดซื้อยานเกราะฯ พร้อมกับเหตุผลว่าทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรัดกุมในแต่ละขั้นตอนผ่านการตรวจสอบและพิจารณาร่วมกับหน่วยต่างๆ ของกองทัพบก ได้แก่ กรมฝ่ายเสนาธิการ กรมฝ่ายยุทธบริการและหน่วยสายวิทยาการที่เกี่ยวข้องตลอดจนหน่วยใช้ยุทโธปกรณ์และยังได้รับข้อคิดเห็นพร้อมทั้งการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ นอกกระทรวงกลาโหม (สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศและกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี)

กองทัพบกยังยืนยันอีกว่าใช้วิธีการจัดซื้อจีทูจีเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือ เป็นการจัดซื้อในระบบซื้อขายที่ไม่ผ่านคนกลาง ทำให้ได้ยุทโธปกรณ์ที่มีราคาถูกและยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองต่อไป

'อนึ่ง การที่รัฐบาลประเทศยูเครนทำตามขั้นตอนต่างๆ ร่วมกับกองทัพบกมาโดยลำดับ ตลอดจนการชี้แจงข้อมูลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ สตง.นั้น การไม่บรรลุผลในการจัดซื้อ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อความพร้อมรับของกองทัพไทย ในส่วนที่เกิดจากการไม่มียานเกราะล้อยางไว้ใช้งานแล้วยังอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกองทัพบกและรัฐบาลไทยได้' เป็นข้อความที่ระบุในเอกสารของกองทัพบกไปถึงรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2551

อีกหนึ่งเดือนต่อมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำเอกสารแจ้งถึงนายสมัคร ในฐานะรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม แต่นายสมัครทิ้งแฟ้มนี้ไว้บนโต๊ะทำงานนานสองเดือนก่อนตัดสินใจเซ็นอนุมัติพร้อมแนบข้อความว่า

'เห็นควรแต่งตั้งผู้แทนจาก สตง.ไปร่วมตรวจรับเพื่อความโปร่งใส'

ข้อความท่อนนี้ เป็นปริศนาของนายสมัครทิ้งไว้ให้กองทัพบกกลับไปคิดเป็นการบ้าน...หรือเปล่า?

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094 หน้า 11







*เสวนาเรื่อง โรคกรดไหลย้อน 'Aware Avoid Alert GERD'

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเชิญประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมฟังการเสวนา เรื่อง โรคกรดไหลย้อน หัวข้อ Aware Avoid Alert GERD จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมพูดคุยสบาย ๆ สไตล์ จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม กับ Pocket Book 'Bye Bye GERD' ชมนิทรรศการข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคกรดไหลย้อน (GERD) วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13.30 – 16.00 น. ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 12 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ฯ สุขุมวิท 3
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2667 2400

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
แผนกประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ฯ
โทร 0 2667 2212 หรือ e-mail: pr@bumrungrad.com
http://www.bumrungrad.com




*“ DMA Unity Day ” งานเปิดตัวสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ DMA จาก DCOM

คอมขอเชิญชวนร่วมงาน “ DMA Unity Day ” ในวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00-20.00 น. ณ โรงแรมแกรนด์เมอเคียว ฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก ห้องแถลงข่าว รัชดา ชั้น 3 เพื่อให้เกียรติในงานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ DMA PC จาก DCOM โดยรับฟังการบรรยายความเป็นมาและจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากผู้บริหารและพันธมิตร พร้อมกันนี้ยังมีการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเป็นกันเอง ที่สำคัญในงานนี้มีการรับจองสินค้าราคาพิเศษสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานโดยเฉพาะ ซึ่งทางดีคอมหวังว่าจะได้รับเกียรติจากท่านผู้มี อุปการคุณเข้าร่วมงานแถลงข่าวตามวัน เวลาดังกล่าว

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ได้ที่ บริษัท ดีคอมพิวเตอร์ โทร.0-2697-5550 หรือ http://www.dcomputer.com





*ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ประวัติศาสตร์แห่งสงคราม

คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ


*งานต่างๆ มีสาระสำคัญ 2 อย่าง คือ รูปแบบ กับ เนื้อหา

หมอประเวศ วะสี บอกว่าประเทศไทยพยายามเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ พ.ศ.2475 แต่ทำได้แค่รูปแบบเท่านั้น โดยไม่มีเนื้อหาที่หมายถึงจิตสำนึกประชาธิปไตย

หมอประเวศอธิบายรูปแบบทางการเมืองตั้งแต่หลัง พ.ศ.2475 คือ เลือกตั้งที่เป็นเพียงเครื่องมือของกลุ่มคนที่มีจิตสำนึกคับแคบ ใช้เข้าไปยึดกุมอำนาจรัฐบาลรวมศูนย์ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ฉะนั้นความไม่เป็นธรรมจึงเกิดขึ้นทั่วไป ส่งผลให้บ้านเมืองระส่ำระสาย แก้ปัญหาไม่ได้ ขัดแย้ง แตกแยก และเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงนองเลือด เคลื่อนเข้าสู่มิคสัญญีกลียุคมากขึ้นเรื่อยๆ (กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2551 หน้า 10)

รูปแบบกับเนื้อหาควรไปด้วยกันพร้อมๆ กันเสมอกัน เหมือนศรัทธาและปัญญา แต่สังคมไทยปล่อยให้รูปแบบนำหน้าเนื้อหา สำคัญกว่าเนื้อหา บางทีถึงขนาดทิ้งเนื้อหาไปเลย แล้วให้ความสำคัญเฉพาะรูปแบบ เช่น

การศึกษาไทย เน้นเครื่องแบบ เครื่องแต่งกาย มากกว่าวิชาความรู้ในสมอง ถึงขนาดให้ความสำคัญกับรูปแบบทรงผมบนหัวนักเรียนมากกว่าสติปัญญาในหัวสมอง

พิพิธภัณฑ์ไทย เน้นรูปแบบการจัดแสดงโบราณศิลปวัตถุด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดหรู แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่จัดแสดงนั้นมีเนื้อหาอธิบายเชื่อมโยงกับผู้คนและดินแดนประเทศไทยกับอุษาคเนย์อย่างไร บางทีแค่จัดวางไว้อวดเอาเท่แค่นั้น แต่แดกไม่ได้ คือไม่ต้องรู้อะไรหรอก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมตระเวนอยู่ในป่าบ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หวังจะขึ้นปราสาทพระวิหาร แต่เจ้าหน้าที่ปิดด่านกั้นไว้ไม่ให้ผ่าน เลยต้องเดินทางเลียบพรมแดนเข้าไปในเขตจังหวัดอุบลราชธานี หวังไปช่องอานม้า, ช่องสามเหลี่ยมมรกต, และช่องอื่นๆ ตั้งแต่อำเภอน้ำยืน, นาจะหลวย, บุณฑริก แต่เจ้าหน้าที่ปิดด่านไว้หมด เลยอดเข้าช่องด่านไทย-กัมพูชา

รุ่งขึ้นไปพูดจาหารือคุยกับครูบาอาจารย์และนักเรียนนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเรื่องประวัติศาสตร์แห่งชาติและปราสาทพระวิหาร มีเพลงดนตรีวงลูกทุ่งออเคสตราจากกรมศิลปากรไปบรรเลงและร้องเพลงประวัติศาสตร์ของหลวงวิจิตรวาทการด้วย

ประวัติศาสตร์แห่งชาติฉบับหลวงวิจิตรวาทการใช้การไม่ได้แล้ว ถ้ารัฐบาลไทยและสังคมไทยยังไม่เลิกประวัติศาสตร์แห่งชาติฉบับนี้ ก็ขอให้เตรียมรบกับประเทศเพื่อนบ้านไม่มีวันสงบได้ เพราะมีแต่สงครามสู้รบ

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ควรเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะเรื่องนี้ให้หนักๆ จะลดความรุนแรงได้ในข้างหน้า ทำให้มีสมานฉันท์สันติวิธี

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094 หน้า 20


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:18:00 น.  

 
*ฮา ฮา ฮา หัวเราะแก้โรค คำยืนยันจากคนไข้ตัวจริง

คนในสังคมไทยทุกวันนี้นับวันรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเริ่มจะลดหดหายไปเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าจะหันไปมองทางไหนก็เป็นอันต้องเห็นแต่เรื่องเครียดๆ ให้หงุดหงิดหัวใจกันไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทุกวัน ส่วนเรื่องการเมืองคงไม่ต้องพูดถึง เพราะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มต้านกับกลุ่มหนุนรัฐบาล

เฮ้อ..

*ไม่แปลกใจ ที่หันไปทางไหนก็มีแต่เสียงถอนหายใจ เพราะ

เครียด เครียด และเครียด

แน่นอนเมื่อเสียงหัวเราะน้อยลงบวกกับความเครียด โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ต้องมาถามหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นไมเกรน ปวดหัว โรคหัวใจ โรคกระเพาะ และอีกหลายโรคที่จะตามมา แต่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า 'เสียงหัวเราะ' นี่แหละจะเป็นยารักษาโรคได้ดีทีเดียว ชนิดที่ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินเสียทองไปหาหมอรักษา วิธีการที่ว่านี้คือ 'หัวเราะบำบัด'

เสียงหัวเราะจะรักษาโรคได้อย่างไรนั้น ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และกรรมการชมรมหัวเราะบำบัดแห่งประเทศไทย บอกถึงวิธีการหัวเราะบำบัดว่า การหัวเราะจะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง เพราะเสียงเป็นพลัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงภาวนาหรือเสียงหัวเราะ เวลาหัวเราะจะมีสารแห่งความสุขอย่างเอ็นโดรฟินหลั่งออกมา สร้างพลังให้ชีวิต ซึ่งการหัวเราะถือเป็นการออกกำลังภายใน ช่วยนวดสมอง นวดลำไส้ ช่วยให้มีไอคิว-อีคิวดีขึ้น เพราะแค่หัวเราะ 15-20 นาที หัวใจจะได้ออกกำลังกาย 3-5 นาที ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย

ไม่ได้มีแต่เฉพาะคำอธิบายจากแพทย์ แต่ 'ศาสตร์' นี้ ได้รับเสียงยืนยันว่า 'หายขาด' จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง อย่างนาย 'กสานติ์ วานิชชานนท์' อดีตข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ อายุ 70 ปี เล่าถึงการฝึกหัวเราะบำบัดว่า ก่อนมาฝึกหัวเราะบำบัดก็ป่วยเป็นโรคประจำตัวอยู่หลายโรค อย่างโรคเบาหวาน โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และโรคปวดเข่า และภายหลังที่มาฝึกหัวเราะบำบัดได้ 2 เดือน น้ำตาลในร่างกายก็ลดลง และพอฝึกผ่านไป 1 ปี ไม่น่าเชื่อโรคต่างๆ ที่เคยเป็นอยู่ก็หายเป็นปกติ

'หัวเราะบำบัดรักษาโรคได้จริงๆ เห็นได้จากตัวผมจากเดิมเป็นโรคปวดเข่า เดินได้ไม่เกินสิบเก้าก็ต้องหยุด เคยมีอาการปวดหนักถึงขั้นหมอแนะนำให้ผ่าตัดและต้องตัดเข่าทิ้ง หลังจากเข้าไปฝึกหัวเราะบำบัดโดยใช้ขาหัวเราะ คือเดินย่ำอยู่กับที่ ยกขาซ้าย มือขวาแกว่ง สลับกัน หายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ 'โอ' ขยับขาและมือ ตัวตั้งตรง มองเพ่งไปข้างหน้า จนปัจจุบันก็สามารถเดินได้ปกติ' ข้าราชการบำนาญยืนยัน

*เพียงแค่เปล่งเสียง 'ฮ่า ฮ่า' คงไม่ยากเกินไป แต่สิ่งสำคัญ อย่าใช้เพียงแค่ร่างกายหัวเราะ แต่ให้ 'ใจ' หัวเราะ มีความสุขร่วมไปกับคุณด้วย

มามะ'หัวเราะ'กันเถอะ

ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ยืนยันว่า ร่างกายของคนเราสามารถหัวเราะได้จริงๆ เริ่มจาก ใบหน้าหัวเราะ โดยยืนตามสบาย ค่อยๆ ยกมือขึ้นมาตามถนัด สูดลมหายใจลึกๆ แล้วขยับทุกนิ้วทั้งหัวแม่มือ ชี้ กลาง นาง และก้อย ตามองตรง ระหว่างนั้นให้เปล่งเสียง 'เอ เอะๆๆ...' ออกมาท่าช่วยฝึกบริหารสมองด้วย

*คอหัวเราะ เป็นการเปล่งเสียงออกจากลำคอ เริ่มด้วยการยืนตรง กางขาเล็กน้อย แขนแนบลำตัว ยกขึ้นตั้งฉากชี้ไปข้างหน้า งอนิ้วนางและนิ้วก้อยเข้าหาตัวเอง ยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น และชี้นิ้วชี้และนิ้วกลางไปข้างหน้าในลักษณะชิดติดกัน เหมือนท่ายิงปืน ตามองตรง จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ กักลมไว้ แล้วค่อยๆ เปล่งเสียง 'อู อุๆๆ...' ขณะเดียวกันให้ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก พร้อมกับแทงมือไปข้างหน้า ท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาเจ็บคอ คออักเสบ

อกหัวเราะ เป็นการเปล่งเสียงจากอก ให้ยืนตรง กางขาเล็กน้อย กางแขนออกไปข้างลำตัว กางแขนออกไปข้างลำตัวเหมือนนกกระพือปีก หงายมือขึ้น และปล่อยมือตามสบาย ตามองตรง สูดลมหายใจลึกๆ กักลมไว้ ค่อยๆ เปล่งเสียง 'อา อะๆๆ...' ดังๆ ขณะเดียวกันให้ปล่อยลมหายใจออก พร้อมๆ กับกระพือแขนขึ้นลง ท่านี้จะช่วยให้อวัยวะบริเวณหน้าอกทั้งหมดทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบำบัดโรคความดัน โรคหัวใจ

สมองหัวเราะ เริ่มจากยืนตรงหลับตา หายใจเข้าและกลั้นลมหายใจสักครู่ เปล่งเสียงหัวเราะ 'ฮึมมมม' เพื่อให้สารเคมีแปลกปลอมที่เกาะอยู่ตามเส้นประสาทหลุดออก เมื่อออกเสียงเสร็จแล้ว เปิดปากออก คล้ายเอาสิ่งไม่ดีออกมา

รู้แบบนี้ใครไม่อยากเจ็บป่วยหันมาหัวเราะกันดีกว่า

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094 หน้า 25




*'ขยับ'ออกกำลัง เตรียม'สู้'ภัยกระดูกพรุน

*'โรคกระดูกพรุน' ถือเป็น 'ภัยเงียบ' อีกภัยหนึ่งของผู้หญิง มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย จับมือไวเอท คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ จึงจัดงาน '600 พลัส ขยับต้านภัยกระดูกพรุน' ที่เซ็นทรัลเวิลด์

รศ.นพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย เผยว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า สถิติผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัญหาอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด คาดว่าในปี พ.ศ.2593 จำนวนผู้ป่วยโรคนี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 6.3 ล้านคน จาก 1.7 ล้านคน ค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อคนสูงถึง 3 แสนบาทต่อปี

* เป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ เพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ และลดอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกลงในวัยหนุ่มสาว รศ.นพ.สุรศักดิ์บอกว่า ทำได้โดยออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการบริโภคแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ซึ่งมีท่าการออกกำลังกายซึ่งคิดค้นขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง คือ 'เฟล็กเซอร์ไซส์' เป็นการออกกำลังกายแบบ 'ยางยืด' มีทั้งหมด 6 ท่า ปฏิบัติสัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย เช่น

'ท่าเชสท์ เพรส' เป็นท่าที่ช่วยพัฒนาระบบการทำงานของหัวใจและปวด บริหารกล้ามเนื้อส่วนอก ไหล่ และแขน เริ่มจากจับยางยืดไว้ด้านหน้าสูงระดับหัวไหล่ แล้วจึงยืดแขนออก ให้ข้อศอกงอเล็กน้อย จากนั้นดึงแผ่นยางยืดให้ตึง งอข้อศอกเข้าหาตัวช้าๆ แล้วเหยียดแขนกลับออกไปในท่าเริ่มต้น

*'ท่าสควอท' บริหารกล้ามเนื้อต้นขา เริ่มด้วยยืนแยกเท้าออก โดยให้เท้ากว้างกว่าสะโพกเล็กน้อย แล้วยืดอก ตั้งหลังตรง และไม่โน้มตัวไปข้างหน้า จากนั้นงอเข่าและย่อตัวลง โดยให้ส้นเท้าเป็นตัวรับน้ำหนัก แล้วใช้ส้นเท้ายกน้ำหนักตัวขึ้น

สนใจการออกกำลังกายแบบเฟล็กเซอร์ไซส์ ติดตามได้ที่กิจกรรมโรดโชว์ตามโรงพยาบาลทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคมเป็นต้นไป สอบถาม

รายละเอียด http://www.mthai.flexercise600plus.com หรือ 0-2686-7899

หน้า 25


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:18:18 น.  

 
*สมัคร กับ ทหาร

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร


สิ่งสำคัญหนึ่ง ที่ทำให้นายสมัคร สุนทรเวช อุ่นใจกับสถานภาพทางการเมืองของตนเองขณะนี้

นั่นก็คือความรู้สึกว่า 'กองทัพ' ยังอยู่ข้างตัวเอง

และพยายามที่จะมี 'ปฏิสัมพันธ์' ตอบสนองต่อกองทัพ เพื่อดำรงสถานะการเป็นไม้ค้ำยันแห่งอำนาจของตนเอง อย่าง 'ฉับไว' และ 'เอาใจใส่'

แต่ทั้งนี้ ก็คงต้องหมายเหตุไว้นิดหนึ่งว่า กองทัพที่ นายสมัครเอาใจใส่และแคร์เป็นพิเศษ ก็คือ 'กองทัพบก' ที่นำโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ส่วนเหล่าทัพอื่น โดยเฉพาะกองบัญชาการทหารสูงสุดและกองทัพอากาศ อาจเป็นข้อยกเว้น

ทำไมต้องยกเว้น เอาไว้ทีหลัง

ขอพูดถึงกองทัพบก ในฐานะองค์กรหลักที่นายสมัครดูจะฝากผีฝากไข้เอาไว้มากสุดก่อน

ในรอบสัปดาห์ เราได้เห็นการตอบสนองของนายสมัครต่อกองทัพบก 2 เรื่องสำคัญ

เรื่องแรกก็คือการเซ็นอนุมัติให้กองทัพบกจัดซื้อยานเกราะล้อยางของยูเครน จำนวน 96 คัน มูลค่า 3.8 พันล้านบาท

ซึ่งความจริง นายสมัครเซ็นอนุมัติตั้งแต่ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว

แต่เพิ่งหลุดออกมาให้สาธารณชนรับรู้ในสัปดาห์นี้

ว่าที่จริงโครงการจัดซื้อยานเกราะล้อยางดังกล่าวค่อนข้างจะอื้อฉาว ทั้งเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ ทั้งเรื่องสมรรถนะและขีดความสามารถ

ซึ่งหากนายสมัครจะหาเหตุยกเลิก เพื่อ 'ขวางคอ' และ 'ชำระแค้น' นายทหารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549 ก็คงทำได้สบายๆ

และดูเหมือน 'เหยี่ยว' ในพรรคพลังประชาชน และในพรรคไทยรักไทยเดิม จำนวนไม่น้อยจะหนุนกันพึ่บพั่บ

อย่างไรก็ตาม ด้วยโครงการนี้ 'น้องรัก' พล.อ.อนุพงษ์ปลุกปล้ำมาตั้งแต่ต้น

นี่เองทำให้นายสมัครตัดสินใจเซ็นอนุมัติผ่านไปอย่างเงียบๆ

ซึ่งก็คงได้ใจจาก พล.อ.อนุพงษ์ไม่น้อย

และน่าจะได้ใจเพิ่มหลังจากที่ พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาแถลงท่าทีของกองทัพบกว่า ไม่พอใจรุนแรงที่นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ 'ดา ตอร์ปิโด' ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหลวงดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

และได้จี้ให้ตำรวจจัดการผู้หญิงคนดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

พร้อมสำทับว่าจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

นายสมัครย่อมสามารถจับความรู้สึกของกองทัพบกได้

จึงไม่น่าประหลาดใจ ที่นายสมัครจะรีบแถลงกับผู้สื่อข่าวด้วยตนเอง ว่าได้สั่งการให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดแล้ว

พร้อมกับย้ำว่า 'ที่แถลงให้ทราบ เพราะผมไม่ปล่อยปละละเลยเรื่องพรรค์นี้'

ท่าทีดังกล่าว นอกจากเป็นการโชว์คนกรุ๊ปเลือดสีน้ำเงินของตนเองแล้ว

ด้านหนึ่ง นายสมัครก็ต้องรีบแสดงความฉับไวกับความรู้สารู้สมไปกับคนกองทัพบกในเรื่องนี้ด้วย

นายสมัครไม่ยอมให้ พล.อ.อนุพงษ์และกองทัพบกเหินห่างจากตนเองด้วยเรื่องละเอียดอ่อนนี้อย่างเด็ดขาด!

ซึ่ง 'ภาพ' ตรงนี้ อาจจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่นายสมัครแสดงออกกับ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่มากด้วยความ 'เหินห่าง'

เหินห่างหลังจากที่ พล.อ.บุญสร้างแสดงความไม่เข้าใจกรณีปราสาทพระวิหาร และลุกขึ้นมาจัดระดมความคิดเห็น 'ทางวิชาการ' เอง

เหินห่างหลังจากที่ พล.อ.บุญสร้างมีความเห็นกรณี พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ สวมเครื่องแบบไปขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่ามีโทษแค่ 'ตักเตือน'

เพราะด้วยความ 'เหินห่าง' นี้หรือไม่ ไม่ทราบ

การที่นายสมัครโยน 'ถ่านร้อน' ใส่มือ พล.อ.บุญสร้างให้เป็นหัวหน้าคณะไปเจรจาเรื่องปราสาทพระวิหาร ขณะที่ตนเอง 'ลอยตัว' นั้น ก็ถูกมองว่าเป็นยุทธวิธีไม่ธรรมดาของ นักการเมืองเขี้ยวโง้ง อย่างนายสมัคร

เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.ชลิต ที่นายสมัครอาจรู้สึกได้ถึงความเหินห่างกับรัฐบาล ขณะที่ยังสวมวิญญาณ 'คมช.' อย่างเข้มข้น

การที่อยู่ๆ นายสมัครมาปูดข่าวเรื่องที่ตนเองอาจจะถูกจับกุมที่สนามบินหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงไม่ธรรมดา

แม้กรณีดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า 'ปากพล่อย'

แต่นายสมัครอาจจะหัวเราะหึๆ ในใจกับการได้ส่งสัญญาณอะไรบางอย่างก็ได้

และตอนนี้ก็อาจจะ 'หึๆ' ในใจอีกรอบ กรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน และกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ให้ความสนใจกับการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน

โดยตั้งข้อสงสัยว่าการจัดซื้อไม่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติขัดต่อ มาตรา 190 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมกับแบะท่าว่าจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

น่าสนใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร

จะสั่งเดินหน้าเหมือนรถหุ้มเกราะ

หรือปล่อยให้ถูก 'ขวางคอ' ไปตามเกม

เพื่อเป็นการบอกให้รู้กลายๆ ว่าโทษแห่งการเหินห่างนั้น เป็นอย่างไร

มติชนออนไลน์ - วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11094 หน้า 2




* ร่วมตามรอยเสด็จ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง'

29 ก.ค.-24 ส.ค. นี้ ร่วมตามรอยเสด็จ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง' นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
กรุงเทพมหานคร กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญชวนชาวไทยชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบันทึกตลอดระยะเวลา 5 ปีจาก 20 ประเทศทั่วโลก ในนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง'29 ก.ค –24 ส.ค.51 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
(21 ก.ค.51) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายฐาปน สิริวัฒนภักดี รักษาการนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายนิติกร กรัยวิเชียร กรรมการจัดนิทรรศการและช่างภาพผู้ถวายงานด้านการถ่ายภาพในพระองค์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง' ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายที่ทรงฉายไว้ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน จำนวน 230 ภาพ มาจัดแสดง เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพและร่วมเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. – 24 ส.ค.51 ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

กทม.ปลาบปลื้ม จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เป็นปฐมฤกษ์หอศิลป์แห่งใหม่
ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้กรุงเทพมหานครอัญเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดแสดงนิทรรศการเป็นปฐมฤกษ์ภายในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในโอกาสที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ก.ค. 51 ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรมทุกสาขาของบุคคล ชุมชน และท้องถิ่น ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อเปิดโลกทัศน์ด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างไร้พรมแดน เป็นกุญแจสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน มีความพร้อมในด้านสถานที่ และการเดินทางที่สะดวกหลากหลายทั้งทางรถโดยสารและรถไฟฟ้าบีทีเอส
ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการและทรงบรรยายเรื่องราวของภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค.51 ก่อนจะเปิดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมระหว่างวันที่ 29 ก.ค. – 24 ส.ค.51 เวลา 17.30 น.

ตามรอยเสด็จฯ ผ่านมุมมองภาพที่หลากหลาย พร้อมร่วมแสดงความคิดเห็นในสมุดเยี่ยมพระราชทาน
สำหรับรูปแบบการถ่ายทอดเรื่องราวของภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในนิทรรศการนั้น ใช้แนวคิดการเล่าเรื่อง โดยเรียงตามลำดับปีของภาพที่ได้ทรงบันทึกจากการเสด็จเยือนประเทศต่างๆ ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบันจาก 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี นิวซีแลนด์ จอร์แดน สวีเดน ลาว กัมพูชา อุสเบกิสถาน ญี่ปุ่น เวเนซูเอลา อียิปต์ สิงคโปร์ อินเดีย จีน กานา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งผู้ชมนิทรรศการจะได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพและร่วมตามรอยเสด็จฯ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง' อันเป็นแนวพระราชดำริเริ่มแรกของพระองค์ท่านในการถ่ายทอดมุมมองภาพต่อเหตุการณ์ที่หลากหลายผ่านเรื่องราวและชื่อภาพที่แฝงด้วยพระอารมณ์ขัน
'ทรงมีความกระตือรือร้นในการพบเห็นสิ่งใหม่ๆ และทรงโปรดการถ่ายภาพ โดยไม่ได้ตั้งพระทัยจะนำมาจัดแสดง เนื่องจากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ส่วนมากมีวัตถุประสงค์เพื่อทรงใช้เป็นแบบในการวาดภาพ และเป็นบันทึกส่วนพระองค์มากกว่า โดยในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง มักจะเป็นการถ่ายภาพแบบฉับพลัน เนื่องจากพระองค์ทรงมีเวลาในการเสด็จฯ เยือนในแต่ละสถานที่ไม่มากนัก แต่ด้วยพระเนตรของศิลปิน พระปฏิภาณไหวพริบ รวมถึงพระอารมณ์ขันที่ทรงมองเห็นความน่าสนใจของสิ่งต่างๆ ที่หลายคนอาจมองผ่าน ทำให้ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ซึ่งไม่ได้มีการแต่งเติมใดๆ เหล่านี้ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างมีชีวิต' นายนิติกร กรัยวิเชียร ช่างภาพผู้ถวายงานด้านการถ่ายภาพในพระองค์กล่าว
โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้ผู้จัดงานจัดวางสมุดแสดงความคิดเห็น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมนิทรรศการได้เขียนข้อความแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นต่อภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ซึ่งเป็นความตั้งพระทัยที่จะทรงทราบถึงความรู้สึกของผู้มาชมนิทรรศการมีต่อภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระองค์ อีกทั้งผู้จัดงานจะนำวีดิทัศน์ในวันเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการและทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาจัดฉายให้แก่ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ทราบแนวคิดและมุมมองจากช่วงที่ทรงถ่ายภาพนั้นๆ อีกด้วย

จำหน่ายหนังสือรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์
ในการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในครั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำหนังสือรวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 'ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง...Always Roaming with a Hungry Heart' ที่จัดแสดงในนิทรรศการทั้งหมด โดยจำหน่ายในราคาเล่มละ 900 บาท เพื่อเป็นที่ระลึกในจำนวนจำกัด นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังได้รับพระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จากนิทรรศการจำนวน 20 ภาพ เพื่อนำมาประมูล ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายหนังสือและการประมูลภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทั้งหมด คณะผู้จัดงานจะนำทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

--------------------------------------------------------- (ปาริชาติ...กปส.รายงาน)

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://203.155.220.238/th/news-special-info.php?id=937


โดย: jenifaae วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:18:44 น.  

 
พระพี่นาง ท่านทรงดีกับเรา มาก


โดย: ใกล้รุ่ง IP: 203.172.181.139 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:39:55 น.  

 
*แจกหนังสือคู่มือ และ สื่อ E-learning สอนการพัฒนาระบบ MS-QWL ในองค์กร

สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา "2009 วันของคุณ...วันคุณภาพชีวิต" ที่มีใจความสำคัญเป็นเรื่องของแนวคิดในการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานในองค์กร โดยในงานดังกล่าวได้มีการกล่าวถึง มาตรฐานระบบการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตการทำงานในองค์กร หรือ ที่เรียกสั้นๆว่า มาตรฐาน MS-QWL ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทางสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มขึ้น เพื่อให้การดูแลคุณภาพชีวิตคนทำงานมีกระบวนการและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้มาตรฐานนี้เป็นที่รู้จักและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ทางสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ จึงเห็นควรให้มีการแจกหนังสือคู่มือ และ สื่อการเรียนรู้ (E-learning) เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาระบบ MS-QWL ในองค์กร โดยองค์กรหรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจและต้องการแนวคิดของการดูแลพนักงานที่เป็นมาตรฐาน มีความต่อเนื่องและยั่งยืน สามารถขอรับเอกสารดังกล่าวเพื่อนำไปศึกษาและประยุกต์ใช้ในองค์กรได้ ฟรี!!!!! (องค์กรละ 1 ชุด) ที่สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เลขที่ 60 โซนซี ชั้น 3 ถ.รัชดาภิเษกตัดใหม่ คลองเตย กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2345-1221,0-2345-1229-30 โทรสาร 0-2345-1277-78 Email: intarapitakc@off.fti.or.th , wareeratp@off.fti.or.th , rattaponm@off.fti.or.th

ด้วยความเคารพ
อินทรพิทักษ์ เจริญรัตน์
เจ้าหน้าที่สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2345-1230
Email : intarapitakc@off.fti.or.th
Website : http://www.qwlthai.com




*งานสัมมนาเรื่อง "CSR ฝ่าวิกฤตจากกลยุทธ์สู่นวัตกรรม"

- เก็บตกจากงานสัมมนา CSR แห่งปี Global CSR Summit 2009 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ใครที่ต้องการข้อมูลและบทความที่น่าสนใจจากเวทีนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ที่นอกจากไปร่วมงานในฐานะวิทยากรรับเชิญ ยังเก็บบทความดีๆ กว่า 21 บทความมาฝาก โดยได้รวบรวมไว้ในแผ่นซีดี ดร.โสภณฝากบอกมาว่า ท่านใดสนใจสามารถขอรับแผ่นซีดีได้ฟรีที่มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่ง ประเทศไทย โดยดูแผนที่ทางไปที่ http://www.thaiappraisal.org หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2295-3171 Email : sopon@thaiappraisal.org

- ปิดท้ายด้วยงานกำหนดการงานสัมมนาเรื่อง CSR ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2552 นี้ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ในหัวข้อ "CSR ฝ่าวิกฤตจากกลยุทธ์สู่นวัตกรรม" ที่โรงแรมจัสมิน เอ็กซ์คลูซีฟ สุขุมวิท 23 โดยนัก วิชาการ CSR "อนันตชัย ยูรประถม" ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (SBDI) โดยนอกจากจะเข้าใจบริบทโลกกับความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจและทิศทางของ CSR ในประเทศไทย แนวโน้มและทิศทางของ CSR ในการฝ่าวิกฤต แนวทาง และมาตรฐานสากลต่างๆ แนวปฏิบัติด้าน CSR เชิงสร้างสรรค์นวัตกรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) คุณจารุภา ม่วงสวย หรือคุณบุษบา ปั้นงาม โทร.0-2258-0320-5 ต่อ 1740, 1750 โทรสาร 0-2662-1096 E-mail : maz_member@tpa.or.th http: http://www.tpa.or.th/publisher





*เขตฯ กำหนดเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการวิชาชีพนวดแผนไทย

นายกิตตินันท์ ขาวสุทธิ์ ผอ.เขตบางซื่อ เปิดเผยว่า เขตฯ กำหนดเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการวิชาชีพนวดแผนไทย หลักสูตร 120 ชั่วโมง จำนวน 50 คน ระหว่างวันที่ 17 มี.ค.-23 เม.ย.52 (จันทร์-ศุกร์) เวลา 09.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมอาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงานเขตบางซื่อ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และผู้จบหลักสูตรการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรจาก กทม.ด้วย

บ้านหนังสือแหล่งการเรียนรู้บางกอกใหญ่
นายอิศราเมศร์ คชานุกูลย์ ผอ.เขตบางกอกใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้เขตฯ ได้เปิดบ้านหนังสือวัดหงส์รัตนารามแล้วเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปในชุมชน และบริเวณใกล้เคียง โดยบ้านหนังสือนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดหงส์รัตนาราม ถนนวังเดิมซอย 2 เขตบางกอกใหญ่ ให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

มอเตอร์ไซค์สะอาด ปลอดภัย สุขใจประชาชน
ม.ล.วิณา สุบรรณ ผอ.เขตธนบุรี เปิดเผยว่า เขตฯ จัดโครงการวินมอเตอร์ไซค์สะอาด ปลอดภัย สุขใจประชาชน โดยจัดการอบรมให้ความรู้กับเจ้าของสถานประกอบการปรับแต่งเครื่องยนต์และท่อไอเสีย จำนวน 50 คน และผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวน 100 คน ในวันที่ 19 ก.พ.52 เวลา 08.00-12.00 น. และเวลา 13.00-16.00 น. ตามลำดับ ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานเขตธนบุรี เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ปัญหาควันพิษ เหตุรำคาญจากรถมอเตอร์ไซค์ การขับขี่อย่างปลอดภัย การคุ้มครองสิทธิ์แก่ผู้ใช้บริการ

เรื่องของผู้หญิง
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จัดประชุมวิชาการสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ตั้งแต่บัดนี้-20 ก.พ.52 ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ภายในงานรับปรึกษาปัญหาในคลินิกสุขภาพสตรี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชมนิทรรศการความก้าวหน้าทางการแพทย์และโรคที่น่าสนใจในสตรี การสาธิตผ่าตัดส่องกล้อง สาธิตการตรวจภายในและกลไกการคลอด ตลอดจนการแสดงจากพิพิธภัณฑ์สูติศาสตร์โบราณ

http://www.banmuang.co.th/bkk.asp?id=165067


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:52:24 น.  

 
*เชิญเข้าร่วมการสัมมนาเรื่อง "ทางเลือก ทางรอด SMEs ไทย ในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก: การยกเว้นภาษีอากรจาก BOI"

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552

ณ ห้อง PHOENIX, Hall 7-8, Impact เมืองทองธานี

Exhibition Boiler & Pressure Vessel 2009

จัดโดย หน่วย BUILD สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ฟรี!!!!! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สนใจสมัครด่วน

♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦ ♦

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยหน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (BUILD)

มีกำหนดจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังประสบปัญหาจากสภาวะเศรษฐกิจวิกฤตโลก

สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ โดยไม่ต้องสูญเสียบุคลากรที่มีฝีมือ ด้วยการผลักดันให้ SMEs มุ่งทำการวิจัยแลพัฒนา (R&D)

เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านการผลิตและการตลาด

ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลในเรื่องของสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน

ตามมาตรการเร่งรัดการลงทุนของสำนักงานฯ เรื่อง มาตรการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระหว่างภาคอุตสาหกรรม – สถาบันการศึกษา

โดยมุ่งเน้นสนับสนุน SMEs ทำโครงการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยใช้มาตรการของ BOI

ทั้งนี้หน่วย BUILD ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานเทคโนโลยี SMEs มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมบรรยายถึงประสบการณ์ที่ภาคสถาบันการศึกษาได้ร่วมมือกันทำการวิจัยและพัฒนา (R&D)

ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดสัมมนาในครั้งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมรับฟัง

เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะปัญหาในปัจจุบัน

การสัมมนาอบรมดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 9.30-12.00 น.

ณ ห้อง PHOENIX, Hall 7-8, Impact เมืองทองธานี

ในงานแสดงสินค้าExhibition Boiler & Pressure Vessel 2009

จึงใคร่ขอเชิญผู้ประกอบการที่สนใจ กรุณาส่งแบบตอบรับกลับเพื่อสำรองที่นั่ง ภายในวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552

รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ คุณรัชนีกร ไพยชำนาญ โทร 02 537-8111 ต่อ 5010

แฟกซ์ 02 537-8124 อีเมล์ ratchaneekorn@boi.go.th




*โครงการสัมมนาวิชาการ "วังหลัง : การค้นพบทางโบราณคดี 120 ปีศิริราช"

โครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช งานแพทยศาสตร์ศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญบุคลากรชาวศิริราช และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมโครงการสัมมนาวิชาการ "วังหลัง : การค้นพบทางโบราณคดี 120 ปีศิริราช" ในวันพฤหัสดีที่ 9 เมษายน 2552 เวลา 08.30 - 15.00 น. ณ ห้องบรรยาย สุขุม ภัทราคม อาคารจุลชีววิทยา ชั้น 1

08.30 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 – 09.40 น. คณบดีกล่าวเปิดสัมมนา
09.40 – 10.20 น. "ลักษณะทางกายภาพของบางกอก" (40 นาที)
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิวา ศุภจรรยา ผู้อำนวยการสถาบันถิ่นฐานไทย อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)
10.25 – 10.40 น. รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย (15 นาที)
โดย คุณวิกัลย์ พงศ์พนิตานนท์ คระแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)
11.25 – 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน และชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย
12.30 – 13.20 น. "โรงพยาบาลใหญ่ที่วังหลัง" (50 นาที)โดย ศาสตราจารย์พิเศษนายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)
13.25 – 13.40 น. รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย (15 นาที)
13.40 – 14.20 น. "โบราณคดีพื้นที่สถานีรถไฟธนบุรี (เดิม)" (40 นาที) โดย อาจารย์กรรณิการ์ สุธีรัฒนาภิรมย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
14.20 – 14.50 น. สรุปอภิปราย (30 นาที)
14.50 – 15.00 น. มอบของที่ระลึก และรองคณบดีฝ่ายวิชาการกล่าวปิดงาน
พิเศษ ! 15.00 – 16.00 น. เข้าชมฟรีพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ณ ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 (อยู่ถัดจากตึกจุลชีววิทยา)


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:53:09 น.  

 
*ขอเชิญร่วมโครงการสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรด้วยการนวดกดจุดสะท้อนเท้า

ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ ขอเชิญร่วมโครงการสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรด้วยการนวดกดจุดสะท้อนเท้า ในวันพุธที่ 4, 11, 18, 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 9.00-16.00 น. ณ ห้อง 236 ชั้น 3 คณะมนุษยศาสตร์

โดยจะมีบริการนวดกดจุดสะท้อนเท้า
(เสียค่าน้ำมันในการนวด 100 บาท/50 นาที)

กรุณาแจ้งชื่อเข้าร่วมโครงการได้ที่ นางสาวเบญจวรรณ เกษร
โทร. 02-260-1770 ต่อ 6261

4 ก.พ. 52 -25 ก.พ. 52 09:00-
16:00
บรรยาย: โครงการสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรด้วยการนวดกดจุดสะท้อนเท้า
ณ ห้อง 236 ชั้น 3 คณะมนุษยศาสตร์ 6261




*ขอเชิญเข้าร่วม โครงการอบรม “การอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” รุ่นที่ 2

ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดโครงการอบรม “การอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” หลักสูตรด้านการจัดการและอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าในอาคารสำนักงานรุ่นที่ 2
จัดอบรมวันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2552
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2649-5000 ต่อ 6328

20 พ.ค. 52 -21 พ.ค. 52 08:00-
16:00
อบรม: การอบรม “การอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” รุ่นที่ 2
ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร สมเด็จพระเทพฯ มศว 6328




*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา"การลงทุนสุด HIP กับการพิชิต Futures Game"

บริษัท ทีเอเอ ฟิวเจอร์ส จำกัด
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"การลงทุนสุด HIP กับการพิชิต Futures Game"

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 13.30-16.30 น.
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ชั้น 25 อาคารกรุงเทพประกันภัย สาทรใต้(สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี)

กลุ่ม: เจ้าของกิจการ ,กรรมการผู้จัดการ, ทายาทธุรกิจ

วันที่: 28/2/2552

เวลา: 13:30-16:30

สถานที่จัด: วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ที่อยู่ของสถานที่จัด: อาคารกรุงเทพประกันภัย สาทรใต้(สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี) ชั้นที่ 25 ถ.สาธรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯ 10120

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-6774140-3

ห้อง-ชั้น: ชั้น 25

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: ศุภศักดิ์ เงาประเสริฐวงศ์

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: บริษัท ทีเอเอ ฟิวเจอร์ส จำกัด

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สำรองที่นั่ง คุณ ชนาสิริ อยู่สุวรรณ 0-2245-9719 หรือ 084-121-2230 หรือ Chanasiri@taa.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:53:53 น.  

 
*เชิญเข้าร่วมสัมมนา“ผลกระทบของเขตการค้าเสรีต่อผู้ประกอบการ SMEs”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
เชิญเข้าร่วมสัมมนา

“ผลกระทบของเขตการค้าเสรีต่อผู้ประกอบการ SMEs”

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 09.00 น. - 16.30 น.
ณ ห้องจูปีเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ

วัตถุประสงค์ :

ปัจจุบันการเปิดเสรีทางการค้ามีความเข้มข้นขึ้น การสร้างความตระหนักว่าการเปิดเสรีทางการค้ามีความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัว การเปิดเสรีทางการค้าเป็นการสร้างโอกาศให้ทุกคนได้แสวงหาประโยชน์จากการค้าการลงทุน

กลุ่ม: กลุ่ม SMEs

วันที่: 24/2/2552

เวลา: 9:00-16:30

สถานที่จัด: โรงแรม มิราเคิล แกรนด์

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 99 ถนนวิภาวดีรังสิต, หลักสี่

เบอร์โทรของสถานที่จัด: (662) 674-8182 to 3,(662)672-6040 to 1, (662) 674-8700

ห้อง-ชั้น: ห้องจูปีเตอร์ ชั้น 3

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: กำหนดการและใบตอบรับ

ผู้จัดสัมมนา: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: ผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่อย่างใด ที่ 0 2202 4552 ,0 2202 4578 และสามารถดาวน์โหลดแบบตอบรับ แล้วตอบกลับมาที่ 0 2354 3116 ,0 2354 3257 ภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ นายสมเจตน์ เขียวสะอาด 0 2202 4578 นางสาวสุปรานี หนองพล 0 2202 4552




*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา“ต้นทุนที่ลดได้ คือกำไรที่เพิ่มขึ้น”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

“ต้นทุนที่ลดได้ คือกำไรที่เพิ่มขึ้น”

วันพฤหัสบดี 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 09:00 – 16:30 น.
ณ ห้องราชเทวี แกรนด์บอลรูม โรงแรมเอเชีย
ถ.พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

กลุ่ม: กลุ่ม SMEs

วันที่: 26/2/2552

เวลา: 9:00-16:30

สถานที่จัด: โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 296 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02 215-0808

ห้อง-ชั้น: ห้องราชเทวี แกรนด์บอลรูม

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: ปราโมทย์ วิทยาสุข

เอกสารประกอบ: กำหนดการและใบตอบรับ

ผู้จัดสัมมนา: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: กรุณาส่งแบบตอบรับกลับภายใน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คุณอร ทีฆะพันธุ์ / คุณสมจิตต์ เตียวสุนทรวงศ์ โทรศัพท์ 0-2202-4414-16 โทรสาร 0-2354-3299 E-mail orn@dip.go.th, somchit@dip.go.th


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:56:22 น.  

 
*โครงการประกวดวิดีโอคลิป เรื่อง “โรคปอดบวมในเด็ก”

ด้วยสถานการณ์ของโรคในปัจจุบัน โดยเฉพาะโรคปอดบวมซึ่งพบมากในเด็กและมีความรุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับโรคติดเชื้ออื่นๆ หากมีการป้องกันและดูแลที่ถูกต้อง รวมทั้งการเฝ้าระวังอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคปอดบวม จะช่วยลดการตาย การป่วย และความรุนแรงของโรคที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งสำนักโรคติดต่อทั่วไปได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งเน้นส่งเสริมความรู้ให้กับผู้ดูแลเด็กและประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ประหยัดงบประมาณ และเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นสำนักโรคติดต่อทั่วไป จึงได้จัดทำโครงการประกวดคลิปวิดีโอ เรื่อง “โรคปอดบวมในเด็ก” สำหรับเยาวชนสอนน้อง หรือ พ่อ แม่ /ผู้ดูแลเด็ก โดยเนื้อหากล่าวถึง เมื่อมีเด็กป่วยดว้ยโรคปอดบวม สามารถให้การดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม และเน้นการสังเกตอาการ รวมทั้งการป้องกันโรคปอดบวม เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการป้องกันควบคุมโรคปอดบวมในเด็ก

วัตถุประสงค์โครงการ

1.เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกเยาวชนให้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคปอดบวม
2.เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กและประชาชนมีความรู้ สามารถป้องกันและดูแลบุตรหลานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
3.เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดในเชิงสร้างสรรค์

กลุ่มเป้าหมายผู้สมัครเข้าประกวด

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / มัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ที่มีความสนใจและมีความสามารถในการถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอคลิปความยาว 2 - 3 นาที

กลุ่มเป้าหมายผู้รับสื่อ

กลุ่มที่1 ได้แก่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา
กลุ่มที่2 ได้แก่ พ่อ แม่/ผู้ดูแลเด็ก

กติกาในการประกวด

1.ถ่ายทำ ตัดต่อวิดีโอคลิป และบันทึกผลงานในรูปแบบ .mpg ความยาว 2 - 3 นาทีลงในแผ่นซีดี
2.หัวข้อในการนำเสนอ คือ “ปอดบวมแสนร้าย ภัยใกล้ตัวเด็ก” และต้องระบุประเภทของสื่อที่ส่งมาด้วย
3.ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่เกิน 3 ชิ้น
4.วิดีโอคลิปทุกชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นสิทธิ์ของสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ที่สามารถจะนำเสนอหรือไม่นำเสนอได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น และไม่สามารถขอรับคืนไม่ว่ากรณีใดๆ
5.วิดีโอคลิปที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการประกวดจากที่ใดมาก่อน
6.วิดีโอคลิปต้องมีเนื้อหาไม่ขัดต่อศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย
7.การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
8.ประกาศผลการตัดสินภายในเดือนพฤษภาคม 2552 หน้าเวปไซด์ของสำนักโรคติดต่อทั่วไปกรมควบคุมโรค หรือ http://thaigcd.ddc.moph.go.th

เกณฑ์การตัดสิน แบ่งออกเป็นส่วนดังต่อไปนี้

คะแนนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการแบ่งออกเป็น 6 ข้อ
1.เนื้อหาในการนำเสนอ 30%
2.เทคนิคการถ่ายภาพ และตัดต่อวิดีโอคลิป 15%
3.ความเหมาะของการเลือกรูปแบบการนำเสนอ 15%
4.คุณภาพความคมชัด 10%
5.ความน่าสนใจของสิ่งที่นำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมายของวิดีโอคลิป 10%
6.ความคิดสร้างสรรค์ โดยรวม 20%

กำหนดการส่งผลงาน
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552

ส่งผลงานได้ที่
กลุ่มโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :โทรศัพท์ :0 - 2590–3185, 0–2590–3190

รางวัลรวมในการประกวด 20,000 บาทรางวัลมี 2 ประเภทดังนี้
1.ประเภทสื่อสำหรับเยาวชน
รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 3 ทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
2.ประเภทสื่อสำหรับพ่อ แม่ / ผู้ดูแลเด็ก
รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 3 ทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

ประโยชน์ที่จะได้รับ
1. ประชาชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์
2. ประชาชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย เกิดจิตสำนึกในการป้องกันควบคุมโรคปอดบวม

หน่วยงานและผู้รับผิดชอบ
กลุ่มโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:57:13 น.  

