Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
17 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
คลังข่าวและสัมมนา 3

*เส้นทางกฎหมาย 7 ชั่วโคตร/มติชน วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551
ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ...เป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลขิงแก่ โดยนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภาคภูมิใจเสนอ
แต่เป็นร่างกฎหมายที่เหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐอันประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ข้าราชการ หรือ พนักงานส่วน ท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลายๆ คนไม่ค่อยพอใจร่างกฎหมายฉบับนี้เท่าใดนัก
ประชาชาติธุรกิจเปิดประเด็นความคับข้องใจของผู้อยู่ใต้บังคับของกฎหมายจนเป็นข่าวเกรียวกราว สื่อหลายฉบับนำไปตามต่อหลายฉบับ
หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ... ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแวดวงราชการ นักธุรกิจ และเครือญาติ เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายคนหวั่นว่า ตนเองจะต้องตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา
สาระสำคัญของกฎหมายบัญญัติว่า เจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่ง (รวมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย) อาจมีเครือญาติที่เข้าข่ายต้องเป็นผู้ร่วมกระทำผิดตามกฎหมายฉบับนี้แบบ 7 ชั่วโคตร หรือ 84 คน ตามประมาณการของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช.
เพราะกฎหมายฉบับนี้นิยามคำว่า 'ญาติ' ไว้อย่างกว้างขวางคือ 1.บุพการี 2.ผู้สืบสันดาน (ลูก) 3.คู่สมรสของบุตร 4.พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียว (พี่น้องคนละพ่อหรือคนละแม่) หรือของคู่สมรส (ของพี่น้อง) 5.ลุง ป้า น้า อาหรือของคู่สมรส 6.บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยายของคู่สมรส 7.บุตรของบุคคลตาม (4) 8.บุตรของบุคคลตาม (7) เฉพาะที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
และยังสำทับอีกว่า ความเกี่ยวพันดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยพฤตินัยหรือนิตินัย
หลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้คือป้องกันและจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐและเครือญาติที่ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ตน เครือญาติและพวกพ้องซึ่งเรียกว่า 'เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐและประโยชน์ของส่วนรวม'
คำถามคือ การกระทำอะไรบ้างที่ถือว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม
กฎหมายฉบับนี้กำหนดขอบเขตไว้ 5 ประการ (มาตรา 5 วรรคสอง) ดังนี้
1.การกระทำที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (มาตรา 100-103) เช่น ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสเป็นคู่สัญญาหรือ มีส่วนได้ส่วนเสียกับสัญญาที่ทำกับรัฐ, เป็นผู้บริหาร พนักงานหรือกรรมการที่อยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของตน, การรับของขวัญ หรือของกำนัลที่มีราคาเกินกว่าที่ ป.ป.ช.กำหนด (ถ้าได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ แม้เป็นการมอบให้ส่วนตัว ทรัพย์สินหรือของกำนัลนั้นต้องตกเป็นของรัฐ-มาตรา 8)
2.การใช้ข้อมูลภายในของรัฐที่ตนได้รับหรือทราบจากการปฏิบัติราชการ การปฏิบัติหน้าที่หรือในตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริต
3.การใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ ของตนเองหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีสิทธิโดยทุจริต
4.การริเริ่ม เสนอ จัดทำหรืออนุมัติโครงการของรัฐโดยทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ ของตนเองหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
5.การใช้อำนาจหน้าที่ซึ่งตนมีอยู่ไปมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโดยอิสระในการใช้อำนาจตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นโดยทุจริต
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าโครงการของรัฐที่ได้รับการอนุมัติหรือสัญญาสัมปทานที่ทำนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่า มีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ให้สามารถระงับโครงการ ดังกล่าวได้ระหว่างที่ ป.ป.ช.ไต่สวนหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด
อย่างไรก็ตามประเด็นที่เป็นปัญหาที่สุด ของกฎหมายฉบับนี้มิใช่การกำหนดลักษณะหรือขอบเขตของการกระทำผิด แต่เป็นการกำหนดบุคคลที่ต้องรับผิดตามกฎหมายไว้อย่างกว้างขวางมาก
สนช.จำนวนหนึ่งเชื่อว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โอกาสที่เจ้าหน้าที่รัฐ เครือญาติ และผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องจะตกเป็นผู้ต้องหาได้โดยง่าย
ล่าสุดมีสมาชิก สนช.ได้เข้าชื่อกันเสนอ เรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ร่างกฎหมาย 7 ชั่วโคตรขัดรัฐธรรมนูญ เพราะลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรง


*Motorola เผยกำลังพิจรณาปรับกิจการด้านโทรศัพท์มือถือ - Pantip IT News 01/02/2008
ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Motorola ได้แถลงข่าวว่ากำลังมีการพิจรณาที่จะปรับกิจการด้านโทรศัพท์มือถืออยู่จริงตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจจะทำการขาย หรือแยกธุรกิจส่วนนี้ออกจากบริษัทไป
หลังจากที่ Motorola หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดโทรศัพท์มือถือยุคแรกๆ ได้ประสบปัญหาส่วนแบ่งตลาด และยอดขายโทรศัพท์มือถือในช่วงปีที่ผ่านมาลดลงจากก่อนหน้านี้ที่มีส่วนแบ่ง 20เปอร์เซ็นต์ในตลาดในช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้านี้เหลือ 12เปอร์เซ็นต์ในตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาหลักอยู่ที่ Motorola ยังไม่สามารถพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ถูกใจลูกค้าในตลาดอย่างรุ่น Razr ออกมาได้ โดยสัปดาห์ที่แล้วก็ได้มีการเปิดเผยให้นักลงทุนว่า Motorola อาจจะใช้เวลาที่จะฟื้นตลาดโทรศัพท์มือถือนานกว่าที่ได้คาดไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็หมายถึงในไตรมาสนี้ผลประกอบการ และส่วนแบ่งตลาดก็อาจจะลดลงไปอีกได้ ทำให้ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าขณะนี้ Motorola กำลังพิจรณาปรับโครงสร้างกิจการด้านโทรศัพท์มือถือในบริษัทใหม่ โดยอาจจะมีการขายธุรกิจส่วนนี้ให้กับบริษัทอื่น หรืออาจจะแยกธุรกิจส่วนนี้ออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่งก็ได้ ซึ่งจะทำให้ Motorola ไปเน้นธุรกิจส่วนอื่นๆเช่นธุรกิจอุปกรณ์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ และรัฐบาลได้ โดยจะเป็นการช่วยให้บริษัทฟื้นตัวได้หลังจากที่ในไตรมาสที่ผ่านมาขาดทุนไป 388ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


*Dell ปลดพนักงานกว่า 900 คน - Pantip IT News 01/02/2008
จากการเปลี่ยนแปลงของ Dellที่ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้ Dell วางแผนตัดสินใจเตรียมที่จะปิดศูนย์บริการลูกค้าหรือ call center ในแคนาดา ซึ่งเป็นผลให้มีพนักงานกว่า900 ชีวิตที่ต้องตกงาน
โดยศูนย์บริการลูกค้าหรือ call center ที่ตั้งอยู่ใน Edmonton, Alberta ประเทศแคนาดา จะทำการปิดตัวลงภายในไตรมาสที่สองของปีนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนระบบบริการลูกค้าใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยพนักงานที่ต้องตกงานกว่า 900 คนนี้ ทาง Dell จะตอบแทนด้วยค่าชดเชย ส่


*บทบาทของการพัฒนาพลเมือง(Civic Education) เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน - การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไทย-เยอรมนี
การสัมมนา บทบาทของการพัฒนาพลเมือง(Civic Education) เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน - การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไทย-เยอรมนี

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ ชั้น 2โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา
จัดโดย
- คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สถาบันพระปกเกล้า
ร่วมกับ
- มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท
การปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศไทยแม้จะเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2475แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมิได้ลงรากปักฐานในสังคมไทยอย่างมั่นคง ขาดการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ทางการเมืองทำให้ต้องสะดุดหยุดลงและกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หลายครั้งหลายหน มีการปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งมักจะจำกัดและให้ความสำคัญอยู่ที่การสร้างรัฐธรรมนูญ สถาบันทางการเมืองและกระบวนการทางการเมืองในรัฐสภาเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับการเมืองภาคประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการให้ การพัฒนาพลเมือง การสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเพื่อให้เข้ามาแทนที่วัฒนธรรมทางการเมืองแบบดั้งเดิมที่เป็นระบบอุปถัมป์ค้ำชูที่ถือว่าเป็นข้อจำกัดและอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจทางการเมือง
ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่เมื่อถูกสร้างขึ้นแล้วจะดำรงอยู่ตลอดไป การสร้างประชาธิปไตยให้มั่นคงก็เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้คือหากต้องการให้ต้นไม้นั้นเติบโตและเจริญงอกงามจำเป็นต้องหมั่นรดน้ำพรวนดิน สังคมประชาธิปไตยต้องการประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เพราะจะทำให้พวกเขาสามารถเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การจัดศึกษาทางการเมืองให้กับประชาชน และการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนต่าง ๆเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยหล่อเลี้ยงให้ประชาธิปไตยดำรงอยู่ได้อย่างมีชีวิตชีวา ดังนั้นในสังคมประชาธิปไตยการจัด การพัฒนาพลเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและภาคประชาชนต้องเข้ามีส่วนร่วมและจะต้องมีความหลากหลายเพื่อสะท้อนความหลากหลายที่ดำรงอยู่ในสังคมด้วย
ปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการพูดถึงและให้ความสนใจกับเรื่องการจัด การพัฒนาพลเมืองมากขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในหมวดว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐมาตรา 87 มีบทบัญญัติให้มีการส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งทางการเมืองและให้มีกฎหมายจัดให้มีกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนของหญิงชายด้วย แต่ประเด็นกล่าวยังถือเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยที่จำต้องมีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
หลายประเทศได้จัดการพัฒนาพลเมืองขึ้นในรูปแบบต่างๆ เยอรมนีเป็นประเทศหนึ่งในยุโรปตะวันตกที่ระบอบประชาธิปไตยพัฒนาขึ้นหลังประเทศอื่น ๆ มีความพยายามที่จะป้องกันมิให้ระบอบเผด็จนาซีกลับเข้ามาครอบงำประเทศได้อีก หนึ่งในความพยายามเหล่านั้นคือการจัดตั้งระบบการพัฒนาพลเมืองซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และยังมีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนของประชาธิปไตยในเยอรมนีอีกด้วย ประสบการณ์การพัฒนาพลเมืองของประเทศเยอรมนีจะเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการในด้านดังกล่าวของประเทศไทยอย่างมาก

คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันพระปกเกล้าและมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ทจึงได้ร่วมมือกันจัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าวโดยได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและจากสหพันธรัฐเยอรมนีมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สนใจ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญเยอรมัน นักวิชาการไทยและผู้สนใจทั่วไปในประเด็นการจัดการพัฒนาพลเมือง
2. เพื่อศึกษาและหาแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัด การพัฒนาพลเมืองในประเทศไทย
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา
นักการเมือง นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้สนใจทั่วไป รวม 150 คน

กำหนดการการสัมมนา
09.00 ลงทะเบียน

09.30 พิธีเปิด - ศาสตราจารย์ดร. จรัส สุวรรณมาลา คณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ศาสตราจารย์ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโน เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า / คุณเวสน่า โรดิช ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ทประเทศไทย

10.00 ปาฐกถานำ โดย ดร. อังเค่ย์ ฟุกส์
ประธานมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท อดีตกรรมการบริหารพรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมัน อดีตรัฐมนตรี อดีตรองประธานรัฐสภาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

10.20 พักรับประทานกาแฟ

10.40 นำเสนอบทบาทและโครงสร้างของการจัดการพัฒนาพลเมืองในเยอรมนี โดย คุณไรน์ฮาร์ด ไวล์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางการเมือง, มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท

11.10 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม รศ. ดร. กิตติศักดิ์ ปรกติ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์
ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.) / ดำเนินการโดย ดร.สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา

11.45 อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมสัมมนา

13.00 อาหารกลางวัน

14.00 อภิปราย การพัฒนาพลเมืองในฐานะองค์ประกอบสำคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
ศาสตราจารย์ดร. จรัส สุวรรณมาลา คณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / ดำเนินการโดย ผศ. ดร. ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

14.40 อภิปรายโดยผู้เข้าร่วมการสัมมนา

15.40 พักรับประทานกาแฟ

16.00 อภิปรายทิศทางและแนวโน้มของการพัฒนาระบบการจัดการพัฒนาพลเมืองในประเทศไทย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล สถาบันพระปกเกล้า / รศ. วิทยากร เชียงกูล
คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต / คุณไพโรจน์ พลเพชร สภาที่ปรึกษาเศรฐกิจและสังคมแห่งชาติ / ดำเนินการโดย ดร. นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

17.00 อภิปรายโดยผู้เข้าร่วมการสัมมนา

18.00 วิจารณ์โดย คุณไรน์ฮาร์ด ไวล์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางการเมือง, มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท

18.10 สรุปภาพรวมการสัมมนา และปิดการสัมมนา

18.30 งานเลี้ยงรับรองและรับประทานอาหารค่ำ

เพิ่มเติม
คุณชนภา ไชยรักษ์ 02-652-7178 / 9
E-mail: chanapa@fes-thailand.org


*ขอเชิญฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง 'ความรู้เรื่อง AUTISM'
ด้วยมหาวิทยาลัยจะจัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ 'ความรู้เรื่อง AUTISM' โดย รศ.พญ. นิชรา เรืองดารกานนท์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 13.30-15.00 น. ณ ห้อง LIB 114 อาคารสำนักหอสมุด
ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญอาจารย์นักวิจัยและผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษดังกล่าว โปรดแจ้งชื่อสำรองที่นั่งได้ที่คุณจีรกาญจน์ ศรีวิเศษ สำนักหอสมุด โทร.8228 ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.8228


*งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2551
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจนำผลงานเข้าร่วมแสดงนิทรรศการ และชมนิทรรศการเนื่องในงาน 'วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2551' ณ ฮอลล์ 9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2551 ตั้งแต่เวลา 10.00 -15.30 น.
กิจกรรมต่างๆ ภายในงาน มีดังนี้
- นิทรรศการและการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ของ พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ สยามินทราธิราช 'พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย' ในรูปแบบต่างๆ
- การจัดนิทรรศการและการแสดงผลงานประดิษฐ์คิดค้นเรื่อง 'ทฤษฎีใหม่' 'ฝนหลวง' 'น้ำมันปาล์ม' ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริในพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- การจัดนิทรรศการและการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นเรื่อง 'ศิลปาชีพ' ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
- การจัดนิทรรศการผลงาน ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง 'การศึกษาความถูกต้องของแผนที่ใช้ที่ดินจากภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ซึ่งจำแนกโดยคอมพิวเตอร์บริเวณจังหวัดนราธิวาส'
- พิธีมอบรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ
- การจัดนิทรรศการแสดงผลงานประดิษฐ์/คิดค้น ต่างๆ
- การฝึกอบรม และสัมมนา
ทั้งนี้ ขอเชิญอาจารย์/นักวิจัยที่สนใจส่งใบตอบรับไปที่ภารกิจบริหารจัดการผลงานวิจัย ส่วนวิจัยเกียรติคุณ (วก.) โทรสาร 0-2579-2288, 0-2579-0455 ภายในวันที่ 15 มกราคม 2551
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 0-2579-2288, 0-2561-2445 ต่อ 530, 539



*เรียนเชิญเพื่อนผู้มีใจรักในงานศิลป์ทุกท่าน 'นิทรรศการ Pause & Play' คือนิทรรศการ Interactive Multimedia art (Visual/sound) โดย 'ธนารัช วังศิริไพศาล' (ช่างภาพชาวไทย) และ 'Koichi Shimizu' (sound designer ชาวญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย-ญี่ปุ่น ครบ 120 ปี ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดง 3 มกราค-12 กุมภาพันธ์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม ตั้งแต่เวลา 18.30 น. อาหารเครื่องดื่มพร้อมในวันเปิดงาน โทร.0-22815360-1


*ประชุมใหญ่ประจำปี พิธีมอบรางวัลนราธิป
โดย : สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กำหนด จัดประชุมใหญ่ประจำปี 2551ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน และผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมงานตามกำหนดการด้านล่าง
ใน วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์
ซอยทองหล่อ ทั้งนี้ได้มีพิธี มอบรางวัลนราธิป แด่นักเขียนอาวุโส 15 คน

กำหนดการวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๑ และการมอบรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๐
ของ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย วันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ
โดยการสนับสนุนของบริษัทซี.พี.ออลล์ จำกัด (มหาชน)

๙.๓๐ ลงทะเบียน ดื่มน้ำชา กาแฟ
๑๐.๐๐ นางชมัยภร แสงกระจ่าง กล่าวต้อนรับ
ฉายวีดีทัศน์แนะนำสมาคมฯ
ประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๑
ฉายวีดีทัศน์ผลงานของสมาคมฯในรอบปี ๒๕๕๐

๑๑.๐๐ นางชมัยภร แสงกระจ่าง กล่าวถึงความเป็นมาของรางวัลนราธิป
อ่านบทกวีรำลึก พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
(ดร.ญาดา อารัมภีร)

พิธีประกาศเกียรติและมอบโล่แด่ผู้ได้รับรางวัลนราธิป ๑๕ คน
- นายกมลพันธ์ สันติธาดา
- ศาสตราจารย์กุหลาบ มัลลิกะมาส
- นางจินดา ศิริมานนท์
- นายดอกดิน กัญญามาลย์
- นายเดโช บุญชูช่วย
- หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา
- ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์
- นายนพพร บุณยฤทธิ์
- ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร
- นายพยงค์ มุกดา
- ศาสตราจารย์กิตติคุณระวี ภาวิไล
- นางสมสุข กัลย์จาฤก
- นายสุนทร จันทรัมพร
- นายอาจินต์ ปัญจพรรค์

๑๒.๐๐ รับประทานอาหารร่วมกัน
๑๓.๐๐ วรรณศิลป์เสวนา: เรียนรู้จากผู้มาก่อน-รายการเปิดใจผู้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๐
ดำเนินรายการโดย นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ และบูรพา อารัมภีร

๑๔.๓๐ พักดื่มน้ำชา กาแฟ
๑๔.๔๕ ฉาย "พิพิธวรรณศิลป์เสวนาวีดิทัศน์"

บทบรรณาธิการ
- เพลงพระราชนิพนธ์
- เพลง ยามรัก
- เพลง เป็นไปไม่ได้
- อ่านบทละครวิทยุ
- อ่านเรื่องสั้น-นวนิยายตัดตอน
- บทวิจารณ์
- ชิมอาหารอย่างมีวรรณศิลป์

๑๗.๐๐ อ่านบทกวีปิดงาน


*ขอเชิญร่วมเสวนา “การยุบพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน”
“สถาบันพัฒนาประชาธิปไตยไทย”ที่ขอเชิญเพื่อน ๆ เข้าร่วมการฟังและเสวนาในหัวข้อ “การยุบพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน” โดยจะมีผู้นำเสวนาคือ
ดร. วิบูลย์ แช่มชื่น (อดีต ส.ว.)
อ. จรัล ดิษฐาอภิชัย (อดีตกรรมาการสิทธิมนุษยชน)
คุณ วีระ มุสิกพงษ์
และดร.ทางกฎหมายจากธรรมศาสตร์
ในวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้อง 222 คณะนิติศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์


*นโยบายด้านการจัดการวัฒนธรรม – ศิลปะระหว่างการแบ่งปันและการแสดงออก
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551

12.30 -- 13.00 น. ลงทะเบียน
13.00 -- 16.00 น. การอภิปรายทางวิชาการ "กฎหมายว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ"

ผู้ดำเนินการอภิปราย รศ.ดร สมบูรณ์ ศิริประชัย

ผู้นำการอภิปราย

ศ. ดร.ประสิทธิ์ เอกบุตร - คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ. ดร.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา - คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คุณวีรชัย วงศ์บุญสิน - สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
คุณจักรชัย โฉมทองดี - โครงการ Focus on the Global South
และดร.วีรชัย พลาศรัย (อยู่ระหว่างการทาบทาม) - อธิบดีกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ

จัดโดย โครงการจับกระแสองค์การการค้าโลก (WTO Watch) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ท่านสามารถเข้าร่วมสัมมนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

*สัมมนาความรู้โรคข้อสู่ประชาชนเรื่อง โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน และโรค เอส แอล อี
สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาความรู้โรคข้อสู่ประชาชนเรื่อง โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน และโรค เอส แอล อี
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 9:30 น.
สถานที่จัดกิจกรรม
ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 12 โรงพยาบาลราชวิถี

กำหนดการ

09.30น.: ลงทะเบียนสื่อมวลชน พร้อมชมนิทรรศการโรคกระดูกและข้อและตรวจสุขภาพเบื้องต้น

09.45น.: พิธีเปิดโดย นายกสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย

10.00น.: สัมมนาความรู้โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
โดย นพ. สูงชัย อังธารารักษ์ รพ.ราชวิถี (ผู้ดำเนินการประชุม)
นพ. สิทธิชัย อุกฤษฎชน คณะแพทย์.มศว. (วิทยากร)
ศ. พญ. รัตนาวดี ณ นคร คณะแพทย์ มข. (วิทยากร)

11.30น.: การออกกำลังกาย และการใช้ข้อโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โดย นพ. ปิยวิทย์ สรไชยเมธา (ศูนย์สิรินธรฯ)

12.00น.: พักรับประทานอาหาร และ ชมนิทรรศการ

13.00น.: สัมมนาความรู้โรค SLE
โดย พญ. กิตติวรรณ ชูจิตารมย์ รพ. ราชวิถี (ผู้ดำเนินการประชุม)
พอ.(พิเศษ) พญ. ไพจิตต์ อัศวธนบดี รพ.พระมงกุฎ (วิทยากร)
นพ. กิตติ โตเต็มโชคชัยการ รพ.รามาธิบดี (วิทยากร)

14.30น.: การออกกำลังและการใช้ข้อผู้ป่วยโรค SLE โดย นพ. ปิยวิทย์ สรไชยเมธา (ศูนย์สิรินธรฯ)

15.00น.: ปิดการอบรมสัมมนา

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่
อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์
หงสินันท์ / สาธิดา โทร 0 2252 9871



*รายการอักษรพาที สนทนาเรื่อง การตีความทางประวัติศาสตร์ทุกย่างเท้าเขาเหมือนเงาเรืองราม ฝังนามฝังร่างอยู่กลางแผ่นดิน
รายการอักษรพาที จัดเป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา 8.30-8.55 น.
ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5

สำหรับเสาร์ที่ 2 กพ. 51 นี้
สนทนาเรื่อง การตีความทางประวัติศาสตร์
"ทุกย่างเท้าเขาเหมือนเงาเรืองราม ฝังนามฝังร่างอยู่กลางแผ่นดิน"
โดย ผศ. ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

สอบถามเพิ่มเติมหรือส่งคำติชมมาได้ที่
สุดา รังกุพันธุ์
089-693-7269
02-218-4697
02-218-4695 (fax)
suda.r@chula.ac.th
suda_rangkupan@yahoo.com
รับฟังรายการย้อนหลังที่ http://www.curadio.chula.ac.th/default.asp


* "จีน"ผู้ค้นพบโลก สำรวจโลกที่แท้จริง โดย สกุณา ประยูรศุข
แผนที่ฉบับหนึ่งที่วาดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1424 โดยซูแอน พิสซิกาโน นักเขียนแผนที่ชาวเวนิส ที่แสดงพื้นที่ของยุโรปและส่วนต่างๆ ของแอฟริกา นอกจากจะสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับ "กาวิน เมนซีส์" นายทหารเรือผู้บัญชาการเรือดำน้ำราชนาวี อังกฤษ ซึ่งเกษียณแล้ว ยังกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาลงมือค้นคว้าเรื่องราวปริศนาในใจที่ได้เห็นในแผนที่ กระทั่งผลที่ได้ออกมาเป็น "The Year China Discovered The World" หรือชื่อแปลเป็นงานเขียนภาษาไทย "1421 ปีที่จีนค้นพบโลก" ข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โลกโดยสิ้นเชิง เมื่อสมัยที่เรายังเป็นนักเรียน ในวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เราจะรู้จักคุ้นเคยดีกับเรื่องราวที่ยอมรับกันมาในแวดวงวิชาการ ที่ว่า "บาร์โธโลมิว เดียช" เป็นชาวยุโรปคนแรกที่แล่นเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮป
"วาสโก ดา กามา" เป็นผู้บุกเบิกเส้นทางเดินเรือจากยุโรปผ่านมหาสุมทรอินเดียไปยังหมู่เกาะเครื่องเทศ "โคลัมบัส" เป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกา ขณะที่ "แมคเจลลัน" เป็นผู้เดินเรือรอบโลกสำเร็จเป็นคนแรก และ "กัปตันคุก" เป็นผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย แต่สิ่งที่กาวิน เมนซีส์ ค้นพบกลับอ้างว่า "จีนต่างหากเป็นผู้ค้นพบโลกก่อนคนอื่นๆ อย่างแท้จริง" กาวินเขียนถึงการค้นพบอันเหลือเชื่อนี้ไว้ในบทเกริ่นนำของหนังสือ The Year China Discovered The World ว่า
"..เมื่อสิบกว่าปีก่อน ได้สะดุดกับการค้นพบที่เป็นเงื่อนงำซ่อนเร้นอยู่ในแผนที่โบราณฉบับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้นำไปสู่ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ แต่กลับชี้ให้เห็นว่าประวัติศาสตร์โลกที่รับรู้และสืบทอดกันมานานหลายศตวรรษนั้น จะต้องเขียนใหม่โดยสิ้นเชิง" สิ่งที่กาวินเห็นในแผนที่โบราณ เป็นพื้นดินชายฝั่งยุโรป ภูมิประเทศที่แปลกตาที่สุดเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ จะเห็นภาพวาดหมู่เกาะ 4 เกาะ ห่างออกไปทางตะวันตกของแอตแลนติก ชื่อเกาะทั้ง 4 เรียกว่า สาตานาเซส, อันตีเลีย, ซาย่า และยะมาน่า ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับชื่อสถานที่ใดๆ ในปัจจุบันเลย และไม่มีเกาะใหญ่ในบริเวณที่เป็นตำแหน่งของเกาะดังกล่าว ตอนแรก กาวินคิดว่าเกาะทั้ง 4 เป็นเพียงจินตนาภาพ และมีอยู่แต่ในความคิดของคนที่วาดแผนที่เท่านั้น แต่เมื่อพินิจพิจารณาและสืบเสาะค้นหาข้อมูลจากเหล่านักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคนทั่วโลก ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ รวมไปถึงค้นในห้องสมุดตามแผนที่โบราณต่างๆ และความรู้จากการเป็นนักอ่านแผนที่และนักเดินเรือของเขาเอง กาวินได้ข้อมูลว่าชื่อทั้งหมดที่แสดงไว้ในแผนที่เป็นภาษาโปรตุเกสยุคกลาง
สำหรับอันติเลียนั้น "anti" หมายถึง "ฝั่งตรงกันข้ามของ" ส่วน "ilha" หมายถึง "เกาะ" รวมแล้วคือเกาะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโปรตุเกสในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในการตรวจสอบแผนที่ และเอกสารต่างๆ เขาก็รู้ว่าเกาะอันตีเลียและสาตานาเซส ที่จริงก็คือเกาะเปอร์โตริโก และ กวาเดลูพ ในทะเลแคริบเบียน เขาตื่นเต้นอย่างมาก เมื่อข้อมูลเหล่านั้นตีความได้ว่า-
ดินแดนดังกล่าวหากยึดตามประวัติศาสตร์ที่เชื่อกันมา ก็ยังไม่มีชาวยุโรปคนใดได้ผจญภัยไปถึงแผ่นดินแห่งนั้น จนกระทั่งถัดมาอีก 7 ทศวรรษนั่นหมายความว่า มีใครบางคนได้สำรวจเกาะดังกล่าวอย่างถูกต้องแม่นยำราว 70 ปีก่อนที่โคลัมบัสจะไปถึงแคริบเบียนเสียอีก.. ความสนใจใคร่รู้ของกาวินถูกปลุกเร้ามากขึ้นไปอีก เพราะการจะเขียนแผนที่ของโลกได้อย่างถูกต้องแม่นยำขนาดนี้ นักสำรวจเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แสดงว่าต้องได้แล่นเรือรอบโลก ต้องเชี่ยวชาญการเดินเรือที่อาศัยความรู้ด้านดาราศาสตร์ และต้องค้นพบวิธีวัดเส้นแวงจนสามารถเขียนแผนที่ที่มีความผิดพลาดของเส้นแวงน้อยมากๆ ที่สำคัญต้องมีศักยภาพในการแล่นเรือในมหาสมุทรเป็นเวลานานหลายเดือนในคราวเดียว ซึ่งหมายความว่า..ต้องรู้วิธีกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดได้ ผลการศึกษาค้นคว้าถึง 14 ปี คำตอบที่กาวินได้ออกมาสำหรับผู้ที่มีศักยภาพเช่นที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้นก็คือ "คนจีน"
กองเรือของจีนได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของโลกในยุคกลางต้นๆ ของศตวรรษที่ 15 กองเรือจีนได้เดินทางสำรวจมหาสมุทรและทวีปต่างๆ รอบโลก ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทรอินเดีย แอตแลนติก แปซิฟิก ทั้งทวีปแอฟริกา อเมริกาเหนือและใต้ อาร์กติกและแอนตาร์กติก รวมทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทำไม เรื่องนี้ไม่มีการกล่าวถึง และลบเลือนหายไปจากความทรงจำของมนุษย์?
นั่นเป็นเพราะว่าบันทึกส่วนใหญ่ถูกทำลาย ความสำเร็จถูกเมินเฉย ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เหล่านี้จึงถูกลืมเลือนไปในที่สุด กาวินตั้งใจปะติดปะต่อเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งของจีนทั้งหมด และเขาได้ลงมือทำงานหนักร่วมกับผู้รู้ทั่วโลกอย่างมากมาย จนในที่สุดออกมาเป็น "The Year China Discovered The World" หนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง เพราะนอกจากความรู้ที่ได้รับในแง่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งมีเรื่องให้ตื่นเต้น ฉงนฉงายอยู่ตลอดแล้ว ยังเป็นเหมือนการได้อ่านนิยายที่ย้อนผ่านกาลเวลาไปกว่า 500 ปี เพราะภาษาของกาวินเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านสนุก ได้ทั้งสาระและบันเทิง

*คุณค่าของ "The Year China Discovered The World" จึงไม่อาจถูกเพิกเฉย สำนักพิมพ์มติชน มอบหมายให้ "เรืองชัย รักศรีอักษร" ลงมือแปลข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ ออกมาในชื่อภาษาไทย "1421 ปีที่จีนค้นพบโลก"
แม้แต่ตัวเรืองชัยเอง ครั้งแรกยังไม่เชื่อว่าจีนมีศักยภาพของกองเรือ มีความรู้ในการเดินเรือ และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จะทำเช่นนั้นได้ จริงหรือ?
แล้วคำตอบทั้งหมดที่เขาได้รับก็กระจ่างเมื่อแปลหนังสือเล่มนี้จบ

เรืองชัยเล่าไว้ว่า งานค้นคว้าของกาวินเป็นเครื่องยืนยัน ว่ากองเรือจีนหลายกองได้เดินทางสำรวจในปีต้นๆ ของศตวรรษที่ 15 การเดินทางครั้งสุดท้ายและเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการเดินทางของเรือสำเภา 4 ลำ ที่รวมกันเป็นกองเรือขนาดใหญ่
เรือเริ่มออกแล่นในช่วงต้นปี ค.ศ.1421 เรือลำท้ายๆ เหลือรอดกลับมาถึงจีนในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของ ค.ศ.1423 บันทึกที่แสดงว่าพวกเขาเดินทางไปไหนในช่วงนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว แต่แผนที่ต่างๆ แสดงว่าพวกเขาไม่เพียงแต่อ้อมแหลมกู๊ดโฮป และข้ามมหาสมุทรแอนแลนติก ไปทำแผนที่เกาะต่างๆ ที่เห็นในแผนที่ของพิสซิกาโนเท่านั้น แต่พวกเขายังได้เดินทางต่อไปสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาและอาร์กติก อเมริกาเหนือและใต้ และได้ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังออสเตรเลีย ซึ่งทั้งหมดได้คำนวณเส้นรุ้ง-เส้นแวงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
เรืองชัยเห็นด้วยกับกาวิน เมนซีส์ ที่ว่า "ยิ่งศึกษามากเพียงใดก็ยิ่งตะลึงกับความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมโบราณ ความรอบรู้และก้าวล้ำอย่างไม่น่าเชื่อ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับโลกรอบๆ ตัวของชาวจีนก้าวหน้าไปไกลกว่าของพวกเราในยุคสมัยเดียวกันมาก อาจต้องใช้เวลา 3-4 ศตวรรษ หรือบางกรณีถึง 5 ศตวรรษ ก่อนที่ความรู้ของชาวยุโรปจะเทียบเท่ากับยุคกลางของจีน.."
การเดินทางของวาสโก ดากามา, โคลัมบัส, แมคเจลลัน, และกัปตันคุก อาจจะเป็นเรื่องตื่นเต้นในบทเรียนภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่ได้เรียนมา ทว่า คนเหล่านั้นเขารู้ดีว่าพวกเขากำลังติดตาม "รอยเท้า" ของผู้อื่น เป็นการเดินทางตาม "แผนที่" ที่จีนเป็นผู้วาดขึ้นมา "1421 ปีที่จีนค้นพบโลก"
หนังสือดีที่ต้องอ่าน

ฮ่องเต้จูตี้ แห่งราชวงศ์หมิง ผู้ครองจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อราวศตวรรษที่ 15 ผู้ที่ย้ายเมืองหลวงของจีนจากนานกิง มาเป็นปักกิ่ง และเป็นผู้สร้างพระราชวังต้องห้ามขึ้นมา ได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้แก่ขันทีคนสนิท "เจิ้งเหอ" และแม่ทัพเรือผู้เก่งกล้า ประกอบด้วย โจวหม่าน หงเป่า โจวเหวิน และหยางชิง เดินทางโดยกองเรือมากกว่า 100 ลำ เพื่อขยายแสนยานุภาพโลกทางทะเล เมื่อปี ค.ศ.1421
5 มีนาคม ค.ศ.1421 ขบวนเรือได้ออกเดินทางจากปักกิ่ง โดยยึด ดาวเหนือ เป็นเข็มทิศเดินทางมุ่งสู่ทางใต้ แวะตามเมืองท่าต่างๆ และไปยังมหาสมุทรอินเดีย เมื่อการเดินเรือของแม่ทัพเรือแต่ละกองมีความเข้มแข็งแล้ว เจิ้งเหอจึงใช้วิธีแบ่งกองเรือออกเป็นกองๆ แยกย้ายกันมุ่งหน้าออกสำรวจโลก โดยก่อนหน้านี้มีขบวนเรือของหยางชิงเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
กองเรือของหงเป่า โจวหม่าน และโจวเหวิน เมื่อออกจากท่าเรือมะละกา ได้เดินทางต่อไปยังเมืองท่าคาลิคุท เมืองหลวงของเคราลา ตอนใต้ของอินเดีย แล้วมุ่งตรงแอฟริกา ทางหนึ่งไปโมกาดิชู หรือโซมาเลียในปัจจุบัน อีกทางหนึ่งไปแซนซิบาร์ ซึ่งอยู่ตอนกลางของฝั่งตะวันออก ที่เหลือไปคิลวา หรือแทรซาเนีย เพื่อส่งทูตที่มาร่วมงานฉลองเปิดกรุงปักกิ่งกลับบ้าน กองเรือได้เดินทางไปถึงแหลมกู๊ดโฮป แล้วถูกกระแสน้ำพัดให้ไหลไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแอฟริกา และเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นมหาสมุทรที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง และค้นพบเกาะเคปเวิร์ด กองเรือของหงเป่าและโจวหม่านเห็นฝั่งประเทศบราซิล นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1421 ก่อนเวลาที่โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา 70 ปี กระทั่งกองเรือของหงเป่า และโจวหม่าน พบดาวคาโนพุส ซึ่งคล้ายกับดาวเหนือในมหาสมุทรแปซิกฟิก กองเรือหงเป่า และกองเรือโจวหม่าน จึงแยกย้ายกันกลับจีน กองเรือหงเป่ามุ่งสู่แอนตาร์กติกา และทวีปออสเตรเลีย พวกเขาค้นพบทวีปแอนตาร์กติกและออสเตรเลียก่อน อาเบล ทาสมัน ส่วนกองเรือของโจวหม่าน กลับมาทางมหาสมุทรแปซิกฟิก และพบด้านตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย เข้าหมู่เกาะเครื่องเทศ
ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ และถูกกระแสน้ำพัดไปยังแคนาดา ตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ปานามา กลับมายังฟิลิปปินส์ ก่อนจะหาทางกลับจีนได้ กองเรือของโจวเหวิน นอกจากจะเดินทางไปถึงทวีปอเมริกาเหนือแล้ว ยังขึ้นไปถึงขั้วโลกเหนือด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนย่อเท่านั้น รายละเอียดการผจญภัยของกองเรือแต่ละกองตื่นเต้น สนุกสนานไม่แพ้ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าของอินเดียน่าโจนส์ แล้วจะรู้ว่า ทำไมพืชพันธุ์ ผลไม้ สัตว์ และอีกหลายๆ อย่างทางยุโรป-อเมริกา จึงคล้ายคลึงกับทางฝั่งเอเชีย!!



*5 เรื่องร้อนที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ในรายงานชุด "หลุมดำวิทยาศาสตร์ไทย" โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2550
ทีมข่าว "ผู้จัดการวิทยาศาสตร์" ขอนำเสนอรายงานส่งท้ายปี ในชื่อชุด "หลุมดำวิทยาศาสตร์ไทย" โดยนำประเด็นเด่นในวงการวิทยาศาสตร์ที่ยังหาคำตอบแห่งความลงตัวไม่ได้ ใน 5 เรื่องสำคัญคือ 1.การเตรียมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์, 2.การสอบสวนกรณีองครักษ์, 3.จีเอ็มโอ, 4การส่งดาวเทียมธีออส และ 5.การขยายไซน์ปาร์ก
1.เดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
เมื่อ “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า พ.ศ.2550-2564” (พีดีพี 2007) ของกระทรวงพลังงานผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเสนอให้ไทยต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ในปี 2563 อีกทั้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังเห็นชอบให้ตั้งสำนักงานโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งใช้งบประมาณแผ่นดิน 1,800 ล้านบาทในการดำเนินงานระหว่างปี 2551-2553 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นับเป็นการผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยคนไทยมีเวลา 3 ปีในการรับรู้ข้อมูลทั้งด้านบวกและลบก่อนจะตัดสินใจ "รับ" หรือ "ไม่รับ" อย่างเป็นทางการ ซึ่ง “มาตรฐานแบบไทยๆ” กลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่มั่นใจ ยังไม่ต้องพูดถึงข้อสงสัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ความคุ้มทุนหรือบรรเทาภาวะโลกร้อนที่เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นสาเหตุหลัก
2.เปิดทดลองปลูกจีเอ็มโอในแปลงเปิด
พืชตัดต่อพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอ เป็นประเด็นโต้แย้งในสังคมไทยมานานนับสิบปีแล้ว และเคี่ยวงวดยิ่งขึ้นโดยรัฐบาลชุดนี้ หลังมีมติ ครม. เมื่อวันคริสต์มาส (25 ธ.ค.50) อนุญาตให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นาได้ แม้จะเป็นแค่ในแปลงเพาะปลูกของราชการเท่านั้น และต้องขออนุญาตเป็นกรณีๆ ไป ทว่าการนำพืชจีเอ็มโอลงในพื้นที่เปิดแม้ว่าจะมีปริมาณน้อยนิด ความไม่มั่นใจในเรื่องของการหลุดรอดออกจากแปลงขออนุญาตย่อมมีตามมาอย่างแน่นอน โดยมีตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนในกรณีฝ้ายบีทีและมะละกอ (ยังไม่รวมข้าวโพดที่มีการพบล่าสุดด้วย)
3.สอบสวนเอาผิดศูนย์วิจัยองครักษ์
การก่อสร้างศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ที่ ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก เริ่มจากมติ ครม. 27 ธ.ค.32 ที่เตาปฏิกรณ์วิจัยของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ที่บางเขน กทม. ใกล้จะหมดอายุการใช้งาน ทว่าเกือบ 20 ปีผ่านมาก็ยังยืดเยื้อไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ นั่นก็เพราะการว่าจ้างบริษัทที่ไม่มีประสบการณ์ก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ขนาดใหญ่มาก่อน รวมถึงตัวเลขงบประมาณที่สูงเฉียดหมื่นล้าน พร้อมกับความไม่ชอบมาพากลโผล่ให้เห็นเป็นระยะๆ
แม้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ติดตามและกระทุ้งเพื่อเตือนให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะต้นสังกัด ปส. เจ้าของโครงการเร่งสะสางเรื่องราว ตั้งแต่ปลายปี 2549 แล้วก็ตาม และแม้ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทย์คนปัจจุบัน ได้ประกาศตั้งแต่นั่งตำแหน่งใหม่ๆ ว่าจะสะสางเรื่องนี้ให้สำเร็จ แต่ความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวนก็ยังไม่อาจจับต้องเป็นชิ้นเป็นอัน นั่นอาจเป็นเพราะผู้ต้องสงสัยและผู้ที่ (อาจจะ)มีความผิดยังคงพัวพันโยงใยอยู่ในวงดังกล่าว
4.ดาวเทียมธีออส
“ธีออส” (Theos) ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของไทยที่รับผิดชอบโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ซึ่งได้ลงนามว่าจ้างบริษัทอีเอดีเอส เอสเตรียม (EADS Astrium) ของฝรั่งเศสด้วยมูลค่าโครงการกว่า 6 พันล้านบาท ตั้งแต่ ก.ค.47 ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2550 และมีกำหมดส่งขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่ ก.ค. 50 หากแต่กำหนดการดังกล่าวได้เลื่อนออกไปหลายครั้ง ซึ่งสัญญาที่กำหนดช่วงเวลาปล่อยดาวเทียมที่ทำไว้กับอีเอดีเอสระบุให้ระหว่าง 19 ก.ค.50 – 19 ม.ค.51 และกำหนดการล่าสุดคือวันที่ 9 ม.ค.51 ที่พร้อมส่งดวงตาแห่งชาติออกประจำการ ซึ่งต้องลุ้นดูกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่
5.ไซน์ปาร์ก
ความสำเร็จของ “อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย” หรือนิคมวิจัยที่ รังสิต ปทุมธานี ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำให้เกิดแนวคิดที่จะสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคขึ้น โดยเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคใต้ และตามมาด้วยเหนือและตะวันออก ซึ่งงบประมาณโดยเฉลี่ยแห่งละประมาณ 3 พันล้านบาท โดยหวังคืนทุนเช่นเดียวกับไซน์ปาร์กในปัจจุบันที่ได้รับการอ้างว่าก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วราว 3 พันล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ งบประมาณสำหรับการวิจัยพัฒนาของประเทศนั้นอยู่ที่ 0.26% ของจีดีพี (ผลผลิตมวลรวมภายในปะเทศ) หรือ 15,000 -16,000 ล้านบาทต่อปี และหากงบประมาณการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่หมดไปกับการก่อสร้างอาคาร มากกว่าการลงทุนกับงานวิจัย ย่อมจะเกิดคำถามต่อความคุ้มทุนที่จะตามมาไม่น้อย


*ธรรมชาติบำบัด โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมอยู่ที่ เขาชะเมาเฮลท์รีสอร์ท (ที่จริงควรจะสะกด เฮลธ์ นะครับ เพราะและมาจากคำภาษาอังกฤษว่า health) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหนองเจ็กสร้อย (ผมสะกดตามเอกสารและไม่แน่ใจว่าที่ถูกเป็นหนอง เจ็ก หรือหนอง เจ๊ก เพราะแปลเป็นไทยได้ทั้งสองคำและผมไม่มีเวลาจะตรวจสอบ) ตำบลเขาวงกต อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางตะวันออกประมาณ 210 กิโลเมตร
ผมมาที่รีสอร์ทหรือสถานที่พักตากอากาศแห่งนี้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550 (วันที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.นั่นแหละครับ ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่วันเสาร์ที่ 15 แล้ว) จะอยู่จนถึงอาทิตย์ที่ 30 จึงจะกลับ ที่มานี้ไม่ได้มาตากอากาศหรอก แต่มาเข้าโครงการธรรมชาติบำบัดที่มีผู้จัดขึ้นที่เขาชะเมาเฮลท์รีสอร์ท เมื่อใช้คำว่า 'บำบัด' ก็คงเข้าใจนะครับว่าแปลว่ารักษา และ 'ธรรมชาติบำบัด' ก็ต้องแปลว่ารักษาโดยธรรมชาติ หรือรักษาแบบธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นยังงั้นจริงๆ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการรักษาโรคโดยอาศัยหลักที่ว่า โรคทุกชนิดสามารถรักษาได้โดยร่างกายและจิตใจของคนเราโดยไม่ต้องอาศัยยา แต่จัดระเบียบชีวิตของตนด้วยการลดอาหาร (และในบางกรณีอดอาหาร) พร้อมๆ ไปกับการล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายด้วยวิธีง่ายๆ คือสวนทวาร (หนัก) ด้วยน้ำสะอาด และกินผลไม้และผักที่มีสรรพคุณช่วยล้างพิษ และเสริมด้วยกิจกรรมบางอย่างที่จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสมบูรณ์
อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านหลายคนก็คงคิดแล้วว่าผมคงไม่สบาย และคงไม่สบายมากจนถึงกับจนตรอก และหมดความเลื่อมใสในหมอแผนปัจจุบัน ต้องหันไปพึ่งหมอที่รักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด จึงขอทำความเข้าใจว่า ผมไม่สบายจริงๆ ด้วยโรคหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูงและลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น แต่อาการยังไม่มากและยังไม่จนตรอกหรอกครับ แต่ที่ไปสมัครเข้าโครงการธรรมชาติบำบัดคราวนี้ก็เพราะอยากรู้มากว่าเขาใช้ธรรมชาติบำบัดกันยังไง และที่อยากรู้มากก็เพราะว่าเมื่อต้นปีกลายนี้เอง (2549) เพื่อนฝรั่งของผมคนหนึ่งซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเดินทางมาเมืองไทย ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนคนไทยให้ลองไปรับการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดแล้วปรากฏว่าหายจากโรคนั้น ผมรู้เพียงเลาๆ จากเพื่อนฝรั่งคนนั้นว่า หมอไม่ได้ให้เขากินยาอะไรเลย ให้เขากินแต่ผลไม้กับผักอยู่สัปดาห์เต็มๆ เท่านั้น เขาก็หาย ใช่แต่เท่านั้น ผลของการกินแต่ผลไม้กับผักยังทำให้น้ำหนักของลดจาก 100 กิโลกรัม ลงเหลือเพียง 90 กิโลกรัม เพื่อนบอกว่าจะกินผลไม้กับผักต่อไปเพื่อรูปร่างของเขาจะได้ไม่กลับไปเหมือนลูกช้างอีก
'หมอ' คนที่รักษาเพื่อนผมคนนี้เป็นชาวอินเดียครับ เขาชื่อ เจข็อบ วาทักกันเชอรี (Jacob Vadakkanchery) นามสกุลของเขานั้นถ้าให้ผมเขียนเป็นไทยก็อยากจะเขียนว่า วาทักกัญจรีย์ จะถูกหลักภาษาสันสกฤตหรือบาลีหรือไม่ แปลว่าอะไร ต้องไปถามอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก คุณหมอเจข็อบไม่ได้มีปริญญาแพทยศาสตร์ แต่เป็นนักธรรมชาติบำบัดซึ่งได้ทดลองบำบัดตนเองและผู้ป่วยเรื้อรังให้หายป่วยมาแล้วเป็นจำนวนมาก และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ความสำเร็จของคุณหมอเจข็อบทำให้เขาสามารถเปิดศูนย์ นวชีวัน (แปลว่าชีวิตใหม่ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Nature Life) ขึ้นในเมืองโคชิน รัฐเคราลา บ้านของคุณหมอแห่งหนึ่ง และในส่วนอื่นของภาคใต้ของอินเดียอีกสองแห่ง ศูนย์นี้มีลักษณะเป็นอาศรม ให้ผู้ป่วยไปบำบัดตนเองตามแบบธรรมชาติบำบัด
ผมสมัครไปรับการบำบัดจากคุณหมอเจข็อบพร้อมๆ กับผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ อีก 24 คน การบำบัดเริ่มในวันจันทร์ที่ 24 ด้วยการให้หม่ำอาหารมื้อกลางวันเป็นอาหารมังสวิรัติเลย ซึ่งไม่ทำให้ผมตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพราะทุกวันพฤหัสบดีผมถือศีล 8 กินมังสวิรัติและทำสมาธิเป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอตกเย็นปรากฏว่าอาหารเป็นผลไม้ล้วนๆ ผมก็เริ่มวิตกว่าจะไหวหรือ
จากวันอังคารเป็นต้นมา กิจวัตรประจำวันของเราเริ่มด้วยการ (ต้อง) ตื่นแต่ตีสี่ครึ่ง ตีห้าเข้าห้องประชุมทำสมาธิและทำวัตรเช้า หกโมงเช้าฝึกโยคะไปจน 8 นาฬิกา จึงกลั้วคอ ล้างจมูก ล้างตาและหยอดตา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมรู้จักล้างจมูกโดยใช้กาอันเล็กๆ ใส่น้ำแล้วเทเข้าไปทางรูจมูกข้างหนึ่ง ให้น้ำไหลไปออกทางรูจมูกอีกข้างหนึ่งโดยไม่สำลักน้ำ เทคนิคคือหายใจทางปาก และก้มหัวลงให้ต่ำตะแคงหน้ารับพวยกาที่แยงรูจมูกอยู่ หลังจากนั้นก็เป็นการอาบแดด (โดยไม่ต้องถึงกับเปลือย แต่ยังสวมเสื้อนุ่งกางเกง) ไปจน 9 นาฬิกา จึงกินผลไม้เป็นอาหารเช้า เวลา 10 นาฬิกา คุณหมอเจข็อบบรรยายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแขก โดยมีผู้แปลเป็นไทย เวลาเที่ยงอาหารกลางวันมังสวิรัติ หลังอาหารเวลาบ่ายโมงเป็นการผ่อนคลายด้วยการนอนหงายในท่าศพของโยคะ คือนอนแผ่หลากางแขนกางขา บางคนทำท่าจะกลายเป็นศพไปจริงๆ ถ้าไม่มีเสียงกรนยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ บ่ายสองโมงถึงสามโมงเป็นการลงนอนตีแปลงแช่หลังในบ่อน้ำ (ขุดลงไปในดินแต่กรุพลาสติค) เพื่อบำบัดโรคเกี่ยวกับหลัง แช่สะโพกลงในชามอ่างขนาดใหญ่เพื่อบำบัดโรคเกี่ยวกับสะโพก พอกตัวพอกหน้าด้วยโคลนสำหรับผู้มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง รายการแช่และพอกนี้ต้องเลือกเอารายการเดียว ซ้ำซ้อนไม่ได้ บ่ายสี่โมงถึงห้าโมงครึ่งคุณหมอบรรยายอีก ห้าโมงครึ่งถึงหกโมงเดินออกกำลัง หกโมงอาหารค่ำ (ผลไม้!) 19 นาฬิกา คุณหมอบรรยาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบคำถาม และบางคืนก็มีรายการบันเทิงโดยคุณหมอร้องเพลง (แขก) บ้าง ผู้เข้าโครงการร้องเพลงบ้าง ไปจน 21 นาฬิกา จึงนอน
แค่นี้ก็เห็นจะพอเดาได้แล้วนะครับว่า ยังไง ๆ เสียผมและเพื่อนร่วมโครงการก็คงจะน้ำหนักลดกลับมากันคนละหลายกิโลฯ ส่วนอาการป่วยของใครจะหายหรือบรรเทาลงเพียงใดหรือไม่ ต้องเอาไว้วันอังคารหน้าจะเล่าให้ฟังต่อ



H O M E



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 23:10:03 น. 108 comments
Counter : Pageviews.

 
*10 วิกฤตสิ่งแวดล้อม ที่ท้าทาย รมต.สิ่งแวดล้อมใหม โดย : ศรีสุวรรณ จรรยา

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีนอมินีของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้เป็นที่คาดหวังกันเท่าใดนักขององค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะมีฐานความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้ามาบริหารจัดการปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และวิกฤตสิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งที่เป็นปัญหาใหญ่สะสมมาช้านาน จนยากที่จะแก้ไขให้ลุล่วงได้ในวันนี้ เพราะการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของชาติ ณ วันนี้จะกลายเป็นเรื่องของนักการเมืองมือใหม่หัดขับ ที่สังคมไม่อาจไว้วางใจต่อความสามารถในการบริหารจัดการ หรือจะเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถในสถานการณ์ปัญหาที่รอบด้านในเรื่องสำคัญ ๆ 10 ประเด็น ดังนี้

1. วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ได้วางทุ่นระเบิดเอาไว้ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP-2007 ที่เปิดโอกาสให้มีการเตรียมความพร้อมในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยให้ได้อย่างน้อย 4000 เมกะวัตต์ในอีก 15 ปีข้างหน้า พร้อมกับการตั้งหน่วยงานขึ้นมาถลุงเงินภาษีประชาชนแล้วกว่า 1,200 ล้านบาทในรูปของการพาสื่อมวลชนใหญ่ ๆ และข้าราชการระดับสูงไปท่องเที่ยวดูงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในยุโรปอย่างอิ่มหมีพลีมันถ้วนหน้า การโฆษณาชวนเชื่อเชิงรุกผ่านสื่อสารมวลชนทุกรูปแบบ ฯลฯ แม้เจ้าภาพโดยตรงของเรื่องนี้เป็นของกระทรวงพลังงาน แต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหน่วยงานโดยตรงที่จะต้องดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จะกลายเป็นกระทรวงหลักที่ถูกชาวบ้าน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรอิสระพุ่งเป้ามาหาในหลากหลายรูปแบบ เพื่อกดดันไม่ให้มีการผ่านรายงาน EIA ดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยกลวิธีใด

*2. วิกฤตป่าชุมชน แม้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนในวาระ 2 และ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะในมาตรา 25 , 34 และ 37 ซึ่งมีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง กล่าวคือมาตรา 25 ระบุให้การขอจัดตั้งป่าชุมชนในเขตป่าอนุรักษ์ทำได้เฉพาะชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานมาก่อนการประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และได้จัดการดูแลรักษาพื้นที่ดังกล่าวมาไม่น้อยกว่า 10 ปีก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ และต้องดูแลต่อเนื่องจนกระทั่งวันที่ขอจัดตั้งป่าชุมชน และไม่อนุญาตให้จัดตั้งป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ ขณะที่มาตรา 34 ระบุห้ามทำไม้ในป่าชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ มาตรา 37 ระบุว่าห้ามใช้พื้นที่ป่าชุมชนเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินโดยเด็ดขาด กรณีดังกล่าว ชาวบ้าน เครือข่ายป่าชุมชนทุกภูมิภาค ต่างระบุว่า พ.ร.บ.ป่าชุมชนที่ผ่าน สนช. ออกมานั้นเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการป่า ทั้งยังทำลายสิทธิของชุมชนที่ทำการรักษาป่ามาแล้วเป็นจำนวนมากด้วยเพราะเนื้อหาโดยรวมยังคงผูกขาดอำนาจในการบริหารจัดการป่าอยู่ที่รัฐ ปิดกั้นสิทธิและอำนาจชุมชนในการจัดการป่าชุมชน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนด้วย และที่สำคัญหากกฎหมายออกมาเช่นนี้จะทำให้ความขัดแย้งระหว่างรัฐโดยเฉพาะกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กับชุมชนต้องรุนแรงขึ้นไปอีก

3. วิกฤตโรงเหล็กบางสะพาน แม้รัฐบาลพยายามที่จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนทำโรงงานผลิตเหล็กในประเทศ เพื่อหวังใช้เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของประเทศ ลดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ แต่ปัญหาของการหาสถานที่ก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็ก ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโรงงานประเภทนี้จะเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษจำนวนมากทั้ง มลพิษทางอากาศ ไอกรด มลพิษทางน้ำ มลพิษทางเสียง ขยะกากสารพิษ มีแทบจะทุกอย่าง ในขณะที่พื้นที่ที่ภาคเอกชนต้องการใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างกลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวอย่างมากต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม อยู่ใกล้ป่าพรุ อยู่ใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการอนุบาลของปลาทู จนกรมประมงต้องมีการประกาศปิดอ่าวเป็นประจำทุกปี แต่ภาครัฐกลับมาความพยายามที่จะอนุญาตให้มีการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กในพื้นที่ดังกล่าวได้ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านผู้หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตน กับกลุ่มทุนเจ้าของโรงงานและชาวบ้านที่ได้ผลประโยชน์จากการขายแรงงานและรับจ้างในพื้นที่ และหน่วยงานรัฐ จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องดังกล่าวแม้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นเจ้าภาพ แต่การจะสร้างโรงงานเหล็กดังกล่าวได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ
การพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นหน่วยงานพิจารณา แถมยังต้องรีบจัดการตั้งองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ขึ้นมาให้ความเห็นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 67 ก็เป็นเรื่องท้าทายอีกปัญหาหนึ่งที่ผู้บริหารกระทรวงฯต้องเข้ามาใส่ใจดูแล และหาทางออกของปัญหานั้นให้ได้

*4. วิกฤตมลพิษทางเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยความต้องการของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (HUB) ของภูมิภาค จึงเร่งให้มีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเร็วขึ้นก่อนกำหนด ทำให้แผนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ โดยรอบสนามบินไม่สามารถดำเนินงานได้ทันตามแผนงานที่กำหนด ทำให้ชาวบ้านที่มีที่พักอาศัยและประกอบการอยู่โดยรอบสนามบินได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางเสียง ทำให้ชาวบ้านต้องทนทุกข์ ทรมาน เจ็บป่วยจากภาวะหูตึง บางรายถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากเกิดความดันโลหิต และหัวใจล้มเหลว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหน่วยงานอนุญาตและตรวจสอบ EIA ต้องมีภารกิจสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์มลพิษ แล้วเตือนรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อให้เร่งมาเจรจาหาทางออกร่วมกันกับชาวบ้านโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะมีคดีความฟ้องร้องกันมากไปกว่านี้ นอกจากนั้นยังเป็นภาระของกระทรวงฯ ที่จะต้องเร่งประกาศให้พื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ
และต้องกำหนดมาตรฐานมลพิษทางเสียงจากเครื่องบินและสนามบิน เหมือนกับนานาอารยะประเทศเขาดำเนินการกันแล้ว

5. วิกฤตมลพิษมาบตาพุด กว่า 25 ปีแล้วที่รัฐบาลมีมติให้พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกให้เป็นอิสเทิร์นซีบอร์ด ให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตต้นน้ำของประเทศ สร้างความโชติช่วงชัชวาลให้กับประเทศ จนยุคสมัยหนึ่งถึงกับเคลิบเคลิ้มว่าเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียไปแล้ว แต่ผลอีกด้านของการพัฒนาดังกล่าว คือ การแพร่กระจายของมลพิษแทบจะทุกด้านในพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง ทั้งปัญหาการเต็มศักยภาพของการรองรับมลพิษทางอากาศจากอุตสาหกรรมในพื้นที่แล้ว ปัญหาน้ำเน่าเสียที่ขาดการบำบัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ปัญหาน้ำใต้ดินที่มีการเจือปนของสารพิษ จนชาวบ้านไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคหรืออุปโภคได้ ปัญหาการลักลอบทิ้งกากสารพิษในพื้นที่ว่างเปล่า หรือในพื้นที่กำจัดขยะของเทศบาลและของเอกชน ผลกระทบดังกล่าวทำให้ชาวบ้าน 25 ชุมชนโดยรอบมาบตาพุด และชาวจังหวัดระยองมีภาวะเจ็บป่วย เป็นโรคมะเร็งกันมากขึ้น ในอัตราที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ในขณะที่ภาครัฐยังไม่สามารถใช้มาตรการใด ๆ ที่เด็ดขาดกับทุนนิยมอุตสาหกรรมได้ เพราะเกรงใจกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่าคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ในที่สุดชาวบ้านก็หมดความอดทนต้องปิดถนนประท้วง และในที่สุดต้องฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาล
เพื่อให้ภาครัฐเร่งประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น "เขตควบคุมมลพิษ" ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะแม่งานในเรื่องดังกล่าว ดูเหมือนจะกลายเป็นไก่ตาแตกที่ไม่สามารถหาทางออกของปัญหาได้ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตนไม่สามารถมีอำนาจบังคับบัญชาได้เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

6. วิกฤตมลพิษในเมืองใหญ่และปัญหาหมอกควัน ปลายปี พ.ศ. 2549 ต้นปีพ.ศ. 2550 ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่โตที่รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องเผชิญกับวิกฤตหมอกควันภาคเหนือ อันเนื่องมาจากการเผาป่า และการเผาขยะของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใดก็แล้วแต่ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นศักยภาพของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ด้อยประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา จนรัฐบาลต้องตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือขึ้นมาทำหน้าที่แทน ในขณะที่ปัญหาเหล่านี้จะต้องเกิดทุกปีในช่วงปลายฤดูหนาว และช่วงฤดูแล้ง แต่การทำงานในเชิงรุกก็ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในขณะที่ปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่อันเนื่องมาจากปัญหาการจราจร ก็ไม่สามารถจัดการได้ ปล่อยให้ชาวบ้านต้องทนทุกข์กับการเป็นโรคภูมิแพ้ระบาดกันไปทั่วทุกครัวเรือน จนกลายเป็นสถิติไปแล้วว่าประชากร 1 ใน 10 คนที่เดินอยู่บนท้องถนน ต้องเป็นโรคภูมิแพ้อย่างแน่นอนอย่างน้อย 1 คนในขณะที่กรมควบคุมมลพิษ ก็ไม่กล้าแตะต้องกับเจ้าของยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ไม่มีการกำหนดมาตรฐานมลพิษที่เข็มงวดขึ้นกว่าเดิม หรือการตรวจสอบเครื่องกรองมลพิษ (Catalytic Converter)
ที่หมดอายุการใช้งานแล้วได้

7. วิกฤตการลักลอบการค้าสัตว์ป่า-ช้างขอทาน ทั้งปัญหาการแอบส่งช้างไปต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย โดยไม่สามารถทำลายกระบวนการนี้ได้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีความพยายามนำลูกช้างจากประเทศเพื่อบ้านเข้ามาสวมทะเบียนช้างใหม่ การเร่งรีบนำช้างขึ้นไปขายให้กับประเทศจีนก่อนมีกีฬาโอลิมปิกนับ 100 เชือกโดยผ่านทางแม่น้ำโขง เพราะขาดมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างรัดกุม แม้จะเคยมีความพยายามออกระเบียบการส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร แต่ ณ วันนี้เรื่องดังกล่าวก็ถูกดองไว้จนไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ยังมีการเพิกเฉยต่อการให้มีการทารุณสัตว์และการทำสวนสัตว์ที่ผิดกฎหมายขึ้นเพื่อหารายได้เข้าวัดขึ้นภายในวัด เพราะเกรงใจพระ หรืออ้างว่าใช้เป็นที่อนุบาลสัตว์ของหน่วยงานรัฐที่ทำการยึดมา และที่สำคัญมีความพยายามในการนำสัตว์ป่าคุ้มครองมาให้สวนสัตว์เป็นสถานที่เพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อการค้าที่ถูกกฎหมาย สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ซ่อนความจริงไว้เพื่อรอการพิสูจน์ความจริงในเร็ววันนี้เท่านั้น นอกจากนั้นยังมีปัญหาการเร่ร่อนของช้างขอทานในเมืองและสถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ว่าจะผู้บริหารคนไหนเข้ามาดูแลต่างก็ไร้ความสามารถในการจัดการปัญหากันแทบทั้งสิ้น
ความถนัดที่เก่งก็คงจะเป็นการโยนกลองกันไปมา ว่าไม่ใช่ช้างป่า แต่เป็นช้างบ้านภายใต้การดูแลของหน่วยงานอื่น ปัดสวะให้พ้นหน้าไปวัน ๆ นี่คือปัญหาใหญ่อีกปัญหาที่รอคอยความสามารถของท่านรัฐมนตรี

8. วิกฤตการปลูกไม้โตเร็ว แม้มีแนวคิดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ต้องการส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัส แต่หน่วยงานหลักที่ต้องดูแลปัญหาดังกล่าวที่แท้จริง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกระทรวงเกษตรฯ แต่ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีทั้งหลายจะรับลูกกันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย แม้จะอยู่กันคนละพรรค โดยมิได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ความเหมาะสมควรอยู่ที่ตรงไหน เพราะคงไม่มีใครคัดค้านการปลูกไม้โตเร็ว การทำสวนป่า หรือการปลูกพืชใด ๆ เพราะการเพิ่มสีเขียวให้กับโลกนี้ย่อมดีแน่ แต่การที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้มีการปลูกยูคาลิปตัส ในทุกท้องที่ของประเทศ ดูเหมือนจะกลายเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไปของคนระดับรัฐมนตรี ดังนั้นหากไม่นำเสนอความชัดเจนออกมาว่าไม้โตเร็วที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคนั้น ควรเป็นชนิดใด พันธุ์ใด และอย่างไรแล้ว แน่นอนว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จะออกมาเต็มท้องถนนอีกปัญหาหนึ่งแน่นอน

*9. วิกฤตกองทุนสิ่งแวดล้อม แม้ไม่ใช้เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่ก็เป็นปัญหาที่มีผลโดยตรงต่อการจัดการสิ่งแวดล้อม เพราะนับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมขึ้นมาด้วยเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ตาม พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 แล้ว ณ วันนี้ประสิทธิผลของการใช้เงินกองทุนดังกล่าว มีความล้มเหลวมาโดยตลอดหรือไม่ โดยพิจารณาดูจากเงินที่ปล่อยให้เอกชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นกู้ไปเพื่อทำโรงบำบัดน้ำเสีย ณ วันนี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้กว่า 30 แห่งทั่วประเทศ การทำบ่อฝังกลบขยะก็กลายเป็นปัญหาที่ชาวบ้านประท้วงขับไล่ เพราะทำผิดแบบและไม่เป็นไปตามความต้องการของชาวบ้าน นอกจากนั้นมีการใช้เงินกองทุนในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนในแต่ละปีอย่างมโหฬาร นอกจากนั้นการใช้เป็นเงินอุดหนุนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ก็สร้างระเบียบเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นการเข้าถึงเงินกองทุน เหมือนกับไม่อยากอุดหนุนให้ แต่พอรัฐมนตรีต้องการนำไปใช้ตามความต้องการในโครงการนักรบสิ่งแวดล้อมก็อนุมัติให้อย่างง่ายดาย
เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ในขณะที่ผลประโยชน์ไม่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ตามเจตนารมณ์ของกองทุน

10. วิกฤตโลกร้อน เป็นประเด็นปัญหาหลักโดยรวมของวิกฤตปัญหาข้างต้น แม้รัฐบาลจะจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขึ้นมาดูแล แต่ก็มีหน้าที่เพียงการการอนุมัติโครงการ CDM ของบริษัทเอกชน เพื่อนำไปค้าขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจ การสร้างหลักสูตร หรือกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ของสังคม ในกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน จนนำไปสู่การลดปัญหาที่เป็นต้นตอของปัญหาโลกร้อนที่มีหลากหลายแหล่งปัญหาตั้งแต่ในเมือง ในชนบท ทุกอนูของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของคลื่น การบุกรุกป่าไม้ ป่าชายเลน การเผาป่า เผาเศษผลิตผลทางการเกษตร เป็นต้น

วิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ จึงเป็นความท้าทายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนใหม่ ที่จะใช้ความสามารถและศักยภาพของตนในการบริหารจัดการวิกฤตปัญหาเหล่านี้ให้ได้ แม้จะเป็นสตรีก็ไม่ใช่ปัญหา หากมีความตั้งใจ หรือจะบริหารจัดการเพียงแต่รอคอยรับฟังข้อมูล ข้อเสนอที่ล้วนเป็นสิ่งดี ๆ จากผู้บริหารกรมกองต่าง ๆ ที่ไม่ยอมรับข้อผิดพลาดของหน่วยงานตนแต่เพียงฝ่ายเดียวมาปรับปรุงแก้ไข ก็คงจะอนุมานได้ว่า ความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศจะมีผลลัพธ์เป็นเช่นไร...

ศรีสุวรรณ จรรยา
เลขาธิการสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


โดย: jenifaae วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:13:45:29 น.  

 
*ลี่เจียง...เมืองมรดกโลก กัลยาณมิตรเชื่อมสัมพันธ์ ไทย-สาธารณรัฐประชาชนจีน

*ลี่เจียง" หรือภาษาอังกฤษใช้ว่า ลี่ฉาง (Lijiang) เป็นเขตการปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเขตเมืองและเขตชนบท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน มีเขตแนวติดเทือกเขาทิเบต และเทือกเขายูนกุย พื้นที่ 95% เป็นภูเขา มีพื้นที่ 20,600 ตารางกิโลเมตร ประชากร 1.125 ล้านคน มีชนเผ่า 23 เผ่าอาศัย แต่มีเผ่าดั้งเดิมจำนวน 12 เผ่า ซึ่งชนเผ่า หน่าซี (Naxi) ถือเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยในลี่เจียงมากที่สุด

ความพิเศษของลี่เจียง คือ เป็นแห่งเดียวในประเทศจีนที่ไม่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร จึงสามารถมองเห็นแต่ภูเขาสูงไม่ว่าจะไปที่แห่งไหน ภูเขาสำคัญ ได้แก่ ภูเขาหิมะมังกรหยก

ย้อนหลังไปเมื่อกว่า 800 ปีมาแล้ว เคยเป็นจุดแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้าตามเส้นทางสาย Tea Horse ย่านเมืองเก่านี้มีชื่อเสียงจากคูคลองและสะพานที่มีอยู่มากมาย จนได้รับการขนานนามว่า "เวนิสแห่งตะวันออก"

สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากการที่ลี่เจียงมีแม่น้ำ Lishui ปัจจุบันมีชื่อว่า Jinsha river ไหลผ่าน ตลอดเมือง

ดังนั้น ภายในตัวเมืองจึงเห็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่านทุกๆ เส้นทาง นํ้าในลำธารสะอาดใสแจ๋ว มีปลาแหวกว่ายให้เห็น ดูแช่มชื่น และอากาศดี ไม่มีมลพิษ

หากจะนับประเทศที่มีหิมะบนยอดภูเขาในย่านนี้ ลี่เจียง นับว่าเป็นดินแดนภูเขาหิมะที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด เพียงใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถเล่นหิมะและดูประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของโลกที่นี่ได้แล้ว

*ย่านเมืองเก่าลี่เจียงมีชื่อเสียงมาก มีชื่อทางการ ว่า เมืองเก่าต้าเหยียน (Dayan old town) ซึ่งมีสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมแตกต่างไปจากเมืองโบราณอื่นๆ ของจีน เนื่องจากเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งรกรากของชาว หน่าซี หรือ นาสี มาตั้งแต่สมัยโบราณ

ชาวหน่าซี หรือ เผ่าหน่าซี มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดเผ่าหนึ่งในจีน เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาก่อน แต่ถูกจอมทัพกุ๊บไบข่านตีจนแตกพ่าย

ชาวหน่าซีมีภาษาเป็นของตัวเอง อายุเก่าแก่กว่าพันปี ใช้ภาพวาดเป็นอักษรสัญลักษณ์เหมือนของอียิปต์ และยังอนุรักษ์ไว้จนบัดนี้

องค์การยูเนสโกยกให้ลี่เจียงเป็นเมืองมรดกโลก เพราะมีดีถึง 3 อย่าง อย่างแรก คือ เมืองโบราณ ซึ่ง อยู่ในเขตเมืองลี่เจียง เป็นถิ่นที่อยู่เก่าแก่ของชน เผ่าหน่าซี นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมวัฒนธรรมประเพณีในชุมชนหน่าซี และสถาปัตยกรรมจีนโบราณ

ภายในเมืองโบราณจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ ขายสินค้าทุกรูปแบบให้แก่นักท่องเที่ยว สินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ คือการนำไม้เนื้อเบามาแกะสลักเป็นภาพหมู่บ้านในเมืองโบราณและวิถีชีวิตของชุมชนดูสวยงามยิ่ง

อย่างที่สอง คือลี่เจียงมี แม่น้ำ 3 สาย ไหลขนานกัน ได้แก่ แม่น้ำจินซาเจียง ไหลไปเซี่ยงไฮ้ แม่น้ำโขง ไหลไปเขมร และ แม่น้ำหลู่เจียง ไหลไปพม่า

ความแปลกประหลาดก็คือ แม่น้ำทั้งสามสายไม่สามารถที่จะมาบรรจบกันได้เลย มีบริเวณใกล้ที่สุดระยะทาง 60 กิโลเมตร ตรงกลางของแม่น้ำมีภูเขา เหล่าจิน คอยกั้นแม่น้ำทั้งสามสาย

*สุดท้าย คือหมู่บ้านข้างทะเลสาบหลูกู ซึ่งมีความแปลกประหลาดตรงที่เป็น หมู่บ้านหญิงล้วน ไม่มีผู้ชายแม้แต่คนเดียว เด็กๆ จึงไม่มีพ่อ ไม่มีปู่ มีแต่แม่กับยายเท่านั้น

ทางการลี่เจียงเล่าว่า หมู่บ้านนี้มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน เป็นเมืองลับแลของจีน ซึ่งผู้หญิงไม่ต้องการให้ผู้ชายเข้ามาอาศัยในหมู่บ้าน หากหญิงใดมีคนที่ตนรักก็สามารถที่จะมีลูกกันได้ ถ้าเป็นลูก ผู้หญิงก็จะรับเลี้ยงไว้ ถ้าเป็นผู้ชายก็ยกให้ฝ่ายชาย ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านอื่น

เคยเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญในลี่เจียง ที่ถูกบันทึกไว้คือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2539 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นส่งผลให้พื้นที่หนึ่งในสามของเมืองถูกทำลาย

ลี่เจียงได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 และปี 2550 ที่ผ่านมา เมืองลี่เจียงได้รับคัดเลือกให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวดีเด่นทางวัฒนธรรมจีน

สำหรับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับเมืองจีนหลายเล่ม อาทิ 1 โหลในเมืองจีน, ยูนนาน, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง, ซินเจียงและกานซู : ภาพจากดินแดนสุดหล้าฟ้าเขียว, จีนตะวันออก : ขึ้นเขา ลงทะเลสาบ เข้าวัด, และ จีนอีสานและเสฉวน : จากแดนแมนจูสู่ภูง่อไบ๊

พระนิพนธ์เรื่อง "1 โหลในเมืองจีน" มีเนื้อหากล่าวถึงเหตุที่ได้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-31 พฤษภาคม 2528 พร้อมคณะผู้ตามเสด็จ ทรงรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจของกรุงปักกิ่ง เมืองซีอาน เฉินตู คุนหมิง กุ้ยหลิน และกวางโจว

ทั้งนี้ ทรงแบ่งหน้าที่ให้ผู้ตามเสด็จเก็บข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวิชาการด้านอื่นๆ ส่วนในตอนท้ายพระนิพนธ์ทรงเพิ่มเติมบทความพิเศษเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การปกครอง สังคมศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนรายละเอียดของการเดินทางให้ผู้อ่านได้รับทราบ

สถานที่ที่ได้เสด็จซึ่งประทับในความทรงจำของชาวจีนไม่ลืมเลือน คือการเสด็จเยือน "ถ้ำขลุ่ยอ้อ" หรือ หลูตี้เหยียน ถ้ำสวยในกุ้ยหลิน เป็นถ้ำเล็กที่ไม่ธรรมดา เพราะตลอดระยะทางเดินที่ลึกเข้าไปภายในถ้ำประมาณ 200 เมตร จะพบกับหินงอกหินย้อยที่สมบูรณ์สวยงาม

โดยเฉพาะห้องที่สำคัญที่สุด คือ "วังบาดาล" เป็นห้องที่เคยใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงพระกระยาหารค่ำให้กับคณะของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ครั้งเสด็จเยือนกุ้ยหลิน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546

การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่โศกาดูร นายหู จิ่น เทา ประธานาธิบดีจีน ยังมีหนังสือ กราบบังคมทูลถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า

ทรงเป็นกัลยาณมิตรของประชาชนชาวจีน ทรงเป็นเพื่อนเก่าแก่ของจีน และทรงมีบทบาทอย่างยิ่งในการกระชับส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และทรงสร้างคุณูปการอันทรงคุณค่ายิ่งต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรของไทยและจีน

--------------------------------------------


* ผู้ป่วยมะเร็งอัด “ไชยา” สั่งทบทวนซีแอลทำตายแล้วหลายราย /6 มี.ค. 2551

4ศพเซ่นระงับซีแอล

โพสต์ทูเดย์ — ผู้ป่วยมะเร็งอัด “ไชยา” สั่งทบทวนซีแอลทำตายแล้วหลายราย นางเจิมจิตต์ วาสนศิริวรรณ เลขานุการชมรมเพื่อน ผู้พิชิตมะเร็ง โรงพยาบาล ภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า ผลกระทบจากการสั่งทบทวนการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (ซีแอล) ของ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ทำให้มี ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 4-5 คน เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงยาได้

“ยารักษามะเร็งมีราคาแพงมาก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ป่วยบางคนต้องขายรถ ขายบ้านเพื่อซื้อยารักษาหลักหมื่นบาทต่อเข็ม โดยหากรักษาครบสูตรจะเป็นเงินกว่าแสนบาท” นางเจิมจิตต์ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่กระทบถึงครอบครัว และคนรอบข้างของผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ไปด้วย ดังนั้นการประกาศซีแอลจะทำให้มียารักษาโรคมะเร็งราคาถูกที่ผู้ป่วยยากจนสามารถเข้าถึงได้


“หาก รมว.สธ. เป็นมะเร็ง จึงจะรู้ถึงรสชาติของความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ซึ่งการที่นายไชยา ออกมากล่าวว่า หากมี ผู้ได้รับผลกระทบจากการเข้าไม่ถึงยา จะยอมลาออกนั้น คิดว่าคุณค่าชีวิตไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งใดได้ โดยเฉพาะการนำมาเปรียบเทียบกับตำแหน่งหน้าที่การงาน” นางเจิมจิตต์ กล่าว


ด้าน นพ.พงษ์เทพ วงศ์วัชระไพบูลย์ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วย และมูลนิธิเพื่อนผู้บริโภค เพื่อหารือวิธีการทางข้อกฎหมายในการล่ารายชื่อขับไล่นายไชยา โดยสรุปว่าจะไม่มีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อใน สธ. แต่จะใช้วิธีการเปิดตู้ ปณ. ให้ข้าราชการและประชาชนส่งรายชื่อมาร่วมถอดถอน เนื่องจากมี ผู้บริหารระดับสูงใน สธ. สั่งห้ามไม่ให้ข้าราชการมาลงชื่อหากมีการตั้งโต๊ะ


*ขอเชิญเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2551
ด้วยมหาวิทยาลัยรังสิต จะจัดงานประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2551 (RSU Research Confernce 2008) ในวันพฤหัสที่ 3 เมษายน 2551 ณ. บริเวณชั้น 3 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเป็นเวทีวิชาการสำหรับนักวิชาการ นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป ในการนำเสนอผลงานวิจัยด้านต่าง
ทั้งนี้ จึงขอเชิญผู้สนใจนำเสนอผลงานวิจัยส่งแบบตอบรับและบทความวิจัยไปยังสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต โดยขยายเวลาถึงวันพุธที่ 16 มกราคม 2551
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2791-5689


โดย: jenifaae วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:13:46:42 น.  

 
*ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี "ยกระดับมาตรฐานธุรกิจซอฟต์แวร์ไทยด้วย ISO9001:2000" ในวันที่ 19 มีนาคม 2551


วัน-เวลา: 19 มีนาคม 2551 เวลา 13.00-17.00 น.
สถานที่: ชั้น 3 ห้องออดิทอเรี่ยม อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ

วัตถุประสงค์และประโยชน์:
ในปัจจุบันการบริหารธุรกิจอย่างเป็นระบบจัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญ การจัดทำระบบ ISO 9001:2000 จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ
ทั้งในธุรกิจที่เป็นการผลิตและการให้บริการเพื่อทำให้ระบบการบริหารภายในองค์กรมีประสิทธิภาพ เพราะเป้าหมายสำคัญของแต่ละ
องค์กร นอกจากการแสวงหาผลกำไรแล้ว เรายังต้องทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจเป็นสำคัญ
ฉะนั้นการจัดทำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2000 จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งขั้นพื้นฐานให้กับ
บริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยการวางระบบ
บริหารงานที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่ากระบวนต่างๆ ได้รับการควบคุมและตรวจสอบ ให้มีคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
ภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ และบริการให้เทียบเคียงกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้ นอกจากนั้น ระบบ
ISO 9001:2000 ยังเป็นมาตรฐานสากลที่สามารถใช้เป็นใบเบิกทางไปสู่การค้าในระดับสากล

ผู้เข้าร่วมงานสัมมนา:
1. ระดับบริหาร
2. ตัวแทนฝ่ายบริหาร
3. ทีมปฏิบัติงานระบบคุณภาพ

กำหนดการงานสัมมนา
"ยกระดับมาตรฐานธุรกิจซอฟต์แวร์ไทยด้วย ISO 9001:2000"
วันที่ 19 มีนาคม 2551 เวลา 13.00-17.00 น.
ณ ห้องออดิทอเรี่ยม ชั้น 3 อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค.

13:00 - 13:30 น.
ลงทะเบียน
13:30 – 13:40 น.
กล่าวต้อนรับและเปิดงานสัมมนา
โดย คุณสุวิภา วรรณสาธพ
ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย

13:40 – 14:20 น.
บรรยายพิเศษหัวข้อ “สร้างความแข็งแกร่งให้ซอฟต์แวร์ไทยด้วย ISO 9001:2000”
โดย คุณวิสุทธิ์ แก้วทอง
หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน
บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด

14:20 – 15:00 น.
บรรยายพิเศษหัวข้อ “ ความเหมือนในความแตกต่างระหว่าง ISO 9001:2000 และ CMMI”
โดย คุณสุภาวดี จิวหะสุชิน
IT Product Manager and Auditor
TUV NORD (Thailand)

15:00 – 15:10 น
รับประทานอาหารว่าง

15:10 – 15:40 น.
บรรยายพิเศษหัวข้อ “ ISO 9001:2000 จุดเริ่มต้นไปสู่ Software Process Improvement”
โดย คุณพิมพ์พร หาญชาญเลิศ
CMMI Lead Appraiser
เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย

15:40 – 16:40 น.
Panel Discussion: “จุดประกาย ISO: ความสำเร็จหรือความยุ่งยาก”
โดย คุณอนงค์ ปิยะเศรษฐ์
Director, System Development
บริษัท อิกตัส จำกัด

คุณชัชพงศ์ มัญชุภา
รองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998)

คุณบุญช่วย สงวนวรพงศ์
ประธานกรรมการ
บริษัท เมจิก ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ดำเนินการอภิปราย โดย คุณวิสุทธิ์ ลือชัยเฉลิมสุข
กรรมการผู้จัดการ บริษัท VL Business Consultant จำกัด



*** ปิดรับสมัคร วันที่ 14 มีนาคม 2551 ***

สอบถามรายละเอียดได้ที่:

คุณวลัยกาญจน์ หล่อยนต์

โทร. 02- 583-9992 ต่อ 1433, 1435


โดย: jenifaae วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:13:47:10 น.  

 
*ปชป.ค้านตั้งปลัดกทม.รักษาการแทน 'อภิรักษ์'


นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห้นด้วยกับการตั้งนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร
ให้รักษาราชการแทน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

ภายหลังที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำก่อให้เกิดเสียหายแก่หายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวหาคดีทุจริตรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร
เนื่องจากนายนายอภิรักษ์ยังไม่พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกทม. ซึ่งตามหลักการแล้ว ผู้ที่รักษาราชการแทนควรจะเป็น นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากกว่า นอกจากนี้ คิดว่าไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความด้วย และเรื่องนี้ไม่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เหมือนที่นักกฎหมายพรรคพลังประชาชนออกมาระบุไว้
นายพีรพันธ์ กล่าวต่อว่า การยุติบทบาทของนายอภิรักษ์ ถือเป็นการแสดงสปิริตทางการเมือง แต่กลับมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม


*ไวรัส คอม ตัวใหม่ ล่าสุด

คำเตือนจากไมโครซอฟท์ ( http://www. microsoft. com)
และแม็คอาฟี่( http://www. mcafee. com )
เพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายมากที่สุดเท่าที่มีมา
แม็คอาฟีเพิ่งพบไวรัสตัวนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้เองและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ไวรัสนี้จะทำลายเซคเตอร์ซีโร่ในฮาร์ดดิสค์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลการทำงานที่ขาดไม่ได้
การทำงานของมันเป็นดังนี้:

มันส่งตัวเองโดยอัตโนมัติไปยังทุกรายชื่อที่คุณติดต่อ โดยใช้หัวข้อ AVirtual Card forYou
(คล้ายเวลาเราได้การ์ดอินเทอร์เน็ตจากเพื่อน)

ทันทีที่เปิดสิ่งที่ส่งมานี้คอมพิวเตอร์จะหยุดทำงานเพื่อผู้ใช้จะต้องบู๊ทเครื่องใหม่

และเมื่อกดปุ่ม Ctrl+Alt+Del หรือปุ่มรีเซ็ท ไวรัสนี้ก็จะทำลายเซ็คเตอร์
ซีโร่ซึ่งจะเป็นการทำลายฮาร์ดดิสก์อย่างถาวร

ทั้งนี้ ตามการรายงานของ CNN (www.cnn.com ) ดังนั้น อย่าเปิดจดหมายใดๆที่ใช้หัวข้อว่า A Virtual
CardFor You
ให้ลบทิ้งทันที

และกรุณาส่งจดหมายนี้ต่อไปยังเพื่อนๆ ของคุณส่งให้ทุกคนใน address book นอกจากนั้น
อินเทลรายงานว่าเพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ที่เป็นอันตราย


ถ้าคุณได้รับจดหมายหัวข้อ An Internet Flower For You อย่าเปิด
แต่ให้ลบทิ้งทันทีไวรัสนี้จะทำลายข้อมูลเชื่อมโยง dynamic link libraries (ไฟล์ .dll )ทั้งหมด และ คุณจะ
boot เครื่องไม่ได้



โดย: jenifaae วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:21:10:14 น.  

 
*เปิดจดหมาย พระสุรินทร์ มาศดิตถ์ 24 ต.ค. 2520 และใครเป็นใครบ้างใน 6 ตุลา 19 โดย : ประชาไท วันที่ : 22/2/2551
จดหมายของสุรินทร์ มาศดิตถ์

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัย 6 ตุลาคม 2519

วัดพรหมโลก กิ่ง อ.พรหมคีรี นครศรีธรรมราช

วันที่ 24 ตุลาคม 2520

เจริญพร

(1)

จดหมายของอาตมา ฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม 2520 แจ้งผลการทอดผ้าป่าสามัคคีและเล่าเรื่องก่อนการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน คือ การที่รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งขึ้นมา แล้วถูกยึดอำนาจให้ทราบบ้างแล้ว ตอนท้ายได้กล่าวไว้ว่า ความลับในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เท่าที่ประสบด้วยตนเองต่อ ดังนี้
วันที่ 6 ตุลาคม 2519 อาตมามาถึงตึกบัญชาการ สำนักนายกรัฐมนตรี เวลาประมาณ 7.00 น.เศษ มีนักหนังสือพิมพ์มาคอยอยู่ที่บันไดและลานก่อนเข้าลิฟท์หลายคน ต่างก็ถามถึงการที่มีภาพแขวนคอหน้าคล้ายเจ้าฟ้าชาย อาตมาตอบว่า ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินคดี และกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาบางคนเข้ามอบตัวแล้ว ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
แล้วอาตมารีบขึ้นไปชั้น 4 ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี พบ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ได้ดูภาพในหนังสือพิมพ์ดาวสยามและบ้านเมือง จึงเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีว่า ให้รีบประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามชุมนุมทั่วประเทศ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ฯพณฯ นายกเห็นด้วย และว่าเดี๋ยว 9 โมงเช้า ประชุมคณะรัฐมนตรี จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี



(2)

อาตมาจึงลงไปห้องทำงานชั้น 3 เห็นหนังสือด่วนไม่กี่ฉบับ เวลา 9.00 น.เศษ จึงรีบลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ไปถึงคณะรัฐมนตรีเปิดประชุมไปแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวกับอาตมาว่า กำลังพิจารณาเรื่องประกาศภาวะฉุกเฉิน อาตมาว่า ก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย และจำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันเหตุร้ายในบ้านเมือง
ปรากฏว่าพลตรีชาติชาย ชุณหะวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีอื่นฝ่ายพรรคชาติไทย คัดค้านไม่ให้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ไม่ให้ห้ามการชุมนุม โดยอ้างเหตุผลว่าหากห้ามการชุมนุม ลูกเสือชาวบ้านจำนวนมากที่นัดมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า เดินทางเข้ามาชุมนุมมากแล้วและกำลังเดินทางมา ก็จะเดือดร้อน ชุมนุมไม่ได้ แล้วจะหันมาเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล
เหตุผลการคัดค้านของพลตรีชาติชาย ชุณหะวัน อ่อน รัฐมนตรีส่วนมากนั่งเฉย แสดงว่าเห็นด้วยในการประกาศภาวะฉุกเฉิน พลตรีชาติชายจึงได้ไปนำเอาพล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน ผู้เป็นหัวหน้าลูกเสือชาวบ้านคนหนึ่งของฝ่าย ตชด. เข้ามาในคณะรัฐมนตรี มาคัดค้านการประกาศภาวะฉุกเฉิน และกล่าวว่า จะต้องปราบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้สิ้นซาก



(3)

นายกรัฐมนตรีพูดว่าไม่ได้ หากเกิดจลาจลเป็นหน้าที่ของตำรวจทหาร บ้านเมืองมีขื่อมีแป คุณจะเอาประชาชนไปฆ่าประชาชนไม่ได้ พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์บังอาจโต้นายกรัฐมนตรีต่อไปว่า ลูกเสือชาวบ้านก็มีวินัยรวมกับตำรวจทหารได้ ดูเหตุการณ์จากการกระทำของรัฐมนตรีฝ่ายพรรคชาติไทยและที่ไปนำพล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ เข้ามาโต้เถียงกับนายกรัฐมนตรีแล้ว
อาตมาเข้าใจได้ทันทีว่าพวกนี้ต้องวางแผนการปฏิวัติไว้แล้ว และเชื่อแน่ของพวกเขาแล้วว่าต้องสำเร็จแน่ ตำรวจยศพลตำรวจตรี ยังกล้าเถียงนายกรัฐมนตรีถึงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลตรีประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคชาติไทย รมต.เกษตรฯ แสดงความเห็นในคณะรัฐมนตรีว่า เป็นจังหวะและโอกาสดีที่สุดแล้วที่จะปราบปราม ให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ถูกลบชื่อหายไป



(4)

ก่อนเที่ยงที่กำลังโต้กันเรื่อง จะประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ โดยรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปัตย์ให้ประกาศ รัฐมนตรีฝ่ายพรรคชาติไทยไม่ยอมให้ประกาศ ทั้งๆ ที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการ่างประกาศไว้แล้ว ยังไม่เป็นที่ยุตินั้น พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ รองอธิบดีกรมตำรวจ ได้เข้ามารายงานในคณะรัฐมนตรี พร้อมกับร้องไห้โฮๆ ว่า ฝ่ายนักศึกษามีอาวุธปืนสงครามร้ายแรง ระดมยิงตำรวจบาดเจ็บและตายจำนวนมาก ฝ่ายนักศึกษาก็ตายแยะ พูดพลางร้องไห้พลาง ตำรวจนครบาลสู้ไม่ได้จึงส่งตำรวจพลร่มและ ตชด.เข้าไปปราบปราม



(5)

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ เข้าไปรายงานเหตุการณ์ว่า ควบคุมสถานการณ์ในธรรมศาสตร์ไว้ได้แล้ว มีความสงบเรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีถามว่า “ตำรวจตายกี่คนท่านอธิบดี” อธิบดีกรมตำรวจตอบว่า “ตำรวจไม่ตาย แต่บาดเจ็บไม่กี่คน” รัฐมนตรีจึงแสดงสีหน้าสงสัย
อธิบดีกรมตำรวจหันไปมอง พล.ต.ท.ชุมพล นั่งเช็ดน้ำตา จึงไม่รู้ว่าก่อนนั้นเขารายงานกันว่าอย่างไร อธิบดีกรมตำรวจจึงเดินออกจากที่ประชุมไป ต่อไป พล.ต.ต.กระจ่าง ซึ่งเป็นหัวหน้านำ ตชด.เข้าไปทำการควบคุมนักศึกษา 3,000 คนเศษไว้แล้วนั้น เข้ารายงานเหตุการณ์ในคณะรัฐมนตรี ท่านผู้นี้อาตมาไม่ทราบนามสกุล และอาตมายกย่องเขาอยู่จนบัดนี้ว่า เขาเป็นตำรวจอาชีพ ผู้บังคับบัญชาสั่งไปทำงานก็ไปทำ แล้วมารายงานคณะรัฐมนตรีตามความเป็นจริง แต่สังเกตดูไม่เป็นที่พอใจของรัฐมนตรีฝ่ายที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์
พล.ต.ต.กระจ่าง รายงานว่า ปืนที่ยึดจากนักศึกษาเป็นปืนพกเพียง 3 กระบอก คุณเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ รองนายกรัฐมนตรี ถามว่าปืนอะไร ที่เสียงดังมาก ดังปุดๆ ปึงๆ ใครยิง ฝ่ายเรายิง หรือฝ่ายนักศึกษายิง พล.ต.ต.กระจ่าง ตอบว่า ปืนอย่างนั้นนักศึกษาจะเอามาจากไหน ตำรวจยิงทั้งนั้น



(6)

จนกระทั่งเที่ยงปัญหาจะประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ ยังตกลงกันไม่ได้ อาตมาจึงตัดบทด้วยการเสนอว่ามอบอำนาจนายกรัฐมนตรีก็แล้วกัน ท่านจะประกาศภาวะฉุกเฉินเวลาใด แล้วพักรับประทานอาหาร อาตมาถาม พล.ต.ต.กระจ่าง เป็นการส่วนตัวนอกที่ประชุมว่า ยึดอาวุธจากนักศึกษาได้เพิ่มหรือไม่ พล.ต.ต.กระจ่าง วิทยุถามไปที่ควบคุมนักศึกษาบางเขน ซึ่งเป็นศูนย์ ได้รับตอบมาทางวิทยุว่าได้ปืนจากนักศึกษาในธรรมศาสตร์เพียง 3 กระบอก เป็นปืนพกขนาด .22



(7)

ตอนบ่ายประชุมคณะรัฐมนตรี มีการพิจารณาร่างแถลงการณ์ ได้มีการแถลงการณ์บางตอนไม่ตรงตามความจริง อาตมาเป็นผู้คัดค้านไม่ให้ออกแถลงการณ์เท็จ ต่อมา พล.ต.ชาติชาย รมต.อุตสาหกรรม ออกไปนอกห้องประชุมแล้วพูดว่า ลูกเสือชาวบ้านที่ชุมนุม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าเริ่มอึดอัดแล้วเพราะไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีถามว่า เหตุการณ์สงบแล้วยังไม่กลับบ้านอีกหรือ พล.ต.ชาติชายตอบว่า ยังไม่กลับ และเตรียมเดินขบวนมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอทราบคำตอบจากรัฐบาลตามข้อเรียกร้อง จึงมีรัฐมนตรีคนหนึ่งจำไม่ได้ว่าใคร ถามว่าลูกเสือชาวบ้านเรียกร้องอะไร



(8)

นายกรัฐมนตรีตอบว่า กลุ่มแม่บ้านได้ยื่นข้อเรียกร้องมาเมื่อวันก่อน พร้อมกับล้วงซองขาวออกจากอกเสื้อ แล้วอ่านให้ฟังถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มแม่บ้าน จำได้ว่ามีข้อเรียกร้องให้นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ นายชวน หลีกภัย นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ ออกจากรัฐมนตรี ให้จับ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นายแคล้ว นรปติ และกรรมการพรรคสังคมนิยมทุกคน ให้ใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์โดยเด็ดขาด
เมื่ออ่านข้อเรียกร้องจบ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเป็นสิ่งที่มากไป นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะรัฐมนตรีได้รับพระกรุณาแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ การออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากเห็นว่าไม่เหมาะสม ส.ส.ก็อาจลงมติไม่ไว้วางใจได้ การแถลงนโยบายในวันมะรืนนี้ (8 ตุลาคม) เพื่อรับรองความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร ก็มีสิทธิที่จะลงมติไม่ไว้วางใจได้ ประชาชนเพียงบางส่วนจะมาเรียกร้องแบบนี้ เห็นว่าไม่ถูกต้อง



(9)

อาตมาประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยความอดทน สิ่งที่จะพูดหลายครั้งแต่ไม่พูด แต่เฉพาะข้อเรียกร้องของแม่บ้านกลุ่มหนึ่งนั้น อาตมาเห็นว่าจะต้องพูด เพราะมีรัฐมนตรีบางคนในพรรคชาติไทยเป็นผู้ร่วมก่อเรื่องนี้ขึ้นด้วย อาตมาจึงพูดว่า
อาตมาถูกใส่ร้ายป้ายสีมากมายด้วยความโกหกมดเท็จของนักการเมืองบางพวก บางคน เป็นการสาดโคลนใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างน่าละอายที่สุด โดยมีหนังสือพิมพ์บางฉบับ สถานีวิทยุบางแห่ง เป็นผู้ร่วมสร้างข่าวเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีอาตมาด้วยความเท็จมาโดยตลอด แต่อาตมาทนหวังให้ผลงานเป็นสิ่งพิสูจน์ แต่เมื่อมาถึงขั้นให้กลุ่มคนส่วนน้อยที่ไม่ทราบความจริงมามีหนังสือบีบบังคับเช่นนี้ อาตมาไม่ออก อาตมาจะสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง



(10)

แล้วอาตมาพูดต่อไปว่า อาตมาเป็นรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งปี 2519 นี้ พออาตมาได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์แล้ว อาตมาได้พูดกับนายกรัฐมนตรีต่อหน้าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า หากผมไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ขอให้หัวหน้า (หมายถึง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี) กราบบังคมทูลเอาผมออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีได้ทุกเวลา
และต่อมาในสมัยเสนีย์ 2 เมื่อหัวหน้าลาออกจากนายกรัฐมนตรี และสภาซาวเสียงให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก อาตมาก็พูดกับนายกรัฐมนตรีอีกว่า ตั้งผมเป็นรัฐมนตรีอาจยุ่งยากมาก ขออย่าแต่งตั้งผมเลย แม้ไม่เป็นรัฐมนตรี ผมก็จะช่วยพรรคเหมือนเดิม นี่ย่อมแสดงว่าอาตมาไม่ได้หวงตำแหน่งรัฐมนตรี ยอมทำตามมติพรรค คำสั่งพรรค และดำเนินแนวนโยบายของพรรคอย่างเคร่งครัดทุกประการ
แต่เมื่อมาบีบบังคับกันด้วยเล่ห์การเมืองที่สกปรกแบบนี้ ผมไม่ลาออก ผมจะสู้ สู้เพื่อศักดิ์ศรีของผม เป็นคำพูดของอาตมาในวันนั้น หลังจากนั้น พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร พูดขึ้นว่าการใส่ร้ายป้ายสีกันมันก็มีทั้งนั้นละ นี่ก็มีข่าวว่าคุณดำรงไปพูดที่ขอนแก่น



(11)

หลังจากนั้น พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัน ก็ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่นาน ลูกเสือชาวบ้านและพวกเขาที่เตรียมไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีนายธรรมนูญ เทียนเงิน นายสมัคร สุนทรเวช นายส่งสุข ภัคเกษม และพวกได้ไปร่วมอยู่ด้วยนั้น ก็เคลื่อนขบวนมาทั้งรถยนต์ และเดินมาล้อมทำเนียบรัฐบาล



(12)

ขณะนั้นฝนกำลังตกหนัก การประชุมคณะรัฐมนตรีเลิกประมาณ 15.00 น.เศษ อาตมานั่งรถยนต์จากตึกไทยคู่ฟ้าไปตึกบัญชาการ ตั้งใจว่าจะทำงานอยู่ตามปกติ เพราะถือว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร แต่นายตำรวจคนหนึ่งยืนกรำฝนรออยู่และเตือนว่า ท่านรัฐมนตรีรีบออกจากทำเนียบรัฐบาลเร็วที่สุด มิเช่นนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต
อาตมาก็ได้คิดและสั่งคนขับรถออกจากทำเนียบไปได้อย่างปลอดภัย ความจริงยังมีอีกมาก ปฏิวัติแล้วเขาว่าจะมีเลือกตั้ง เราต้องพบกันอีก ขอพวกเราจงสามัคคีกัน อย่าเอาคนทรยศต่อพรรคเข้ามาอีก การอยู่รวมตัวกันเป็นพรรคการเมือง ต้องเลือกเอาคนที่มีแนวความคิดเดียวกัน แม้แต่คนละพรรคก็น่าจะร่วมกันได้ นักการเมืองทุกฝ่าย ควรจะได้ร่วมกันเพื่อชาติจริงๆ ไม่ใช่เพื่ออำนาจและเงิน หรือผลประโยชน์ในกิจการส่วนตัว
การรวมพรรคการเมืองที่มีแนวความคิด นโยบาย ใกล้เคียงกัน เป็นปึกแผ่น สามารถที่จะเอาชนะเผด็จการได้ หากแตกแยกกัน เผด็จการจะครองเมือง เหมือนที่เป็นมา ขอให้ทุกคนประสบความสุขและโชคดี

เจริญพรด้วยความรัก นับถือ

สุรินทร์ มาศดิตถ์

-------------------------------

ใครเป็นใครในสมัย 6 ตุลา 2519

อธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ

รองอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ

พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม

(ตำรวจปราบจลาจลเป็นแผนกหนึ่ง (แผนก 5) ของกองกำกับการ 2 กองปราบปราม)



นายตำรวจระดับแถวหน้ามีอาทิ พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ พล.ต.ต.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ พล.ต.ต.ยุทธนา วรรณโกวิท



ผู้บังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต

หัวหน้าลูกเสือชาวบ้าน พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัญ

หัวหน้ากระทิงแดง พล.ต.สุดสาย หัสดิน ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.

นายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ

ผู้นำสงฆ์ต่อต้านฝ่ายซ้าย กิตติวุฑโฒภิกขุ

ผู้นำนวพล นายวัฒนา เขียววิมล



ลักษณะของกองกำลังติดอาวุธที่ลงมือปราบปรามนักศึกษาประชาชน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีแต่ตำรวจไม่มีทหาร เช่น นครบาล, แผนกอาวุธพิเศษ (สวาท), สันติบาล, กองปราบปราม, ตำรวจแผนกปราบจลาจล (คอมมานโด), ตำรวจพลร่มตระเวนชายแดน จากค่ายนเรศวร หัวหิน



ผู้บัญขาการทหารสูงสุด พลเรือตรีสงัด ชะลออยู่

ผบ.ทบ. พลเอกเสริม ณ นคร (รับตำแหน่งต่อจากพลเอกบุญชัย บำรุงพงศ์)

ผบ.ทร. พลเรือเอกอมร ศิริกายะ

ผบ.ทอ. พลอากาศเอกกมล เตชะตุงคะ



อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์

นายก อมธ. นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ

นายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์

นายกองค์การนักศึกษารามคำแหง นายมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม

เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ นายสุธรรม แสงประทุม



นายวิโรจน์ ตั้งวานิขย์ และนายอภินันท์ บัวหภักดี 2 นศ. มธ. ผู้แสดงละครล้อเลียนการกลับเข้าประเทศไทยของสามเณรถนอม กิตติขจร และถูกนำไปกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมฯ อันนำไปสู่การปราบปรามนักศึกษาและประชาชนด้วยอาวุธร้าย


รายชื่อคณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 ของไทย

(20 เมษายน พ.ศ.2519 - 23 กันยายน พ.ศ. 2519)


ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็น นายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

1. พลตรี ประมาณ อดิเรกสาร เป็นรองนายกรัฐมนตรี

2. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

3. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

4. นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

5. นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

6. พลเอก กฤษณ์ สีวะรา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

7. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

8. นาย พิชัย รัตตกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

9. นาย พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

10. นายทวิช กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

11. นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

12. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

13. นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

14. พลตรีศิริ สิริโยธิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

15. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

16. พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

17. นายนิพนธ์ ศศิธร เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

18. พลเอกทวิช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

19. นาวาอากาศโททินกร พันธุ์กระวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

20. นายเล็ก นานา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

21. นายไกรสร ตันติพงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

22. นายอนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

23. นายบุญเกิด หิรัญคำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

24. นายประชุม รัตนเพียร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

25. นายคล้าย ละอองมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิช

26. นายขุนทอง ภูผิวเดือน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

27. นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

28. นายสมบุญ ศิริธร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

29. นายชูสง่า ฤทธิประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

30. นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม

31. นายสิดดิก สารีฟ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

32. นายดาบชัย อัคราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

33. นายปรีชา มุสิกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

34. นายแผน สิริเวชชะพันธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

35. นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม



รายชื่อคณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 ของไทย (ครม.ก่อน 6 ตุลา 19)

(25 กันยายน พ.ศ. 2519 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519)


ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็น นายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2519 สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

1. พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรองนายกรัฐมนตรี

2. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

3. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

4. นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

5. นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

6. นายนิธิพัฒน์ ชาลีจันทร์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

7. พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

8. นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

9. นายพิชัย รัตตกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

10. พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

11. นายทวิช กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

12. นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

13. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

14. นายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

15. พลตรีศิริ สิริโยธิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

16. พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

17. พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

18. นายนิพนธ์ ศศิธร เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

19. นายนิธิพัฒน์ ชาลีจันทร์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

20. นาวาอากาศโททินกร พันธุ์กระวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

21. นายเล็ก นานา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

22. นายไกรสร ตันติพงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

23. นายอนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

24. นายบุญเกิด หิรัญคำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

25. นายประชุม รัตนเพียร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

26. นายคล้าย ละอองมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

27. นายขุนทอง ภูผิวเดือน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

28. นายแผน สิริเวชชะพันธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

29. นายดาบชัย อัคราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

30. นายชูสง่า ฤทธิประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

31. นายสิดดิก สารีฟ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ



**ข้อมูลบางส่วนมาจากวิกิพีเดีย สาราณุกรมเสรี**


โดย: jenifaae วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:21:10:41 น.  

