Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
1 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
คลังข่าวและสัมมนา

*ขอเชิญร่วมประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ” ประจำปี 2551 ในวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2551
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ 2551 เพื่อให้อาจารย์ นักวิชาการ นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไปได้นําเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบการบรรยายและแบบโปสเตอร ได้เผยแพร แลกเปลี่ยนความรูความคิดเห็นในด้านความก้าวหน้าทุกสาขากับนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศในสาขาต่างๆ อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสําหรับการเป็นนักวิจัยที่ดีของผู้ที่กําลังศึกษาในระดับต่างๆ และสร้างโอกาสในการเผยแพรผลงานวิจัยสูประชาชนโดยทั่วไป
คณะกรรมการจัดงาน ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประชุมและเสนอผลงานในการประชุมวิชาการทั้งแบบบรรยาย หรือโปสเตอร์ การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนจะได้รับเอกสาร ซึ่งรวมหนังสือบทความวิชาการ กระเป๋าใส่เอกสารฟรี
ผู้สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2649-5000 ต่อ 5617, 5654, 5729
กำหนดการการประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ”ประจำปี 2551 ในวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2551 ณ อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
วันที่ 31 มกราคม 2551
08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 น. พิธีเปิด
โดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
09.30 – 10.30 น. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แก้วิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง ”
โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. การอภิปราย เรื่อง “ การแก้วิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติ ”โดย - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร
ประธานมูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์อำนาจ เย็นสบาย
ผู้ดำเนินการอภิปราย
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
12.30 – 13.30 น. ชมโปสเตอร์นำเสนอผลงานวิจัย และนิทรรศการ
13.00 – 15.30 น. นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาทางด้านการสอน
15.30 – 15.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.45 – 16.30 น. ชมโปสเตอร์นำเสนอผลงานวิจัย และนิทรรศการ
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551
08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 10.30 น. การบรรยายพิเศษ เรื่อง “งานวิจัย กับการจดทรัพย์สินทางปัญญา”
โดย อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาทางด้านการสอน
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
12.30 – 13.30 น. ชมโปสเตอร์นำเสนอผลงานวิจัย และนิทรรศการ
13.00 – 15.30 น. นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
นำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มย่อย สาขาทางด้านการสอน
15.30 – 16.00 น. ชมโปสเตอร์นำเสนอผลงานวิจัย และนิทรรศการ
พร้อมรับประทานอาหารว่าง
16.00 – 16.30 น. พิธีปิด
การประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ”
ประจำปี 2551 ในวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2551

ณ อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จะจัดการประชุม “ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม -1กุมภาพันธ์ 2551 เพื่อให้้อาจารย์ นักวิชาการ นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไป ได้นำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบการบรรยายและแบบโปสเตอร์ ได้เผยแพร่ แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นในด้านความก้าวหน้าทุกสาขา กับนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศในสาขาต่างๆ อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นนักวิจัยที่ดีของผู้ที่กำลังศึกษาในระดับต่างๆ และสร้างโอกาสในการเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่ประชาชนโดยทั่วไป
คณะกรรมการจัดงาน ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประชุมและเสนอผลงานในการประชุมวิชาการทั้งแบบบรรยายหรือโปสเตอร์ การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนจะได้รับเอกสารซึ่งรวมหนังสือบทความวิชาการ กระเป๋าใส่เอกสารฟรี
- ผู้สนใจส่งบทความวิชาการหมดเขตส่งภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 (กรณีสำหรับบุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หมดเขตส่งภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2550) โดยจัดส่งผลงานไปยังหัวหน้าฝ่ายวิจัย ฝ่ายวิจัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ตั้ง 114 สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 0-2649-5000 ต่อ 5654, 5729 โทรสาร 0-2259-1822 อีเมล research@swu.ac.th
- ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าฟังบรรยาย การอภิปราย โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และชมนิทรรศการ ตลอดจนการเสนอผลงานทางวิชาการของอาจารย์ นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกรอกใบสมัครแล้วส่งไปยัง ผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา กองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ตั้ง 114 สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 0-2649-5000 ต่อ 5617 โทรสาร 0-2258-
9582 หมดเขตลงทะเบียนภายในวันที่ 11 มกราคม 2551
คำแนะนำการเสนอผลงานแบบโปสเตอร์
1. ขนาดโปสเตอร์ กว้าง 90 ซม. X ยาว 110 ซม.
2. ต้องมีป้ายชื่อเรื่อง ผู้ทำการวิจัย
3. เนื้อหาประกอบด้วย
- เรื่องย่อ แจ้งผลการทดลองเป็นข้อ ๆ อย่างกระชับความ
- คำนำ บ่งพื้นฐาน หรือที่มา ของงานที่เคยทำมาก่อน และบอกวัตถุประสงค์ของการวิจัย
- ผลการทดลอง ควรแบ่งเป็นหัวข้อย่อยที่คัดแล้วว่าสำคัญที่สุด และมีน้อยข้อที่สุด แต่ละข้อบอกผล
การค้นพบที่สำคัญที่สุด ในข้อนั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อความเด่นของเรื่อง
- อภิปรายและสรุปผลการทดลอง เพื่อเน้นถึงความสำคัญของงานและสรุปในแบบที่เข้าใจง่าย
- เอกสารอ้างอิง ถ้ามีเนื้อที่พอเลือกเฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น
4. ผู้เสนอผลงานแบบโปสเตอร์จะต้อง ส่งบทความที่นำเสนอจะจัดตีพิมพ์ใน Proceeding สามารถเขียนเป็น
ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ โดยมีส่วนประกอบดังนี้
1) ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียนทุกคน
2) สถานที่ทำงานของผู้เขียนทุกคน เขียนใต้ชื่อ
3) บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวของแต่ละบทคัดย่อไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4พร้อมทั้งคำสำคัญ (Key words)
4) บทความเต็มรูป
บทความไม่ควรยาวเกิน 8 หน้า รวมบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมเอกสารอ้างอิง โดยมีส่วนประกอบดังนี้ บทนำ วัตถุประสงค์ของการวิจัย อุปกรณ์และวิธีดำเนินการวิจัย สรุปและอภิปรายผลการวิจัย
ข้อเสนอแนะ เอกสารอ้างอิง ผู้เขียนต้องส่งต้นฉบับที่เป็นเอกสารจำนวน 1 ชุด และไฟล์บันทึกลงแผ่น CD-ROMจำนวน 1 ชุด หรือส่งผ่าน research@swu.ac.th
5) ผู้เสนอผลงานตกแต่งหรือติดโปสเตอร์ ณ บริเวณ ชั้น 1 ห้องแปดเหลี่ยม อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในวันที่ 30 มกราคม 2550 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
6) ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์ ต้องแสดงผลงานไว้ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน อีกทั้งจะต้องอธิบายและนำเสนอผลงานที่บอร์ดแสดงผลงานตามกำหนดการที่ได้รับ และสามารถเก็บโปสเตอร์ได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 หลังเวลา 17.00 น.ฟรี!!!

*พพ.จัดเยี่ยมชมเทคโนโลยีฯ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ขอเชิญผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม สถาปนิก วิศวกร ช่างเทคนิค ครูอาจารย์ และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์แสดงเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน ภายในอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี ซึ่งเปิดรับ 17 รุ่น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานภาคบ้านอยู่อาศัย ภาคอาคารธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม รวม 54 เทคโนโลยี ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีเน้นการแสดงตัวอย่างเพื่อนำไปใช้งานจริง สามารถทดสอบการทำงานของอุปกรณ์และเครื่องจักร ในรูปแบบของอินเตอร์แอคทีฟและมัลติมีเดียในรูปแบบต่างๆ ที่ทันสมัย โดยทางศูนย์จะได้จัดวิทยากรเพื่อให้ความรู้ พร้อมบริการอาหารว่างและอาหารกลางวันสำหรับทุกท่านฟรี สำรองที่ โทร.0-2628-7781 ต่อ 103 หรือ 08-3883-0123