 
*โครงการประกวดวิดีโอคลิป เรื่อง “โรคปอดบวมในเด็ก”

ด้วยสถานการณ์ของโรคในปัจจุบัน โดยเฉพาะโรคปอดบวมซึ่งพบมากในเด็กและมีความรุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับโรคติดเชื้ออื่นๆ หากมีการป้องกันและดูแลที่ถูกต้อง รวมทั้งการเฝ้าระวังอาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคปอดบวม จะช่วยลดการตาย การป่วย และความรุนแรงของโรคที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งสำนักโรคติดต่อทั่วไปได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งเน้นส่งเสริมความรู้ให้กับผู้ดูแลเด็กและประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ประหยัดงบประมาณ และเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นสำนักโรคติดต่อทั่วไป จึงได้จัดทำโครงการประกวดคลิปวิดีโอ เรื่อง “โรคปอดบวมในเด็ก” สำหรับเยาวชนสอนน้อง หรือ พ่อ แม่ /ผู้ดูแลเด็ก โดยเนื้อหากล่าวถึง เมื่อมีเด็กป่วยดว้ยโรคปอดบวม สามารถให้การดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม และเน้นการสังเกตอาการ รวมทั้งการป้องกันโรคปอดบวม เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการป้องกันควบคุมโรคปอดบวมในเด็ก

วัตถุประสงค์โครงการ

1.เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกเยาวชนให้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคปอดบวม
2.เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กและประชาชนมีความรู้ สามารถป้องกันและดูแลบุตรหลานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
3.เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดในเชิงสร้างสรรค์

กลุ่มเป้าหมายผู้สมัครเข้าประกวด

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / มัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ที่มีความสนใจและมีความสามารถในการถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอคลิปความยาว 2 - 3 นาที

กลุ่มเป้าหมายผู้รับสื่อ

กลุ่มที่1 ได้แก่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา
กลุ่มที่2 ได้แก่ พ่อ แม่/ผู้ดูแลเด็ก

กติกาในการประกวด

1.ถ่ายทำ ตัดต่อวิดีโอคลิป และบันทึกผลงานในรูปแบบ .mpg ความยาว 2 - 3 นาทีลงในแผ่นซีดี
2.หัวข้อในการนำเสนอ คือ “ปอดบวมแสนร้าย ภัยใกล้ตัวเด็ก” และต้องระบุประเภทของสื่อที่ส่งมาด้วย
3.ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่เกิน 3 ชิ้น
4.วิดีโอคลิปทุกชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นสิทธิ์ของสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ที่สามารถจะนำเสนอหรือไม่นำเสนอได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น และไม่สามารถขอรับคืนไม่ว่ากรณีใดๆ
5.วิดีโอคลิปที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการประกวดจากที่ใดมาก่อน
6.วิดีโอคลิปต้องมีเนื้อหาไม่ขัดต่อศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย
7.การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
8.ประกาศผลการตัดสินภายในเดือนพฤษภาคม 2552 หน้าเวปไซด์ของสำนักโรคติดต่อทั่วไปกรมควบคุมโรค หรือ http://thaigcd.ddc.moph.go.th

เกณฑ์การตัดสิน แบ่งออกเป็นส่วนดังต่อไปนี้

คะแนนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการแบ่งออกเป็น 6 ข้อ
1.เนื้อหาในการนำเสนอ 30%
2.เทคนิคการถ่ายภาพ และตัดต่อวิดีโอคลิป 15%
3.ความเหมาะของการเลือกรูปแบบการนำเสนอ 15%
4.คุณภาพความคมชัด 10%
5.ความน่าสนใจของสิ่งที่นำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมายของวิดีโอคลิป 10%
6.ความคิดสร้างสรรค์ โดยรวม 20%

กำหนดการส่งผลงาน
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552

ส่งผลงานได้ที่
กลุ่มโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :โทรศัพท์ :0 - 2590–3185, 0–2590–3190

รางวัลรวมในการประกวด 20,000 บาทรางวัลมี 2 ประเภทดังนี้
1.ประเภทสื่อสำหรับเยาวชน
รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 3 ทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
2.ประเภทสื่อสำหรับพ่อ แม่ / ผู้ดูแลเด็ก
รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัลที่ 3 ทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

ประโยชน์ที่จะได้รับ
1. ประชาชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์
2. ประชาชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย เกิดจิตสำนึกในการป้องกันควบคุมโรคปอดบวม

หน่วยงานและผู้รับผิดชอบ
กลุ่มโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข


โดย: jenifaae วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:57:17 น.  

 
เจ๊หมวย!

ทะเลาะกันได้ แต่อย่า(พยายาม)ทำผิดกฏหมาย
ทั้งปิดสนามบิน แ ละปิดอนุสาวรีย์ชัยฯ ผิดทั้งคู่

และที่สำคัญ อย่าเอาปืนและรถถังออกมา อ้างว่าจะปราบคอร์รัปชั่นอีก

ประคับประคองแบบนี้กันไป ไม่เกิน 5 ปี รับรอง ได้กันทุกคน ช่วยกัน ช่วยกัน

: )
http://www.marblehost.com/how-long-does-it-take-for-my-account-to-be-setup-after-signing-up.php


โดย: Instant Activation Hosting IP: 202.131.123.122 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:16:43:14 น.  

 
*โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดูแลแผลในยุคปัจจุบัน (International Advanced

สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ภาควิชาศัลยศาสตร์ ร่วมกับ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย และ University of California San Diego
Medical Center ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดูแลแผลในยุคปัจจุบัน (International Advanced
Wound Care Course for Physicians) ระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2552 ณ ศูนย์ฝึกอบรมการผ่าตัดสหสาขาผ่านกล้องไทย- เยอรมัน
ตึกจุฑาธุช ชั้น 8

โดยมีวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้หลักการใหม่ๆ ในการดูแลแผลเรื้อรังจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ




*การอบรมโครงการศิริราชสอนเลี้ยงลูก

ศูนย์รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กศิริราช ร่วมกับ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญบุคลากรศิริราชและผู้สนใจทั่วไปเข้าฟังการอบรมโครงการศิริราชสอนเลี้ยงลูก ทุกวันอาทิตย์ของเดือน เริ่มตั้งแต่ พฤษภาคม 52 – มีนาคม 53 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ สยามินทร์ (สมัครและลงทะเบียนรับเอกสาร และอาหารว่าง ฟรี)

หมายเหตุ : สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ ศูนย์รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กศิริราช (ข้างตึกปฐมภูมิศิริราช)
โทร. 0 2419 7000 ต่อ 5722, 7626 โทรสาร 0-2419-9453




*โครงการจัดแสดงคอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ "...เพราะคิดถึงเพื่อน"

ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 19:30 น.

คอนเสิร์ตครั้งนี้ จึงได้จัดมีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละเพื่อส่วนรวม ของมวลนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของบทเพลงปฏิวัติ และเพื่อได้มีการพบปะกันในหมู่อดีตนักปฏิวัติ

รูปแบบการแสดง
เป็นการแสดงดนตรีของวงเพื่อนมิตรไลท์ออเคสตร้า ประกอบการขับร้องของส่วนหนึ่งของนักร้องปฏิวัติในอดีต นักศึกษาปัจจุบัน และชุดการแสดงนาฏศิลป์ประกอบ

บทเพลงที่ใช้แสดง
คัดเลือกบทเพลงปฏิวัติที่เกี่ยวกับความคิดความผูกพัน จำนวน 20 เพลง มาแสดงได้แก่
1. เพลงรำลึกวีรชน 12. เพลงแองเตอร์นาซิอองนาล
2. นาฏศิลป์ประกอบเพลงฟ้าทอง 13. เพลงลาไปเป็นทหารปลดแอก
3. เพลงสดุดีวีรชน 14 ตุลา 14. เพลงทหารประชาชน
4. เพลงสดุดีวีรชน 6 ตุลา 15. เพลงดาวแดงส่องสว่างเหนือภูพาน
5. เพลง ตุลาชัย 16. เพลงพี่น้องภาคใต้รุกรบช่ำชอง
6. เพลง นกน้อย 17. เพลงสดุดีนักรบแนวหน้า
7. สดุดีครูประชา 18. เพลงความหวังแห่งชีวิตใหม่
8. เพลงดาวแห่งชาวนา 19. เพลงขอสดุดีแด่พรรคที่รักยิ่ง
9. เพลงขอเพื่อนจงหยัดยืน 20. เพลงสายทางนักรบประชา
10. เพลงแผ่นดินของเรา 21. เพลงภูสระเริงรำ
11. นาฏศิลป์ประกอบเพลงตันหยง

การจองบัตรชมการแสดง
ติดต่อจองบัตรได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว หมายเลขโทรศัพท์: 084.116.4992 Email: cpt.song@gmail.com
โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://cpt.igetweb.com




*กิจกรรมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

วันนี้ – 7 สิงหาคม 2552 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สถาบัน IRASEC (Research Institute on Contemporary Southeast Asia) และเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส-ไทย

ขอเชิญชมนิทรรศการภาพถ่าย Moken Reflection (1894-2007) โดย Dr. Jacques Ivanoff และทีมงาน IRASEC นำเสนอนิทรรศการชุดนี้ เพื่อเสริมสร้างคุณค่าวัฒนธรรมชนเผ่ามอร์แกน พร้อมเปิดโลกมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติทางตอนใต้ของประเทศพม่าและประเทศไทยที่น้อยคนรู้จัก เพื่อกระตุ้นทรรศนะของสาธารณชนที่มีต่อกลุ่มชนไร้พรมแดน นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส-ไทย

ผู้สนใจร่วมชมนิทรรศการภาพถ่าย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับในส่วนนิทรรศการ หากสถานศึกษาใดสนใจนำนักศึกษาเข้าชมโปรดติดต่อล่วงหน้า สอบถามข้อมูลโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือที่ http://www.sac.or.th


ก่อร่างสร้างตัว หนูเป็นใครในห้องอนุบาล


วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.30 -15.30 น. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง “ก่อร่างสร้างตัว” หนูเป็นใครในห้องอนุบาล โดย คุณพิชามญชุ์ ทิพยพัฒนกุล นักศึกษาปริญญาโทสาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทบทวนความเข้าใจในเรื่องอัตลักษณ์จากมุมมองเล็กๆ ในห้องเรียนอนุบาล ที่อาจนำไปสู่การศึกษาและวิธีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับเด็กๆ การบรรยายจัดที่ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน เข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือที่ http://www.sac.or.th


ลิเกทรงเครื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน


วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ขอเชิญชมการแสดงทางวัฒนธรรมครั้งที่ 45 ลิเกทรงเครื่อง เรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ตอน พระไวยแตกทัพ โดยคณะกรณ์กัญจนรัตน์ กลับมาอีกครั้งกับลิเกทรงเครื่องเรื่องใหม่ ตอนใหม่ พร้อมเทคนิคพิเศษบนเวทีกับเปรตคุณย่าวันทอง พร้อมชมเรื่องราวและรื่นรมย์ไปกับบทละคร และชุดการแสดงแบบทรงเครื่องโบราณ เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือที่ http://www.sac.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:06:35 น.  

 
*สัมนาใหญ่ อสมท ครบรอบ 32 ปี

กิจกรรมคลื่นความคิด
รีบสำรองที่นั่งฟรี สัมนาใหญ่ อสมท ครบรอบ 32 ปีโทรด่วน 082-450-4193 หรือ 086-307-2065
กำหนดการ
คลื่นความคิด เสวนา “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย ครั้งที่ 2”
วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2552 เวลา 8.00 – 16.00 น.
ณ โรงแรมเรดิสัน เรดิสันบอลรูม 4แยก อสมท.
________________________________________
08.00 น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร (300 คน)

09.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ประธานกล่าวเปิดงาน

09.30-10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ
หัวข้อ “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย”
10.00-12.00 น. เสวนา “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย”
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้ก่อตั้งสถาบันวิมุตยาลัย
พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.
คุณรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา
พัชระ สารพิมพา ผู้ดำเนินรายการข่าวเด่นประเด็นร้อน F.M.96.5
12.00 น. ปิดการเสวนารอบเช้า
________________________________________
13.00 น. ลงทะเบียนสัมนารอบบ่าย รับเอกสาร ( 100 คน )
13.30 น. เริ่มเสวนารอบบ่าย เจาะลึก “ เจาะกลยุทธ์ เพิ่มผลผลิต พลิกวิกฤติ สู่อนาคต”
วิทยากร
คุณเชาวลิต เอกบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เอสซีจี เปเปอร์
ผู้บริหารจาก ปตท. องค์กรที่ได้รับรางวัลจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
ดร.พานิช เหล่าศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
โชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย
วิทยากร รายการBUSINESS CONNECTION
F.M.96.5 MHz
จิระ ห้องสำเริง ผู้ดำเนินรายการ ECON BIZZ F.M.96.5 MHz
16.00 น. ปิดการเสวนา
________________________________________
เบอร์รับสำรองที่นั่ง 18 ก.ค.52
ภาคเช้า 082-450-4193
ภาคบ่าย 086-307-2065




*เชิญชมรายการ "หนังชีวิต" เพื่อหยุดทุกข์สร้างสุขเพื่อครอบครัว

สวัสดีครับ เครือข่ายของครอบครัว ทุกๆคน

แผนงานสุขภาวะครอบครัว สสส. มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ร่วมกับ ไทยพีบีเอส ผลิตรายการโทรทัศน์ เพื่อหยุดทุกข์สร้างสุขเพื่อครอบครัว
(หยุด 4 ทุกข์ อบายมุข นอกใจ ความรุนแรง หนี้สิน สร้าง 4 สุข สื่อสารดี มีเวลาร่วมกัน แบ่งปันใส่ใจ ห่วงใยสุขภาพ)

ในรายการ “หนังชีวิต” ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง ทีวีไทย ซึ่งจะออกอากาศทุกวันหยุดพิเศษ (มีทั้งหมด 13 ตอน)

วันหยุดนี้ จะเป็นการออกอากาศ เทปแรก สองวัน สองตอน

จึงขอเชิญชวน เครือข่ายฯ ทุกท่านร่วมดู และร่วมติชมด้วยครับ

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.30-14.00 น.
ตอน “ครอบครัวปลอดเหล้า 1”
ครอบครัวคุณปิ่นทอง ผู้ชายที่เคยดื่มเหล้าอย่างหนัก แต่ในปัจจุบันสามารถผ่านมรสุมชีวิตมาได้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ตัดสินใจเลิกเหล้า หลังจากเลิกเหล้าแล้วชีวิตเป็นอย่างไร…

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.30-14.00 น.
ตอน “ครอบครัวแบ่งปันใส่ใจ ดูแลผู้ป่วยโรคจิตเวช”
คุณพร ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีภาระในการดูแลลูกชาย แม่ รวมไปถึงหลานตัวน้อย และน้องชายที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชเรื้อรัง ปัญหาที่พบในการอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยคืออะไร เธอมีวิธีการรับมือกับภาระอันหนักอึ้งนี้อย่างไร…

ปู เครือข่ายครอบครัว


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:07:24 น.  

 
*กำหนดการจัดอบรม “ Coaching …ธุรกิจ Visit..ตลาดจีน ”

ระหว่างวันที่ 2, 3, 14, 15, 16, 17 และ 21 กรกฎาคม 2552


……………………..


วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฏาคม 2552 ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี



08.45 – 09.00 น. พิธีเปิด และต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดย

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (นายสุทธิศักดิ์ เลาหชีวิน)

09.00 – 12.00 น. หัวข้อ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดสากล” โดย

- คุณทรงเดช ตันสุรัต กรรมการผู้จัดการบริษัท บิซ คอนเซาท์ เลอร์แอนด์ เทรนนิ่ง จำกัด

- คุณสนิท จังมงคลกาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเรียนเต็ล มอเตอร์เวิร์ค จำกัด

13.00 – 16.00 น. หัวข้อ “แผนการตลาด เพื่อส่งออกสู่จีน” โดย

- ดร.พัชราภรณ์ จีนะวิจารณะ

ผู้บริหารผู้ชำนาญการให้บริการธุรกิจต่างประเทศ ฝ่ายวิเทศน์พาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย

- คุณทรงเดช ตันสุรัต และคุณฐิตาภา



วันศุกร์ที่ 3 กรกฏาคม 2552 ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี



09.00 – 12.00 น. หัวข้อ “Cash Flow” โดย คุณทรงเดช ตันสุรัต และคุณสนิท จังมงคลกาล

กรรมการผู้จัดการบริษัท โอเรียนเต็ลมอเตอร์เวิรคส์ จำกัด

หัวข้อ “Product Feasibility” โดย อ.ทรงเดชฯ อ.สนิทฯ และ คุณฐิตาภา ตั้งธีรภัทรกิจ

13.00 - 16.00 น. หัวข้อ “Pricing Strategy” “Marketing Plan” โดย อ.ทรงเดช และ อ.เพิ่มพันธ์ เนียวกุล

กรรมการผู้จัดการบริษัท อัลบาทรอส จำกัด



วันที่ 14-15 กรกฎาคม (...ปรึกษาต่อเนื่อง...ทุกเรื่อง..ส่งออก) แบบตัวต่อตัว

ณ สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ ชั้น 12 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

(ผู้เข้าร่วมอบรมนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าสะดวกในวันและเวลาใด)



09.00-12.00 น. หัวข้อ Business Plan โดย ดร.พัชราภรณ์ฯ

หัวข้อ Cash Flow โดย อ.ทรงเดชฯ และคุณฐิตาภาฯ

13.00-16.00 น. หัวข้อ Product Feasibility โดย อ.ทรงเดชฯ

หัวข้อ Pricing Strategy โดย อ.สนิทฯ

หัวข้อ Marketing Plan โดย อ.เพิ่มพันธ์ฯ

วันที่ 16-17 กรกฎาคม (...ปรึกษาต่อเนื่อง...ทุกเรื่อง..ส่งออก) แบบตัวต่อตัว

ณ สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ ชั้น 12 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

(ผู้เข้าร่วมอบรมนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าสะดวกในวันและเวลาใด)



09.00-12.00 น. หัวข้อ Product Feasibility โดย อ.ทรงเดชฯ

หัวข้อ Pricing Strategy โดย อ.สนิทฯ

หัวข้อ Marketing Plan โดย อ.เพิ่มพันธ์ฯ

13.00-16.00 น. หัวข้อ Business Plan โดย ดร.พัชราภรณ์ฯ

หัวข้อ Cash Flow โดย อ.ทรงเดชฯ และคุณฐิตาภาฯ



วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี



09.00-12.00 น. หัวข้อ Legal โดย อ.วิบูลย์ ตั้งกิตติภากรณ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจีน

และประธานกรรมการบริหาร บริษัทที่ปรึกษากฎหมายฟาร์อีสต์ จำกัด

13.00-16.00 น. - หัวข้อ “เตรียมพร้อมอย่างไร ก่อนไปตลาดจีน”

- ประกาศผลผู้ที่ได้รับคัดเลือก และ Wrap-up

โดย อ.ทรงเดชฯ อ.สนิทฯ และคุณฐิตาภาฯ



***************************************



หมายเหตุ - 10.30 น. รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

- 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:07:56 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง การพัฒนายุทธศาสตร์ซัพพลายเชน

ลอจิสติกส์ บูโร (เอเซีย)
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา

เรื่อง “การพัฒนายุทธศาสตร์ซัพพลายเชน
(Supply Chain Strategy Development)”

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.30 – 17.00 น.
ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด, กรุงเทพ

รายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์

กลุ่ม: เจ้าของกิจการ ,กรรมการผู้จัดการ, ทายาทธุรกิจ

วันที่: 15/7/2552

เวลา: 14:30-17:00

สถานที่จัด: โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 204 Rachadapisek Road, Huay Kwang Bangkok 10320

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 66 (0) 2694 2222

ห้อง-ชั้น: -

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: ลอจิสติกส์ บูโร เอเซีย

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: -
http://www.ksmecare.com/education_popup.aspx?ID=337




*โครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการทางดนตรีและสุนันทาคอนเสิร์ต”

สาขาวิชาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการทางดนตรีและสุนันทาคอนเสิร์ต” โดยวง Saxophone Quartet โดย Dr. Paul Bro และคณะอาจารย์และนักศึกษา จาก มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอินเดียน่า มาเป็นวิทยากรในการอบรม ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เวลา ๙.๐๐น.-๑๕.๐๐ น. ณ สาขาวิชาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และร่วมชมคอนเสิร์ต ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐-๒๐.๓๐ น .ณ หอประชุมสุนันทานุสรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
สอบถามรายละเอียด ได้ที่
สาขาวิชาดนตรี โทร ๐๘๔-๐๐๘-๐๐๗๙ Fax ๐๒-๒๔๔-๘๙๑๒
E-Mail: poo_eieiei@hotmail.com




*สัมมนาทางวิชาการประจำปี 2552 ในวาระครบรอบ 60 ปี ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กำหนดการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2552 ครั้งที่ 32
ในวาระครบรอบ 60 ปี ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "การบริหารโลกาภิวัตน์: ประสบการณ์ของภาคอุตสาหกรรมไทย"

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ------------

เวลา 08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 09.00 – 09.10 น. พิธีเปิดโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา 09.10 – 09.40 น. ปาฐกถาพิเศษ "ทิศทางประเทศไทยในยุคโลกาภิวัตน์" โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
เวลา 09.40 – 10.10 น. ปาฐกถาพิเศษ "ความร่วมมือกันทางนโยบายระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในยุคเศรษฐกิจโลกชะลอตัว" โดย ผู้บริหารระดับสูง ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC)


ดำเนินรายการภาคเช้า
โดย ผศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลา 10.10 – 11.00 น. "เครือข่ายการผลิตของบริษัทข้ามชาติในภาคอุตสาหกรรมไทย: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์" โดย ผศ.ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิจารณ์บทความ
โดย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้อำนวยการโปรแกรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เวลา 11.00 – 11.50 น. "การแสวงหาประโยชน์จากการเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทข้ามชาติ: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์" โดย อ.ดร.พีระ เจริญพร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิจารณ์บทความ โดย คุณยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนโยบายการลงทุน BOI

เวลา 11.50 – 12.00 น. ถาม-ตอบ
เวลา 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน


ดำเนินรายการภาคบ่าย
โดย ผศ.ดร.เกรียงไกร เตชกานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา 13.00 – 13.50 น. "การออกไปลงทุนต่างแดนของอุตสาหกรรมอัญมณี" โดย อ.ดร.เณศรา สุขพานิช คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิจารณ์บทความ
โดย รศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา 13.50 – 14.40 น. "แรงงานต่างด้าวกับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม" โดย อ.ดร.กิริยา กุลกลการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิจารณ์บทความ
โดย คุณวนิดา พิชาลัย ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนพัฒนาอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เวลา 14.40 – 14.50 น. ถาม-ตอบ
เวลา 14.50 – 17.00 น. อภิปรายเรื่อง "การยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยในยุคโลกาภิวัตน์"
1. ดร.สมชาย หาญหิรัญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
2. คุณสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
3. รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
4. คุณวิไลวรรณ แซ่เตียประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ดำเนินการอภิปราย
โดย รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


หมายเหตุ: การสัมมนาจะดำเนินเป็นภาษาไทย ยกเว้น การปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ความร่วมมือกันทางนโยบาย ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในยุคเศรษฐกิจโลกชะลอตัว" ที่จะดำเนินเป็นภาษาอังกฤษ


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:08:30 น.  

 
*กิจกรรมเมื่อทีวีมี นอหนู ดอเด็ก ฉอฉิ่ง ทอทหาร แต่ตัว พอ.ในทีวี หายไปไหน?

เมื่อทีวีมี นอหนู ดอเด็ก ฉอฉิ่ง ทอทหาร แต่ตัว พอ.ในทีวี หายไปไหน??

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา ขอเชิญชวนน้องๆ และผู้ปกครอง

สนุกกับนิทานจาก ครูชีวัน (เจ้าของผลงานนิทานดีๆ สำหรับเด็ก เช่น อีเล้งเค้งโค้ง คุณฟองนักแปรงฟัน คุณเงาใจดี ฯลฯ)

ฟังดนตรีดีดีเพื่อเด็กจาก พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง (เจ้าของผลงานเพลงขอ เด็กดั่งดวงดาวฯลฯ)

และร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัลให้กับผู้จัดรายการโทรทัศน์ที่ดีสำหรับเด็ก (ที่มีตัว พ.) ที่ตัดสินโดยเด็ก รวมถึงการร่วมสนุกในซุ้มกิจกรรมตัว พ. เช่น

ซุ้มกิจกรรมแนวทางการพึ่งพาตัวเอง
ซุ้มกิจกรรมพัฒนาการเด็ก
สนุกกับเกมการละเล่น นิทานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ
ซุ้มพื้นที่สร้างสรรค์

สนุกกับดนตรีทางเลือกและการสร้างเสียงดนตรีง่ายๆ
พร้อมเลือกซื้อหนังสือนิทานและของเล่นกลับบ้าน...

ชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในวันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฏาคม 2552

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ (สี่แยกปทุมวันตรงข้ามห้างมาบุญครอง) ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.

***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา
081-480-5376 / 086-428-2697
สนับสนุนโดย แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)




*เสวนา ชาติจะเป็นอย่างไร...ถ้าการศึกษาไทยไม่เปลี่ยน

ในวันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ ห้อง Meeting Room ๔ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (รายละเอียดดังแนบ) เพื่อแลกเปลี่ยนกระบวนทัศน์และร่วมผลักดันการปฏิรูปการเรียนรู้ไปสู่การเรียนรู้ที่แท้ทั้งระบบตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา อันนำไปสู่ทางออกของการศึกษาไทย

โรงเรียนเพลินพัฒนา ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ข่าวและขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจแก่ประชาชนต่อไป

กำหนดการ
๑๓.๐๐ – ๑๓.๓๐ น. ลงทะเบียน / รับประทานอาหารว่าง

๑๓.๓๐ – ๑๓.๓๕ น. (๕ นาที) ผู้ดำเนินรายการ : คุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ เกริ่นนำถึงที่มา/รูปแบบ/วิทยากร /เชิญองค์ปาฐกขึ้นเวที

๑๓.๓๕ – ๑๔.๐๕ น. (๓๐ นาที) ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ แสดงปาฐกถา

๑๔.๐๕ – ๑๔.๔๕ น. (๔๐ นาที) เวทีกลุ่มบุคคล แสดงความคิดเห็นและประสบการณ์
-กลุ่มผู้ปกครอง
-กลุ่มนักเรียนที่ผ่านการเรียนแนวใหม่
-กลุ่มนักธุรกิจสร้างสรรค์
-กลุ่มผู้สันทัดกรณีต่างๆ

๑๔.๔๕ – ๑๕.๔๕ น. (๑ ชม.) เวทีวิทยากร

-ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ปฏิรูปการศึกษาไทยในทศวรรษที่ ๒
-รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม ผู้แทนเครือข่ายโรงเรียนไทยไท
-คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-คุณสุภาวดี หาญเมธี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทรักลูกกรุ๊ป จำกัด

๑๕.๔๕ – ๑๖.๔๕ น. (๑ ชม.) เปิดอภิปราย –แลกเปลี่ยนเรียนรู้

๑๖.๔๕ – ๑๗.๐๐ น. (๑๕ นาที) สรุปประเด็นว่าใคร ต้องทำอะไร อย่างไร เพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย

ส่วนสื่อสารองค์กร โรงเรียนเพลินพัฒนา
ดวงกมล พลเยี่ยม (ครูเก๋) โทร.๐-๒๘๘๕-๒๖๗๐-๕ ต่อ ๓๑๐๓, ๐๘๙-๐๖๖-๖๑๔๔ kaydk08@gmail.com




*รับสมัครผู้เข้าร่วม โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม รุ่นที่ 2

โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม ( Social Entrepreneur Development Program)
หลักสูตรเสริมสร้างทักษะการบริหารองค์กรให้แก่ผู้ประกอบการทางสังคม ( Social Entrepreneur) หลักสูตรเดียวในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือระหว่าง โครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีปทุม และบริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการที่ทำงานในองค์กรภาคสังคม เข้ารับการอบรม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอดการอบรม จบแล้วได้รับวุฒิบัตร ดังนี้

- โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ศ.ส.ส.) รุ่นที่ 2อบรมระหว่างวันที่ 23-29 กรกฎาคม 2552
- โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม สำหรับผู้ปฎิบัติการ (ศ.ส.ก.) รุ่นที่ 1อบรมระหว่างวันที่ 13-19 สิงหาคม 2552


บางส่วนของหัวข้อการอบรม (ดูรายละเอียดในเอกสารแนบ)

- รอบรู้เรื่องบัญชีในแบบผู้ประกอบการทางสังคม
- การประเมินโครงการและการนำเสนอสำหรับผู้บริหาร
- การจัดการการตลาดสำหรับผู้ประกอบการทางสังคม
- แผนการตลาดสำหรับผู้ประกอบการทางสังคม
- เล่าเรื่องอย่างไรให้โดนใจสื่อ
- ฉลาดรู้ IT กับ Microsoft

VDO แนะนำโครงการ http://www.youtube.com/watch?v=rFLVkEk10mI

คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรม
เป็นผู้บริหาร หรือ เจ้าหน้าที่ ที่ปัจจุบันทำงานอยู่ในองค์กรภาคสังคม และมีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
สามารถเข้ารับการอบรมได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดและยินดีให้ความร่วมมือในการติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ภายหลัง

การอบรม

ผู้สมัครในระดับผู้ปฎิบัติการ ต้องได้รับการอนุมัติและรับรองจากผู้บริหารองค์กร
ผู้สมัครทั้ง 2 ระดับต้องยื่นใบสมัครพร้อมบทความสั้นๆ บรรยายถึงเหตุผลที่ต้องการเข้าอบรมและจะนำความรู้ไปทำงานอะไร ความยาว ไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ(A4)
กรอกใบสมัครพร้อมบทความ ส่งมาที่โทรสาร 02 9782593 หรือ jantiya.sp@gmail.com


ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552


รายละเอียดเพิ่มเติม

ชื่อโครงการ

:หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคมสำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่นที่ 2 (ศสส. รุ่นที่ 2)

:หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคมสำหรับผู้ปฎิบัติการรุ่นที่ 1(ศสก. รุ่นที่ 1)

หน่วยงานที่รับผิดชอบ:USR SRIPATUM, โครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน , บริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) จำกัด
ที่ปรึกษาโครงการ
:โครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน
- คุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คุณอภิชาติ การุณกรสกุล President บริษัท Asia Precision
:มหาวิทยาลัยศรีปทุม
:บริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) จำกัด
- คุณ Lisa Lam ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

หลักการและเหตุผล

โครงการ "แบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน" เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดยมีเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social Venture Network : SVN ) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

โดยทำหน้าที่เชื่อมโยง องค์กรภาคสังคม ที่ทำงานโดยไม่หวังผลกำไร กับองค์กรภาคธุรกิจ และทำงานพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยืน ด้วยการแบ่งปันทรัพยากรและความสามารถของแต่ละฝ่ายโดยการทำงานทั้ง 2 ฝ่าย จำเป็นอาศัยความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ ด้วยต่างๆ ในมิติที่ใกล้เคียงกัน


ทั้งนี้ ทางโครงการ "แบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน" เล็งเห็นว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีศักยภาพ ด้านหลักสูตร บุคลากร และสถานที่ ที่สามารถสนับสนุน โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางสังคม (Social Entrepreneur) ได้ จึงได้ร่วมมือกันจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการทางสังคม รุ่นที่ 1 โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง โครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน , USR มหาวิทยาลัยศรีปทุม และบริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งผลที่ได้จากการจัดครั้งแรกนี้เป็นที่น่าพอใจทั้งจากผู้จัดและผู้ร่วมงาน ดังนั้นทั้งสามหน่วยงานจึงร่วมมือกันจัดรุ่นที่ 2 ขึ้นอีกครั้ง โดยมีการนำข้อเสนอแนะจากการจัดครั้งแรกมาปรับรูปแบบการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมเป็นสองระดับ คือ ผู้บริหารระดับสูงและระดับปฎิบัติการ พร้อมทั้งให้เพิ่มกิจกรรมสันทนาการนอกสถานที่ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในการที่จะแบ่งปันช่วยเหลือกัน อันจะนำพาองค์กรของตนเองเติบโตไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างยิ่งยืน


วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนา เสริมสร้างทักษะ ที่จำเป็นในการบริหารจัดการองค์กรด้านต่างๆ ตลอดจนแนวทางการบริหารธุรกิจสมัยใหม่ ให้แก่บุคลากรจากองค์กรภาคสังคม
2. เพื่อนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม สามารถดำเนินกิจการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่งคงยั่งยืนพร้อมก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางสังคม และประสพความสำเร็จในการนำพาองค์กรไปสู้เป้าหมาย

กิจกรรม

1. พิธีมอบวุฒิบัตร (วันที่ 23 กรกฎาคม 2552)
2. ปาฐกถา หัวข้อ ผู้ประกอบการทางสังคม : กลไกขับเคลื่อนสังคม (วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 )
3. กิจกรรมใจประสานใจสู่การพัฒนาผู้ประกอบการทางสังคม รุ่นที่ 2 (กิจกรรมสันทนาการนอกสถานที่ 2 วัน 1 คืน ) (วันที่ 24-25 กรกฎาคม 2552 )
4. จัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการทางสังคม 2 หลักสูตร ( วันที่ 23-29 กรกฎาคม 2552 และ 13-19 สิงหาคม 2552 )

กลุ่มเป้าหมาย

บุคลากรในระดับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาคสังคม จำนวน 40 คน และระดับปฎิบัติการจากองค์กรภาคสังคม จำนวน 40 คน


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:08:59 น.  

 
*โครงการประกวดการจัดทำโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย

ด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กำหนดจัดโครงการสร้างสรรค์สังคม ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยในชุมชน หรือสถานศึกษา ขึ้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีการรวมกลุ่มกันจัดทำโครงการที่มุ่งเน้นในเรื่องของการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน หรือสถานศึกษา โดนที่ทาง สท.จะเป็นผู้สมันบสนุนงบประมาณในการจัดโครงการจำนวน 10,000 บาท โดยกลุ่มเยาวชนสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 และทาง สท.จะประกาศผลโครงการที่ได้รับการคัดเลือกภายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 โดยโครงการของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องสามารถดำเนินการจัดขึ้นได้จริงในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม 2552 - 30 กันยายน 2552

โดยกลุ่มเยาวชนทุกกลุ่มที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะได้รับเกียรติบัตร จากทาง สท. และสำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาและสามารถจัดกิจกรรมจนบังเกิดผลสำเร็จจะได้รับโล่รางวัล พร้อมเกียรติบัตรจากทาง สท.

เยาวชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0 - 2255 - 5850 - 7 ต่อ 155 ,133
แบบฟอร์มการสมัคร คลิกที่นี่




*โครงการ อบรมนักนิยมธรรมชาติ ครั้งที่ ๑๙

หลักการและเหตุผล

ชมรมนักนิยมธรรมชาติ เปิดอบรมนักนิยมธรรมชาติ หรือการอบรมพี่เลี้ยงเยาวชนมาแล้ว ๑๘ ครั้ง โดยจัดปีละ ๑ ครั้ง มีผู้ผ่านการอบรมแล้วมากกว่า ๓๐๐ คน ซึ่งมาจากต่างอาชีพ ต่างวัย ต่างฐานะ ได้สละเวลา แรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ มาช่วยเป็นทีมงานพี่เลี้ยงอาสาสมัคร เพื่อให้ความรู้ ความรักธรรมชาติแก่เยาวชน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งนี้ด้วยสำนึกเช่นเดียวกันว่า "การดูแลรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไปนั้น เป็นภาระหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน"

เงื่อนไขในการเข้ารับการอบรม
๑. อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป
๒. ต้องผ่านการอบรมทุกสัปดาห์ จึงถือว่าผ่าน ( จะมาบางสัปดาห์ก็ได้ เพียงแต่ไม่อาจถือว่าผ่านการอบรมแบบสมบูรณ์ แต่สามารถมาอบรมเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดได้ในปีต่อๆไป )

งบประมาณค่าใช้จ่าย : หารเฉลี่ยตามค่าใช้จ่ายจริง
(วิทยากร + ผู้สอน ทีมงาน มาทำงานให้ฟรีเพื่อสร้างอาสาสมัครรุ่นใหม่ )

กำหนดการการอบรม (เบื้องต้น)

สัปดาห์ที่ 1.... 27-28 มิถุนายน 2552 ( ค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) ค่าของขวัญผู้บรรยายหัวข้อเรื่อง นิเวศวิทยาป่าไม้ และค่าใช้สถานที่ )
สถานที่ : รังจาบคา ซ.พหลโยธิน 54/2 กทม. ( ไปเช้า-เย็นกลับ )
รู้จักการเลือกซื้อเลือกใช้อุปกรณ์เดินป่า ตั้งไข่ก่อนเริ่มเดินเข้าสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ , เรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาของป่าไม้ ก่อนไปสัมผัสจริง

สัปดาห์ที่ 2.... 4-7 กรกฎาคม 2552 ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 – 3,500 บาท )
สถานที่ : พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ม.เทคโนโลยีสุรนารี + ปราสาทหินในจ.บุรีรัมย์ + ป่าอนุรักษ์ ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ในรัศมีประมาณ 400 กิโลเมตร
รู้จักดวงดาว การกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงของโลก รู้จักโลกแบบสัมผัสตรง รู้จักอารยธรรมมนุษย์ รู้การก่อกองไฟหุงข้าว-กางเต็นท์ + รู้จักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ รู้จักการสื่อความหมายธรรมชาติ

สัปดาห์ที่ 3.... 18-19 กรกฎาคม 2552 ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 800 – 1,000 บาท )
สถานที่ : อช.พระพุทธฉาย จ.สระบุรี
รู้จักจิตวิทยาของคนแต่ละวัย รู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น รู้จักกิจกรรมสันทนาการ

สัปดาห์ที่ 4.... 31 กรกฎาคม และ 1-2 สิงหาคม 2552 ( เดินทางค่ำวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. ) ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,800 – 3,500 บาท )
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ หรือที่จะจัดค่ายนักนิยมธรรมชาติรุ่นเยาว์
รู้จักกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ รู้จักการป้องกันและแก้ไขปัญหาในค่ายธรรมชาติ

หมายเหตุ : ทางชมรมมีการจัดค่ายเยาวชนทุกปี ซึ่งผู้ผ่านการอบรม สามารถเข้าร่วมเป็นทีมงานพี่เลี้ยงอาสาสมัครได้

เข้าร่วมอบรม ติดต่อ ชมรมนักนิยมธรรมชาติ ที่http://www.naturethai.org/forum/forum_posts.asp?TID=1967&PN=1&TPN=1
หรือ นายพงศ์เทพ วงษ์เสนา โทรศัพท์ 081-657-2967




*จัดการประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน"

มูลนิธิรักษ์ไทย องค์กรพัฒนาท้องถิ่น ที่ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เข้าถึงยาก จัดการประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน" ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I ชิงถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการประกวดแผนงานด้านการตลาด และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในด้านการช่วยเหลือสังคมในชุมชนด้อยโอกาสและห่างไกลความเจริญ โดยโครงการฯ ดังกล่าว จะรับสมัครทีมนิสิตนักศึกษา ระดับอุดมศึกษาจากทั่วประเทศ

*****************************************

CSR Plan Competition
หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน"
ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I

ในสภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่มีมากขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน หลายองค์กรจึงหันมาใส่ใจกับความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) มากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ หรือมุ่งแต่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว หากแต่การมองเห็นคุณค่าของกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมพร้อมกับการลงมือทำอย่างต่อเนื่องนั้น ถือได้ว่าเป็นความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม ทำให้ประชาชนและสังคมเชื่อมั่นในการดำเนินกิจกรรม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานต่อไป

มูลนิธิรักษ์ไทย องค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เข้าถึงยากและในหลายโครงการ อาทิ โครงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเอดส์และอนามัยเจริญพันธุ์ โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และโครงการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเยาวชน ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ทางการศึกษา โดยเฉพาะการวางแผนงานในด้านการพัฒนาและช่วยเหลือสังคม ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ จึงได้จัด การประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน" ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการประกวดแผนงานด้านการตลาด และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในด้านการช่วยเหลือสังคมในชุมชนด้อยโอกาสและห่างไกลความเจริญ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาใช้ความรู้ความสามารถด้านการวางแผนงานทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เผยแพร่สู่สาธารณชน และสามารถนำแผนงานไปใช้ประโยชน์ได้จริงในอนาคต

2. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้มีเวทีในการแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่าง สร้างสรรค์

3. เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีโอกาสเข้าถึง และสัมผัสวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านกลุ่มรากหญ้า ทั้งทางด้าน การพัฒนาตนเองและชีวิตความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน

4. เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และการช่วยเหลือชุมชนใน พื้นที่ห่างไกล

กลุ่มเป้าหมาย: นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา

ระยะเวลา: เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2552

ประเด็นหลัก/เนื้อหาการประกวด

1. โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ภาวะโลกร้อน
2. โครงการส่งเสริมอาชีพในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

หลักเกณฑ์และระเบียบการแข่งขัน

1. ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด

• นิสิตนักศึกษา ระดับอุดมศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่หรือกำลังเตรียมตัวเข้าศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สนใจงานด้านการพัฒนา
• สมัครเป็นทีมๆ ละไม่เกิน 5 คน กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ไม่จำกัดสาขาและคณะ (สมาชิกในกลุ่มต้องมาจากสถาบันเดียวกัน แต่สามารถอยู่ต่างคณะกันได้) ทุกทีมจะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่าน ให้การรับรอง

2. วิธีการส่งใบสมัคร

• สามารถติดต่อรับใบสมัครได้ที่
o ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรักษ์ไทย กรุงเทพฯ
o กองงานกิจการนิสิตนักศึกษา / ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
o ภาควิชาคณะนิเทศศาสตร์ / ภาควิชาบริหารธุรกิจ ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
หรือสามารถโหลดใบสมัครได้ที่ http://www.raksthai.org

• ส่งใบสมัครการประกวด CSR Plan พร้อมหลักฐานของผู้สมัครทุกท่าน ดังนี้
o รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
o สำเนาบัตรประจำตัวนิสิตนักศึกษา / สำเนาบัตรประชาชน
o เอกสารรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษากลุ่ม

• จัดส่งด้วยตนเอง หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2552** ได้ที่

o ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธ%


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:10:31 น.  

 
*โครงการประกวดการจัดทำโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย

ด้วยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กำหนดจัดโครงการสร้างสรรค์สังคม ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยในชุมชน หรือสถานศึกษา ขึ้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีการรวมกลุ่มกันจัดทำโครงการที่มุ่งเน้นในเรื่องของการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน หรือสถานศึกษา โดนที่ทาง สท.จะเป็นผู้สมันบสนุนงบประมาณในการจัดโครงการจำนวน 10,000 บาท โดยกลุ่มเยาวชนสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 และทาง สท.จะประกาศผลโครงการที่ได้รับการคัดเลือกภายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 โดยโครงการของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องสามารถดำเนินการจัดขึ้นได้จริงในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม 2552 - 30 กันยายน 2552

โดยกลุ่มเยาวชนทุกกลุ่มที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะได้รับเกียรติบัตร จากทาง สท. และสำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาและสามารถจัดกิจกรรมจนบังเกิดผลสำเร็จจะได้รับโล่รางวัล พร้อมเกียรติบัตรจากทาง สท.

เยาวชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0 - 2255 - 5850 - 7 ต่อ 155 ,133
แบบฟอร์มการสมัคร คลิกที่นี่




*โครงการ อบรมนักนิยมธรรมชาติ ครั้งที่ ๑๙

หลักการและเหตุผล

ชมรมนักนิยมธรรมชาติ เปิดอบรมนักนิยมธรรมชาติ หรือการอบรมพี่เลี้ยงเยาวชนมาแล้ว ๑๘ ครั้ง โดยจัดปีละ ๑ ครั้ง มีผู้ผ่านการอบรมแล้วมากกว่า ๓๐๐ คน ซึ่งมาจากต่างอาชีพ ต่างวัย ต่างฐานะ ได้สละเวลา แรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ มาช่วยเป็นทีมงานพี่เลี้ยงอาสาสมัคร เพื่อให้ความรู้ ความรักธรรมชาติแก่เยาวชน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งนี้ด้วยสำนึกเช่นเดียวกันว่า "การดูแลรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไปนั้น เป็นภาระหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน"

เงื่อนไขในการเข้ารับการอบรม
๑. อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป
๒. ต้องผ่านการอบรมทุกสัปดาห์ จึงถือว่าผ่าน ( จะมาบางสัปดาห์ก็ได้ เพียงแต่ไม่อาจถือว่าผ่านการอบรมแบบสมบูรณ์ แต่สามารถมาอบรมเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดได้ในปีต่อๆไป )

งบประมาณค่าใช้จ่าย : หารเฉลี่ยตามค่าใช้จ่ายจริง
(วิทยากร + ผู้สอน ทีมงาน มาทำงานให้ฟรีเพื่อสร้างอาสาสมัครรุ่นใหม่ )

กำหนดการการอบรม (เบื้องต้น)

สัปดาห์ที่ 1.... 27-28 มิถุนายน 2552 ( ค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) ค่าของขวัญผู้บรรยายหัวข้อเรื่อง นิเวศวิทยาป่าไม้ และค่าใช้สถานที่ )
สถานที่ : รังจาบคา ซ.พหลโยธิน 54/2 กทม. ( ไปเช้า-เย็นกลับ )
รู้จักการเลือกซื้อเลือกใช้อุปกรณ์เดินป่า ตั้งไข่ก่อนเริ่มเดินเข้าสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ , เรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาของป่าไม้ ก่อนไปสัมผัสจริง

สัปดาห์ที่ 2.... 4-7 กรกฎาคม 2552 ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 – 3,500 บาท )
สถานที่ : พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ม.เทคโนโลยีสุรนารี + ปราสาทหินในจ.บุรีรัมย์ + ป่าอนุรักษ์ ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ในรัศมีประมาณ 400 กิโลเมตร
รู้จักดวงดาว การกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงของโลก รู้จักโลกแบบสัมผัสตรง รู้จักอารยธรรมมนุษย์ รู้การก่อกองไฟหุงข้าว-กางเต็นท์ + รู้จักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ รู้จักการสื่อความหมายธรรมชาติ

สัปดาห์ที่ 3.... 18-19 กรกฎาคม 2552 ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 800 – 1,000 บาท )
สถานที่ : อช.พระพุทธฉาย จ.สระบุรี
รู้จักจิตวิทยาของคนแต่ละวัย รู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น รู้จักกิจกรรมสันทนาการ

สัปดาห์ที่ 4.... 31 กรกฎาคม และ 1-2 สิงหาคม 2552 ( เดินทางค่ำวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. ) ( ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,800 – 3,500 บาท )
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ หรือที่จะจัดค่ายนักนิยมธรรมชาติรุ่นเยาว์
รู้จักกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ รู้จักการป้องกันและแก้ไขปัญหาในค่ายธรรมชาติ

หมายเหตุ : ทางชมรมมีการจัดค่ายเยาวชนทุกปี ซึ่งผู้ผ่านการอบรม สามารถเข้าร่วมเป็นทีมงานพี่เลี้ยงอาสาสมัครได้

เข้าร่วมอบรม ติดต่อ ชมรมนักนิยมธรรมชาติ ที่http://www.naturethai.org/forum/forum_posts.asp?TID=1967&PN=1&TPN=1
หรือ นายพงศ์เทพ วงษ์เสนา โทรศัพท์ 081-657-2967




*จัดการประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน"

มูลนิธิรักษ์ไทย องค์กรพัฒนาท้องถิ่น ที่ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เข้าถึงยาก จัดการประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน" ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I ชิงถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการประกวดแผนงานด้านการตลาด และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในด้านการช่วยเหลือสังคมในชุมชนด้อยโอกาสและห่างไกลความเจริญ โดยโครงการฯ ดังกล่าว จะรับสมัครทีมนิสิตนักศึกษา ระดับอุดมศึกษาจากทั่วประเทศ

*****************************************

CSR Plan Competition
หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน"
ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I

ในสภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่มีมากขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน หลายองค์กรจึงหันมาใส่ใจกับความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) มากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ หรือมุ่งแต่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว หากแต่การมองเห็นคุณค่าของกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมพร้อมกับการลงมือทำอย่างต่อเนื่องนั้น ถือได้ว่าเป็นความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม ทำให้ประชาชนและสังคมเชื่อมั่นในการดำเนินกิจกรรม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานต่อไป

มูลนิธิรักษ์ไทย องค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เข้าถึงยากและในหลายโครงการ อาทิ โครงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเอดส์และอนามัยเจริญพันธุ์ โครงการส่งเสริมอาชีพ โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และโครงการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเยาวชน ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ทางการศึกษา โดยเฉพาะการวางแผนงานในด้านการพัฒนาและช่วยเหลือสังคม ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ จึงได้จัด การประกวด CSR Plan Competition หัวข้อ "ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีให้แก่ชุมชน" ภายใต้โครงการ Raks Thai Young Market Awards I โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการประกวดแผนงานด้านการตลาด และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในด้านการช่วยเหลือสังคมในชุมชนด้อยโอกาสและห่างไกลความเจริญ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาใช้ความรู้ความสามารถด้านการวางแผนงานทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เผยแพร่สู่สาธารณชน และสามารถนำแผนงานไปใช้ประโยชน์ได้จริงในอนาคต

2. เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้มีเวทีในการแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่าง สร้างสรรค์

3. เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีโอกาสเข้าถึง และสัมผัสวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านกลุ่มรากหญ้า ทั้งทางด้าน การพัฒนาตนเองและชีวิตความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน

4. เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และการช่วยเหลือชุมชนใน พื้นที่ห่างไกล

กลุ่มเป้าหมาย: นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา

ระยะเวลา: เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2552

ประเด็นหลัก/เนื้อหาการประกวด

1. โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ภาวะโลกร้อน
2. โครงการส่งเสริมอาชีพในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

หลักเกณฑ์และระเบียบการแข่งขัน

1. ผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด

• นิสิตนักศึกษา ระดับอุดมศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่หรือกำลังเตรียมตัวเข้าศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สนใจงานด้านการพัฒนา
• สมัครเป็นทีมๆ ละไม่เกิน 5 คน กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ไม่จำกัดสาขาและคณะ (สมาชิกในกลุ่มต้องมาจากสถาบันเดียวกัน แต่สามารถอยู่ต่างคณะกันได้) ทุกทีมจะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่าน ให้การรับรอง

2. วิธีการส่งใบสมัคร

• สามารถติดต่อรับใบสมัครได้ที่
o ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรักษ์ไทย กรุงเทพฯ
o กองงานกิจการนิสิตนักศึกษา / ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
o ภาควิชาคณะนิเทศศาสตร์ / ภาควิชาบริหารธุรกิจ ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
หรือสามารถโหลดใบสมัครได้ที่ http://www.raksthai.org

• ส่งใบสมัครการประกวด CSR Plan พร้อมหลักฐานของผู้สมัครทุกท่าน ดังนี้
o รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
o สำเนาบัตรประจำตัวนิสิตนักศึกษา / สำเนาบัตรประชาชน
o เอกสารรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษากลุ่ม

• จัดส่งด้วยตนเอง หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2552** ได้ที่

o ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรักษ์ไทย
เลขที่ 185 ถนนประดิพัทธ์ ซอยประดิพัทธ์ 6, สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์ 0-2265-6833, 0-2265-6854, 0-2265-6852
หรือ 0-2265-6888
โทรสาร 0-2271-4467

จัดส่งทาง E-mail: raksthai.pr@gmail.com Siriporn@raksthai.org Choochat@raksthai.org

การส่งผลงาน

• ส่งผลงานบนแผ่น VCD/DVD (Slide Presentation / PowerPoint ภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวหรืออื่นๆ) พร้อมเอกสารบรรยายประกอบ ภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552**

รายละเอียดแผนงาน CSR ที่ส่งเข้าประกวด ประกอบด้วย

1. บทสรุปและเนื้อหาแผนงานทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
2. การกำหนดวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ทางการตลาด
3. การวางแผนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการใช้ช่องทางการสื่อสาร
4. สถานการณ์ปัจจุบันที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน/พื้นที่เป้าหมาย
5. รายละเอียดงานในภาคปฏิบัติ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
6. ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่สามารถดำเนินกิจกรรม CSR ได้
7. ผลที่คาดว่าชุมชนและองค์กรที่ให้การสนับสนุนจะได้รับประโยชน์
8. ประมาณการงบประมาณ


กำหนดการ (วันเวลาเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)

• 1-19 มิถุนายน 2552 ส่งใบสมัคร
• 25 มิถุนายน 2552 ปฐมนิเทศนักศึกษา
• 22 กรกฏาคม 2552 ส่งผลงานพร้อมเอกสารประกอบ
• 14 สิงหาคม 2552 ปฐมนิเทศ 10 ทีมสุดท้าย
• 3 กันยายน 2552 งานประกวดรอบชิงชนะเลิศ

หมายเหตุ: ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ต้องมานำเสนอผลงานของตนเองต่อคณะกรรมการ โดยจัดเตรียมเอกสาร และสิ่งของที่ต้องใช้ในการนำเสนอต่อคณะกรรมการให้เรียบร้อย ในวันงานรอบชิงชนะเลิศ

การตัดสินการให้คะแนนมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
1. การวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย 20%
2. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมภาพลักษณ์/แบรนด์ 20%
3. ความสมบูรณ์ของแผนการตลาดและกลยุทธ์ 20%
4. ประโยชน์ที่ชุมชนและองค์กรที่ให้การสนับสนุนได้รับประโยชน์ 20%
5. ความเป็นไปได้ในการนำแผนไปใช้ในปัจจุบัน 10%
6. ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการนำเสนอ 10%

เงื่อนไขในการส่งผลงานเข้าประกวด

• แผนงานที่ส่งเข้าประกวดต้องสามารถใช้ได้จริงในสภาวะปัจจุบัน
• แผนงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเกิดขึ้นจากแนวคิดของกลุ่ม ห้ามไม่ให้ลอกเลียนแบบบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด
• เนื้อหาต้องไม่นำเสนอในรูปแบบของการเสียดสี ล้อเลียน ศาสนา และวัฒนธรรม
• ทุกทีมต้องเข้ารับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในวันปฐมนิเทศการประกวดผลงาน
• คณะกรรมขอสงวนสิทธิ์ผลงานที่เข้ารอบ 10 ทีม สุดท้าย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือสังคมและชุมชนต่อไป
• แผนงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นลิขสิทธิ์ของมูลนิธิรักษ์ไทย และสามารถนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป

ประเภทรางวัล แบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล ถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรักษ์ไทย
185 ถนนประดิพัทธ์ ซอยประดิพัทธ์ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2265-6852, 0-2265-6854, 0-2265-6833

หรือ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและโหลดใบสมัครได้ที่ http://www.raksthai.org


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:11:50 น.  

 
*สัมมนาฟรี ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างในประเทศและต่างประเทศ

จัดโดย: สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
วันที่อบรม สัมมนา:
วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 8.30 - 16.00 น.

วิทยากร:
ผศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Mr. Dean Borg Zamil Steel Building (Thailand)
คุณสมภพ สุวรรณหงสกุล บจก.บลูสโคป สตีล (ประเทศไทย)
คุณ ณัฐพล สุทธิธรรม บริษัท ไอเอ็มเอ็มเอส จำกัด
สถานที่จัดอบรม สัมมนา:
ณ ห้องสัมมนา 101 อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณ รัชวดี
โทรศัพท์ 02-712-4402-7 ต่อ 124 โทรสาร 02-713-6293
e-mail: ratchawadee@isit.or.th




*อบรมต้นกล้าอาชีพหลักสูตร “พี่เลี้ยงเด็ก” ฟรี

สถาบันสุขภาพเด็กฯ ขอเชิญประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้ว่างงาน และผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ที่ยังไม่มีงานทำ หรือผู้สนใจทั่วไป อายุตั้งแต่ 18-60 ปี เข้าร่วมการอบรมต้นกล้าอาชีพหลักสูตร “พี่เลี้ยงเด็ก” ในการนี้ผู้อบรม ยังจะได้รับเบี้ยเลี้ยง และค่าพาหนะระหว่างการอบรมตลอดการฝึกอบรมอีกด้วย สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล โทร. 02 3548333-43 ต่อ 2636 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. 52 (รับเพียง 150 คนต่อรุ่นเท่านั้น)

รายละเอียดเพิ่มเติม

ระยะเวลาการดำเนินการ หลักสูตร 1 เดือน
ภาคเรียนที่ 1 (3 สัปดาห์) เรียนทฤษฎีและฝึกปฏิบัติภายในDay Careตั้งแต่ 8.00 -16.00 น.

ตัวอย่างหัวข้อการอบรม

- แนะนำหลักสูตรพี่เลี้ยงเด็ก/ รู้จักธรรมชาติของเด็ก
- การจัดสถานที่เลี้ยงดูเด็ก การเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ในการดูแลเด็ก การจัดสถานที่เพื่อพัฒนาการของเด็ก
-การควบคุมและป้องกันเชื้อโรคติดเชื้อในสถานเลี้ยงเด็ก
-วิธีการอุ้มเด็กชนิดต่างๆ / การใส่ผ้าอ้อมชนิดต่างๆ / การอาบน้ำ สระผมให้เด็กเล็ก
-นมแม่กับการเก็บรักษา การอุ้มเด็กป้อนนมแม่
-การเลือกและการประกอบอาหารสำหรับเด็กเล็ก(สาธิต)
-การสังเกตและเขียนรายงานการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมเด็ก
-การเจ็บป่วย ปัญหาที่พบบ่อยในการเลี้ยงดู
-จิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก / การเล่นกับเด็ก
-อุบัติเหตุในเด็กที่พบบ่อย และการดูแลการปลอดภัยและปฐมพยาบาล
-การใช้ยาในเด็ก วัดไข้ ลดไข้(สาธิต) / การพาเด็กไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์
-สิทธิเด็กและพี่เลี้ยงเด็กคุณภาพ

สิทธิผู้เข้าร่วมอบรม

1. ค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราวันละ 160 บาท ระหว่างการฝึกอบรม 1 เดือน
2.ค่าพาหนะระหว่างการอบรม ในอัตราวันละ 30 บาท ระหว่างการฝึกอบรม 1 เดือน




*เชิญชมนิทรรศการแถลงผลการทำงานครบรอบ 6 เดือนของ ผว.กทม.

ในวันที่ 17 – 19 ก.ค. 52 กทม. เชิญชมนิทรรศการแถลงผลการทำงานครบรอบ 6 เดือนของ ผว.กทม. ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะนำเสนอผลงานแบบนิทรรศการตามนโยบาย 6 ด้านของผู้บริหาร ได้แก่
(1) ด้านเศรษฐกิจ เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการค้า และ การท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างแท้จริง
(2) ด้านความปลอดภัย ปฏิรูปกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
(3) ด้านสิ่งแวดล้อม จัดระเบียบกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่สะอาด ปราศจากขยะ มลพิษ และสิ่งก่อกวน
ด้วยนโยบายสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น
(4) ด้านการศึกษา เสริมสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการเรียนรู้ด้วยนโยบายการศึกษาที่ทำได้จริง
ด้วยคุณภาพมาตรฐาน พร้อมพัฒนา องค์ความรู้อย่างครอบคลุมทั้งในและนอกห้องเรียน
(5) ด้านสุขภาพ ส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นมหานคร ที่เข้มแข็ง ด้วยนโยบายสุขภาพที่จะทำให้ทุกคนแข็งแรง
(6) ด้านการจราจร เพื่ออนาคตการเดินทาง ที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:15:32 น.  

 
*โครงการอบรม"แนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐสำหรับประชาชนและสื่อมวลชน

สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ สำนักงาน ป.ป.ช. จัดอบรมโครงการอบรม"แนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐสำหรับประชาชนและสื่อมวลชน (รุ่นที่ 2)

ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงแรม รอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ

วัตถุประสงค์:

1. เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
2. เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งประชาชนจะไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้เพียงลำพัง ทั้งนี้ต้องอาศัยภาคสื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
3. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถกำหนดกรอบแนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

หัวข้อการอบรม:

1. เค้าโครงเนื้อหา

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 09.15 น. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธี
เปิดโครงการอบรม "แนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐสำหรับประชาชน
และสื่อมวลชน" รุ่นที่ 2
09.15 – 10.30 น. การบรรยายพิเศษเรื่อง "บทบาทของประชาชนและสื่อมวลชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ"
โดย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. บรรยาย เรื่อง "เจตนารมณ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ
การใช้อำนาจรัฐสำหรับประชาชนและสื่อมวลชน"
โดย นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.

12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.15 น. บรรยายและแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ (4 กลุ่ม) เรื่อง "แนวทางการตรวจสอบ
การใช้อำนาจรัฐในปัจจุบัน"
โดย นายสรรเสริญ พลเจียก ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.และคณะ

15.15 – 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 – 16.00 น. บรรยายและแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ เรื่อง "แนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ในปัจจุบัน" (ต่อ)
16.00 น. พิธีปิดการฝึกอบรม

สอบถามเพิ่มเติม

สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์

ผู้ประสานงาน: นางสวรรยา รัตนราช (หัวหน้าโครงการ)
นางสาวศุภพร จันทวังโส โทร. 0 2-280 - 2805, 0 2-282-3161-5 ต่อ 125
นายอาเมน บวรสุวรรณ โทร. 0 2-282 –3306, 0 2-282-3161-5 ต่อ 507,154




*โครงการสัมมนา 3G Applications Series 3: เรื่อง “Tele-education and Mobile Education”

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 -16.45 น.

ณ อาคารหอประชุม สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สกทช.)

08.00 – 08.45 น.
ลงทะเบียน

08.45 - 09.00 น.
กล่าวรายงาน

โดย นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

พิธีเปิดการสัมมนา

โดย พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

09.00 – 09.30 น.
Overview of Mobile Phone Applications for Education

โดย Mr. Yuichi Kato

Division head of advanced mobile solution using 3G

NTT DoCoMo, Japan

09.30 – 10.00 น.
โครงการต้นแบบศูนย ์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

โดย นาวาอากาศเอก ดร.ธงชัย อยู่ญาติวงศ์

คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

10.00 – 10.30 น.
โครงการศูนย์ทางไกลเพื่อพัฒนาการศึกษาและพัฒนาชนบท ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธา อารีราษฎร์

ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ทางไกลฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

10.30 - 10.45 น.
พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 - 11.30 น.
โครงการจัดการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

โดย ดร.นงนุช ชาญปริยวาทีวงศ์

เลขาธิการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

11.30 - 12.00 น.
โครงการจัดการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม WINDS และ AUN/Seed Net JICA

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี อร่ามวิทย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิศาชล ตั้งเสงี่ยมวิสัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

12.00 - 13.00 น.
พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00 - 13.30 น.
โครงการ NGN Classroom ตามโครงการดำเนินการทดลองศึกษาและประเมินผล

การปรับเปลี่ยนโครงข่ายดั้งเดิมเป็นโครงข่ายไอพี ของ กทช. ในจังหวัดภูเก็ต

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13.30 - 14.00 น.
โครงการศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท

โดย คุณกิตติพงศ์ เตมียะประดิษฐ์

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

14.00 - 14.30 น.
โครงการนำร่องด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารสนเทศ เพื่อการศึกษาในโรงเรียนสายสามัญ

ระดับมัธยมศึกษาเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

โดย อาจารย์พีระ ฉิมคง

กรรมการโครงการฯ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

14.30 - 14.45 น.
พักรับประทานอาหารว่าง

14.45 - 16.30 น.
การอภิปรายหัวข้อ: การพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายและ 3G เพื่อเป็นสื่อการศึกษาทางไกล

ดำเนินการอภิปรายโดย : ศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ

กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ร่วมอภิปรายโดย :

Mr. Yuichi Kato NTT DoCoMo, Japan

ผศ.ดร.สุภาวดี อร่ามวิทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณกิตติพงศ์ เตมียะประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานประสิทธิผลองค์กรบมจ.ทีโอที

ดร.ธีรศักดิ์ อนันตกุล Radio Access Network Technical Manager, AIS

คุณพีระพล ฉัตรอนันทเวช Executive Marketing Manager บมจ.ทรูมูฟ

Mr. Roar Wiik Andreassen รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ, DTAC

ดร.นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ไทยคม

คุณประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล รองประธานกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สามารถเทลคอม

คุณต่อพงษ์ เสลานนท์ อุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

16.30 – 16.45 น.
ถาม-ตอบปัญหา


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:16:09 น.  

 
*Creativity Street : "ถนนสายศิลปิน" -

Organizer : N.C.C. Exhibition Organizer Co., Ltd.
Tel : +66 (0) 2 203 4281
Website : http://www.petexpothailand.net

Pet Expo Thailand 2009

Date: 23 - 26 July, 2009
Owner: N.C.C. Exhibition Organizer Co., Ltd.
10 a.m. - 8 p.m.
Zone C 2, Plaza
Theme
Creativity with love : สร้างรัก ด้วยรัก
กิจกรรม
- Creativity Street : "ถนนสายศิลปิน" - จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ อันเกิดจากแรงบันดาลใจที่เกิดจากความรักสัตว์เลี้ยง อาทิ เสื้อผ้าสุนัข, สายจูง, กรง, และแอคเซสเซอรี่ต่าง ๆ
- Fashion : เสื้อผ้าสุนัข จากห้องเสื้อชั้นนำ
- สายพันธุ์ไหนตรงใจคุณ แนะนำสุนัขสายพันธุ์ยอดนิยม การเลือกซื้อและวิธีการเลี้ยง
- Travel with Pets : พบโซนท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อคนรักสัตว์
- กิจกรรมแมวสุขภาพดี เพื่อคนรักแมวโดยเฉพาะ
- PET Partnership Program (Trade): สื่อกลางการเจรจาธุรกิจของผู้ซื้อกับผู้ขาย จัดแสดงสินค้าจากผู้แสดงงานจากต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและสนับสนุนธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย
- และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย




*สัมมนา "Speed up SAP Dev/Test cycles. Stop inefficiency"

เน็ตแอพ (NetApp) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมยูนิไฟน์สตอเรจ เอสเอพีและยิบอินซอย ร่วมกันจัดงานสัมมนา "Speed up SAP Dev/Test cycles. Stop inefficiency" เพื่อถ่ายทอดความรู้วิธีการลดความเสี่ยงและประสบการณ์การบริหารจัดการข้อมูลในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมประสิทธิภาพการใช้งานสตอเรจได้อย่างเต็มที่ดีเยี่ยม พบกันในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ ห้องเดอะ แคมปัส โรงแรมแกรนด์ ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพฯ

สำรองที่นั่งด่วน จำนวนจำกัด ได้ที่อีเมล์ netapp@thailandevent.net ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-937-4658-9 งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานใดๆ ทั้งสิ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) จำกัด
คุณกมลรัตน์ บุญยกุลศรีรุ่ง
โทรศัพท์ 0-2126-8006 อีเมล์: bangie@netapp.com

ข่าวประชาสัมพันธ์โดย
บริษัท โอเอซิส มีเดีย จำกัด
คุณสุนิสา แก้วไทย
โทรศัพท์ 0-2937-4735 ต่อ 49 อีเมล์: sunisa@oasismedia.co.th




*สัมมนา “สัปดาห์แห่งการเรียนรู้สู่ความสำเร็จ”

สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี จัดสัมมนา “สัปดาห์แห่งการเรียนรู้สู่ความสำเร็จ” ประจำเดือนกรกฎาคม ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกลยุทธ์การตลาดของ Philip Kotler สุดยอดนักวางแผนกลยุทธ์การตลาด และ John C.Maxwell กูรูภาวะผู้นำอันดับหนึ่งของโลกผู้แต่งหนังสือขายดีของ New York Time กว่า 50 เล่ม โดยทีมผู้บริหารอาวียองซ์ และวิทยากรจากอาวียองซ์อะคาเดมี ร่วมถ่ายทอดแนวคิดให้สมาชิกและผู้สนใจทั่วไปเข้าสัมมนาฟรี ระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคมศกนี้ เวลา 18.30-20.00 น. ณ อาวียองซ์ อะคาเดมี ชั้น 12 อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า เวสท์ 2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.0-2554-3319 วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552
จากสุดยอดสัมมนาเพื่อฝ่าวิกฤตโดยกูรูการตลาดระดับโลก Philip Kotler สู่กลยุทธ์การตลาดเพื่อความเป็นหนึ่งของธุรกิจ โดย อดิศรา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2552
กลยุทธ์และทิศทางการเติบโตธุรกิจแบบก้าวกระโดดของอาวียองซ์ สวนกระแสธุรกิจครึ่งปีหลัง โดย มนต์ชัย เดโชจรัสศรี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2552
แบ่งปันการเรียนรู้กับการพัฒนาศักยภาพของผู้นำจากงานสัมมนาของ John C.Maxwell โดย นรัฐ คุณะวัฒนาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมธุรกิจ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร.0-2434-8300
คุณสุจินดา , คุณแสงนภา , คุณชินนารี




*ขอเชิญร่วมสัมมนาในหัวข้อ “ ดูแลหัวใจ.. ด้วยใจ ”

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย !!! ตอน “ โรคหัวใจเป็นกันง่ายจริงหรือ? & รับมืออย่างไร..เมื่อโรคหัวใจมาเยือน ” วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.00 - 15.30 น. ณ ห้องประชุม อาคาร C ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง
โดย รศ.นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ

กำหนดการ

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน พร้อมรับบริการสุขภาพ
- ตรวจวัดความดันโลหิตด้วยระบบดิจิตอล
- ตรวจวัดความดันตาอัตโนมัติชนิดไม่สัมผัส
- รับคำปรึกษาปัญหาโรคหัวใจโดยผู้เชี่ยวชาญ
13.30 – 13.40 น. กรรมการบริหาร โรงพยาบาลรามคำแหง กล่าวเปิดงาน
13.40 – 14.20 น. โรคหัวใจเป็นกันง่ายจริงหรือ?
- กลุ่มเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
- เจ็บหน้าอกแบบไหนที่เรียกว่าโรคหัวใจ
- ป้องกันอย่างไรไม่ให้เป็นโรคหัวใจ
14.20 – 15.00 น. รับมืออย่างไร..เมื่อโรคหัวใจมาเยือน
- อาหารแบบไหนที่ใช่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ
- การออกกำลังกายกับโรคหัวใจ
- เพศสัมพันธ์กับโรคหัวใจ
- จะสังเกตผู้ป่วยได้อย่างไรว่าโรคหัวใจกำเริบ
- จะทำอย่างไรเมื่อโรคหัวใจกำเริบ
- อุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้หมอหัวใจ
15.00 – 15.30 น. ไขข้อข้องใจกับโรคหัวใจ
15.30 น. รับประทานอาหารว่าง
จบการสัมมนา

สำรองที่นั่ง ด่วน รพ.รามคำแหง และ 02-743-9999 ต่อ 2680, 2688, 2699 และเคาน์เตอร์ หัวใจ อาคาร C ชั้น 1

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-743-9999 โรงพยาบาลรามคำแหง


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:16:52 น.  

 
*ศูนย์หนังสือจุฬาฯ จัดเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง "เทคนิคการสอนวิชาบัญชีด้วยสื่อการสอนสมัยใหม่ (Digital Content)"

ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ณ ศูนย์ศึกษาสาทรธานี อาคารสาทรธานี ชั้น 7 ห้อง 702 (สถานีรถไฟฟ้า ช่องนนทรี) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสาขาบัญชีด้วยสื่อการสอนสมัยใหม่ (Digital Content) ให้แก่ ครู อาจารย์ บรรณารักษ์ และผู้สนใจ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญครู อาจารย์ และผู้สนใจเข้าร่วมเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง
"เทคนิคการสอนวิชาบัญชีด้วยสื่อการสอนสมัยใหม่ (Digital Content)"
พบกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
ผศ.อำนาจ รัตนสุวรรณ , ผศ.สุปราณี ศุกระเศรณี และ คุณธีรเสฏฐ์ ศิรธนานนท์

ผู้เขียนหนังสือติดอันดับขายดี เรื่อง
"การบัญชีขั้นต้น : ฉบับอ่านเข้าใจง่าย (บวก MP3)"
"การบัญชีบริหาร : ฉบับปรับปรุง (บวก MP3)"

ดำเนินรายการโดย คุณพันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา นักจัดรายการวิทยุ FM.96.5 และ FM.101

ท่านจะได้เรียนรู้ :๐: รูปแบบ และเทคนิคการสอนวิชาบัญชีด้วยสื่อ Digital Content
:๐: การใช้สื่อการสอนวิชาบัญชีจาก Thailandaccount.com
(PowerPoint, MP3, Interactive Test, Video Clip, Virtual Media, etc.)
** รับฟรี CD สื่อการสอน สำหรับครูผู้สอน และของที่ระลึกจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ **

ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.00 –16.00 น.
ณ ศูนย์ศึกษาสาทรธานี อาคารสาทรธานี ชั้น 7 ห้อง 702 (สถานีรถไฟฟ้า ช่องนนทรี)

**โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น **

สอบถามและสำรองที่นั่งฟรีได้ที่ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ โทร. 0-2218-9893-5 หรือ http://www.chulabook.com


"เทคนิคการสอนวิชาบัญชีด้วยสื่อการสอนสมัยใหม่ (Digital Content)"
คุณสุปราณี มุขจั่น
แผนกประชาสัมพ้นธ์ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
Supranee Mukjan / Public Relations Department / Chulalongkorn University Book Center
Tel : 0-2218-9893-5 / Fax : 0-2218-9895 , 0-2255-4441 / E-mail : msuprane@cubook.chula.ac.th




*งานเสวนา ในหัวข้อ " มะเร็งต่อมลูกหมาก…โรคร้ายในเงามืดของชายสูงวัย "

ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฏาคม 2552 เวลา 8.-30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมมรูสุวรรณ ( ชั้น 5 )
อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โดยภายในงานจะมีกิจกรรมฟังการบรรยายการให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยวิทยากรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งต่อมลูกหมาก 2 ท่านจากโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า คือ พอ.นพ พูนเกียรติ เรืองโภคา และ พต.นพ. สาธิต ศิริบุญฤทธิ์ พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาให้คำปรักษาอย่างใกล้ชิด โดยรับผู้เข้าฟังการบรรยายการสัมมนาจำนวนจำกัดเพียง 150 ท่าน
พร้อมกันนี้ผู้ร่วมงานรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันและได้รับของที่ระลึกทุกท่าน
งานนี้ฟรี...ไม่มีค่าใช้จ่าย!!!!!!!!

สนใจเข้าร่วมงานเสวนาติดต่อได้ที่ กุณนิธี 02 248 2000 ต่อ 261




*สัมมนาในหัวข้อ "คนรุ่นใหม่กับการสร้างแบรนด์"

นิตยสาร SME Thailand เรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ "คนรุ่นใหม่กับการสร้างแบรนด์" พบวิทยากรคนรุ่นใหม่ไฟแรง 4 ท่าน
- คุณมณฑล มังกรกาญจน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายโครงการสินค้า ไอที Thai Samsung Electronics Co., Ltd.
- คุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ จำกัด (มหาชน)
- คุณชนินทร์ วานิชวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด
- คุณปีเตอร์ ทวีผลเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แด๊ดดี้ โด (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมเค้นความลับการสร้างแบรนด์ให้โด่งดังสไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมเจาะลึกรายละเอียดแบบไม่มีกั๊ก ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 เวลา 8.30 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม สนม สุทธิพิทักษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2270-1123-4 ต่อ 101, 110 หรือ หรือ http://www.smethailandclub.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 022701123 SME Thailand Teams




*ขอเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมชมการแข่งขันโครงการพัฒนาความรู้เพื่อชุมชนของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ SIFE Thailand ขอเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมชมการแข่งขันโครงการพัฒนาความรู้เพื่อชุมชนของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี "2009 SIFE Thailand National Exposition" ระหว่างวันที่ 13- 15 กรกฏาคม 2552 ณ ศศินทร์ ฮอลล์ ชั้น 9 อาคารศศปาฐศาลา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการจำนวน 22 แห่ง
16.00 – 16.30 สัมภาษณ์ประธานกรรมการ SIFE ประเทศไทย ห้อง 503 ชั้น 5

16.30 - 17.00 น. ลงทะเบียน

17.10 - 17.20 น. กล่าวต้อนรับ
โดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช
ประธานกรรมการบริหาร SIFE ประเทศไทย

17.20 - 17.30 น. พิธีมอบโล่ผู้สนับสนุนโครงการ SIFE
· ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
· กลุ่มบริษัท เคพีเอ็มจีภูมิไชย
· บมจ. เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป
· ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC)
· สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· บ. Beiersdorf (ประเทศไทย) จำกัด
· บ. ภูเก็ต สแควร์
· บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
· บมจ. บริษัท ไทยเบเวอเรจ
· บมจ.บางจากปิโตรเลียม
· บ.ริกโก้ สตาร์ จำกัด
· บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
· บมจ. แสนสิริ
· สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย

17.30 - 18.15 น. การนำเสนอโครงการของทีมภายใน 90 วินาที


วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552 : การแข่งขันรอบแรก

8.00 - 9.00 น. ลงทะเบียน

9.15 - 16.00 น. การแข่งขันแต่ละทีม

16.00 - 16.30 น. พิธีมอบรางวัลผู้ผ่านเข้าการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ

16.30 - 16.45 น. จับฉลากแบ่งสายการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2552 : การแข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ

7.30 - 8.30 น. ลงทะเบียน

9.00 - 12.15 น. การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ

13.15 - 13.30 น. ประกาศผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ (3 ทีม) และจับฉลากการนำเสนอ

13.30 - 13.40 น. แนะนำคณะกรรมการรอบชิงชนะเลิศ

13.45 - 14.30 น. การนำเสนอโครงการผู้เข้าชิงทีมที่ 1

14.35 - 15.20 น. การนำเสนอโครงการผู้เข้าชิงทีมที่ 2

15.25 - 16.10 น. การนำเสนอโครงการผู้เข้าชิงทีมที่ 3

16.10 - 16.40 น. คณะกรรมการรวมคะแนน

16.40 - 17.15 น. พิธีมอบรางวัลทีมชนะเลิศ
17.15 เป็นต้นไป : ถ่ายภาพหมู่และสัมภาษณ์ผู้สนับสนุนหลัก
· ศ. ดร. ชัยอนันต์ สมุทวนิช ประธานกรรมการบริหาร SIFE ประเทศไทย
· คุณชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ
· คุณพนา จันทรวิโรจน์ Chief Operating Officer หนังสือพิมพ์ The Nation
· คุณไขศรี เนื่องสิกขาเพียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท เคพีเอ็มจีภูมิไชย
: สัมภาษณ์ทีมผู้ชนะการแข่งขัน


ผู้ประสานงานสื่อมวลชน:
กนกวรรณ เข็มมาลัย 0-2229-2048
วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร 0-2229-2797


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:17:37 น.  

 
*สัมมนา "อนาคตรัฐวิสาหกิจไทย อนาคตประเทศไทย"

ปมปัญหาสำคัญในการพัฒนารัฐวิสาหกิจไทยคืออะไร!! เห็นด้วยหรือไม่กับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ!! และประชาชนจะได้อะไรจากการพัฒนารัฐวิสาหกิจไทย ร่วมค้นหาคำตอบในงานสัมมนา "อนาคตรัฐวิสาหกิจไทย อนาคตประเทศไทย" พร้อมฟังความคิดเห็นจากวิทยากรชั้นนำ ได้แก่ ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ดร.อารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานและผู้อำนวยการ โครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2248-7967-8

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ในนาม ศูนย์บริการวิชาธรรมาภิบาล สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล
โครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม : http://www.thaigoodgovernance.org
รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ:
พิภพ ฆ้องวง (ท๊อป)
พงศกร แจ้งประภากร (ก้อง)
โทร.02-248-7967-8 ต่อ 118 และ 119
โทรสาร. 02-248-7969




*การแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การปฎิรูประบบราชการแผ่นดิน : ในทรรศนะของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (GSPA NIDA) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การปฎิรูประบบราชการแผ่นดิน : ในทรรศนะของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เนื่องในโอกาสครบรอบ 54 ปี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา 9.00-10.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พร้อมฟังการอภิปรายทางวิชาการ เรื่อง "นวัตกรรมทางรัฐประศาสนศาสตร์: ภาวะท้าทายและการเปลี่ยนแปลง" จากมุมมองของนักวิชาการชั้นนำ ได้แก่ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา รศ.ดร.จินดาลักษณ์ วัฒนสินธุ์ และ รศ.ดร.อุทัย เลาหวิเชียร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-727-3300, 02-727-3312

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
(ในนามคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์)
พิภพ ฆ้องวง (ท๊อป)
โทร. 02-2487967-8 ต่อ 14, 08-19298864
โทรสาร. 02-2487969
e-mail address : c_mastermind@hotmail.com




*กำหนดการวันเพ็ญศรี-รพีพร รำลึกถึงสองศิลปินแห่งชาติ สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี

เนื่องด้วยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดงานรำลึกถึงสองศิลปินแห่งชาติ สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ตามกำหนดการที่แนบมา จึงขออนุเคราะห์ฝากประชาสัมพันธ์ และหากท่านใดต้องการไปร่วมงาน ขอเชิญไปร่วมงานได้นะครับ พร้อมนี้ได้แนบแผนที่มาให้ด้วย รายละเอียดตามกำหนดการที่แนบมา ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

กำหนดการวันเพ็ญศรี-รพีพร
รำลึกถึงสองศิลปินแห่งชาติ สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี
วันอังคารที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒
ณ อาคารเสาว์-ศรีสุดา สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

๙.๓๐ น. ลงทะเบียน

๑๐.๐๐ น. ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่สุวัฒน์ วรดิลกและเพ็ญศรี พุ่มชูศรี
และนักเขียนผู้ล่วงลับ

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

๑๓.๐๐ น. นายประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ ประธานมูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน
กล่าวเปิดงาน
นายสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย
กล่าวสุนทรกถา
นางชมัยภร แสงกระจ่าง อ่านบทกวีรำลึกเพ็ญศรี-รพีพร
ฉายวีดีทัศน์ เพ็ญศรี-รพีพร
กลุ่มกวีมีชีวิตอ่านบทกวี

๑๕.๐๐ น. น้ำชา-กาแฟ
นักเขียน-นักร้องร่วมร้องเพลงรำลึก "เพ็ญศรี-รพีพร" ตามอัธยาศัย

๑๗.๐๐ น. ปิดงาน




*งานสัมมนาวิชาการ การเสริมสร้างและต่อยอดทางวิชาการ Refreshment Program ครั้งที่ 4

FIND YOUR WAY OUT OF THE FINANCIAL AND ECONOMIC CRISIS"
จัดโดย
สมาคมศิษย์เก่า ร่วมกับ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 – 16.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารบุญชนะ อัตถากร (อาคารเอนกประสงค์เดิม)

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 10.30 น. Understand the Current Financial and Economic Crisis
โดย ดร.ชัยรัช หิรัญยะวะสิต

10.30 – 10.40 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.40 – 12.00 น. Find Your Way Out Of the Financial and Economic Crisis
โดย ดร.ชัยรัช หิรัญยะวะสิต

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ชั้น L อาคารบุญชนะ อัตถากร (อาคารเอนกประสงค์เดิม)

13.00 – 14.30 น. Strategic Renewal of Transforming Crisis to Opportunity
โดย รศ.ดร.ผลิน ภู่จรูญ

14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

14.45 – 16.00 น. Strategic Renewal of Transforming Crisis to Opportunity (ต่อ)
โดย รศ.ดร.ผลิน ภู่จรูญ


โดย: jenifaae วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:18:30 น.  

 
*แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีกับการเตรียมความพร้อมกำลังคนด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ สำหรับประเทศไทย

ฝ ายวิจัยกลยุทธ์และดัชนีอุตสาหกรรม เนคเืืทค ขอเชิญท่านหรือผู้แทนหน่วยานของท่าน เข้าร่วมการสัมมนา "แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีกับการเตรียมความพร้อมกำลังคนด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ สำหรับประเทศไทย"

ในงานสั มมนาวิ ชาการประจำปี ของศูนย์ฯ ในว ันศุกร์ที่ 25 กั นยายน 2552 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ ห ้องประชุม Auditorium อาคาร Thailand Science Park Convention Center (TSPCC) อุทยานวิทยาศาสตร์/ประเทศไทย คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี วัตถุประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบและนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยใหม่ โดยเฉพาะภาคการศึกษา สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใ นการปรั บปรุงหล ักสูตรเพื่ อใช้ใ นการเรี ยนการสอน ให้ผู้ประกอบการนำข้ อมูลไปประกอบการปร ับปรุง กระบวนการผลิ ต การตลาด และหน ่วยงานภาคร ัฐนำไปใช้ใ นการกำหนดนโยบายที่ เกี่ ยวข้ อง ฯลฯ ดังเอกสารแนบ

ศูนย์ฯ จึงใคร่ ขอเรียนเชิญท่าน และผู้แทนจากหน่ วยงานของท าน เข้ าร่ วมงานส ัมมนา ในว ันและเวลาด ังกล่ าว (ไม ่เสีย ค่ าใช้จ่ าย)
โดยสามารถลงทะเบ ียนออนไลน์ ที่ เว็บไซต์ http://www.nectec.or.th/ace2009/ หรื อแจ ้งตอบรั บเข ้าร่ วมงานได้
ตามแบบตอบรั บตามส่ งที ส่งมาด ้วย และหากต ้องการสอบถามรายละเอี ยดเพิ่ มเติ ม สามารถสอบถามข ้อมูลได้ ที่
นางสาวว ันว ิสาข์ ศรี คร าม หมายเลขโทรศัพท์ 02 564 6900 ต่ อ 2357 หรืิ อ e-mail: wanwisa.srikram@nectec.or.th




*ประชาสัมพันธ์งาน FIAAP Asia 2010, VICTAM Asia 2010, Grapas Asia 2010

ตามที่ท่านได้ให้ความสนใจและสมัครเป็น "สมาชิก สสว." นั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอขอบพระคุณในความสนใจและเข้าร่วมเป็น สมาชิก สสว. โดย สสว. จะเร่งดำเนินการวางแผน และจัดให้มีกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ เพื่อมอบให้แก่ท่านในโอกาสต่อไป

สำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่ สสว. จะขอแจ้งแก่ท่านในขณะนี้ คือ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด จัดงานแสดงสินค้า FIAAP Asia 2010, VICTAM Asia 2010, Grapas Asia 2010 ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า และการประชุมสัมมนา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง สัตว์บก สัตว์น้ำ การเกษตร ข้าว และเทคโนโลยีการแปรรูปธัญญาพืช รวมทั้งงานนิทรรศการงานแสดงสินค้าครบวงจรทาง ด้านอุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบ อาหารสัตว์ทุกชนิด รวมถึงส่วนผสมในอาหารคน และอาหารสัตว์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุภาพร โทร. 0-2640-8013 ต่อ 18

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://cms.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=01-OTHER-210909




*สัมมนาเรื่อง Mini Thailand Software Fair ครั้งที่ 1

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)
ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ขอเชิญเ้ข้่าร่วมสัมมนา ในงาน

"Mini Thailand Software Fair ครั้งที่ 1"

วันที่ 7 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 -17.15 น.
ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรม ITSoftware และ ธุรกิจบริการ

วันที่: 7/10/2552

เวลา: 9:00-17:15

สถานที่จัด: โรงแรมดิเอมเมอรัล

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 99/1 Ratchadapisek Road, Din Daeng, Bangkok 10400 Thailand

เบอร์โทรของสถานที่จัด: + 66 (2) 2764567

ห้อง-ชั้น: ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 3

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้บรรยาย: ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน): SIPA





*ประักาศ "การประชุมวิชาการระดับชาติประจำปีของเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา ครั้งที่ 3"

คณะกรรมการเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษาแห่งประเทศไทย (Japanese Studies Network - Thailand) ร่วมกับศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะจัดให้มีการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 3 ในหัวข้อ "ญี่ปุ่นศึกษาสู่ภูมิภาค" ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ถึงวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการระหว่างนักวิจัย อาจารย์ และนักศึกษาระดับปริญญาโท ทางด้านมนุษยศาสตร์ เช่น ภาษาศาสตร์สังคม วรรณคดี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ มานุษยวิทยา และด้านสังคมศาสตร์ เช่น เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การศึกษา สื่อสารมวลชน สังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัย และงานวิชาการแขนงต่างๆสู่สาธารณชน และเป็นการกระชับความสัมพันธ์เครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญด้านญี่ปุ่นศึกษาในประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ท่านที่สนใจการประชุมวิชาการระดับชาติประจำปีของเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษาแห่งประเทศไทย สามารถเข้าร่วมฟังการประชุมครั้งนี้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ภาษาที่ใช้ในการบรรยายจะเป็นภาษาไทยตลอดรายการ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและการสำรองที่นั่ง สามารถติดต่อได้ที่คณะกรรมการเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษาในประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ (043) 203 165 หรือ e-mail address : jsn2009kku@gmail.com
วันที่มีการประชุม วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ถึงวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.00 - 17.00 น.
สถานที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ค่าธรรมเนียมเข้าร่วมการประชุม ฟรี


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:12:59 น.  

 
*Simplified HR : People Passion

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2552 เวลา 13.00-20.00 น. ณ สวนน้ำพัฒนธารา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์โครงการดีๆ ที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายกับการไขความลับในการสร้าง Passion ให้เกิดขึ้นในองค์การ ร่วมเสวนากับวิทยากรจากองค์การชั้นนำผู้มากด้วยประสบการณ์
และคณาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยความรู้ที่จะมาถ่ายทอดกลเม็ดเคล็ดลับในการสร้าง Passion ให้กระจ่างจากหลากหลายมุมมอง ค้นพบเครื่องมือและกระบวนการใหม่ๆ
ในการสร้าง Passion ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์การของคุณ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมายให้ท่านได้เรียนรู้ในบรรยากาศสบายๆ ริมสวนน้ำ
และ
ขอเชิญร่วมส่งผลงาน ภายใต้แนวความคิดการเสริมสร้างความสุขในการทำงาน วิธีการสร้างวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงการบริหารงาน
ภายในองค์การ ผลงานที่ผ่านการพิจารณาและได้ร่วมแสดงในงาน จะ ได้รับการยกเว้นค่าลงทะเบียนการเข้าร่วมงานจำนวน 1 ท่าน (มูลค่า 1,500 บาท) !!!

ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด!!!