 
*เครือข่ายผู้บริโภคผนึกสภาที่ปรึกษาฯ บุกกรมประชาฯ 25 ม.ค. นี้ ทวงประกาศคุมโฆษณารายการเด็ก
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน และอีกหลายองค์กร รวมถึง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ขอทวงถามความคืบหน้ากับ นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กรณีไม่ยอมลงนามออกประกาศกรมประชาสัมพันธ์เรื่อง 'หลักเกณฑ์และระยะเวลาสำหรับการโฆษณา และบริการธุรกิจทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีผลกระทบต่อเด็ก'
การผลักดันเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย.2550 จน ครม. มีมติเห็นชอบ ทุกหน่วยงานทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กกช.) นำเรื่องการออกประกาศเข้าที่ประชุมตั้งแต่ ก.ค.2550 และนำไปทดลองใช้ 3 เดือน และรับรองไปตั้งแต่ 17 ธ.ค.2550 ทั้งหมดเป็นเวลา 6 เดือน 'อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการและเลขานุการของ กกช.เข้าร่วมประชุมตลอด และไม่ท้วงติงว่ามีข้อขัดข้องใด ท่านก็บอกเองว่ารู้ผลแล้วว่า ลงนามออกประกาศได้ แต่จะรออีก 1-2 เดือนพวกเราเครือข่ายภาคประชาชนจะเดินหน้าเรียกร้องจนกว่าอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะยอมดำเนินการ โดยวันที่ 25 ม.ค. นี้จะไปขอคำตอบ' น.ส.สารี กล่าว
นายวันชัย บุญประชา เครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า ประกาศกรมประชาสัมพันธ์ มีสาระสำคัญให้รายการเด็กหมายถึงรายการสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี รวมถึงรายการสำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย ใจ กำหนดให้โฆษณาได้ไม่เกินชม.ละ 10 นาที นับรวมโฆษณาแฝงด้วย และต้องให้ความรู้การบริโภคที่ส่งเสริมสุขภาพอนามัยไม่น้อยกว่า 2 นาที รวมเป็น 12 นาที-


*สนง.วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนา “รัฐบาลใหม่ต้องทำอะไร...ต่อไป”
ดร.เอื้อจิตต์ วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม(Media Monitor) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ผ่านช่วงการเลือกตั้งมาแล้วระยะหนึ่ง และกำลังเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งนโยบายของพรรคการเมืองและการนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนควรให้ความสำคัญติดตามนำเสนอข่าวว่านักการเมืองสามารถทำงานตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนตอนหาเสียงได้หรือไม่ ดั้งนั้น “ข่าวหลังการเลือกตั้ง” ควรจะนำเสนอนโยบายที่จะถูกนำมาบริหารประเทศหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแบบหลายพรรคนั้น ว่าจะต้องมีแนวทางของข่าวโดยการมองจากนโยบายของพรรคการเมืองในแต่ละสูตรว่า เมื่อรวมกันแล้วจะทำให้การบริหารประเทศมีทิศทางเป็นอย่างไร หรือนโยบายที่พรรคที่คาดว่าจะร่วมรัฐบาลทั้งหมดเมื่อนำมารวมกันแล้ว สามารถดำเนินการได้ หรือเป็นความขัดแย้งอย่างไรบ้าง
“ในช่วงเลือกตั้งก็มีแต่ความซ้ำซาก ทุกสื่อรายงานแต่ข่าวดาราไปหาเสียงเลือกตั้ง ล้วนแต่มุ่งไปที่ข่าวขายได้และไม่ตกกระบวน ขาดมุมมองที่จะก่อประโยชน์กับประชาชน แทนที่จะนำเสนอภาพข่าวดาราไปใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวควรไปตั้งคำถามกับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งว่ามีสาเหตุของการตัดสิน ใจเลือกผู้แทนของตนจากอะไรบ้าง บางคนอาจจะเลือกจากความหล่อ บางคนอาจจะเลือกจากพ่อแม่บอกมา หรือบางคนอาจจะเลือกจากนโยบาย
ที่ผ่านมาการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนล้วนแต่มีรูปแบบที่เหมือนกันมุ่งไปที่ ความเป็นข่าว นำเสนอข่าวที่อยากเสนอมากกว่าข่าวที่จะเป็นวาระให้กับสังคม ทั้งที่การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประชาธิปไตยไม่ใช่มองบทบาทของประชาชนเป็นแค่ เพียงผู้หย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นสื่อก็หมดความสนใจกับประชาชน หันไปนำเสนอข่าวที่เป็นเพียงสูตรและตัวเลขว่าพรรคใดจะได้เป็นผู้จัดตั้ง รัฐบาล”ดร.เอื้อจิตต์ กล่าว
ทั้งนี้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาโครงการ Media monitor ได้รายงานผลการศึกษาเรื่อง “สื่อมวลชนกับบทบาทในการนำเสนอเนื้อหาการเลือกตั้ง” ที่พบว่า ทุกสถานีโทรทัศน์มีความสมดุลในการรายงานข่าวพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่ขาดความสมดุลในการรายงานข่าวพรรคการเมืองขนาดเล็ก สำหรับเรื่องประเด็นการตั้งคำถามของพิธีกรในรายการเล่าข่าวและรายการสนทนา พบว่า รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ของช่อง 3 เน้นถามเรื่องการเมืองและข้อขัดแย้งทางการเมืองมากกว่านโยบายของพรรค ในขณะที่ช่อง 5 และช่อง 9 มีการตั้งคำถามที่ดีและมุ่งเน้นที่นโยบายของพรรคการเมืองเป็นหลัก เช่นเดียวกับช่อง 11 ที่เน้นถามเรื่องนโยบายและหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามที่สร้างความขัดแย้งช่อง 9 มีการตั้งคำถามที่ดี, ช่อง TITV แม้พิธีกรในรายการส่วนใหญ่จะสามารถตั้งคำถามได้ดี ทว่า พบการยกตัวอย่างประกอบการตั้งคำถามที่มีอคติอยู่บ้าง ขณะที่ช่อง 7 ไม่มีรายการที่มีการตั้งคำถามเลย



*Apple ออก patch อุดช่องโหว่ QuickTime - IT NEWS - Pantip.com 17 มกราคม 2551
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้ออก patch อุดช่องโหว่สำหรับ iPod Touch, iPhone และ QuickTime แต่ก็ยังมีการเปิดเผยว่า Quicktime เองก็ยังมีช่องโหว่อยู่ในระบบ Real-Time Streaming Protocol
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบบเปิดเผยว่า patch อุดช่องโหว่ที่ Apple เพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลดไปนั้นจะเป็นการอุดช่องโหว่ระบบในจุดใหม่ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการเปิดเผยมาก่อนว่ามีการพบ แต่สำหรับช่องโหว่ในจุดที่มีการพบและรายงานไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น Apple ยังปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้มีการอุดช่องโหว่แต่อย่างใดใน patch ชุดนี้ โดยทาง US-CERT เปิดเผยว่าช่องโหว่ใน Quicktime นั้นยังคงมีอยู่ ซึ่งถ้ามีการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวก็จะทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานได้ ซึ่งจะเป็นปัญหาทั้งกับเวอร์ชั่น Mac OS X และ Windows โดยทาง US-CERT แนะนำให้ถอดการติดตั้ง Quicktime ออกไปจากระบบพร้อมทั้งระงับการใช้งาน Real-Time Streaming Protocol ไปจนกว่า Apple จะอุดช่องโหว่ในจุดนี้ได้

*Boeing ประกาศเลื่อนกำหนดบิน Dreamliner เที่ยวบินแรกอีกครั้ง - IT NEWS - Pantip.com 17 มกราคม 2551
ในวันพุธที่ผ่านมา Boeing ได้ประกาศเลื่อนกำหนดการบินเครื่อง 787 Dreamliner เที่ยวบินแรกพร้อมกำหนดส่งเครื่องให้ลูกค้าออกไปอีกเนื่องจากปัญหาด้านส่วนประกอบในการผลิต
โดยกำหนดการบินเที่ยวแรกของ Boeing 787 "Dreamliner" นั้นจะเป็นช่วงไตรมาสที่ 2ของปีนี้แทนที่จากเดิมจะกำหนดไว้เป็นช่วงเดือนมีนาคม ส่วนกำหนดส่งมอบเครื่องล๊อตแรกให้ลูกค้านั้นจะเป็นช่วงต้นปี 2009 แทนที่จากเดิมได้แจ้งไว้ว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2008 ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องมีการเลื่อนกำหนดต่างๆออกไปหลายครั้งนั้นเนื่องมาจากปัญหาในด้านส่วนประกอบต่างๆ ในการผลิตเครื่องบินที่ไม่สามารถผลิตได้ทันตามกำหนด โดยการเลื่อนกำหนดการส่งมอบนั้น อาจจะมีผลในการตัดสินใจเพิ่มจำนวนเครื่องบินของสายการบินรายใหญ่ต่างๆบางแห่ง และอาจจะทำให้ Boeing อาจถูกปรับเงินจากการส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งไว้ช้าไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามทาง Boeing ก็ยังไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เนื่องจากในช่วงนี้ยังไม่มีคู่แข่งรายใดผลิตเครื่องบินโดยสารออกมาได้เทียบเท่ากับ 787 โดย Airbus 350เองนั้นก็ยังคาดว่าต้องรอถึงช่วงปี 2013 เลยทีเดียว โดยการผลิตเครื่องบิน 787 นั้นชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบินจะถูกแบ่งไปให้ซัพพลายเออร์ของ Boeing ทำการประกอบเป็นส่วนๆ แล้วจึงนำมาประกอบรวมกันทั้งหมดที่โรงงานของ Boeing ที่ซีแอทเทิ่ลอีกครั้ง เพื่อที่จะเป็นการลดปัญหาด้านการประกอบ และช่วยให้สามารถประกอบเครื่องบินออกมาได้เร็วที่สุด แต่ก็มีปัญหาที่เกิดจากส่วนประกอบบางชิ้นมีการผลิตออกมาไม่พอ และการพัฒนาซอฟท์แวร์บางชุดที่ช้ากว่ากำหนด ซึ่งทาง Boeing ก็ได้ส่งพนักงานของบริษัทไปที่ซัพพลายเออร์รายต่างๆของ Boeing ทั่วโลกแล้ว เพื่อที่จะหาทางเร่งการผลิตชิ้นส่วนต่างๆได้เร็ว

*AT&T เปลี่ยนแบตเตอรี่ภายหลังจากการเกิดเหตุระเบิดและไฟลุกไหม้ - IT NEWS - Pantip.com 17 มกราคม 2551
AT&T ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้มีการเตรียมเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 17,000 ชุด ซึ่งใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายโทรทัศน์ U-verse ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง และเกิดระเบิดถึง 2 ครั้ง
โดยทางบริษัทกล่าวว่า ไม่ปรากฎผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น และได้ทำการเรียกแบตเตอรี่ที่วางแผนจะทำการส่งในปีนี้ทั้งที่ยังไม่เกิดปัญหาคืน โดยทางบริษัทยังได้กล่าวอีกว่า อุบัติเหตุในครั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้ให้รายละเอียดในเบื้องลึกแต่อย่างใด โดย Michael Coe ตัวแทนจาก AT&T ได้กล่าวว่า แบตเตอรี่ที่เกิดปัญหานี้ ทางบริษัทได้จ้างให้บริษัท Avestor เป็นผู้ทำการผลิตให้ ซึ่ง Avestor ถูกฟ้องล้มละลายเมื่อเดือนตุลาคมปี 2006 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ AT&T ตรวจพบการเกิดอุบัติเหตุครั้งแรกของแบตเตอรี่ โดย AT&T ตัดสินใจที่จะเรียกคืนแบตเตอรี่ทั้งหมดกลับคืนมา เมื่อเกิดเหตุการณ์การระเบิดครั้งที่สอง เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ Coe ยังได้กล่าวอีกว่า AT&T ได้ทำการยกเลิกการสั่งแบตเตอรี่ lithium-metal-polymer จาก Avestor มาตั้งแต่เมื่อไตรมาสแรกปี 2007 โดย AT&T จะใช้แบตเตอรี่ที่ทำจากนิกเกลแคดเมียมและตะกั่วแทน โดยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับระบบ U-verse ในครั้งนี้นั้นจะไม่มีผลทำให้การนำเครือข่ายดังกล่าวมาใช้งานช้าลงไปแต่อย่างใด ซึ่ง U-verse นั้นเป็นบอร์ดแบนด์อินเตอร์เน็ตที่มีบริการเสริมด้านความบันเทิงของ AT&T โดย AT&T เริ่มเปิดให้บริการ U-verse ตั้งแต่ช่วงปี 2005 เพื่อแข่งขันกับบริษัทเคเบิ้ลทีวีรายอื่นๆที่มีการเปิดบริการให้แล้ว ซึ่งในไตรมาสที่ 3ของปีที่ผ่านมานั้นมีลูกค้าของ U-verse อยู่ 126,000ราย


โดย: jenifaae วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:21:11:05 น.  

 
*รามาฯ เตรียมตั้ง “ธนาคารสายสะดือ” ของรัฐแห่งแรก โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2551
รามาฯ เตรียมตั้ง “ธนาคารสายสะดือ” ของรัฐแห่งแรก ใช้สเต็มเซลล์จากรกรักษาเท่าเทียม ทั้งคนรวย คนจน พร้อมเตรียมเปิดบรรยายคามสำเร็จการใช้สเต็มเซลล์รักษามะเร็งเต้านม ในงานประชุมวิชาการทางการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ ปลายเดือนม.ค.นี้ กระตุ้นคนไทยบริจาคไขกระดูก ระบุไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
นพ.ธัช อธิวิทวัส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเก็บรกของเด็กที่เกิดใหม่ไว้ในธนาคารสายสะดือซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเอกชน เพื่อใช้เลือดสายสะดือ หรือ สเต็มเซลล์จากรกในการรักษา อย่างไรก็ตามการจัดเก็บยังมีค่าใช้จ่ายสูง เป็นค่าธรรมเนียมในการเก็บแบบรายปี แต่การนำมาใช้จริงๆ มีไม่ถึง 1 % ซึ่ง รพ.รามาธิบดี กำลังเตรียมการที่จะจัดตั้งธนาคารสายสะดือที่เป็นของรัฐ ที่คนรวย คนจนมีสิทธิใช้ได้เท่ากัน ไม่ใช่เฉพาะคนรวยเท่านั้นที่จะมีสิทธิเก็บสายสะดือ
ปกติรพ.รัฐ ทำคลอดวันหนึ่งๆ นับร้อยรายส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเก็บรก เพราะไม่มีที่เก็บ แต่ถ้ามีธนาคารในการจัดเก็บที่เป็นระบบโอกาสของการรักษาโรคต่างๆ ที่สามารถใช้เลือดจากสายสะดือ หรือสเต็มเซลล์ในการรักษาได้ก็จะดีขึ้น ซึ่งความรู้ทั้งหมดนี้ จะมีการนำเสนอในการประชุมวิชาการทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ. 2551 ที่ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์”
นพ.ธัช กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมวิชาการทางการแพทย์เฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ จะมีการบรรยายถึงความสำเร็จของการรักษามะเร็งแนวใหม่ด้วยยารักษามะเร็งขั้นสูงร่วมกับการใช้สเต็มเซลล์ รวมถึงความก้าวหน้าในการปลูกถ่ายไขกระดูกให้กับผู้ป่วยโรคเลือด หรือมะเร็งในเม็ดเลือด โดยศ.นพ.วรวิทย์ รัตนธราธร หัวหน้าหน่วยปลูกถ่ายไขกระดูก ของมหาวิทยาลัยเวย์น สเตท รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาบรรยายความก้าวหน้านี้ให้กับแพทย์ด้านมะเร็งวิทยาของไทยฟัง
วิธีการรักษาโดยหลักการ คือ จะมีการใช้ยาร่วมกับการใช้สเต็มเซลล์ ที่ส่วนใหญ่มักจะใช้กับโรคเฉพาะทางโลหิตวิทยา และมะเร็งทางโลหิตวิทยา รวมถึงมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย โดยใช้กระบวนการดังกล่าว เข้าไปทำลายเซลล์มะเร็ง ที่ไม่มีผลต่อเซลล์ปกติของร่างกาย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของการรักษามะเร็งอีกขึ้นหนึ่ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ผลการวิจัยครั้งนี้ ถือว่าได้ผลดีมาก” นพ.ธัช กล่าว
นพ.ธัช กล่าวถึงการบริจาคไขกระดูกด้วยว่า คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจว่า หากจะบริจาคไขกระดูกจะต้องเจาะไขสันหลังเพื่อนำไขกระดูกออกมา ทำให้ผู้บริจาคเองได้รับความเจ็บปวดนั้น จริงๆ แล้วการบริจาคไขกระดูก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ผู้บริจาคเพียงแค่ไปเจาะเลือดเพื่อดู HLA แล้วขึ้นทะเบียนไว้ หากมีผู้ป่วยที่ HLA ตรงกัน ทางสภากาชาดก็จะติดต่อไปยังผู้บริจาค เพื่อขอให้มาเจาะเลือด เพื่อแยกเอาไขกระดูก และเสต็มเซลล์ออกมา ไม่จำเป็นต้องเจาะไขสันหลัง ซึ่งถ้าคนมีความรู้มากขึ้น การยื่นความจำนงเพื่อบริจาคไขกระดูกอาจจะมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้เพียงแค่ 40,000 กว่าราย เท่านั้น


*หัวอกแรงงานนอกระบบ โดย นภาเพ็ญ สุภโกศล มติชน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10935

โดย นภาเพ็ญ สุภโกศล aiw_maruko@hotmail.com

ตึกแถวเรียงรายเป็นที่ทำงานของกลุ่มรับจ้างเย็บผ้า ในแฟลตเคหะร่มเกล้า สภาพภายในมีห้องมากมายที่มีแรงงานนอกระบบนั่งเย็บผ้ากันอยู่ บางห้องนั่งเย็บผ้าคนเดียว บางห้องก็รวมตัวกันอยู่ 3-4 คน มีทั้งเป็นนายตนเองและเป็นลูกจ้าง

ภายในห้องเต็มไปด้วยเศษผ้า และอากาศภายที่ไม่ค่อยถ่ายเท ทำให้ฝุ่นฟุ้งเพราะมีเพียงบานเกล็ดด้านหน้าและด้านหลังห้อง บนเพดานมีแสงไฟที่เปิดตลอดทั้งวัน บางห้องมีเพียงแสงสลัว

นางอำนวย ลัดดา วัย 41 ปี มีอาชีพรับจ้างเย็บผ้ามาแล้วกว่า 20 ปี ในช่วงนี้เธอรับจ้างเย็บเสื้อแฟชั่นได้ตัวละ 11-14 บาท ทั้งๆ ที่ความจริงควรได้ตัวละ 18-20 บาท แม้จะเสียเปรียบแต่ชีวิตไม่มีทางเลือก เพราะอายุขนาดเธอจะออกไปรับจ้างตามโรงงานก็ไม่มีใครรับ เธอจึงจำเป็นต้องทำอาชีพนี้ต่อไป

"ถ้าวันหนึ่งเย็บได้ไม่กี่ตัวก็ไม่คุ้ม เพราะเราหามาได้ เราก็ต้องเอาไปซื้อข้าวปลาอาหารเลี้ยงคนในครอบครัวหมด" นางอำนวยพูดอย่างปลงๆ ทุกวันนี้เธอต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ ส่วนสามีมีอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นหัวเรียวหัวแรงหลักของบ้าน

"อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลในส่วนของสวัสดิการบ้าง เพราะพวกเราก็เป็นคนหนึ่งที่ทำงานให้ประเทศ ถึงจะไม่ใหญ่โต แต่เราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง" คำร้องขอของนางเป็นเช่นนี้เรื่อยมา แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าที่ควร

ปัจจุบันแรงงานนอกระบบอย่างนางอำนวย พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูเรื่องสวัสดิการให้เหมือนกับแรงงานในระบบที่ทำงานตามสถานประกอบการอื่นๆ แต่ทุกอย่างยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขณะนี้แรงงานนอกระบบในแฟลตเคหะร่มเกล้าจึงรวมตัวกันสร้างเครือข่ายในการเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม

"เพื่อนๆ บางคนที่เป็นช่างเย็บผ้าแพ้ฝุ่น จนเป็นผื่นมีอาการเรื้อรัง แถมยังแพ้ยาอีก เมื่อไปพบแพทย์ก็ไม่สามารถทานยาได้ เนื่องจากแพ้ยาทุกชนิด จึงต้องปล่อยให้ผื่นหายเอง เป็นๆ หายๆ จนไม่รู้จะทำยังไง" เธออธิบายถึงสารพันปัญหาของเพื่อนร่วมชะตากรรม

ขณะที่นางสุจิน รุ่งสว่าง ผู้ประสานงานเครือขายแรงงานนอกระบบข้ามชาติ เล่าว่า เมื่อก่อนตนก็ทำอาชีพรับจ้างเย็บเสื้อผ้าเหมือนกัน แต่เลิกทำเพราะร่างกายเริ่มไม่ไหว จึงหันมาเปิดสหกรณ์ชุมชนและเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์เครือขายแรงงานนอกระบบอีกด้วย ซึ่งเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์จากชุมชนเพื่อวางจำหน่าย

"ศูนย์เครือข่ายแรงงานนอกระบบตั้งอยู่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ภายในศูนย์จะขายผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่มาจากการตัดเย็บ มีเสื้อผ้ามากมาย ทั้งเสื้อตราสัญลักษณ์สีต่างๆ เสื้อผ้าใส่ทำงานในรูปแบบต่างๆ และยังเป็นสถานที่ในการพบปะพูดคุยของกลุ่มเครือข่ายแรงงานนอกระบบ การที่พวกเรารวมตัวกัน เนื่องจากแรงงานนอกระบบประสบปัญหาที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน มีการจ่ายค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีสวัสดิการและประกันสังคมใดๆ" นางสุจินเชิญชวนประชาชนไปเยี่ยมยลสินค้า

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าประเทศไทยมีกำลังแรงงานรวมทั้งสิ้น 36.3 ล้านคน จำแนกเป็น แรงงานนอกระบบ มีจำนวน 22.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.1 ของแรงงานทั้งหมด และเป็นแรงงานในระบบอีกจำนวน 13.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37.9 จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า กำลังแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองสวัสดิการและหลักประกันการทำงาน

"แรงงานนอกระบบถือว่าเป็นกำลังแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศไทย แต่มีการจ้างงานที่ไม่แน่นอน สภาพแวดล้อมการทำงานไม่เอื้ออำนวยต่อการติดต่อกับหน่วยงานราชการหรือนายจ้าง แรงงานแรงงานเหล่านี้จึงต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านสุขภาพ แต่ตอนนี้แรงงานนอกระบบยังขาดอำนาจการต่อรอง" ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานนอกระบบให้ความเห็น

สาเหตุที่แรงงานนอกระบบไม่สามารถใช้สิทธิจากประกันสังคมได้ เนื่องจาก พ.ร.บคุ้มครองแรงงานไม่คุ้มครอง จึงทำให้แรงงานนอกระบบไม่สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากไม่มีการจัดตั้งรวมตัวเป็นองค์กรนิติบุคคล แรงงานนอกระบบจึงขาดอำนาจในการต่อรอง เนื่องจากไม่มีการรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงาน และขาดการพัฒนาความรู้ความสามารถ เนื่องจากไม่มีองค์กรที่จะมาบริหารและจัดการในด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถของแรงงานนอกระบบ

แรงงานนอกระบบเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามและจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากประเทศไทยยังมุ่งมั่นให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพชีวิตของแรงงานในประเทศกว่าครึ่ง กลับไม่ได้รับการพัฒนาในทางที่ดี ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็ยิ่งถ่างออกไปอีก


โดย: jenifaae วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:21:11:25 น.  

 
*การปฏิรูประบบการศึกษา และการปฏิรูปนโยบายรับคนเข้าเมือง - คำแนะนำจาก'บิล เกตส์'

14 มีนาคม พ.ศ. 2551 - พัฒนายุ ทารส กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

เป็นที่รู้กันว่า สหรัฐเป็นชาติที่มีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและมีขีดการแข่งขันอันดับหนึ่งโลก แต่รัฐบาลไม่ได้ชะล่าใจกับความสำเร็จดังกล่าว เห็นได้จากเมื่อเดือนส.ค.2550 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ลงนามรับรองร่างกฎหมายเพิ่มขีดการแข่งขัน (America Competes Act) ที่มุ่งกระตุ้นให้เด็กอเมริกันสนใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และส่งเสริมการวิจัยเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงเพิ่มเงินสนับสนุนมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (เอ็นเอสเอฟ) และองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศ โดยใช้งบประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมระยะ 3 ปี

ล่าสุด ยังมีคำแนะนำที่ไม่อาจมองข้ามจาก บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ โดยเขาเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์แห่งสภาล่างสหรัฐ เมื่อวันพุธ (12 มี.ค.) ที่ผ่านมา

บิล เกตส์มองว่า แม้สหรัฐจะมีศักยภาพการแข่งขันอันดับหนึ่งโลก แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรอย่างรุนแรง จนอาจสูญเสียสถานะนี้ไป หากไม่เร่งลงทุนด้านการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมถึงเร่งเปิดประเทศรับแรงงานต่างชาติกลุ่มมีฝีมือ (skilled foreign workers)

"สิ่งที่เราต้องทำมีอยู่ 2 ส่วนคือ การปฏิรูประบบการศึกษา และการปฏิรูปนโยบายรับคนเข้าเมือง ถ้าไม่ทำ บริษัทอเมริกันจะไม่มีคนมีความรู้ความสามารถช่วยเพิ่มขีดแข่งขัน และสร้างสรรค์นวัตกรรม"

คำเตือนของบิล เกตส์ และการผ่านกฎหมายเพิ่มขีดการแข่งขัน สะท้อนความร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีเป้าหมายสูงสุด คือ ทำให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก

ในที่ประชุม บิล เกตส์แนะนำแนวทางปฏิบัติ 4 ประการ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือ 1.ต้องปรับปรุงและเพิ่มโอกาสการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.ต้องแก้ไขระบบวีซ่าโดยเปิดรับแรงงานมีฝีมือมากขึ้น 3.รัฐบาลกลางต้องเพิ่มเงินสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน และ 4. ต้องส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาของภาคเอกชน

แต่ประเด็นที่บิล เกตส์ เน้นมากที่สุด และสะท้อนความต้องการของอุตสาหกรรมไฮเทคสหรัฐคือ การเสนอให้สหรัฐเปิดกว้างรับแรงงานมีฝีมือมากขึ้น โดยเฉพาะการออกวีซ่าให้กับแรงงานชั่วคราวตำแหน่งนักวิชาชีพ ประเภท เอช-1บี (H-1B Special Professional Workers)

ตามระเบียบการจ้างแรงงานสหรัฐ ระบุว่า แรงงานต่างชาติที่เข้ามาประกอบวิชาชีพในสหรัฐประเภทนี้ จะต้องสำเร็จการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี นายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนเช่นเดียวกับการขออนุมัติตำแหน่งถาวร แต่จะได้รับอนุมัติชั่วคราวเป็นเวลา 3 ปี ต่ออายุได้ 3 ปี อาชีพส่วนใหญ่ที่ขอเข้าไปทำงานและได้วีซ่า เช่น นักคอมพิวเตอร์ นักตรวจสอบบัญชี นักฟิสิกส์ แพทย์ผ่าตัด บิล เกตส์ชี้ว่า แม้ที่ผ่านมา มีการเพิ่มเพดานรับแรงงานภายใต้วีซ่าประเภทเอช-1บี มากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ และส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจในการว่าจ้างแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยบิล เกตส์ยกตัวอย่าง ปีที่แล้ว ที่ไมโครซอฟท์ไม่ได้รับอนุมัติวีซ่าประเภทเอช-1บี สำหรับคนงานต่างชาติที่บริษัทต้องการว่าจ้างถึง 1 ใน 3 ส่วน ทำให้ต้องออกไปจ้างแรงงานมีฝีมือในประเทศที่เปิดกว้างรับแรงงานต่างชาติ

คำแนะนำของบิล เกตส์แม้ได้รับการทักท้วงจากส.ส.บางคนที่วิตกว่า คนงานต่างชาติจะแย่งงานชาวอเมริกัน แต่สำหรับไทย น่าจะสามารถนำคำแนะนำนี้มาปรับใช้ เพื่อให้ไทยมีแรงงานมีฝีมือ เข้ามาช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันของประเทศ


* ใจ อึ๊งภากรณ์ : ส.ว.สรรหาและประชาธิปไตยไทย– 6 ตุลา กับภาคใต้ ในสายตานายกฯ โดย : ประชาไท 20/2/2551

ใจ อึ๊งภากรณ์

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

--------------------------------------------

ชื่อบทความเดิม : ส.ว.- 6 ตุลา – ภาคใต้ และประชาธิปไตยไทย



ปัญหาใหญ่สำหรับประชาธิปไตยไทยในยุคนี้คือการที่เรามีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยที่โกหกและไม่ปกป้องสิทธิมนุษยชน เรามีฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนรัฐประหาร ไม่สนใจแก้ปัญหาอาชญากรรมรัฐ และดูถูกคนจน ในขณะเดียวกันผู้ที่สำคัญที่สุดในการปกป้องและขยายพื้นที่ประชาธิปไตย เครือข่ายภาคประชาชน ยังจมอยู่ในการเมือง "กบขอนาย" ไม่รู้จักอิสระทางการเมืองจากชนชั้นปกครองสักที ล่าสุด พวกคนในภาคประชาชนที่แสดงความจงรักภักดีต่อ คมช. โดยการเสนอตัวเป็น ส.ว.แต่งตั้ง ก็ถูกทหารและข้าราชการเตะหน้าโดยไม่เลือกเขาสักคนเข้าสภา
ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียดมากมายเรื่องการโกหกของนายกฯ สมัคร และรัฐมนตรีเฉลิม เรื่อง 6 ตุลา ในกรณีหลังมีการพูดว่าตำรวจเมาปืนลั่น และผมได้ยินคนเดือนตุลาคนหนึ่งตอบรับว่า "ใช่ ถูกแล้ว แต่มันเกิดในผับเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ไม่รู้ลูกใคร แต่ตำรวจตายด้วย" แต่สิ่งที่เราต้องมาเน้นในเรื่องนี้คือ สมัครไม่ได้เพียงโกหกเรื่อง 6 ตุลา แต่ยังโกหกเรื่องตากใบด้วย สมัครให้สัมภาษณ์ Al Jazeera ว่า "พวกนั้นถือศีลอด อ่อนแอ เลยล้มทับกันเอง ไม่มีใครเจตนาฆ่า รัฐบาลผิดตรงไหน?" ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นคนแบบนี้ สภาพสิทธิมนุษยชนจะเป็นอย่างไร สงครามปราบยาเสพติดของรัฐมนตรีเฉลิมจะเป็นอย่างไร? ตำรวจทหารเมาทั่วประเทศจะทำปืนลั่นให้คนตายอีก 3000 ศพหรือ? แล้วมาเฟียค้ายาเสพติดใหญ่ๆ ที่เป็นนักการเมืองระดับสูงลอยนวลเหมือนเดิม? ถ้านายกและม.ท.1 สามารถโกหกได้ตามใจชอบ เขาจะโกหกประชาชนเรื่องอื่นอีกเมื่อไร?
พรรคประชาธิปัตย์ไม่จริงใจในการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาหรอก พรรคนี้สนับสนุนรัฐประหารของ คมช. ด้วยคำพูดและพฤติกรรม และ คมช. แต่งตั้งนายกฯ ที่เคยปราบประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ คมช. ออกมาเซ็นเซอร์หนังสือ เว็บไซต์ และออกกฎหมายความมั่นคง ประชาธิปัตย์ก็เงียบ และพรรคนี้เคยตั้งรัฐบาลมาสามรอบหลัง 6 ตุลา ไม่เห็นสนใจจะชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาเลย
รัฐมนตรีเฉลิมมองว่า 6 ตุลา เกิดนานแล้ว ลืมดีกว่า การลืมและไม่ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เราไม่มีมาตรฐานทางสังคมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ตรงกันข้ามเรามีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เปิดช่องทางให้ชนชั้นปกครองฆ่าประชาชนเมื่อไรก็ได้ หลัง 6 ตุลา ก็มีพฤษภาทมิฬ มีสงครามยาเสพติด มีตากใบ มีการสูญหายของนักเคลื่อนไหว เช่นทนายสมชาย และรูปแบบแต่ละครั้งก็ซ้ำรอยอยู่เรื่อยๆ มีการฆ่า มีการถอดเสื้อมัดมือ มีการโกหกแก้ตัวโดยรัฐ ฯลฯ การโกหกของสมัครเรื่องตากใบเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมอาชญากรรมรัฐแบบนี้ แต่ประชาธิปัตย์ก็เงียบ พวกที่อยู่ข้างฝ่าย คมช.-พันธมิตรประชาชนเพื่อ... ที่ต้องการตีพรรคพลังประชาชน ก็ไม่สนใจเช่นกัน

เมื่อวานนี้ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เชิญผมไปออกอากาศเรื่อง 6 ตุลา ที่ ASTV ธรรมดาผมจะไม่ร่วมมือกับ ASTV แต่ผมไปเพราะอาจารย์เจิมศักดิ์ชวน เขาพึ่งถูกปิดรายการวิทยุเรื่อง 6 ตุลา และเคยมีจุดยืนที่ดีเรื่องภาคใต้ทั้งๆ ที่ร่วมมือกับ คมช. ในภายหลัง
ในรายการ ASTV สด ผมพยายามทำตามคำแนะนำของ ธงชัย วินิจจะกูล และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เรื่อง 6 ตุลา ผมพูดว่าสมัครเป็นคนปลุกระดมก็จริง แต่ไม่ใช่ตัวกลางที่มีอำนาจสั่งการ ผมพูดว่าชนชั้นปกครองไทยจากเบื้องบนสุด รวมถึงผู้มีอำนาจอื่น มีบทบาทในการก่อเหตุการณ์นองเลือด พอผมพูดเสร็จ ในช่วงพักครึ่งเวลา โทรศัพท์มือถือของเจิมศักดิ์ก็ดัง "กริ๊งๆ"... เจิมศักดิ์รับโทรศัพท์... "ครับคุณสนธิ" และผมก็ได้ยินคุณสนธิเอ่ยชื่อผมและพูดว่าคำพูดผมอาจมีปัญหา
ผมไม่ได้เกิดเมื่อวาน ผมทราบดีว่าในระบบทุนนิยมชนชั้นปกครองคุมสื่อผ่านรัฐร่วมกับนายทุนที่คุมสื่อเอกชน แต่ผมไม่เคยคิดว่าจะโชคดีพอที่จะได้เห็นและได้ยิน ต่อหน้าต่อตา ภาพของเจ้าของสื่อเอกชนโทรศัพท์มาเซ็นเซอร์สื่อขณะกำลังออกอากาศ
ผมจำได้ว่าพวกพันธมิตรฯ เคยให้เหตุผลหนึ่งว่าเราควรร่วมมือกับสนธิ ลิ้มทองกุล "เพราะเขามีสื่อ" ใช่เขามีสื่อ เขาเป็นนายทุน เขาเป็นเจ้าของสื่อ และเขาพร้อมจะเซ็นเซอร์และควบคุมสื่อไม่ให้มีการพูดกันถึงความจริงเกี่ยวกับ 6 ตุลา ขณะที่พวกพันธมิตรฯ ก็คิดว่าสามารถใช้สื่อของสนธิเพื่อด่าทักษิณที่ไปคุมสื่อ????!!!!

ในเรื่อง 6 ตุลา ผมคิดว่า สมศักดิ์ และธงชัย คงมองว่ากษัตริย์เป็นตัวกลาง (ถ้าผมตีความผิดก็ขออภัย) ความคิดนี้มีเหตุผล แต่ผมไม่เห็นด้วยเพราะผมเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจกษัตริย์ไปแล้ว อย่างไรก็ตามเราคงต้องแลกเปลี่ยนกันต่อไปเรื่องนี้
หลังรัฐประหาร 19 กันยาภาคประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมออกมาเดินขบวนต้าน คมช. ในงานสมัชชาสังคมไทย มีการห้ามลูกน้องด้วย มีการตั้งความหวังกับ สนช. มีการร่วมมือในการร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ มีการด่าพวกเราว่า "ทารกไร้เดียงสา ยึดติดอุดมการณ์มากไป ไม่มีใครทำงานด้วย...ฯลฯ" ผมจำได้ว่าไปฟังวิทยากรรับเชิญจาก คมช. ในเวทีพิจารณารัฐธรรมนูญใหม่ของ กป.อพช. วิทยากรคนนั้นพูดว่าต้องรับรัฐธรรมนูญนี้เพราะจะเพิ่มสิทธิเสรีภาพ จะทำให้คนของภาคประชาชนและเอ็นจีโอได้มีโอกาสถูกแต่งตั้งเป็น ส.ว. "เป็นครั้งแรก" โดยที่เขาคนนั้นละเลยที่จะพูดว่า ส.ว. เอ็นจีโอเคยชนะการเลือกตั้งในอดีตและคนหนึ่งเป็นประธาน กป.อพช. ตอนนั้นด้วย!!.... ภาคประชาชนบางส่วนเลยชวนให้เรารับรัฐธรรมนูญทหาร ต่อมาก็เสนอตัวเป็น ส.ว. แต่งตั้ง... ที่เหลือเป็นประวัติศาสตร์ที่ท่านรู้แล้ว ประเด็นคือจะมีการทบทวนเรียนรู้ไหม?
ในวันที่ 2 มีนาคมผมจะไปเลือกคุณรสนา และหวังว่าเขาจะได้เป็น ส.ว. ของภาคประชาชนในกรุงเทพฯ เพราะอย่างน้อยสุดเขามีบทบาทเด่นในการต่อต้านการแปรรูป กฟผ. และการเปิดโปงการโกงกินที่กระทรวงสาธารณสุข แต่ถ้าใช้ปัญญาคิด คุณรสนามีทางชนะน้อย เพราะฝ่ายเรายังเป็นเสียงข้างน้อย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการลงสมัครรับเลือกตั้งไม่สูญเปล่า ต้องทำ แต่ผมผิดหวังที่คุณรสนาไม่ออกไปหาภาคประชาชนมากกว่านี้ ไม่ออกไปคุยกับทุกกลุ่ม ทุกเครือข่าย ไม่ขอบริจาคคนละบาทสองบาทเพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ ไม่ขอความช่วยเหลือในการแจกใบปลิวและติดโปสเตอร์ และไม่ใช้โอกาสนี้ในการเสนอภาพกว้างของการปฏิรูปการเมืองไทยในเวทีต่างๆ ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไกตลาด สิทธิเพศ ปัญหาภาคใต้ สิทธิแรงงาน ฯลฯ เพราะนั่นคือแนวทางที่จะไปสู่การเมืองอิสระของภาคประชาชน


โดย: jenifaae วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:21:11:55 น.  

 
*เปิดตัวซีรี่ส์ใหม่จากสำนักพิมพ์แจ่มใส 'มากกว่ารัก'


นวนิยายแปลจีน
สัมผัสบรรยากาศแห่งรักโรแมนติก อันแสนน่ารักสดใสในแบบแจ่มใส
พร้อมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศจีน

ภานในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36
และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 6

ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ณ ห้อง Meeting Room 3
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551 เวลา 11.00 - 16.00 น.
พบกับกิจกรรม Workshop ดีๆ มากมาย ภายในงานที่ทางพี่ๆ แจ่มใส ร่วมกันสร้างสรรค์เพื่อมอบให้กับบรรดาแฟนๆ ตัวยงชาวแจ่มใสที่รับรองว่าจะต้องประทับใจ

พบกับการเสวนาจากนักเขียนและนักแปลชื่อดังที่คุณชื่นชอบ และเกมส์ชิงรางวัลภายในงาน
บูธด้ายแดงแห่งรัก ตามหารักแท้ที่ผูกเชื่อมหัวใจเราไว้ แล้วคุณจะเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต


* เปิดมุมมองยักษ์โอเปเรเตอร์มือถือ 3Gกับอนาคตบรอดแบนด์ไร้สาย/โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 ธันวาคม 2550‏
บทพิสูจน์เทคโนโลยี HSPA บริการบรอดแบนด์ไร้สายที่เหนือกว่า Wi-MAX ด้วยการให้บริการจริงของเอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาบริการได้หลากหลายได้ประโยชน์ทั้งรายได้ด้านสื่อสารข้อมูลต่อเลขหมายที่เพิ่มขึ้น 53% และยอดยกเลิกการใช้บริการของลูกค้าที่ลดลงจาก 2.4% เหลือเพียง 1.8%
รายงานข่าวในวงการโทรคมนาคมระบุว่า เทคโนโลยี HSPA (High Speed Packet Access) เป็นการพัฒนาทางเทคนิคที่ต่อยอดและช่วยเพิ่มขยายศักยภาพในการให้บริการของเครือข่าย UMTS/WCDMA เพื่อตอบรับความต้องการในการสื่อสารแบบบรอดแบนด์ไร้สาย เทคโนโลยี HSPA มีความโดดเด่นกว่า Wi-MAX ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางเลือกในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมเข้าสู่ตลาด ความสะดวกในการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพของพื้นที่ให้บริการ ประสิทธิภาพในการใช้งานย่านความถี่วิทยุ และความประหยัดในแง่ของต้นทุน
HSPA ช่วยให้ผู้ประกอบการเครือข่ายสื่อสารไร้สาย สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยี HSPA ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงมีการผลักดันความพร้อมของเครื่องลูกข่าย เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์สื่อสารแบบบรอดแบนด์ไร้สาย ซึ่งเดิมเป็นจริงได้เฉพาะในเครือข่ายแบบมีสาย นอกจากนั้นเทคโนโลยี HSPA ยังสนับสนุนการสื่อสารได้ในขณะเคลื่อนที่ และผู้ใช้งานสามารถทำการสื่อสารได้ในทุกพื้นที่ เทคโนโลยี HSPA ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายด้วยเหตุผลเรื่องประโยชน์สูงสุดจากความประหยัดในเชิงปริมาณ (Economies of scale) ซึ่งเกิดจากปริมาณผู้ใช้งานจำนวนมากที่รองรับด้วยมาตรฐานเทคโนโลยีในสายตระกูล 3GPP (Third Generation Partnership Program) ซึ่งปัจจุบันรองรับผู้ใช้บริการทั่วโลกถึงกว่า 2 พันล้านราย
ความเร็วในการสื่อสารที่สูงถึง 14 เมกะบิตต่อวินาทีในระยะแรก และจะพัฒนาขึ้นเป็น 42 เมกะบิตต่อวินาทีในระยะถัดไป ช่วยรองรับและทำให้เกิดการพัฒนาบริการเสริมชนิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ประสิทธิภาพในเชิงเทคนิค ช่วยเพิ่มขนาดพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งผู้ให้บริการสามารถสร้างสถานีฐานรองรับพื้นที่ให้บริการขนาด 200 กิโลเมตร โดยที่ยังรักษาความเร็วในการสื่อสารบริเวณขอบพื้นที่เครือข่ายได้ด้วยความเร็วถึง 2 เมกะบิตต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ชัดเจนและดำเนินการได้ง่าย โดยไม่มีความยุ่งยาก
ผลการคำนวณภาระการให้บริการสำหรับเทคโนโลยี HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ซึ่งเป็นพัฒนาขั้นแรกก่อนจะมาเป็น HSPA พบว่าเทคโนโลยีดังกล่าวคุ้มค่าต่อการลงทุนของผู้ให้บริการ โดยสามารถรองรับการส่งข้อมูลขนาด 30 กิกะไบต์ ร่วมกับการรับชมภาพยนตร์ความยาวกว่า 400 นาทีผ่านเครือข่าย และรองรับการใช้โทรศัพท์พูดคุยอีก 1,000 นาทีต่อเดือน โดยไม่จำกัดตัวผู้ใช้บริการหรือพื้นที่ใข้งาน
ในแง่การให้บริการเชิงพาณิชย์ บริษัท AT&T หรือเดิมชื่อบริษัท Cingular Wireless ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้มีการเปิดให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายด้วยเทคโนโลยี HSDPA อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกของโลกตั้งแต่ ปี 2548 โดยถือเป็นพัฒนาขั้นต่อเนื่องจากการให้บริการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี EDGE และมีการขยายขอบเขตของบริการอย่างรวดเร็วจนครอบคลุม 100 เมืองหลักทั่วประเทศใน ปี 2549
ด้วยความเร็วในการส่งข้อมูลจากสถานีฐานไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ (Downlink) 1.8 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งนับว่าสูงกว่าความเร็วมาตรฐานในระบบ WCDMA ทำให้ AT&T สามารถเปิดให้บริการใหม่ๆ อย่างโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile TV) และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มรายได้เฉลี่ยเลขหมายหัวรวมถึงเพิ่มความภักดีต่อลูกค้า
ทั้งนี้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (Data ARPU) เพิ่มขึ้นอีก 53% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ขณะที่อัตราการย้ายค่ายผู้ให้บริการลดลงจาก 2.4% ในไตรมาสที่ 2 ของ ปี 2547 ไปเป็น 1.8% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2549
รายงานข่าวระบุอีกว่าจากความสำเร็จดังกล่าว AT&T ยังมุ่งหน้าที่จะพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายต่อไป ด้วยการพัฒนาเครือข่ายไปสู่เทคโนโลยี HSUPA (High Speed uplink Packet Access) ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ไปยังสถานีฐาน (Uplink) ให้สูงมากขึ้น ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาเครือข่ายสำเร็จ จะส่งผลทำให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งแฟ้มข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านอีเมลได้ พร้อมๆ กับการเปิดตลาดสื่อสารไร้สายในภาคองค์กร
การเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลนี้ยังช่วยสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่แลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตัวผู้ใช้บริการเอง เช่น การส่งวิดีโอที่ถ่ายทำกันเองผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G เพื่อเก็บหรือแสดงผ่านระบบเว็บพอร์ทัลของ AT&T
AT&T ยังวางแผนที่จะเพิ่มความเร็วในการรับข้อมูลจาก 1.8 เมกะบิตต่อวินาที ไปเป็น 3.6 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ และยังเป็นการรุกในเชิงการตลาด ปัจจุบันความเร็วเฉลี่ยที่เครือข่าย HSDPA สามารถให้บริการอยู่ในช่วง 400 – 700 กิโลบิตต่อวินาที ถือว่าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง
การตัดสินใจเลือกลงทุนในเทคโนโลยี HSDPA ช่วยให้ AT&T เปิดให้บริการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงที่มีคุณภาพดี รองรับข้อมูลที่หลากหลาย นอกจากนั้นการใช้ประโยชน์จากช่องสัญญาณความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีผลทำให้ต้นทุนและการกำหนดอัตราต่าบริการด้านสื่อสารข้อมูลไร้สายเป็นไปอย่างเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เครือข่าย 3G HSDPA ของ AT&T นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการจึงมีประสิทธิภาพทั้งในเชิงเทคนิคและเศรษฐศาสตร์
เทคโนโลยี HSPA จึงมีประโยชน์อย่างมากในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย ผู้ให้บริการเครือข่ายรวมถึงผู้ใช้บริการทั่วโลก มีสิทธิที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้และใช้บริการบรอดแบนด์ไร้สายโดยการเปรียบเทียบที่เป็นธรรม การตัดสินใจอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงพาณิขย์ หรืออาจต้องเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในบางประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจะต้องพิจารณาถึงคุณประโยชน์ต่อผู้บริโภคเป็นสำคัญ
“ในประเทศไทยพูดได้เต็มปากว่า อนาคตของบริการโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็น 3G หรือ HSDPA หรือ HSPA อยู่ที่กทช.เป็นคนกำหนด ซึ่งยิ่งล่าช้ามากเท่าไหร่ ก็ทำให้โอเปอเรเตอร์มือถือในบ้านเราต้องทุ่มเงินหลายหมื่นล้านบาท ลงทุนกับเทคโนโลยีเครือข่ายปัจจุบันเท่านั้น แทนที่จะลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่รองรับอนาคตแทน ซึ่งผลเสียโดยตรงก็จะตกกับประชาชนผู้ใช้บริการ


โดย: jenifaae วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:15:10 น.  

 

*'Heroes Happen {Here} Thailand Launch of Windows Server 2008 Visual Studio 2008 และ SQL Server 2008'

หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศค้นหาไอทีฮีโร่ไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา บัดนี้ได้เวลาแล้วที่เหล่าไอทีฮีโร่ที่ได้รับการคัดเลือกจะเผยโฉมอย่างเป็นทางการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน ร่วมงาน 'Heroes Happen {Here} Thailand Launch of Windows Server 2008 Visual Studio 2008 และ SQL Server 2008'
ร่วมพูดคุยถึงสภาพการแข่งขันและแนวโน้มของธุรกิจที่ไอทีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความสำคัญของระบบพื้นฐานข้อมูลองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนเว็บ
โดย
คุณปฐมา จันทรักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
คุณกำพล ศรธนะรัตน์
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
คุณปรเมศวร์ มินศิริ
กรรมการผู้จัดการบริษัท บัณฑิตเซ็นเตอร์ (Kapook.com)
คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์
ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2550 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องพลาซ่า 4 ชั้น 4 บางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
คุณพูลสิน และคุณรจิตร บริษัท ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน ประเทศไทย
02-627-3501 ต่อ 117 และ 204



โดย: jenifaae วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:16:26 น.  

 
*โลกร้อนเพราะเราร้าย เราอดตายเพราะเรากินข้าวเหลือ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2551 08:39 น.


ทุ่งรวงทอง ผลงานของ วัณนา อยู่คง

โดย...ฮักก้า

อากาศร้อนร้ายในยามนี้ คงทำเอาหลายคนเกิดอาการคลุ้มคลั่งไปตามๆกัน

ที่พึ่งแบบเร่งรัดของคนอยากเย็นก็คือการดื่ม อาบ ปะและพัด

ดื่มน้ำไปหลายแก้ว อาบน้ำไปหลายตุ่ม ปะแป้งไปหมดกระป๋อง และพัดจนมือจะหัก ร้อนก็ยังเป็นของเราไม่จากไปไหน

จะก่นด่าฤดูกาลคงไม่ได้เสียแล้ว เพราะที่โลกร้อนขึ้นก็เพราะความร้ายกาจของมนุษย์นั่นเอง

เวรกรรมตามติดกันในชาตินี้ และเป็นไปได้ว่ากระทะทองแดงอาจจะย้ายจากนรกมาตั้งไว้บนดินในอีกไม่ช้า

ถึงยามนั้นเราผู้ชอบทำลายธรรมชาติ หมดสิทธิ์ได้ร้องไห้คร่ำครวญ... ดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง

มนุษย์นั้นชอบตื่นตระหนกแต่น้อยนักที่จะตระหนัก

การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามีส่วนช่วยโลกได้ เรากลับวางเฉยและบอกตัวเองเสมอว่าเดี๋ยวก่อนก็ได้



โลกร้อนใกล้ระเบิด ภาวะใกล้อดตายก็จะมาเยือนอีกกรณี

นิตยสารข่าวต่างประเทศที่ต่างนำเสนอ Asia’s Rice Crisis และข่าววิกฤติราคาข้าวที่กรอกหูเราอยู่ทุกวัน ถ้าหากมันไม่กระตุ้นให้เรารู้สึกรู้สาอะไรได้ อย่างน้อยๆ ข้าวสวยที่แม่ค้าขายข้าวแกงตักขายให้กับเราจำนวนน้อยลงในราคาเท่าเดิม เราคงไม่คิดว่าแม่ค้านั้นห่วงสุขภาพ กลัวว่าลูกค้าจะอ้วนหรอกใช่ไหม

แต่มันน่าจะทำให้เราทบทวนถึงที่มาของปัญหา และนึกถึงสิ่งที่เราเคยท่องสมัยเรียนก่อนที่ครูจะอนุญาตให้ตักข้าวเข้าปาก

...ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า คนจนอดอยากมีมากหนักหนา สงสารบรรดาเด็กตาดำๆ...

แม้ต้องจ่ายแพงกว่า บางคนบอกว่า ดีใจแทนชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ที่จะขายข้าวได้ราคาดีขึ้น

หากเป็นเช่นนั้นจริง เราคงไม่ลืมว่า เงินที่ชาวนาได้จากการขายข้าว ก็ต้องไปจับจ่ายซื้อสินค้าอื่นเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือน ซึ่งต่างก็มีราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน

แม้ทุกวันนี้จะพยายามกินทุกอย่างที่ปลูก แต่บางอย่างชาวนาก็ไม่สามารถปลูกได้ทุกอย่างที่กิน

และกับการที่ตัวเองใจชื้นแต่คนรอบๆข้าง ต้องอกตรม นั่นคงไม่ใช่ความสุขในแบบที่ใครอยากจะเห็น

ระหว่างตั้งตารอว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาราคาข้าวของแพงได้สำเร็จ

ระหว่างตั้งความหวังว่าโลกคงจะเย็นลงได้

หน้าที่ของเราที่ทำได้ง่ายไม่ต้องรอ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประเภทใช้เกินกินเหลือของเราให้เบาบางลงนั่นเอง
ในวันที่ลมหายใจรวยริน เราคงไม่มาเริ่มคิดได้และบ่นอยู่ในใจคนเดียวว่า

โลกร้อนเพราะเราร้าย
เราอดตายเพราะเรากินข้าวเหลือ






*กทช.คาดออกใบอนุญาตไว-แมกซ์ซ์ปลายปี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2551 10:43 น.

กทช.ผุดแผนอนุมัติเลขหมายให้ผู้ประกอบการมือถือ 4 เดือนครั้งระหว่างรอร่างหลักเกณฑ์จัดสรรเลขหมายใหม่ พร้อมอนุมัติให้ 11 บริษัทต่อเวลาทดสอบไวแมกซ์ออกไปอีก 90 วัน เผยเลื่อนออกไปอนุญาตไวแมกซ์ไปเป็นปลายปีนี้

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กทช. มีมติอนุมัติเลขหมายใหม่จำนวน 4 ล้านเลขหมายให้แก่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค รายละ 2 ล้านเลขหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้อีก 4 เดือนต่อจากนี้

ทั้งนี้ ต่อจากนี้ไป ทาง กทช. มีความเห็นว่าจะมีการจัดสรรเลขหมายใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ 4 เดือนครั้ง เพื่อรอให้มีร่างหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายฉบับสมบูรณ์ออกมาเรียกใช้งานใหม่ และในขณะเดียวกัน ในช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้ ทาง กทช. จะเปิดทำประชาพิจารณ์เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายใหม่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ 11 บริษัทขยายเวลาการทดสอบระบบการให้บริการไว-แมกซ์ต่อไปอีก 90 วัน จากเดิมที่จะหมดอายุในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ เนื่องจากบางบริษัทมีปัญหาในการนำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับการทดสอบระบบดังกล่าว ส่วนอีก 2 บริษัทยังไม่หมดอายุ จึงยังไม่มีการแจ้งความประสงค์เข้ามาขอขยายเวลา อย่างไรก็ตามจากกำหนดการเดิมที่ทาง กทช. จะต้องออกใบอนุญาตประกอบกิจการไว-แมกซ์ซ์ประมาณกลางปี 2551 นี้ จึงต้องเลื่อนการออกใบอนุญาตไป โดยคาดว่าจะสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตใหม่ได้ประมาณปลายปี 2551 นี้

*“การทดสอบไวแมกซ์จำเป็นจะต้องมีความรอบคอบมาก จากการที่ทั้ง 11 บริษัทมาขอขยายเวลาออกไปนั้น ทำให้ยืดระยะเวลาการออกใบอนุญาตออกไป เพราะเราจำเป็นจะต้องรอผลการทดสอบมาจัดทำเงื่อนไขการออกใบอนุญาต”

นายสุรนันท์ กล่าวต่อว่า จากการที่นายริคาร์โด ทาวาเรส รองประธานบริหารอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะของสมาคมจีเอสเอ็มโลก เข้าพบเพื่อให้ข้อมูล และหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3G การกำหนดทิศทางการดำเนินงานและการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยี 3G ซึ่งจากการหารือได้ข้อสรุปว่า ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องมีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอน และกระบวนการในเรื่อง 3G ค่อนข้างมาก แต่ติดปัญหาหลักที่การดำเนินงานจะต้องมีความโปร่งใส ซึ่งที่ประชุมมีความคิดเห็นที่ตรงกัน

ส่วนแนวคิด และการพิจารณาการออกใบอนุญาต 3G นั้น จำเป็นต้องศึกษาถึงวิธีการดำเนินการในรูปแบบใด และควรจะเป็นไปตามขั้นตอนใด ทั้งเรื่องของการออกใบอนุญาตบนคลื่นความถี่ใหม่แต่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างมอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการหาแนวทางการออกใบอนุญาต และเงื่อนไขต่างๆ ขณะเดียวกันก็จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์เรื่องแนวทางการคำนวณค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่

ทั้งนี้ กทช.จะนำเอาข้อมูลที่ได้จากการศึกษา และการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะมาวิเคราะห์และจัดทำร่างหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย.นี้


โดย: jenifaae วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:15:50 น.  

 
*เวทีวิชาการ:“การรณรงค์เรื่องค่าแรง ๒๕๕๑ พลังเพื่อชีวิตแรงงานที่ดีขึ้น เดี๋ยวนี้”

โดย : คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ในวันจันทร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๓.๓๐ น.

ณ โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพฯ เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์ค่าครองชีพในปัจจุบันที่ยกระดับสูงขึ้นเป็นอย่างมากอันส่งผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงาน

'กำหนกการรณรงค์เรื่องค่าแรง 2551 พลังเพื่อชีวิตแรงงานที่ดีขึ้น เดี๋ยวนี้'

28 เมษายน 2551ณ โรงแรมบางกอกพาเลซ, กรุงเทพฯ


ร่วมจัดโดย มูลนิธิเพื่อแรงงานหญิง แห่งเอเชีย (CAW)
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

8.30-9.00 - ลงทะเบียน

9.00-9.10 - ภาพรวมงานสัมมนา
อาจารย์ มาลี พฤกษ์พงศาวลี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ( ผู้ดำเนินรายการ )

9.10-9.20 - การรณรงค์เรื่องค่าแรงในประเทศไทย
คุณสาวิทย์ แก้วหวาน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

9.20-9.30 - การรณรงค์เรื่องค่าแรงในภูมิภาคเอเชีย โดยมูลนิธิเพื่อแรงงานหญิง คุณลูเซีย จายาซีลาน ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อแรงงานหญิง

9.30-9.40 - เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความมั่นคงของค่าแรงในประเทศฟิลิปปินส์
คุณจอร์เจ็ต ฮอนชูลาดา สมาพันธ์แรงงานแห่งชาติ ฟิลิปปินส์

9.40-9.50 - เอเชียใต้ การต่อสู้ และความเป็นจริงเร่องค่าแรง ในบังกลาเทศ
(รอการยืนยัน)

9.50-10.00 - ประเทศไทย ราคาที่เพิ่มขึ้น
คุณวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

10.00-10.10 - ILO และค่าแรงที่เหมาะสม
คุณเนลลีน แฮสเปิล ผู้แทน ILO ในประเทศไทย

10.10-10.20 - เอเชียตะวันออก ค่าแรงขั้นต่ำ : การต่อสู้เรื่องค่าแรงขั้นต่ำในฮ่องกง คุณเม่ย ลิน สมาคมแรงงานหญิงแห่งฮ่องกง

10.20-10.30 - ค่าแรงมาตรฐานในเอเชีย ทฤษฎีและปฏิบัติ
คุณไอรีน ซาเวีย TIE Asia และกลุ่มเพื่อนหญิงในมาเลเซีย

10.30-11.30 - แถลงข่าว
12.00-13.30 - อาหารกลางวัน

องค์กรร่วมจัด

๑. ประธานสหพันธ์แรงงานโลหะแห่งประเทศไทย
๒. ประธานสหพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์แห่งประเทศไทย
๓. ประธานสหพันธ์แรงงานกระดาษและสิ่งพิมพ์แห่งประเทศไทย
๔. ประธานสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย
๕. ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย
๖. ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตัดเย้บเสื้อผ้าฯ
๗. ประธานสหพันธ์แรงงานธุรกิจโรงแรม จังหวัดภูเก็ต
๘. ประธานสหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย
๙. ประธานสหพันธ์แรงงานปิโตรเลียมเคมีภัณฑ์แห่งประเทศไทย
๑๐. เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
๑๑. เลขาธิการศูนย์ประสานงานกรรมกร
๑๒. ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง
๑๓. ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่
๑๔. ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านพระปะแดง
๑๕. ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์ล่า
๑๖. ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก
๑๗. ประธานกลุ่มผู้ใช้แรงงานสระบุรีและใกล้เคียง
๑๘. ประธานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
๑๙. ผู้ประสานงาน โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
๒๐. ประธานสภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
๒๑. ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
๒๒. ประธานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ
๒๓. ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน
๒๔. สมาคมรวมไทยในฮ่องกง
๒๕. ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ
๒๖. ประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์
๒๗. ประธานมูลนิธิไพศาล ธวัชชัยนันท์
๒๘. ประธานมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
๒๙. ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง
๓๐. ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี
๓๑. ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนประชาชน
๓๒. ผู้อำนวยการมูลนิธิเฟดริค เอแบร์ทฯ
๓๓. ผู้อำนวยการศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ
๓๔. ผู้ประสานงานเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
Thai Labour Solidarity Committee (TLSC.)
สำนักงานประสานงาน ๕๐๓/๒๐ ถนนนิคมรถไฟ มักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
โทรศัพท์/โทรสาร ๐-๒๖๕๔-๗๖๘๘ อีเมล solidarity@uni-tlsc.org
Website : http://www.unithailand.org , Webblog : http://solidarity.blogth.com

ลงทะเบียนวันจันทร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๓.๓๐ น. ณ โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพฯ

นางสาวสุวิมล เชื้อชาญวงศ์
โทร 08 3986 8084


โดย: jenifaae วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:16:05 น.  

 
*ขอเชิญร่วมงานเปิดตัวสารคดี “ชี วิ ต ไ ร้ ตั ว ต น”

โดย : โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

“ชี วิ ต ไ ร้ ตั ว ต น”

ณ สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน เชิงสะพานหัวช้าง ราชเทวี
วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๔.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.

โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยขอเชิญท่านเข้าร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี ชีวิตไร้ตัวตน ‘Life Without Identity”.

ภาพของชายหนุ่มที่นั่งบนกระดานไม้ตามลำพังกลางทะเลอ่าวไทย และใช้พละกำลังของเขาพายไม้กระดานแผ่นนั้นเข้ามายังท่าเรือสมุทรสาคร คือภาพหนึ่งของหลายพันชีวิตในแต่ละปี ที่พยายามเดินทางข้ามพรมแดนไทยและพม่าที่มีความยาวจากเหนือจดใต้กว่าร่วม 1,800 กม ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเฉกเช่น “ชีวิตไร้ตัวตน” ในประเทศไทย

ข่าวคนหนุ่มสาวชาวพม่า 54 คน ที่เสียชีวิตอย่างทรมานจากการขาดอากาศหายใจในตู้คอนเทนเนอร์ที่แน่นขนัดเพื่อลักลอบเข้ามาไทยจากพม่า สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัว และความหนักหน่วงของปัญหาธุรกิจค้าแรงงานเหล่านี้

ประชาสังคมไทยจะต้องตื่นและกล้าเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ที่แวดล้อมด้วยประจักษ์พยานมากมาย ที่ทำให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงานที่แรงงานต่างชาติในประเทศไทยกว่า 2 ล้านคน ต้องเผชิญอยู่ทุกวี่วัน ตัวเลขเหล่านี้ไม่เคยลดลง มีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน พวกเรา คนไทย จำเป็นที่จะต้องอภิปรายแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดเผย ถึงวิธีการต่างๆ ที่จะสร้างความมั่นใจว่าพี่น้องหนุ่มสาวจากที่เดินทางเข้ามาจากอีกฝั่งของพรมแดนประเทศจำเป็นจะต้องได้รับการปฏิบัติและดูแลอย่างเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

ณ ปัจจุบัน สื่อกระแสหลักต่างๆ ในประเทศไทยมักจะนำเสนอข่าวแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวกับอาชญากรรมเท่านั้น มีเพียงน้อยนิดที่นำเสนอถึงต้นตอของปัญหาที่แท้จริง ซึ่งก็คือ คนงานต่างชาติกว่า 2 ล้านคนเหล่านี้ ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยอย่างไร้ตัวตน เราจะคาดหวังอะไรมากไปกว่านี้อีกเล่า จากเหล่าชาย หญิง และเด็กน้อยที่ต้องอพยพลี้ภัยมาจากประเทศพม่า เข้ามายังประเทศโดยไม่มีอะไรเลยนอกจากของที่จำเป็นที่สามารถแบก และทูนหัวเอามาได้เท่านั้น?


โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ ด้วยความหวังว่ามันจะช่วยให้เรามองลึกลงไปยังสภาพการเมืองที่กดทับเหล่าคนงานอพยพชาวพม่า – กลุ่มคนที่หนีภัยมาจากความอยุติธรรมในประเทศของตัวเอง เพื่อจะมาพบกับความอยุติธรรมในประเทศไทย – แม่สอด และมหาชัย – ที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน

โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยหวังว่าภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ จะส่งผลให้เกิดความเข้าใจและความเมตตาต่อเหล่าคนงานต่างชาติที่หนี้ภัยแห่งความโหดร้ายจากการกระทำของทหารพม่าในปัจจุบัน

เราหวังว่าจะได้พบกับทุกคนในงาน

กำหนดการ
14.30 น. - เปิดตัวสารคดี “ชีวิตไร้ตัวตน” โดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผอ.โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
ฉายสารคดี ความยาว 30 นาที

15.30 น. - เวทีเสวนา “ก้าวต่อไปเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนงานต่างชาติ” ร่วมแลกเปลี่ยนโดย
Elsa Ramos ILO
บุญยืน สุขใหม่ เลขาธิการกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก
สนิทสุดา เอกชัย* หัวหน้ากองบรรณาธิการ Outlook หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
สมพงษ์ สระแก้ว ผู้ประสานงาน เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักศึกษาปริญญาเอก ม. วิทยาลัยฮาวาย
ตัวแทนจากองค์กร BLSO

ดำเนินรายการโดย
ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท

18.00 น. ดนตรีไร้พรมแดน
18.30 น. ปิดงาน

*วิทยากรอยู่ระหว่างการติดต่อ

ติดต่อสอบถาม
Thai Labour Campaign
PO Box 219 Ladprao Post Office Thailand 10310
Tel : 02-933-0585


โดย: jenifaae วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:16:20 น.  

 
*สัมมนาทั่วไทย


• 2008-Apr-29 - Knowledge Management Seminar FREE ! ! ! ! !
IKI Center of Bangkok University


IKI KM World Seminar Series presents:

The Mapping of Critical Knowledge :
a tool for strategic management

Free seminar at PTS
Friday May 16, 2008 : 13.00 - 17.00 hrs.

At PTS : 20 th Floor Q-House Sathorn Building, South Sathorn Road, Bangkok

Organizations cannot manage what they cannot precisely identify and since it is virtually impossible to manage everything, it is necessary to focus in priority on the core knowledge (intellectual asset of the organization). Our experience proves that the process and results from mapping critical knowledge quickly provides support to strategic management. During this seminar you will be presented with a validated Knowledge Management methodology that was successfully applied in various international organizations.

You are invited to join our free seminar that you will be introduced to the concepts of knowledge management (KM) and real case studies will be presented to demonstrate its value and benefits.


Agenda :

? 13:00-13:15 Registration and welcome refreshment

?13:15-13:45 Introduction to the Knowledge Management World Seminar Series
by Assistant Professor Dr. Vincent Ribi?re - Managing Director of the
Institute for Knowledge and Innovation (IKI) - Bangkok University

?13:45-14:30 "The Mapping of Critical Knowledge: A Tool for Strategic Management"
by Jean-Fran?ois Tendron - KM Consultant

?14:30-14:45 Break and refreshment


?14:45- 17:00 "The Mapping of Critical Knowledge: A Tool for Strategic Management" (Cont.) by Jean-Fran?ois Tendron - KM Consultant


Remark : Presentation will be in English


• 2008-Apr-29 - “กิจกรรมสร้างอาชีพผู้ใช้ขาเทียม เพื่อเป็นผู้ประกอบการ SMEs ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดทำ

ในการนี้ กิจกรรมฯ เปิดรับสมัครผู้ใช้ขาเทียมที่ได้รับขาเทียมจากมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน 84 คน โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกนั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะมอบลิขสิทธิ์อาชีพ พร้อมฝึกอบรมอาชีพและรับอุปกรณ์ประกอบอาชีพเบื้องต้น อาทิ กาแฟ ไอศครีม ขนม หรือลูกชิ้นปิ้ง เป็นต้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

สำหรับผู้ใช้ขาเทียมที่จะได้รับโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพและรับลิขสิทธิ์อาชีพพร้อมอุปกรณ์การประกอบอาชีพเบื้องต้น ตามกิจกรรมฯ นี้ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ คือ
1. เป็นผู้พิการที่ได้รับการใส่ขาเทียมแล้วจากมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีสุขภาพร่างกายที่สามารถประกอบอาชีพตามประเภทธุรกิจที่จะมอบให้ได้
2. มีอายุระหว่าง 20 – 60 ปี
3. มีถิ่นพำนักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือ จังหวัดใกล้เคียง
4. มีวุฒิภาวะและมีศักยภาพ และมีความตั้งใจจริงที่จะเป็นผู้ประกอบการ SMEs
5. สามารถประกอบอาชีพที่ได้รับจากกิจกรรมฯ ด้วยตนเอง อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน
6. มีทุนหมุนเวียน
7. ถ้ามีแหล่งหรือทำเลที่เหมาะสมในการประกอบอาชีพตามประเภทธุรกิจที่จะมอบให้ จะได้รับการพิจารณาก่อน

ผู้ที่สนใจสามารถขอรับใบสมัคร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของกิจกรรมฯ ได้ที่
บริษัท คอร์แอนด์พีค จำกัด โทร. 02-439-4600 ต่อ 8203
ติดต่อ คุณศิริลักษณ์ หรือ คุณสุธินี ในวันและเวลาทำการ
โดยเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551


Download ใบสมัคร คลิกที่นี่



• 2008-Apr-28 - กิจกรรม F.T.I. – Modern Trade ร่วมมือปั้นซัพพลายเออร์ SMEs

สิทธิประโยชน์ ที่ท่านจะได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม

1.โอกาสในการได้รับคัดเลือกให้เป็นซัพพลายเออร์ของ Modern Trade

2.จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแสดงสินค้าในสาขาของ Modern Trade (In-store Marketing)

3.ร่วมกิจกรรม “Modern Trade Meet SMEs”,กิจกรรมการอบรม workshop ตลอดระยะเวลาโครงการ(รายละเอียดตามโบรชัวร์)เพื่อการพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นซัพพลายเออร์

4.เยี่ยมชมศูนย์การกระจายสินค้าภายในประเทศของ Modern Trade เพื่อสามารถนำไปพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การขนส่งและกระจายสินค้าของท่านให้เหมาะสมกับระบบงานของ Modern Trade

5.สิทธิในการร่วมกิจกรรม Event ต่างๆ กับบูทโครงการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

6.รับวารสารรายสัปดาห์ Industrial H&O ฟรี! ผ่านอีเมล์

7.ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ผ่านวารสารรายสัปดาห์ Industrial H&O โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด่วน! รับจำนวนจำกัดเพียง 50 รายเท่านั้น) หมดเขตรับสมัครภายในวันที่ 30 เม.ย.2551 นี้ สอบถามข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ คุณปัทมา โสภิตชาติ 02-3451118

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความสนใจจากท่าน

ขอแสดงความนับถือ
ปัทมา โสภิตชาติ

โครงการจับคู่ธุรกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 0-2345-1118


• 2008-Apr-28 - "มหกรรมของกินของใช้ไทยแลนด์ 2008" ระหว่างวันที่ 15 - 18 พฤษภาคม 2551
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอเชิญ เข้าร่วมชมงาน "มหกรรมของกินของใช้ไทยแลนด์ 2008" ระหว่างวันที่ 15 - 18 พฤษภาคม 2551 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ Zone C ชั้น 1 และ 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
งานดังกล่าว จะมีสินค้าเลื่องชื่อจากทั่วทุกภาคของประเทศ เพลิดเพลินไปกับการเลือกสรรของกินของใช้คุณภาพจากร้านค้านับร้อย ทั้งของตกแต่งบ้าน เครื่องหนัง เครื่องประดับ อัญมณี รวมถึงงานฝีมือหัตถกรรมสุดปราณีตในราคาพิเศษ ซึ่งงานนี้นักชิม นักช้อป จะได้ของครบสมใจ ในบริเวณงาน ท่านจะได้พบกับการแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าสาขาอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น กลุ่มอาหาร กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มเครื่องหนัง กลุ่มเครื่องประดับ กลุ่มสมุนไพร และกลุ่มของตกแต่งบ้าน

จึงใคร่ขอเรียนเชิญสมาชิก สสว. เข้าร่วมชมงานดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด


• 2008-Apr-20 - MP3 - บทเรียนเรื่องหุ้นจากเจมส์บอนด์


มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬา Chulabook.com
Delivery Service โทร. 02-255-4433


โดย: jenifaae วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:16:44 น.  

 
*“เจาะลึก !!! กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2551”

เนื่องในโอกาสที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งครบ 70 ปี จึงขอเชิญชวนผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ผู้ปฎิบัติงานด้านทรัพยากรมนุษย์ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “เจาะลึก !!! กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2551”
โดย ศาสตราจารย์เกษมสันต์ วิลาวรรณ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานกลาง
ในวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00- 16.00 น.
ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน
ผู้สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ Thammasat Business Consulting Center
โทรศัพท์ 02-613-2258 , 02-623-5742 , 084-123-3740
E-mail : tbccconsult@gmail.com
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http:// http://www.bus.tu.ac.th/tbcc





*อียิปต์: องค์กรอิสระ117 แห่งต่อต้านการจับและสอบสวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี และประณามแพทย์ที่ละเมิดจรรยาบรรณ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล - [ 10 เม.ย. 51, 11:28 น. ]


(ลอนดอน/นิวยอร์ก/ไคโร 7 เมษายน 2551) ชายอีก 5 คนถูกสอบสวนในกรุงไคโรในช่วงการปราบปรามผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพและสิทธิมนุษยชนทั่วโลกต่างพากันประณามการปราบปรามและความร่วมมือของแพทย์ในครั้งนี้

ในจดหมายถึงกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมแพทย์แห่งอียิปต์ (http://hrw.org/english/docs/2008/04/07/egypt18439.htm) กลุ่มต่างๆนำโดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรซ์ วอช กล่าวว่าแพทย์ที่ได้ช่วยในการสอบสวนชายที่ถูกจับเพราะสงสัยว่ามีเชื้อเอชไอวีบวกถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณแพทย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงไคโรได้ขังชาย 12 คนตั้งแต่เดือนต.ค. 2550 เมื่อมีการล่าตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อเอชไอวี การจับกุมเริ่มขึ้นเมื่อชายคนหนึ่งถูกจับกลางถนนและบอกเจ้าหน้าตำรวจว่าเขาติดเชื้อเอดส์ เจ้าหน้าที่ได้จับเขากับชายที่มาด้วยกัน และได้ทุบตีและกระทำทารุณต่อพวกเขาต่างๆนานา และค้นหาตัวคนอื่นๆอีกโดยได้ชื่อมาจากชายคนแรกที่ถูกคุมขัง

ชายทั้งหมดถูกจับในข้อหา “การกระทำที่หมกมุ่นทางโลกีย์จนเป็นนิสัย” ซึ่งภายใต้กฎหมายของอียิปต์รวมเอาการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายรวมไว้ด้วยกันด้วย

แพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขยังได้ให้ผู้ถูกคุมขังทั้งหมดตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัว แพทย์จากหน่วยงานกฎหมายทางยาของอียิปต์ได้ทำการตรวจทางทวารหนักโดยการบังคับชายเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขามีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกันจริงหรือไม่ ชายหลายคนบอกทนายความว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทุบตีพวกเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง อัยการได้บอกหนึ่งในนั้นว่า “คนอย่างพวกแกควรถูกเผาทั้งเป็น พวกแกไม่ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่หรอก”

ผู้ถูกคุมขังและได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีถูกบังคับให้อยู่ในโรงพยาบาล โดยเอาโซ่มามัดติดกับเตียงเป็นเวลาหลายเดือน แต่เมื่อมีการคัดค้านอย่างรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขก็ได้สั่งให้เลิกใช้โซ่เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ก่อนออกข้อกล่าวหาล่าสุด พนักงานอัยการสูงสุดได้บอกทนายความฝ่ายจำเลยว่าชายเหล่านี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ “เดินป้วนเปี้ยนอยู่ตามถนนโดยอิสระ” เพราะรัฐบาลถือว่าพวกเขาเป็น “อันตรายต่อสาธารณสุข”

ในจดหมาย 117องค์กรสุขภาพและสิทธิมนุษยชนได้เตือนกระทรวงสาธารณสุขว่าการตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยไม่ได้รับการยินยอม การกีดกัน และการจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม หรือการปฏิบัติอย่างย่ำแย่เพราะอคติต่อผู้ติดเชื้อ เป็นการละเมิดการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสากล กฎหมายของอียิปต์ ที่ใช้ต่อกรกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันยังเป็นการละเมิดการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และเป็นการกีดกันตามที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองได้กล่าวไว้


โดย: jenifaae วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:57:44 น.  

 
*บำบัดด้วย “ศิลปะ”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 เมษายน 2551 18:45 น.



คุณรู้จักศิลปะบำบัดแค่ไหน ? เป็นการตั้งคำถามอีกครั้ง เมื่อคราว มูลนิธิโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก ร่วมกับ สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊กส์ จัดกิจกรรมโดยเชิญแพทย์และนักศิลปะบำบัดจากเยอรมันมาพูดคุยและให้ความรู้กับผู้สนใจ ณ ห้องประชุม บริษัท รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป จำกัด ซึ่งหนึ่งในตัวตั้งตัวตีก็คือ อนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี ศิลปินและนักศิลปะบำบัด ที่เคยไปศึกษาหาความรู้ด้านศิลปะบำบัดที่เยอรมันโดยตรง ซึ่งได้เกาะเกี่ยวเอาสองนักศิลปะบำบัด Noemi Boeken และ ณภัทร ชัยสุบรรณกนก มาทำร่วมทีมเวิร์กชอปด้วย

ประเด็นหลักๆ ที่วิทยากรหลัก Dr. Med. Olaf Koob และ Nicola Schneider Hermann นำเสนอคือ ศิลปะบำบัดในมุมมองของแพทย์ และนักบำบัดในแนวมนุษยปรัชญา

Dr. Med. Olaf Koob เติบโตในเยอรมัน ศึกษาด้านการแพทย์ในแนวมนุษยปรัชญาโดยเฉพาะทางด้านยา เป็นผู้ก่อตั้งคลินิกสำหรับผู้ติดยาในเยอรมนีทางตอนใต้ มีงานค้นคว้าทางวิชาการมากมาย และเป็นผู้เขียนตำราด้านการพัฒนาเด็ก รวมถึงเด็กที่มีปัญหาในมิติต่างๆ เป็นวิทยากรเดินทางเผยแพร่ การแพทย์แนวมนุษยปรัชญาทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาโรงเรียนเด็กพิเศษทั้งในอังกฤษ และเยอรมนี

ขณะที่ Nicola Schneider Hermann จบการศึกษาด้านศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญา ร่วมก่อตั้ง Therapeutikum am Kraherwald ในสตุ๊ทการ์ท ร่วมกับคุณหมอชาวเยอรมันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นนักศิลปะบำบัดที่มีประสบการณ์สูง และเป็นที่ยอมรับในเยอรมัน

สิ่งที่แวดล้อมตัวเราไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ภูเขา น้ำตก หรือแม้แต่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่นสถาปัตยกรรมต่างๆ ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของเราทั้งสิ้น

Dr. Med. Olaf Koob เกริ่นขึ้นต้นเพื่อบอกย้ำว่า ดวงจิตของมนุษย์นั้นเชื่อมโยงกับธรรมชาติและศิลปะ

ในทัศนะของมนุษย์ปรัชญา ดวงจิตของมนุษย์ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ความคิด(Thinking),ความรู้สึก(Feeling) และ เจตจำนง(Willing) มนุษย์แสดงพลังความคิดออกมาในรูปวิทยาศาสตร์ พลังความรู้สึกออกมาในรูปศิลปะ และพลังเจตจำนงออกมาในรูปศาสนา ซึ่งทั้งสามส่วนต้องทำงานสอดประสานระหว่างกัน มนุษย์ต้องการวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตบางสิ่งบางอย่าง ในขณะเดียวกันก็ต้องการศิลปะเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีไปพร้อมกัน

ศิลปะบำบัดตามแนวคิดมนุษยปรัชญาเป็นการเยียวยา สามารถใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกโรค สีแต่ละสีมีอิทธิพลต่อมนุษย์ ไม่เฉพาะคุณสมบัติทางกายภาพเท่านั้นหากเป็นการทำงานในมิติของความรู้สึกเช่นกัน เราจึงรู้สึกกับสีน้ำเงินและเหลืองแตกต่างกัน ปัญหาของโรคภัยไข้เจ็บหลายโรคในปัจจุบัน มีสาเหตุมาจากจิตใจมากกว่าร่างกาย ดังนั้น แพทย์ตามแนวมนุษยปรัชญาจึงใช้ศิลปะบำบัดในการรักษาร่วมด้วย

ด้าน Nicola Schneider Hermann กล่าวว่า ศิลปะมีความสัมพันธ์กับดวงจิตของมนุษย์มาช้านาน ในสมัยก่อน ศิลปะหลอมรวมอยู่กับศาสนา ในเวลาต่อมาผู้คนส่วนหนึ่งเริ่มแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ ในการเยียวยาที่ไม่ใช่ยาหรือสารเคมี นั่นคือ การมองหาศิลปะที่จะช่วยเยียวยามนุษย์

ศิลปะบำบัด คือ การทำงานในลักษณะของ expressionism นักศิลปะบำบัดต้องรู้จักสีอย่างแท้จริง สีแต่ละสีมีพลังที่แตกต่างกัน เมื่อเราวาดรูป นั่นคือ ความสัมพันธ์กับดวงจิต เป็นกระบวนการทำงานกับดวงจิตอย่างแท้จริงซึ่งส่งผลต่อพลังชีวิต ส่งผลต่ออวัยวะต่างๆในร่างกาย กล่าวได้ว่า การวาดภาพแบบ expressionism เป็นการพัฒนาอวัยวะของเรา

เธออ้างถึงคำกล่าวของเกอเธ่ว่า “ไม่เฉพาะความรู้สึกภายนอกเท่านั้นที่เรารับสัมผัสจากสี แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ภายในด้วย” ถ้าเราวาดภาพสีม่วงหรือสีแดงได้อย่างลึกซึ้งจนได้คุณลักษณะของมัน สีม่วงหรือสีแดงนั้นจะปรากฏในดวงจิตของเราด้วย นอกจากสีแล้ว การเลือกใช้วัสดุ ไม่ว่าจะเป็น สีน้ำ สีเทียน ดินสอ ถ่าน ฯลฯ รวมทั้งประเภทของการวาดภาพ จะขึ้นกับผู้รับการบำบัด

Nicola ทำงานกับเด็กที่มีปัญหาหลากหลาย ได้แก่ เด็กสมาธิสั้น อารมณ์ไม่สมดุล มีปัญหาอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า เก็บตัว ย้ำคิดย้ำทำ เด็กที่มีปัญหาทางจิต ปัญหาครอบครัว ปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ ปัญหาการเจ็บป่วยทางกายอันเนื่องมาจากจิตใจ รวมทั้งโรคภูมิแพ้ และโรคมะเร็ง

การทำงานในแนวทางศิลปะบำบัด คือ การสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นแก่เด็ก สำหรับโรคมะเร็งระยะสุดท้าย การทำศิลปะ คือ การให้เด็กรับรู้ถึงความงดงามในชีวิต ปัจจุบันมีเด็กที่มีปัญหาเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากจิตใจจำนวนมากขึ้น

สาเหตุมาจากสภาพสังคมที่เน้นวัตถุนิยม เด็กดูโทรทัศน์มากเกินไป อยู่กับคอมพิวเตอร์มาก เคลื่อนไหวน้อย เล่นน้อย รวมทั้งพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก


โดย: jenifaae วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:57:57 น.  

 
*วันนี้ของนักเขียน 'ดังตฤณ' 'ศรันย์ ไมตรีเวช' 'คนตายไม่ได้อ่าน' ยังไม่จบ?

http://www.dailynews.co.th

*ในบรรดา “นักเขียน” ที่ไม่ใช่พระสงฆ์ เป็นฆราวาส แต่มีผลงาน- มีส่วนปลุกกระแส “หนังสือแนวธรรมะ-แนวหลักธรรม” ให้แพร่หลาย ในสังคมไทยได้มากขึ้น ต้องถือว่าชายคนนี้ นักเขียนเจ้าของผลงาน “เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ยืนอยู่แถวหน้าได้อย่างสง่าผ่าเผย วันนี้ลองมาย้อนดูบางแง่มุมชีวิตจากวันวานจนถึงวันนี้ของนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า “ดังตฤณ”

หรือชื่อ-นามสกุลจริง “ศรันย์ ไมตรีเวช”

เจ้าของนามปากกา “ดังตฤณ” หรือ “ศรันย์ ไมตรีเวช” ชายในวัย 40 ปี คนนี้ ในวันที่ได้เจอใบหน้าดูสงบเย็น มีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยไมตรีจิต เขาคนนี้ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 20 ปีในแวดวงบรรณพิภพนี้

ศรันย์เล่าย้อนว่า เขาเป็นลูกคนที่สามของครอบครัว “ไมตรีเวช” เรียนจบปริญญาตรี Business Computer จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งชีวิตของตนได้ถูกวางแผนไว้แบบหนึ่ง แต่มีพัฒนาการ และค่อย ๆ คลี่คลายมาตามลำดับ เรื่อยมาจนกระทั่งมาเป็นอย่างทุกวันนี้ในปัจจุบัน

*เขาบอกว่า เมื่อเกิดความสนใจเรื่องอะไร ไปรู้เรื่องอะไรที่รู้สึกว่าดี ใจก็จะอยากให้คนอื่นรู้ตาม และมีแรงทะยานที่จะถ่ายทอดสิ่งที่รู้และคิดว่าดี ให้แก่คนอื่น ๆ

“ตอนแรกที่เกิดรู้สึกแบบนี้ขึ้นคือเมื่อ ป.6 คือไปอ่านอะไรมา แล้วรู้อะไร คิดอะไร ฝันอะไร ก็อยากให้เพื่อนรู้ตาม ก็เขียนนิยายแบบ เด็ก ๆ นิยายน้ำเน่า แจกจ่ายให้เพื่อนอ่านรอบห้อง แล้วก็รู้สึกดี มีความสุข ยิ่งคนอื่นอ่านแล้วบอกสนุกดี ขอยืมอ่านหน่อยนะ มีการจองคิว มันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเราในวัยนั้นมาก ๆ และกลายเป็นพื้นฐานนิสัยตั้งแต่บัดนั้น”

ชีวิตเขาคนนี้มีพัฒนาการอีกครั้งในสมัยกำลังจะจบชั้นมัธยมปลาย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นก้าวสำคัญของชีวิต เมื่อตอนที่อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.5 กำลังจะเอนทรานซ์ ก็เกิดคำถามกับชีวิต ซึ่งเด็กทั่วไปมักจะถามว่าจะเรียนอะไร แต่ตนเองมองข้ามช็อตไปว่า เรียนแล้วจบออกมาจะทำอะไร

“ความรู้สึกตอนนั้นคือ งง และสับสน เพราะไม่อยากจะทำงานอะไร ไม่อยากทำอาชีพขีด ๆ เขียน ๆ ไม่อยากจะนั่งโต๊ะ และตอบตัวเอง ไม่ได้ว่าเราอยากเป็นอะไร ซึ่งหมายความว่า เลือกเรื่องเรียนไม่ถูกด้วย”

ย้อนกลับไปตอน ม.5 เริ่มเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ทุกเย็นที่เดินกลับบ้าน จะเฝ้าถามตัวเองว่า ชีวิตที่เหลือจะทำอะไร บรรยากาศช่วงเย็น แสงไม่ค่อยมี แล้วจะค่อย ๆ มืด รถราก็วิ่งขวักไขว่ ณ เวลานั้น ชวนให้เกิดความรู้สึกยิ่งกว่าคำว่าเบื่อ และไม่รู้จะทำอะไรให้ดีขึ้น ไม่ใช่เบื่อแบบชั่วคราว แต่เป็นแบบค่อย ๆ กัดกร่อนชีวิต ความรู้สึกค่อย ๆ แย่ลง ๆ และตื่นเช้าขึ้นมาแบบตอบตัวเอง ไม่ได้ว่า “จะตื่นขึ้นมาเพื่ออะไร เพราะไม่ได้อยากทำอะไร”

พัฒนาการอีกขั้นของชีวิตคือ เข้าห้องสมุด ซึ่งปกติเป็นคนชอบ เดินเข้าห้องสมุดอยู่แล้ว วันนั้นเป็นวันแรกที่มีความรู้สึกว่าอยากได้คำตอบอะไร สักอย่างหนึ่งที่มันแปลกไปกว่าการอ่านนิตยสาร อ่านหนังสือตลกโปกฮาก็เหลือบไปเห็นหนังสือ “เต๋าที่เล่าแจ้ง” แล้วก็หยิบออกมา

มันมีความรู้สึกเลยนะ เหมือนในหนังเลย แบบที่เป็นอะไร ที่มหัศจรรย์น่ะ เป็นอะไรที่เป็นก้าวแรก เป็นอะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นซักอย่างหนึ่ง คืออ่านแล้วเหมือนเราไม่ได้คำตอบหรอก แต่ได้ความชุ่มชื่นใจที่ไม่เคยได้มาก่อน เกิดความรู้สึกว่าจะอ่านอะไรให้มากกว่านี้ เรื่อย ๆ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้สนใจเรื่องพระพุทธศาสนา”

ศรันย์บอกว่า เคยไปฝึกสมาธิแบบธรรมสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิแบบอินเดีย เผยแพร่ตามโรงเรียน ซึ่งการทำสมาธิแบบธรรมสมาธินั้น ดีจริง แต่เมื่อไปถึงจุดหนึ่งแล้วจะรู้สึกว่า ไม่พอ มันไม่ได้มีความสุขจริง ๆ

พัฒนาการขั้นต่อมาของเขา คือ ตอนเรียน ม.6 อยู่ ๆ ก็เกิด อยากจะลองวิปัสสนาขึ้นมาเฉย ๆ จึงไปซื้อหนังสือ แล้วปรากฏว่าไปเจอหนังสือ วิธีทำสมาธิและวิปัสสนา ของ พระอาจารย์ธรรมรักษา ราคาเล่มละ 20 บาท แต่มีค่ามาก อ่านแล้วน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ได้คำตอบกับชีวิตเลยว่า

“ชีวิตที่เหลือจะเอาอย่างนี้........”

ช่วงที่เรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วัน ๆ ก็อยากแต่จะเข้าห้องสมุดอย่างเดียว เหมือนกับใจจริง ๆ จะเข้าแต่ห้องสมุดเพื่อจะไปอ่านหนังสือธรรมะ ตอนนั้นอ่านหมดเลย และที่ชอบที่สุดคือ “พระไตรปิฎกฉบับประชาชน”

“อ่านแล้วรู้สึกเฟรนด์ลี่มาก ๆ บางคนบอกอ่านหนังสือธรรมะแล้วเบื่อ แต่เรารู้สึกว่าเหมือนขนม เวลาที่ได้เข้าห้องสมุดเหมือนเวลา ได้กินขนม......”

ส่วนวิชาทางโลก หลังจากเรียนจบ ศรันย์ทำงานเกม-ดีไซเนอร์ ที่บริษัทซอฟท์แวร์เฮาส์ “ไอโซแฟกส์” เลยได้โอกาสเขียนบทความคอมพิวเตอร์ลงหนังสือไมโครคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงออกจากงานมา เขียนอย่างเดียว ค่าตอบแทนคือ 5,000 บาทต่อเดือน ถัดมาอีก 2-3 ปี ก็มาเขียนหนังสือคอม พิวเตอร์ อาทิ ครบเครื่องเรื่องอินเทอร์เน็ต กะเทาะเปลือกไอซีคิว กะเทาะเปลือกเพิร์ช ซึ่งใช้ชื่อ จริงเขียน

อย่างไรก็ตาม งานเขียนชิ้นแรกของเขาที่ ได้ตีพิมพ์ในหนังสือนั้นเกี่ยวกับ “ธรรมะ” ได้ตีพิมพ์ก่อน บทความคอมพิวเตอร์เสียอีก คือตั้งแต่ตอนอายุ 22 ปี เขียนเรื่อง “ทางนฤพาน” เป็นนิยายแบบรัก ๆ ใคร่ ๆ แต่อิงธรรมะ เป็นตอน ๆ ลงตีพิมพ์ในนิตยสารค้นโลก ตอนนั้นอายุ 22 แต่คนอ่านนึกว่าแก่แล้ว จึงปิดตัวมาก ๆ
ศรันย์เขียนบทความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ประมาณ 5 ปี เขียนบทความมาเรื่อย ๆ สะสมประสบการณ์ แล้วได้เขียนหนังสือ เขียน เรื่องซอฟต์แวร์ฟรีมาตลอด พอเขียนมาระยะหนึ่งก็เลิก “รู้สึกว่าเหมือนไป ส่งเสริมให้คนไปซื้อซอฟต์แวร์เถื่อน จึงไม่ทำ”

ช่วงนั้นก็มีคนมาชวนลงขั นให้ทำ “ทางนฤพาน” เขาจึงกลับมา ทบทวนว่าน่าจะมาเขียนในสิ่งที่ชอบ แล้วไม่ส่งเสริมให้คนทำผิดจะดีกว่า และ น่าจะอยู่ได้ เพราะไม่ได้หวังรวย ซึ่งตอนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเลือก เพราะช่วงนั้นหนังสือคอมพิวเตอร์กำลังเป็นที่ต้องการมาก รายได้ดี แต่การแข่งขันทางหนังสือคอมพิวเตอร์ก็มีสูง และตัวเองก็ไม่ชอบที่จะไปแข่งขันกับใคร ไม่อยากไปรบกับใคร

“ต้องการแค่พอกินพอใช้ จึงตัดสินใจว่าเขียนเกี่ยวกับธรรมะ แจกทางอินเทอร์เน็ตดีกว่า”

พ.ศ. 2533 เป็นปีที่เริ่มเขียนทางนฤพานจริง ๆ จัง ๆ เป็นบทความลงในนิตยสารพ้นโลก แล้วมาเป็นหนังสือเล่มจริง ๆ ตอนอายุ 30 ปี เพราะเพื่อนที่รู้จักกันอยากลงขันพิมพ์ประมาณ 5,000 เล่ม ทั้งแจกทั้งขาย เล่มละ 99 บาท คนก็ชอบเพราะหนังสือเล่มใหญ่ และขายถูก คนเลยกว้านซื้อใช้เวลา 2 เดือนหมด

“ช่วงที่เขียนทางนฤพาน และได้รับการยอมรับทางอินเทอร์เน็ต จึงลงขันไป และคิดว่าจะได้เงินคืน แต่ 3 ปียังไม่ได้คืนเลย ถ้าคนมองเราเมื่อช่วง 2 ปีก่อน คนจะบอกว่านี่มาเขียนหนังสือธรรมะเพราะอยากรวยนะ แต่ที่จริงเขียนฟรีมา 10 กว่าปีด้วยซ้ำ เพราะใจรัก ตั้งใจแค่พอกินพอใช้ ไม่ได้หวังรวยอะไร” ศรันย์กล่าว

ทั้งนี้ ผลงานเขียนหลังจากทางนฤพานของเขาคนนี้มีอาทิ กรรมพยากรณ์ ทั้ง 2 ภาค, เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน ที่พิมพ์ซ้ำถึง 50 ครั้ง ในช่วง 3 ปี, วิปัสสนานุบาล, มีชีวิตที่คิดไม่ถึง, 7 เดือนบรรลุธรรม ฯลฯ และล่าสุด คือ “เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน 2”

“ภาคภูมิใจแทนพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นบรมครู เราเองเป็นเพียง แค่คนที่มีความปรารถนาดี เป็นสื่อกลางถ่ายทอดปัญญาของพระพุทธเจ้าไปสู่คนเท่านั้น โดยใช้งานเขียนเป็นสื่อกลาง ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านี้” ...เจ้าของนามปากกา “ดังตฤณ” กล่าวทิ้งท้ายถึงความรู้สึกที่งานเขียนทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจธรรมะมากขึ้น.
'มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับสมบูรณ์'
กับงานเขียนหนังสือแนวธรรมะเล่ม ล่าสุดของ “ดังตฤณ-ศรันย์ ไมตรีเวช” คือ “เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน 2” นั้น ยังมีอีก ชื่อคือ “มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับสมบูรณ์” คือ 2 ชื่อ 2 เล่มนี้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่เปลี่ยนที่ชื่อเรื่อง ซึ่งศรันย์ บอกว่า คนที่เขาเคยอ่าน มหาสติปัฏฐานสูตร ที่รออยู่ 6 ปี ยังถามหาอยู่ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนอ่านนี้จะเป็นกลุ่มที่บอกว่าเล่มนี้คือ มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับสมบูรณ์

และส่วนตัวได้ทำแจกเป็นธรรมทาน ซึ่งได้รวบรวมชื่อ โรงเรียน และเรือนจำทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนมัธยมฯจะเป็น 2,600 แห่ง เรือนจำประมาณ 1,000 แห่ง อันนี้จะเป็นภายใต้ชื่อ “มหาสติปัฏฐานสูตร” ซึ่งทั้งโรงเรียนและเรือนจำจะบริจาคในชื่อ “เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน 2” ส่วน “มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับสมบูรณ์” จะนำไปถวายพระ และแจกสำหรับคนที่ได้ร่วมบริจาคเงิน ร่วมทำบุญมา

สำหรับเนื้อหาในหนังสือจะเป็นแบบฮาวทู คือทำอย่างไรถึงจะมีสติแบบไม่เป็นทุกข์ และทำอย่างไรถึงจะมีความสุขอันมหัศจรรย์ ซึ่งจะเป็นหัวข้อที่ไม่เฉียดเข้าไปในเรื่องจงมาปฏิบัติธรรม แต่จะอ้างอิงถึงพุทธพจน์ อย่างทำอย่างไรถึงจะมีสติอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้

เนื้อหาในหนังสือจะไม่โฆษณาเรื่องการปฏิบัติธรรม เพียงแต่จูงใจว่าเป็นพุทธพจน์ และเอามาเรียบเรียงด้วยภาษาที่ง่าย คนยุคใหม่ทั่วไปเข้าใจ และคนทั่วไปสามารถที่จะทำได้จริงด้วย โดยไม่จำเป็นต้องไปทำสมาธิ หรือไม่จำเป็นต้องปลีกตัวไปอยู่ที่ไหน

“ใช้เวลาเขียนนาน 6 ปี เป็นหนังสือที่ภูมิใจมากที่สุด ทุ่มเทมากที่สุด และในชีวิตนักเขียนนี้ถือว่าสุดยอดแล้ว ส่วนงานเขียนต่อไปคงจะเป็นการแตกกิ่งก้านสาขาจากความรู้ ความเข้าใจ ออกมาในรูปแบบงานเขียน เล็ก ๆ” เจ้าของนามปากกา “ดังตฤณ” กล่าว.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล / วิภาพร เปลี่ยนเจริญ : รายงาน
สุรเกตุ พงศ์สถาพร : ภาพ


โดย: jenifaae วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:58:11 น.  

 
*พัฒนาการ พรรคทหาร จังหวะก้าว สฤษดิ์ ธนะรัชต์ บาทก้าว "ชาติสังคม"

มติชนออนไลน์ - วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11032

คอลัมน์ อดีตแห่งปัจจุบัน

โดย วิภาค ฉัพพรรณ


*การจัดตั้ง พรรคชาติสังคม ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง

เพราะไม่เพียงแต่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค หากแต่ยังมี พล.ท.ประภาส จารุเสถียร เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรค

คล้ายกับ พรรคชาติสังคม จะก้าวตามรอย พรรคเสรีมนังคศิลา

เพราะว่าหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา มี จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ขณะที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นเลขาธิการพรรค

หาก พรรคเสรีมนังคศิลา ถือได้ว่าเป็น พรรคทหาร

แน่นอนว่า พรรคชาติสังคม มีลักษณะอันถือได้ว่าเป็น พรรคทหาร อย่างแจ่มชัดและโจ่งแจ้งมากยิ่งกว่า

เพราะทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ล้วนมีตำแหน่งใน "กองทัพบก"

แท้จริงแล้ว พรรคชาติสังคม เป็นก้าวอีกก้าวหนึ่งของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องไปจาก พรรคสหภูมิ

นั่นก็คือ เป็นการรวบเอารากฐานเดิมแบบพรรคเสรีมนังคศิลามาไว้ทั้งหมด

รากฐานที่สำคัญนอกจากอดีต ส.ส.ประเภทที่ 1 ซึ่งเคยสังกัดพรรคเสรีมนังคศิลามาก่อน ยังมี ส.ส.ประเภทที่ 2 ซึ่งทั้งที่เป็นทหาร ตำรวจ ประจำการและนอกประจำการ

รายละเอียดอันเป็นตัวตนของ พรรคชาติสังคม มีดังนี้

พรรคชาติสังคม มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า National Socialist Party

มีอุดมคติว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาธิปไตย สังคม

นโยบายต่อชาติ รักษาเอกราชของชาติ และร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อผดุงความสงบสุขของโลก

รักษาความสงบภายใน ส่งเสริมการสาธารณสุขและการสาธารณูปโภคเพื่อความผาสุกของประชาชน ส่งเสริมและบำรุงการศึกษาและวัฒนธรรมของชาติ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

นโยบายศาสนา ส่งเสริมการบำรุงการศาสนาซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน โดยไม่จำกัดสิทธิศาสนาใด และยึดถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาของชาติ

นโยบายพระมหากษัตริย์ เทิดทูนพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

นโยบายประชาธิปไตย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เคารพต่อสิทธิของประชาชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ส่งเสริม เสรีภาพ สมภาพ และภราดรภาพ อันเป็นรากฐานของประชาธิปไตย

นโยบายสังคม จัดระบบสังคมของประชาชน การเศรษฐกิจ การคลัง การอุตสาหกรรม และการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น

ยกระดับการครองชีพของประชาชน และจัดหาอาชีพให้แก่พลเมืองตามความเหมาะสมแก่ท้องถิ่น

ส่งเสริมและคุ้มครองกรรมกรให้ดำเนินการอาชีพตามความเหมาะสม

ส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีทรัพย์สินและที่ดินของตนเอง

ส่งเสริมการสหกรณ์ทุกประเภทให้แพร่หลาย

ความน่าสนใจของ พรรคชาติสังคม มีตั้งแต่ชื่อพรรคและโดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อในภาษาอังกฤษที่ว่า National Socialist Party

ในความเห็นของ ดร.หยุด แสงอุทัย ดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายจากเยอรมนี

ชื่อ National Socialist นี้เคยเป็นชื่อของพรรคท่านฮิตเตอร์ เรียกกันสั้นๆ ว่า นาซิสม์ หรือที่รับรู้ในภาษาไทยว่า

พรรคนาซี

แม้ว่า ฮิตเลอร์ จะเป็นทหารแค่สิบเอกและถูกปลดประจำการก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุดลง

แต่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บัญชาการทหารบก

ที่สำคัญก็คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จัดตั้ง พรรคชาติสังคม ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งเกิดขึ้นภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2500

เมื่อหยิบยืมชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมาจากฮิตเลอร์จึงย่อมฮือฮาเป็นธรรมดา

อาจเพราะว่าชื่อพรรคชาติสังคมมีสัมพันธ์โยงไปยังพรรคนาซีของฮิตเลอร์

ทำให้นักวิชาการของพรรคชาติสังคมจำเป็นต้องจัดทำเอกสารเพื่ออธิบายความหมายของคำว่า "ชาติสังคม" ออกมาค่อนข้างละเอียด

เอกสาร "ชาติสังคมคืออะไร" จึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง

หน้า 3


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:27:14 น.  