*10 อันดับข่าวเด่น ประจำปี 2550
อันดับ 1 พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คงไม่มีปีไหนที่จะมีพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกมาเตือนสติแก่คนไทยมากเท่ากับปี 2550 ที่กำลังผ่านไป เพราะทั้งวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่รุมเร้าประเทศชาติและประชาชนเป็นสาเหตุ สามเดือนแห่งการบริหารงานของรัฐบาลขิงแก่ หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน ผ่านพ้นไป บ้านเมืองยังคงวุ่นวายด้วยม็อบเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ลาออก และเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และช่วงต้นปี 2550 นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นแห่งพระราชดำรัส
24 พฤษภาคม 2550 นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำคณะตุลาการศาลปกครองเข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายเสื้อครุยตุลาการศาลปกครอง เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทรงมีพระราชดำรัสว่า ต้องตีความ ต้องตัดสินคดี 'พรรคการเมือง' ให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองพัง และให้ข้าราชการตุลาการ 'กล้าหาญ-ซื่อสัตย์' ร่วมมือช่วยบ้านเมืองไม่ให้ล่มจม
9 มิถุนายน 2550 ทรงมีพระราชดำรัสในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ถึงจริยธรรม 4 ข้อ คือให้ทุกคนคิด-พูด-ทำด้วยความเมตตา มุ่งดีต่อกัน 2.ช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และประเทศชาติ 3.ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา โดยเสมอกัน 4.นำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงอยู่ในเหตุในผล เพื่อประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไป
29 สิงหาคม 2550 ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยที่ปฏิบัติราชการอยู่ในต่างประเทศ ทรงแนะว่า เมืองไทยเจริญมานานแล้ว มีภาษาไทยเป็นของตัวเอง อย่าเห่อตามฝรั่ง ลืมภาษาไทย
2 ธันวาคม 2550 ทรงมีพระราชดำรัส ว่าบ้านเมืองขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจ หากต้องการให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป จะต้องมีความสามัคคีปรองดองกัน ซื่อสัตย์สุจริต เพราะเป็นสิ่งสำคัญ แม้ในวงการเมือง
4 ธันวาคม 2550 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา รับสั่งให้ทหาร พลเรือน ต้องมีความสามัคคี และทรงแนะให้ใช้น้ำมันอย่างประหยัดและพัฒนาไบโอดีเซลไม่ให้เสียเปรียบต่างชาติ
17 ธันวาคม 2550 พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม-ศาลทหาร ทรงย้ำบ้านเมืองต้องมีความยุติธรรม ปฏิบัติตัวตามใจชอบไม่ได้ ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่อคติ ไม่เอาเปรียบคนอื่น จะได้ไม่ต้องประหัตประหารกัน
'นับเป็นการทรงชี้ขุมทรัพย์แก่ผู้คนในประเทศนี้ตลอดปี 2550'
อันดับ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสฯ ทรงพระประชวร
ข่าวที่สร้างความตระหนกแก่พสกนิกรในปี 2550 เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2550 เมื่อมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ประกาศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้ารักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากทรงมีพระอาการพระวรกายด้านขวาอ่อนแรง ซึ่งผลการตรวจพบผิวพระสมองด้านซ้ายขาดเลือดเล็กน้อย แพทย์ประจำพระองค์จึงขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายพระโอสถรักษา และสังเกตพระอาการ เมื่อประชาชนทุกหมู่เหล่าทราบข่าว ต่างสวมเสื้อเหลือง และเดินทางไปลงนามถวายพระพร รอเฝ้าพระอาการที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลราวๆ 24 วัน มีพระอาการดีขึ้นอย่างมาก จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับวังสวนจิตรลดา โดยทรงฉลองพระองค์สีชมพู ที่กลายมาเป็นกระแสแฟชั่นฮิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ก็มีประกาศสำนักพระราชวัง วันที่ 15 มิถุนายน ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระอาการประชวรเนื้อสมองด้านซ้ายตาย ต้องเข้าประทับรักษาพระองค์ ที่โรงพยาบาลศิริราชเช่นเดียวกัน และจนกระทั่งบัดนี้ รวมเวลาที่ทรงเข้าโรงพยาบาลรักษาพระอาการ เป็นเวลาเกือบ 7 เดือน'
อันดับ 3 ล้างบางตระกูล 'ชินวัตร' อวสาน ชินคอร์ป
หลังการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รัฐบาล 'คมช.เข้ามาบริหารประเทศ และได้แต่งตั้งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกัน คมช.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาตรวจสอบการกระทำทุจริตในรัฐบาล 'ทักษิณ' หลายเรื่อง อาทิ การขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์ รวมมูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีให้รัฐแม้แต่บาทเดียว การออกหวยบนดิน และการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น การตรวจสอบของ คตส.นำไปสู่การอายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมด และครอบครัว พร้อมเครือญาติ ส่งผลให้อิทธิพลทางการเมือง และอำนาจทางการเงินของตระกูลชินวัตร หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง และขณะนี้คดีหลายคดี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ทาง คตส.จะนำสู่ขบวนการทางศาลต่อไป ล่าสุด อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เตรียมจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา หากเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ตามหมายจับในคดีเลี่ยงภาษีในการซื้อขายหุ้น และคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก'
*
อันดับ 4 กว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ 2550
หลังการทำรัฐประหารและเข้ามาบริหารประเทศของ 'คมช.' โดยการแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เสียงของบรรดาผู้ปฏิเสธเผด็จการเริ่มดังขึ้น มีการแบ่งประชาชนออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน และความขัดแย้งเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ต้องเร่งมือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาให้เสร็จที่สุด เพื่อให้มีการเลือกตั้งและให้ประเทศเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเห็นที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของประชาชนนั้น ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ราบรื่นนัก มีเหตุการณ์ประท้วงต่างและก่อความวุ่นวายเกิดขึ้นเป็นระยะๆ อาทิ การวมตัวของ 'ม็อบพีทีวี' ที่มี 'วีระ มุกสิกพงศ์' เป็นแกนนำ รวมพลปราศรัยที่สนามหลวงเพื่อขับไล่ คมช. และกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนทำให้ขยายวงกว้างออกไปเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยไม่เอาเผด็จการ หรือ นปก. เคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลทหาร จนไปถึงขับไล่ พล.อ.เปรมถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร กระทั่งนำไปสู่การต่อสู้กัน ทำให้มีประชาชนบาดเจ็บและแกนนำ นปก. หลายคนถูกจับกุม
หมดจากม็อบ นปก.แล้ว ก็มี 'ม็อบพระ'ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการบรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่การเรียกร้องก็ไร้ผล
ต่อมาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติเสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาตามระยะเวลาที่กำหนด จนในที่สุด รัฐธรรมนูญ 2550 ก็คลอดออกมา นับเป็นฉบับที่ 36 ของประเทศ มุ่งแก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ใช้ช่องว่างในการผูกขาดอำนาจรัฐ และใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งอุดช่องโหว่ความล้มเหลวของระบบการตรวจสอบ จากนั้นให้มีการลงประชามติรับร่าง ในวันที่ 17 สิงหาคม 2550 มีประชาชนออกเสียงเห็นชอบ 14,727,306 คน หรือ 56.69% และไม่เห็นชอบ 10,747,441 คน หรือ 41.37%
แม้ว่าประเทศไทยจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาอย่างสมบูรณ์ เพื่อจัดให้มีการเลือกในวันที่ 23 ธันวาคม แต่ยังไม่วายถูกแกนนำพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคใหม่สืบทอดต่อจากไทยรักไทย ทำหนังสือล้อเลียนว่าเป็น 'รัด-ทำ-มะ-นวย ฉบับหัวคูณ''
อันดับ 5 เครื่องบินวันทูโกชนที่ภูเก็ต ตาย 89 ศพ มากสุดแห่งปี
เหตุการณ์เศร้าสลดที่คนไทยคาดไม่ถึง เป็นเหตุการณ์อุบัติเหตุเครื่องบินโลว์คอสต์ของสายการบิน วันทูโก เที่ยวบิน OG 269 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2550 ขณะที่แลนดิ้งลงสู่รันเวย์อยู่นั้น เกิดลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ชนกับไหล่เขาและเกิดไฟลุกไหม้ เป็นเหตุให้ผู้โดยสาร กัปตัน และลูกเรือทั้งคนไทยและต่างชาติ เสียชีวิตถึง 89 ศพ บาดเจ็บ 41 ราย
หนึ่งในผู้เสียชีวิต มี พิทยา ว่องวัน เอฟ-4 จากรายการอะคาเดมี แฟนเทเชีย รวมอยู่ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นสจ๊วตฝึกหัดของสายการบินวันทูโก ที่เพิ่งสอบเข้าได้ไม่นาน ส่วนสาเหตุเบื้องต้น กรมการขนส่งทางอากาศ ตรวจสอบพบว่าเกิดจากเหตุลมตีกลับ หรือที่เรียกว่า 'วินเชียร์' ซึ่งมีความรุนแรงมากจนไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้ ทำให้ไถลออกนอกรันเวย์ ทางสายการบินวันทูโก ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสนบาท และบริษัทประกันภัยของวันทูโก คือบริษัท เพน ลอยด์ ต้องจ่ายให้อีกรายละ 4.5 ล้านบาท'
อันดับ 6 อวสานพรรคไทยรักไทย
เรื่องเริ่มขึ้นจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หอบหลักฐานร้องเรียน กกต. ก่อนหน้าวันเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ไม่ถึงเดือน ว่าพรรคไทยรักไทย ปลอมแปลงเอกสารผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และจ้างพรรคเล็กให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง จากนั้น กกต.ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด และมีการส่งต่อยังศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคไทยรักไทย วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 'คดียุบพรรค' ก็ต้องอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยุบพรรคไทยรักไทย ฐานเป็นภัยต่อความมั่นคงและปรปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งให้ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 111 คน ห้ามลงเล่นการเมือง และช่วยปราศรัยหาเสียงเป็นเวลา 5 ปี
อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายเนวิน ชิดชอบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายพินิจ จารุสมบัติ ฯลฯ เมื่อไทยรักไทยถูกยุบ แกนนำ 111 คน และสมาชิกก็แพแตก ต่างออกไปตั้งกลุ่ม ตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคไทยรักไทย กลายสภาพไปเป็น พรรคพลังประชาชน และดึงเอา นายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นหัวหน้าพรรค แต่นโยบายที่นำออกไปเดินสายหาเสียงยังคงยึดแนวของพรรคไทยรักไทยเดิม อีกทั้งยังชู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำอยู่ตลอดเวลา ทำให้พรรคพลังประชาชนในความรู้สึกของชาวบ้าน ก็คือพรรคไทยรักไทยเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณนั่นเอง ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคพลังประชาชนกำชัยชนะ ได้ 232 ที่นั่ง
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ 165 ที่นั่ง พรรคชาติไทย 37 ที่นั่ง พรรคเพื่อแผ่นดิน 25 ที่นั่ง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 ที่นั่ง พรรคมัชฌิมาธิปไตย 7 ที่นั่ง และพรรคประชาราช 5 ที่นั่ง'
*
อันดับ 7 คดี ปตท.สะเทือนตลาดหุ้น
ใครๆ ก็รู้ว่า บริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นบริษัทใหญ่อันดับ 1 ในตลาดหุ้น เมื่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นฟ้องบริษัทยักษ์เช่นนี้จึงไม่ใช่ธรรมดาสืบเนื่องมาจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และเครือข่ายได้ยื่นฟ้อง ครม.ต่อศาลปกครองสูงสุด ในกรณีการยกเลิกและแปรรูป กฟผ.เนื่องจากเห็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นผลให้ศาลมีคำพิพากษาให้ยุติการนำ กฟผ.เข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น เมื่อสามารถยุติการแปรรูป กฟผ.ได้สำเร็จ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจึงหันมาดูการแปรรูป ปตท. ตามมาอีกคดี โดยอ้างว่าเป็นการรักษาสาธารณสมบัติและทรัพย์สินของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ขอให้มีคำพิพากษายกเลิกและเพิกถอนพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดอำนาจสิทธิและประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2544 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนไขเวลาการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544 เนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า การตรา พ.ร.ฎ.ทั้งสองฉบับเป็นการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 และพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 อันนำไปสู่การผูกขาดธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยบริษัทเอกชน ซ้ำยังขาดกลไกการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนในฐานะผู้บริโภคโดยรวม
นอกจากนี้ พ.ร.ฎ.ทั้งสองฉบับ ยังมีผลทำให้ 'รัฐ' ต้องสูญเสียอำนาจการควบคุมและต่อรองในกิจการของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไปอย่างถาวร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เกิดการผูกขาดโดยองค์กรเอกชนในรูปแบบบริษัทมหาชน รวมทั้งเป็นการกระทำที่มีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นการกระทำ ที่นายกรัฐมนตรีและคณะกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้บุคคลบางกลุ่มและพวกพ้องได้รับประโยชน์จากสมบัติของแผ่นดิน ทางศาลปกครองสูงสุดจึงได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 สรุปว่า ไม่เพิกถอนกฎหมายแปรรูป ปตท.ทั้ง 2 ฉบับ เนื่องจากเกรงจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงาน
ทั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อตลาดทุนรวมถึงตลาดเงิน และอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายตามมาอีกนานัปการ จึงพิพากษาให้ ปตท.มีสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด ต่อไป ไม่ต้องถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ให้ ปตท.โอนท่อก๊าซธรรมชาติ-ท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ ให้กับกระทรวงการคลังเช่นเดียวกับการโอนที่ดินที่เวนคืนมาเพื่อวางท่อฯ จำนวน 106 แปลง 32 ไร่ ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นการแยกอำนาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชนของรัฐ ออกจากอำนาจและสิทธิของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ผลคือ ทำให้ราคาหุ้น ปตท.หายไป 40-50 บาทต่อหุ้น
อันดับ 8 จตุคามฟีเวอร์
เริ่มฮิตติดอันดับของขลังศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง และอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 นครศรีธรรมราช เสียชีวิต ในวันฌาปนกิจ ขุนพันธ์ฯ มีการแจกจตุคามฯรูปเหมือนขุนพันธ์ฯ ซึ่งช่วงนั้นเริ่มมีเสียงโจษขานถึงความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของจตุคามฯ คือป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์ โจรปล้นบ้านเจ้าของบ้านถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไร และสร้างความร่ำรวยให้แก่ผู้ห้อยจตุคามฯ ฯลฯ ชื่อเสียงของจตุคามฯกระฉ่อนขึ้นเรื่อยๆ มีการแย่งกันจองจตุคามฯที่หลายวัดจัดสร้างขึ้น กระทั่งเกิดการเหยียบกันตาย เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์
วัดเกือบทั้งประเทศหันมาจัดสร้าง 'จตุคามฯ' แทนพระเครื่อง จากราคาไม่กี่ร้อยบาทกลายเป็นหลักล้านในชั่วไม่กี่เดือน จนเป็นกระแสฟีเวอร์ จตุคามฯรุ่นดังๆ เช่น สุริยัน-จันทรา รุ่นราชันดำ รุ่นบูรณเจดีย์ราย รุ่นฟ้าสะท้านแผ่นดินสะเทือน รุ่นโคตรเศรษฐี รุ่นท่านพ่อคล้ายวัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง ราคาซื้อ-ขาย เป็นหลักล้าน ทำให้มีเงินสะพัดถึง 20,000 ล้านบาท กระแสจตุคามฯยังสร้างชื่อเสียงให้กับพระที่ปลุกเสก คือพระใบฎีกาปรานพ ฐิตคันโธ หรือ 'หลวงหนุ่ย' ต้องเดินสายรับงานปลุกเสกกว่า 500 รุ่น
เมื่อระดมสร้างกันขึ้นไม่เว้นแต่ละวัด จึงทำให้ในที่สุดจตุคามฯล้นตลาด จากนั้นไม่นานกระแสก็ลดลงถึงขั้นพ่อค้าขาดทุนกันจำนวนมาก และลดกระแสความนิยมลงในที่สุด
อันดับ 9 วินาศกรรมกลางกรุงเหตุร้ายที่ไม่คาดฝัน
อบอวลด้วยบรรยากาศการเฉลิมฉลองมีความสุขในวันที่ 31 ธันวาคม 2549 กันอยู่ดีๆ ชาวกรุงเทพฯก็ต้องตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ระเบิดป่วนเมืองวันเดียว 9 จุด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บหลายสิบ!! คนร้ายเลือกก่อเหตุหลายจุดในเวลาราว 18.00 น. ของวันสิ้นปี มีระเบิดซุกในถังขยะติดกับป้ายรถเมล์ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แรงระเบิดทำให้ผู้ยืนคอยรถเมล์บาดเจ็บราว 20 คน จำนวนนั้นมีนายสงกรานต์ กาญจนะ อายุ 36 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จุดที่สองเกิดระเบิดขึ้นที่หน้าร้านขายแผ่นซีดี ติดกับศาลเจ้าพ่อเสือ เขตคลองเตย มีผู้บาดเจ็บประมาณ 10 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน คือนายสุวิชัย นาคเอี่ยม อายุ 61 ปี
จุดที่สาม เกิดเหตุที่ป้อมตำรวจแยกสะพานควาย มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ส่วนตัวป้อมเสียหายไม่มากนัก จุดที่สี่ เป็นป้อมตำรวจปากซอยสุขุมวิท 62 เขตพระโขนง มีรถเสียหาย 2 คัน ส่วนจุดที่ห้า เป็นป้อมตำรวจสี่แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี มีตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย
ยังไม่หมด...จุดที่หก เกิดระเบิดที่ลานจอดรถจักรยานยนต์ ด้านหลังศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ เขตสวนหลวง จุดที่เจ็ด คือหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน แต่พนักงานทำความสะอาดเห็นเข้าเสียก่อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกือบเที่ยงคืนก็เกิดระเบิดขึ้นเป็นจุดที่แปด ที่ท่าเทียบเรือประตูน้ำ เชิงสะพานเฉลิมโลก ตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แรงระเบิดทำให้มีชาวต่างชาติที่อยู่บริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
ไม่กี่อึดใจคนกรุงก็ต้องขวัญผวาอีกครั้ง เมื่อเกิดระเบิดขึ้นเป็นจุดที่เก้า ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าห้างเกษร พลาซ่า ตรงข้ามห้างเซ็นทรัล เวิลด์ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลง ว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคล้ายกับที่ขบวนการไออาร์เอสร้างขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และช่วยกันแจ้งเบาะแส ทางกรุงเทพมหานครก็ผวาภัยถังขยะ เร่งเปลี่ยนถังขยะทั่วกรุงให้เป็นถังโปร่ง และลดจำนวนถังขยะลง ทำให้ถังขยะกลายเป็นของหายากขึ้นมาทันที
ด้านตำรวจก็ตั้งคณะทำงานสืบสวนหาตัวคนร้ายอย่างทันควัน มีการมุ่งประเด็นหลายอย่าง ที่สำคัญคือ เรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง และการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้
แม้จะมีการเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน แต่จนถึงวันนี้ที่จะก้าวเข้าสู่ปี 2551 ตำรวจก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้
'เหตุนี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ต้องถูกเด้งจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ'
อันดับ 10 สะเทือนขวัญภาคใต้จ่อยิงหัวทีละคนรวม 8 ศพ
เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2550 เป็นการลงมือป่วนสถานการณ์ ส่งท้ายเทศกาลตรุษจีน โดยก่อเหตุวางระเบิดถึง 40 จุดในวันเดียว เวลาเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และสงขลา โดยเริ่มลงมือระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้าใน จ.ปัตตานี ก่อนอันดับแรก ทำให้ไฟฟ้าดับทั่วเมือง ก่อนปูพรมลงมือปฏิบัติการวางระเบิดตามจุดต่างๆใน 3 จังหวัดดังกล่าว
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ผู้ก่อความไม่สงบเป็นวัยรุ่นใช้ผ้าขาวโพกหัว ตระเวนลอบเผาบ้าน-โรงเรียน ลอบถล่มทหาร-ตำรวจ เผาศาลาที่พักผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน ใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงทหารชุดลาดตระเวนในพื้นที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี จากเหตุการณ์ทั้งหมดมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บหลายสิบราย ทั้งนี้ เชื่อกันว่าคนร้ายไม่เจตนาให้มีผู้เสียชีวิต แต่ต้องการป่วนสถานการณ์เท่านั้น
ต่อจากนั้นไม่ถึงเดือน เกิดเหตุอีกครั้งที่สะเทือนขวัญผู้คน วันที่ 14 มีนาคม 2550 ผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ ใช้ปืนจ่อยิงหัวผู้โดยสารรถตู้สายเบตง-หาดใหญ่ ของ หจก.เบตงทัวร์ (2001) โดยจ่อยิงหัวทีละคน รวม 8 ศพ เหตุเกิดบนถนนบ้านอุเบง หมู่ 4 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า คนร้ายล้มต้นไม้ขวางถนน เพื่อให้รถตู้หยุด จากนั้นคนร้ายประมาณ 10 คน แต่งกายชุดพรางสีเขียว ใช้ปืนยิงใส่รถ กระสุนถูกตัวรถและยางรถแตก ทำให้รถเสียหลักไปกระแทกกับต้นไม้ข้างทาง คนร้ายกรูเข้าไประดมยิง พร้อมตะโกนเสียงดังลั่นว่า 'ยิงให้หมดทั้งรถ' ก่อนที่คนร้ายจะจ่อยิงผู้โดยสารในรถจนเสียชีวิต 8 ศพ แยกเป็นผู้ชาย 3 ศพ ผู้หญิง 5 ศพ
จนถึงบัดนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์เช่นนี้ได้

*'5 อันดับ' กิจกรรมเพื่อสังคมสุดฮอต
หากมองเฉพาะมิติการแสดงความ รับผิดชอบต่อสังคมภายนอก ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม ในปี 2550 ประเด็นทางสังคมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน 5 ลำดับแรก ได้แก่
1.ในหลวงครองราชย์ครบ 80 ปี เป็นประเด็นที่ฮอตฮิตมากที่สุดสำหรับคนไทยปีนี้ก็ว่าได้ เพราะนอกจากรัฐบาลจะประกาศให้การเฉลิมฉลองนี้เป็นวาระแห่งชาติโดยสนับสนุนงบประมาณ 400 ล้านบาทสำหรับการจัดกิจกรรมในหน่วยงานของรัฐบาลแล้ว ภาคธุรกิจเองก็ได้แปรเปลี่ยนความจงรักภักดีออกมาในรูปของโครงการเพื่อสังคม กว่า 200 โครงการ อาทิ บริษัท IRPC และธนาคารทหารไทยที่ใจตรงกันร่วมฉลองโดยจัดงานบรรพชาและอุปสมบทหมู่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในขณะที่บริษัทสื่อโฆษณากลางแจ้งอย่าง 'MACO' ก็นำพนักงานร่วมบริจาคโลหิตกับโครงการ 'ทำดีเพื่อพ่อ' ด้านผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชื่อดังอย่างเอเชียซอฟท์ ก็ผุดโครงการ Gamers Love Dad โดยการรณรงค์ให้เกมเมอร์ซื้อไอเท็มเสื้อเหลืองใน 7 เกมยอดนิยมพร้อมนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง รวมถึงโครงการ 'เด็กไทยรวมใจอ่านถวายในหลวง 80 พรรษา' ของนานมีบุ๊คส์ ที่มุ่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เด็กๆ และชวนเด็กไทยทำความดีถวายในหลวงด้วยการอ่านหนังสือ
2.ลดโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นตามติดมาไม่แพ้กัน เพราะเป็นกระแสของทั่วโลก โดยเฉพาะคนไทยที่มีการสำรวจพบว่าตื่นตัวกับกระแสนี้มากที่สุดในโลก ส่งผลให้ภายใน 1 ปี ทั้งภาครัฐ เอกชน ใช้เงินไปแล้วกว่าพันล้านบาทในการเปิดแคมเปญรับโลกร้อน อย่างแบรนด์ โตชิบาที่ออกมาประกาศว่าในปี 2550 นี้ สินค้า 150 รายการใหม่ ภายใต้แบรนด์โตชิบา จะเป็น 'นวัตกรรมสีเขียว เพื่อโลกสีขาว' ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จัดโครงการ 'กรีน ฟอร์เวิร์ด' บอกต่อไอเดียง่ายๆ ช่วยคลายโลกร้อน เพื่อลดภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่ในปัจจุบันและปลุกจิตสำนึกสังคมไทย และได้จัดพิมพ์หนังสือคู่มือช่วยลดภาวะโลกร้อนภายใต้ความร่วมมือจากมูลนิธิโลก สีเขียว เพื่อแนะเทคนิคลดโลกร้อนได้ด้วยตนเอง รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์ www.plus.co.th/ greenforward ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการสื่อสารของผู้ที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน ด้านบริษัทฟิลิป มอริส ก็ออกให้ความรู้กับชุมชนเรื่องการใช้สารเคมี ในจังหวัดภาคเหนือและอีสาน
3.การศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชน ก็เป็นประเด็นที่ใช้ได้ตลอดกาลสำหรับเมืองไทยที่ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เห็นได้จากความต่อเนื่องใน 'โครงการปลูกปัญญา.. ปลูกความรู้สู่อนาคต' ที่กลุ่มบริษัททรูดำเนินการมากว่า 17 ปี โดยเน้นการพัฒนาด้านการศึกษาและการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพให้เด็ก เยาวชน และคนไทยทั่วประเทศมีโอกาสเข้าถึงแหล่งสาระความรู้ทันสมัยอย่างทัดเทียม ในขณะที่บรีสก็มีโครงการจัดสร้าง 'ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้' เพื่อโอกาสให้เด็กไทยได้เล่น ได้เลอะ และได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และ 'โครงการกระดานดำกับกระทิงแดง' ที่เครื่องดื่มกระทิงแดงดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว 5 ปี เพื่อให้การช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่นักเรียน ผ่านการสนับสนุนโครงการค่ายอาสาพัฒนาของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ
4.สาธารณสุขและผู้ประสบภัย ก็ยังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเช่นกันและชัดเจนขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งกองทุน 'สึนามิ รีคัฟเวอรี่ ฟันด์' ของบริษัทหลักทรัพย์เอ็มเอฟซีที่เข้าไปช่วยธุรกิจโรงแรมบริเวณจังหวัดที่ประสบภัย หรือโครงการ Fund Raising Day 'รวมน้ำใจ NSTDA ซับน้ำตาชาวใต้' ของ สวทช. จัดกิจกรรมเพื่อหาเงินทุนช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ก็มีกิจกรรมเชิญชวนลูกค้ามาร่วมโครงการ 'Good Coffee Day' เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชาวไร่กาแฟไทยกับสตาร์บัคส์ ผ่านการร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างสถานพยาบาลให้กับชุมชนชาวไร่กาแฟ ส่วนบริษัท ดัชมิลล์ จำกัด มีโครงการ 'คนไทยใส่ใจลำไส้' พร้อมกับมอบเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้
5.ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ภาคธุรกิจไม่ได้มองข้าม แม้จะไม่มากนักเมื่อเทียบกับใน 4 อันดับแรก อย่างโครงการ 'World Journey of Smiles' ของแอมเวย์ที่ทำการผ่าตัดรักษาเด็กที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ใน 25 ประเทศ โดยเมื่อกลางปีสามารถคืนรอยยิ้มให้เด็กได้แล้วมากกว่า 100 คน ด้านยูนิลีเวอร์ทำโครงการ 'สร้างพ่อครัว สร้างอาชีพ' ให้โอกาสเยาวชนใน สถานพินิจฯ จำนวน 10 คนเข้ารับการฝึกทักษะการประกอบอาหารกับเชฟมือหนึ่งในครัว ยูนิลีเวอร์ ช่วยเยาวชนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ส่วนธุรกิจอาหารสุนัข 'เพดดิกรี' ร่วมกับมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการขยายความสุขให้เพื่อนสุนัขตัวน้อยด้วยการหาทุนจัดหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด โดยจัดซื้อที่ดินสำหรับจัดตั้งที่ทำการมูลนิธิแห่งใหม่
*กำหนดการสัมมนาเรื่อง เปิดโลกการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นสูง
กำหนดการสัมมนา
เรื่อง เปิดโลกการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นสูง
จัดโดย
สำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์ (CCP)
วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2551 เวลา 13.00 – 16.30 น.
ณ ห้อง Theater อุทยานวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
13.00 - 13.30 น. ลงทะเบียน
13.30 – 14.30 น. บรรยายเรื่อง 'ปรับเปลี่ยนกระบวนการในองค์กรสู่ความมั่งคั่งได้อย่างไร'
IT Infrastructure Library (ITIL) the key to managing IT services
14.30 – 15.15 น. บรรยายเรื่อง 'บริหารโครงการอย่างมืออาชีพ '
Project Management Professional (PMP)
15.15 – 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 – 16.30 น. บรรยายเรื่อง 'สร้างมาตรฐานสากลการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ด้วย ISO/IEC 17799:2005 และ ISO 27001:2005'
16.30 น. ปิดการสัมมนา
บรรยายโดย : อาจารย์วิสุทธิ์ สุวรรณสุขโรชน์
Senior Instructor