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://www.hrd.nida.ac.th/passion ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอโนชา anocha_wang@yahoo.com โทร. 085-112-8750




*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษเรื่อง "2D Barcode"

วิทยากรโดย
คุณวีรยุทธ คู่เจริญถาวร
บริษัท แพลนเนท ที แอนด์ เอส จำกัด

วันเวลาในการอบรม วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30 - 12.00 น.
ณ ห้อง Meeting Room 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
งาน Training & Corporate Service
สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซนซี ชั้น 3
เลขที่ 60 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2345-1190, 0-2345-1217-8
e-mail : vichudap@gs1thailand.org (คุณวิชชุดา พงษ์หิรัญญ์)




*งานสัมมนา "Cyber Defense Initiative Conference 2009"

วันที่ : 10-11 พฤศจิกายน 255

สถานที่ : Queen Sirikit National Convention Center

ค่าใช้จ่าย : ฟรี exhibitor / มีค่าใช้จ่ายในการฟังสัมมนา

จัดโดย บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัลเซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 11 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และ การสื่อสาร, เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย, ศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม, สถาบันฝึกอบรมเนคเทค (NECTEC Academy) , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) , สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ, CIO รุ่นที่ 16, บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด และ ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างประเทศ โดย The International Information Systems Security Certification Consortium (ISC)2?, สมาคมผู้ตรวจสอบและควบคุมระบบสารสนเทศ – ภาคพื้นกรุงเทพฯ (ISACA-Bangkok Chapter)





*"การพัฒนาลุ่มน้ำยมด้วยการบริหารจัดการแหล่งน้ำต้นทุน: ลดภัยธรรมชาติ:ธนาคารน้ำลุ่มน้ำยม"

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่การเกษตรและ ชุมชนที่ประสบภัยธรรมชาติ วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง "การพัฒนาลุ่มน้ำยมด้วยการบริหารจัดการแหล่งน้ำต้นทุน: ลดภัยธรรมชาติ:ธนาคารน้ำลุ่มน้ำยม" ณ ห้องรับรอง 1-2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*หลักสูตร E-marketing for Advance

Course Outline หัวข้อ Speaker
9.00-9.30 แนะนำบริการ E-Marketing Persoanl consultant service ที่ผู้ประกอบการจะได้รับภายในงาน ททท
9.30-10.00 แนะนำเว็บท่า TourismThailand.org ของ ททท เวอร์ชั่นใหม่ และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ ททท
10.00-11.15 ใช้ประโยชน์จาก Google Marketing Tools และ Google Analytic ในการวัดผลการดำเนินงานของเว็บไซต์ของท่าน
คุณพรทิพย์ Google
11.15-11.30 พักรับประทานอาหารว่าง
11.30-12.30 รู้จัก Social Media และ Social Networking สื่อที่มีอิทธิพลสูงบนโลกออนไลน์
Online Media Agency
12.30-13.30 พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30-14.00 บริการให้คำปรึกษาด้าน E-Marketing โดยผู้เชี่ยวชาญ
14.00-15.00 ธุรกิจท่องเที่ยวจะใช้ประโยชน์จาก Social Media ,Social Networking อย่างไร คุณเนืองนิมมาน born Distinction
15.00-15.30 พักรับประทานอาหารว่าง
15.30-16.00 แนวโน้มสื่อโฆษณาออนไลน์ MInteractive
16.00-17.00 บริการให้คำปรึกษาด้าน E-Marketing โดยผู้เชี่ยวชาญ

วิธีการสมัคร

1. ลงทะเบียนทางออนไลน์ได้ที่ี่นี่

2. ส่งใบสมัครได้ที่ E-Mail: emarketing@tat.or.th ดาวน์โหลดใบสมัคร

* ทางโครงการเปิดรับสมัครจนกว่าที่นั่งจะเต็ม และขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ส่งในสมัครเข้ามาก่อนเท่านั้น
** ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานสัมมนา จะได้รับแจ้งตอบรับจากทางโครงการทางอีเมล์ หรือโทรศัพท์ เพื่อยืนยันการเข้าร่วมงาน
*** ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมสัมมนาได้ที่หน้าเว็บไซต์ก่อนงานสัมนา 1-2 สัปดาห์

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
E-Mail: emarketing@tat.or.th
Phone: 081- 358-3892




* เปิดตัว สำนักงานรับคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT Receiving Office)

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจ้งข่าวดีแก่นักประดิษฐ์คิดค้นชาวไทย เปิดตัว สำนักงานรับคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT Receiving Office) อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ติดต่อขอความคุ้มครองสิทธิบัตรในรูปแบบ None-Stop Service สะดวกรวดเร็วด้วยการยื่นคำร้องในครั้งเดียว ย่นระยะเวลา ลดขั้นตอนยุ่งยาก จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2552 ณ ศูนย์การประชุมกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชั้น 13 ห้อง 4 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ (สนามบินน้ำ) เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงานสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 251 9988
--------------------------------

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อตัวแทนประชาสัมพันธ์
คุณกาญจนา พึ่งทรัพย์ โทร. 086 338 0365 อีเมลล์ karn@sharemeclub.com;
คุณอภิสรา ธรรมวิไชย โทร. 087 829 3922 อีเมลล์ ying@sharemeclub.com




*รพ.ปิยะเวทสัมมนาวิธีรักษาภาวะมีบุตรยาก

สถาบัน Perfect Woman โรงพยาบาลปิยะเวท จัดสัมมนาให้ความรู้เรื่อง บลาสโตซิสท์คัลเจอร์ : วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก และผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง โดย นายแพทย์ ม.ร.ว.ทองทิศ ทองใหญ่ และ นายแพทย์พูนศักด์ สุชนวณิช ในวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 08.00 – 12.00 น.ที่ห้องประชุมชั้น 4 โรงพยาบาลปิยะเวท สำรองที่นั่งโทร 0-2625 -6555

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ภัทรศรี วนิชาชีวะ Rewriter : ภัทรศรี วนิชาชีวะ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:15:06 น.  

 
*โครงการสัปดาห์สื่อสิ่งพิมพ์ ครั้งที่ 1 : มมส.

หลักการเหตุผล

ในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร วิถีชีวิตของคนในสังคมมีความเกี่ยวข้องกับการรับรู้และบริโภคข้อมูลข่าวสาร กันอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ทวีความสำคัญและมีบทบาทต่อชีวิตและสังคมมากยิ่งขึ้น งานด้านสื่อมวลชนเติบโตและขยายตัวทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีความเติบโตและขยายตัวใน ลักษณะดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ยังมีความต้องการพัฒนาด้านคุณภาพเพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ ที่เป็นไปอย่างเข้มข้น
สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นหลักสูตรที่มีลักษณะสหวิทยาการทั้งทางด้านเนื้อหาวิชาและกระบวนการเรียน การสอน ที่รวบรวมเอาความรู้และศาสตร์จากสาขาต่างๆมาบูรณาการเพื่อผลิตบัณฑิตให้มี ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในงานด้านการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์อันประกอบด้วย ความรู้ และทักษะด้านภาษาวรรณกรรม ความรู้ในหลักของการสื่อสารมวลชน ความเชี่ยวชาญในกระบวนการและเทคนิควิทยาการจัดทำหรือผลิตหนังสือและสื่อสิ่ง พิมพ์ ตลอดจนความรู้ในเชิงธุรกิจและการบริหารจัดการเกี่ยวกับหนังสือและสื่อสิ่ง พิมพ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งในด้านของผู้สร้างสรรค์งานเขียน บรรณาธิการ ผู้ผลิตที่มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติและกระบวนการในการผลิตงานสื่อสิ่ง พิมพ์ หรือผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรและการดำเนินธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพ และนำเอาความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาวิชาชีพด้านหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ในโอกาส ต่อไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง ขึ้น นิสิตได้รับกระบวนการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะในกิจกรรม นิสิตชั้นปีสุดท้ายได้เรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต ภาควิชาจึงเห็นสมควรให้นิสิตทุกคนได้มีกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อฝึกประสบการณ์ ภาคปฏิบัติ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกไปทำงานในสังคมต่อไป
อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป รักในการอ่าน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยรักการอ่าน

จุดมุ่งหมาย
1. เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร
2. เพื่อให้นิสิตได้ฝึกการทำงานเป็นทีม
4. เพื่อให้นิสิตได้ฝึกประสบการณ์ในการทำงาน
5. เพื่อให้นิสิตได้รับประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
6. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นิสิตเกิดความสนใจในงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อสารมวลชน
7. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นิสิตรักในการอ่านทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
8. เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้นิสิตมีรายได้
9. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
10. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
11. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

งบประมาณ
1.ค่าเดินทางวิทยากร 5 ท่าน (รถยนต์ส่วนตัว กรุงเทพฯ-มหาสารคาม) 10,000 บาท

2.ค่าตอบแทนวิทยากร 5 ท่านๆละ 2 ชั่วโมง 12,200 บาท

3.ค่าเช่าเครื่องเสียง 5 วัน

4.เงินรางวัล 6,000 บาท

4.1 ถ่ายภาพ “ข่าว”
- รางวัลที่ 1 2,000 บาท
- รางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 500 บาท

4.2 หนังสือทำมือ
- รางวัลที่ 1 2,000 บาท
- รางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 500 บาท

5.ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ 1,500 บาท

6.ค่าวัสดุอุปกรณ์ 5,000 บาท

7.ค่าที่พักวิทยากร 5,000 บาท
รวม 42,200 บาท
หมายเหตุ ถัวเฉลี่ยจ่ายทุกราย

ระยะเวลาดำเนินการ
วันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณรอบอาคารพละศึกษา

ผู้เข้าร่วมโครงการ
1. นิสิตระดับปริญาตรี สาขาวิชาโทและวิชาเอกภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน 240 คน
2. อาจารย์ จำนวน 5 คน

ผลที่คาดจะได้รับ
1. หลักสูตรได้รับการพัฒนาและปรับปรุง
2. นิสิตได้ฝึกการทำงานเป็นทีมสร้างความสามัคคี
4. นิสิตได้รับประสบการณ์ในการทำงาน
5. นิสิตได้รับประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาเล่าให้ฟัง
6. นิสิตเกิดความสนใจในงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อสารมวลชน
7. นิสิตสนใจในการอ่านทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
8. นิสิตมีรายได้เสริม
9. สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
10. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
11. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ผู้รับผิดชอบโครงการ
ผศ.ธัญญา สังขพันธานนท์
อาจารย์ภาคภูมิ หรรนภา
อาจารย์ณัชชา อาจารยุตต์
อาจารย์อัครครา มะเสนา
อาจารย์พิมประไพ สุภารี

กำหนดการ
โครงการสัปดาห์สื่อสิ่งพิมพ์ ครั้งที่ 1
“เทศกาล มองและอ่าน 2009”
วันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณรอบอาคารพละศึกษา
**********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.00-10.30 น. พิธีเปิดโดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 10.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง สารคดีจากสายตาของคนนอก : กรณีศึกษาจากหนังสือ
“ที่เกิดเหตุ” โดย : วรพจน์ พันธุ์พงศ์ : ธวัชชัย พัฒนาภรณ์
เวลา 18.30-21.00 น. การแสดงของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.00-10.30 น. พิธีเปิดโดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 10.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง “100 นักเขียนในดวงใจนักอ่าน “โดย ครูเจน สงสมพันธ์
เวลา 18.30-21.00 น. การแสดงของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง“ขอบฟ้าความคิดทางการเมืองไทย”โดย : ธนาพล
อิ๋วสกุล : ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์: สมชัย ภัทรธนานันท์: ประภาศ ปิ่นตบแต่ง
เวลา 18.30-21.00 น. การแสดงของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง อ่าน “ลูกอีสาน” (ใหม่) โดย ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
ไอดา อรุณวงศ์
เวลา 18.30-21.00 น. การแสดงของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง “วรรณกรรมสู่ภาพยนตร์” โดย สุภาพ หริมเทพาธิป และ คณะ
เวลา 20.30-23.30 น. จัดฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง(ฟรี) “จากวรรณกรรมบนกระดาษลงแผ่นฟิล์ม”

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552เวลา
08.30-09.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง “มองวรรณกรรมไทยผ่านช่อการะเกด”
โดย : สุชาติ สวัสดิ์ : วัชระ บัวสนธ: สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ
ดำเนินรายการ : อธิคม คุณาวุฒิ
เวลา 18.30-21.00 น. การประกาศผลการประกวด การหนังสือทำมือ,การประกวดภาพถ่าย


หมายเหตุ กำหนดการณ์อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:15:53 น.  

 
*โครงการสัปดาห์สื่อสิ่งพิมพ์ ครั้งที่ 1 : มมส.

หลักการเหตุผล

ในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร วิถีชีวิตของคนในสังคมมีความเกี่ยวข้องกับการรับรู้และบริโภคข้อมูลข่าวสาร กันอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ทวีความสำคัญและมีบทบาทต่อชีวิตและสังคมมากยิ่งขึ้น งานด้านสื่อมวลชนเติบโตและขยายตัวทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีความเติบโตและขยายตัวใน ลักษณะดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ยังมีความต้องการพัฒนาด้านคุณภาพเพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ ที่เป็นไปอย่างเข้มข้น
สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นหลักสูตรที่มีลักษณะสหวิทยาการทั้งทางด้านเนื้อหาวิชาและกระบวนการเรียน การสอน ที่รวบรวมเอาความรู้และศาสตร์จากสาขาต่างๆมาบูรณาการเพื่อผลิตบัณฑิตให้มี ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในงานด้านการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์อันประกอบด้วย ความรู้ และทักษะด้านภาษาวรรณกรรม ความรู้ในหลักของการสื่อสารมวลชน ความเชี่ยวชาญในกระบวนการและเทคนิควิทยาการจัดทำหรือผลิตหนังสือและสื่อสิ่ง พิมพ์ ตลอดจนความรู้ในเชิงธุรกิจและการบริหารจัดการเกี่ยวกับหนังสือและสื่อสิ่ง พิมพ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งในด้านของผู้สร้างสรรค์งานเขียน บรรณาธิการ ผู้ผลิตที่มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติและกระบวนการในการผลิตงานสื่อสิ่ง พิมพ์ หรือผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรและการดำเนินธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพ และนำเอาความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาวิชาชีพด้านหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ในโอกาส ต่อไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง ขึ้น นิสิตได้รับกระบวนการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะในกิจกรรม นิสิตชั้นปีสุดท้ายได้เรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต ภาควิชาจึงเห็นสมควรให้นิสิตทุกคนได้มีกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อฝึกประสบการณ์ ภาคปฏิบัติ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกไปทำงานในสังคมต่อไป
อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป รักในการอ่าน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยรักการอ่าน

จุดมุ่งหมาย
1. เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร
2. เพื่อให้นิสิตได้ฝึกการทำงานเป็นทีม
4. เพื่อให้นิสิตได้ฝึกประสบการณ์ในการทำงาน
5. เพื่อให้นิสิตได้รับประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
6. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นิสิตเกิดความสนใจในงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อสารมวลชน
7. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นิสิตรักในการอ่านทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
8. เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้นิสิตมีรายได้
9. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
10. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
11. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

งบประมาณ
1.ค่าเดินทางวิทยากร 5 ท่าน (รถยนต์ส่วนตัว กรุงเทพฯ-มหาสารคาม) 10,000 บาท

2.ค่าตอบแทนวิทยากร 5 ท่านๆละ 2 ชั่วโมง 12,200 บาท

3.ค่าเช่าเครื่องเสียง 5 วัน

4.เงินรางวัล 6,000 บาท

4.1 ถ่ายภาพ “ข่าว”
- รางวัลที่ 1 2,000 บาท
- รางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 500 บาท

4.2 หนังสือทำมือ
- รางวัลที่ 1 2,000 บาท
- รางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 500 บาท

5.ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ 1,500 บาท

6.ค่าวัสดุอุปกรณ์ 5,000 บาท

7.ค่าที่พักวิทยากร 5,000 บาท
รวม 42,200 บาท
หมายเหตุ ถัวเฉลี่ยจ่ายทุกราย

ระยะเวลาดำเนินการ
วันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณรอบอาคารพละศึกษา

ผู้เข้าร่วมโครงการ
1. นิสิตระดับปริญาตรี สาขาวิชาโทและวิชาเอกภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน 240 คน
2. อาจารย์ จำนวน 5 คน

ผลที่คาดจะได้รับ
1. หลักสูตรได้รับการพัฒนาและปรับปรุง
2. นิสิตได้ฝึกการทำงานเป็นทีมสร้างความสามัคคี
4. นิสิตได้รับประสบการณ์ในการทำงาน
5. นิสิตได้รับประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาเล่าให้ฟัง
6. นิสิตเกิดความสนใจในงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อสารมวลชน
7. นิสิตสนใจในการอ่านทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
8. นิสิตมีรายได้เสริม
9. สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
10. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
11. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ผู้รับผิดชอบโครงการ
ผศ.ธัญญา สังขพันธานนท์
อาจารย์ภาคภูมิ หรรนภา
อาจารย์ณัชชา อาจารยุตต์
อาจารย์อัครครา มะเสนา
อาจารย์พิมประไพ สุภารี

กำหนดการ
โครงการสัปดาห์สื่อสิ่งพิมพ์ ครั้งที่ 1
“เทศกาล มองและอ่าน 2009”
วันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณรอบอาคารพละศึกษา
**********************************************************************************

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.00-10.30 น. พิธีเปิดโดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 10.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง สารคดีจากสายตาของคนนอก : กรณีศึกษาจากหนังสือ
“ที่เกิดเหตุ” โดย : วรพจน์ พันธุ์พงศ์ : ธวัชชัย พัฒนาภรณ์
เวลา 18.30-21.00 น. การแสดงของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-09.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เวลา 09.00-10.30 น. พิธีเปิดโดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 10.30-16.00 น. การแสดงผลงานของนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ,จำหน่ายหนังสือ สิ่งพิมพ์ในราคาถูก และอุปกรณ์การเรียนครบวงจร
เวลา 16.30-18.30 น. การบรรยายเรื่อง “100 นักเขียนในดวงใจน%D


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:18:43 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง อนาคตสิ่งทอไทย...ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวพ้นวิกฤต

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ขอเชิญเ้ข้่าร่วมสัมมนา

“อนาคตสิ่งทอไทย...ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวพ้นวิกฤต”

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30-13.30 น.
ณ ห้องกมลทิพย์2 ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี้
ถนนศรีอยุธยา (กรุงเทพฯ)

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มี ความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท และเกิดการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมดังกล่าวปีละกว่า 1 ล้านคน

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตซับไพร์มในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ การเงิน การธนาคารของสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรง และเป็นเหตุก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้าและบริการ ฯลฯ มีผลทำให้เศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาชะลอตัวลง และลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ตลาดสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ภายใต้การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในตลาดโลก

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จึงได้กำหนดจัดสัมมนาขึ้นในหัวข้อ “อนาคตสิ่งทอไทย...ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวพ้นวิกฤต” ในวันศุกร์ที่16 ตุลาคม 2552 ณ โรงแรมสยามซิตี้ (กรุงเทพฯ) เพื่อเผยแพร่ผลงานที่ได้จากการศึกษาวิจัย และสร้างความตื่นตัวให้เห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของธุรกิจในการ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด เวลา

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป

วันที่: 16/10/2552

เวลา: 8:30-13:30

สถานที่จัด: โรงแรมสยามซิตี้กรุงเทพฯ

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 477 ถ.ศรีอยุธยา พญาไท กรุงเทพฯ

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-247-0123

ห้อง-ชั้น: ห้องกมลทิพย์2 ชั้น 2

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: วิรัตน์02 ตันเดชานุรัตน์

เอกสารประกอบ: ใบสมัคร

ผู้จัดสัมมนา: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: Fax ใบสมัครกลับที่: 02-712-4532 ปิดรับสมัครวันที่ 12 ตุลาคม 2552 (หรือเมื่อที่นั่งเต็ม)สอบถาม โทร. 02-713-5492 ต่อ 738, 740 (ทรรศนีย์)




*เวทีเสวนา งานมหกรรม “พลังเยาวชน” : ศูนย์อาสาสมัคร ม.ธ.

แบบสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดเวทีเสวนา งานมหกรรม “พลังเยาวชน”

โซนประเด็นจิตอาสา อาสาสมัคร คุณธรรม จริยธรรม

หน่วยงาน/องค์กร ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสคตร์

ที่อยู่ อาการกิจกรรมนักศึกษา มธ. ศูนย์รังสิต ประสานงานโดย นันทินี มาลานนท์ (แอม)โทรศัพท์มือถือ 081 666 7487 / 086 3418404
อีเมล์ nuntinee@tuvolunteer.orgwebsite
http://www.tuvolunteer.org

หัวข้อเสวนาที่ 1 “จิต อาสา อย่างไร” วันที่ 9 ตุลาคม 52 เวลา 13.00-15.00 น
ห้อง Atrium 1 สยามเซ็นเตอร์

ประเด็นสำคัญ ความหมายของจิตอาสา / การมีส่วนร่วมและรับผิดชอบกับสังคม , ความสำคัญและคุณค่าที่เกิดขึ้นกับตัวอาสาสมัครและสังคม
วิทยากร วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
วิทยากร ศุ บุญเลี้ยง (ระหว่างการประสานงาน)
วิทยากร ตัวแทนเยาวชนอาสาสมัคร
ผู้ดำเนินรายการ ดวงธิดา นครสันติภาพ (แวนดา)
กลุ่มเป้าหมาย(จำนวน/กลุ่มใดบ้าง) ประชาชนทั่วไป ประมาณ 50-100 คน
อุปกรณ์ที่ต้องการใช้บนเวที คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายแอลซีดี จอฉาย

หัวข้อเสวนาที่ 2 “ แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ หากแต่สร้างความงดงาม” วันที่ 10 ตุลาคม 52 เวลา 17.00-19.00 น ห้อง Atrium 2 สยามเซ็นเตอร์

ประเด็นสำคัญ สร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการทำสิ่งเล็กๆ คนที่ธรรมดาที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าให้สังคม
วิทยากร แทนคุณ จิตต์ออิสระ
วิทยากร กลุ่มสถาปนิกชุมชน CASE
วิทยากร ตัวแทนเยาวชนอาสาสมัคร
ผู้ดำเนินรายการ สุวิกรม อัมระนันทน์ (เปอร์)
กลุ่มเป้าหมาย(จำนวน/กลุ่มใดบ้าง) ประชาชนทั่วไป 50-100 คน
อุปกรณ์ที่ต้องการใช้บนเวที คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายแอลซีดี จอฉาย




*ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม "ทัวร์ศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนาเมืองเชียงใหม่"

หลักการและเหตุผล

สืบเนื่องจากการทำกิจกรรมการจัดการข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา เพื่อนำมาจัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ของโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ซึ่งในปีที่ผ่านมาทางโฮงเฮียนสืบสานฯ ได้นำเครือข่ายเยาวชนแกนนำมาร่วมกิจกรรมในการจัดการความรู้เหล่านี้ ส่งผลให้เยาวชนแกนนำได้ความรู้ ได้เห็น และสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับองค์ความรู้ภูมิปัญญาเหล่านี้ จากการทำกิจกรรมที่ผ่านมาทางโฮงเฮียนสืบสานฯ จึงเห็นสมควรว่าควรจัดกิจกรรมเหล่านี้ขึ้นอีก โดยเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา

โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทางโฮงเฮียนจะพาทุกๆ ทัวร์ประวัติศาสตร์ล้านนาเมื่อเชียงใหม่ แผ่นดินที่ได้ชื่อว่ามีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมากๆ

ใครที่สนใจในการศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนากับเรา ติดต่อมาได้ที่ 084-0453316 หรือ 053244231

รายละเอียด

สิ่งดีๆ แบบนี้ เราคิดเพียงท่านละ 150 บาท ต่อวัน ซึ่งสิ่งดีๆ จะประกอบไปด้วย อาหารเที่ยง อาหารว่าง เดินที่ใช้สำหรับเดินทาง ฯ

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 ตุลาคม 2552

กำหนดการ
ทัวร์ศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนาเมืองเชียงใหม่
โดย โครงการศูนย์การเรียนรู้
5 - 6 ตุลาคม 2552

วันที่ 5 ตุลาคม 2552
(กระบวนการเรียนรู้จิตวิญญาณล้านนา)
08.30 น ลงทะเบียน
09.00 น ชี้แจ้งการดำเนินกิจกรรม
09.30 น เริ่มศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมือง
เชียงใหม่
11.00 น เดินทางต่อยังวัดอินทขิล........เพื่อไปดู “สะดือเมือง” ความเชื่อศูนย์กลาง
จักรวาล
12.00 น พักทานข้าว
13.00 น เดินทางสู่ร่องรอยการศึกษาจากแหล่งข้อมูลล้านนา ณ หอสมุดจดหมายเหตุราชมังคลา
14.30 น แกะรอยผู้รู้(แหล่งข้อมูลบุคคล) ณ สวนสาธารณะบวกหาด โดย
- อ.มาลา คำจันทร์
- ท่านพระครูอดุลย์ สีลกิตต์
- อ.ดุสิต ชวชาติ
16.00 น เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วัดเกตุ ประวัติศาสตร์ชุมชนกับความทรงจำ

วันที่ 6 ตุลาคม 2552
(ท่องแดนประวัติศาสตร์ล้านนา)
08.30 น ลงทะเบียน
09.00 น ชี้แจ้งการดำเนินกิจกรรม
09.30 น เดินเวียงโบราณเจ็ดลิน สำรวจร่องรอยอารยธรรมล้านนา
11.00 น สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ยึดมั่นจารีตเดิมล้านนา
12.00 น พักทานข้าว
13.00 น เดินทางสู่ วัดเจ็ดยอดกับอดีตความยิ่งใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
14.30 น บันทึกความทรงจำ พร้อมสรุปบทเรียนประวัติสาสตร์ล้านนา ณ วัดเจ็ดยอด
16.00 น เดินทางกลับ

หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด 084-0453316 นุ้ย – siri_nuiha@hotmail.com/ sirinapaya@gmail.com


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:26:25 น.  

 
*โครงการเสวนา เรื่องอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 – สู่การให้สัตยาบัน?

จัดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ (ACILS)
มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) และ คณะทำงานผลักดันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98

ความเป็นมา
สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง เป็นสิทธิแรงงานพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการสร้างความเป็นธรรมในการ พัฒนาเศรษฐกิจ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองไว้ในอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ(ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยการรวมตัวและร่วมเจรจาต่อรอง ตั้งแต่เมื่อประมาณ 60 ปี มาแล้ว จนถึงปัจจุบัน จากประเทศสมาชิก ILO จำนวน 183 ประเทศ มีประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 87 แล้ว 150 ประเทศ และให้สัตยาบัน ฉบับที่ 98 แล้ว 160 ประเทศ ส่วนประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ
ในสถานการณ์การจ้างงานปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทางลบต่อผู้ใช้แรงงานตลอดจนครอบครัวและสังคมอย่างมาก องค์กรของผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ในประเทศไทยเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยควรให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ เพื่อรับรองเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการมีส่วนร่วมปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียมกับทุกฝ่าย เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม ตามหลักการของงานที่มีคุณค่า ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบรับในทางบวกจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ทุกฝ่ายได้ร่วมปรึกษาหารือ หาข้อสรุปร่วมและความร่วมมือเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป

วัตถุประสงค์
1. วิเคราะห์ความสำคัญและความเคลื่อนไหวว่าด้วยการให้สัตยาบัน อนุสัญญาILO ฉบับที่ 87 และ 98 ในชุมชนระหว่างประเทศ และในประเทศไทย
2. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจให้สัตยาบัน โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญที่ยังมีความคิดเห็นต่างกัน รวมทั้งเหตุผลโต้แย้งและสนับสนุนของแต่ละฝ่าย
3. เสนอแนะแผนงานที่เป็นรูปธรรมที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการให้สัตยาบัน


กลุ่มเป้าหมาย
จำนวน 160 คน ประกอบด้วยตัวแทนจาก
องค์กรแรงงานและสภาองค์กรแรงงานต่างๆ 120
กระทรวงแรงงาน 10
แรงงานนอกระบบ 10
องค์กรนายจ้าง 10
นักวิชาการ สื่อมวลชน และผู้สนใจ 10
กำหนดวันและสถานที่
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 ณ โรงแรมอิสติน มักกะสัน กทม.

หน่วยงานผู้จัด
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ
มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท
คณะทำงานผลักดันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งประกอบด้วย 6 สภาแรงงานของฝ่ายลูกจ้าง สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ- ข้อสรุปร่วมกัน ว่าด้วยประเด็นที่เคยเป็นข้อโต้แย้งในการให้สัตยาบัน
- ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในการส่งเสริมการให้สัตยาบัน


ร่างกำหนดการ (ณ วันที่ 23 กันยายน 2552)

08.30-09.00 ลงทะเบียน
09.00-09.30 กล่าวต้อนรับและเปิดการเสวนา
• คุณรูดี้ พอตเตอร์ ผู้อำนวยการศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ
• คุณเวสน่า โรดิช ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท
• คุณพง ซุน อาห์น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
• ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน* (กำลังติดต่อ)
09.30-09.45 ความก้าวหน้าว่าด้วยการให้สัตยาบันอนุสัญญา 87 และ 98 ในชุมชนระหว่างประเทศ
Mr. Tim De Meyer ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ ILO
09.45-10.00 วิดิทัศน์ - อนุสัญญา 87 และ 98 และความสำคัญต่อพัฒนาการแรงงานสัมพันธ์ในประเทศไทย
10.00-10.15 พัก
10.15-11.20 เสวนา – ถึงเวลารัฐไทยต้องให้สัตยาบันอนุสัญญา 87/98
ประเด็นเสวนา: กระบวนการให้สัตยาบัน ความคืบหน้าล่าสุดของของการให้สัตยาบันของประเทศไทย ประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรค ข้อสนับสนุนและข้อโต้แย้งต่อประเด็นดังกล่าว ข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมสำหรับก้าวต่อไป
ผู้ร่วมเสวนา
• คุณพง ซุน อาห์น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
• คุณอาทิตย์ อิสโม รองอธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
• คุณสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
• คุณยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย
• คุณบรรจง บุญรัตน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย
• คุณสิริวัน ร่มฉัตรทอง เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย
• ผู้แทนฝ่ายการเมืองจากระทรวงแรงงาน *
ดำเนินรายการโดย คุณศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการแรงงาน
11.20-12.20 อภิปรายทั่วไป
12.20-12.30 สรุปและปิดการเสวนา
12.30-13.30 อาหารกลางวัน
13.30-15.00 แนวทางและแผนการดำเนินงานของคณะทำงานฯ
สรุปและปิดการประชุม




*บรรยายสาธารณะเรื่อง อัตลักษณ์วัฒนธรรมทางพุทธศาสนาจากวัดไทยในตุมปัต รัฐกลันตัน มาเลเซีย

“บรรยายสาธารณะ” โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
Lek-Prapai Viriyapant Foundation public lecture series
นำเสนอการบรรยายกึ่งเคร่งเครียดกึ่งผ่อนคลาย สบายๆ แบบมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

ค้นหาความหมาย ข้อมูล เรื่องราวบอกเล่าที่สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของสังคม
เหมาะสำหรับผู้ต้องการขบคิดและถกเถียงอย่างสร้างสรรค์และไม่ชอบด่วนสรุปเพื่อหาข้อยุติ
ทุกวันพุธ กลางๆ เดือน หลังอาหารเที่ยง
เชิญมาร่วมฟังบรรยาย ฟรี

สำรองที่นั่งได้ที่ E-mail : lek_prapai@yahoo.comติดต่อสอบถาม 0-2280-3340 (รับจำนวนจำกัด)
ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารพัฒนาธุรกิจโบรกเกอร์ เชิงสะพานวันชาติ ใกล้ห้องอาหารดรรชนี แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เว็บไซต์http://www.lek-prapai.org
เรื่อง อัตลักษณ์วัฒนธรรมทางพุทธศาสนาจากวัดไทยในตุมปัต รัฐกลันตัน มาเลเซีย
โดย ผศ.ดร. นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต
วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น.

อาจารย์นิพนธ์ จากมหาวิทยาลัยทักษิณ ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับชุมชนคนเชื้อสายไทยในตุมปัต รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ความเป็นคนไทยที่สัมพันธ์กับวัด โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางของชีวิตและกิจกรรมทางสังคม ทำให้เกิดลักษณะพิเศษที่เป็นอัตลักษณ์ของคนไทยนอกประเทศ

การใช้สัญลักษณ์หลายประการที่แสดงออกในการเป็นคนไทยที่นับถือพุทธศาสนาใน สังคมชาวมลายูมุสลิม ลักษณะของความเป็น Ethnicity ในสังคมพหุลักษณ์ของมาเลเซียนี้ ผู้สนใจไม่น่าพลาดฟัง


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:27:26 น.  

 
*‘นั่งรถไฟไปปลูกดอกไม้นอกสวน’ : สำนักพิมพ์สายธาร

‘นั่งรถไฟไปปลูกดอกไม้นอกสวน’

สำนักพิมพ์สายธาร ชวนนักอ่านสารคดีของภาณุ มณีวัฒนกุล รับ 10 หนอนนักอ่าน นั่งรถไฟไปปลูกดอกไม้ (มิตรภาพ) นอกสวน ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 (และรางวัลชมเชย 5 ท่านจะได้รับหนังสือดอกไม้นอกสวน)

แวะพักและทักทาย สบายๆ กับภาณุ มณีวัฒนกุล ณ ร้าน Rhythm & Books หัวหิน ไป-กลับฟรี (จากกทม.-หัวหิน) จิบชา-กาแฟ ของว่าง ท่ามกลางกองหนังสือ จังหวะดนตรีและภาพถ่ายในชีวิต

เพียงเขียนถึงหนังสือสารคดีที่ประทับใจของภาณุ มณีวัฒนกุล 1 หน้ากระดาษ A 4 โดยไม่จำกัดว่าเล่มไหนหรือสำนักพิมพ์ใดเพียงแค่อ่านแล้วใจประทับก็รับไว้ พิจารณา

ส่งคำเขียนถึงได้ 3 ทาง

1. saitharnpublish@gmail.com
2. จดหมายสำนักพิมพ์สายธาร 39/200-201 ซ.วิภาวดีรังสิต 84 (กวีเหวียนระวี) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. 10210
3. มาส่งไว้ที่บูธสำนักพิมพ์สายธาร N 53 โซน C1 ชั้นล่าง (ติดทางออก) ในงานมหกรรมหนังสือฯ วันที่ 15-25 ตุลาคม 2552 ที่ศูนย์สิริกิติ์

เปิดรับความประทับใจ 25 กันยายน-23 ตุลาคม 2552 ประกาศผลวันที่ 25 ตุลาคม 2552

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: กองบรรณาธิการหนังสือเล่ม สำนักพิมพ์สายธาร 082-5872980,02-9969731# 30
ตัวอย่างหนังสือบางส่วนของภาณุ มณีวัฒนกุล http://tuktadevil.multiply.com/photos/album/180 ผลงานดอกไม้นอกสวน เล่มล่าสุด 26http://tuktadevil.multiply.com/photos/album/172/172




*รฟท. แจกตั๋วขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์ฟรีรอบแรก 2 พันใบ

รฟท. เตรียมพร้อมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการโครงการระบบรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารในเมือง (แอร์พอร์ตลิงค์)
รฟท. เตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการโครงการระบบรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารในเมือง (แอร์พอร์ตลิงค์) โดยจะเปิดให้ประชาชน สามารถขอรับตั๋วโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานใหญ่ รฟท. และจะต้องนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาใบอนุญาตขับรถ หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ มายื่นขอรับตั๋ว ซึ่ง 1 คนจะได้รับตั๋ว 2 ใบ ส่วนผู้ที่ไม่มารับตั๋วด้วยตนเอง รฟท. จะให้สิทธิ์ผู้ที่นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นมารับแทนได้อีก 1 คน เท่านั้น
ทั้งนี้ ตั๋ว ดังกล่าว จะใช้เดินทางทุกวันพุธ ของเดือน ตุลาคม คือวันที่ 7,14,21,28 ตุลาคม 2552 เฉพาะในรอบบ่าย และเปิดให้ทดลองนั่ง เฉพาะรถไฟฟ้าแบบเอ็กซ์เพรส (มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) ซึ่งรถที่ให้บริการแบบซิตี้ไลน์ (จอดทุกสถานี) ยังไม่เปิดให้ทดลอง มีตั๋วโดยสารที่เปิดให้ทดลองนั่งในรอบแรกนี้ รวมประมาณ 2,000 ใบ ส่วนในรอบต่อๆ ไป รฟท. จะประกาศให้ทราบเป็นระยะๆ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวามคม 2552 คาดว่าจะเปิดแจกตั๋วทดลองนั่งได้ประมาณ 10,000 ใบ โดยจะเปิดให้ทดลองใช้ ในวันที่ 5,6,7 ธันวามคมนี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้ทดลองนั่งทุกวันเสาร์ทั้งรอบเช้า และรอบบ่าย




*3rd itSMF Thailand Annual Conference 2009

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคม itSMF ประเทศไทย ในการจัดสัมมนา 3rd itSMF Thailand Annual Conference 2009 ในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552 ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ

สมาคม itSMF International (http://www.itsmfi.org/) เป็นองค์กรสากลอิสระที่ไม่แสวงหากำไร ที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาและให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน (Standard) และข้อแนะนำ (Guidance) ที่มาจากผลการปฏิบัติงานที่ดี (Best Practices) รวมทั้งคุณสมบัติทางด้านวิชาชีพในการบริหารจัดการการให้บริการด้านไอที
(IT Service Management) สมาคม itSMF ประเทศไทย (http://www.itsmf.or.th) เป็น 1 ใน 52 itSMF Chapters ของสมาคม itSMF International และกิจกรรม
หนึ่งที่ทางสมาคม itSMF Thailand ใช้ในการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการการให้บริการด้านไอทีแก่ผู้บริหารองค์กรในประเทศไทยก็คือ
การจัดสัมมนาประจำปีของสมาคม ซึ่งในปีนี้จะได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552 ที่โรงแรมสวิส โฮเต็ล เลอคองคอร์ด กรุงเทพฯ

ผู้เข้าร่วมการประชุม จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการให้บริการด้านไอทีจาก Keynote Speakers ได้แก่ Mr. Robert Stroud จาก itSMF International
และ Mr. George Spalding ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แต่งหนังสือ "ITIL V3 Continual Service Improvement" และรับฟังการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จาก
ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการการให้บิรการด้านไอที และจากบริษัทชั้นนำของโลกได้แก่ HP, IBM และ Symantec เป็นต้น

ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมได้ที่

http://conference2009.itsmf.or.th/index.php?option=com_fabrik&view=form&fabrik=2&random=0&Itemid=59

ผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับ

1. สิทธิในการเข้าร่วมการประชุมเต็มวัน พร้อมอาหารว่างและอาหารกลางวัน

2. หนังสือ ITIL V3 Foundation Handbook มูลค่ามากกว่า 600 บาท

3. ของที่ระลึกจากผู้ให้การสนับสนุนการประชุม




*เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 5

มีข่าวสารสำหรับชาววิทย์ ที่ไม่หยุดนิ่งกับการเรียนรู้ อย่างนี้ต้องเรียกว่า ชาววิ้ด-ด (บึ้ม) ค่ะ
นั่นคือ เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 5
วันที่ 17 - 27 พฤศจิกายน 2552 นี้ สถานที่ ดังนี้ค่ะ
* พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร สวนจตุจักร ถ.กำแพงเพชร 4
* โรงภาพยนตร์ EGV Kids Cinema by VITAMILK Champ
* ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) BTS เอกมัย
* สวทช. อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คลองหลวง
* สสวท. ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาค
* องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี คลอง 5
* อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone
รายละเอียดเพิ่มเติม ลองเข้าไปดูใน เวปที่แนบมานี้นะคะ
http://www.goethe.de/ins/th/prj/wif/thindex.htm
http://www.goethe.de/ins/th/prj/wif/deindex.htm


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:28:01 น.  

 
*สวทช. เปิดอบรมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ต้นทุนต่ำ

หวังให้เกิดประโยชน์นำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้พร้อมจำหน่ายออกสู่ตลาดโลก

สวทช. เปิดอบรมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ต้นทุนต่ำ เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาเป็นอาชีพ และต่อยอดผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายสู่ตลาดโลก
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสังคม สวทช.ได้เปิดหลักสูตรการอบรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการขยายพันธุ์พืช จำพวกไม้เนื้ออ่อน เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว ลิลลี่ เบญจมาศ กล๊อกซีเนีย เยอบีร่า เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่เหมาะสม ผลิตและขยายพันธุ์พืชเชิงการค้า ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตพืชที่มีคุณภาพดีสม่ำเสมอได้ปริมาณมากในเวลาอันรวด เร็ว นอกจากนี้ สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จัดหาได้ง่าย และมีราคาไม่สูงในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ที่สำคัญสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และต่อยอดผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายสู่ตลาดโลก ซึ่งที่ผ่านมาการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ของไทยส่งออกสร้างรายได้ทั่วโลกแล้ว
ผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2564-7000 ต่อ 7004, 1621 โดยจะเปิดอบรมตั้งแต่วันที่ 8-9 ตุลาคม 2552 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินทร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นิศากานต์ กีร์ตะเมคินทร์ Rewriter : คณิต จินดาวรรณ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


วันที่ข่าว : 30 กันยายน 2552




*รู้เรื่องภูมิแพ้ เพื่อลูกปลอดภัย

ศูนย์รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กศิริราช ร่วมกับ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จัดอบรมบุคลากรและผู้สนใจทั่วไป ในโครงการศิริราชสอนเลี้ยงลูก เรื่องรู้เรื่องภูมิแพ้ เพื่อลูกปลอดภัย ในวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 13.00-16.00 ที่ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ ชั้น 7 สำรองที่นั่งโทร 0-2419-7000 ต่อ 5722




*สนทนารับเทศการกินเจ เรื่อง จาก "เม้งก่า" ถึง "อั้งยี่" สู่ประเพณีกินเจไทย

มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ขอเชิญร่วมฟังเสวนา

ตั้งโต๊ะสนทนารับเทศกาลกินเจ
ในหัวข้อ...

จาก “เม้งก่า” ถึง “อั้งยี่”
สู่ประเพณีกินเจไทย

สนทนาโดย ดนัย ผลึกมณฑล เจ้าของนามปากกา “แปลงนาม”
รศ. แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย แห่งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ตั้งแต่เวลา 17.30-19.30 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2281-1988 หรือ 0-2280-3340
เว็บไซต์http://www.lek-prapai.org

เสวนาร้านริมขอบฟ้า - เสวนาเรื่อง จาก "เม้งก่า" ถึง "อั้งยี่" วันศุกร์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

ตั้งโต๊ะสนทนารับเทศกาลกินเจ ในหัวข้อ...

จาก “ เม้งก่า ” ถึง “ อั้งยี่ ”

สู่ประเพณีกินเจไทย

สนทนาโดย ดนัย ผลึกมณฑล เจ้าของนามปากกา “ แปลงนาม ”

รศ. แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย แห่งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๓๐ น.

ณ ร้านหนังสือริมขอบฟ้า มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

สอบถามเพิ่มเติม 0-2281-1988 หรือ 0-2280-3340




*ประชุมวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติ เรื่องพระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่

คณะ กรรมการจัดงานฉลองพระชันษา 8 รอบ 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จัดประชุมวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช ในวันที่ 1-3 ตุลาคม เวลา 08.00-18.00 น. ที่ชั้น 2 อาคาร สว ธรรมนิเวศ วัดบวรนิเวศวิหาร หัวข้อพระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ โดยใช้ภาษาบาลีเป็นภาษาหลักในการประชุมนานาชาติครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังจัดแสดงนิทรรศการพระประวัติ ฯ ซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในมิติของ Hologram ในวันที่ 1-15 ตุลาคม ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร สอบถามรายละเอียดโทร. 0-2280-8202




*โครงการเนื่องใน "วันรักตับโลก"

มูลนิธิโรคตับ จัดโครงการเนื่องใน "วันรักตับโลก" ขึ้น 2 โครงการ คือ การมอบรางวัลอังคาร กัลยาณพงศ์ แก่ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมเยาวชนมูลนิธิโรคตับ ครั้งที่ 2 ที่ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00-20.00 น. (แสดงผลงานวันที่ 1-2 ตุลาคม) ส่วนอีกโครงการ คือ "เรารักตับ" ครั้งที่ 4 ตรวจค่าเอ็นไซม์ตับ (ALT) แก่ประชาชน...ฟรี!! ระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม โดยได้รับความร่วมมือจาก 24 โรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น เกษมราษฎร์บางแค, เกษมราษฎร์ประชาชื่น, เจ้าพระยา, ธนบุรี, นวมินทร์ 9, บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, เปาโลเมโมเรียลโชคชัย 4, พญาไท 1, พญาไท 3, สมิติเวช สุขุมวิท ฯลฯ และโรงพยาบาลในต่างจังหวัด เช่น กรุงเทพคริสเตียน จ.นครปฐม, ราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา, กรุงเทพพระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ มูลนิธิโรคตับ โทร.0-2261-2428 หรือดูรายละเอียดที่ http://www.thailiverfoundation.org

- กวีรุ่นใหม่ จาก http://www.thaipoetsociety.com จัดงาน "ครบรอบ 1 http://www.thaipoetsociety.com" ด้วยกิจกรรมอ่านบทกวี ตามหาดวงดาวในจินตนาการสาธารณรัฐกวีนิพนธ์ ดื่มด่ำกับวงดนตรี BULETEEN และวงสนทนาหัวข้อ "1 ปี Thai Poet Society กวีมีหมดอายุ?" โดย กฤช เหลือลมัย, ซะการีย์ยา อมตยา, แก้วตา ธัมอิน, โกฏิดารา งานเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม 2552 ณ สวนเงินมีมา เจริญนคร 22 คลองสาน มิตรสหายและผู้ประสงค์มาร่วมงาน กรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ thaipoetsociety@hotmail.com โทรศัพท์ 08-9784-5958 หรือ สอบถามเส้นทางที่ 0-2860-1221, 08-0987-3172

- ศูนย์วิทยสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หรือ "เอไอซี" ผุดหลักสูตร "สร้างสรรค์งานศิลป์ด้วยศิลปินน้อย" ต้อนรับปิดเทอม ชวนผู้ปกครองส่งลูกหลานสัมผัสประสบการณ์ด้านศิลปะ โดยจะเปิดหลักสูตร "สร้างสรรค์งานศิลป์ด้วยศิลปินน้อย" ขึ้น ระหว่างวันที่ 5-16 ตุลาคม 2552 เพื่อให้เด็กอายุระหว่าง 5-12 ขวบ มีโอกาสสร้างสรรค์กิจกรรมทางศิลปะในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การวาด การระบายสี การปั้น การพิมพ์ภาพ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ฝึกจินตนาการ ฝึกสมาธิ ฝึกมองโลกในแง่ดี สร้างความเชื่อมั่นความภาคภูมิใจในตัวเอง และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิทยสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (AIC) โทรศัพท์ 0-7728-9949

- มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ขอเชิญร่วมฟังเสวนารับเทศกาลกินเจ ในหัวข้อ จาก "เม้งก่า" ถึง "อั้งยี่" สู่ประเพณีกินเจไทย สนทนาโดย ดนัย ผลึกมณฑล เจ้าของนามปากกา "แปลงนาม" รศ.แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย แห่งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2552 ตั้งแต่เวลา 17.30-19.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2281-1988 หรือ 0-2280-3340 เว็บไซต์ http://www.lek-prapai.org

ส่งข้อความประชาสัมพันธ์ หรือ ข้อมูลข่าวสารได้ที่ scoop@matichon.co.th หรือ โทรสารหมายเลข 0-2589-5674 และ 0-2580-0550


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:30:18 น.  