 
*จัดประกวดนวัตกรรม “ข้าว” ดันไทยคว้าโอกาสจากวิกฤตอาหารโลก

*ก.วิทย์ จัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย หวังยกระดับความสามารถด้านการเพาะปลูกข้าว โดยการใช้นวัตกรรม คว้าโอกาสจากวิกฤติราคาอาหารโลกแพง ดันไทยขึ้นแท่นประเทศชั้นนำของโลก

*นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2551 เพื่อคัดเลือกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ข้าวไทย รวมทั้งกระบวนการผลิตที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับนวัตกรรมอุตสาหกรรมข้าว โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย

นายวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ตลาดโลกต้องการข้าวอย่างมาก จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย แต่เนื่องจากข้าวมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสูง อีกทั้งราคาในตลาดผันผวนได้ง่าย ทำให้ผู้ผลิตถือสินค้าไว้ขายในขณะที่มีราคาสูงได้ไม่นาน ดังนั้น การประกวดดังกล่าว ต้องการให้เกิดการใช้ "นวัตกรรม" เป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าสินค้าให้เพิ่มสูงขึ้น และสร้างศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมข้าวไทย

ด้าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2551 นี้ นับเป็นครั้งที่ 2 โดยลักษณะผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากส่วนต่างๆ ของข้าว เช่น ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวสาร ปลายข้าว ข้าวหัก แป้งข้าว แกลบ รำข้าว ฟางข้าว และอื่นๆ ทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร แต่จะต้องมีการใช้องค์ความรู้ใหม่หรือใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านมาประยุกต์ เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้สูงในเชิงพาณิชย์

*ทั้ง รางวัลที่ 1 ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลที่ 2 ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 30,000 บาท รางวัลที่ 3 ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 20,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 10,000 บาท และจะจัดให้มีพิธีมอบรางวัลใน "วันนวัตกรรมแห่งชาติ" วันที่ 5 ตุลาคม 2551"

* นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สนช. ได้ดำเนินโครงการพัฒนานวัตกรรมจากข้าวไทย โดยร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย ริเริ่มพัฒนาโครงการนวัตกรรมและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรมจากข้าวไทยไปแล้วจำนวน 13 โครงการ มีมูลค่าการสนับสนุนจาก สนช. รวมเป็นเงิน 10,118,349 บาท คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 256,575,713 บาท โดยมีตัวอย่างโครงการนวัตกรรมจากข้าวไทยที่ออกสู่พาณิชย์แล้ว เช่น โครงการข้าวหุงสุกเร็ว โครงการข้าวกล้องงอก GABA-rice โครงการอาหารเสริมจากข้าว "อัลฟาพีเอสพี" โครงการแป้งฝุ่นจากแป้งข้าวเจ้า เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งผลงานเข้าประกวดได้ ที่ มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อาคารวิจัยและพัฒนา ชั้น 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โทรศัพท์ 02-942 7620-1, 02-942-7626 โทรสาร 02-942 7621

แหล่ง : ผู้จัดการ (www.manager.co.th)
โดย : WebMaster
วันที่ : 13/5/2551





*แอร์เมส อินเด็กซ์" ดัชนีใหม่วัดความต่าง "ค่าเงิน"

หากเดินเข้าไปในร้านสินค้าแบรนด์เนม "แอร์เมส" (Hermes) แถวย่านจัตุรัสแดงในกรุงมอสโก ราคาเนกไทผ้าไหมสีสดใส 1 เส้นจะอยู่ที่ประมาณ 5,760 รูเบิล หรือราวๆ 241 ดอลลาร์

ขณะที่สินค้าแบบเดียวกันที่วางขายในปารีสจะมีราคาประมาณ 125 ยูโร หรือ 192 ดอลลาร์ แต่หากซื้อสินค้าแบบเดียวกันนี้ในย่านเมดิสัน อะเวนิว ใน แมนฮัตตัน จะมีราคาก่อนบวกภาษีอยู่ที่ประมาณ 160 ดอลลาร์

อะไรทำให้เนกไท 1 เส้นที่เหมือนกันมีราคาต่างกันได้มากขนาดนี้

"บิสซิเนส วีก" อธิบายคำตอบของ เรื่องนี้ว่า เป็นเพราะแอร์เมสเป็นบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส และตั้งราคาสินค้าตาม เงินสกุลยูโร ดังนั้น เมื่อค่าเงินดอลลาร์ อ่อนลง และค่าเงินรูเบิลของรัสเซียแข็งค่าขึ้น จึงทำให้ราคาสินค้าที่วางขายในยุโรป สูงกว่าในสหรัฐ และถูกกว่าเมื่อเทียบกับที่ขายในรัสเซีย

*ขณะที่บริษัทระบุว่า ความแตกต่างของราคาดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน แต่บริษัทก็พยายามรักษาระดับราคาในแต่ละสกุลเงินไว้ให้คงที่ เพราะไม่อยากให้สินค้าของตัวเองต้องปรับเปลี่ยนราคาบ่อยๆ เหมือนกับราคาน้ำมัน

แต่การคงราคาสินค้าไว้ระดับเดิมทำให้เกิดปัญหาตามมา นั่นคือ ราคาสินค้าในแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก เมื่อเทียบตามอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์

อีกเหตุผลหนึ่งที่อธิบายถึงความแตกต่างของราคาสินค้าของแอร์เมส คือ ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (PPP-purchasing power parity) ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ตลาดที่มีประสิทธิภาพ สินค้าอย่างเดียวกันจะต้องมีราคาเหมือนๆ กัน โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างเรื่องประเทศ หรือค่าเงิน ซึ่งเป็นเรื่องยาก

ที่ผ่านมามีดัชนีตัวหนึ่งที่สามารถฉายภาพของ PPP ในประเทศต่างๆ ได้ นั่นคือ ดัชนีบิ๊กแมค ที่จัดทำโดยนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ ตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งเป็นการนำราคาบิ๊กแมคในแต่ละประเทศมาเปรียบเทียบกัน หากราคาบิ๊กแมคในประเทศใดถูกกว่าราคาเฉลี่ยในสหรัฐ ก็เท่ากับว่าประเทศนั้นมีค่าเงินอ่อนกว่าเงินดอลลาร์ ขณะที่ประเทศใดมีราคาบิ๊กแมคแพงกว่าจะสะท้อนว่า ประเทศนั้นมีค่าเงินแข็งกว่าดอลลาร์

โดยปีที่แล้ว บิ๊กแมคที่มีราคาถูกที่สุดอยู่ในจีน มีราคาราว 11 หยวน (1.45 ดอลลาร์ในขณะนั้น) ซึ่งสะท้อนว่าค่าเงินหยวนอ่อนค่ากว่าดอลลาร์ถึง 58% ขณะที่บิ๊กแมคที่แพงที่สุดอยู่ในไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณต้นทุนบิ๊กแมคในแต่ละประเทศมีหลายปัจจัยที่นำมาใช้ และมีความแตกต่างกัน อาทิ ราคาเนื้อ และต้นทุนแรงงานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทำให้ในความเป็นจริง บิ๊กแมคยังมีความแตกต่างกันแม้แต่ในประเทศเดียวกัน และไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้อย่างแท้จริง

น่าสนใจว่า "ดัชนีแอร์เมส" สามารถฉายภาพการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้เช่นกัน เพียงแต่จะมีความแตกต่างกับดัชนีบิ๊กแมค หลายประการ

โดยประการแรกที่แตกต่างกัน คือ สินค้าของแอร์เมสทุกชิ้นผลิตในฝรั่งเศส ประการที่ 2 สินค้าของแอร์เมสโฟกัสไปที่ลูกค้าระดับบน ประการที่ 3 บิ๊กแมคใช้เงินดอลลาร์เป็นฐาน ขณะที่แอร์เมสใช้เงินยูโร และประการสุดท้าย คือ ราคาเนกไทของแอร์เมสแพงกว่าราคาบิ๊กแมคมาก และราคาที่แตกต่างกันในแต่ละตลาดก็มากกว่า 50 ดอลลาร์ขึ้นไป

แม้ว่าราคาเนกไทของแอร์เมสในตลาดสหรัฐจะเพิ่มขึ้นราว 10% จาก 145 ดอลลาร์ในปี 2548 มาเป็น 160 ดอลลาร์ในปัจจุบัน แต่ต้นทุนในตลาดสหรัฐก็ยัง ต่ำกว่าที่อื่นๆ

โดยเหตุผลที่นอกเหนือจาก PPP ที่ทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐยังคงต่ำกว่าที่อื่น คือ สหรัฐเป็นตลาดขนาดใหญ่สุดของแอร์เมส ดังนั้นหากบริษัทปรับขึ้นราคาสินค้าในตลาดที่ถือว่าขายดีที่สุด เพื่อจะลดช่องว่างราคาเมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโร สิ่งที่ตามมาไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการสูญเสียลูกค้าชาวอเมริกันเท่านั้น แต่อาจจะทำให้นักช็อปจากที่อื่นๆ ที่มาสหรัฐเพราะต้องการซื้อสินค้า ถูกลงเมื่อใช้เงินดอลลาร์หดหายไปด้วย

ทว่าการที่บริษัทเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับตลาดใหม่ๆ ก็จะทำให้บริษัทลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องไปได้ โดยปัจจุบัน แอร์เมสมีสาขา 268 แห่ง และมีเอาต์เลตอีก 39 แห่งทั่วโลก ในปีที่แล้วแอร์เมสเปิดสาขาใหม่ 13 แห่ง โดย 4 แห่งอยู่ในจีน ขณะที่ปีนี้มีแผนขยายอีก 14 แห่ง ซึ่ง 4 แห่งจะเปิดในจีน

แหล่ง : ประชาชาติธุรกิจ (www.matichon.co.th/prachachart)
โดย : WebMaster
วันที่ : 27/3/2551


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:27:50 น.  

 
*โครงการส่งเสริมการจัดการที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการ SMEs รุ่นที่ 6

เพราะ SMEs ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การสนับสนุนทางด้านการเงิน ธนาคารกสิกรไทยจึงได้จัดโครงการ K SME Care เพื่อให้ผู้ประกอบการ

เสริมความรู้รอบด้านในการทำธุรกิจ กับหลักสูตรเพื่อ SMEs (การสร้างแบรนด์เพื่อ SMEs , สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม , กลยุทธ์ Blue Ocean Strategy ฯลฯ)

สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ สู่พันธมิตรที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ

สมัครได้แล้ววันนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ http://www.ksmecare.com หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ K-Contact Center โทร. 0-2888-8888 กด 05 วันนี้ถึง 30 พฤษภาคม 2551

ฟื้นที่ในการอบรม : กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ชลบุรี และหาดใหญ่ (สงขลา)
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

เป็นผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของกิจการหรือทายาทธุรกิจ

มียอดขายต่อปีระหว่าง 10-400 ล้านบาทต่อปี

ไม่จำกัดว่าต้องเป็นลุกค้าของธนาคารกสิกรไทย
** ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
แหล่ง : ฝ่ายการตลาดและส่งเสริมธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ
โดย : WebMaster
วันที่ : 7/5/2551




*ซีเอ็มพี มีเดีย จัดสัมมนา พัฒนาการใหม่ในวงการพลังงานทดแทน

บริษัท ซีเอ็มพี มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (JGSEE) จัดงานสัมมนา "New Developments in Renewable Energy: Technology, Markets and Policies in Southeast Asia" ในวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 202 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมไบเทค
การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมของพลังงานหมุนเวียน แนวนโยบายต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกใหม่ต่างๆ ไม่ว่า จะเป็น พลังงานชีวมวล เชื้อเพลิงชีวภาพ ก๊าซชีวภาพ รวมไปถึงพลังงานทดแทนอย่างพลังงานน้ำ ลม และ แสงอาทิตย์ อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตัวอย่างโครงการด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน และประสบการณ์ในเชิงปฏิบัติจากประเทศไทยและจากภูมิภาค
โดยงานสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นภายในงาน Entech Pollutec Asia 2008 งานแสดงเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกันงาน Renewable Energy Asia 2008 และ Pumps & Valves Asia 2008
สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา โปรดสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 2 มิถุนายน ศกนี้ ได้ที่ คุณนงนภัส หรือคุณโนรี ที่ โทรศัพท์ 02 642 6911 ต่อ 512 และ 516 โทรสาร 02 642 6919 อีเมล์ conference@cmpthailand.com หรือ http://thai-exhibition.com/renewableenergy/

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ :
ฝ่ายสื่อสารการตลาด
บริษัท ซีเอ็มพี มีเดีย ( ประเทศไทย)
คุณพัชราวดี สุทธิภูล, คุณผกาพรรณ คงธนจิตตกุล
Tel 0 2642 6911 Ext. 412 413


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:28:33 น.  

 
*China Franchise Expo 2008 สอ.นำ แฟรนไชส์ไทยโกอินเตอร์

สู่สากล พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน "China Franchise Expo 2008" ซึ่งจัดขึ้นที่

กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยหวังว่าผู้ประกอบการไทยจะสามารถผ่านแบบทดสอบการโกอินเตอร์ในตลาดจีนไปได้

*พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับแฟรนไชส์ไทยโดยเห็นว่า ธุรกิจนี้มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนประเทศใหญ่ๆ หลายประเทศ ซึ่งการเดินทางมาจีนครั้งนี้ ได้มีโอกาสหารือกับ นายเจียง จง เหว่ย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ถึงแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริม

ธุรกิจแฟรนไชส์ โดยฝ่ายจีนยินดีจะพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ไทยเสนอทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการส่งคนพ่อครัวเข้ามาทำงานร้านอาหารและพนักงานนวดสปา ซึ่งมีกฎระเบียบเข้มงวดของแต่ละมณฑล ขณะเดียวกันได้ผลักดันให้มีการแลกเปลี่ยนการเข้าร่วมงานแสดงธุรกิจระดับสากลของทั้งสองประเทศด้วย

ด้าน นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ความเห็นว่า สิ่งแรกที่จะทำให้ผู้ประกอบการของไทยเข้มแข็งและก้าวสู่ระดับการเปิดตลาดสากลจะต้องเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้ SME ไทยได้เรียนรู้ ดังนั้น กรมจึง

คัดเลือกผู้ประกอบการไทย 6 ราย ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมเข้าสู่ตลาด ได้แก่ โชคดีติ่มซำ, Dairy Farm, Gourmet Delight, Cafe De Iyara, Pata Jewel Cloning และ S.M.E.I. เข้าร่วมการจัดแสดงบนพาวิลเลี่ยนพื้นที่ 18 ตร.ม. ร่วมกับแฟรนไชส์ที่มาจากประเทศต่างๆ

"การประสบความสำเร็จสำหรับแฟรนไชส์ขึ้นอยู่กับการสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญจะต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้ประกอบการให้เข้าใจรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ ว่าเป็นการขายระบบการทำธุรกิจไม่ใช่มุ่งขายสินค้าอย่างที่เป็นอยู่ เพราะสินค้าจะต้องปรับเปลี่ยนตามรสนิยมของตลาด" นายคณิสสรกล่าว

อย่างไรก็ตามการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยที่ผ่านมาถือว่ายังเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้มีผู้ประกอบการน้อยราย โดยในปี 2551 คาดว่าจะมีแฟรนไชส์ใหม่ที่ขยายสู่ตลาดต่างประเทศอีก 6 ราย รวมเป็น 38 รายจากปี 2550 มี 32 ราย

ในประเด็นนี้ นายพีระพงษ์ กิติเวชโวคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า เกิดจากความล่าช้าในการออกกฎหมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขณะที่หลายประเทศเห็นความสำคัญ และมีกฎหมายแล้ว เช่น จีน สหรัฐและญี่ปุ่น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องมีองค์ความรู้ เงินทุน รวมถึงเครือข่ายซึ่งจะนำไปสู่อำนาจต่อรองทางธุรกิจ

รัฐบาลต้องเร่งผลักดันยกร่างกฎหมายแฟรนไชส์ ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจให้สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ พร้อมทั้งต้องสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าปลีก

แต่ในช่วงสุญญากาศควรกำหนดเกณฑ์มาตรฐานแฟรนไชส์ ซึ่งจะต้องกำหนดกรอบการปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าถึงข้อมูล และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยผู้ซื้อต้องรู้จักองค์ประกอบของการเป็นแฟรนไชส์ คือ ร้านต้นแบบ, ขนาดธุรกิจไม่เล็กเกินไป , การมีทีมงาน และการมีองค์ความรู้

แหล่ง : ประชาชาติธุรกิจ (www.matichon.co.th/prachachart)
โดย : WebMaster
วันที่ : 16/5/2551




*สัมมนาเรื่อง "พลังงานทางเลือก ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น"

ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยกลางอุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลังแห่งประเทศญี่ปุ่น จัดสัมมนาเรื่อง "พลังงานทางเลือก ผ่านมุมมองและประสบการณ์ ของนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น" เพื่อส่งเสริมพัฒนางานวิจัยโดยสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การวิจัยด้านพลังงานให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการสถาปนามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ครบรอบปีที่ 74 จึงขอเชิญชวนคณาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว
ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2551 เวลา 12.45 น. – 16.30 น.
ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
งานส่งเสริมการวิจัย กองบริการการศึกษา อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
โทร.0-2564-4440-79 ต่อ 1828-9


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:29:01 น.  

 

*ราชดำเนินเสวนาครั้งที่ 2/2551 "พลังสื่อขับเคลื่อนระบบประกันสุขภาพได้จริงหรือ?"

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับ สถาบันอิศรา ขอเชิญสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ เข้าร่วมฟังการเสวนาในกิจกรรมราชดำเนินเสวนาครั้งที่ 2/2551 "พลังสื่อขับเคลื่อนระบบประกันสุขภาพได้จริงหรือ ?"

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 เวลา 10.00-12.00 น. ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน ตรงข้าม รพ. วชิระ

วิทยากร ศ.ดร. อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา

วิรัตน์ ภู่ระหงษ์ ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ประเทศไทย

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

รายละเอียดโทร. 02-668-9422





*ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวฯ จัดเสวนาเรื่อง "นิวเคลียร์กับการรับรู้ของประชาชน"

ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดการเสวนาเรื่อง "นิวเคลียร์กับการรับรู้ของประชาชน"

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2551 เวลา 10.00-12.00 น.ณ ห้องแสงชัย สุนทรวัฒน์ ชั้น 1 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระ)

วิทยากรผศ.ปรีชา การสุทธิ์นายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย

นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.อภิสิทธิ์ ปัจฉิมพัทธพงษ์ วิศวกรระดับ 5 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)




*คอนเสิร์ตในบ้าน ครั้งที่ 2 โคโตะ / ขลุ่ยไทย และเครื่องดนตรีสากล

เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ร่วมกับสมาคมพัฒนาเด็กและเยาวชน องค์กรสาธารณกุศลด้านเด็กและเยาวชน จะจัดการแสดงคอนเสิร์ตในบ้าน ครั้งที่ 2 รอบการกุศลขึ้น ณ ห้องประชุมใหญ่ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร ถนนสุขุมวิท 21 รอบบ่ายสามโมง วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคมศกนี้ โดยมีเครื่องดนตรีโคโตะของญี่ปุ่นฝีมือโนริโกะ ทซึโบอิ และ เคอิโกะ ซูซูกิ ผสานกับขลุ่ยไทยฝีมืออาจารย์ธนิศร์ ศรีกลิ่นดีที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ด้วยอัลบัมเดี่ยวขลุ่ยเพลงพระราชนิพนธ์ นอกจากนี้ยังร่วมด้วยนักดนตรีฝีมือดีของญี่ปุ่นที่จะมาบรรเลงเพลงเบา ๆ ฟังสบาย ๆ เคล้าเสียงโคโตะ คือ เชลโล (ยูคิฮิสะ นาคางาวะ), ไวโอลิน (อ้อมพร โฆวินทะ), เปียโน (โยโกะ ทาคาฮาชิ/ เซอิโกะ ภุชคนิตย์ ) พร้อมด้วยเสียงขับกล่อมจากคณะนักร้องประสานเสียง Bangkok Japanese Chorus เพลงที่จะบรรเลงจะได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพลงยอดนิยมทั้งในอดีตและปัจจุบันของญี่ปุ่น และของไทย อาทิ โทเรียนเสะ, ฮารุ โนะ อูมิ, ชีพจรลงเท้า, ซึคิยาขิ, ฮานะ-ดอกไม้ให้คุณ, เดือนเพ็ญ, บัวขาว เป็นต้น

เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตที่ชวนฟังและจะสร้างความประทับใจให้แก่ท่านอีกคอนเสิร์ตหนึ่ง ที่สำคัญรายได้จากการขายบัตร มอบให้กับสมาคมพัฒนาเด็กและเยาวชน ท่านจะได้รับทั้งความสุข และบุญกุศลจากการชมคอนเสิร์ตในบ้าน ครั้งที่ 2 นี้อย่างเต็มอิ่มทีเดียว

บัตรราคา 200 บาททุกที่นั่ง หาซื้อได้ที่ที่ทำการเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร ทาวเวอร์ โทร. 02-260-8560-4 หรือที่สมาคมพัฒนาเด็กและเยาวชน 40/98 โชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว โทร. 02-933-3185 หรือ 089-635-6633 ที่นั่งมีจำนวนจำกัด เพียง 200 ที่เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ หรือ สมาคมพัฒนาเด็กและเยาวชน

web page : http://www.jfbkk.or.th/event/houseconcert_20080726th_01.html
-------------------------------------------------------
The Japan Foundation, Bangkok
10th Fl. Serm-Mit Tower,
159 sukhumvit 21 Rd., Bangkok 10110
Tel. (662) 260-8560-4 Fax. (662) 260-8565
Website: http://www.jfbkk.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:29:40 น.  

 
*จดหมายชี้แจงจากสมาคมหยาดฝน กรณี บ้านหยงสตาร์

จากกระทู้ http://www.thaingo.org/webboard/view.php?id=13282

1. สมาคมหยาดฝนไม่เคยส่งคนไปทำงานในตำบลหยงสตาร์เลย ดังนั้น ผู้นั้นไม่ใช่ตัวแทนของสมาคมหยาดฝน

2. สมาคมหยาดฝนไม่เคยส่งเสริมปลูกหญ้าทะเล ไม่ว่าที่หยงสตาร์หรือที่ไหน

3. โครงการทั้ง 2 โครงการในตารางท้ายบทความนั้น สมาคมหยาดฝนให้คำแนะนำองค์กรชุมชน และองค์กรชุมชนนำเสนอผ่านระบบราชการ ได้แก่ อำเภอนาโยง และสำนักงานทรัพยากรจังหวัดตรัง สมาคมหยาดฝนไม่เคยถือเงิน หรือมีอำนาจในการจัดการ แต่ดำเนินงานโดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

4. งบประมาณที่นำเสนอในบทความนั้น ยังไม่เห็นการอนุมัติเลย ยังเป็นเพียง "โครงการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" ทราบว่ายังไม่มีการอนุมัติ หรือเบิกจ่าย และไม่แน่ว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่

5. เรื่องป่าชายเลนชุมชนนั้น สมาคมหยาดฝนไม่เคยไปร่วมทำงานกับประชาชนในหยงสตาร์มาก่อน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับการนำทหารไปบังคับประชาชนแต่อย่างใด

6. สมาคมหยาดฝนเสริมชุมชนในการจัดการป่าชายเลนหลายแห่งในจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ดีสำหรับคนที่รู้จักสมาคมหยาดฝนว่า สมาคมหยาดฝนไม่เคยใช้วิธีการดังกล่าวอ้าง เพราะไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ปัจจุบันแนวทางการจัดการป่าชายเลนโดยชุมชนเป็นที่ยอมรับ และขยายผลออกไปอย่างกว้างขวาง

7. เรื่องการทำประมงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่ออนาคตของลูกหลานในวันข้างหน้านั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนผู้มองการณ์ไกล และเห็นภัยร้ายจากการทำประมงดังกล่าว ได้หยุดใช้เครื่องมือดังกล่าวจำนวนมากแล้ว สมาคมหยาดฝนไม่เคยทำงานร่วมกับประชาชนในตำบลหยงสตาร์ และไม่เคยบีบบังคับให้เขาเหล่านั้นเลิกใช้เครื่องมือดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ทราบว่าเครื่องมือหลายชนิดขัดต่อ พรบ.ประมง ซึ่งผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้ ควรเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

8. ผู้ที่เขียนบทความนี้ ยังไม่รู้จักสมาคมหยาดฝน ได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง แต่โวยวายกล่าวร้ายโดยขาดสติสัมปชัญญะ ไม่คำนึงถึงจริยธรรมว่าการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นเป็นบาป และทางสมาคมหยาดฝนยังเคยสงสัยว่า ผู้เขียนบทความนี้รับจ้างใครมาหรือเปล่า เพราะไม่เคยรู้จักกัน หรือสมาคมหยาดฝนจะขัดแย้งกับพี่น้องชาวหยงสตาร์ ก็ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

9. ถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น หากไม่กล้ามาพบสมาคมหยาดฝน ก็ขอให้สอบถามจากผู้ปฏิบัติงานของโครงการต่างๆ หรือหน่วยราชการที่อยู่ในพื้นที่ดูให้ละเอียดอีกครั้ง หรือหากประสงค์จะพบกับสมาคมหยาดฝน ก็พร้อมที่จะปรึกษาหารือกับผู้เขียนตลอดเวลา

พิศิษฐ์ ชาญเสนาะ
นายกสมาคมหยาดฝน

21 พฤษภาคม 2551





*คบเพลิงโอลิมปิกถึงยอดเขาเอเวอร์เรส จีน-ทิเบต ร่วมสร้างแนวทางเจรจา

คบเพลิงโอลิมปิกชนิดพิเศษขึ้นถึงยอดเขาเอเวอร์เรสแล้ว
ในวันที่ 8 พ.ค. คบเพลิงโอลิมปิกได้รับการลำเลียงขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอร์เรสแล้ว ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์ของจีนฉายให้เห็นนักปีนเขาชาวจีนถือคบเพลิงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ทนกับสภาพอากาศและจำนวนอ๊อกซิเจนที่น้อยกว่าระดับพื้นโลก รวมถึงมีการถือธงชาติจีนและธงโอลิมปิกขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอร์เรสด้วย

ทีมวิ่งคบเพลิงขึ้นสู่ยอกเขาเอเวอร์เรสมีสมาชิกอยู่ 19 คน สวมเสื้อกันหิมะสีแดงที่มีโลโก้โอลิมปิกปักอยู่ ทางผู้จัดหวังว่าภาพของการวิ่งขึ้นมาจุดคบเพลิงบนยอดเขาเอเวอร์เรสจะช่วยลบภาพลักษณ์ที่เสียหายจากการถูกประท้วงเมื่อมีการวิ่งคบเพลิงไปตามประเทศต่าง ๆ ได้บ้าง แต่การวิ่งคบเพลิงขึ้นไปบนยอกเขาเอเวอร์เรสนี้ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ต้นเนื่องจากยอดเขาเอเวอร์เรสอยู่ในเขตพื้นที่ของทิเบต และจีนก็เคยปกครองทิเบตด้วยความรุนแรง

แผนที่จะมีการวิ่งคบเพลิงขึ้นสู่ยอกเขาเอเวอร์เรสนั้นถูกปกปิดเป็นความลับเพราะกลัวว่าจะมีผู้ประท้วง เนื่องจากมีคนเคยวิจารณ์ว่าการนำคบเพลิงโอลิมปิกของจีนขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอร์เรสซึ่งอยู่ในพื้นที่ทิเบตนั้น เป็นสัญลักษณ์แทนการที่จีนเข้าครอบครองทิเบต

สถานี ซีซีทีวี และสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า สมาชิกที่ขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอร์เรสทั้ง 19 คนนั้น มีทั้งชาวจีนเชื้อสายฮั่น , ชาวทิเบต และนักศึกษา โดยมีกัปตันทีมเป็นชาวทิเบตชื่อ นยีมา เซอริง (Nyima Cering) ขณะที่รองกัปตันทีมเป็นชาวจีนเชื้อสายฮั่นชื่อ หลัว เฉิน (Luo Shen)

คบเพลิงโอลิมปิกที่นำขึ้นมาจุดบนยอดเขาเอเวอร์เรสนี้ แยกตัวออกมาจากคบเพลิงหลัก ซึ่งทางผู้จัดบอกว่าอย่างไรเปลวไฟมันก็มาจากแหล่งเดียวกัน การที่ต้องแยกตัวออกมานี้จุดประสงค์หนึ่งคือความกังวลคบเพลิงหลักจะทนต่อสภาพอากาศบนยอดเขาไม่ได้รวมถึงความวิตกว่าจะคบเพลิงถูกประท้วงหรือก่อกวนด้วย

อย่างไรก็ตามคบเพลิงที่แบ่งสายออกมาก็ขึ้นสู่ยอกเขาเอเวอร์เรสโดยไม่ประสบปัญหาแต่อย่างใด ตัวคบเพลิงเองถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้ทนกับสภาพอากาศหนาวเย็น ลมแรง และออกซิเจนในอากาศต่ำได้ คบเพลิงซึ่งวิ่งขึ้นสู่ยอกเขาเอเวอร์เรสผ่านทางประดับด้วยธงทิเบตที่พักโบกตามสายลม

ขณะเดียวกันคบเพลิงโอลิมปิกตัวหลักก็กำลังวิ่งอยู่ในอีกฟากหนึ่งของประเทศจีน ก็มีการวิ่งคบเพลิงที่มลฑลเซิ่นเจิ้น.ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ซึ่งนับตั้งแต่คบเพลิงเข้าสู่ประเทศจีน การวิ่งคบเพลิงก็เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น มีคนมารอต้อนรับอย่างดีในเขตไห่โคว (Haikou) และกวางตุ้ง ผู้คนที่ให้การต้อนรับในไห่โควดูเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นแสดงความไม่พอใจเพราะคิดว่าการประท้วงคบเพลิงในประเทศแถวยุโรป เป็นการจู่โจมจีนของชาติตะวันตก

แม้ว่าการวิ่งคบเพลิงผ่านหลายพื้นที่ในจีนน่าจะเป็นไปอย่างสงบ แต่ก็ยังมีเขตที่เสี่ยงต่อการประสบปัญหาคือ เขตมลฑลซินเจียงซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และในเขตทิเบต ซึ่งทั้งสองเขตได้มีการประท้วงต่อต้านการปกครองหรือนโยบายของจีนเมื่อไม่นานมานี้

จีน-ทิเบต ร่วมสร้างแนวทางสำหรับการเจรจาครั้งต่อไป
วันที่ 8 พ.ค. ที่ธรรมศาลา ประเทศอินเดีย ตัวแทนของผู้นำทิเบตออกมาบอกว่า ฝ่ายตัวแทนของทิเบตกับฝ่ายตัวแทนของจีนได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยร่วมกันสร้าง “แนวทางที่เป็นรูปเป็นร่าง” เพื่อเป็นวาระสำหรับการเจรจาเรื่องทิเบตครั้งต่อไป

โลดี เกียรี ผู้แทนพิเศษของดาไล ลามะ บอกว่า “แม้จะมีความเห็นที่ต่างกันมากในด้านประเด็นที่ต่างฝ่ายคิดว่าสำคัญ ทั้งสองฝ่ายก็ได้แสดงความเต็มใจในการหาทางบรรลุเป้าหมาย ...ทั้งสองฝ่ายต่างก็สร้างแนวทางที่เป็นรูปเป็นร่าง อันจะเป็นส่วนหนึ่งของวาระในอนาคต” ซึ่งเกียรี เผยอีกว่า พวกเขาจะสามารถตกลงวันเจรจาครั้งต่อไปได้ภายในสี่วันนี้

แต่ในการเจรจาครั้งก่อน ความพยายามที่จะทำให้การเจรจาไปไกลกว่าเรื่องเหตุไม่สงบในทิเบตไม่เป็นผล เพราะฝ่ายตัวแทนจากจีนยังคงยืนยันว่าดาไล ลามะ เป็นตัวการ เกียรี พูดถึงเรื่องนี้ว่า “ฝ่ายตรงข้ามของเรากล่าวหาดาไล ลามะ ว่าเป็นผู้ขัดขวางและทำลายโอลิมปิกของกรุงปักกิ่งอย่างไม่มีมูลอีกแล้ว แต่พวกเราก็บอกอย่างชัดแจ้งเลยว่าดาไล ลามะ สนับสนุนโอลิมปิกตั้งแต่แรกแล้ว”

ซึ่งที่ผ่านมาทางการปักกิ่งก็ได้ออกมากล่าวหาดาไล ลามะ และกลุ่มผู้สนับสนุนในประเด็นดังกล่าวหลายต่อหลายครั้ง แต่ดาไล ลามะ ก็ปฏิเสธการกล่าวหามาโดยตลอด จนในวันที่ 8 พ.ค. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ฉิน กัง ก็ออกมาเรียกร้องให้ดาไล ลามะ “หยุดการเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดน”

“ทัศนคติของรัฐบาลกลางนั้นจริงจัง , ซื่อสัตย์ และจริงใจ” ฉินกล่าว “พวกเราหวังว่าทางฝ่ายดาไลเองก็จะใช้ความจริงใจในการปฏิบัติที่ออกมาเป็นรูปเป็นร่างด้วย ซึ่งหลายถึงการหยุดยั้งการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนอย่างแท้จริง หยุดวางแผนยุยงให้มีการก่อความรุนแรง และหยุดการก่อกวนงานโอลิมปิกของกรุงปักกิ่งเพื่อที่จะได้สร้างปัจจัยแวดล้อมในการติดต่อเจรจาครั้งต่อไป”

หลังจากเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงลาซาเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการเรียกร้องให้มีการเจรจาระกว่างตัวแทนของดาไล ลามะ และตัวแทนของฝ่ายจีน ซึ่งตัวแทนทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้มีแนวทางชัดเจนในการเจรจา แต่ทางฝ่ายทิเบตได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมในเหตุความไม่สงบเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และขอให้ทางการอนุญาตให้ผู้มาเยือนรวมถึงกลุ่มนักข่าวเข้ามาในทิเบตได้

นอกจากนี้ฝ่ายทิเบตยังได้กดดันให้ทางการจีนหยุดโครงการ “เรียกรู้การรักชาติอีกครั้ง” (Patriotic re-education) ในเขตทิเบตด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการบังคับให้พระเลิกนับถือดาไล ลามะ ตัวแทนทิเบตบอกนักข่าวในเมืองธรรมศาลาว่า “จีนไม่ได้ให้คำมั่นในเรื่องใดเลย พวกเขาปกป้องมุมมองของตัวเองอย่างหนักแน่น”

“พวกเราขอบอกอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ในทิเบตเป็นสิ่งที่ไม่อาจหนีพ้นได้ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายและการใช้อำนาจของทางการจีนต่อชาวทิเบต” เกียรีกล่าวก่อนมีการแถลงข่าว “เหตุวิกฤติในทิเบตช่วงที่ผ่านมาเป็นเหมือนอาการของโรคที่เกิดจากความทุกข์ยากและความไม่พอใจของชาวทิเบต”


ที่มา แปลและเรียบเรียงจาก

Specially designed Olympic torch lit on top of Mount Everest , Anita Chang , AP , 8/5/2551
Dalai Lama's envoy details Tibetan proposals at China talks , Ashwini Bhatia , AP , 8/5/2551
China to hold formal talks on Tibet: Dalai Lama envoy , Lobsang Wangyal , AFP , 8/5/2551


--------------------------------------------------------------------------------
โดย : ประชาไท วันที่ : 9/5/2551


โดย: jenifaae วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:23:30:20 น.  

 
*ค่ายมือถือคืนเงินพรีเพดหมดอายุ สบท.เปิดทางเลือกโอนให้เบอร์อื่น-ต่ออายุอีก90วัน


"สบท." เดินหน้าจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย หลังประกาศมาตรฐานสัญญาบริการโทรคมนาคม ระบุชัดห้ามกำหนดวันหมดอายุบริการ "พรีเพด" ย้ำชัดยักษ์มือถือต้อง "คืนเงิน" ลูกค้า แต่เปิดทางเลือก "โอนเงิน" ให้เบอร์อื่นได้ พร้อมยืดอายุบัตรเติมเงินขั้นต่ำ 90 วัน ส่วนกรณีร้องเรียน "ทรูมูฟ" ตกลงกันได้แล้ว วัดใจ "กทช." ทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค

น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สบท.ได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการคืนเงินแก่ผู้บริโภคที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบจ่ายล่วงหน้า (พรีเพด) ในกรณีซิมการ์ดหมดอายุ แต่ยังมีเงินเหลือในบัญชี โดยมีแนวปฏิบัติ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ต้องคืนเงินคงค้างในซิมการ์ดที่หมดอายุ เพราะเงินส่วนนี้ไม่ใช่เงินของโอเปอเรเตอร์ 2. ผู้บริโภคเลือกโอนเงินคงเหลือในซิมการ์ดไปยังเลขหมายอื่นที่ยังใช้งานได้ และ 3.เสนอให้เพิ่มวันหมดอายุในบัตรเติมเงินขั้นต่ำเป็น 90 วัน เพราะเวลาที่กำหนดอยู่ทุกวันนี้สั้นเกินไป

"บัตรโทรศัพท์ของทีโอที ราคา 50 บาท แต่ใช้งานได้ 3 ปี ทำไมบัตรเติมเงินราคา 100 บาท กลับใช้งานได้แค่ 10 วัน เราคงต้องขอให้โอเปอเรเตอร์ชี้แจงต้นทุนต่างๆ หรือเรื่องการคืนเงิน โอเปอเรเตอร์มีเงื่อนไข เช่น หักภาษีไปแล้วหรือแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้คนขายบัตรแล้ว แต่เรายืนยันตามเดิมว่า ต้องคืนเงินเต็มจำนวนคงเหลือทั้งหมด"

ก่อนหน้านี้ สบท.ได้เชิญตัวแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายมาหารือร่วมกันเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาดังกล่าว รวมถึงขอให้ทุกรายกลับไปหาวิธีดำเนินการในการคืนเงินแก่ผู้บริโภค แต่มีเพียงทรูมูฟรายเดียวทำหนังสือกลับมา แต่เป็นการชี้แจงภาระต้นทุนของโอเปอเรเตอร์ ซึ่ง สบท.ได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) พิจารณาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะบรรจุเข้าในวาระการพิจารณาเมื่อใด

ทั้งนี้ เมื่อ กทช.พิจารณาในประเด็นดังกล่าวแล้ว สบท.จะนำแนวทางนั้นกลับมาจัดทำเป็นประกาศ กทช.เพื่อใช้บังคับต่อไป

แหล่งข่าวจากบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ประเด็นนี้ต้องแล้วแต่ กทช.ว่าจะกำหนดนโยบายอย่างไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่โดยภาพรวมแล้วผู้ประกอบการคงไม่สามารถคืนเงินได้ทั้ง 100% เพราะมีการจ่ายส่วนแบ่ง รายได้ให้ผู้ให้สัมปทานไปแล้ว อย่างทรูมูฟและ ดีแทคจ่ายส่วนแบ่ง 25% ขณะที่เอไอเอสอยู่ที่ 20% ดังนั้นหากมีเงินคงเหลือในซิมการ์ด 100 บาทก็อาจจะคืนได้แค่ 75-80 บาทเท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมต้นทุนค่าดำเนินการอีกด้วย

"ขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากมีการคืนเงินในซิมการ์ดแล้วจะกลายเป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือไม่ เช่น ช่วงเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องซื้อเสียงด้วยเงินสดแล้ว แค่เติมเงินเข้าไป 600 บาท แล้วแจกซิมการ์ดให้ชาวบ้านไปขึ้นเงินเอง ชาวบ้านก็จะได้เงินประมาณ 500 บาท กว่าจะได้เงินก็พ้นช่วงเลือกตั้งไปแล้ว เรื่องนี้ก็แล้วแต่ทาง กทช.ว่าจะมีนโยบายอย่างไร"

ด้าน พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ต้องหารือระหว่างกรรมการอีกครั้งว่าจะมีนโยบายในเรื่องดังกล่าวอย่างไร และอาจต้องเชิญผู้ประกอบการมาให้ข้อมูลด้วย อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ ต่อไปในที่ประชุม กทช.จะมีการหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาบริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 เพราะมีข้อกำหนดห้ามผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุสำหรับบริการพรีเพด แต่ไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง

"ต่อไปคงต้องเข้มงวดกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง" พล.อ.ชูชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอของ สบท. สืบเนื่องมาจากหลังประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาบริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 มีผลบังคับใช้แล้วแต่ไม่มีการนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับบัตรเติมเงินบริการโทรศัพท์มือถือ เนื่อง จากในข้อ 11 ของประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการล่วงหน้า ต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า

และปัจจุบันบัตรเติมเงินของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายยังคงกำหนดวันหมดอายุ เช่น บัตรราคา 100 บาท ใช้ได้ 10 วัน หรือ 300 บาท ใช้ได้ 30 วัน เป็นต้น จนกระทั่งเมื่อเดือน พ.ค.2551 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิร้องเรียนผ่าน สบท. โดยนายพีรพงษ์ คงธนาสมบูรณ์ ร้องเรียนบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาบริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ในข้อบังคับที่ 11

ทาง สบท.จึงนัดหมายให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูล ได้ข้อสรุปว่า การกระทำของโอเปอเรเตอร์ขัดต่อประกาศ กทช.อย่างชัดเจน จึงทำข้อเสนอถึง กทช.ขอให้มีคำสั่งหรือแนวทางปฏิบัติออกมาว่า จะมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่ทันที่จะมีการดำเนินการใดๆ ปรากฏว่านายพีรพงษ์เจรจาไกล่เกลี่ยกับทรูมูฟเป็นผลสำเร็จ จึงถอนเรื่องร้องเรียนออกจากกระบวนการดำเนินการ ทำให้กระบวนการร้องเรียนดำเนินไปไม่ถึงที่สุด สบท.จึงได้จัดทำข้อเสนอข้างต้นเสนอให้ กทช.พิจารณาแทน

ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ลูกค้าดีแทคไม่มีปัญหาเรื่องเงินเหลือค้างในซิมการ์ด เนื่องจากมีบริการใจดีแจกวันที่ให้ลูกค้าขอวันใช้เพิ่มได้คิดค่าธรรมเนียมเดือนละ 2 บาท (6 บาท 90 วัน 12 บาท 180 วัน) แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ใช้บริการและปฏิบัติได้จริง บริษัทก็ยินดีดำเนินการตามข้อเสนอของ สบท.

หน้า 32


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:14:01 น.  

 
*"ปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกรัก"


โดย : ชมรมครอบครัว ฯ

ชมรมครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ร่วมกับ ร.ร.เพลินพัฒนา

ขอเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกวัย 6 - 12 ปี ที่กำลังรู้สึกหนักใจกับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูก

เข้าร่วมกิจกรรม "ปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกรัก"
เพื่อเรียนรู้วิธีการ การฝึกปฏิบัติเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ซึ่งท่านจะได้พบกับทีมวิทยากรจากจิตเวชเด็ก ร.พ.ศิริราช

ในทุกครึ่งวันเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 6, 13, 20,27 ก.ค.51
ณ หอประชุม ร.ร.เพลินพัฒนา เขตทวีวัฒนา

สนใจติดต่อได้ที่ โทร 0-2412-0738, 0-2412-9834, 0-81-623-0870

หรือดูรายละเอียดได้ที่ http://www.thaichildrights.org






*"ปัจฉิมอาพาธ พุทธทาสมหาเถระ"

โดย : "พุทธทาสบุ๊คคลับ" ครั้งที่ 5

ขอเชิญร่วมกิจกรรม "พุทธทาสบุ๊คคลับ" (Buddhadasa Book Club) ครั้งที่ 5

หัวข้อ "ปัจฉิมอาพาธ พุทธทาสมหาเถระ"

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13.00 -15.00 น.

ณ ห้องประชุมมงคลนาวิน ตึก สก. ชั้น 10 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วิทยากร โดย
น.พ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล จากโรงพยาบาลศิริราช - หนึ่งในแพทย์ผู้ถวายการรักษาในช่วงปัจฉิมอาพาธของท่านพุทธทาส

ดำเนินรายการ โดย
น.พ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ร่วมจัดโดย :
มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, เครือข่ายธรรมโฆษณ์ฯ, เครือข่ายพุทธิกา, คณะกรรมการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รพ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง

ท่านที่สนใจ กรุณาติดต่อกลับเพื่อสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณโอม : 089-7662719 หรือ omechinn@hotmail.com, omechinn@gmail.comและ

มูลนิธิโกมลคีมทอง โทร. 02-866-1557, 02-412-0744
หมายเหตุ : การเข้าร่วมกิจกรรม ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:14:28 น.  

 
* ขอเชิญร่วมงานเสวนา วันเสาร์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑

การจัดงานวิชาการเพื่อก้าวไปสู่

การจัดงานในวาระครบรอบ ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ พ.ศ.๒๔๔๓-๒๕๕๓

สถาบันปรีดี พนมยงค์

ขอเชิญร่วมงานเสวนา

ในวาระครบรอบ ๖๓ ปี วันสันติภาพไทย ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘

ครบรอบ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หัวข้อ

การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชน

จาก ขบวนการเสรีไทย(๒๔๘๔ – ๒๔๘๘)

สู่ขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน

๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึงปัจจุบัน



เริ่มเวลา ๑๔.๐๐ น. ฉายวีดิทัศน์ละครหุ่นเสรีไทยเพื่อสันติภาพ

อ่านบทกวี “ภาพรวมประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประชาชน”

โดย : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ

วิทยากรเสวนา : ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต

ศุขปรีดา พนมยงค์ กรรมการสถาบันปรีดี พนมยงค์

สันติสุข โสภณสิริ กรรมการสถาบันปรีดี พนมยงค์

อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ นักพัฒนาองค์กรเอกชน อาวุโส

ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย : สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ผู้จัดการสถาบันปรีดี พนมยงค์


วันเสาร์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑

ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์

สถาบันปรีดี พนมยงค์

๖๕ /๑ ถนนสุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ)

แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา

กรุงเทพมหานคร

สอบถามรายละเอียด : โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑

E-mail : banomyong_inst@yahoo.com

Website : pridiinstitute.com





*ขอเชิญผู้สนใจทั่วไปเข้าชมภาพยนตร์ในโครงการ :ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญผู้สนใจทั่วไปเข้าชมภาพยนตร์ในโครงการ “ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์”

ผู้ชมท่านใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์” ให้ดูรายละเอียดได้ที่

http://www.pridiinstitute.com หมวดกิจกรรม/ประชาสัมพันธ์

ภาพยนตร์ในโครงการ “ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์” กำหนดฉาย ๓ เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม, กันยายน และตุลาคม ๒๕๕๑ ตามโปรแกรมดังนี้

สิงหาคม ๒๕๕๑ ภาพยนตร์ชีวิตกับสงคราม

วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๑.๐๐ น. The Longest Day (1962)

เวลา ๑๔.๐๐ น. Midway (1976)

เวลา ๑๖.๑๐ น. Welcome to Dongmakgol (2005) -ภาพยนตร์เกาหลี

วันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๑.๐๐ น. Vietnam’s Unseen War (2001) -ภาพยนตร์สารคดีสงครามเวียดนาม

เวลา ๑๒.๐๐ น. Apocalypse Now (1979)

เวลา ๑๕.๓๐ น. Platoon (1986)



กันยายน ๒๕๕๑ ภาพยนตร์ระทึกขวัญ

วันเสาร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๑

เวลา ๑๒.๐๐ น. Eyes of Laura Mars (1958)

เวลา ๑๓.๕๐ น. The Shining (1980)

เวลา ๑๖.๑๐ น. I Am Legend (2007)

วันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๑

เวลา ๑๒.๐๐ น. The Forgotten (2004)

เวลา ๑๔.๐๐ น. 28 Days Later (2003)

เวลา ๑๖.๐๐ น. The Invasion (2007)



ตุลาคม ๒๕๕๑ ภาพยนตร์ที่สร้างจากวรรณกรรมและหนังสือ

วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๒.๐๐ น. Touch of Evil (1958)

เวลา ๑๔.๐๐ น. Gigi (1958)

เวลา ๑๖.๐๐ น. Barry Lyndon (1975)

วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๒.๐๐ น. A Thousand Acres (1997)

เวลา ๑๓.๕๐ น. The House of the Spirits (1989)

เวลา ๑๖.๐๐ น. A River Runs Through It (1992)

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์”


สมัครภายใน ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ส่วนผู้สนใจทั่วไปเข้าชมภาพยนตร์ในโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สถานที่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ โทรศัพท์ ๐๒-๓๘๑๓๘๖๐-๑


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:14:54 น.  

 
*มโนธรรมของตุลาการ

มติชนออนไลน์ - วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11073


คอลัมน์ ข้าราษฎร

โดย สายสะพาย

"ตุลาการต้องกล้าที่จะตัดสินคดีลงไปให้ถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ต้องกล้าทั้งในด้านความคิด ในด้านวิชาการโดยไม่ต้องกลัวว่าตัดสินไปแล้วประชาชนจะไม่ชอบ คนส่วนใหญ่เขาจะเกลียด ต้องไม่กลัวอิทธิพล ไม่ต้องไปกลัวว่าคนจะไม่นิยม กล้าพอที่จะขัดใจผู้บังคับบัญชา..." (โสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา รวมคำบรรยายหลักวิชาชีพนักกฎหมาย ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรณาธิการ)

ข้อความดังกล่าวเป็นจริยธรรมสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่งของตุลาการ

เพราะการที่ตุลาการจะดำรงความอิสระได้อย่างแท้จริง มิได้เกิดระบบกฎหมาย และระบบการบริหารบุคคลที่ต้องเอื้ออำนวยให้ตุลการดำรงความอิสระได้เท่านั้น แต่ต้องอยู่ที่จริยธรรมอันมั่นคงของตุลาการด้วย

เมื่อดูจากภาพภายนอกแล้ว ดูเหมือนว่าแวดวงตุลาการยากที่จะถูกแทรกแซงจากอำนาจภายนอกทั้งอำนาจฝ่ายบริหารและอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าอาจมีการแทรกแซงผู้มีอำนาจของฝ่ายตุลาการเอง

จริงอยู่ ในระบบของตุลาการได้พยายามวางระบบการบริหารบุคคล เช่น การเลื่อนชั้น ขึ้นเงืนเดือนและระบบการโยกย้ายแต่งตั้งมิให้ตุลการต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำจากผู้มีอำนาจในสถาบันตุลาการมากเกินไป

แต่ถ้าผู้มีอำนาจในสถาบันตุลาการปราศจากซึ่งจริยธรรมแล้ว ย่อมพยายามหรือแสวงหาโอกาสในการแทรกแซงการตัดสินหรือพิพากษาในคดีสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผลประโยชน์ในทางการเมือง

วิธีการมีทั้งแบบแยบยล เช่น จ่ายคดีให้แก่องค์คณะที่คิดว่าสามารถควบคุมดูแลให้ตัดสินไปตามแนวทางที่ตนเองต้องการได้ และเพื่อความแน่ใจอาจให้ผู้มีอำนาจรองลงไปเกลี้ยกล่อม พูดจาว่านล้อม

ถ้ายังไม่ได้ผล อาจเรียกองค์คณะหรือตุลาการบางคนไปพบเป็นการส่วนตัวเพื่อให้ตัดสินไปตามที่ตนเองต้องการ

โดยปกติแล้ว การที่ตุลาการจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งหรือคำตัดสินเสร็จสิ้นเมื่อใด ย่อมขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจว่าการแสวงหาข้อเท็จจริงครบถ้วนรอบด้านเพียงหรือไม่ และมีระยะเวลาเหมาะสมที่จะไม่เกิดความเสียหายหรือเสียหายน้อยที่สุดแก่คู่กรณีหรือประโยชน์สาธารณะ

แต่ถ้าผู้มีอำนาจแสดงความต้องการออกมาอย่างชัดแจ้งถึงขั้นบีบบังคับให้ตุลาการทำคำสั่งหรือคำตัดสินชนิดข้ามวันข้ามคืนตามความต้องการของตัวเอง

ถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในแวดวงตุลาการ

แต่ถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ตุลาการที่รู้เห็นเหตุการณ์และถูกกระทำจะมีจริยธรรมความกล้าหาญเพียงพอที่จะเปิดโปงพฤติกรรมเหล่านั้นหรือไม่

หน้า 22




*ไอทีโซน-เว็บใจถึงให้เก็บข้อมูลฟรี 30 กิ๊ก

ยูเอสบีไดรฟ์หรือที่เรียกคุ้นปากว่าทรัมป์ไดรฟ์ แทบจะหมดความหมาย เมื่อเว็บไซต์ใจถึงเปิดให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีถึง 30 กิกะไบต์ แต่ถ้าอยากได้สัก 100 กิกะไบต์จ่ายมาแค่เดือนละ 100 กว่าบาทเท่านั้น

เว็บไซต์แห่งนี้มีชื่อว่าHumyo.com ให้พื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง30 กิกะไบต์ หรือเรียกว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ออนไลน์ขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว เว็บไซต์ให้พื้นที่ 25 กิกะไบต์ สำหรับเก็บข้อมูลมัลติมีเดียจำพวกเพลงและวิดีโอ ส่วนอีก 5 กิกะไบต์ ที่เหลือเอาไว้เก็บไฟล์ประเภทไหนก็ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าต้องการพื้นที่มากกว่านั้น ก็ต้องจ่ายเพิ่มเอา

จุดเด่นของHumyo.com ไม่ได้อยู่ที่พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดมหึมาเท่านั้น แต่ระบบจัดการไฟล์ของเว็บแห่งนี้ยังเป็นเลิศอีกด้วย เพราะที่นี่ใช้ภาษาโปรแกรมจาวาสำหรับแสดงผล ทำให้ผู้ใช้สามารสร้างกล่องเก็บข้อมูลแยกประเภทได้หลายกล่อง (โฟลเดอร์) และลากไฟล์ไปมาบนหน้าเว็บได้โดยตรง

ที่ดูจะเข้าท่ามากที่สุดคงหนีไม่พ้นระบบวินโดว์ส เดสก์ท็อป ไคลแอนต์ เป็นโปรแกรมสร้างฮาร์ดดิกส์ ไดรฟ์ ออนไลน์ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ เช่นเดียวกับไดรฟ์ ซี หรือ ดี เมื่อผู้ใช้ต้องการอัพโหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูล ก็เพียงลากไฟล์จากไดรฟ์หนึ่งไปยังไดรฟ์ออนไลน์ได้ทันที เหมือนกับการโยกย้ายไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์

ข้อเสียอย่างเดียวคือสามารถโยกย้ายไฟล์ได้ทีละหนึ่งไฟล์เท่านั้น ทาง Humyo.com บอกว่าเว็บนี้ไม่ได้มุ่งเน้นพัฒนาเรื่องการโหลดไฟล์ทีละมากๆแต่เน้นเรื่องการเข้าถึงและจัดการไฟล์ออนไลน์ต่างหาก อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์แท้จริงน่าจะเป็นเพราะเว็บแห่งนี้ต้องการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญามากกว่า

บริการพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์นี้ไม่ได้มีเฉพาะ Humyo.com เท่านั้นแต่ยังมีอีกหลายค่าย เช่น บริการของ ค่ายแอปเปิ้ลซึ่งจะเปิดตัวให้สาวกแมคอินทอชใช้งานได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในราคา 99 ดอลลาร์ต่อปี อีกค่ายที่น่าสนใจคือ ดร็อปบ็อกซ์ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายๆกัน แต่ขณะนี้ออกมาให้ใช้ในเรุ่นทดสอบเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ทุกวันนี้จะมีเว็บไซต์ที่บริการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ให้เลือกมากมาย แต่ก็อย่าลืมว่าเว็บไซต์บนโลกออนไลน์นั้น อาจจะล่มเมื่อใดก็ได้ ดังนั้น การสำรองข้อมูลเอาไว้เองก็ยังคงจำเป็นอยู่เสมอ


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:15:17 น.  

 
*เรียนเชิญ เข้าร่วมสัมมนา ฟรี "การรักษาความปลอดภัย สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบัน"

ขอเรียนเชิญ เข้าร่วมสัมมนา

การสัมมนา ฟรี ตลอดวัน

ระหว่างสัมมนา ลุ้นของรางวัล จาก วิทยากรผู้ดำเนินรายกา

"การรักษาความปลอดภัย สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบัน"

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30-16.30 น.

ณ ห้องจุติ โรงแรม เจ บี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สนใจ สามารถ สมัครเข้าร่วมการสัมมนาได้ ที่

http://www.mict4u.net

พร้อมกันนี้ ท่านสามารถช่วยประชาสัมพันธ์หรือแนะนำ เพื่อน หรือผู้สนใจ เข้าร่วมสัมมนาได้

จักขอบพระคุณอย่างสูงครับ




*คอนเสิรต์ ด้วยรักและหวัง พลังใจ

เชิญชม คอนเสริต์ดีๆ จาก "พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ"

คอนเสิรต์ ด้วยรักและหวัง พลังใจ

โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:15:48 น.  

 
*สวทช.จัดสัมมนาอุตสาหกรรมอาหารก้าวหน้าฯ

โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “ อุตสาหกรรมอาหารก้าวหน้า ต้องพัฒนาต่อยอด ” ขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคนิค และให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่พบมากจากการทำระบบมาตรฐานอาหาร จากปัจจุบันที่ผู้ส่งออกอาหารของไทยประสบปัญหาอยู่เกี่ยวกับความต้องการสินค้าที่มีมาตรฐานสูงจึ้น ทั้งจากลูกค้าในและต่างประเทศที่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขในการนำเข้ามากขึ้นทางด้านระบบคุณภาพต่างๆ รวมถึงมาตรฐานและกฎระเบียบใหม่ๆ เกี่ยวกับด้านความปลอดภัยของวัสดุที่ใช้สัมผัสอาหาร พร้อมกันนี้ยังจะได้นำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการในโรงงานแก่ผู้ประกอบการ ในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
ผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาฯ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพีชยา จิระธรรมกิจกุล และ คุณภัคจิรา สุขสว่าง โทรศัพท์. 0-25647-7000 ต่อ 1370 และ 1363 โทรสาร. 0-2564-7082

ประชาสัมพันธ์ โครงการ iTAP
โทร.0-2270-1350-54 ต่อ 114 ,115 หรือ มือถือ. 0-81421-8133 ( คุณนก )
และ 0-81575-6477 ( คุณเกด )





*คีย์บอร์ด-ที่วางคอมพ์พกพาได้

มติชนออนไลน์ - วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11073

คอลัมน์ จูนคลื่น

โดย waisang@matichon.co.th


*การวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกใช้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะนั่นคือ การอำนวยให้องค์ประกอบ นิ้ว แขนได้วางระดับอย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดการเมื่อยล้า ดังนั้น อุปกรณ์ประเภทที่วาง หรือโต๊ะวางคอมพิวเตอร์แบบพกพา นำไปที่ไหน เคลื่อนที่ได้สะดวกสบายเป็นองค์ประกอบสำคัญ Lapworks" portable Gamers Desk จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา เดิมที่สำหรับที่วางโน้ตบุ๊ก จะเป็นแผ่นรองมีพัดลมช่วยระบายความร้อนด้านใต้ของโน้ตบุ๊ก แต่คราวนี้บวกสิ่งอำนวยความสะดวก ให้สามารถหมุนเคลื่อนที่ไปด้วยได้ โดย portable

*Gamers Desk จะช่วยให้คนนิยมเล่นเกมบนเครื่องพีซี ซึ่งเป็นแผ่นรองแนวนอน มีคีย์บอร์ดพิเศษ สะดวกใช้ในการเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน ด้วยจอยสต๊ก คอนโทรลเลอร์ใส่เข้าไปมีเม้าท์ในตัว อุปกรณ์ Lapworks" portable Gamers Desk ที่เห็นสามารถเชื่อมต่อเข้ากับจอ HDTV หรือแล็บท็อป ตัวที่วางทำจากพพลาสติคเอบีเอส สนนราคาตั้งขาย 39.95 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ความจริงอุปกรณ์พวกนี้ไม่ใคร่เป็นที่นิยมซื้อหามาใช้ในเมืองไทย แต่เมื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ คอนเทนท์ต่างๆ มากขึ้น หลากหลายรูปแบบ หลายคนคงให้ความสนใจ

หน้า 26





*บทวิเคราะห์ทางวิชานิติศาสตร์ ต่อคำสั่งศาลปกครองกลางกำหนดวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ฯ ในคดีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา

โดย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต ศาสตราภิชาน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

ความนำ

*เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้ออกคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาในคดีที่คุณสุริยะใส กตะศิลา และคณะเป็นผู้ฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบและลงนามร่วมไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พร้อมทั้งขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้แถลงการณ์ร่วมสิ้นผลชั่วคราว รวมทั้งให้มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวสิ้นผลชั่วคราว และให้ผู้ถูกฟ้องแจ้งการยุติความผูกพันตามแถลงการณ์ร่วมต่อองค์การยูเนสโกไว้ชั่วคราว

ศาลได้นัดไต่สวนคู่กรณีแล้ววินิจฉัยว่า

"จึงมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการใดๆ ที่เป็นการอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (มติคณะรัฐมนตรี) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาและการดำเนินการตามมติดังกล่าว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น"

1.ปฏิกิริยาและผลของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

เมื่อข่าวคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเผยแพร่ออกไป ฝ่ายผู้ฟ้องคดีย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา เหมือนๆ กับคนที่ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วม ฝ่ายรัฐบาลเองก็คงเดือดเนื้อร้อนใจตามควร

แต่สำหรับผู้เขียนแล้วมีความรู้สึกระคนกันระหว่างความแปลกใจและความไม่แน่ใจ !

ที่ว่า "แปลกใจ" ก็เพราะเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องและคำขอคุ้มครองชั่วคราวในคดีที่มูลนิธิข้าวขวัญและคณะฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยศาลปกครองกลางอ้างว่า คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งห้ามีวัตถุประสงค์ให้ศาลเพิกถอนกระบวนการเข้าทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยในทางกิจการระหว่างประเทศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 (คณะรัฐมนตรี) ในฐานะฝ่ายบริหาร อันมิใช่เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งของศาลปกครองตาม มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 .....ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา.....

ต่อมามีการอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง โดยศาลปกครองสูงสุดได้ชี้ให้เห็นข้อแตกต่างระหว่าง "การใช้อำนาจทางปกครอง" ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอื่นที่มีผลใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด อันอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลปกครอง ว่าแตกต่างจาก "การใช้อำนาจบริหารของรัฐตามรัฐธรรมนูญ" กระทำการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำในความสัมพันธ์กับรัฐสภา หรือการกระทำในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำในฐานะที่เป็น "องค์กรตามรัฐธรรมนูญ" อันมิได้อยู่ในอำนาจศาลปกครองแล้วศาลปกครองสูงสุดก็สรุปว่า "ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีดำริไม่รับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ชอบแล้ว ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย" (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 178/2550 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2550)

ที่ว่า "ไม่แน่ใจ" ก็เพราะผู้เขียนเรียนกฎหมายมหาชนมาและสอนกฎหมายมหาชนอยู่จนทุกวันนี้ ก็สอนอย่างที่ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลางตัดสินไว้เมื่อปี 2550 นั่นเองว่า "การกระทำของรัฐบาล" (act of government) ในความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารกับรัฐสภาก็ดี ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับรัฐอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศก็ดี ศาลไม่อาจควบคุมได้

เมื่อศาลปกครองกลางกลับแนวคำพิพากษาของท่านเอง และของศาลปกครองสูงสุดที่ตัดสินเมื่อปีที่แล้ว โดยออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีแถลงการณ์ร่วมนี้ จึงทำให้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าศาลปกครองไทยจะมีบรรทัดฐานในเรื่องนี้อย่างไรแน่ ซึ่งท้ายที่สุดคงต้องรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่าจะยึดบรรทัดฐานเดิมหรือจะเปลี่ยนบรรทัดฐาน ซึ่งศาลกระทำได้เพราะในระบบกฎหมายไทยไม่ได้ยึด doctrine of precedent อย่างศาลอังกฤษหรือศาลอเมริกา

แต่ผลของคำสั่งศาลปกครองดังกล่าวก่อให้เกิดผลดังนี้

1.กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกการสัมมนาที่จะจัดขึ้นเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ รวมทั้งยกเลิกสมุดปกขาวที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด อธิบดีกรมสนธิสัญญาที่รับว่าจะไปอภิปรายเรื่อง "การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร : ปัญหากฎหมายและอธิปไตยของชาติ" เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และสถาบันพระปกเกล้าจัดขึ้น ยกเลิกการมาร่วมอภิปราย

2.ถ้าไม่มีการอุทธรณ์ หรืออุทธรณ์ แต่ศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคำสั่ง หรือยืนตามศาลชั้นต้น คงจะไม่มีผู้แทนรัฐบาลไทยไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ควิเบกระหว่างวันที่ 2-10 กรกฎาคมนี้ กัมพูชาก็คงจะนำเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปแต่ผู้เดียว

3.ไม่แน่ใจว่า ระหว่างรอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยในการเจรจาต่อรองกับรัฐต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศที่กำลังดำเนินการอยู่ก็ดี หรือจะดำเนินการก็ดี จะเหลือเพียงใด? เพราะมีความ "ไม่แน่นอน" ในสถานะของข้อตกลงที่กำลังทำ หรือจะทำ ว่าจะถูกเพิกถอนหรือไม่

เมื่อพิเคราะห์เหตุและผลด้วยความระมัดระวังและด้วยความกังวลแล้ว ผู้เขียนตัดสินใจเขียนบทความวิชาการนี้ขึ้นเพื่อวิเคราะห์คำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ทั้งนี้แม้ว่าจะเคารพต่อคำสั่งและความเห็นของศาลก็ตาม

2.หลักกฎหมายมหาชนเรื่อง "การกระทำของรัฐบาล" (act of government)

ในกฎหมายมหาชนถือว่า คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีมี 2 ฐานะ หรือพูดภาษาชาวบ้านคือมีหมวก 2 ใบ

ในฐานะแรก คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี เป็น "ฝ่ายบริหาร" ซึ่งใช้อำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ อยู่ได้ด้วยความไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้แทนปวงชน และมีอำนาจยุบสภาโดยถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ได้ การควบคุมตรวจสอบการกระทำในฐานะนี้จึงเป็น "การควบคุมทางการเมือง" (political accountability) ตามหลักประชาธิปไตย และอยู่ในบังคับกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายปกครอง

ในฐานะที่สอง คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี เป็นหัวหน้า "ฝ่ายปกครอง" ซึ่งมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน เหมือนๆ กับที่ปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการทั้งหลายต้องดำเนินการ จะต่างกันก็ตรงที่ข้าราชการประจำเป็น "ผู้ใต้บังคับบัญชา" (หรือลูกน้อง) คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี เป็น "ผู้บังคับบัญชา" (หรือหัวหน้าของฝ่ายปกครอง อันเป็นเรื่องกฎหมายปกครอง การควบคุมตรวจสอบการกระทำในฐานะหัวหน้าของฝ่ายปกครองนี้จึงเป็น "การควบคุมโดยกฎหมาย" (control of legality) ตามหลักนิติธรรม

ดังนั้น ตามหลักกฎหมายมหาชนถือว่า ถ้าคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในความสัมพันธ์กับสภา เช่น เสนอหรือไม่เสนอกฎหมาย เปิดหรือปิดสมัยประชุม ลงมติไม่ไว้วางใจ ยุบสภา ฯลฯ ก็ดี หรือใช้อำนาจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่นสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ประกาศสงคราม ลงนามในสนธิสัญญา ให้สัตยาบันสนธิสัญญา ดำเนินการเจรจากับต่างประเทศ ศาลไม่ว่าศาลใดก็จะไม่เข้าไปควบคุม เพราะมีการควบคุมทางการเมืองตามหลักการประชาธิปไตย และความรับผิดชอบต่อสภาและต่อประชาชนอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่เรื่องที่ศาลปกครองจะไปใช้กฎหมายปกครองมาควบคุม

ศาลปกครองสูงสุดฝรั่งเศสถือหลักไม่ควบคุมการกระทำของรัฐบาลมากว่า 100 ปี มีคำพิพากษากว่า 100 คำพิพากษา เช่น ในคดี Tallagrand (CE 29 Nov. 1968) ศาลตัดสินว่าการเสนอหรือไม่เสนอกฎหมาย หรือการถอนร่างกฎหมาย เป็นการกระทำของรัฐบาลมาฟ้องศาลไม่ได้ ในคดี Desreumrux (CE 3 Nov. 1933) ศาลตัดสินว่า การประกาศกฎหมายมาฟ้องศาลไม่ได้ ในอีกคดีศาลตัดสินว่าการขอหรือไม่ขอประชามติ ฟ้องศาลไม่ได้ (CE 29 April 1970 Comit? des Ch?muns de la Marne)

ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าคดีที่เกิดจากการเจรจาสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เป็นการกระทำของรัฐบาลฟ้องศาลไม่ได้ (CE 13 July 1979 Coparex) ฟ้องศาลไม่ให้รัฐบาลให้สัตยาบันสนธิสัญญาไม่ได้ (CE 5 Feb. 1926 Dame Caracs) การที่รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งให้ส่งสัญญาณกวนสถานีวิทยุอันดอร์รารัฐเล็กๆ ในพรมแดนฝรั่งเศส สเปน เป็นการกระทำของรัฐบาล ศาลไม่รับฟ้อง (TC 2 Feb. 1950 Soc. Radio de Bollardi?re)

แต่ถ้าจะยกคำพิพากษาศาลปกครองต้นแบบของโลก ก็คงจะยกได้อีกหลายหน้า แต่เหลียวไปดูในอังกฤษ หรืออเมริกาก็ถือหลักนี้

คดีแรกในอังกฤษคือคดีดุ๊กออฟยอร์คฟ้องศาลเพราะเป็นปัญหาการเมือง (political question) (คดี The Duke of Yorke"s Claim to the Crown, 5 Rotuli Par 375 (ปี 1460) ต่อมาทฤษฎีนี้พัฒนามาเป็น "การกระทำของรัฐ" (act of state) เช่นในคดีที่กองทัพเรืออังกฤษทำลายอาคารชาวสเปนซึ่งเป็นผู้ค้าทาส ศาลไม่รับฟ้องเพราะเป็นการกระทำของรัฐ (act of state) (คดี Buron V. Denman (1848) 2 Ex. (67) ศาลอังกฤษไม่รับฟ้องคดีที่อ้างว่า ผู้ฟ้องควรมีสิทธิในเอกสิทธิ์ทางการทูต (immunity) เพราะเป็น "การกระทำของรัฐ" (Agbor V. Metropolitan Police Commissioner (1969)) W.L.R. 703 ฯลฯ

ศาลอเมริกันก็ไม่รับดังปรากฏในคดี Colenaan V. Miller (307 U.S. 433 (1934) ประธานศาล Itughes วินิจฉัยว่า "ในการวินิจฉัยว่าปัญหาใดเป็นปัญหาการเมือง (political question) นั้น...ต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจโดยองค์กรทางการเมืองซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีผลผูกพันศาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน" โดยศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคดี Octjen V. Central Leather Co. 246 U.S. 297 ว่า "การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลนั้น รัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองและอะไรก็ตามที่กระทำในการใช้อำนาจการเมืองนี้ ย่อมไม่ถูกควบคุมโดยศาล"

ความจริง หลักที่ว่าศาลจะไม่ควบคุมการกระทำของรัฐบาลนี้ปรากฏในตำรากฎหมายปกครองทุกเล่ม แม้แต่ในหนังสือที่สำนักงานศาลปกครองนิพนธ์เรื่อง "ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีเปรียบเทียบ" ในการประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศ ครั้งที่ 9 พ.ศ.2550 ที่กรุงเทพฯเองก็ระบุไว้ชัดในหน้า 219 ว่า

"โดยทั่วไป แนวคิดเรื่อง "การกระทำของรัฐบาล" ซึ่งมีเอกสิทธิ์ที่จะไม่ถูกตรวจสอบความชอบธรรมด้วยกฎหมาย เป็นที่ยอมรับ แม้ว่าขอบเขตจะถูกจำกัดก็ตาม

ในทางปฏิบัติ มี 2 กรณีที่ใช้แนวความคิดดังกล่าวคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ในเรื่องเหล่านี้ศาลปกครองสูงสุดแต่ละประเทศจะมีแนวทางในการ (ไม่รับพิจารณา) ของตนเอง"

ศาลไทยเองก็ถือหลักนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ 178/2550 ดังกล่าวแล้ว หรือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวินิจฉัยชัดเจนว่า การยุบสภาเป็นการกระทำของรัฐบาล ซึ่งศาลไม่ควบคุม

3.หลักกฎหมายมหาชนเกี่ยวกับการแยกหน้าที่ศาล (ผู้ควบคุม) ออกจากหน้าที่ดำเนินการบริหารของฝ่ายปกครอง

หลักกฎหมายมหาชนสำคัญอีกหลักหนึ่งก็คือ ฝ่ายปกครองมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน แต่ศาลปกครองไม่มีหน้าที่บริหาร มีเพียงหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย

หลักนี้สำคัญมาก เพราะถ้าศาลปกครองสามารถ "สั่ง" ฝ่ายปกครองได้ทุกเรื่อง ก็เท่ากับศาลลงมาบริหารราชการแผ่นดินเสียเอง ซึ่งจะกลายเป็น "ศาลเป็นรัฐบาล" (government of judge) และฝ่ายปกครองจะเป็นเพียงลูกน้อง

อนึ่ง ศาลเองก็ไม่มีความรู้ทางเทคนิคทุกด้านด้วยพอที่จะลงไปควบคุมสั่งการทุกเรื่อง

ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลักกฎหมายสำคัญว่าศาลจะไม่ควบคุมการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะดุลพินิจเทคนิค (technical discretion) เช่น จะตัดถนนไปทางไหนดี สิ่งเหล่านี้เป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุหรือไม่ งานวิชาการชิ้นนี้ได้มาตรฐานงานวิชาการที่ดีหรือไม่

ยิ่งเป็นเรื่องการต่างประเทศด้วยแล้ว ศาลในระบบคอมมอนลอว์ก็ดี ศาลในระบบประมวลกฎหมาย (civil law) ก็ดี จะไม่ยอมตีความสนธิสัญญาเอง โดยไม่ขอความเห็นกระทรวงการต่างประเทศเป็นอันขาด เพราะศาลประเทศเหล่านั้นทราบดีว่า ท่านเองไม่ได้รู้บริบทของการเจรจา ไม่รู้เจตนารมณ์ของคู่กรณีในสนธิสัญญา ดังนั้น หากต้องตีความสนธิสัญญา ศาลประเทศเหล่านี้จะส่งเรื่องไปขอความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ

แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ศาลของประเทศเหล่านี้จะไม่คุมการกระทำของรัฐบาลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอันขาด!

4.จะทำอย่างไรต่อไป?

เมื่อวิเคราะห์มาทั้งหมดนี้ แม้ผู้เขียนจะเคารพศาลปกครองกลางเพียงใด ผู้เขียนก็ไม่อาจเห็นพ้องกับความตอนท้ายคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ว่า "หากศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิจารณาแล้ว ก็ไม่มีผลกระทบต่อการบริหารงานภาครัฐ และยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่ยังคงสงวนสิทธิโต้แย้งคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเขาพระวิหารไว้เช่นเดิม จึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาไว้"

ผู้เขียนไม่แน่ใจในข้อความที่ว่าศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้วไม่มีผลกระทบต่อการบริหารงานภาครัฐ เพราะข้อเท็จจริงดังได้กล่าวแล้วเกิดผลตรงกันข้าม คือการดำเนินการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ของกระทรวงการต่างประเทศก็ยุติลง ทั้งไม่ได้หมายความว่า กัมพูชาจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารฝ่ายเดียวได้ อย่างที่เราอาจเข้าใจเช่นนั้น แต่คณะกรรมการมรดกโลกซึ่งมีกรรมการจาก 21 ประเทศอาจไม่เห็นเช่นเดียวกับเราก็ได้

ดังนั้น ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอว่า

1.กระทรวงการต่างประเทศควรอุทธรณ์คำสั่งนี้โดยด่วน เพื่อฟังคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด แล้วจึงค่อยดำเนินการตามนั้น

2.ศาลรัฐธรรมนูญควรเร่งพิจารณาคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาและฝ่ายค้านว่า แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 190 คือเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบหรือไม่? หากต้องดำเนินการ คณะรัฐมนตรีก็ต้องเสนอแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ให้รัฐสภาพิจารณาโดยด่วนที่สุด และแจ้งให้คณะกรรมการมรดกโลกทราบว่า ประเทศไทยยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอน ภายในของเรา จึงยังไม่อาจใช้แถลงการณ์ร่วมประกอบการพิจารณาทางคณะกรรมการมรดกโลกได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐต่างประเทศเข้าใจและยอมรับกันเสมอมา

ผู้เขียนได้แต่ภาวนาว่า เพื่อผลประโยชน์ของประเทศและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยในการเจรจากับรัฐต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศในอนาคต ศาลปกครองสูงสุดน่าจะยืนตามบรรทัดฐานเดิม อันจะทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลไทยในสายตาสังคมโลกยังคงมีอยู่เหมือนเดิมทุกประการ

หน้า 7


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:16:19 น.  

 
*Wikileaks.org เว็บไซต์ของนักเปิดโปง

พื้นที่ของนักเปิดโปง:ถ้าคุณมีความลับอยากจะบอก แต่ไม่รู้จะไปบอกใครดี ที่นี่เป็นที่สำหรับคุณ!!!
ถ้าคุณมีความลับอยากจะบอก แต่ไม่รู้จะไปบอกใครดี ที่นี่เป็นที่สำหรับคุณ!!!



กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นี่ไม่ใช่เว็บไซต์ธรรมดาๆ ทั่วไป ทั้งในแง่รูปแบบและเนื้อหา โดยรูปแบบของเว็บเป็นการนำระบบของ Wikipedia หรือสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังมาใช้ ทำให้ใครก็ตามสามารถเข้าไปแก้ไขบทความหรือเนื้อหาได้ตลอดเวลา

ส่วนความไม่ธรรมดาในแง่ของเนื้อหานั้นก็คือ ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความลับต่างๆ ปัญหาความไม่ชอบธรรม เรื่องราวการคอร์รัปชั่น หรือเรื่องที่สาธารณชนควรรับรู้ โดยอาจเป็นข้อมูลของรัฐบาล ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ความลับทางการทหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งความลับขององค์กรทางศาสนา

เว็บไซต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Wikileaks.org ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2007 หรือเป็นเวลา 18 เดือนแล้วที่สมาชิกใน Wikileaks ได้เข้ามาเผยแพร่บทความเปิดโปงความลับและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลในหลายประเทศแล้วเช่นกัน เพราะเว็บไซต์นี้เปิดรับข้อมูลจากทั่วโลก โดยเน้นประเทศในเอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศที่เคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียต

เรื่องแรกที่นำมาเปิดโปงตั้งแต่ก่อนเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก็คือ การปล้นชาติในประเทศเคนยา ด้วยอำนาจการบริหารของอดีตประธานาธิบดี Daniel Arap Moi ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ได้สร้างความวุ่นวายในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะเกิดขึ้นพอสมควร

ถัดมาเป็นการเปิดโปงปฏิบัติการควบคุมตัวนักโทษในคุกของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวกวนตานาโม โดย Wikileaks ระบุว่าสหรัฐมีนโยบายซ่อนตัวนักโทษบางคน จากการช่วยเหลือขององค์การกาชาดสากล รวมทั้งยังมีการใช้สุนัขในการข่มขู่นักโทษอีกด้วย

บทความต่างๆ เหล่านี้สร้างความไม่พอใจแก่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการนำความลับสุดยอดทางทหารมาเปิดเผย ขณะที่ Julian Assange หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Wikileaks บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกิดในประเทศของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลความลับและความไม่ชอบธรรมในประเทศต่างๆ อีกนับร้อยประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

Julian เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด แต่ขณะนี้อาศัยอยู่ในแอฟริกา นอกจากเขาจะเป็นผู้ก่อตั้ง Wikileaks แล้ว Julian ยังเป็นนักเขียนและแฮคเกอร์อีกด้วย ซึ่งเหตุนี้เองที่อาจจะทำให้เว็บไซต์แห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยจากการปิดกั้นเสรีภาพในการเผยแพร่ข้อมูลมาจนถึงทุกวันนี้

เจ้าของชื่อ Wikileaks ที่แท้จริงนั้นอาศัยอยู่ในเคนยา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเว็บไซต์แห่งนี้มากนัก ส่วนเซิร์ฟเวอร์ก็ดูเหมือนจะตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน แต่จริงๆ ยังมีเซิร์ฟเวอร์สำรอง (mirror) ตั้งอยู่มากมายทั่วโลก แม้กระทั่ง Ben Laurie ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยของ Wikileaks และยังเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของเว็บ ก็ยังไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ที่แท้จริงตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่ และใครเป็นผู้ดูแลเว็บนอกเหนือจากผู้ก่อตั้งอย่าง Julian

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สมาชิกทั่วโลกต่างยอมรับในการรักษาความลับได้เป็นอย่างดีของ Wikileaks จึงนำเรื่องราวต่างๆ มาเผยแพร่กันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทีมงานพบว่าหลายครั้งมีบทความที่ไม่น่าเชื่อถือปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่ง Julian ก็กำลังพิจารณาว่าจะเลิกใช้ระบบ Wiki ดีหรือไม่ และจะเปลี่ยนมาเผยแพร่บทความก็ต่อเมื่อเรื่องที่สมาชิกส่งเข้ามาได้รับการพิสูจน์ความจริงแล้วเท่านั้น

“เวลานี้เป็นยุคของนักสื่อสารมวลชนและนักเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะได้เผยแพร่ข้อมูลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ หรือไม่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองอีกต่อไป คุณลองนึกถึงโลกที่รัฐบาลหรือบริษัทคอยดูแลประชาชนและพนักงานบริษัทให้อยู่กันอย่างมีความสุขสิ นั่นคือโลกที่เรากำลังสร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมา”

แม้วันนี้ Julian จะวาดฝันไว้อย่างสวยหรู แต่ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่า Wikileaks จะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นานเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเว็บไซต์ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์อันสร้างสรรค์และน่ายกย่องไม่น้อย ในสภาวะมีความไม่ชอบธรรมและทุจริตเกิดขึ้นไปทั่วทุกหัวระแหง





*ทำไมรัฐต้องพยายาม หาทางขึ้นราคา LPG

ผมได้มีการรวบรวมข้อมูลและประมวลสถานะการ์ณต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้

* เรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ไม่ว่าเป็น ดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล

NGV หรือ LPG ต่างก็ยังไม่ได้ลอยตัวครับ ถ้าให้ลอยตัวเหมือนกันหมดราคาเชื้อเพลิงที่กล่าวถึงก็คงจะขึ้นราคา แต่คงไม่เกิน 3 บาทต่อลิตรครับ แต่ที่ ปตท. ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นบริษัทเอกชน เช่น เอสโซ เชลล์ มาออกข่าวว่าต้องขึ้นราคาแก๊ส LPGอีก 11 บาทนั้น เขาอ้างอิงจากราคาตลาดโลก แต่ประเทศไทยผลิตได้เองส่วนหนึ่งจากแหล่งผลิตในประเทศ และจากการกลั่นน้ำมันดิบ

ประเทศในยุโรป ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย และอีกหลายประเทศ รัฐบาลเขามีนโยบายสนันสนุนผู้ใช้แก๊ส ทั้ง NGV และ LPG ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ในครัวเรือน หรือในการขนส่ง ด้วยสาเหตุที่ว่า แก๊ส LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงสะอาด (clean fuel) หรือพลังงานสะอาด (clean energy) ลดมลภาวะในอากาศที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงประเภทเบนซินหรือดีเซล ประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุนตรงนี้คุ้มกว่าผลเสียที่ก่อให้เกิดทางสังคม เช่นโรคทางเดินหายใจ หรือโรคอื่นๆ มาก

หลายประเทศรัฐบาลเขาออกมาประกันราคา NGV และ LPG ว่าจะไม่ขึ้นภายในเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเขาลงทุนติดตั้งระบบแก๊สในรถยนต์

ในประเทศไทย การใช้แก๊ส LPG ในรถยนต์มีมามากกว่า 20 ปีเท่าทีผมจำความได้หรือมากกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดรัฐบาลเองในยุคก่อนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ LPG เหมือนกับประเทศอื่นๆ ด้วยซ้ำ

แต่มาในยุค ปตท. แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ ไปเป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ด้วยการขายหุ้นราคาถูกกว่าราคาจริงเบื้องต้น เปรียบเสมือนเอาสมบัติของประเทศมาขายในราคาต่ำกว่าราคาจริง ให้กับพวกพ้องคนรวยไม่กี่ตระกูล) รัฐบาลกับมีนโยบายสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์ โดยให้คำมั่นว่าจะคงราคา NGV ไว้ที่ กก. ละ 8.50 บาท ส่วน LPG ที่เคยส่งเสริมนั้นไม่พูดถึง แต่มาเร็วๆ นี้ ปตท. และ รัฐบาล ออกมาอ้างว่าต้องขึ้นราคา LPG เพราะอุ้มสุดตัว และบีบผ่านทาง ปตท. ไม่ให้เกิดปั้มแก๊ส LPG หรือด้วยวิธีการอื่นๆ และจะขึ้นราคา NGV อีก

ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุนการใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG มีดังนี้

1. ปตท. เป็นผู้ผูกขาดธุรกิจ NGV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ไม่มีการแข่งขัน

2. ปตท. รับซื้อแก๊สธรรมชาติ (natural gas) จากพม่าผ่านทางท่อส่งมายังราชบุรี
ซึ่งการวางท่อส่งแก๊สนี้ทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นการลงทุนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ปตท. ที่เรารู้กันอยู่ ปตท. จำเป็นต้องขาย NGV ให้มากที่สุดเพื่อคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายให้พม่าเป็นค่าแก๊ส

3. ปตท. ต้องแสดงผลประกอบการเป็นกำไร เพื่อให้ผู้ถือหุ้น (ใหญ่) พอใจ เพื่อให้ผู้บริหาร ปตท. ได้อยู่ในตำแหน่ง ได้รับผลประโยชน์เป็นเงินเดือนค่าจ้าง สวัสดิการ ที่สูงลิ่ว

4. นักการเมืองที่ดูแลกระทรวงพลังงาน เป็นอดีตพนักงานระดับสูงของ ปตท.

5. ปตท. สนับสนุนการใช้ NGV ด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนราคาถังแก๊ส NGV จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ยอมลงทุนสร้างปั้มแก๊ส NGV ให้ทั่วประเทศ และระบบส่งแก๊ส NGV ไม่สามารถหาผู้ร่วมลงทุนจากเอกชนรายอื่นๆ ได้ เพราะเขารู้ว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ของ ปตท. เอง (ขอย้ำว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ต่อสังคม) อีกทั้งข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้รถยนต์เท่า LPG ปตท. จึงต้องหามาตรการอื่นมาบีบ

การที่ ปตท. ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจเพราะเป็นบริษัทเอกชน ย่อมหาหนทางใดๆ ก็ได้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น (ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่ผลประโยชน์ของสังคม) แต่การที่ภาครัฐผ่านทางกระทรวงพลังงานเลือกปฏิบัติโดยสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์สุดตัว โดยไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ เช่น ระบบการส่งแก้ส NGV ปั้มแก๊ส NGV และบีบการใช้ LPG ในรถยนต์ ถือว่าไม่เหมาะสม รัฐบาลควรให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างถูกต้องถึงผลได้ผลเสียต่อสังคมของการใช้พลังงานทางเลือก และควรกำกับดูแลไม่ให้บริษัทเอกชนบริษัทใดบริษัทหนึ่งเอาเปรียบสังคม

เรื่อง ปตท. บีบไม่ให้ตั้งปั้มแก๊ส LPG เป็นเรื่องจริงครับ เมื่อ 26 ธ.ค. 48 ผมคุยกับเจ้าของกิจการโรงบรรจุแก๊สแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เขาบอกว่าค่าการตลาดจากการขายแก๊ส LPG สูงคุ้มค่ากับการลงทุนเปิดปั้มแก๊สเติมรถยนต์มากกว่าการเปิดปั้มเบนซิน ดีเซลแต่ ปตท. บีบไม่ให้ตั้ง มิฉะนั้นจะไม่ส่งแก๊ส LPG ให้ และแก๊สที่มาส่งก็มาจากแหล่งผลิตในประเทศที่ลานกระบือนี่เอง ส่วนการตั้งปั้มแก๊ส NGV เขาไม่กล้าลงทุน เพราะแพงมาก มีรถยนต์ใช้น้อยไม่คุ้ม และมีอุปสรรคเรื่องระบบขนส่งแก๊ส NGV

ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุนการใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG

LPG สามารถกลั่นจาก น้ำมัน(ซึ่งมีต้นทุนสูงนำเข้า) และก๊าซธรรมชาติ (ซึ่งมาจากอ่าวไทยของเราเอง) NGV (ก๊าซมีเทน)ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติซึ่งมีอยู่ประมาณ 66 mol% LPG (c3+c4) 6 mol% แล้วทำไมจะไม่ควรสนับสนุนการใช้ NGV จะซื้อน้ำมันต่างชาติมากลั่นทำไม

อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่เป็นข้อมูลราชการ ที่

http://www.eppo.go.th/info/T25.html

เรานำเข้า natural gas ปี 2005 156,733 bbl/day จากปริมาณการใช้
568,742 bbl/day หรือ 27.55 % ของการใช้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือนำเข้าจากพม่า เสียเงินตราต่างประเทศให้พม่า

ข้อมูลการส่งออก LPG ครับ จากกระทรวงพลังงาน ตาราง 34 ที่
http://www.eppo.go.th/info/T34.html

ไทยส่งออก LPG ปี 2005 เฉลี่ยเดือนละ 150 ล้านลิตร เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 8.5 % จากปี 2004 (นั่นคือส่งออก LPG มากขึ้น) ขณะที่ปริมาณแก้ส LPG ที่ใช้ในรถยนต์ของไทยประมาณปีละ 100 ล้านลิตร หรือแค่ 10% ของแก้ส LPG ที่ส่งออกทั้งปี ยังมีเหลืออีกมากสำหรับสนองความต้องการในประเทศซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม

LPG ได้มาจากสามแหล่งครับ คือ หนึ่ง เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบทำเบนซิน ดีเซล ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สอง ปนมากับน้ำมันดิบที่ขุดได้จากบ่อน้ำมันหรือแก้ส ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สาม กลั่นจากแก้สธรรมชาติ (natural gas) ส่วน NGV ได้มาจากการกลั่นจากแก้สธรรมชาติ

NGV เหมาะสำหรับรถสาธารณะขนาดใหญ่เนื่องจากอุปกรณ์ยุ่งยากราคาสูงและต้องใช้ถังแก้สความดันสูงจำนวนมาก

จากการศึกษารายงานนโยบายการใช้พลังงานของ APEC ที่ไทยเป็นสมาชิกหนึ่งในยี่สิบเอ็ดประเทศ ไทยเป็นประเทศเดียวที่จำกัดการใช้ LPG และส่งเสริม NGV ในรถยนต์ ทั้งๆ ที่ผลิต LPG ได้เกินความต้องการต้องส่งออกไปขาย และยังต้องสั่งแก้สธรรมชาติจากพม่าเป็นปริมาณประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้ในประเทศฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย ต่างส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แก้ส LPG ในรถยนต์ ด้วยมาตรการทางภาษีและสนับสนุนราคา LPG ให้ต่ำกว่าเบนซิน ดีเซลประมาณครึ่งหนึ่ง ประเทศที่กล่าวมายกเว้นออสเตรเลียต่างต้องนำเข้า LPG ไม่มีแหล่งเองเหมือนประเทศไทย

ฮ่องกงเอง ได้เปลี่ยนให้รถแทกซี 90 เปอร์เซ็นต์มาใช้แก้ส LPG ด้วยการให้เงินสนับสนุน และกำลังมีโปรแกรมใหม่ที่จะเปลี่ยนรถบัสเล็ก 5,000 คันมาใช้แก้ส LPG (ย้ำ LPG) ด้วยเงินสนับสนุนและมาตรการส่งเสริมของรัฐบาลเราผลิต LPG ได้ปีละประมาณ 3,200 ล้านลิตร ส่งออกประมาณ 800 ล้าน (25%) ใช้กับยานยนต์ (แบบเว่อร์ๆ 2 เท่าเลย) 200 ล้านลิตร

ที่เหลืออีก 2,200 ล้านลิตร หายไปไหนครับ???

ไปอยู่ภาคครัวเรือน ให้ประชาชนใช้หุงต้ม 1,000 ล้าน
อยู่ภาคอุตสาหกรรม ทำอาหาร ทำแก้ว หลอมโลหะ ฯลฯ อีก 1,200 ล้าน

แล้วไอ้ที่มาโกหกปาวๆๆๆ ว่า รถยนต์ใช้แกส ทำให้โครงสร้างพลังงานเสียหาย เพราะรัฐฯ ต้องชดเชยถึงกิโลละ 11 บาท .. หรือลิตรละ 6 บาท (มาได้งัยก็ไม่รู้) .. ชดเชยให้ใครกัน?

ชดเชยให้คนใช้รถ .. 200x6 = 1,200 ล้าน
ชดเชยให้คนทำกับข้าวกิน .. 1,000x6 = 6,000 ล้าน (สาธุ)
ชดเชยให้พ่อค้านายทุน ผลิตสินค้า = 1,200x6 = 7,200 ล้าน (ก็ .. ยังดี .. ของจะได้ไม่แพง)
ชดเชย ((Embedded image moved to file: pic06840.gif)Huh!!!!?? ชดเชยทำไม) ให้กับการส่งออก 800x6 = 4,800 ล้าน!!!!!

บ.น้ำมัน ไม่รวยพุงปลิ้นวันนี้ ก็ไม่รู้จะพูดงัยแล้ว...
เบนซิน91 หรือเบนซิน95 ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ 100 %
แก๊สโซฮอล นำเข้าเป็นน้ำมันดิบเพื่อกลั่นเป็นเบนซิน 90 % และยังเป็นเอธานอลส่วนหนึ่งที่เราผลิตไม่พอ ดังนั้นเท่ากับนำเข้ามากกว่า 90 % แต่รัฐบาลโปรโมตสุดลิ่มทิ่มกบาล
LPG ไม่ต้องนำเข้าเพิ่มเติม ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบส่วนหนึ่ง กับแยกจากแก๊สธรรมชาติของไทยหรือพม่าอีกส่วนหนึ่ง มีเหลือขายต่างประเทศลองใช้หัวแม่เท้าคิดดูก็แล้วกันครับ
ใช้เบนซิน 100 ล้านลิตร หรือแก๊สโซฮอล 90ล้านลิตร ก็ต้องนำเข้าน้ำมันดิบในจำนวนที่มากกว่าใช้ LPG 100 ล้านลิตร ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพราะจากกระบวนการกลั่นเหลือใช้จนต้องขายต่างประเทศ

การนำLPG 100 ล้านลิตรมาใช้แทนน้ำมัน เมื่อเทียบกับการใช้เบนซิน 90ล้านลิตร หรือเบนซินในแก๊สโซฮอล 80กว่าลิตรแบบไหนจะเสียเงินตราของชาติมากกว่ากัน

(ให้อัตราสิ้นเปลืองLPGมากกว่าประมาณ 10 %)แบบไหนประหยัดเงินตราของชาติมากกว่ากัน ต่อให้คิดโดยเสมอภาคนั่นคือหากชดเชยก็ชดเชยเท่ากัน หรือไม่ชดเชยก็ต้องไม่ชดเชยเหมือนกัน ค่าการตลาดต่อลิตรเท่ากัน

***จุดที่จะประหยัดเงินตราต่างประเทศมากที่สุดคือ จุดที่มีจำนวนผู้ใช้ LPG มากขึ้นจนแทบไม่มีเหลือส่งออก เพราะเราก็ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่าเดิม หากจำนวนคนที่ใช้ LPG เพิ่มขึ้นจากเดิมจนถึงจุดที่เราแทบไม่เหลือ LPG ส่งออกนอกนั้นใช้เบนซินหรือโซล่า หรือแม้แต่แก๊สโซฮอลก็ตาม จะต้องนำเข้าน้ำมันดิบอีกเท่าไหร่

อย่าเพิ่งไปกลัวเลยครับ ผมว่าที่ปตท ออกมาขู่เรื่องราคาแก๊ส lpg ว่าราคาจะลอยตัว ราคาที่แท้จริงต้องบวกเพิ่มอีก 9บาท ต่อลิตร ตกลิตรละ18บาท สงสัยจะเป็นอุบาย ของปตท ที่จะทำให้คนที่คิดจะติด LPG ลังเลใจแล้วมาติด NGV แทน เพราะปัจจุบัน NGV ขายไม่ออก ที่เขาบอกว่า LPG ราคาขึ้นเป็น600ดอลล่า/ตัน ถ้าวิเคราะห์ดูดีๆ ตันหนึ่งมี 1000 กก 1กกมี1.8ลิตร 1ตันเท่ากับ 1800ลิตร 600ดอลล่าเท่ากับ 24000บาท คิด

แล้วลิตรหนึ่งตก 13บาทกว่าเท่านั้นเอง นี่ยังไม่รวมถึงแหล่งที่มาของราคาที่เขาใช้เป็นราคากลางด้วยว่า600ดอลล่า/ตัน มาจากที่ไหน ที่อื่นที่ถูกกว่านี้ก็มี เช่นซื้อมะม่วงแถวต่างจังหวัด ราคาย่อมถูกกว่าที่ไปซื้อที่สีลมอยู่ดี อีกอย่างlpg เราก็ผลิตได้เองบางส่วน

จะมาอ้างราคาตลาดโลกได้อย่างไร ทำไมไม่ตั้งราคาขาย มะม่วงทุเรียน และผลผลิตทางการเกษตร ที่เราผลิตได้ในประเทศ ให้มีราคาสูงเหมือนที่ขายในญี่ปุน ในอเมริกาหละ โดยอ้างราคาตลาดโลกบ้าง ขายทุเรียนลูกละซัก2000บาทไปเลยซิ คิดว่าประชาชนโง่เหมือนควายเหรอครับ รัฐบาลอย่ามาขูดรีดขูดเนื้อประชาชนเลยครับ

นี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ขอให้ทุกท่านร่วมหาทางแก้ไขอีกทั้ง รัฐบาลเราคงหวังพึ่งพาอาศัยไม่ได้แล้ว

**ช่วยอัพกันหน่อยนะครับ เผื่อเพื่อนๆที่ยังไม่ได้อ่าน**

Credit : คุณ Chino


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:16:46 น.  

 
*โครงการขี่ช้างจับตั๊กแตน ผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล

โดย เพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต


*โครงการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน สู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้เคยมีการวางแผนและศึกษาไว้นานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว แต่โครงการนี้กลับมาอีกครั้งเมื่อนายกรัฐมนตรีดำริจะผันน้ำจากลุ่มน้ำโขงและสาละวินเข้าสู่ประเทศไทย โดยเรียกแม่น้ำนานาชาติทั้งสองนี้ว่า "แม่น้ำสาธารณะ"

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2538 โครงการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวินถูกผลักดันอย่างหนักโดยธนาคารโลก อย่างไรก็ตาม การคัดค้านของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนและผันน้ำแม่ละเมา (ในลุ่มน้ำสาละวิน) ประกอบกับชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งธนาคารโลกก็สนับสนุนเช่นกัน ได้ประท้วงธนาคารโลกอย่างรุนแรง มีผลให้ธนาคารโลกถอนตัวจากการสนับสนุนโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น รวมทั้งโครงการผันน้ำแม่ละเมาด้วย

โครงการนี้แปลงรูปแปลงร่างกลับมาอีกครั้งในชื่อ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนแก่เขื่อนภูมิพล เป็นโครงการของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยได้ว่าจ้างบริษัที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม การศึกษาดังกล่าวแล้วเสร็จในปี 2548 แต่ยังไม่ผ่านการเห็นชอบคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

องค์ประกอบของโครงการ มีด้วยกัน 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1.เขื่อนน้ำยวมตอนล่าง ความสูง 69 เมตร กั้นแม่น้ำยวมบริเวณ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำเมยและสาละวิน

2.สถานีสูบน้ำและถังพักน้ำ ที่บ้านสบเงา อ.สบเมย ใช้ไฟฟ้าในการสูบน้ำขึ้นไปยังถังพักน้ำ 380 เมกะวัตต์

*3.อุโมงค์รูปเกือกม้า ขนาด 8-9 เมตร ความยาว 62 กิโลเมตร จากถังพักน้ำ ลอดใต้ภูเขาไปยังปลายอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ที่ ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

4.สายส่งไฟฟ้าจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ผ่านป่าเป็นระยะทาง 202 กิโลเมตร มายังสถานีสูบน้ำ

โครงการมูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท (คิดเมื่อ พ.ศ.2548) มีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำแก่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล โดยจะผันน้ำจากแม่น้ำยวมไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นปริมาณราว 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่หากพิจารณาอย่างรอบคอบ จะพบว่าต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ต่างอะไรกับการขี่ช้างจับตั้กแตน

ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การทำลายพื้นที่ป่า ทั้งจากเขื่อน อ่างเก็บน้ำ พื้นที่ทิ้งเศษดินจากการเจาะอุโมงค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ป่าตลอดแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง กว้าง 80-100 เมตร เป็นความยาวกว่า 200 กิโลเมตร ผ่าป่าลุ่มน้ำเมย ชายแดนไทย-พม่า ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง และบางพื้นที่จัดอยู่ในประเภทป่าต้นน้ำชั้น 1A และ 1B

ข้อมูลโครงการชี้ให้เห็นว่า ผืนป่าจะถูกทำลายถึงกว่า 11,459 ไร่ คิดเป็นคาร์บอนถึง 300,000 ตัน เลยทีเดียว และยังไม่นับมูลค่าคาร์บอนมหาศาลที่ป่าผืนนี้จะดูดซับในทุกๆ ปี

นอกจากนี้ การสร้างอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ภูเขา เป็นระยะทางถึง 62 กิโลเมตร ต้องใช้งบประมาณถึง 30,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของงบประมาณโครงการ

การสร้างอุโมงค์ยักษ์ขนาดรถพ่วงวิ่งสวนกันได้ ใช้วิธีการขุดเจาะและระเบิด ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวอุโมงค์ ทั้งจากแรงสั่นสะเทือน เสียงจากการระเบิด และสารเคมีตกค้างในแหล่งน้ำ น้ำบาดาล ดิน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหมู่บ้านในแนวอุโมงค์อย่างน้อย 14 หมู่บ้าน

บทเรียนที่ผ่านมาคือ โรงไฟฟ้าลำตะคองแบบสูบกลับ ซึ่งสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ไว้บนเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา และสูบน้ำจากอ่างลำตะคองขึ้นไปเก็บไว้ เพื่อปล่อยลงมาปั่นไฟฟ้า โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีการระเบิดเจาะอุโมงค์สูบน้ำ และโรงไฟฟ้าใต้ดิน โดยมีการระเบิดราว 3 ปี ส่งผลให้ชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน เจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก

บทเรียนเหล่านี้ควรนำมาประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ระบุชัดเจนว่าโครงการขนาดใหญ่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสุขภาพ (HIA) ควบคู่ไปกับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

นอกจากนี้แล้ว การผันน้ำจากแม่น้ำยวมไปถึง 80 เปอร์เซ็้นต์ ย่อมทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศ พรรณพืช สัตว์น้ำ พันธุ์ปลาอพยพ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

งานวิจัยปกากะญอสาละวิน พบว่าพันธุ์ปลาในแม่น้ำสาละวิน ส่วนใหญ่เป็นปลาอพยพ ซึ่งว่ายขึ้นไปวางไข่ในลำน้ำสาขา อาทิ น้ำยวม น้ำเมย น้ำปาย และห้วยเล็กห้วยน้อย การกั้นเขื่อนบนแม่น้ำยวม ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อพันธุ์ปลาอพยพ ซึ่งบางชนิดเป็นปลาเฉพาะถิ่นคือในลุ่มน้ำสาละวินเท่านั้น

ที่สำคัญหัวงานเขื่อนน้ำยวม ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์ผู้ลี้ภัยเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร คือศูนย์แม่ลามาหลวง และศูนย์แม่ลาอู มีผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า อาศัยอยู่รวม 30,074 คน ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว

สำหรับประเด็นพลังงาน โครงการนี้ต้องใช้ไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำจากอ่างขึ้นไปยังถังพักน้ำ ก่อนปล่อยลงสู่อุโมงค์ โดยมีเครื่องสูบน้ำ 4 ตัว มีกำลังรวม 380 เมกะวัตต์ หรือมากกว่ากำลังผลิตติดตั้งของเขื่อนปากมูลถึง 3 เขื่อน

การสูบน้ำใช้ไฟฟ้าสูงถึง 1,241 ล้านหน่วยต่อปี ในขณะที่แม่ฮ่องสอนทั้งจังหวัดใช้ไฟฟ้าเพียง 65 ล้านหน่วย ทำให้เกิดคำถามว่า ไฟฟ้ามหาศาลที่จะเสียไปนั้นคุ้มหรือไม่ในยุคขาดแคลนพลังงาน

เหล่านี้คือต้นทุนเพียงบางประการของโครงการผันน้ำที่เจ้าของโครงการอาจมองไม่เห็น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ และเปิดเผยแก่สาธารณะ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วม มิเช่นนั้นแล้ว นี่อาจเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างความเสียหายมากกว่าผลประโยชน์ที่ได้มา

มติชนออนไลน์ - วันที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11075 หน้า 9





*นกสีเหลืองตัวโต BIG BIRD

คอลัมน์ For a Song ของนักเรียนวิชราวุธ

โดย ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช


*นกสีเหลืองนั่งอยู่บนต้นกล้วย

Yellow bird, up high in banana tree.

นกสีเหลือง เจ้านั่งอยู่ตัวเดียวเหมือนฉัน

Yellow bird, you sit all alone like me.