*บรรยาย นัดพิเศษสุดเรื่อง 'กลยุทธ์ในการบริหารชีวิตและธุรกิจ'
เชิญฟังบรรยาย นัดพิเศษสุดเรื่อง 'กลยุทธ์ในการบริหารชีวิตและธุรกิจ' โดย 2 ผู้บริหารระดับสูงของประเทศ 'ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ และ 'ทวี บุตรสุนทร' ประธานกรรมการ ธนาคารไทยธนาคาร ในวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551 เวลา 14.00-16.30 น. ที่ชั้น 11 อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถ.สีลม จัดโดย Executive Go Club ผู้สนใจเข้าฟังฟรี สำรองที่นั่งได้ที่ คุณสุจารี หงส์จินดาพงศ์ 02-677-9035 (จำนวนจำกัด)

*2007 TOP GADGETS ของเล่นสุดเจ๋งแห่งปี 2007 โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ pairat@matichon.co.th
เป็นธรรมเนียมยามสิ้นปีที่ต้องมองย้อนกลับไปในช่วง 365 วันที่ผ่านมา หาอะไรที่เป็น 'ที่สุด' มาเล่าสู่กันฟัง ผมเลือกที่จะนำเสนอ 'แกดเจ็ทส์' หรือที่บางคนเรียกว่า 'ของเล่นไฮ-เทค' ที่เป็นที่สุดในหมวดหมู่ของตัวเองในปีนี้ เพราะหมวดหมู่สินค้าไอทีเหล่านี้ไม่เพียงครองตลาดในช่วงปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังจะเป็นแนวโน้มสำคัญสำหรับวงการไอทีในปีหน้าอีกด้วย หลายอย่างเพิ่งเปิดตัวออกมาและยังไม่เห็นกันในตลาดเมืองไทย บางอย่างคุ้นหูคุ้นตา หลายคนคงได้ลองใช้ไปบ้างแล้ว ลองดูนะครับว่า ที่เลือกมานี่เจ๋งจริงหรือเปล่า
1. ทีวี โอแอลอีดี ของโซนี่
'โอแอลอีดี' พูดถึงกันมานานนับแล้วก็หลายปี แต่จนแล้วจนรอดยังไม่มีใครผลิตออกสู่ตลาดได้สักราย กระทั่ง 'โซนี่' นำทีวีต้นแบบที่ใช้จอชนิดนี้เป็นเครื่องแรกของโลกออกมาอวดโฉมเมื่อมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนตุลาคม และปล่อยของจริงออกวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม แล้วก็ไม่สร้างความผิดหวังให้แฟนๆ ทั้งหลาย 'โอแอลอีดี ทีวี' เป็นจอชนิดใหม่ ย่อมาจากคำว่า 'ออร์แกนิค ไลท์ อีมิทติ้ง ไดโอด' ทีวีเครื่องแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้ของโซนี่ หน้าจอแค่ 11 นิ้ว ตัวจอบางเฉียบแค่ 3 มิลลิเมตร แต่ประสิทธิภาพเหนือกว่าทั้งแอลซีดีและพีดีพี (พลาสมา) ทั้งในเรื่องของมุมมอง ที่มองภาพได้คมชัดในมุมกว้างกว่า เวลาการตอบสนองสูงเร็วกว่า และให้ค่าความคมชัดกับสีสันที่ดี สดใสกว่ามาก อายุการใช้งานอยู่ที่ 30,000 ชั่วโมง (ถ้าดูวันละ 8 ชั่วโมง ก็ใช้งานได้นานถึง 10 ปี) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกในรอบหลายปีของโซนี่ ที่ทำให้ใครต่อใครร้อง 'ว้าว' ได้เต็มปากเต็มคำ ราคาจำหน่ายที่ตั้งไว้เมื่อวางขายตอนแรกทำเอานักวิจารณ์สะอึกเหมือนกัน เพราะตั้งไว้ที่ 200,000 เยน หรือราว 59,500 บาท แต่เชื่อไหมครับว่า มันขายหมดในพริบตา!
* 2. เอสเอส อาร์เอ็กซ์ 1 จากโตชิบา
โตชิบาวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กตัวนี้ทั้งในชื่อ เอสเอส อาร์เอ็กซ์ 1 ในบางตลาด และโพรทีเฌ่ อาร์ 500 ในอีกบางแห่ง ดูผิวเผินแล้วไม่น่าจะมีอะไรพิเศษมากมาย แต่เอาเข้าจริงมันได้รับการยอมรับว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่เบาและบางมากที่สุดเท่าที่มีอยู่จนถึงสิ้นปี มันหนักแค่ 768 กรัม จอ 12.1 นิ้ว ใช้คอร์ 2 ดูโอ้ ของอินเทลสปีด 1.06 GHz มีไวไฟมาตรฐานใหม่สุด 802.11n กับดิสก์แบบใหม่ เอสเอสดี (โซลิด สเตท ดิสก์) ขนาด 64 GB ที่ว่ากันว่าจะมาแทนฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ ธรรมดาๆ ในอนาคตอันใกล้
3. คาสิโอ 'ยูทิวบ์'
ความตกลงระหว่างคาสิโอกับยูทิวบ์ในปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นหนึ่งใน 'ดีล' เชิงการตลาดที่ชาญฉลาดที่สุดของปีที่ผ่านมา ที่ทำให้คาสิโอสามารถส่งกล้องดิจิตอล เอ็กซิลิม-เอาส 880 และ อีเอ็กซ์-แซด 77 ทำตลาดกับสาวกยูทิวบ์ได้เพียงลำพังตลอดทั้งปี กล้องพิเศษทั้ง 2 ตัวที่ว่านี้มีโหมดการทำงานที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอคลิป เพื่ออัพโหลดสู่เว็บไซต์ชื่อดังได้แสนง่าย ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ได้รับความนิยมจนถึงกับต้องใส่ยูทิวบ์ โหมดไว้ในรุ่นอื่นๆ ด้วยในเวลาต่อมา ดีลเอ็กซ์คลูซีฟหนนี้หมดลงในตอนสิ้นปี เชื่อว่าปีหน้าหลายๆ ยี่ห้อคงนำมาใช้ทำการตลาดตามมา
4. คอนเซ็ปต์ พีซี ของเอ็นอีซี
ผมเคยได้ยินใครต่อใครพูดถึงการ 'หลอมรวม' กันระหว่างพีซีกับทีวีมานานครับ แต่ดูเหมือนมีเพียงเอ็นอีซี เจ้าเดียวที่ทำได้ใกล้เคียงความจริงที่สุด เจ้าคอนเซ็ปต์ พีซีที่ว่านี้ยังไม่ได้ผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์ แต่แนวคิดน่าสนใจเหลือเกิน เจ้า LUI (น่าจะออกเสียงว่า ลูอิ หรือลูอี้ เนอะ) เป็นพีซี ใช้โอเอส วิสต้า ของวินโดวส์ แต่มีอะไรอยู่ในตัวมากมาย มันสามารถทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ประจำบ้านได้ มีทีวี จูนเนอร์ อยู่ภายใน 2 ตัว ทำให้เราสามารถดูทีวีได้ 1 ช่อง แถมยังเลือกบันทึกได้อีก 1 ช่องในเวลาเดียวกัน มีเทคโนโลยี ดีแอลเอ็นเอ (ดิจิตอล ลีฟวิ่ง เน็ตเวิร์ก อไลแอนซ์) ที่ทำให้การเชื่อมต่อกับรายการโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณสดหรือที่บันทึกเอาไว้ สามารถส่งต่อไปยังเครื่องพีซีที่มีดีแอลเอ็นเอเครื่องอื่นๆ ในบ้านได้ผ่าน อีเธอร์เน็ต และจะมี 'บลู เรย์ ดิสก์ ไรเตอร์' มาให้เพื่อให้ก็อบปี้รายการลงดิสก์ได้แบบสะใจ เป็นต้น กำหนดวางตลาดในญี่ปุ่นไม่เกินครึ่งแรกของปีหน้าครับ
*5. แคมคอร์เดอร์ บลูเรย์ ของฮิตาชิ
แคมคอร์เดอร์ เจ้าแรกที่ใช้สื่อบันทึกเป็น บลู เรย์ ดิสก์ ในปีที่ผ่านมาคือเจ้าดีแซด-บีดี 70 ของฮิตาชิ ที่ต่อมาปล่อยตัว ดีแซด-บีดี 7 เอช ซึ่งเพิ่มฮาร์ดดิสก์ขนาด 30 GB เข้าไปด้วย การใช้บลู เรย์ ดิสก์ ทำให้สามารถบันทึกภาพในระบบฟุลเอชดีได้ราว 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นตัวที่มีฮาร์ดดิสก์อยู่ด้วยก็สามารถเพิ่มเป็น 4 ชั่วโมงได้ แถมยังถ่ายภาพนิ่งขนาด 4.3 ล้านพิกเซล ได้อีกต่างหาก
6. นิสสัน ไพโว 2
คอนเซ็ปต์ คาร์ ของนิสสันคันนี้ สร้างชื่อฮือฮาไว้มากในงานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ ใช้ระบบไฟฟ้า หลังคาหมุนได้ 360 องศา ส่วนล้อบิดได้รอบตัวทำให้ 'เข้าซอง' ได้ง่ายดายอย่างยิ่ง เพราะเอาข้างเข้าจอดได้ ภายในมี 'ไพโว-คุง' หุ่นยนต์ฝังตัวอยู่ในแผงหน้าปัดที่มี 'วอยซ์ รีค็อกนิชั่น' ที่ทำให้ผู้ขับสอบถามเส้นทางไปยังสถานที่เป้าหมายหรือลานจอดที่ใกล้ที่สุดได้ นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีจดจำใบหน้าได้ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยการจดจำใบหน้าของคนขับ ตรวจสอบวี่แววของความเหนื่อยล้าของผู้ขับ เพื่อบอกให้พักได้ถ้าหากจำเป็น แถมยังเป็น 'เพื่อน' ของคนขับได้ตลอดทาง แต่กว่าไพโว 2 จะออกมาขายได้ก็คงต้องรอจนถึงปี 2015 โน่นแนะครับ
7. 'ราขุ-ราขุ' มือถือของเอ็นทีที-โดโคโม
ฟูจิตสึออกแบบ 'ราขุ-ราขุ เบสิค โฟน' ให้เอ็นทีที-โดโคโม แบบตั้งใจจะเลี่ยงให้พ้นปุ่มและฟังก์ชั่นสารพัดที่สร้างความงงงวยให้กับผู้ใช้ในโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่เวลานี้ ปุ่มของ 'ราขุ-ราขุ' รวมทั้งตัวอักษรบนจอ มีขนาดใหญ่กว่าปกติทั่วไป และมีปุ่มลัด 'สปีด-ไดอัล' ให้ถึง 3 ปุ่ม ภายในยังมีฟังชั่น 'สโลว์ วอยซ์' ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ชะลอสปีดของคำพูดของคู่สนทนา (ชดเชยด้วยการลดช่องว่างระหว่างคำลง) ส่วน 'เคลียร์ วอยซ์' ก็เป็นฟังก์ชั่นที่จะทำหน้าที่เพิ่มความแจ่มชัดและปรับระดับริง โทนให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมโดยอัตโนมัติ
8. 'TPEG' โฟน จากซัมซุง
เอสพีเอช-บี 5800 เป็นโทรศัพท์มือถือที่สามารถรับและอัพเดตข้อมูลการจราจรผ่านระบบใหม่ที่เรียกว่า ทีพีอีจี (ทรานสปอร์ต โปรโตคอล เอ็กซเปิร์ต กรุ๊ป) ระบบนี้พัฒนาขึ้นในยุโรปและเกาหลีใต้นำมาใช้เมื่อไม่นานมานี้ นอกจากข้อมูลการจราจรแล้วมันยังรับสัญญาณทีวีผ่านดาวเทียมได้อีกด้วย
9. เอชดี-แคมคอร์เดอร์ ที่เล็กที่สุดในโลก
คือเจ้า เอชดีซี-เอสดี 7 ของพานาโซนิคครับ (52 คูณ 110 คูณ 87 มม.) หนักแค่ 350 กรัม ใช้เซ็นเซอร์แบบซีซีดี (ชาร์จ คัพเพิ่ล ดีไวซ์) 3 ตัว บันทึกภาพ MPEG4 แบบฟุลเอชดี ได้นานถึง 60 นาที ความลับที่ทำให้มันเล็กลงได้ขนาดนี้ก็คือ การใช้สื่อบันทึกเป็นเอสดี การ์ด นั่นเองครับ
10. วอล์กแมน ทีวี
ตัวสุดท้ายที่จะพูดถึงมาจากค่ายโซนี่เหมือนกันครับ ว่ากันว่า วิดีโอ วอล์กแมน จากโซนี่ (เอ็นดับบลิว-เอ 916 ถึง 919) 3 ตัวนี้คือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของไอพอด ที่สำคัญก็คือ ปีที่ผ่านมา โซนี่พัฒนาให้มันสามารถรับสัญญาณทีวีในระบบ 'วันเซ็ก-ทีวี' ได้ ซึ่งไอพอดไม่มี แถมหน้าจอยังขยายใหญ่ขึ้นเป็น 2.4 นิ้ว
ปีหน้าคงแข่งขันกันดูดเงินในกระเป๋าเรากันยกใหญ่ละครับ


H O M E



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 23:12:35 น. 107 comments
Counter : Pageviews.