 
*ชมเมืองเก่า...ย่านสามแพร่ง ครั้งที่ ๓ ...กลับมาตามคำเรียกร้อง

กิจกรรมเรียนรู้รากเหง้าความเป็นไทย
ประวัติศาสตร์ที่ไม่ใช่เพียงตัวหนังสือ แต่มีเรื่องราวที่สนุกสนาน น่าประทับใจ
และเป็นสิ่งสำคัญที่คนไทย ควรเรียนรู้ เพราะนี่คือมรดกล้ำค่าของชาติที่ส่งต่อ สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
เป็นเสมือน พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ของคนไทยทุกคน


กิจกรรมประกอบด้วย

การเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในชุมชนสามแพร่ง
รับฟังเรื่องราวทั้งเชิงประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนในชุมชน
จากผู้เชื่ยวชาญ และผู้คนในชุมชนที่เกิดและใช้ชีวิตในสามแพร่งแห่งประวัติศาสตร์ ตัวจริงเสียงจริง

วันเวลา และค่าใช้จ่าย ในการเข้าร่วมกิจกรรม

ครั้งที่ ๓ เสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม, ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน และครั้งที่ ๕ วันที่ ๑๙ ธันวาคม
เริ่มกิจกรรม เวลา ๐๙.๓๐ น. เสร็จสิ้น ๑๓.๐๐ น.
ค่าใช้จ่ายท่านละ ๒๙๙ บาท (รวมอาหารกลางวัน)

สนใจติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ โครงการเสน่ห์บางกอก
โทร. ๐๒-๖๒๒-๒๓๑๖, ๐๘๓-๑๓๐-๕๗๖๐ อีเมล์ muey24@hotmail.com




*เชิญเที่ยวชมและสัมผัสวิถีชีวิตการค้าแบบตลาดบกอยุธยาแบบประวัติศาสตร์ดั้งเดิม : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หยิบประวัติศาสตร์การค้าสมัยอยุธยามาจัดกิจกรรมเที่ยวตลาดบกในพิพิธภัณฑ์ ขึ้น

ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง โดยนำองค์ความรู้เรื่องตลาดและย่านการค้าต่างๆ ในสมัยอยุธยามานำเสนอและพร้อมจัดแสดงจำลองวิถีชีวิตตามแบบประวัติศาสตร์ดั้ง เดิม พร้อมความรู้ในเรื่องต่างๆ จากการสาธิต การบรรยาย ชิมอาหารและสินค้าแบบย้อนยุคย่านดังในสมัยอยุธยาฯลฯ ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนผู้สนใจทั่วไปเที่ยวชมและสัมผัสวิถีชีวิตการค้าแบบ ตลาดบกอยุธยาได้ในวันอาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒นี้ ณ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรี อยุธยา

สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณสุบงกช ธงทองทิพย์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเจ้าสามพระยา โทร ๐๓๕ ๒๔๑ – ๕๘๗




*เชิญร่วมงาน NGO Connection Day 2009 โดยไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญ NGO เข้าร่วมงานNGO Connection Day 2009 ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2552 เวลา 9.00-17.20 น. ณ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ห้อง Auditorium 1 และ 2 อาคาร ซีอาร์ซี ออลซีซั่นเพลส ถ.วิทยุ ปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


กิจกรรมในวันนั้นประกอบด้วย การเปิดตัวเว็บไซต์กิจกรรมเพื่อชุมชน โครงการบริจาคซอฟต์แวร์ และ Workshop หัวข้อ “เทคโนโลยี Windows Live Sharing และ สังคมออนไลน์ สามารถช่วยให้งาน NGOได้อย่างไร” พร้อมร่วม Sneak Preview Windows 7 ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของไมโครซอฟท์

หาก NGO ท่านใดสนใจเข้าร่วมงานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัคร ได้ที่ คุณ เม อรุณพร ลิขิตเลอสรวง อีเมล i-arlikh@microsoft.comโทร 02-257-2903 วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.30 น.

หมายเหตุ: 1) ไมโครซอฟท์เชิญชวนทุกท่านร่วมลดภาวะโลกร้อนด้วยการนั่งพาหนะสาธารณะมาร่วมงาน NGO Connection Day 2009
2) หากท่านมีความประสงค์ที่จะนำคอมพิวเตอร์แลปท๊อปของท่านมาใช้งานในวันนั้น กรุณาแจ้งความจำนงล่วงหน้า
3) หากNGO ท่านใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Software Donation กรุณาสำแดงเอกสารรับรองความเป็น มูลนิธิ, องค์กรสาธารณกุศล ภายใต้ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง หรือ องค์กรสาธารณประโยชน์ ภายใต้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

หมดเขตลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคมนี้นะคะ


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:31:33 น.  

 
*โครงการบัณฑิตศึกษา สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ได้จัดงานสัมนาเรื่องCSR สร้างคุณค่าสู่ธุรกิจไทย ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน)
ในวันที่ 3 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 12.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

โครงการบัณฑิตศึกษา สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมนาเรื่อง CSR สร้างคุณค่าสู่ธุรกิจไทย ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน) ในวันที่ 3 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 12.00 น.
วิทยากร และผู้ดำเนินรายการ
คุณพิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้บริหารระดับสูงดูแลด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์
บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
คุณพีรพงษ์ กลิ่นละออ ผู้จัดการฝ่าย CSR
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
คุณณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ ผู้ดำเนินรายการ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://seminar.rmba-ku.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ




*ต้องการอาสาสมัครกิจกรรมสานพลังเยาวชนแพร่งภูธร

แพร่งภูธร หนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ ย่านที่คนเฒ่าคนแก่มีเรื่องราวที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่หากปล่อยเวลาผ่านไป เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาติ ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากคนเล็กคนน้อย ก็จะหายไปพร้อมกับคนเหล่านั้นด้วย
กิจกรรมสานพลังเยาวชนแพร่งภูธร จัดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เด็กเยาวชนจะได้รับการเสริมสร้างศักยภาพ พลังความสามัคคี ทักษะการเก็บและสืบค้นข้อมูล เยาวชนจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของย่านที่ตนเองอาศัยจากผู้รู้ ผู้สืบทอดประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในชุมชน
เด็กเยาวชนเหล่านี้พร้อมที่จะเดินย้อนสู่อดีตเพื่อเรียนรู้รากเหง้าและค้นหาทางเดินแห่งอนาคตแล้ว
คุณล่ะ! พร้อมจะเดินทางไปกับพวกเขา หรือสนับสนุนพวกเขาได้อย่างไร

วันเวลาและสถานที่จัดกิจกรรม
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ถึงวันศุกร์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ นี้ ณ ลานภูธเรศ แพร่งภูธร เขตพระนคร ใกล้กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ

เด็กเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
จำนวน ๒๐ ท่าน จากแพร่งภูธร และสถานที่ใกล้เคียง

คุณสมบัติอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรม
๑. ชายหรือหญิงอายุตั้งแต่ ๑๘ปีขึ้นไป
๒. สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย ๒ วันในช่วงเวลากิจกรรม
ภารกิจประกอบด้วย การกระตุ้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม (วิทยากรกระบวนการ) การออกแบบกิจกรรมและนำกิจกรรม ขึ้นอยู่กับความถนัดและความสนใจของอาสาสมัคร
๓. หรือ สนับสนุนกิจกรรมด้วยวัสดุอุปกรณ์ อาหาร งบประมาณ ฯลฯ ตามที่ท่านเห็นสมควร

ค่าใช้จ่ายในการสมัคร
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ขอให้อาสาสมัครสนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารของอาสาสมัครเอง

สอบถามและสมัครได้ที่
พีธากร ศรีบุตรวงษ์ (บางกอกฟอรั่ม) โทร. ๐๒-๒๒๘-๑๓๖๒, ๐๘๗-๖๘๓-๐๘๘๐, peethakorn@hotmail.com




*โครงการภายใต้แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ประจำปี2552

การสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัย
“โครงการภายใต้แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ประจำปี2552”
นวัตกรรมสิ่งทอ...สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Textile Innovation towards Creative Economy)
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 16.00 น.
ณ ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น3 โรงแรมเซนจูรี่ปาร์ค กรุงเทพ
***********************************************************
09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน และรับเอกสารประกอบการสัมมนา
09.30 – 09.50 น. ความเป็นมาและสรุปผลการดำเนินโครงการ
09.50 – 10.10 น. กล่าวเปิดการสัมมนา
โดย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
10.10 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ดื่มชา – กาแฟ
10.30 – 11.00 น. การพัฒนาเส้นใยพอลิโพรพิลีนผสมถ่านแมคคาที่ได้จากเศษวัสดุทางการเกษตร
เพื่อเพิ่มสมบัติการแผ่รังสีฟรา-อินฟาเรด
11.00 – 11.30 น. การพัฒนาสิ่งทอหญ้าเทียมด้วยเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อลดต้นทุน
11.30 – 12.00 น. การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอนำความร้อนจากเส้นใยนาโนคาร์บอน
12.00 –13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 –13.30 น. การพัฒนาชุดเครื่องแบบสนามและชุดยูนิฟอร์มทหาร-ตำรวจ คุณสมบัติพิเศษโดยใช้
วัสดุชนิดใหม่
13.30 –14.00 น. การพัฒนาวัสดุเสริมแรงจากเส้นใยสังเคราะห์เพื่อทดแทนเหล็กในผนังคอนกรีต
หล่อสำเร็จ
14.00 –14.30 น. การพัฒนาผ้ารัดข้อศอกและหัวเข่า เคลือบสารสกัดสมุนไพรลูกประคบ + ZnO
14.30 –15.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ดื่มชา – กาแฟ
15.00 –15.30 น. นำเสนอ “ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ”
15.30 –16.00 น. สรุปการสัมมนาเผยแพร่ผลงาน
โดย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี
ใบตอบรับเข้าร่วมสัมมนา
บริษัท/หน่วยงาน ...................................................................
ชื่อ-สกุล .....................................................ตำแหน่ง ..........................................
ชื่อ-สกุล .............................ตำแหน่ง .............................................................
โทรศัพท์..................................................โทรสาร .........................................
ผู้ประสานงาน ...............................อีเมล์ ........................................
โทรศัพท์........................................................
ส่งกลับที่ โทรสาร 02-712-4526
สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีโทรศัพท์02-713-5492-9 ต่อ 404, 405 คุณอลงกรณ์, คุณเกษมสุข
สัมมนา
ฟรี!!


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:35:23 น.  

 
*ขรก.บำนาญเฮ!รับบำเหน็จตกทอดทุกเดือน

น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้กฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้รับบำนาญให้ได้รับเงินเพิ่มขึ้นจากเงินบำเหน็จ ดำรงชีพ ตลอดจนลดความยุ่งยากภาระเอกสารของผู้รับบำนาญและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยการเสนอแก้กฎหมายนี้ จะรวมเงินบำนาญและเงินเพิ่มค่าครองชีพเข้าด้วยกันจะช่วยส่งผลให้ผู้รับบำนาญ ได้รับเงินสูงขึ้น จากเงินบำเหน็จดำรงชีพ หรือเงินที่ผู้รับบำนาญสามารถนำเงินบำเหน็จตกทอดมาใช้ได้ก่อนเสียชีวิต จากเดิมที่เงินบำเหน็จตกทอดจะเป็นของทายาทหรือผู้ที่ได้รับสิทธิ ตลอดจนลดความยุ่งยาก ภาระเอกสารของผู้รับบำนาญและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการแก้กฎหมายเรื่องนี้จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,135.5 ล้านบาท

ทั้ง นี้ ปัจจุบันผู้รับเบี้ยหวัดและผู้รับบำนาญได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ย หวัดบำนาญ (เงิน ช.ค.บ.) แยกออกจากบำนาญหรือเบี้ยหวัด ทำให้การเบิกจ่ายเงินแก่ผู้รับเบี้ยหวัดและผู้รับบำนาญในแต่ละเดือนมีความ ยุ่งยาก มีขั้นตอนดำเนินงานเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งส่งผลให้ผู้รับบำนาญได้รับบำเหน็จดำรงชีพน้อยลง เนื่องจากบำเหน็จดำรงชีพ กฎหมายกำหนดให้จ่ายได้ไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ ซึ่งหลังจากแก้กฎหมายแล้วจะทำให้บำเหน็จดำรงชีพ สามารถจ่ายได้สูง สุดไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่รวมเงิน ช.ค.บ. ซึ่งสูงกว่าบำนาญรายเดือนอย่างเดียว




*สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร

เนื่องจากวันที่ 6 ตุลาคม 2552 นอกจากจะเป็นวันครบรอบ 33 ปี เหตุการณ์ความรุนแรง“ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย”จากการที่เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มที่รัฐให้การสนับสนุน ได้เข้าไปล้อมจับกุมและสังหารนักศึกษาและประชาชนภายใน บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งกำลังชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่ให้จอมพลถนอม กิตติขจรออกนอกประเทศแล้วนั้น ในวันดังกล่าวยังเป็นวันครบรอบ 99 วันของการชุมนุมหน้าโรงงานของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาของการชุมนุมก็เผชิญกับความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ

ด้วยเหตุนี้ทางสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ พร้อมด้วยองค์กรเพื่อนมิตรจึงร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรุนแรงที่ถูกกระทำโดยรัฐ และเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเจตนารมณ์ของนักศึกษาและประชาชนที่ถูกปราบปรามในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 รวมถึงเพื่อให้เกิดการสรุปเป็นบทเรียนและมาตราการในการป้องกัน จัดการกับความรุนแรงดังกล่าวร่วมกัน จึงได้จัดกิจกรรม เสวนา ภายใต้หัวข้อ “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร” ขึ้น พร้อมด้วยกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักศึกษาสลับกับการปราศรัยของผู้นำกรรมกรต่างๆ ณ ที่ชุมนุมหน้าโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ซอย 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.

จึงเรียนมาเพื่อเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

ขอแสดงความนับถือ

ธัญญยธรณ์ คีรีถาวรพัฒ์

รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย

จิตรา คชเดช (หนิง)
สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย
087-020 - 6672
Skype : Jittra08




*เสวนาอบรมฝึกสติ ตรวจสุขภาพ ฟรี !

บริษัท รักลูกกรุ๊ป โดยส่วนงาน Women Business เสวนาและฝึกอบรม เพื่อสร้างดุลยภาพความสุขในชีวิตผ่านพลังใจ...สู่พลังกายของสาว 40+

กิจกรรมภายในงาน พบกับ การเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงแห่งวัย ผ่าน 2 ส่วนกิจกรรม

1. ภาคทฤษฏี ตอน ประตูสู่ความสุข ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ศาลาปันมี ห้องสมุดธรรมะ บ้านอารีย์ พหลโยธิน 7 (ซ.อารีย์1)

- สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้หญิงวัย 40+

- การสังเกตและพิจารณาจิตอย่างรู้เท่าทัน รวมถึงการค้นหาเป้าหมาย และคุณค่าของชีวิต เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนอย่างมีความสุข แม้วัยจะเพิ่มมากขึ้น วิธีการเสริมสร้างพลังใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้หญิงวัย40+ “สุขภาพจิตที่ดีนำไปสู่ความสำเร็จ และความสุขที่ยั่งยืน” ผ่านมุมมองของแพทย์ผู้เป็นวิทยากรคือ นายแพทย์ วิโรจน์ ตระการวิจิตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช และผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลนครธน

- และการร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงจาก จารุณี (สุขสวัสดิ์) เดส์แน็ช นักแสดงมากความสามารถผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างเข้มข้น จนปัจจุบันเป็นผู้บริหารธุรกิจ ไทยธรรม อัลไลแอนซ์ ชีวิตเธฮมีความสุขได้ด้วยกำลังใจที่สร้างขึ้นจากตัวเอง

ฟรี บริการตรวจสุขภาพ และรับปรึกษาปัญหาวัยทองโดยศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลนครธน

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และมาร่วมงาน 20 ท่านแรกจะได้รับหนังสือ สูตรความสุข slow life คู่มือสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ของสำนักพิมพ์ more of life

2. ภาคปฏิบัติ ตอน วิถีแห่งสติ หนทางแห่งสุขที่แท้ สำหรับผู้เข้าร่วมเสวนา ตอน ประตูสู่ความสุข รับสิทธิ์…ร่วม Workshop ในวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย.52 ณ ศาลาธรรม จังหวัดนครปฐม (บ้านป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผ่านรูปแบบของการเสวนาธรรม และการฝึกสติ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ด่วน สำรองที่นั่งได้ฟรี ! ผ่าน http://www.momypedia.com หรือ 0-2913-7555 ต่อ 3534 / 3535


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:36:27 น.  

 
*สัมมนา Chief Security Officer Forum :- "Information Security Awareness Training & GRC Talk"ษา ครั้งที่ 3

เรียน ท่าน CIO , ผู้บริหารศูนย์ไอซีที , บุคลากรไอซีที ทุกท่าน ครับ

์์International Academy of CIO : IAC ร่วมกับ NECTEC Academy และ ACIS Professional Center ขอเชิญท่านร่วมสัมมนา Chief Security Officer (CSO) Forum #1 หัวข้อ "Information Security Awareness Training & GRC Talk" ในวันอังคารที่ ๖ ตุลาคม ๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ ห้อง ๒๒๐๑ B ชั้น ๒๒ สถาบันฝึกอบรม เนคเทค (NECTEC Academy) อาคารมหานครยิบซั่ม ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ

--- ไม่มีค่าใช้่จ่าย ในการเข้าร่วมสัมมนา ---

ท่านสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://www.nectecacademy.com/csoforum/

รายละเอียดการสัมมนา

Chief Security Officer (CSO) Forum #1

" Information Security Awareness Training & GRC Talk "

วันที่ ๖ ต.ค. เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
ณ สถาบันฝึกอบรม เนคเทค (NECTEC Academy)
แผนที่ http://www.nectecacademy.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=1

ท่านสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://www.nectecacademy.com/csoforum/

กลุ่มเ้ป้าหมาย (รัฐและเอกชน ประมาณ ๖๐-๗๐ ท่าน)
1. CIO
2. IT Director
3. Senior IT Professional

กำหนดการ

13.00 – 13.30 ลงทะเบียน

13.30 – 14.30 บรรยาย Information Security Awareness Training: iSAT โดยอาจารย์ปริญญา หอมเอนก ACIS Professional

14.30 – 14.45 coffee break

14.45 -16.00 เสวนา "ทิศทาง การดำเนินงาน กรณีศึกษา ของ GRC : GRC Talk"

โดย
1. อ. ปริญญา หอมเอนก ACIS Professional
2. อ. เมธา สุวรรณสาร ที่ปรึกษาอิสระ
3. พ.ต.อ. ญาณพล ยั่งยืน สำนักงาน ป.ป.ท.

ดำเนินการอภิปราย โดย ว่าที่ ร้อยตรี พรพรหม อธีตนันท์ นักวิชาการ และหัวหน้างานพัฒนาธุรกิจ NECTEC Academy

16.00 – 16.30 อภิปราย และตอบข้อซักถาม


ขอเรียนเชิญทุกท่านครับ.... ที่นั่งมีจำนวนจำกัดครับ โปรดลงทะเบียน ด่วนครับ

http://www.nectecacademy.com/csoforum/

รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

สาทนี คงคาวิทูร ACIS Professional Center 02650 5771 ext 103
พรพรหม อธีตนันท์ pornprom@nectec.or.th , 02 642 5001 ext 143
จิดาภา กระต่ายทอง jidapa.krataitong@nectec.or.th, 02 642 5001 ext 161




*ปรับบทบาทภาครัฐ...เปลี่ยนประเทศไทย

คอลัมน์ ข้าราษฎร

โดย สายสะพาย



ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม สำนักงานคณะกรรมพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนดการประชุมทางวิชาการประจำปี 2552เรื่อง "ปรับบทบาทภาครัฐ..."

ณ ห้องเจ้าพระยา ชั้น 2 หอประชุมกองทัพเรือ เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น.

หลัง จากชี้แจงวัตถุประสงค์การสัมมนาแล้ว เป็นแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ทิศทางการบริหารกิจการบ้านเมืองของประเทศไทยในอนาคต" โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

เวลา 10.15-12.00 น. การเสวนา เรื่อง "ปรับบทบาทภาครัฐ...เปลี่ยนการบริหารประเทศไทย" โดย ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐมนตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการ Sasin Institute for Global Affairs สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย

ช่วงบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่อง

"การกำกับดูแลองค์การภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" โดย หัวหน้าส่วนราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดนำร่อง

"การกำกับดูแลกิจการที่ดีในภาคเอกชน" โดย ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม ประธานกรรมการตรวจสอบ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

เวลา 15.30-16.30 น. สัมมนาแนวทางการจัดระดับการกำกับดูแลองค์การภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดย นายสมชาย ไตรรัตนภิรมย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

สำหรับ สาระสำคัญของเนื้อหาที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอาทิ กระแสแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโลกที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงบทบาทภาครัฐเพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจ สังคม และความคาดหวังของประชาชน

การปรับระบบการบริหารภาครัฐ โดยการจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน ชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในสังคมไทย การลดกฎเกณฑ์ (deregulation) ซึ่งควบคุมหรือแทรกแซงระบบเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็นในบางเรื่อง เพื่อส่งเสริมให้ส่วนอื่นๆ ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารกิจการบ้านเมือง และ/หรือดำเนินงานร่วมกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น

ความเป็นไปได้ในการ เปิดให้ภาคเอกชนมารับหน้าที่ดำเนินการแทนภาครัฐ ความคาดหวังต่อระบบราชการในการให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ และแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:37:02 น.  

 
*ปฐกาถาพิเศษเรื่อง "ความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมืองกับการเสริมสร้างประชาธิปไตย"

วันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค. เวลา 08.00 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมืองกับการเสริมสร้างประชาธิปไตย" ในการประชุมสมัชชาพัฒนาการเมือง ประจำปี 2552 ที่ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ...

*... 09.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ธาม เชื้อสถาปนศิริ อัญญาอร พานิชพึ่งรัถ และ ก่อเขตต์ จันทเลิศลักษณ์ ร่วมเสวนา "สังคมไทยได้ … จากการเสนอคลิปข่าวรุนแรง" จัดโดย สสส. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 35 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ...*...




*กลุ่ม 40 ส.ว.ชี้ ค.ร.ม.อนุมัติรถเมล์ NGV หวังผลประโยชน์

3 ส.ว.ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถเมล์ NGV พร้อมเรียกร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการจัดซื้อรถยูโรทู 500 คันของขสมก.

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ระบบสรรหา นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.ระบบสรรหา และนายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.ระบบสรรหา ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โดย นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้คัดค้านโครงการดังกล่าวมาตลอด เพราะเห็นว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์อีกทั้งประเทศชาติได้รับความเสียหาย ตนจึงอยากเรียกร้องให้ป.ป.ช.เร่งตรวจสอบโครงการจัดซื้อรถยูโรทู 500 คัน ของขสมก.เพราะโครงการรถเมล์เอ็นจีวีเป็นการขยายโมเดลของโครงการดังกล่าว ซึ่งรัฐต้องสูญเสีย ผลประโยชน์อย่างมหาศาล นอกจากนี้ เห็นว่าการที่โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติน่าจะเป็นเพราะมีการตกลงเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ระบบสรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.จะเชิญสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาชี้แจงถึงการเสนอข้อมูลให้กับคณะรัฐมนตรี ทั้งการเช่าและซื้อ ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการเตรียมนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์มาจากประเทศจีน อย่างเช่น เครื่องยนต์ แอร์ เพื่อมาประกอบในเมืองไทย ถือว่าเป็นการทำผิดทีโออาร์ ตนจึงขอตั้งเป็นข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่ผลิตและประกอบในเมืองไทยซึ่งมีราคาถูกกว่า





*ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ
ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา
(ในวาระครบรอบ ๓๕ ปี แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย)
วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒
เวลา ๑๓.๐๐ น. ชมวิดีทัศน์ สร้างสาน ตำนานศิลป์ แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย
พิธีเปิดนิทรรศการ โดยชมรมโดมรวมใจ ชมรมเพื่อนจุฬา
เวลา ๑๔.๐๐ -๑๖.๐๐ น. เสวนาหัวข้อ“
มองย้อน-ร่องรอยศิลปะกับการเมืองเดือนตุลา ในทัศนะของคนต่างรุ่น”
วิทยากร รศ.ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
อาจารย์สิทธิเดช โรหิตะสุข คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ สถาบันปรีดี พนมยงค์
ดำเนินรายการ จารุนันท์ พันธชาติ ศิลปินกลุ่มบี-ฟลอร์
พิธีกรตลอดรายการ สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย อดีตผู้ประสานงานแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ๒๕๑๘
เวลา ๑๖.๑๕ น. ฉายภาพยนตร์เรื่อง“JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL 1973” colour 99 minutes
บทเพลง-ความบันดาลใจ จาก JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL: โดย ชัยพร นามประทีป

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๓ จนถึง ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เลขที่ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ)
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ E-mail: banomyong_inst@yahoo.com




*งานครบรอบ 50 วันของการจากไป อาจารย์กรุณา กุศลาสัย

มูลนิธิโกมลคีมทองขอเชิญร่วมและประชาสัมพันธ์งานครบรอบ 50 วันของการจากไป อาจารย์กรุณา กุศลาสัย ศิลปินแห่งชาติผู้เชี่ยวชาญด้านภารตวิทยา ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกนำความรู้ด้านสันติวิธีมาเผยแพร่ในประเทศไทย

ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 เวลา 13.00 - 17.00 น.


มูลนิธิโกมลคีมทองเชิญร่วมงาน
ครบรอบ ๕๐ วัน อาจารย์กรุณา กุศลาสัย

วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๒

เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น.

ณ ห้องประชุมประภาศน์ อวยชัย ชั้น ๔ อาคารอเนกประสงค์ ๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

กล่าวเปิดงาน โดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์
อ่านทำนองเสนาะและขับเสภา โดย คุณอังศิกา กุศลาสัย
ปาฐกถานำ “เรียนรู้ธรรมจากชีวิตอ.กรุณา กุศลาสัย” โดย ว.วชิรเมธี
เสวนา "คุณูปการของอ.กรุณา กุศลาสัย ที่มีต่อสังคมไทย"

โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คุณชมัยภร แสงกระจ่าง

ดำเนินรายการโดย คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

ดูรายละเอียดกำหนดการเพิ่มเติม http://www.komol.com/autopage/show_page.php?t=33&s_id=80&d_id=81


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:0:51:58 น.  

 
*กำหนดการสัมมนา เรื่อง ฝ่าวิกฤติ ติดอาวุธการจัดการ ด้วนมาตรฐานที่ทันสมัย

08.30 น. ลงทะเบียน
09.00 น. พิธีเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษ
เรื่อง "ความจำเป็นและประโยชน์ของมาตรฐานระบบการจัดการ"
โดย นางรัตนาภรณ์ จึงสงวนสิทธิ์
เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
09.30 น. การบรรยาย เรื่อง "มาตรฐานว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ISO 26000"
โดย นายประสงค์ ประยงค์เพชร
สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการรับรองระบบงาน
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม


10.15 น. อาหารว่าง-เครื่องดื่ม
10.45 น. การบรรยาย เรื่อง "มาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001"
โดย นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการมาตรฐาน
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

การบรรยาย เรื่อง "มาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ-BCM"
โดย นายประกอบ เพชรรัตน์ ผู้จัดการใหญ่
บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด
12.00 น. อาหารกลางวัน
13.00 น. การอภิปราย เรื่อง "มุมมอง ประสบการณ์ การฝ่าวิกฤตด้วยมาตรฐานระบบการจัดการที่ทันสมัย"
โดย - ผู้แทนจากโรงแรมในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป จำกัด
ตัวอย่างโรงแรมที่มีกิจกรรมส่งเสริมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

- ผู้แทนจากบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็น จำกัด (มหาชน)
รางวัลชนะเลิศการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในโรงงาน

- ผู้แทนจากโรงแรมแกรน เมอร์เคียว ฟอร์จูน
รางวัลชนะเลิศการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในอาคาร
ASEAN Energy Awards 2009

- ผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ตัวอย่างธนาคารที่มีการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
15.30 น. อาหารว่าง-เครื่องดื่ม
16.00 น. ถาม-ตอบ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐาน (ชั้น 1)
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
75/42 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
ผู้ประสานงาน : นายนพดล จรรยาอดิศัย, น.ส.เขมิกา จันทร์ตระกูล และ น.ส.อำไพ คล้ายฉิม
โทรศัพท์ 0 2202 3431 โทรสาร 0 2354 3157, 0 2354 3315




*สัมมนา เรื่อง งานฝึกอบรมช่วยบ่มเพาะวิชาชีพนักวิทยาศาสตร์

กรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยสำนักพัฒนานักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ (พศ.) จัดการสัมมนา เรื่อง งานฝึกอบรมช่วยบ่มเพาะวิชาชีพนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญและประโยชน์จากการฝึกอบรม และแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่ พศ. พัฒนาขึ้น และจะไปใช้ในการจัดฝึกอบรมต่อไป จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมการสัมมนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 25 กันยายน 2552 เวลา 9.00 -16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สนใจติดต่อสำรองที่นั่ง ได้ที่ คุณเบญจพร บริสุทธิ์ โทร. 0 2201 7429 ในวันและเวลาราชการ




*เสวนา เรื่อง "จากร้านเหล้ารอบสถานศึกษาถึงปัญหาเหล้าปั่น…มาตรการแก้ไขที่ยั่งยืน"

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552
เวลา 08.00 – 14.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนามูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาว และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดเสวนา เรื่อง "จากร้านเหล้ารอบสถานศึกษาถึงปัญหาเหล้าปั่น…มาตรการแก้ไขที่ยั่งยืน"
ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306 – 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*กมธ.วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม จัดเสวนาพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จัดเสวนาเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย หวัง ระดมความเห็นจากผู้แทนภาครัฐ นักวิชาการและเอกชนผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ได้แนวทางในการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 30 ก.ย. นี้

นายวิทยา อิ นาลา ประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา แถลงข่าวการจัดเสวนาเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 กันยายน นี้ว่า การเสวนาครั้งนี้ กรรมาธิการจะร่วมกับกระทรวงอุตสาหกร กำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อ ให้อุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการดูแล สนับสนุน และส่งเสริมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนเป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการสามารถ พัฒนายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยนำเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้ใน อุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดหลักที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย และก้าวทันกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) ในการเปิดเสรีทางการค้าที่ไทยมีพันธกรณีในเวทีโลกในปี 2010 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้มีการปรับตัวทันกับการแข่งขันในเวทีการค้าโลก

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า การเสวนาดังกล่าวจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.30-15.30 น.ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการระดมความเห็นจากทั้งภาครัฐ นักวิชาการ และเอกชนผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างกว่า 500 คน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก




*งานสัมนา “Best in Class Applications with A-HOST Solution”

เรียนท่านผู้บริหาร

A-HOST มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารเข้าร่วมงานสัมนา “Best in Class Applications with A-HOST Solution” ซึ่งบริษัท A-HOST ร่วมกับ บริษัท Oracle Thailand และ บริษัท IBM Thailand ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อนำเสนอ IT Solution ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของท่าน ในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552 ตั้งแต่เวลา 13.00น. ถึง 17.00น. ที่ ห้องพิมานแมน โรงแรมโฟว์ซีซั่น ถนนราชดำริ (ใกล้สถานี BTS ราชดำริ) ตามรายละเอียดของงานด้านล่างนี้

หากท่านมีความสนใจต้องการเข้าร่วมงานสัมนานี้ กรุณาส่งแบบฟอร์มลงทะเบียน หรือส่ง e-mail เพื่อยืนยันการเข้าร่วมงาน โดยท่านสามารถส่งกลับมาที่บริษัท A-HOST จำกัด

แฟกซ์: 0-2298-0053 หรือ email: praphassorn@a-host.co.th และ kamonrat@a-host.co.th * ฟรี สำหรับ 20 ท่านแรกที่ลงทะเบียนกับเรา รับของระลึกได้ที่งาน


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:02:07 น.  

 
*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม"เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง"

กรีนพีซและกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม "เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง"

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2552
เวลา 09.00 น. – 19.00 น.
ณ ศูนย์กิจกรรมช้างไทยเพื่อการอนุรักษ์ ถ.ธนะรัชต์
ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต. หมูสี อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา
-ร่วมพิธีกรรมโบราณ "บวงสรวงและบูชาปะกำ" ก่อนการเดินทางรณรงค์
เรียนรู้เรื่องราวของ "คน ช้าง ป่า ในภาวะโลกร้อน"

ดนตรีเล่าเรื่อง โดย พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
นิทรรศการผลกระทบภาวะโลกร้อน การสาธิตระบบพลังงานหมุนเวียน
และร่วมลงชื่อเรียกร้องถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกนปลายปีนี้
"เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" เป็นการเดินทางรณรงค์ของช้างไทย 5 เชือก จากผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เลียบเลาะไปตามลุ่มน้ำบางปะกงจรดอ่าวไทย เป็นเวลา 15 วัน ก่อนการประชุมเจรจาโลกร้อนที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม

ติดตามการเดินทางและร่วมเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ที่ http://www.greenpeace.or.th
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-357-1921 ต่อ 133
Chang(e) is coming!!!!
Wiriya Kingwatcharapong
Media Campaigner
Greenpeace Southeast Asia, Thailand
Tel +66 (0)2 357 1921 # 115
Fax +66 (0)2 357 1929
skype wiriyanueng




*The Asia Oceania Regional Software Park Forum 2009

Software Park จัดยิ่งใหญ่ The Asia Oceania Regional Software Park Forum 2009 และIT Architect Regional Conference Thailand 2009 เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ฯ ซึ่งการพัฒนาด้านธุรกิจและบุคลากรไอทีให้ประสบความสำเร็จในระดับสูง (World Class IT) นั้นจะต้องสร้างเสริมให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนความร่วมมือ ความรู้ และประสบการณ์ ในด้านการบริหารซอฟต์แวร์พาร์คในระดับนานาชาติเพื่อตอบสนองต่อความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี และความต้องการของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก

ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552 เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ ห้องพินาเคิล 1-2 โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล




*เชิญเข้าร่วมสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “มาตรการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ: ปัญหาและอุปสรรคของนักลงทุนไทย”

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) มีกำหนดจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “มาตรการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ: ปัญหาและอุปสรรคของนักลงทุนไทย” ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 08..30-13.30 น. ณ ห้องแกรนด์ ซี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนแวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของนักธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีความพร้อม และความสามารถทางการแข่งขันในการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศ CLMV ซึ่งได้แก่

- กลุ่มการเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร

- อุตสาหกรรมสิ่งทอ

- อุตสาหกรรมประมงปละอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

- อุตสาหกรรมก่อสร้าง

- กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ

ฯลฯ

ในการนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ จึงเรียนเชิญผู้ประกอบการที่มีความสนใจเข้าร่วมสัมมนาในวันและเวลาดังกล่าวฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ท่านที่สนใจกรุณากรอกรายละเอียดในแบบตอบรับส่งผ่านทางอีเมล์ wansap@off.fti.or.th หรือทางโทรสารหมายเลข (02) 345-1281-3, (02) 345-1119 ภายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณศรายุทธ ทองอร่าม โทร. 02-345-1125

ขอแสดงความนับถือ

อุดม ตันติต้องตา
เจ้าหน้าที่โครงการจับคู่ธุรกิจ / วารสาร Industrial H&O
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โทร. (02) 345-1132 (ตรง), (02) 345-1000 ต่อ 1132
มือถือ (08) 9137-5579
โทรสาร (02) 345-1281-3
E-mail: udomt@off.fti.or.th
http://www.fti.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:03:29 น.  

 
*กำหนดการ“ สร้างเครือข่ายการค้า...พัฒนาธุรกิจสัมพันธ์ 2009 ”

วันอังคารที่ 15 กันยายน 2552 เวลา 8.00 – 16.30 น.

ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี

...........................................

08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 - 11.00 น. การบรรยาย หัวข้อ “ Social Network Marketing ”

โดย คุณภาวุธ พงศ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด

11.15 – 12.00 น. การเสวนา หัวข้อ “เพิ่มสินทรัพย์ทางธุรกิจ ด้วยกลไกความน่าเชื่อถือออนไลน์”

โดย - คุณศิริวรรณ เอมวิวัฒนคุปต์ หัวหน้าส่วนฝ่ายธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

- คุณอุรัสยา แก้วศรีจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนทิเมนทัลพลัส จำกัด (www.handicraftmall.com)

- คุณมนสินี นาคปนันท์ รองผู้อำนวยการ สายงาน weloveshopping.com

ดำเนินการเสวนา โดย ดร.วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

13.00 – 15.00 น. งานมอบวุฒิบัตรโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (นายคณิสสร นาวานุเคราะห์)

- ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ (นายเชาวลิต รณรงค์) กล่าวรายงาน

- ชม Presentation ภาพกิจกรรมของการจัดอบรมแต่ละหลักสูตร

- มอบวุฒิบัตรโครงการต่างๆ ดังนี้

o โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจ ปี 2552 ประกอบด้วย

* หลักสูตรการเริ่มต้นธุรกิจแบบมืออาชีพ

* หลักสูตรก้าวสู่มืออาชีพระดับก้าวหน้า

* หลักสูตรการบริหารจัดการและการตลาดผ่านดาวเทียม

* หลักสูตรการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สากล

ระดับ 1

o โครงการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจเตรียมความพร้อมสู่สากล (ตลาดจีน) ระดับ 2 “ Coaching ธุรกิจ... Visit ตลาดจีน ”

o โครงการสร้างผู้ประกอบการ E-Commerce รายใหม่

o โครงการ Training of the Trainers on e-Marketing

o โครงการพัฒนาความรู้และทักษะด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ภายใต้โครงการ Rainbow Project

o โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ ภายใต้โครงการ Rainbow Project

o e-Commerce Online รุ่นที่ 3

- อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวแสดงความยินดี ต่อผู้รับวุฒิบัตร

- กิจกรรมการแจกรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม e-Commerce Online รุ่นที่ 3



15.15 – 16.30 น. เสวนา หัวข้อ “ จากเริ่มต้น … สู่สากล บนเส้นทางการค้า ก้าวไปกับกรมพัฒนาธุรกิจฯ ” การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ประกอบการแต่ละหลักสูตร

โดย - นายสุภัฒ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการสำนักเอเซียน กรมเจรจาธุรกิจการค้า

- คุณกมล แสงทองพินิจ

- ดำเนินการเสวนา โดย คุณพิศาล อุตสาหพงษ์ ประธานบริษัทพิศาลโปรเฟสชั่นแนล เทรนนิ่ง จำกัด

-------------------------------

หมายเหตุ 11.00 น. และ 15.00 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

หากสนใจ ติดต่อที่ 02-547-5964 คุณสิริภัสสร์

รับจำนวนจำกัด


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:04:47 น.  

 
*เชิญร่วมสัมมนาเรื่อง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”

เรื่อง ขอ เชิญร่วมสัมมนาเรื่อง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”

คณะทำงานไทยเพื่อจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และองค์กรเครือข่าย อันได้แก่ มูลนิธิเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน (ProRights) มูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติธรรม (สสธ.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กำหนดจัดการสัมมนา เรื่อง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค” ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 ระหว่างเวลา 12.30 – 17.30 น. ณ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา

การสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและอาเซียน ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) กับทั้งใช้เป็นโอกาสในการระดมความคิดเห็นความคาดหวังเกี่ยวกับการทำงานของผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการฯ รวมถึงร่วมกันกำหนดบทบาทภาคประชาสังคมในการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ และพิจารณาถึงอนาคตของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่พึงประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประชาคมอาเซียน

เพื่อให้การสัมมนาครั้งนี้มีบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนและคิดร่วมกันอย่างแท้จริง จึงขอเรียนเชิญท่านในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ประชาคมอาเซียน เข้าร่วมการสัมมนาตามวัน เวลาข้างต้น ดังรายละเอียดปรากฎในเอกสารที่แนบ (การสัมมนาจัดเป็นภาษาไทย)


จึงเรียนมาเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาด้วย จะขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ
(ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี)
ประธาน คณะทำงานไทยเพื่อจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาเซียน
ติดต่อยืนยันการเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
อนุชา 087-106 5808 หรือ 02–275 4231, ศันสนีย์ 081-862 8614, บุญแทน 081–866 2136
หรือ อีเมล์  twg_hrmechanism@yahoo.com


โครงการ สัมมนา เรื่อง
“คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 12.30 – 17.30 น.
ณ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา

หลักการและเหตุผล

กว่า 40 ปีนับจากการก่อตั้ง อาเซียนในปัจจุบันเป็นองค์กรที่มีสถานะทางกฏหมายรองรับเช่นเดียวกับองค์กรระดับภูมิภาคอื่นๆ เมื่อ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ให้สัตยาบันกฏบัตรอาเซียนในการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 13 ที่ประเทศสิงคโปร์

แถลงการณ์ร่วมของผู้นำอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ ย้ำว่า “การลงนามรับรองปฎิญญาอาเซียน เป็นเสมือนการปักหมุดทางประวัติศาสตร์สำหรับอาเซียน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นร่วมกันที่มีต่อการพัฒนาประชาคมอาเซียนให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ร่วมกันก้าวไปสู่ความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม” ผู้นำอาเซียนยังยืนยันว่า “เรายังคงมุ่งมั่นจะสร้างอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นอาเซียนที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และยินดีสนับสนุนความพยายามที่จะสถาปนากระบวนการปรึกษาหารือระหว่างผู้นำและภาคอื่นๆของสังคม โดยมีสำนักงานเลขาธิการอาเซียนอำนวยความสะดวก อาเซียนยินดีรับความเห็นและข้อเสนอแนะของกลุ่มต่างๆ จากภาคประชาสังคม กับเห็นความจำเป็นที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจและความพยายามในการสร้างชุมชนอาเซียนที่ให้ความ สำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีและการดำรงชีพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆในสังคม การส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสิทธิมนุษยชน...”

แถลงการณ์ฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำอาเซียนในการสร้าง “อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” และ การขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่ “อาเซียนที่เป็นประชาธิปไตย” มุ่งมั่นในหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน การระบุให้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคถือเป็นการก้าวย่างสำคัญของอาเซียน ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ได้มีการรับรอง Terms of Reference (TOR) ที่เสนอโดยคณะผู้แทนระดับสูง (High Level Panel) เพื่อการจัดตั้ง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights -AICHR) ทั้งนี้จะได้มีการแถลงการณ์จัดตั้งคณะกรรมาธิการฯ นี้อย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนตุลาคมศกนี้

อย่างไรก็ดี ยังมีความเห็นที่หลากหลายต่อบทบาทและภารกิจของ คณะกรรมาธิการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้น และมีประเด็นห่วงกังวลในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาผู้แทนในบรรดาประเทศสมาชิก ความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง อำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และจัดทำรายงานสิทธิมนุษยชน รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของ คณะกรรมาธิการฯ นี้ เป็นอย่างยิ่ง

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับกลไกสิทธิมนุษยชน และเพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการดำเนินงานและอนาคตของคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าว คณะทำงานไทยเพื่อการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาเซียน เห็นความจำเป็นที่จะต้องติดตามและนำเสนอข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์ดังเช่นที่ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาในการผลักดันให้มีกลไกสิทธิมนุษยชนนี้ จึงดำริจัดการสัมมนาร่วมกับกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และองค์กรเครือข่าย โดยคณะทำงานฯ คาดหวังว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจจากสาขาที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากภาคประชาสังคม และประชาชน รวมถึงผู้แทนจากอาเซียนและภาครัฐ จะนำมาซึ่งข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ และจะนำพาอาเซียนไปสู่ความเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน

วัตถุประสงค์การสัมมมนา
1. เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)
2. เพื่อระดมความคิดเห็นความคาดหวังเกี่ยวกับการทำงานของผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)
3. เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดบทบาทภาคประชาสังคมในการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)
4. เพื่อพิจารณาถึงกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนในอนาคตที่พึงประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ประชาคมอาเซียน (5 ปีข้างหน้า)

รูปแบบการสัมมนา จัดเวทีอภิปรายโดยผู้ทรงวุฒิและผู้เกี่ยวข้อง และแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็น

ผู้เข้าร่วมสัมมนา
กลุ่มเป้าหมายประมาณ 70-100 คน จาก ตัวแทนภาครัฐและเอกชน นักวิชาการที่สนใจประเด็นอาเซียนและสิทธิมนุษยชน นักสิทธิมนุษยชนจากองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรตัวแทนภาคประชาชน เครือข่ายเยาวชน คณะกรรมการสรรหาผู้แทนไทยใน AICHR คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา สื่อมวลชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเข้าใจเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)
2. ได้ข้อสรุปความคาดหวังเกี่ยวกับการทำงานของผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)
3. กำหนดบทบาท (ความสัมพันธ์ระหว่างภาคประชาสังคมกับ AICHR) ในการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
4. ได้ข้อเสนอแนะถึงกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนในอนาคตที่พึงประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ประชาคมอาเซียน (5 ปีข้างหน้า)

สถานที่ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา

กำหนดการสัมมนา เรื่อง
“คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 12.30 – 17.30 น.
ณ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา


12.30 – 13.00 ลงทะเบียน
13.00 – 13.05 กล่าวต้อนรับ โดย ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี
ประธาน คณะทำงานไทยเพื่อจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาเซียน
13.05 - 13.15 เปิดการสัมมนา โดย นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
13.15 - 13.50 ทำความรู้จักคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) โดย ศ. วิทิต มันตาภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
13.50 - 15.15 อภิปราย “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กับการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค นานาทัศนะ”
โดย นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน
ศ. อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
นายเกียรติชัย พงษ์พานิช บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวสด
นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติธรรม
ดำเนินรายการโดย นายศราวุฒิ ประทุมราช คณะทำงานไทย ฯ
15.15 - 16.30
ประชุมกลุ่มย่อย

กลุ่มที่ 1 ความคาดหวังเกี่ยวกับการทำงานของผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการ ระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)

กลุ่มที่ 2 บทบาท (ความสัมพันธ์ระหว่างภาคประชาสังคมกับ AICHR) ในการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
กลุ่มที่ 3 ข้อเสนอแนะถึงกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนในอนาคตที่พึงประสงค์ใน การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ประชาคมอาเซียน (5 ปีข้างหน้า)
16.30 - 17.00 นำเสนอผลการสัมมนากลุ่มย่อย

17.00 - 17.30 อภิปราย สรุปการสัมมนา และปิดการประชุม
โดย ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี คณะทำงานไทยฯ

พิธีกรตลอดรายการ โดย คุณเรืองรวี เกตุผล พิชัยกุล

แบบตอบรับเข้าร่วมสัมมนา
“คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 12.30 – 17.30 น.
ณ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา


ชื่อ สกุล .......................................................................................
องค์กรที่สังกัด (ถ้าสังกัดองค์กร) ........................................
ที่อยู่ ...............................................โทรศัพท์.............................................
โทรสาร

สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........