เพลงสำเนียงอเมริกาใต้ ฟังง่าย จำง่าย ร้องง่าย มีแต่คำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้

ความง่ายแต่มีเสน่ห์ เหมือนศิลปะพื้นบ้าน จึงเป็นเพลงที่ชวนให้นักเรียนหัดร้องได้ไม่ยาก แถมเพลงที่มีกลิ่นอายละตินอเมริกันยังกลับมาเป็นที่นิยมใหม่ เด็กๆ จึงไม่คิดว่าเชย

แต่นกสีเหลืองที่ขึ้นไปนั่งบนต้นกล้วยไม่ได้ เพราะต้นกล้วยคงหักโครมลงมาคือ Big Bird เจ้านกสีเหลืองตัวโตที่สุดในโลก

บิ๊กเบิร์ดเป็นส่วนหนึ่งของ Sesame Street ซึ่งนักสร้างและนักเชิดหุ่นอเมริกันที่ชื่อ Jim Henson สร้างขึ้นมา โดยตั้งใจให้เป็นเครื่องช่วยให้ความรู้แก่บรรดาเด็กในวัยก่อนเข้าโรงเรียน

หุ่นที่คุณจิม เฮนสัน สร้างไว้ในรายการเซซามิ สตรีท มีหลายตัวที่กลายเป็น "นักแสดง" มีชื่อเสียง อย่างเจ้ากบ "เคอร์มิท" นางสาวหมูที่ชื่อ "มิส พิกกี้" และบิ๊กเบิร์ด

คนที่ช่วยคุณจิมสร้างบิ๊กเบิร์ดขึ้นมา เป็นชายหน้าตาเหมือนซานตาคลอสตัวผอมๆ ซึ่งมีชื่อเหมือนเจ้าหุ่นกบ คือ Kermit ส่วนนามสกุลก็จำง่าย คือ Love

คุณเคอร์มิท เลิฟเป็นนักสร้างหุ่น สร้างฉากละคร ฉากหนัง ออกแบบเครื่องแต่งกายแปลกๆ สำหรับละคร รวมทั้งชุดพลิ้วพรายของนักเต้นระบำบัลเล่ย์ด้วย

คุณเคอร์มิทคนนี้แหละ ที่เป็นคนสอนคณะของคุณจิม เฮนสัน ให้ทำหุ่นสำหรับรายการเซซามิ สตรีท และ เดอะ มัปเป็ต และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองรายการเป็นที่นิยมอย่างสูงไปรอบโลก

ตามประวัตินั้น คุณเคอร์มิทซึ่งกำพร้าแม่ตั้งแต่สามขวบ เป็นเด็กไม่ค่อยจะเอาไหน วันๆ หนึ่งเล่นอย่างเดียว ซน อยู่ไม่สุข เอาโน่นมาตัด เอานี่มาต่อ ทำเป็นตัวตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ดูสวยบ้าง ตลกบ้าง แล้วแต่ "วัสดุ" ที่มีรอบๆ ตัวจะพาไป

พ่อซึ่งเป็นช่างปั้นปูน ไม่ค่อยกลุ้มใจกับการเล่นสนุกของลูก เพราะงานที่พ่อทำอยู่ ดูๆ ไปก็เหมือนการเล่นเขยอะๆ ของเด็กๆ เหมือนกัน ส่วนคุณยายกับคุณทวดซึ่งเป็นคนช่วยเลี้ยงหลานกำพร้า ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนกับการซนของหลาน ปล่อยให้ทำตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไปตามใจชอบ มิหนำซ้ำเมื่อหลานทำหุ่น เอามาส่องไฟเล่นเป็นนิทาน แบบหนังตะลุง คุณยายกับคุณทวดยิ่งชอบใจ พลอยสนุกไปด้วย...แปลกแท้ๆ

ตอนอายุ 12 คุณเคอร์มิทตกม้าขาหักสองข้าง ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านนานถึงสามปี ตลอดเวลาก็ฟังละครวิทยุ หรืออ่านหนังสือ แล้วก็เขียนรูป สร้างหุ่นจากจินตนาการ ให้เข้ากับเรื่องราวที่ได้อ่านหรือได้ฟังมา

รู้อย่างนี้แล้ว คงไม่สงสัยว่า ทำไมเมื่อโตขึ้น คุณเคอร์มิทจึงกลายเป็นนักสร้างหุ่นมีชื่อเสียงที่ใครๆ ต้องเรียกหา

บิ๊กเบิร์ดเป็นเพียงหนึ่งในผลงานนับพันนับหมื่นของคุณเคอร์มิท แต่ก็เป็นงานที่เด็กๆ รู้จักและรักมากที่สุด

คุณเคอร์มิทสร้างบิ๊กเบิร์ดให้ตัวสูงถึงแปดฟุตสองนิ้ว สูงชนิดหากพบกัน เด็กๆ ต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อดูหน้าบิ๊กเบิร์ดทีเดียว

ส่วนขนนกสีเหลืองของบิ๊กเบิร์ดนั้นมีหลายหมื่นอัน ประกอบเข้าเป็นตัวใหญ่โต ส่วนใหญ่ขนนี้จะติดไว้มั่นคงแข็งแรง แต่บางชิ้นปะไว้ให้หลุดได้ง่ายๆ เวลาบิ๊กเบิร์ดต้องวิ่งหรือตกใจ ขนจะได้ปลิวหลุด มองดูสมจริงสมจัง

ในรายการหุ่นเซซามิ สตรีทนี้ บิ๊กเบิร์ดเป็นหุ่นรุ่นเยาว์ เพราะถึงแม้จะตัวโต แต่ก็มีอายุเพียง 6 ขวบ เพื่อที่จะได้หัดอ่านหนังสือพร้อมกับเด็กๆ ที่ชมรายการอยู่ เด็กๆ จึงรู้สึกเหมือนบิ๊กเบิร์ดมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเขา

เพียงแต่ว่าบิ๊กเบิร์ดไม่มีวันโต หยุดอยู่แค่หกขวบตลอดชีวิต

แต่คุณเคอร์มิทผู้สร้างบิ๊กเบิร์ดหยุดอายุไว้ไม่ได้ คุณเคอร์มิทจึงกลายเป็นคุณทวดเคอร์มิท และเพิ่งลาจากโลกนี้ไปในเดือนที่แล้ว เมื่อมีอายุได้ 91 ปี

จึงนำรูปคุณทวดเคอร์มิทผู้ทิ้งบิ๊กเบิร์ดไว้ให้เป็นมรดกแก่เด็กๆ ทั้งโลกมาให้ดูกันถ้วนๆ หน้าจ้ะ

มติชนออนไลน์ - วันที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11075 หน้า 22


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:17:12 น.  

 
*เพลงออนไลน์ สไตล์คอแชท

"กว่า 40% ของผู้หลงใหลสังคมออนไลน์ ระบุว่า พวกเขาสนทนาผ่านโปรแกรมแชท IM"

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ผลสำรวจความคิดเห็นของไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ในกลุ่มผู้มีรายได้สูงในกรุงเทพมหานคร พบว่าผู้ใช้เน็ตมีพฤติกรรมการจับจ่าย และมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหรามากกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้เน็ต

ผู้ใช้เน็ตชาวกรุงนิยมการชมภาพยนตร์ ชมพิพิธภัณฑ์ หรือ ชมคอนเสิร์ต มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้เน็ต

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจของประเทศในแถบเอเชียอีก 9 ประเทศ ผู้ใช้เน็ตในไทยรั้งอันดับสองในการใช้โปรแกรมสนทนาโต้ตอบแบบทันที (Instant Messenger)

โดยกว่า 40% ของผู้หลงใหลสังคมออนไลน์ ระบุว่า พวกเขาสนทนาผ่านโปรแกรมแชท IM หรือโปรแกรมส่งข้อความทันใจบ่อยครั้ง บริการซาวด์ ซีโร่ ตัวใหม่ของเอ็มเอสเอ็น สถานีวิทยุออนไลน์ที่ไปจับมือกับค่ายเพลงอย่าง "วอร์นเนอร์ มิวสิค" ที่ทำให้เอ็มเอสเอ็นมีเพลงฟังตลอดการแชท น่าจะทำให้โปรแกรมนี้น่าหลงใหลเพิ่มขึ้นไปอีก

*"จากที่เป็นแค่นิยายไซไฟ เป็นจินตนาการให้ตื่นเต้น ทุกวันนี้โลกในการสื่อสาร พบปะกันของผู้คน ไม่ได้มีแค่ในโลกจริง หากวันนี้เรายังสามารถเจอกับผู้คนมากมายในโลกออนไลน์ ได้สนทนาราวกับนั่งอยู่ตรงหน้า แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันคนละสุดฝั่งโลก ด้วยโปรแกรมแชท สนทนาทางอินเทอร์เน็ต

กับโลกออนไลน์ ความเพลิดเพลินจากเสียงเพลงของศิลปินโปรด ความสนุกของบทเพลงถูกใจ และความซาบซึ้งกับบทเพลงโดนๆ ไม่ได้มีอยู่แค่ในเครื่องเล่นซีดีตัวเก่า หรือรับฟังจากสถานีวิทยุที่คุ้นเคย อีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีของวันนี้ ทำให้ความบันเทิงจากเสียงเพลงในรูปแบบเดิมเปลี่ยนไป เป็นสถานีเพลงแห่งใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ฟัง หากยังสามารถตอบสนองต่อกิจกรรมต่างๆ ได้ในแบบอินเตอร์แอคทีฟ

และเมื่อโปรแกรมแชทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเมืองไทย มีผู้ใช้มากที่สุดในบ้านเรา อย่าง เอ็มเอสเอ็น ประเทศไทย มาพบกับสถานีเพลงออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่รวบรวมเพลงมากมายจาก หลายค่ายเพลง หลากแนวทาง

วันนี้การสนทนาในรูปแบบเดิม และความบันเทิงที่เคยคุ้นๆ กันจะ “เปลี่ยนไป” เพราะ Sound Zero Radio on MSN ที่แรกในเอเชีย Sound Zero Radio on MSN สถานีเพลงในโลกออนไลน์ จะทำให้การพูดคุยผ่านโปรแกรมแชทเอ็มเอสเอ็น ที่ทุกคนรู้จักดี มีกิจกรรมและลูกเล่นที่แตกต่างไปจากเดิม และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสนุกไปพร้อมๆ กับการฟังเพลงออนไลน์ และสนทนา

เพียงคลิกแท็บสัญลักษณ์ของ Sound Zero Radio on MSN ที่อยู่ในหน้าโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเท่านี้ สถานีเพลง Sound Zero Radio on MSN ก็จะปรากฏขึ้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ได้คลิก เลือกฟังเพลงได้หลากหลาย แทบจะทุกค่ายเพลง ทั้งเพลงไทย และเพลงสากล ทั้งในและนอกกระแส ที่คุณไม่สามารถหาฟังได้ตามคลื่นวิทยุทั่วไป"

..............................................

นี่เป็นการบรรยายคุณสมบัติของบริการใหม่ ที่เกิดจากความร่วมมือของเอ็มเอสเอ็น และ บริษัทวอร์นเนอร์ มิวสิค ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ในการเปิดตัวสถานีวิทยุออนไลน์ที่ให้นักแชททั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นของเอ็มเอสเอ็นได้แชทไปด้วย และลัลล้าฟังเพลงไปด้วย ผู้บริหารเอ็มเอสเอ็น บอกว่า บริการสถานีวิทยุออนไลน์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบริการอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคตบนโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของ "ความเป็นไปได้" ที่ในอนาคตเอ็มเอสเอ็นอาจจะเปิดร้านค้าออนไลน์ที่เน้นเรื่องความบันเทิงในอนาคตด้วย

"เครก ลอร์ สมิทธิ์" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วินโดว์ส ไลฟ์ และเอ็มเอสเอ็น เล่าว่า การจับมือกับค่ายเพลงวอร์นเนอร์ มิวสิค เพื่อให้บริการสถานีวิทยุออนไลน์ครั้งนี้ จะทำให้ยอดผู้ใช้เอ็มเอสเอ็นในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 4.25 ล้านคน เป็น 5 ล้านคนได้ไม่ยาก โดยที่ผ่านมามีการสำรวจที่น่าสนใจพบว่า กว่า 33% ของสมาชิกเอ็มเอสเอ็นในไทย มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ในการฟังเพลงอยู่แล้ว

"การหันมารุกกลยุทธ์ด้านเพลงของเอ็มเอสเอ็น นอกจากจะทำให้แบนเนอร์เราน่าสนใจมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการดึงให้คอแชทเล่นเอ็มเอสเอ็นได้นานขึ้น เพราะเขาสามารถแชทไปฟังเพลงไป โดยในอนาคตเราอาจมีบริการอื่น ที่เพิ่มเข้ามา เช่น บริการดาวน์โหลดภาพยนตร์ "

เครก บอกว่า การผนึกกำลังกันครั้งนี้ เป็นการเปิดกว้างให้บริษัทต่างๆ รวมถึงธุรกิจหลากหลายประเภทเข้าถึงสังคมออนไลน์ที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วของโปรดักท์ตระกูลเอ็มเอสเอ็นได้ เช่นเดียวกับการเปิดสถานีเพลงออนไลน์ ซาวด์ ซีโร่ บนเอ็มเอสเอ็น ที่บริษัทเชื่อมั่นว่า การเปิดตัวสถานีเพลงออนไลน์จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้เอ็มเอสเอ็นในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้แชทจำนวน 2 คนหรือมากกว่านั้น สามารถแชทพร้อมกับฟังเพลงไปพร้อมๆ กันได้

ปัจจุบัน สื่อออนไลน์มีบทบาทสำคัญต่อกลุ่มวัยรุ่นไทย เห็นได้จากผลสำรวจล่าสุดจาก ซินโนเวท ที่พบว่า วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 18 ถึง 24 ปี ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับอินเทอร์เน็ต 6.7 ชั่วโมง มากกว่าสื่ออื่นๆ อย่างเช่น โทรทัศน์ (5.5 ชั่วโมง) สิ่งพิมพ์ (3 ชั่วโมง) หรือ วิทยุ (2.1 ชั่วโมง) การแชทผ่านโปรแกรมสนทนาแบบโต้ตอบทันที ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงสำหรับการสื่อสารในโลกไซเบอร์

ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดประมาณ 13.4 ล้านคนในประเทศไทย โปรแกรมวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซนเจอร์ ถือว่าเป็นโปรแกรมแชทที่ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่ง ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานสูงถึง 4.25 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากจำนวน 2.9 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้ส่งข้อความโดยเฉลี่ย 120 ข้อความผ่านโปรแกรม IM ในแต่ละวัน คิดเป็นจำนวนที่มากกว่าการส่งข้อความเอสเอ็มเอสถึง 12 เท่า (10 ล้านข้อความ) ทำให้ไทยกลายเป็นตลาดที่มีผู้ใช้โปรแกรมวินโดวส์ ไลฟ์ แมสเซนเจอร์มากเป็นลำดับที่ 9 ของโลก

"นัดดา บุรณศิริ" กรรมการผู้จัดการ บริษัทวอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า บริการ "ซาวด์ ซีโร่" ถือเป็นบริการแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเอ็มเอสเอ็น ที่เปิดให้คอแชทได้แชทพร้อมฟังเพลงออนไลน์ไปด้วย ช่วงแรกจะมีคลังเพลงออนไลน์ทั้งหมด 500 เพลงทั้งไทย และเทศ

""ทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปของการบริโภคสื่อปัจจุบัน ทำให้เราต้องประเมินกลยุทธ์ของเราใหม่ในแง่ของการประชาสัมพันธ์ศิลปินสู่กลุ่มผู้ฟัง เนื่องจากวัยรุ่นใช้เวลาในโลกออนไลน์มากขึ้น บริการซาวด์ ซีโร่ จึงเป็นหัวใจสำคัญของแผนการตลาดเรา"

จากจำนวนคนไทยที่ใช้บริการเอ็มเอสเอ็นประมาณ 4.25 ล้านคน คาดว่าจะมีคนใช้บริการซาวด์ ซีโร่ ในขณะที่แชทไปด้วยไม่ต่ำกว่า 10%

นัดดา บอกด้วยว่า การจับมือกับเอ็มเอสเอ็นยังเป็นจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจโฉมใหม่ของวอเนอร์ ที่จะหันไปใช้กลยุทธ์มิวสิค มาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เพราะปัจจุบันค่ายเพลงทุกค่ายต่างต้องหารายได้ที่มาจากช่องทางอื่น นอกเหนือจากช่องทางปกติ โดยในปีนี้ บริษัทคาดว่า จะมีรายได้จากการขายซีดีราว 65% ซึ่งลดลงจากปี ที่แล้วที่มียอดขายเฉลี่ย 94% .ในขณะที่ปีนี้จะมียอดขายเพลงออนไลน์มากขึ้นจาก 6% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 10% ในปีนี้ นอกจากนั้นจะเป็นรายได้ที่มาจากครีเอทีฟ แอคทีวีตี้ หรือการจัดกิจกรรมการตลาด และคอนเสิร์ต

"ในส่วนรายได้จากบริการดังกล่าว ยังไม่ได้มีการประเมินไว้ในช่วงแรก เพราะต้องรอฟีดแบ็ค จากผู้ใช้งานก่อน หากในอนาคตมีผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะมีโมเดลการคิดรายได้ตามมา ขณะเดียวกัน บริการนี้ ยังเปิดกว้างให้กับค่ายเพลงทุกค่ายเข้าร่วมในบริการดังกล่าวด้วย"

ผู้บริหาร วอร์นเนอร์ มิวสิค บอกว่า การจับมือกับเอ็มเอสเอ็นในครั้งนี้ได้ช่วยขยายโอกาสให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีจากศิลปินของวอร์นเนอร์ มิวสิค รวมทั้งศิลปินจากค่ายเพลงอื่นๆ ได้มากยิ่งขึ้น ซาวด์ ซีโร่ ยังให้ผู้ฟังได้รับประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟแบบครบถ้วน เพราะว่าผู้ฟังสามารถฟังเพลง, อ่านข้อมูลศิลปิน, โหวตเพลงโปรด, ดาวน์โหลดเพลงที่ชอบ, ลุ้นรางวัลทุก ๆ เดือน พร้อมร่วมปาร์ตี้กับศิลปินคนโปรดได้บ่อยๆ

"ผมมองว่าเทรนด์ของความบันเทิงมันมาทางนี้ มาทางออนไลน์เยอะมากขึ้น ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดเพลงออนไลน์มีเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าสัดส่วนส่วนใหญ่จะเทไปทางบริการประเภทดาวน์โหลดผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะดาวน์โหลดแบบเต็มเพลงที่มีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30-40% ขณะที่ตลาดริงแบ็คโทนก็เป็นตลาดที่ใหญ่มากถึงวันนี้น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,200 ล้านบาท ผมจึงบอกว่าตลาดตรงนี้น่าสนใจมาก มันเป็นบริการที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรุกตลาดเพลงออนไลน์แบบเต็มรูปแบบของเรา" นัดดา ว่า

...................................................

ครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่นักแชทจะได้ฟังเพลงพร้อมแชทกับเพื่อนบน MSN ไปพร้อมๆ กัน ด้วยหมวดเพลงที่แตกต่างหลากหลาย Hit กับการฟังเพลงฮิตที่อยู่ในกระแสของวันนี้ Rock เพลงร็อคหลากรส ช้า เร็ว ร้อนแรง บาดลึก Rare เพลงดีๆ ที่หาฟังยาก เพลงนอกกระแส ที่ Sound Zero Radio on MSN สรรมาให้ฟัง New Release เพลงใหม่ล่าสุด อัพเดทให้ได้ฟังกันทันใจ

และเพิ่มความพิเศษมากกว่า สถานีเพลงทั่วๆ ไป ด้วย กิจกรรม “ฟัง - โหวต - โหลด - ลุ้น” ที่นอกจาก “ฟัง” เพลงที่โปรดปรานแล้ว ยังสามารถร่วมสนุกได้แบบทันอกทันใจ ซึ่งมีให้สัมผัสกันทุกเดือน ไปกับ

“โหวต” เพลงที่ฟังกันที่หน้าจอ ชอบไม่ชอบเพลงไหน ที่ Sound Zero Radio on MSN รับรู้ความรู้สึกของคุณเสมอ เพียงคลิก เลือกคะแนนให้ตามใจคุณ จากหน้าจอ Sound Zero Radio on MSN และทุกคะแนนโหวต อาจทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ชื่นชอบ กับกิจกรรมมากมายในแต่ละเดือน

“โหลด” อัพเดทเพลงใหม่ๆ บนมือถือ ไม่ให้ตกเทรนด์ ทั้งริงโทน เสียงรอสาย หรือเต็มเพลง แบบไม่ซ้ำใคร ผ่านทาง Sound Zero Radio on MSN พร้อมลุ้น รับของรางวัลจากการโหลด

“ลุ้น” ง่ายๆ ด้วยการติดตามข่าวสารของ ศิลปินต่างๆ เปิดฟังเพลงผ่าน Sound Zero Radio on MSN ทุกวัน มีโอกาสลุ้นรับของรางวัลเท่ๆ กับเกม และกิจกรรมมากมายบนคลื่น

แค่เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการของโปรแกรมแชท MSN สำหรับประเทศไทย คุณก็สามารถรับฟัง Sound Zero Radio on MSN ได้จากแท็บสัญลักษณ์ของ Sound Zero Radio on MSN ที่ด้านซ้ายของหน้าจอโปรแกรม

เพียงเท่านี้ ด้วยวิธีง่ายๆ การสนทนาในโลกออนไลน์ของคุณก็จะไม่เหมือนเดิม ด้วยความบันเทิงจากเสียงเพลง และกิจกรรมต่างๆ ของ “ฟัง - โหวต - โหลด - ลุ้น” ที่ Sound Zero Radio on MSN ร่วมไปกับคนไทยกว่า 4 ล้านคนที่สนทนาที่หน้าจอ MSN

“แชทพร้อมฟังเพลง ให้คะแนนศิลปินคนเก่งของคุณที่ Sound Zero Radio on MSN แล้วหรือยัง”


ขอขอบคุณ
ที่มา :
กรุงเทพธุรกิจ Biz week โดย เอกรัตน์ สาธุธรรม


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:17:36 น.  

 
*You are what you eat!

มติชนออนไลน์ - วันที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11075

คอลัมน์ ประสานักดูนก

โดย น.สพ.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว


วันนี้มารู้จักนกในอีกแง่มุมหนึ่งนะครับ

*นกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังเลือดอุ่น ที่วิวัฒนาการมายาวนานนับล้านปี นักปักษีวิทยาจำแนกนกต่างๆ ตามลักษณะทางสรีรวิทยา เช่น จะงอยปาก ลักษณะของขาและตีน ชุดขนและอวัยวะภายใน เรียกว่าการจัดอนุกรมวิธาน

ตามที่จั่วหัวเรื่องไว้ ไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่านกจะกินอะไรก็ให้ดูที่ปากนก บรรพบุรุษของนกวิวัฒน์เพื่อให้รอดชีวิตเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป เมื่อนกแต่ละกลุ่ม แต่ละชนิดเลือกถิ่นอาศัยและประเภทของอาหารที่เหมาะสมต่อตนเองแล้ว รูปร่างลักษณะภายนอกย่อมต้องปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิตดังกล่าว

หากเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น สัตว์กินเนื้อเรียกว่า carnivore สัตว์กินพืชเรียกว่า herbivore แล้วพวกที่กินทั้งพืชและสัตว์ก็ omnivore ไงครับ

*หากนึกถึงนกที่กินสัตว์เป็นอาหาร วาบแรกของความคิด น่าจะเป็นนกล่าเหยื่อหรือ raptors เช่น เหยี่ยว นกอินทรี และนกเค้าต่างๆ นักล่าเหล่านี้จะมีจะงอยปากงองุ้มดุจตะขอ ขอบปากแหลมคมดั่งใบมีดโกน เสมือนอาวุธชั้นดีร่วมกับกรงเล็บที่โค้งงอแหลมคม จับเหยื่อที่โชคร้ายอย่างมั่นคงไม่ลื่นไหล หลุดหนีไปไหนได้ แถมเหมาะแก่การฉีกเนื้อทึ้งหนังของเหยื่อ เป็นชิ้นๆ แบบไม่ต้องออกแรงมาก

นกชนิดอื่นที่กินสัตว์อื่นเช่นกันแต่ไม่ใช่นกล่าเหยื่อ เช่น นกกะเต็นกินปลา เรียกว่า piscivore เช่นเดียวกับเหยี่ยวออสเปร ที่ไพล่ผิดแผกจากผองเพื่อน เพราะชอบกินปลามากกว่าเหยื่ออื่น

หรือนกน้ำ เช่น นกยางและนกยางกรอก มีจะงอยปากหนาและยาวเป็นแท่งตรง ปลายปากแหลม เสมือนฉมวกพุ่งแทงหรืองับตัวปลาไว้ไม่ให้ลื่นหลุด แล้วค่อยโยนตัวปลาขึ้นฟ้าแล้วกลืนเข้าปากโดยให้ส่วนหัวของปลาพุ่งเข้าปากก่อน ปลาจะไม่ติดคอ จากการย้อนเกล็ดของปลาขณะกลืนกิน ส่วนนกกินแมลงเรียกว่า insectivore ที่รู้จักกันไปแล้ว เช่น นกจับแมลง

*นกกินพืช ที่เป็นเหยื่อของนกนักล่า เช่น นกกระจอก นกกระจาบ มีจะงอยปากสั้น แม้ปลายปากจะแหลมก็จริง แต่โคนปากหนาคล้ายกรวยไอติมสั้นๆ เหมาะสำหรับการขบเปลือกหรือเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวเปลือก ดอกหญ้าให้แตกออกแล้วกินเนื้อใน เรียกว่า grainivore

ส่วนนกตัวเล็กที่มักพบตามสวนในบ้าน หรือสวนสาธารณะที่มีดอกไม้เบ่งบาน เช่น นกกินปลีหรือนกปลีกล้วย จะมีจะงอยปากยาวโค้ง ยาวกว่าส่วนหัวซะอีก แถมภายในปากมีลิ้นยาวที่สามารถห่อตามแนวยาวกลายเป็นท่อดูดน้ำหวานจิ๋วใช้ดูดกินน้ำหวานอย่างง่ายดาย เรียกนกกินน้ำหวานพวกนี้ว่า nectarivore

หรือนกโพระดก นกเปล้า นกกาฝากและนกเงือกมักจะกินลูกไม้ เช่น ลูกไทร ลูกหว้า หรือลูกตะขบ เรียกว่า frugivroe ทำหน้าที่เสมือนผู้หว่านโปรยเมล็ดพืช แพร่ขยายพันธุ์ไม้ ให้แพร่กระจายออกไปสุดฟากฟ้าเท่าที่นกจะบินไปได้ นับเป็นกลยุทธ์ของธรรมชาติที่เฉียบคม สมประโยชน์ซึ่งกันและกัน กระนั้น หากสนใจใคร่รู้ชีวิตของนกกินลูกไม้ ที่ดูเหมือนจะเป็นมังสวิรัติพวกนี้ให้มากขึ้น จะทราบว่านกเงือกและนกโพระดก ใช่ว่าจะกินแต่ลูกไม้ เพราะในยามเลี้ยงลูกน้อยในรัง พ่อแม่นกต้องหาสัตว์อื่นมาป้อนลูกนกด้วย เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนอันสำคัญต่อการสร้างเสริมกระดูกและกล้ามเนื้อให้กับลูกนกในช่วงที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

ถ้าเฝ้าสังเกตนกเงือกกำลังเลี้ยงลูกน้อยในโพรง จะพบว่าพ่อนกจะนำงู กิ้งก่า จิ้งจก หรือสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ มาป้อนลูกนกในรังเช่นกัน งั้นควรจะเรียกนกเงือกว่า omnivore จึงจะถูกต้องเหมาะสมตามความ

ดูนกครั้งต่อไป อย่าลืมสังเกตว่านกกำลังกินอะไรและจงอยปากแบบไหนนะครับ

หน้า 21





*“โครงการห้องเรียนสาธารณะ ครั้งที่ 1”

จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ร่วมกับ สถาบันอิศรา และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.30-13.00 น.

ณ ห้องอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย



////////////////////////////////////////////////////////////////////////


09.30 น. ลงทะเบียน

10.00 น. ถอดประสบการณ์ ข่าว“สินบนข้ามชาติซีทีเอ็กซ์” โดย คุณเฉลา กาญจนา บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

อภิปรายโดย

คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

รองบรรณาธิการอำนวยการ หนังสือพิมพ์มติชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ

ผู้อำนวยการ หลักสูตรนิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

11.30 น. จับประเด็นร้อน ข่าวฮอต “ข้าว, น้ำมันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ” โดย คุณเรวดี พงศ์ไชยยง ผู้ช่วยหัวหน้าข่าว หนังสือพิมพ์มติชน

อภิปรายโดย

อาจารย์ปกป้อง จันวิทย์

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


13.00 น. จบการบรรยาย


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:18:06 น.  

 
*โครงการอาร์ตเอดส์ : “ใจเขาใจเรา – ศิลปะแห่งการอยู่ร่วมกัน”

การอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป

โครงการอาร์ตเอดส์ จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึงประเด็นเรื่องโรคเอดส์ และจิตสำนึกของการอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสังคมไทย และมุ่งให้ประชาชนเปลี่ยนมีทัศนคติในเชิงบวกในการอยู่ร่วมกัน โดยนำเสนอแนวคิดผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการยอมรับและการให้โอกาสในการอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน ตลอดจนพยายามเปลี่ยนทัศนคติของความเป็นอื่น และมุมมองแง่ลบต่อโรคนี้ ด้วยวิธีคิดของการเอาใจเขามาใส่ใจเราถ่ายทอดออกมาผ่านงานศิลปะหลากหลายรูปแบบและการจัดงานสัมมนาเพื่อกระจายความรู้สู่กลุ่มผู้ชมต่างๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศ

และเพื่อให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้เกิดการเรียนรู้และเข้าถึงวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจต่อการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสังคมผ่านงานศิลปะ ทางโครงการอาร์ตเอดส์จึงได้จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับเยาวชนขึ้นระหว่างช่วงนิทรรศการ

กิจกรรมที่ 1 เอชไอวี เข้าใจได้..ง่ายนิดเดียว

ขอเชิญน้องๆ เยาวชนอายุระหว่าง 8-15 ปี จำนวน 15 คน เข้าร่วมกิจกรรมศิลปะ HIV เข้าใจได้...ง่ายนิดเดียว ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ณ หอศิลป์วิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 089- 000 3738


เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจถึงเชื้อเอชไอวีให้กับเยาวชนผ่านกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะ เด็กๆ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 15 คน จะได้จินตนาการถึงเชื้อเอชไอวีว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรแล้ววาดลงบนกระดาษขนาดโปสการ์ด และหลังจากชมนิทรรศการศิลปะภายในห้องนิทรรศการวิทยานิทรรศน์ พร้อมฟังการอธิบายจากเจ้าหน้าที่โครงการเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเชื้อเอชไอวีและผู้ติดเชื้อแล้ว เด็กๆจะได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่ลงบนกระดาษA4อีกครั้ง ถึงจินตนการที่ดีและการเปิดโอกาสให้กับผู้อื่นในสังคม

กิจกรรมที่ 2 ถักฉัน..ทอเธอ

กิจกรรมถักฉัน..ทอเธอ เป็นกิจกรรมศิลปะสำหรับเยาวชนอายุ 15-18 ปี จำนวน 15 คน ในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม เวลา 13.00-16.00น. ณ หอศิลป์ตาดู (ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เบอร์ 089 000 3738


กิจกรรมถักฉัน...ทอเธอเป็นการเชื้อเชิญเยาวชนให้ได้ใช้จินตนการในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่โดยการใช้ผลงานจากผู้ติดเชื้อเข้ามามีส่วนร่วม ผ่านการถักทอลงบนเฟรมขนาดเล็ก

ผู้ติดเชื้อ 15 คนได้ส่งผลงานศิลปะขนาดกระดาษ A4 จำนวน 15 ชิ้น เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทั้ง 15 คน จะได้นำผลงานของผู้ติดเชื้อดังกล่าวคนละ 1 ชิ้น มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านเทคนิคการถักทอด้วยเส้นด้ายเป็นเส้นยืนบนเฟรมขนาดเล็กและใช้ผลงานของผู้ติดเชื้อแทนเส้นพุ่ง

กิจกรรมที่ 3 เราอยู่ร่วมกัน

กิจกรรมสุดท้ายสำหรับโครงการอาร์ต เอดส์ กิจกรรมเราอยู่ร่วมกัน จะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่จำกัดอายุ แต่จำกัดจำนวนเพียง 15 คนเท่านั้น กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลา 13.00-16.00น. ณ ณ หอศิลป์คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร (ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม)


กิจกรรมครั้งนี้นี้จะเชิญชวนให้ผู้ติดเชื้อได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยการส่งสิ่งของที่เสมือนเป็นตัวแทนหรือมีความหมายของตนเองเข้าร่วมโครงการเช่นเดียวกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องนำสิ่งของเสมือนเป็นตัวแทนของตนเองมาเข้าร่วมเช่นกัน ของสองสิ่งที่เสมือนเป็นตัวแทนทั้งจากผู้ติดเชื้อและผู้เข้าร่วมโครงการจะถูกนำมาแปรสภาพใหม่กลายเป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียว ด้วยการตีความผ่านความหมายของการอยู่ร่วมกัน ผู้เข้าร่วมโครงการจะนำสิ่งของที่ผ่านการแปรสภาพให้การอยู่ร่วมกันนำไปติดตั้งบนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งแล้วบันทึกลงบนกล้องดิจิตอลพร้อมพิมพ์ลงบนกระดาษ A4 พร้อมข้อความให้กำลังต่อผู้ติดเชื้อ ผลงานที่เสร็จสิ้นจะถูกนำส่งกลับไปให้ผู้ติดเชื้อที่ส่งของเสมือนเป็นตัวแทนดังกล่าว





*หนังสั้น 12 / โปรแกรมหนังสั้นมาราธอน 19-20 กรกฎาคม 2551

*มูลนิธิหนังไทยฯ ขอเปิด “ASYLUM ห้องหลอนของคนบ้าหนัง”
เพื่อบำบัด ความบ้าหนังสั้นของทุกคน ด้วยการฉายหนังสั้นมาราธอนกว่า 400 เรื่อง ที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อร่วมประกวดในงานเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12 นี้
โดยงานหนังสั้นมาราธอนนี้ จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม จนถึง วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้
ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ ห้อง ASYLUM ชั้น 3 อาคารอาณารักษ์ สีลมซอย 3 (ข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาใหญ่)

ข้อแนะนำ ที่จอดรถใต้ตึกราคาชั่วโมงละ 30 บาท ใช้รถสาธารณะเถิดค่ะ พี่น้อง.....



วันเสาร์ที่ 19 กรกฎคม 2551
11.00 - 13.00 Program 19


ปะป๋า / 2551 / 25 นาที /พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์

หนาว / 2550 /18 นาที /กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา

คิว / 2551 / 12 นาที /จิระ กีฬา

ปอป / 2551 / 10 นาที /เสรีย์ หล้าชนบท

รถโรงเรียน / 2550 / 10 นาที / อัฏฐวาที สายทอง

แบดเดย์ / 2551 / 23 นาที / ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช

เวลารวม 98 นาที

.........................................................

13.00 - 15.00 Program 20

คน หนัก โลก / 2551 / 26 นาที /พลพัฒน์ ญาณรัตน์, เสรีย์ หล้าชนบท

35/14-16-21-51 / 2551 / 16 นาที / พศวัต ศิริจันทร์

เพลงชาติไทย / 2551 / 27 นาที / ชาย ไชยชิต

da world' going crazy / 2550 / 5 นาที / ทักษยศ ยศมา

สภาวการณ์ทางชนชั้นในสังคม / 2551 /3 นาที /เอกลักษณ์ สระแก้ว

สภาวการณ์ทางชนชั้นในสังคม 3 / 2551 / 4 นาที / เอกลักษณ์ สระแก้ว

The Thing / 2551 / 16 นาที / ฟาริ เทศประทีป

เวลารวม 97 นาที

.........................................................



15.00 - 17.00 Program 21

ไตแลง / 2551 / 30 นาที / ณัฐชัย ใจธิตา

สาละวินร้องไห้ / 2550 / 20 นาที / ณัฐชัย ใจธิตา

ความสุขที่เกาะเหลา / 2551 / 44 นาที / วิชชุตา วัจนะรัตน์,วสุพล เกรียงประภากิจ

เวลารวม 94 นาที

.........................................................



17.00 - 19.00 Program 22

เรื่อง ขี้หมา / 2551 / 20 นาที / เอก ธรรมกร่าง

คนสำคัญที่สุด / 2550 / 15 นาที / ภูมิพัฒน์ อารยะธนิตกุล

กว้าง x ยาว x บ้าน / 2550 / 20 นาที / นวัช รัตนบรรณกิจ

เด็กกึ๋น / 2551 / 10 นาที / มนิตย์ สนับแน่น

เด็กมีปัญหา / 2551 / 13 นาที / คมสันต์ บุญญะวิตร

Fly:hallucination or true story / 2550 / 24 นาที / ทักษยศ ยศมา

เวลารวม 102 นาที

.........................................................

19.00-21.00 Program 23

สร้อย / 2006 / 15 นาที / พันธกานต์ คงดี, ธำรงศักดิ์ วิทยสัมพันธ์

The consciousness / 2550 / 9 นาที / ณฐพบ โพธิพันธ์

Perform / 2551 / 30 นาที / วีระ เข็มเพ็ชร

Sacrifice / 2551 /11 นาที /สมณรงค์ ขันธะชวนะ

Midnight Rainbow /2551 / 16 นาที /ปัฏฐา ทองปาน

ด้วยแรงอธิษฐาน / 2550 / 27 นาที / มกร สุปินะเจริญ

เวลารวม 108 นาที

.........................................................



วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎคม 2551

11.00 - 13.00 Program 24


มวย / 2550 / 14 นาที / กิตติพัฒน์ กนกนาค

แม่บ้าน (ก่อนจะมี Muay) / 2550 / 6 นาที / กิตติพัฒน์ กนกนาค

ปีกไก่ทอด / 2551 /4 นาที /กิตติพัฒน์ กนกนาค

Camera / 2551 / 4 นาที / กิตติพัฒน์ กนกนาค

Sideeffect / 2551 / 4 นาที / กิตติพัฒน์ กนกนาค

Bouquet / 2550 / 3 นาที / กิตติพัฒน์ กนกนาค

เออ...เองเก่ง / 2551 / 26 นาที / ภูมิพัฒน์ อารยะธนิตกุล

ดูเดี่ยว / 2551 / 30 นาที / ดนัย หยกทับทิม

เวลารวม 91 นาที

.........................................................



13.00 - 15.00 Program 25

เด็กชายกับใบโพธิ์ / 2550 / 18 นาที / บุญส่ง นาคภู่

ดวงใจสีเหลือง / 2551 / 13 นาที / สามเณร ทวีศักดิ์ คำแหลง

ไม้วิเศษ / 2550 / 13 นาที / วรวุฒิ หลักชัย

สุขแผ่นดิน / 2551 / 10 นาที / กัลป์วีร์ จินทร์ดี

เห็นในดวงใจ / 2551 / 11 นาที / อ้อมใจ บุษบง

เมื่อผมแต่งเพลงรัก / 2551 / 17 นาที / ฐากูร เข็มปัญญา

แด่...อันเป็นที่รัก / 2551 / 21 นาที / คณิน กุลสุมิตราวงศ์ , กฤษดา คณิวิชาภรณ์

เวลารวม 103 นาที

.........................................................



15.00 - 17.00 Program 26

ความสุขเล็กๆที่ปลายนา / 2550 / 8 นาที / เพ็ญสุรีย์ ลัทธิมนต์

หยดสีบนผ้าขาว / 2551 / 16 นาที / ธีระ ประชุมของ

ส.ป.ช. / 2550 / 22 นาที / นันทิยา กิตติกำแหง

สนามเริงรมย์ / 2551 / 19 นาที / กัลป์วีร์ จันทร์ดี

ฟ.ฟัน / 2551 / 16 นาที / ณิชาภา คุปตะนุรักษ์

เด็กชายด้ายแดง / 2551 / 16 นาที / ปวีณ บุพพัณหกุล

เวลารวม 97 นาที

.........................................................



17.00 - 19.00 Program 27

animal / 2551 / 5 นาที / ณัฐพันธ์ ปิ่นทวีเกียรติ

Light Source from the Future/ 2551 / 5 นาที /พศวัต ศิริจันทร์

คนรกโลก / 2551 / 3 นาที / ทิพย์ แซ่ตั้ง

HAPPINESS IS.../ 2550-2551 /9 นาที / เอกพงษ์ ทองสุข

Friends,Where are you? / 2551 / 2 นาที / ฟ้า พูลวรลักษณ์

Physical Therapy / 2551 / 2 นาที / สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์

Perfect Balance? / 2550 / 4 นาที / ปริญญา จันทร์เพ็งเพ็ญ

Cotton, Kites and Windmills / 2551 / 8 นาที /ฟ้า พูลวรลักษณ์

คน ชีวิต วันเวลา / 2551 / 4 นาที /ทิพย์ แซ่ตั้ง

วังวน / 2551 / 2 นาที / มนศักดิ์ คล่องชัยนันต์

Floating Thought / 2551 / 6 นาที /สุชาดา สิริธนาวุฒิ

ภูเขาทอง / 2551 / 11 นาที / วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย

Yesterday / 2551 / 13 / สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์

สวรรค์คับแคบ / 2551 / 8 นาที / นฆ ปักษนาวิน

เรื่องเล่าสระว่ายน้ำ / 2551 / 13 นาที / ตุลพบ แสนเจริญ

เวลารวม 95 นาที

.........................................................

19.00-21.00 Program 28

MV โปรดจำไว้ว่า... ฉันรักเธอ / 2551 / 6 นาที / ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

อินฟินิท / 2551 / 10 นาที / ฐิระพร ภู่งาม, วัฒนา ขจัดสารพัดภัย

Soulmate / 2551 / 3 นาที / ธงชัย กนกากรนนท์

Love note / 2551 / 23 นาที / ปวิตร ตรีเมฆ

เวลา...รัก / 2550 / 28 นาที / ขนิษฐา ขวัญอยู่

รักนิรันดร์ / 2550 / 14 นาที / เฉลิมรัฐ กวีวัฒนา

อนุเสาวรีย์แห่งความรัก / 2551 / 10 นาที / พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง

เวลารวม 94 นาที

H O M E



โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:18:32 น.  

 
*ปาฐกถาสุภา ศิริมานนท์ เรื่องแรงงานไทยบนเส้นทางทุนนิยม โดย อ.แล ดิลกวิทยรัตน์

ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอเชิญฟังปาฐกถาสุภา ศิริมานนท์

เรื่อง แรงงานไทยบนเส้นทางทุนนิยม

โดย แล ดิลกวิทยรัตน์



วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ ห้องประชุม 209 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำรองที่นั่งที่ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง โทรศัพท์/โทรสาร 0-2218 – 6294
หรือ E – mail pec@chula.ac.th




*เชิญชมการแสดงโนราแขก

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2551 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ขอเชิญชมการแสดงทางวัฒนธรรมครั้งที่ 39 “โนราแขก” โดยคณะ “ผองพี่น้อง” (บ้านควน อ.บาเจาะ นราธิวาส)

ร่วมดำเนินรายการโดย อ.วาที ทรัพย์สิน ศิลปินวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชมโนราแขก โนราไม่ธรรมดาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ผสมผสานทั้งโนราและการแสดงมะโย่งเข้าไว้ด้วยกันทั้งดนตรีและบทเจรจา นับเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่หาชมได้ยากที่สุดในปัจจุบัน (มีแปลภาษายาวีเป็นไทยด้วย)

เข้าชมการแสดงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งที่ โทร 02–880–9429 ต่อ 3315 หรือ http://www.sac.or.th ชมฟรี!!!





*Land of Forum: โลกแห่งกาย โลกแห่งใจ โลกใหม่ ใบเดิม

โดย มูลนิธิที่นาร่วมกับสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และหอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
ที่ 4-6, 11-13, 18-20, 25-27 กรกฏาคม พ.ศ. 2551

การเสวนานี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งปี (One Year Project) โดยมูลนิธิที่นา ซึ่งมีขอบเขตการเรียนรู้หลัก คือ การเรียนรู้ตนเองด้วยเทคนิควิปัสสนา เกษตรกรรมธรรมชาติ สื่อ และศิลปะ กิจกรรมมีรูปแบบเป็นการเสวนาจำนวน 12 ครั้ง ภายในเวลา 12 วัน โดยช่วงแรกเป็นการนำเสนอโดยวิทยากรรับเชิญผู้เชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ และในส่วนที่สองจะเปิดโอกาศให้ผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายได้ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนทางวัฒธรรม รวมถึงการฝึกอบรมปฏิบัติการจริง (workshop) โดยมีหัวข้อการเสวนา ตามรายการต่อไปนี้

>ครั้งที่ 1 หัวข้อ ศิลปะการใช้ธรรมะในสังคมไทยร่วมสมัย

วันที่ 4 กรกฎาคม 2551

วิทยากร


ดร. ประมวล เพ็งจันทร์
อ.ศิริพร กรรณกุลสุนทร
พระสันติพงษ์ เขมะปัญโญ
อ.คามิน เลิศชัยประเสริฐ
ศ.ดร. อภิชัย พันธเสน

วันที่ 5 กรกฎาคม 2551

วิทยากร


พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน
อ.ส.ศิวลักษณ์
ดร. อภิญญา เฟื่องฟูสกุล
วันที่ 6 กรกฎาคม 2551
ดร. ประมวล เพ็งจันทร์
พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ครั้งที่ 2 ชีวิตในท้องนากับโลกาภิวัฒน์

วันที่ 11 กรกฎาคม 2551


ดร.ฉลาดชาย รมิตานนท์
ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์
รศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร
ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
สฤณี อาชวานันทกุล
วันที่ 12 กรกฎาคม 2551
พ่อคำเดื่อง ภาษี
พะตี จอนิ โอ่โดเชา
หมอบินไกล ตามแร้ง หรือ คุณเอกชัย จินาจันทร์ (บ้านสวนสายลมจอย)
กรรจร เจียมรัมย์ (ครูเหงา บ้านนานา)
รศ. สมเกียรติ ตั้งนะโม
วันที่ 12 กรกฎาคม 2551
รศ. ดร. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
ศ. ดร. อานันท์ กาญจนพันธ์


ครั้งที่ 3 ศิลปะวัฒนธรรมกับสื่อในชีวิตประจำวัน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2551


อ. ทัศนัย เศรษฐเสรี
ณัฐกานต์ ลิ่มสถาพร
อ. อุทิศ อติมานะ
ดร. วสันต์ ปัญญาแก้ว
อ. วีระพันธ์ จันทร์หอม
อ.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ
วันที่ 19 กรกฎาคม 2551
ธนาพล อิ๋วสกุล
อ. ไพสิษฐ์ พานิชกุล
คำ ผกา
ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
วันที่ 20 กรกฎาคม 2551
ประธาน ธีรธาดา
ดร.วัลลภา พิมพ์ทอง
ภิญโญ ไตรสุรยธรรมา
ดร. ชยันต์ วรรธนะภูติ (รอการตอบรับ)

ครั้งที่ 4 ศิลปะไทยจะร่วมสมัยได้อย่างไร(วะ)

วันที่ 25 กรกฎาคม 2551


ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์
วสันต์ สิทธิเขตต์
อ. จุมพล อภิสุข
อ. อรรฆย์ ฟองสมุทร
วันที่ 26 กรกฎาคม 2551
อ. รำพัด โกฏแก้ว
รศ. ดร. วิถี พานิชพันธุ์
อ. ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ
ดร. เพ็ญสุภา สุขตะ ใจอินทร์
กฤติยา กาวีวงศ์
Numthong Gallery (คุณนำทอง แซ่ตั้ง)
Minimal gallery

วันที่ 27 กรกฎาคม 2551

ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์
อ. ถนอม ชาภักดี
อรุณ ภูริทัต
ผศ. ธเนศ วงศ์ยานาวา
เพชร โอสถานุเคราะห์

การเสนาเปิดเป็นสาธารณะ (เสวนาเป็นภาษาไทย) องค์กร สถาบันการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ศิลปิน และผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมฟังการเสวนา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่จำกัดจำนวน

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
ผู้ประสานงานโครงการ นางสาวดวงพร อินทร์จันทร์
โทร 053-212220
อ๊อฟ 0841519890
น.เนื้อ 0847740800


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:19:10 น.  

 
*นิทรรศการภาพถ่ายสะท้อนชีวิตเด็กๆ ในหมู่บ้านคลิตี้ และเสวนาเรื่อง “ตะกั่วที่คลิตี้ มรดกที่ไม่อยากได้”

“สายธารเดียวกัน”

นิทรรศการภาพถ่ายสะท้อนชีวิตเด็กๆ ในหมู่บ้านคลิตี้
โดย อภิลักษณ์ พวงแก้ว ช่างภาพอิสระ

ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม 2551 – 15 สิงหาคม 2551

ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ชั้น 8 ศูนย์การค้า Central World


สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ และมูลนิธิโลกสีเขียว ขอเชิญซึมซับเรื่องราวของชีวิตเล็กๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมเขียนโปสการ์ด “จากใจถึงกัน” เพื่อสร้างมิตรภาพและกำลังใจส่งถึงเด็กๆ

พร้อมร่วมฟังเสวนาเรื่อง “ตะกั่วที่คลิตี้ มรดกที่ไม่อยากได้”

ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551
เวลา 13.00 - 16.00 น.

กำหนดการเสวนาหัวข้อ “ตะกั่วที่คลิตี้ มรดกที่ไม่อยากได้”

13.00 น. ลงทะเบียน

14.00 น. พิธีกรกล่าวทักทายและนำเข้าเสวนา โดย

>>ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์
นักคิด นักเขียน ที่ได้รับรางวัล นักวิจัยดีเด่น สภาวิจัยแห่ง
ชาติรางวัลฟูกูโอกะ และรางวัลศรีบูรพา

>>รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม นักมานุษยวิทยาและนักโบราณคดี
ที่ได้รับรางวัลฟูกูโอกะ

>>รศ. สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ

>>คุณ สุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานคณะอนุกรรมการสิทธิ
มนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้
พลัดถิ่น สภาทนายความ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยง
และพัฒนา

>>ตัวแทนเยาวชนจากหมู่บ้านคลิตี้ล่าง

14.45 น. เชิญช่างภาพอิสระ คุณ อภิลักษณ์ พวงแก้ว เล่าถึงแรงบันดาล
ใจในการถ่ายภาพ

14.50 น. ถาม -ตอบ

15.00 น. ชมการแสดง “รำตง” โดยเด็กๆ จากหมู่บ้านคลิตี้ล่าง




*"สู่ชีวิตอันสมดุล"... ภาวนาตามแนวทางหมู่บ้านพลัม

โดย : มูลนิธิหมู่บ้านพลัมเพื่อกิจกรรมภาวนา

ขอเชิญร่วมเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องสมดุล ...
ผ่านการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ตามแนวทางท่านติช นัท ฮันห์ พระเถระนิกายเซน นำภาวนาโดยคณะพระธรรมาจารย์จากหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และเวียดนาม

9 กันยายน 2551

ปาฐกถาธรรม "สู่สังคมอันสมดุล"
เวลา 18.00 น. - 20.30 น. ณ ห้องเฉลิมพรมมาศ ตืกอปร. โรงพยาบาลจุฬาฯ

**ไม่ต้องลงทะเบียน/ไม่เสียค่าใช้จ่าย**

10 กันยายน 2551

ปาฐกถาธรรม "การฝึกสติของผู้รักษาสันติธรรม"
เวลา 18.00-20.30 ณ ห้องประชุมชั้น ๗ สถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการ

**ไม่ต้องลงทะเบียน/ไม่เสียค่าใช้จ่าย**


12-14 กันยายน 2551 :

งานภาวนา "สู่กายใจอันสมดุล" ณ ไร่หวานสนิท จ.สระบุรี
- สำหรับนักบวช บุคคลทั่วไป และครอบครัว (รับสมัครอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีต้องมีผู้ปกครองมาด้วย)
- ค่าใช้จ่าย นักกิจกรรมและเด็กอายุ 6-14 ปี คนละ 2,000 บาท / อายุ 15 ปี ขึ้นไป คนละ 2,500 บาท

** นักบวชทุกศาสนาไม่เสียค่าใช้จ่าย **

16 กันยายน 2551

ปาฐกถาธรรม "สู่ชีวิตอันสมดุล"
เวลา 17.30 น. - 20.00 น. ณ จังหวัดเชียงใหม่

**ไม่ต้องลงทะเบียน/ไม่เสียค่าใช้จ่าย**

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง http://www.thaiplumvillage.org


18-21 กันยายน 2551

งานภาวนา "สู่ธรรมชาติอันสมดุล" พร้อม "ภาวนารักษ์โลก"
สำหรับนักบวช และบุคคลทั่วไป (รับสมัครอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปและเด็กอายุ 12-14 ปีต้องมีผู้ปกครองมาร่วมตลอดงานภาวนา)
ณ สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่
ค่าใช้จ่าย นักกิจกรรมและเยาวชนคนละ 2,000 บาท / บุคคลทั่วไปคนละ 2,500 บาท

22 กันยายน 2551

ภาวนารักษ์โลก ในวันปลอดรถ (car free day) ณ จ.เชียงใหม่

รายละเอียดติดตามทาง http://www.thaiplum.village.org

** นักบวชทุกศาสนาไม่เสียค่าใช้จ่าย **
* รับสมัครจำนวนจำกัด ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2551

สอบถามรายละเอียดและสมัครที่
085-318-2939, 086-688-4984
หรืออีเมล awakeningsource@yahoo.com

ตัวอย่างกิจกรรมภาวนา

5.30 - ตื่นนอน นั่งสมาธิ สวดมนต์ เดินวิถีแห่งสติ
ออกกำลังกาย อาหารเช้าในความเงียบ

9.00 - บรรยายธรรม
11.30 - ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นสังฆะ

14.00 - บรรยายธรรมและกิจกรรมภาคบ่าย เช่น
ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ / กราบสัมผัสพื้นดิน /
การทำงานอย่างมีสติ / นำเสนอ:ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ /
สวดเพลง / วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ / พิธีน้ำชา

17.30 - น้ำปานะ/อาหารเบายามเย็นในกลุ่มย่อย
19.30 - สนทนาธรรมในกลุ่มย่อย นั่งสมาธิ สวดมนต์

การเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมภาวนา

- ผู้สมัครต้องสามารถอยู่ร่วมได้จนจบกิจกรรม***
- แต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามสบาย
- อาหารมังสวิรัติ (ไม่มีนมและไข่)
- กรุณาเตรียมไฟฉาย เครื่องใช้ส่วนตัว นาฬิกาปลุก ร่ม และยารักษาโรคประจำตัวมาด้วย

การเดินทาง ภาวนา "สู่กายใจอันสมดุล"

- เดินทางไปเอง : ดูเส้นทางได้ใน เว็บไซต์
- เดินทางร่วมกันโดยรถบัส (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ขึ้นที่ตึกอัมรินทร์ทาวเวอร์ ถ.เพลินจิต

ภาวนา "สู่ธรรมชาติอันสมดุล"

- เดินทางไปเชียงใหม่ด้วยตัวเอง
- มีรถโดยสารมารับจากสถานีรถไปยังศูนย์ฝึกอบรม สำนักวิจัยแม่เหียะ รถออก 9:00 น.
- การเดินทางกลับ หากไม่อยู่ร่วมภาวนาวันปลอดรถ กรุณาจองตั๋วเดินทางกลับวันที่ 21 ก.ย. 51 หลังเวลา 17:30 น.



โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:19:47 น.  

 
*มูลนิธิ 14 ตุลา : เชิญร่วมงานปาฐกถา 35 ปี 14 ตุลา วันสืบสานประชาธิปไตย

ขอเชิญร่วมกิจกรรมและประชาสัมพันธ์งานปาฐกถาพิเศษวาระ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลาวันสืบสานประชาธิปไตย
โดย : มูลนิธิ ๑๔ ตุลา เมื่อ : 27/06/2008 01:47 PM สืบเนื่องจากวันที่ ๑๔ ตุลาคมของทุกปี มูลนิธิ ๑๔ ตุลา และเครือข่ายองค์กรประชาธิปไตยได้จัดให้มีการรำลึกสืบสานเจตนารมณ์วีรชน ๑๔ ตุลา เป็นประจำ และในปีนี้เป็นปีครบรอบ ๓๕ ปี ของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเมืองไทย

*มูลนิธิ ๑๔ ตุลาจึงจัดให้มี ปาฐกถาพิเศษวาระ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลา วันสืบสานประชาธิปไตย โดย ธีรยุทธ บุญมี ในวันเสาร์ ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. ณ อาคารกีฬาเวสน์ ๒ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ( ไทย - ญี่ปุ่น ) ดินแดง ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย

คณะกรรมการมูลนิธิ ๑๔ ตุลา ขอเรียนเชิญท่านร่วมกิจกรรมและประชาสัมพันธ์งานปาฐกถาพิเศษวาระ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลานี้ โดยสั่งจองบัตรงานได้ที่สำนักงานมูลนิธิ ๑๔ ตุลา โทรศัพท์ 0-2622-1014-5 (ภายในงานมีอาหารและเครื่องดื่มตลอดงาน)


****************************************
มูลนิธิ 14 ตุลา : เชิญร่วมงานปาฐกถา 35 ปี 14 ตุลา วันสืบสานประชาธิปไตย
ทบทวนทิศทางประเทศไทย โดย ธีรยุทธ บุญมี

18.00 น. - นายอานันท์ ปันยารชุน กล่าวเปิดงาน
- ปาฐกถาโดย ธีรยุทธ บุญมี
- เดี่ยวไมโครโฟน โดย รสนา โตสิตระกูล
- ดนตรีและเพลง * หงา คาราวาน * โฮปแฟมิลี่

22.00 น. - น.พ.วิชัย โชควิวัฒน กล่าวปิดงาน


โดย: jenifaae วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:20:05 น.  

 
*นักวิจัยทีเซลส์ต่อยอดขมิ้นชัน รักษาอัลไซเมอร์กว่า1ล้านราย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (TCELS) นายจรัญ จักรวาลชัยศรี รักษาการณ์ผู้อำนวยการทีเซลส์ลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย โดยคุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ รองประธานมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัย การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ในผู้สูงอายุไทย ซึ่งมีแนวโน้มพบมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยชนิดนี้เป็นการเฉพาะ

นายจรัญกล่าวว่า 60% ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมของผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ โดยในปี 2550 คาดว่าจะมีผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมประมาณ 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้จะมีผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 1 ล้านราย และจากการศึกษาระบาดวิทยาถึงสถิติความชุกของโรคอัลไซเมอร์ในประชากรโลก พบว่ามี 10% ของผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี และจะมีอัตราเป็นโรคสูงถึงประมาณ 20% ถ้าอายุเกิน 90 ปี ขณะนี้ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 26 ล้านคน

นพ.ธงชัย ทวิชาชาติ กรรมการมูลนิธิอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เร็วๆ นี้ได้หารือกับ ศ.นพ.แกรี่ มอลล์ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส ผู้ค้นพบแนวทางการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ด้วยการสแกนสมอง โดย ศ.นพ.แกรี่ได้สนใจในการนำสมุนไพร โดยเฉพาะขมิ้นชันมาใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ จึงได้เสนอให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำสารสกัดจากขมิ้นชันที่ผลิตได้เองไปให้ นพ.แกรี่ศึกษาวิจัยต่อไปว่าจะมีกรรมวิธีใดที่จะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้นชันสามารถเข้าสู่น้ำไขสันหลัง ส่งไปยังสมองโดยตรงได้มากขึ้น จากเดิมที่สามารถส่งต่อไปถึงสมองได้น้อย จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้สารดังกล่าวจากขมิ้นชันมีโมเลกุลเล็กลงและสามารถเข้าสู่สมอง เพื่อให้เนื้อเซลล์สมองไม่ตาย

คุณหญิงอุไรวรรณ ศิรินุพงศ์ รองประธานมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนไทยเป็นโรคสมองเสื่อมมากขึ้นมักมีอาการก่อนอายุ 60 ปี กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอาหารจำพวกของทอด ผัด มัน หากอยากกินเนื้อสัตว์ ขอให้เลือกเนื้อปลาแทน และกินข้าวเป็นหลัก ไม่กินแป้ง ส่วนผักผลไม้ซึ่งมีมากในประเทศไทยกินได้เกือบทุกประเภท การเดิน จะทำให้หลอดเลือดไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง สามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคสมองเสื่อมได้ร้อยละ 60

ทั้งนี้ มูลนิธิอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับ กทม.จัดโครงการ สร้างสรรค์สังคมไทย ห่างไกลอัลไซเมอร์ ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ที่สวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ภายในงานจะมีนิทรรศการและกิจกรรมเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ มากมาย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจโรคอัลไซเมอร์

หน้า 10





*จัดงานรำลึกโขลงช้าง8เชือกตกเหว

ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กรรมการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 17 - 21 ธ.ค. 51 นี้ มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ได้ร่วมจัดกิจกรรมรำลึกช้างป่าเขาใหญ่ ที่มีเหตุการณ์ในปี 2535 ครอบครัวช้างป่าแม่ลูก รวม 8 ตัว พลัดตกน้ำตกเหวนรกในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เสียชีวิตทั้งหมด ขณะกำลังเดินข้ามธารน้ำเหนือน้ำตกเหวนรกที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเศร้าสลดร่วมกันของคนในสังคมไทย

โดยต่อมาในทุกๆ ปีจะมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ปีนี้เป็นปีที่ 12 ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เด็ก และเยาวชนได้ตระหนักและเกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยอาศัยความสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกเป็นสื่อสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะให้มีกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ คือ 17 - 19 ธ.ค. ซึ่งจะแบ่งชุด เดินป่าเรียนรู้ธรรมชาติ 20 ธ.ค. การแสดงของเด็กและเยาวชน-ระดมความคิดสู่กิจกรรมการอนุรักษ์พื้นที่

ส่วนในวันที่ 21 ธ.ค. เปิด-ปิด กิจกรรมพร้อมวางพวงหรีดที่นำตกเหวนรกจุดครอบครัวช้างป่าตกเหวนรก โดยมีพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ องค์มนตรี เป็นประธานในพิธี


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:42:32 น.  

 
*กิจกรรมและสัมมนาในแวดวงการศึกษา

- ธ.กรุงไทยเยาวราชเปิด"หอศิลป์"

นายอัศวิน คงสิริ กรรมการธนาคาร และประธานกรรมการ Fine Arts Screening Committee บมจ.ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับปรุงสาขาเยาวราชให้เป็นสาขาแสนสะดวกที่ให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ ผนวกกับเป็นหอศิลป์ โดยจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินชั้นนำของประเทศ และผลงานที่ได้รับรางวัลสนับสนุนของธนาคารจากงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งค้นคว้าประวัติและวิถีชีวิตของชุมชนชาวจีน จะเปิดให้ลูกค้าและประชาชนเข้าชมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. ทั้งนี้ หอศิลป์กรุงไทยจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะแห่งใหม่ในย่านเยาวราช และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชาวไทยและต่างประเทศ โดยจัดนิทรรศการผลงานหมุนเวียน และเชื้อเชิญศิลปินมาจัดแสดงผลงาน รวมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ

- มอบเครื่องราชฯขรก.สมุทรสาคร

นายวิสูตร เกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สพท.สมุทรสาครได้จัดพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และเหรียญจักรพรรดิมาลา ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด 389 ราย ที่ห้องประชุมโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย แบ่งเป็นชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) บุรุษ 33 ราย และสตรี 67 ราย, ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) บุรุษ 7 ราย และสตรี 26 ราย, ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) สตรี 2 ราย, ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.) สตรี 3 ราย, เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.) บุรุษ 39 ราย และสตรี 91 ราย เพื่อ%E


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:43:06 น.  

 
*กิจกรรมและสัมมนาในแวดวงการศึกษา

- ธ.กรุงไทยเยาวราชเปิด"หอศิลป์"

นายอัศวิน คงสิริ กรรมการธนาคาร และประธานกรรมการ Fine Arts Screening Committee บมจ.ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับปรุงสาขาเยาวราชให้เป็นสาขาแสนสะดวกที่ให้บริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ ผนวกกับเป็นหอศิลป์ โดยจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินชั้นนำของประเทศ และผลงานที่ได้รับรางวัลสนับสนุนของธนาคารจากงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งค้นคว้าประวัติและวิถีชีวิตของชุมชนชาวจีน จะเปิดให้ลูกค้าและประชาชนเข้าชมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. ทั้งนี้ หอศิลป์กรุงไทยจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะแห่งใหม่ในย่านเยาวราช และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชาวไทยและต่างประเทศ โดยจัดนิทรรศการผลงานหมุนเวียน และเชื้อเชิญศิลปินมาจัดแสดงผลงาน รวมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ

- มอบเครื่องราชฯขรก.สมุทรสาคร

นายวิสูตร เกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สพท.สมุทรสาครได้จัดพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และเหรียญจักรพรรดิมาลา ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด 389 ราย ที่ห้องประชุมโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย แบ่งเป็นชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) บุรุษ 33 ราย และสตรี 67 ราย, ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) บุรุษ 7 ราย และสตรี 26 ราย, ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) สตรี 2 ราย, ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.) สตรี 3 ราย, เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.) บุรุษ 39 ราย และสตรี 91 ราย เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งคุณงามความดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่ข้าราชการและบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพื่อความภาคภูมิใจ และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้รับพระราชทานสืบไป

- เทคโนฯคหกรรมรับตรงน.ศ.

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดรับนักศึกษาปริญญาตรีโดยวิธีสอบตรง ประจำปีการศึกษา 2552 หลักสูตร 4 ปี รับผู้สำเร็จการศึกษาวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ม.6 ในสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ออกแบบแฟชั่น อาหารและโภชนาการ อุตสาหกรรมงานอาหาร เทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ การพัฒนาเด็กปฐมวัย หลักสูตรเทียบโอนรับผู้สำเร็จการศึกษาวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาหารและโภชนาการ เทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ โดยทั้ง 2 หลักสูตรเลือกได้ 2 อันดับ กำหนดขายใบสมัครตั้งแต่บัดนี้ สั่งซื้อทางไปรษณีย์ถึงวันที่ 31 มกราคม 2552 สั่งซื้อด้วยตนเองถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รับสมัครทางไปรษณีย์และเว็บไซต์ถึงวันที่ 31 มกราคม สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ สอบถามโทร.0-2549-3613-5 หรือ http://www.rmutt.ac.th

- มทร.กรุงเทพรับตรงน.ศ.52

นายเฉลิม มัติโก อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2552 มทร.กรุงเทพเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี และ 2 ปี เทียบโอนโดยการสอบตรง ดังนี้ คณะศิลปศาสตร์ 510 คน, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 420 คน, คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 420 คน, คณะวิศวกรรมศาสตร์ 660 คน, คณะบริหารธุรกิจ 1125 คน, คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 590 คน, คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ 210 คน, วิทยาลัยนานาชาติ คณะบริหารธุรกิจ 320 คน และคณะศิลปศาสตร์ 80 คน ซื้อใบสมัครได้ทางไปรษณีย์ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม หรือซื้อด้วยตนเองได้ถึงวันที่ 25 มกราคม 2552 สมัครผ่านระบบเครือข่ายได้จนถึงวันที่ 20 มกราคม หรือสมัครด้วยตนเองในวันที่ 17-25 มกราคม สอบวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ โทร.0-2287-9600 หรือ Q- Line 1900-888-547 หรือที่ http://www.ascar.rmutk.ac.th

หน้า 23




*สวทช. สัมมนา "เครื่องมือช่างและเทคนิคในการถอด-ประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักร"

โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "เครื่องมือช่างและเทคนิคในการถอด-ประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักร" วันที่ 24-26 ธ.ค.นี้ ณ กลุ่มบริการเทคโนโลยี อาคารอนุสรณ์ 40 ปี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สนใจติดต่อ โทร.0-2564-7000 ต่อ 1367 หมดเขตรับสมัครวันที่ 23 ธ.ค.นี้


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:43:07 น.  

 
*"ชาตินิยมกับพหุวัฒนธรรม"

การประชุมวิชาการ
"ชาตินิยมกับพหุวัฒนธรรม"
วันที่ 22-23 ธันวาคม 2551

ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่

http://202.28.25.21/conf2008/

22 ธันวาคม 2551

8.45 - 9.00
กล่าวรายงานการประชุม โดย คุณศตวรรษ สถิรเพียรศิริ หัวหน้า สำนักกิจการชาติพันธุ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กล่าวเปิดการประชุม โดย ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

9.00-9.30
ปาฐกถานำ โดย ศาสตราจารย์ ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์

9.30 - 10.15
"รัฐชาติ ชาติพันธุ์ และความทันสมัย" ดร. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

10.15 - 10.30
พัก /การแสดงชนเผ่า

10.30-12.00
1. นโยบายของรัฐและความหลากหลายทางชาติพันธุ์

รัฐกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ -
รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และความมั่นคงของชาติ
คุณจิราพร บุนนาค อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
นโยบายด้านภาษาสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคมไทย
ศาสตราจารย์ ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ สถาบันวิจัยภาษาและพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ดำเนินรายการ ศาสตราจารย์ ดร. ยศ สันตสมบัติ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

12.00-13.00
พัก

13.00-13.45
"ชาตินิยม วัฒนธรรม และความขัดแย้ง" รองศาสตราจารย์สายชล สัตยานุรักษ์ คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

13.45-15.15
ปาฐกถาพิเศษ

นโยบายสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและชนกลุ่มน้อย โดยศาสตราจารย์ วิฑิต มันตาภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติศาสตร์ชาติ ชาติพันธุ์ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ผู้ดำเนินรายการ: อาจารย์เอกกมล สายจันทร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

15.15-15.30
พัก/ การแสดงชนเผ่า

15.30-17.00
2. ชาติพันธุ์กับสิทธิมนุษยชน

สิทธิมนุษยชนกับชาติพันธุ์ในสังคมไทย
คุณสุนี ไชยรส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ปัญหาและอุปสรรคมาได้มาซึ่งสัญชาติของคนไร้รัฐ
คุณสุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น
สิทธิมนุษยชนศึกษากับชาติพันธุ์
ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี
ผู้อำนวยการสำนักงานสิทธิ มนุษยชนศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ดำเนินรายการ: ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล



3. ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์

การจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์: ปัญหาและข้อเสนอแนะ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ฉวีวรรณ ประจวบเหมาะ
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
รัฐและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
รองศาสตราจารย์ ดร. อรรถจักร สัตยานุรักษ์
คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์มอญนอกแบบเรียนประวัติศาสตร์รัฐชาติ
คุณองค์ บรรจุน
นักวิชาการอิสระและประธานชมรมเยาวชนมอญ กรุงเทพฯ
ผู้ดำเนินรายการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



4. ชาตินิยม ชาติพันธุ์กับสุขภาพและการศึกษา

รัฐกับการจัดการสุขภาพประชาชนบนความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์
สุรีรัตน์ ตรีมรรคา
รมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
แนวคิดชาตินิยมในระบบการแพทย์และสาธารณสุข
ดร.นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
สำนักวิจัยสังคมและ สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
การศึกษาในภาษาดั้งเดิมในมุมองของประเด็นสิทธิมนุษยชน: กรณีศึกษาภาษาเขมรของชนชาติดั้งเดิมเขมรในจังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย
ชัยมงคล เฉลิมสุขจิตศรี
สมาคมภาษาและวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์
ผู้ดำเนินรายการ ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น



17.30-18.10
ภาพยนตร์สั้น กระเป๋านักเรียนของหงสา ได้รับรางวัลชนะเลิศ 6th World Film Festival of Bangkok 2008

17.30-19.00
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ "จากต้นฉบับงานวิจัยสู่งานหนังสือเพื่อการพิมพ์เผยแพร่"
Getting Published in the English World Reviewing Manuscripts: Developing Potentials, Spotting Problems - Chris Baker Imagining a Book: A Publisher's Perspective - Trasvin Jittidecharak
(ร่วมกับ Mekong Press - เฉพาะผู้ลงทะเบียนสำหรับสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้เท่านั้น)

23 ธันวาคม 2551

8.45-9.15
"ชาติพันธุ์ พหุวัฒนธรรมในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" ดร. ชยันต์ วรรธนะภูติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

9.15-10.45
5. สิทธิในทรัพยากรในมิติชาติพันธุ์สัมพันธ์

อำนาจนิยม ประเพณีนิยม และเสรีนิยมใหม่กับบทพรรณนาว่าด้วยสิทธิชุมชน
ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พะติจอนิ โอโดเชา ปราญช์ชาวบ้าน
ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสถานการณ์ความรุนแรง : มุมมองในมิติชาติพันธุ์สัมพันธ์
ดร. เลิศชาย ศิริชัย สำนักวิชาศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผู้ดำเนินรายการ: ผศ.ดร.ชูศักดิ์ วิทยาภัค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



6. การจัดการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ในบริบทของพหุวัฒนธรรม

สังคมพหุภาษากับการศึกษาในยุคไร้ถิ่นฐาน: นโยบายและปฏิบัติการจากมุมมองข้ามวัฒนธรรม
ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร
คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การศึกษากับคนชายขอบ: กรณีศึกษาของกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง
อาจารย์ชูพินิจ เกษมณี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
การจัดการศึกษาในพื้นที่พหุวัฒนธรรม: กรณีศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ดร. สุกรี หลังปูเต๊ะ
วิทยาลัยอิสลามศึกษา จังหวัดยะลา
ผู้ดำเนินรายการ: ผศ. ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



7. ภูมิรัฐศาสตร์ และชาติพันธุ์ชายแดน

พัฒนาการ ของการเกิด "พื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ชายแดนในภาคเหนือ" ของรัฐไทยสมัยใหม่: มิติทางชาติพันธุ์บนเศรษฐศาสตร์การเมือง และ ภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐอาณานิคมแห่งสยาม จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ดร. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร. เดชา ตั้งศรีฟ้า คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กฎหมายมีไว้เลี่ยง หรือไม่ก็ใช้ประโยชน์: ด่านพรมแดนของรัฐกับการต่อรองของคนชายแดน
อาจารย์พฤกษ์ เถาถวิล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผู้ดำเนินรายการ : -


8. ก้าวข้ามอคติทางชาติพันธุ์ในยุคโลกาภิวัตน์: สื่อ การแสดง และวรรณกรรม

คุณสุภัตรา ภูมิประภาส
นักข่าว/นักเขียน
คุณปรียานุช ปานประดับ
นักแสดงและผู้เขียนบทภาพยนตร์
อาจารย์ฐนทัช กองทอง
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ดำเนินรายการ : รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์


10.45-11.00
พัก/ การแสดงชนเผ่า

11.00-12.30
อภิปรายกลุ่มย่อย กรณีศึกษาจากพื้นที่

แรงงานข้ามชาติ: ความเสมอภาค และการเข้าถึงบริการสุขภาพ?
สมพงษ์ สระแก้ว
เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน
(Labor Rights Promotion Network)

นพ.ศักดา เมืองคำ
เรือพระร่วงคลินิก เวชกรรม
ผู้แทนจากมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของกลุ่มแรงงานชาติพันธุ์ (MAP Foundation)
ผู้ดำเนินรายการ: รองศาสตราจารย์ ดร. วรวิทย์ เจริญเลิศ

ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม?

ประสิทธิพร กาฬอ่อนศรี
กรณีแก่งเสือเต้น
กำธร สุวรรณมาลา
ผู้แทนชาวบ้านคลิตี้
เมื่อโครงการพัฒนาของรัฐ ละเมิดหลักศรัทธาของชุมชน : กรณี ท่อก๊าซ ไทย-มาเลย์
สุไรด๊ะห์ โต๊ะหลี มหาวิทยาลัยชาวบ้านลาน หอยเสียบ อ.จะนะ จ.สงขลา
ผู้ดำเนินรายการ: รศ. ดร. เริงชัย ตันสกุล สงขลานครินทร์

สัญชาติและสิทธิความเป็นพลเมือง

วิวัฒน์ ตามี
ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง
นที ธีระโรจนพงษ์
กลุ่มเกย์การเมืองไทย
โชติกา เครือมณี
UNESCO
ผู้ดำเนินรายการ: อาจารย์ ดร. ขวัญชีวัน บัวแดง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม

อาจารย์อลิสา หะสะเมาะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
มะรอนิง สาและ บ้านดาโต๊ะ ปัตตานี
ลม้าย มานะการ ผู้แทนภาคประชาสังคม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
อาจารย์แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผู้ดำเนินรายการ: อาจารย์อาลิสา หะสะเมาะ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

อคติทางชาติพันธุ์ และชาติพันธุ์ในพื้นที่สื่อ

คุณไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก สมาคมอาข่า
พม่าและชนกลุ่มน้อย:ดาวร้ายที่ไม่เคยเปลี่ยนบนสื่อไทย คุณวันดี สันติวุฒิเมธี สาละวินโพสต์
คุณภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง สำนักข่าวประชาไท
ผู้ดำเนินรายการ: อาจารย์ ดร. วสันต์ ปัญญาแก้ว


12.30 – 13.30
พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30 – 14.00
"พหุวัฒนธรรมในบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและวัฒนธรรม" ศาสตราจารย์ ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

14.00-15.15
ชาติ ชาติพันธุ์ และพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย
ดร. โคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ผู้ดำเนินการอภิปราย รองศาสตราจารย์สุริชัย หวันแก้ว สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

15.15-15.30
พัก/ การแสดงชนเผ่า

15.30-16.00
สรุปสาระสำคัญท้ายการประชุม
อาจารย์ ดร. ชยันต์ วรรธนะภูติ ศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คุณสุนี ไชยรส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:43:39 น.  

 
*ค่ายรำลึกช้างเขาใหญ่ ปี 2551

ชื่อกิจกรรม ค่ายรำลึกช้างเขาใหญ่ ปี 2551

วัตถุประสงค์

1) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเยาวชนและบุคลากรขององค์กรเครือข่ายต่าง ๆ
2) เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชน จากกลุ่ม องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงานช้าง โดยผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีประสบการณ์และมีบทเรียนร่วมกัน
3) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างองค์กร อันจะนำไปสู่การวางแนวทางการพัฒนา ศักยภาพขององค์กรเครือข่ายร่วมกัน

วัน-เวลา ระหว่างวันที่ 17 – 21 ธันวาคม 2551 (5 วัน 4 คืน)

สถานที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

กลุ่มเป้าหมาย
1) ผู้นำเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวนองค์กรละ 5 - 10 คน
2) ผู้นำ หรือ แกนหลักขององค์กรเครือข่าย จำนวนองค์กรละ 1- 2 คน

ผู้รับผิดชอบกิจกรรม
1) มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ
2) มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
3) กลุ่มรักษ์เขาใหญ่
4) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
5) องค์กรเครือข่าย

งบประมาณดำเนินการ
1) มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ
2) มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

รูปแบบกิจกรรม
1) กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
2) การนำเสนอข้อมูลของแต่ละองค์กร รวมทั้งกิจกรรมที่ดำเนินการ
3) การประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
4) กิจกรรมเดินป่าระยะไกล
5) ประชุมกลุ่มย่อย แลกเปลี่ยน พูดคุย
6) กิจกรรมรณรงค์
(ร่าง) กำหนดการ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2551
เวลา 15.00 – 17.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 17.00 – 18.00 น. ภารกิจส่วนตัว
เวลา 18.00 – 19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
เวลา 19.00 – 21.00 น. แนะนำองค์กรเครือข่ายและสมาชิกที่เข้าร่วมงาน
เวลา 21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2551
เวลา 06.30 – 07.30 น. กิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ ตามความสนใจ (ดูนก , วาดรูป , ดนตรี ฯลฯ)
เวลา 07.30 – 08.30 น. รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.30 – 12.00 น. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
เวลา 12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 – 14.30 น. เตรียมตัวเดินป่าระยะไกล
เวลา 14.30 น. แยกย้าย ออกเดินทาง เดินป่าระยะไกล
ค้างคืนในป่า
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551
เวลา 15.00 น. เดินทางกลับถึงที่พัก
เวลา15.00 – 17.00 น. พักผ่อน , ประชุมกลุ่มย่อย
เวลา17.00 – 18.00 น. ภารกิจส่วนตัว
เวลา 18.00 – 19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
เวลา 19.00 – 21.00 น. นำเสนอ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของแต่ละกลุ่ม
เวลา 21.00 น.พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2551
เวลา 06.30 – 07.30 น. กิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ ตามความสนใจ (ดูนก , วาดรูป , ดนตรี ฯลฯ)
เวลา 07.30 – 08.30 น. รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.30 – 12.00 น. วางแผน และออกแบบกิจกรรมรณรงค์
เวลา 12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 – 17.00 น. เตรียมการ และซักซ้อมกิจกรรมรณงค์
เวลา17.00 – 18.00 น. ภารกิจส่วนตัว
เวลา 18.00 – 19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
เวลา 19.00 – 21.00 น. กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
เวลา 21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2551
เวลา 06.00 – 07.00 น. เตรียมตัวปฏิบัติการรณรงค์
เวลา 07.00 – 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.00 – 11.00 น. กิจกรรมรณรงค์
เวลา 11.00 – 12.00 น. สรุปผล การปฏิบัติการรณรงค์
เวลา 12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 – 14.00 น. พิธีมอบใบประกาศนียบัตร และพิธีปิด
เวลา 14.00 น. เดินทางกลับภูมิลำเนา

หมายเหตุ กำหนดการและกิจกรรม สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

---------------------------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณไพโรจน์ ลิ้มเจริญ โทร.081-899-9217


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:44:26 น.  

 
*เชิญร่วมงานสัมมนาเปิด "โครงการส่งเสริมลดการใช้พลังงานในสาขาขนส่ง"

สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ขอเชิญร่วมงานสัมมนาเปิด "โครงการส่งเสริมลดการใช้พลังงานในสาขาขนส่ง" ในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ ห้องประชุมบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอคองคอร์ด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการกิจการขนส่งได้รับโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในองค์กร รวมถึงส่งเสริมให้บุคคลากรได้รับความรู้ ความเข้าใจในการร่วมกันประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2345-1253 งานสัมมนาครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น





*งาน WAESE 2009

กระทรวงวิทย์ฯ จึงได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์จัดงาน WAESE 2009 ขึ้น โดยใช้งบประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อนำผลงานวิจัยด้านพลังงานทางเลือกจากทั่วโลกมาจัดแสดงร่วมกัน พร้อมกับจัดงานสัมมนาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเกิดแนวความคิดใหม่ๆ ทั้งยังมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในการวิจัยและพัฒนาพลังงานทางเลือก ตลอดจนการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ศ.ดร.ชัยวัฒน์ ต่อสกุลแก้ว รองปลัด วท. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความรู้ การวิจัยด้านพลังงานทางเลือก และศูนย์กลางของธุรกิจพลังงานทางเลือก ตลอดจนส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา รวมทั้งนำองค์กรท้องถิ่นเข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เกี่ยวกับพลังงานทางเลือก เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชนต่อไปได้

สำหรับผลงานเด่นของไทยที่จะนำมาร่วมจัดแสดงในงานนี้ ศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และประธานคณะกรรมการจัดงาน เปิดเผยว่า จะมีการจัดแสดงบ้านประหยัดพลังงาน ที่มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน และช่วยลดการใช้พลังงานในบ้านได้

"วัสดุที่นำมาใช้สร้างบ้านเป็นโฟมผสมซีเมนต์ เพราะโฟมมีความทนทาน ไม่ย่อยสลายง่าย ปลวกไม่กิน ที่สำคัญมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและความชี้นได้ดี รวมทั้งเลือกใช้กระจกที่ยอมให้แสงผ่านเข้ามาในตัวบ้านได้มาก แต่ยอมให้ความร้อนผ่านได้น้อย จึงช่วยลดการใช้พลังงานภายในบ้านได้ถึง 4 เท่า" ศ.ดร.สุนทรกล่าว

นอกจากนี้ยังมีผลงานนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในไทยและต่างประเทศอีกมากมาย เช่น รถยนต์ใช้น้ำ รถยนต์พลังงานลม การนำขยะมาแปรเป็นพลังงานไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) วินด์ฟาร์ม (Wind Farm) เป็นต้น

ภายในงานนอกจากการจัดประชุมทางด้านวิชาการและพลังงานทางเลือกแล้ว ยังมีการจัดการประชุมเทศบาลโลก โดยมีนายกเทศมนตรีจากประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการเป็นเมืองสีเขียวมาให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเมืองสีเขียว และการประชุมด้านธุรกิจพลังงานทางเลือกด้วย

รวมทั้งการจัดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือก การประกวด 10 ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์พลังงานทางเลือก การประกวดพลังงานชุมชนดีเด่น และโครงการ ยัง ทาเลนต์ โชว์ (Young Talent Show) เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการจับฉลากเพื่อมอบรางวัลบ้านประหยัดพลังงาน 1 หลัง ขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 200 ตารางเมตร ให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมงาน โดยงาน WAESE 2009 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มี.ค. 2550 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.waese2009.com หรือ โทร. 0-2530-8038-9


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:44:51 น.  

 
*มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญร่วมงาน "นิติรัฐ"

สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการสัมมนาใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 1 "นิติรัฐ" ในสังคมไทย เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวคิด "นิติรัฐ" "นิติธรรม" และกระบวนการตุลาการภิวัตน์ และเพื่อนำเสนอมุมมองการวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของศาลในยุคเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2551 เวลา 8.00 – 17.00 น. ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี้ พญาไท กรุงเทพ

กิจกรรมวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2551 ช่วงเช้า พิธีเปิด/กล่าวนำ "นิติรัฐกับสังคมไทย" โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล การอภิปราย หัวข้อ "การเมืองกับกฎหมาย" ช่วงบ่าย การปาฐกถานำ โดย ศาสตราจารย์ ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด และการอภิปราย หัวข้อ "บทบาทใหม่ศาลปกครองไทย"

กิจกรรมวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2551 ช่วงเช้า การปาฐกถานำโดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ การอภิปราย หัวข้อ "รัฐธรรมนูญ การเมือง และศาลรัฐธรรมนูญ" ช่วงบ่าย การปาฐกถานำ โดย ศาสตราจารย์ ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 4 และการอภิปราย หัวข้อ "การเมืองไทยกับ Rule of Law หรือ Rule by Law"

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณณรงค์ และ คุณดนยาพันธ์ โทรศัพท์ 02-613-3130




*ประชุมเชิงปฏิบัติการ "แนวทาการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการล่อลวงแรงงานในพื้นที่เสี่ยง"

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2551 เวลา 13.00 – 15.30 น.
ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์


เวลา กำหนดการ

12.30 -13.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน

13.00 น. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ประธานในพิธี กล่าวเปิดประชุม และดำเนินการประชุม

13.10 – 13.40 น. คุณเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์
มูลนิธิกระจกเงา นำเสนอข้อเท็จจริง
ในประเด็น 5 พื้นที่เสี่ยงในการล่อลวงแรงงานประมง
14.40 – 15.20 น. แลกเปลี่ยน และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา
โดยผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วน
15.20 น. สรุปแนวทางการแก้ไขปัญหา
15.30 น. ปิดประชุม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาลิสา พรหมโคตร (นก) 084-060-8124


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:45:19 น.  

 
*มหกรรม "รวมหัวช่วยหอหนัง" หวังหาเงิน 10 ล้านบาท สร้างห้องเก็บฟิล์มให้หอภาพยนตร์

หลังจากที่หอภาพยนตร์เปิดดำเนินงานมา 24 ปี และได้มีโอกาสอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์มากกว่าหกหมื่นเรื่อง ทั้งฟิล์มหนังสั้น หนังยาว หนังสารคดี หนังสารคดี หนังหลวง และ หนังบ้าน จนกระทั่งสถานที่ห้องเย็นสำหรับเก็บฟิล์มเดิมมีจำนวนเนื้อที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้มีฟิล์มภาพยนตร์จำนวนมาก ที่ไม่มีที่เก็บที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งนับวันสภาพของฟิล์มภาพยนตร์เหล่านี้ก็จะแย่ลงเรื่อยๆ

ดังนั้น กลุ่มเพื่อนหอภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวของคณะบุคคลที่เป็นผู้สนับสนุนและเป็นผู้ใช้บริการและร่วมกิจกรรมของหอภาพยนตร์แห่งชาติในด้านต่าง ๆ จึงรวมกันจัดงานมหกรรม "รวมหัวช่วยหอหนัง" ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 – 22.00 น. ณ หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา โดยคาดหวังจะเพื่อจะระดมทุนให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นทุนก้อนแรกสำหรับการสร้างห้องเย็นเก็บฟิล์มภาพยนตร์ห้องใหม่ ซึ่งมีขนาดความจุภาพยนตร์ได้ 1,000 เรื่อง ราคา 10 ล้านบาท ซึ่งสามารถเก็บฟิล์มได้เป็นพันปี

โดยภายในงานจะมีการแสดงคอนเสิร์ตจากกลุ่มศิลปินเพลงดังหนังมิตร ที่จะมาขับกล่อมเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยคลาสสิคที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทย และศิลปินอินดี้ไม่ว่าจะเป็น มะเดี่ยว (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล), ภูมิจิต, บางลำพู แบนด์, Sunday Morning Call เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีสดๆ ประกอบภาพยนตร์สั้นผลงานของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เรื่อง Luminous People และ มรกต อีกด้วย ส่วนนักช้อปทั้งหลายเตรียมพบกับร้านอินดี้มากมาย ทั้งหนังสือทำมือ เสื้อยืด และงานศิลปะแบบ hand made ได้ภายในงาน งานนี้ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างไร

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
http://www.thaifilm.comตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมนี้
หรือสอบถามได้ที่ 02-800-2716 หรือ thaishortfilmfestival@gmail.com

งานนี้เพียงท่านมาร่วมงาน ท่านก็มีส่วนช่วยอนุรักษ์มรดกร่วมสมัยของประเทศแล้ว


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:45:49 น.  

 
*ขอเชิญร่วมเวทีสาธารณะพิจารณ์“ชำแหละร่างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ : ใครได้ ใครเสีย?

ไตรภาคีสมาคม สมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย /สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคไทย /สมาคมสิทธิผู้บริโภค ขอเชิญร่วมเวทีสาธารณะพิจารณ์

“ชำแหละร่างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ : ใครได้ ใครเสีย? วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์ กรมประชาสัมพันธ์

-------------------------------------------------

ภาคเช้า ๐๘.๓๐ – ๑๒.๓๐ น. กล่าวรายงานโดย นายชาตวิทย์ มงคลแสน นายกสมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย เปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษ โดย นายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)

วิทยากรเสวนา

-รมต.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์

-ประธาน กทช. หรือผู้แทน

-รมว.กระทรวง ICT หรือผู้แทน

-ประธานคณะกรรมาธิการ ICT สภาผู้แทนราษฎร หรือผู้แทน

-ประธานคณะกรรมาธิการ ICT วุฒิสภา หรือผู้แทน

-เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น (พักรับประทานของว่าง 10.15-10.30 น.)

ดำเนินการโดย นายวุฒิพร เดี่ยวพานิช นายกสมาคมสิทธิผู้บริโภค

พักรับประทานอาหารเที่ยง

ภาคบ่าย ๑๓.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. อภิปราย (ต่อ) โดย

วิทยากรเสวนา

-นายกสมาคมโทรคมนาคมฯหรือผู้แทน

-นักวิชาการด้านกฏหมาย และด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม

-ผู้แทนจากภาคองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค

-ผู้แทนจากภาคองค์กรวิทยุชุมชน

-ผู้แทนจากภาคองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์

-เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น (พักรับประทานของว่าง 15.00-15.15 น.)

ดำเนินการโดย ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ เลขาธิการสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคไทย

สำรองที่นั่งได้โทร : ๐๒ ๕๘๐ ๒๐๐๐ - ๑ (เวลาราชการ) E-mail : cwit999@hotmail.com หรือ kontai01@yahoo.co.th http://ch2498.hi5.com

หมายเหตุ : ผู้เข้าร่วมงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และมีการถ่ายทอดสัญญาณเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาด้วย


โดย: jenifaae วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:23:20:24 น.  

 
*สัมมนา “การสร้างสังคมรัฐสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิต” ที่เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา มีการจัดโครงการสัมมนา “การสร้างสังคมสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิต” ณ ศูนย์เกษตรกรสารภี จ.เชียงใหม่ มีการอภิปรายหัวข้อ “ความเป็นมาของแนวคิดรัฐสวัสดิการ ประชานิยม และทางออกสังคมไทย” โดยเก่งกิจ กิตติเรียงลาภ นักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินรายการโดยนายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ จากมูลนิธิเพื่อนหญิง

ประสบการณ์สร้างรัฐสวัสดิการจากต่างประเทศ

เก่งกิจ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยมีรัฐสวัสดิการเหมือนที่เกิดขึ้นในแถบยุโรปแบบสวัสดิการครบวงจร ตั้งแต่เกิดจนตาย ไปโรงพยาบาลรักษาฟรี ระบบขนส่งสาธารณะฟรีหรือมีราคาถูก มีสิ่งที่ไม่เสียค่าใช้เงินจ่าย ตั้งแต่เกิด จนตาย เพื่อให้คนทุกคนอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกันในสังคม โดยรัฐสวัสดิการ มีประวัติศาสตร์มาจากยุโรปที่เกิดรัฐสวัสดิการมา 100 กว่าปี ซึ่งก่อนหน้าของการเกิดรัฐสวัสดิการมาจากการที่เกษตรกรร่ำรวยกดขี่คนจนเป็นอันมาก และมีอิทธิพลจากแนวคิดสังคมนิยมที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางฐานะเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่ดี

ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สหภาพแรงงานช่วยกันให้ทุนสนับสนุนพรรคสังคมนิยม และสหภาพแรงงานก็เรียกร้องกับพรรค เช่น ผู้ใช้แรงงานแสดงความคิดเห็นกับพรรคของแรงงานเรื่องรัฐสวัสดิการ ก็เป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้เกิดการพัฒนาเรื่องรัฐสวัสดิการในประเทศอังกฤษ มีการเรียกร้องประเด็นรัฐสวัสดิการในประเด็นย่อยๆ เช่น รักษาคนป่วย แต่ยังไม่ได้ครอบคลุมประเด็นการศึกษา แล้วแนวคิดเหล่านี้ก็ถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ รัฐทุกรัฐมีหน้าที่ให้สวัสดิการเป็นส่วนหนึ่ง ทำให้ครบวงจรมากขึ้น

เก่งกิจยังกล่าวว่า ในยุคหนึ่งของสวัสดิการ ไม่ได้ครอบคลุมสวัสดิการสำหรับแรงงานข้ามชาติ เพราะฉะนั้น ต่อมาจึงมีการเรียกร้องให้รัฐจัดสวัสดิการสำหรับทุกคนแบบเท่าเทียมกัน

ความเป็นประชาธิปไตยกับรัฐสวัสดิการ

เก่งกิจ กล่าวต่อไปว่า ความคิดเรื่องประชาธิปไตยขยายตัวมาเป็นสิทธิเสรีภาพในประเด็นการมีชีวิตที่ดี เช่น การมีที่อยู่อาศัย ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะการคิดเรื่องรัฐสวัสดิการมีมากกว่าประชาธิปไตยในความหมายเชิงสถาบันการเมือง

และในยุโรปทำให้เกิดบทเรียน ระดับไม่เท่าเทียมกันของสวัสดิการนั้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการต่อสู้ของขบวนการแรงงาน รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้มาจากการมีพรรคของชนชั้นแรงงานก็ตาม จึงเป็นเงื่อนไขว่าตราบใดที่เรายังมีพรรคของนายทุนอยู่ในรัฐสภา อย่างประเทศไทยนั้น ไม่มีคนจน ไม่มีแรงงาน ไม่มีเกษตรกร อยู่ในรัฐสภา ก็จะเกิดรัฐสวัสดิการยาก การก็จะผลักดันรัฐสวัสดิการให้เกิดความก้าวหน้า ต้องมีพรรคแรงงาน เกษตรกร และหลายๆ พรรคในรัฐสภามากขึ้น จนถึงมีผู้นำรัฐบาล และมีคณะรัฐมนตรี เพื่อจผลักดันให้ไปสู่การมีรัฐสวัสดิการในประเทศไทยให้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพัฒนารัฐสวัสดิการ แต่พอถึงปี ค.ศ. 1975 (2518) ช่วงนั้นในยุโรป ชนชั้นนายทุนอ้างว่าวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นเพราะรัฐสวัสดิการ จึงมีการลดสวัสดิการลง ดังนั้นคนที่กดขี่ประชาชนก็คือคนร่ำรวยในประเทศ และหลายประเทศที่มีภาคประชาชนอ่อนแอก็มีการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องรัฐสวัสดิการ อย่างในประเทศอังกฤษก็ถูกปกครองโดยคนร่ำรวย เดิมมีการเก็บภาษีก้าวหน้า คนรวยถูกเก็บภาษีมาก ต่อมาภายหลังทศวรรษ 1970 ก็มีการลดการเก็บภาษีเพื่ออุ้มคนรวยไว้ ดังนั้น การต่อสู่เรื่องรัฐสวัสดิการ จึงขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของขบวนการภาคประชาชน

ความเข้าใจต่อรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

เก่งกิจกล่าวต่อว่า พรรคแรงงานของอังกฤษมีการหันไปเพิ่มภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มกับผู้บริโภค กรณีรัฐบาล คมช. ในประเทศไทย มีแนวคิดเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มของการซื้อสินค้า คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ คนจน เวลาเราซื้อของก็ต้องจ่ายมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการลดการเก็บภาษีทางตรงลง แล้วเก็บภาษีทางอ้อมนั้น เป็นการเพิ่มภาระให้คนจน

ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการ มันมีที่มาอย่างยาวนานในไทย ตัวอย่าง คือ เค้าโครงเศรษฐกิจของปรีดี พนมยงค์ ก็พูดถึง การประกันรายได้ขั้นพื้นฐาน และภาษีแบบก้าวหน้า คือ คุณมีรายได้จำนวนมาก ก็จ่ายเงินจำนวนมากค่าภาษี ซึ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ปรีดี พนมยงค์ก็ถูกโจมตี จากเรื่องเค้าโครงเศรษฐกิจของปรีดี สะท้อนเป็นหน่ออ่อนเรื่องรัฐสวัสดิการ ต่อมาความคิดของอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ในเรื่อง จากครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอน คือ คนเกิดมาบนโลกนี้ แล้วรัฐต้องจัดการสวัสดิการให้ดีที่สุด ตั้งแต่เกิด จนแก่ ตาย แต่ไม่ได้รับการตอบรับเรื่องดังกล่าว จึงขัดแย้งกับพวกอภิสิทธิ์ชน นี่คือ รูปธรรมของการต่อสู้กับสวัสดิการ ที่มีความก้าวหน้าของไทย ดังนั้น ขบวนการแรงงาน จึงต้องมีการต่อสู้ ว่าเรามีค่าแรงงานขั้นต่ำอย่างนี้ ไม่ใช่มาให้ค่าแรงงานไม่เท่ากัน เพราะว่า ระบบประกันสุขภาพ คือ แนวคิดเรื่องสวัสดิการเป็นหัวใจของภาคประชาชน

โดยแนวคิดหลักในยุคนี้ มีแนวคิดสวัสดิการชุมชน สวัสดิการสังคม ซึ่งอาจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ จะชอบพูดถึงแนวคิดต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งบางกลุ่มการกล่าวอ้างถึงจากความเชื่อว่า สวัสดิการมากเกินไป จะทำให้ประชาชนขี้เกียจ จึงคิดว่า เราควรจะให้สวัสดิการเฉพาะเรื่องกับคนที่จนที่สุด ซึ่งมันเป็นความคิดแบบ สวัสดิการสังคมสงเคราะห์ คือ คุณเดือดร้อน ก็ให้อย่างนั้น เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็ให้เงินเดือน 2000 บาทแก้ปัญหาไป และแนวคิดสวัสดิการชุมชน ก็จะทำให้ประชาชนพึ่งตนเอง และประชาชนดูแลกันเองในชุมชน โดยสวัสดิการชุมชน ก็ไม่ได้ครบวงจร และไม่ได้พูดถึงการรักษาพยาบาล จึงไม่สามารถมีอุปกรณ์ดูแลทั่วถึงทุกคน

การทำรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

เก่งกิจ กล่าวว่า รัฐสวัสดิการ คือ จะเอาเงินจากคนรวยมาให้คนจน ซึ่งแนวคิดสวัสดิการชุมชน ก็ไม่ได้พูดถึงหัวใจของการจัดการเหมือนรัฐสวัสดิการ คือ การปฏิรูปภาษี ถ้าเราเปรียบเทียบประเทศไทย กับสวีเดน ในด้านงบประมาณนั้น มาจากเก็บภาษีทางตรง แต่ถ้าประเทศไทย มาจากการเก็บภาษีทางอ้อม ซึ่งแสดงว่า เงินรายได้เอามาจากคนจน ดังนั้น การปฏิรูประบบภาษี โดยเฉพาะภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราจะเห็นได้ว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาที่มักจะพูดเรื่องการปฏิรูปภาษี แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริง รวมไปถึงยังไม่ใช่ระบบภาษีแบบก้าวหน้าจริงๆด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการยกเว้นภาษี แก่คนบางคน หรือองค์กรบางองค์กร ซึ่งไม่ใช่การเก็บภาษีอย่างเท่าเทียมกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถาบันวิจัยบางสถาบัน เช่น สถาบันการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ก็พยายามจะพูดถึงรัฐสวัสดิการมากขึ้น แต่ก็มองว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะ TDRI มองว่า คนจนไม่พร้อมจ่ายภาษี และแหล่งเงินของรัฐสวัสดิการไม่ได้มาจากคนร่ำรวยเป็นหลัก จึงมีแนวทางเพื่อการผลักดันให้คนรวยช่วยคนจน ในการจัดการรัฐสวัสดิการ ดังนั้น การสร้างชุมชนเข้มแข็ง รัฐต้องมีบทบาท ไม่ใช่ลดอำนาจรัฐอย่างที่พวกสวัสดิ
การชุมชนเสนอ แต่รัฐต้องถูกควบคุมโดยประชาชน ให้มีการตรวจสอบรัฐ และการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น โดยที่รัฐส่วนกลางก็ต้องมีหน้าที่อยู่ โดยเฉพาะการจัดสวัสดิการในเรื่องใหญ่ๆ ซึ่งไม่ได้แปลว่า เราจะไม่เอารัฐแบบที่พวกเสรีนิยมและพวกชุมชนนิยมเสนอ

ทั้งนี้ เก่งกิจ กล่าวสรุปว่า “ข้อเสนอทั่วไป 3 ข้อ 1. จะต้องมีการขยายตัวของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง เพราะเราจะเห็นกลุ่มคนมีอำนาจ และ 2. ขบวนการภาคประชาชน จะต้องมีพรรคแรงงานแนวสังคมนิยม ถึงแม้จะเรียกร้อง ผ่านรัฐสภา แต่คนร่ำรวย ในรัฐสภาก็พิจารณากฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีพรรคของขบวนการภาคประชาชน และ 3. ขบวนการภาคประชาชน จะต้องเข้าใจรัฐสวัสดิการ มีความครอบคลุม เรื่องฟรีแบบมีคุณภาพ ช่วยกันเผยแพร่แนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อคนจน รวมทั้งเรื่องปฏิรูปภาษี ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่สวัสดิการชุมชน นี่เป็นเงื่อนไขสำคัญมาก” เก่งกิจกล่าวทิ้งท้ายไว้

ประสบการณ์จากยุโรป วิกฤติเศรษฐกิจกับรัฐสวัสดิการ

ด้าน รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ กล่าวว่ารัฐสวัสดิการเกิดขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1945 ในประเทศยุโรปตอนเหนือ เพราะการเปลี่ยนแปลงการปกครองทางการเมืองและคนงานแบกรับวิกฤติเศรษฐกิจที่มีภาวะตกงานกันจำนวนเกือบ 20 ล้านคน

แต่วิกฤติเศรษฐกิจนั้น มีสิ่งที่เกิดขึ้นเฟื่องฟูมาก คือ แนวคิดสังคมนิยม เพราะระบบทุนนิยมสร้างผลกระทบมาก ทำให้คนอยู่ในเมืองกลับชนบทก็ไม่ได้ นี่คือ บริบทของประเทศตะวันตก รัฐสวัสดิการจึงเป็นการแก้ปัญหาวิกฤติคนตกงาน คือ คนงานบอกว่าการต่อสู้ในโรงงานไม่เพียงพอ เช่น ประเทศอังกฤษ และเยอรมัน คนงานก็จัดตั้งพรรคการเมือง รวมทั้งในฝรั่งเศส ก็ไม่ใช่แค่ขบวนการแรงงานเท่านั้น เพราะว่า แนวคิดในเรื่องสังคมนิยมมันเฟื่องฟูมาก เนื่องจากฝรั่งเศสก็มีขบวนการประชาชนที่มีความก้าวหน้า แม้ไม่มีพรรคการเมือง แต่ว่าก็มีการสร้างความยุติธรรมในสังคมเพื่อคนตกงานเป็นอย่างมาก

วิกฤตเศรษฐกิจในไทยและมาตรการบรรเทาสองยุค มิยาซาวา-ประชานิยม

เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทย ปี 2540 เราก็มีภาคเศรษฐกิจที่มีการเก็งกำไรในประเทศ เช่นพวกสถาบันการเงิน ซึ่งปล่อยสินเชื่อจำนวนมาก แล้วเศรษฐกิจเกิดฟองสบู่ตามมาด้วยการปั่นหุ้น รวมทั้งปั่นราคาที่ดิน จนกระทั่งเศรษฐกิจฟองสบู่แตก

ทำให้วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นภายในประเทศ มีสถาบันการเงินเลิกจ้างพนักงานจำนวนเกือบ 2 หมื่นกว่าคน และอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า ในช่วงนั้นคนตกงานในปี 2540 สูงมาก เพราะในประเทศไทย ไม่เคยมีภาวะคนตกงานสูงมาก ซึ่งวิกฤติคนตกงานไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ไทย แต่วิกฤติการณ์นี้ก็ใช้เวลาแค่ 2 ปี ก็ฟื้นตัวเศรษฐกิจขึ้นมา หลังจากนั้น ประเทศไทยก็ไม่มีเรื่องปัญหาคนตกงาน

รศ.ดร.วรวิทย์ ตั้งคำถามว่า การฟื้นตัวดังกล่าวสร้างโอกาสให้คนงาน หรือ นายทุนกันแน่ ดังนั้นเวลาดูวิกฤติเศรษฐกิจ ก็เป็นวิกฤติของนายทุน เช่น โครงการมิยาซาว่า มีการนำเงินจากญี่ปุ่นมาทุ่มเรื่องจ้างงาน ซึ่งถ้าหมดวิกฤติเศรษฐกิจก็มีเงินจำนวนมากเข้าหาประเทศไทย และมีเงินจากธนาคารโลก แต่ทั้งหมดล้วนแต่ไม่เกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ เป็นเพียงการสงเคราะห์เท่านั้น ต่อมาคุณทักษิณ เข้ามาต่อยอดเรื่องประชานิยม รวมกลุ่ม ผลิตสินค้าโอท็อป ที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดฟื้นตัวขึ้นมา นั่นเอง

ทั้งนี้ แนวทางประชานิยม ไม่ใช่เรื่องของรัฐสวัสดิการเป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เกิดในโรงงาน หลังวิกฤติเศรษฐกิจ สภาพการทำงานได้เปลี่ยนไปอย่างมาก หลังวิกฤติเศรษฐกิจโรงงานลดขนาดโรงงานลงและเลิกจ้างแรงงาน ส่วนการจ้างแรงงานใหม่ก็เป็นการจ้างแรงงานชั่วคราว ใช้วิธีการจ้างแบบต่อสัญญาไปเรื่อยๆ และจ้างแรงงานแบบเหมาค่าแรง ซึ่งเราจะเห็นว่าแรงงานชั่วคราวที่มีการจ่ายงานมากจากโรงงานนั้น เศรษฐกิจมันขยายตัวมากขึ้นเป็นโอกาสของนายทุนที่มีโอกาสจะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

วรวิทย์ยืนยันรัฐสวัสดิการคือสิทธิของผู้ใช้แรงงาน

รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ กล่าวว่าให้ฟันธงรัฐสวัสดิการคือ สิทธิของผู้ใช้แรงงาน ดังนั้น เรื่องของสิทธิทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองตั้งแต่เกิดจนตาย

แต่ว่าในแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไทย ได้สร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง – ต่ำ แก่สังคม โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในประเทศลำดับที่ 5 หรือ 6 ซึ่งมีช่องว่างของรายได้เป็นอย่างมาก ไม่เคยมีการพูดถึงการสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540

รศ.ดร.วรวิทย์ ยังกล่าวด้วยว่า วิกฤติเศรษฐกิจปี 2550 ร้ายแรงกว่าปี 2540 เพราะวิกฤติเศรษฐกิจปี 2550 ระบบเศรษฐกิจมีปัญหาจากตลาดภายนอก ในขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี 2540 เกิดจาก หนี้สินด้อยคุณภาพ แต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2550 มีผลกระทบโยงกันเป็นลูกโซ่และเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก เมื่อหันมามองประเทศไทย มันมีกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมโยงกับการกระจายรายได้ ภาคอุตสาหกรรมตัดเย็บสิ่งทอมีการลดจำนวนคนงานเพราะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ยาก ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิคส์พวกชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ ก็ไม่มีคำสั่งการผลิต

และในยุคที่เศรษฐกิจโลกถดถอย เราเริ่มเห็นการปลดคนงานออกต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนอาจจะถกเถียงกันได้ว่า มีจำนวน 1 หรือ 2 ล้านคน แต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2550 ครั้งนี้ มันจะยาวไม่ใช่แค่ 2 ปี ถ้าเผื่อเราจะถามว่าประเทศไทยมีปัญหาวิกฤติตลาดและวิกฤติการเมือง ซึ่งเราจะเอาเรื่องแค่ช่วยคนงานตกงานเชิงสงเคราะห์นั้น มันจะแก้ปัญหาไม่ได้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าจำต้องจ่ายเงิน เพราะคนงานส่วนใหญ่ก็อยู่ตามหอพัก การช่วยเหลือจึงต้องไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า แล้วพอหมดวิกฤติก็หยุดโครงการไป แต่ไม่ผลักประเด็นเรื่องสิทธิและการคุ้มครอง คือ สร้างรัฐสวัสดิการ เพื่อเฉลี่ยทุกข์สุข เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนงานยุคนี้

เราล้วนเป็นแรงงานภาคใต้ระบบที่นายทุนลดต้นทุน

รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ อภิปรายต่อไปว่า เราต้องเข้าใจให้ถูกว่าสิทธิมนุษยชน คือ การคุ้มครองพวกเรา โดยเราต้องถามตัวเองว่า เราเป็นผู้ใช้แรงงานไหม? และประชากรส่วนใหญ่เป็นแรงงาน ทั้งอยู่ในภาคอุตสาหกรรม 9 ล้านคน รวมภาคบริการ อีกส่วนหนึ่ง พวกทำงานในภาคการเกษตรเป็นผู้ใช้แรงงานไหม? ทั้งนี้ เกษตรกรรายย่อย และเกษตรกรพันธะสัญญา เป็นระบบความสัมพันธ์ของทุน ซึ่งกลุ่มกลไกตลาดในสังคมไทย มันกำลังเปลี่ยนเป็นสังคมอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้น เราเป็นผู้ใช้แรงงาน ภายใต้ระบบที่นายทุนลดต้นทุน ทำให้เรามีแรงงานหลากหลายมากขึ้น แต่ตอนนี้ สัดส่วนของแรงงาน ที่มีน้อยลง เพราะว่า มีแรงงานชั่วคราวจำนวนมาก ที่ไม่มีการบรรจุเป็นแรงงานประจำ ทั้งๆที่ทำงานแบบเดียวกัน

การปลดคนงานออกเมื่อปี 2540 คือการเอาเครื่องจักรเข้ามา แล้วเอาคำสั่งการผลิตไปลงที่บ้าน ซึ่งทำงานเหมือนกัน คือ ทำงานเป็นแรงงานนอกระบบ เช่น ทำงานตัดเย็บเสื้อผ้า ที่บ้าน โดยทำให้เรานิยามไว้ว่า แรงงานนอกระบบไม่ได้การคุ้มครองจากรัฐ และเข้าไม่ถึงประกันสังคม โดยอัตราใช้แรงงานเป็นคนประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น เช่น โรงงานที่อำเภอแม่สอด จ.ตาก แสดงถึงการย้ายแหล่งโรงงาน ซึ่งไม่ต้องรองรับสวัสดิการของคนงาน และผลกระทบที่เกิดกับผู้ใช้แรงงานก็แย่มาก ในคนทำงานทางด้านอิเลคทรอนิคส์ และพวกยานยนต์ ได้รับเงิน ค่าจ้างจริง เช่น ที่ได้รับเงินเดือนจริง 1 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ว่าเงินเดือนจากโอที คือ เพิ่มเงินเดือนเป็น 2-3 หมื่นบาท จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้น มีชั่วโมงการทำงานมากที่สุดในเอเชีย หรือ ในโลกก็ว่าได้

ในขณะที่ประเทศตะวันตก ชั่วโมงการทำงานมีอยู่ไม่เกิน 1 พัน แปดชั่วโมงบวกโอที และบางที่คนงานประเทศไทยต้องทำงานแถมในวันอาทิตย์ ซึ่งอาจจะดูเหมือนไม่ถูกเร่งรัด ทำงานเป็นเครื่องจักร อยู่กับสายพาน แต่ว่าจริงๆ แล้ว ชั่วโมงการทำงาน คือ สี่โมงเช้าถึงสามทุ่มนั้น ถือว่าสูงกว่าจีน เวียดนาม กัมพูชา ซึ่งมีกฎหมายใหม่ว่า การทำงานและการทำโอที ให้โรงงานต้องขออนุญาตจากรัฐ

ทั้งนี้ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ สรุปว่า “เราต้องชัดเจนเรื่องกรอบคิดเรื่องรัฐสวัสดิการ ทั้งนี้ ไม่ว่าแรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ เราทำรัฐสวัสดิการได้ ก็คือ การเก็บภาษีก้าวหน้า รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ” กล่าวทิ้งท้ายไว้


โดย: jenifaae วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:23:21:16 น.  