 
*บันทึกจากบาหลี : การค้าคาร์บอนไม่ใช่ทางออกของปัญหาโลกร้อน แดฟเน ไวแชม (Daphne Wysham) http://www.seen.orghttp://www.ips-dc.org
วันนี้เป็นวันที่สี่ของการประชุมเรื่องโลกร้อนของสหประชาชาติ อากาศก็ร้อนชื้น กระทั่งในห้องต่างๆ ภายในสถานที่ประชุมที่ผู้คนออกันรอบๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ยังกับเป็นห้องอบซาวนา ซึ่งก็เหมาะสมดี เพราะมันเตือนให้เราไม่เพียงแต่ตระหนักว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน (เกาะบาหลีในเขตร้อน) เท่านั้น และยังตระหนักว่ามาที่นี่กันทำไมอีกด้วย โลกกำลังป่วยไข้ และเรามาที่นี่เพื่อช่วยลดไข้ ก่อนที่จะสายเกินไป แต่ปัญหาก็คือ เราจะสามารถจัดแจงโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลตามความมุ่งหวังได้หรือไม่
เว็บไซต์สำหรับการประชุมเรื่องโลกร้อนของสหประชาชาติ http://unfccc.int/ มีแสดงท่าทีตั้งความหวังต่อการประชุมคราวนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการถ่ายทำนั้นก็ปรากฏการแตกแยกไม่ลงรอย ไม่ใช่แค่ระหว่างประเทศทางเหนือกับประเทศทางใต้, กลุ่มประเทศ G77 กับ EU, กลุ่มประเทศญี่ปุ่น สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์กับที่เหลือทั้งโลกเท่านั้น แต่ยังมีระหว่าง NGO กลุ่มต่างๆ ด้วยกันเองอีกด้วย
เมื่อมีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ต้องมีการต่อสู้ช่วงชิงกันมากสักหน่อย และตอนนี้ก็มีเงินมากเสียด้วยที่ลอยว่อนอยู่ตรงหน้าทั้งรัฐบาลและเอ็นจีโอ ซึ่งมีวลียอดฮิตคือ ยอมรับการค้าคาร์บอน (carbon trading) เสียเถอะ หรือไม่ก็จะชวดไม่ได้อะไรเลย กระทั่งเจ้าเงินก้อนที่เรียกกันว่า กองทุนเพื่อการปรับตัว (adaptation fund) ซึ่งอาจจะเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด ก็กำลังถูกยื่นหมูยื่นแมวให้กับประเทศยากจน ด้วยการหักเปอร์เซ็นต์จากเงินที่ได้จากการค้าคาร์บอน หมายความว่า จงยอมรับการค้าคาร์บอนเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นประชาชนที่ยากจนของคุณจะอดตายไม่น่าประหลาดใจที่รัฐบาลของหลายประเทศกำลังโดดเกาะขบวนรถนี้กันอยู่ ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากกำลังแบกภาระหนี้สินและปัญหาความยากจนอันเป็นฝีมือของสถาบันของประเทศทางเหนืออย่างเช่น ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ เป็นต้น ภาระหนี้พอกหางหมูมาตั้งแต่วิกฤติการณ์ราคาน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 จนไม่เหลือทางเลือกอะไรมากนัก ถ้าหากการรักษาป่าและทำให้มันกลายเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนเพื่อให้ประเทศทางเหนือพ่นก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ต่อไป ก็เอาเถอะ แต่ก็มีประเด็นปัญหาเรื่องการทุจริตติดสินบน
ไม่มีใครแน่ใจได้ว่าจะมีเงินร่วงหล่นในกระบวนการทางการเมืองในประเทศกำลังพัฒนามากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีวี่แววให้เห็นว่าการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ในอินโดนีเซียในตอนนี้พัวพันกับเรื่องมีนอกมีในไม่โปร่งใสในหมู่นักค้าคาร์บอน ซึ่งเป็นผลประโยชน์นับพันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แน่นอนทันที่ที่ปิดการเจรจาสำเร็จ บรรดาผู้มีอำนาจตัดสินใจก็จะมีแบ่งปันกันได้อย่างพอเพียง แต่ที่น่าประหลาดใจ (หรืออาจไม่น่าประหลาดจากนักสำหรับผู้ที่ได้สังเกตการณ์การเจรจาเรื่องโลกร้อนมายาวนาน) ทัศนคติแบบนี้ก็แพร่เชื้อระบาดในหมู่เอ็นจีโอด้วยเช่นกัน เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมต่างกระหายที่จะได้เงินมาปกป้องรักษาป่าฝนที่นั่นหรือรักษาสัตว์และพันธุ์พืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่โน่น เอ็นจีโอที่ทำงานต่อสู้ความอดอยากหรือบรรเทาภัยพิบัติก็มีความกระหายเงินไม่แพ้กัน
คนที่มีความกังขาเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ที่พ่วงมากับเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนนอกวงเอ็นจีโอที่ครอบงำกระบวนการนี้อยู่ แต่หากจะมองอย่างเป็นธรรมแล้ว คนที่ทำงานเรื่องนี้มาหลายปีได้เห็นการเจรจาเปลี่ยนไปจากการหามาตรการควบคุมบังคับเป็นการใช้กลไกการตลาดแทน เพื่อจะดึงให้ผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลกคือ สหรัฐฯ เข้าร่วมวงด้วย เมื่อเห็นว่าเวลามีอยู่ไม่มาก พวกเขาจึงคิดว่าไม่มีเวลาแล้วที่จะหวนกลับไปคิดทบทวนแนวคิดใหม่ทั้งหมด พวกเขาผูกติดกับกระบวนการที่พวกเขาได้ผลักดันให้รัฐบาลของพวกเขายอมรับ และลังเลที่จะทบทวนมัน อาจเป็นเพราะเวลาเหลืออยู่ไม่มากแล้วจริงๆ และแทบไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้วที่สามารถเข้าไปถึงโต๊ะเจรจาได้ หรือไม่ก็การทำอย่างนั้นอาจจะหมายถึงการเสียหน้า พวกเขาก็เลยมีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเต็มสูบ โดยเพิกเฉยต่อผลที่ปรากฏออกมาที่ส่อแววความล้มเหลว การฉ้อฉล และที่เลวร้ายที่สุดคือ การปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้นภายใต้ระบบการค้าคาร์บอนนี่เอง แต่ว่าก็มีทางออก !
การค้าคาร์บอนไม่ใช่วิธีการปกป้องสภาพภูมิอากาศอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่มันเป็นแนวทางเสรีนิยมใหม่ที่อำนวยประโยชน์แก่บรรษัท ประเทศที่ท่วมทับด้วยหนี้สินอยู่แล้วจะยิ่งเป็นหนี้หนักยิ่งขึ้นต่อสถาบันต่างๆ ที่ผลักดันแนวทางที่เอื้อผลประโยชน์ต่อบรรษัท ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก WTO และสถาบันนายหน้าอื่นๆ แล้วจะทำอย่างไร? ฉันเสนอว่ามียุทธศาสตร์หกประการเป็นอย่างน้อยที่อาจจะเปลี่ยนทิศทาง "การแก้ปัญหา" เรื่องโลกร้อนที่กำลังดำเนินอยู่นี้ได้ แต่มันจะไม่ได้มาจากกลุ่มองค์กรสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้มาจากส่วนใหญ่ของคนพวกนั้น อีกทั้งไม่ได้มาจากซีกรัฐบาลอีกด้วย
ประการแรก ยอมรับกันเถิดว่าเราถูกหลอก การซื้อขายปริมาณการปล่อยคาร์บอนนี้เห็นได้ชัดว่าจะต้องพัง และเราจำต้องเผชิญหน้ากับมัน
ประการที่สอง เอาอำนาจอธิปไตยคืนมา การค้าคาร์บอนในฐานะที่เป็นเครื่องมือของเสรีนิยมใหม่ทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ สูญเสียอำนาจในการกำกับดูแลและมอบอำนาจนั้นให้กับผู้เล่นภายนอก ไม่ว่าจะเป็นนักค้าคาร์บอนหรือพวกที่เรียกว่านักตรวจบัญชีคาร์บอน (carbon auditors) ที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน จะต้องนำอธิปไตยกลับคืนให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ประการที่สาม การแก้ไขปัญหาโลกร้อนไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ จะต้องมีความโปร่งใส การค้าคาร์บอนเติบโตอยู่บนเส้นสนกลในที่ปกปิด ในโลกของตลาดคาร์บอน เหมือนกับตลาดอื่นทั่วไปที่ถ้าหากไม่มีการตรวจสอบ ความลับทางธุรกิจจะมีความสำคัญเหนือสิทธิในข้อมูลข่าวสารของประชาชน สิทธิในข้อมูลข่าวสารในกรณีนี้หมายความว่าโลกของเราอยู่ในการดูแลที่เชื่อใจและปลอดภัยหรือไม่ เราจะเชื่อได้ไหมกับการที่บริษัท Halliburton บอกว่าพวกเขากักเก็บก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ไว้หลายพันล้านตันจากบ่อน้ำมันของพวกเขา? เราจะเชื่อไหมว่ารัฐบาลจะไม่รับสินบนจากธุรกิจกำจัดขยะในการกำจัดก๊าซมีเธนที่เกิดจากบ่อขยะ?
ประการที่สี่ สร้างความสมานฉันท์ในกระบวนการเจรจาแก้ปัญหาโลกร้อน การค้าคาร์บอนทำให้ชุมชนในซีกโลกเหนือต้องมีปัญหากับชุมชนในซีกโลกใต้ การปล่อยก๊าซยังคงดำเนินต่อไปในใจกลางเมืองและชุมชนยากจนต่างๆ ในซีกโลกเหนือโดยแลกกับโครงการปลูกป่าหรือกักเก็บมีเธนในซีกโลกใต้ ในประเทศกำลังพัฒนา การแลกอย่างนี้มักจะทำให้คนรวยมีปัญหากับคนจน เจ้าของสวนมีปัญหากับชาวนายากจน ด้วยการยอมรับว่าการค้าคาร์บอนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ทำให้ชุมชนต้องสูญเสียสิทธิพื้นฐานของชุมชนต่ออากาศที่บริสุทธิ์ น้ำสะอาดและอาหาร
ประการที่ห้า ไม่มีเหตุผลเลยว่าทำไมเราถึงต้องใช้เงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนบริษัทน้ำมัน ก๊าซและถ่านหินที่เป็นตัวการทำให้เกิดโลกร้อน ไม่ใช่ในเวลาที่นักวิทยาศาสตร์บอกเราว่าเรามีเวลาเหลืออยู่ 7 ปีในการหันเหเส้นทางอย่างนี้ สถาบันอย่างธนาคารโลก Ex-Im, JBIC, EIB ฯลฯ จะต้องหยุดการสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และต้องหยุดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แหล่งเงินกู้อื่นที่เป็นของเอกชนจะตามมาเองเมื่อแหล่งเงินกู้ของรัฐเหล่านั้นแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนอุตสากรรมเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว
สุดท้าย ต้องยกเลิกหนี้ให้กับประเทศกำลังพัฒนา วิกฤตการณ์โลกร้อนมีสาเหตุสำคัญมาจากภาวะหนี้สิน หนี้สินผลักให้ประเทศลูกหนี้ต้องขจัดอุปสรรคต่างๆ ต่อการค้าเสรี มันบังคับให้ประเทศเหล่านั้นลดหย่อนกฎระเบียบที่ปกป้องป่าไม้ บังคับให้ต้องขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซและถ่านหินเพื่อส่งออก หรือต้องยอมรับอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้นมาอยู่ในประเทศตัวเอง และยังทำให้ประเทศกำลังพัฒนาแทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกระโจนไปกับการค้าคาร์บอน ซึ่งทำให้ต่างชาติยิ่งมีอำนาจเหนือทรัพยากรในประเทศมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของโลกร้อน
ขบวนการเรียกร้องการยกเลิกหนี้ก็มาที่บาหลีนี้ด้วย นักเคลื่อนไหวปลดหนี้ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าไปถึงโต๊ะเจรจาได้ และจำนวนมากก็ยังมึนไปกับบรรดาศัพท์แสงตัวย่อในเวทีของ UNFCCC นี้อยู่ พวกเขาคงนึกเหมือนกับสาธารณชนอีกมากที่ไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องนี้ว่า พวก "ผู้เชี่ยวชาญ" เหล่านั้นคงจัดการปัญหานี้ได้กระมัง แต่ก็เหมือนกับในดินแดนแห่งพ่อมดอ๊อซนั่นแหละ ตาพ่อมดอ๊อซที่ดูทรงอำนาจและยิ่งใหญ่สุดท้ายก็ถูกเปิดโปงว่าเป็นจอมลวงโลกโดยฝีมือของผู้ที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่น่ายำเกรงอะไรของเขาเลย นั่นคือ หมาน้อยของโดโรธี คนที่มีสายตาแจ่มใสและประสบการณ์น้อยสามารถพึ่งพาสัญชาติญาณของตัวเองได้และไม่ต้องหลบฉากไปด้วยความย่นระย่อ ทางออกนั้นสามัญมาก นั่นคือ ทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บน้ำมัน ก๊าซและถ่านหินไว้ใต้ผิวโลกอยู่อย่างนั้นแหละ หยุดการตัดไม้ทำลายป่า สนับสนุนประเทศต่างๆ ให้เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและสร้างเศรษฐกิจ "สีเขียว" อย่าเพิกเฉยต่อคนยากจนที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ความแห้งแล้ง นาล่ม และต้องการความช่วยเหลือ หรือไม่ก็จำเป็นต้องโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อความอยู่รอด ถ้าเรามุ่งไปที่เรื่องพิ้นฐานเหล่านี้ ไม่ใช่ทางออกปลอมๆ
ของการค้าคาร์บอน เราก็คงจะประสบความสำเร็จ อาจจะไม่ใช่ที่นี่ที่บาหลี แต่สิ่งต่างๆ ต้องเกิดขึ้นในพื้นที่จริงๆ ในทุกประเทศและทุกชุมชนทั่วโลก




*เส้นทาง สู่ อำนาจ เส้นทาง อานันท์ ปันยารชุน เส้นทาง 'ทหารหนุ่ม' คอลัมน์ หักทองขวาง
ถึงแม้ 3 พรรคการเมืองใหญ่อันได้แก่ พรรคกิจสังคม พรรคชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์ จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็มี 2 ฐานทางการเมืองที่ค้ำยันเอาไว้
ฐาน 1 คือ ฐานของวุฒิสภาเพราะว่า 225 สมาชิกวุฒิสภา มาจากการเสนอแต่งตั้งในวันที่ 22 เมษายน 2522 โดย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
ฐาน 1 คือ ฐานของข้าราชการอันครอบคลุม พลเรือน ตำรวจ ทหาร กระนั้น ภายในจุดแข็งนี้ก็มีจุดอ่อนดำรงอยู่และสามารถส่งผลสะเทือนต่อสถานะของรัฐบาลได้อย่างลึกซึ้ง เพราะว่าสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่มาจากคนในกองทัพ
ตราบใดที่กองทัพให้การสนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ตราบนั้นก็หมายความว่าไม่มีพลังการเมืองใดสามารถสั่นคลอนสถานะของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ลงได้
แต่หากเมื่อใดกองทัพไม่ให้การสนับสนุน ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จะคงความแข็งแกร่งเอาไว้ได้เหมือนกับที่เคยมีภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2520 เพียงถึงกลางปี 2522 รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็เริ่มโยกเยก โอนเอน มีสถานการณ์หลายสถานการณ์ที่ทำให้สถานะของรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เริ่มโยกเยก โอนเอน
ประการหนึ่ง เป็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤตน้ำมันโลกระลอก 2 อันเป็นผลสะเทือนใหญ่หลวงเช่นเดียวกับวิกฤตน้ำมันโลกระลอก 1 เมื่อปลายปี 2516 พอราคาน้ำมันสูง ราคาสินค้าก็พลอยกระเพื่อมไปตามราคาน้ำมันด้วย
ประการหนึ่ง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจถูกแปรเป็นสถานการณ์ความไม่พอใจในทางการเมือง ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้ใช้แรงงานจะรวมตัวกันประท้วง หากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็เตรียมหยิบยกประเด็นทางเศรษฐกิจมาเป็นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ประการหนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มทหารหนุ่มที่นำโดย พ.ท.จำลอง ศรีเมือง และ พ.ท.มนูญ รูปขจร
เป็นการเคลื่อนไหวไม่เอา พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ขณะเดียวกัน ก็ปรากฏตัวเลือกใหม่ทางการเมืองโดดเด่นขึ้นมาในลักษณะเปรียบเทียบอย่างแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ สถานะของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะตัวเลือกใหม่
จุดเด่นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แม้ในระยะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกอาจจะยังไม่เห็นอย่างเปรียบเทียบกับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ หากแต่เมื่อผงาดขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อเดือนตุลาคม 2521 กลับเด่นชัดยิ่ง แม้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นของ พล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกลับเป็นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก
ตรงนี้เองที่ทำให้มนต์ขลังจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดำเนินไปเหมือนกับในยุคของ พ.อ.หลวงพิบูลสงคราม และ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตลอดจน จอมพลถนอม กิตติขจร และ พล.อ.ประภาส จารุเสถียร ฐานของกองทัพอันเคยเป็นของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จึงแปรเปลี่ยนมาเป็นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เมื่อประสานเข้ากับปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความไม่พอใจของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการประสานระหว่างสมาชิกวุฒิสภาสายทหารกับพรรคการเมืองขึ้น ตรงนี้เองที่ทำให้สถานะทางการเมืองของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เริ่มไม่มั่นคงและเริ่มถูกท้าทาย
กระทั่งในที่สุดก็ตัดสินใจลาออกกลางสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2523
นับแต่เดือนมีนาคม 2523 เป็นต้นไป จึงเป็นยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่สำคัญก็คือ พรรคกิจสังคมได้กลายเป็นทัพใหญ่ทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล โดยมี นายบุญชู โรจนเสถียร ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และมี นายอำนวย วีรวรรณ ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:49:01 น.  

 
*'พุทธทาสบุ๊คคลับ'อ่านหลักคิดเรื่องชีวิตจากสองปราชญ์ ผ่านจดหมายร้อยปี พุทธทาส-สัญญา

โดย : มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ และองค์กรร่วมจัด เมื่อ : 26/03/2008 11:51 AM ขอเชิญร่วมกิจกรรม 'พุทธทาสบุ๊คคลับ' (Buddhadasa Book Club) ครั้งที่ 2

หัวข้อ 'อ่านหลักคิดเรื่องชีวิตจากสองปราชญ์ ผ่านจดหมายร้อยปี พุทธทาส-สัญญา'

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 17.00 -18.00 น.
ณ เวทีกลาง โซนฮอล์ลเอ และบอลรูม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


วิทยากร โดย
· ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.อักขราทร จุฬารัตน
(ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์)

· ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล (ปลัดกระทรวงยุติธรรม)


ดำเนินรายการ โดย
· ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์ (อาจารย์ประจำสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

· นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช (กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส)

ร่วมจัดโดย :
มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, เครือข่ายธรรมโฆษณ์ฯ, เครือข่ายพุทธิกา

ท่านที่สนใจ กรุณาติดต่อกลับเพื่อสำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณโอม : 089-7662719 หรือที่omechinn@hotmail.com , omechinn@gmail.com

หมายเหตุ : การเข้าร่วมกิจกรรม ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และจะได้รับแจกหนังสือของท่านพุทธทาสจากมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส
***หากอ่านหนังสือที่ใช้ในกิจกรรมเสวนามาก่อนจะดียิ่ง




*มุมมองต่อการตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนในอาเซียน...โฉมหน้าใหม่จริงหรือ ? - ประชาไท
ในเดือนมกราคม 2551 นี้ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ จะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ (วาระ 2551-2555) ในขณะที่ประเทศไทยก็จะเป็นประธานอาเซียนในปี 2551-2552 ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทนำของไทยในอาเซียน หรือสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอายุมามากว่า 40 ปี โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีการผลักดัน ‘กฎบัตรอาเซียน’ ซึ่งเพิ่งยกร่างและลงนามกันไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่สิงคโปร์ แต่ก็ยังต้องการสมาชิกทั้ง 10 ชาติของอาเซียนลงนามรับรอง
กฎบัตรอาเซียนที่ว่าร่างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 และสร้างกลไกที่จะส่งเสริมให้รัฐสมาชิกปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ ของอาเซียนที่มีอยู่แล้วมากมาย แต่ไม่ค่อยมีผลในทางปฏิบัติ (ขณะเดียวกันในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนก็กำลังร่างแผนจัดตั้ง 'ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน' ซึ่งจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ แรงงาน และการลงทุนอย่างเสรีเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและทำให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกอย่างสมบูรณ์ให้ได้ภายในปี 2558 เช่นกัน)
ที่น่าจับตามองคือ กฎบัตรอาเซียนี้จะมีส่วนที่เกี่ยวกับการจัดตั้ง ‘องค์กรสิทธิมนุษยชน’ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในแวดวงอาเซียน โดยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำกรอบการดำเนินงานหรือ ทีโออาร์ จึงเป็นเรื่องต้องจับตามองว่าอาเซียนจะมีบทบาทด้านนี้ได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะจะจัดการอย่างไรกับแผลเรื้อรังอย่าง สหภาพพม่า วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานไทยเพื่อการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน ได้จัดสัมมนาเรื่องดังกล่าว ว่าด้วย ‘กฎบัตรอาเซียน จะเป็นศักราชใหม่ของสิทธิมนุษยชนในอาเซียนได้หรือไม่’ โดยมีวิทยากรหลากหลายเข้าร่วม ที่น่าสนใจคือมุมมองจากนักวิชาการที่ทำงานด้านสิทธิในหลายแง่มุมอย่าง ‘บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์’ ผอ.โครงการยุทธศาสตร์นโยบายฐานทรัพยากร ภายใต้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมไปถึงสายตาของนักข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ‘สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี’ ที่ติดตามทำข่าวอาเซียน และอื่นๆ ในเอเชียมาอย่างยาวนาน
สุภลักษณ์ กล่าวฟันธงแต่ต้นว่า จากประสบการณ์การทำงานข่าวเกี่ยวกับอาเซียนมายาวนานทำให้ได้ข้อสรุปว่าอย่าได้คาดหวังกับโฉมหน้าใหม่ของอาเซียน หรือเอกสารความตกลงต่างๆ ของอาเซียน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อได้อ่านกฎบัตรอาเซียนแล้ว ก็รู้สึกว่ามีประเด็นสำคัญ 5 ประเด็นคือ
1.กฎบัตรอาเซียนทำให้กลุ่มประเทศนี้มีการบริหารงาน และกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้น
2.กฎบัตรอาเซียนไม่ได้เขียนอะไรใหม่ นอกจากเขียนเพื่อตอกย้ำสถานะเดิม ยกเว้นมาตรา 14 เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ถือเป็นเรื่องใหม่เพราะอาเซียนไม่เคยพูด หรือพูดก็พูดอ้อมๆ
3.การรักษาสถานะเดิมนั้น สุภลักษณ์ขยายความถึงมาตรา 3 ที่ระบุให้อาเซียนไม่ใช่องค์กรเหนือรัฐ ไม่มีสภาพบังคับรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ทำอะไรได้ และผู้แสดงสำคัญก็คือรัฐ ไม่ใช่ประชาชน
4.ในมาตรา 2 กำหนดไว้ว่าประเทศสมาชิกจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ซึ่งที่ผ่านมาโดยตลอดประวัติศาสตร์อาเซียนก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว คำๆ นี้จึงเป็นเหมือนโล่ที่ให้ประเทศสมาชิกสามารถอ้างได้อย่างกว้างขวาง “ การฟาดกบาลพระก็สามารถอ้างได้ว่าเป็นกิจการภายใน และอ้างได้ผลเสียด้วย” สุภลักษณ์กล่าว
5.กระบวนการตัดสินใจ ในมาตรา 20 ระบุว่า การตัดสินใจการปรึกษาหารือและระบบฉันทามติ ในกรณีที่มีปัญหาแล้วแก้ไม่ได้ ให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผู้นำอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดหมายและเรียกได้ว่ามีกระบวนการอันไม่โปร่งใส ซึ่งนักข่าวมักเรียกว่ามันคือ Magic Box “กฎบัตรอาเซียนยังอนุญาตให้มีเมจิกบ็อกซ์ ผู้นำไม่ต้องโหวตแต่กลับไปหาฉันทามติ กรณีพม่าก็ชัดเจนว่าเขาจะไม่ทำอะไรให้พม่าไม่สบายใจ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่คงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนเรื่องนี้ได้”
6.เรื่องสิทธิมนุษยชนในบริบทของอาเซียน ในมาตรา 14 กำหนดไว้ 2 ย่อหน้า ว่าอาเซียนควรมีกลไกด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนที่เหลือไปทำกรอบการดำเนินงานมา อย่างไรก็ตาม สุภลักษณ์ระบุว่า ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์มีการเผยแพร่เอกสารระบุว่ากรอบการดำเนินงานที่จะร่างขึ้นต้องการเพียงทำให้คนนอกไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงโดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนได้ ซึ่งแม้ไม่รู้ที่มาของเอกสารแต่ก็นับเป็นเรื่องน่าขายหน้า
สุภลักษณ์กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาเซียนอธิบายว่า อย่างไรก็ดี คุณค่าของประเด็นสิทธิมนุษยชนไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ ซึ่งคำอธิบายแบบนี้จะเป็นปัญหาเพราะมันนำสู่มาตรฐานการปฏิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ดังนั้น สิ่งที่ไกลที่สุดที่ทุกฝ่ายจะผลักดันได้คือ ให้ประเทศต่างๆ ยึดหลักการสิทธิมนุษยชนตามที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนด เขาระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาปัญหาสิทธิมนุษยชนในอาเซียนจะเป็นปัญหาระหว่างรัฐกับประชาชนเป็นส่วนใหญ่ และที่เป็นประเด็นมากคือสิทธิทางการเมือง อย่างไรก็ตามในกรอบการดำเนินงานจัดตั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน คงจะไม่บรรจุอะไรไว้มากนัก และคงไม่พูดถึงเรื่องการลงโทษประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการตรวจสอบการละเมิดสิทธิของประเทศสมาชิกก็คงเป็นไปได้ลำบาก
ท้ายที่สุด สุภลักษณ์สรุปว่า ท่ามกลางความหวังอันริบหรี่กับประเด็นใหม่ๆ อย่างสิทธิมนุษยชนที่จะบรรจุเข้ามาในอาเซียน เรายังคงต้องหวังต่อไป โดยสิ่งที่ควรจะผลักดันอย่างยิ่งคือ ทุกส่วนต้องช่วยกันสร้างประตู ให้กับประชาชนให้สามารถเสนอประเด็น ข้อเรียกร้องใดๆ ในการร่างกรอบการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนนี้ได้ และหวังว่ามันจะมีอะไรคืบหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ด้านบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กล่าวว่า ประชาคมอาเซียนเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจของโลก และการจะรับมือกับมันนั้นแบ่งเป็น 2 รูปแบบ รูปแบบหนึ่งคือท้องถิ่นภิวัตน์ เช่น ที่อินเดียถ่ายโอนสิทธิในการจัดการทรัพยากรชีวภาพให้กับท้องถิ่นจัดการ ทำให้บริษัทข้ามชาติไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรนั้นได้แม้ผ่านข้อตกลงระหว่างประเทศก็ตาม อีกรูปแบบหนึ่งคือ การจัดตั้งองค์กรเหนือรัฐ เช่น ประชาคมอาเซียน เพื่อให้รัฐยังมีอำนาจและบทบาทในการปกป้องผลประโยชน์สาธารณะอยู่ บัณฑูรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องที่อาเซียนให้ความสำคัญในประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องดี แต่หากจะมองสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุม ต้องดูกระแสโลกาภิวัตน์ด้วย ดูเพียงลำพังสิทธิทางการเมืองไม่เพียงพอ ต้องทำให้ครอบคลุม พร้อมกันนั้นเขาได้ยกตัวอย่างมิติต่างๆ ของการละเมิดสิทธิซึ่งมากับกระแสโลกาภิวัตน์เช่น การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่สหรัฐทำกับประเทศต่างๆ ที่กำหนดให้ประเทศคู่ค้าต้องเปลี่ยนระบบสิทธิบัตรให้จดสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ได้ ซึ่งเป็นการกีดกันเกษตรกรในการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้น เพราะจะถูกจดสิทธิบัตรหมด