รายชื่อผู้ประสงค์จะเข้าร่วมสัมมนาเพิ่มเติม (ไม่จำกัดจำนวน)
1. ......................................................................... สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........
2. ......................................................................... สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........
3. ......................................................................... สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........
4. ......................................................................... สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........
5. ......................................................................... สนใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยที่ ..........

ติดต่อยืนยันที่
อนุชา 02 – 275 4231, 087 - 106 5808
ศันสนีย์ 081 - 862 8614
บุญแทน 081 – 866 2136
โทรสาร 02 -275 4230
อีเมล์ twg_hrmechanism@yahoo.com


โดย: jenifaae วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:1:06:10 น.  

 
*28 กุมภาพันธ์ 2553 - รับสมัคร อาสา ปลูกปะการัง บนเกาะ (ทำดีได้ใน 1 วัน)

เนื่องจากรุ่นแรกเต็มเร็วมากดังนั้นจึงเกิดรุ่นสองขึ้น โดย ในช่วงที่ผ่านมาทีมงาน บ้านดินไทย หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายจิตอาสา ได้จัดกิจกรรม อาสาสมัคร ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติในหลาย กิจกรรมที่ผ่านมา เช่น โครงการปลูกป่าสร้างฝาย ไทยประจัน ราชบุรี โครงการปลูกป่าให้ช่าง กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันต์ โครงการอาสาช่วยปลูกปะการัง ตามแนวพ่อหลวง ฯลฯ ตลอดจนโครงการที่ช่วยเหลือสังคม เช่น โครงการอาสาสร้างศูนย์เรียนรู้ดินและปลูกปะการัง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจาก อาสาสมัครทั่วไป มีอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง จนบางกิจกรรมต้องเปิดหลายรอบ และกิจกรรมอาสา 1 วันก็เริ่มมาตั้งแต่ เดือน ม.ค. เป็นต้นมา แต่มีหลายท่านอยากไปเดี่ยวๆ ดังนั้นจึงจัดทำสำหรับบุคคลทั่วไป ดังนี้
“ โครงการอาสาทำดี 1 วัน กิจกรรมอาสาปลูกปะการังที่ เกาะ จึงเกิดขึ้น เพื่อให้อาสาสมัครได้ใช้เวลา 1 วันให้เป็นประโยชน์
ปลูกปะการังบนเกาะ ภายใน 1 วัน
วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 53

? 06.00 น. – 09.00 น. เดินทางมากิจกรรม
? 09.00 น. – 09.30 น. ออกเดินทางไปยังเกาะเพื่อปลูกปะการัง
? 09.30 น. – 10.00 น. ฟังบรรยาย เรื่องการปลูกปะการังจากเจ้าหน้าที่ฐานทัพเรือ
? 10.00 น. – 10.30 น. ทำการปลูกปะการัง
? 10.30 น. – 12.00 น. เรียนรู้และดำน้ำดูปะการัง บริเวณเกาะ
? 12.00 น. - 13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง
? 13.00 น. - 14.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย
? 14.00 น. - 14.30 น. นั่งเรือ กลับฝั่ง
? 14.30 น. - 16.00 น. ทำความสะอาดบ้านเต่าทะเลนย์อนุรักษ์เต่าทะเล
? 16.00 น. – 19.00 น. เดินทางกลับกทม โดยปลอดภัย
สวัสดิการ

1. มีอาหารกลางวันบนเกาะ 1 มื้อ
2. มีรถรับส่งจากกรุงเทพฯ - สัตหีบ
3 เรือรับส่ง ท่าเรือ - เกาะ
4. วิทยากรในการสอนการดำน้ำและพาปลูกปะการัง
5 อุปกรณ์ในการทำแปลงปะการัง
( ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์ทางทะเล)
(ใบสมัครกิจกรรม )
(สมทบค่าใช้จ่าย ท่านละ 750 บาท รับสมัครอาสาเพียง 50 ท่าน)
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
โอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์
ชื่อบัญชี สุรัช สะราคำ เลขบัญชี ๒๓๕-๒-๐๓๓๔๘-๔ ออมทรัพย์เมื่อโอนแล้วกรุณา
โทรยืนยันการโอน ที่ 086-770-2233 086-770-2233และส่งรายชื่อนามสกุลของอาสาทุกท่านพร้อมเบอร์โทรศัพท์ (บอกวันเวลาการโอนและธนาคารที่โอน)ไม่ต้องส่งสลิปมา
โดยส่งรายละเอียดมาที่
yobaandin@hotmail.com yobaandin@hotmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
นัดขึ้นรถที่ซอยรางน้ำหน้าคิงเพาวเวอร์
06.00 น.วันอาทิตย์ที่ 28 กุมพาพันธ์ 53
หมายเหตุ ขอสงวนสิทธิ์ กรณี อาสาน้อยว่า 25 ท่าน




*2 มีนาคม 2553 - สป.ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว การประชุมสภา (ใหญ่) ครั้งที่ 1/2553

โดยมีวาระเพื่อพิจารณา คือ การเลือกประธานและรองประธานสภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 3 !!!
ภายหลังจากสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 2 ครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2551 สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ และคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ได้ดำเนินการต่างๆ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2543 จนได้รายชี่อผู้ที่จะเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 3 และได้นำเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 3 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 18ง วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 (โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อในราชกิจานุเบกษา)
ทั้งนี้ในการประชุมสภาที่ปรึกษาฯ ครั้งที่ 1/2553 มีวาระเพื่อพิจารณา ดังนี้
การกำหนดแนวทางการเลือกประธานและรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เลือกประธานรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กำหนดวันประชุมสัมมนาเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ในวันอังคารที่ 2 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 13.30น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารบี ชั้น 3 โซนตะวันตก ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ




*24-28 กุมภาพันธ์ 2553 - แสตมป์ส่วนตัวชุด 12 พระพุทธรูปในงานมาฆบูชา

ไปรษณีย์ไทยร่วมออกบูธในงานมาฆบูชา บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่ 24 - 28 ก.พ 53 ร่วมเป็นเจ้าของแสตมป์ส่วนตัวชุดพิเศษ ที่นำภาพดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา มาจัดพิมพ์ลงบนดวงแสตมป์

แสตมป์ส่วนตัวชุดพิเศษในงานมาฆบูชา ดังกล่าวเป็นภาพดอกบัวบานสีชมพูอ่อนและภาพพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดดังทั่วประเทศ 12 แห่ง บนแสตมป์แต่ละดวง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมเป็นเจ้าของในงานมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 24-28 ก.พ. 53 ราคาแผ่นละ 120 บาท ภายในงานยังมีตราประทับพิเศษวันมาฆบูชาที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายแสตมป์และสิ่งสะสมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาตลอดจนของที่ระลึกให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงานตลอดทั้ง 4 วัน ณ บูธไปรษณีย์ไทย บริเวณตรงข้ามหน้าศาลฎีกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1545 หรือ ฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร. 0 2831 3515-6 หรือดูที่เว็บไซต์ http://www.thailandpost.co.th




*2 มีนาคม 2553 - งานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาสุขภาพ “ละอู”

บริษัท อาศรมบูรพา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย “ละอู” ชาสุขภาพ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาสุขภาพ “ละอู” พร้อมการเสวนาในหัวข้อ “ละอู” ชาสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออแกนิค ภูมิปัญญาไทย สู่มาตรฐานสากล โดย อ.บูรพา ผดุงไทย และ คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ในวันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13.30 -15.30 น. ณ Se-ed Learning Center (Room 1) อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 2 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ




*23-24 มีนาคม 2553 - กำหนดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการฝึกอบรมวิชาชีพด้านการออกแบบวิชาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

วันที่ 23 - 24 มีนาคม 2553
ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

??????????????????????????????

วันอังคารที่ 23 มีนาคม 2553
08.30 - 08.45 น. ลงทะเบียน
08.45 - 09.00 น. พิธีเปิด โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัมภา สุวรรณพฤกษ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
09.00 - 10.30 น. บรรยายภาคทฤษฏี หลักการทางศิลปะและออกแบบ
• การออกแบบและตกแต่งกระถางใบสวย ห้อง 631
• การออกแบบและสร้างชัน้ วางของจากแผ่นไม้อัด ห้อง 632
• การออกแบบฉลากและสร้างตราสินค้าด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator CS4 ห้อง 633
10.30 - 10-45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 - 12.00 น. บรรยายภาคทฤษฏี หลักการทางศิลปะและออกแบบ (ต่อ)
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน บริเวณใต้ห้องราชาวดี
13.00 - 14.30 น. สาธิตและปฏิบัติการออกแบบภาพร่าง
14.30 - 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 - 16.30 น. สาธิตและปฏิบัติการออกแบบภาพร่าง (ต่อ)

วันพุธที่ 24 มีนาคม 2553
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 10.30 น. Workshop
10.30 - 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 - 12.00 น. Workshop (ต่อ)
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.30 น. Workshop
14.30 - 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 - 16.30 น. Workshop
16.30 - 17.00 น. พิธีปิดและมอบวุฒิบัตร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัมภา สุวรรณพฤกษ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ




*11-14 มีนาคม 2553 - อบรมฟรี !! หลักสูตร "อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงอายุ" คณะสื่อสารฯ มทร.พระนคร

คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ศูนย์เทเวศร์) จะจัด ฝึกอบรมหลักสูตร "อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงอายุ" ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค. 2553 เวลา 8.00-16.30 น. ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิมลพรรณ อาภาเวท คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เปิดเผยว่า การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม จัดได้ว่าเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ดังนั้นคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในการพัฒนาสังคมให้สามารถสื่อสารกันด้วยอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงได้เปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงอายุ" ขึ้นเพื่อให้ความรู้และเพิ่มทักษะการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สนใจสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2553 ฝ่ายวิชาการ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร (ศูนย์เทเวศร์ ) โทร.02 2829009 – 15 ต่อ 6831-6833 หรือที่ http://www.mct.rmutp.ac.th (รับจำนวนจำกัด)




*5 มีนาคม 2553 - สัมมนาขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่ มหา?ลัยโลก ที่ครุฯจุฬาฯ 5 มี.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิตดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนาเรื่อง "การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่มหาวิทยาลัยโลก" ในวันที่ 5 มีนาคม เวลา 13.00-16.30 น. ที่ห้อง 401 อาคารประชุมสุข อาชวอำรุง คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพการณ์ของอุดมศึกษาไทย และการก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก ในประเด็นการจัดอันดับสถาบันการศึกษา การบริหารจัดการอุดมศึกษา และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาบัณฑิตไทยให้มีคุณภาพในระดับสากล รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่มหาวิทยาลัย ระดับโลก

มี นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา และปาฐกถาพิเศษ ผู้สนใจเข้าร่วมติดต่อสำรองที่นั่ง โทร.08-1677-3440, 08-0264-4972




*28 กุมภาพันธ์ 2553 - กลุ่มนักเขียนเพื่อชีวิตและสังคมจัดเสวนาปลุกชีวิต "บุญสนอง บุณโยทยาน"

กลุ่มนักเขียนเพื่อชีวิตและสังคมจัดเสวนา "ปลุกชีวิตบุญสนอง บุณโยทยาน ตื่นตระหง่านเดินสู่สังคมนิยม" กับคำถามที่ว่า "บุญสนอง บุณโยทยาน" อยู่ตรงไหนในใจนักคิดนักเขียนไทยร่วมสมัย ร่วมเสวนาค้นหาคำตอบโดย จรัล ดิษฐาอภิชัย, วัฒน์ วรรลยางกูร, ทองธัช เทพารักษ์, ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, วาด รวี และคำ ผกา ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา วันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 13.00-17.00 น.


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:37:35 น.  

 
*6 มีนาคม 2553 - ใครอยากสูงยกมือขึ้น

สูงยาว เข่าดี...กำลังเป็นสเป็กในฝันของผู้คนในยุคศตวรรษที่ 21 นี้

170 ซ.ม.อัพสำหรับฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายชายต้องพุ่งขึ้นไปเกาะอยู่ที่ 180 ซ.ม.ขึ้นไปถึงจะเจ๋ง

ไม่ต้องเป็นดารา ไม่ต้องเป็นนายแบบ ไม่ต้องเป็นนางงาม แต่ขอให้ ?สูงงงงง? ไว้ก่อนเป็นดี

เรื่องนี้กำลังเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดขวนขวายหาทางที่จะยืด ดึง ให้ตัวเองสูงขึ้นมาอีกสักนิดสักหน่อย

อย่างน้อยเซนต์ สองเซนต์ก็ยังดี

ความอยากทำให้เกิดวิวัฒนาการและวิวัฒนาการเพื่อความสูงนี้ต้องยกให้ ?รัสเซีย? ที่คิดค้นวิธีด้วยการผ่าตัดยืดความยาวกระดูกขาได้ จนสามารถเพิ่มความสูงได้มากถึง 10 ซ.ม. !

เป็นความสูงที่ต้องแลกกับความเจ็บปวดนานเป็นเดือน ๆ กับจำนวนเงินมหาศาล ถ้าคิดเป็นเงินไทยตกราว 1 ซ.ม.ต่อ 1 แสนบาท จำนวนนี้ยังไม่รวมค่าแพทย์ ค่าอุปกรณ์อีกต่างหาก เบ็ดเสร็จแล้วตัวเลขก็จะไปจนอยู่ในเกณฑ์ 7 หลักนี่แหละ

แม้แพงขนาดนี้ เสียเวลาขนาดนั้น กับความเจ็บปวดเหลือประมาณ แต่เพื่อแลกกับความสูง เจ็บแค่ไหนก็ยอม

แต่จะมีวิธีไหนบ้างไหมที่คนเราจะสามารถสูงได้แบบที่ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียเงิน และไม่ต้องเจ็บตัว

ทำได้ แต่ต้องเป็นการวางแผนระยะยาว

ปัจจัย ของการที่จะเตี้ยหรือจะสูงมีไม่กี่อย่าง แน่นอนอย่างแรกคือ พ่อและแม่เป็นหลัก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะอาจมีเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ฮอร์โมนที่ว่านั้นคือ ?ฮอร์โมนเพศหญิง?

และ ?โกรท ฮอร์โมน? โดยถ้าตัวแรกผิดปกติ

ผู้ที่อยู่ในข่ายนี้จะมีรูปร่างไม่สูง แต่จะขยายออกทางด้านข้าง แก้มป่อง หน้ากลมคล้ายตุ๊กตา โดยมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ๆ ที่ดาราตลกชื่อดังอย่าง ?โก๊ะตี๋?

ถ้าตัวหลังผิดปกติ ก็จะสูงใหญ่มากเกินไป อวัยวะภายในจะเปลี่ยนแปลง เสียงก็จะแตกใหญ่ เหมือนกับตลกร่างยักษ์อย่าง ?โยกเยก?

ส่วน ถ้าจะดูว่าปกติหรือไม่ ถ้าเป็นน้องผู้หญิงดูได้จากเกณฑ์ ถ้าอายุ 11 ปี หน้าอกยังไม่ขึ้น ประจำเดือนยังไม่มา ขนยังไม่ขึ้น หรือเป็นน้องผู้ชายอายุ 13 แล้ว เสียงยังไม่แตก ขนยังไม่มี ผิดปกติ เช่นเดียวกับในทางตรงกันข้าม ถ้ามาเร็วมากกว่านี้นั่นก็แปลว่าผิดปกติเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นกับใคร ขอบอกว่า อย่าไปกลัว อย่าไปท้อ เพราะทุกอย่างสามารถตรวจพบและแก้ไขได้ โดยมีพ่อแม่เป็นกำลังหลัก และมีแพทย์เป็นกุนซือ ที่จะโค้ชการแก้ไขโดยใช้เรื่องของการกิน ออกกำลังกาย หรือปรับฮอร์โมนเป็นวิถีทาง

น.พ.วรวัฒ น์ เอี่ยวสินพานิช แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกเพิ่มความสูงในวัยรุ่น โรงพยาบาลปิยะเวท แนะนำว่า เรื่องของการกิน ?นม? ยังเป็นอาหารหลักสำหรับการบริโภค เพราะเป็นแหล่ง ?แคลเซียม? ที่ร่างกายดูดซึมได้ทันที ช่วยกระดูกเติบโตและแข็งแรง โดยต่อวันเด็กต้องการมากถึง 1,000-1,500 ม.ล. หรือวันละ 3 กล่องขึ้นไป ส่วนผู้ใหญ่แค่วันละ 1,000 ม.ล. หรือนมวันละไม่เกิน 2 แก้ว หรืออาจกินแคลเซียมเม็ดฟู่มื้อละ 500 ม.ล. หลังหรือพร้อมอาหารก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนั้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ น้ำมันปลา โอเมก้า 3 DHA ก็มีส่วนช่วยในการเติบโตของเซลล์กระดูกและสมองได้

ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารประเภทจังก์ฟู้ด ของทอด และไก่ เพราะมีสารเร่งโตที่อาจทำให้เด็กโตเร็วแต่มีช่วงอายุการเติบโตสั้นได้

ส่วนเรื่องของการออกกำลังกายนั้น การกระโดดโลดเต้น วิ่งไปวิ่งมายิ่งมากเท่าไรก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความสูงได้มากเท่านั้น

คุณหมอบอกว่า "เป็นความแปลกของกระดูกที่ต้องมีแรงกระแทกจึงจะยืดยาวขึ้น ดังนั้นกีฬาประเภทบาส จ๊อกกิ้ง ยิม เทนนิส วอลเลย์ ล้วนแต่เป็นกีฬาที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงได้ เช่นเดียวกับโยคะบางท่าสามารถส่งแรงกดกระดูกสันหลังแขนขามากกว่าปกติ จึงมีผลต่อความสูงได้"

นอกจากนั้นแล้วยังอาจใช้การรักษาทางการแพทย์แนวเวชศาสตร์ฟื้นฟู การทำกายภาพมาช่วยได้อีกทาง ทั้งในเรื่องของการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน แอโรบิก หรือการใช้ Hakomed เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อปรับสมดุลในร่างกายเพิ่มการผลิตฮอร์โมนบางชนิดในร่างกาย

หรืออาจใช้เครื่อง Traction ช่วย ในการดึงหลัง ดึงคอยืดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อทำให้ช่องว่างระหว่างกระดูกกว้างขึ้น วิธีนี้อาจทำให้ความสูงเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 1 ซ.ม. แต่ร่างกายก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 2-3 ชั่วโมง ทันทีที่เข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนั้นแล้วยังมีการฉีดฮอร์โมนเพศ หรือโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์เข้าช่วย เป็น ?ทางลัด? ที่ช่วยเพิ่ม ความสูงได้อย่างรวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูงร่วมแสนบาท

เส้นทางของการขยับความสูงที่ว่ามานี้ หากใครสนใจก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์ หรือสามารถเข้าฟังสัมมนา ?เด็กก่อนวัยรุ่นกับการเพิ่มความสูง? ได้ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น. ณ โรงพยาบาลปิยะเวท

เป็นการหาความรู้เพื่อเสริมสร้างความ ?สูง? ให้ถูกทาง




*10 มีนาคม 2553 - Fluke Networks ได้จัดงานสัมนาขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย 802.11n (MiMo)

Fluke Networks ได้จัดงานสัมนาขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย 802.11n (MiMo) และสิ่งที่ผู้ต้องการติดตั้งใช้งาน โดยเฉพาะในองค์กรหรือหน่วยงานตลอดจนผู้ที่ทำการติดตั้งและดูแลระบบควรทราบ (Deployment Best Practice) และสิ่งที่ควรคำนึงถึงตลอดจนผลกระทบต่างๆ การรักษาความปลอดภัยของระบบโดย AirMagnet ดูการสาธิตโซลูชั่นจาก ClearSight และ Fluke Optiview Management Suite ในการวิเคราะห์ปัญาระบบเครือข่าย Ethernet 1 วันเต็มในวันพุธที่ 10 มีนาคม 2553 นี้ที่โรงแรม Landmark Hotel Bangkok สุขุมวิท ณ ห้อง The Landmark ระหว่าง 8:30-16:15 น. สนใจร่วมสัมนาเชิญลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://www.iaccsolution.com/seminar หรืออีเมล์ไปที่ iacc@iaccsolution.com หรือโทร 02-3775991, 02-3775996

รับ ฟังข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี 802.11n ( Mimo ) wireless และสิ่งที่ควรทราบและคำนึงถึงในการติดตั้งออกแบบใช้งาน ผลกระทบที่ควรทราบ ชมการสาธิตโซลูชั่นจาก AirMagnet และ Fluke Optiview Management Suite ตลอดจนทำความรู้จักกับโซลูชั่นในการวิเคราะห์โปรโตคอลจาก ClearSight แบบเต็มๆ 1 วันฟรีโดย Speakers ต่างประเทศ สนใจลงทะเบียนได้ที่ http://www.iaccsolution.com/seminar หรือโทร. 02-3775996




*6-7 มีนาคม 2553 - มาส่งความสุขชุด ศรัทธา...FAITHBOOK กัน

ในวันเสาร์ ที่ 6 และวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553

จากความสำเร็จในการจัด ณ เพชรเทรนนิ่ง สอนการเขียน การอ่าน การพูด จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม มุ่งสู่ เธียเตอร์ทอล์ค ชุดศรัทธา...FAITHBOOK เหมือนแม่สีที่มีการผสมผสานเข้ากับ ณ เพชรเทรนนิ่ง เขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพได้อย่างลงตัว

พบกับบอกอ นักเขียน นักพูด ฝีปากกล้า “เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ” ควงควบมากับ สามหนุ่มอารมณ์ดี ผู้มีดนตรีในหัวใจ ครอบครัว “สินเจริญ” บอม, เบิ้ล, บอย ที่ท่านสามารถหาความเพลิดเพลิน เจริญใจได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แถมยังจะได้พบกับนักเขียนผู้โด่งดังหลายท่านหลากสไตล์ มาร่วมชุมนุมเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับการเขียน เพื่อกระพือเชื้อไฟสำหรับคนที่รักการอ่านและสำราญในการเขียนให้ลุกโชติช่วง พ่วงด้วยดีกรีความอารมณ์ดีหลากหลาย

งานนี้นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังมาคู่ความบันเทิงอย่างไม่ต้องสงสัย การนี้ ณ เพชรสำนักพิมพ์ ใคร่ขอเรียนเชิญท่าน เข้าร่วมงาน ให้หมายเลข 6 ศรัทธา / FAITHBOOK ในวันเสาร์ ที่ 6 และวันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมสยามซิตี เพื่อเป็นเกียรติแก่การจัดงานในครั้งนี้ และฝากประชาสัมพันธ์ข่าวงานให้หมายเลข 6 ศรัทธา / FAITHBOOK สืบไป ทาง ณ เพชรสำนักพิมพ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกรุณาจากท่าน และขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอแสดงความนับถือ

สอบถามรายละเอียดที่
โทรศัพท์ – โทรสาร : 0 2861 9511-2
E-mail : napetch@yahoo.com , mayd_a@hotmail.com
หมายเหตุ : กรุณา ตอบรับเข้าร่วมงานตามไฟล์แนบ

รายละเอียดงาน
จัดการอบรม และ เธียเตอร์ทอล์ค ให้ หมายเลข 6 ชุด ศรัทธา / FAITH
วันเสาร์ และ อาทิตย์ ที่ 6-7 มีนาคม 2553 เวลา 9.00-18.00น
ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรมสยามซิตี ถนนศรีอยุธยา
โดย
ชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ นักเขียน นักพูด บรรณาธิการร้อยล้าน
นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ เจ้าของผลงานหนังสือ ปฏิบัติการแปลงโฉม1,2
ครูเคท เนตรปรียา ชุมไชโย เจ้าของผลงานหนังสือ เรียนภาษาอังกฤษกันเข้าไปแต่พูดไม่ได้สักที
อาจารย์ฐนธัช กองทอง อาจารย์ภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ฐานวดี สถิตยุทธการ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ อาทิ สงครามนางฟ้า ปราสาทมืด หัวใจสองภาค ฯลฯ
ดีเจ.อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล เจ้าของผลงานหนังสือ หลังไมค์มีไออุ่น เหนื่อยใจแต่ไหวอยู่ คอลัมนิสต์นิตยสารดีเจ คลื่นวิทยุ Green wave fm106.5
ทพญ.กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร ( AF 1) ดำเนินรายการ

วันเสาร์ที่ 6 และ อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553

9.00-10.45 เขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ (รายละเอียดหน้าถัดไป)

10.45-11.00 พักรับประทานอาหารว่าง

11.00-12.00 เขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ

12.00 -13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00-15.00 เขียนบทโทรทัศน์

15.00-16.00 พักรับประทานอาหารว่าง

16.00-18.00 โชว์อลังการกับ เธียร์เตอร์ทอล์ ชุด “ศรัทธา...FAITH” เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ และ พี่น้องสินเจริญ
ร่วมด้วย ครูนาย มานพ มีจำรัส ศิลปินศิลปาธร ศิษย์เอก ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน และทีมงานภัทราวดีเธียร์เตอร์




*10 มีนาคม 2553 - The meeting organized by The Stock Exchange of Thailand under the “Opportunity Day”

Invitation letter of MINT Investor/Analyst Meeting to be held on Wednesday, 10th March 2010 during 10:45AM – 12.15 AM at Meeting Room 1101, 11th Floor, The Stock Exchange of Thailand building (presentation will be in Thai Language).

The meeting organized by The Stock Exchange of Thailand under the “Opportunity Day”. Kindly confirm attendance by registration with the SET Call Center +66 (0) 2229 2222

For those who cannot attend the meeting, the Live Broadcast is available on the SET’s website at http://www.set.or.th/oppday

Ms. Punnee Ruangwaewmanee|Investor Relations Officer | Minor International Pcl| 17th Floor, Berli Jucker Building, 99 Soi Rubia, Sukhumvit 42 Rd , Bangkok 10110 THAILAND |TEL: + 66 (0) 2 381 5151 ext. 7636 | DID: + 66 (0) 2 365 7636 | FAX: + 66 (0) 2 381 5137| Email: punnee_ru@minornet.com| http://www.minorinternational.com




*21 มีนาคม 2553 - โครงการห้องเรียนธรรมชาติ ตอน “เรียน รู้ เล่น เป็นแบบไทย”

อุทยาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดโครงการห้องเรียนธรรมชาติ ตอน “เรียน รู้ เล่น เป็นแบบไทย” ขึ้นเพื่อให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตวิถีไทย วัฒนธรรมไทยสมัยก่อน รวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าความเป็นไทยและร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยให้สืบไป

กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อาทิ การเล่นเกมสันทนาการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย กิจกรรมลานวิถีไทยทั้ง ๕ ลาน เช่น ลานขนมแม่เอ้ย เรียนรู้ประวัติขนมไทยและชนิดของขนมไทยหารับประทานยาก ลานของเล่นไทยเรียนรู้และเล่น “ของเล่นไทยโบราณ” พร้อมอบรมทำของเล่นไทยโบราณ ลานสัมมาอาชีพไทย ลานบ้านสมุนไพรไทย ลานหม้อข้าวหม้อแกง และรับประทานอาหารกลางวัน ในซุ้มข้าวแดงแกงร้อน

โดยรับสมัครเด็กอายุ ๗-๑๒ ปี จำนวน ๖๐ คนเท่านั้น ค่าสมัครบุคคลทั่วไป ๔๐๐ บาท , สมาชิก ๓๐๐ บาท (รวมค่าอาหารกลางวันและอุปกรณ์)ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ โทรศัพท์๐๒-๔๓๗-๗๗๙๙,๐๒-๔๓๙-๐๙๐๒ หรือ http://www.theprincessmothermemorialpark.org


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:38:19 น.  

 
*22-23 มีนาคม 2553 - "PV Solar Energy: Getting Down to Business,"

Support Overwhelms "Solar Business Bangkok 2010"
Forging Ahead with Power Generation from Solar Cells
The Ministry of Energy, via the Energy Policy and Planning Office (EPPO), has allocated money from
the Energy Conservation Promotion Fund in support of the forthcoming national conference and exhibition,
Solar Business Bangkok 2010, organized by Energy for Environment Foundation (E for E), under the
theme "PV Solar Energy: Getting Down to Business," during 22-23 March 2010 at Hall A, Queen
Sirikit National Convention Center. This will be a forum for networking between investors and technology
providers as well as financiers. Participants will have opportunities to share experience and expertise in the
development of solar energy projects both in Thailand and foreign countries, to catalyze the expansion of
solar energy market, which will not only enhance energy security but also boost the economy and mitigate
the problem of global warming.
Solar Business Bangkok 2010 has received overwhelming support from the public and private
sectors, both domestic and overseas. Lately, Tokyo Electron Co., Ltd., a leading manufacturer of thin-film
photovoltaic (PV) cells, has also supported the organization of this conference, viewing that the PV industry
in Thailand is very prospective in this region.
According to Mr. Chaya Jivacate, Chairman of E for E, the first solar power plant in Thailand was
established in 2003 by the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT). A PV-cell system with a
capacity of about 500-kV was installed in Pa-bong District, Mae Hong Sorn Province. "Unfortunately, we
have to admit that investment in solar power plants was then limited to only few government agencies, so
relevant knowledge and experience was acquired only by a small group of personnel whereas Thailand has
enormous potential for solar energy development. E for E, therefore, organizes this conference to provide a
platform for both local and foreign experts to transfer and share knowledge in terms of technologies,
financing and investment opportunities, to serve as a major stimulus for Thai investors to engage in the
development of solar energy industry," said the E for E Chairman.
Mr. Viraphol Jirapraditkul, Director General of EPPO, Ministry of Energy, revealed: "The ADDER
measure, which provides additional energy purchasing price on top of the normal rates that power
producers using renewable energy as fuel will receive, has enabled the Power Utilities to purchase electricity
generated from solar energy at 10.50 baht/unit on average. Moreover, the establishment of PV or solar cell
manufacturing plants in Thailand in recent years has rapidly brought down the prices of PV cells in the
country. As a result, a great number of investors have become interested in power generation using solar
cells. To date, 200 applications to sell electricity have been received, accounting for a total proposed
sale capacity of 852 MW to the grid. However, only 7.7 MW is now being supplied to the grid; most of the
remaining projects are still at the preparatory stage."
In response to the operators' concern over the determination of the amount of capacity purchase
eligible for ADDER, in line with the target specified in the 15-year Renewable Energy Development Plan, i.e.
500 MW in 2022 for PV power generation, Mr. Viraphol explained, "The mentioned target is merely the
minimum set. Actually, the Power Utilities can buy all capacity proposed by private power producers, with
the ADDER provision. To materialize these power projects, however, is a great challenge for the
government; EPPO, therefore, strongly supports the organization of this conference, hoping that it will
catalyze the project development so that they would eventually come on stream."
The following is added by Ms. Suwaporn Sirikoon, Chief Executive Director of E for E. "From the
experience of E for E, in our capacity as the ESCO Fund Manager engaging in a joint venture in a 6.1-MW
PV-generated power project operated by Solar Power Co., Ltd., it is found that the ADDER measure
together with the decrease in PV module prices has made the project more cost-effective. However, there
are still many other difficulties encountered in the project development, for example, the selection of
appropriate technology, project investment cost, and confidence of financiers, including the power system
interconnection regulations."
Organized by E for E, this event is aimed to disseminate experience in the development of power
projects using PV cells and to catalyze the development of comprehensive PV industry – from the
manufacturing of PV cells to PV power generation. In the forthcoming Solar Business Bangkok 2010,
there will be exhibition booths by more than 30 companies, displaying their PV products and equipment,
and a seminar which includes both interesting presentations and panel sessions by more than 20 renowned
speakers, local and overseas. No less than 500 participants are expected.
The conference will be highlighted by the participation of world renowned speakers, such as Dr.
Arnulf J?ger-Waldau from the European Commission, the author of "PV Status Report 2009;" Dr. Matthias
Vetter, expert from Fraunhofer -- a famous institution on solar energy in Germany; Mr. Sunil Gupta, CEO of
the leading financial institution, Morgan Stanley, and representatives from the World Bank Group, who will
share their worldwide experience and expertise in various aspects -- market implementation, technologies,
financing and investment -- and particularly suitable applications in Thailand's environment. Additionally,
E for E is highly honored by several PV-cell Gurus in Thailand who will join the event, for instance,
Assoc. Prof. Dr. Wattanapong Rakwichian, Ms. Wandee Kulchornyakong, Prof. Dr. Dusit Kruangam,
Dr. Dhirayut Chenvidhya, representatives from various government agencies, and leading financial
institutions. E for E is confident that, if the approaches proven successful in foreign countries are properly
applied to suit the conditions in Thailand, they will efficiently contribute to the rapid growth of the PV solar
energy business.
Mr. Thamapon Supachanprapa, Vice President of Solar Power Co., Ltd., added that the decrease in
the prices of PV modules coupled with the growing capability of Thai personnel in the PV system installation
have much reduced the cost of a PV-cell power project, resulting in greater investment. Currently, the first
PV power generation project in Nakorn Ratchasima is under construction by Solar Power Co., Ltd., having
obtained a long-term credit from Kasikornbank. Mr. Thamapon also emphasized the importance of creating
confidence of financial institutions. He strongly believes that this Solar Business Bangkok 2010 will be
beneficial to interested persons in various sectors and that public and private sector executives as well as all
participants will be provided with genuine and profound information and advancement related to
investment in PV solar energy. The conference will be one of the most complete and comprehensive
gathering of products, services as well as information and knowledge pertaining to PV solar energy.




*19 มีนาคม 2553 - กิจกรรมวันสตรีสากล

เรียน ทุกท่าน

สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สนับสนุนองค์การคนพิการสากลในการจัดกิจกรรมวันสตรีสากลในวันที่ 19 มีนาคม 2553 ดังนี้

1. จัดห้องเสวนา 1 ห้อง สำหรับ 100 คน สถานที่จัดงานคือ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพคเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี
2. ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวันสตรีสากล ในวันที่ 16 มีนาคม 2553 (เวลาและสถานที่จะประสานภายหลัง)
3. ประชาสัมพันธ์ในชุดวันสตรีสากล
4. ขอเชิญร่วมอภิปรายบนเวทีกลาง 1 คน ในประเด็น “๑๐๐ ปี วันสตรีสากล: จากพันธกรณี สู่สิทธิและศักดิ์ศรีสตรีไทย” โดย คุณเสาวลักษณ์ ทองก๊วย
5. บูทนิทรรศการ 1 บูท
6. จัดสรรให้เชิญเครือข่ายคนองค์การคนพิการสากล จำนวน 100 คน ร่วมกิจกรรมพร้อมทั้งอาหารกลางวัน อาหารว่าง เครื่องดื่ม และค่าพาหนะสำหรับเครือข่ายใน กทม. คนละ 200 บาท

และองค์การคนพิการสากลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังนี้

1. ค่าวิทยากรอภิปราย ในห้องขององค์การฯ และ 2. ค่าพาหนะสำหรับเครือข่ายขององค์การที่อยู่ต่างจังหวัด
รายละเอียดการจัดเสวนาห้องย่อยของผู้หญิงพิการ มีรายละเอียดดังนี้

นำเสนอประเด็นของหญิงพิการในลักษณะ แง่ของการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกที่แสดงถึงศักดิ์ศรี ความเท่าเทียมและคุณค่าของผู้หญิงพิการที่มีต่อสังคมเช่นเดียวกับผู้หญิงไม่พิการ ดังนั้นจึงจัดวงเสวนาพูดคุย ในหัวข้อ “ผู้หญิงพิการ: แรงบันดาลใจ คุณค่าและความงาม ในวันที่ ๑๙ มีนาคม เวลา ๐๙๐๐-๑๑๓๐ น ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำเสนอทั้งแบบวิพากษ์การนำเสนอภาพของหญิงพิการที่เป็นอยู่และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีไปพร้อมกัน โดยมีวิทยากรมาจากภาคต่าง ๆ ดังนี้

๑. ตัวแทนหญิงพิการที่มีบทบาทในภาคธุรกิจ โดย คุณจิณฑาทิพ ศิลโสภิต

๒. ตัวแทนหญิงพิการที่มีบทบาทในภาคการเมือง การปกครองหรือวิชาการ โดย คุณอรุณี ลิ้มมณี

๓. ตัวแทนหญิงพิการที่มีบทบาทในวงการสื่อสารมวลชนหรือบันเทิง โดย คุณจันทร์จิรา เอกอารีย์จิตต์

๔. ตัวแทนหญิงพิการที่มีบทบาทในภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นหญิงพิการ โดย คุณพนมวรรณ บุญเต็ม

พิธีกรโดย คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร




*19 มีนาคม 2553 - Social Entrepreneurship Symposium

19 March 2010
Pacific Room, 21st Fl.
the Pan Pacific Bangkok Hotel, Silom
Click here for registration
Agenda
8: 30 AM Registration
9:00 AM Opening Keynote Speaker:
Fr. Xavier Alpasa
2009 TED Fellow, and Chairman of the Board of Rags2Riches, which creates high-end designer clothing from recycled scrap materials from garment factories and made by empowered women from poor communities in the Philippines.

9:30 AM Session One Panel:
Social Entrepreneurship as a Competitive Strategy,
What is social entrepreneurship and how for-profit companies, social ventures and non-profit organization turn it into their achievement?
Chris Cusano
Director of Ashoka's Entrepreneur to Enrepreneur Program in Asia, helping business leaders to engage with Ashoka fellows through investment, support, or partnering activities.

Roberto Piccioni
Faculty Advisor, Green MBA, the new generation of MBA program that seeks to promote financial viability, ecological sustainability, and social justice in business and organizations of all types at Dominican University of California

Sarinee Achavanuntakul
Editor of Open Online, a web magazine in Thai, Co-founder of Thai Netizen Network with the campaign about Internet freedom in Thailand; and Finance Sub-Committee of Thailand's National Social Enterprise Committee

DTAC representative
The mobile phone service provider who delivers up-to-the-minute agricultural and market information by sms to more than 160,000 farmer subscribers across Thailand

11:00 AM ----- Morning Break -----
11:30 AM Session Two Panel: Measuring Social Impact and Using the Results,
How to capture the non-financial impact of business activities from CSR to social product/service and integrate the value within operations.
Sara Olsen
Founding Partner of Social Venture Technology Group, which excels at helping companies measure, manage and communicate Social and Environmental Impact. Sara is also one of the GSVC's co-founders.

R. Paul Herman
Founder of HIP Investor (Human Impact + Profit), and creator of the HIP Index, which measures publicly traded companies in the areas of Human Impact and Profitability. He is also the author of The HIP Investor: Make Bigger Profits by Building a Better World, to be released by Wiley in April 2010.

SCG representative
The Thai company who received Gold Class-Outstanding Sustainability Results from Dow Jones Sustainability Index (DJSI) and launched "Eco Value" the first eco-label guaranteed by Thai company.

1:00 PM ----- Lunch Break -----
2:30 PM 2010 Global Social Venture Competition ?€"Southeast Asia Winner Presentations.
2:45 PM Session Three Panel: Getting your Social Enterprise Ideas off the Ground,
Lessons learned sharing from successful social entrepreneurs for all aspects.
Durreen Shanaz
2010 TED Fellow, and Founder and Chairman of the Impact Investment Exchange, Asia's first regulated securities market, trading in sustainable for-profit and not-for-profit social enterprises.

Alexander Reyes
Founder of RuralLight, a social enterprise that empowers off-grid communities in pursuing sustainable solutions in renewable energy

Representative from Digital Divide Data (DDD)
A social enterprise which provides world-class IT services, while creating opportunities for disadvantaged individuals in developing countries to participate in the global economy.

Representative from EnerGaia
An environmental company specializing in using algae to consume waste CO2 generated by industrial sources such as fossil fuel power plants, biomass facilities, and cement factories.

4:15 PM Closing Key Note Speaker:
Kevin Teo
Founder and Director of Volans, a worldwide think-tank, consultancy, broker, and incubator for developing scalable innovations for society and the environment. Volans recently published The Phoenix Economy: 50 Pioneers in the Business of Social Innovation, exploring the leaders, business models, and technologies which will drive the future.

4:45 PM Afternoon Break & Networking


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:39:05 น.  

 
*28 มีนาคม 2553 - คอนเสิร์ตพันแสงรุ้ง ดนตรีชาติพันธุ์

วันที่ 28 มีนาคม 2553 เวลา 16.00-18.00 น.

ชวนฟังดนตรีชาติพันธุ์ ซาบซึ้งกับความงามอันหลากหลาย อัศจรรย์กับความรุ่มรวยในศิลปะดนตรีและภาษาในประเทศไทย ในคอนเสิร์ตพันแสงรุ้ง ดนตรีชาติพันธุ์ บัตรราคา 500/300 นักเรียน 100 บาท สอบถามโทร 02-8496072-4

นอกจากการแสดงดนตรีแล้ว ในเวลา 14.00-15.30 น. จะมีการจัดสานเสวนา ดนตรีสันติวัฒนธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมแลกเปลี่ยน ดนตรีเป็นสันติวัฒนธรรมอย่างไร และทำอย่างไรให้คนไทยได้ภูมิใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

และเติมอาหารสมองกับนิทรรศการ ดนตรี ภาษา ชาติพันธุ์ให้ได้ชม ตั้งแต่วันที่25-28 มีนาคม ที่ห้องแสดงนิทรรศการ




*16 มีนาคม 2553 - งานสัมมนา Better Insight into Your Business with Sage Accpac 5.6

เชิญ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Better Insight into Your Business with Sage Accpac 5.6 เพิ่มศักยภาพในโลกธุรกิจของคุณด้วยโปรแกรม Sage Accpac ERP ในวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด สำรองที่นั่ง และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณจารุ, คุณรองรุ่ง โทร 0 2274 4070 หรือ E-mail:jaru@fmsconsult.com เว็บไซด์ http://www.fmsconsult.com




*19 มีนาคม 2553 - เสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “ e-Logistics เพื่อไทยเข้มแข็ง”

วันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓
เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๔.๓๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารโทรคมนาคม วุฒิสภา จัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “ e-Logistics เพื่อไทยเข้มแข็ง” ณ ประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข ๓๐๖-๓๐๘ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*9 มีนาคม 2553 - ขอเรียนเชิญเข้าร่วมบรรยายพิเศษ "ควันหลงจากดอนเมือง : ทำไมเกาหลีเหนือค้าอาวุธไม่ได้"

วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2553 เวลา 09.30 - 12.00 น.
ณ ห้องประชุมบุญชู โรจนเสถียร ชั้น 3 ตึกอเนกประสงค์ 1 มธ.ท่าพระจันทร์
การจับอาวุธสงครามที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2552 ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบด้านความมั่นคง ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เนื่องจากปริมาณ มูลค่าและความร้ายแรงของอาวุธ แต่ยังสะท้อนให้เห็นกิจกรรม การค้าอาวุธข้ามชาติ โดยเฉพาะอาวุธซึ่งอยู่ในข่ายที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง จากผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ระบุว่าอาวุธที่ถูกจับกุมอันประกอบด้วยจรวด เครื่องยิงจรวด และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องมาจากเกาหลีเหนือ โดยมีเป้าหมาย อยู่ที่ประเทศในตะวันออกกลาง เมื่อพิจารณาในรอบปีที่ผ่านมาก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์จับอาวุธเกาหลีเหนือขึ้นในไทย เพราะในเดือนสิงหาคม 2552 สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (UAE) ได้รายงานต่อสหประชาชาติว่าพบอาวุธที่ผลิตในเกาหลีเหนือ บนเรือสินค้าซึ่งมุ่งหน้าไปยังประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาญ รวมถึงกรณีเรื่องคังนัม 1 (Kangnam 1) ของเกาหลีเหนือ ซึ่งแล่นสู่ทะเลจีนใต้และต้องสงสัยว่าอาจบรรทุกอาวุธ และถูกเรือสหรัฐอเมริกาติดตาม สุดท้ายต้องแล่นกลับไปยังเกาหลีเหนือ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเกิดประเด็นคำถามว่าทำไมเกาหลีเหนือค้าอาวุธไม่ได้ ในขณะที่ประเทศอื่นกระทำได้ การค้าอาวุธ มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเพียงใด ทำไมสหประชาชาติจึงต้องคว่ำบาตรและลงโทษเกาหลีเหนือและล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ โดยการงดทำธุรกรรมทางการเงิน และห้ามบุคคลสำคัญ ในกลุ่มชนชั้นนำของเกาหลีเหนือเข้าประเทศ เพื่อให้ได้คำตอบในประเด็นดังกล่าว สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ในสถานะที่เป็นสถาบันศึกษาและวิจัย จึงได้จัดการบรรยายสาธารณะในหัวข้อ *"ควันหลงจากดอนเมือง : ทำไมเกาหลีเหนือค้าอาวุธไม่ได้"* ขึ้น บรรยายโดย *ดร.วิเชียร อินทะสี* *นักวิจัย สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา* เพื่อเผยแพร่ความรู้ต่อ สาธารณะในการศึกษาและติดตามการเมืองระหว่างประเทศ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และทัศนคติต่าง ๆ ระหว่างผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและการแก้ปัญหา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของหลักวิชาการและความเป็นกลาง
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยาย โดยมิได้เก็บค่าลงทะเบียนแต่อย่างใด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
โทร.0-2564-5000-3 และดาวน์โหลดแบบตอบรับได้ที่ http:// http://www.asia.tu.ac.th
--
หน่วยประชาสัมพันธ์
สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาฯ มธ.
โทร.0-2564-5000-3 ค่อ 308
http://www.asia.tu.ac.th




*11 มีนาคม 2553 - ฟรีสัมมนา “อาเซียนตลาดเดียว โอกาสการค้า-การลงทุน ธุรกิจไทย ”

หนังสือพิมพ์ “กรุงเทพธุรกิจ” และ สื่อในเครือเนชั่น จัดฟรีสัมมนา “อาเซียนตลาดเดียว โอกาสการค้า-การลงทุน ธุรกิจไทย ” 11 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด รัชดา
เปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง” กันแน่ ? คนไทย และ นักธุรกิจไทย พร้อมหรือยัง ?
เรามี "ยุทธศาสตร์" อย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย "ตั้งรับ" และพร้อม "รุก" ออกไปเติบใหญ่นอกบ้าน ?
ร่วมค้นหาคำตอบ ซ้อมรับมือกับ “ปีเสือ” กับเวทีสัมมนา กรุงเทพธุรกิจ Business Forum ครั้งที่ 1/2553
“ตลาดเดียวประชาคมอาเซียน โอกาสการค้า-การลงทุน ธุรกิจไทย ” 11 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด รัชดา ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 02-338-3383-4 หรือ sure_s@nationgroup.com ด่วนรับจำนวนจำกัด
“ อาเซียนตลาดเดียว โอกาสการค้า-การลงทุน ธุรกิจไทย ”
11 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด รัชดา
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียนร่วมงาน
09.10 – 10.00 น. “ อาเซียนตลาดเดียว โอกาสการค้า-การลงทุน ธุรกิจไทย ”
ปาฐกถาพิเศษ โดย ฯพณฯ พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
10.00 – 11.00 น. “ โอกาสทุนไทยในเวทีอาเซียน ”
บรรยายพิเศษ โดย กานต์ ตระกุลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย
11.00 – 12.00 น. Panel Discussion : ภาพรวมการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
คุณนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.00 น. Panel Discussion : บุกตลาดอาเซียนอย่างไรไม่สาหัส
คุณบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)
คุณประวิทย์ จิตนราพงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทแบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด
14.00 – 16.00 น. Panel Discussion : บุกตลาดอาเซียนอย่างไรไม่สาหัส (ต่อ)
คุณสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มฮงเส็งการทอ
คุณฉัตรชัย มงคลวิเศษไกวัล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการค้าบริการ สภาหอการค้าไทย
16.00 – 16.30 น. ถาม-ตอบ / ปิดการสัมมนา
** กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม




*10 มีนาคม 2553 - สัมมนา เรื่อง "Fuel Options for Electricity Generation"

ด้วย กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์พลังงานและนโยบายการจัดหาไฟฟ้าของประเทศไทยใน อนาคต ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์พลังงาน รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานทางด้านพลังงาน ของรัฐ โดยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สนพ. จึงได้จัดการสัมมนา เรื่อง "Fuel Options for Electricity Generation" เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบภาครวมพลังงานของประเทศไทย และต่างประเทศ รวมทั้งทิศทางการจัดหาไฟฟ้าในอนาคต ในวันพุธที่ 10 มีนาคม 2553 เวลา 8.30 – 17.00 น. ณ ห้องแกรน์ บอลลูน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวชั่น โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา และกล่าวปาฐกถพิเศษ เรื่อง "ภาพรวมพลังงานไทยในอนาคต" และได้เชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศปาฐกถาพิเศษเรื่อง ภาพรวมพลังงานโลกในอนาคต" ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง"เปิดศักยภาพพลังงานทางเลือก เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในอนาคต" ระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ
สำนักนโยบายไฟฟ้า
กลุ่มจัดหาพลังงานไฟฟ้า
โทร. 0 2612 1555 ต่อ 345, 524, 540
โทรสาร. 0 2612 1384-5




*12 มีนาคม 2553 - งานเสวนาวิชาการเรื่อง “ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มหันตภัยใกล้ตัว ”

สถาบัน มะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รุกรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนนี้ มุ่งรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงได้ร่วมกับสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานเสวนาวิชาการเรื่อง “ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มหันตภัยใกล้ตัว ” ขึ้น โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพแพทย์สาขาต่างๆ ภายในงานท่านจะได้รับความรู้หลากหลายทุกแง่มุมที่เกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ ชมนิทรรศการ รับบริการทางการแพทย์ รับฟรีคูปองตรวจหาเลือดในอุจจาระเพื่อดูความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และลุ้นรับรางวัลมากมาย จึงขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 เวลา 13.00-15.30 น. ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามรายละเอียด และสำรองที่นั่งได้ที่ งานสร้างเสริมสุขภาพ
โทร.02-3547025 ต่อ 2215 และเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ราชเทวี กรุงเทพฯ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:40:05 น.  