 
*สัมมนาหัวข้อ “อายุ..สำคัญต่อการตัดสินใจทำเลสิคแก้สายตาอย่างไร”

นางอรนุช วิวัฒน์เจริญกิจ กรรมการผู้จัดการศูนย์เลสิคและรักษาสายตารัตนิน-กิมเบล ในเครือโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน ผู้ให้บริการรักษาสายตาที่ครบทุกทางเลือกในการรักษาสายตาผิดปกติ เปิดเผยว่า ทางศูนย์เลสิคและรักษาสายตารัตนิน-กิมเบล จะจัดสัมมนาหัวข้อ “อายุ..สำคัญต่อการตัดสินใจทำเลสิคแก้สายตาอย่างไร” โดยน.พ.นพรัตน์ สุจริตจันทร์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ในฐานะแพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เลสิครัตนิน-กิมเบล ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว เอียง และสายตายาวตามอายุ แต่ไม่ประสงค์ที่จะใส่แว่นตาและคอนเทคเลนส์อีกต่อไป ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถาม หาคำตอบและทางเลือกที่เหมาะสมกับสายตาของท่านได้จากจักษุแพทย์โดยตรงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้ สัมมนาจะจัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00-12.00 น.ของวันที่ 14 มีนาคมนี้ ณ ห้องประชุมชั้น 8 โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพชรบุรี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสำรองที่นั่งโดยด่วน เพราะมีจำนวนจำกัด ได้ที่ฝ่ายการตลาด ศูนย์เลสิคและรักษาสายตารัตนิน-กิมเบล โทร. 0 2639 3300 ต่อ 774 แฟกซ์ 0 2639 3311 e-mail : info@rutningimbel.com


โดย: jenifaae วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:23:22:42 น.  

 
*สัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “สินค้าประมงไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก”

กรมประมงจับมือนักวิชาการระดมความคิด

ชี้ช่องทางสินค้าประมงไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก
นางสมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในปัจจุบัน สินค้าประมงของไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้การส่งออกสินค้าประมงที่ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศไทยต้องตกอยู่ ในภาวะชะลอตัว ทั้งนี้ กรมประมงในฐานะหน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลด้านการพัฒนาการประมงของประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “สินค้าประมงไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก” ขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 08.30 - 12.30 น. ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพมหานคร

โดยมีเป้าหมายในการร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวคิด รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในเรื่องแนวทางการรับมือและบรรเทาปัญหาแก่ผู้เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆ ในภาคการประมง ทั้งชาวประมง ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ส่งออกสินค้าประมง และบุคลากรจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้แบ่ง กิจกรรมออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

1. การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สินค้าประมงไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก” โดย ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

2. การเสวนากลุ่ม “โอกาสและการปรับตัวของสินค้าประมงไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก” โดยผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตสินค้าประมง

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องในภาคการประมงเข้าร่วมการสัมมนา เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความรู้ความเข้าใจสภาพและสถานการณ์ของสินค้าประมงไทยใน สภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และทราบถึงโอกาสและทางรอดของการจำหน่ายและส่งออกสินค้าประมง ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปรับแผนดำเนินงานให้สอดคล้องกับภาวะ เศรษฐกิจในปัจจุบัน ผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง กรมประมง โทรศัพท์ 0-2558-0232 E-mail : hrd.dof@hotmail.com.




*โครงการสร้างนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room)

สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก จัดโครงการสร้างนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room) ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้นักออกแบบที่มีศักยภาพและต้องการเข้าสู่ ธุรกิจการส่งออกสินค้าแฟชั่น มีโอกาสได้นำเสนอสินค้า และเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากต่างประเทศโดยตรง โดยมีกิจกรรมพัฒนาความรู้ด้านการตลาด เพื่อการส่งออก การสนับสนุนนักออกแบบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ การสร้างภาพลักษณ์นักออกแบบไทย และอื่นๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ ของนักออกแบบแฟชั่นไทยให้ทัดเทียมนักออกแบบระดับสากล รวมทั้งสามารถสร้างมูลค่าสินค้าแฟชั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย

โดยในปี 2552 โครงการสร้างนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room) ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 จึงขอเรียนเชิญท่านสื่อมวชนร่วมสังเกตุการณ์กิจกรรมในครั้งนี้

วันที่ 12, 19, 26 มิถุนายน และ 3 กรกฎาคม 2552
ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมการส่งออก
ถนนรัชดา (ตรงข้ามศาลอาญา)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
พิชญาภา กิจวรรณ (ต้อม) โทร. 084-880-4004

สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก เชิญร่วมสังเกตุการณ์กิจกรรมอบรมเรื่อง Fashion Marketing ในรูปแบบ 360 องศา กับกูรูแฟชั่นระดับประเทศ โครงการ Designers’ Room 2009
วันที่ 12 มิถุนายน 2552 เวลา 9:00 น. - 16:00 น.
วันที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 9:00 น. - 16:00 น.
วันที่ 26 มิถุนายน 2552 เวลา 9:00 น. - 16:00 น.
วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 เวลา 9:00 น. - 16:00 น.




*งานเสวนา “หวยออนไลน์…ผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว”

มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คณะทำงานด้านเด็ก

และมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา

ขอเชิญร่วมงานเสวนา

“หวยออนไลน์…ผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว”

- สถานการณ์ของอบายมุขหรือสิ่งมอมเมา ที่กระทบต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัวในปัจจุบัน

- ทำนายอนาคต : หวยออนไลน์จะได้รับความนิยมในสังคมไทยหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว อย่างไร

- แนวทาง และมาตรการในการปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชนและครอบครัว จากหวยออนไลน์

- องค์กรภาคสังคม จะทำอะไรกับเรื่องนี้ต่อไป


โดย
ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านเด็กและเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
นายคำรณ ชูเดชา ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา
นางสาวจิราพร กมลรังสรรค์ ตัวแทนเยาวชน

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2552 เวลา 09.30 – 12.00 น.
ห้องประชุม 405 อาคารประชุมสุข อาชวอำรุง (ตึก 3)
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนา สามารถลงชื่อผ่านทางอีเมล์ famnet@familynetwork.or.th
หรือทางโทรศัพท์ที่ 086-0959131


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:22:02 น.  

 
*โครงการอบรมให้ความรู้ประชาชน เรื่อง “โรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ”

ภาควิชาจักษุวิทยา ร่วมกับ ฝ่ายการพยาบาล ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้ประชาชน เรื่อง “โรคจอประสาทตาเสื่อมใน
ผู้สูงอายุ” ในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G




*ขอเชิญร่วมงานสัมมนา "เทรดโกลด์ฟิวเจอร์สอย่างเซียน"

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) (CNS) กำหนดจัดงานสัมมนาหัวข้อ "เทรดโกลด์ฟิวเจอร์สอย่างเซียน" ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552 เวลา 9:00 - 12:30 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กำหนดการตามแนบ)

จึงขอเรียนเชิญท่านหรือผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายและเสวนา ตามวัน เวลา และสถานที่ ดังกล่าว โดยสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ S-E-T Call Centerโทร 0-2229-2222 หรือ http://www.set.or.th




*บรรยายพิเศษ " การออกแบบบรรจุภัณฑ์...ประโยชน์ใช้สอย และความสวยงาม "

กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย สมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทยและบริษัทกลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ จำกัด เชิญนิสิตนักศึกษาและนักออกแบบไทย เข้าร่วมประชุมชี้แจ้งแนวทางประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลไม้และกล้วยไม้ไทยใน หัวข้อ " FUTURE…FRESH ! " บรรยายพิเศษ " การออกแบบบรรจุภัณฑ์...ประโยชน์ใช้สอย และความสวยงาม " โดย คุณวรรณา สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทกลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ จำกัด ( SCG ) และการเสวนาเชิงวิชา

" ออกแบบอย่างไร...จึงจะได้รางวัล " โดย คุณสักขี แสนสุภา ผู้อำนวยการศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย หม่อมหลวงคฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาผลิตภัณณฑ์ฯ กรมส่งเสริมการส่งออกและคุณพฤกษ์ชาติ ชีวะโอสถ หัวหน้างานเทคโนโลยีส่วนบรรจุภัณฑ์ สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2552 เวลา 08:30 – 12:00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมส่งเสริมการส่งออก ถนนรัชดาภิเษก สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณเฉลิมชัย เลิศปกรณ์ชัย โทร.02-946-8470-2 หรือคุณเพียงฤดี ธีรวุฒิชูวงศ์ หรือ คุณกรุณี ชาญไววิทย์ สำนักบริการส่งออก 1 โทร.02-512-0093 -104 ต่อ 458 หรือ 656 หรือ http://www.depthai.go.th/design





*สัมมนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "SMEs ไทยไขประตูสู่ทางรอด"

จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วยผลกระทบของปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกประเทศ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องฝ่าฟันของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไทย ผู้ประกอบการมีแนวคิดและวิธีการปรับตัวอย่างไร เพื่อที่จะหาประตูสู่ทางรอดของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

นิสิตโครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจภาคค่ำ รุ่นที่ 18 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมกันจัดสัมมนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "SMEs ไทยไขประตูสู่ทางรอด"
โดยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
- คุณศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ เจ้าของธุรกิจ "แซนวิช ศิริวัฒน์"
- คุณเฉลิมรัฐ นาควิเชียร เจ้าของธุรกิจ "NetDesign"
- คุณประวัติ จิระวุฒิตานันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานและบริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว)

ดำเนินการสัมมนาโดย คุณชมะนันท์ วรรณวินเวศร์ พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง
ณ ห้องออดิทอเรียม ทีโอที สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ (เดิมจัดที่ห้องสุธรรมอารีกุล ม.เกษตรศาสตร์)
ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 เวลา 8.30 น. - 12.00 น. "ไม่เสียค่าใช้จ่าย"
สำรองที่นั่งหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ymba18.com/seminar/
หรือติดต่อ คุณศุภมาศ , หรือ info.ymba18.ku@gmail.com




*เสวนาเรื่อง "แนวทางการนำหลักธรรมคำสอนของศาสนาสู่การสร้างสังคมสมานฉันท์"

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2552

- เวลา 09.30 - 15.30 นาฬิกา คณะ กรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง "แนวทางการนำหลักธรรมคำสอนของศาสนาสู่การสร้างสังคมสมานฉันท์" ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*สัมมนา "15 ปี เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ สู้วิกฤติพลังงาน ต้านภาวะโลกร้อน"

สถาบัน วิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ขอเชิญชวนเข้าร่วมการสัมมนา "15 ปี เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ สู้วิกฤติพลังงาน ต้านภาวะโลกร้อน" ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 ณ ห้องเมจิก 3 (ชั้น2) โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นประธานในพิธีเปิด
รศ. ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า "สถาบันฯ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดกลางและ ขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความจำเป็น และความต้องการของผู้ดำเนินกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องน้ำเสีย กลิ่นเหม็น และแมลงวัน ที่ส่งผลกระทบต่อฟาร์มและชุมชนข้างเคียง ทั้งยังสามารถผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนภายในฟาร์ม และผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ซึ่งโครงการฯ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2538 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 15 แล้ว จึงได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการฯเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น จึงเห็นสมควรจัดให้มีการประชุมการประชุมสัมมนาระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ผู้ประกอบการธุรกิจปศุ
สัตว์ต่างๆ หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ดำเนินการทางด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ พลังงาน ผู้สนับสนุนเงินทุน ตลอดจนผู้รับเหมาที่สนใจเข้าร่วมงานก่อสร้างระบบก๊าซชีวภาพ ติดตั้งอุปกรณ์พลังงานและระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามโครงการ ได้รับทราบเกี่ยวกับเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ นโยบายจากองค์กรสนันสนุนโครงการฯ รวมไปถึงแนวคิดและแนวทางที่จะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป"
ในการสัมมนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาเป็นประธานในพิธีเปิด และปาฐกถาพิเศษเพื่อให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ ผ่านมาตลอด 15 ปี ของโครงการฯ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับประโยชน์ การเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าระบบก๊าซชีวภาพ รวมถึงโอกาสในการนำระบบก๊าซชีวภาพไปพัฒนาเป็นโครงการภายใต้กลไกการพัฒนาที่ สะอาด (CDM) ร่วมกัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกบูธนิทรรศการเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมาของโครงการฯ การให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคจากวิศวกร และที่ปรึกษาของสถาบันฯ

กำหนดการ

08.30-08.45 น. แขกผู้มีเกียรติลงทะเบียน
08.45-09.00 น. คณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน
ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
09.00-09.05 น. กล่าวต้อนรับและเชิญชมวีดิทัศน์ 15 ปี เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ
09.05-09.20 น. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
โดย นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
09.20-10.00 น. กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ
เรื่อง "สรุปผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และแผนการขยายผล"
โดย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
10.00-10.15 น. พิธีมอบโล่รางวัลให้แก่เจ้าของฟาร์ม
โดย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
10.15-10.30 น. พิธีลงนามในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
ระหว่าง ผู้แทนจากธนาคารโลก และ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ร่วมเป็นสักขีพยาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
10.30-10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45-11.00 น. พิธีลงนามในสัญญาเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพของผู้ประกอบการ
11.00-12.00 น. การเสวนา "การเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าระบบก๊าซชีวภาพ"
โดย ดร.สมชาย นิติกาญจนา บ. เอส พี เอ็ม ฟาร์ม
นายอร่าม อุประโจง ห้วยน้ำรินฟาร์ม
ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ดำเนินรายการ
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.30 น. พิธีลงนามการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
ระหว่าง ผู้แทนจากฟาร์ม และ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน
ร่วมเป็นสักขีพยาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
13.30-15.00 น. การเสวนา "โอกาสทางธุรกิจโครงการ CDM จากกิจกรรม biogas ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์"
โดย ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือผู้แทน
ผู้แทนฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ประสบความสำเร็จในโครงการ CDM
คุณปองทิพย์ ภูวเจริญ ผู้แทนจากธนาคารโลก
ผศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม ดำเนินรายการ

08.30-15.00 น. เยี่ยมชมนิทรรศการ "15 ปี เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ" ได้ตลอดเวลา
กลุ่มที่ 1 ประวัติการพัฒนาเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ และโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพ
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
กลุ่มที่ 2 นิทรรศการย่อยของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
กลุ่มที่ 3 ผลงานและเทคโนโลยีด้านพลังงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และเครือข่ายผู้ให้บริการด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กลุ่มที่ 4 บริการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค โดยวิศวกร และที่ปรึกษาเครือข่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053942007 PR.ERDI


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:23:45 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง การตลาดมีดีไซน์ กับ วิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่

รายการวิสัยทัศน์ผู้นำ ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย (สนง.ใหญ่)

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา

เรื่อง "การตลาดมีดีไซน์ กับ วิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่"

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ. 2552 เวลา 13.30-18.00 น.
ณ ห้องสัมนา K SME Care Knowledge Center อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้น 2

การจัดงานสัมนาครั้งยิ่งใหญ่ โดยการระดมสมองนักวิชาการ 3 สถาบัน นักบริหารจากแบรนด์ชั้นนำ 7 บริษัท ซึ่งมากด้วยความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงานที่มีความแตกต่างอย่างมีดีไซน์

มาร่วมกันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยตัวอย่างแนวคิดด้านการตลาดรูปแบบใหม่ ในการแก้ปัญหา และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ...สินค้า บริการ และความสำเร็จขององค์กร พร้อมทั้งวางแผนเติบโตต่อไปอย่างยั้งยืน ด้วยศักยภาพความเป็น...ผู้นำรุ่นใหม่

กลุ่ม: ทั่วไป

วันที่: 2/7/2552

เวลา: 10:00-18:00

สถานที่จัด: K SME Care Knowledge Center

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ชั้น 2 อาคารจัสตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ตรงข้ามวัดหัวลำโพง)

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-160-5203-4

ห้อง-ชั้น: ชั้น 2

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: เอกสารประกอบ: View

ผู้บรรยาย: นักบริหารรุ่นใหม่ จากแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ 7 บริษัท

เอกสารประกอบ: รายละเอียดและกำหนดการ

ผู้จัดสัมมนา: รายการวิสัยทัศน์ผู้นำ และ ธนาคารกสิกรไทย

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่: คุณพัชรินทร์ 084-549-4479 รายการวิสัยทัศน์ผู้นำ หรือ K SME Knowledge Center 02-160-5203-4




*กำหนดการของกิจกรรม 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์

ในวันสถาปนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"จาก 2492 ถึง 2552"
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 8.00 – 16.30 น.
ณ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนและรับประทานอาหารว่าง
08.30 – 09.20 น. พิธีสงฆ์
09.20 – 09.30 น. คณบดีกล่าวเปิดงาน
09.30 – 10.30 น. พิธีแสดงกตเวทิตาต่อบูรพาจารย์
10.30 – 12.00 น. ปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 6
โดย ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.00 น. เสวนา "60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์: จากอดีตถึงปัจจุบัน"
โดย 1. ดร.อรัญ ธรรมโน
2. รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
3. รศ.ชูศรี มณีพฤกษ์
ดำเนินรายการโดย นายธนาคาร ฮึกหาญ
14.00 - 14.45 น. เสวนา "เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ในฝัน: จากปัจจุบันสู่อนาคต"
โดย 1. นางสาวเสาวภาคย์ จึงวิวัฒนาภรณ์
2. นางสาวศลิษฏา เรืองพุ่ม
3. นายอดิศักดิ์ พันธุ์ทอง
4. นายกอล์ฟ อรรถบูรณ์วงศ์
นักศึกษาปัจจุบันของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ
14.45 – 15.00 น. รับประทานอาหารว่าง
15.00 – 16.30 น. เสวนา "วิพากษ์ 'โลก' เศรษฐศาสตร์จากมุมมองของเพื่อนบ้าน"
โดย 1. ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร
คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. ดร.เกษม เพ็ญภินันท์
ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4. ดร.พงษ์ธร วราศัย
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย อ.ปกป้อง จันวิทย์


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:24:37 น.  

 
*กำหนดการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552

ณ ห้องจูปิเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ ดอนเมือง กรุงเทพฯ

เวลา
การดำเนินการ

09.00 - 09.30 น.
ลงทะเบียน

09.30 - 09.45 น.
พิธีเปิด

กล่าวรายงาน

โดยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

09.45 - 12.00 น.
การแสดงความคิดเห็น โดยเริ่มจากผู้ที่ได้ส่งเอกสารแสดงความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรให้ กทช.

ผู้ดำเนินรายการ

- รองศาสตราจารย์ ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

(พักรับประทานอาหารว่าง 10.00 - 10.30 น.)

12.00 - 13.00 น.
เชิญรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

13.00 - 14.30 น.
เปิดเวทีการแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมงาน (ต่อ)

ผู้ดำเนินรายการ

? รองศาสตราจารย์ ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

14.30 - 15.00 น.
พักรับประทานอาหารว่าง

15.00 - 16.30 น.
การแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมงาน (ต่อ)

16.30 - 16.45 น.
ปิดการประชุม




*ความคิดเห็นสาธารณะต่อ "ร่าง ประกาศ กทช. เรื่อง มาตรการกำกับพฤติกรรมที่มีลักษณะต่อต้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม พ.ศ...."

ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เวลา 08.30 - 12.00 น.
ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ

เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น
ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็น
แผนที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ

สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม สามารถลงทะเบียนได้ตามแบบฟอร์มด้านบน และส่งแบบลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมได้ที่ 02-2905240
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักพัฒนานโยบายและกฎกติกา สำนักงาน กทช.
02-2710151-60 ต่อ 501, 504 , 510




*งาน "อยู่อย่างเป็นสุขกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์"

สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ร่วมกับทางชมรมเรียนรู้ สู้รูมาตอยด์ ขอเรียนเชิญผู้ป่วยและผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในงาน "อยู่อย่างเป็นสุขกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์" (ทางเลือกใหม่...สู่ชีวิตที่ดีขึ้น) ในสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ร่วมกับทางชมรมเรียนรู้ สู้รูมาตอยด์ ขอเรียนเชิญผู้ป่วยและผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในงาน "อยู่อย่างเป็นสุขกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์" (ทางเลือกใหม่...สู่ชีวิตที่ดีขึ้น) ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2552 เวลา 08.00- 16.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 12 โรงพยาบาลราชวิถี

ร่วมกันดูแลกายและใจโดยพระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ พระธรรมทูต จากวัดปัญญานันทาราม พร้อมพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สนุกสนานกับกิจกรรมลีลาศและจินกังกง เพลิดเพลินกับธาราบำบัด พูดคุยกับแขกรับเชิญคนดังคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง

ด่วน!! สมัครและสำรองที่นั่งได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 085 675 6472 และ

สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน flightingrheumatoid@hotmail.com หรือ http://fightingrheumatoid.exteen.com

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัทเข้ม คอมมิวนิเคชั่น จำกัด 02-392 9755


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:25:34 น.  

 
* "การสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงธุรกิจด้วยนวัตกรรมในตลาดโลก สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม"

วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 -13.00 น.

ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ


09.30 - 10.00 น. ลงทะเบียน

10.00 - 10.15 น. การสัมมนาเรื่อง "การสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงธุรกิจด้วยนวัตกรรมในตลาดโลก สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม"

? กล่าวรายงาน โดย

? ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย

? กล่าวเปิดงานแถลงข่าว โดย

? นายภักดิ์ ทองส้ม

รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สสว.)

10.15 – 10.30 น. แนะนำศูนย์ระบบนวัตกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดย

? ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย

10.30 - 11.00 น. บรรยายเรื่อง "Innovation, Intellectual Property, and Internationalisation

of SMEs: Application Tip in the Economic Crisis" โดย

? Mr.Lars Anderson

Gotenborg University

11.00 - 11.30 น. บรรยายเรื่อง "UK TI and Innovation Business Support in Thailand" โดย

? Mr. Steve Buckley

UK-TI Director, British Embassy

11.30 – 12.00 น. บรรยายเรื่อง "Innovation Norway and Business Opportunity in Norway" โดย

? Mr. Axel Blom

Country Representative, Innovation Norway, Thailand




*งานสัมมนา “ดูปองท์ร่วมฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ”

บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยแผนกสีพ่นซ่อมรถยนต์ ได้กำหนดจัดงานสัมมนา “ดูปองท์ร่วมฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ” เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ที่ดีให้กับผู้ประกอบการ ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง อู่ทำสีรถยนต์ ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัล รัชดา

งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำของเมืองไทย นำโดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการและประธานกรรมการจัดวางระบบควบคุมภายในบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บีที จำกัด และที่ปรึกษาสำนักวิจัย ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ฯลฯ มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ “ทางรอดในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ” และ คุณอนุวัฒน์ คมกริชวรากูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด หจก. เค พี เอ็น พลาสติก และผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยาม ยามาฮา จำกัด ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “การตลาด” พร้อมร่วมเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจ การบริหารจัดการการตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์

บริษัทดูปองท์ (ประเทศไทย) จัดงานในครั้งนี้ ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอู่พ่นซ่อมรถยนต์ และศูนย์บริการ ตลอดจนผู้ที่สนใจในธุรกิจแวดวงยานยนต์ ที่กำลังแสวงหากลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ ในยุคเศรษฐกิจถดถอยนี้

ดูปองท์ เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจให้บริการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2345 (ค.ศ. 1802) ดูปองท์นำวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ด้วยการคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างยั่งยืน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสุขสบายขึ้น ดูปองท์ดำเนินธุรกิจใน 70 กว่าประเทศทั่วโลก โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย มากมาย สำหรับตลาดธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจด้านเคมี อาหารและการเกษตร การก่อสร้าง การสื่อสาร และการขนส่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ :

ฝ่ายการตลาด แผนกสีพ่นซ่อมรถยนต์ / บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานบางพลี โทร. 02-7345000

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. +662 659 4000 ดูปองท์ ประเทศไทย




*งานสัมมนา Best Forecasting and Inventory Replenishment

เอ็มโฟกัสขอเชิญร่วมงานสัมมนา Best Forecasting and Inventory Replenishment

17 มิถุนายน 2552 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ชั้น 3 ห้องมาร์

หากปัจจุบันท่านยังใช้ Excel ในการคำนวณปริมาณถือครองและการเติมเต็มสต็อกสินค้า และมักเกิด

ความผิดพลาดเสมอ ๆ โดยที่ท่านไม่สามารถปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การนำระบบ การพยากรณ์และการเติมเต็มของ Valogix มาใช้บริหารสินค้าคงคลังของท่าน ระบบดังกล่าวจะยังคงจะช่วยให้ท่านบริหารสินค้าของท่านอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท เอ็มโฟกัส จำกัด ขอเสนอซอฟต์แวร์ Valogix เครื่องมือที่ทันสมัย และได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำของโลกเช่น

Trium Group, Western Aircraft, SSBC, Vogelsang, DAT, DAVIS, Nikko Materials, Surfas, Medicom, Microlife, Fatboy เป็นต้น

V a l o g i x ช่วยให้คุณสามารถพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า (Forecasting) ควบคุมการเติมเต็มสินค้า (Replenishment) บริหารระดับ การให้บริการ (Service Level) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับที่ ลูกค้าพึงพอใจ และ Optimized การคำนวณการจัดเก็บสินค้าให้อยู่ในจุด ที่คุ้มค่ามากที่สุด

สัมมนานี้เหมาะกับ : ผู้บริหารที่รับผิดชอบในการวางแผนและบริหารสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไป

ผู้บริหารอะไหล่ ชิ้นส่วน คลังยา และสินค้าที่ต้องพยากรณ์ นักวางแผนซัพพลายเชน ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการสารสนเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายการตลาดบริษัท เอ็มโฟกัส จำกัด หมายเลข 0-2513-9892 # 123-128 โทรสาร 0-2512-3890 หรือ e-mail: marketing@m-focus.co.th เว็บไซต์ http://www.m-focus.co.th

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 025139892 ดุษฎี


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:26:30 น.  

 
*ขอเชิญร่วมพิธีอัญเชิญและสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ประทานให้โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒโน) ได้ในนิทรรศการพุทธศิลป์แผ่นดินไทย ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2552 เวลา 14.39 น. ณ แกรนด์ฮอลล์ และเชิญเข้าฟังปาฐกถาธรรม เรื่อง “พิชิตวิกฤตเศรษฐกิจด้วยธรรมะ” โดยท่านพุทธอิสระ (พระสุวิทย์ ธีรธัมโม) เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ. นครปฐม ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2552 เวลา 17.00 – 18.00 น. ณ ห้องนิทรรศการชั้น 4 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เจริญกรุง 24 (แจกฟรี..ซีดีธรรมะ หรือหนังสือธรรมะแก่ผู้เข้าฟัง)

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเอ๋ แผนกการตลาดและกิจกรรม ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้

โทร 02-2370077-8 ต่อ 620




*เสวนากำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.30 น. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ หอสมุดแห่งชาติ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญร่วมเสวนา "กำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า" และร่วมเปิดตัวเว็บไซต์ "หนังสือเก่าชาวสยาม" พบกับปาฐกถาพิเศษเรื่อง "คุณวิเศษแห่งหนังสือโบราณ" โดย พล.ต.ม.ร.ว.ศุภวัฒย์ เกษมศรี และหัวข้ออภิปรายที่น่าสนใจในเรื่องของหนังสือเก่าจากผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และนักวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ ชุมทางหนังสือเก่า : จะขุดคุ้ย ค้นคว้า คัดเขียน เข้าถึงที่ไหนได้อย่างไร? คำให้การของหนังสือเก่า: วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และ จากตู้ปิดตายสุ่ชุมชนออนไลน์: กำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า และการเกิดตัวเว็บไซต์หนังสือเก่าชาวสยาม กับ วชิรญาณวิเศษ ขุมทรัพย์ความรู้ของสังคมไทย

ผู้สนใจหนังสือเก่า หนังสือโบราณ พลาดไม่ได้เด็ดขาด ร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0 2880 9429 หรือที่ http://www.sac.or.th




*การอภิปรายสาธารณะ "พรรคการเมืองไทย: สิ่งจำเป็นหรือส่วนเกินในระบบประชาธิปไตย" ในวาระครบรอบ 2 ปีของการยุบพรรคไทยรักไทย

ขอเชิญร่วม

การอภิปรายสาธารณะครั้งที่ 4
ในวาระครบรอบ 2 ปีของการยุบพรรคไทยรักไทย

เรื่อง
พรรคการเมืองไทย : สิ่งจำเป็น หรือ ส่วนเกิน ในระบบประชาธิปไตย

ผู้อภิปราย
คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
คุณคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540
ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินการอภิปรายโดย
คุณจอม เพชรประดับ

กล่าวนำการอภิปรายโดย
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552
เวลา 13.30-16.30 น.

ณ ห้องวีนัส โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนโลคัลโรด วิภาวดีรังสิต หลักสี่ ใกล้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์




*"มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์"

ซีคอนสแควร์ ผนึกกำลังเหล่าศิลปินคุณภาพนับร้อยทั่วไทย จัดแสดงผลงานศิลปะสีน้ำชิ้นเอก ในงาน "มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์" SEACON SQUARE WATERCOLORS ART EXPOSITION เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานสมทบทุนมูลนิธิซีคอนสแควร์ เพื่อโครงการครูนักพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้คนทั่วไปชื่นชม และ จับจองเป็นเจ้าของผลงาน ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 21 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 11.00 –19.00 ณ Art Square ชั้น 3 โซนโลตัส ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์

จรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ร่วมกับ ศิลปินกลุ่มไวท์ และ ศิลปินทั่วประเทศ จัด มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานของเหล่าศิลปินสีน้ำคุณภาพครั้งใหญ่จากทั่วไทย ได้แก่ผลงานของ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นนำ และ ศิลปินอิสระ จำนวน 140 ท่าน กว่า 200 ชิ้นงาน ซึ่งแต่ละท่านต่างก็มีฝีมือยอดเยี่ยม มีผลงานเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับในทำเนียบวงการศิลปะแทบทั้งสิ้น อาทิ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ศ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ อ.ช่วง มูลพินิจ อ.ธงชัย รักปทุม ศ.เดชา วราชุน ศ.วิโชค มุกดามณี รศ.ปริญญา ตันติสุข อ.ศราวุธ ดวงจำปา อ.สรรณรงค์ สิงหเสนี อ.ปรีชา เถาทอง อ.ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ อ.สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ อ.ทวี เกษางาม ฯลฯ โดยที่ครั้งนี้ศิลปินได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่ ด้วยเทคนิคสีน้ำ ในรูปแบบที่หลากหลาย และมีมุมมองที่แตกต่างกันไป งดงามด้วย แสง สี และ เงา ที่ถ่ายทอดมาจินตนาการอันไร้ขอบเขต อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยความหมายและปรัชญา

และสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้การเขียนภาพด้วยเทคนิคสีน้ำ สามารถเข้าร่วมอบรมกับกิจกรรมพิเศษที่จะมีขึ้นในทุกๆ วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม และ 7,14, 21 มิถุนายน พ.ศ.2552 (รับจำนวนจำกัด) อบรมโดยวิทยากรศิลปินผู้มีความชำนาญการเขียนภาพสีน้ำในรูปแบบต่างๆ อาทิ อ.สาโรจน์ อนันตอวยพร : สอนเขียนภาพภาพทิวทัศน์ต้นไม้ ดอกไม้ , อ.นุกูล ปัญญาดี : สอนเขียนภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้าง ดอกไม้ และ อ.บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส : สอนเขียนภาพทิวทัศน์ทะเล ภาพหุ่นนิ่ง




*สัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ"

กมธ.ยุติธรรมฯ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ"

26 พ.ค. 52 ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง

"การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ" 5 มิ.ย. นี้ หลังพบความเสียหายและผลกระทบในการบังคับใช้กฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกับหลักสิทธิมนุษยชน หวัง หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่ประเทศชาติ

นายสมัคร เชาวภานันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดสัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2552 ว่าขณะนี้มีการแปลกแยกทางความคิด ค่านิยม และอุดมการณ์ ซึ่งเป็นปัญหาให้เกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายหรือผลประโยชน์ร่วมกันในลักษณะต่างตอบแทน โดยอ้างว่าเป็นการแสดงออกถึงกิจกรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกมธ.เห็นถึงความเสียหาย และผลกระทบ ช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกับสิทธิมนุษยชน

นายสมัคร กล่าวด้วยว่าคาดว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดประสทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 อาคารรัฐสภา 2


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:27:17 น.  

 
*ขอเชิญร่วมพิธีอัญเชิญและสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ประทานให้โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒโน) ได้ในนิทรรศการพุทธศิลป์แผ่นดินไทย ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2552 เวลา 14.39 น. ณ แกรนด์ฮอลล์ และเชิญเข้าฟังปาฐกถาธรรม เรื่อง “พิชิตวิกฤตเศรษฐกิจด้วยธรรมะ” โดยท่านพุทธอิสระ (พระสุวิทย์ ธีรธัมโม) เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ. นครปฐม ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2552 เวลา 17.00 – 18.00 น. ณ ห้องนิทรรศการชั้น 4 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เจริญกรุง 24 (แจกฟรี..ซีดีธรรมะ หรือหนังสือธรรมะแก่ผู้เข้าฟัง)

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเอ๋ แผนกการตลาดและกิจกรรม ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้

โทร 02-2370077-8 ต่อ 620




*เสวนากำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.30 น. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ หอสมุดแห่งชาติ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญร่วมเสวนา "กำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า" และร่วมเปิดตัวเว็บไซต์ "หนังสือเก่าชาวสยาม" พบกับปาฐกถาพิเศษเรื่อง "คุณวิเศษแห่งหนังสือโบราณ" โดย พล.ต.ม.ร.ว.ศุภวัฒย์ เกษมศรี และหัวข้ออภิปรายที่น่าสนใจในเรื่องของหนังสือเก่าจากผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และนักวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ ชุมทางหนังสือเก่า : จะขุดคุ้ย ค้นคว้า คัดเขียน เข้าถึงที่ไหนได้อย่างไร? คำให้การของหนังสือเก่า: วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และ จากตู้ปิดตายสุ่ชุมชนออนไลน์: กำเนิดใหม่ของหนังสือเก่า และการเกิดตัวเว็บไซต์หนังสือเก่าชาวสยาม กับ วชิรญาณวิเศษ ขุมทรัพย์ความรู้ของสังคมไทย

ผู้สนใจหนังสือเก่า หนังสือโบราณ พลาดไม่ได้เด็ดขาด ร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0 2880 9429 หรือที่ http://www.sac.or.th




*การอภิปรายสาธารณะ "พรรคการเมืองไทย: สิ่งจำเป็นหรือส่วนเกินในระบบประชาธิปไตย" ในวาระครบรอบ 2 ปีของการยุบพรรคไทยรักไทย

ขอเชิญร่วม

การอภิปรายสาธารณะครั้งที่ 4
ในวาระครบรอบ 2 ปีของการยุบพรรคไทยรักไทย

เรื่อง
พรรคการเมืองไทย : สิ่งจำเป็น หรือ ส่วนเกิน ในระบบประชาธิปไตย

ผู้อภิปราย
คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
คุณคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540
ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินการอภิปรายโดย
คุณจอม เพชรประดับ

กล่าวนำการอภิปรายโดย
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552
เวลา 13.30-16.30 น.

ณ ห้องวีนัส โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนโลคัลโรด วิภาวดีรังสิต หลักสี่ ใกล้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์




*"มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์"

ซีคอนสแควร์ ผนึกกำลังเหล่าศิลปินคุณภาพนับร้อยทั่วไทย จัดแสดงผลงานศิลปะสีน้ำชิ้นเอก ในงาน "มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์" SEACON SQUARE WATERCOLORS ART EXPOSITION เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานสมทบทุนมูลนิธิซีคอนสแควร์ เพื่อโครงการครูนักพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้คนทั่วไปชื่นชม และ จับจองเป็นเจ้าของผลงาน ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 21 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 11.00 –19.00 ณ Art Square ชั้น 3 โซนโลตัส ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์

จรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ร่วมกับ ศิลปินกลุ่มไวท์ และ ศิลปินทั่วประเทศ จัด มหกรรมศิลปะสีน้ำซีคอนสแควร์ ซึ่งถือเป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานของเหล่าศิลปินสีน้ำคุณภาพครั้งใหญ่จากทั่วไทย ได้แก่ผลงานของ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นนำ และ ศิลปินอิสระ จำนวน 140 ท่าน กว่า 200 ชิ้นงาน ซึ่งแต่ละท่านต่างก็มีฝีมือยอดเยี่ยม มีผลงานเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับในทำเนียบวงการศิลปะแทบทั้งสิ้น อาทิ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ศ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ อ.ช่วง มูลพินิจ อ.ธงชัย รักปทุม ศ.เดชา วราชุน ศ.วิโชค มุกดามณี รศ.ปริญญา ตันติสุข อ.ศราวุธ ดวงจำปา อ.สรรณรงค์ สิงหเสนี อ.ปรีชา เถาทอง อ.ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ อ.สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ อ.ทวี เกษางาม ฯลฯ โดยที่ครั้งนี้ศิลปินได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่ ด้วยเทคนิคสีน้ำ ในรูปแบบที่หลากหลาย และมีมุมมองที่แตกต่างกันไป งดงามด้วย แสง สี และ เงา ที่ถ่ายทอดมาจินตนาการอันไร้ขอบเขต อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยความหมายและปรัชญา

และสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้การเขียนภาพด้วยเทคนิคสีน้ำ สามารถเข้าร่วมอบรมกับกิจกรรมพิเศษที่จะมีขึ้นในทุกๆ วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม และ 7,14, 21 มิถุนายน พ.ศ.2552 (รับจำนวนจำกัด) อบรมโดยวิทยากรศิลปินผู้มีความชำนาญการเขียนภาพสีน้ำในรูปแบบต่างๆ อาทิ อ.สาโรจน์ อนันตอวยพร : สอนเขียนภาพภาพทิวทัศน์ต้นไม้ ดอกไม้ , อ.นุกูล ปัญญาดี : สอนเขียนภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้าง ดอกไม้ และ อ.บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส : สอนเขียนภาพทิวทัศน์ทะเล ภาพหุ่นนิ่ง




*สัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ"

กมธ.ยุติธรรมฯ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ"

26 พ.ค. 52 ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง

"การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ" 5 มิ.ย. นี้ หลังพบความเสียหายและผลกระทบในการบังคับใช้กฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกับหลักสิทธิมนุษยชน หวัง หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่ประเทศชาติ

นายสมัคร เชาวภานันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดสัมมนาเรื่อง "การดูแลรักษาความปลอดภัยของรัฐในการชุมนุมสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2552 ว่าขณะนี้มีการแปลกแยกทางความคิด ค่านิยม และอุดมการณ์ ซึ่งเป็นปัญหาให้เกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายหรือผลประโยชน์ร่วมกันในลักษณะต่างตอบแทน โดยอ้างว่าเป็นการแสดงออกถึงกิจกรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกมธ.เห็นถึงความเสียหาย และผลกระทบ ช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกับสิทธิมนุษยชน

นายสมัคร กล่าวด้วยว่าคาดว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดประสทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 อาคารรัฐสภา 2


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:27:19 น.  

 
*การสัมมนานักพัฒนาโครงการ"ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพหุดัชนีทางจิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะจัดงานสัมมนานักพัฒนาโครงการ "ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพหุดัชนีทางจิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ที่เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยงานวิจัยสาขาจิตพฤติกรรมศาสตร์ ในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2552 ณ ห้องจูปิเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน

<< รายละเอียด กำหนดการ แบบตอบรับ แผนที่ >>

ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว ส่งแบบตอบรับไปยังโครงการวิจัยแม่บท : การวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย ภารกิจสร้างเศรษฐกิจและสันติสุข วช. ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2552

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2561-2445 ต่อ 460




*สัมมนา "รู้จักความรักให้มากกว่าเซ็กส์"

ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ จัดสัมมนา "รู้จักความรักให้มากกว่าเซ็กส์" วันที่ 6 มิ.ย. เวลา 08.30-12.30 น. ณ.ห้อง 804 ชั้น 4 อาคารวิทยบริการ ศูนย์ประชุมม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนตระหนักถึงผลร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ส่งเสริมสถานศึกษาให้มีการจัดการเรียนการสอนด้านเพศศึกษาภายในโรงเรียนอย่างเหมาะสมและทั่วถึง รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวโดยสร้างความตระหนักให้ผู้ปกครองได้ให้ความสำคัญในการดูแลบุตรหลานของตนอย่างใกล้ชิด สนใจสอบถามได้ที่ โทร.0-2579-1025, 085-555-1009 โทรสาร 0-2159-4045

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2797-7804 อนุสราณ์




*งานประชาพิจารณ์มาตรฐานระบบเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์

กําหนดการ ประชาพิจารณ์
มาตรฐาน ระบบเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ 1
วันที่ 4 มิถุนายน 2552 เวลา 13.00 – 17.00 น.
ณ ศูนย์ฝึกอบรมเนคเทค ชั้น 22B อาคารมหานครยิปซั่ม


13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน
13.30 – 13.45 น. ประธานกล่าวเปิดการจัดทําประชาพิจารณ์
นายอังสุมาล ศุนาลัย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
13.45 – 15.30 น. มาตรฐาน ระบบเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ 1
(ขอบข่าย วัตถุประสงค์ เนื้อหามาตรฐาน รับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางปรับปรุงมาตรฐาน)
ผู้บรรยาย
นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
นายบรรจง หะรังษี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ดําเนินการ
นายกริช นาสิงห์ขันธุ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
15.30 – 16.00 น. รับประทานอาหารว่าง

--------------------------------------------------------------------------------
นายอรรถนิ ติ อัศวินนิมิตกุล
โทร. 02-564-6900 ต่อ 2260
โทรสาร 02-564-6875




*สัมมนาเรื่อง การตลาดมีดีไซน์ กับ วิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่


รายการวิสัยทัศน์ผู้นำ ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย (สนง.ใหญ่)
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา

เรื่อง “การตลาดมีดีไซน์ กับ วิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่”

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ. 2552 เวลา 10.00-18.00 น.
ณ ห้องสัมนา K SME Care Knowledge Center อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้น 2

การจัดงานสัมนาครั้งยิ่งใหญ่ โดยการระดมสมองนักวิชาการ 3 สถาบัน นักบริหารจากแบรนด์ชั้นนำ 7 บริษัท ซึ่งมากด้วยความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงานที่มีความแตกต่างอย่างมีดีไซน์

มาร่วมกันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยตัวอย่างแนวคิดด้านการตลาดรูปแบบใหม่ ในการแก้ปัญหา และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ...สินค้า บริการ และความสำเร็จขององค์กร พร้อมทั้งวางแผนเติบโตต่อไปอย่างยั้งยืน ด้วยศักยภาพความเป็น...ผู้นำรุ่นใหม่


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:27:52 น.  

 
*กมธ. สภาฯ เตรียมจัดสัมมนาหาทางป้องปรามคอร์รัปชั่น

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง "ประชาชนจะช่วยป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นได้อย่างไร" ในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ หวังระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน นำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..)พ.ศ. .... ให้มีประสิทธิภาพ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง "ประชาชนจะช่วยป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นได้อย่างไร" ในวันพุธที่ 10 มิ.ย. นี้ ณ ห้องกรุงธนบอลล์รูม (ชั้น 3) โรงแรมรอยัลริเวอร์ เชิงสะพานกรุงธน กรุงเทพฯ โดยการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..)พ.ศ. .... ให้มีประสิทธิภาพส่งผลต่อประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งยังเป็นการเผยแพร่ข้อมูลร่าง พ.ร.บ. สู่สาธารณชนด้วย ทั้งนี้ กรรมาธิการวิสามัญฯ จะนำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ขององค์กรต่าง ๆ มาจัดทำเป็นข้อสรุปในการแก้ปัญหาเพื่อให้การดำเนินการด้านการตรวจสอบเป็นไปด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม และมีภาพลักษณ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับต่อสาธารณชนต่อไป




*ขอเชิญเข้าร่วมเสวนา The Answer is Leadership

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญเข้าร่วมเสวนา The Answer is Leadership

กรุงเทพฯ--5 มิ.ย.--ชมรมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชมรม นิสิตเก่า เอ็มบีเอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คุณโตสิต วิสาลเสสถ์ ขอเชิญเข้าร่วมเสวนา The Answer is Leadership ซึ่งมี คุณพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2552 เวลา 18.20 น. – 20.30 น. ณ ห้องเครือซีเมนต์ไทย ห้อง 107 ชั้น 1 อาคารไชยยศสมบัติ 3 คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬา ฯ ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 086-355-5405 ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ




*การประชุมวิชาการประจำปี 2552"โอกาสการเกษตรไทย ภายใต้วิกฤติโลก"

"Thai Agricultural Opportunities under the World Crisis"

วันที่ 25 – 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาร่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

จัดโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน), สวก.


(ที่นั่งมีจำนวนจำกัด และไม่เสียค่าลงทะเบียน)

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน), สวก.

โทรศัพท์ 0 2579 7435 ต่อ 103, 104, 120, 126, 127 โทรสาร 0 2579 8413




*สัมนาเรื่อง "พลังงานทางเลือกใหม่ (E85)"

คณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมนาเรื่อง
"พลังงานทางเลือกใหม่ (E85)" โดยร่วมกับ
- ผู้จำหน่ายน้ำมัน ปตท. บางจาก
- ผู้จำหน่ายรถยนต์(E85) ยี่ห้อ VOLVO
- สมาคมผู้ผลิต Ethanol (E85)
- ผู้ทดสอบการใช้งานรถยนต์ ที่ติดตั้ง อุปกรณ์ Conversion Kit
- ผู้ผลิต Conversion Kit เพื่อใช้ E85 ยี่ห้อ Abcesso จากประเทศ บราซิล
(รับสมัครตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย)
สถานที่จัดนิทัศการ : อาคารรัฐสภา ตึก 2 ชั้น 1 (ข้างสวนสัตว์เขาดิน)
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 08.30 – 12.00 น.
สนใจร่วมงานโปรดยื่นความจำนงด่วนที่ : คุณมนัญญา
Tel.081 496 6583
Website : http://www.osauto.net
คุณภาณุ สุขวิมลไพศาล
Email : panu@osauto.net
Tel.089 788 9134




*ปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์

การแสดงปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 6 เนื่องในวันสถาปนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันที่ : วันที่ 14 มิถุนายน 2552

สถานที่ : ณ ห้องบรรยาย ศ.101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

กำหนดการ

08.00 – 08.30 น. : ลงทะเบียนและรับประทานอาหารว่าง

08.30 – 09.20 น. : พิธีสงฆ์

09.20 – 09.30 น. : คณบดีกล่าวเปิดงาน

09.30 – 10.30 น. : พิธีแสดงกตเวทิตาต่อบูรพาจารย์

10.30 – 12.00 น. : ปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 6

โดย : ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

12.00 – 13.00 น. : รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 14.00 น. : เสวนา “60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จากอดีตถึง ปัจจุบัน”

โดย : 1. ดร.อรัญ ธรรมโน

: 2. รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ

: 3. รศ.ชูศรี มณีพฤกษ์

ดำเนินรายการโดย : นายธนาคาร ฮึกหาญ

14.00 - 14.45 น. : เสวนา “เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ในฝัน จากปัจจุบันสู่อนาคต”

โดย : 1. นางสาวเสาวภาคย์ จึงวิวัฒนาภรณ์

: 2. นางสาวศลิษฏา เรืองพุ่ม

: 3. นายอดิศักดิ์ พันธุ์ทอง

: 4. นายกอล์ฟ อรรถบูรณ์วงศ์ นักศึกษาปัจจุบันของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดย : รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ

14.45 – 15.00 น. : รับประทานอาหารว่าง

15.00 – 16.30 น. : เสวนา “วิพากษ์ ‘โลก’ เศรษฐศาสตร์จากมุมมองของเพื่อนบ้าน”

โดย : 1. ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

: 2. ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

: 3. ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

: 4. ดร.พงษ์ธร วราศัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดย : อ.ปกป้อง จันวิทย์


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:28:29 น.  

 
*กำหนดการบำเพ็ญกุศลอัฐิ และกิจกรรมครบรอบ ๔ ปี การสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ

๑๐.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒
ณ อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา สี่แยกคอกวัว กรุงเทพฯ


วันที่ ๑๗ มิถุนายน

๑๐.๐๐ น. ลงทะเบียน ที่ห้องประชุม ๑๔ ตุลา
๑๐.๓๐ น. พิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิ และถวายผ้าบังสุกุล ครบรอบ 4 ปี การมรณภาพ พระสุพจน์ สุวโจ
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล
๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. รับชมวีดิทัศน์ ข่าว และสารคดี เกี่ยวกับเบื้องหลัง และข้อเท็จจริงกรณีการสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ

๑๓.๐๐-๑๓.๑๕ น. สรุปความไม่คืบหน้าคดีสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ โดย พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์
๑๓.๓๐-๑๖.๐๐ น. ร่วมรับฟังเสวนา “คดีพระสุพจน์ บทพิสูจน์กระบวนยุติธรรมและสังคมไทย” โดย

คุณสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ชุดเก่า)
น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ชุดใหม่)
พ.อ.ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
คุณรัษฎา มนูรัษฎา สภาทนายความ
คุณพิกุล พรหมจันทร์ ผู้เรียกร้องความเป็นธรรมคดีฆ่าแขวนคอ ๒๑ ศพ กาฬสินธุ์
คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร*

ดำเนินรายการโดย คุณเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน

ผู้ร่วมเสวนาที่มีเครื่องหมาย * อยู่ในระหว่างประสานงาน

ร่วมจัดโดย

เครือข่ายกัลยาณมิตรพระสุพจน์ฯ,
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)
และมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์




*การจัดสัมมนาผู้ประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี 2552

นายองอาจ พร้อมจรรยากุล รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาผู้ประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี 2552 เพื่อให้ผู้ประกอบการสถานีบริการ โรงบรรจุ คลัง และผู้จำหน่ายน้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และก๊าซธรรมชาติ ได้รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการประกอบธุรกิจด้านพลังงานในอนาคต และเป็นการรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง และระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานของรัฐ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอแนะการปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ

การจัดสัมมนาผู้ประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี 2552 นี้ ได้มีการจัดสัญจรทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 9 จังหวัด ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ที่ จังหวัดร้อยเอ็ด นับเป็นครั้งที่ 3 โดยในวันเดียวกันนี้ได้มีการจัดสัมมนาในหัวข้อเดียวกันที่ จังหวัดนครพนมด้วย สำหรับครั้งต่อ ๆ ไปจะจัดที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 12 มิถุนายน 2552 , จังหวัดสงขลาวันที่ 14 มิถุนายน 2552 , จังหวัดพิษณุโลกวันที่ 19 มิถุนายน 2552 , จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 21 มิถุนายน 2552 และจะสิ้นสุดที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 26 มิถุนายน 2552
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน โทรศัพท์ 0-2511-5973 โทรสาร 0-2511-6070





*ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมของชาวพื้นเมืองออสเตรเลียด้วยนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย

โดยศิลปินชาวพื้นเมืองออสเตรเลียชื่อดัง บรู๊ค แอนดรูว์

สถานทูตออสเตรเลียร่วมกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เสนอนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ‘บรู๊ค แอนดรูว์: ตาต่อตา ’ (Brook Andrew: Eye to Eye) โดยศิลปินชาวพื้นเมืองออสเตรเลียผู้มีชื่อเสียงระดับสากล

นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ มหานคร ห้องนิทรรศการ ชั้น 8 นิทรรศการจัดนำเสนอโดยสถาบันเอเชียลิงค์ แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งมหาวิทยาลัยโมนาสช์ โดยมี เจอราดีน บาร์โลว์ ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะ แห่งมหาวิทยาลัย โมนาช เลือกสะสมผลงานศิลปะที่จัดแสดง นิทรรศการ บรู๊ค แอนดรูว์: ตาต่อตา จัดป็นนิทรรศการขนาดใหญ่ แสดงผลงาน ของศิลปินบรู๊ค แอนดรูว์ ที่ได้ถูกสร้างขึ้นในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผลงานมีรูปแบบหลากหลาย จากหลอดไฟนีออน ในศิลปะจัดวาง จนถึงงานภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และ ประติมากรรม โดยศิลปินหยิบยก ประเด็นของการปะทะการแสดงออกของต่างวัฒนธรรมโดยมองในบริบทและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และการเมือง ของประเทศออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ มานำเสนอพร้อมกัน เพื่อทำการสำรวจ ตั้งคำถาม และสร้างความเชื่อมโยง ของประสบการณ์ของศิลปินในระดับท้องถิ่นและในระดับสากล

ถึงแม้จะเป็นศิลปินพื้นเมือง บรู๊ค แอนดรูว์ ได้ใช้องค์ประกอบของวัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย เช่นลวดลาย อ๊อพ อาร์ต

( Op Art ) ศิลปะแนวป๊อบ อาร์ต ( Pop Art ) และการใช้กลยุทธ์งานออกแบบโฆษณา โดยศิลปินได้นำองค์ประกอบสมัยใหม่ เหล่านี้ผสมผสานกับงานมรดกตกทอดพื้นเมืองของชาววิราดจูริ (Wiradjuri) ที่เป็นพื้นเพของศิลปินอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างผลงานที่ท้าทายการตีความของผู้ชม

ในงานนิทรรศการครั้งนี้จะมีการแสดงผลงานชื่อ Sexy and Dangerous 1 เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงของศิลปิน และจัดว่าเป็นผลงานที่คุ้นตาและเป็นงานร่วมสมัยที่โด่งดังมากที่สุดชิ้นหนึ่งของชาวออสเตรเลีย

นิทรรศการ บรู๊ค แอนดรูว์: ตาต่อตา เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมที่สถานทูตฯจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง สัปดาห์ชาว พื้นเมืองออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการระลึกถึงคุณูปการณ์ที่ชาวพื้นเมือง ออสเตรเลียได้ทำคุณประโยชน์ ต่อประเทศออสเตรเลีย ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่าง ๆ อาทิ สื่อสารมวลชน การศึกษา การกีฬา ภาครัฐบาล ภาคเอกชน การทูตและศิลปะ

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ( รถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ) เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เวลาทำการระหว่าง 10.00 น. – 21.00 น. วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ( หยุดทุกวันจันทร์ ) โทรศัพท์หมายเลข 02-214 6630-1

นิทรรศการจะมีพิธีเปิดในวันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2552 เวลา 18.30 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โดยมี เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี

ข้อมูลเพิ่มเติม
สถานทูตออสเตรเลีย โทรศัพท์ 02-344 6463, 02-344 6462


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:29:10 น.  

 
*ขอเชิญชวนร่วมงาน “สืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพครบรอบ 30 ปี PNYS”

เนื่องจากปี 2552 เป็นปีครบรอบ 30 ปีของกลุ่ม P.N.Y.S. หรือ กลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางคณะกรรมการกลุ่ม P.N.Y.S. จึงมีมติจัดโครงงานสืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพ ระหว่างวันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2552 ณ บริเวณลาน ส.ว.ป มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและเป็นกำลังใจกับนักศึกษาที่ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับ P.N.Y.S. ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ได้ยืนหยัดในอุดมการณ์เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อรับใช้สังคมต่อไป และเพื่อเป็นการระดมความคิดจากหลายๆฝ่ายนำสู่การดับไฟใต้อย่างยั่งยืน โดยมี รองศาสตราจารย์ คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานในพิธีเปิด และกิจกรรมในงานประกอบด้วย



v การสานเสวนาสู่สันติภาพ 3 หัวข้อด้วยกัน คือ

1. “ความมั่นคงของชาติกับสิทธิมนุษยชนของประชาชนจะไปด้วยกันได้อย่างไร”

วิทยากร มีดังนี้

- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ทำหน้าที่กำกับดูแลปัญหาชายแดนใต้ สมัยนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)

- พล.ท.พิเชษฐ์ พิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4

- ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ์ คณะบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมการบริหาร(ส่วนภูมิภาค) ศูนย์ทนายความมุสลิม

ดำเนินรายการโดย นายอาเต็ฟ โซ๊ะโก เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย


2. “มลายูมุสลิมชายแดนใต้คือใคร?”วิทยากร คือ พล.ต.ต. จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์(กอส.)

3. การต่อสู้เพื่อสันติภาพของประชาชนชายแดนภาคใต้”

โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย

- นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ อดีตรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฝ่ายประชาชน

- นายวิศรุต บุญยา เลขาธิการ เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน(คพช. )/อดีตรองเลขาธิการ สนนท.ฝ่ายการเมือง

นายมะรอนิง สาและ แกนนำกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี

- นายลีโอ เจ๊ะกือลี อดีตนายกองค์การบริหารนักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

- นางสาวรุชดา สะเด็ง กรรมการบริหารสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย(สนมท.) ฝ่ายกิจการสตรี

- นางสาวไลลา เจ็ะซู แกนนำเครือข่ายเยาวชนนักศึกษาเพื่อสันติภาพ(คยนส.)

- นายเจ็ะปอ สือแม แกนนำกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี / ศิลปินพื้นบ้านดิเกฮูลูคณะแหลมทราย


v การแสดงภาคเวที

- ดีเกฮูลู (จากคณะแหลมทราย ของนายเจ๊ะปอ สือแม บ้านบางตาวา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และคณะจากคณะนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง (ความพิเศษของคณะนี้คือ มีคนปรบมือมากกว่าร้อยชีวิต)

- รองเง็ง

- สีลัตกาโยง และปันจักสีลัต (สาธิตการตีกริช)

- ละครสะท้อนสังคม

- นาชีดก็อมปังและอานาซีดพื้นบ้าน


v บอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิต เช่น ประวัติศาสตร์ปาตานี, การเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและศาสนา รวมทั้งจัดโชว์ของเก่าของโบราณ เช่น กริช หอก ถ้วย ชาม ฯลฯ


อนึ่ง ในการจัดงานครั้งนี้มีการจำหน่ายคูปองแลกอาหารและอื่นๆ เพื่อสมทบทุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของ P.N.Y.S. ในอนาคตด้วย

จึงขอเรียนเชิญทุกท่านผู้มีหัวใจรักสันติภาพมาร่วมงานนี้ให้ได้นะจ๊ะ

หมายเหตุ สำหรับท่านที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเชิญชวนให้แต่งกายชุดวัฒนธรรมด้วยนะจ๊ะ



*ขอเชิญเข้าร่วมการสัมมนา Public Lecture on "Microwave Technology: Current Perspective"

ด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับเครือซีเมนต์ไทย จะจัดสัมมนา Public Lecture on "Microwave Technology: Current Perspective" ในวันที่ 29 มิถุนายน 2552 เวลา 13.30-16.00 น ณ ห้องประชุม BIOTEC AUDITORIUM โดยมีหัวข้อดังนี้
- Microwave Processing of Materials : A Global Perspective โดย Professor DINESH K. AGRAWAL
- The Growth of High Temperature Microwave Processing in China โดย Mr. HU PENG

ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจเข้ารับร่วมการสัมมนาดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน โปรดแจ้งยืนยันการเข้าร่วมสัมมนา โทร 0-2564-7000 ต่อ 71688 (ปาจรีย์) ภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2552
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ parjaree@nstda.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:29:51 น.  

 
*การสัมมนาเชิงปฏิบัติการนวัตกรรมด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

จัดโดย เครือข่ายนวัตกรรมด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเกษตร(Agritronics)

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ 18 มิถุนายน 2552 เวลา 9.00 - 17.00 น.
ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี

9.00 - 9.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา และรับประทานอาหารว่าง
9.30 - 9.45 น. กล่าวเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
โดย ดร. ศุภชัย หล่อโลหการ
ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
9.45 - 10.45 น. การบรรยายพิเศษ "Emerging Requirements of Agritronics in Large Producers and Export Market"
โดย ดร. สารสิน วีระผล
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.)
10.45 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 11.20 น. นำเสนอ "กลไกการสนับสนุนของ สนช. และแนวทางการสร้างธุรกิจนวัตกรรม"
โดย ดร. วันทนีย์ จองคำ
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
11.20 - 12.00 น. บรรยายเรื่อง "การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเกษตรกรรมในประเทศไทย"
โดย ดร. พิพัฒน์ วีระถาวร
ผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนา บริษัท มิตรผลวิจัย อ้อยและน้ำตาล จำกัด
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 13.40 น. การบรรยายเรื่อง "การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ"
โดย ดร. สรวิศ เผ่าทองสุข
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบหมุนเวียนน้ำ สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
13.40 - 15.30 น. การเสวนาหัวข้อ "ตัวอย่างการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร"

ผู้ร่วมเสวนา

โครงการ "ระบบการเลี้ยงปลานิลแบบผสมผสานร่วมกับการปลูกพืชในแนวดิ่งด้วยระบบปิด"
ผศ. รุ่งตะวัน พนากุลชัยวิทย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์น้ำ
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
คุณพล พลเสน
กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีแลนด์ คอร์ปโปเรชั่น จำกัด

โครงการ "เครื่องผสมน้ำยาและสารเคมีอัตโนมัติเพื่อการปศุสัตว์"
ดร. ยอดเยี่ยม ทิพย์สุวรรณ
ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านการเกษตรกรรมแบบแม่นยำ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คุณนาวี อัศวดารากร
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครเซนส์ จำกัด

โครงการ "แนวทางการพัฒนาโครงการนวัตกรรมด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเกษตร"
ผศ. อภิเนตร อูนากูล
ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายนวัตกรรมด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเกษตร (อกริทรอนิกส์)
คุณ ธีรพงศ์ ใช้พระคุณ
บริษัท เอ ที ซี ซัพพลาย (1993) จำกัด

ดำเนินรายการโดย
นายพรศักดิ์ เจียมสว่างพร ผู้จัดการโครงการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
15.30 - 15.45 น. รับประทานอาหารว่าง
15.45 - 17.00 น. แบ่งกลุ่มย่อยผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้สนใจ ออกเป็น 3 กลุ่มสาขา (เกษตรกรรม สัตว์น้ำ เครื่องจักรกลการเกษตร และระบบอกริทรอนิกส์)
17.00 น. ปิดการสัมมนา

นายพรศักดิ์ เจียมสว่างพร
โทรศัพท์ 02-644-6000 ต่อ 129
แฟ็กซ์ 02-644-8443
E-mail: pornsak@nia.or.th




*การประชุมวิชาการและแสดงผลงานทางวิชาการพระจอมเกล้าลาดกระบัง ประจำปี 2552

ด้วยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะจัดการประชุมวิชาการและแสดงผลงานทางวิชาการพระจอมเกล้าลาดกระบัง ประจำปี 2552 ในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2552 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณชลลดา สาครวิศวะ โทร. 0-2326-4111, 0-2737-3000 ต่อ 3949, 3989
http://www.academic.kmitl.ac.th/conference/


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:30:33 น.  

 
*ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ผู้ประกอบการเว็บไทย คิดให้ไกลแล้วไปให้ถึง"

สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ผู้ประกอบการเว็บไทย คิดให้ไกลแล้วไปให้ถึง" ร่วมเสวนากับ 3 ผู้ประกอบการแห่งวงการเว็บไทย ที่สร้างธุรกิจให้เติบใหญ่จากก้าวเริ่มต้นเล็กๆ
ร่วมเสวนาในหลากหลายประเด็นที่ผู้ประกอบการด้านไอทีควรรู้
- วิธีค้นหาไอเดียในการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ
- การจัดหาเงินทุนและการบริหารกระแสเงินสด
- การบริหารทรัพยากรบุคคลด้านไอที
- การทำการตลาดเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก
- และประเด็นอื่นๆ ที่คุณอยากรู้
พบกับวิทยากรรับเชิญ
คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Pantip.com ชุมชนออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของไทย จากจุดเริ่มต้นในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าสิบปี จนถึงยุควิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในทุกวันนี้
คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นักการตลาดออนไลน์ผู้ปั้นเว็บไซต์ Tarad.com จนกลายเป็นตลาดนัดออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่มีจำนวนร้านค้าแสนกว่าร้าน จำนวนสินค้าล้านกว่ารายการ มูลค่าการซื้อขายเกือบสามพันล้านบาท
คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ MD จากบริษัท mInteraction ออนไลน์เอเจนซี่ที่มีผลงานโฆษณาเด็ดๆ หลายชิ้น อดีตผู้บริหารเว็บไซต์ Siam2You.com ที่นำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้
วันและเวลา:
วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 เวลา 13.00 - 17.00 น.
สถานที่:
ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารกสิกรไทย จามจุรีสแควร์ ชั้น 4




*สัมมนา - มองพม่าผ่านวิบากกรมของอองซาน ซูจี

โดย : ศูนย์แม่โขงศึกษา

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2552 เวลา 13.00-16.00 น.

ณ ห้องประชุมจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ ชั้น 4 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดโดย ศูนย์แม่โขงศึกษา ภายใต้โครงการจับกระแสเอเชีย
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กำหนดการ

12.45 - 13.15 น. ลงทะเบียน

13.15-13.30 น. กล่าวต้อนรับและปาฐกถานำโดย รศ.ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา

13.30-14.00 น. รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง กับการเมืองใหม่ในพม่า โดย เกียรติชัย พงพาณิชย์ บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์ข่าวสด

14.00-14.30 น. มองผ่านสื่อ "กักบริเวณ อองซาน ซูจี: ปัญหาการเมืองภายในพม่าหรือปัญหาประชาคมอาเซียน" โดย สุภลักษณ์ กาญนขุนดี ผู้สื่อข่าวสำนักพิมพ์เดอะเนชั่น

14.30-14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

14.45-15.15 น. มุมมองภาคธุรกิจ "บทบาทและท่าทีของไทย ต่ออนาคตพม่า" โดย ยงค์ ยะคำนะ นักธุรกิจและประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-พม่า สาขาแม่สอด

ผู้ดำเนินรายการ: พรพิมล ตรีโชติ นักวิจัยประจำศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ

ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมการสัมมนาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์
ศูนย์วิจัยแม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
0-22187461, 0-22187468

http://www.ias.chula.ac.th/Thai




*กิจกรรม พิพิธพาเพลิน ตอน อำลาปริศนาแห่งลูกปัด

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ชวนเยาวชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรม พิพิธพาเพลิน ตอน อำลาปริศนาแห่งลูกปัด ในวันที่ 27-28 มิถุนายน 2552 เวลา 10.00-18.00 น. ณ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “ปริศนาแห่งลูกปัด” ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปจัดแสดงในจังหวัดอื่นๆ ตามภูมิภาคต่างๆ ผ่านการประมวลเรื่องราวตลอดการจัดแสดงนิทรรศการ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติ และประสบการณ์กับวิทยากรชื่อดัง อาทิ นพ.บัญชา พงษ์พานิช, ปานบัว บุญปาน, ร้อยเอกบุญยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ และ อ.ภูธร ภูมะธน และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมการนำชม นิทรรศการ “ปริศนาแห่งลูกปัด” และ “ลูกปัดสุริยเทพ” รอบพิเศษ!! ณ มิวเซียมสยาม ครั้งสุดท้าย ... สอบถามที่ โทร.0-2225-2777 ต่อ 403 หรือ 405 และที่ http://www.ndmi.or.th




*เชิญฟังบรรยายครอบครัวศึกษา เรื่อง การสร้างครอบครัว อย่างมีความสุข

วันเสาร์ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น.

ณ โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท สุขุมวิทซอย 19 ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น 7


หัวข้อการบรรยาย

พลังสมองพลังกาย พัฒนาได้ในครอบครัว
พ่อแม่กับครอบครัวในยุคปัจจุบัน
แนวคิดในชีวิตประจำวัน
ครอบครัวเป็นสุข เริ่มต้นที่คำพูด

ขอเชิญครอบครัวไทย รับฟังการบรรยายเรื่องการสร้าง ครอบครัวอย่างมีความสุข เทคนิค และวิธีการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบัน จาก อ. ทากาโย มารูยามะ (Ms.Takayo Maruyama) นักวิจัย ด้านครอบครัว ที่มีชื่อเสียงจากประเทศญี่ปุ่นและ ต่างประเทศ บรรยาย เป็นภาษาญี่ปุ่น โดยมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ ภาษาอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสัมผัส และแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กับแขกรับเชิญพิเศษ ซึ่งเป็นผู้นำด้านครอบครัวจากประเทศ ในภูมิภาค เอเชียใต้ งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเราอยากเห็นคนไทย ร่วมกัน สร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่ โดยการเริ่มต้นจากการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น

รับจำนวนจำกัด โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า
โทร 02 716 8217 โทรสาร 02 716 8218
สายตรง 082 081 0975 คุณเกศริน สมฤทธิ์
จัดโดย มูลนิธิมิตรภาพไทยริชโช

thairissho@csloxinfo.com


โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:31:03 น.  

 
*งาน "หนังสือของนักอ่าน"

กลุ่มวีเชนจ์และมูลนิธิเสฐียรโกเศศเชิญผู้สนใจร่วมหาซื้อหนังสือมือสองของเพื่อนๆ ได้ที่งาน "หนังสือของนักอ่าน" เพื่อร่วมสร้างพื้นที่นักอ่านพบนักอ่าน และร่วมสร้างตลาดหนังสือในอีกรูปแบบ สนใจสามารถร่วมงานได้ในวันที่ 19-21 มิ.ย.2552 เวลา 12.00-20.00 น. ที่สวนเงินมีมา ถนนเจริญนคร อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.wechange555.com สอบถามทางไป โทร.08-4662-8062





*โครงการอนุรักษ์ฟื้นคืนสภาพแม่น้ำลำคลอง

อยากเที่ยวฟรีแต่สร้างสรรค์ โครงการอนุรักษ์ฟื้นคืนสภาพแม่น้ำลำคลอง โดย ชมรมคนรักษ์ลำน้ำเข็ก ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดรับผู้สนใจทั่วไปร่วมกิจกรรมพิเศษล่องแก่งเก็บขยะ ณ ลำน้ำเข็ก พร้อมชื่นชมความงามของธรรมชาติ ด้วยทริป 3 วัน 2 คืน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เดินทางระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายนนี้ พักที่เรนฟอเรสท์ รีสอร์ท สนใจสมัครผ่านอีเมล์ที่ : rian@thaihealth.or.th หรือ โทร.08-9120-3073 รับจำนวนจำกัด





*การประชุมวิชาการนานาชาติด้านพันธุศาสตร์เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ครั้งที่ 10

ซีพีเอฟ หนุน มก.จัดประชุมนานาชาติพันธุศาสตร์สัตว์น้ำ

นายพินิจ กังวานกิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า การพัฒนาพันธุกรรม (จีนีติกส์) ถือเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่าร้อยละ 50 ซีพีเอฟทำการปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำหลายชนิด อาทิ ปลาทับทิม (Hybrid Red Tilapia) และกุ้งขาวแวนนาไม โดยวิธีธรรมชาติคือคัดสายพันธุ์ ไม่ใช่การตัดแต่งพันธุกรรม ส่วนพันธุ์กุ้งขาวให้มีความต้านทานโรคดี ล่าสุด ซีพีเอฟสนับสนุนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านพันธุศาสตร์เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ครั้งที่ 10 วันที่ 22-26 มิถุนายนนี้ ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการศึกษาวิจัยพันธุศาสตร์สัตว์น้ำระดับสูง

ด้าน ศ.ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร หัวหน้าภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การประชุมของนักวิชาการชั้นนำด้านพันธุศาสตร์จากทั่วโลก จะมีการเสนอผลงานวิจัย 217 เรื่อง จากผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ใน 39 ประเทศ ผลงานวิจัยเด่นๆ อาทิ การค้นพบโปรตีนที่อาจใช้ควบคุมให้เกิดกุ้งก้ามกรามเพศผู้, กุ้งก้ามกรามโตเร็วโดยการผสมข้ามในประเทศเวียดนาม, กุ้งขาวสายพันธุ์ใหม่, การปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำโดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุล, หอยมุกน้ำจืดพันธุ์ใหม่, การปรับปรุงพันธุ์หอยเป๋าฮื้อ, การค้นพบเครื่องหมายโมเลกุลที่สัมพันธ์กับความต้านทานโรคในปลา, การค้นพบเครื่องหมายโมเลกุลที่สัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของกุ้งกุลาดำ, การจับคู่ผสมพันธุ์ปลาบึกโดยอาศัยเครื่องหมายพันธุกรรมในนิวเคลียสและในไมโตคอนเดรียล ดีเอ็นเอ ฯลฯ




*คอนเสิร์ตเพลง คนดนตรี โลก

27 มิถุนายนนี้ คาราบาวจะจับมือ "ขุนอิน" ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า แสดงคอนเสิร์ตเพลง คนดนตรี โลก นำเพลงของคาราบาวมาบรรเลงโดยใช้ระนาด ให้ชมที่โรงละครสำนักพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเวลา 19.00 น. โดยคอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะนำเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเชิดชูใน 3 มิติ คือการได้ยิน ได้ฟัง และสัมผัสด้วยหัวใจ ผ่านเสียงดนตรีไทยจากขุนอิน เรื่องราวที่เชิดชูบรรพชนไทยและบทบาทของบุคคลสำคัญผ่านเนื้อเพลงของคาราบาว และรูปแบบเวทีที่ประยุกต์ศิลปะไทยร่วมสมัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ

คอนเสิร์ตซึ่งคนจัดยืนยันว่าจะมีเพลงที่คาราบาวแทบไม่เคยนำขึ้นแสดงบนเวทีไหนๆ จะมี เอมี่-อามีเรีย จาคอป เป็นแขกรับเชิญ โดยจำหน่ายบัตรราคา 1,200 บาท ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้โครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อนนักดนตรีไทย




*การประชุมวิชาการประจำปี เรื่อง “ 6 ทศวรรษ โรงพยาบาลเลิดสิน”

สังคม 16 มิ.ย. เวลา 09.00 น. นพ.เรวัติ วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการประชุมวิชาการประจำปี เรื่อง “ 6 ทศวรรษ โรงพยาบาลเลิดสิน” ที่ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน ...*... 10.30 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จัดงานแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่อง “ขบวนการปล้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” ที่ห้องโมเน่ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ ...*... 13.00 น. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดยุติธรรม เปิดกิจกรรมเวิร์กช็อป เพิ่มทักษะและเทคนิคให้กับผู้ต้องขัง เพื่อประกวดออกแบบโลโก้โครงการกกำลังใจ ที่ห้องเรือนจำกลางคลองเปรม ถ.งามวงศ์วาน

สมาคมวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์ไทย จัดโครงการฝึกอบรม “พูดภาษาไทยชัด สนองพระราชดำรัสในหลวง” ระหว่างวันที่ 27-28 มิ.ย. ที่หอประชุมคุรุสภา สนใจเข้าอบรม ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่ สมาคมฯ เลขที่ 289 อาคารตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ชั้น 8 หรือ โทร.0-2434-5324-5 ถึง 25 มิ.ย. ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการอบรม ...*...





*สัมมนาเรื่อง “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์ด้วยการปฏิรูปประเทศไทย”

...*...คณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์วิจัยเศรษบกิจ และธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับหนังสือพิมพ์มติชน สถานีวิทยุ อสมท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดสัมมนาเรื่อง “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์ด้วยการปฏิรูปประเทศไทย” วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. เวลา 13.00-15.30 น. ที่ห้อง 705 ชั้น 7 อาคารศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต (อาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด) เขตสาทร




*เปิดงานภาพลักษณ์ใหม่ “ศูนย์ประชาบดี”

วันพุธที่ 17 มิ.ย. เวลา09.00 น. อิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานภาพลักษณ์ใหม่ “ศูนย์ประชาบดี” 1300 สายด่วน ช่วยคุณได้ ที่ห้องปรินซ์บอลรูม 3 อาคาร 1 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ...



โดย: jenifaae วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:31:56 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง พัฒนาองค์ความรู้และจัดทำธุรกิจเชิงรุกด้วยระบบพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ
สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขอเชิญเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ

หลักสูตร “พัฒนาองค์ความรู้และจัดทำธุรกิจเชิงรุกด้วยระบบพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์
(3-e Marketing)”

วันที่ 14-15 และ 27-28 กันยายน 2552 เวลา 8.30 -17.00 น.
ณ ห้องอบรม 101 อาคารสำนักบริการคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่จัดอบรม
รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 15 กันยายน 2552
รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 – 28 กันยายน 2552

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
นิติบุคคลสตรี หรือสตรีที่มีสินค้า/บริการ พร้อมทำการค้า
ต้องเป็นสมาชิก สสว.
ต้องมี Domain Name และ Hosting
มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น
มีใจพร้อมเรียนรู้และกระตือรือร้นในการทำธุรกิจแนวใหม่ ที่ใช้ Internet เป็นเครื่องมือ ควรจะมีคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook ส่วนตัวสำหรับทำพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการทบทวนเนื้อหา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

รับจำนวนจำกัด 2 รุ่น ๆ ละ 60 คน ขอสงวนสิทธิ์ 1 รายต่อ 1 บริษัท เท่านั้น

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรม ITSoftware และ ธุรกิจบริการ

วันที่: 14/9/2552 ถึง 28/9/2552

เวลา: 8:30-17:00

สถานที่จัด: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 50 ถ. พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0-2942-8555 ต่อ 1402,1439,1440

ห้อง-ชั้น: ห้องอบรม 101 อาคารสำนักบริการคอมพิวเตอร์

จำนวนคนสูงสุด: 60 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: เอกสารในการอบรม

ผู้จัดสัมมนา: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: รับสมัครทางอีเมล์เท่านั้น ขอสงวนสิทธิ์ 1 รายต่อ 1 บริษัท เท่านั้น กรอกใบสมัครส่งทางอีเมล์เท่านั้นไปที่ prawit_raya@hotmail.com และ bizmatch@sme.go.th (หมายเหตุ ต้องส่งทั้ง 2 อีเมล์) ภายในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2552 นี้




*สัมมนาเรื่อง การอบรมพัฒนาอาชีพเชิงธุรกิจเพื่อประกอบอาชีพเป็นเถ้าแก่น้อย

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม

“การอบรมพัฒนาอาชีพเชิงธุรกิจเพื่อประกอบอาชีพเป็นเถ้าแก่น้อย”

ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2552 เวลา 13.00 - 17.30 น.
ณ ศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัด

ตารางการอบรม แบ่งเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย
ช่วงที่ 1 เดือน กันยายน - ตุลาคม 2552
หลักสูตรที่ 1 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่
หลักสูตรที่ 2 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้านจัดดอกไม
หลักสูตรที่ 3 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ช่วงที่ 2 เดือน ตุลาคม - ธันวาคม 2552
หลักสูตรที่ 4 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้านซักอบรีด
หลักสูตรที่ 5 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจบริการดูแลและตกแต่งสวน
หลักสูตรที่ 6 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้าน Day Spa
หลักสูตรที่ 7 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจลูกชิ้น
หลักสูตรที่ 8 การฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการทำธุรกิจร้านเครื่องหนัง


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์/โทรสาร 02 247 9493
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 99 หมู่ 18 ถนน ป๋วย อึ๊งภากรณ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ 02 564 4000 ต่อ 2017 คุณภชรดา , 2097 คุณณิชาภา โทรสาร. 0-2564-4000 ต่อ 2277, 2288
E-mail : g_training@hotmail.com, http://www.ismed.or.th

กลุ่ม: ทั่วไป

วันที่: 5/9/2552 ถึง 13/12/2552

เวลา: 8:30-16:30

สถานที่จัด: ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครบางพลัด

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ซ.จรัญสนิทวงค์ 79 ถ.จรัญสนิทวงค์ เขต บางพลัด กทม.10120

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-4232025-6

ห้อง-ชั้น: -

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: ไม่มีแผนที่

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: กำหนดการและใบสมัคร

ผู้จัดสัมมนา: สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์/โทรสาร 02 247 9493 สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 99 หมู่ 18 ถนน ป๋วย อึ๊งภากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทรศัพท์ 02 564 4000 ต่อ 2017 คุณภชรดา , 2097 คุณณิชาภา โทรสาร. 0-2564-4000 ต่อ 2277, 2288 E-mail : g_training@hotmail.com http://www.ismed.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:05:42 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง เสื้อผ้าลดโลกร้อน “ CoolMode”

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา

“เสื้อผ้าลดโลกร้อน “ CoolMode” :
โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย”

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 8.30 - 12.00 น.
ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ด้วยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน เพื่อพัฒนาเสื้อผ้าที่มีการออกแบบและใช้ผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ และเพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน โดยมีการจัดสัมมนาเรื่อง เสื้อผ้าลดโลกร้อน“Cool Mode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย กรุณาส่งใบตอบรับมาที่
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โทรสาร 02-713-5492-9 ต่อ 550
ภายในวันที่16 กันยายน 2552

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิดารัตน์ มีเจริญ โทรศัพท์02-713-5492-9 ต่อ 543

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป

วันที่: 18/9/2552

เวลา: 8:30-12:00

สถานที่จัด: สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ซอยตรีมิตร กล้วยนำไท ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. 10110

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0-2713-5492-9

ห้อง-ชั้น: ห้องสัมมนา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์

เอกสารประกอบ: กำหนดการและใบตอบรับ

ผู้จัดสัมมนา: สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: กรุณาส่งใบตอบรับมาที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทรสาร 02-713-5492-9 ต่อ 550 ภายในวันที่16 กันยายน 2552 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธิดารัตน์ มีเจริญ โทรศัพท์02-713-5492-9 ต่อ 543

กรุณาเวียนถึง R เจ้าของกิจการ R กรรมการผู้จัดการ
ใบสมัครเข้าร่วมสัมมนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน “CoolMode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
ชื่อบริษัท........................................................................................................................................................................
ที่อยู่............................................................................................................................รหัสไปรษณีย์...............................
โทรศัพท์ .......................................... โทรสาร.................................... E-mail................................................................
ชื่อ – นามสกุล .............................................................ตำแหน่ง....................................................................................
กรุณาส่งใบตอบรับมาที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โทรสาร 02-713-5492-9 ต่อ 550
ภายในวันที่16 กันยายน 2552
การสัมมนาเรื่อง
เสื้อผ้าลดโลกร้อน “ CoolMode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ด้วยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้จัดทำโครงการส่งเสริมการ
พัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน เพื่อพัฒนาเสื้อผ้าที่มีการออกแบบและใช้ผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ และเพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้
ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน โดยมีการจัดสัมมนาเรื่อง เสื้อผ้าลดโลกร้อน
“Cool Mode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
วันศุกร์ที่18 กันยายน 2552
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 –10.00 น. การบรรยาย เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อิทธิพลต่อวิถีชีวิตในสังคม”
โดย ดร. พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์
อำนวยการสำนักส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการตลาด
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
10.00 – 10.15 น. การบรรยาย เรื่อง “ขั้นตอนการขอรับเครื่องหมาย Cool Mode”
โดย คุณทัศนา รัตนวดี
นักวิชาการอาวุโส สำนักส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการตลาด
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 11.30 น. การบรรยาย เรื่อง “คุณลักษณะเสื้อผ้า CoolMode และวิธีทดสอบ”
โดย คุณพีรพร พละพลีวัลย์และ ดร.นราพร รังสิมันตกุล
. ศูนย์วิเคราะห์ทดสอบสิ่งทอ
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
11.30 – 12.00 น ถาม - ตอบ
12.00 น. ** จบการสัมมนาและพักรับประทานอาหารกลางวัน **
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิดารัตน์ มีเจริญ โทรศัพท์02-713-5492-9 ต่อ 543
สัมมนา ฟรี!!!
รับจำนวนจำกัด
กรุณาเวียนถึง R เจ้าของกิจการ R กรรมการผู้จัดการ
ใบสมัครเข้าร่วมสัมมนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน “CoolMode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
ชื่อบริษัท........................................................................................................................................................................
ที่อยู่............................................................................................................................รหัสไปรษณีย์...............................
โทรศัพท์ .......................................... โทรสาร.................................... E-mail................................................................
ชื่อ – นามสกุล .............................................................ตำแหน่ง....................................................................................
กรุณาส่งใบตอบรับมาที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โทรสาร 02-713-5492-9 ต่อ 550
ภายในวันที่16 กันยายน 2552
การสัมมนาเรื่อง
เสื้อผ้าลดโลกร้อน “ CoolMode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ด้วยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้จัดทำโครงการส่งเสริมการ
พัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน เพื่อพัฒนาเสื้อผ้าที่มีการออกแบบและใช้ผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ และเพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้
ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน โดยมีการจัดสัมมนาเรื่อง เสื้อผ้าลดโลกร้อน
“Cool Mode” : โอกาสทางการตลาดของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
วันศุกร์ที่18 กันยายน 2552
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 –10.00 น. การบรรยาย เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อิทธิพลต่อวิถีชีวิตในสังคม”
โดย ดร. พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์
ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการตลาด
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
10.00 – 10.15 น. การบรรยาย เรื่อง “ขั้นตอนการขอรับเครื่องหมาย Cool Mode”
โดย คุณทัศนา รัตนวดี
นักวิชาการอาวุโส สำนักส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาการตลาด
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 11.30 น. การบรรยาย เรื่อง “คุณลักษณะเสื้อผ้า CoolMode และวิธีทดสอบ”
โดย คุณพีรพร พละพลีวัลย์และ ดร.นราพร รังสิมันตกุล
. ศูนย์วิเคราะห์ทดสอบสิ่งทอ
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
11.30 – 12.00 น ถาม - ตอบ
12.00 น. ** จบการสัมมนาและพักรับประทานอาหารกลางวัน **
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณธิดารัตน์ มีเจริญ โทรศัพท์02-713-5492-9 ต่อ 543
สัมมนา ฟรี!!!
รับจำนวนจำกัด




*สัมมนาเรื่อง BRAND FOCUS

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา

“BRAND FOCUS”

วันที่ 23-25 กันยายน 2552 เวลา 8.30 - 16.30 น.
ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมส่งเสริมการส่งออก รัชดาภิเษก

กิจกรรม BRAND FOCUS ถูกจัดขึ้นเพื่อการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการในการสร้างตราสินค้าไทยประกอบด้วย การสัมมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการและการให้บริการให้คำปรึกษาด้านการสร้างตราสินค้า เพื่อช่วยในการพัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และยกระดับสินค้าไทยอย่างแท้จริง

โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ระดับแนวหน้าของไทย

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล จาก เดอะแบรนด์บีอิ้ง คอนซัลแทนส์
คุณทรงพล เนรกัณฐี ผู้มากประสบการณ์ด้านการสร้างแบรนด์จาก ดราก้อนอิงค์
และวิทยากรรับเชิญผู้บริหารแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงระดับสากลร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

สถานที่จัดอบรม

วันพุธที่ 23 กันยายน 2552
ณ ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
กระทรวงพาณิชย์ บางกระสอ นนทบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2552
ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมส่งเสริมการส่งออก รัชดาภิเษก

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2552
ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมส่งเสริมการส่งออก รัชดาภิเษก


วิธีการสมัครเข้าร่วม BRAND FOCUS

สมัครทางโทรสาร โดยส่งใบสมัครไปที่โทรสาร 0 2511 5202, 0 2512 2236
สมัครด้วยตนเอง โดยส่งใบสมัคร ณ กลุ่มงานส่งเสริมการสร้างตราสินค้า สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า อาคารสถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ ชั้น 2 กรมส่งเสริมการส่งออก 22/77 ถ.รัชดาภิเษก จตุจักร กรุงเทพฯ (ตรงข้ามศาลอุทธรณ์) วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00-15.30 น.
สมัครทางไปรษณีย์ โดยส่งใบสมัครไปที่ กลุ่มงานส่งเสริมการสร้างตราสินค้า สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก 22/77 ถ.รัชดาภิเษก จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก
22/77 ถ.รัชดาภิเษก จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0 2513 8545, 2512 0093 ต่อ 650 โทรสาร 0 2512 5273


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:06:24 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง “วิกฤติคุณธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน อะไร อย่างไร”

- เวลา 08.30 - 16.30 นาฬิกา คณะ กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จะจัดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “ผลกระทบและการเยียวยาการเปิดตลาดข้าว ปาล์มน้ำมัน และสินค้าเกษตรภายใต้พันธกรณี AFTA” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306 – 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2
- เวลา 08.30-17.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “วิกฤติคุณธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน อะไร อย่างไร” ณ ห้องรับรอง 1-2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2





*โครงการ สัมมนา เรื่อง"คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค”

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 12.30 – 17.30 น.
ณ ห้องประชุมนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา

กว่า 40 ปีนับจากการก่อตั้ง อาเซียนในปัจจุบันเป็นองค์กรที่มีสถานะทางกฏหมายรองรับเช่นเดียวกับองค์กรระดับภูมิภาคอื่นๆ เมื่อ 10ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ให้สัตยาบันกฏบัตรอาเซียนในการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 13ที่ประเทศสิงคโปร์

แถลงการณ์ร่วมของผู้นำอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ ย้ำว่า “การลงนามรับรองปฎิญญาอาเซียน เป็นเสมือนการปักหมุดทางประวัติศาสตร์สำหรับอาเซียน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นร่วมกันที่มีต่อการพัฒนาประชาคมอาเซียนให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ร่วมกันก้าวไปสู่ความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม”ผู้นำอาเซียนยังยืนยันว่า “เรายังคงมุ่งมั่นจะสร้างอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นอาเซียนที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และยินดีสนับสนุนความพยายามที่จะสถาปนากระบวนการปรึกษาหารือระหว่างผู้นำและภาคอื่นๆของสังคม โดยมีสำนักงานเลขาธิการอาเซียนอำนวยความสะดวก อาเซียนยินดีรับความเห็นและข้อเสนอแนะของกลุ่มต่างๆ จากภาคประชาสังคม กับเห็นความจำเป็นที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจและความพยายามในการสร้างชุมชนอาเซียนที่ให้ความ สำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีและการดำรงชีพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆในสังคม การส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสิทธิมนุษยชน...”

แถลงการณ์ฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำอาเซียนในการสร้าง “อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง”และ การขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่ “อาเซียนที่เป็นประชาธิปไตย”มุ่งมั่นในหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน การระบุให้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคถือเป็นการก้าวย่างสำคัญของอาเซียน ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ได้มีการรับรอง Terms of Reference (TOR) ที่เสนอโดยคณะผู้แทนระดับสูง (High Level Panel) เพื่อการจัดตั้ง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights-AICHR) ทั้งนี้จะได้มีการแถลงการณ์จัดตั้งคณะกรรมาธิการฯ นี้อย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนตุลาคมศกนี้

อย่างไรก็ดี ยังมีความเห็นที่หลากหลายต่อบทบาทและภารกิจของ คณะกรรมาธิการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้น และมีประเด็นห่วงกังวลในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาผู้แทนในบรรดาประเทศสมาชิก ความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง อำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และจัดทำรายงานสิทธิมนุษยชน รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของ คณะกรรมาธิการฯ นี้ เป็นอย่างยิ่ง

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับกลไกสิทธิมนุษยชน และเพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการดำเนินงานและอนาคตของคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าว คณะทำงานไทยเพื่อการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคอาเซียน เห็นความจำเป็นที่จะต้องติดตามและนำเสนอข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์ดังเช่นที่ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาในการผลักดันให้มีกลไกสิทธิมนุษยชนนี้ จึงดำริจัดการสัมมนาร่วมกับกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และองค์กรเครือข่าย โดยคณะทำงานฯ คาดหวังว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจจากสาขาที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากภาคประชาสังคม และประชาชน รวมถึงผู้แทนจากอาเซียนและภาครัฐ จะนำมาซึ่งข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ และจะนำพาอาเซียนไปสู่ความเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน




*โครงการสัมมนา เรื่อง เสียงสะท้อนจากชุมชนต่อร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง : ม.ก.

กำหนดการสัมมนา เรื่อง เสียงสะท้อนจากชุมชนต่อร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ...... วันที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 08.30 น. - 17.00 น. ณ. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 09.20 น. เปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การปรับปรุงการผังเมืองของไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ” โดย: รองศาสตราจารย์ ดร.เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมนักผังเมืองไทย

09.20 – 10.00 น. มุมมองสู่ประเด็นการปรับปรุงกฎหมายผังเมืองจากประสบการณ์และกรณีปัญหาในระดับพื้นที่ (ท่านละ 15 นาที)
1) การจัดการพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อุตสาหกรรมที่มาบตาพุด ระยอง โดย: คุณสุทธิ อัชฌาสัย เลขาธิการเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
2) นโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินและการอนุรักษ์ทรัพยากรฯที่ประจวบคีรีขันธ์ โดย: คุณสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก
3) การจัดทาแผนพัฒนาภาคใต้สู่การวางผังเมือง กรณีสิชล โดย: คุณทรงวุฒิ พัฒแก้ว ภาคประชาชนจากอาเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
4) การวางผังเมืองกับการจัดการน้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย: อาจารย์สันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ สถาบันราชภัฎอุดรธานี 5) ผังเมืองกับการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ โดย: คุณ ธนทศ ปรีเปรม ภาคประชาชนจากชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
6) การควบคุมการพัฒนาเมื่อผังเมืองหมดอายุ กรณีการพัฒนาพื้นที่รอบสะพานแม่น้าแคว จังหวัดกาญจนบุรี โดย: คุณภินันทน์ โชติรสเศรณี กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ ดาเนินรายการโดย คุณภารนี สวัสดิรักษ์ เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม

10.00 – 10.15 น. เครื่องดื่มและของว่าง

10.15 – 11.30 น. มองประเด็นการปรับปรุงกฎหมายผังเมืองจากกรณีปัญหาในระดับพื้นที่ (ต่อ)

11.30 – 12.00 น. ร่างพระราชบัญญัติการผังเมืองฉบับใหม่ สาระสาคัญ และการบังคับใช้ โดย: คุณวีระพงษ์ บุญญานุสนธิ์ ผู้อานวยการกองนิติการ กรมโยธาธิการและผังเมือง

12.00 – 13.00 น. อาหารกลางวัน

13.00 – 15.00 น. ความสัมพันธ์ของการปรับปรุงผังเมืองกับการพัฒนาเมืองและการพัฒนาพื้นที่ : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากมุมมองต่างๆ โดย:
1) ร่าง พ.ร.บ. การผังเมืองกับเสียงสะท้อนจากประชาชนและการรับฟังความคิดเห็น
โดย: คุณวีระพงษ์ บุญญานุสนธิ์ ผู้อานวยการกองนิติการ กรมโยธาธิการและผังเมือง
2) การบังคับใช้ผังเมืองที่เหมาะสม
โดย: รศ. เลิศวิทย์ รังสิรักษ์ ที่ปรึกษาสมาคมนักผังเมืองไทย 3) ธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงผังเมือง โดย: ดร. สมฤดี นิโครวัฒนยิ่งยง ผู้อานวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
4) ร่าง พ.ร.บ. ผังเมืองฉบับใหม่ กระจายหรือรวบอานาจ โดย: คุณภารนี สวัสดิรักษ์ เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม 5) ความยุติธรรมในกระบวนการนโยบายสาธารณะเชิงพื้นที่ โดย: ดร.สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ ดาเนินรายการโดย: รศ.ดร.สุวัฒนา ธาดานิติ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

15.00 – 15.15 น. เครื่องดื่มและของว่าง

15.15 – 16.15 น. การรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา (ต่อ)

16.15 – 16.45 น. สรุปข้อเสนอจากเวทีการสัมมนาต่อการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ผังเมือง โดย คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง และคุณภารนี สวัสดิรักษ์

16.45 - 17.00 ปิดการสัมมนา โดย: รองศาสตราจารย์ ดร.เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน


ใบตอบรับการเข้าร่วมประชุมสัมมนา เรื่อง เสียงสะท้อนจากชุมชนต่อร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ...... ร่วมจัดโดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนักผังเมืองไทย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม และมูลนิธิบูรณะนิเวศ วันที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 08.30 น. - 17.00 น. ณ. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร
ชื่อ/สกุล (นาย/นาง/นางสาว) …………........................ตำแหน่ง...................................................
หน่วยงาน..................................................................
...................................................................... โทรศัพท์/.................................................
Email.......................................................

ประสงค์จะเข้าร่วมงานสัมมนา
ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมงานสัมมนา และไม่ส่งผู้แทน
ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมงานสัมมนา จึงมอบหมายให้ ชื่อ/สกุล (นาย/นาง/นางสาว)............................. ตำแหน่ง...........................................................
หน่วยงาน..................................... ที่อยู่.......................................... .............โทรศัพท์/โทรสาร.........................................
.......................................................................
Email.....................................................................................
กรุณายืนยันการเข้าร่วมงานสัมมนา ภายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552
โดยทางโทรสารที่หมายเลข 02-952-5062 หรือ อีเมล์ kanchana.earth@yahoo.comมูลนิธิบูรณะนิเวศ เลขที่ 211/2 ซอยงามวงศ์วาน 31 อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000




*ประชาคมคนสนามหลวง : อิสรชน/กระจกเงา/กรุงเทพมหานคร

อิสรชนร่วมกับกระจกเงาและกรุงเทพมหานคร จัดประชาคมคนสนามหลวง ในวันอังคารที่ 15 กันยายน 2552 ระหว่างเวลา 17.30-19.30 น. เพื่อระดมความคิดเห็น รวบรวมข้อเสนอแนะในกรณีจัดระเบียบสนามหลวง เพื่อมอบให้แก่ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มากกว่าพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว

เชิญชวนให้มาร่วมกันเป็นอาสาสมัคร ผู้สังเกตการณ์ หรือ
ผู้สนับสนุน ด้วยการ นำของมาบริจาคแก่ คนสนามหลวง


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:07:08 น.  

 
*เชิญร่วมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้อง “สิทธิศักดิ์ศรีชนชั้นกรรมาชีพ” : คสรท.