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:49:24 น.  

 
*เสื้อเกราะพระเจ้าตาก ทำจากฟิล์มเอกซเรย์เก่า
แม้จะมีจุดเริ่มต้นมาจากความฝัน แต่นายตำรวจไทยนักวิจัยก็สามารถทำให้เป็นความจริง กลายมาเป็นเสื้อเกราะพระเจ้าตากที่กลุ่มนักวิจัยหุ่นยนต์และเทคโนโลยี จังหวัดตากภาคภูมิใจ หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ก็นำอะไหล่ของรถมอเตอร์ไซค์มาประกอบเป็นหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดลงไปปฏิบัติงานสนามในภาคใต้มาแล้ว
พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ วิทยาการตาก ซึ่งเป็นนายตำรวจนักวิจัย เล่าให้ฟังว่า เคยฝันเห็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เห็นพระองค์ทรงยกกำลังหนีทหารข้าศึก มีทหารกลุ่มหนึ่งได้อาสารั้งท้ายสกัดฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้พระองค์ทรงถอยหนีข้ามแม่น้ำได้สำเร็จ ทหารกลุ่มนี้แม้จะมีกำลังน้อยกว่า แต่ก็สกัดข้าศึกได้นาน ฟันแทงไม่เข้า จึงได้ถามว่า ทำไมทหารเหล่านี้จึงฟันแทงไม่เข้า พระองค์จึงตอบว่า มียันต์เกราะเพชร เมื่อถามว่า ยันต์นั้นทำจากอะไร ในฝันนั้นพระองค์ตอบเป็นปริศนาว่า ใช้เงาคนมาทำ ทีมงานวิจัยพยายามตีปริศนานั้นอยู่นาน จนกระทั่งมาลงตัวที่ฟิล์มเอกซเรย์
*ทีมงานวิจัยได้นำฟิล์มเอกซเรย์ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์เคลือบสาร เพื่อให้มีคุณสมบัติดูดพลังงานและกระจายความร้อนได้ดี จากนั้นก็นำมาเรียงซ้อนกันตามขั้นตอน เสื้อเกราะหนึ่งตัวจะใช้แผ่นฟิล์มเอกซเรย์ประมาณ 200 แผ่น นำมาอัดกันจนแน่น แล้วสอดไว้ตัวเสื้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อนำไปทด สอบก็ปรากฏว่ามีคุณสมบัติกันกระสุนได้ดี ตัวเสื้อเกราะซึ่งจากทำจากแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ รับกระสุนปืนสั้นได้อย่างดี แผ่นฟิล์มที่ผ่านการเคลือบตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์จะดูดซับลูกกระสุนได้ชั้น ๆ ลดแรงกระแทกและไม่มีแรงสะท้อน เพราะมีวิธีการกระจายพลังงานความร้อน ความเร็วและแรงระเบิดของลูกกระสุนได้ดี แต่ไม่ทะลุ
โดยเฉพาะกับปืนสั้น เสื้อเกราะพระเจ้าตากมีคุณสมบัติได้อย่างใจของ ทหารตำรวจที่ต้องการใช้งาน แต่ก็ยังมีจุดอ่อนกับปืนยาว เพราะฟิล์มเอกซเรย์ไม่ทนความร้อน เพราะเวลาที่ลูกกระสุนหมุนทำให้เกิดพลังงานความร้อน ฟิล์มละลาย จึงต้องเคลือบสาร ให้เหนียวและเสริมวัสดุอื่นเข้า ไป เช่น ต้องใส่แผ่นเหล็กเพิ่มที่ ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเสื้อ เกราะ
*ประการสำคัญเสื้อเกราะพระเจ้าตาก น้ำหนักเบา แค่ 4 กิโลกรัมจากเสื้อเกราะปกติที่ใส่กัน น้ำหนักมาก 8-10 กิโลกรัม
พ.ต.ท.กฤษฎากร บอกว่า ตอนนี้ได้จดสิทธิบัตรเสื้อเกราะพระเจ้าตากทำจากแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ไว้แล้ว เมื่อสิ้นสุดงานวิจัยสิทธิบัตรนี้ก็จะเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนนี้ทางทีมงานผู้วิจัยมีฟิล์มที่หน่วยงานต่าง ๆ นำมาบริจาคให้ประมาณ 3 ตัน จึงอยากทำเสื้อเพื่อบริจาคให้กับหน่วยงานทหาร ตำรวจ ครู แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่ต้องลงไปปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากต้องการบริจาคฟิล์มเอกซเรย์ใช้แล้วก็สามารถบริจาคได้ที่วิทยาการตาก หรือจะร่วมเช่าบูชาวัตถุมงคลที่คณะวิจัยจัดทำขึ้นเพื่อนำเงิน ไปสมทบจัดทำเสื้อเกราะเพื่อบริจาคให้ทหาร ตำรวจก็ ได้อ่านรายละเอียดและสถานที่ติดต่อบนเว็บไซต์ http://www.aithaikid.com
เสื้อเกราะพระเจ้าตากของทีมนักวิจัยตำรวจไทย จังหวัดตาก มีต้นทุนการผลิตเพียงตัวละประมาณ 5,000 บาท เท่านั้น
อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าจะทำเสื้อเกราะกันได้ง่าย แค่เอาแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ที่มีอยู่มาวางซ้อนกันแล้วจะกันกระสุนได้ ขอให้เลิกคิด เพราะกว่าจะได้เป็นเสื้อเกราะทำจากแผ่นฟิล์ม ทีมวิจัยต้องคิดค้นหากระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อหาวิธีทำให้ฟิล์มเอกซเรย์ที่ได้มามีความแข็งแรง ทนต่อความร้อน และลูกกระสุน ไม่ใช่ของที่จะมาทำกันเล่นนะจะบอกให้






**2007 ปีแห่งสารพัดการเปลี่ยนแปลง เพื่อแก้ 'โลกร้อน' โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 ธันวาคม 2550
เอเอฟพี - ตั้งแต่หัวปียันท้ายปีไม่มีใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อนและเหตุเภทภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปี ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่สังเกตเห็นชัดเจน หรือการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองที่สามารถสัมผัสได้ เรียกได้ว่าขณะที่ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งก็เปลี่ยนตาม
หิมะตก น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น พายุไต้ฝุ่นรุนแรง ภัยแล้งที่เพิ่มทวีคูณ หรือแม้แต่เส้นทางเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือที่หลับใหลใต้ทานน้ำแข็งมายาวนานก็ปรากฏให้ชาวโลกเห็น เหล่านี้เป็นผลอันเกิดจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนที่ควรจะเป็น ก่อให้สิ่งอื่นๆ ต้องเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ จำนวนประชากรที่อดอยาก ไร้แหล่งพักพิงเพิ่มมากขึ้น และโรคภัยไข้เจ็บที่แพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า แถมยังจุดประกายให้เกิดแฟชั่นใหม่ระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมืองกับแฟชั่น 'กระเป๋าผ้า' ลดโลกร้อน
คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือไอพีซีซี (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการให้ข้อมูลและสร้างความตระหนักให้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับสภาพการของภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อันก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วโลก จนได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2550 เป็นสิ่งตอบแทน ร่วมกับอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อัล กอร์ (Al Gore)
*
ย้อนกลับไปช่วงกลางปี ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำของกลุ่มจี 8 (G8) เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และร่วมกับประเทศร่ำรวยอีกหลายประเทศในยุโรปให้คำปฏิญาณว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งในปี 2593
พอเข้าสู่เดือน ก.ค. นักร้องนักแสดงชั้นนำในประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างร่วมทำกิจกรรมไลฟ์เอิร์ธคอนเสิร์ต (Live Earth concert) เพื่อโลกสีเขียวของเรา ถัดมาเดือน ก.ย. บัน คี-มุน (Ban Ki-moon) เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ประกาศว่าตอนนี้หมดเวลาสงสัยเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งมือทำคือการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงเดิมไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานสืบไป
* และที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับการประชุมสหประชาชาติภายใต้กรอบอนุสัญญาแม่บทว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (UN Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อเตรียมการบรรเทาภาวะโลกร้อนภายหลังพีธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) หมดอายุลงในปี 2555
ประชาชนต่างเข้าใจดีว่าปัญหาภาวะโลกร้อนก่อให้เกิดผลอย่างไรบ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างเป็นห่วงกันว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงและมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไม่ช้า
*การเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของโลกเป็นมูลเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิอากาศผิดเพี้ยน นอกจากจะเป็นการจุดประกายให้หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาหันหน้าหาแหล่งพลังงานสะอาดมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีข้อตกลงให้ประเทศร่ำรวยที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลเสียที่เกิดขึ้นด้วย
หลังจากนี้อีก 2 ปี ขณะที่เวลาของการเจรจาเรื่องภูมิอากาศโลกถึงคราวหยุดชะงักเพื่อที่จะเดินหน้าต่อ เจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆ จะต้องออกมาเจรจาต่อรองผลประโยชน์และหลักปฏิบัติในการลดภาวะโลกร้อนกันอย่างจริงจังอีกครั้ง และอาจมองไม่เห็นทางสว่างในการแก้ปัญหาได้เลยหากบุชคัดค้านข้อตกลงลักษณะเดียวกับพิธีสารเกียวโตของนานาประเทศ
*ประชากรโลกต่างสงสัยและตั้งคำถามขึ้นมาว่า หากเกิดเหตุลอบวางเพลิงในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นจะใช้เวลาถึง 2 ปี เพื่อหาวิธีควบคุมเพลิงเชียวหรือ
เราคงต้องพยายามดิ้นรนเพื่อรักษาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว ทว่าช่องว่างระหว่างความจำเป็นของสิ่งที่ต้องกระทำกับผลประโยชน์ทางการเมืองกำลังขยายวงกว้างขึ้นทุกขณะ'บิล แฮร์ (Bill Hare) นักวิชาการของสถาบันวิจัยภูมิอากาศพอตสดัม (Potsdam Institute for Climate Research) เยอรมนี เป็นผู้ให้คำตอบ
เขายังแสดงความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า หากสหประชาชาติเคลื่อนไหวช้าราวกับเต่าคลานเพียงเพราะต้องรอให้นานาประเทศเห็นเป็นเสียงเดียวกัน อาจไม่สามารถแก้ปัญหาเร่งด่วนอย่างภาวะโลกร้อนที่คุกคามไปทั่วโลกขณะนี้ได้เลย และอาจไม่มีอนาคตสำหรับพวกเราทุกคนอีกต่อไปก็ได้


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:49:41 น.  