 
*24 มีนาคม 2553 - สัมมนา ทำไม...ภาคอีสานต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

การสัมมนา

“ทำไม...ภาคอีสานต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์”

วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


๐๙.๐๐ น. - ๐๙.๓๐ น. ลงทะเบียน
๐๙.๓๐ น - ๑๐.๐๐ น. ชี้แจงวัตถุประสงค์/กล่าวเปิดงาน
๑๐.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น. สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย/แลกเปลี่ยนซักถาม
โดย วิทูรย์ เพิ่มพงษ์ศาเจริญ
เครือข่ายพลังงานทางเลือกเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง(MeeNet)
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหาร
๑๓.๐๐ น. - ๑๕.๐๐ น. ปัญหาและผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์/แลกเปลี่ยนซักถาม
โดยกลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
๑๕.๐๐ น .- ๑๖.๐๐ น. อภิปรายทั่วไปและแนวทางการรณรงค์
๑๖.๐๐ น. เดินทางกลับ

องค์กรร่วมจัด
๑. ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสาน
๒. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
๓. กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
๔. เครือข่ายพลังงานเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง (MeeNet)
๕. โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (ENLAW)
๖. เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน(HRLA)
๗. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ต้นน้ำเซิญ
๘. ศูนย์กฎหมายเพื่อสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๙. ชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา (ชนพ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๑๐. กลุ่มศิษย์เก่าชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา (ชนพ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๑๑. กลุ่มอาศรมบ่มเพาะความคิดและจิตวิญญาณ




*7 มีนาคม 2553 - การสัมมนาเรื่อง “คนงานชั่วคราวกับเสรีภาพการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมในการพัฒนาที่ยั่งยืน”

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 10.00-16.00

ห้องประชุมมาลัย หุวนันท์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถนนอังรีดูนัง กรุงเทพฯ

จัดโดย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศูนย์การศึกษาแรงงาน, คณะกรรมการ ICEM ประเทศไทย

กำหนดการ

10.00-11.30 การจ้างงานชั่วคราวในประเทศไทย กับ ความหมายและความสำคัญของอนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 ต่อคนงานชั่วคราว

11.30-13.00 กรณีศึกษาจากประสบการณ์การทำงานของสหภาพแรงงานในการรวมกลุ่มคนงานชั่วคราว
ผู้อภิปราย: สหภาพแรงงานองค์การเภสัชกรรม, สหภาพแรงงานคนทำยาง, สหพันธ์แรงงานยานยนต์, สหภาพแรงงานสื่อสารมวลชนไทย, สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต, สหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์

13.00-14.00 อาหารกลางวัน

14.00-16.00 แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันต่อไปให้เกิดผลในทางปฏิบัติ




*8 มีนาคม 2553 - เสวนา : การดำเนินการเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย และการไม่ผลักดันกลับ

การดำเนินการเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและการไม่ผลักดันกลับ : จากหลักการสู่แนวนโยบายและปฏิบัติ

วันที่. 8 มีนาคม 2553.เวลา. 13.20 – 16.20 น.

ณ ห้องประชุมจุมภฎ พันธ์ทิพย์ ชั้น 4 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

? การดำเนินการต่อผู้ลี้ภัยบนพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน :หลักการไม่ผลักดันกลับ
- คุณสุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ
? หลักการทั่วไปและตัวอย่างการดำเนินการของนานาประเทศ
- ศจ.ดร.วิฑิต มันตราภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
? นโยบายของรัฐบาลไทยต่อผู้ลี้ภัย
- เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ *

? ประสบการณ์และการดำเนินการของประเทศไทยต่อผู้ลี้ภัยอินโดจีน
- ศาสตราจารย์สุภางค์ จันทวานิช ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเซีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
? สถานการณ์ในลาวและพม่า และหลักการดำเนินงานในระดับพื้นที่
- พลโทนิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
ดำเนินการเสวนา โดย
- อาจารย์เปรมใจ วังศิริไพศาล ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเซีย สถาบันเอเชียศึกษา




*7 มีนาคม 2553 - โครงการ IT for Disaster Response

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ขอเรียนเชิญหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนส่งบุคคลาการเข้าร่วมค่ายไอทีเพื่อสังคมเชิงปฏิบัติการ

เนื่องด้วยมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย THNICF) และ iland Networking Group (THNG) ขอเรียนเชิญหน่วยงานบริษัท ด้านการศึกษา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ และด้านช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย* ร่วมส่งพนักงานของหน่วยงานบริษัท เข้าค่ายอบรมไอทีเพื่อสังคม เชิงปฏิบัติการ THNG Camp ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างกลุ่มไอทีและองค์กรพัฒนาเอกชน

ในหัวข้อ IT for Disaster Response

ณ ปากช่อง นครราชสีมา โรงแรมเขาใหญ่โบนันซ่าในวันที่ 7 มีนาคม 2553 นี้

โดยมีกิจกรรมผจญภัย ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในวันที่ 6 มีนาคม เพื่อทดลองใช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับดาวเทียมสื่อสารขนาดพกพาที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ทีโอที จำกัดมหาชนเพื่อสร้างประสิทธิภาพการทำงานของอาสาสมัครกู้ภัยในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ภายใต้สถานการณ์ภัยพิบัติจำลอง ในค่ายนี้ เจ้าหน้าที่พนักงานของท่านจะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกิจกรรมใหม่ ที่มีความหลากหลายจากการประกอบด้วยคนต่างกลุ่ม ต่างองค์ความรู้ ต่างหน่วยงาน ต่างอายุ มาร่วมแลกเปลี่ยนบนจุดร่วมเดียวกัน คือการประยุกต์ใช้ไอทีเพื่อการพัฒนาสังคม โดยกิจกรรมภายในค่ายจะทำให้ผู้ร่วมค่าย ได้รับโอกาสสานต่อผูกพันมิตรภาพเพื่อเติบโตทางแนวคิดอย่างผสมผสานองค์ความรู้ระหว่างกัน และร่วมเป็นสีสันในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ประยุกต์ใช้ไอที รอบตัวเพื่อพัฒนาสังคม และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งยุคสารสนเทศ Digital Divide)

หน่วยงานที่เป็นองค์พัฒนาเอกชนหรือครือข่ายอาสาสมัครเพื่อการพัฒนาสังคม สามารถส่งเจ้าที่ส่งพนักงานเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยแต่ละหน่วยงานสามารถส่งได้ไม่เกิน 5 ท่าน โดยใช้ “แบบฟอร์ม THNG Camp Sponsor (1)และ (2)” ที่ได้แนบมาให้กรอกข้อมูล และทำการส่งแฟกซ์เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ประสานงานตามรายละเอียดในแบบฟอร์มภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับไปเพื่อยืนยันการลงทะเบียน แจ้งเวลา และสถานที่ในการลงทะเบียนก่อนเดินทางในวันที่ 5 มีนาคม ท่านสามารถเข้าไปรับชมรายละเอียดเกี่ยวกับค่ายเพิ่มเติมได้ที่ thnic.or.th หรือ thng.in.th

หมายเหตุ

รายชื่อหน่วยงานที่เชิญเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรม CAT Telecom บริษัท กสท.
โทรคมนาคม จำกัด มหาชน(ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ)
UniNet สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา )
ปภ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
กรมอุตุนิยมวิทยา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กรมทรัพยากรธรณี
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สถาบันฝึกดับเพลิงและกู้ภัยชั้นสูงไทยไฟร์ ทาฟต้า และอื่นๆ อีกกว่า 10 หน่วยงาน

*รายชื่อหน่วยงานที่ดำเนินกิจกรรม

THNG (Thailand Networking Group)
FIBO (สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
Siam Volunteer (โครงการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน ในมูลนิธิกระจกเงา)
TOT(บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน) T.H.NIC Foundation(มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย)
T.H.NIC Co.,Ltd(บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด)


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:41:12 น.  

 
*9 มีนาคม 2553 - กำหนดการเวทีเหลียวหลังแลหน้าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำแม่แจ่ม

ณ โรงเรียนบ้านพุย

08.30 - 09.00 น. - ลงทะเบียน
09.00 - 09.30 น. - กล่าวตอนรับโดยผู้นำในพื้นที่
- กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยอาจารย์วีระพล ประสพสุข
09.30 - 10.00 น. - เสวนา “เวทีเหลียวหลังแลหน้าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำแม่แจ่ม” โดยอุทิศ สมบัติ,
สมเกียรติ มีธรรม และเดโช ไชยทัพ
10.00 - 11.00 น. - เสวนา “บทเรียนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยชุมชน” โดยตัวแทนชาวบ้านแม่นาจร,
ตัวแทนชาวบ้านอมขุด อำเภอแม่แจ่ม และตัวแทนชาวบ้านจาก อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม
่ และอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
12.00 - 13.00 น. - รับประทานอาหาร
13.00 - 14.00 น. - เสวนากลุ่มย่อย “คนแม่แจ่มจะอยู่อย่างไรให้ยั่งยืน” นำเสวนากลุ่มย่อย โดยสมเกียรติ มีธรรม,
มานพ คีรีภูวดล, วิทูรย์ คาลอย
14.00 - 14.30 น. - สรุป/นำเสนอการเสวนากลุ่มย่อย โดยเดโช ไชยทัพ
14.30 - 15.00 น. - ปิดงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สถาบันอ้อผะหญา
089 – 038 – 0047




*5-7 มีนาคม 2553 - เทศกาลเต้นนานาชาติ







*20-21 มีนาคม 2553 - เปิดรับสมัครแล้ว!!! กิจกรรมทำความดีที่หาดวนกร


กำหนดการทำความดี
ระหว่างวันที่ 20 – 21 มีนาคม 2553
ณ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ประจวบคีรีขันธ์

20 มีนาคม 2553
07.30 น อาสาสมัครพร้อมกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
(ท่านใดเดินทางมาถึงหลังจากที่รถมาแล้วเสียค่าปรับ 100 บาทต่อท่าน)
08.00-10.00 น เดินทางถึงจังหวัดนครปฐม จุดมุ่งหมายอยู่ที่การแวะสักการะ “พระปฐมเจดีย์”
10.00-10.40 น อาสาสมัครแยกย้ายกันสักการะ “พระปฐมเจดีย์” ตามอัธยาศัย
10.40-13.30 น ออกเดินทางจากจังหวัดนครปฐม มุ่งสู่ “อุทยานแห่งชาติหาดวนกร”
(ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย)
13.30-14.00 น เดินทางถึง “อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ปล่อยอาสาสมัคร “รื่นรมย์ ชมเกลียวคลื่น”
14.00-16.30 น กิจกรรม “คนละไม้ คนละมือ”
16.30-18.00 น กิจกรรม “เริงร่า ริมหาด”
18.00-19.30 น พักผ่อนตามอัธยาศัย รวมถึงกางเต้นท์และอาบน้ำ
19.30-20.30 น รับประทานอาหารเย็น เป็นเพื่อนดวงจันทร์
20.30-22.00 น กิจกรรม “ยิ้มละมุน”
22.00 น เป็นต้นไป “เอนกาย บนเม็ดทรายนุ่ม”

21 มีนาคม 2553
09.00-10.00 น รับประทานอาหารเช้า หยอกเย้าสายลม
10.00-14.00 น เดินทางจาก “อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” มุ่งสู่ “ตลาดน้ำอัมพวา”
14.00-14.40 น เยี่ยมชม “อุทยาน ร.2”
14.40-16.30 น เที่ยวชมพร้อมรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย “ตลาดน้ำอัมพวา”
16.30-19.30 น อาสาสมัครเดินทางถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกย้ายกันกลับสู่มาตุภูมิ

การรับสมัคร
*เปิดรับสมัครระหว่างวันนี้ –10 มีนาคม 2553
*รับสมัครรอบสอง 11-19 มีนาคม 2553 (จะเปิดรับสมัครในกรณีที่จำนวนอาสาสมัครยังไม่เต็ม 40 คน หรือมีผู้สละสิทธิ์ แต่ในกรณีที่จำนวนที่นั่งเต็มแล้วก็จะไม่มีการเปิดรับสมัครรอบสองแต่อย่างใด)
เปิดรับอาสาสมัครทั้งสิ้น 40 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้
กลุ่มแรก
– สมาชิกชมรมฯ แม่แจ่มที่เคยเดินทางไปทำกิจกรรมที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชมรมฯ แม่แจ่ม มาแล้ว เปิดรับสมัครทั้งสิ้น 30 คน


กลุ่มที่สอง
– สมาชิกใหม่หรือสมาชิกเดิมซึ่งไม่เคยเดินทางไปทำความดีที่อำเภอแม่แจ่มร่วมกับชมรมฯ แม่แจ่มมาก่อน (ผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิกแต่ใคร่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกได้ที่ http://www.maechaem.net โดยทำตามขั้นตอนในเว็บไซต์) รับสมัครทั้งสิ้น 10 คน

คุณสมบัติผู้สมัคร
1. เป็นสมาชิกชมรมฯ ส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแม่แจ่ม
(ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแต่ต้องการเดินทางไป ให้สมัครสมาชิกก่อนโดยสมัครตามขั้นตอนได้ที่ http://www.maechaem.net )
2. มีเงิน 400 บาท เพื่อสมทบทุนในการทำกิจกรรม โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองลำบาก
3. มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
4. มีน้ำใจ ปราศจากความเห็นแก่ตัว

ค่าใช้จ่าย
รวมทั้งสิ้น 400 บาท (โอนเงินเพื่อสำรองที่นั่ง)




*10-25 พฤษภาคม 2553 - จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมทางสังคม และ การปกครองโดยหลักนิติธรรม"


ปัจจุบัน แม้กระแส "สิทธิมนุษยชน" จะเป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่หากถามว่าสถานการณ์การส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยเป็นเช่นไร หลายฝ่ายอาจจะต้องกลับมาทบทวนกันอีกครั้ง

? สถานการณ์การละเมิดสิทธิในสังคมไทย

? ความสำเร็จของการพยายามส่งเสริมความคิดสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมาในประเทศไทย

? ปัญหาต่าง ๆ ของการดำเนินการเรื่องสิทธิ

? ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ส่งผลต่อสถานการณ์สิทธิในสังคมไทย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

(stakeholders) ที่แตกต่างมองสิทธิมนุษยชนแตกต่างกันอย่างไร

? การนำแนวคิดสิทธิมนุษยชนสากลมาใช้ในสังคมไทยมีความเหมาะสมและเพียงพอ หรือไม่ประการใด ฯลฯ

เหล่านี้ อาจเป็นคำถามที่ต้องทบทวนเมื่อพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน

ด้วยเหตุนี้สถาบันเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AIHR) จึงร่วมกับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CSDS) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมทางสังคม และ การปกครองโดยหลักนิติธรรม"ขึ้น ระหว่างวันที่ 10-25 พฤษภาคม 2553 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าอบรมจากหลากหลายสังกัด ทั้งภาครัฐ และนอกภาครัฐ

ซึ่งอาจจะนำให้ท่านเกิดการตั้งคำถามและเกิดแง่มุมใหม่ๆ เกี่ยวกับแนวคิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสังคมไทยในสายตาของนักสิทธิมนุษยชน งอกงาม เพียงใดแล้ว หรือกำลัง แคระแกรนลงไปทุกวัน ?!?!

ผู้สนใจสามารถเข้ามาดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการและใบสมัครได้ที่ www.csds.polsci.chula.ac.th

และ http://www.naksit.org ถึงวันที่ 2 เมษายน นี้ เป็นต้นไป

หากมีข้อสงสัยกรุณาติดต่อ
จารุวรรณ
(ผู้ประสานงานโครงการ)
โทร : 02-6523020, 02-6523021 มือถือ : 083-8280710
โทรสาร: 02- 6523021
email: laninnehr@gmail.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:41:57 น.  

 
*12 มีนาคม 2553 - สืบเสวนา GREEN CRS ธรรมาภิบาลกับงานอนุรักษ์


มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, 20 ปี สืบนาคะเสถียร
ด้วยปีพ.ศ.2533 นี้ เป็นวาระครบรอบ 20 ปีการจากไปของคุณสืบ นาคะเสถียรมูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงได้ดำเนินโครงการ 20 ปี สืบ นาคะเสถียรขึ้นโดยจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้สาธารณะชนได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ในวาระดังกล่าวนี้ มูลนิธิได้จัดกิจกรรม "สืบเสวนา" ขึ้นเพื่อให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมและรับรู้การดำเนินงานของมูลนิธิโดยในครั้งนี้จะเสวนาเรื่อง

GREEN CSR ธรรมาภิบาลกับงานอนุรักษ์

วิทยากร
คุณวัชรมงคล เบญจธนฉัตร์ : เจ้าของรางวัลธรรมาภิบาลดีเ่ด่นปี 2550
คุณธนกร ฮุนตระกูล เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคล ปี 2552

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18.00 น. ณ ห้องประชุมมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ติดต่อสอบถามเพิ่เติม มูลนิธิสืบนาคะเสถียร 0-2224-7838-9 snf@seub.or.th




*7 มีนาคม 2553 - ขอเชิญท่านผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมเสวนาของสมัชชาสังคมก้าวหน้า


ในวันที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 13.00-16.00 น.

ณ ห้องประชุม 13 ชั้น 2 ตึก 3

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่อง "ลดอำนาจกองทัพ ร่วมกันยกเลิกกฎหมายความมั่นคงฯ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินฯและกฎอัยการศึก"

กำหนดการ

13.00 น. กล่าวที่มาของการเสวนา โดยผู้ดำเนินรายการ สมาภรณ์ แก้วเกลี้ยง จากสมัชชาสังคมก้าวหน้า
13.30 น. ตัวแทนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ --ผลกระทบจากการใช้กฎหมาย 3 ฉบับ
จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช.-- มุมมองของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อกฎหมาย 3 ฉบับ
ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ สมัชชาสังคมก้าวหน้า --เหตุผลของการยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ
14.45 น. เบรค
15.00 น. แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
16.00 น. ปิดวงเสวนา

ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สอบถามรายละเอียด เล็ก 085 8530329 โบ 083 4430758
เล็ก 085 8530329 โบ 083 4430758




*6 มีนาคม 2553 - ดนตรีเพลง “สตรีสากล” โดยอดีตสหายศิลปินเพลงปฏิวัติ


เสาร์ 6 มีนาคม 2553 1800-2100 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

ดนตรีเพลง “สตรีสากล”
โดยอดีตสหายศิลปินเพลงปฏิวัติ
http://www.cpt-song.blogspot.com
เสาร์ 6 มีนาคม 2553 1800-2100 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน
.
เนื่องในวันสตรีสากล ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง ซึ่งนักปฏิวัติในอดีตให้ความสำคัญเป็นพิเศษ งานดนตรีเพลงปฏิวัติวันสตรีสากลนี้จึงได้จัดขึ้น และหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนเยาวชนได้เข้าใจเสี้ยวประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้เห็นถึงความรัก ความเสียสละที่บริสุทธิ์ของที่แม้กระทั่งชีวิตยังยอมพลีให้เพื่อประเทศชาติ
.
งานนี้ไม่มีการเก็บค่าผ่านประตู แต่ขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เงินทุกบาทที่บริจาค ไม่หักค่าใช้จ่ายแต่มอบไว้ช่วยเหลืออดีตศิลปินเพลงปฏิวัติที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และเพื่อช่วยเหลืออดีตนักปฏิวัติอาวุโสผู้ขัดสน (งานนี้เป็นงานวัฒนธรรม ไม่เกี่ยวกับการเมืองใด ๆ)
.
ลงชื่อจองที่นั่งฟังดนตรี (รับเฉพาะท่านผู้จองล่วงหน้า) หรือติดต่อสนใจสนับสนุนกิจกรรมของ “คณะจัดงานเพลงประชาชน วันสตรีสากล” สามารถติดต่อได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว โทรศัพท์: 08.2522.6064 (วันราชการ) Email: cpt.song@gmail.com เว็บไซต์ http://www.cpt-song.blogspot.com ที่นั่งมีจำกัด โปรดลงทะเบียนภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553
.
พบสหายคำราม, สหายเทิด ศิลปิน 66, สหายแวว ศิลปิน 82 และสหายหญิงอื่น ๆ ตลอดจนนักร้องรับเชิญอดีตนักปฏิวัติอีกหลายท่าน

ไปกันหน่อยนะครับพี่น้อง
ไม่มีสีเสื้อ
ไปช่วยกันระลึกการสละชีพเพื่อชาติและอุดมการณ์
ไปช่วยกันเกื้อกูลแก่อดีตนักปฏิวัติอาวุโสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์




*19-21 มีนาคม 2553 - ชีวิตที่เป็นสุขในสังคมบริโภคนิยม


ทุกวันนี้ ความสุข-ความทุกข์ของเราแนบอิงกับสิ่งไหน?
การเป็นสังคมบริโภคนิยมมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด?
แล้วพุทธธรรมเกี่ยวข้องอย่างไรกับการประคองชีวิตให้เป็นสุข?

เพื่อการเข้าถึงความสุขสงบ
ที่นำไปสู่การค้นพบความมีคุณค่าและความหมายของชีวิต


ค้นหาคำตอบได้...ในการอบรม
ชีวิตที่เป็นสุขในสังคมบริโภคนิยม
โดยพระไพศาล วิสาโล

วันที่ ๑๙-๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๔๕ - ๒๐.๐๐ น.

สถานที่ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ
*หากต้องการพักค้างคืน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มคนละ ๑๐๐ บาท/คืน (จ่ายในวันเข้าพัก)

บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม
บุคคลทั่วไปท่านละ ๓,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๔ ท่าน (ไม่รวมค่าอาหาร)
นักพัฒนาท่านละ ๒,๐๐๐ บาท จำนวน ๔ ท่าน (ไม่รวมค่าอาหาร)
พระ นักบวช แม่ชี ไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒ รูป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
คุณจงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ คุณสาวิตรี กำไรเงิน
โทรศัพท์ ๐๒-๓๑๔ ๗๓๘๕ ถึง ๖ อีเมล semsikkha_ram@yahoo.com




*27-28 มีนาคม 2553 - ง่ายงามในความธรรมดา เส้นทางการฝึกตนของคนธรรมดา


สำหรับ “คนธรรมดา” ที่มีความสนใจเรื่องคุณค่าทางจิตวิญญาณ
และการฝึกปฏิบัติสมาธิภาวนา
“ง่ายงามในความธรรมดา” คือทางเลือกหนึ่งที่เราแนะนำ

ง่ายงามในความธรรมดา เส้นทางการฝึกตนของคนธรรมดา
โดยวิจักขณ์ พานิช

วันที่ ๒๗-๒๘ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๔๕ - ๑๗.๐๐ น.

สถานที่ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ
*หากต้องการพักค้างคืน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มคนละ ๑๐๐ บาท/คืน (จ่ายในวันเข้าพัก)

บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม
บุคคลทั่วไปท่านละ ๑,๕๐๐ บาท จำนวน ๒๔ ท่าน (ไม่รวมค่าอาหารกลางวัน)
นักพัฒนาท่านละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๔ ท่าน (ไม่รวมค่าอาหารกลางวัน)
พระ นักบวช แม่ชี ไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒ รูป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
คุณจงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ คุณสาวิตรี กำไรเงิน
โทรศัพท์ ๐๒-๓๑๔ ๗๓๘๕ ถึง ๖ อีเมล semsikkha_ram@yahoo.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:42:40 น.  

 
*2-4 เมษายน, 28-30 พฤษภาคม, 17-19 กรกฎาคม 2553 - เผชิญความตายอย่างสงบ ขั้นพื้นฐาน

...ทุกนาทีมีความตายเกิดขึ้น...
ไม่มีใครรู้ว่าความตายจะมาเยือนตน
หรือคนที่ตนรักในนาทีใด
ข้ามพ้นความแสลงหูกับคำว่า “ความตาย”

มาเข้าร่วมการอบรม
เผชิญความตายอย่างสงบ ขั้นพื้นฐาน

...เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ไม่มีคำว่าสายเกินไป...

วันที่ ๒-๔ เมษายน, ๒๘-๓๐ พฤษภาคม, ๑๗-๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓

วิทยากร พระไพศาล วิสาโล และคณะ

สถานที่ แสนปาล์ม เทรนนิ่งโฮม กำแพงแสน จ.นครปฐม

บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม ท่านละ ๔,๕๐๐ บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
คุณจงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ คุณสาวิตรี กำไรเงิน
โทรศัพท์ ๐๒-๓๑๔ ๗๓๘๕ ถึง ๖ อีเมล semsikkha_ram@yahoo.com




*5-6 มีนาคม 2553 - เปิดบ้านปทุมวนาราม ครั้งที่ 2 และ 108 อาชีพกับอาชีวะศึกษา

กำลังอยากหาอะไรทำอยู่หรือเปล่า หนึ่งปีมีครั้งเดียว พลาดไม่ได้แล้ว!

กรมอาชีวะ ร่วมกับ โรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ขอเชิญร่วมงาน เปิดบ้านปทุมวนาราม ครั้งที่ 2 และงาน 108 อาชีพกับอาชีวะศึกษา ในวันที่ 5-6 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. ณ โรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์ฯ (อยู่ระหว่างถนนเชื่อมเซ็นทรัลเวิรค์กับสยามพารากอน หลังวัดปทุมวนาราม)
ภายในงานมีทั้งการแสดงผลงานของนักเรียน อบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เช่น การร้อยลูกปัด ทำขนม ทำเครื่องดื่ม และของตกแต่งต่างๆ พร้อมมอบวุฒิบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรมเมื่อครบระยะเวลาของหลักสูตร รวมถึงเปิดบริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยช่างฝีมือจากวิทยาลัยการอาชีพชั้นนำ ฟรี!

5-6 มีนานี้ อย่าลืม มาเที่ยว ช็อป และเรียนรู้ ในงานนี้กันเยอะๆนะครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนวัดปทุมวนารามในพระราชูปถัมภ์ฯ
โทรศัพท์ 02-2512995




*31 พ.ค. -5 มิ.ย. 2553 - Mekong ICT Camp 2010

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อองค์กรสื่อและองค์กรพัฒนาเอกชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Mekong ICT Camp) ครั้งที่ 2

มูลนิธิกองทุนไทยและโอเพนดรีม
จะจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อองค์กรสื่อและองค์กรพัฒนาเอกชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 2 Mekong ICT Camp 2010 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. -5 มิ.ย. 2553 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาศักยภาพ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในกลุ่มนักพัฒนาที่ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือและส่งเสริมการใช้งาน Open Source ซอฟต์แวร์ และเพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังเปิดรับสมัครผู้เข้าประชุมจาก 5 ประเทศในลุ่มน้ำโขงอาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่าและไทย ในสายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนา
เช่น ด้านสื่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน สุขภาพ ฯลฯ จำนวน 60 คน

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2553
ดูรายละเอียดเนื้อหา การรับสมัครเพิ่มเติมได้ที่ http://mekongict.org/
*การดำเนินการประชุมเป็นภาษาอังกฤษ




*10 มีนาคม 2553 - การบรรยายพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาส?”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยและบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดเสวนาพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ในวันที่ 10 มีนาคม 2553 ณ ห้องประชุม 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

พบการบรรยายพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาส?” โดยคุณสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร และการเสวนาพิเศษจากวิทยากรในวงการอุตสาหกรรมไทยอีกหลายท่านและการเสวนาพิเศษ “โอกาสบนอุปสรรคของผู้ประกอบการไทย” จากผู้เชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล

ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จำเป็นต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียนของประเทศไทย ตลอดจนทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเขตการค้าเสรีใหม่ในรายละเอียดและครอบคลุมระบบภาษี 0%

ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ นักข่าวสายอุตสาหกรรมและยานยนต์ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ควรพลาด

อย่าพลาด! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานสัมมนา
"อาฟต้า - วิกฤตหรือโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย"
ณ ห้องประชุม 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ในวันที่ 10 มีนาคม 2553

ค่าลงทะเบียน 300 บาท (รายได้มอบให้องค์กรที่เกี่ยวข้องโดยไม่หักค่าใช้จ่าย)

ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณากรอกข้อมูลลงทะเบียนแล้วส่งโทรสารกลับมา ที่ 0-2642-6919/20 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อคุณ โนรี 0-2642-6911 ต่อ 816
อีเมลNoree.M@ubm.com




*17 มีนาคม 2553 - สภาอาจารย์ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ปอมท. เสวนา "นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด : ทางออกและความเชื่อมั่น"

สภาอาจารย์ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ปอมท. เสวนา
"นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด : ทางออกและความเชื่อมั่น"
พุธที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓ ๘.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ ชั้น ๒ ตึกโดม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:43:29 น.  

 
*12 มีนาคม 2553 - กำหนดการสัมมนาวิชาการกรณีศึกษา"ก้าวต่อไปในการพัฒนากรณีศึกษา กับ นิด้า"

การสัมมนาทางวิชาการ ก?าวต?อไปในการพัฒนากรณีศึกษา กับ นิด?า
1. ความเป็นมา
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นสถาบันที่เปิดสอนเฉพาะระดับบัณฑิตศึกษา มาเป็นเวลา
เกือบครึ่งศตวรรษ แม้ว่าระยะเริ่มต้นสถาบันได้รับความช่วยเหลือในการก่อตั้งจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก
แต่เราก็ไม่ลืมว่าวัตถุประสงค์สำคัญของการก่อตั้งสถาบันคือการมุ่งพัฒนาประเทศให้เทียบทันกับประเทศที่
เจริญแล้ว ระยะต้นการเรียนการสอน และการวิจัยส่วนใหญ่เรานำแนวคิด ตำรา และกรณีศึกษา จาก
ต่างประเทศมาใช้ แต่ ณ วันนี้ อาจารย์ของเรามีความรู้เพียงพอที่จะพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นของตนเอง
สถาบันจึงมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนากรณีศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีศึกษาในบริบทของไทย ที่จะ
สามารถนำมาใช้สอนให้นักศึกษาของเราเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง สามารถประยุกต์ใช้ทฤษฎีที่เรียนมาให้เข้ากับ
บริบทของประเทศไทย สอดคล้องกับสังคมวัฒนธรรมไทย ตลอดจนสามารถผสานหลาย ๆ วัฒนธรรมเข้า
ด้วยกัน
การส่งเสริมการพัฒนากรณีศึกษาของนิด้าดำเนินการเป็นขั้นตอน หลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดอบรม
ให้อาจารย์ของเรามีศักยภาพในการพัฒนากรณีศึกษา นำกรณีศึกษาไปใช้ ตลอดจนจัดให้มีการฝึกอบรมการ
พัฒนากรณีศึกษาให้กับบุคคลภายนอกที่ประสงค์จะเรียนรู้การพัฒนากรณีศึกษา ในที่นี้รวมถึงอาจารย์ใน
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ต้องการเขียนกรณีศึกษาของตนเองเพื่อนำไปใช้สอนนักศึกษาในห้องเรียน นอกจากนี้
แล้วอีกกิจกรรมหนึ่งที่นิด้าจัดขึ้นเป็นประจำคือการสัมมนากรณีศึกษา ซึ่งเป็นการเผยแพร่กรณีศึกษาที่
อาจารย์ของนิด้าพัฒนาขึ้น ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ เป็นการ
บอกทิศทางการพัฒนากรณีศึกษาของนิด้าว่าจะก้าวต่อไปอย่างไร เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาผู้นำในการ
จัดการเรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษา
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเผยแพร่และนำเสนอผลงานกรณีศึกษาของอาจารย์ของสถาบัน
2.2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับผู้สนใจในการพัฒนากรณีศึกษา
3. ระยะเวลาดำเนินการ
วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น.
4. วิธีดำเนินการ
ประกอบด้วยการเสวนา การนำเสนอกรณีศึกษา และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รายละเอียด
กำหนดการ แสดงดังหน้าต่อไป
กำหนดการสัมมนาวิชาการกรณีศึกษา
"ก้าวต่อไปในการพัฒนากรณีศึกษา กับ นิด้า"
วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 เวลา 8.30 – 15.30 น.
ณ ห้องประชุมจีระ บุญมาก ชั้น 3 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
_______________________________________
8.30 – 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 – 9.15 น. กล่าวเปิดงาน
โดย ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงค์
อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
9.15 – 10.15 น. เสวนาเรื่อง "เรียนรู้การพัฒนากรณีศึกษากับนิด้า"
โดย รศ. ดร.นิสดารก์ เวชยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรม
รศ. ดร.จุฑาพรรธ์ ผดุงชีวิต รองคณบดี คณะภาษาและการสื่อสาร
ดร.ชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการศูนย์นักบริหารระดับสูง
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
รศ. ดร.จำลอง โพธิ์บุญ ผู้ดำเนินรายการ
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 12.00 น. เสวนาเรื่อง "การเขียนกรณีศึกษา: ไม่ยากอย่างที่คิด"
ผู้นำเสนอกรณีศึกษาเสวนาร่วมกัน
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.15 น. นำเสนอกรณีศึกษาตามลำดับ ดังนี้
13.00 – 13.20 น. Crafting Strategic Communication to Combat Trafficking of Women and Children
in Thailand: The Case of The Asia Foundation
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑาพรรธ์ ผดุงชีวิต
13.20 – 13.40 น. The Making of the 2007 Thai Constitution: Redesigning the Election System
โดย อาจารย์ ดร.พลอย สืบวิเศษ
13.40 – 14.00 น. Implementing e-Learning at NIDA
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พ.ต.ต. ดร.ดนุวศิน เจริญ
14.00 – 14 20 น. Legalizing the Underground Lottery in Thailand: An Idea Time Whose Had Come?
โดย อาจารย์ พ.ต.ท. ดร.เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์
14.20 – 15.30 น. พบปะสังสรรค์ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับผู้เข้าร่วมสัมมนา




*8 มีนาคม 2553 - งานแถลงข่าวแนะนำโครงการ “Better the Best”

ด้วยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี อันมีพันธกิจหลักในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ (MICE – Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ได้ดำเนินกิจกรรมการตลาดเชิงรุกต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานในระดับ ภูมิภาค สสปน.จึงได้จัดตั้งโครงการ “Better the Best” ขึ้นเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้งานแสดงสินค้าที่สำคัญทั้งสิ้น 6 งาน ของไทยให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค อันประกอบด้วย
1. Bangkok Gems & Jewelry Fair 2. BIG & BIH
3. METALEX 2010 4. ProPak Asia 2010
5. Renewable Energy Asia 2010 6. VIV Asia 2011
ในการนี้ สสปน. จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวแนะนำโครงการ “Better the Best” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สสปน. และ นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. เป็นผู้ให้ข้อมูลงานแถลงข่าวร่วมกับผู้บริหารผู้จัดงานแสดงสินค้าดังกล่าว ในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13.30 – 15.30 น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 7 โรงแรมแลนด์มาร์ค ถ.สุขุมวิท (สถานีรถไฟฟ้า BTS นานา)
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
คุณญาณิพัชญ์ เล็กอนุสรณ์ และคุณบัวกนก บัวเพชร์ บริษัท เพนเนอร์-แมดิสัน จำกัด
โทรศัพท์ 0-2716-5246 ต่อ 123, 126 โทรสาร 0-2716-5250
อีเมล์: yarnipach_l@penner-madison.com, buakanok_b@penner-madison.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:44:11 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
Furniture Black Friday 2011


โดย: birdfriday วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:17:41:55 น.  

 


โดย: peter125 (steven1064 ) วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:12:19:23 น.  

 
l'ensemble des sorts modifis dom Nike cosaque dom ne pas accomplir acclamant Femme Chaussures Nike No charge Dash 3.


โดย: http://performpatch.com/index.asp?id=13 IP: 110.85.115.77 วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:4:00:03 น.  

 
Not much of all time skillful with regard to the Medusa hallmark. This specific hallmark, commenced as a result of producer Gianni Ray ban sunglasses throughout 1937, features appealing, appealing and so exciting European-style, Them and additionally illustrates your indisputable irreverent rock-star frame of mind.


โดย: http://www.raybanoutletsales.com IP: 120.37.211.136 วันที่: 27 มกราคม 2557 เวลา:0:15:32 น.  

 
Could be the always delicate in regards to the Medusa company. The company, initiated by simply stylish Gianni Ray ban sunglasses within just 1937, is all about stunning, stunning and additionally exciting European-style, Getting this done at the same time television shows any unquestionable irreverent rock-star approach.


โดย: http://www.raybanoutletsales.com IP: 110.89.34.231 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:05:07 น.  

 
Not much is continually refined in connection with Medusa model. The following model, on track by way of designer Gianni Ray Ban within 1937, talks about elegant, elegant plus exciting European-style, The idea and exhibitions an unignorable irreverent rock-star mind-set.


โดย: http://www.raybanoutletsales.com IP: 27.150.231.32 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:44:52 น.  

 
Good article and straight to the point. I am not sure if this is actually the best place to ask but do you guys have any ideea where to employ some professional writers? Thank you :)
Mulberry Outlet UK Sale http://www.wooden-plantation-shutters-knaresborough-harrogate.co.uk/


โดย: Mulberry Outlet UK Sale IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:5:45:50 น.  

 
You are a very intelligent person!
portafogli Louis Vuitton http://www.hotelvillalauri.com/images/servizi/nklf.asp


โดย: portafogli Louis Vuitton IP: 94.23.252.21 วันที่: 21 สิงหาคม 2557 เวลา:10:30:59 น.  

 
d1q7J0 http://www.QS3PE5ZGdxC9IoVKTAPT2DBYpPkMKqfz.com


โดย: matt IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 ตุลาคม 2557 เวลา:18:19:51 น.  

 
Sorry, I ran out of credit https://www.wesearchtogether.org/about.php diflucan for sale online "Like everyone else I want us to strain every sinew to keep those bills down, but I don't think anyone should think that by scrapping all the levies that exist, suddenly with one bound we are free.


โดย: Parker IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2557 เวลา:7:27:38 น.  

 
Could I ask who's calling? http://5passion.com/contact.htm diflucan 400 mg And the play becomes wonderfully funny in the second half when the characters repair to a haunted house in the country and Ronny and his Uncle have to share a bed together to see if there really is a ghost hanging around the place.


โดย: Kayla IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2557 เวลา:7:27:38 น.  

 
I'll text you later http://5passion.com/contact.htm where to buy diflucan over the counter The California law that allows illegal immigrants to practice law grew out of a case of an undocumented Mexican immigrant, Sergio Garcia, who was brought to the United States as a baby and later graduated from a California law school. He has received the support of the State Bar of California and the state attorney general.


โดย: Devin IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2557 เวลา:7:27:42 น.  

 
I've got a part-time job http://newenglandallergy.com/pollen generic diflucan online “I would always have people say, 'That's a good kid,'” said Overton, who was Small's offensive coordinator and position coach after he arrived at Glenville as a sophomore. “He was a good-looking kid, great smile, soft-spoken, but even when I had him, you sometimes had to put him back on track. He was never acting the fool when he was with you. Never that. Just when he wasn't with you, it was, 'Where is he? What is he doing? Is he getting led by the wrong person when he wasn't with you?' Because you knew you can lead him. When we had him, we could lead him in the right direction.”


โดย: Julia IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2557 เวลา:7:27:43 น.  

 
It's serious http://newenglandallergy.com/pollen order diflucan The small piece of fossil resin, which is in the shape of a trapezoid and entombs the skeleton, was found several months ago in the Simojovel amber deposits of the northern part of the southeastern state of Chiapas.


โดย: Devin IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2557 เวลา:7:27:44 น.  

 
I've got a part-time job http://www.kaslodesign.com/web.htm bimatoprost generic latisse * Norilsk Nickel, the world's biggest nickel andpalladium producer, is set to trim spending to some $2 billion ayear until 2018, with the bulk of that spent on developinglucrative Soviet-era operations in Russia's far north. Norilsk,partially owned by Russian tycoon Vladimir Potanin and aluminiumgiant Rusal, said nickel output would rise just 2.6percent by 2018 to as much as 235,000 tonnes.


โดย: Diva IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:2:56:05 น.  

 
Enter your PIN http://www.optimum.ie/momentum/prism albenza albendazole 400 mg In the Disney film, which is led by Chicago director Rob Marshall, Streep plays The Witch, who wishes to reverse a curse so that her beauty may be restored. She stars alongside Johnny Depp, cast as The Wolf, Anna Kendrick as Cinderella and British stars James Corden and Emily Blunt, who play The Baker and his wife. The film will be shooting in Dover Castle in the UK.


โดย: fifa55 IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:2:56:06 น.  

 
I love the theatre http://linuxrants.com/about-mike clomid clomiphene citrate 50 mg Consider this: the only beneficiaries from the atrocity were the rebels, previously losing the war, who now have Britain and America ready to intervene on their side. While there seems to be little doubt that chemical weapons were used, there is doubt about who deployed them. It is important to remember that Assad has been accused of using poison gas against civilians before. But on that occasion, Carla del Ponte, a UN commissioner on Syria, concluded that the rebels, not Assad, were probably responsible.


โดย: Nevaeh IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:2:56:06 น.  

 
A Second Class stamp http://djdinaregine.com/blog buy praziquantel or albendazole Whatever look you go for, we've rounded up the hottest navy alternatives, as this particular Topshop version is sold out. Check out Whistles' sleek silk shirt with gorgeous little hearts all over it. Or alternatively, opt for Lipsy's cosy knitted number to keep you warm through the winter months.