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
Thai Labour Solidarity Committee (TLSC.)
สำนักงานประสานงาน ๕๐๓/๒๐ ถนนนิคมรถไฟ มักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
โทรศัพท์/โทรสาร ๐-๒๖๕๔-๗๖๘๘
อีเมล vrlabour@gmail.com, kwanza@unithailand.org Website : http://www.unithailand.org , Webblog :http://solidarity.blogth.com
ที่ คสรท. ๗๘/๒๕๕๒

๑๑ กันยายน ๒๕๕๒

เรื่อง เชิญร่วมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้อง “สิทธิศักดิ์ศรีชนชั้นกรรมาชีพ”

เรียน

เนื่องด้วยผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้าง การใช้มาตรา ๗๕ ในการจ้างงาน การลดเวลาการทำงาน และการคุกคามสิทธิคนงานและสิทธิสหภาพแรงงานในรูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ที่เราทราบกันดีขณะนี้ ทั้งนี้นายจ้างบางสถานประกอบการก็ประสบกับปัญหาวิกฤตจริง แต่บางแห่งก็ใช้โอกาสวิกฤตเศรษฐกิจเป็นข้ออ้างในการเอาเปรียบคนงาน ใช้โอกาสในการลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญใช้โอกาสวิกฤตเศรษฐกิจนี้ในการทำลายและคุกคามสหภาพแรงงานและสิทธิของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็น กรณีของคนงานบริษัท เวร์ลเวล การ์เม้นท์ , พี่น้องสหภาพแรงงานไทรอัมพฯ , สหภาพแรงงานแคนนาดอล ฯลฯ

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย มีความตระหนักถึงความสำคัญต่อปัญหา และมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรแรงงานต่างๆพยายามนำเสนอและผลักดันให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ปัญหาต่างๆก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในทางกลับกันภาครัฐยังใช้วิธีการคุกคามคนงานและสหภาพแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้นเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษบกิจ และพี่น้องคนงาน สหภาพแรงงานที่ถูกคุกคาม คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับเครือข่ายองค์กรแรงงานต่างๆ ได้กำหนดเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้อง “สิทธิศักดิ์ศรีชนชั้นกรรมาชีพ” ในวันอังคารที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒ รวมตัวเวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า

จึงเรียนมาเพื่อโปรดเข้าร่วมและส่งผู้แทนเข้าร่วมการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวข้างต้น ให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้

ด้วยความสมานฉันท์
(วิไลวรรณ แซ่เตีย)
ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
โทรศัพท์ ๐-๒๖๕๔-๗๖๘๘




*"ดอกไม้ไทย"เบ่งบานไปทั่วโลก

โครงการหนังสือ "ดอกไม้ไทย" หนังสือวัฒนธรรมดอกไม้แห่งชาติ (Dok Mai Thai : The Flower Culture of Thailand) บันทึกทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมดอกไม้ ริเริ่มโดย สกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้และออก แบบผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ เพื่อเทิด พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษาในปีนี้ ได้ฤกษ์เปิดตัวแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์ จิม ทอมป์สัน วันที่ 5 ส.ค.นี้

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก ม.ร.ว.ยงสวาสดิ์ กฤดากร รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษา ร่วมด้วยรองประธานอีก 3 คน คือท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ท่าน ผู้หญิงสุภรเพ็ญ หลวงเทพ คุณหญิง ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี พร้อมคณะกรรมการ ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ 3 คน อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร และ อาจารย์นิธิ สถาปิตานนท์ รวมทั้งสามผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงน้ำหมึก ได้แก่ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ สิรี อุดมฤทธิรุจ และพยอม วลัยพัชรา

อาจารย์จักรพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช 2543 อนุญาตให้นำภาพวาด ชื่อ "พวงร้อย" เป็นภาพหญิงสาวห่มสไบ นั่งพับเพียบ เท?าแขนบนตั่งที่มีมาลัยดอกไม้ วางประดับ ลงพิมพ์ในบท "งานดอกไม้เล็ก" ของหนังสือ และอนุญาตให้นำภาพถ่ายหุ่นกระบอกจากการซ้อมหุ่นกระบอกเรื่องตะเลงพ่าย ฝีมือจักรพันธุ์ โปษยกฤต และคณะอันมีความวิจิตรยิ่งมานำเสนอ

ในส่วนของอาจารย์จุลทัศน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรม (ร่วมสมัย) ประจำปี 2547 เอื้อเฟื้อบ้านศิลปินแห่งชาติที่สวยงามตามสไตล์ล้านนาร่วมสมัย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิง เขตตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ถ่ายทำในส่วนของวัฒนธรรมการจัดดอกไม้ของล้านนา ในรูปแบบร่วมสมัย

สำหรับอาจารย์นิธิ ศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรม (ร่วมสมัย) ประจำปี 2545 มอบผลงานหนังสือหลายเล่มใช้เป็นเอก สารอ้างอิงและสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน อาทิ หนังสือ Architecture of Thailand รวมทั้งหนังสือเล่มเล็กในชุด Thai Architecture Elements เช่น หนังสือ Colors, Roofs, Gates and Fences และ Surfaces เป็นต้น

หนังสือดอกไม้ไทย จัดพิมพ์สี่สีเป็นภาษาอังกฤษ ความยาว 176 หน้า ราคา 1,777 บาท จะวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำไทยและทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.นี้เป็นต้นไป ผู้สนใจติดต่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ "ดอกไม้ไทย" หนังสือวัฒนธรรมดอกไม้แห่งชาติได้ที่ บริษัท ซิลเลเบิล จำกัด โทร. 0-2254-6895-7




*1 ทศวรรษนายอินทร์อะวอร์ด

ศุกร์กลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสติดตามกวีรัตนโกสินทร์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ บรรณาธิการเครางาม(ในอดีต) รักษ์ มนัญญา ไปร่วมเสวนาการบรรยายพิเศษด้านสังคมศึกษา ภาษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และดนตรี ของนักเรียนโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร ณ อาคารหอประชุม โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

นักเรียนมานั่งรอฟังเต็มห้องประชุม นอกจากการบรรยายบอกเล่าประสบการณ์ด้านการเขียน การอ่าน กิจกรรมนี้ยังมีวิธีสอนเขียนกลอนง่ายๆ ที่ศิลปินชาตินำมาสาธิตเล่นกับนักเรียนโดยใช้วิธีลืมเรื่องสัมผัสในแต่ให้ลองเขียนคำคล้องจองเป็นวรรคโดยไม่บอกว่าการเขียนลักษณะยานี 11

กลวิธีแบบนี้ต้องถือว่าเป็นการสอนที่ง่ายและไม่เกรงสำหรับคนที่เริ่มเขียนกลอนที่ไม่ต้องไปกางตำราเขียนแต่ทำได้ง่ายๆ ไม่ยากและไม่รู้สึกถูกบังคับเมื่อช้ำชองแล้วค่อยพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ จากการอ่านหนังสือและวรรณคดีรสคำและรสความจะมาเอง

ในวันถนัดมาคณะครูบาอาจารย์ พาข้ามฝั่งโขงสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ข้ามไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ไปกราบนมัสการพระธาตุอิงฮังและเลียบตลิ่งชมสยามฝั่งขวาแม่น้ำโขงกินปลาอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร เป็นโรงเรียนประจำที่มีกิจกรรมการแบ่งปันความรู้ภายในโรงเรียนและนอกสถานที่อย่างสม่ำเสมอ ซึ้งในวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ สถานศึกษาแห่งนี้ยังได้เชิญครูศิลปะชื่อดังแห่งโรงเรียนศรีสงคราม ครูสังคม ทองมี มาจุดประกายการทำงานศิลปะอีกด้วย

ขอชื่นชมกิจกรรมดีๆ อย่างที่มีอย่างต่อเนื่อง และน้ำใจไมตรีด้วยความยินดีครับ…

ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้วสำหรับรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ครั้งที่ 10 ประจำปีพุทธศักราช 2552 พร้อมทั้งฉลองครบรอบสู่ 1 ทศวรรษรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด และเปิดตัวหนังสือวาระพิเศษ “โอกาส” ภายใต้แนวคิด “มากกว่ารางวัล คือ โอกาส” โดยนักเขียนยอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ณ อมรินทร์คอร์เปอเรทปาร์ค โดยมีบรรดานักเขียน นักแปล คนทำหนังสือ และสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ครบรอบปีที่ 10 หรือ ครบรอบ 1 ทศวรรษในปีนี้ บริเวณหน้างานจึงได้จัดนิทรรศการรวบรวมหนังสือผลงานรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดตั้งแต่ขวบปีแรกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า 1 ทศวรรษที่โครงการนายอินทร์อะวอร์ดได้สร้างนักเขียนคุณภาพประดับวงการน้ำหมึกไทยจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงมุ่งหวังที่จะเป็นเวทีให้นักเขียนได้แสดงความสามารถ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดงานเขียนใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพต่อสังคมไทย และเพื่อให้สมกับคำขวัญของโครงการที่ว่า “มากกว่ารางวัล คือโอ กาส” คณะบรรณาธิการจึงได้จุดประกายความคิดให้บรรดา 17 นักเขียนรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ได้รวมตัวกันแสดงพลังความคิดและพลังสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ เพื่อจัดทำหนังสือวาระพิเศษที่ชื่อว่า “โอกาส” ผ่านงานเขียนสร้างสรรค์ทั้ง 6 ประเภท รวมจำนวน 15 เรื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้นักอ่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งสำคัญของวงวรรณกรรมไทยอีกด้วย

เมื่อช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึง ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวเชิญตัวแทนคณะกรรมการตัดสินผลงานทั้ง 6 ประเภท มีผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ประเภท ได้แก่ 1ประเภทสารคดีรางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ แม่น้ำสีเขียวคราม โดย บำเพ็ญ ไชยรักษ์ 2.ประเภทเรื่องสั้นรางวัลยอดเยี่ยมได้แก่ ฆาตกร โดย วิทยากร โสวัตร และเรื่องสั้นรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ท่อนแขน โดย สร้อยสัตตบรรณ และที่เกิดเหตุ โดย อนุสรณ์ ศรีคำขวัญ

3. ประเภทกวีนิพนธ์รางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ นัยน์ตาของโคเสี่ยงทาย โดย วิสุทธิ์ ขาวเนียม และกวีนิพนธ์รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ใจชรา โดย วรภ วรภา และ วิทยาศาสตร์กถา โดย พลัง เพียงพิรุฬห์

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลประเภทละ 50,000 บาท และ 30,000 บาท (สำหรับประเภทเรื่องสั้น และกวีนิพนธ์) ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับ เงินรางวัลประเภทละ 10,000 บาท โดยผลงานทั้งหมดจะได้รับค่าลิขสิทธิ์ในการรวมเล่ม และจัดพิมพ์ในนามสำนักพิมพ์ ในเครืออมรินทร์ฯ ต่อไป

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลและผลงานที่ผ่านเข้ามารอบสุดท้าย โดยเฉพาะกวีนิพนธ์ที่มีการส่งมาที่สุดและหลายคนมีสำนวนผ่านเข้ามากรอบสุดท้ายหลายสำนวน

สำหรับผู้สนใจสามารถส่งต้นฉบับเข้าร่วมประกวดในโครงการประกวดงานเขียนรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ครั้งที่ 11 ประจำปีพุทธศักราช 2553 ตามประเภทที่สนใจได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 พฤศจิกายนศกนี้ ดูรายละเอียด http://www.amarinpocketbook.com หรือสอบถาม 0-2422-9999 ต่อ 4142 – 4149

สำหรับวันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.00 น. ณ ห้องรีเจนซี่ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล ณ เพชรสำนักพิมพ์ โดย บก.คนเก่ง เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ ขอเชิญสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติร่วมสัมผัสคลังความคิดอันเฉียบคมของผู้หญิง 4 คน 4 คลังสมอง กฤษณา อโศกสิน ราชินีนักเขียน เศรษฐีนีรางวัลวรรณกรรม เจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2528ไพลิน รุ้งรัตน์ กวี นักเขียน นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียน นักแปล เจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2549 และ นุสบา ปุณณกัณต์ ดารา นักเขียน อักษรศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

พร้อมกับการเปิดตัวหนังสือเล่มพิเศษ “วรรคเพชร” ในนวนิยาย กฤษณา อโศกสิน สอบถามรายละเอียดในการเข้าร่วมงาน ที่ 0-2861-9511-2

งานสารคดีสำนวนที่เรียบง่ายน่าอ่านและทำความใจในความเหมือนของความต่างที่โลกทรรศน์ทางเชื้อชาติและภูมิสังคมวัฒนนธรมที่ต้องทำความเข้าใจในนิยามว่า “ให้เขาเป็นเขา” และ “ให้เราเป็นเรา” แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง อาจพาดพิงถึงปมปัญหาที่สืบเนื่องยาวนานมาจาก “ปมเด่น” หรือ “ปมเขื่อง” และ “ปมด้อย” ระหว่างผู้ถูกกระทำ

ผู้คนในสยามประเทศไทยเราปฎิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติปะปนกันอยู่มีการโยกย้ายครัวเรือนไปมาเรียกง่ายๆ ว่า “ร้อยพ่อพันแม่” ผสมผสานความเป็นพหุลักษณ์ทางสังคมจึงก่อเกิด “วัฒนธรรม” ที่โดนเด่นเป็นลูกผสม หลังเปลี่ยนแกลงการปกครองเมื่อพุทธศักราช 2475 รัฐบาล ป.พิบูลสงครามเสนอให้เปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย ซึ่งเป็นชื่อที่เกิดขึ้นจากสำนึกชาตินิยม

หนังสือ เป็นเขา และ เป็นแขก สารคดีที่เขียนโดย ณรรธราวุธ เมืองสุข หนุ่มจากกระบี่ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์นาครมีเดีย เจน สงสมพันธุ์ บรรณาธิการ ในคำนำบรรณาธิการบอกเล่าว่า ‘เมื่อเราต่างเห็นกันและกัน เห็นว่าเราต่างมีชีวิตและจิตวิญญาณเช่นเดียวกัน คนต่อคน ใจต่อใจก็จะเชื่อมเข้าหากัน สังคมเรายังต้องเผชิญทางแยกอีกหลายหน หลายคนต้องช่วยกันปูสะพานเพื่อเดินข้ามไป’


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:07:38 น.  

 
*สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “สื่อเพื่อพัฒนาลูกน้อย...ทำได้ง่ายจัง"

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “สื่อเพื่อพัฒนาลูก
น้อย...ทำได้ง่ายจัง" โดย อ.คำแก้ว ไกรสรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกรแก้ว ในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2552
เวลา 09.00 - 11.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย




*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการอบรม "การใช้สถิติเพื่อควบคุมกระบวนการ"

งานพัฒนาคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการอบรม "การใช้สถิติเพื่อควบคุมกระบวนการ"
ในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 3

(รับจำนวนจำกัด)




*“โรคของต่อมลูกหมาก”

ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เรื่อง “โรคของต่อมลูกหมาก”
โดย รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด ภาควิชาศัลยศาสตร์ ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552 เวลา 10.00 – 11.30 น. ณ ห้องประชุม 7008 ตึกสยามินทร์
ชั้น 7 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)




*การบรรยาย เรื่อง “ชีวิตถึงทางตัน....ใยเลยต้องทำร้ายตนเอง”

คณะกรรมการประชุมวิชาการ ร่วมกับ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ และงานการพยาบาลอายุรศาสตร์และจิตเวชศาสตร์และสมาคมสะมาริตันส์
แห่งประเทศไทย ขอเชิญแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย เรื่อง “ชีวิตถึงทางตัน....ใยเลยต้อง
ทำร้ายตนเอง” ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G
โดย รศ.พญ.สุดสบาย จุลกทัพพะ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์

นางสาวศรีอรุณ ธนะรัชติการนนท์ พยาบาลประจำโครงการสดใส ใจสบาย

นางสาวสุรีภรณ์ จันทร์ทอง พยาบาลประจำหน่วยโรคจิตเวชศาสตร์

นางสาวพรทิพย์ ยศกิตติภัทร์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมิตันส์ แห่งประเทศไทย

หมายเหตุ : สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ นางสาวสุรีภรณ์ จันทร์ทอง โทร. 02-419-7373
และติดต่อขอเข้ารับการอบรมได้ที่หน้างานตั้งแต่เวลา 12.30 น.




*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการอบรม "การใช้สถิติเพื่อควบคุมกระบวนการ"

งานพัฒนาคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการอบรม "การใช้สถิติเพื่อควบคุมกระบวนการ"
ในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 3

(รับจำนวนจำกัด)




*การอบรมโครงการศิริราชสอนเลี้ยงลูก

ศูนย์รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กศิริราช ร่วมกับ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญบุคลากรศิริราชและผู้สนใจทั่วไปเข้าฟังการอบรมโครงการศิริราชสอนเลี้ยงลูก ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน (เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 – มีนาคม 2553)
เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ สยามินทร์ ชั้น 7

(สมัครและลงทะเบียนรับเอกสาร และอาหารว่าง ฟรี )

17 พฤษภาคม 2552 "ลูกน้อยแรกเกิด – 1 ปี ดูแลอย่างไร " อ.พิกุล ขำศรีบุศ

28 มิถุนายน 2552 "3 ปีแรกจังหวะทองของพัฒนาการ" อ.ทิพยา ถนัดช่าง

19 กรกฎาคม 2552 "การเตรียมการเรียนรู้ของลูกวัยอนุบาล" ดร.วรนาถ รักสกุลไทย

9 สิงหาคม 2552 "สมองดี เริ่มที่การเลี้ยงดูด้วยนมแม่" ศ.คลินิก นพ.วีระพงษ์ ฉัตรานนท์

อ.ธิดารัตน์ วงศ์วิสุทธิ์

13 กันยายน 2552 "เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ดีและมีความสุข" ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ

อ. จิราภา เวคะวนิชย์

11 ตุลาคม 2552 "รู้เรื่องภูมิแพ้ เพื่อลูกปลอดภัย" ศ.พญ.นวลอนงค์ วิศิษฏสุนทร

22 พฤศจิกายน 2552 "ถอดรหัส จัดการปัญหาพฤติกรรมของลูกน้อย" อ.พญ.จริยา ทะรักษา

20 ธันวาคม 2552 "โรคเด็กที่น่ารู้และวัคซีนที่น่าใช้" รศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ

17 มกราคม 2553 "รู้ทัน...รับมือ...ปัญหาพฤติกรรมของเด็กวัยเรียน" อ.พญ.จริยา ทะรักษา

14 กุมภาพันธ์ 2553 "เล่นง่ายๆ แต่ได้สาระ" อ.ธนบดี สมจิตรพรหม

14 มีนาคม 2553 "เคล็ดลับพิชิตปัญหาสารพันการกิน" รศ.กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์

(ลูกกินน้อย...กินมาก...กินยาก...กินนาน) ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ

28 มีนาคม 2553 "ภัยเงียบ "โรคอ้วนและเบาหวานในเด็ก" รศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล

หมายเหตุ : ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่
ศูนย์รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กศิริราช (ข้างตึกปฐมภูมิศิริราช)
โทร. 0 2419 7000 ต่อ 5722, 7626 โทรสาร 0-2419-9453


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:08:05 น.  

 
*กำหนดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องเรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

ณ ห้องควีนส์ปาร์ค 3 โรงแรม อิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค

เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

--------------------------

09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียนและรับเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น

09.30 – 09.45 น. พิธีเปิดประชุม

กล่าวรายงาน โดยประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาและจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

(รศ.ดร. ลัญฉกร วุฒิสิทธิกุลกิจ)

กล่าวเปิดประชุม โดยประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์)

09.45 -10.15 น. การบรรยายในหัวข้อ โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ความจำเป็นและแนวทางในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การแพร่ภาพโทรทัศน์ยุคใหม่ของประเทศ โดย ผู้แทนจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 – 11.30 น. การเสวนาแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในหัวข้อ การให้บริการแพร่ภาพโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในอนาคต โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

11.30 – 12.00 น. การนำเสนอข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเทคโนโลยีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

1. มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน

2. มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับอุปกรณ์ภาครับของโทรทัศน์ดิจิทัล

ภาคพื้นดิน

12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.30 – 15.00 น. ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นโดย คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาและจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

15.00 – 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง

--------------------------

**หมายเหตุ** กำหนดการประชุมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

กรุณาส่งใบตอบรับเข้าร่วมประชุมกลับมายัง
สำนักวิศวกรรมและเทคโนโลยีโทรคมนาคม

สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

โทรศัพท์ 0 2271 0151-60 ต่อ 654,903 โทรสาร 0 2271 3518

E-mail : artprecha@ntc.or.th

amporn@ntc.or.th

ภายในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552




*การอนุญาตการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม (IMT หรือ 3G and beyond)

เพื่อประโยชน์ในการอนุญาตการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม (IMT หรือ 3G and beyond)
สำนักงาน กทช. ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อประกอบการพัฒนาแนวทาง
และหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม(IMT หรือ 3G and beyond)
ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2552 เวลา 09.00 – 16.30 น. โดยสถานที่จะได้ประกาศให้ทราบต่อไป
ผู้ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และ แสดงความคิดเห็น
สามารถส่งความคิดเห็น เพื่อประกอบการพัฒนาแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ
โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม(IMT หรือ 3G and beyond) ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
1. ทางไปรษณีย์ ถึง สำนักการอนุญาตประกอบกิจการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) : 3G@ntc.or.th
3. ทางโทรสาร: 0-2279-1244
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2271-0151-60 ต่อ 766, 767




*ณ เพชรเทรนนิ่ง รุ่นที่ 2 เปิดแล้วค่ะ

เปิดแล้วค่ะ ณ เพชรเทรนนิ่ง รุ่นที่ 2 หลังจากรุ่นแรกเต็มไปแล้วเรียบร้อย
รุ่นที่ 2 เปิดอบรมวันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2552 ณ เพชรเทรนนิ่ง
โครงการเขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ รุ่นที่ 2
โดย
ณ เพชรสำนักพิมพ์
นะเพชรเผ็ดสำนักพิมพ์
และนิตยสาร KOKORO Petchi
วิทยากร
ศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย และภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (มกราคม 2545- ธันวาคม 2546) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านวิชาการให้กับการคัดเลือกและตัดสินประกวดวรรณกรรมหลายโครงการ รวมทั้งมีงานเขียน ผลงานทั้งการวิจัย วรรณคดี วรรณกรรมไทย สารคดี ฯลฯ
เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ ประธานกรรมการบริหารบริษัทเฌ.เดียมอง จำกัด นักเขียน นักพูด วิทยากรพิเศษ

กลุ่มเป้าหมาย : ชายหญิงวัยรุ่นและวัยทำงาน ผู้สนใจในเรื่องการปั้นตัวหนังสือให้เป็นเงิน
จำนวนที่เข้าอบรม : จำนวน 25 ท่าน
ผู้ที่เข้าอบรมจะได้รับ : เอกสารในการอบรม ท่านละ 1 ชุด พร้อมกับหนังสือ ดีใจที่เธอได้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนต่อไปในอนาคต และสามารถซื้อหนังสือในเครือได้ในราคาลดพิเศษ 25% (ในวันอบรม)
มีอาหารกลางวันและ คอฟฟี่เบรค
จำนวนวัน : 1 วัน
วันที่ : เสาร์ ที่ 19 กันยายน 2552 เวลา 9.00 น.- 16.00 น.
ค่าใช้จ่ายในการอบรม : ท่านละ 800 บาท (ราคานี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หากต้องการใบกำกับภาษี กรุณาชำระเพิ่มเป็น 856 บาท)
หลักสูตร : กลยุทธเทคนิคการสัมภาษณ์ การถอดความจากเรื่องเล่า การตัดต่อจัดวางเรื่องราวของการบอกเล่า การถ่ายทอดความรู้สึกจากการบอกเล่าของผู้อื่นอย่างไรให้ดีที่สุดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการจับปากกาขึ้นมาเขียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากคำพูดออกมาให้เป็นรูปเล่ม เพื่อพัฒนา ศักยภาพของผู้ที่สนใจในการฝึกเขียนในแนวทางที่แตกต่างออกไปนั่นคือ
- ฝึกการเป็นนักเขียนขั้นพื้นฐาน ไปสู่มืออาชีพ
- บรรยายเรื่องความแตกต่างระหว่างสารคดี บทความ จากเรื่องเล่า
- กลยุทธการสัมภาษณ์ชนิดล้วงลึกคำต่อคำถ่ายทอดให้เป็นหนังสือ
- วิธีการ และเทคนิค ของแนวทางในการเขียน
- แถมชั่วโมงพิเศษอ่านอย่างไรให้ได้ผล
- ผลงานจากการอบรม มีโอกาสได้รับการตีพิมพ์ลงนิตยสาร KOKORO Petchi
สอบถามรายละเอียด : ณ เพชรเทรนนิ่ง 66/738 ซ.14 ถ.จรัญสนิทวงศ์ 13 คลองขวาง ภาษีเจริญ กทม.10160
โทรศัพท์ - โทรสาร: 0 2861 9511-2
E-mail : napetch@yahoo.com
Web site : http://www.napetch.com
รายละเอียดการสมัคร
สมัครได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2552
10 ท่านแรกที่สมัครเข้ามา จะได้รับสมนาคุณพิเศษ หนังสือ อยากเป็นบอกอ ภาคพิเศษ
ขั้นตอนการสมัคร
ชำระค่าสมัครโดย การชำระเงินจำนวน 800 บาท (ราคานี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หากต้องการใบกำกับภาษี กรุณาชำระเพิ่มเป็น 856 บาท)

โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
(กรุณาระบุสาขาธนาคาร)
- ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อย พาณิชยการธนบุรี เลขที่บัญชี 749-2-22247-4
- ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย จรัญสนิทวงศ์ 13 เลขที่บัญชี 119-2-21340-0
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาย่อย ปตท.ถนนราชพฤกษ์ เลขที่บัญชี 533-1-01405-3
- ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยจรัญสนิทวงศ์ 13 เลขที่บัญชี 880-0-02451-8
แล้วส่งหลักฐานการชำระเงิน พร้อมรายละเอียด ชื่อผู้ที่จะมาอบรม เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ มาที่
ณ เพชรเทรนนิ่ง 66/738 ม.5 ถ.จรัญสนิทวงศ์ 13 คลองขวาง ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 หรือ โทรสาร : 02 2861 9511 หรือ e-mail : napetch@yahoo.com


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:08:36 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมงานบรรยายเสวนาหัวข้อ "เมื่อไหร่จะได้เปลี่ยนไต"

ในวันที่ 19 กันยายน 2552 ณ ห้องประชุมอรรถสิทธ์ เวชชาชีวะ ชั้น 5 อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 16.00 น. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน และเปิดโอกาสรับบริจาคไตเพื่อผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ..ด่วน จำนวน 300 ที่นั่ง..ฟรี!!ตลอดงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2535 ประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล




*เสวนาเรื่อง “เจาะตลาดละตินอเมริกาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ”

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552
เวลา 09.00 – 12.30 น.
ห้องซาลอน เอ
โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ
ดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการเสวนาเรื่อง “เจาะตลาดละตินอเมริกาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” โดยเชิญ H.E. Mr. Felipe Frydman เอกอัครราชทูตอาร์เจนติน่าประจำประเทศไทย H.E. Mr. Luis Arturo Puente Ortega เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย H.E. Mr. Edgard Tellas Ribeiro เอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย และ H.E. Mr. Carlos Velasco Mendiola เอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย ร่วมเสวนาด้วย ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์เติมธรรม สิทธิเลิศ จากศูนย์ศึกษาการค้าอาซียนและละติอเมริกา (SEA-LAC) และ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 09.00–12.30 น.ห้องซาลอน เอ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ




*ขอเรียนผู้สนใจเข้าร่วมอภิปรายในที่ประชุม เรื่อง “ห้องปฏิบัติการพบผู้รับบริการ”

งานพัฒนาคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเรียนผู้สนใจเข้าร่วมอภิปรายในที่ประชุม เรื่อง “ห้องปฏิบัติการพบผู้รับบริการ”
ภาควิชาทางปรีคลินิก ประจำปี 2552 ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2552 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ ชั้น 7

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน

13.30 – 13.45 น. พิธีเปิดประชุม

โดย คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

13.45 – 14.00 น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชาจุลชีววิทยา

โดย ผศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน

14.05 – 14.20 น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชานิติเวชศาสตร์

โดย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์

14.25 – 14.40 น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชาปรสิตวิทยา

โดย รศ.พญ.ดาราวรรณ วนะชิวนาวิน

14.45 – 15.00 น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก

โดย ผศ.นพ.เสถียร สุขพณิชนันท์

15.05 – 15.20น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน

โดย ผศ.พญ.ศันสนีย์ เสนะวงษ์

15.25 – 15.40 น. นำเสนอพร้อมอภิปรายภาควิชาสรีรวิทยา

โดย ผศ.ดร.พญ.วัฒนา วัฒนาภา
15.45 – 16.00 น. ตอบข้อซักถามผู้รับบริการ




*การเสวนาและจัดกิจกรรมเรื่อง “โรคหลอดเลือดหัวใจกับแนวทางการรักษาและเทคโนโลยีแห่งอนาคต”

เนื่อง ด้วย มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ โดยการสนับสนุนของบริษัท แอ๊บบอต ลอบอแรตอรีส จำกัด ได้จัดให้มีการเสวนาและจัดกิจกรรมเรื่อง “โรคหลอดเลือดหัวใจกับแนวทางการรักษาและเทคโนโลยีแห่งอนาคต” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดจาก โรคหลอดเลือดหัวใจและผลกระทบข้างเคียงที่เกิดจากโรคนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 16.00-17.00 น. ณ ชั้น G หน้าลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
โดยภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “โรคหลอดเลือดหัวใจกับแนวทางการรักษาและเทคโนโลยีแห่งอนาคต” โดย นพ. วิสุทธ์ วิเวกาภิรัต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, เรื่อง “การดูแลหัวใจให้แข็งแรง” โดย นพ. นำ ตันธุวนิตย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โรงพยาบาลจันทรุเบกษา และเรื่อง “กินอย่างไร..ให้หัวใจแข็งแรง” โดย ดร. ชนิดา ปโชติการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอุปนายกสมาคมนักกำหนดอาหารประเทศไทย
ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจในอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันโรคหัวใจเป็นหนึ่งในโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 3 อันดับแรกในประเทศไทยตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข โดยภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นโรคหัวใจ อาทิ โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคเส้นเลือดไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าอุดตัน เป็นต้น
ในการนี้ บริษัท ฏีมแอด คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีความยินดีขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่านเข้าร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าว ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือด้วยดีเสมอมา
มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท แอบบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด แผนก Vascular จัดเสวนาเรื่อง “เทคโนโลยีแห่งอนาคต ในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ” ณ บริเวณ ชั้น G หน้าลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 16.00 – 20.00 น.

16.00 – 17.00 น. พูดคุยเสวนาเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ
ในหัวข้อ “เทคโนโลยีแห่งอนาคต ในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ”
โดย…แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
“โรคหลอดเลือดหัวใจกับแนวทางการรักษา และเทคโนโลยีแห่งอนาคต”
นพ. วิสุทธ์ วิเวกาภิรัต
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจ
ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
“การดูแลหัวใจให้แข็งแรง”
นพ. นำ ตันธุวนิตย์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โรงพยาบาลจันทรุเบกษา
“กินอย่างไร….ให้หัวใจแข็งแรง”
ดร. ชนิดา ปโชติการ
สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล อุปนายกสมาคมนักกำหนดอาหารประเทศไทย

18.00 - 2000 น. "ฐานปฏิบัติการเพื่อหัวใจแข็งแรง” และ “โชว์สนุก ๆ บนเวที”
มาดูกันซิว่า “หัวใจคุณ แข็งแรงแค่ไหน?” ถ้าแข็งแรง รับรางวัลกลับบ้านได้เลย
มาปรุง และชิมอาหารจานเด็ด เมนูรักษ์หัวใจกันเถอะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ประชาสัมพันธ์ : นิธิมา, นันทิยา
โทรศัพท์ : 081-984 0369, 02-930 8708, 02-938 4450-4
E-mail : n_saleng@hotmail.com, pr@themead.co.th




*กมธ. การศาสนาฯ สผ. จัดสัมมนาส่งเสริมการนำเอกลักษณ์ไทยมาใช้กับสิ่งก่อสร้างของราชการ

คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การนำศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ไทยมาใช้ในการก่อสร้างสถานที่ราชการ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน นี้

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ จะจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “การนำศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทยมาใช้ในการก่อสร้างสถานที่ราชการ” ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 08.00 – 14.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 213 – 216 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 โดยการสัมมนาดังกล่าวได้เชิญผู้แทนจากภาควิชาการ ภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการสัมมนา อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สมาคมสถาปนิกสยาม ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการนำศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ไทยมาใช้ในการก่อสร้างสถานที่ราชการ ที่มีจำนวนน้อยลงในปัจจุบัน ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น




*สัมมนา เรื่อง "แก้ไขกฎหมายศุลกากร และสรรพสามิต เพื่อใคร ?"

คณะ กรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบับ (กกร) จัดสัมมนา เรื่อง "แก้ไขกฎหมายศุลกากร และสรรพสามิต เพื่อใคร ?" ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 เวลา 08.30 - 12.30 น. ณ ห้อง Lotus sute 5-7 ชั้น 22 โรงแรม Centara Grand (Central World) โดยมีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.กระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนาฯ


โดย: jenifaae วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:0:09:13 น.  

 
*กำหนดการ เวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อนทีวีไทย : ทีวีสาธารณะ






*ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรชวนฟังการบรรยายหัวข้อ "หนังกลับบ้าน ความทรงจำผ่านภาพยนตร์"

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังการบรรยายวิชาการหัวข้อ "หนังกลับบ้าน ความทรงจำผ่านภาพยนตร์" ถ่ายทอดประสบการณ์โดย ศาสตราจารย์โรล์ฟ ฮุสมันน์ แห่งสถาบันผลิตภาพยนตร์ทางวิชาการ ประเทศเยอรมนี สรุปการบรรยายอย่างย่นย่อเป็นภาษาไทยโดย คุณชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ นักวิชาการประจำศูนย์ฯ ในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 14.00-15.30 น. ณ ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน

โดยโครงการ "หนังกลับบ้าน" เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรและสถาบันการผลิตภาพยนตร์ทาง วิชาการ เประเทศเยอรมนี ในการนำภาพยนตร์ทางมานุษยวิทยาที่บันทึกภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม พิธีกรรม และเรื่องราวอื่น ๆ ของกลุ่มชาวลีซู ลาหู่ อาข่า ม้ง และเย้า ซึ่งถูกเก็บรักษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนี กลับไปให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในภาพยนตร์และลูกหลานของคนบนพื้นที่สูงในจังหวัด เชียงรายและตากได้เห็นภาพวิถีชีวิตของปู่ย่าตายายของพวกเขาจากหนังเก่าเหล่า นี้

บางทีประสบการณ์ในการทำงานภาพยนตร์ทางมานุษยวิทยา อาจทำให้เราประหลาดใจกับอิทธิพลของสื่อภาพยนตร์ที่มีต่อเรื่องราวทางสังคม จากอดีตจนถึงปัจจุบัน




*ร่วมลงนาม ปกป้องแม่น้ำโขง

เขียนถึง นายกรัฐมนตรีไทย ลาว กัมพูชา และ เวียดนาม

เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศเหล่านี้รักษาแม่น้ำโขงให้ไหลอย่างอิสระ

ได้ที่ http://salsa.democracyinaction.org/o/2486/t/8905/p/dia/action/public/?action_KEY=638

ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง (Thai People's Network for Mekong - TPNM) และ

พันธมิตรเพื่อปกป้องแม่น้ำโขง (Save the Mekong Coalition)

ขอบคุณค่ะ

ขวัญฤทัย สว่างศรี




*กมธ.วุฒิสภาร่วมกับ 2 กระทรวงจัดสัมมนาเรื่อง “ขีดความสามารถของอปท.ในการจัดการน้ำเสียชุมชน”

ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เผย ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย จัดสัมมนาเรื่อง“ขีดความสามารถของอปท.ในการจัดการน้ำเสียชุมชน” หวัง รวบรวมปัญหาและอุปสรรคของการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 18 พ.ย. นี้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดสัมมนาเรื่อง“ขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการน้ำเสียชุมชน” ที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน นี้ว่า กมธ.ได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย จัดสัมมนาเรื่องดังกล่าวขึ้นเพื่อศึกษา รวบรวมปัญหาและอุปสรรคของการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะระดมความเห็น ประสบการณ์จากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการถ่ายโอนภารกิจ และเพื่อเพิ่มความตระหนักในภารกิจในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพของอปท.ในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนให้แก่อปท.ด้วย

ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวต่อไปว่าการจัดสัมมนาเรื่องดังกล่าวจะมีขึ้น ตั้งแต่เวลา 08.30-16.40 น.ณ ห้อง Grand Hall 2 โรงแรมรามาการ์เดน กรุงเทพมหานคร โดยมีศ.พิเศษ ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เปิดการสัมมนา




*กมธ. วุฒิสภา จัดสัมมนา อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางการแก้ไขการไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย วุฒิสภา เผย จะจัดสัมมนาเรื่องความเหมาะสมในการถอนข้อสงวน ข้อ 7 ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) หวัง รับทราบสถานการณ์และการดำเนินงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตาม 16 พ.ย. นี้

นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางการแก้ไขการไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดสัมมนาเรื่อง ความเหมาะสมในการถอนข้อสงวน ข้อ 7 ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน นี้ว่า กมธ.ต้องการรับทราบสถานการณ์และการดำเนินงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามข้อ 7 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิของเด็กในการได้รับการจดทะเบียนทันทีหลังการเกิด สิทธิการมีชี่อ การได้สัญชาติ ตลอดจนการได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดาของตน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการได้รับการปฏิบัติตามสิทิตามกฎหมาย ดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเด็กตกอยู่ในสถานะไร้สัญชาติ ซึ่งประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียนที่เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กทุกประเทศไม่ได้ตั้งข้อสงวนในข้อนี้ไว้ ยกเว้นมาเลเซีย ดังนั้น เมื่อประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศและเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการปกป้องสิทธิเด็กทุกคน

นายตวง กล่าวด้วยว่าการจัดสัมมนาดังกล่าวจะมีขึ้นเวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*กมธ.ศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาระดมความเห็นในประเด็นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาระดมความเห็นในประเด็นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 20 พ.ย. นี้ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ วุฒิสภา กล่าวถึงการศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ว่า กมธ.จะจัดสัมมนาเพื่อระดมความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่มาของส.ว. ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของส.ว.ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและสถานภาพของส.ว. จำนวน 74 คน นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการดำเนินการของวุฒิสภาหรือวิปวุฒิสภาในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น่าจะปฏิบัติได้ แต่ หากสมาชิกวุฒิสภาจะดำเนินการส่วนตัวก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรไปแอบอ้างว่าเป็นมติของวิปวุฒิสภาโดยกมธ.จะใช้เวทีนี้ในการอภิปรายเสวนา แสดงความเห็นเพื่อให้ได้ข้อยุติ ตนจึงอยากจะเชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ฝ่ายค้าน และรัฐบาล รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนาในวันที่ 20 พฤศจิกายน 25582 ที่รัฐสภา ด้วย




*สัมมนา เรื่อง “การปักปันเขตแดนในพื้นที่ต่อเนื่องกับประเทศกัมพูชา”

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.30 นาฬิกา คณะ กรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “การปักปันเขตแดนในพื้นที่ต่อเนื่องกับประเทศกัมพูชา” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:10:28 น.  

 
*เช้า 15 พ.ย. นี้ ร่วมงาน "อำนาจประชาชน พิชิตอำนาจรัฐ"

สัมมนา “อำนาจประชาชนพิชิตอำนาจรัฐ” ร่วมหาทางออกของประชาชน ฝ่าปัญหากฎหมายความมั่นคง การซ้อมทรมาน และเปิดเสรีภาพการชุมนุม

ไอลอว์ (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชนชน) ร่วมกับคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม จัดสัมมนาหัวข้อ “อำนาจประชาชนพิชิตอำนาจรัฐ” ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องสุโขทัย ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เวลา 8.30 – 12.00 น. เพื่อระดมความคิดเห็นจากประชาชนเรื่องกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง การยุติการซ้อมทรมานในสังคมไทย และการคุ้มครองสิทธิการชุมนุม ซึ่งทั้งสามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องแนวทางการใช้อำนาจรัฐจัดการประชาชน

ขอเชิญเข้าร่วม งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ติดตามรายละเอียด และลงทะเบียนร่วมงานได้ที่http://ilaw.or.th/ilaw-seminar
กำหนดการ :

“อำนาจประชาชนพิชิตอำนาจรัฐ”
ขอเชิญร่วมพิจารณากฎหมายประชาชนเพื่อขจัดอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม
ว่าด้วยการใช้อำนาจพิเศษด้านความมั่นคง การซ้อมทรมาน
และ การจัดการการชุมนุมในสถานการณ์ความขัดแย้ง
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 – 13.00 น.
ณ ห้องสุโขทัย ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ถ.ราชปรารภ


08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 12.00 น. เสวนาเรื่อง อำนาจประชาชนพิชิตอำนาจรัฐ
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

ประเด็นที่หนึ่ง ว่าด้วย “การยกเลิกกฎหมายด้านความมั่นคง”

เปิดประเด็นเสวนา โดย ตัวแทนประชาชนจากพื้นที่ภาคใต้, ประทับจิต นีละไพจิตร คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ, ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักรัฐศาสตร์, สมชาย หอมลออ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม*

ประเด็นที่สอง ว่าด้วย “การหยุดยั้งการซ้อมทรมาน”

เปิดประเด็นเสวนาโดย ตัวแทนจากเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ กรรมการที่ปรึกษาศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อังคณา นีละไพจิตร คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ,

ประเด็นที่สาม ว่าด้วย “เสรีภาพการชุมนุม”

เปิดประเด็นการเสวนาโดย จิตรา คชเดช อดีตประธานสหภาพแรงงานไทรอัพม์, ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เพ็ญวดี แสงจันทร์ นักกฎหมายจากมูลนิธิดวงประทีป, ไพโรจน์ พลเพชร ประธาน กป.อพช.

ดำเนินรายการโดย จอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการ iLaw

หมายเหตุ :
- *วิทยากรอยู่ระหว่างติดต่อ
- งานครั้งนี้เป็นการเสวนาโต๊ะกลม เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วม วิทยากรมีบทบาทหลักในการเปิดประเด็นความเห็นที่หลากหลายมุมมอง
- วิทยากรไม่จำเป็นต้องผูกขาดตายตัวตามหัวข้อที่จัดไว้
- มีการถ่ายทอดสดบนเว็บไซต์ ilaw.or.th ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมผ่านทางออนไลน์


ร่วมจัดโดย:
iLaw / คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ / เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน / มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม / สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน




*กำหนดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย”

สาขาการจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ร่วมกับ โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท.) สสส.
กำหนดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง “การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย”
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 น. – 16.30 น.
ณ ห้องประชุม 5 – 2 ณ อาคารสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

......................................................

เวลา 8.30 น. – 9.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 9.00 น. – 9.30 น. พิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะของเยาวชน ไทย: ท้องถิ่นจัดการศึกษา ประชาชนได้อะไร
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ หัวหน้าคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท) สสส. อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เวลา 9.30 น. – 9.40 น. กล่าวต้อนรับ
โดย ศาสตราจารย์ ดร.บุญเสริม วีสกุล อธิการบดีกิตติคุณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เวลา 9.50 น. – 10.00 น. พัก
เวลา 10.00 น. – 12.30 น. การอภิปราย เรื่อง การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย
โดย
- นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
- พันตำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
- นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี
- รองศาสตราจารย์ ดร. อุทัย บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มธบ.
ดำเนินการอภิปรายโดย
ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิทยบริการ/ ประธานกรรมการบริหาร บัณฑิตศึกษา สาขาการจัดการการศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เวลา 12.30 น. - 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.30 น. - 15.00 น. แบ่งกลุ่มพิจารณาการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น :บทเรียนของความสำเร็จ ปัญหา และแนวทางแก้ไข

เวลา 15.00 น.- 15.15 น. พัก
เวลา 15.15 น. – 16.30 น. นำเสนอผลการรายงานกลุ่ม และอภิปราย
ดำเนินการรายการ โดย
ดร. พิณสุดา สิริธรังศรี ผู้อำนวยการหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการจัดการการศึกษา มธบ./ เลขานุการโครงการ ปศท.
เวลา 16.30 น. ปิดการสัมมนา
......................................................
สัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าวไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ สาขาการจัดการการศึกษา โทร. 02 954 7300 ต่อ 647, 648 แฟกซ์ 02 954 9730 ลงทะเบียนเข้าร่วมภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:11:01 น.  

 
*เสวนาวิชาการ “ด้วยใจรักนักอ่านหนัง”

ภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโครงการเสวนาวิชาการด้วยใจรักนักอ่านหนังครั้งที่ 1 ในวันที่ 18 พ.ย. 52 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารมนุษยศาสตร์ 2 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่องที่เสวนาในครั้งนี้มี 2 เรื่อง ได้แก่
1. “รองเท้าแก้วของเหมยลี่: เพศสถานะ ชาติพันธุ์ และชนชั้นใน
รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”
นำเสวนาโดย อาจารย์นัทธนัย ประสานนาม
2. “รักแห่งสยามกับบทละครโรมานซ์ของวิลเลียม เชกสเปียร์”
นำเสวนาโดย อาจารย์ธงรบ รื่นบรรเทิง

http://www.readjournal.org/2009/11/filmrea/




*สัมมนาเรื่อง “ขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการน้ำเสียชุมชน”

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2552
เวลา 08.30-16.40 นาฬิกา คณะ กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย จัดสัมมนาเรื่อง “ขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการน้ำเสียชุมชน” ณ ห้อง Grend Hall 2 โรงแรม รามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร




*“เสียงเพรียกถึงใบขวาน: สิทธิมนุษยชนที่เหลื่อมล้ำในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้”,

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
เวลา: 13.00 - 16.00 น.
ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

Talk To Peace
เสวนาหาสันติภาพ
หัวข้อการเสวนา
การจัดวงสุนทรีสนทนา และวงเสวนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติวิธีและการสร้างความเข้าใจในความหลากหลายระหว่างวัฒนธรรม
หลักการและเหตุผล
จากบทบาทของภาครัฐในการแก้ไขเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการชดเชยความสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เผยให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันทางด้านปฎิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเกิดมาจากความแตกต่างทางศาสนาและสถานภาพทางสังคม จนเกิดกระแสเรียกร้องจากประชาชนและหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้จัดการเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “เสียงเพรียกถึงใบขวาน: สิทธิมนุษยชนที่เหลื่อมล้ำในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อร่วมศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อันจะเป็นการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญตัวหนึ่งในการก่อให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนภายใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
จุดประสงค์
1.ให้ผู้ที่สนใจได้รับรู้ถึง ปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชน ภายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการแบ่งแยกด้วยปัจจัยทางสังคม เช่น ศาสนา หรือ ประวัติครอบครัว เป็นต้น
2.แสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีผ่านการเสวนา
หัวข้อการเสวนา
“เสียงเพรียกถึงใบขวาน: สิทธิมนุษยชนที่เหลื่อมล้ำในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้”
กำหนดการ: วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
เวลา: 13.00 - 16.00 น.
สถานที่ : ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ประเด็น:
1.ทำไมจึงเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ?
2.สิทธิการได้รับสวัสดิการของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใคร ได้อะไร และ ทำไม?
3.บทบาทอำนาจรัฐกับพลวัตรของกลุ่มนักเคลื่อนไหวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ
การนำไปสู่ทางออกของปัญหา
4.จากโบสถ์ถึงสุเหร่า ทำไมศาสนาจึงเป็นปัจจัยในการเลือกปฏิบัติ ?
ผู้เข้าร่วมเสวนา
-พลอากาศตรีหญิงนิตยา อิ่มอโนทัย
หัวหน้าคณะทำงานภาคประชาสังคม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
-คุณไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย
-ผศ. ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
ผู้อำนวยสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ผู้ประสานการเสวนา
- รศ. ดร. จรัญ มะรูลีม
รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์




*เสวนา ความเหมาะสมในการถอนข้อสงวน ข้อ ๗ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)

โครงการเสวนาทางวิชาการ
เรื่อง ความเหมาะสมในการถอนข้อสงวน ข้อ ๗ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)
วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๗ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒
๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน
๐๙.๐๐ – ๐๙.๑๐ น. กล่าวต้อนรับและรายงานความเป็นมา โดย
- นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามการบังคับใช้กฎหมายและยุทธศาสตร์เพื่อการแก้ไข การไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย และโฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ
๐๙.๑๐ – ๐๙.๓๐ น. พิธีเปิด โดย
- นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
๐๙.๓๐ – ๑๐.๐๐ น. ปาฐกถานำ “ข้อสังเกตในการถอนข้อสงวนข้อ ๗ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)” โดย
- พณฯท่านอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี
๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. เสวนา “ความเหมาะสมในการถอนข้อสงวน ข้อ ๗ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)” โดย
- นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
และกรรมาธิการวิสามัญฯ
- ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย
- ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ
- ศจ.ดร.วิฑิต มัณฑาภรณ์ คณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ
ดำเนินรายการ โดย
- นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านเด็ก และรองประธาน
คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คนที่สอง
๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อภิปรายทั่วไป ดำเนินรายการโดย
- นายถนอม ส่งเสริม ประธานคณะอนุกรรมการติดตามการออกกฎหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาการไร้สถานะและ สิทธิของบุคคลในประเทศไทย และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
๑๖.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. สรุปและปิดการเสวนา โดย
- นายวรินทร์ เทียมจรัส รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คนที่หนึ่ง
-------------------------------
* กำหนดวันและสถานจัดงานสัมมนา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:11:24 น.  

 
*60 ปี เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

“วันที่ถอดหมวก” เป็นชื่อหนังสือความเรียงว่าด้วยอิสรภาพจากตัวตน แต่ “60 ปี วันที่...ไม่มีหมวก เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” เป็นชื่อกิจกรรมทางปัญญาที่ สำนักพิมพ์สามัญชน เตรียมจัดขึ้นในบ่ายวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ในบรรยากาศมุทิตาจิตแห่งมวลมิตรพี่น้อง ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ถ.สุขุมวิท 55 ซ.ทองหล่อ) ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป

ในงานฟัง “ปัญญาชนสยาม” สุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าว สัมโมทนานียกถา จากนั้น สุชาติ สวัสดิ์ศรี เปิดนิทรรศการผลงานภาพถ่ายของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ด้าน บัญชร ชวาลศิลป์ เสนอประเด็น จิตวิญญาณชีวิตกลางแจ้ง ส่วน ศ.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ วิเคราะห์ภาษา ขณะที่ วิทยากร โสวัตร จะว่าด้วย เสกสรรค์กับคนรุ่นหลัง ฯลฯ

สำรองที่นั่ง อีเมล samanchonbooks@yahoo.com หรือโทร. 02-5305198




*ไฟฟ้าพลังน้ำทำให้ยั่งยืนขึ้นได้หรือ แนวทางการวัดความยั่งยืนโดยการนำของเวทีประชุมสำหรับการประเมินความยั่งยืน ของไฟฟ้าพลังน้ำ

เครือข่ายวิจัย M-POWER มีความยินดีที่จะเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฎิบัติการ หัวข้อ "ไฟฟ้า พลังน้ำทำให้ยั่งยืนขึ้นได้หรือ แนวทางการวัดความยั่งยืนโดยการนำของเวทีประชุมสำหรับการประเมินความยั่งยืน ของไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydropower Sustainability Assessment Forum)" ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 ณ. สมาคมศิษย์เก่า อาคารเกษมอุทยานินท์ ชั้น 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดังที่ท่านทราบ มีความสนใจอย่างยิ่งในการพัฒนาไฟฟ้าพลังงานน้ำในภูมิภาคของเรา เราสามารถประเมินความยั่งยืนของไฟฟ้าพลังงานน้ำตลอดวงจรการวางแผนและพัฒนา โครงการ ด้วยวิธีที่เป็นกลางได้หรือไม่ ความพยายามประเมินความยั่งยืนสามารถเปิดโอกาสให้มีการสนทนาเกี่ยวกับการวาง แผนระบบไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญได้หรือไม่

งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการจะเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจได้ร่วมกัน ทำความเข้าใจและแสดงความคิดเห็นต่อระเบียบการสำหรับการประเมินความยั่งยืน ของไฟฟ้าพลังน้ำฉบับร่างปี 2552 (2009) (Draft Hydropower Sustainability Assessment Protocol)

คุณพัชรี ธัญนิพัทธ์ (Patcharee.thunnipat@gmail.com)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
คุณสรสิช สว่างศิลป์ s_sorasich@hotmail.com 02-218-7320
ดร. ธีระ ฟอแรน (TiraForan@gmail.com)

เอกสารประกอบhttp://www.mpowernet.org/mweb.php?pg=76 [Public Documentsชุมสามารถดูได้จากเวปไชด์ ]




*ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดโครงการเล่าสู่กันฟัง

1. Update pressure ulcer : บูรณาการความรู้สู่ความเป็นเลิศทางการพยาบาลผู้ป่วย เพื่อป้องกันและดูแลแผลกดทับ
2. ประสบการณ์การดูงานทางตาจากประเทศสิงค์โปร์
3. การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำแบบสมบูรณ์
ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 15.00 น.
ณ ห้องประชุมกลุ่มงานการพยาบาล ชั้น 4
อาคารกิตติวัฒนา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณฉลองรัตน์ กิ่งกุหลาบ โทร. 02-926-9334-5
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-926-9310-1 นางสาวนภาพร บุญฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเยรติ




*โครงการสัมมนา How to do business with Mexicans

ศูนย์ ศึกษาการค้าอาเซียนและลาตินอเมริกา (The SEA-LAC Trade Center) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดโครงการสัมมนา How to do business with Mexicans เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เรียนรู้ถึงการทำธุรกิจกับ คนเม็กซิโกอย่างถูกต้อง และเพื่อเข้าใจถึงวัฒนธรรมในการดำเนินธุรกิจของคนเม็กซิโก ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน นี้ เวลา 9.30 – 11.30 น. ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้จะดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.utcc.ac.th

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่
บริษัท เดอะ เวย์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
โทร.02-512-5036 Fax. 02-512-5037
จตุพล นาคนิ่ม (ต้อม) , วลี อร่ามยิ่ง (บี)
Email : bewalee@gmail.com




*เปิดอบรม “การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิคเบื้องต้น และ Workshop”

ศูนย์ฝึกอบรมการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดอบรม “การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิคเบื้องต้น และ Workshop” ให้กับลูกค้า และนักลงทุนทั่วไปที่สนใจ สามารถสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ โทร.02 657 7911-12 (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้โทรจองเท่านั้น)

ตารางเวลา
- วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.30 – 16.00 น.
- วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.30 – 12.00 น.

สถานที่
- ณ ศูนย์ฝึกอบรมการลงทุน ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
989 อาคารสยามทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ




*บรรยายเชิงวิชาการเรื่อง “Microarrays in Cytogenetics”

บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สถาบัน ซิกเนเจอร์ จีโนมิค จะจัดบรรยายเชิงวิชาการเรื่อง “Microarrays in Cytogenetics” การนำเทคโนโลยีไมโครแอเรย์มาประยุกต์ใช้ในงานด้านเซลล์พันธุศาสตร์ เพื่อตรวจหาค่าความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ว่ามีจำนวนโครโมโซมในเซลล์มากหรือน้อยกว่าปกติ ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางการรักษา โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ของไทยและต่างประเทศมาร่วมกันบรรยาย ทั้งนี้ เชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์ หรือประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมฟังการบรรยายได้ที่ ห้องลาดพร้าวสูท โรงแรมโซฟีเทล ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ระหว่างเวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท พีอาร์ โฟกัส จำกัด
Tel. 02-6547-551-2 Fax. 02-6547553 / E-mail: prfocus@truemail.co.th / http://www.prfocus.co.th
ประภาส จรสรัมย์
วีรพล รัดแดง


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:12:04 น.  

 
*เชิญร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ " เรียนรู้พื้นฐานทางด้านโหราศาสตร์เพื่อการประกอบอาชีพ "

ชมรม โหราศาสตร์สากล ร่วมกับ เว็บไซด์ Horosguru เรียนเชิญร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ " เรียนรู้พื้นฐานทางด้านโหราศาสตร์เพื่อการประกอบอาชีพ " โดยมี อาจารย์ ประกาย ณ สงขลา หรือ เมธาพร สุขเกษม อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในโหราศาสตร์ไพ่อี้จิง และอาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา ผู้รอบรู้ในด้านมหัศจรรย์พลังหินบำบัด เป็นวิทยากรในการสัมมนาครั้งนี้ เปิดสอนฟรี !! วิชาเบื้องต้น เลข 7 ตัว 9 ฐาน และหัตถศาสตร์ลายมือ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 ณ อาคารเบญจมจักร มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เรียนรู้การดูดวงพื้นฐานง่าย ๆ ได้ด้วยตัวคุณเองภายในหนึ่งวัน




* ขอเชิญคนรักสุขภาพ เข้าร่วม พิชิตอ้วน...พิชิตเบาหวาน (กับหลัก 3 อ )

โรง พยาบาลนครธน ขอเชิญคนรักสุขภาพ เข้าร่วม พิชิตอ้วน...พิชิตเบาหวาน (กับหลัก 3 อ ) ไปกับกิจกรรมสัปดาห์วันเบาหวานโลก ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมดีๆเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นมุมนิทรรศการความรู้ พิชิตอ้วน…พิชิตเบาหวาน การบรรยายและสนทนาพิเศษ ในหัวข้อ พิชิตอ้วน....พิชิตเบาหวาน และเส้นรอบเอวนั้นสำคัญไฉน พร้อมร่วมท้าพิสูจน์ไปกับกิจกรรมประเมินภาวะอ้วนลงพุง และมาสนุกกันแบบสุขภาพดีกับกิจกรรมมินิ วอล์ค แรลลี่ (Mini Walk Rally) ตบท้ายกันด้วยกิจกรรมตรวจวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว (DTX) งานนี้พิเศษสุดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดงาน ในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.00-12.00 น. บริเวณหน้าจุดตรวจที่ 3 โรงพยาบาลนครธน ถนนพระรามที่ 2 สนใจสำรองที่นั่ง และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลนครธน โทร. 02-416-5454 ต่อ 2118-2119

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด
พิมพ์ไพลิน ธีระลีลา/ มณสิณีย์ ตั้งวงศ์ตระกูล
โทร. 02-610-2382, 02-610-2392




* ยูเนสโกตั้งเป้า 10 ปี ทุกคนบนโลกอ่านหนังสือออก เร่งระดมความคิดในงานบิ๊กสัมมนา 2-3 ธ.ค.นี้

ประชุมระดมสมอง "เปิดโลกการอ่านด้วยวรรณกรรมระดับโลก" รับกระแส"การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ" พร้อมแก้วิกฤติคนไทยไม่อ่านหนังสือ

"คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตล้วนแล้วแต่เป็น คนที่รักการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นบิล เกตส์, โอบามา หรือแม้แต่ ฮิตเลอร์ การอ่านทำให้เกิดความรู้และจินตนาการ การอ่านจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องปลูกฝังให้คนไทยรักการอ่านกันตั้งแต่ เด็กๆ" บางส่วนจากการให้สัมภาษณ์ของ "ดร.ป๊อป" ฐาวรา สิริพิพัฒน์ ผู้เขียน "เดอะ ไวท์โร้ด" หนังสือที่เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเยาวชน

คำตอบของเขาสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการอ่านว่ามีผลต่อชีวิตเป็นของ คนเราอย่างไร คนที่เกิดมาประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่มีเบื้องหลังเป็นพวกรักการอ่าน เป็นหนอนหนังสือกันทั้งนั้น แต่คนไทยกลับมีเกณฑ์การอ่านหนังสืออยู่ในขั้นต่ำ ตัวอย่างที่ดีได้แก่ สิงคโปร์ กับเวียดนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีสถิติการอ่านหนังสือเฉลี่ยต่อปีมากกว่าเราอย่าง ถล่มทลาย (จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. ปี 2551 พบว่าเด็กไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 5 เล่ม ในขณะที่สิงคโปร์และเวียดนาม มีสถิติการอ่านหนังสือปีละ 40-60 เล่มhttp://www.thaihealth.or.th/node/8685)

ในที่สุดรัฐบาลจึงตัดสินใจประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ปี 2552 โดยรณงค์ให้ช่วง 10 ปีนับแต่นี้ไปคนไทยจะต้องอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น เรียกว่า "ทศวรรษแห่งการอ่าน"

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีนักเขียนระดับเซียนได้กล่าวถึงความสำคัญของการอ่าน ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย "ดร.ป๊อป" ฐาวรา สิริพิพัฒน์ และ "น้องเปาะเปี๊ยะ" แพรกานต์ นิรันดร ผู้แต่ง "the mermaid apprentices หรือ ผจญภัยในแดนเงือก" กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การอ่านนั้นต้องได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ พ่อแม่มีส่วนสำคัญในการแนะนำให้อ่านหนังสือ การปลูกฝังนั้นไม่จำเป็นจะต้องให้อ่านหนังสือวิชาการ หรือแบบเรียน จะเป็นการ์ตูนหรือนิทานก็ได้ แต่ควรให้เด็กได้เลือกอ่านเองเพราะการรักการอ่านนั้นเกิดจากความรักใน หนังสือด้วย ส่วนหนังสือที่อยากจะแนะนำให้เด็กๆ อ่านควรจะเป็น หนังสือที่มีภาพประกอบ มีสีสัน อย่างเรื่องไดโนเสาร์ ด้านประโยชน์ของการอ่านหนังสือนั้นก็อย่างที่รู้กันคือช่วยในเรื่องของการ พัฒนาความคิด จินตนาการและทักษะภาษา

ด้านดร.กวาง โจว คิม ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ยูเนสโกเป็นองค์กรหลักขององค์กรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ทำงานรณรงค์เรื่องการรู้หนังสือ มีเป้าหมายที่จะให้คนทั่วโลกรู้หนังสือภายในปี พ.ศ.2510 ยูเนสโกจึงได้ประกาศให้ปี พ.ศ.2546 - 2555 เป็นทศวรรษแห่งการรู้หนังสือ และภารกิจอีกอย่างของยูเนสโกคือ การแปลและเผยแพร่วรรณกรรมระดับโลกให้เป็นที่รู้จัก โดยเล็งเห็นว่าวรรณกรรมมีบทบาทสำคัญในการกระจายความรู้หนังสือ

ด้านนางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะมีกิจกรรมดีๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น โดยระหว่างระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคมนี้ ที่หอประชุม 1 ชั้น 6 ตึกสภาคริสตจักรในประเทศไทย ถนนพญาไทจะมีการประชุมระดมสมองและสัมมนาครั้งสำคัญแห่งปี ภายใต้ชื่อ "เปิดโลกการอ่านด้วยวรรณกรรมระดับโลก" ซึ่งบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด จับมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) บริติช เคานซิล สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ และสถาบันเกอเธ่ ร่วมกันผลักดัน การจัดประชุมระดมความคิดครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นอันดีที่ทุกฝ่ายจะได้ ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ และตระหนักถึงบทบาทของแต่ละฝ่ายในการส่งเสริมการรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับ เยาวชนไทย

"ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรม คือ การประชุมระดมความคิดและการสัมมนาครั้งสำคัญ, แรลลี่ "สุดยอดไอเดียส่งเสริมการอ่าน", กิจกรรมสาธิต "การส่งเสริมการอ่านในสถานศึกษาและครอบครัว" และการแสดงหนังสือคุณภาพและจำหน่ายหนังสือมในราคาพิเศษจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ" นางสุวดี กล่าว

ขณะที่ แคลร์ คีฟ ผู้อำนวยการสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ อีกหนึ่งผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดการประชุมระดมสมองขึ้น กล่าวว่า ความสำคัญของงานนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการส่งเสริมให้เยาวชนอ่านหนังสือ

การอ่านเป็นการเปิดโลกทัศน์ มุมมองและแนวคิดใหม่ๆ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โลกพัฒนาขึ้น ยังมีความรู้และเรื่องราวอีกมากมายเกิดขึ้นทั้งบนโลกและในหน้าหนังสือ รอเพียงแค่ให้มีใครซักคนมาอ่านมันเท่านั้น สิ่งดีๆในหนังสือนั้นอยู่ตรงหน้าแล้ว เหลือเพียงการปลูกฝังให้พวกเขารักที่จะกอบโกยเอาสิ่งเหล่านั้นเข้าไปเท่า นั้นเอง ตอนนี้มีโครงการดีๆ ที่จะช่วยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว จงอย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป มาช่วยกันคิด มาช่วยกันสร้าง มาช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรมการอ่านที่ดีให้กับเยาวชนไทย




* ขอเชิญชม ปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์

วันที่ 17 พ.ย.2552 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต ร่วมกับ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. ขอเชิญเยาวชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์ ฝนดาวตกลีโอนิดส์
วันที่ 17 พ.ย.เวลา 18.00 น. ถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย.2552 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
พิเศษ! ชมการแสดงในท้องฟ้าจำลอง เรื่อง “ฝนดาวตก” และชมภาพยนตร์ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ เรื่อง “องค์ประกอบชีวิต”
(ภาพยนตร์ที่ฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์) ซึ่งจัดแสดงและจัดฉายในงานนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์อีกมากมาย

กำหนดการ

17.00 น. ลงทะเบียน

18.00 – 19.00 น. ชมการแสดงในท้องฟ้าจำลอง เรื่อง “ฝนดาวตก” รอบที่ 1
ชมภาพยนตร์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง องค์ประกอบชีวิต รอบที่ 1

19.00 – 20.00 น. ชมการแสดงในท้องฟ้าจำลอง เรื่อง “ฝนดาวตก” รอบที่ 2
ชมภาพยนตร์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง องค์ประกอบชีวิต รอบที่ 2

19.00 – 24.00 น. ดูดาวผ่านกล้องโทรทัศน์ และร่วมสนุกกับกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์

24.00 น. เป็นต้นไป ร่วมสังเกตปรากฏการณ์ “ฝนดาวตก”




*กมธ.บังคับใช้รัฐธรรมนูญฯวุฒิสภา ระดมความเห็นที่มาของส.สและส.ว

คณะกรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 วุฒิสภา จะจัดสัมมนาเรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ:ประเด็นที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา” 20 พ.ย. นี้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 วุฒิสภา เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 กมธ.จะจัดสัมมนาเรื่อง“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ:ประเด็นที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนและสมาชิกวุฒิสภา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภาและตัวแทนภาคประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในขั้นตอนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น ทั้งนี้ ศ.พิเศษประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา จะเป็นประธานเปิดการสัมมนา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:12:28 น.  

 
*งานฉลอง ครบรอบ ๗๐ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์

วง ดนตรีสุนทราภรณ์ ที่ก่อตั้งโดยครูเอื้อ สุนทรสนาน บุคคลสำคัญของโลก ประจำปี ๒๕๕๓ (Personality of the Year 2010) จะมีอายุครบ ๗๐ ปีในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒

มูลนิธิสุนทราภรณ์ ด้วยความร่วมมือของกรุงเทพมหานครจะจัดงานฉลองวาระดังกล่าว ในวันเสาร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี และ ลานอนุสรณ์สถานครูเอื้อ สุนทรสนาน สวนลุมพินี ทั้งภาคบ่ายและเย็น ตามรายละเอียดดังแนบ

งานฉลอง ครบรอบ ๗๐ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์
วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
๑๓๐๐ – ๒๐๓๐ น.

แฟนเพลงสุนทราภรณ์ห้ามพลาดกับกิจกรรมดีๆในงานฉลองครบรอบ ๗๐ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ณ อาคารเวทีลีลาศ สวนลุมพินี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน นอกจากช่วงเย็นที่จะมีงานฟรีคอนเสิร์ตรวบรวมอดีตนักร้องสุนทราภรณ์ตั้งแต่ ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน ขับขานบทเพลงสุนทราภรณ์แล้ว ความพิเศษยังอยู่ที่กิจกรรม “วันครอบครัวสุนทราภรณ์” ในช่วงบ่ายที่จะเปิดโอกาสให้แฟนเพลงได้ร่วมสนุกกับมุมแข่งขัน มุมเล่นเกมส์ มุมคาราโอเกะ ฯลฯ ลุ้นรับของที่ระลึกมากมายจากสุนทราภรณ์ นอกจากนี้ยังมีการออกร้านอาหารอร่อยๆและร้านจำหน่ายของที่ระลึกด้วย

กำหนดการงาน “วันครอบครัวสุนทราภรณ์”
เวทีลีลาศ สวนลุมพินี ๑๓๐๐-๑๖๐๐ น.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน นิทรรศการ ๑๐๐ ปี ครูเอื้อ สุนทรสนาน และความเป็นมาของวงดนตรีสุนทราภรณ์
การแข่งขันเพื่อสรรหา “สุดยอดกูรูสุนทราภรณ์” โดยสุดยอดแฟนพันธ์แท้สุนทราภรณ์
มุมสอยดาวค้างฟ้า โดยนักร้องดาวค้างฟ้าสุนทราภรณ์
การแข่งขันราลลี่เพลงสุนทราภรณ์ โดยนักร้องคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์
เกมส์ทายเพลงจากบริษัท เมโทรแผ่นเสียง-เทป (1981) จำกัด
มุมคาราโอเกะ โดยนักเรียนจากโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี
จับรางวัลผู้โหวตดวงตราไปรษณีย์ภาพครูเอื้อ สุนทรสนาน โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
อิ่มอร่อยกับมุมอาหาร-เครื่องดื่ม ที่สรรหาและเสิร์ฟโดยหนุ่มหล่อ-สาวสวยคลื่นลูกใหม่
มุมจำหน่ายของที่ระลึกจากมูลนิธิสุนทราภรณ์ ฯลฯ

กำหนดการงานคอนเสิร์ต ฉลอง ครบรอบ ๗๐ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์
ลานอนุสรณ์สถานครูเอื้อ สุนทรสนาน หน้าเวทีลีลาศ สวนลุมพินี
๑๖๓๐ – ๒๐๓๐ น.

วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงเพลงไตเติ้ล เพลงพระมหามงคล เพลงเชิญ แนะนำเพลงจากซีดี “คลื่นลูกใหม่ หัวใจ สุนทราภรณ์” ชุดที่ ๕ – มนต์เพลงชื่นชีวีและชุดที่ ๖ – สดุดีคีตศิลปิน รำลึก ๗๐ ปี แห่งการก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์

นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง และประธานมูลนิธิสุนทราภรณ์กล่าวเปิดงาน

วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงเพลง
ร่วมด้วยนักร้องยุคก่อตั้งวง อาทิ จุรี โอศิริ ศิลปินแห่งชาติ สุปาณี พุกสมบุญ ฯลฯ
ยุคทองของครูเอื้อ อาทิ รวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ วรนุช อารี มาริษา อมาตยกุล ฯลฯ
ยุคดาวรุ่งพรุ่งนี้ อาทิ ศรวณี รุ่งฤดี ธรรมรัตน์ สมคิด ดำรง จั่นทิพย์ พรรณี ดาวใจ ฯลฯ
ยุคดาวค้างฟ้า อาทิ พรศุลี เจือนศักดิ์ รัชตพันธ์ อรดี ฯลฯ
คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ เอ็ม-เชี่ยวชาญ นุ่น-สุบงกช วิ-วิรัช โน๊ต-พรชัย มีน-ณัฏฐ์นรี ฯลฯ
นักร้องชนะเลิศจากการประกวด โครงการ “คลื่นลูกใหม่ หัวใจ สุนทราภรณ์” ครั้งที่ ๑ และ ๒
นักร้องรับเชิญ อาทิ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ศิลปินแห่งชาติ คุณเรณู – ยอดมนู – ยุรนันท์ ภมรมนตรี
ฯลฯ




*งานสานสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยธรรมมะอารมณ์ดี

เนื่องในโอกาสใกล้วันพ่อ
กลุ่มธรรมสถิต
ขอเชิญคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก และผู้สนใจ ร่วมงานสานสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยธรรมมะอารมณ์ดี ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าธรรมะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ในหัวข้อ “รักนะ...เด็กโง่” ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย 52
เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมพุทธคยา อาคารอัมรินทร์พล่าซ่า ชั้น 22 (ใกล้แยกราชประสงค์)
โดยพระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยสานสัมพันธ์พ่อลูกอีกมากมาย พร้อมกันนี้ผู้ร่วมงานจะได้รับหนังสือหักหอกเป็นดอกไม้ และหนังสือธรรมดีๆ อีกมากมายฟรี พร้อมขนมอร่อยๆ จากญาติธรรม ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจสอบถาม และสำรองที่นั่งได้ที่
คุณศิริวรรณ (นุช)
โทร. 0 2255 3342




*การบรรยายวิชาการเรื่อง “โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง”

บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด ร่วมกับ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าฟังการบรรยายวิชาการเรื่อง “โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง” บรรยายโดย พ.อ.รศ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ พ.ท.วันชัย นคเรศไอศูรย์ และ ร.อ.อัมรินทร์ วรรณะวัลย์ นอกจากนี้ พบกับกิจกรรมตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก และรับเอกสารความรู้จากมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ได้ฟรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.00-11.00 น. ณ ห้องประชุมประจวบฯ ชั้น 3 อาคารมหาวชิราลงกรณ รับจำนวนจำกัด 100 ท่านเท่านั้น สนใจสำรองที่นั่งโทร 02-860-4561 หรือ 02-3547693

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท พีอาร์ โฟกัส จำกัด
ประภาส จรสรัมย์
สาริศา เหล่าตระกูล
โทร. 02-654-7551-2


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:12:55 น.  

 
* “นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง”และ “การฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด ”

“นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง” และ “การฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด"สถาบันโรคกระดูกและข้อ ร่วมกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ โรงพยาบาลปิยะเวท ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย ให้ความรู้ในเรื่อง “นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง”และ “การฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด ” โดย นต.นพ.ชัยพฤกษ์ ปั้นดี และนพ.วรวัฒน์ เอียวสินพานิช ท่านจะได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ตามมาเช่น อาการปวดหลังร้าวลงขา การยกของผิดท่า การเล่นกีฬาไม่ถูกวิธี ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และลีบลงได้ในที่สุด รับคำปรึกษาจากแพทย์แบบตัวต่อตัว ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.00– 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 ตรัยยา โรงพยาบาลปิยะเวท สำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่โทร. 02-625-6555 หรือทาง http://www.piyavate.com




*งานเวทีสิทธิเด็กครั้งที่ ๒๐

ความเป็นมา เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ มีมติเห็นชอบอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กทุก คนโดยรัฐต้องเคารพและประกันให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิ โดยไม่เลือกปฏิบัติและการกระทำที่เกี่ยวกับเด็กไม่ว่าจะกระทำโดยสถาบันใด หรือหน่วยงานใด ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นอันดับแรก สิทธิของเด็กประกอบด้วย ๔ ด้าน คือ ๑.การอยู่รอด ๒.การพัฒนา ๓. การปกป้องคุ้มครอง และ ๔. การมีส่วนร่วม เนื่องจากสถานการณ์และปัญหาการละเมิดเด็ก เป็นปัญหาระดับโลกที่มีสาเหตุฝังรากลึกมาจากวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ดังนั้นประเทศไทยจึงกำหนดจัดงานเวทีสิทธิเด็ก ครั้งที่ ๒๐ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ ร่วมกับ คณะทำงานด้านเด็กมีสมาชิกจำนวน ๑๙ องค์กร เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และแกนนำเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ

โดยส่งเสริมความรู้และความเข้าใจ และความตระหนักในเรื่องสิทธิเด็กและการละเมิดเด็ก เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ต่อปัญหาการละเมิดเด็กอันนำไปสู่การแสวงหา แนวทางการดำเนินงานและการป้องกันการแก้ไขปัญหา และได้รายงานเรื่องสิทธิเด็ก ฉบับเด็กเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติต่อ ไป โดยกระจายการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดงานเวทีสิทธิเด็กอย่างทั่วถึง วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีนาย อภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็นประธานเปิดงานและร่วมแลกเปลี่ยน กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนจำนวน ๗๖ จังหวัด รวม ๒๐๐ คนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 100 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน โดยได้มีการจัดประชุมแบ่งกลุ่มแต่ละประเด็นทั้ง 4 ด้าน พร้อมกับได้จัดงานวิชาการ 3 เรื่อง ได้แก่ ประเด็นสวัสดิการเด็กและครอบครัว เวทีพลังเยาวชน(จิตอาสา) เวทีการถอนข้อสงวนข้อ 7 ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

ในงานท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับการพิจารณา เป็น “ทูตพิทักษ์สิทธิเด็ก สาขานักการเมือง ประจำปี 2552 ” และเป็นประธานมอบรางวัลทูตพิทักษ์สิทธิเด็กแห่งปี ๒๕๕๒ ซึ่งมีจำนวน ทั้งสิ้น 14 ท่าน แยกเป็นสาขานักการเมือง สาขาศาสนา สาขาข้าราชการ สาขาสื่อ สาขาองค์กรพัฒนาเอกชน สาขาประชาสังคม และสาขาภาคธุรกิจ พร้อมมอบพันธะสัญญาแก่คณะผู้แทนเด็กและเยาวชนและร่วมกันผลักดันแนวคิดจาก เวทีสิทธิเด็กให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป




*งานมหกรรมค่ายสร้างสุข ตอน “คบเด็กสร้างค่าย”

เด็กค่าย เด็กกิจกรรม เด็กแนว เด็กวัยใส จะเด็กแนวไหน ก็พบกันได้ในงานมหกรรมค่ายสร้างสุข ตอน “คบเด็กสร้างค่าย”


มูลนิธิโกมล คีมทอง ร่วมกับ สสส. (แผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม) จัดงาน มหกรรมค่ายสร้างสุข ตอน “คบเด็กสร้างค่าย” ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ สวนสันติชัยปราการ (ถนนพระอาทิตย์)

ในงานพบกับซุ้มนิทรรศการค่ายรูปแบบต่าง เช่น ค่ายสุขภาพ ค่ายสร้าง ค่ายเรียนรู้ประเด็นต่าง ๆอาทิ ประเด็นที่ดิน เขื่อน สิทธิ์ เกษตร เป็นต้น เด็กค่ายสามารถมาเที่ยวชมและร่วมแลกเปลี่ยนรูปแบบงานค่ายในแต่ละซุ้มได้เต็ม ที่ แต่ละซุ้มยังมีกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกกับเกมส์ต่างๆอีกมากมาย รวมไปถึงซุ้มรับบริจาคสิ่งของ เช่น เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม หนังสือ ของเล่น ตุ๊กตา หรือคอมพิวเตอร์ ที่อยู่กับเราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว แต่น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นอีกมากมาย ก็นำมาบริจาคกันได้ เพื่อที่เด็กค่ายจะได้รวบรวมเอาไปส่งต่อให้กับเด็กๆในชุมชนที่จะไปทำค่ายใน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้

นอกจากนี้ในงานยังมีซุ้มบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี จากพยาบาลสาวสวยๆ มาเจาะเลือดหาเบาหวาน วัดความดัน กรุ๊ปเลือด สุขภาพช่องปาก (ใครอยากตรวจหาเบาหวานต้องอดข้าวมาตั้งแต่เที่ยงคืนนะคะ ห้ามทานข้าวเช้ามาเด็ดขาด) เรามีหน่วยบริการจากชมรมที่ทำงานด้านสุขภาพมาไว้คอยบริการทุกท่านกันเพี๊ยบ

เท่านั้นยังไม่พอ ใครที่ชอบงานทำมือ ที่มีชิ้นเดียวในโลกก็มาอุดหนุนกันได้ เพราะมีของทำมือจากเด็กค่ายออกมาวางให้เลือกซื้อเลือกชมอีกมากมาย เช่น สมุดทำมือ เสื้อเพ้นท์ เครื่องเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีซุ้มภาคีเครือข่ายต่างๆที่มาออกร้านขายสินค้า เช่น เครือข่ายพุทธิกา สถาบันต้นกล้า มูลนิธิสุขภาพไทย เป็นต้น

งานนี้นักกิจกรรมตัวจริงห้ามพลาดนะจ๊ะ....................


กำหนดการมหกรรมค่ายสร้างสุข

ตอน “คบเด็กสร้างค่าย”

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.00 - 21.00 น.
ณ. สวนสันติชัยปราการ

10.00 – 13.30 น. เปิดบู๊ทกิจกรรม
13.30 -14.00 น. เปิดเวที เปิดเพลง วงดนตรี “เด็กค่าย”
14.00 – 14.30 น. พิธีกรกล่าวที่มาที่ไปของงาน แนะนำกิจกรรมภายในซุ้มต่างๆ

14.30 – 15.00 น. ลิเกฮุลู
15.00 - 15.10 น. ตัวแทนเด็กค่ายแต่ละภูมิภาคขึ้นร้องเพลง “ดอกไม้อาสา” ร่วมกัน
15.10 – 15.20 น. ประธานกล่าวเปิดงาน โดย นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
15.20 – 16.00 น. เรียนเชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิ เยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการ ได้แก่

- ดร.ชินภทร ภูมิรัน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ*
- นายแพทย์กำจร ตติยกวี คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ตัวแทนนักศึกษาส่งมอบข้อเสนอแนะการสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาแก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

16.00 – 17.00 น. วงดนตรี “โฮปเฟมิลี่” **
17.00 – 18.00 น. เล่าขานตำนานเพลงค่ายโดย คุณจักรกฤษ ศิลปะชัย คุณอรรณพ นิพิธเมธาวี และคุณอนันต์ ลือประดิษฐ์

18.00 – 18.15 น. ละครเพลง เรื่อง “ฉันจึงมาหาความหมาย”

18.15 – 19.30 น. วงดนตรี เด็กค่าย “วงดวงจำปา” และ “วงข้าวเหนียวปั้น”

20.00 – 21.00 น. เลือกชมงานตามอัธยาศัย

หมายเหตุ :
* อยู่ในระหว่างการติดต่อประสานงาน
** เปลี่ยนแปลงเวลาจากเดิม 19.30 -20.45 น. (ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์)


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : คุณพนิดา บุญเทพ หรือ คุณศิริพร พรมวงศ์

โทรศัพท์ 02-412-0744 ,02-866-1557 ต่อ 20 หรือ 08-9796-6985

โทรสาร 02-8662721 E-mail : health_camp3@hotmail.comหรือhttp://www.dek-kai.org


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:13:24 น.  

 
*สัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี ของ IEEE : IEEE

สัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี
ของ IEEE (Institute of Electrical and Electronic Engineer) ซึ่งเป็นองค์กรที่ผลิตงานทางวิชาการวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานระดับโลก และมีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยที่ IEEE Thailand Section
วันพฤหัสฯ ที่ 26 และวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ โดยหัวข้อที่น่าสนใจได้แก่

วันที่ 26 พย 52

9.15-10.30 ณ ห้อง Grand Hall 1 โรงแรมรามากาเด้นท์
เรื่อง โครงการเมกกะโปรเจค ด้านการผลิต ระบบส่ง และจำหน่ายไฟฟ้าของประเทศไทย

SessionChair: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Panellists:
1. ดร.สุเทพ ฉิมคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

2. นายรัตนโรจน์ ทวีสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง

3. นายพงษ์ดิ์ หาญบุญญานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

วันที่ 27 พย 52

13.00-15.00 น. ณ ห้อง Grand Hall 1 โรงแรมรามากาเด้นท์

เรื่อง พลังงานสำหรับอนาคต (Energy for the Future)

SessionChair: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Panellists:
1. ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทน่และอนุรักษ์พลังงาน - นโยบายและยุทธศาสตร์

2. ดร.กมล ตรรกบุตร ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - Neclear Energy

3. รศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - Clean Coal Energy

4. รศ.ดร.บัณฑิต ฟุ้งธรรมสาร ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) - การวิจัยและพัฒนา

5. ดร.ชัยวัฒน์ มั่นเจริญ รองผู้อำนวยการ โครงการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์กรมหาชน - สิ่งแวดล้อม




*เสวนาโต๊ะกลม: อิทธิพลแห่งปรากฏการณ์ ‘วัฒนธรรมป๊อป’

กรุงเทพฯ--19 พ.ย.--หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552
เวลา 15.00-18.00น. เสวนาโต๊ะกลม: อิทธิพลแห่งปรากฏการณ์ ‘วัฒนธรรมป๊อป’ ที่หลั่งไหลจากญี่ปุ่นสู่ไทย

ห้องออดิทอเรี่ยม ชั้น5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ
จัดโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และเจแปนเฟาว์เดชั่น
ผู้ร่วมเสวนาฝ่ายไทยได้แก่
คอนเนลลี่ ลามาร์ (ภัณฑารักษ์) ทวีศักดิ์ ศรีทองดี (ศิลปิน) วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ (ศิลปิน) นิพนธ์ โอฬารนิเวศน์ (ศิลปิน) และทรงกลด บางยี่ขัน (บรรณาธิการนิตยสาร a day, นักเขียน)





*การนำเสนอรายงานผลการศึกษาวิจัยเรื่อง การเตรียมความพร้อมของประเทศไทย

กำหนดการสัมมนา

การนำเสนอรายงานผลการศึกษาวิจัย เรื่อง “การเตรียมความพร้อมของประเทศไทย : การเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาบูดาเปสต์ และระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากร ชีวภาพ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ”

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30 -12.30 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม 1 โรงแรมรามา การ์เด้น

จัดโดย: ชุดโครงการพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมฯ (MEAs Watch) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ

*********************************

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 09.10 น. กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การสัมมนา

โดย คุณสุปราณี จงดีไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว.

กล่าวแนะนำชุดโครงการฯ

โดย คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้ประสานงาน MEAs Watch สกว. (ผอ.สถาบันธรรมรัฐฯ)

09.10 – 09.40 น. นำเสนอผลการศึกษาวิจัย เรื่อง“การเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาบูดาเปสต์ ภายใต้บริบทของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ และ อียู-อาเซียน ” (Budapest Treaty of CBD and Thailand-US and EU- ASEAN FTA)

โดย
- คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ หัวหน้าโครงการฯ (ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี)

- รศ.ดร.เริงชัย ตันสกุล นักวิจัย (คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์)

09.40 – 10.10 น. นำเสนอผลการศึกษาวิจัย เรื่อง“การวิเคราะห์ระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและการแบ่งปันผล ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ” (Access and Benefit Sharing under CBD)

โดย

- ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล หัวหน้าโครงการฯ (คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย)

- อาจารพิมพ์พชา ปิยะเกศิน นักวิจัย (คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย)

- อาจารย์ทิพย์สุรางค์ วาทิตต์พันธุ์ นักวิจัย (คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย)


10.10 – 11.10 น. อภิปรายให้ความคิดเห็นต่อรายงานการศึกษาวิจัย

โดย
- ดร.ธนิต ชังถาวร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
- รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา

11.10 – 12.20 น. ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อรายงานผลการศึกษาวิจัย

12.20-12.30 น. สรุปและปิดการสัมมนา
โดย คุณสุปราณี จงดีไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สกว.

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน


*****************************************

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ :http://www.measwatch.org
ประสานงานMEAs Watch :โทร.๐๒-๒๘๒-๘๘๙๖ และ ๐๘๔-๖๗๔-๒๕๙๗ โทรสาร.๐๒-๒๘๒-๘๘๙๗


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:14:05 น.  

 
*การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย

สาขาการจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อสุขภาวะคนไทยทั้งมวล (ปศท.) ที่มี รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : ความสำเร็จและความท้าทาย ในวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30–16.30 น. ณ ห้องประชุม 5–2 อาคารสำนักอธิการบดี 2 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถนนประชาชื่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
วัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การจัดการศึกษาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และเพื่อศึกษาบทเรียนจากการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยว กับการจัดการศึกษาเองและการรับโอนสถานศึกษา ทั้งด้านปัญหา การแก้ไข และความสำเร็จ ให้แก่ ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโครงการมหาวิทยาลัยพี่โรงเรียนน้อง ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้บริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ตัวแทนภาคเอกชน/ประชาชน/ผู้ปกครอง ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 80 คน ตลอดจนเพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอทางเลือกการจัดระบบการศึกษา เพื่อสุขภาวะคนไทย

......................................................
สาขาการจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ร่วมกับ โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท.) สสส.
กำหนดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง “การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย”
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 น. – 16.30 น.
ณ ห้องประชุม 5 – 2 ณ อาคารสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

......................................................

เวลา 8.30 น. – 9.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 9.00 น. – 9.30 น. พิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะของเยาวชน ไทย: ท้องถิ่นจัดการศึกษา ประชาชนได้อะไร
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ หัวหน้าคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะคนไทย (ปศท) สสส. อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เวลา 9.30 น. – 9.40 น. กล่าวต้อนรับ
โดย ศาสตราจารย์ ดร.บุญเสริม วีสกุล อธิการบดีกิตติคุณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เวลา 9.50 น. – 10.00 น. พัก
เวลา 10.00 น. – 12.30 น. การอภิปราย เรื่อง การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ความสำเร็จและความท้าทาย
โดย
- นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
- พันตำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
- นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี
- รองศาสตราจารย์ ดร. อุทัย บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มธบ.
ดำเนินการอภิปรายโดย
ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิทยบริการ/ ประธานกรรมการบริหาร บัณฑิตศึกษา สาขาการจัดการการศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เวลา 12.30 น. - 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.30 น. - 15.00 น. แบ่งกลุ่มพิจารณาการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น :บทเรียนของความสำเร็จ ปัญหา และแนวทางแก้ไข

เวลา 15.00 น.- 15.15 น. พัก
เวลา 15.15 น. – 16.30 น. นำเสนอผลการรายงานกลุ่ม และอภิปราย
ดำเนินการรายการ โดย
ดร. พิณสุดา สิริธรังศรี ผู้อำนวยการหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการจัดการการศึกษา มธบ./ เลขานุการโครงการ ปศท.
เวลา 16.30 น. ปิดการสัมมนา
......................................................
สัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าวไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ สาขาการจัดการการศึกษา โทร. 02 954 7300 ต่อ 647, 648 แฟกซ์ 02 954 9730 ลงทะเบียนเข้าร่วมภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552




*Invitation to a seminar and reception to congratulate Dr. Sriprapha Petcharamesree

a seminar on “The ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights: Living up to the expectations of Civil Society” followed by a reception to warmly congratulate Dr. Sriprapha Petcharamesree, Thailand’s Representative to the AICHR.

The seminar and reception will take place on Monday 23 November 2009 13.00-17.00 hrs. at Bongkotrat Room A, Royal River Hotel. The program of this event is attached herewith. The program will be in Thai language with English translation. Please kindly confirm your participation by phone 02 889 2151/ 081-8327165 or email annparinya@yahoo.com.

13.00 - 13.30 Registration

13.30 – 13.40 Welcome and opening remarks
Dr.Varaporn Chamsanit, Acting Director of CHRSD

13.40 – 14.10 “Regional Human Rights Mechanisms and the promotion and protection of Human rights”
Prof.Vitit Mantrabhorn, Faculty of Law, Chulalongkorn University

14.10 – 15.10 Panel Discussion: “AICHR: Living up to the expectations of Civil Society”
- Mr. Chanchao Chaiyanukit
Chairperson of Thai Working Group for an ASEAN Human Rights Mechanism
- Ms. Suntaree Sengking Secretary General, NGO Coordinating Committee on Development
- Mr. Jacque-chai Chomthongdee, FTA Watch
- Mr. Supalak Kanchanakundee, Senior Journalist, The Nation
Facilitator: Vachararutai Boontinand, PhD Candidate, Human Rights and Peace Studies Program, Mahidol University

15.10 – 15.30 Comments and questions from participants
15.30 – 15.45 Roles of Thailand’s Representative and civil society’s expectations
Dr.Sriprapha Petcharamesree, Thailand Representative of AICHR

15.45 – 16.15 Congratulations to Dr.Sriprapha Petcharamesree, Thailand’s Representative to AICHR
- Mr.Virasakdi Futrakul,*
Permanent Secretary, Ministry of Foreign Affairs
- Mr.Tongbai Tongpao, senior human rights defender
- Prof. Napatawn Banchuin,
Vice President of Mahidol University

16.15 – 16.20 Closing remarks
Dr.Varaporn Chamsanit, Acting Director of CHRSD

16.20 – 17.00 Reception




*ขอเชิญร่วมงาน ยุติความรุนแรงในครอบครัว ตอน "SMART Family: ใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันอย่างไรให้เป็นสุข"

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ร่วมกับ save the children และมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ขอเชิญสมาชิกทุกคนในครอบครัว จูงมือกันมาใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันในงานเปิดตัวโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ20ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติและร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว โดยพบกับกิจกรรมที่เสริมสร้างการใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 พ.ย.52 เวลา 11.00 -17.00 น. ณ บริเวณโถงรูปไข่ ชั้น G จามจุรีสแควร์ ถ.พระรามสี่ (สามย่าน)
สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2412-0738, 0-2412-9834, 0-2864-3381
ส่งแบบตอบรับเข้าร่วมงานก่อนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 ได้ที่ 0-2864-3381 ต่อ 108 หรือ 0-2412-9833
หรือทางอีเมล์ pr@thaichildrights.org หรือ cpcr.cpcr@gmail.com


ผู้รับผิดชอบโครงการ
นางสาวมานิตย์ ขันทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร และ
นางสาวดารารัตน์ ศิริเลิศวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และระดมทรัพยากร
มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เลขที่ 979 ซ.จรัญสนิทวงศ์12 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600
โทรศัพท์ 0-2412-0738 0-2412-9834 โทรสาร 0-2864-3381 ต่อ 108
มือถือ 087-009-0025 , 089-033-0820
อีเมล์ : pr@thaichildrights.org หรือ cpcr.cpcr@gmail.com
เว็บไซต์ : http://www.thaichildrights.org


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:15:31 น.  

 
* ขอเชิญร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ "ร่างประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ..."

ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.00 – 12.00 น.
ณ ห้อง Le Concorde Ballroom
โรงแรม Swissotel Le Concorde กรุงเทพฯ

Download เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

1. ร่างประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจกาโทรคมนาคม พ.ศ...

2. แบบตอบรับลงทะเบียน

3. กำหนดการ

4. แผนที่

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำนักพัฒนานโยบายและกฎกติกา
โทร . 02- 2710151 - 60 ต่อ 501 , 504 , 510




*เสวนา : ฉัน เขา เรา เธอ ....ต่างเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม

วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๘.๓๐- ๑๔.๓๐ น.
ที่ห้องประชุมชั้น ๑๐ อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ซ.นาคสุวรรณ ถ.นนทรี ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพฯ
กำหนดการ
๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. เสวนาหัวข้อ “ฉัน เขา เรา เธอ ...ต่างเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม”
โดย - ซิสเตอร์สุภาภรณ์ โชติผล ผู้อำนวยการศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรี พัทยา
- คุณวิโรจน์ นิตตะโย ผู้จัดการโครงการแรงงานอพยพ ศูนย์สังคมพัฒนาสุราษฎร์ธานีและ คุณสุมนา เพ็ชรงาม เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ศูนย์สังคมพัฒนา สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต
- คุณสมหวัง ดีบูชา ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ภาคตะวันออก
- คุณลาก้วย บุญเจริญ ชาวบ้านจาก อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ดำเนินการเสวนาโดย คุณชื่นสุข อาศัยธรรมกุล
๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารเที่ยง
๑๓.๐๐ น. ไตร่ตรองทางเทววิทยา โดย พระสังฆราชบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์
๑๔.๓๐ น. จบการเสวนา

สนใจแจ้งชื่อเข้าร่วมการเสวนาได้ที่ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)
โทรศัพท์ 02-277-4625, 02-275-7783 โทรสาร 02-692-4150
อีเมล์ jpthai@jpthai.org




*ขอเชิญร่วมฟังเสวนา เรื่อง SMEs ไทยก้าวอย่างไร สู้เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

ตามที่ท่านได้ให้ความสนใจและสมัครเป็น "สมาชิก สสว." นั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอขอบพระคุณในความสนใจและเข้าร่วมเป็น สมาชิก สสว. โดย สสว. จะเร่งดำเนินการวางแผน และจัดให้มีกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ เพื่อมอบให้แก่ท่านในโอกาสต่อไป

สำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่ สสว. จะขอแจ้งแก่ท่านในขณะนี้ คือ สสว. ร่วมกับ หลักสูตร MBA SMEs และ ชมรมนักธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดเสวนาในหัวข้อ "SMEs ไทยก้าวอย่างไร สู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์" ในงาน "38ปีรามคำแหง" ณ ห้องประมวล กุลมาตย์ หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา 12.30 น.-16.00 น.

ซึ่งมีผู้ดำเนินการ และผู้ร่วมเสวนาดังนี้

คุณสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการ ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
คุณกิตติรัตน์ ปิติพาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC
ดร.เพชรมณี ดาวเวียง ผู้จัดการศูนย์ประสานและบริการ SMEsสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
คุณไพจิตร แสงไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟล็กโซ่รีเสิร์ชกรุ๊ป จำกัด
ผศ.ดร.ภคพล จักรพันธ์อนุฤทธิ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยชินวัตร นานาชาติ
และผู้เขียนหนังสือ "ไอเดียบรรเจิด เพื่อจัดการความคิดสร้างสรรค์"

ดาวน์โหลดแบบตอบรับ : คลิกเพื่อทำการดาวน์โหลด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่
http://www.mba-sme.ru.ac.th
หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2310-8041 , 0-2310-8450 และ 0-2310-8449

แจ้งข่าวสาร โดย ฝ่ายส่งเสริมโครงการตามนโยบายรัฐบาล
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
โทร. 0-2278-8800 ต่อ 217
โทรสาร. 0-2273-8850
อีเมล์ : chitsanupong@sme.go.th




*บริการ ร่วมแนะแนวการศึกษาต่อสหรัฐอเมริกา

เป็นความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา สำนักงาน ก.พ. สถาบันการศึกษานานาชาติ ธ.กรุงเทพ และ ร.ร.สอนภาษา เอ.ยู.เอ. จะร่วมในงาน U.S.A. Fair จัดโดยแผนกพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พฤหัสบดีที่ 19-อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 10.00-20.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ห้อง Meeting Room 1&2 รับฟังการบรรยาย ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ "ประสบการณ์ชีวิตและการเรียนสาขาบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมและออกแบบ กฎหมาย และเทคโนโลยีสารสนเทศ", "การขอวีซ่า", "ทุนการศึกษา", "เทคนิคการเขียน Statement of Purpose", "การสอบ TOEFL IBT" และ "เรื่องเงินเรื่องสำคัญ"........


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:16:00 น.  

 
*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมในการพิจารณาคดีของศาลจำลอง

"ภาค วิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรฯ" ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมในการพิจารณาคดีของศาลจำลอง 24 พฤศจิกายน เวลา 08.30-16.00 น. ที่คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรฯ บางเขน ฟรี โทร.0-2561-3484 ต่อ 4




*สัมมนาเรื่อง "Global Warming Forum # 6 : Read to Copenhagen"

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 16.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) จัดสัมมนาเรื่อง "Global Warming Forum # 6 : Read to Copenhagen" ณ ห้อง Meeting 3-4 ศูนย์การประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ (ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2282 8896, 08 4674 2597 โทรสาร 0 2282 8897)




*งานเสวนา "ปฏิวิวัฒินาการ"

ในวาระครบรอบ 150 ปี การตีพิมพ์หนังสือสะเทือนโลก On the Origin of Species
ของ Charles Darwin ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายนนี้ 16.00-18.00 ณ ตึกบรมราชกุมารี ห้อง 707
ชมรมประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญทุกท่านร่วมค้นหากำพืดของพวกเรา
ทุกคนโดยพร้อมเพรียงกัน ณ งานเสวนา "ปฏิวิวัฒินาการ"

วิทยากร:

1. ผศ. สุวิมล รุ่งเจริญ
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. รศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหา
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

3. อติเทพ ไชยสิทธิ์
ชมรมนักธรรมชาติวิทยารุ่นเยาว์ มหาวิทยาลัยมหิดล


ในฐานะอาจารย์ผู้สอนวิชาว่าด้วย วิธีการ และแนวคิดทางประวัตืศาสตร์ ผศ. สุวิมล
จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของทฤษฎีวิวัฒนาการที่มีต่อแนวคิดประวัติศาสตร์ ซึ่งได้
นำไปสู่การ "ปฏิวัติ" ทางความเข้าใจในประวัติศาสตร์และที่มาของมนุษยชาติในที่สุด

ด้วยประสบการณ์และชื่อเสียงในวงการวิทยาศาสตร์ไทย รศ ดร สมศักดิ์ จะอภิปราย
สรุปสาระสำคัญของแนวคิดวิวัฒนาการ และ Natural Selection ซึ่งผู้คนทั่วไปอาจ
เคยแต่เพียงได้ยินหรือเข้าใจอย่างเผินๆ ให้ผู้ฟังได้เห็นว่า ธรรมชาติมีหนทางในการ
เลือกสรรและสรรค์สร้างโลกที่เราเห็นทุกวันนี้ได้อย่างไร

ท้ายสุด เพื่อนนักศึกษาของเราจากมหาวิทยาลัยมหิดล อติเทพ จะนำเสนอมุมมอง
ต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ ที่แสดงออกทาง "การเลียนแบบ" เพื่อค้นหา
ความสมดุลที่แท้จริงจากธรรมชาติของมนุษย์ หรือที่รู้จักในนาม Biomimetics และจะ
แสดงให้เห็นว่าแนวคิด Biomimetics กับ ทฤษฎีวิวัฒนาการ เกี่ยวพันกันอย่างไร

สอบถามเพิ่่มเติม ติดต่อ 081-490-9194




*เสวนา เรื่อง “สื่อไทยหัวใจสมานฉันท์”

คณะ ทำงานเฉพาะกิจส่งเสริมความสมานฉันท์ของคนในชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอเชิญสื่อมวลชนที่สนใจเข้าร่วมการเสวนา เรื่อง “สื่อไทยหัวใจสมานฉันท์”

จากสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ ทั้งทางด้านความคิด ด้านการเมือง และปัญหาสังคมต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนไทยมีความสุขน้อยลง และวิธีการหนี่งที่จะลดความขัดแย้งและนำความสุขมาให้คนไทย
คงจะเป็น “ความสมานฉันท์” ที่จะเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยจะเห็นได้ว่าองค์กรสื่อมวลชน มีอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้และการบริโภคข่าวสารของประชาชน ฉะนั้น เพื่อให้สื่อได้เข้ามามีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้นและหา ทางออกร่วมกันในการลดปัญหาความขัดแย้งเพื่อนำมาสู่แนวทางสมานฉันท์ จึงจัดการสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น
- กล่าวต้อนรับ โดย นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
- กล่าวรายงานการเสวนา โดย นายสงวน ลิ่วมโนมนต์ ประธานคณะทำงานฯ
- กล่าวเปิดการเสวนา โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- เวทีแสดงความคิดเห็น เรื่อง “สื่อไทยหัวใจสมานฉันท์” ดำเนินรายการโดย
- นายธีรพันธ์ นาทีกาญจนลาภ สมาชิกคณะทำงานฯ
- นายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกคณะทำงานฯ
- การแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
- สรุปผลการสัมมนาและปิดการสัมมนา

ในวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552 ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น
ณ ห้องประชุม 1 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สภาที่ปรึกษาฯ
โทร. 02-1413248-51




*งานสัมมนาด้านอัญมณีครั้งที่ 30

วันที่ 25 พ.ย. เวลา 18.00 น. สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกาหรือจีไอเอ สาขาประเทศไทย จัดงานสัมมนาด้านอัญมณีครั้งที่ 30 ขึ้น ได้รับเกียรติจาก นายเจฟฟรีย์ เบิร์กแมน ผู้อำนวยการบริษัทพรีม่าเจ็มส์มาบรรยายเรื่อง "แร่ดวงดาว?อัญมณีจากห้วงอวกาศ" ณ ห้อง มูราโน ชั้น 2 โรงแรมตวันนา สำรองที่นั่งโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โทรศัพท์ 0-2632-4090และ 02-237-9575 ภายในวันที่ 24 พ.ย.




*สัมมนาผู้ประกอบการ SMEs เรื่อง "ทิศทางภาวะเศรษฐกิจไทยกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม"

-วันที่ 26 พ.ย. เวลา 09.00-16.00 น. สำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) จัดสัมมนาผู้ประกอบการ SMEs เรื่อง "ทิศทางภาวะเศรษฐกิจไทยกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม"พร้อมบรรยายพิเศษ "เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว?" โดยนายวิจิตร สุพินิจ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย หลักสูตร MBA และ IMBA มหาวิทยาลัยสยาม ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 19 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 19 มหาวิทยาลัยสยาม ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ กทม.

-วันที่ 26 พ.ย. เวลา 12.30-16.30 น. บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาย่อยโปรแกรม "QIQP-Quality Invest ment for Quality Profit" เน้นให้ความรู้ในทฤษฎีทางการเงินที่ใช้ในการลงทุน โดยนายนิพนธ์ สุวรรณประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (สายการตลาดลูกค้าทั่วไป 3) บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ที่ห้องประชุม เอื้อวัฒนสกุล ชั้น 9 อาคารอื้อจือเหลียง (ถนนพระราม4) สำรองที่นั่งฟรีรับเพียง 150 ที่นั่ง โทร. 0-2684-8888 ต่อ 8867-8




*สัมมนา “โอกาสการค้าการลงทุนและช่องทางการตลาดในประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง”

ธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสมาคมสโมสรนักลงทุนขอเรียนเชิญงานสัมมนา “โอกาสการค้าการลงทุนและช่องทางการตลาดในประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง” ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องบอลรูม 1 โรงแรมคอนราด

กำหนดการ

12.00 – 12.50 น. ลงทะเบียน
13.00 – 13.10 น. กล่าวต้อนรับโดย มร.มาร์ค เดวาเดสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน)
13.15 – 13.30 น. กล่าวเปิดการสัมมนา โดย ดร. อรรชกา สีบุญเรือง
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
13.30 – 14.30 น. โอกาสการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดย
- คุณวาสนา มุทุตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือการลงทุนต่างประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
- คุณสราวุธ จันทร์ขาว ผู้อำนวยการกลุ่มงานตะวันออกกลางและแอฟริกา
กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์
14.30 – 15.00 น. ศักยภาพตลาด / มุมมองการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
โดย Mr. Glenn Ho, Unit Head South East Asia, SME banking,
Standard Chartered Bank (UAE) (English Version) (30 นาที)
15.00 – 15.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 – 16.45 น. เสวนาเรื่อง “มุมมองนักธุรกิจไทยที่เข้าไปดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศ ตะวันออกกลาง”
โดย ผู้แทนภาคเอกชน
- คุณชัยชาญ เจริญสุข ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
- คุณวิทูร ศุภประกฤต Region Manager บริษัท โอสถสภา จำกัด
16.45 – 17.00 น. ถาม-ตอบ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
สุพัตรา เย็นเกษม- แผนกองค์กรสัมพันธ์
โทร: 02 724 8022 แฟกซ์: 02 724 8018
supattra.yenkasem@sc.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:16:29 น.  