 
*ตุลาการภิวัตน์สมัย โดย ว.ร.ฤทธาคนี 11 มกราคม 2551
นับตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีการเมืองในประเทศไทยในแนวบวกมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีส่วนร่วมของประชาชนปรากฏมากขึ้นเป็นลำดับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการสถาปนาสถานีโทรทัศน์เพื่อข่าวสารที่เป็นอิสระ ด้วยความคาดหวังว่าที่ให้สถานีวิทยุแห่งนี้เป็นกลางไม่มีอำนาจการเมืองชี้นำในการที่จะนำเสนอข่าวสารที่เป็นจริง ไม่มีการบิดเบือนเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดจริง มีการวิเคราะห์ด้วยหลักวิชาการซึ่งพิสูจน์ได้ตามทฤษฎี หลักตรรกะ และทันเวลาทันต่อเหตุการณ์ซึ่งมีสถานีโทรทัศน์แห่งนี้คือ
อดีต ITV ซึ่งแนวคิดการก่อตั้งนี้เพื่อหวังให้มีส่วนคล้ายกับสถานีโทรทัศน์ BCC ของอังกฤษ หรือ ABC ของออสเตรเลียที่เกิดจากเงินภาษีของราษฎรเพื่อประชาชน ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐเชิงกฎหมายโดยสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี แต่ ITV ไม่ประสบความสำเร็จเพราะอุดมการณ์ “พฤษภาทมิฬ “ จางหายไป เพราะกาลเวลาได้พิสูจน์ว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ ทำให้รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พิจารณาเปลี่ยนวิถีทาง “เพื่อเป็นโทรทัศน์ของประชาชน” กลายเป็น “โทรทัศน์ของรัฐบาล”เพราะตัวเองเป็นรัฐบาลที่หวังประโยชน์จากการนี้ในสงครามโฆษณาชวนเชื่อ และต่อมาก็ทำให้กลายเป็นสถานีโทรทัศน์เชิงธุรกิจ ตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีมองเห็นช่องทาง
เนื่องจากธนาคารไทยพาณิชย์ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท อินโฟเทนเมนต์ ที่รับสัมปทานจากรัฐให้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2538 แต่ประสบกับหายนะเพราะภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ในปี 2539 อันเป็นปีที่ ITV เริ่มดำเนินการ และบริษัท อินโฟเทนเมนต์ได้รับผลกระทบนี้ด้วยทำให้ขาดทุนอย่างหนักจึงขายหุ้นให้กับกลุ่มบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้กว้านซื้อหุ้นสามัญฯ จากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ด้วย แต่ได้รับการต่อต้านจากพนักงานฝ่ายข่าวของ ITV นำโดยนายจิระ ห้องสำเริง บรรณาธิการบริหารขณะนั้น เพราะมีการแทรกแซงการเสนอข่าวที่หวังให้ปวงชนรับทราบตามความเป็นจริง โดยฝ่ายบริหารของกลุ่มชินคอร์ปนั่นเอง
โดยเฉพาะการทำข่าวการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งอดีตพรรคไทยรักไทยที่ชนะการเลือกตั้งเพราะนโยบาย 3 ประการ สงครามปราบยาเสพติด สงครามปราบคอร์รัปชัน และสงครามพิชิตความจนและ ต่อมาความเป็นสถานีโทรทัศน์เสรีก็หมดสิ้นไปโดยปริยาย เมื่อนักข่าวอุดมการณ์ถูกปิดกั้นมิให้เสนอข่าวที่ปวงชนกระหายที่อยากรู้ เช่น เรื่องการโอนหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือเรื่องอื้อฉาวสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยหัวหน้านักข่าวผู้รับผิดชอบถูกย้ายหรือเปลี่ยนตัว และต่อมามีนักข่าวถูกเลิกจ้างจำนวน 21 คน จึงเกิดการฟ้องร้องหาความเป็นธรรม และพนักงานการข่าวเหล่านั้นชนะความโดยศาลแรงงานให้บริษัท ITV รับพนักงาน 21 คนนี้กลับเข้าไปทำงาน และต่อมาก็ชนะคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้พิพากษาให้บริษัท ITV ดำเนินการตามที่คณะกรมแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งเดิมให้ ITV รับพนักงานกลับเข้าทำงาน จึงพบว่าอำนาจยุติธรรมปกป้องได้พนักงาน 21 คน
ในส่วนที่เป็นผลประโยชน์ของพนักงาน แต่ตัวองค์กรต้องสูญเสียอุดมการณ์เป็น ITV หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์เสรีไปเมื่อกลุ่มชินคอร์ปปรับเปลี่ยนนโยบายให้เป็นเชิงธุรกิจเต็มตัว จนเกิดความสับสนวุ่นวายต่อเนื่องจนเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ ITV เป็นเรื่องหนึ่งที่ศาลปกครองในวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ได้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณอนุญาโตตุลาการที่มีคำสั่งลดค่าสัมปทานให้ ITV ลงเป็นปีละ 270 ล้านบาท จาก 1,000 ล้านบาท เพราะทำให้รัฐเสียรายได้มหาศาล
การมีส่วนร่วมของปวงชนชาวไทยในความเป็นเจ้าของประเทศที่เป็นรูปธรรมเห็นได้ชัดที่สุดและมากที่สุดคือ การมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 อันเป็นฉบับที่มีการดำรงไว้ซึ่งอำนาจปวงชน แต่ปกป้องเผด็จการรัฐสภา และในระยะเวลาทศวรรษที่ผ่านมา องค์กรอิสระหลายองค์กรถูกแทรกแซงโดยอำนาจรัฐที่อดีตพรรคไทยรักไทยได้รับจากการหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะนโยบายสงครามเอาชนะการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะมีการทุจริตเชิงนโยบายมากมายหลายคดีความซึ่งหากไม่มีคนกล้าเปิดเผย และชี้ประเด็นแล้วประชาชนก็ไม่สามารถรู้ได้ เพราะแหล่งข้อมูลหลายมิติโดยเฉพาะ ITV ถูกครอบงำ และนักข่าวหลายคนก็ถูกซื้อหรือถูกโน้มน้าวให้เกิดความหลงใหล หรือหลงกลด้วยกลยุทธ์ที่แยบยลในเชิงนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตย หรือเป็นทุนนิยมเพื่อสังคมบ้างจนหลายคนตกหลุมพราง
กกต.เป็นองค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซงอย่างเห็นได้ชัด และไม่เป็นกลางเข้าข้างอดีตพรรคไทยรักไทย ศาลอาญาจึงตัดสินจำคุก 3 อดีตกกต.นั้นโดยเป็นคดีอื้อฉาวที่อยู่ในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอำนาจเก่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกับประชาชน ที่โจมตีการบริหารที่ขาดธรรมาภิบาลและคุณธรรม และทั้งๆ ที่ยังมีอำนาจรัฐ แต่ด้วยความเป็นจริงทั้งหลายที่เกิดขึ้นต่อหน้าปวงชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสในวันที่ 25 เมษายน 2549 ในโอกาสที่พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุดนำตุลาการศาลปกครองเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ซึ่งมีความสำคัญในพระราชดำรัสที่ทรงวินิจฉัยว่า “ศาลปกครองเป็นที่พึ่งในการบริหารจัดการให้เกิดความถูกต้องในการปกครอง และในทางการเมือง” ในโอกาสที่พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกานำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งซึ่งมีความสำคัญในพระราชดำรัสที่ทรงวินิจฉัยว่า“ศาลฎีกาเป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นศาลยังมีความซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล และมีความรู้” และหาก “ศาลทั้งปวงไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ และเร่งรีบทำให้สำเร็จแล้วบ้านเมืองจะต้องล่มจม”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ย่อมเป็นสัจธรรมชี้นำความยุติธรรมและเสริมหลักตุลาการภิวัตน์ที่หมายถึง “การที่อำนาจตุลาการเข้าตรวจสอบการออกกฎหมาย และการใช้อำนาจของนักการเมือง การให้อำนาจแก่ฝ่ายตุลาการในการตรวจสอบถ่วงดุลสองอำนาจใหญ่คือ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ”
แม้แต่แนวคิดของ ดร.ธีรยุทธ บุญมี อดีตนักเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 14 ตุลาคม 2514 พูดถึงประชาธิปไตยนั้นเป็นองค์รวมของความเป็นไทยผนวกกับตุลาการภิวัตน์ และอมาตยาภิวัตน์ซึ่งมีผู้กล่าวว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นั้น มีความเหมือนกับรัฐประหาร 16 กันยายน 2500 ซึ่งเรียกว่า Guardian Coup d’ Etat หรือมีนัยสำคัญเหมือนกับว่าประชาชนสนับสนุนการรัฐประหาร เพราะทำให้เกิดการสรรหาผู้บริหารที่มีความเป็นกลาง เป็นราชภักดีอันเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ คือ
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนได้มีผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์เข้ามาบริหารประเทศในเรื่องการเมือง การบริหารความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจ และมี EQ เชิงอุเบกขาสูง เช่น นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ที่ถูกบีบให้ลาออกจากการเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 ขณะยังมีอายุราชการอีก 6 ปี เพราะไม่ตามใจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการใช้ สศช.เป็นเครื่องมือสร้างโครงการยักษ์ แต่เชื่อไหมว่าท่านสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ไม่เคยเคียดแค้นเอาเป็นอารมณ์เลย และเมื่อเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ไม่เคยคิดถึงอดีตทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นไปตามตรรกะและข้อเท็จจริงทั้งนั้น
หลังการเลือกตั้งทั่วไป 2550 พบว่า การเมืองกลับยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น มีความสับสน วุ่นวาย มีเล่ห์กลซับซ้อนจนประชาชนสับสนไปหมด เพราะว่าติดตามเรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ทันจนปัจจุบันไม่รู้ว่า “ใบแดง ใบเหลือง” มีกี่ใบและจะยุติความวุ่นวายหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยได้หรือไม่ หรือจะยิ่งทำให้เกิดภาวะวิกฤตมากขึ้นอีก
โดยเฉพาะกรณีคุณยงยุทธ ติยะไพรัช เพราะเงื่อนไขที่กำลังเป็นปัญหาของพรรคพลังประชาชนถึงขั้นยุบพรรคหากคุณยงยุทธ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคอันดับ 1 ถูกตัดสินว่าทุจริตการเลือกตั้ง และคิดว่าปวงชนชาวไทยที่เป็นปัญญาชน ใฝ่สันติ ความสงบ และความรุ่งเรืองของชาติคงหวังพึ่งศาล และกระบวนการยุติธรรมที่ดำรงความศักดิ์สิทธิ์มากมาตลอด โดยเฉพาะในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ตัดสินด้วยความชอบธรรมอันเป็นกลไกดำรงชาติ




*พลิกปูม ลอบฆ่า! '6 ผู้นำ' คนดังแห่งเอเชีย ก่อนถึงคราวลอบบึ้ม 'บุตโต'
เหตุการณ์ลอบสังหาร นางเบนาซีร์ บุตโต ผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้กลายเป็นเหตุการณ์ปลิดชีพผู้นำโลกครั้งล่าสุดและสร้างความช็อคตะลึงไปทั่วโลก ท่ามกลางคำถามว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้ว สะท้อนสัจธรรมว่า บนถนนการเมืองนั้นเต็มไปด้วยศัตรู และกลุ่มคลั่งลัทธิ ที่ผู้นำแต่ละคนจะต้องเผชิญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกกลาง ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทางการเมืองทั้งจากขั้วประชาธิปไตย และกลุ่มหัวรุนแรงคลั่งลัทธิฝ่ายตรงข้าม
ต่อไปนี้ลำดับบุคคลโลกที่ต้องพบจุดจบถูกปลิดชีพจากเหตุการณ์ลอบสังหารในสองภูมิภาคนี้
*นางอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีอินเดีย
ถูกลอบสังหาร เมื่อวันที่ 31 ต.ค.1981 จากบอดี้การ์ดของตัวเองที่ใช้อาวุธปืนกลยิงเธอบริเวณสวนในบ้านพักนายกรัฐมนตรี ขณะที่เธอกำลังให้สัมภาษณ์นักแสดงอังกฤษรายหนึ่ง ที่กำลังบันทึกภาพยนตร์สารคดี พลันที่นางอินทิราเดินผ่านประตูในบ้านพัก เธอถูกบอดี้การ์ดสองคนใช้อาวุธปืนกลกระหน่ำยิงร่าง ก่อนบอดี้การ์ดทั้งสองจะถูกบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ช่วยกันปลิดชีพ โดยนางอินทิราถูกนำร่างไปยังโรงพยาบาลในสภาพร่างถูกฝังด้วยลูกกระสุนกว่า 31 นัด และประกาศว่าเสียชีวิตเป็นเวลาหลายชั่วโมงภายหลังสิ้นลมจากปฎิบัติการโหด
ชนวนสาเหตุลอบสังหารเชื่อว่ามาจากปฎิบัติการสลายวิกฤตจับตัวประกันของกลุ่มกบฎซิกส์หัวรุนแรง ซึ่งเข้ายึดวิหารทองคำ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในรัฐปันจาบซึ่งกำลังเต็มไปด้วยปัญหาขัดแย้ง โดยขณะเกิดเหตุมีพลเรือนหลายพันคนอยู่ในวิหารดังกล่าว ก่อนที่นางอินทิราจะสั่งให้ทหารเต็มกำลังรบบุกเข้าวิหารดังกล่าวเพื่อสลายวิกฤตตัวประกัน และสังหารนายจาร์เนล ซิงห์ พินดรานวัล ที่จบลงด้วยเหตุการณ์นองเลือด มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน จำนวนนี้เป็นสมาชิก กบฎกว่า 492 คน อย่างไรก็ตาม หลังนางอินทิราสิ้น อินเดียก็ตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายทันทีจากวิกฤตขัดแย้งด้านลัทธิในหลายเมืองของประเทศ
*ราชีฟ คานธี
นายกรัฐมนตรีอินเดีย และบุตรชายนางอินทิรา คานธี ผู้เผชิญชะตาถูกลอบสังหารซ้ำรอยมารดา ระหว่างที่เข้าร่วมการพบปะต่อประชาชน ที่เมืองศรีปรัมบูดัวร์ ในรัฐทมิฬนาดู เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 1991 ขณะที่กำลังช่วยผู้สมัครของสภาเมืองนี้หาเสียง โดยนายราจีฟถูกปฎิบัติการโจมตีพลีชีพจากสมาชิกหญิงกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลมของศรีลังกา ด้วยวิธีโจมตีระยะประชิดตัว เหตุโจมตีเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.10 มือสังหารทำทีก้มตัวเพื่อสัมผัสเท้าตามธรรมเนียมการแสดงความเคารพของชาวฮินดู ก่อนจะกดระเบิดบึ้มพลีชีพที่ถูกผูกซ่อนไว้ในเสื้อ ทำให้นายราจีฟและบุคคลอื่นๆ จำนวนมากเสียชีวิตคาสถานที่เกิดเหตุปฎิบัติการลอบสังหารดังกล่าวภายหลังเชื่อว่ามีสาเหตุจากหัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งโกรธแค้นนายกฯอินเดียผู้นี้ ที่ดำเนินนโยบายกวาดล้างกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพอินเดีย เข้าไปช่วยรัฐบาลศรีลังกากลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬ ภายหลังการเสียชีวิต มีการสร้างอนุสรณ์สถานให้แก่เขา และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองศรีปรัมบูดัวร์ด้วย
*เบนิกโญ่ อาคีโน
(สามีของนางคอราซอน อาคีโน ผู้นำฟิลิปปินส์) วุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ ผู้เป็นแกนนำต่อต้านเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 1983 ที่สนามบินนานาชาติในกรุงมะนิลา ขณะเดินทางกลับจากลี้ภัยในสหรัฐ เขาถูกลอบสังหารทั้งที่ได้รับการคุ้มครองอย่างดีจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐบาลมาร์กอส ขณะเดินทางออกจากสนามบิน ท่ามกลางกระแสกล่าวหาต่างๆ อาทิ ซีไอเอ พรรคคอมมิวนิสต์ และนางอีเมลด้า มาร์กอส ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สังหารนายเบนิกโญ่อย่างอุกอาจ รวมทั้งประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าต้องการสังหารเขามานานแล้ว
*อันวาร์ ซาดัต
ประธานาธิบดีอียิปต์ ถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจระหว่างตรวจขบวนพิธีสวนสนามของกองทัพ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1981 ตรงกับวันครบรอบ 6 ปีการเดินขบวนเพื่อชัยชนะ ที่กรุงไคโร เขาถูกลอบปลิดชีพจากกลุ่มมือสังหารที่ใช้อาวุธปืนยิงและปาระเบิดเข้าใส่ และมีผู้เสียชีวตรายอื่นๆ อีก 11 ราย รวมทั้งทูตคิวบา และบาดเจ็บอีก 28 ราย ก่อนที่ผู้นำอียิปต์รายนี้จะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล นับเป็นเหตการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อียิปต์ที่ผู้นำประเทศถูกพลเรือนลอบสังหาร ขณะที่สาเหตุเชื่อว่ามาจากคำสั่งของนายโอมาร์ อับดุล เราะห์มาน นักบวชผู้ทรงอิทธิพลหัวรุนแรง ที่ต่อต้านสหรัฐ และถูกตัดสินว่าผิดจริงในข้อหาวางแผนก่อวินาศกรรมโจมตีอาคารเวิล์ดเทรดในกรุงนิวยอร์ก เมื่อปี 1993
*ยิทซัค ราบิน
นายกรัฐอิสราเอล อดีตนายพลกองทัพอิสราเอล ผู้ทำข้อตกลงสันติภาพกับนายยัสเซอร์ อาราฟัต ผู้นำปาเลสไตน์ เหตุการณ์สำคัญหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก และนำไปสู่การคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก่อนถูกนายยิกัล อาเมียร์ สมาชิกหัวรุนแรงขวาจัดของอิสราเอลลอบสังหาร เมื่อปี 1995 เพราะแค้นการทำข้อตกลงสันติภาพกับปาเลสไตน์ ขณะที่เขาเดินทางออกจากการชุมนุมใหญ่ในเมืองหลวงเทล อาวีฟ เพื่อสนับสนุนกระบวนการบรรลุสันติภาพกับปาเลสไตน์ที่กรุงออสโล โดยนายราบินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแต่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตพราะเสียเลือดมากและปอดฉีก เหตุสังหารดังกล่าวสร้างความช็อคไปทั่วอิสราเอล โดยประชาชนนับแสนต่างออกมาแสดงการไว้อาลัยต่อเขาบริเวณจัตรัสกรุงเทล อาวีฟ ที่เขาถูกลอบปลิดชีพ ขณะที่นายราบิน ได้ถูกยกย่องให้กลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งชาติ
*ราฟิก ฮารีรี
นายกรัฐมนตรีเลบานอน ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2005 จากเหตุคนร้ายวางระเบิดขบวนรถยนต์ของเขาผ่านโรงแรมเซนต์ จอห์น ในกรุงเบรุตเมืองหลวง ทำให้เขาเสียชีวิต รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจเลบานอน และบอดี้การ์ด อีกหลายคน สหประชาชาติได้เข้ามาสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของเขา และสรุปว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรียที่โกรธแค้นนายฮารีรี ที่สนับสนุนนโยบายให้ซีเรียถอนทหารออกจากเลบานอน แต่รัฐบาลซีเรียปฎิเสธ

อย่างไรก็ตาม นอกจากเหตุการณ์ลอบสังหารบุคคลสำคัญในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกกลาง ยังรวมทั้งเหตุลอบสังหารอื่นๆ ที่โลกต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ เช่น การลอบสังหารประธาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ และนายอับราฮัม ลินคอลน์ของสหรัฐอเมริกา จากสาเหตุจากความคลั่งลัทธิของมือสังหารทั้งสองเหตุการณ์
ขณะที่ชะตากรรมของนางเบนาซีร์ บุตโต ผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของปากีสถาน ยังทำให้หลายคนวิตกว่า เธออาจไม่ใช่บุคคลสำคัญทางการเมืองคนสุดท้ายที่จะต้องเผชิญชะตากรรมถูกลอบสังหารปลิดชีวิตบนหนทางต่อสู้ของประชาธิปไตย ที่ดูเหมือนว่ายังคงเป็นสิ่งที่พวกหัวรุนแรงบนโลกใบนี้รู้สึกเกลียดชัง!


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:49:56 น.  

 
*สีที่ไม่ควรใช้ประจำวันเกิด
วันอาทิตย์
ห้ามใช้สีฟ้า สีที่ดีคือสีเขียวกับสีแดง
ห้ามทำการวันศุกร์ และนั่งหันหน้าทางทิศเหนือ
เพราะทิศเหนือเป็นกาลกิณี ของคนวันอาทิตย์
* ทิศใต้เป็นศรี ดี
* ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
-------------------------------------------------------------------------
วันจันทร์
ห้ามใช้สีแดง สีที่ดีคือสีน้ำเงิน , ดำ , และสีขาว (สีประจำตัว)
ห้ามทำการวันอาทิตย์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันจันทร์
* ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นศรี ดี
* ทิศเหนือเป็นมนตรีดี
* ทิศใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
----------------------------------------------------------------------------
วันอังคาร
ห้ามใช้สีขาว , สีนวล , สีโทนขาวทุกชนิด สีที่ดีคือ สีเหลืองไพรสีส้ม และสีชมพู ( สีประจำตัว)
ห้ามทำการวันจันทร์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออก
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันอังคาร
* ทิศตะวันตกเป็นศรี ดี
* ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
---------------------------------------------------------------------------
วันพุธกลางวัน
ห้ามใช้สีชมพู สีที่ดีคือสีสลัว สีเปลือกมังคุด และสีทองสัมฤทธิ์
ห้ามทำการวันอังคาร และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันพุธ
* ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นศรี ดี
* ทิศตะวันออกเป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันตกเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
--------------------------------------------------------------------------
วันพฤหัส
ห้ามใช้สีน้ำเงิน สีดำ และสีม่วง สีที่ดีคือ สีแดง และสีแสด
ห้ามทำการวันเสาร์ และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันพฤหัส
* ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นศรี ดี
* ทิศใต้เป็นมนตรีดี
* ทิศเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
--------------------------------------------------------------------------
วันศุกร์
ห้ามใช้สีเทาสัมฤทธิ์ สีสลัว สีเปลือกมังคุด สีที่ดีคือ สีชมพู และสีฟ้า ( สีประจำตัว)
ห้ามทำการวันพุธกลางคืน และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันศุกร์
* ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นศรี ดี
* ทิศตะวันตกเป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันออกเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
-----------------------------------------------------------------------
วันเสาร์
ห้ามใช้สีเขียว สีที่ดีคือสีฟ้า (สีประจำตัว) สีดำ , สีม่วง , สีน้ำเงิน
ห้ามทำการวันพุธ และนั่งหันหน้าทางทิศใต้
เพราะเป็นทิศกาลกิณี ของคนวันเสาร์
* ทิศเหนือเป็นศรี ดี
* ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
-----------------------------------------------------------------
วันพุธกลางคืน
ห้ามใช้สีแสด สีที่ดีคือสีเทาสัมฤทธิ์ , สีสลัว , สีเปลือกมังคุด
ห้ามทำการวันพฤหัสบดี และนั่งหันหน้าทางทิศตะวันตก
เพราะเป็นทิศกาลกิณีของคนวันพุธกลางคืน
* ทิศตะวันออกเป็นศรี ดี
* ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นมนตรีดี
* ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเดช ดี นอกนั้นไม่เป็นไร
----------------------------------------------------------------


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:50:15 น.  