โดย: Julia IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:2:56:08 น.  

 
ht want to support your MLB team by choosing a fitted cap in team colors. The fans of a specific team or employees of a particular company can show loyalty by selecting the team or company colors. An undecorated cap will serve as a base for adding logos or text to publicize your group or organization. Durability is an important reason for choosing New Era styles. The fabric is high quality. It allows the wearer to enjoy the benefits of the sunshade and head protection. The long-wearing fabric and the lining are unique in the style and comfort. When the caps need to last through a season of outdoor activity, you want to pick headgear that is good looking yet sturdy. The range of colors and sizes to be found online makes choosing the perfect hat an easy task. More and more people are discovering the benefits of buying products on World Wide Web. There is no need to travel from store to store trying to find enough headgear in the right color to outfit your Little League team. When you have questions about why 59 Fifty New Era new era hats so popular, the answer is found in several characteristics. The caps are well-constructed and made of durable fabric. The colors and sizes come wholesale beanies nba uk,blank beanies wholesale uk,wholesale sports beanies uk,wholesale beanies cheap uk,wholesale nfl beanies uk,wholesale knit beanies uk,wholesale custom beanies uk,new era hats wholesale uk,new era blank hats uk,customcheap snapbacks free shipping,cheap snapbacks hats,cheap mitchell and ness snapbacks,cheap nba snapbacks,really cheap snapbacks,cheap tisa snapbacks,cheap snapbacks online,cheap snapbacks sale free shipping,wholesale blank snapbacks,wholesale snapbac
New Era Hats Wholesale http://www.trailriding.net/ZM62488/fiftyhats562225.html


โดย: New Era Hats Wholesale IP: 218.251.113.57 วันที่: 25 ตุลาคม 2557 เวลา:0:27:08 น.  

 
Your presentation was dynamic and very enjoyable! Aly G.
Nike NFL Elite Jerseys http://www.fdlgroup.co.uk/images/topnbaplayer.asp


โดย: Nike NFL Elite Jerseys IP: 218.251.113.57 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2557 เวลา:11:52:10 น.  

 
Very interesting tale รฏยปยฟhttp://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ lumigan eye drop (bimatoprost ophthalmic solution) - 0.03 (3ml) On March 18, 2009, the Fed increased its original $500 billion target for QE1 to as much as$1.25 trillion. (The Fed also said it would buy up to $300 billion in long-term Treasurysecurities.) That was a big day for Pimco: The Total Return Fund reported an unusually high 1.32percent return, matching its gain when Fannie Mae and Freddie Mac were seized.


โดย: Thomas IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:44:27 น.  

 
I want to make a withdrawal รฏยปยฟhttp://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ bimatoprost no prescription drug The Prime Minister has endured persistent rebellions from his backbenches over same-sex marriage, House of Lords reform and Europe. If Tory MPs were obliged to put their names to any future coalition agreement – or “dip their hands in the blood”, as one source says – they would be more likely to keep to heel after 2015. Or so the theory goes.


โดย: Kyle IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:44:28 น.  

 
We'll need to take up references รฏยปยฟhttp://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ is bimatoprost available in canada This concept of his guilt or innocence not mattering because heรขย€ย™s already set a terrible example for kids sent Smith over the edge. รขย€ยœI wouldรขย€ย™ve told Cris Carter to go to hell,รขย€ย Smith said. รขย€ยœ. . . Anybody who is innocent shouldnรขย€ย™t feel an onus or responsibility to kids because the appearance is they are guilty but they know they are innocent.รขย€ย


โดย: Brody IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:44:29 น.  

 
Which university are you at? รฏยปยฟhttp://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ bimatoprost ophthalmic solution careprost uk รขย€ยœThis legislation is radical, it is unworkable and it waswritten in secret without any input from the Democrats on thiscommittee,รขย€ย Representative Maxine Waters of California, thepanelรขย€ย™s ranking Democrat, said yesterday. Democrats on thecommittee said the Republican bill would mean the end of 30-yearfixed-rate mortgages.


โดย: Brody IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:44:30 น.  

 
Incorrect PIN รฏยปยฟhttp://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ bimatoprost ophthalmic solution Homeowner Katie Barnett says her McArthur home was wrongly repossessed while she was away with her family last month. When they returned to the house, the locks had been changed and many of their belongings were missing.


โดย: Christian IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:44:31 น.  

 
Sorry, I ran out of credit http://mallowtown.com/historical-articles/ nizagara tablets 100mg “The latest school leaver data shows that more young people that ever are staying in positive destinations such as college, university, training or employment, and record exam results for 2013 also show that are young people are taking school attainment very seriously ahead of their first steps into the jobs market.


โดย: Molly IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:12 น.  

 
This is the job description http://mallowtown.com/historical-articles/ buy nizagara 100mg The Jets have been criticized for allowing Smith to practice on a tender ankle. Ryan defended the decision, saying he was cleared by the trainers and claiming Smith needed to be on the field because the offense was installing new plays.


โดย: Sebastian IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:13 น.  

 
I'd like to open an account http://www.shanemcdonald.com/about/ order nizagara "Point 5 suggests that Apple fix a particularly significant flaw in the implementation of Find My iPhone that allows thieves to connect to the internet and receive emails (eg, password reset tokens) on a stolen device despite its being flagged for remote wipe. This is the flaw that allowed the thief in the video to hijack the victim's Apple ID, but it is the combination of all of the flaws or 'attack fragments' that in the end allow for full-scale device รขย€ย” and ID ownership รขย€ย”without any special software or impressive hacking skills."


โดย: Gabriella IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:15 น.  

 
Special Delivery http://www.lealty.org/publico/sobre_amdia nizagara for sale Moving among fans of supercars and rare collectorsรขย€ย™ models was Motors editor Ken Gibson while Formula One correspondent Ben Hunt tried to tease Lewis Hamiltonรขย€ย™s steering wheel from the tight grip of his son Teddy.


โดย: Jasmine IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:20 น.  

 
Could you send me an application form? http://www.shanemcdonald.com/about/ nizagara 25 On Monday, Walker compared himself to President Franklin Delano Roosevelt, a Democrat. "He felt that there wasn't a need in the public sector to have collective bargaining because the government is the people. We are the people," Walker said.


โดย: Brooke IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:20 น.  

 
Just over two years http://www.lealty.org/publico/sobre_amdia nizagara tablets viagra A group called รขย€ยœHispanics Across Americaรขย€ย said it will demonstrate in support of Rodriguez Tuesday morning while wearing jerseys sporting Rodriguezรขย€ย™s No. 13 and protesting against the Yankees and MLB.


โดย: Jaden IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:25 น.  

 
I'm not interested in football http://www.lennonanddaly.com/extensions nizagara safe That's very true. We do need strong credit unions, but many of these mutuals went to the wall in the aftermath of the financial crisis and this highlighted the problem that many are amateurishly run. It's a sector that I don't think is capable of combating payday lenders, even within the 10-year timeframe set out by the Archbishop.


โดย: Juan IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:25 น.  

 
How many would you like? http://www.rabmad.com/authors/ nizagara tablets medicine Earlier in the day, he argued his clients started the company to fill a need. Currently, he said, old and unwanted horses have to be shipped thousands of miles in sometimes inhumane conditions to slaughterhouses in Canada and Mexico.


โดย: Ricky IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:30 น.  

 
Have you got any ? http://cwruathenian.com/the-minions-of-ath/ nizagara 100mg Brazil's auto market has more than doubled since 2005 and is now the world's fourth largest, but Toyota's market share there has been stuck around 3 percent, compared with nearly 15 percent in the U.S. market.


โดย: Miguel IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:34 น.  

 
Where do you study? http://apalie.org/wordpress/about/ nizagara sildenafil So why was big business unable to support either the Clinton or the Obama health-care reform efforts? One reason, according to a Fortune 500 CEO Mizruchi quotes, is an ideological conviction so deep it trumps the bottom line. รขย€ยœOne [view] inside the business community is a belief that anything the government touches is bad,รขย€ย the executive said. รขย€ยœThere are many who, regardless of any pragmatic benefit to their company, are opposed in any way to government run programs, government mandated programs. It just doesnรขย€ย™t sit well with their philosophy.รขย€ย Thatรขย€ย™s a powerful admission. One reason we give weight to the political recommendations of business leaders is their economic expertise. Just as climate scientists have special authority when it comes to the environment, businesspeople have special authority on economic policy. But if, as Mizruchiรขย€ย™s anonymous CEO says, they are actually just advocating their personal beliefs, one wonders whether they merit a privileged place in the national conversation.


โดย: Alyssa IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:33:35 น.  

 
Can I call you back? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ mg bimatoprost For example, states that have opted out of the Medicaid expansion under PPACA have high uninsured rates among low-income adults, such as Texas—where 55 percent of adults with annual incomes below 200 percent of the federal poverty level are uninsured— and Alaska, Florida and Georgia, where uninsured rates for low-income adults are 40 percent or higher.


โดย: Merrill IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:40:32 น.  

 
We work together http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ online buy bimatoprost Let's face it, it's not the first time we've seen Madonna's underwear. It's a regular sight so while we may not be shocked (anymore) we do wonder where she gets it. Well, we have it on very good authority that Madonna's favourite bra right now is the Belle balcony bra by lingerie label Fantasie. Who knew? The exact style is available to buy so click through and steal her style now.


โดย: Justin IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:40:32 น.  

 
What do you study? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ i need to buy bimatoprost Among other results in the latest ABC News/Washington Post poll, a near-record 78 percent of Americans are dissatisfied with the way the federal government works, with downright anger at a new high in polls since 1992. Criticism over the shutdown is focused on the Republicans, now at their greatest unpopularity in data since 1984. But the Democrats are damaged too.


โดย: Demarcus IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:40:33 น.  

 
Hold the line, please http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ order bimatoprost without prescription Ms May is currently fighting a recurrence of cancer - which she believes is due to two decades suffering the stress of trying to prove she is the victim of a "terrible miscarriage of justice".


โดย: Alfred IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:40:34 น.  

 
Hello good day http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ bimatoprost ophthalmic solution prescription "Removal of the debt ceiling is possible, but I don't think it could be done unless one party controlled both houses of Congress and the White House," Kierkegaard says. "The party that did not control the White House would always feel that they could extract some political capital from it."


โดย: Russell IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:40:35 น.  

 
Best Site Good Work http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ listener meter buy bimatoprost online without rx smack It accused SAC of "systematic insider trading" in a scheme that ran roughly from 1999 to 2010, was designed to boost returns and fees, and enabled SAC to generate hundreds of millions of dollars of illegal profits and losses avoided from timely trades.


โดย: Caleb IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:52 น.  

 
Will I have to work on Saturdays? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ youthful where can i buy bimatoprost ophthalmic solution 0.03 weekly click Still, there was LaPierre on รขย€ยœMeet the Pressรขย€ย back in March, after Cuomoรขย€ย™s รขย€ยœNew York Safeรขย€ย legislation was passed in Albany, worrying about this stateรขย€ย™s new law targeting รขย€ยœsporting firearms, target firearms, self-defense firearms.รขย€ย


โดย: Alyssa IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:53 น.  

 
How would you like the money? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ attack ordering bimatoprost us santos ladder Target-date funds and other retirement portfolios traditionally place a lot of investor funds in bonds, both to generate interest income and because bonds have been considered safer and less volatile than stocks. Today, however, bonds may be more volatile and thus even less safe.


โดย: Allan IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:54 น.  

 
Can you put it on the scales, please? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ billion bimatoprost without a rx brings The sheer variety and inventiveness of ideas that people sent in response to that first tweet helped turn Boobjam from a joke into a 48-hour code-a-thon scheduled to happen at the end of September in the US, which now has Ms Frank engaged in a frantic quest for a suitable venue.


โดย: Keith IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:56 น.  

 
Will I be paid weekly or monthly? http://skin-solutions.co.nz/what-is-ipl/ located cousins bimatoprost over night disturbance and that’s how dietary supplement companies evade federal and state regulation.. good for businesses and politicians.. who cares if its bad for average Americans, they are just the suckers buying the snake oil…


โดย: Sidney IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:24:57 น.  

 
Contrary to lots of other wellness vacation retreats, employees is quickly obtainable and the best course instructors normally settle afterward to resolve things when it comes to friends. What is more, youl meet the one who owns Our bella Vita Keep your distance, Margot Rutigliano, who's show along with chaotic atlanta divorce attorneys keep your distance to assure just about every guest is normally taking advantage of their unique knowledge. Your lover produces little accessible to everyone and thus increases them comfortable thankfulness for choosing the main vacation. A one found in a nice, warm or qualified woman, Margot essentially may possibly make doing this holiday a distinctive discover.
Parajumpers jackets http://www.downjacketno.com/tag/Parajumpers-jackets/


โดย: Parajumpers jackets IP: 157.7.205.214 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:6:54:04 น.  

 
Your account's overdrawn รฏยปยฟhttp://hunterdk.com/products-2/ take clomid The Focus ST Mountune upgrade comes in silver or black and includes a cast alloy inlet duct, high-flow air filter element, larger alloy intercooler and unique calibration. The Fiesta ST version has a re-modelled air box base with secondary inlet duct, a high-flow filter element and unique calibration.


โดย: Madelyn IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:05 น.  

 
Another year รฏยปยฟhttp://www.studioforty9.com/products order bimatoprost without a rx overnight shipping When Congress failed to take action before a July 1 deadline, interest rates doubled on undergraduate Stafford loans, from 3.4 percent to 6.8 percent. Meanwhile, graduate loans were fixed at 6.8 percent and PLUS loans were to be offered at 7.9 percent.


โดย: Mia IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:06 น.  

 
Stolen credit card รฏยปยฟhttp://redesaudedapopulacaonegra.org/participe fluoxetine online no prescription uk Numerous polls show Republicans have taken a hit in public opinion since the standoff began and the government partially closed. A Washington Post/ABC News poll released on Monday found that 74 percent of Americans disapprove of the way congressional Republicans have handled the standoff, compared with a 53 percent disapproval rating for Obama.


โดย: Grover IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:07 น.  

 
An accountancy practice รฏยปยฟhttp://ekarfarm.org/about-us/history/ eriacta 100mg The CEO's softer tone contrasts with previous frustration with the Dreamliner, which has suffered a string of troubles since it entered service two years ago. Among previous remarks, the airline has said, "(The) Dreamliner has proven to be more of a nightmare for airlines relying on this new craft, especially Norwegian Air Shuttle."


โดย: Emile IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:12 น.  

 
A law firm รฏยปยฟhttp://ekarfarm.org/about-us/history/ eriacta 100 vs viagra Federal Reserve Board Governor Daniel Tarullo gestures as he testifies before a Senate Banking, Housing and Urban Affairs Committee hearing on ''Mitigating Systemic Risk Through Wall Street Reforms'' on Capitol Hill in Washington July 11, 2013.


โดย: Isiah IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:13 น.  

 
A Second Class stamp รฏยปยฟhttp://hunterdk.com/products-2/ clomid 50mg days 5-9 twins In a speech to students at Harvard last week, he talked about Europe's pursuit of "a more perfect union," and emphasized how the political will of Europe's leaders had helped hold the euro zone together, against the expectations of some U.S. hedge funds, which bet the region would shatter and lost money.


โดย: Denny IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:14 น.  

 
Accountant supermarket manager รฏยปยฟhttp://cainawning.com/residential/ who makes generic desyrel Minnesota Vikings linebacker E.J. Henderson fractures his femur in an attempt to tackle Arizona Cardinals RB Tim Hightower on Sunday, Dec. 6 in a 30-17 loss. He has to be taken off the field in a motorized cart.


โดย: Buster IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:16 น.  

 
Yes, I love it! รฏยปยฟhttp://www.clsecurities.com/mutualfunds.html cipro online No such offer was extended to Rodriguez. Baseball investigators feel they have overwhelming evidence that proves A-Rod violated the joint drug program รขย€ย” which would warrant a lifetime ban รขย€ย” in addition to evidence that suggests he attempted to interfere with their investigation into Biogenesis.


โดย: Cleveland IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:18 น.  

 
I'd like to speak to someone about a mortgage รฏยปยฟhttp://www.livingfoods.ie/terms-and-conditions/ buy sildenafil citrate The CDC could not be reached for additional informationabout the recurrences of infection because of the U.S. federalgovernment shutdown. Calls to CDC phones were answered byrecordings about furloughed workers.


โดย: Dennis IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:19 น.  

 
Can you put it on the scales, please? รฏยปยฟhttp://www.clsecurities.com/mutualfunds.html buying cipro online The astronaut began to make his trek back to the airlock, but found that his trip back would not be as easy as it was when he left earlier. He said he could feel that the water was increasing, and it started covering the sponge on his earphones, beginning to affect the communication system inside his helmet. After this, the water crept its way towards the front, almost completely covering his visor and obscuring his vision.


โดย: Enoch IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:54:21 น.  

 
Just over two years http://www.gravity1020.com/on-tap/ best price wellbutrin xl 300mg "Developing countries face a triple whammy - falling markets, falling prices and diminished capital inflows, particularly if interest rates in developed countries chase U.S. rates higher," he said in a report.


โดย: Davis IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:52 น.  

 
I saw your advert in the paper http://www.gravity1020.com/on-tap/ much does wellbutrin prescription cost Meanwhile, Turkey said it had shot down a Syrian helicopter close to its border. Deputy Prime Minister Bulent Arinc said the aircraft was engaged by fighter jets after violating Turkish air space. It came down in Syria and the fate of the crew is unknown.


โดย: Ivory IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:53 น.  

 
Can you put it on the scales, please? http://www.fortcollinsbrewery.com/new-store/ diflucan 150 costo "I read that this morning," Gasol said. "I can't confirm it. I tried to get in touch with Lamar, but I haven't been able to do it. … I wish that he is well and, if these rumors are true, that he recovers, because I have a great love for Lamar."


โดย: Roberto IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:53 น.  

 
An accountancy practice http://www.bikethebyways.org/15-byways/ ordering diflucan Women's fashion accessory and apparel maker Francesca's, whichtargets the female 18-to-35 demographic, missed on the ZacksConsensus Estimate today and lowered third quarter guidance. Samestore sales fell 1% in the second quarter. Like the teen retailers,it said traffic was weak, especially in July, and remained so intoAugust.


โดย: Julius IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:54 น.  

 
I'm doing a masters in law http://www.fortcollinsbrewery.com/new-store/ purchase diflucan "I watched it online and just loved him for it," she said Tuesday. "I can't say too much (about the foundation) now because we're still a month or so away from announcing it, but it's going to be big."


โดย: Stephanie IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:55 น.  

 
i'm fine good work http://www.industriepoort.nl/algemene-ledenvergadering motrin 800mg Royal Philips Electronics NV says its net profit in the second quarter soared to รขย‚ยฌ317 million ($416 million) from รขย‚ยฌ102 million in the same period last year partly thanks to stronger sales of consumer products like shavers in emerging economies.


โดย: Lifestile IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:47:59 น.  

 
Will I have to work on Saturdays? http://www.industriepoort.nl/algemene-ledenvergadering is motrin aspirin Inside, the i3 is a strict four-seater and despite its small proportions there is good space, with capacity to carry four adults and luggage. BMW claims it has the same interior room as the 3-series saloon. In terms of dimensions, it is slightly bigger all-round than an Audi A1. Similar to Ford's B-Max, there are no visible b-pillars in the i3, so when the doors are open there is wide empty space between the front and back seats, with no obstacles between them. The dash is a combination of plastic and hemp, with a eucalyptus-wood trim strip.


โดย: Caleb IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:48:02 น.  

 
What sort of work do you do? http://www.parki.is/fyrirtaekid/ buy bimatoprost amex online Long GRBs, which are the brightest known electromagnetic events in the universe, are also connected with the deaths of rapidly spinning, massive stars. Although such GRBs initially are detected by their high-energy radiationรขย€ย”GRB 130702A, for example, was first located by NASA's Fermi Gamma-ray Space Telescopeรขย€ย”an X-ray or visible-light afterglow must also be found to narrow down a GRB's position enough so that its location can be pinpointed to one particular galaxy and to determine if it is associated with a supernova.


โดย: Rodolfo IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:48:03 น.  

 
Looking for work http://www.tsirkus.ee/pildid diflucan for Peter Bogdanovich, who's in New York directing "Squirrel to the Nuts," starring Jennfer Aniston, is said to be frail, but that claim may be aimed at shrinking the film crew to save time and money.


โดย: Emery IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:48:04 น.  

 
What sort of work do you do? รฏยปยฟhttp://www.rdorval.com/pesquisas/ cheap glucophage Pettitte, on the other hand, has more incentive to make the final start of his career on Saturday in what essentially is his hometown. He said he was leaving 50 tickets for family and friends, and figured that many more friends had bought tickets on their own to see him pitch.


โดย: Sophie IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:21:57 น.  

 
A First Class stamp รฏยปยฟhttp://sacraliturgia2013.com/program/ imovane 7 5 mg ulotka And I'm David Greene. Closing arguments in the Bradley Manning trial are scheduled for tomorrow. The Army private first class admitted to perpetrating the largest leak of classified data in U.S. history. That's when he sent secret government documents to Wikileaks in 2010. The U.S. government has charged Manning with 22 offenses. The most serious is aiding the enemy, and he could face life in prison if he's convicted.


โดย: Alonso IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:08 น.  

 
I've lost my bank card รฏยปยฟhttp://lifemot.co.uk/training-courses/ cheap flomax online By now, the music had moved from some kind of Sino-Peruvian electro-pan pipe affair (not a sub-genre you will often encounter, or wish to) to something less offensive. The weather had changed, the bright autumnal sun replaced by rain slanting down the windows so torrentially that it felt like being in a car wash. Denied that view, it was time to depart a restaurant so expensive that it will be a destination primarily for the clinching of deals, commercial and amorous.


โดย: Infest IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:11 น.  

 
How do you spell that? รฏยปยฟhttp://sacraliturgia2013.com/program/ imovane 7.5 fass What better way to spend the summer than doing an internship? Sure, you are not paid, you work 50 hours per week and you have to pick up your bossรขย€ย™s dry cleaning, but at least you are getting some work experience and getting a foot in the door. These conditions are widely accepted and some believe interns have no right to complain. However, recently interns have been rising up and speaking out about unacceptable working conditions.


โดย: Granville IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:14 น.  

 
I'd like to apply for this job รฏยปยฟhttp://www.matrizdesenho.com.br/pt/matriz lasix buy The Release also examines risk controls that could be implemented by exchanges and participants in automated trading environments. This includes pre-trade risk controls, post-trade reports and other post trade measures, system safeguards related to the design, testing and supervision of automated trading systems, and additional protections designed to promote safe and orderly markets.


โดย: Cyrus IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:21 น.  

 
How do you do? รฏยปยฟhttp://sacraliturgia2013.com/program/ imovane 7.5mg sleeping tablets Iran built a second uranium enrichment plant at Fordow, deep underground near the Shi'ite Muslim holy city of Qom, started producing uranium to a level closer to that suitable for bombs, and installed advanced centrifuges able to enrich much faster.


โดย: Russell IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:28 น.  

 
What sort of music do you listen to? รฏยปยฟhttp://earlymorningharvest.com/productsprices flomax 0.4 Whenever possible I try to locate areas for photo editing that afford a lookout, not only for inclinations towards scenic vistas but also to scope out additional photo opportunities. A perfect example was when my car was parked on the high ground of the scene, above the battle site, hours after the reenactment finale. I looked up from editing on my laptop to see a son aiding his hobbling father with a makeshift crutch of a brogan shoe and rifle. Jim Jones, 65, a Union 1st Wisconsin Raider, from Crawford County, Wisconsin, had sustained a grievous foot injury during battle. It was brutal and bloody and hoodwinked me for sure. Long after nearly all traces of period clothes had disappeared from the remaining reenactors still milling about the area, this bearded wonder was still enmeshed in his historical interpretation, a quintessential display of the passion on display.


โดย: Eusebio IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:31 น.  

 
Have you got a telephone directory? รฏยปยฟhttp://earlymorningharvest.com/productsprices flomax cr Forbes pegged Omidyar's net worth at $8.5 billion. Among hisventures is Honolulu Civil Beat, a news website covering publicaffairs in Hawaii. Civil Beat aims to create a new onlinejournalism model with paid subscriptions and respectful commentthreads, though it is unclear how successful it has been.


โดย: Lance IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:32 น.  

 
How many would you like? รฏยปยฟhttp://www.matrizdesenho.com.br/pt/matriz lasix mg Russian also exports middle distillates from the Black Seaand the Pacific. Its total diesel exports from all outlets wereup by around 11.5 percent to 15.85 million tonnes in the firstfive months of 2013, the latest period for which data isavailable..


โดย: Jessica IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:33 น.  

 
About a year รฏยปยฟhttp://lifemot.co.uk/training-courses/ generic name for flomax Bullard is usually seen as a policy centrist, but has become one of the central bank's most vocal doves due to concern that inflation remains too far beneath the Fed's goal of 2 percent, which he worries could lead to damaging deflation.


โดย: Stephanie IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:22:37 น.  

 
pjs
[url=http://www.downjacketno.com/tag/parajumpers-gobi-herre/]parajumpers gobi herre[/url]


โดย: parajumpers gobi herre IP: 157.7.205.214 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:50:47 น.  

 
I've been made redundant http://greenwoodsstatebank.com/personal-loans/ bbb personal loan companies The Globe and Mail newspaper reported on Tuesday that Burkhardt had jumped at the opportunity in 2012 to start haulingoil after a decade of financial troubles and struggles with hiscore forestry products customers. Within a year, he was turninga profit due to the oil transport business, the Globe reported.


โดย: Eduardo IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:07:53 น.  

 
Whereabouts are you from? http://www.clearc2.com/products/c2crm-overview/relationship-management.html Clomipramine 10 Mg "Regulators have to begin to realize that the pendulum has swung too far in the direction of machines and they need to reevaluate the way they think of the market,รขย€ย said Doreen Mogavero, president and CEO of Mogavero, Lee & Co.


โดย: Jarred IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:39 น.  

 
I'll put him on http://www.businessroadshow.ch/index.php/vip.html Lovegra Uk CINCINNATI รขย€ย” The Mets may be dreaming of signing Shin-Soo Choo in the offseason, but this morning he is their nightmare. The center fielder had a walk-off single in the bottom of the 10th inning as the Reds beat the Mets, 3-2, Monday night at Great American Ballpark.


โดย: Lawrence IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:40 น.  

 
Where's the nearest cash machine? http://www.businessroadshow.ch/index.php/vip.html Buy Lovegra Online A Tennessee high school has decided to revise its field trip policy after a group of freshmen were taken to an Islamic mosque where they were given copies of the Koran and while a student who opted out of the trip was given a worksheet that alleged Muslims treated their conquered people better than the United States treated minorities.


โดย: Ronald IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:42 น.  

 
Incorrect PIN http://dietaefitness.com/index.php/Dieta/ cheap prednisone Mr Kenny, its general secretary, said the union would decide whether to ballot its members on whether they still want to give money to Labour in September - meaning the funding cut could happen as early as next year.


โดย: Benito IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:42 น.  

 
Could you ask him to call me? http://www.clearc2.com/products/c2crm-overview/relationship-management.html Clomipramine Tablets Technology has inspired young people to write blogs, teach themselves to code, to learn together and socialise with people from all over the world. There are a lot of activities competing for the attention of young people, which affects their reading habits, but young people are still passionate about reading.


โดย: Graig IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:43 น.  

 
Do you know the number for ? http://www.clearc2.com/products/c2crm-overview/relationship-management.html Clomipramine Buy Solo game maker Alistair Aitcheson solved some of those problems by moving in with his parents and using their home as his development HQ. That left him more time to worry about how to get his two titles, Greedy Bankers and Slamjet Stadium, noticed and into the hands of gamers.


โดย: Lenard IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:44 น.  

 
I've been cut off http://www.all-climb.de/index.php/ig-klettern-allgaeu Megalis India A father of 15 children, some historians believe his instability was caused by a hereditary physical disorder called porphyria. He died in at Windsor Castle in January 1820, after a reign of almost 60 years.


โดย: Mohammad IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:46 น.  

 
Can you put it on the scales, please? http://www.elinternacional.net/index.php/inicio/internacional purchase femara Last Saturday two reserve soldiers died during an SAS selection exercise on Pen y Fan, and a third was taken seriously ill, as temperatures reached 30C. One of those who died was later named as L/Cpl Craig Roberts, 24, from Penrhyn Bay, Conwy.


โดย: Doyle IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:47 น.  

 
Which university are you at? http://www.shout.se/om-oss/processen/ purchase hoodia A provincial official in Baluchistan, Additional Home Secretary Zahid bin Maqsood, put the death toll at 210 and said 375 people had been injured, while a spokesman for the provincial government, Jan Mohammad Bulaidi, put the death toll at 238 รขย€ย” conflicting figures likely due to the difficulty in contacting local officials and people in the remote region.


โดย: Crazyivan IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:47 น.  

 
I'd like to pay this in, please http://www.recession-sessions.com/buy/ Griseofulvin Buy The Giants issued a statement after Jones' tweet that read: "We would like to extend our sincerest apologies to Adam and the entire Orioles organization for this unfortunate incident. The inappropriate actions of this individual in no way reflect the values of our organization and our fans."


โดย: Fletcher IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:40:48 น.  

 
The line's engaged http://www.nycdirectcremation.com/obituaries/ buy imovane 7.5mg One of Bradshawรขย€ย™s contemporaries, Hall of Fame running back Tony Dorsett, was part of the lawsuit, and recently told The News that while the settlement might provide money to former players who need it immediately, he would have liked a provision that gave retirees guaranteed medical insurance for the rest of their lives.


โดย: Alfredo IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:03 น.  

 
Is it convenient to talk at the moment? http://www.webface.ie/our-advantages.html buy zimovane sleeping tablets uk A shop owner near the U.S. embassy, under tight security since crowds tried to storm it in 2012 over a film released in the United States seen as insulting Prophet Mohammad, said many locals had moved elsewhere to escape stringent security.


โดย: Friend35 IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:04 น.  

 
I read a lot http://www.nycdirectcremation.com/obituaries/ imovane 7.5mg tabletta Boardwalk Empire gets away with a lot รขย€ย” appalling violence, race baiting, full frontal nudity (male and female), explicit violence, etc. รขย€ย” because of its exquisite sense of time and place, and its attention to period detail. The fourth-season opener picks up in New York, 1924, in the burgeoning jazz clubs of Harlem, and Art Deco is all the rage. Whiskey is still hard to come by, but otherwise life is good: Itรขย€ย™s a time for taking account of oneรขย€ย™s stock.


โดย: Ferdinand IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:10 น.  

 
I can't get through at the moment http://kyoorius.com/publications/ lexotan for sale Mr Rudd, whose passion for appearing on the international stage earned him the nickname "Kevin 747", is well behind in the polls and has sought to target public concerns about Mr Abbott's leadership abilities.


โดย: Gracie IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:13 น.  

 
Hello good day http://www.cleanenergyconsultancy.co.uk/training/workshops/ can i take 2 7.5 mg zopiclone The officials, speaking anonymously, told the Journal that the actions of "elite Unit 450" would complicate any planned US military strike. They also said US and Israeli intelligence agencies were less confident than six months ago about the location of Assad's chemical weapons stores, which would make any verification of the weapons' destruction much harder.


โดย: Wilber IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:17 น.  

 
How many more years do you have to go? http://www.hollandpompgroep.nl/atex zopiclone mg Mr Olaf Wendler, a professor of cardiac surgery at King's College Hospital, told the BBC: "In the technique we have now used for the first time in the UK, one does not need to stop the heart, one does not even necessarily need to place the patient on a heart-lung machine.


โดย: Sterling IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:18 น.  

 
Thanks funny site http://www.cleanenergyconsultancy.co.uk/training/workshops/ zopiclone 7.5 mg high "I want to see the church get closer to the people," he told them. "I want to get rid of clericalism, the mundane, this closing ourselves off within ourselves, in our parishes, schools or structures, because these need to get out."


โดย: Jonathan IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:21 น.  

 
Whereabouts are you from? http://www.cleanenergyconsultancy.co.uk/training/workshops/ zz 7.5 is 7.5mg zopiclone This likely would have spelled trouble for Microsoft, with Nokia currently accounting for around 85 percent of the Windows Phone market, due to devices from HTC and Samsung struggling to lure customers to the operating system. However, with Samsung accounting for around 90 percent of the Android market, according to reports, the shift would have been a risk for Nokia too - although given the firm's decent hardware and camera technology, we think the Finnish phone firm could have seen success in the Android smartphone market.


โดย: Garth IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:25 น.  

 
perfect design thanks http://www.nycdirectcremation.com/obituaries/ 7.5 mg imovane With potent creams, babies' risks also did not change when women used a total of 100 to 200 grams of the drugs during their entire pregnancy. But when mothers-to-be used 300 grams - the amount in six standard-size tubes - or more, the risk of low birth weight went up sevenfold.


โดย: Silas IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:26 น.  

 
How many weeks' holiday a year are there? http://www.theislamicmonthly.com/advertising/ generic ambien 20 mg A group of young men and women sat on Tuesday under a hand-painted banner in the park saying "Welcome to the Taksim martyrs' park, 1977-2013", referring to more than 30 people who died in clashes at a May Day protest in Taksim Square in 1977.


โดย: Darrick IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:2:18:27 น.  

 
Accountant supermarket manager รฏยปยฟhttp://bambergfineart.com/contact/ order premarin online "Let the Kerry-Lavrov plan go to hell. We reject it and wewill not protect the inspectors or let them enter Syria." - Qassim Saadeddine, an official of the opposition Syrian SupremeMilitary Council.


โดย: Micah IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:26 น.  

 
I'm on work experience รฏยปยฟhttp://www.ilbaccarodublin.com/reservation nexium coupons Fifty-six percent of Americans see across-the-board federal spending cuts imposed by Congress this year as doing more harm to the economy than help, a broad rejection of the so-called รขย€ยœsequesterรขย€ย that crosses political parties. Twenty-six percent of respondents say the indiscriminate cuts are helping.


โดย: Kristofer IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:27 น.  

 
A financial advisor รฏยปยฟhttp://denali2013.org/teachers-section/ order motilium online At a busy beach in the coastal town of Alepochori near Athens, vandalism and theft of the solar panel are common. If something breaks, locals say it could take days for the municipality to fix it, sometimes delayed by striking workers.


โดย: Frederick IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:28 น.  

 
Will I have to work shifts? รฏยปยฟhttp://bambergfineart.com/contact/ premarin online CNBC reporter Melissa Lee brings a healthy note of skepticism and concern as she travels around talking with engineers and entrepreneurs and bureaucrats who are developing the machines that will drive our cars, monitor our vital signs and watch pretty much every move we make outside our homes.


โดย: Madeline IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:29 น.  

 
Do you have any exams coming up? รฏยปยฟhttp://www.wacarts.co.uk/whats-new propecia cost It is also sending strong signals to oil markets about its pricing policies should it make headway in the nuclear talks with the West. The next round of talks with the U.N. nuclear agency is planned for next week.


โดย: Lucas IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:30 น.  

 
real beauty page รฏยปยฟhttp://iopb.eu/humanbrand/ motilium pharmacy "When Guney was brought in, they missed half the things inhis car," the lawyer said. "The dry-cleaning bill didn't enterthe investigation file until a month later. If you look at thetranscripts of the first hours of questioning, all they aredoing is trying to update their archives about PKK activities."


โดย: Sylvester IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:31 น.  

 
Your account's overdrawn รฏยปยฟhttp://denali2013.org/teachers-section/ motilium price "The indictment returned today alleges the Giudices lied to the bankruptcy court, to the IRS and to a number of banks," U.S. Attorney Paul Fishman said. "Everyone has an obligation to tell the truth when dealing with the courts, paying their taxes and applying for loans or mortgages. That's reality."


โดย: Lindsay IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:31 น.  

 
Have you got any qualifications? รฏยปยฟhttp://www.wacarts.co.uk/whats-new buy propecia online uk One book per qualifying transaction. Subject to availability, while stocks last. Voucher is valid until Wednesday, October 16 at WHSmith high street and travel stores and at selected hospital stores. Excludes motorway service stores, outlet stores, Online, ‘Books by WHSmith’ at Selfridges, Harrods, Arnotts and Fenwick’s stores and WHSmith ‘Local’. Voucher offers cannot be used in conjunction with any other offer or promotional voucher and vouchers must be surrendered upon use. Photocopies will not be accepted. No cash alternative. WHSmith reserves the right to reject any voucher it deems, in its sole discretion, to have been forged, defaced or otherwise tampered with.


โดย: Salvatore IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:32 น.  

 
I'll call back later รฏยปยฟhttp://bambergfineart.com/contact/ premarin price On a ground-up project that has a cost-upon-completion of about $27 million, the hope is that youรขย€ย™ve created an asset that is worth a 20% gain. Though, that is not necessarily the case for rehabilitation or retail projects, for instance. St. Pierre says investors should come in with an understanding that it is a รขย€ยœcase by caseรขย€ย basis so it is hard to give prospective investors a dollar amount upfront.


โดย: Arnoldo IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:5:39:33 น.  

 
What sort of music do you listen to? http://www.summerbreezecampground.com/about/ Tylenol Wholesale Besides his focus on running for re-election, Christie said he is busy with the business that “comes on the desk of a governor when you are responsible for actually doing things and not just debating.”‘


โดย: Louis IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:25 น.  

 
I'm afraid that number's ex-directory http://webconcepts.ie/portfolio/postcard/ purchase terbinafine tablets รขย€ยœEverythingรขย€ย™s a read,รขย€ย Michael Del Zotto said of a defenseman's responsibilities in Vigneaultรขย€ย™s system, meaning within the structure, itรขย€ย™s on individual players รขย€ยœto know when to go and when not to go.รขย€ย Those split-second decisions are far from instinctive for the Rangersรขย€ย™ back-end, and itรขย€ย™s showing in their inability to contain.


โดย: Britt IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:25 น.  

 
How would you like the money? http://afritest.net/index.php/test-issues betamethasone valerate cream 0.1 Selling Carbon Emission Credits is a hustling conmanรขย€ย™s wet dream. Where else can you sell and actually accept payment for something you donรขย€ย™t make, are not required to show or display, canรขย€ย™t deliver, which does not exist? The รขย€ยœCap & Trade schemeรขย€ย and the รขย€ยœEmperorรขย€ย™s New Clothesรขย€ย story have a lot in common, those being a hustlerรขย€ย™s con and scam, and a gullible public so intimidated by political correctness that they irrationally convince themselves that their own eyes/minds are lying to them.


โดย: Jimmi IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:26 น.  

 
A few months http://www.novelpsychoactivesubstances.org/conference/ Pure Acai Berry Uk Sorry, but why the focus on Ph.D.s? And, why the temporary visas? Less well-educated immigrants have made major contributions to the American economy. The majority of immigrant small-business owners in the United States, for example, do not have a college degree รขย€ย” as is also true for U.S.-born small-business owners.


โดย: Wendell IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:27 น.  

 
It's serious http://www.novelpsychoactivesubstances.org/conference/ True Acai Berry There’s a sphere where dollars are suboptimal for transmitting value electronically. In addition to contraband, the US doesn’t want Wikileaks, the Pirate Bay, some people in Iran to have access to the payments system.


โดย: Cedrick IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:28 น.  

 
I can't stand football http://afritest.net/index.php/test-issues betamethasone gel Today, there are ongoing struggles for human rights in Africa, Asia, the Middle East, Europe, the Americas and every corner of the world. When we talk about rights today, we rarely think of just how many there are, andย how often they’re infringed upon or taken away. It’s easy to forget that the rights many take for granted are the very same others die fighting for.


โดย: Luciano IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:29 น.  

 
Other amount http://www.adirondack.org/buyer-days2014/ bimatoprost online consultation Ken Siegel, managing partner at law firm Morrison & Foersterin Tokyo, said private equity funds continue to seekopportunities in Japan, but it could take time before corporatebuyers follow Applied Materials' lead.


โดย: Trent IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:30 น.  

 
I work for myself http://www.lichtassociatie.nl/over-de-nla kamagra zsel 100 mg Adding J-Smoove and Jennings makes the Pistons more interesting, I'll give them that. And if there were a "Which team will be the most dysfunctional in 2013-14?" option, the Pistons would have gotten my vote. Otherwise, they don't belong here.


โดย: Adrian IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:30 น.  

 
We're at university together http://afritest.net/index.php/test-issues actavis clotrimazole and betamethasone dipropionate cream "No country is an island," she said. "In today's interconnected world, the spillovers from domestic policies ... may well feed back to where they began. Looking at the wider effect is in your self-interest. It is in all of our interests."


โดย: Pedro IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:31 น.  

 
I enjoy travelling http://www.adirondack.org/buyer-days2014/ buy bimatoprost amazon “I miss you, I hope to be at least a friend to you. I’ve loved you too, much, too, many years,” Cretu wrote in the message to Powell’s AOL account. “YOU were my greatest love of my life, butifond [sic] finally, a reaistc [sic] love.”


โดย: Clint IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:44:32 น.  

 
It's a bad line http://www.ialt.ie/history/ second loan The small North African country, whose 2011 uprising against Ben Ali inspired Arab revolts elsewhere, has been in crisis since Islamist militants assassinated an opposition leader in July, setting off protests demanding that Ennahda step down.


โดย: Jeremiah IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:34 น.  

 
I'm on holiday http://www.thediscoverypartnership.com/blog/ advance cash fast loan payday payday “You see that, definitely, through season four. He’s trying to find his feet. He may have a job, but he doesn’t really have a role or a status in the society, and that’s something that he needs to try and find.”


โดย: Sylvester IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:34 น.  

 
Just over two years http://www.thediscoverypartnership.com/blog/ loan modification maryland “When I was a kid I read about Fonthill Abbey,” he says, “where the author William Beckford had the largest cabinet of curiosities in the world. And I dreamed of one day driving myself broke creating a strange place of my own.”


โดย: Ella IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:36 น.  

 
An envelope http://www.leevalleygcc.ie/contact/ installment loans in madison wi รขย€ยœThe Kombi is part of Brazilรขย€ย™s cultural and emotional landscape,รขย€ย Sao Paulo marketing executive Marcello Serpa told the AP. รขย€ยœAnd that explains the strong feelings of affection most people have for it.รขย€ย


โดย: Elwood IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:37 น.  

 
I was born in Australia but grew up in England http://www.oconnellsdonnybrook.com/opening-hours/ payday installment loans texas This will not suffice. Look for America to intensify financial repression through regulations that forces banks and other regulated entities to hold low yielding government securities. Also, it will attempt to generate unanticipated inflation. Ultimately, it will be forced into more painful austerity involving both spending and tax measures.


โดย: Rayford IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:37 น.  

 
A First Class stamp http://www.bevisibleonline.com/index.php/contact loan me one com Permanent U.N. Security Council members Russia, China, the United States, Britain and France are trying to agree a resolution that would support the deal for Syria to abandon its chemical weapons and be acceptable to both Russia and the West.


โดย: Deangelo IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:38 น.  

 
I didn't go to university http://www.oconnellsdonnybrook.com/opening-hours/ quick cash no credit check Among the fatigued individuals, the researchers noted impaired activity in regions of the cortex that evaluate appetite and satiation. Simultaneously, there was a boost in areas associated with craving.


โดย: Nathanael IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:39 น.  

 
How much notice do you have to give? http://www.leevalleygcc.ie/contact/ top ten cash loans “We are confident that the right nuclear safety-conscious work environment still exists within PSEG Nuclear and that employees and contractors are comfortable raising concerns,” said Joe Delmar, spokesman for PSEG Nuclear.


โดย: Alfredo IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:40 น.  

 
Where are you calling from? http://www.irlandaitaliana.com/our-promoters/ countrywide home loans.com Solid iPhone sales helped Apple Inc to beat WallStreet expectations last night, with the Californian technologygiant surpassing hopes for both quarterly earnings and revenuesas investors clamour for new products. ()


โดย: Fifa55 IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:40 น.  

 
We were at school together http://www.ottawarenovates.com/archives/ online payday line The treasurer says she doesnรขย€ย™t like the high fees, but has a fiduciary obligation to look at the bigger picture รขย€ย” the welfare of the pension fund. She says she doesnรขย€ย™t recall meeting Loeb, Singer or Garschina, and that the selection of their hedge funds was vetted by the Treasuryรขย€ย™s staff and outside consultant, and approved unanimously by the Investment Commission. Of Loebรขย€ย™s Third Point Partners, the stateรขย€ย™s highest-performing hedge fund with a 29.46-percent return in 2012-รขย€ย™13, she said, รขย€ยœIรขย€ย™m proud of his accomplishments.รขย€ย


โดย: Forest IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:1:08:41 น.  

 
One moment, please รฏยปยฟhttp://agrimeetings.com/contact-us 500 mg tetracycline hydrochloride The service was not cheap. Bird said he spent about $700 setting up Comcast's Xfinity home product at his beach house for cameras and sensors, as well as other features that allow him to control the thermostat and lights when he is away.


โดย: Elvin IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:56 น.  

 
I'm doing a masters in law รฏยปยฟhttp://www.painttheparks.com/quest/ buy proscar online without a prescription In the days since the announcement, however, BlackBerryรขย€ย™s share price has once again been caught in a downward spiral, indicating investors have doubts the Fairfax deal will go through. On Wednesday, BlackBerry shares sank more than 6 per cent Wednesday on Nasdaq, to about $8, as investors fretted over Fairfaxรขย€ย™s ability to raise enough equity to make the deal happen.


โดย: Michale IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:57 น.  

 
I can't get a signal รฏยปยฟhttp://www.insolvencni-spravce.com/clanky/16_aktuality/ seroquel cost australia Gatland said: "We have an important campaign ahead as we look to test ourselves against some of the best sides in the world, but also add strength in depth to our squad as we look to the future.


โดย: Deangelo IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:58 น.  

 
What's the interest rate on this account? รฏยปยฟhttp://agrimeetings.com/contact-us 500 mg tetracycline cured bee bite Japan was the best performer, with the Nikkei up 1.2%, helped by a weaker yen. The dollar rose against its Japanese counterpart early in the session, though it softened slightly to ร‚ยฅ98.60 after a 0.6% gain Wednesday.


โดย: Andre IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:59 น.  

 
History รฏยปยฟhttp://www.vosburghhomedecor.com/products/brands/ proscar 5 mg tablete But sales of the company's medical devices were hurt bypatients' continuing reluctance to undergo elective surgeriesand other procedures in a weak economy. Division sales fell 2percent to $6.93 billion.


โดย: Bobby IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:59 น.  

 
I'd like , please รฏยปยฟhttp://www.vosburghhomedecor.com/products/brands/ generic proscar (finasteride) Hunter "Gage" LeFevers died last October, nearly two weeks after visiting the petting zoo at the Cleveland County Fair in North Carolina, which was owned and operated by the Tennessee-based Circle G Ranch: Wild Animal Park, and Camel Safari.


โดย: Percy IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:25:00 น.  

 
Go travelling รฏยปยฟhttp://www.painttheparks.com/quest/ proscar hair regrowth results There have been recent attempts at tentative diplomacy by the Koreas, but tensions could rise again this month as South Korea and the United States are scheduled to begin a joint military exercise on Aug. 19.


โดย: Jarod IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:25:01 น.  

 
I'd like to speak to someone about a mortgage รฏยปยฟhttp://www.insolvencni-spravce.com/clanky/16_aktuality/ buy seroquel online cheap The measure has several provisions to ensure that furloughedfederal workers receive pay they missed during the 16-dayshutdown. And it provides $9.248 billion for the operations ofthe Federal Aviation Administration to prevent budget cuts fromdisrupting the work of air traffic controllers and safetyinspectors.


โดย: Fidel IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:25:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.