 
*“Mini Family Heath Fair 2009”

โดยโรงพยาบาลสมิติเวช รับโปรโมชั่นลดสุดสุดเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม
28 พฤศจิกายน 2552
พร้อมรับชม MINI Concert จาก แพรว คณิตกุล
เอท ทองหล่อร่วมกับโรงพยาบาล สมิติเวข สุขุมวิท เอาใจคนรักสุขภาพและความงามจัดงาน “Mini Family Heath Fair 2009” By Samitivej ภายในงานพบกับ หนิง ศรัยฉัตร จีระแพทย์ และ น้องเบลล่า จะมาร่วมพูดคุยและ เผยเทคนิคครอบครัวยุคใหม่ห่างไกลไข้หวัดใหญ่
ผู้ที่รักสุขภาพและความงามตัวจริงพลาดไม่ได้ กับโปรโมชั่นโปรแกรมสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัวฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด ใหญ่ ซื้อ 1 ได้อีก 1 เฉพาะ ผู้ใหญ่และฉีดในงานเพียง 200 คู่แรกเท่านั้นและพบเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพและความงามมากมาย อาทิ Accushape สร้างหุ่นสวยในฝันอย่างปลอดภัย เห็นผลทันใจ , เทคโนโลยีปฏิมากรรมความงามแผลเล็กเจ็บน้อย ฯลฯ ทางโรงพยาบาล สมิติเวช ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนรักสุขภาพและความงามสำหรับผู้ที่ซื้อโปรแกรม ตรวจสุขภาพครบตามที่กำหนด(จำนวนจำกัด) อาทิ รับฟรี โปรแกรมนวดกระชับผิวหน้า SUQQU GANKIN Massage มูลค่า 4,500 บาท ฯลฯ พร้อมรับชมโชว์จากน้องๆโรงเรียนอินเตอร์จะมาร่วมสร้างสีสีนภายในงานและเพลิด เพลินกับเพลงอคูสติกเบาๆในอากาศเย็นสบายกับ MINI Concert จาก แพรว คณิตกุล พลาดไม่ได้กับคนรักสุขภาพและความงามทุกคน
ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552
เวลา 10.00 – 18.00 น.
ณ. เอท ทองหล่อ
ทองหล่อ ซอย 8 (รถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ)

สำหรับท่านสื่อมวลชนที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อที่
สุภารัตน์ โพธิวิจิตร/เดชาวุธ วุฒิศิลป์
บริษัท โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร 02-260-5820 ต่อ 113/120 อีเมล์ aey@tqpr.com/day@tqpr.com




*การบรรยายวิชาการเรื่อง “โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง”

บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด ร่วมกับ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าฟังการบรรยายวิชาการเรื่อง “โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง” บรรยายโดย พ.อ.รศ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ พ.ท.วันชัย นคเรศไอศูรย์ และ ร.อ.อัมรินทร์ วรรณะวัลย์ นอกจากนี้ พบกับกิจกรรมตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก และรับเอกสารความรู้จากมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ได้ฟรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.00-11.00 น. ณ ห้องประชุมประจวบฯ ชั้น 3 อาคารมหาวชิราลงกรณ รับจำนวนจำกัด 100 ท่านเท่านั้น สนใจสำรองที่นั่งโทร 02-860-4561 หรือ 02-3547693

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท พีอาร์ โฟกัส จำกัด
ประภาส จรสรัมย์
สาริศา เหล่าตระกูล
โทร. 02-654-7551-2



* “นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง”และ “การฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด ”

สถาบันโรคกระดูกและข้อ ร่วมกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ โรงพยาบาลปิยะเวท ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย ให้ความรู้ในเรื่อง “นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง”และ “การฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด ” โดย นต.นพ.ชัยพฤกษ์ ปั้นดี และนพ.วรวัฒน์ เอียวสินพานิช ท่านจะได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ตามมาเช่น อาการปวดหลังร้าวลงขา การยกของผิดท่า การเล่นกีฬาไม่ถูกวิธี ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และลีบลงได้ในที่สุด รับคำปรึกษาจากแพทย์แบบตัวต่อตัว ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.00– 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 ตรัยยา โรงพยาบาลปิยะเวท สำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่โทร. 02-625-6555 หรือทาง http://www.piyavate.com




*งานสัมมนา KRUNGSRI Journey of Opportunities

ด้วยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จะจัดงานสัมมนา KRUNGSRI Journey of Opportunities : เส้นทางแห่งโอกาส โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ และผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการเงิน การตลาด และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ภาวะการเงิน และการลงทุน ตลอดจนแนวนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ โดยธนาคารกำหนดจัดงานดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.00 – 12.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่น บี ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ตามรายละเอียด ดังนี้
09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน
09.30 - 10.00 น. นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ทิศทางเศรษฐกิจ ปี 2553 กับอนาคตธุรกิจไทย”
10.00 – 10.30 น. นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด บรรยายในหัวข้อ “white Ocean Strategy : กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว”
10.30 – 10.45 น. รับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.30 น. เสวนาหัวข้อ “เส้นทางแห่งโอกาส” โดย
นางยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
โดยมี รศ.ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ผู้ดำเนินการเสวนา
12.30 น. ปิดการสัมมนา

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร. 02-296-2443-4




*สัมมนาความรู้น่าสนใจหัวข้อ “การเรียนอิงลิชโปรแกรม (English Program) สำคัญอย่างไรต่อเด็กไทย”

กลุ่ม โรงเรียนเลิศหล้า จัดสัมมนาความรู้น่าสนใจหัวข้อ “การเรียนอิงลิชโปรแกรม (English Program) สำคัญอย่างไรต่อเด็กไทย” โดยอาจารย์อัฌชา เสียงหลาย ผู้อำนวยการกลุ่มโรงเรียนเลิศหล้า วิทยากรและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนในระบบอิงลิชโปรแกรมมากกว่า 20 ปี ร่วมด้วย คุณแม่พิธีกร หนิง (ศรัยฉัตร จีระแพทย์) จะมาร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อความสำคัญในการใช้ภาษาอังกฤษภายในงานเสวนาดังกล่าวด้วย ในวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. โดยประมาณ ณ ห้องเอราวัณ 1 โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ถ.ราชดำริ ซ.มหาดเล็กหลวง 1 (ใกล้รถไฟฟ้าสถานีราชดำริ)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
โคลัมบัส ซีอาร์เอ็ม เอเจนซี่
ตัวแทนประชาสัมพันธ์กลุ่มโรงเรียนเลิศหล้า
ปิยะพัชร โพธิ์พิทักษ์กุล
ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์
โทร: 02 512-2265




* นิทรรศการ “เสือทอง / ซ่อนลิง” (Golden Tiger / Hidden Monkey)

หอ ศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ขอเชิญผู้สนใจร่วมเข้าฟังการบรรยายเสวนาโดย อาจารย์กชกร พรมไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย ร่วมด้วย กมล เผ่าสวัสดิ์ ศิลปินผู้บุกเบิกงานศิลปะ ภูภวิศ กฤตพลนารา (โรจ สิงหกุล) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE และ วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูนชื่อดัง เกี่ยวกับแนวคิดนักษัตรและบทบาทต่อชีวิตของเรา ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน บ้านจิม ทอมป์สัน ซ.เกษมสันต์ 2 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

นิทรรศการ “เสือทอง / ซ่อนลิง” (Golden Tiger / Hidden Monkey) นิทรรศล่าสุด โดยหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ได้ร่วมมือกับคุณกชกร พรมไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยจากเชียงใหม่ นำศิลปินร่วมสมัยชื่อดัง อาทิ ภูภวิศ กฤตพลนารา (โรจ สิงหกุล) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE พัชทรี ภักดีบุตร นักออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำ เจ้าของผลิตภัณฑ์เอิบ กมล เผ่าสวัสดิ์ ศิลปินผู้บุกเบิกงานศิลปะเชิงแนวคิดและงานศิลปะจัดวางในประเทศไทย และ วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูน ร่วมแสดงผลงานศิลปะแขนงต่างๆ ที่เชื่อมความสัมพันธ์กับผลงานสะสมของ จิม ทอมป์สัน อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับโหราศาสตร์ไทย เปิดให้ชมฟรีทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 – 28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ซ.เกษมสันต์ 2 สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ)




* งานเผยแพร่บทวิเคราะห์ และการสำรวจความคิดเห็นปัญญาชนนักวิชาการและนักธุรกิจ

เรื่อง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการลงทุน กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหา” จัดโดย คณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต
ในวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.30 -15.30 น.
ณ ห้อง 705 ชั้น 7 อาคารศูนย์ศึกษาสาทรธานี (อาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์) มหาวิทยาลัยรังสิต เขตสาทร

เวลา 13.00 น. ลงทะเบียน

เวลา 13.30 – 15.00 น. เผยแพร่บทวิเคราะห์ และความสำรวจความคิดเห็นปัญญาชนนักวิชาการและนักธุรกิจ
เรื่อง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการลงทุน กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหา”
โดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ และคณะ

เวลา 15.00 – 15.30 น. ซักถาม และสรุปการสัมมนา

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ติดต่อนางนุชนารถ อำนาจบุดดี นางอุไร เครือตา และนางสาวจุฑาทิพ ลือเลิศยศ (ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ)
โทรศัพท์ 02-997-2222 ต่อ 1238, 1239 และ 1251 โทรสาร 02-533-9695
Email: nidecon@hotmail.com; urai39@hotmail.com; juthatip.lue@gmail.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:16:57 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ Research Zone ของศูนย์การเรียนรู้ทางการวิจัย

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางการวิจัยขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการขยายผล “ความรู้จากการวิจัย” ในรูปแบบของกิจกรรมที่มีส่วนร่วมจากเครือข่ายการวิจัยต่างๆ ทั่วประเทศ จึงได้กำหนด โครงการ Research Zone ใน Phase 4-6 ขึ้นดังนี้
- Phase 4 ระหว่างวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2552
- Phase 5 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2552 ลงทะเบียนภายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552
- Phase 6 ระหว่างวันที่ 21-25 ธันวาคม 2552 ลงทะเบียนภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2552


<< กำหนดการกิจกรรม แผนที่ >>


ทั้งนี้ ขอเรียนเชิญผู้สนใจกิจกรรม Research Zone สามารถลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในหัวข้อต่างๆ โดยผ่านทาง website:http://www.rlc.nrct.go.th ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ระบุข้างต้น
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ภารกิจฯ โทร. 0-2940-5743, 0-2561-2445 ต่อ 458




*บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จะเปิดตัวโซลูชันหลากหลายจากไอบีเอ็ม

ปัจจุบัน ธุรกิจเอสเอ็มอีถือได้ว่ามีบทบาทอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศฯ โดยมีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศถึง 38 เปอร์เซ็นต์ หรือหากเทียบกับความสำคัญของเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจในระดับโลกแล้ว ถือได้ว่ามีสัดส่วนถึง 65% ต่อจีดีพีของโลกเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (ซีไอโอ) กว่า 2,500 คนทั่วโลกจาก 78 ประเทศซึ่งจัดทำโดยไอบีเอ็มในปีนี้ พบว่า 83% ของซีไอโอจากหลากหลายประเภทธุรกิจ ซึ่งรวมถึงซีไอโอจากองค์กรขนาดกลางด้วย ต่างให้ความสำคัญต่อระบบจัดการธุรกิจอัจฉริยะและวิเคราะห์ข้อมูล (Business Intelligence & Analytics) เป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรปรับเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้กลาย เป็นเครื่องมืออันทรงพลังทางธุรกิจแล้ว ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรไปพร้อม ๆ กันด้วย

ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10:30 น. ณ. ห้องแลนด์มาร์ค สวีท ชั้น 7 โรงแรมแลนด์มาร์ค (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส นานา) คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจทั่วไป บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จะเปิดตัวโซลูชันหลากหลายจากไอบีเอ็ม ซึ่งรวมถึงโซลูชันด้านการจัดการธุรกิจอัจฉริยะและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วย ธุรกิจเอสเอ็มอีปรับปรุงศักยภาพการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือยืนยันการเข้าร่วมงาน กรุณาติดต่อคุณภาสกร โทรศัพท์ 0-2273-4164 หรือที่อีเมล์ ccompats@th.ibm.com




*หนาวนี้ สกาแคร์ชวนดูหนังฟรีกันเป็นคู่!

อังกฤษตรางู ขอเชิญชวนสมาชิกกิจกรรมทุกท่าน...มาร่วมเล่นเกมส์สนุกๆ กับผลิตภัณฑ์ในเครือกลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู

หนาวนี้ สกาแคร์ชวนดูหนังฟรีกันเป็นคู่!

เพียงตอบคำถามสั้นๆ

"คุณมีเคล็ดลับในการดูแลผิวหน้าอย่างไร"

คำตอบใดโดนใจกรรมการ ง่ายๆ แค่นี้ ลุ้นรับไปเลย!!!

Movie Voucher

บัตรภาพยนตร์เมเจอร์ รางวัลละ 2 ที่นั่ง

ฟรี! ทุกเรื่อง!

ทุกสาขา!

จะที่ Major หรือ EGV ก็ได้

โอกาสดีๆ แบบนี้ รีบหน่อย บัตรมีจำนวนจำกัด! "คลิก"




*โครงการอบรมและปรึกษาแนะนำด้าน Technical Textile เพื่อเข้าสู่เชิงพาณิชย์

(สมัครเข้าร่วม...ฟรี!!)
-----------------------------------------------
ด้วยในปัจจุบัน Technical Textiles หรือ สิ่งทอเทคนิค มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมทั่วไปได้ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงได้ดำเนินโครงการอบรมและปรึกษาแนะนำด้าน Technical Textile เพื่อเข้าสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและถ่ายทอดเทคโนโลยีในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมให้กับการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างมีหลักการและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเชิงพาณิชย์ โดยสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง อันจะมีผลทำในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้มีศักยภาพและความยั่งยืนตลอดไป

ผู้ประกอบการจะได้รับการอบรมสัมมนาและปรึกษาแนะนำ...อย่างน้อย 10 ครั้ง

เพื่อสร้างความเข้าใจและความรู้ด้านการวิจัยพัฒนา Technical Textile และการนำงานวิจัย Technical Textiles ที่ได้ดำเนินการวิจัยในระดับ Lab scale ที่ผ่านมาไปสู่ Pilot scale และระดับอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป ดังนั้น จึงขอเชิญผู้ประกอบการทางด้าน Technical Textile หรือผู้ที่ต้องการทำการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ Technical Textile ที่มีความสนใจในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ปรับปรุงกระบวนการผลิตรวมทั้งการต่อยอดผลิตภัณฑ์ Technical Textile เพื่อให้ไปสู่เชิงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการนี้

download ใบสมัครได้ที่: http://www.thaitextile.org/temp/app-tt.pdf

ด่วน ! จำนวนจำกัดเพียง 15 โรงงานเท่านั้น

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คุณเกษมสุข เพ่งพินิจ ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

โทร 02-713-5492 ต่อ 406 โทรสาร 02-712-4526


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:17:27 น.  

 
* ขอเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาเชิงวิชาการ "SMEs ไทยก้าวอย่างไรสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์"

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา 12.30 - 16.00 น.
ณ หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)

บรรยายโดยวิทยากรชั้นนำ และมืออาชีพ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในงานสัมมนาครั้งนี้
ผศ.ดร.ภคพล จักรพันธ์ อนุฤทธิ์
อาจารย์ นักวิชาการ ที่ปรึกษา พิธีกร ผู้เขียนหนังสือ ไอเดียบรรเจิด เพื่อการจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม Vivid Idea, Vivid Innovation
คุณไพจิตร แสงไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัทเฟล็กโซ่รีเสร์จ กรุ๊ป จำกัด
ผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

ผู้ดำเนินรายการ

คุณสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง on-line ได้ที่ http://www.mba-sme.ru.ac.th
ส่งกลับที่ โทรสาร 02-310 8041
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02- 310 8041 ต่อ คุณออย, คุณหนิง

สัมมนาฟรี!

(รับจำนวนจำกัด)250 ที่นั่ง

จัดโดย โครงการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับ
ชมรมนักธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง




*มหกรรมค่ายสร้างสุข ปลุกจิตสาธารณะสู่สังคม

มูลนิธิโกมลคีมทอง ร่วมกับแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน "มหกรรมค่ายสร้างสุข ตอน คบเด็กสร้างบ้าน" ที่สวนสันติชัยปราการ ถนนพระ อาทิตย์ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00- 21.00 น.

ที่ผ่านมา สสส. มีวัตถุประสงค์ต้องการให้การสนับสนุนโครงการ ค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ (ค่ายสร้างสุข) ให้กับนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แสดงออกต่อสังคม ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการจัดมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4 ปี โดยมีหลักแนวความคิดเพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรม พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษาในการทำงานทางด้านจิตอาสาเพื่อสังคม

โดยในปี"52 นี้ มีนักศึกษาและมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 ชมรม จนเกิดเป็นเครือข่ายเยาวชนอาสาที่รวมตัวกันภายใต้ชื่อ "เครือข่ายเด็กอาสาสร้างสุข" โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันทำงานเพื่อสังคม ปลุกกระแสจิตสำนึกสาธารณะให้แพร่หลายออกไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง

ส่วนบริเวณงานเหล่าบรรดานักศึกษา จากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ จะมีการจัดซุ้มกิจกรรม และแสดงผลงานนิทรรศการค่ายในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่ายเรื่องราวด้านสุขภาพ ค่ายอาสาที่ดำเนินการสร้างอาคารเรียน สร้างห้องน้ำ สร้างห้องสมุด และสร้างอาคารอเนกประสงค์ หรือแม้แต่ค่ายที่เกี่ยวกับทางด้านการเรียนรู้ อาทิ ค่ายเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบเขื่อน ค่ายเกี่ยวกับสิทธิเกษตรกร ค่ายการดำเนินชีวิต และค่ายอีกมากมายหลายรูปแบบ

เด็กๆ ชาวค่ายสามารถเดินเที่ยวชม พร้อมทั้งร่วมกันแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ ร่วมเล่นเกม ในรูปแบบของชาวค่ายในแต่ละซุ้มได้อย่างเต็มที่ ภายในงานยังมีการจัดซุ้มเพื่อจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และสินค้าทำมือที่มีทั้งหนังสือทำมือ เสื้อเพนต์ กระเป๋าสาน สร้างถัด เครื่องเงิน

นอกจากนี้ ทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นได้ฟรี ทั้งเจาะเลือดตรวจเบาหวาน วัดความดัน ตรวจกรุ๊ปเลือด ตรวจสุขภาพในช่องปาก และสุขภาพทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย มาคอยให้บริการอย่างเต็มที่

สำหรับกำหนดการมหกรรมค่ายสร้างสุข เริ่มต้นตั้งแต่ เวลา 10.00 น. เป็นการเปิดบูธกิจกรรมของนักศึกษาชาวค่าย

14.00 น. เป็นการเปิดเวทีแสดงวงดนตรี บรรเลงบทเพลง "เด็กค่าย" จากนั้นมีตัวแทนเด็กค่ายแต่ละภูมิภาคขึ้นร่วมร้องเพลง "ดอกไม้อาสา"

15.20 น. น.พ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิโกมล ในฐานะประธานจัดงาน พร้อมด้วยน.พ.กำจร ตติยกวี คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกันกล่าวเปิดพร้อมทั้งเยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการ

16.00 น. ชมละครเพลง เรื่อง "ฉันจึงมาหาความหมาย" ต่อด้วยการแสดงวัฒนธรรม 4 ภาค

17.00 น. คุณจักรกฤษ ศิลปะชัย คุณอรรณพ นิพิธเมธาวี และคุณอนันต์ ลือประดิษฐ์ ขึ้นเวทีเล่าขานตำนานเพลงค่าย ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

18.15-21.00 น. ผู้ชมสามารถเลือกชมงานตามอัธยาศัย พร้อมสนุกกับวงดนตรีเด็กค่าย "วงดวงจำปา" และ "วงข้าวเหนียวปั้น"

นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไป และนวัตกรรม สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมให้การสนับสนุนเงินงบประมาณ แนวคิดทางหลักการ และแนวคิดทางด้านวิชาการ ให้กับนักศึกษาที่มีแนวความคิดที่จะออกไปช่วยเหลือสังคมด้วยการออกค่าย ซึ่งค่ายอาสาแต่ละค่ายที่นักศึกษาจะออกไปทำกิจกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นงานสร้างอาคารโรงเรียน หรือสร้างถาวรวัตถุ แต่อาจเป็นการสร้างสังคม สร้างจิตใจ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมก็ได้

"ความหมายของการออกค่ายอาสาของเรา ไม่จำกัดอยู่ในวงแคบๆ แต่เราเปิดกว้างให้นักศึกษาได้นำเสนอแนวคิดที่ต้องการออกไปอาสาพัฒนาชนบทได้อย่างทั่วถึง โดยอยู่บนพื้นฐานความเชื่อมโยงของคำว่า การสร้างเสริมสุขภาพ โดยนักศึกษาอาจจะมีแนวคิดออกไปพัฒนาสังคมทางด้าน กาย วาจา จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอีกหลายๆ ด้าน เราจึงเปิดกว้างทุกเรื่องราวทุกมุมมอง ให้นักศึกษาได้เข้ามานำเสนอเรื่องราว"

นายวีรพงษ์ บอกเล่าว่า ภายในหนึ่งปีการศึกษา สสส.จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ส่งแผนโครงการเข้ารับการสนับสนุนเงินงบประมาณในการออกค่ายปีละ 2 ครั้ง ซึ่งโครงการค่ายอาสาทุกค่าย จะลงพื้นที่ทำกิจกรรมในช่วงปิดเทอมของแต่ละภาคเรียน โดยช่วงแรกจะอยู่ภายในช่วงเดือนเม.ย. หรือเรียกว่า ค่ายฤดูร้อน และอีกช่วงหนึ่งคือช่วงเดือนต.ค. หรือเรียกว่า ค่ายฤดูหนาว

หากนักศึกษาสนใจ สามารถเขียนโครงการการออกค่ายเสนอมายังสสส. เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ โดยโครงการที่จะออกนั้น ขอให้มีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ในการออกค่าย นอกจากนี้ต้องระบุวันเวลาและสถานที่ที่ชัดเจนในการออกค่าย ซึ่งการออกค่ายแต่ละครั้ง ต้องมีจำนวนสมาชิกที่จะออกค่ายไม่ต่ำกว่า 35 และต้องออกค่ายค้างคืนไม่น้อยกว่า 3 วัน

โดยสสส.จัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำ และแนะแนว ให้กับทางนักศึกษาที่สนใจเขียนโครงการออกค่าย เพราะเชื่อว่า แนวคิดของนักศึกษาทุกแนวคิดต้องการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เพียงแต่การนำเสนออาจจะไม่สมบูรณ์ หากเข้ามาปรึกษาหารือกันเชื่อว่า โครงการค่ายอาสาของนักศึกษาจะช่วยส่งเสริมสังคมไทยให้ดีมากขึ้น

"แต่สิ่งที่สำคัญของการออกค่ายเสริมสร้างสุขภาพ ตามเจตจำนงของสสส.ในการออกค่ายในแต่ละครั้ง นักศึกษาทุกคนต้อง ห้ามดื่มสุรา ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเล่นการพนันใดๆ ทั้งสิ้น ค่ายที่เราออกจะต้องปราศจากอบายมุขทุกชนิด ตรงนี้ถึงจะบรรลุถึงวัตถุประสงค์หลักของสสส."

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ที่สสส.ได้ร่วมทำกิจกรรมเกี่ยวกับค่ายอาสากับนักศึกษา สามารถเข้าถึงทุกวิถีของสังคม เข้าถึงจิตใจของชุมชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัส ถึงวิถีชุมชนได้อย่างถ่องแท้ หากประเมินผลงานแล้วถือว่า เราและนักศึกษาสามารถทำงานประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์

"เราอยากให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ โดยออกไปสัมผัส ออกไปเรียนรู้ ถึงวิถีชีวิตที่แท้จริงของชุมชน และสังคมจริงๆ ที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้จากในห้องเรียน เพราะค่ายอาสายุคใหม่นั้น ไม่ใช่ค่ายอาสาที่ต้องออกไปเสียสละ แต่เป็นค่ายที่ต้องการออกไปเรียนรู้ด้วยตัวของตัวเอง ดั่งคำพุทธศาสนาที่ว่า ยิ่งทำยิ่งรู้ ไม่ทำไม่รู้"

นายวีรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกิจกรรมภายในงานวันที่ 28 พ.ย.นั้น ถือเป็นบทสรุปของกิจกรรมของการออกค่ายในแต่ละปี โดยภายในงานจะมีนักศึกษาที่ผ่านการออกค่าย มานำเสนอผลงานของตัวเอง ผ่านรูปแบบการจัดนิทรรศการ และเชื่อว่า จะมีนักศึกษาที่มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายอาสา มาร่วมสนุกเป็นจำนวนมาก

"แต่สิ่งที่เราต้องการคือกลุ่มนักศึกษาใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้การออกค่าย มาร่วมกิจกรรมของเรา เพื่อในอนาคตพวกเขาเหล่านั้น จะได้ไปรวมกลุ่มเพื่อชักชวนเพื่อนฝูงออกมาทำกิจกรรมค่ายอาสา เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมไทยให้สร้างสุขอย่างทั่วถึง"




*กำหนดการอบรมเรื่อง “ อาชีพสร้างรายได้ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ”

ระหว่างวันที่ 14 - 15 มกราคม 2553

ณ ห้องประชุม ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี


--------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553

08.00 – 08.45 น. ลงทะเบียน

08.45 – 09.00 น. พิธีเปิด

09.00 – 12.00 น. การบรรยาย เรื่อง “ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบแฟรนไชส์ ”

โดย นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีก และแฟรนไชส์สากล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 14.30 น. บรรยาย เรื่อง “ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบแฟรนไชส์ ” ต่อ

14.30 – 16.00 น. การเสวนา หัวข้อ “ ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจแฟรนไชส์ ”

- นายกฤษฎ์ กาญจนบัตร บริษัท โมลี แคร์ จำกัด (ธุรกิจบริการคาร์แคร์)

- นายบุลวุฒิ รัตนธำรง มิลค์คลับ Dairy Farm (เครื่องดื่มประเภทนมสด)

- นายสุภัค หมื่นนิกร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด (EZ’S ไส้กรอก)

- ดำเนินรายการ โดย อาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและ แฟรนไชส์สากล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 12.00 น. บรรยาย เรื่อง “ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบแฟรนไชส์ ”

โดย รศ. ดร. สมชาย รัตนชื่อสกุล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท อลงกรณ์ จำกัด

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 15.00 น. การบรรยาย เรื่อง “ ทรัพย์สินทางปัญญากับธุรกิจแฟรนไชส์ ”

โดย นายชุมพล ศิริวรรณบุศย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบคุ้มครองและ

ส่งเสริมในทรัพย์สินอุตสาหกรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา

หมายเหตุ รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.30 – 10.45 น. และ 14.30 – 14.45 น.


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:17:56 น.  

 
*ขอเชิญร่วมงานสัมมนา สาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง "จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า"

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วม
งานสัมมนาสาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง "จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า" (Rethinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)
สนับสนุนโดย Heinrich B?ll Foundation (HBF)
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.00 - 17.00 น.
ณ ห้องบานบุรี ชั้น 14 โรงแรมบางกอกชฎา ถ.รัชดาภิเษก
กำหนดการ (กรุณาลงทะเบียนในแบบฟอร์มด้านล่าง)
09.00 - 09.30 น. ปาฐกถานำโดย รศ.ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)

"จากนวัตกรรมแท่นพิมพ์ถึงปฏิวัติดิจิตอล: อิสรภาพการสื่อสารอยู่ในมือใคร?"

09.30 – 10.30 น. นำเสนอ งานศึกษาเรื่อง "อนาคต วารสารศาสตร์ และ หนังสือพิมพ์ในทศวรรษหน้า"

โดย ผู้เสนอแทน อาจารย์ พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

10.30 – 12.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง "ภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า"

โดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี มูลนิธิหนังไทย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.กฤษดา เกิดดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

12.00 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.30 – 15.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง อนาคต "สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ ในทศวรรษหน้า"

โดย สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
วิจารณ์โดย รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

15.00 – 16.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง "อินเทอร์เน็ต ในทศวรรษหน้า"

โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ Siam Intelligence Unit (SIU)
วิจารณ์โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

16.00 – 16.30 น. นำเสนอภาพรวมจินตนาการสื่อในทศวรรษหน้า
16.30– 17.00 น. เปิดเวทีแลกเปลี่ยน
ดำเนินรายการโดย ทวีพร คุ้มเมธา
สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ 089 123 2296
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2552




*สัมมนา “Logistics Showcase”ครั้งที่ 2 หัวข้อ “Showcase in Strengthen Collaboration”

สำนักโลจิสติกส์ ขอเชิญท่านเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา “Logistics Showcase”
ครั้งที่ 2 หัวข้อ “Showcase in Strengthen Collaboration” ในวันอังคารที่
15 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

โดยการสัมมนาครั้งได้รับเกียรติจากคุณพจมาน ภาษวัธน์ กรรมการสภาอุตสาหกรรม
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคุณนพพร เทพสิทธา รองประธานอาวุโส
สายงานการจัดส่งและการส่งออก บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
ร่วมเป็นวิทยากร

ทั้งนี้ การเข้าร่วมสัมมนาดังกล่าวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
และขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ต่อด้วย

ท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์
http://logistics.dpim.go.th/news/detail.php?id=3989

สำนักโลจิสติกส์
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
กระทรวงอุตสาหกรรม
โทร. 0 2202 3727, 0 2202 3617 โทรสาร 0 26444355




*Theory and Worldwide Experience with Unbundling

Comprehensive Spectrum Valuation
and Wireless Performance and Demand Assessment
Joint Research Project
National Telecommunications Commission, Thailand
Chalmers University of Technology, Sweden
Public workshop for the National Telecommunications Commission, Thailand


Location: Office of the National Telecommunications Commission Hq, 87 Phaholyothin rd. Soi 8, Phayathai, Bangkok, 10400

Date: 4 December, 2009

Presentations: Erik Bohlin, Chalmers University of Technology; Martin Cave, Warwick University 3


Friday 4 December, 2009

Theory and Worldwide Experience with Unbundling


09.15 Registration

09.30 Welcome, Introduction & Objectives of Workshop (EB)

09.45 Theory of unbundling (MC)

10.45 Coffee break

11.00 Theory of unbundling (MC)

12.00 Lunch

13.00 Worldwide experience of unbundling : Findings (MC)

15.00 Coffee break

15.15 Worldwide experience of unbundling : Findings (MC)

16.30 Close of Day




*Seminar in English

Activity Date:
Tue, 2009-12-08 09:00
Tuesday, 8 December 2009, at 9.00 am – 12.00 pm
The Chumbhot-Pantip Conference Room, 4th Floor Prajadhipok-Rambhaibarni Building
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

Agenda
09.00 – 09.30 am Registration and Refreshments
09.30 – 09.40 am Welcome Remarks
Professor Charas Suwanmala
Dean, Faculty of Political Science,
Chulalongkorn University
09.40 – 10.00 am Opening Remarks
Professor Kusuma Snitwongse
Chairperson of the Advisory Board
Institute of Security and International Studies
10.00 – 11.30 am Speakers
H.E. Mr. Tjaco Theo van den Hout
Ambassador
The Royal Netherlands Embassy
H.E. Mr. Ignacio Sagaz Temprano
Ambassador
The Embassy of Spain
H.E. Mrs. Merete Fjeld Brattested
Ambassador
The Royal Norwegian Embassy
H.E. Mr. Kyoji Komachi
Ambassador
The Embassy of Japan
11.30 am – 12.00 pm Open Discussion
Moderator
Dr. Thitinan Pongsudhirak
Director, Institute of Security and International Studies
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

ติดต่อลงทะเบียนสำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 02 -218-7432 ถึง 3
(หมายเหตุ - การสัมมนานี้เป็นภาษาอังกฤษ)


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:18:30 น.  

 
*ขอประชาสัมพันธ์แจ้งวันเวลา หลักสูตรอบรมฟรี การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น

CN Learning Center โดยบริษัทซีแอนด์เอ็นโซลูชั่นจำกัด ขอประชาสัมพันธ์แจ้งวันเวลา หลักสูตรอบรมฟรี การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น เดือนธันวาคม 52 และเดือนมกราคม 53 สำหรับผู้ใช้ HTC Windows Mobile Phone และ Android Phone จาก SiS โดยมีตารางเวลาดังนี้

ตารางเวลาเดือน ธันวาคม 2552และ เดือน มกราคม 2553
รุ่นที่ หลักสูตร วันเวลา
ครั้งที่ 133 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น ( Windows Mobile Phone ) วันพุธที่ 9 ธ.ค. 2552 เวลา 13:00-16:00 น.
ครั้งที่ 134 การใช้งานแอนดรอยด์โฟนเบื้องต้น ( android Phone ) วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค. 2552 เวลา 13:00-16:00 น.
ครั้งที่ 135 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น ( Windows Mobile Phone ) วันเสาร์ที่ 19 ธ.ค. 2552 เวลา 13:00-16:00 น.
ครั้งที่ 136 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น ( Windows Mobile Phone) วันเสารที่ 9 ม.ค. 2553 เวลา 13:00-16:00 น.
ครั้งที่ 137 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น ( android Phone) วันเสาร์ที่ 16 ม.ค.2553 เวลา 13:00-16:00 น.
ครั้งที่ 138 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น(Windows Mobile Phone) วันพุธที่ 20 ม.ค. 2553 เวลา 13.00-16.00 น.
ครั้งที่ 139 การใช้งานสมาร์ทโฟนเบื้องต้น (Windows Mobile Phone) วันเสาร์ที่ 30 ม.ค. 2553 เวลา 13.00 – 16.00 น.

สถานที่จัดอบรม
จัดที่ HTC Care ชั้น 4 ไอทีมอล์ลฟอร์จูน

รายละเอียดหลักสูตร HTC PDA Phone Training Basic Course
เป็นหลักสูตรที่รวบรวมจากความต้องการพื้นฐานของผู้ใช้งาน PDA/Smartphone ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นจนกระทั่งสามารถใช้งานฟังค์ชั่นพื้นฐานต่าง ๆ ของเครื่อง PDA/Smartphoneได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีเนื้อหาดังนี้
- แนะนำทั่วไป
- รู้จักกับระบบปฏิบัติการ Windows Mobile /Android Phone
- เริ่มต้นการใช้งาน
- การใช้โทรศัพท์
- การซิงค์โครไนซ์ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์
- การจัดการโปรแกรมในเครื่องของคุณ
- การใช้งานโปรแกรมมาตรฐานการรับส่งข้อความ ภาพ และอีเมล์
- การใช้งานมัลติมีเดีย
- การเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น
- การใช้งานภาษาไทย
- ฯลฯ

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่
SiS Distribution (Thailand) PCL.
Tel. 0-2640-3399 Fax: 0-2640-3008
Email: directmarketing@sisthai.com หรือ

CN Learning Center
Tel. 0-2669-6000 Fax: 0-2669-6665
Email: info@cn.co.th

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cn.co.th/cnlearningcenter




*กรมสรรพากรจัดสัมมนาเรื่อง "ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ...ได้ทั้งภาษี"

วันที่ 14 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 14 ธันวาคม 2552 เวลา 12:30 น. - 16:30 น.
วันที่ 15 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 15 ธันวาคม 2552 เวลา 12:30 น. - 16:30 น.
วันที่ 16 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 16 ธันวาคม 2552 เวลา 12:30 น. - 16:30 น.
วันที่ 21 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 21 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 21 ธันวาคม 2552 เวลา 12:30 น. - 16:30 น.
วันที่ 22 ธันวาคม 2552 เวลา 8:30 น. - 12:00 น.
วันที่ 22 ธันวาคม 2552 เวลา 12:30 น. - 16:30 น.


สถานที่จัดกิจกรรม
อาคารกรมสรรพากร (ซอยพหลโยธิน 7)

วัน/เวลาที่จัดสัมมนา

รอบที่1
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)

รอบที่ 2
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)

รอบที่ 3
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)

รอบที่ 4
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)

รอบที่ 5
วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)

รอบที่ 6
วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)

รอบที่ 7
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)

รอบที่ 8
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)

รอบที่ 9
วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)

รอบที่ 10
วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)

สถานที่จัดสัมมนา : ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร (ซอยพหลโยธิน 7)
เหมาะสำหรับ : บริษัท,ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลและสำนักงานบัญชี และผู้สนใจทั่วไป

สำหรับท่านที่สนใจประสงค์จะเข้ารับฟังการสัมมนาโปรดสำรองที่นั่งได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/seminar/page1.html ช่องทางเดียวเท่านั้น
เปิดให้สำรองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (เนื่องจากมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก โปรดรีบลงทะเบียนตามวัน เวลา และช่องทางที่กำหนด) ไม่มีที่นั่งเสริมให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ทำการสำรองที่นั่ง หรือสำรองที่นั่งไม่ทัน การสัมมนานี้ กรมสรรพากรจัดให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และ ไม่สามารถนับเป็นชั่วโมงการอบรมของผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:18:58 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "พลังงานนิวเคลียร์..ก้าวแรกพลังงานไทย ก้าวสำคัญลดโลกร้อน"

ด้วยคณะกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา จะจัดสัมมนาเรื่อง "พลังงานนิวเคลียร์..ก้าวแรกพลังงานไทย ก้าวสำคัญลดโลกร้อน" ในวันที่ 9 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30 - 13.30 น. ณ ห้องบุหงา โรงแรมเรดิสัน พระราม 9


<< รายละเอียด กำหนดการ แบบตอบรับ >>


ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว ส่งแบบตอบรับภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2552
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2831-9157




*กรรมการสิทธิฯ เตรียมจัดมหกรรมการงานสิทธิมนุษยชน “รู้สิทธิ รักสิทธิ ไม่ละเมิดสิทธิ” 14 ธ.ค. 52

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เตรียมจัดมหกรรมการงานสิทธิมนุษยชน “รู้สิทธิ รักสิทธิ ไม่ละเมิดสิทธิ” เนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธันวาคม ประจำปี 2552 ขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2552 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจและความสำคัญของ “สิทธิมนุษยชน” มอบรางวัลให้เป็นขวัญ กำลังใจแก่บุคคล องค์กรที่มีผลงานด้านสิทธิมนุษยชน รณรงค์เผยแพร่ข้อมูลความรู้ให้กับประชาชน และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบและศึกษาข้อมูลของหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ร่วมถึงเป็นการเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น และร่วมเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนด้วย

ทั้งนี้มหกรรมการงานสิทธิมนุษยชนจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.30 นาฬิกา โดยในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ปาฐกถาพิเศษ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่อง “รัฐบาลกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน” การมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่นประจำปี 52 การแข่งขันตอบปัญหาสิทธิมนุษยชน (รอบตัดสิน) และการนำเสนอภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในรอบปี 2552




*เสวนาเรื่อง "โครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติกับผลกระทบที่คาดหวังต่อพัฒนาการของประเทศ "

ด้วยมูลนิธิมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) จะจัดการเสวนาเรื่อง "โครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติกับผลกระทบที่คาดหวังต่อพัฒนาการของประเทศ " ในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 เวลา 13.00-17.30 น. ณ ห้องประชุม 101A สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (อาคารโยธี) ถนนพระรามหก พญาไท กรุงเทพฯ


<< รายละเอียด กำหนดการ แบบตอบรับ >>


ทั้งนี้ ขอให้ผู้เชิญสนใจส่งแบบตอบรับโดยทางโทรสาร 0-2564-6632 ภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2552

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2564-6700 ต่อ 3539




*กรมสรรพากรจัดสัมมนา “ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ...ได้ทั้งภาษี” ฟรี!!

รายงานข่าวจากกรมสรรพากรแจ้งว่า กรมสรรพากรจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกรณีการจ่ายเงินรางวัล ส่วนลด จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในหัวข้อเรื่อง “ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ...ได้ทั้งภาษี” ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2552 และวันที่ 21-22 ธันวาคม 2552 วันละ 2 รอบ (เช้า-บ่าย) รวมจำนวน 10 รอบ ๆ ละประมาณ 500 คน ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร ซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) ซึ่งผู้เข้าฟังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ผู้สนใจสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th เพียงช่องทางเดียว ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีอากร ตลอดจนทราบถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการหักรายจ่าย การหักภาษี ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกรณีการจ่ายเงินรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ จากการลด แลก แจก แถม ประกอบกับในขณะนี้ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งบริษัทห้างร้านต่าง ๆ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยการลดราคา แจกของตัวอย่าง เพื่อมุ่งเน้นส่วนแบ่งตลาดและเพิ่มยอดขาย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการจัดสัมมนาให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อลดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ ตลอดจนเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการเสียภาษี และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดเก็บภาษีอากรโดยรวมต่อไป






*Thailand ESCO Fair 2009

"The ESCO's Advantage… Low Risk… Guarantee Saving"

โดย สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สนับสนุนโดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

ในวันอังคารที่

15 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30 น. – 16.30 น.
ณ ห้องบอลรูม โซนเอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติแห่งชาติ สิริกิติ์

08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน /รับเอกสารประกอบการสัมมนาและเยี่ยมชมบูธ
09.00 - 09.10 น. กล่าวต้อนรับ โดย คุณสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
09.10 - 09.20 น. กล่าวสรุปที่มาและความสำคัญของงาน โดย คุณไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
09.20 - 09.50 น. กล่าวเปิดโครงการ โดย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
09.50 - 10.00 น. พิธีเปิดโครงการ
10.00 - 10.20 น. พิธีมอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ESCO Project Award 2009 ให้กับสถานประกอบการที่ประสบผลสำเร็จจากการใช้ระบบ ESCO และ โล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ESCO excellent Award 2009 ให้กับบริษัทจัดการพลังงานดีเด่น จาก นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
10.20 - 10.35 น. รับประทานอาหารว่าง
10.35 - 12.00 น. เสวนา "The ESCO's Advantage… Low Risk… Guarantee saving" โดย …

* ผู้แทนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (ESCO FUND)
* ผู้แทนจาก สถาบันการเงิน (การให้กู้ด้านพลังงานและการปล่อยสินเชื่อ)
* ผู้แทนจากบริษัท ESCO (บทบาท ESCO… Low Risk… Guarantee saving)
* คุณเจน นำชัยศิริ (มุมมองของผู้ประกอบการเกี่ยวกับ Carbon Footprint)
* Mr. Nicole tan (Carbon Label and Carbon Footprint) บริษัท แมคคินนอน แอนด์ คลาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด

12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.00 น. บรรยายพิเศษ "ประสบการณ์และการพัฒนาธุรกิจ ESCO ในประเทศออสเตรเลียสู่ความสำเร็จ" โดย ผู้แทนจาก AEPCA (The Australasian Energy Performance Contracting Association)
14.00 – 16.00 น. ห้องบรรยาย 1 (ห้องบอลรูม) : Success Case of ESCO Projects
อาทิ Ozone Generator for Cooling Tower Systems, ระบบจัดการอากาศอัดเพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด, เทคโนโลยี SMAC, เทคโนโลยี heat pump ,VSD (Variable Speed Drive) และ Energy Management System
14.00 – 16.00 น. ห้องบรรยาย 2 (Meeting room 2) : Carbon Credit และ บทบาทของ ESCO Fund กับการอนุรักษ์พลังงาน
16.00 – 16.30 น. รับประทานอาหารว่าง

หมายเหตุ : - บริเวณงานสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการด้านพลังงาน "ESCO Fair" ได้ตลอดเวลา

กำหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
ฟรี

…ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น Thailand ESCO Fair 2009 "The ESCO's Advantage… Low Risk… Guarantee Saving"

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติแห่งชาติสิริกิติ์


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:19:27 น.  

 
*การจัดทำฉลากรอยเท้าคาร์บอน (Carbon footprint)ให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย

ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 13.00 -16.30 น.

ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
--------------------------------------------------------
(รับสมัครเพียง 60 ท่านเท่านั้น!)

กระแสการค้าสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มในตลาดหลักของโลกได้ให้ความสำคัญกับรักษาสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas : GHG) อันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จนทำให้เกิดการผลักดันนโยบายสังคมที่ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ (Low Carbon Society)

ทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดทำแผนการจัดเก็บข้อมูลรอยเท้าคาร์บอนของผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นในหลายประเด็นเช่น (1) ความใส่ใจของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต่อสภาวะโลกร้อน (2) สร้างความตื่นตัวของสังคม และ (3) สร้างจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง


กำหนดการ

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน

13.30 – 13.45 น. กล่าวเปิดงาน โดย คุณวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ (ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ)

13.45 – 15.00 น. บรรยายหัวข้อ "การประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เพื่อจัดทำฉลากรอยเท้าคาร์บอนและเทคโนโลยีสะอาดในอุตสาหกรรมไทย"

โดย รศ.ดร.ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดและผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจ MTEC

15.15 – 15.45 น. บรรยายหัวข้อ "กรณีศึกษา การจัดทำฉลากรอยเท้าคาร์บอนในอุตสาหกรรมสิ่งทอในต่างประเทศ"

โดย คุณพีรพร พละพลีวัลย์ (ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์ทดสอบสิ่งทอ)

15.45 – 16.00 น. ตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนา

16.00 – 16.30 น. เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ

download ใบสมัครได้ที่ http://www.thaitextile.org/temp/app1215.pdf

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิทยา กันยา โทรศัพท์ 02-713-5492-9 ต่อ 545




*13-14 ธ.ค. นี้ ชวนประชาชนสัมผัสไอหนาว นอนนับฝนดาวตก “เจมินิดส์”

"ลีซา" ชวนดูฝนดาวตกเจมินิดส์ คืนวันที่ 13 ต่อเช้าของวันที่ 14 ธ.ค. เชื่อว่าน่าจะได้เห็นชัดเจน เพราะเป็นคืนแรม 15 ค่ำ และไม่มีฝนตกหนักมาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมทั้งเชิญผู้ที่นับจำนวนฝนดาวตกได้แจ้งแก่ลีซา เพื่อบันทึกการสังเกตเห็นฝนดาวตกในไทย

นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว หัวหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) กล่าวว่า ในคืนวันที่ 13–14 ธ.ค. นี้ จะมีปรากฏการณ์ ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) เริ่มตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 13 ธ.ค. เป็นต้นไป โดยมีจำนวนดาวตกสูงสุด 80 – 120 ดวง/ชั่วโมง อุกกาบาตมีความเร็ว 35 กิโลเมตร/วินาที และมีไฟร์บอล (Fireball) มีเรเดียนท์อยู่ใน "กลุ่มดาวราศีเมถุน" หรือ "กลุ่มดาวคนคู่"

“ฝนดาวตกเจมินิดส์ เป็นฝนดาวตกที่แตกต่างจากฝนดาวตกทั่วไป คือไม่ได้กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวหาง แต่กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวเคราะห์น้อย "3200 ฟีธอน" (3200 Phaethon) ดังนั้นอุกกาบาตจึงมีขนาดใหญ่ และมีคาบการเกิดดาวตกยาวนาน เราสามารถมองเห็นดาวตกจำนวนมากได้ใน 2-3 วัน ก่อนและหลังวันที่มีจำนวนดาวตกสูงสุด จึงนับเป็นฝนดาวตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาฝนดาวตกที่ปรากฏในรอบปี หากไม่นับรวมฝนดาวตกลีโอนิดส์ ซึ่งมีปริมาณดาวตกไม่แน่นอน” นาวาอากาศเอกฐากูร เผย

นาวาอากาศเอกฐากูร กล่าวต่อว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่มีดาวตกจำนวนมาก และเกิดขึ้นในฤดูหนาว ซึ่งอากาศดีและท้องฟ้าใส ดังจะเห็นได้จากสถิติการเกิดฝนดาวตกที่หอดูดาวเกิดแก้วได้รวบรวมไว้ คือ ในคืนวันที่ 14 ธ.ค.2539 สามารถนับฝนดาวตกได้ 135 ดวง , 14 ธ.ค. 2541 นับฝนดาวตกได้ 110 ดวง , 14 ธ.ค. 2542 นับฝนดาวตกได้ไม่ต่ำกว่า 600 ดวง , และ 14 ธ.ค. 2549 นับฝนดาวตกได้เพียง 159 ดวง เนื่องจากมีแสงจันทร์รบกวน

สำหรับคืนวันที่ 13–14 ธ.ค. 2552 เป็นโอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ เนื่องจากเป็นคืนแรม 15 ค่ำ ไม่มีแสงจันทร์รบกวนตลอดทั้งคืน อีกทั้งฝนตกหนักครั้งสุดท้ายเพิ่งผ่านพ้นไปในเดือนพฤศจิกายน จึงคาดว่าน่าจะเห็นฝนดาวตกได้จำนวนมาก ภายหลังเวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป และจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้รุ่งเช้า ที่สำคัญนอกจากการนับดาวตกแล้ว ในคืนเดือนมืดเช่นนี้ประชาชนยังสามารถเพลิดเพลินกับการดูทางช้างเผือก และกลุ่มดาวสว่างจำนวนมากได้ชัดเจนอีกด้วย

ส่วนวิธีชมฝนดาวตกเจมินิดส์ นาวาอากาศเอกฐากูร แนะนำว่า ควรหาสถานที่ชมย่านชานเมือง หรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เนื่องจากฝนดาวตกเจมินิดส์ไม่สว่างมากเหมือนฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีจำนวนดาวตกมากที่สุดเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 14 ธ.ค. เนื่องจากกลุ่มดาวคนคู่อยู่ใกล้ตำแหน่งเหนือศีรษะ ดาวตกจะตกลงมาจากด้านบน มองเห็นได้ทุกทิศทาง จึงแนะนำให้นอนเอาหัวชนกันเป็น 4 มุม เพื่อทำให้มองเห็นได้ทั่วท้องฟ้า และไม่พลาดการชม

อย่างไรก็ดี ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) อยากขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันนับฝนดาวตกเจมินิดส์ที่จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 13-14 ธ.ค. นี้ และรายงานผลเข้ามาที่อีเมล webmaster.lesa@gmail.com เพื่อเป็นข้อมูลสถิติการเกิดฝนดาวตกเจมินิดส์ในประเทศไทย

(ข้อมูลและภาพประกอบโดย ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.)




*ขอเชิญร่วมงานสัมมนา สาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง "จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า"

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วม
งานสัมมนาสาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง "จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า" (Rethinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)
สนับสนุนโดย Heinrich B?ll Foundation (HBF)
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.00 - 17.00 น.
ณ ห้องบานบุรี ชั้น 14 โรงแรมบางกอกชฎา ถ.รัชดาภิเษก
กำหนดการ (กรุณาลงทะเบียนในแบบฟอร์มด้านล่าง)
09.00 - 09.30 น. ปาฐกถานำโดย รศ.ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)

"จากนวัตกรรมแท่นพิมพ์ถึงปฏิวัติดิจิตอล: อิสรภาพการสื่อสารอยู่ในมือใคร?"

09.30 – 10.30 น. นำเสนอ งานศึกษาเรื่อง "อนาคต วารสารศาสตร์ และ หนังสือพิมพ์ในทศวรรษหน้า"

โดย ผู้เสนอแทน อาจารย์ พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

10.30 – 12.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง "ภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า"

โดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี มูลนิธิหนังไทย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.กฤษดา เกิดดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

12.00 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.30 – 15.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง อนาคต "สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ ในทศวรรษหน้า"

โดย สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
วิจารณ์โดย รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

15.00 – 16.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง "อินเทอร์เน็ต ในทศวรรษหน้า"

โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ Siam Intelligence Unit (SIU)
วิจารณ์โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

16.00 – 16.30 น. นำเสนอภาพรวมจินตนาการสื่อในทศวรรษหน้า
16.30– 17.00 น. เปิดเวทีแลกเปลี่ยน
ดำเนินรายการโดย ทวีพร คุ้มเมธา
สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ 089 123 2296
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2552


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:20:02 น.  

 
*ขอเชิญร่วมชมละครหลากเสียงประวัติศาสตร์"แสงศรัทธาเหนือลำน้ำเจ้าพระยา"

ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์

ครบรอบชาตกาล ๙๙ ปี ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์

ขอเชิญร่วมชมละครหลากเสียงประวัติศาสตร์

"แสงศรัทธาเหนือลำน้ำเจ้าพระยา"

ชีวิตและความทรงจำบนสายธารประชาธิปไตยไทยของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์

หนึ่งในศิลปะการแสดงร่วมสมัย ในโครงการ อภิวัฒน์สู่สันติ Change to Peace

เรื่องราวประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕นั้น มีผู้เขียนถึงไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็มักจะกล่าวถึงเหตุการณ์บ้านเมืองและการต่อสู้ของกลุ่มคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละก๊กแต่ละเหล่า น้อยนักที่จะได้สำรวจผลของเหตุการณ์ที่มีต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อชีวิตของสตรีผู้ผูกพันอยู่กับผู้เกี่ยวข้อง (นางสาวพูนศุข ณ ป้อมเพชร นางประดิษฐ์มนูธรรม ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ กับผู้หญิงอื่นไม่ระบุนาม)

ในวาระครบรอบ ๑๑๐ ปีชาตกาลปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงร่วมกับสถาบันปรีดี พนมยงค์ และหอศิลป์กรุงเทพฯจัดแสดงละครเวทีเรื่อง "แสงศรัทธาเหนือลำน้ำเจ้าพระยา" ละครเวทีสตรีนิยมร่วมสมัย ที่บอกเล่าเรื่องราวหลายหลากมุมมอง หลากหลายเสียง (Polyphony) ผ่านตัวละครผู้หญิงซึ่งล้วนแต่เป็นสตรีที่มีชีวิตและเผชิญกับช่วงเวลาทั้งก่อน ระหว่างและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งสำคัญของไทย

แล้วท่านจะได้ฟังเสียงของประวัติศาสตร์มากกว่าที่เคยได้ยิน !

ละครจัดแสดงระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ ธันวาคม เวลา ๑๙.๐๐น. (เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๔.๐๐น.) ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท ๕๕) และจัดแสดงอีกครั้งระหว่างวันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม เวลา ๑๙.๐๐น. (เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๔.๐๐น.) ณ หอศิลป์กรุงเทพฯ สี่แยกปทุมวัน บัตรราคา ๒๐๐ บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา ๑๕๐ บาท สำรองที่นั่งได้ที่

คุณประวีร์ ๐๘๙ ๑๓๕ ๖๔๖๓/คุณสโรชินี ๐๘๙ ๕๑๙ ๑๓๑๙

รายชื่อทีมงาน

ดำเนินงานโดย คณาจารย์และนิสิตสาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

สถาบันปรีดี พนมยงค์

หอศิลป์กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร

อำนวยการผลิต

รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์

อ.ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร

ประวีร์ แซ่อึ้ง

กำกับการแสดงและ เขียนบทการแสดง อ.ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์

แสดงโดย ปอรรัชฌ์ ยอดเณร
ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร
ศศินันท์ พัฒนะ
และนิสิตสาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

ผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง ธนวัต กตาธิกรณ์
คฑาวุธ ดวงอินทร์

กำกับศิลป์ จุฑารัตน์ การะเกตุ

กำกับแสง ลักษณัย ทรงเสี่ยงไชย

กำกับเสียงและดนตรี อาภาวี เศตะพรามณ์

กำกับเวที สโรชินี วิสุทธากุล

"Light over the Chaophraya (Saeg-Sathaa Nue Lam Nam Chaophraya)"

24 June 1932 was the day that forever changed the course of Thai history. The political incident that took place on that day and power struggle between fractions that followed has been well documented. Yet, they rarely throw the light on the effect of this incident on ordinary Thai lives.

To commemorate 110 year of Pridi Banomyong – the man behind the Thai democratic revolution, the Faculty of Communication Arts at Chulalongkorn University and Pridi Banomyong Insititute invite you to "Light over the Chaophraya (Saeg-Sathaa Nue Lam Nam Chaophraya)" – a stage play by the Department of Performing Arts that explores the 1932 revolution through the eyes of Thai women. Detailed accounts of the day and how it affected each woman's life provide different voices and perspectives polyphony – to this historical incidence.

2 PM and 7 PM

December 18, 19 and 20, 2009

At Poonsuk Banomyong Auditorium, Pridi Banomyong Insititue, Sukhumvit 55

2 PM and 7 PM

January 22, 23 and 24, 2009

At Bangkok Art and Culture Center

Ticket: 200 Baht (Student 150 Baht)

Reservation: 089 135 6463/ 089 519 1319

Pa_at_chula@yahoo.com




*สัมมนาเมธีวิจัยอาวุโส สกว. เรื่องสันติวิธี ความรุนแรง และสังคมไทย

ร่างกำหนดการ
การสัมมนาโครงการเมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
เรื่อง สันติวิธี ความรุนแรง และสังคมไทย (Nonviolence, Violence, and Thai Society)

โครงการวิจัยปีที่ 3: สันติวิธีในสังคมไทย
วันอังคารที่ 8 และวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2552
ณ ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2552
8.30 น. ลงทะเบียน
9.00 - 9.15 น. ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับ
9.15-9.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย บุญแสง ผู้อำนวยกำรฝ่ำยสนับสนุนกำรวิจัยเชิงวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.) กล่าวเปิดงาน

ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ หัวหน้าโครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. “สันติวิธี ความรุนแรง และสังคมไทย” กล่าวแนะนาโครงการ

รายการภาคเช้า
ดำเนินรายการโดย ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9.30 - 10.00 น. สันติภาพออกแบบได้? การเลือกตั้ง ความขัดแย้ง และความรุนแรง
โดย อ.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ Australian National University

10.00 – 10.30 น. การยุติความรุนแรงในระบบโรงเรียน
โดย ดร.ปฤษณา ชนะวรรษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา
และ พ.อ. หญิง ผศ. ดร. นภางค์ คงเศรษฐกุล กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

10.30 –10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 – 11.45 น. นำเสนอความเห็นโดย รศ.ดร.โคทม อารียา ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (อยู่ระหว่างการทาบทาม) รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิทยบริการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

11.45 – 12.15 น. ผู้ร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น

12.15 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

รายการภาคบ่าย
ดำเนินรายการโดย ดร.ปราณี ทิพย์รัตน์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13.30 – 14.00 น. นักรบสันติวิธี: ความคิดและประสบการณ์ของผู้นาทหารไทย
โดย พ.ท. ดร. สรศักดิ์ งามขจรกุลกิจ กองวิชาประวัติศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

14.00 – 14.30 น. สันติวิธีในมิติงานความมั่นคงไทย
โดย ดนัย มู่สา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

14.45 – 15.45 น. นำเสนอความเห็นโดย พ.อ.ดร.นเรศน์ วงศ์สุวรรณ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

15.45 – 16.15 น. ผู้เข้าร่วมสัมมนานำเสนอความเห็น

วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2550
9.00 น. ลงทะเบียน

รายการภาคเช้า
ดำเนินรายการโดย ดร.วรรณภา ติระสังขะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9.30 – 10.00 น. ผู้ต้องหาคดียาเสพติดกับการพระราชทานอภัยโทษในสังคมไทย
โดย ภูมิอินทร์ สิงห์ชวาลา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

10.00 – 10.30 น. รัฐไทยกับ 2 กรณีการใช้สันติวิธีแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายจับตัวประกันในอดีต: สถานทูตอิสราเอล –2515, สถานทูตพม่า-2542
โดย อ.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ Northern Illinois University

10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 – 11.45 น. นาเสนอความเห็นโดย ศ.ดร.วันชัย วัฒนศัพท์ สถาบันพระปกเกล้า
รศ.ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี โครงการสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
11.45 – 12.15 น ผู้เข้าร่วมสัมมนานาเสนอความเห็น
12.15– 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
รายการภาคบ่าย
ดำเนินรายการโดย ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13.30 – 14.00 น. “เขา สันติวิธีมา เราก็สันติวิธีกลับ”: การเมืองของปฏิสัมพันธ์สันติวิธี ระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐ ศึกษากรณีการประท้วง ณ มัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี วันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2550
โดย จันจิรา สมบัติพูนศิริ ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ/ La Trobe University
14.00 – 14.30 น. ปฏิบัติการสันติวิธีของขบวนการประชาชนระดับรากหญ้า
โดย ดร.พรใจ ลี่ทองอิน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกริก
14.30 – 15.00 น. องค์ความรู้การศึกษาและฝึกอบรมสันติวิธีในสังคมไทย
โดย อ.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
15.00 – 15.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง

15.15 – 16.15 น. นำเสนอความเห็นโดย ดร.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
16.15 – 16.45 น. ผู้เข้าร่วมสัมมนานาเสนอความเห็น
16.45 – 17.00 น. ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. กล่าวปิดการสัมมนา


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:20:30 น.  

 
*ขึ้นทะเบียนรับเบี้ยความพิการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะสำรวจคนพิการทั่วประเทศ เพื่อขึ้นทะเบียนรับเบี้ยความพิการรายละ 500 บาท ในวันที่ 3-30 ธันวาคมนี้

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีจำนวนคนพิการที่มีสมุดประจำตัวประมาณกว่า 8 แสนคน ซึ่งรัฐบาลได้จ่ายเบี้ยให้ผู้พิการต่อคนเดือนละ 500 บาท และยังมีอีกกว่า 4 แสนคน ที่ไม่ได้รับเบี้ยพิการ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเริ่มสำรวจบุคคลที่มีสภาพความพิการราย ใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 - 30 พฤศจิกายนี้ โดยผู้พิการที่มีสมุดประจำตัวอยู่แล้วต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยความพิการ

ส่วนผู้พิการที่ไม่มีสมุดประจำตัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุข แจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศทำการสำรวจคนในหมู่บ้านว่ามีใครเป็นผู้พิการบ้าง เมื่อขั้นตอนการจัดทำ ทะเบียนเสร็จเรียบร้อย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย จะนัดให้ผู้พิการไปลงทะเบียนไปพร้อมกันที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันที่ 3-30 ธันวาคม 2552 โดยแยกผู้พิการออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ยังไม่มีสมุดประจำตัว ทางกระทรวงสาธารณสุข จะทำการนัดหมายให้นายแพทย์แต่ละอำเ ภอตรวจสอบว่าอยู่ในเงื่อนไขที่จะได้สมุดประจำตัวคนพิการเพื่อรับเงินพิการได้หรือไม่ หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีความพิการก็จะได้รับเบี้ยพิการทันที

ส่วนผู้พิการที่มีสมุดประจำตัวอยู่แล้ว แต่ไม่เคยได้รับเบี้ยความพิการ ให้นำสมุดประจำตัวไปลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ฉะนั้นขอให้ผู้พิการที่ไม่เคยลงทะเบียน เตรียมหลักฐาน คือ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านถ่ายสำเนา และรูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป ไปใน วันลงทะเบียนด้วย ส่วนผู้พิการที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้นำใบสูติบัตรไปด้วย สำหรับผู้พิการที่สูงอายุ จะได้รับทั้งเบี้ยความพิการและเบี้ยผู้สูงอายุ




*เสวนา ผู้คน การพัฒนา โลกาภิวัตน์ และความสุขแบบภูฐาน

วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒
เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องกระจกริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เวทีเสวนาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของงาน “เปิดโลกการอ่าน”
ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๔-๒๐ ธันวาคม ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อ่านรายละเอียด
http://www.suan-spirit.com




*ประกาศเพิ่มรอบการแสดง 4D VISUAL LIGHT & SOUND เป็นคืนละ 2 รอบ

คณะทำงานเฉลิมพระเกียรติฯ ประกาศเพิ่มรอบการแสดง 4D VISUAL LIGHT & SOUND เป็นคืนละ 2 รอบ ให้ประชาชนได้ชมการแสดงใกล้ชิดในรอบที่ 2.....

ที่ บริเวณลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีการจัดแสดง 4D VISUAL LIGHT & SOUND วันนี้ (6 ธ.ค.) เป็นวันที่ 2 ประชาชนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีชมพูเดินทางมาจับจองที่นั่งกันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ประชาชนหลายกลุ่มเดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งการแสดงดังกล่าว จะเป็นการใช้เทคนิคภาพ 4 มิติ ฉายไปบนพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยเรื่องราวมีทั้งพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “พ่อ” ที่จะนำเสนอเกี่ยวกับพระราชวังจิตรลดารโหฐาน

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ประกาศเพิ่มรอบการจัดแสดง 4 มิติ จากคืนละ 1 รอบการแสดง เป็นคืนละ 2 รอบ เริ่มตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม โดยรอบที่ 2 จะเปิดให้เป็นรอบประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถขยับเข้ามานั่งชมในที่นั่งของรอบแรกที่จัดไว้ให้ สำหรับวีไอพี ทั้งนี้ประชาชนจะได้ติดตามดูการแสดงได้อย่างใกล้ชิด

รอบ แรกเปิดการแสดงตั้งแต่เวลา 20.00- 21.15 น. รอบที่สองจะเริ่มหลังจากเสร็จสิ้นการแสดงรอบแรกในเวลาอีก 30 นาที สำหรับค่ำคืนนี้จะมีศิลปินรับเชิญที่สำคัญคือ “ไมค์ ภิรมย์พร” จะขับร้องเพลง “พ่อ” (ฝนเทียม) ร่วมกับ นัท มีเรีย

น.ส.อภิมลวรรณ ต่ายสกุลทิพย์ ประชาชนที่เดินทางมาจับจองที่นั่งตั้งแต่ช่วงเย็น กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลจัดงานได้ยิ่งใหญ่สวยงามมาก สำหรับตนและครอบครัว จะใช้เวลาวันหยุด 3 วันชมงานทั้งหมดให้ครบถ้วน เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.)ไปท้องสนามหลวงมาแล้ว วันนี้ (6 ธ.ค.)ตั้งใจมาชมการแสดง 4 มิติ นอกจากนี้ รู้สึกคลายความเป็นห่วงที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอยากให้ประชาชนทุกคนร่วมกันปฎิบัติตามพระราชดำรัส ความเห็นแตกต่างกันได้ แต่อย่าขัดแย้งกัน ให้สมัครสมานสามัคคี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้มีกลุ่มชาวบ้านจาก อบต.บ้านหม้อ ต.บางโขมด อ.บางหม้อ จ.สระบุรี เดินทางมาเป็นคณะ 85 คน โดยมาถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า เที่ยวงานตลอดช่วงบ่ายและมาจับจองที่นั่งชมการแสดง 4 มิติ ทั้งหมดขอให้คนไทยสามัคคีกันเพื่อถวายในหลวง.




*เชิญชมงานเปิดบ้านตามหา" น" ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร”

(สี่แยกปทุมวัน) ผลงานนักเรียนมัธยมปลาย ในการไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวช ผลงานนำเสนอในรูปแบบ ละคร ,เรื่องสั้น ,ภาพวาด โครงงาน นอกจากนี้ ชมห้องหูแว่ว, ภาพหลอน ขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ป้าหนู โทร 08 6884 5782, Email:mrsrachanee@hotmail.com




*โครงการ “Training Program on Instructors for ITEE in Thailand [THITEE]”

NECTEC และ AOTS ประเทศญี่ปุ่น เชิญชวนบุคลากรในแวดวงการศึกษาด้านไอที สมัครรับทุนอบรมโครงการ “Training Program on Instructors for ITEE in Thailand [THITEE]” เพื่อสร้างวิทยากรที่มีทักษะ ความสามารถ ด้านการสอน การอบรมและการวางแผนหลักสูตรในโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) เปิดประตูสู่อาชีพการอบรมในแวดวงไอที สิทธิพิเศษในการเข้าอบรม ดูงาน ในประเทศญี่ปุ่น และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอดหลักสูตรอบรม

ผู้สนใจสามารถ Download ใบสมัครและรายละเอียดได้ที่ http://www.nectecacademy.com

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึง 23 ธ.ค. 2552 สมัครด่วน... 25 ท่าน เท่านั้นค่ะ

***วันหยุด/นอกเวลาทำการ ก็โทรสอบถามได้นะคะ ยินดีอย่างยิ่งค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ขอบคุณมากค่ะ

น.ส.ฉวีวรรณ ตันติแก้วประโยชน์โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที ITPEสถาบันฝึกอบรมเนคเทค NECTEC Academyศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ NECTECสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ NSTDAกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี MOST 539/2 อาคารมหานครยิบซั่ม ชั้น 21-22ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400โทรศัพท์ +66 (0)-2-642-5001-8 ต่อ 123,125มือถือ 081-9175511โทรสาร +66 (0)-2-642-5014Web Site: http://www.nectecacademy.comTwitter: http://www.twitter.com/nectecacademy




*กำหนดการเสวนาหัวข้อ “นิติรัฐแบบไทยๆ : เมื่อความมั่นคงและสิทธิเสรีภาพถูกคุกคาม”

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552
ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โดย OpenThaiDemocracy.com ร่วมกับ iLaw.or.th

13.30-14.00 น. ลงทะเบียน
14.00-14.15 น. กล่าวเปิดการเสวนา
14.15-15.00 น. เปิดประเด็นพูดคุย
- แนวคิดเรื่องความไม่มั่นคงและความกลัวในบริบทสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย
โดย ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- การนิยาม “ความมั่นคง” ของรัฐ ผ่านชุดกฎหมายด้านความมั่นคงของราชอาณาจักร
โดย รศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- การสร้างความมั่นคงกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพบนอินเทอร์เนต ตามหลักนิติรัฐ
โดย อ. สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

15.00-15.15 น. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถาม
15.15-15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง

15.30-16.30 น. เสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “นิติรัฐแบบไทยๆ: เมื่อความมั่นคง และสิทธิเสรีภาพถูกคุกคาม”
ร่วมเสวนาโดย
- คุณพุทธณี กางกั้น คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ*
- คุณจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท
- คุณอดิศร เกิดมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติ
ดำเนินการเสวนาโดย อ.สาวตรี สุขศรี

16.30–17.00 น. เปิดเวทีสำหรับผู้เข้าร่วมเสวนาวิพากษ์และแสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ : *รายชื่อวิทยากรอยู่ระหว่างการติดต่อ

*****ลงทะเบียนผ่านทางหน้าเวบไซต์ที่ http://wwwthaidemocracy.com/node/65 *****


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:20:58 น.  

 
*เนคเทค ได้จัดการประชุมสัมมนาเรื่อง “Smart Services with Research Innovation: Special Interest Group Initiative”

โดยมีวัตถุประสงค์คือ
เพื่อขับเคลื่อน ผลักดัน และสร้างนวัตกรรม/เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมธุรกิจภาคบริการด้านการแพทย์ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และด้านการศึกษา สร้างพันธมิตรเพื่อขยายผลการวิจัยสู่ผู้ประกอบการทั้งในภาครัฐและเอกชน อีกทั้ง เพื่อการจัดตั้ง SIG (Special Interest Group) สำหรับงานภาคบริการทั้งสี่ด้าน นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรต่างประเทศ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) ดังนั้น
จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านต่างๆ เข้าร่วมการประชุมฯ ดังกล่าว รับฟังการบรรยาย ระดมสมอง แสดงความคิดเห็น
และให้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่อไป

วัน : ระหว่างวันที่ 14 – 15 ธ.ค. 52 เวลา 8.30 – 17.30 น.
สถานที่ : โรงแรมสยามซิตี้ ถ.ศรีอยุธยา พญาไท กรุงเทพฯ (ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2)

รายละเอียดตามไฟล์แนบ 1 กำหนดการ + ไฟล์แนบ 2 รายละเอียดโครงการ + ไฟล์ 3 แบบตอบรับการเขาร่วมสัมมนา

ทั้งนี้ จดหมายเชิญอย่างเป็นทางการนั้น เนคเทคจะจัดส่งให้ภายในสัปดาห์หน้า (by Fax or E-mail) และขอความกรุณาจากท่านส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมการประชุมสัมมนาฯ กลับมาภายในวันที่ 9 ธ.ค. 52 (E-mail or Fax 02 564-6877)
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

1) คุณกฤษณา นิธิเกตุกุล โทรศัพท์ 02 564-6900 ext 2604 หรือ 089 699-8755
e-mail : kristsana@nstda.or.th
2) คุณนภวรรณ กังสัมฤทธิ์ โทรศัพท์ 02 564-6900 ext 2604 หรือ 089 131-8419
e-mail : nopawank@nstda.or.th
3) คุณกนกพร เสลานอก โทรศัพท์ 02 564 6900 ext 2482 e-mail :
kanokporn.salanok@nectec.or.th

ขอแสดงความนับถือ
นภวรรณ (ผู้ประสานการจัดงานฯ)




*แบบตอบรับการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้การผลิตแชมพูสมุนไพร

(มะกรูด อัญชัน ว่านหางจระเข้)
วันที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร ชั้น 5

*******************************

ชื่อ ...................................................... นามสกุล ....................................

ตำแหน่ง : ..................................................................................................

สังกัด : .......................................................................... .................

โทรศัพท์ : ..............................................................................................

E-mail : ...................................................................................................

หมายเหตุ : สามารถส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ที่ สถาบันสร้างเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง

โทรสาร 0-2561-0128 หรือ E-mail : sewii@doae.go.th




*ประชุมวิชาการหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสังคมไทย วิกฤตหรือโอกาส?”

สังคม ไทยปัจจุบันกำลังอยู่ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา โดยมาถึงจุดที่คนในสังคมมีความสับสนต่อการแบ่งแยกความถูกผิด ความซับซ้อนและเงื่อนงำของปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่การแตกแยกทางความคิดเห็นอย่างสุดขั้วของคนในสังคม เฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการเมืองภาคประชาชน ซึ่งหากพิจารณาอีกด้าน วิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจเป็น “โอกาส” อันสำคัญต่อการจุดแสงแห่งปัญญาสัมมาทิฏฐิของคนในสังคม เพื่อพัฒนาสังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสุขภาวะที่แท้จริง

ในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดประชุมวิชาการหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสังคมไทย วิกฤตหรือโอกาส?” ในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีในการอภิปรายเรื่องวิกฤตหรือโอกาสของสังคมไทยท่ามกลางความ เปลี่ยนแปลงในขณะนี้ หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การจัดการความรู้กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่รวดเร็ว” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล“, อภิปรายกลุ่ม หัวข้อ “มหาวิทยาลัยกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” โดย ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, ดร.อุทัย ดุลยเกษม อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการจัดประชุมกลุ่มย่อยสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์

ผู้สนใจโทร. ๐-๒๘๐๐-๒๘๔๐-๗๕ ต่อ ๑๐๑๙ http://www.sh.mahidol.ac.th/academic2552




*การจัด Dinner Talk โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว วชิรเมธี

เรียน ท่านผู้บริหาร ครับ

ด้วยคณะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO #16) ร่วมกับพันธมิตรในการจัดงาน Dhamma Talk ประกอบด้วย สวทช, เนคเทค, ซอฟต์แวร์ปาร์ค, สบทร, IAC, ISA, IASA, TISA, TMA, TMI, ICTSEC, NECTEC Academy, CIO 17, CIO 19, CIO 20, CIO 21, EGM 1, EGM 2, EGM 3, EGM 4, TOT Academy, Kapook.com, Eworld and Computer World Magazine ร่วมกันจัดงาน Dinner Talk เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2553 กับผู้บริหารด้านไอทีทั้งภาครัฐและเอกชน งานจะจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้อง Meeting Room 3-4 ตั้งแต่เวลา 18.00-21.00 น. นั้น

ในการจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ

ประการแรก เพื่อส่งความสุขเป็นของขวัญปีใหม่ด้วยสิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิตให้ประสบโชคดีและรุ่งเรืองตลอดไป

ประการที่สอง เพื่อให้ผู้บริหารได้นำเนื้อหาไปเป็นกุศโลบายในการประยุกต์ใช้เพื่อจัดระเบียบการใช้งานไอทีในองค์กร ให้พนักงานทุกคนใช้งานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น การจัดงานในครั้งนี้จะเป็น talk of the town อีกครั้งในนามของ CIO 16 และพันธมิตรในการจัดงานทั้งหมด สำหรับการจัด Dinner Talk โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว วชิรเมธี หรือพระนักปราชญ์ที่ส่องประกายแห่งความหวังให้กับสังคมไทยในขณะนี้ เหตุที่พวกเราลงตัวกับกิจกรรมนี้กับท่าน ว วชิรเมธี เป็นเพราะซึมซับในกิจวัตรของท่าน ในความรอบรู้ของท่าน และความสามารถในการสื่อสารที่เรียบง่าย แต่หยั่งลึก ทำให้ตระหนักในความเป็นปราชญ์ ยิ่งเป็นพระนักปราชญ์ ความเลื่อมใสศรัทธายิ่งมากเป็นเท่าทวีคูณ เชื่อมั่นและศรัทธาแบบไม่มีเงื่อนไข ช่วงสนทนาสั้นๆ คืออยากให้ท่านช่วยกรุณาตอบรับคำเชิญมาเทศน์ธรรมะให้เป็นของขวัญปีใหม่กับท่านผู้บริหารในแวดวงไอทีจะได้หรือไม่ เพื่อทำให้พวกเราฮึกเหิมกับภารกิจฝ่ายธรรมะที่จะได้ช่วยกันจรรโลงสังคม เราให้น่าอยู่ดังเดิม ด้วยความมีพลัง มีแนวร่วม ที่จะช่วยกันฟันฝ่ามรสุมจริยธรรมที่ลดน้อยถอยลง แต่รูปแบบที่อยากนิมนต์ท่านมาเทศน์ธรรมะผู้บริหาร ขอเป็น Dinner Talk…… ท่านจ้องหน้า ทำให้รู้สึกบาปนิดหน่อยที่นิมนต์ท่านมาทำกิจที่ไม่ควรเป็นกิจของสงฆ์ อีกใจหนึ่งคิดแค่ว่า ท่านคงเข้าใจ พยายามเข้าใจ และคำนึงถึงผลที่จะตามมาจากการให้ทานความรู้เหนือวินัยของสงฆ์.....

ท่านผู้บริหารและท่านผู้มีอุปการคุณครับ นั่นคือที่มาของงาน Dinner Talk ในครั้งนี้ งานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากท่านไม่สนับสนุน ส่วนของท่านผู้บริหาร สามารถเข้าร่วมงานโดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใดๆ เว้นแต่จะสนับสนุนผลงานท่าน ว.วชิรเมธี ที่จะนำมาเผยแพร่ในวันงานและสนับสนุนตามจิตศรัทธา รายได้จากกิจกรรมในครั้งนี้ นำไปใช้เป็นทุนในการสร้างอาคารวิปัสนากรรมฐาน ณ วัดป่าวิมุตตยาลัย (สถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาสันติภาพโลก) ตั้งอยู่ในบริเวณรังสิตคลอง 14 ตำบลหนองสามวังใต้ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นเนื้อที่บริจาคโดยคุณยายทัศนีย์ บุรุษพัฒน์และครอบครัว

กลุ่มเป้าหมาย เน้นที่ CIO และผู้บริหารด้านไอทีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 150 ท่าน (โดยประมาณ)

กำหนดการจัดงาน วันอังคารที่ 22 ธันวาคม ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ห้อง Meeting Room 3-4 เวลา 18.00 น. - 21.00 น.

หัวข้อเสวนาธรรม Governance DNA หรือบุคคลภิบาล

รูปแบบ Panel Discussion โดยมี ท่าน ว. วชิรเมธี เป็น panelist

ส่วนผู้บริหารท่านอื่นๆ ร่วมเป็น moderator แบบ tag team ท่านผู้บริหารที่ตอบรับคำเชิญแล้ว ประกอบด้วย ท่านไชยเจริญ อติแพทย์ CIO 16 /ท่าน
จันทิมา สิริแสงทักษิณ CIO 19 /ผอ สุวิภา วรรณสาธพ Sofware Park /ดร. อัจฉริยา อักษรอินทร์ ผอ NECTEC Academy / อ.ปริญญา หอมอเนก ACIS
และ อ.กำพล ศรธนะรัตน์ CIO 16 เป็นต้น

พันธมิตรในการจัดงาน
สวทช, เนคเทค, ซอฟต์แวร์ปาร์ค, สบทร, IAC, ISA, IASA, TISA, TMA, TMI, ICTSEC, Nectec Academy, CIO 17, CIO 19, CIO 20, CIO 21,
EGM 1, EGM 2, EGM 3, EGM 4, Eworld and Computer World Magazine

สนใจร่วมงาน ลงทะเบียนทาง online ได้ที่นี่ http://www.nectecacademy.com/cio16/

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ว่าที่ ร.ต. พรพรหม อธีตนันท์
นักวิชาการ และหัวหน้างานพัฒนาธุรกิจ
NECTEC Academy
Email : pornprom.ateetanan@nectec.or.th
Phone : 0 2642 5001 Ext. 121

นางจิดาภา กระต่ายทอง
NECTEC Academy
Email : jidapa.krataitong@nectec.or.th
Phone : 0 2642 5001 Ext. 161

นายบรรยงก์ จันทรโคลิกา
NECTEC Academy
Email : banyong.jandragholica@nectec.or.th
Phone : 0 2642 5001 Ext. 124

ขอแสดงความนับถือ

กลุ่ม CIO16 , NECTEC Academy และพันธมิตรร่วมรัฐและเอกชน


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:21:28 น.  

 
*สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง หยุดวิกฤตปัญหาคอร์รัปชั่น

วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2552

เวลา 08.30 - 16.30 นาฬิกา คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง หยุดวิกฤตปัญหาคอร์รัปชั่น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซนจูรี่พาร์ค ถนนราชปรารภ กรุงเทพฯ




*คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาวุฒิสภาจัดสัมมนา “หยุดวิกฤตปัญหาคอร์รัปชั่น” 23 ธ.ค.นี้

คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “หยุดวิกฤตปัญหาคอร์รัปชั่น” วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2552 เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและนำประเด็นที่ได้มากำหนดหัวข้อในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น

คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “หยุดวิกฤตปัญหาคอร์รัปชั่น” ในวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 08.30-16.30 นาฬิกา ณ ห้อง แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ถนนราชปรารภ กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมการสัมมนาและให้ได้มาซึ่งประเด็นในการกำหนดหัวข้อที่จะศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น อันจะนำมาซึ่งองค์ความรู้และข้อมูลทางวิชาการแก่สมาชิกวุฒิสภาและบุคคลในวงงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปัญหาการคอร์รัปชั้นในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหลายภาคส่วน อาทิ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี พรรคการเมือง อดีตนักการเมือง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

สำหรับกิจกรรมในช่วงเช้าจะมีการอภิปรายเรื่อง “ตีแผ่ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย โดยคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และรองศาสตราจารย์ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ผอ.โครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนา ธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และในช่วงบ่ายมีการอภิปรายเรื่อง “หน้าที่วุฒิสภากับปัญหาคอร์รัปชั่น” โดย นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธาน กมธ.ศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และนายบุญเลิศ ช้างใหญ่ บรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์มติชน




*ขอเชิญร่วมพบปะพูดคุยเรื่อง "ธรรมะ" แบบสบายๆ

ในรูปแบบเพื่อนพบเพื่อน
ในรายการ "สนทนา.....ประสาธรรม"
แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องธรรมะ เรื่องที่มีสาระ เรื่องที่มีประโยชน์
พูดคุยอย่างกันเอง
แจกหนังสือสวดมนต์..........ฟรี
แจกซีดีธรรมะ.......ฟรี
มีของว่างพร้อมกาแฟ..........ฟรี
เชิญร่วมงาน "สนทนา.....ประสาธรรม" ครั้งที่ 2
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 12.30-18.00 น.
ที่ บ้านหนังสือ บ้านเลขที่ 112/9 ซอยชินเขต 1/1 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.nuboos.com/talk2.html
งานนี้ "ฟรี" ทุกรายการ
ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น




*ขอเรียนเชิญเข้าร่วมสัมมนาวันที่ 26 ธันวาคม 2552 ในหัวข้อ"พลิกตำราภาษี เปิดคัมภีร์กลยุทธ์การลงทุน ปี 2553"

เรียน ท่านผู้สนใจ


โดยความร่วมมือของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (เพื่อรายย่อย) จำกัด
และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด ชมรมคนออมเงิน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา ในหัวข้อ"พลิกตำราภาษี เปิดคัมภีร์กลยุทธ์การลงทุน ปี 2553"
ในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552 เวลา 13.30-16.00 น.
ณ ห้องศาสตราจารย์สังเวียน ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
รายละเีอียดงานสัมมนา ตามเอกสารแนบค่ะ

บลจ.วรรณ ขอเรียนเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว
โดยสามารถส่ง E-mail มาลงทะเบียนโดยตรงที่คุณอรอนงค์ E-mail: ornanong@one-asset.com
หรือสำรองที่นั่งเพิ่มเติมได้ที่ 02-6598888 กด 1 / http://www.one-asset.com
หมายเหตุ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานสัมมนาค่ะ

Best Regards,
Ornanong Intaraprasit
Marketing Department
One Asset Management Limited
Tel 02-659-8890
Fax 02-659-8860




*งาน BugDay Bangkok 2009

สวัสดียามค่ำวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552 ครับ อีก 1 วันก็จะถึงงาน BugDay Bangkok 2009 ที่จะจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน
วันนี้ผมเลยมาสรุปรายละเอียดต่างๆ กันอีกครั้ง ก่อนไปงาน BugDay Bangkok 2009 ครับ

วัน: วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2552
เวลา: 08:30น. – 17:30น.
สถานที่: ชั้น 6 อาคาร 5 มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน
สถานที่จอดรถ: หน้าอาคาร 5 มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน

เอกสารแนบ

BugDayPark.jpg, สำหรับผู้ที่จะนำรถมา รบกวน print รูปนี้มา แล้วนำไว้ที่หน้ารถครับ เพื่อจะได้เข้าจอดในสถานที่จัดไว้ให้ครับ
BUGDAY-BKK-2009-SCHEDULE1.pdf, ตารางหมายกำหนดการของงาน BugDay Bangkok 2009
mapbangkhen.jpg, แผนที่การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยศรีปทุม


สิ่งที่ผู้เข้าร่วมควรจะต้องนำมา (Give)

ความรู้ และประสบการณ์ที่มีเกี่ยวกับงาน Software Testing จะมาก หรือน้อย ไม่ว่ากันครับ (เพราะไม่มีใครรู้มาตั้งแต่เกิด)

ปากกา กระดาษ สมุด หรือ Laptop เพราะงานนี้ไม่มีการแจกเอกสารประกอบใดๆ ครับ

ปลั๊กไฟ สำหรับผู้ที่จะใช้ Laptop

ขนม นม เนย หรือของว่างต่างๆ มาแบ่งปันกัน (ทางผู้จัดงานจัดเตรียมไว้ให้ส่วนหนึ่งแล้วครับ)
สิ่งของ คนละชิ้น สองชิ้น เพื่อนำไปร่วมมอบให้กับ บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/qDquz )
ถ้ามีความประสงค์จะช่วยเหลือน้องๆ บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อนเป็นตัวเงิน ก็เชิญได้ที่โต๊ะรับลงทะเบียนในงาน
สิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้กลับไป (Take)
ความรู้เรื่องของ Software Testing จากประสบการณ์การทำงานจากผู้ร่วมแบ่งปัน
เพื่อนใหม่ๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ Software Testing และ Software Development
สิ่งของที่จำเป็นให้กับน้องๆ ณ บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน
ผมขอเปลี่ยนจากค่าเข้าร่วมงาน เป็นสิ่งของเหล่านี้ เพียงคนละชิ้น สองชิ้น เท่านั้นครับ เพื่อนำไปช่วยเหลือน้องๆ ครับ

สบู่เดทตอล ( ก้อน/เหลว/ขวด )
น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล
แป้ง / ยาสีฟัน
แชมพู / ครีมนวด
ถุงมือยางแพทย์ M
น้ำยาถูพื้น / ล้างห้องน้ำ
กางเกงขาสั้น เด็ก ไซร์ S,M,L,XL
ผงซักฟอกสำหรับซักเครื่อง / น้ำยาปรับผ้านุ่ม
น้ำมันพืช / ซอส / ซีอิ๊วขาว-ดำ / น้ำปลา
ยากันยุงตะไคร้หอมแบบสเปรย์
ครีมถูนวด เค้าเตอร์เพนท์ / Reparil gel / Neofenac
แพมเพิร์ส M สวมได้
นมเปรี้ยว/นมพร้อมดื่ม
ยาคัดน้ำมูกยี่ห้อ Zyrrizin
ยาแก้อักเสบ Newtamox
ยาละลายเสมหะ สำหรับเด็ก
ลูกสวนเด็ก
ถุงดำ 30 x 40/ ถุงดำ 18 x 20
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.welovebug.com/event/bugday-bangkok-2009-give-and-take


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:21:56 น.  

 
*เสวนาเรื่อง "เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) : ไทยพร้อม หรือยัง”

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๗.๓๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง "เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) : ไทยพร้อม หรือยัง” ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร




*ขอเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทย ประจำปี 2552

ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทย ประจำปี 2552 ในวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 9.00-17.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกำหนดการ ดังนี้

09.00–09.30 น. ลงทะเบียน
09.30–09.45 น. กล่าวเปิดงาน
โดย คุณสมพล เกียรติไพบูลย์
ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
09.45–10.45 น. นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง “มองนักลงทุนบุคคลจากพฤติกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์”
โดย คุณศุภวรรณ ลิมปกาญจน์เวช ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผู้วิจารณ์: คุณสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
คุณสุชีล นารูลา
กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ดำเนินรายการโดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
10.45–11.45 น. นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง “แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการระดมทุนในตลาดรอง
ของบริษัทจดทะเบียนไทย”
โดย คุณธีระพล ลาชโรจน์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผู้วิจารณ์: คุณปรารถนา มงคลกุล
กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
คุณอภินันท์ เกลียวปฏินนท์
กรรมการผู้จัดการหัวหน้าฝ่ายวานิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด(มหาชน)
ดำเนินรายการโดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
11.45–13.30 น. อาหารกลางวัน
13.30–13.45 น. มอบรางวัลแก่นักวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
13.45–14.45 น. นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง “บทเรียนจากการ Demutualization ตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ”
โดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ และคุณอตินุช เฉลิมพงศ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผู้วิจารณ์ คุณภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
คุณสฤณี อาชวานันทกุล
นักวิชาการอิสระ
ดำเนินรายการโดย ดร.วิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
14.45–15.00 น. อาหารว่าง
15.00–17.00 น. เสวนาหัวข้อ “ทิศทางของสถาบันตัวกลางต่อการพัฒนาตลาดทุนไทย ใน 3 ปีข้างหน้า”
โดย คุณประเวช องอาจสิทธิกุล
ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
คุณมนตรี ศรไพศาล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบัวหลวง จำกัด
คุณอดิศร เสริมชัยวงศ์
ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน)
ดำเนินรายการโดย ดร.วิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
กนกวรรณ เข็มมาลัย 0-2229-2048
วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร 0-2229-2797
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ




*บรรยายผลการวิจัยเรื่อง “โครงการสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตยในเด็ก และเยาวชนไทย”

ดร. ต่อพงศ์ วัจนะสวัสดิ์ นายกสมาคมไทย-อเมริกัน เชิญ ศ.ดร. ลิขิต ธีรเวคิน มา บรรยายผลการวิจัยเรื่อง “โครงการสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตยในเด็ก และเยาวชนไทย” วันจันทร์ที่ 21 ธ.ค. 52 เวลา 13.30 น. ที่ห้องมณเฑียรทิพย์ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ ถนนสุรวงศ์
โทร. 0-2233-7060 ต่อ 5264-6
E-mail: prbkk@montien.com




*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมนนา"Intelligent tools: IT for Smart SMEs" ในงาน Thailand Industrial Fair 2010

ปัญหา ในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพ ในการลดอุปสรรคและปัญหาดังกล่าวภาคอุตสาหกรรมจึงมีการนำระบบสารสนเทศมาช่วย ในการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุงการดำเนินกิจการในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงกำหนดจัดงาน สัมมนา "Intelligent tools: IT for Smart SMEs" ในงาน Thailand Industrial Fair 2010 เพื่อให้ความรู้และกระตุ้นการนำไอทีไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553

เวลา 13.00-16.30 น.
สถานที่ ณ. ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค บางนา

**ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานสัมมนา**

การจับคู่ทางธุรกิจ :(Business Match Making)

ฟรี***

เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ได้ให้บริการการจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่สนใจในการนำ Software solution มาเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กร โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม และประสานงานนัดหมาย เพื่อให้พบกับผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์

เวลา กำหนดการ

12.30.-13.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
13.00-14.30 น. การบรรยายหัวข้อการเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดทางธุรกิจด้วยBusiness Intelligence (BI): การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาดถูกต้อง เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

"ปัจจุบันการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจโดย การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว สามารถช่วยในการตัดสินใจขององค์กร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

วิทยากร คุณชัชวาล เดชอิทธิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเพ่นเอนเตอร์ไพร์สซีสเต็มส์ จำกัด

14.30-15.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง

15.00-16.30 น. การบรรยายหัวข้อ Apache OFBiz ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอีอาร์พีระดับโลกในมือคุณ

"Apache OFBiz ซอฟต์แวร์อีอาร์พีระดับโลกที่สามารถนำมาใช้ได้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ความมีอิสระเสรีในการใช้งาน ความปลอดภัยของข้อมูล โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลในการปฏิบัติงานทุกส่วนในองค์กร และสามารถเชื่อมโยงกับระบบภายนอกองค์กรได้ เช่น ลูกค้า, คู่ค้า, ตัวแทนจำหน่าย, ซัพพลายเออร์, ฯลฯ"

วิทยากร คุณธนกฤต วงค์ยืด กรรมการผู้จัดการ Orange gears Co.,Ltd.

16.30 น. ตอบข้อซักถาม และจบการสัมมนา


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:22:39 น.  

 
*เสวนาเปิดตัวหนังสือ "อยู่เย็น เป็นสุข" และ "เจริญรุ่งเรือง"

ธรรมะต้อนรับวันใหม่
สู่วันที่สดใส เพื่อกายอยู่เย็น ให้ใจเป็นสุข
คุณจะรู้จักทุกข์ และการแก้ทุกข์
คุณจะรู้จักความรัก และการรักที่ถูกต้อง
คุณจะรู้จักการทำงาน และวิธีการปฏิบัติธรรมในที่ทำงาน
คุณจะรู้จักใจมากยิ่งขึ้น และการรักษาสุขภาพใจได้

สนพ.ดีเอ็มจี ขอเรียนเชิญให้เกียรติร่วมงาน เสวนาเปิดตัวหนังสือ "อยู่เย็น เป็นสุข" และ "เจริญรุ่งเรือง" ผลงานของ พระมิตซูโอะ คเวสโก ซึ่งได้กลั่นกรองหลักธรรมเบาสบาย ที่จะปลดทุกข์ให้หมดไป สู่การมีสุขภาพใจดี ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขในทุกย่างก้าว มีสติในทุกลมหายใจ ตลอดทั้งคลี่คลายปัญหาทุกเรื่อง รวมถึงปัญหาของชาติที่เข้าขั้นวิกฤติ ให้กลับมาสู่ความสงบสุข ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร โดยใช้ "ความเมตตา" และ "ใจซึ่งมีธรรมะ" ต่อยอดไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน และสร้างความเจริญรุ่งเรือง ที่ไม่มีขอบเขต! แสดงธรรมบรรยายโดย:

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาส วัดสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
คุณอรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น
คุณทาริกา ธิดาทิตย์กรรมการผู้จัดการ มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น
ดำเนินรายการโดย คุณอัชลี เวชยันต์ศฤงคาร
บรรณาธิการหนังสือ Love Analysis โดย ว.วชิรเมธี
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2552 14.00 – 16.00 น.ณ หอประชุมพุทธคยา สนพ.ดีเอ็มจี
--------------------------------------------------------------------------------

และ วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552 เวลา 14.00 - 16.00 น. สนพ.ดีเอ็มจี ร่วมกับ JobsDB.com ขอเชิญร่วมฟังธรรมบรรยายพิเศษ โดย พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ เมตตาแสดงธรรมบรรยาย หัวข้อ "พนักงานคิดดี งานยอดเยี่ยม องค์กรผาสุก"

ทุกกิจกรรมฯ สอบถามและสำรองที่นั่ง ได้ที่ 0 2685 2255




*งานสวดลักขี บวชชีหมื่นคน









*สัมมนาเรื่อง กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สสว. )
ร่วมมือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สพว. )
ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs รับเหมาก่อสร้าง เข้าร่วมอบรม

"กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง"
ในโครงการเสริมสร้างเครือข่าย SMEs Consortium สู่ตลาดอาเซียน

ระหว่างวันที่ 13 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์ 2553
ณ กรุงเทพฯ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา เชียงใหม่

กลุ่ม: อุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจต่อเนื่อง

วันที่: 13/1/2553 ถึง 11/2/2553

เวลา: 8:30-16:30

สถานที่จัด: อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 62 ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0-2229-2222

ห้อง-ชั้น: -

จำนวนคนสูงสุด: 50 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02-564-4000 ต่อ 2002,2017




*กำหนดการอบรมเรื่อง “ อาชีพสร้างรายได้ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ”

ระหว่างวันที่ 14 - 15 มกราคม 2553

ณ ห้องประชุม ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี

--------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553

08.00 – 08.45 น. ลงทะเบียน

08.45 – 09.00 น. พิธีเปิด

09.00 – 12.00 น. การบรรยาย เรื่อง “ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบแฟรนไชส์ ”

โดย นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีก และแฟรนไชส์สากล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 14.30 น. บรรยาย เรื่อง “ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบแฟรนไชส์ ” ต่อ

14.30 – 16.00 น. การเสวนา หัวข้อ “ ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจแฟรนไชส์ ”

- นายกฤษฎ์ กาญจนบัตร บริษัท โมลี แคร์ จำกัด (ธุรกิจบริการคาร์แคร์)

- นายบุลวุฒิ รัตนธำรง มิลค์คลับ Dairy Farm (เครื่องดื่มประเภทนมสด)

- นายสุภัค หมื่นนิกร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด

(EZ’S ไส้กรอก)

- ดำเนินรายการ โดย อาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนา

ธุรกิจค้าปลีกและ แฟรนไชส์สากล มหาวิทยาลัยศรีปทุม

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 12.00 น. บรรยาย เรื่อง “ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบแฟรนไชส์ ”

โดย รศ. ดร. สมชาย รัตนชื่อสกุล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท อลงกรณ์ จำกัด

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 15.00 น. การบรรยาย เรื่อง “ ทรัพย์สินทางปัญญากับธุรกิจแฟรนไชส์ ”

โดย นายชุมพล ศิริวรรณบุศย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบคุ้มครองและ

ส่งเสริมในทรัพย์สินอุตสาหกรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา

หมายเหตุ รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.30 – 10.45 น. และ 14.30 – 14.45 น.

สัมมนาเรื่อง อาชีพสร้างรายได้ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมนา

"อาชีพสร้างรายได้ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ"

ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2552 เวลา 8.00 - 16.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้ารับการอบรมได้ที่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ
โทรศัพท์ : 02-547-5962 , 02-5475964
โทรสาร : 02- 547-5963


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:23:25 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง โครงการเตรียมความพร้อมบุคลากร

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
โดยการสบับสนุนจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม

"โครงการเตรียมความพร้อมบุคลากร
เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการของสากล"

วันอังคารที่ 19 มกราคม 2553 เวลา 09.00 – 13.30 น.
ณ ห้องสุโขทัย ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี พาร์ค กรุงเทพฯ

รายละเอียดโครงการ

มาตรฐาน ระบบการจัดการสากล เช่น ISO 9001 ISO 14001 GMP HACCP รวมทั้งมาตรฐานที่กำลังมีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน คือ มารฐานความรับผิดชอบต่อสังคม มาตรฐานที่กล่าวมาทั้งหมดถือว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ของโรงงาน ทั้งนี้ จากรายงานการศึกษา "การประเมินผลสัมฤทธิ์ของการนำมาตรฐานระบบการจัดการ ISO 9001 ไปใช้ในสถานประกอบการ" และรายงานการศึกษา "แนวทางในการสนับสนุนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมให้จัดทำมาตรฐานระบบการ จัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004" พบว่าการนำระบบการจัดการดังกล่าวมาใช้ทำให้ผลิตภาพของผู้ประกอบการดีขึ้น ทั้งในด้านการผลิต เช่น ISO 9001 ช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิตให้น้อยลง ISO 14001

ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เป็นต้น ด้านการตลาด เช่น ISO 9001 สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคด้วยการส่งมอบสินค้าและบริการที่มี คุณภาพสม่ำเสมอ ISO 14001 ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ทำให้สามารถรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทีความพยายามในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำ ระบบการจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่เมื่อสถานประกอบการสามารถจัดทำระบบการจัดการได้ตามมาตรฐานแล้ว ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของสถานประกอบการโดยเฉพาะ SMEs คือความสามารถในการรักษาระบบการจัดการให้ดำรงอยู่ และมีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การจัดทำระบบการจัดการตามมาตรฐานสากล มีกลไกสำคัญที่จะทำให้ระบบการจัดการดังกล่าวคงอยู่คือ คือ ความรู้ความสามารถของบุคลากรด้านการจัดการคุณภาพ กล่าวคือ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานระบบการจัดการของสากลที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ จึงนับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงระบบอย่างต่อ เนื่อง

อุตสาหกรรมการพัฒนามูลนิธิ สาขาสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทาง อาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการสากล ให้กับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม

กรุณายืนยันการตอบรับสัมมนาและโปรดส่งแบบตอบรับมายัง คุณศรีทองหรือคุณนันทกา สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
โทรศัพท์ : 0-2617-1727 ต่อ 801 - 3 โทรสาร : 0-2617-1704
E-mail : srithong@masci.or.th หรือ nuntakar@masci.or.th

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม

วันที่: 19/1/2553

เวลา: 9:00-13:30

สถานที่จัด: โรงแรม เซ็นจูรี่ ปาร์ค

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 9 ถนนราชปรารภ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

เบอร์โทรของสถานที่จัด: (662)674-8182, (662)674-8183, (662)674-8700

ห้อง-ชั้น: ห้องสุโขทัย ชั้น 2

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: รายละเอียดโครงการ

ผู้จัดสัมมนา: สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: -




*โครงการ "ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด"

ขอเชิญผู้ป่วยมะเร็งปอดและผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในโครงการ "ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด" พบกับการบรรยายให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลและการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดโดยทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 08.00-12.30 น. ณ ห้องประชุมสดศรี วงศ์ถ้วยทอง ตึก ภปร. ชั้น 18 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมร่วมรับประทานกลางวันฟรี (รับจำนวนจำกัด 150 ท่านแรกที่ลงทะเบียนเท่านั้น) ***ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าภายในวันที่ 15 ม.ค. 53 ***

ติดต่อ คุณจันทนา คุณโชติระพี โทร.0-2667-0522 หรือ

คุณธัญลักษณ์ โทร. 0-2667-0523

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-718-3800 บุษบา / ศศิมา คอมมูนิเคชั่นแอนด์มอร์




*ขอเชิญร่วมเป็นเกียรติงานเปิดตัว"เปิดถุง Bookstart เปิดโลกการอ่านหนังสือเด็ก@ร้านนายอินทร์"

ร้านนายอินทร์ร่วมกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และสำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

ขอเชิญร่วมเป็นเกียรติงานเปิดตัว"เปิดถุง Bookstart เปิดโลกการอ่านหนังสือเด็ก@ร้านนายอินทร์"

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เวลา 16.00 – 18.00น.