 
* ครม.ตั้ง 9 อรหันต์คัดเลือกบอร์ดพลังงาน /กรุงเทพธุรกิจ 16 มกราคม 2551
ครม.อนุมัติตั้งอดีตปลัดกระทรวงการคลัง-อุตสาหกรรม-พลังงานพร้อม 6 กรรมการ สรรหาบอร์ดกำกับกิจการพลังงานภายใน 120 วัน พร้อมตั้งค่าตอบแทนประธานและกรรมการ 2-2.5 แสนบาท พร้อมเงิน 'บำเหน็จ' และสิทธิประโยชน์สร้างแรงจูงใจผู้สมัคร
ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.วานนี้ (15 ม.ค.) รับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงาน 9 คน ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ ประกอบด้วย 1. นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน 2. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง 3. นายศิววงศ์ จังคศิริ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 4. นายวิรัตน์ วัฒนศิริธรรม อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5. นายเจน นำชัยศิริ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) 6. นายวิระ มาวิจักขณ์ ผู้แทนสภาวิศวกร 7. ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ผู้แทนอธิบดีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 8. นางสาวพรรณราย ขันธกิจ ผู้แทนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ 9. นางเปรมฤดี ดาวเรือง ผู้แทนองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ
ดร.โชติชัย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของประธานและกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน หลังจาก พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ และกำหนดให้มีการคัดเลือกประธาน และกรรมการอื่นจำนวน 7 คน ภายใน 120 วัน โดยกำหนดให้ประธานคณะกรรมการกิจการกำกับกิจการพลังงาน ได้รับค่าตอบแทน เป็นเงิน 2.5 แสนบาทต่อเดือน ส่วนกรรมการได้รับค่าตอบแทน 2 แสนบาทต่อเดือนและได้รับผลประโยชน์อื่นๆ อีก 25% ของค่าตอบแทนประจำ นับตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นอกจากนั้นประธานและกรรมการกำกับกิจการพลังงานยังมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือประกันสุขภาพที่จ่ายจริงในอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี และให้นำ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และระเบียบที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม รวมทั้งมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางปฏิบัติหน้าที่ โดยนำ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ประธานและกรรมการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 1 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนเป็นเงิน ซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นตำแหน่ง ส่วนวิธีการคำนวณบำเหน็จตอบแทนนั้นให้นำอัตราค่าตอบแทนรายเดือนคูณกับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และสิทธิในบำเหน็จตอบแทนนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนต่อให้บุคคลอื่นไม่ได้
กระทรวงพลังงานรายงานว่า อัตราค่าตอบแทนของประธานและกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นอัตราที่เทียบเคียงกับค่าตอบแทนของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า ซึ่งกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน 1.5 แสนบาทต่อเดือน และประธานและกรรมการได้รับผลประโยชน์อื่นอีก 25% ของค่าตอบแทนประจำ
ดร.โชติชัย กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบค่าตอบแทนเบี้ยประชุม 1,250 บาทต่อครั้ง ส่วนกรรมการจะได้ครั้งละ 1,000 บาท นอกจากนี้คณะกรรมการสรรหาจะได้รับค่าใช้จ่ายเป็นค่ายานพาหนะ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการเดินทางไปปฏิบัติงาน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า อัตราเงินเดือนของคณะกรรมการที่สูง เพราะจะช่วยดึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน การเข้ามาเป็นกรรมการจะต้องทำงานประจำ และไม่สามารถไปนั่งเป็นกรรมการองค์กรอื่นได้ ดังนั้นหากอัตราเงินเดือนต่ำอาจจะไม่มีใครสนใจจากบุคคลทั่วไปที่จะเข้ามาสมัครก็ได้--






*นิรโทษกรรม ทรท.111 คน ทำได้หรือไม่ โดย สุชาย จอกแก้ว /มติชน วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551
ต่อกรณีที่มีข่าวว่า จะมีการนิรโทษกรรม คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จำนวน 111 คนและจะมีการยกเลิก คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นั้น เนื่องจากมีผู้สอบถามความคิดเห็นมาเยอะมาก
ผู้เขียนในฐานะประชาชนลูกชาวนาตาดำๆ คนหนึ่งที่พอจะมีความรู้กฎหมายกับเขาอยู่บ้าง ก็อยากจะแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นเครื่องประเทืองสติปัญญาแก่ท่านผู้ที่ยังมีความสงสัยและใคร่รู้ทั้งหลาย
ความเห็นที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวส่วนหนึ่งในหลายๆ ส่วนหลายๆ ด้าน ที่นักกฎหมายหรือประชาชนวิญญูชนทั้งหลาย อาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ (นานาจิตตัง) ตามหลักสิทธิเสรีภาพแห่งความคิดและเสรีภาพแห่งการแสดงออก ตามระบอบประชาธิปไตย
(ก่อนอื่นก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ที่เห็นว่าตนมีส่วนได้เสียเป็นอย่างมาก นั่นคือมีส่วนได้เสียกับประเทศไทย ในฐานะเป็นคนไทย เจ้าของอำนาจอธิปไตย ด้วยคนหนึ่ง)
เพื่อทำความเข้าใจให้ง่ายขึ้น ผู้เขียนขอตั้งคำถาม-คำตอบจำนวน 3 คำถาม พร้อมแสดงเหตุผล ดังต่อไปนี้
คําถาม
การออกกฎหมายนิรโทษกรรม กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจำนวน 111 คน ที่ถูกคณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด 'ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี' นั้น จะทำได้หรือไม่
คำตอบ :
ทำได้ ถ้าฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนด หรือฝ่ายนิติบัญญัติออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้ ส่วนจะเกิดปัญหาว่าเหมาะสมหรือไม่ ควรหรือไม่ควร ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังกันอยู่บ้างเหมือนกัน
ในอดีต โดยทั่วไปแล้ว มักมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมต่อการยึดอำนาจการปกครองโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และบัญญัติไว้ในรูปของ พ.ร.บ.ก็มีบ้าง ดังเช่น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534
ส่วนการออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดต่อกฎหมายในเรื่องอื่นนอกเหนือจากการยึดอำนาจ หรือต่อกรณีที่ศาลหรือองค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ทำการพิพากษาหรือวินิจฉัจชี้ขาดแล้ว เท่าที่ผู้เขียนศึกษามายังไม่เคยมีปรากฏ
(ยกเว้นกรณีการพระราชทานอภัยโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ หรือเป็นในกรณีที่กฎหมายลักษณะละเมิด ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการนิรโทษกรรมไว้โดยเฉพาะในมาตรา 449-452 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นเหตุที่จะไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการกระทำละเมิด ตามที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ให้เท่านั้น)
เกี่ยวกับปัญหานี้ ผู้เขียนก็ข้อสังเกตเกี่ยวกับ ข้อกฎหมายดังนี้ว่า เนื่องจากประเทศไทยเรายอมรับประเพณีการปกครอง ที่ถือว่า ประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหาร รวมทั้งรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐประหารจัดทำขึ้นนั้น เป็นกฎหมาย ดังนั้น จึงถือว่า ประกาศ ของคณะ คมช.และรัฐธรรมนูญฯ ฉบับชั่วคราว 2549 เป็นกฎหมาย ซึ่งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ถูกตั้งขึ้นมาโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย
และประเด็นสำคัญ คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ต้องถือว่าเป็นที่สุดเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ นั่นคือมีผลผูกพันให้ผู้ที่ต้องถูกคำวินิจฉัยชี้ขาด ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดนั้น โดยที่ไม่สามารถอุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นที่สุดเด็ดขาดแล้วด้วยกระบวนการทางกฎหมายต่อไปยังองค์กรอื่นใดได้อีก
ซึ่งในต่างประเทศที่มีศาลรัฐธรรมนูญหรือมีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ต่างก็มีหลักเกณฑ์และเคารพกฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่กรรมการบริหารพรรค ทรท.ดังกล่าว ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมว่า ควรหรือไม่ควร ด้วยเหมือนกัน
สำหรับผู้เขียนในฐานะนักกฎหมาย ก็มองในด้านกฎหมายว่า บ้านเมืองเราอาจมีปัญหาในเรื่องของการบังคับคดีตามคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญหรือคำพิพากษาของศาลเป็นแน่
เพราะคำพิพากษาของศาลหรือของตุลาการ อาจไม่เป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในภายหลังหรือภายภาคหน้าอีกต่อไปได้ แม้โดยหลักปฏิบัติ ศาลหรือตุลาการจะมีความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีโดยไม่จำต้องถือตามคำพิพากษาในคดีก่อนเหมือนระบบ common Law ก็ตามแต่บางครั้งก็จำต้องยึดหลักหรือถือแนวทางบรรทัดฐานในการพิพากษาคดีให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ และเพื่อให้สังคมเกิดความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งเพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือมีอคติ ต่อคดีหลังๆ ที่เกิดขึ้นตามมา
ส่วนสังคมเองก็จะทราบถึงแนวทางตัดสินคดีของศาลในแต่ละเรื่องว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เพื่อประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฎหมายและขนบธรรมเนียมของสังคมนั่นเอง
กล่าวกันง่ายๆ อีกนัยหนึ่ง ถ้าหากมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยชี้ขาดของตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลที่ถูกตัดสิน หรือทำนองเปลี่ยนผิดเป็นถูก เสมือนหนึ่งทำสีดำให้เป็นสีขาว ฟอกให้สะอาด บริสุทธิ์ อีกครั้ง ก็ย่อมจะส่งผลกระทบกระเทือน หรือสั่นคลอนต่อกระบวนการยุติธรรม และต่อความศักดิ์สิทธิ์ในคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยขี้ขาด ชนิดที่ถึงแก่นเลยทีเดียว
แต่ถ้าคนในสังคมต่างฝ่ายต่างยอมรับผลแห่งการกระทำ หรือกฎแห่งกรรม หรือ กฎแห่งกฎหมาย บรรดาเรื่องที่เป็นปัญหาทั้งหลายก็อาจสงบยุติลงไปได้ ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมือง
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในแง่ของรัฐศาสตร์หรือหลักการเมืองการปกครองกับหลักนิติศาสตร์ผสมผสานกันหากเห็นว่า การที่ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นเพราะประกาศของคณะปฏิรูป ฉบับที่ 27 ที่บัญญัติไว้เอาผิดภายหลัง ซึ่งไม่ชอบตามหลักนิติธรรมก็อาจจำต้องพิจารณาถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดลึกซึ้ง เพราะนักกฎหมายหรือประชาชนโดยทั่วไปยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่
และหากมองในแง่ของความเท่าเทียมกันตามที่บางฝ่ายเรียกร้อง ทำนองกระทำให้เหมือนกัน เมื่อ คณะ คมช.ได้รับการนิรโทษกรรมจากการยึดอำนาจ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อันเนื่องมาจากประกาศ ของคณะ คมช. และคำวินิจฉัยชี้ขาดของตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ควรได้รับการนิรโทษกรรมเหมือนเช่นเดียวกัน
ซึ่งก็จะต้องช่วยกันตระหนักถึงปัญหาที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นตามมาอีกด้วย
เพื่อความกระจ่างชัด เกี่ยวกับ ข้อกฎหมายและและข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น ผู้เขียนขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อำนาจของคณะ คมช.และตุลาการรัฐธรรมนูญดังนี้
เมื่อเราทราบแล้วว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ถูกตั้งขึ้นมาโดยรัฐธรรมนูญฯ ฉบับชั่วคราว 2549 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดฉบับชั่วคราวที่ คณะ คมช.จัดทำขึ้น และเป็นกฎหมาย ตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไปโดยปริยาย (จำเป็นต้องทำเพราะคณะ คมช.ซึ่งเป็นองค์รัฐาธิปัตย์ผู้มีอำนาจอธิปไตยบัญญัติรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงจำต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงมาว่า บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่ถูกฟ้องร้องว่ามีการกระทำความผิดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 และเป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเดิมมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย แต่เนื่องจาก คณะ คมช.ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ และได้โอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ มาเป็นอำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญแล้ว คณะตุลาการรัฐธรรมนูญย่อมจำต้องมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีพรรคการเมืองที่ถูกฟ้องร้องนั้นแทนศาลรัฐธรรมนูญเดิม ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย
ต่อมาเมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหลายทั้งปวงแล้ว และได้มีมติด้วยเสียงข้างมากเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงให้ยุบพรรคไทยรักไทย ที่ถูกกล่าวหา (ซึ่งมีอีกหลายพรรคที่ถูกยุบ) ก็เป็นอันฟังยุติได้ว่า พรรคไทยรักไทยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2541 จริง อันเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบพรรค (รายละเอียดผลคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ศึกษาได้จาก คำวินิจฉัยที่ 3-5 / 2550 เรื่องพิจารณาที่ 20-22/2549 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 หรือ เว็บไซต์โดยทั่วไปได้)
สำหรับ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่เป็นปัญหานั้น ก็คือ คำวินิจฉัยชี้ขาดที่ว่า 'การให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มีผลย้อนหลัง' หรือไม่
เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 69 บัญญัติว่า 'ในกรณีที่พรรคการเมืองต้องยุบไปเพราะไม่ดำเนินการ....หรือ กระทำการตามมาตรา 66 ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ต้องยุบไปจะขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารของพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ตามมาตรา 8 อีกไม่ได้ ทั้งนี้ ภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นต้องยุบไป'
มีการบัญญัติไว้แต่เพียงเท่านี้ ซึ่งมิได้บัญญัติว่าให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมือง แต่อย่างใดเลย ดังนั้น การที่ประกาศ ของ คณะ คมช.ฉบับที่ 27 ข้อที่ 3 ที่ว่า 'ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใด เพราะเหตุกระทำตามต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นมีกำหนด 5 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมือง' นั้น ก็เท่ากับว่าเป็นการบัญญัติกฎหมายมาลงโทษย้อนหลังต่อกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบ
แล้วเหตุไฉน ตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง จึงได้นำเอาประกาศ ของคณะ คมช. ซึ่งบัญญัติไว้ภายหลังการกระทำผิดอันเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค มาลงโทษต่อคณะกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบซึ่งฝ่ายที่ถูกยุบพรรคและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก็อ้างว่า เป็นการลงโทษย้อนหลังที่เป็นโทษ ซึ่งไม่เป็นธรรมสำหรับผู้กระทำความผิด เพราะว่าในขณะกระทำความผิด ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติเอาผิดให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้นเลย แล้วจะเอาผิดต่อเขาทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไร ผิดต่อหลักนิติรัฐนิติธรรม และก็ไม่เป็นธรรมสำหรับกรรมการบริหารพรรคอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำอันเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบพรรคด้วย
ซึ่งคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักไทย และพรรคอื่นที่ถูกยุบในครั้งนี้ นับว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราเลยทีเดียวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์แก่บรรดานักกฎหมายและประชาชนผู้ใคร่รู้กฎหมายทั้งหลายเป็นอย่างมาก (สำหรับผู้เขียนก็ได้แสดงความคิดเห็นไว้แล้วศึกษาได้จากบทความกฎแห่งกฎมายกับกฎแห่งกรรม น.ส.พ.มติชนรายวัน วันที่ 7 มิถุนายน 2550 หรือ http://www.matichon.com.th)
ส่วนความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ก็ได้ให้เหตุผลว่า การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมิใช่โทษทางอาญา เป็นเพียงมาตรการทางกฎหมายที่เกิดจากผลของกฎหมายที่ให้อำนาจในการยุบพรรคการเมืองที่กระทำการต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมือง พ.ศ.2541 เพื่อมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีโอกาสที่จะกระทำการอันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำอีกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
แม้สิทธิเลือกตั้งจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในสังคมที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่การมีกฎหมายกำหนดว่าบุคคลใดสมควรมีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้เหมาะสมแก่สภาพแห่งสังคม หรือเพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยในสังคมนั้นดำรงอยู่ ก็ย่อมมิได้
สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 3 เสียง ก็ได้ให้เหตุผลทำนองเดียวกันกับกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบข้างต้น ซึ่งโดยหลักกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ได้กำหนดไว้ว่า คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก (ข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา วิธีพิจารณา และการทำคำวินิจฉัย พ.ศ.2549 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ข้อที่ 16)
และเมื่อมติตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเห็นสมควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ ก็ย่อมต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความนั้น
กล่าวคือ ต้องยอมรับกฎหมายว่าด้วยข้อกำหนดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา วิธีพิจารณา และการทำคำวินิจฉัยดังกล่าวนี้ ว่าเป็นกฎหมาย เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญฯ ฉบับชั่วคราว 2549 มาตรา 35 บัญญํติให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีอำนาจออกข้อกำหนดว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาได้
(ซึ่งก็เป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ และตามที่เรายอมรับจารีตประเพณีการปกครองดังกล่าวมาแล้วนั่นเอง)