ณ โซน ZEN ชั้น 4 @Central World (หน้าร้านนายอินทร์)

กำหนดการ

16.00-16.30 น. ลงทะเบียน

16.30-16.50 น. พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน
- การแสดงละครนิทานเรื่องพระอาทิตย์สิบดวง จากสำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก
- การเล่านิทานจาก"หนูน้อยนักเล่านิทาน"ผู้ชนะเลิศในโครงการ "ลับสมองประลองปัญญา
สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน"

16.50-17.20 น. เสวนาในหัวข้อ "Bookstart จุดเริ่มต้นนิสัยรักการอ่านของเด็กวัยแรกเกิด" โดย
- คุณหญิง ดร. กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
- คุณศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์
- คุณเชษฐวุฒิ + คุณชนกวนันท์ วัชรคุณ และครอบครัว ดำเนินรายการโดย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

17.20-17.35 น. คณะผู้บริหารเชิญสื่อมวลชนพร้อมแขกผู้มีเกียรติชม
"มุมหนังสือเด็ก...มุมBookstart" ภายในร้านนายอินทร์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
0-2422-9999 ต่อ 4148, 4188




*ร่วมรับฟังวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านโซลูชั่น Collaboration ของซิสโก้

บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ผู้นำด้านระบบเครือข่ายชั้นนำระดับโลก มีความยินดีขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว การเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ ภายใต้กลุ่มเทคโนโลยีการผสานการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นการปฏิรูปการทำงานร่วมกันในองค์กร และร่วมรับฟังวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านโซลูชั่น Collaboration ของซิสโก้ ในการขยายประโยชน์ในการผสานการทำงานร่วมกันในกลุ่มสังคมออนไลน์ ไปสู่ภาคธุรกิจ

โดยคุณมงคล อัศวโกวิทกรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเป็นผู้นำเสนอข้อมูล

วัน วันอังคารที่ 5 มกราคม 2553
เวลา 10.00 – 13.00 น.
สถานที่ ณ ห้องคลาสรูม 2-3 โซนแคมปัส โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ




*งานสัมมนาเรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายของสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย”

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสมาคมอเมริกาศึกษาแห่งประเทศไทย (ASAT) จัดงานสัมมนา เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายของสหรัฐ ต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย”
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553 เวลา 9.00 – 15.30 น.
ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ ชั้น 2 ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ดูรายละเอียดงานสัมมนาได้ที่ เว็บไซต์คณะรัฐศาสตร์ http://www.polsci.tu.ac.th




*โครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช เชิญชวนเด็กๆ เยาวชน และผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติ

ในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม
2553 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 รพ.ศิริราช พบกิจกรรมเสริมสร้างความรู้
ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฯ ยกเว้นค่าเข้าชมตลอดวัน




*โครงการ “สรุปเข้มฯ ” ครั้งที่ ๖ ติวฟรี รับเอกสารฟรี

ติดต่อ สถานีวิทยุจุฬาฯ โทร. ๐๒-๒๑๘-๓๙๗๐
วันเวลา ๑๖-๑๗, ๒๓-๒๔, ๓๐-๓๑ มกราคม ๒๕๕๓
สถานที่ ศูนย์การค้า JJMALL จตุจักร
เว็บไซต์ http://www.curadio.chula.ac.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:23:57 น.  

 
*ขอเชิญร่วมฟังสัมมนาหัวข้อ "ถอดรหัส CEM เรื่องจริงที่ต้องแชร์"

ขอเรียนเชิญผู้สนใจเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเข้าร่วม สัมมนาในหัวข้อ "ถอดรหัส CEM เรื่องจริงที่ต้องแชร์" โดยมีเนื้อหาดังนี้

- แนวคิดในการทำ CEM (Customer Experience Management) เพื่อให้ลูกค้าเกิดความผูกพันใกล้ชิดและภักดีในตราสินค้าและองค์กร
- ขั้นตอนการดำเนินการทำกลยุทธ์ CEM
- กรณีศึกษาการทำกลยุทธ์การตลาดด้วย CEM จากองค์กรชั้นนำของไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์โดยนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการนำกลยุทธ์ CEM มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ

ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค. 53 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ชั้น 2 วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล ถ.วิภาวดีรังสิต ..

งานนี้สัมมนาฟรี..ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดย ผู้เข้าร่วมงานสัมมนา สามารถสำรองที่นั่ง ได้ 2 ช่องทาง 1. ทางโทรศัพท์ ติดต่อ ธนัชชา โทร.082-4862301 หรือ คุณอริศราโทร. 081-7030433 2. ทาง EMail โดย แจ้งชื่อ- นามสกุล บริษัท และ เบอร์โทรศัพท์ กลับมาที่ thanatcha.eve@gmail.com และ idea_kwang@hotmail.com




*งานเสวนา "สิ้นศตวรรษ โคลด เลวี-สโทรสส์"

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอเชิญร่วมงานเสวนา"สิ้นศตวรรษ โคลด เลวี-สโทรสส์"

วันที่ 14 มกราคม 2553 ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ

9.30-10.00 ศตวรรษของ โคลด เลวี-สโทรสส์ ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ
10.00-10.40 โคลด เลวี-สโทรสส์ โดย โคลด เลวี-สโทรสส์: ภาพยนตร์สั้นว่าด้วยชีวิตและความคิดของเขา
11.00-12.30 โคลด เลวี-สโทรสส์: จากชนเผ่าถึงรัฐชาติ ศ.ดร.ไมเคิล เฮิร์ซเฟลด์ ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ชวนสนทนาโดย ดร.สายพิณ ศุพุทธมงคล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13.30-15.00 โคลด เลวี-สโทรสส์ ในปรัชญาและสังคมศาสตร์ รศ. ธเนศ วงศ์ยานนาวา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ชวนสนทนาโดย ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
15.00-16.30 โคลด เลวี-สโทรสส์ ในวรรณกรรมและศิลปะ รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดร.สายันต์ แดงกลม คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ชวนสนทนาโดย ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณศิวัช โทร. 0-2880-9429 ต่อ 3811




*ประชุมวิชาการ “CU Stem Cells 2nd Annual Meeting”

หน่วยวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมประชุมวิชาการ “CU Stem Cells 2nd Annual Meeting” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ณ ห้องประชุม 230/1 อาคารแพทยพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ เกี่ยวกับ สเต็มเซลล์ ด้านความก้าวหน้าในงานวิจัยพื้นฐาน การนำไปใช้ในทางคลินิก ตลอดจนเครื่องมือ และเทคนิคในการวิจัยใหม่ ๆ ผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมลงทะเบียนล่วงหน้า ก่อนวันที่ 5 มกราคม 2553 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ติดตามรายละเอียดการประชุมได้ที่ โทร. 0-2256-4000 ต่อ 3589




*งานสัมมนาในโครงการ "ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด"

ขอ เชิญผู้ป่วยมะเร็งปอดและผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในโครงการ "ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด" พบกับการบรรยายให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลและการรักษาผู้ป่วย โรคมะเร็งปอดโดยทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 08.00-12.30 น. ณ ห้องประชุมสดศรี วงศ์ถ้วยทอง ตึก ภปร. ชั้น 18 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมร่วมรับประทานกลางวันฟรี (รับจำนวนจำกัด 150 ท่านแรกที่ลงทะเบียนเท่านั้น)
***ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าภายในวันที่ 15 ม.ค. 53 ***
ติดต่อ คุณจันทนา คุณโชติระพี โทร.0-2667-0522 หรือ
คุณธัญลักษณ์ โทร. 0-2667-0523
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-718-3800 บุษบา / ศศิมา คอมมูนิเคชั่นแอนด์มอร์




*ขอเชิญท่านร่วมงานอบรมสัมมนาในหัวข้อ "โครงการพัฒนาระบบทะเบียนกลางทางธุรกิจ (National e-Business Registry)

สถาบันรหัสสากล
สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
ขอเชิญท่านร่วมงานอบรมสัมมนาในหัวข้อ "โครงการพัฒนาระบบทะเบียนกลางทางธุรกิจ (National e-Business Registry)
ในวันอังคารที่ 12 มกราคม 2553 เวลา 9.00-14.00 น. ณ ห้อง Boardroom 3 โซนซี ชั้น 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

**ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น**
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 023451207 suphannee




*ขอเชิญเข้าร่วมอบรม"โครงการเตรียมความพร้อมบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการของสากล"

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
โดยการสบับสนุนจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม

"โครงการเตรียมความพร้อมบุคลากร
เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการของสากล"

วันอังคารที่ 19 มกราคม 2553 เวลา 09.00 – 13.30 น.
ณ ห้องสุโขทัย ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี พาร์ค กรุงเทพฯ

รายละเอียดโครงการ

มาตรฐาน ระบบการจัดการสากล เช่น ISO 9001 ISO 14001 GMP HACCP รวมทั้งมาตรฐานที่กำลังมีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน คือ มารฐานความรับผิดชอบต่อสังคม มาตรฐานที่กล่าวมาทั้งหมดถือว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ของโรงงาน

ทั้งนี้ จากรายงานการศึกษา "การประเมินผลสัมฤทธิ์ของการนำมาตรฐานระบบการจัดการ ISO 9001 ไปใช้ในสถานประกอบการ" และรายงานการศึกษา "แนวทางในการสนับสนุนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมให้จัดทำมาตรฐานระบบการ จัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004" พบว่าการนำระบบการจัดการดังกล่าวมาใช้ทำให้ผลิตภาพของผู้ประกอบการดีขึ้น

ทั้งในด้านการผลิต เช่น ISO 9001 ช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิตให้น้อยลง ISO 14001 ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เป็นต้น ด้านการตลาด เช่น ISO 9001 สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคด้วยการส่งมอบสินค้าและบริการที่มี คุณภาพสม่ำเสมอ ISO 14001 ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ทำให้สามารถรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทีความพยายามในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำ

ระบบการจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่เมื่อสถานประกอบการสามารถจัดทำระบบการจัดการได้ตามมาตรฐานแล้ว ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของสถานประกอบการโดยเฉพาะ SMEs คือความสามารถในการรักษาระบบการจัดการให้ดำรงอยู่ และมีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การจัดทำระบบการจัดการตามมาตรฐานสากล มีกลไกสำคัญที่จะทำให้ระบบการจัดการดังกล่าวคงอยู่คือ คือ ความรู้ความสามารถของบุคลากรด้านการจัดการคุณภาพ

กล่าวคือ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานระบบการจัดการของสากลที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ จึงนับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงระบบอย่างต่อ เนื่อง

อุตสาหกรรมการพัฒนามูลนิธิ สาขาสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทาง อาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการสากล ให้กับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม

กรุณายืนยันการตอบรับสัมมนาและโปรดส่งแบบตอบรับมายัง
คุณศรีทองหรือคุณนันทกา
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
โทรศัพท์ : 0-2617-1727 ต่อ 801 - 3 โทรสาร : 0-2617-1704
E-mail : srithong@masci.or.th หรือ nuntakar@masci.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:24:29 น.  

 
*งานตะลุยฝันวันเด็ก กับ ปตท. ครั้งที่ 10 ตอน “ท่องไปในจินตนาการ”

ประจำปี 2553 ที่จัดขึ้น เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญของวันเด็ก โดยกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณลานเข็มทิศ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท.

กำหนดการ

08.30 น. - แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน พร้อมกัน ณ บริเวณลานเข็มทิศ ชั้น 1 อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่
09.00 น. - พิธีกรกล่าวต้อนรับ / ชี้แจงลำดับงาน
09.20 น. - คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการ
เพื่อสังคม ปตท. กล่าวรายงานความเป็นมา
- คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวเปิดงาน
- ประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ
- ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก
10.30 น. - ชมการแสดงและกิจกรรม
12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
12.00 น. - กิจกรรม (ภาคบ่าย)
14.00 น. - เสร็จพิธี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0-2537–2160 / 0-2537-2164
โทรสาร 0-2537-2171




*อนุ กมธ. สิทธิเสรีภาพฯ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนา “สิทธิชุมชน : รู้แต่เข้าใจไม่ชัด ภาครัฐต้องกล้านำ”

อนุ กมธ.สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนฯ ในคณะ กมธ. สิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนา “สิทธิชุมชน : รู้แต่เข้าใจไม่ชัด ภาครัฐต้องกล้านำ” สร้างความตระหนักสำนึกร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสิทธิชุมชน

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ผ่านกรณีการละเลยสิทธิชุมชนจากการดำเนินการโดยภาครัฐยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ปัญหาในพื้นที่ตลาดคลองเตย อนุ กมธ.จึงเห็นควรให้จัดสัมมนาเรื่อง “สิทธิชุมชน : รู้แต่เข้าใจไม่ชัด ภาครัฐต้องกล้านำ” ขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 13.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 301 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เพื่อสร้างความตระหนักสำนึกร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสิทธิชุมชน เสริมสร้างความเข้าใจด้านสิทธิชุมชนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปบทเรียนการละเลยสิทธิชุมชนและชี้แนะแนวทางการดำเนินการเรื่องสิทธิชุมชนแก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้แสดงบทบาทของตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชน




*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาเทคโนโลยีชีวโมเลกุลพืช

MAHIDOL UNIVERSITY

Since 1888

วันที่ 4 มกราคม 2553
เรื่อง ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาเทคโนโลยีชีวโมเลกุลพืช

เรียน นักวิจัย / นักศึกษาทุกท่าน

ในโอกาสที่ กลุ่มนักวิจัย จาก RIKEN Plant Science Center, Japan และ International Center for Tropical Agriculture (CIAT), Colombia

คือ Dr. Motoaki Seki (Team Leader, Plant Genomic Network Research Team, RIKEN Plant Science Center) / Dr. Tetsuya Sakurai (Unit Leader, Integrated Genome

Informatics Research Unit, RIKEN Plant Science Center) / Dr. Minami Matsui (Group Director, Plant

Functional Genomics Research Team, RIKEN Plant Science Center) / Ms. Tomoko Kuriyama Matsui (Plant

Functional Genomics Research Team, RIKEN Plant Science Center) / Dr. Manabu Ishitani (Senior Research

Scientist, Agrobiodiversity and Biotechnology Project, International Center for Tropical Agriculture (CIAT)

มีกำหนดเดินทางมาที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเจรจาความร่วมมือ กับ นักวิจัยของหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวโมเลกุลมันสำปะหลัง ทางหน่วยวิจัยฯ ได้เชิญให้นักวิจัย RIKEN และ CIAT ได้นำเสนอ

ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีชีวโมเลกุลในการศึกษาหน้าที่ของยีนในจีโนมของพืช เน้นการประยุกต์ใช้เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลัง ที่ดำเนินการโดย RIKEN และ CIAT โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษาที่สนใจงานวิจัยเกี่ยวกับพืชในเขตโซนร้อน ได้ฟังและ

ติดตามความก้าวหน้าของงานวิจัยในแนวเทคโนโลยีชีวโมเลกุลพืช ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานระดับแนวหน้าในสาขานี้

กำหนดสัมมนาในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 9.30 – 11.00 น. ที่ห้องประชุม K102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ

จึงขอเรียนเชิญนักวิจัย และนักศึกษา ที่สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาและซักถามในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ในวันและเวลาดังกล่าว ทั้งนี้โปรดดูรายละเอียดของหัวข้อสัมมนาที่แนบมา ผู้สนใจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้า

ร่วมฟังสัมมนา เนื่องจากมีที่นั่งจำกัด ผู้ที่ประสงค์จะเข้าฟัง โปรดลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันที่ 25 มกราคม 2553

โดยส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนได้ที่ FAX: 02-3547160 หรือ E-mail : scjnr@mahidol.ac.th

ติดต่อสอบถาม : รศ.ดร.จรัญญา ณรงคะชวนะ โทร. 02-2015319

ขอแสดงความนับถือ

รศ.ดร. จรัญญา ณรงคะชวนะ หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวโมเลกุลมันสำปะหลัง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

โทร. 02-2015319 โทรสาร 02-3547160
Email: scjnr@mahidol.ac.th

SPECIAL SEMINAR

Advanced Molecular Breeding Technologies and Functional Genomics Study for Plant Improvement

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เวลา 9:30-11:00 น.
ณ ห้องประชุม K102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จัดโดย CASSAVA MOLECULAR BIOTECHNOLOGY RESEARCH CONSORTIUM
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Overview of the Asia-Africa Science and Technology Strategic Cooperation Promotion Program

Towards food security in Asia and Africa by development and application of advanced molecular breeding technologies

for the tropical crop, cassava

Dr. Motoaki Seki (Team Leader, Plant Genomic Network Research Team, RIKEN Plant Science Center)

RIKEN's activities toward cassava functional genomics

Dr. Tetsuya Sakurai (Unit Leader, Integrated Genome Informatics Research Unit, RIKEN Plant Science Center) "Cassava meets FOX" for systematic improvement of plant quality

Dr. Minami Matsui (Group Director, Plant Functional Genomics Research Team, RIKEN Plant Science Center) Cassava Wealth Plus - Opportunities and Challenges

Dr. Manabu Ishitani (Senior Research Scientist, Agrobiodiversity and Biotechnology Project,International Center for Tropical Agriculture, CIAT)

กรุณาส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าฟังสัมมนากลับภายในวันที่ 25 มกราคม 2553 เพื่อจะทำการจัดเตรียมที่นั่งให้เพียงพอ

ส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนได้ที่ FAX: 02-3547160 หรือ E-mail : scjnr@mahidol.ac.th

ติดต่อสอบถาม : รศ.ดร. จรัญญา ณรงคะชวนะ โทร. 02-2015319

แบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าฟังสัมมนา

Advanced Molecular Breeding Technologies and Functional Genomics Study for Plant Improvement

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เวลา 9:30-11:00 น.
ณ ห้องประชุม K102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จัดโดย CASSAVA MOLECULAR BIOTECHNOLOGY RESEARCH CONSORTIUM คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำนำหน้า

.................................ชื่อ – นามสกุล………………….…………..…………………………
สถานภาพ

? อาจารย์
?

นักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์
?

นักศึกษาระดับ
?

ปริญญาตรี ? ปริญญาโท ? ปริญญาเอก
?

อื่นๆ (โปรดระบุ).............................................................................................
สถานที่ทำงาน /เรียน .......................................................................................
......................................................................................................................
โทรศัพท์.............................................................โทรสาร.....................................
Mobile phone…………………………………………………...E-mail address………………………

ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมฟังสัมมนา

เพื่อประโยชน์ของท่าน โปรดกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนด้วยตัวบรรจง

ลงชื่อ.................................................ผู้สมัคร

กรุณาส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าฟังสัมมนากลับภายในวันที่ 25 มกราคม 2553

เพื่อจะทำการจัดเตรียมที่นั่งให้เพียงพอส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนได้ที่ FAX: 02-3547160 หรือ E-mail : scjnr@mahidol.ac.th
การลงทะเบียนจะสมบูรณ์เมื่อได้รับการตอบรับทาง E-mail ติดต่อสอบถาม : รศ.ดร.จรัญญา ณรงคะชวนะ โทร. 02-2015319


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:25:04 น.  

 
*ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานสัมมนา “CLEA Seminar & Conference”

ธุรกิจการสร้าง “ตัวการ์ตูนคาร์แรคเตอร์” (Character) และการซื้อขายลิขสิทธ์ตัวการ์ตูนเพื่อการพาณิชย์ สำหรับประเทศไทยแล้ว ภาคเอกชนและภาครัฐหลายองค์กรก็ได้มีความพยายามในการผลักดันธุรกิจนี้ให้เติบ โตอย่างเป็นระบบและทัดเทียมกับตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว เครือข่ายการ์ตูนไทยและ แอนิเมชั่น ร่วมกันผนึกกำลังกับภาครัฐ ผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมนี้ทั้งผู้ผลิตการ์ตูน คาร์แรคเตอร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ รวมถึงผู้ผลิตสินค้าเมอร์ชันไดส์ ได้ร่วมผนึกกำลังผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จึงริเริ่มจัดตั้งโครงการ IP & Creative Thailand ขึ้น โดยจะร่วมกับเครือข่ายการ์ตูนไทยสร้างสรรค์สังคม และสมาคมร่วมสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 14 องค์กร จัดงาน Character & Licensing Expo Asia (CLEA2010) ซึ่งจะเป็นเวทีธุรกิจครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ขึ้นในวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2553
CLEA Seminar & Conference การประชุมสัมมนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มภาคธุรกิจ เกี่ยวกับ โอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการ์ตูนคาแร็คเตอร์ จากความร่วมมือขององค์กรภาครัฐ และสมาคมที่เกี่ยวข้อง ต่อมูลค่าเพิ่มต่อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากการใช้ตัวการ์ตูนคาแร็คเตอร์ และการออกแบบที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการนำผลงานของนักออกแบบไทยมาใช้เพิ่มมูลค่าของ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ขององค์กร
จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานสัมมนา “CLEA Seminar & Conference” ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2553 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ สยาม พารากอน ฮอลล์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานดังนี้:
1. Mr. Charles Riotto President, The International Licensing Industry Merchandisers’ Association
2. คุณ รณพงศ์ คำนวณทิพย์ General Manager, Universal Music (Thailand)
3. คุณ กฤษณ์ ณ ลำเลียง Managing Director, 2:Spot Communications
4. คุณ ดวงใจ คูห์ศรีวินิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย
5. วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า


กำหนดการจัดสัมมนา CLEA Seminar & Conference
วันที่ 7 มกราคม พ.ศ 2553 ณ. สยาม พารากอน ฮอลล์
ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.00 น
ตารางเวลาดำเนินการ
ภาคเช้า : การสัมมนาภาคธุรกิจ
“โอกาสทางธุรกิจจากภาพลักษณ์ของอัตลักษณ์ตัวการ์ตูนคาแร็คเตอร์และผลงานของนักออกแบบไทย”
08.00 – 08.30 น. : ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมสัมมนา และ สื่อมวลชน
08.30 – 09.00 น. : คุณปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา
กระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดสัมมนา
และทำพิธีเปิดการสัมมนา
09.00 – 11.00 น. : การจัดสัมมนา
11.00 – 11.10 น. : พักรับประทานอาหารว่าง
11.10 – 12.00 น. : ถาม – ตอบ
ภาคบ่าย : การสัมมนาภาคนักออกแบบและการศึกษา
“โอกาสทางธุรกิจจากภาพลักษณ์ของอัตลักษณ์ตัวการ์ตูนคาแร็คเตอร์และผลงานของนักออกแบบไทย”
12.30 – 13.00 น. : ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมสัมมนา
13.00 – 15.00 น. : การจัดสัมมนา
15.00 – 15.30 น. : พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 – 16.00 น. : มูลค่า และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องของ ทรัพย์สินทางปัญญา
โดยท่านอธิบดี ปัจฉิมา ธนสันติ
16.00 – 16.30 น. : ถาม - ตอบ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณ ณภัทร พรหมพฤกษ์
DC Consultants and Marketing Communications Ltd
Amarin Plaza, Level 22, 496-502 Ploenchit Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330
Direct Line: (662) 610 2386 Tel: (662) 610 2364-5 Fax: (662) 610 2345-6
http://www.dcconsultants.co.th




*กิจกรรมงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2553

กระทรวง ศึกษาธิการ ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2553 ในรูปแบบกิจกรรม student center ที่เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์แบบมีสาระการเรียนรู้ แทรกความบันเทิงสนุกสนาน ภายในงานพบกับกิจกรรมและการแสดงต่าง ๆ มากมาย อาทิ การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี 4 ภาค, มายากล, ละครหุ่นมือ, นิทานละคร, โบโซ่ : มาสคอต, ชมคอนเสิร์ตวง K-OTIC และดารารับเชิญที่จะมาร่วมสร้างสีสันความบันเทิงให้กับน้อง ๆ กิจกรรมเกมสร้างสรรค์ เครื่องเล่นสวนสนุก fun park บ้านลมยักษ์ มหัศจรรย์เขาวงกต ปีนผายักษ์ สไลเดอร์ลม และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

- สำหรับไฮไลต์ภายในงานมีนิทรรศการ 3 D เพื่อนำเสนอนโยบายพร้อมแผนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดในเวลา 09.00 น. โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน เข้าชมฟรีตลอดงาน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.สายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ 1579




*ก๊าซรั่ว ขยะสารเคมี และมลพิษในนิคมอุตสาหกรรม !! จะแก้ปัญหากันอย่างไร?

สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกเป็นอย่างไร ...วิกฤตขนาดไหน ต่างประเทศเตรียมรับมือมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมกันอย่างไร โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม กากสารพิษ ประเทศไทยจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้และจะมีวิธีทางป้องกันอย่างไร ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกทุกประเด็นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดย ศ.ดร.เมธี เวชารัตนา คณะวิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวเจอซี่ สหรัฐอเมริกา “ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสิ่งแวดล้อม วัตถุมีพิษ และกากของเสียอันตราย”
คุณสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู กรมควบคุมมลพิษ “บุคคลแรกที่เข้าไปปฏิบัติการตรวจสอบ ควบคุม แก้ไข ระงับหรือฟื้นฟู ทุกพื้นที่ที่เกิดปัญหามลพิษในประเทศไทย”
คุณจิตติมา บ้านสร้าง รองประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553 เวลา 09.30 – 11.30 น. ณ ห้องประชุม 110 ส่วนงานกลาง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/rbd
สนใจลงทะเบียนเข้าฟังล่วงหน้าได้ที่
โทรศัพท์ 0-2564-7000 ต่อ 1461-2
อีเมล์ : thaismc@nstda.or.th

กำหนดการงานเสวนา

09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 – 11.00 น. ดร.นพวรรณ ตันพิพัฒน์ ผู้ดำเนินรายการกล่าวเชิญวิทยากร ทั้ง 3 ท่าน แนะนำประวัติ
ส่วนตัวและเริ่มการเสวนา

11.00 – 11.25 น. ถาม – ตอบ

11.25 – 11.30 น. ผู้ดำเนินรายการ กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้วิทยากรทั้ง 3 ท่าน

11.30 น. ปิดการเสวนา

รายชื่อวิทยากรรับเชิญ
ศ.ดร.เมธี เวชารัตนา คณะวิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวเจอซี่ สหรัฐอเมริกา
จะนำเสนอข้อมูลและบอกเล่าถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันเป็นอย่าง ไร มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตมากน้อยอย่างไร และวิธีการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มลพิษกากของเสียอันตราย โลหะหนัก ก๊าซพิษ รวมถึงแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ
คุณสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู กรมควบคุมมลพิษ
จะนำเสนอข้อมูลสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย และประมวลข้อมูลสถานการณ์และแนวทางในการป้องกันเกี่ยวกับปัญหา กากของเสีย สารอันตราย รวมทั้งบอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เข้าฟังได้ตระหนักและรับรู้ถึงข้อมูลที่เป็นจริง
คุณจิตติมา บ้านสร้าง รองประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะนำเสนอข้อมูลในมุมมองของสื่อสารมวลชนด้านสิ่งแวดล้อม มีมุมมองแนวคิดอย่างไรกับสิ่งแวดล้อม และวิธีการแก้ไขปัญหาของภาครัฐบาล รวมถึงบทบาทการทำงานของนักสื่อสารมวลชนจะมีบทบาทอย่างไรในการแก้ไขปัญหาสิ่ง แวดล้อมของประเทศไทย




*ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประเดิมต้นปีด้วยการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2553

ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) บ้านราชาวดี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด “ของขวัญนี้พี่ให้น้อง” โดยทางธนาคารฯมีเจตนารมณ์ที่จะสานต่อนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวด ล้อม โดยกิจกรรมนี้เป็นหนึ่งใน ยุทธศาสตร์ CSR ด้านสังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งธนาคารฯ ได้มอบเงินสนับสนุน รวมทั้งทุนการศึกษาแก่เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) บ้านราชาวดี พร้อมกันนี้ได้จัดพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าต่อด้วยการแสดงจากเด็กๆ การแสดงโชว์ศิลปะป้องกันตัวจากนักกีฬาสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ประมูลเสื้อเพนต์และกิจกรรมการแสดงบนเวทีอีกมากมายจากนักแสดง อาทิ เป้ย ปานวาด เหมณี และหลุยส์สก็อต

กิจกรรมดังกล่าวนั้น กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2552 ตั้งแต่เวลา 7.00 น. – 13.00 น. ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) บ้านราชาวดี อำเภอปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี โดยกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (นายขรรค์ ประจวบเหมาะ) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงานธนาคารเข้าร่วมงาน




* สสวท. จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระบวนการสืบเสาะหาความรู้”

การ วิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ โดย Dr. David R. Brooks ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ และการศึกษา ประเทศสหรัฐอเมริกา

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยโครงการ GLOBE (Global Learning and Observations to Benefit the Environment) ได้เชิญ Dr. David R. Brooks ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบและการศึกษา จากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้แก่ครูและนักเรียนใน เรื่องการวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry-based Learning Approach) สสวท. จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระบวนการสืบเสาะหาความรู้” ในวันที่ 11 มกราคม 2553 ณ ห้องประชุมนิดา สะเพียรชัย ชั้น 3 อาคาร 15 ปี สสวท. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศผ่านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อแปรผลข้อมูลในการวิเคราะห์คุณภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภูมิอากาศในงานวิจัยของนักเรียนได้

กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
“การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระบวนการสืบเสาะหาความรู้”
วันที่ 11 มกราคม 2553
ณ ห้องประชุมนิดา สะเพียรชัย สสวท.

08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.00 – 09.15 น.เปิดการประชุมฯ โดย รองผู้อำนวยการ สสวท. (ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร)

09.15 – 10.30 น.การวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย Dr. David R. Brooks

10.30 – 10.45 น.พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 – 12.00 น.การติดตามคุณภาพอากาศและสภาพอากาศจากภาพถ่ายท้องฟ้า (Sky Photography) โดย Dr. David R. Brooks

12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 14.30 น.ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพอากาศและการตรวจวัดสภาพอากาศ โดย Dr. David R. Brooks

14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

14.45 – 16.15 น.กิจกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย Dr. David R. Brooks

16.15 – 16.30 น.ปิดการประชุมฯ

หมายเหตุ: กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:25:40 น.  

 
*ขอเชิญคณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจร่วมฟัง การสัมมนาวิชาการ เรื่อง "การประยุกต์การประมาณค่าแบบหดตัวบนแบบจำลอง"

คณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญคณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจร่วมฟัง การสัมมนาวิชาการ เรื่อง "การประยุกต์การประมาณค่าแบบหดตัวบนแบบจำลอง" (Vector Autoregression) เรื่องย่อ :
เรามองความสามารถในการพยากรณ์ของแบบจำลองในลักษณะ Bayesian VAR ที่เหนือกว่าแบบจำลอง VAR ปกติ ว่าเป็นผลมาจากการลดลงของ Variance ในค่าการพยากรณ์ ซึ่งทำให้เราทดลองนำเอาวิธีการประมาณค่ารูปแบบอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ค่า Variance ในค่าพยากรณ์ลดลงเช่นเดียวกันมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลอง VAR หลังจากนั้นเราได้เปรียบเทียบความสามารถในการพยากรณ์ของวิธีการประมาณค่าเหล่านี้กับแบบจำลอง Bayesian, VAR เราพบว่าผลลัพธ์การศึกษาของเราสนับสนุนข้อสมมุติฐานข้างต้น
โดย อ.ภาวิน ศิริประภานุกูล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สิทธิศักดิ์ ลีลหานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2553 เวลา 13.30 – 16.30 น.
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
(ฟรี ! ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
คณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญคณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจ ร่วมฟังการสัมมนาวิชาการ เรื่อง "เศรษฐศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด" โดย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ นักวิชาการอิสระ
ดำเนินรายการโดย อ.ดร.ประชา คุณธรรมดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 เวลา 13.30 – 16.30 น.
ห้องประชุมหลวงดำริอิสรานุวรรต ชั้น 5 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
(ฟรี ! ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
http://ww3.econ.tu.ac.th/seminar

http://ww3.econ.tu.ac.th/seminar




*เสวนาวิชาการเรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็ง : ทิศทางเศรษฐกิจไทยปีเสือ

มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย ขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วม พิธีเปิดงานประชุมวิชาการ UTCC Academic Week ฟังการเสวนาวิชาการเรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็ง : ทิศทางเศรษฐกิจไทยปีเสือ และฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Why Global Markets Have Failed To Reduce Inequality” โดย Prof. Eric Stark Maskin ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2007
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ อาคาร 10 ชั้น 2 ห้องประชุม 10201 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
บริษัท เดอะ เวย์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด Tel : 02-512-5036 Fax : 02-512-5037

กำหนดการเปิดงาน

08.30 – 09.00 น.ลงทะเบียน

09.00 – 09.15 น.พิธีเปิด

09.15 – 11.00 น.การเสวนาวิชาการ
เรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็ง : ทิศทางเศรษฐกิจไทยปีเสือ”
โดย
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส
โฆษกกระทรวงการคลัง
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร. วิมุต วานิชเจริญธรรม
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ดร. กฤษฎา แพทย์หลวง
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ( ผู้ดำเนินรายการและผู้ร่วมเสวนา )

14.00 – 16.00 น.
การปาฐกถาพิเศษ ( บรรยายภาษาอังกฤษ )
เรื่อง “ Why Global Markets Have Failed To Reduce Inequality”
โดย
Prof. ERIC S. MASKIN
2007 NOBEL LAUREATE FOR ECONOMICS
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2007




*ขอเรียนเชิญร่วมปาร์ตี้เพื่อสุขภาพ "เปิดมิติของทางเลือกใหม่ ในการดูแลรักษาโรคและแก้ไขที่ต้นเหตุ "

ศูนย์ การแพทย์บูรณาการ แอ็บโซลูท เฮลธ์ ขอเรียนเชิญร่วมปาร์ตี้เพื่อสุขภาพ "เปิดมิติของทางเลือกใหม่ ในการดูแลรักษาโรคและแก้ไขที่ต้นเหตุ "

บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแนวใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคก่อนที่จะเจ็บป่วย รวมถึงผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆแล้วรักษาไม่หายขาด เบื่อกับการทานยาอย่างต่อเนื่อง มาร่วมหาทางออกและค้นหาแนวทางแก้ไข โดย นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์บูรณาการ
เรื่อง ออแกโนเพบไทด์ หรือ เซลล์บำบัด รักษาโรคได้อย่างไร
เรื่อง คีเลชั่น Chelation การกำจัดสารพิษทางหลอดเลือด
วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น.
ณ ห้องอันดามัน ชั้น 6 โรงแรมซินิท สุขุมวิท ซอย 3
กรุณาโทรสำรองที่นั่งเพื่อสัมมนาได้ที่ แผนกการตลาด โทร 0 – 26509616 แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร 0 – 26515988
รับจำนวนจำกัด




*เสวนา เรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010"

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จะจัดเสวนา เรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010"
ในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 - 17.00 น.

ณ โรงละครชั้น 16 อาคาร ดร.เจริญ คันธวงศ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
เพื่อเป็นการให้บริการข้อมูลความรู้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปให้สามารถรับมือกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก หลังวิกฤติซับไพร์มและผลกระทบต่อประเทศไทย" โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการบริษัท แอ๊ดวานซ์อะโกร จำกัด และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
แถลงผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง "คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2010" โดย ผศ.สุนิศา ประวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล์)
เสวนา เรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010" โดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ (กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)), ดร.สมชัย จิตสุชน (ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาเศษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), ดร.ปรเมธี วิมลศิริ (รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ดำเนินการเสวนา โดย ดร.ชัยพัฒน์ สหัสกุล (ประธานกรรมการนโยบายวิจัย มหาวิทยากรุงเทพ)
** รายละเอียดโครงการเสวนา + กำหนดการ + แบบตอบรับ + แผนที่ ตาม file ที่แนบมานี้ ** เข้าฟังเสวนาฟรี ... ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ผู้ประกอบการท่านใดสนใจ สำรองที่นั่งโดยส่งใบตอบรับกลับไปที่ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ทาง Fax.02-350-3667 หรือ E-mail: bangkokpoll@bu.ac.th ภายในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ อ.กิตติศักดิ์, อ.อารีรัตน์ Tel.02-350-3676 ต่อ 1770, 1772

ฝ่ายส่งเสริมการค้าและธุรกิจแฟชั่น
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย
(TGMA)




*งาน “**Thai-BISPA Day**

สมาคม หน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Business Incubators and Science & Technology Parks Association หรือ Thai-BISPA)” ศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศใน การพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจใหม่ให้เกิดขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันในระดับสากล จะจัด*งาน “**Thai-BISPA Day**ครบรอบ **1 **ปี สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย” เพื่อฉลองการจัดตั้งสมาคมครบ **1 **ปี*
โดยรูปแบบการจัดงานจะเป็นการนำเสนอผลงานและเล่าประสบการณ์ความสำเร็จของผู้ ประกอบการใหม่ทางด้านธุรกิจเทคโนโลยีและนักวิจัยจากสมาชิกของสมาคมฯ รวมกว่า 40 ผลงานที่พร้อมจะนำผลงานไปร่วมลงทุนหรือทำธุรกิจในเชิงพาณิชย์ อาทิ ชุดตรวจการแพ้ยาของสุนัข ผ้ายืดเคลือบซิลิโคนเจลรักษาแผลเป็น อิฐมวลเบา และพาสต้าข้าวเจ้า
นอกจากนิทรรศการแสดงผลงานของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการบ่ม เพาะธุรกิจแล้ว ยังมีการบรรยายพิเศษโดยวิทยากรจากต่างประเทศในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการบ่ม เพาะธุรกิจ การบริหารจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์โดยจุดเด่นของงานจะ เน้นที่การเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุนและนักวิจัยเพื่อให้เกิดการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป
ทั้งนี้ งาน “Thai-BISPA Day” จะมีขึ้นใน วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมอโนมา ชั้น 2 กรุงเทพฯ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:26:11 น.  

 
*ขอเชิญสื่อมวลชนทุกท่านร่วมงานเสวนาหัวข้อก๊าซรั่ว ขยะสารเคมี และมลพิษในนิคมอุตสาหกรรม !! จะแก้ปัญหากันอย่างไร?

โครงการสมองไหลกลับ ร่วมกับ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ขอเชิญสื่อมวลชนทุกท่านร่วมงานเสวนาหัวข้อ
ก๊าซรั่ว ขยะสารเคมี และมลพิษในนิคมอุตสาหกรรม !! จะแก้ปัญหากันอย่างไร?
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกเป็นอย่างไร ...วิกฤตขนาดไหน ต่างประเทศเตรียมรับมือมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมกันอย่างไร โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม กากสารพิษ ประเทศไทยจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้และจะมีวิธีทางป้องกันอย่างไร ร่วมวิเคราะห์เจาะลึกทุกประเด็นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดย ศ.ดร.เมธี เวชารัตนา คณะวิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวเจอซี่ สหรัฐอเมริกา “ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสิ่งแวดล้อม วัตถุมีพิษ และกากของเสียอันตราย”
คุณสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู กรมควบคุมมลพิษ “บุคคลแรกที่เข้าไปปฏิบัติการตรวจสอบ ควบคุม แก้ไข ระงับหรือฟื้นฟู ทุกพื้นที่ที่เกิดปัญหามลพิษในประเทศไทย”
คุณจิตติมา บ้านสร้าง รองประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553 เวลา 09.30 – 11.30 น.
ณ ห้องประชุม 110 ส่วนงานกลาง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/rbd
รบกวนสื่อมวลชนที่สนใจลงทะเบียนเข้าฟังล่วงหน้าได้ที่
โทรศัพท์ 0-2564-7000 ต่อ 1461-2
อีเมล์ : thaismc@nstda.or.th

กำหนดการงานเสวนา

09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 – 11.00 น. ดร.นพวรรณ ตันพิพัฒน์ ผู้ดำเนินรายการกล่าวเชิญวิทยากร ทั้ง 3 ท่าน แนะนำประวัติ
ส่วนตัวและเริ่มการเสวนา

11.00 – 11.25 น. ถาม – ตอบ

11.25 – 11.30 น. ผู้ดำเนินรายการ กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้วิทยากรทั้ง 3 ท่าน

11.30 น. ปิดการเสวนา

รายชื่อวิทยากรรับเชิญ
ศ.ดร.เมธี เวชารัตนา คณะวิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวเจอซี่ สหรัฐอเมริกา
จะนำเสนอข้อมูลและบอกเล่าถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันเป็นอย่าง ไร มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตมากน้อยอย่างไร และวิธีการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มลพิษกากของเสียอันตราย โลหะหนัก ก๊าซพิษ รวมถึงแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ
คุณสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู กรมควบคุมมลพิษ
จะนำเสนอข้อมูลสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย และประมวลข้อมูลสถานการณ์และแนวทางในการป้องกันเกี่ยวกับปัญหา กากของเสีย สารอันตราย รวมทั้งบอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เข้าฟังได้ตระหนักและรับรู้ถึงข้อมูลที่เป็นจริง
คุณจิตติมา บ้านสร้าง รองประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะนำเสนอข้อมูลในมุมมองของสื่อสารมวลชนด้านสิ่งแวดล้อม มีมุมมองแนวคิดอย่างไรกับสิ่งแวดล้อม และวิธีการแก้ไขปัญหาของภาครัฐบาล รวมถึงบทบาทการทำงานของนักสื่อสารมวลชนจะมีบทบาทอย่างไรในการแก้ไขปัญหาสิ่ง แวดล้อมของประเทศไทย




*“เมื่อ เสรีไทย ธรรมศาสตร์ – จุฬาอาสาศึก ๒๔๘๘”

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ กองทุนเสรีไทย

ชมรมโดมรวมใจ และ ชมรมเพื่อนจุฬาฯ

ในวาระเข้าสู่การครบรอบ ๖๕ ปี สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒

ขอเชิญผู้สนใจทั่วไปฟังการเสวนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประวัติศาสตร์ หัวข้อ

“เมื่อ เสรีไทย ธรรมศาสตร์ – จุฬาอาสาศึก ๒๔๘๘”

วิทยากร ร.ต.ปราโมทย์ สูตะบุตร เสรีไทยสายจุฬาฯ

นายอุทัย สุจริตกุล เสรีไทยภายในประเทศ

นายบุญชู โรหิตะสุข เสรีไทยสายธรรมศาสตร์-จุฬาฯ

นายสุวรรณ ดาราวงษ์ เสรีไทยสายธรรมศาสตร์-จุฬาฯ

นายศุขปรีดา พนมยงค์ ทายาทเสรีไทย

ดำเนินรายการโดย สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย

ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดย นักกิจกรรมเดือนตุลา ธรรมศาสตร์-จุฬา

เวลา ๑๒.๐๐ น. เชิญรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน (ห้องโถงชั้น ๒)

เวลา ๑๓.๐๐ น. ลงทะเบียน

เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น. เสวนา-แลกเปลี่ยนประสบการณ์

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓

ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ ถนนสุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒-๓๘๑๓๘๖๐-๑

Email : banomyong_inst@yahoo.com, Website : http://www.pridiinstitute.com


Pridi Banomyong Institute
65/1 Thonglor, Sukhumvit 55 Rd., Vadhana, Bangkok 10110 Thailand
Tel : (66) 2381-3860-1 Fax : (66) 2381-3859
email : banomyong_inst@yahoo.com
website : http://www.pridiinstitute.com




*ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงาน WebPresso (จิบกาแฟคนทำเว็บ)

หัวข้อ "Location-based service ต่อยอดความคิดสู่เว็บยุคใหม่"
กระแสของ Location-based service (LBS) กำลังมาแรงสุดๆ เมื่อกลางปีที่แล้ว O'Reilly ได้จัดงานสัมมนา Where 2.0 ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก พอช่วงปลายปี Twitter ก็เข้าซื้อ Mixer Labs ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยี GeoAPI และในช่วงนี้เหล่า Geek ชาวไทยก็กำลังแห่เข้าไปเล่น foursquare ซึ่งถูกคาดหวังว่าอาจเป็น The Next Twitter นี่คือปรากฎการณ์ครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ยุค 2.0 และอาจส่งผลกระทบถึงธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในอนาคตได้!
LBS คือการให้บริการข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยผนวกความสามารถการรู้ตำแหน่งพิกัดของผู้ใช้ลงไปด้วย ทำให้เกิดบริการขึ้นหลายประเภท เช่น โฆษณาทาง SMS ที่ถูกส่งถึงผู้ใช้เมื่อเดินเข้าห้างสรรพสินค้า บริการค้นหาร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ หรือบริการแสดงตำแหน่งปัจจุบันของเพื่อนบนแผนที่ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ LBS กำลังก้าวเข้ามาสู่โลก Social Media แล้ว
ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณไปทานอาหารที่ร้านย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เมื่อเดินเข้าไปในร้านแล้วคุณก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่มี GPS ขึ้นมาดู โทรศัพท์ของคุณบอกได้ว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ร้านอะไร และยังให้ข้อมูลว่ามีใครเคยมากินที่ร้านนี้แล้วบ้าง แต่ละคนมีความเห็นต่อรสชาติอาหารและบริการของร้านอย่างไร หลังจากที่คุณทานอาหารเสร็จแล้ว คุณสามารถเขียนคอมเมนต์ของคุณที่มีต่อร้านลงในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้คนอื่นๆ เข้ามาอ่านภายหลังได้ด้วย
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้ LBS ในวงการ Social Media ยังมีอีกหลากหลายไอเดียที่รอการค้นพบ เราจึงขอเชิญคุณมาร่วมเสวนาในงาน WebPresso (จิบกาแฟคนทำเว็บ) หัวข้อ "Location-based service ต่อยอดความคิดสู่เว็บยุคใหม่" ร่วมกับ
คุณณัฐชัย อึ้งศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ครีเอ้ จำกัด และผู้พัฒนาเว็บไซต์ Location-based social network รายแรกๆ ของไทย http://www.pg.in.th
คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บริหาร http://www.tarad.com หนึ่งในผู้ที่จุดกระแสการใช้งาน foursquare ในไทย (อ่านได้ที่บล็อก http://www.pawoot.com)
ร่วมเสวนาในประเด็นต่างๆ เช่น
- จะนำ LBS มาต่อยอดการทำเว็บได้อย่างไร
- ไอเดียการนำ LBS มาสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่
- นักพัฒนาเว็บจะต้องรู้อะไรบ้างเมื่อต้องการสร้าง LBS
- และประเด็นอื่นๆ ที่คุณสนใจ

วันและเวลา:
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 เวลา 13.00 - 17.00 น.
สถานที่:
ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารกสิกรไทย จามจุรีสแควร์ ชั้น 2

ดู จิบกาแฟคนทำเว็บ ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

รูปแบบการจัดงาน:
- เฉพาะสมาชิกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเท่านั้น
สมัครสมาชิกองค์กรปีละ 3,500 บาท สมาชิกบุคคลเพียงปีละ 200 บาท
สามารถร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บได้ฟรีตลอดปี และรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ มากมาย
สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บฟรีทุกเดือน
สิทธิ์ในการรับโควต้าเข้าร่วมงานสัมมนาทางไอทีที่จัดโดยพันธมิตรของสมาคมฯ เช่น WordCamp Bangkok
รับส่วนลดสำหรับเข้าร่วมงานสัมมนาทางไอทีที่จัดโดยพันธมิตรของสมาคมฯ เช่น REMIX
สิทธิ์ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารถึงสมาชิกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
พิเศษสุด! รับความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนผลักดันวงการเว็บไทยให้ก้าวหน้าต่อไป
ศึกษารายละเอียดการสมัครสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกไว้ก่อนหรือสมัครที่หน้างานเลยก็ได้


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:26:40 น.  

 
*ภาพยนตร์โปรแกรมพิเศษ ! SPECIAL MOVIE PROGRAM !

วันเสาร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓

2010 JANUARY ,SATURDAY 16

เวลา ๑๗.๓๕ น. /TIME 5.35 P.M.

WHERE THE WILD THINGS ARE 2009 ENGLISH DUBBED /THAI SUBTITLE color 109 minutes

BASED ON THE NOVEL BY: MAURICE SENDAK

STARRING : MAX RECORDS / PEPITA EMMERICHS /

MARK RUFFALO /FOREST WHITAKER / CHRIS COOPER and JAMES GANDOLFINI

DIRECTED : SPIKE JONZE

SCREENPLAY : SPIKE JONZE and DAVE EGGERS

CINEMATOGRAPHY : LANCE ACORD A.S.C.

PRODUCTION DESIGNER : K.K. BARRETT

COSTUME DESIGNER : CASEY STORM

ORIGINAL MUSIC : CARTER BURWELL

Pridi Banomyong Institute
65/1 Thonglor, Sukhumvit 55 Rd., Vadhana, Bangkok 10110 Thailand
Tel : (66) 2381-3860-1 Fax : (66) 2381-3859
email : banomyong_inst@yahoo.com
website : http://www.pridiinstitute.com




*ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง "จากของเสียสู่พลังงานทดแทน"

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น.

ณ ห้องประชุมชั้น 2 ตึก 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หัวข้อการบรรยาย

- ของเสียเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างไร

โดย ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน

- นโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนจากของเสีย

โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

การอภิปรายเรื่องงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงาน

- การผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย
โดย รศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์

- การผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะ

โดย ผศ.ดร.พิชญ รัชฏาวงศ์

- การแปรรูปของเสียเป็นพลั้งงานด้วยกระบวนการทางความร้อน

โดย ผศ.ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล

ดำเนินรายการโดย ดร.เบญพร บุญชยาอนันต์

ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สนใจเข้าร่วมฟังสำรองที่นั่งได้ที่ 02-218-6304, 02-218-6308, 02-218-6344




*ศิลปะบำบัด ด่วน!! จำนวนจำกัด

ช่วงเวลาที่จัด

ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2553

บริจาคร่วมกิจกรรม

บุคคลทั่วไป 3,300 (จำนวน 17 ท่าน) นักพัฒนา 2,800 (จำนวน 3 ท่าน) ค่าใช้จ่ายนี้ได้รวมค่าอุปกรณ์ และอาหารว่างไว้ด้วยแล้ว

จำนวนรับสมัคร

20 ท่าน

สถานที่จัด

เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ แผนที่

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
จงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ สาวิตรี กำไรเงิน
โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6 e-mail: semsikkha_ram@yahoo.com

เกริ่นนำ

ด้วยชีวิตและสภาพสังคมที่เร่งรีบ ทำให้เราแทบไม่มีเวลาหยุดนิ่งเพื่อทบทวนถึงสิ่งที่กระทบรบกวนร่างกายและจิตใจของเรา ปมปัญหาหรือความทุกข์ใจจึงถูกสะสมอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณ จนบางครั้งเราอาจจะหลงลืมหรือบางทีเราก็พยายามทำให้ชีวิตมันดูวุ่นวายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงและสะสางปมปัญหาเหล่านั้น และเมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่เป็นทางตันเราก็พบว่าปัญหานั้นมาอาจจะสายเกินกว่าที่เราจะแก้ไขหรือเยียวยา
ศิลปะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ร่างกายและจิตวิญญาณได้ทำงานร่วมกันอย่างผสานกลมกลืน การทำงานศิลปะโดยให้ร่างกายได้เคลื่อนไปตามหัวใจต้องการ(ใจนำกาย) เมื่อลงมือทำโดยไม่ผ่านกระบวนการคิด ผลงานศิลปะที่แสดงออกมานั้นอาจบ่งบอกถึงสภาพจิตใจ บุคลิก พฤติกรรม หรือปมปัญหาที่ค้างคาใจ ความทุกข์ที่ตกตะกอนนอนนิ่งอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของเราก็เป็นไปได้
ถ้าเรามองศิลปะเป็นเรื่องของวิธีการและกระบวนการหนึ่งเพื่อการพัฒนาจิตใจ สติ สมาธิ สรรสร้างความสุขและบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ หรือเยียวยาความเจ็บปวดทางกายและใจ เราสามารถเลือกกลวิธีทางศิลปะได้หลากหลาย สิ่งสำคัญอยู่ที่การปล่อยให้ใจและมือนำพาการสร้างสรรค์ไป ใช้การคิดวางแผนให้น้อย และในขณะสร้างสรรค์งานหมั่นสำรวจใจว่า รู้สึกอย่างไร งานนั้นกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราเอง
ให้งานศิลปะ การวาดรูป งานปั้น การเคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี และการชมภาพยนตร์ มาช่วยสะท้อนให้เราได้เห็นตัวตนและปมปัญหา เพื่อที่เราจะได้เยียวยาและพัฒนาจิตใจ ให้ศิลปะเป็นสื่อช่วยนำพาให้เราเข้าใจและเข้าถึงตัวตนของเรา

กระบวนการ

เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจผ่านการทำศิลปะในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความเป็นเพื่อนมิตรให้เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนรู้

วิทยากร

พญ.พัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง และคณะทำงานจากศูนย์ศิลปะฮิวแมน




*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา"1-2-3 CRM TRAINING : 3 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จของระบบงาน CRM"

วันพฤหัสที่ 21 มกราคม 2552 เวลา 09:30 - 17:00 น.
ณ ศูนย์การศึกษาสาทรธานี มหาวิยาลัยรังสิต ห้อง 808
(สถานี BTS ช่องนนทรี)

ฟรี อบรม 1-2-3 CRM: 3 ขั้นตอนสู่การใช้งานระบบ CRM System อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Ai-CRM บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม ยินดีนำเสนอการอบรมอย่างเข้มข้นในหัวข้อ CRM โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการบริหารการตลาด, การขายและการบริการด้วย CRM (Customer Relationship Management) จนถึงการนำมาประยุกต์ใช้จริงในองค์กร
นอกเหนือจากนั้น ยังเพิ่มเติมในส่วนของความรู้ความเข้าใจของระบบงาน Ai-CRM System ให้กับผู้เข้าอบรม
โดยระบบ Ai-CRM System เป็น Software Package CRM ที่มีประสิทธิภาพ ง่ายต่อการใช้งาน และปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ รวมถึงยกตัวอย่าง Case Study ขององค์กรที่มีการใช้งานระบบ เพื่อให้ผู้เข้าอบรม สามารถนำไปใช้งานได้จริง และเริ่มใช้งานได้ทันทีภายใน 3 วัน ไม่ทำให้การมองหาและใช้งานระบบ CRM เป็นเรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน จะได้รับ User Account ในการใช้งานระบบ Ai-CRM System Version SaaS (ใช้งานผ่าน Internet) ฟรี ทุกท่าน

เนื้อหาการอบรม
- CRM คืออะไร?
- ทำไมจึงต้องนำ CRM มาใช้ในองค์กร และประโยชน์ของ CRM?
- CRM System เข้ามาช่วยงานในองค์กรได้อย่างไร?
- CRM Process - Step-By-Step 1-2-3 CRM สำหรับการใช้งาน Ai-CRM System
- การลงทะเบียนใช้งานระบบ Ai-CRM System
- การใช้งานระบบบริหารการตลาด (Marketing Automation) + การบริหาร Leads (ลูกค้าเป้าหมาย) + การเก็บข้อมูล Leads อย่างเป็นระบบ + การบริหารการทำ Telesales และติดตามผล - การใช้งานระบบบริหารการขาย (Salesforce Automation) + การเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้าจริง + การสร้างและบริหารโอกาสในการขาย + การสรุปยอดขายที่ได้ของทีมขาย และรูปแบบการติดตามผลการขาย
- การใช้งานระบบบริหารการบริการหลังการขาย (Services Automation) + การบริหารข้อมูลการติดต่อจากลูกค้า (เคลม,ติชม,ข้อแนะนำ) + การพัฒนารูปแบบการให้บริการหลังการขายด้วย Knowledge Management - การใช้งานระบบรายงานและกราฟ (Dashboard & Report) + การวิเคราะห์และสร้างรายงานสรุปการทำงาน + การบริหารภาพรวมของทีมผู้บริหาร + วิธีการสร้างรายงานการติดตามผลอย่างใช้งานได้จริง
- Case Study สำหรับตัวอย่างขององค์กรที่ใช้งานจริง
- สรุปเนื้อหาการอบรมและโปรโมชั่นสำหรับผู้เข้าอบรม

*** ในงานอบรม ทางบริษัทจะเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประกอบการอบรม ให้กับทุกท่านครับ ไม่จำเป็นต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์มาเอง
วิทยากร :
อาจารย์ เกรียงไกร สุทธินราธร
- กรรมการบริหาร บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม จำกัด
- ที่ปรึกษาด้านระบบ ERP System และระบบ CRM System สำหรับองค์กรชั้นนำที่ได้ทำการวางระบบสารสนเทศต่างๆ ให้กับหลากหลายองค์กร อาทิ บริษัท ฟอร์ไมก้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเชียบุ๊คส์ จำกัด, บริษัท ควินตัสอินดัสตรี จำกัด, บริษัท เจ้าคุณเกษตรพืชผล จำกัด, บริษัท สตาร์มาร์ค จำกัด, บริษํท เอ็มเอ็ม ลอจิสติกส์ จำกัด, บริษัท ซันแอร์โรว์ ซิติ้ จำกัด(ผู้ผลิตปุ่มมือถือแบรนด์อันดับหนึ่ง), บริษัท เอ็นโด ไลท์ติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน, บริษัท วัตสันไวแอต (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ปัญญาคอนซัลแทนท์ จำกัด และอีกหลากหลายองค์กร
วิทยากรรับเชิญในการให้ความรู้ด้าน Information Technology ในงานสัมนาชั้นนำ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท เอ ไอ ซิสเต็ม จำกัด
คุณเกรียงไกร สุทธินราธร
โทรศัพท์ : 0-2637-1142 (-3)
Email : kriengkrai@aisyst.com
Website : http://www.aisystem.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:27:15 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา"อุตสาหกรรมก้าวไกล คลัสเตอร์ไทยร่วมมือ"

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"อุตสาหกรรมก้าวไกล คลัสเตอร์ไทยร่วมมือ"

วันอังคารที่ 26 มกราคม 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น.
ณ ห้อง Salon B โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด
ถ.รัชดาภิเษกตัดใหม่ กรุงเทพฯ

วิทยากร :

1. รศ.ชัยยศ สันติวงษ์ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2. คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
3. กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง: ดร.ชโย ตรังอดิศัยกุล/ คุณบุญหาญ อู่อุดมยิ่ง
4. กลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง: คุณธวัฒน์ จิว/ คุณปรานี คุรุเวฬกรณ์
5. กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์: คุณวงกต ตั้งสืบกุล/ คุณมณเฑียร อมรเลิศวิมาน


ดาวน์โหลดเอกสาร : http://ftilogistics.org
กรุณา ส่งแบบตอบรับไปยัง คุณจันทิมา สุวรรณโรจน์ สถาบัน SMI สภาอุตสาหกรรมฯ โทรสาร 0 2345 1108 หรือ อีเมล์ chanthimas@off.fti.or.th ภายในวันพุธที่ 20 มกราคม 2553

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
คุณสรกมล ซาพิมพ์
โทรศัพท์ 023451059
Email : lcb_2551@hotmail.com, sorakamols@off.fti.ro.th

กลุ่ม: ผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม

วันที่: 26/1/2553

เวลา: 8:30-16:30

สถานที่จัด: โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด

ที่อยู่ของสถานที่จัด: เลขที่ 204 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กทม.10320

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0-2694-2222

ห้อง-ชั้น: ห้อง Salon B




*ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงาน “ตลาดนัดผู้ลงทุนไทย (Thai Investors' Day)”

สมาคม ส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงาน “ตลาดนัดผู้ลงทุนไทย (Thai Investors' Day)” วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 เวลา 9.00 -17.30 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 ตามกำหนดการดังนี้

9.00 - 12.00 น. สัมมนา " ทำนายทายทักอนาคตเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในปีขาล"
โดย คุณมงคล พ่วงเภตรา
ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์
บมจ.หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป

13.00 - 13.30 น. ปฐกถา “แนวโน้มเศรษฐกิจและหุ้นไทย ปี53
โดย ฯพณฯ กรณ์ จาติกวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

13.30 - 15.15 น. สัมมนา“หุ้นเด่นน้องใหม่ SET- mai”
โดย ผ.ศ. ดร. เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
กรรมการ
บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์
คุณเกียรติชัย มนต์เสรีนุสรณ์
กรรมการผู้จัดการ
บมจ. เกียรติธนา ขนส่ง
คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ
กรรมการผู้อำนวยการ
บมจ.เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น
ดำเนินรายการโดย ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

15.30 - 17.30 น. สัมมนา “แนวโน้มหุ้นและยุทธศาสตร์ลงทุน ปี53”
โดย ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บมจ.หลักทรัพย์เอเซียพลัส
ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
กรรมการผู้จัดการ
บมจ.หลักทรัพย์ ภัทร
คุณ มนตรี ศรไพศาล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บมจ.หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย




*พิธีเปิดงานประชุมวิชาการ UTCC Academic Week

มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย ขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วม พิธีเปิดงานประชุมวิชาการ UTCC Academic Week ฟังการเสวนาวิชาการเรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็ง : ทิศทางเศรษฐกิจไทยปีเสือ และฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Why Global Markets Have Failed To Reduce Inequality” โดย Prof. Eric Stark Maskin ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2007
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ อาคาร 10 ชั้น 2 ห้องประชุม 10201 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
บริษัท เดอะ เวย์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด Tel : 02-512-5036 Fax : 02-512-5037

กำหนดการเปิดงาน

08.30 – 09.00 น.ลงทะเบียน

09.00 – 09.15 น.พิธีเปิด

09.15 – 11.00 น.การเสวนาวิชาการ
เรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็ง : ทิศทางเศรษฐกิจไทยปีเสือ”
โดย
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส
โฆษกกระทรวงการคลัง
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร. วิมุต วานิชเจริญธรรม
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ดร. กฤษฎา แพทย์หลวง
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ( ผู้ดำเนินรายการและผู้ร่วมเสวนา )

14.00 – 16.00 น.
การปาฐกถาพิเศษ ( บรรยายภาษาอังกฤษ )
เรื่อง “ Why Global Markets Have Failed To Reduce Inequality”
โดย
Prof. ERIC S. MASKIN
2007 NOBEL LAUREATE FOR ECONOMICS
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2007




*ขอ เชิญร่วมงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ครบรอบ 5 ปี

โดยภายในงานมีการจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายสักการะพระรูปกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พิธีมอบโล่และเกียรติบัตรแก่ข้าราชการและลูกจ้างดีเด่น มอบเกียรติบัตรแก่ผู้แต่งกายผ้าไทย มอบโล่แก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย มอบโล่ให้นักวิจัยดีเด่น นักวิจัยหน้าใหม่ และหน่วยงานวิจัยดีเด่น และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 7.00 - 11.00 น. ณ หอประชุม D-Hall คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร (เทเวศร์)

ประสานงาน : ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ บริษัท โอเค แมสจำกัด
คุณธนพร สุขมี (แหม่ม) โทร.0-2618-7780-4 ต่อ 105
คุณปัจฉิมา พรมวงษ์ (นิก) โทร.0-2618-7781-4 ต่อ 109


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:27:46 น.  

 
*สัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ "เทคโนโลยี และ มาตรฐานการตรวจสอบ และ ป้องกันการทุจริต"

ชมรมตรวจสอบ และ ป้องกันการทุจริต ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย จัดสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ "เทคโนโลยี และ มาตรฐานการตรวจสอบ และ ป้องกันการทุจริต" (Standard practices for Fraud Risk Management and Technology)
เพื่อ เผยแพร่ความรู้ และ แลกเปลี่ยนประสบการวิชาชีพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทางด้านหน่วยงานตรวจสอบ ควบคุมป้องกันการทุจริต ฝ่ายเทคโนโลยี ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบุคคล สถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ นักวิชาการ และ ผู้สนใจ

วันที่ 21 มกราคม 2553 ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต

ช่วงเช้าเปิดลงทะเบียน 8.30 – 9.00
9.45-10.45 สัมมนาเรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Data security Standard Practices)
10.45-12.00 อภิปรายเป็นคณะเรื่อง "มาตราการของภาครัฐและเอกชนต่อกรณีทุจริตทีเกิดขึ้นในประเทศไทย"
ช่วงบ่ายมีสัมมนากลุ่มย่อย 2 ช่วง แยก 6 กลุ่ม รวม 12 หัวเรื่อง ดังนี้
13.30-15.00

กลุ่ม 1 ธุรกิจเช่าซื้อ
กลุ่ม 2 การตรวจสอบ และป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย SME และการประกันภัย
กลุ่ม3 การตรวจสอบ และป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับธุรกิจบัตรเครดิตและเอทีเอ็ม
กลุ่ม4 การตรวจสอบ และป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อย และ สินเชื่อบุคคล
กลุ่ม5 การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับ ธนาคารทางอินเตอร์เน็ต และ ทางโทรศัพท์ และ ธุรกิจการค้าต่างประเทศ
กลุ่ม 6 การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการป้องกันข้อมูลสูญหาย

15.15 – 17.00
กลุ่ม 1 การตรวจพิสูจน์ลายมือลายเซ็น
กลุ่ม 2 เทคโนโลยีสำหรับการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต (Fraud Technology)
กลุ่ม 3 กลยุทธ์การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตของสาขาธนาคาร
กลุ่ม 4 การ ทุจริตและการจัดทำ หรือตบแต่งบัญชี และงบการเงินอันเป็นเท็จ การทุจริตที่เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ เช่น การปั่นหุ้นสร้างราคา โดยการใช้ข้อมูลภายในหรือข่าวลือต่างๆ
กลุ่ม 5 มาตราการตรวจสอบกรณีทุจริตทางคอมพิวเตอร์
กลุ่ม 6 การทำทุจริตต่อสถาบันการเงิน – การตรวจสอบและการป้องกันการทุจริตออนไลน์




*ยูเนสโกเชิญชมศิลปะ

องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กรุงเทพฯ ร่วมกับองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) จัดนิทรรศการงานศิลปะเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมคนทำงานศิลปะรุ่นใหม่และพัฒนาด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอผลงานภาพวาดสีน้ำมัน และประติมากรรม ของมรกต นาคสินธุ์ ในหัวข้อเรื่อง "สันติภาพในจิตใจ" (Peace of Mine) เพื่อสื่อถึงความสำคัญของศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น และความหมายอันลึกซึ้งของความสงบนิ่ง จัดแสดงถึงวันที่ 8 ก.พ. จากนั้นนิทรรศการครั้งที่ 2 จะนำเสนอผลงานนิทรรศการคู่ของ นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส และ สุเมษ พัดเอี่ยม นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยศิลปากร ดาวรุ่งในวงการศิลปะไทย ผลงานของทั้งสองถ่ายทอดให้เป็นบทกลอน แสดงให้เห็นถึงความสละสลวย และธรรมชาติของศิลปะไทย และเพื่อให้ผู้ได้ชมเกิดจินตนาการยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ถึงวันที่ 8 พ.ค. 2552 ที่องค์การยูเนสโก กรุงเทพ อาคาร ๑๐๐ ปี หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ถสุขุมวิท ชมฟรี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ที่สนใจแสดงงาน หรือข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อได้ที่กมลรัตน์ ชยามฤต โทร 02 391 0577 ต่อ 207




*Bangkok InDesign User Group

InDesignWorld 0110 : Key to Success for Publishing
Sat, February 20, 2010, 12:00 PM
Bangkok Centre Hotel
Rama 4 Road
Bangrak, Bangkok 10100
Thailand

Directions to this event
Invite a friend to this event.

Log in to register for this meeting.Not a member? Click here to become a member.

Meeting details
=========================
Meeting Details
=========================
This is a first meeting of the year 2010. We'll spend half day for talking about tips, tricks, and techniques for getting the most out of Adobe InDesign. To understand the technology correctly in print. Ready to prepare for action consistent with the ePub & e-Magazine. You'll learn some of the most important layout techniques at this event

=========================
Agenda
=========================
12.30 : REGISTER
13.00 : Publishing Workflow by Supree Thongpetch
Learn to effectively manage the page planning phase in InDesign harvesting the benefits of enterprise publishing system. Save time with third-party from Woodwing.

15.00 : Coffee Break

15.30 : InDesign for Publishing by Kajorn Bhirakit
Learn how to import and manage their text and graphics—from the fastest way to apply styles to the most efficient way to control transparency and linked images. Explore tricks for working with long documents, anchoring images to text, and formatting type for working completely with Thai language.

16.30 : Discussion and prize raffle




*งานสัปดาห์วิชาการ “เอกซเรย์ 2010”

สาขาวิชารังสีวินิจฉัย ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป
ร่วมงานสัปดาห์วิชาการ “เอกซเรย์ 2010” ระหว่างวันที่ 25 - 29 มกราคม 2553 ณ โถงอาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 1
รพ.ศิริราช เพื่อเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางภาพการแพทย์ที่ทันสมัย ส่งเสริมความรู้ด้านเอกซเรย์กับการวินิจฉัยโรคต่างๆ
คลิกรายละเอียด>>>

และ ระหว่างวันที่ 28 - 29 มกราคม 2553 ณ ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ ชั้น 7 มีการบรรยายทางวิชาการ “Stroke Imaging
and Intervention” เพื่อเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าทางรังสีวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษาระบบประสาทในผู้ป่วยสมองขาดเลือดให้แก่
รังสีแพทย์ อายุรแพทย์ระบบประสาท และศัลยแพทย์ระบบประสาท คลิกรายละเอียด>>>




*ขอเชิญนักศึกษาปริญญาโท-เอก แพทย์ประจำบ้านและผู้สนใจสมัครเข้าฟังการประชุมอบรมวิชาการนานาชาติประสาทวิทยาศาสตร์

14th IBRO-APRC Associate School of Neuroscience และ 14th Thai Neuroscience Society
Conference 2010
27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เนื่องด้วยภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ไทย จัดการประชุมอบรมสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติประสาทวิทยาศาสตร์ International
Brain Research Organization-Asia Pacific Regional Committee (IBRO-APRC) Neuroscience Associate School โดยจะมี การบรรยาย
อภิปราย การนำการเสนอบทความวิจัย ตลอดจนการซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิทยากร ผู้สอนและผู้เข้าอบรม โดยมีคณะวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ
จาก ต่างประเทศและจากสถาบันที่มีชื่อเสียง ระหว่างวันที่ 27 มกราคม -2 กุมภาพันธ์ 2553 ห้องประชุม ณ ตึกศิษย์เก่า และชั้น 7 ตึกสยามมินทร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรม นักศึกษาปริญญาเอก และอาจารย์นักวิจัยรุ่นเยาว์จากนานาชาติ ในแถบภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค นักศึกษา
ปริญญา โท-เอก นักศึกษา MD-Ph.D แพทย์ประจำบ้าน จากมหาวิทยาลัยในประเทศ สามารถเรียนรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับก้าวหน้าทันสมัยวิทยาการใหม่ๆ ในการวิจัย
ทาง ประสาทวิทยาศาสตร์ แลก เปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับ นักประสาทวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ พัฒนาความร่วมมือในการศึกษาวิจัยทั้งในประเทศ
และระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาวิชาการและการศึกษาบัณฑิตศึกษาทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์ของไทยให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากลต่อไป
โดยผู้เข้าร่วมประชุม ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน
1. IBRO- APRC Associate School of Neuroscience สามารถสมัคร 2 ประเภทโดย
๑. รับสมัครผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อฟังการบรรยายโดยไม่เข้าร่วมกลุ่มย่อย จำนวน 80 คน
และ
๒. รับผู้สมัครเข้าประชุมกลุ่มย่อยจำนวน 25 คน ให้กรอกใบสมัครที่แนบมา 1 ชุด ภาษาอังกฤษ
2. ประชุมวิชาการประสาทวิทยาศาสตร์ไทย
๑. รับสมัครผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 100 คน

หมดเขตสมัครวันที่ 8 มกราคม 2553

เอกสารรายละเอียด แบบตอบรับ/Document File


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:28:21 น.  

 
* ขอเชิญแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมอบรม เรื่อง “การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืดในเด็กและวัยรุ่นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์”

ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สาขาวิชาโรคภูมิแพ้ฯ ร่วมกับงานการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ ร่วมกับงานประชุมวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช
พยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมอบรม เรื่อง “การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืดในเด็กและ
วัยรุ่นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์” รุ่นที่ 5 ระหว่างวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมประสงค์
ตู้จินดา ตึกอานันทมหิดล ชั้น 10

หัวข้อบรรยาย - Mechanism of Asthma

- How to detect Asthma

- Assessment and Classification of Asthma

- Risk factor, Triggers and Avoidance

- Como bids of Asthma

- Drug used in Asthma

- Breathing Exercise

Workshop - การประเมินสมรรถภาพปิด โดยใช้ Peak flow Meter , การล้างจมูก

- การช้าพ่นชนิดต่างๆ

- การทดสอบสารก่อภูมิแพ้และแปลผล

- การประเมินความรุนแรงของผู้ป่วย ขณะมีการหอบ (Asthma Exacerbation) โดยการใช้ Siriraj Asthma Score
และการรักษาตาม CPG for Asthma Therapy แนวทางการใช้ Nebulizer

- การให้ความรู้เรื่องโรคหืด, โรคหืดคืออะไร, อาการสำคัญ, สาเหตุและกลไกการเกิดโรค,

การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และการควบคุมสารก่อภูมิแพ้

- วิธีการใช้ยารักษาโรคหืด , การใช้และวิธีการทำความสะอาด Spacer

- การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการจับหืด (Asthma Exacerbation) ที่บ้าน ประเมินความรุนแรงของโรคหืด

โดยการใช้ Peak Flow Meter การใช้ยาบรรเทาอาการตามแผนการรักษาของแพทย์

- การทำ Discharge Planning ในผู้ป่วยโรคหืดที่อยู่ในโรงพยาบาล




*ประชุม "สสมท" พร้อมเสวนา "ทิศทางนิเทศศาสตร์ยุค 2010"

สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาการด้านสื่อสารมวลชน จากการรวมตัวของนักวิชาการนิเทศศาสตร์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่ว ประเทศ ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จะจัดเสวนาวิชาการเรื่อง “ทิศทางนิเทศศาสตร์ยุค 2010” ในวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553 เวลา 8.30 – 12.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ทั้งนี้ ในภาคบ่าย เวลา 13.00 – 16.00 น. ในวันเดียวกัน ส.ส.ม.ท. จะเชิญสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อสรรหาคณะกรรมการบริหาร ส.ส.ม.ท. ชุดใหม่ด้วย

เชิญร่วมเสวนาวิชาการ ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับสมาชิก ส.ส.ม.ท. ขอเชิญร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ดังกล่าวข้างต้นโดยพร้อมเพรียงกันด้วย โดยกรุณาส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมมาที่ ดร.วรัชญ์ ครุจิต ทางอีเมล์ waratspu@hotmail.com หรือโทรสาร 02-579-1111 ต่อ 1159 หรือ อ.วิโรจน์ ศรีหิรัญ ทางอีเมล์ wirojs@hotmail.com หรือโทรสาร 02-457-0068 ต่อ 5370 ภายในวันพุธที่ 20 มกราคม 2553




*ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ จาก 3 ผู้บริหารองค์กรที่เป็นเจ้าของรางวัล Thailand 's Most Innovative Companies 2009

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ จาก 3 ผู้บริหารองค์กรที่เป็นเจ้าของรางวัล Thailand 's Most Innovative Companies 2009 - บริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้รับเลือกเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ได้แก่ คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย, คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ รศ.ดร.สมบัติ ธีระตระกูลชัย รองกรรมการผู้จัดการด้านวางแผนธุรกิจ และบริหารคุณภาพ บจก. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ในหัวข้อ CEO Showcase : Thailand's Most Innovative Companies 2009 " ในวันที่ 21 มกราคม 2553 เวลา 08.30-12.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรชัย ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ สุรีย์ ศิลาวงษ์ โทร 087-075-9338 , 087-511-3381 , 02-338-3384 หรือ ภายในวันที่ 19 มกราคม 2553

กำหนดการบรรยายพิเศษ
CEOs Showcase : Thailand 's Most Innovative Companies 2009 "
ณ หอประชุม ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรชัย ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2553

09.00 -09.30 น. ลงทะเบียนร่วมงาน

09.30 -0940 น. กล่าวต้อนรับโดย รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย
คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

09.40 – 10.00 น. บรรยายพิเศษ โดย คุณกานต์ ตระกูลฮุน
กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย

10.00-10.20 น. บรรยายพิเศษ โดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

10.20 – 10.40 น. บรรยายพิเศษ โดย รศ.ดร.สมบัติ ธีระตระกูลชัย
รองกรรมการผู้จัดการด้านวางแผนธุรกิจ และบริหารคุณภาพ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด

10.40 – 11.30 น. ซีอีโอทั้ง 3 ท่าน พร้อมบนเวที เพื่อเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบ

11.30 – 11.40 น. บันทึกภาพร่วมและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน / ปิดงาน
ดำเนินรายการโดย ดร.พสุ เดชะรินทร์

**** หมายเหตุ เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม




*สมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย จัดงาน "3 ทศวรรษรางวัลปฏิทินดีเด่น สุริยศศิธร"

มอบรางวัลปฏิทินดีเด่น สุริยศศิธร ครั้งที่ 30 โดยมี ฯพณฯ องคมนตรี พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ เป็นประธาน 25 มกราคม นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

งานนี้ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมฯ แจ้งว่านอกจากจะได้ชมผลงานปฏิทินแล้ว ยังได้จัดเสวนา "ปฏิทินโลก ปฏิทินไทย สู่เส้นทางชีวิต : 3 ทศวรรษรางวัลสุริยศศิธร" ให้ชมฟรี ในช่วงบ่ายด้วย ที่อาคารหอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่สมาคมนักประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-271-3100


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:28:51 น.  

 
*โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง การปฎิบัติงานพัสดุยุค 2010

โอกาสและความท้าทายสู่ความเป็นมืออาชีพ ในวันที่ 4 – 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมแพทย์โดม 3 ชั้น 2 อาคารคุณากร คณะแพทย์ศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปฎิบัติงานพัสดุ หรือผู้ปฎิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและผู้ที่สนใจได้เข้าใจหลัก วิธีการบริหารพัสดุที่เป็นมาตรฐานสากล เกิดความมั่นใจที่จะปฎิบัติงานด้วยความเชื่อมั่นอย่างถูกต้อง ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด ทักษะการบริหารพัสดุระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนาและวิทยากร

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาวิชาการตามวันและเวลาดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ งานทะเบียนและคลังพัสดุ โทร. 02-9269157 วันและเวลาราชการ




*งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย"

เนื่องในโอกาสวันสถาปนามหาวิทยาลัยรังสิตครบรอบ 25 ปี มหาวิทยาลัยรังสิต กำหนดจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย" ขึ้นในวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2553 เวลา 12.30 – 16.30 ณ ห้อง 1-301 ชั้น 3 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ เมืองเอก จังหวัดปทุมธานี เพื่อมีส่วนร่วมในการบริการวิชาการให้แก่บุคคลทั่วไปได้เข้าใจภาวะเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งเสนอทางออกต่อปัญหาของประเทศ และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างรอบด้านและสร้างสรรค์ "ธรรมาธิปไตย" ขึ้นในประเทศไทย

กำหนดการ

เวลา 12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 13.00 – 13.10 น. เปิดงาน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา และแนะนำองค์ปาฐก
โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต
เวลา 13.10 – 14.00 น. ปาฐกถาเรื่อง "นโยบายการปฏิรูปของรัฐบาล"
โดย นายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เวลา 14.00 – 16.15 น. สัมมนาเชิงปฏิบัติการ "แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย"
โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต
ศ.นายแพทย์ ประเวศ วะสี กรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิต
ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม
มหาวิทยาลัยรังสิต
เวลา 16.15 – 16.30 น. สรุป- ซักถาม และปิดการสัมมนา

ผู้ดำเนินรายการ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คณะเศรษฐศาสตร์
โทร.02-997-2222 ต่อ 1238, 1239 และ1251 คุณนุชนารถ คุณอุไร และคุณจุฑาทิพ
โทรสาร 02-533-9695




*โครงการวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย – มลายู จัดกิจกรรม "จากลุ่มน้ำปัตตานีสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา...๒๒๔ ปี

สถานที่จัดกิจกรรม
มัสยิดดารอสอาดะห์ จังหวัดสมุทรปราการ


โครงการวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย – มลายู จัดกิจกรรม "จากลุ่มน้ำปัตตานีสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา...๒๒๔ ปี ณ บ้านปากลัด เมืองพระประแดง" ณ มัสยิดดารอสอาดะห์ ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ วันเสาร์ ที่ ๖ และ วันอาทิตย์ ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยมีกำหนดการดังต่อไปนี้คือ
กำหนดการ
โครงการวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย – มลายู
"จากลุ่มน้ำปัตตานีสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา...๒๒๔ ปี ณ บ้านปากลัด เมืองพระประแดง"
ณ มัสยิดดารอสอาดะห์ ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

วันเสาร์ ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เวลา ๐๙.๐๐ น. - เริ่มพิธีเมาลิด
- ตัมมัรอัลกุรอาน
เวลา ๑๑.๐๐ น. - รับประทานอาหาร
เวลา ๑๒.๑๕ น. - ละหมาดดุฮริห์
เวลา ๑๕.๔๐ น. - ละหมาดอัสริ
เวลา ๑๕.๔๕ น. - คณะกรรมการจัดงาน ฯ
แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนในหมู่บ้านปากลัดรอต้อนรับประธาน
เวลา ๑๖.๐๐ น. - ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ประธานในพิธี
เดินทางถึงมัสยิดดารอสอาดะห์
- ประธานเดินเข้าสู่ที่นั่งที่จัดเตรียมไว้
- นายสุมิตร อาจหาญ ประธานจัดงาน ฯ กล่าวรายงาน
- ประธานกล่าวเปิดงาน
- ชมนิทรรศการ
- ประธานเดินเข้าสู่โรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลาม
- มอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ตัมมัรอัลกุรอาน
- ชมการแสดงวัฒนธรรมของหมู่บ้านปากลัด (ประมาณ ๔๐ นาที)
- จบการแสดง
- ประธานชมงาน
- ประธานเดินทางกลับ
เวลา ๑๘.๑๕ น. - ละหมาดมักริบ
- กิจกรรม
เวลา ๑๙.๓๐ น. - ละหมาดอีซา
- บรรยายประวัติศาสตร์

วันอาทิตย์ ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เวลา ๑๒.๑๕ น. - ละหมาดดุฮริห์
- เสวนาเรื่อง "ร่องรอยมลายู ๒๒๔ ปี จากลุ่มน้ำปัตตานีถึงปากลัด"
เวลา ๑๕.๔๐ น. - ละหมาดอัสริ
- กิจกรรม
เวลา ๑๘.๑๕ น. - ละหมาดมักริบ
- กิจกรรม
เวลา ๑๙.๓๐ น. - ละหมาดอีซา
เวลา ๒๐.๐๐ น. - นายอำนวย รัศมิทัต นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
ประธานเดินทางถึงมัสยิดดารอสอาดะห์
- ชมนิทรรศการ
- ประธานเดินเข้าสู่โรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลาม
- นายสุมิตร อาจหาญ ประธานจัดงาน ฯ กล่าวรายงาน
- ประธานกดปุ่มเปิดป้าย
"ศูนย์วัฒนธรรมชุมชนมุสลิม - มลายู บ้านปากลัด"
- ชมการแสดงวัฒนธรรมของหมู่บ้านปากลัด (ประมาณ ๔๐ นาที)
- จบการแสดง
- ประธานชมงาน
- ประธานเดินทางกลับ
เวลา ๒๒.๐๐ น. - ปิดงาน

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Mr.Bood Saranong
mr.boodsaranong@gmail.com




*ขอเรียนเชิญร่วมสัมมนา Health Crisis!!! Business Chances Creation

ด้วยมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น จะจัด Kyoto University Southeast Asian Forum ครั้งที่ 6 ขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องแมนดาริน โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4 เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากนักวิชาการไทยและมหาวิทยาลัยเกียวโตให้แก่สาธารณชน


<< รายละเอียด แบบตอบรับ เอกสารประชาสัมพันธ์ [หน้า] >>


ทั้งนี้ จึงขอเชิญอาจารย์/นักวิจัยที่สนใจการสัมมนาดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่งแบบตอบรับกลับไปยังคุณนุชรีโทรสาร 0-2763-2725 ภายในวันที่ 25 มกราคม 2553
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2763-2702


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:29:22 น.  

 
*เฟ้นองค์กรดีเด่น "มิตรภาพบำบัด"

น.พ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิมิตรภาพบำบัด กล่าวว่า มูลนิธิร่วมกับ สปสช.จัดทำโครงการคัดเลือกและมอบรางวัลมิตรภาพบำบัดดีเด่น น.พ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ประจำปี 2552 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของน.พ.สงวนให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสาธารณะ และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลและองค์กรที่ปฏิบัติงานด้านมิตรภาพบำบัด/จิต อาสาดีเด่น จำนวน 4 รางวัล/ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคล/ทีมอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ และผู้ให้บริการ หน่วยงาน/องค์กร และประเภทสื่อสนับสนุน โดยกำหนดมอบรางวัลในงานมิตรภาพบำบัด : การบริการด้วยหัวใจมนุษย์ ประจำปี 2552 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18-19 มี.ค.นี้ ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผู้สนใจร่วมเสนอชื่อ พร้อมผลงานของบุคคล/ทีมอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่และผู้ให้บริการ หน่วยงาน/องค์กร และสื่อสนับสนุนที่มีผลงานโดดเด่น มายังมูลนิธิมิตรภาพบำบัด ภายในวันที่ 31 ม.ค. สามารถดาวน์โหลดเอกสารตามรายละเอียดที่เว็บไซต์ http://www.nhso.go.th

ด้านพ.ญ.เรณู ศรีสมิต เลขาธิการมูลนิธิมิตรภาพบำบัด และที่ปรึกษาอาวุโสสปสช. กล่าวว่า วันที่ 27 ม.ค.นี้จะครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของน.พ.สงวน มูลนิธิจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่ลานหินโค้ง วัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น.




*ขอเชิญเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ ครั้งที่ 4

ด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจะจัดประชุมวิชาการ ศรีนครินวิโรฒวิชาการ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม 2553 ณ อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สุขุมวิท 23


<< รายละเอียด กําหนดการ ใบตอบรับ >>


ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญผู้สนใจสามารถส่งใบตอบรับเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ภายในวันที่ 23 มกราคม 2553
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2649-5061-62




*ขอเชิญเข้าร่วมงาน Information on Demand Conference 2010

ในวันที่ 28 มกราคม 2553 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซัน เวลา 8.30 -17.15 น.
สำหรับ 100 ท่านแรกที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานก่อน 9.00 น จะได้รับ ที่รองแขนพิมพ์คอมพิวเตอร์รูปแครอท จาก ไอบีเอ็ม New Announcements at IOD 2009 - Pls refer to agenda for more details * Business Track (SPSS, New Analytics, Cognos, Data Governance. * Technical Track (Costs, Optimization, Trusted Information, Content Analytics, SPSS Predictive Analytics, InfoSphere Streams) * Systems Z For Information on Demand

คลิกเพื่อลงทะเบียน

E-mail : ibmmkt@th.ibm.com
Fax : 0 2273 0188
Twitter : @iod2010asean


โดย: jenifaae วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:12:30:01 น.  

 
*รองประธาน กมธ.กีฬา วุฒิสภา เผย เตรียมจัดสัมมนา "ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย" 8 ก.พ. 53

รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เผย เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง "ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย" 8 ก.พ. 53 ระบุเพื่อต่อยอดและยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกให้เป็นสากลมากขึ้น

นายสุโข วุฒิโชติ รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 กมธ. จะจัดสัมมนาเรื่อง "ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย" ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306 - 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เพื่อต่อยอดและยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกให้เป็นสากลมากขึ้น อาทิ เรื่องของสภาพสนาม ความปลอดภัย ผู้ตัดสิน รวมถึงอาชีพโค้ชที่จะผลักดันให้มีความมั่นคงมากขึ้น

รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงเนื้อหาของการสัมมนา "ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย" ด้วยว่า จะเน้นเรื่องของการก้าวเข้าสู่ความเป็นฟุตบอลอาชีพ การพนัน การล้มบอลและจะสามารถยกระดับผู้ตัดสินได้หรือไม่




*ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs เรื่อง “บทบาท BOI ในการส่งเสริม SMEs ไทย”

เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเร่งกระตุ้นให้เกิด
การลงทุนในประเทศ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมขนาดกลางและ
ขนาดย่อม (SMEs) ดังนั้น สำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
กระทรวงอุตสาหกรรม จึงกำหนดให้มีการจัดสัมมนาขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ โรงแรมอมรินทร์ ลากูน จังหวัดพิษณุโลก
การสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุน และผู้เข้าร่วมงานได้ทราบถึงนโยบาย
ส่งเสริมการลงทุน นโยบายส่งเสริม SMEs หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรที่ได้รับ
ประเภทกิจการที่เปิดให้การส่งเสริมและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุน
ในท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานประกอบไปด้วยนักลงทุนในท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ สภาอุตสาหกรรม
หอการค้าจังหวัด และสถาบันการเงิน
จึงเรียนมาเพื่อขอเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และโปรดรีบแจ้ง
ตอบรับการเข้าร่วมสัมมนาที่สำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน (คุณจันทิมา,คุณวันทนี) โทรศัพท์ 0-2537-8111
ต่อ 1071 โทรสาร 0-2936-2562 ภายในวันที่ 29 มกราคม 2553 รับจำนวนจำกัด
ขอแสดงความนับถือ
(นางวัชรี ถิ่นธานี)
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน
สำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน
โทรศัพท์ 0-2537-8111 ต่อ 1071-1079
โทรสาร 0-2936-2562
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
555 ถนนวิภาวดีรังสิต
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
กำหนดการสัมมนา
ส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs
เรื่อง “บทบาท BOI ในการส่งเสริม SMEs ไทย”
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
โรงแรมอมรินทร์ ลากูน จังหวัดพิษณุโลก
………………………………………………….
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
09.00 - 09.20 น. ลงทะเบียน / รับประทานอาหารว่าง
09.20 - 09.30 น. ชมวีดีทัศน์
09.30 - 09.40 น. กล่าวรายงาน โดย นางวัชรี ถิ่นธานี
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน
09.40 - 09.50 น. กล่าวต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก
09.50 - 10.00 น. พิธีเปิดงานสัมมนา ส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs
โดยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
10.00 - 11.00 น. การบรรยายหัวข้อ “นโยบายส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs ”
โดย นางวัชรี ถิ่นธานี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน
11.00 - 12.00 น. เสวนาหัวข้อเรื่อง “ SMEs กับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ”
- ผู้แทนบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
- ผู้แทนธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
- ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก
- ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่
- ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับส่งเสริมการส่งเสริมการลงทุน
ดำเนินรายการโดยนักวิชาการส่งเสริมการลงทุน
12..00 - 12.30 น. ถาม- ตอบ
12.30 - 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 - 16.30 น. เปิดให้คำปรึกษาด้านการลงทุน
…………………………………………………
ใบตอบรับเข้าร่วมสัมมนา
ส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs
เรื่อง “ส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริม SMEs เรื่อง “บทบาท BOI ในการส่งเสริม SMEs ไทย”
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
โรงแรมอมรินทร์ ลากูน จังหวัดพิษณุโลก
---------------------------------
1. ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง .
ชื่อองค์กร/บริษัท .
เลขที่ ถนน .___
ตำบล อำเภอ .
จังหวัด .
รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ .
โทรสาร Email
กิจการผลิต .
2. ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง .
ชื่อองค์กร/บริษัท .
เลขที่ ถนน .
ตำบล อำเภอ .
จังหวัด .
รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ .
โทรสาร E-mail .
กิจการผลิต .
หมายเหตุ กรุณาส่งแบบตอบรับภายในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553
สำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน โทรศัพท์ 0-2537-8111 ต่อ 1071-1077 โทรสาร. 0-2936-2562
E-mail : chuntima@boi.go.th




*THAILAND SME EXPO 2010

จัด โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเวทีแสดงผลงานการส่งเสริมสนับสนุน SME ของ สสว. การให้ความรู้ และให้คำปรึกษาแนะนำในการทำธุรกิจ เผยแพร่ผลงานที่มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็เพื่อแสดงศักยภาพเครือข่ายการส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการอย่างบูรณาการ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับ SME นอกจากนี้ภายในงานจะจัดให้มีพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติอีกด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่สสว.ดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2552 ที่ผ่านมา โดยงานนี้จะมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงโอกาส และประโยชน์ในการค้าผ่านเวทีอาเซียน วันที่ 29 – 31 มกราคม 2553 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
THAILAND SME EXPO 2010 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด SME Trend : โอกาสและความท้าทายของ SME ไทย เพื่อส่งเสริมและสร้างช่องทางให้ธุรกิจ SME ของไทยได้มีโอกาสก้าวไกลไปสู่ตลาดโลก โดยงานครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนของภาคธุรกิจ จะเป็นการเจรจาธุรกิจ การแสดงและจำหน่ายสินค้า SME และภาควิชาการ จะเป็นการจัดสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ ทักษะเพื่อยกระดับ SME ไทย
สำหรับกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย งานสัมมนา International Symposium ซึ่งจะมีวิทยากรรับเชิญจากประเทศต่างๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมให้มุมมอง วิสัยทัศน์ และตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของ SME ในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนาทางวิชาการที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมในการ ดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศประมาณ 40 ราย และผู้ประกอบการไทยกว่า 200 ราย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพื่อจะนำไปสู่การเชื่อมโยงธุรกิจ และเปิดช่องทางการค้า การลงทุน ต่อไปในอนาคต
กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำ (Consulting SME Clinic) ซึ่งนอกจากจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ กว่า 15 สาขา มาคอยให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการ SME แล้ว ยังมีสถาบันการเงินกว่า 10 แห่ง มาร่วมให้สิทธิประโยชน์ ด้วยแพคเกจสุดพิเศษสำหรับสินเชื่อผู้ประกอบ SME กิจกรรมตรวจสุขภาพ SME เพื่อนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SME
กิจกรรม Best Shopping Place เป็นการออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าจาก SME ชั้นนำกว่า 400 บู๊ท รวมถึงสินค้าที่ได้รับคัดเลือกจากกิจกรรม Thailand's Brand to ASEAN ของสสว. กิจกรรม Gala Dinner ซึ่งจะมีพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ กิจกรรม OSMEP Pavillion เป็นการแสดงผลงานการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ของ สสว.นอกจากนี้ยังมีเวทีการแสดงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย ซึ่งจะจัดแสดงสินค้าชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น และเวทีสำหรับการจัดกิจกรรมบันเทิง
ที่สำคัญจ ะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสสว. จังหวัด และหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนา SME ในแต่ละจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ได้มีการประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด หอการค้า สภาอุตสาหกรรม หรือผู้แทน จาก 75 จังหวัด รวมกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:16:52 น.  

 
*"สันติภาพทุกย่างก้าว : การเปลี่ยนแปลงสังคมตามแนวสันติวิธี "

ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน

ปาฐกถาเสมพริ้งพวงแก้วครั้งที่ ๑๖

หัวข้อเรื่อง"สันติภาพทุกย่างก้าว : การเปลี่ยนแปลงสังคมตามแนวสันติวิธี "

บทเรียนจากศรีลังกา

โดย หรรษา นวรัตเน (Harsha Navaratne)

วันเสาร์ที่ ๖กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๖.๔๕ น.

ณ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา

๐๙.๓๐ –๑๐.๐๐ น. ลงทะเบียน
๑๐.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. สอยดาวแลกเปลี่ยนแบ่งปันสิ่งของ ”Shareand Change World” รวมพลเพื่อนเสมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ฉันท์มิตร ซุ้มกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
๑๓.๓๐ –๑๔.๐๐ น. ดนตรีบรรเลง *
๑๔.๐๐– ๑๔.๑๕ น. คุณสุรสีห์โกศลนาวิน กล่าวเปิดงานปาฐกถา
๑๔.๑๕ – ๑๔.๓๐ น. ฉายวีดิทัศน์รายงานกิจกรรมเสมสิกขาลัย
๑๔.๓๐ – ๑๔.๔๕ น. ละครจาก กลุ่มบางเพล*
๑๔.๔๕ – ๑๔.๐๐ น. กล่าวแนะนำปาฐก
๑๕.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ปาฐกถา หัวข้อ "สันติภาพทุกย่างก้าว : การเปลี่ยนแปลงสังคมตามแนวสันติวิธี" บทเรียนจากศรีลังกา โดย
หรรษา นวรัตเน (Harsha Navaratne) แปลภาษาโดย คุณพิภพ อุดมอิทธิพงศ์

๑๖.๐๐– ๑๖.๓๐ น. ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิด
๑๖.๓๐ – ๑๖.๔๕ น. กล่าวปิดงานโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ *อยู่ระหว่างประสานงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณสาวิตรี กำไรเงิน
โทร. ๐๒-๓๑๔๗ ๓๘๕ ถึง ๖




*เสวนาหนักหัว(ใจ) คุยเรื่องรักกับนักคิด

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เชิญชวนผู้มีรักหรือกำลังจะมีรักร่วมเสวนาหนักหัว(ใจ) “คุยเรื่องรักกับนักคิด”

ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

เวลา 13.30 – 15.30 น. โดย ดร.สุภัควดี อมาตยกุล จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นักปรัชญาและนักมานุษยวิทยาชวนคุยชวนคิดเรื่องอารมณ์รักของมนุษย์
ร่วมขุดค้น ชวนถกเถียงโดยนักเขียนชื่อดัง ดร.อิสสระ ชูศรี
เข้าร่วมเสวนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือ [url=wlmailhtml:{8AB2C8AA-7B23-462A-9728-77577093F22C}mid://00000203/!x-usc:http://www.sac.or.th/]www.sac.or.th[/url]




*กำหนดการกิจกรรมงานมหกรรมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4

ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2553

กิจกรรมวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 16.00 พิธีเปิดงาน มหกรรมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4
พิธีมอบรางวัลชนะเลิศ โครงการรักไอที รักษ์โลก (IT Green Project)
เปิดบูธแสดงผลงานโครงการ รักไอที รักษ์โลก (จำนวน 10 บูธ) และกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลมากมายภายในบูธ

บริเวณลานสานฝัน
15.00 – 16.00 ตัวตลกโบโซ่บิดแจกลูกโป่ง (รอบที่1)
16.00 – 17.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
17.00 - 18.00 ตัวตลกโบโซ่บิดแจกลูกโป่ง (รอบที่2)
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรม e-Book : คุณก็ทำได้

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ

สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้

ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ

กิจกรรมวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 15.00 สัมมนาเรื่อง “Cyber Space : ภัยต่อผู้หญิง”

บริเวณลานสานฝัน
13.00 – 15.00 หัดวาดการ์ตูนด้วยตัวเอง กับสุดยอดนักวาดการ์ตูนคุณ เซีย ไทยรัฐ (รุ่นที่ 1)
15.00 – 17.00 พบกับฮีโร่พับกระดาษ “ น้องหม่อง” ที่จะมาสอนพับกระดาษ และแข่งขันการพับเครื่องบิน
17.00 – 18.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรมการวาดการ์ตูนด้วยคอมพิวเตอร์ : สร้างสรรค์จากรูปที่วาดด้วยมือนำมาลงบนคอมพิวเตอร์

ห้องมินิเธียเตอร์1
13.00 -15.00 เรียนรู้การตัดต่อไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอ กับทีมนักข่าวจิ๋ว รร.สวนหม่อน จ.นครราชสีมา

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 เข็มกลัดแสนสนุก : ดีไซน์เข็มกลัดในรูปแบบของตัวเอง

PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ
สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้
ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 15.00 สัมมนาเรื่อง “พ่อแม่...แก้ลูกติดเกม”
บริเวณลานสานฝัน
13.00 – 15.00 หัดวาดการ์ตูนด้วยตัวเอง กับสุดยอดนักวาดการ์ตูนคุณ เซีย ไทยรัฐ (รุ่นที่ 2)
15.00 – 16.00 การแสดงเต้นบัลเล่ย์ : ลูกศิษย์ ครูคริส หอวัง
16.00 – 18.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรม Flash animation เบื้องต้น: สร้างชีวิตชีวาให้กับงานกราฟฟิก

ห้องมินิเธียเตอร์1
13.00 -15.00 เรียนรู้การตัดต่อไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอ กับทีมนักข่าวจิ๋ว รร.สวนหม่อน จ.นครราชสีมา

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 เข็มกลัดแสนสนุก : ดีไซน์เข็มกลัดในรูปแบบของตัวเอง

PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ
สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้

ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:17:34 น.  

 
*ร่างกาหนดการสัมมนา"อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กับการพัฒนาเศรษฐกิจไทย"

จัดโดยสถาบันคีนันแห่งเอเซีย
วันพุธที่ 27 มกราคม 2553 เวลา 8.30 – 12.30 น.
ณ ห้องควีนส์ปาร์ค 3 โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค
08.30-09.00 ลงทะเบียน
09.00-09.10
กล่าวเปิดโดย
นายนิตย์ พิบูลย์สงคราม ประธานกรรมการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย* 09.10-09.30 ปาฐกถาพิเศษ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กับทิศทางการพัฒนาประเทศไทย" ฯพณฯ อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
09.30-10.15
นาเสนอผลการศึกษา มูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการประเมินความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศไทย
โดย สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง 10.15-10.30 พักรับประทานอาหารว่าง
10.30-12.30
เสวนา เรื่อง "จัดการทรัพย์สินสร้างสรรค์อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาของไทย"
? คุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง - กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันเดอร์เวิร์ล โปรดัคส์ จากัด
? คุณศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร – กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) จากัด (มหาชน)
? คุณบอย โกสิยพงษ์ - นักแต่งเพลง นักร้อง โปรดิวเซอร์ เจ้าของค่ายเพลง เลิฟอีส บริษัท โปรดักชั่น เฮ้าส์
? คุณกิตติรัตน์ ปิติพานิช – ผู้อานวยการด้านที่ปรึกษาการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ TCDC
ดาเนินรายการโดย ดร.สายสวรรค์ วัฒนพานิช ผู้อานวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาโครงการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย 12.30 - 13.30 รับประทานอาหารเที่ยง
* อยู่ในระหว่างการเชิญ




*นิทรรศการ “มหัศจรรย์ไม้ไผ่” (Japanese Bamboo: Tracing the Iegend of Beppu craftsmanship)

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ “มหัศจรรย์ไม้ไผ่” (Japanese Bamboo: Tracing the Iegend of Beppu craftsmanship) นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของสุดยอดงานหัตถศิลป์ไม้ไผ่ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์แห่งภูมิปัญญาและอัจฉริยภาพทางด้านการคิดสร้างสรรค์ ของเหล่าช่างจักสานแห่งเมืองเบปปุ (Beppu) ในเขตจังหวัดโออิตะบนเกาะคิวชู ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นรวมกว่า 600 ล้านเยน พร้อมร่วมแกะรอยภูมิปัญญา เจาะลึกถึงแก่นแท้ของกระบวนการสร้างสรรค์ และทำความรู้จักกับเครื่องไม้เครื่องมือตลอดจนกลวิธีการจักสานหลากรูปแบบอันเป็นที่มาของงานหัตถศิลป์ไม้ไผ่ระดับโลก และครั้งแรก..กับการจัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ไม้ไผ่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชิ้นงาน Masterpiece ของ “โชโนะ โชอุนไซ” ศิลปินแห่งชาติสาขางานหัตถศิลป์ไม้ไผ่คนแรกของญี่ปุ่น พร้อมร่วมชมนิทรรศการส่วน “ต่อยอดไม้ไผ่” (Global Bamboo) ที่นำเสนอความสำเร็จในการผสมผสานไม้ไผ่เข้ากับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หลากหลายที่สามารถสร้างคุณประโยชน์มหาศาลให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก

ในวันพุธที่ 27 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 13.30 - 16.00 น. และ 17.00 - 19.00 น.

ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์

กำหนดการ

13.30 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน/ รับประทานอาหารว่าง
14.00 น. พิธีกรกล่าวต้อนรับ
14.05 – 14.30 น. เริ่มการให้สัมภาษณ์
ให้ข้อมูลนิทรรศการกับสื่อมวลชน โดย
นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
นายพิชิต วีรังคบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรมสัมพันธ์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ
มร. อาเบะ เทสซึยะ ภัณฑารักษ์ประจำศูนย์หัตถศิลป์ไม้ไผ่ดั้งเดิมเมืองเบปปุ
มร. โชโนะ โทคุโซ ช่างหัตถศิลป์ไม้ไผ่เมืองเบปปุ และทายาทศิลปินแห่งชาติสาขางานหัตถศิลป์ไม้ไผ่
ประจำปี พ.ศ. 2510
นางสาวนันท์นรี พานิชกุล และนางสาวศรินทิรา ปัทมาคม ภัณฑารักษ์ประจำศูนย์สร้างสรรค์งาน
ออกแบบ (TCDC)
14.30 น. ถาม - ตอบ
15.00 – 16.00 น. นำสื่อมวลชนเข้าร่วมชมนิทรรศการ

17.00 น. ลงทะเบียนแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน
17.30 น. พิธีกรกล่าวต้อนรับ
17.35 น. เริ่มพิธีเปิดงาน
นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กล่าวรายงาน
17.40 น. มร. มาซายูกิ นากาอิ หัวหน้าฝ่ายพาณิชย์และอุตสาหกรรม ประจำเมืองเบปปุ ประเทศญี่ปุ่น
กล่าวถึงรายละเอียดของนิทรรศการ
17.45 น. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเปิดงาน
17.50 น. ตัดริบบิ้นเปิดงาน
17.55 น. ถ่ายภาพร่วมกัน
18.00 น. แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าชมนิทรรศการ
19.00 น. จบงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ: VERVE
คุณพรทิภา อยู่แสง (อั๋น) โทร. 02-204-8078
คุณพรทิพย์ วิริยะกิจพัฒนา (บี) โทร. 02-204-8210




*งาน Feel the Sensation

บริษัท เคนวูด อิเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านเครื่องเสียงรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “Kenwood” เพื่อครองใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ของความเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย ตอกย้ำจุดยืนการเป็นประกาศแผนการตลาดปี 2553 ในเชิงรุก ด้วยการจัดงาน Feel the Sensation เพื่อเปิดตัวแนะนำผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรมแห่งเครื่องเสียงใหม่ล่าสุด ด้วยหน้าจอ LED เป็นเจ้าแรก ด้วยการจำลองบรรยากาศภายในงานออกเป็น 3 โซน คือ Smart zone Entertainment zone Lifestyle zone

ในวันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
เวลา 10.30-13.30 น.
ณ ชั้น 1 ดิจิตอล เกทเวย์ สยามสแควร์
(Digital Gateway @ Siam Square)

ภายในได้มีการสัมภาษณ์พิเศษ Mr. Akihiro Kondo : Managing Director of Kenwood Thailand (มิสเตอร์อากิฮิโร่ คอนโดะ กรรมการผู้จัดการ) พร้อมพูดคุยกับแขกรับเชิญคนดังอย่าง แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ และ คุณกรณ์ ณรงค์เดช ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในเทคโนโลยีเครื่องเสียงที่มีคุณภาพฟังก์ชั่นหลากหลายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ท่านยังได้สัมผัสกับความตื่นตาตื่นใจกับนวัตกรรมเครื่องเสียงมากมายอีกหลายรุ่น พร้อมกับอัพเดทเทรนด์ของผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงต่างๆ ได้ภายในกิจกรรมงานครั้งนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณสุชาดา กีตา (การ์ตูน)
บริษัท พริสไพออริตี้ จำกัด โทร.0-2662-5477-8


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:18:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.