ปัญหาที่ต้องพิจารณากันต่อไป มีว่า เมื่อเรายอมรับผลคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญแล้ว ถามว่า คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันกับใคร แค่ไหน และเพียงใด
คำตอบ : แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 จะไม่ได้บัญญัติให้คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นที่สุดเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฯ ฉบับที่ผ่านมาๆ ก็ตาม แต่กรณีนี้ก็ต้องถือได้ว่าคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นที่สุดเด็ดขาดแล้ว ไม่สามารถอุทธรณ์โต้แย้งไปยังองค์กรอื่นใดได้อีกเช่นกัน
เป็นไปตามมาตรา 38 แห่งรัฐธรรมนูญฯฉบับชั่วคราว 2549 ที่บัญญัติว่า 'ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...'
ซึ่งคำว่าประเพณีการปกครองประเทศไทยฯ ก็หมายถึงรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นเอง
และคำว่า 'คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ' ก็หมายความว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเพียงศาลเดียว มีคำวินิจฉัยอย่างไรในคดีใดคดีหนึ่งไปแล้ว ก็ต้องถือว่าเด็ดขาดถึงที่สุด ไม่อาจอุทธรณ์ต่อไปยังองค์กรใดได้อีก
และเมื่อมีคำวินิจฉัยในประเด็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้ว หากมีประเด็นเช่นเรื่องเดียวกันนั้นเกิดขึ้นอีกในภายหลัง ก็หาอาจที่จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกต่อไปได้ไม่ เพราะถือว่าต้องผูกพันตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540 มาตรา 268)
ต่อปัญหาดังกล่าวนี้ ในต่างประเทศเขาก็มีการบัญญัติหลักเกณฑ์นี้ไว้เช่นเดียวกัน
อย่างเช่น มาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส บัญญัติไว้ว่า 'บทบัญญัติใดที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่อาจใช้เป็นกฎหมายและไม่อาจมีผลบังคับได้ คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญย่อมเป็นที่สุดและมีผลผูกพันสถาบันการเมืองแห่งรัฐ ตลอดทั้งองค์กรเจ้าหน้าที่ทั้งในทางบริหารและตุลาการ'
และสำหรับประเทศอื่นๆ ที่มีศาลรัฐธรรมนูญ ดังเช่น ประเทศเยอรมนี อิตาลี ต่างก็มีบทบัญญัติไปในทำนองนี้เช่นเดียวกัน
สรุป คณะตุลาการรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญมีเพียงองค์กรเดียวหรือศาลเดียวไม่มีลำดับชั้นของศาลเหมือนศาลยุติธรรมที่มี 3 ชั้นศาล หรือศาลปกครองที่อย่างน้อยมี 2 ชั้นศาล

ดังนั้น
เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องหนึ่งเรื่องใดแล้ว คำวินิจฉัยย่อมเป็นที่สุดเด็ดขาดและมีผลบังคับในทางกฎหมายทั้งในทางรูปแบบหรือทางเนื้อหาและในทางปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ได้มีการอ่านคำวินิจฉัยหรือส่งคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีทราบ และส่งผลให้คู่กรณีในคดีหรือองค์กรที่ถูกตัดสินต้องผูกพันต่อคำวินิจฉัย
รวมทั้งผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งทั้งหลาย ต่างจำต้องถูกผูกพันและต้องปฏิบัติตามผลของคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงผลของคำวินิจฉัยนั้นได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และไม่สามารถอุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นที่สุดเด็ดขาดแล้วด้วยกระบวนการทางกฎหมายต่อไปยังองค์กรอื่นใดได้อีก
แต่อย่างไรดี ถ้าหากมีการนำเอาหลักรัฐศาสตร์มาผสมผสานกันกับหลักนิติศาสตร์เพื่อคลี่คลายปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ ดังที่ผู้เขียนกล่าวไว้ข้างต้น ก็อาจเป็นไปได้ แต่ก็ต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ
เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องใคร่ครวญไตร่ตรองกันอย่างลึกซึ้งก่อนแล้ว จึงค่อยทำ
ดังบาลีว่า 'นิสมุม กรณํ เสยโย ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงค่อยทำ ดีกว่า'


*พบยางคางคกกลายเป็นยาวิเศษ รักษามะเร็งตับ ปอดและม้ามได้ผล - หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯกับจีนศึกษาพบว่า ยางคางคกเป็นยาที่มีสรรพคุณวิเศษ รักษาโรคมะเร็งตับ ปอดและม้ามได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ยาอย่างใด
นักวิจัยของศูนย์ต่อต้านโรคมะเร็งเอ็มดี. แอนเดอสัน ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยฟูต้านของจีน แจ้งว่า จากการศึกษาและการวิจัยขั้นตอนก่อนหน้าการทดลอง ในสถานพยาบาลพบว่า ยางที่สกัดจากคางคกมีสรรพคุณขัดขวางไม่ให้เนื้อร้ายเจริญเติบโต ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มโรคปฏิบัติหน้าที่ได้เข้มแข็งขึ้น ทั้งยังช่วยระงับความปวด และความอ่อนเพลียเมื่อยล้าของร่างกายอันเนื่องมาจากการบำบัดรักษาด้วยตัวยาเคมีอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการทดลองที่โรงพยาบาลโรคมะเร็งของมหาวิทยาลัยฟูต้าน เพื่อจะหาขนาดยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย


โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:50:31 น.  

 
*เด็ก 2008 ยุคไม่พูด ไม่คุย ขอสื่อสารทาง'บล็อก' - วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 - มติชน
ในยุค 'อินเตอร์เน็ตไฮสปีด' เด็กและเยาวชนไม่นั่งจับเจ่ารอบริโภคสื่อและโฆษณาที่ผู้ใหญ่ป้อนให้ฝ่ายเดียวแล้ว ทว่า...พวกเขายังเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตสื่อเองเสียด้วย
คอลัมนิสต์นิตยสารวัยรุ่นชื่อดัง a day และ Knock Knock! อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า โลกของเด็กสมัยนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ความไฮเทคของเว็บ 2.0 ทำให้เขาสร้างสื่อเองได้ พวกเขากลายมาเป็นผู้สร้างเนื้อหาสารพัดบนอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ข้อความ รูปภาพ ดนตรี ไปจนถึงวิดีโอ
'ในขณะที่ผู้ใหญ่มัวแต่คิดว่าจะทำสื่อยังไงให้โดนใจวัยรุ่น ขอโทษครับ ตอนนี้วัยรุ่นผลิตสื่อใช้กันเองแล้ว ถามว่าสื่ออินเตอร์เน็ตมีโทษไหม มันมีทั้งคุณและโทษครับ แต่เทรนด์ของวัยรุ่นยุคนี้เขาต้องการการยอมรับ เห็นได้จากการแสดงออกต่างๆ นานาที่เรียกร้องความสนใจ ซึ่งสื่ออินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เขาแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา'
อ.พิชญ์บอกทิ้งท้ายว่า มองจากสายตาผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่มีสิทธิห่วง แต่ไม่อยากให้ผู้ใหญ่มองเด็กในแง่ร้ายไปเสียหมด แต่ควรจะเปิดใจกว้างและเข้าไปนั่งในใจเด็ก แล้วสอนให้เขาดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากภัยสังคมมากกว่าเข้าไปควบคุม ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ มากกว่าไปสั่งสอนให้เขาทำตามอย่างเดียว เมื่อสามารถผลิต 'สื่อ' เองได้จึงเป็นที่มาของ 'บล็อก' ต่างๆ อาทิ 'มายสเปส มัลติพลาย ไฮ-ไฟว์ ไดอารี่ออนไลน์' ซึ่งเป็น 'สื่อออนไลน์ส่วนตัว'
*เจ้าของบล็อกใน 'ไฮ-ไฟว์' น.ส.วารุณี ดาวประทีป วัย 16 ปี ชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา บอกว่า ขณะนี้วัยรุ่นแทบทุกคนมีบล็อกส่วนตัวไว้ใช้สื่อสารกัน โดยสื่อที่วัยรุ่นสร้างขึ้นเองจะต่างจากสื่อกระแสหลักตรงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องราวฮิตๆ หรือปรากฏการณ์ใหม่ๆ แต่จะรวบรวมเนื้อหาทั้งสาระและบันเทิงทุกอย่างไว้ในบล็อกส่วนตัว
เนื้อหาของแต่ละบล็อกก็มีเรื่องราวแตกต่างกันออกไป ทั้งบันทึกชีวิตประจำวัน ที่ระบายความรู้สึกสุข เศร้า เหงา ซึม หรือถ้าใครอยากอวดรูปเวลาไปเที่ยวมา ไปดูคอนเสิร์ต ก็โพสรูปลงไปได้ หรือบางคนไปอ่านเจอข้อมูลอะไรที่น่ารู้น่าสนใจก็นำมาโพสไว้ในบล็อกให้เพื่อนๆ มาอ่านแชร์ความรู้ซึ่งกันและกัน ส่วนบางคนก็ใช้บล็อกเป็นพื้นที่แสดงความสามารถของตัวเอง เช่น เขียนเรื่องที่ตัวเองอยากเขียน ทำเพลงที่ตัวเองอยากเล่นแล้วเอามาลง ข้อดีของบล็อกมันช่วยให้เราได้แสดงตัวตนออกมา ได้เพื่อน และกอบโกยความรู้ได้เยอะ เพราะมีข้อมูลเป็นล้านให้ศึกษา'
ปิดท้ายสาววัยใสบอกว่า ต่อไปในอนาคตหากเทคโนโลยียังพัฒนาไปเรื่อยๆ เยาวชนก็คงจะลุกขึ้นมาทำสื่อใช้เองกันมากยิ่งขึ้น และถ้าผู้ใหญ่คิดจะเข้ามาควบคุมสื่อคงไม่ได้ผล ทางที่ดีน่าจะแก้ไขที่ต้นเหตุมากกว่าแก้ที่ปลายเหตุ ด้วยการสอนเด็กดูสื่อตั้งแต่เล็กๆ ว่า อะไรดีไม่ดี รวมถึงผู้ใหญ่ต้องเป็นต้นแบบที่ดีด้วย
ผู้ใหญ่รู้ไว้จะได้เท่าทันเด็ก




*กิจกรรมดีดีที่ TKpark

ปิดเทอมนี้ไม่มีเหงา TK park ชวนคุณหนูๆ เปิดทุกประสาทสัมผัส
ปล่อยทุกข้อจำกัดทางจินตนาการกับกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ อ่าน เห็น เล่น สนุกได้

*กิจกรรมนี้สำหรับน้องๆ วัย 7-12 ปี นะจ๊ะ

ปั้นให้เป็นเรื่อง อ่าน ๆ ขย้ำ ๆ เติมความฝันและจินตนาการด้วยนิทานปั้นแป้ง
วันอังคารที่ 8 หรือ วันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 เวลา 10.00 – 15.00 น.
COOL!!!! My style MY LOGO ใช้โปรแกรมไอที สร้างสรรค์ Logo ในสไตล์ของตนเอง
วันพุธที่ 9 เมษายน 2551 เวลา 10.00 – 15.00 น.

ศิลปะเป็นเรื่องกล้วยๆ โชว์ไอเดียด้วยวัสดุธรรมชาติ ด้วยเรื่องราวของไทย ๆ
วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2551 เวลา 10.00 – 15.00 น.

รีบๆหน่อยนะจ๊ะ รับสมัครจำนวนจำกัด 30 คนต่อวัน


*ค่าลงทะเบียน 250 บาท /คน /หนึ่งกิจกรรม (รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง 2 มื้อ)
พิเศษ!! เฉพาะผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม รับสิทธิสมัครสมาชิกหรือต่ออายุสมาชิก TK park ฟรี!!

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานการเรียนรู้ TK park
เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone โทร. 02-257-4300 ต่อ 317 หรือ 120



ในโลกของนักอ่านที่มีความฝันสู่การเป็นนักเขียน ไม่ว่าจะขีดเขียนลงบนกระดาษหรือในโลกออนไลน์ มีเพียงบางคนเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการตีพิมพ์ผลงานเป็นรูปเล่มสมใจ เผยแพร่ผลงานจนเป็นที่รู้จัก

เพื่อสร้างนักเขียนหน้าใหม่ให้มีโอกาสพัฒนาไปสู่นักเขียนมืออาชีพ TK park จับมือกับ ANT, Canon และ Diethelm ร่วมสร้างสรรค์โครงการดีๆ “I BOOK 2008 TK YOUNG WRITER ACADEMY” เปิดเวทีให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไปที่รักงานเขียนได้สร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะด้าน การเขียน โดยผลงานจะผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีผลงานตีพิมพ์เป็นเล่มเพื่อการจัดจำหน่าย

** เส้นทางฝันนี้...สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 16-25 ปี
** หมดเขตส่งผลงาน 30 เมษายน 2551

รายละเอียดการส่งผลงาน
- เขียนเรื่องราวที่คุณสนใจ ได้สาระและความสนุกสนาน
- ความยาวไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4
- ขนาดตัวอักษร Angsana new 16
- ผลงานหรือเค้าโครงเรื่องไม่ลอกเลียน ไม่เคยส่งประกวด หรือเคยตีพิมพ์มาก่อน
- ประวัติผู้สมัครที่น่าสนใจโดยย่อ

ช่องทางการส่งผลงาน
ส่งผลงานได้ทาง e-mail address : ibook@ibookprint.com หรือส่งทางไปรษณีย์โดยบันทึกผลงานเขียนลงแผ่น CD พร้อมพิมพ์ผลงาน 1 ชุด ส่งไปที่ บริษัท เอเอ็นที ออฟฟิศ เอ็กซ์เพรส จำกัด ( ANT) เลขที่ 78 อาคารมุกดาชั้นจี ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 0-2632-2655

กระบวนการคัดสรร

รอบที่ 1 คัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ 100 คน และส่งผลงานย่อ เพื่อคัดเหลือ 30 คน เข้าสู่การอบรมเชิงปฏิบัติการ (ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดสรร 70 คน รับสิทธิ์ในการจัดพิมพ์ผลงานหนังสือของตัวเองจำนวน 10 เล่ม / คน)

รอบที่ 2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 30 คน จัดทำต้นฉบับให้สมบรูณ์ เพื่อคัดเหลือ 10 ผลงาน (ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดสรรรับสิทธิ์ในการจัดพิมพ์ผลงานหนังสือของตัวเองจำนวน 100 เล่ม)

รอบที่ 3 ประกาศผลงานยอดเยี่ยม 3 รางวัล และผลงานยอดนิยมสูงสุด 1 รางวัล โดยมีเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2704-7958 ต่อ 204-208 ติดต่อคุณพัฒน์ษนี (เล็ก)
หรือ http://www.ibookprint.com

อย่ารอช้ากับเส้นทางสร้างฝันของนักเขียนวัยทีน...โอกาสที่จะมีผลงานหนังสือเป็นของตนเอง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

อุทยานการเรียนรู้ TK park สังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
CentralWorld ชั้น 8 Dazzle Zone เลขที่ 4,4/1-4/2,4/4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02 257 4300 โทรสาร. 02 257 4300 ต่อ 125
เปิดบริการ อังคาร - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์)

Thailand Knowledge Park A Division of OKMD
8th Floor, CentralWorld Dazzle Zone 4,4/1-4/2,4/4, Pathumwan Bangkok 10330 Tel. (66) 2 257 4300 Fax. (66) 2 257 4300 ext. 125
Open Tuesday - Sunday 10.00 a.m. - 8.00 p.m. (Closed every Mondays)
http://www.tkpark.or.th





โดย: jenifaae วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:23:50:52 น.  

 
*สัมมนาวิชาการ เรื่อง “วิทยาการก้าวหน้าทาง ทันตกรรมรากเทียม"

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการ
เรื่อง 'วิทยาการก้าวหน้าทางทันตกรรมรากเทียม' (Advance in Implant Dentistry)


คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง 'วิทยาการก้าวหน้าทาง ทันตกรรมรากเทียม' (Advance in Implant Dentistry) โดย Professor Dr. Richard Palmer และ Dr. Michael R. Fenlon ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมรากเทียม จาก King's College, Dental Institute, University of London ประเทศสหราชอาณาจักร ในวันที่ 13 – 14 พฤษภาคม 2551 ณ ห้องบรรยาย 219 ชั้น 2 อาคารปิยชาติ คณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ งานบริหารธุรการ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

โทร. 0-2986-9213 ต่อ 7150,7152
หรือ http://www.dentistry.tu.ac.th
ภายในวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย





*คู่มือ “Smart Click คิดก่อนคลิก”

ซีเอสล็อกซ เปิดตัวคู่มือสอนใช้เน็ต [26 เม.ย. 51 - 05:39]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อให้เยาวชนไทยใช้อินเทอร์เน็ตอย่างฉลาดและรู้เท่าทัน รวมทั้งไม่หลงกลอุบายในรูปแบบต่างๆ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอสล็อกซ จึงจัดทำคู่มือเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ของเยาวชนไทยในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรู้วิธี ภายใต้โครงการ “Smart Click คิดก่อนคลิก”
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตอบแทนสังคมที่ซีเอสล็อกซได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 3 ปี และในปีนี้ ก็จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4
ทั้งนี้ คู่มือเล่มดังกล่าว เป็นการแนะนำการเปิดโลกการเรียนรู้อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ปกครองและเยาวชน โดยเนื้อหาประกอบ ด้วยส่วนต่างๆ เช่น การค้นหาครอบจักรวาลกับกูเกิล วิธีการค้นหาข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและแนะนำเว็บไซต์สำหรับการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเพื่อนถึงเพื่อน
สำหรับโรงเรียน สถานศึกษา หรือ หน่วยงานใดที่ต้องการขอรับคู่มือ “Smart Click คิดก่อนคลิก” สามารถติดต่อมาได้ที่ ฝ่ายสื่อสารการตลาด เลขที่ 973 อาคารเพรสิเด้นท์ ชั้น 12 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร 0-2263-8000 ต่อ 2029, 1422 ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09:00 – 17:00 น. หรือ e-mail: dutsadee@csloxinfo.net


โดย: jenifaae วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:02:34 น.  

 
*มุมหย่อนใจในไดอารี่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 เมษายน 2551 18:54 น.
โดย...ฮักก้า

ไดอารี่ปกสีเขียวพิมพ์ภาพ Koala สองแม่ลูก ติดตัวฉันไปทุกที่ นับแต่ครั้งแรกที่ได้รับเป็นของขวัญที่ระลึก

ขนาดของมันเล็กเกินจะบันทึกทั้งสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเก็บเอาไว้ได้หมด แต่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจดนัดหมายตลอดทั้งปี ถ้ามันไม่อันตธานหายไปเสียก่อน

มันไม่ควรจะหาย เพราะฉันดูแลมันเป็นอย่างดี ไม่แพ้กระเป๋าสตางค์หรือสมบัติชิ้นอื่นที่ไม่สามารถวัดกันด้วยราคาทว่ามีคุณค่าต่อจิตใจ

ใจเป็นต้องหายแว๊บทุกครั้ง ถ้าควานหามันในกระเป๋าถือ แล้วพบว่าไม่มีมันอยู่แล้ว

ไม่ใช่แค่ตารางเวลานัดหมายหรอกที่คนเข้าขั้นอัลไซเมอร์อย่างฉันจะเป็นกังวล

บรรดาภาพน่ารักน่าชังที่ตีพิมพ์ไว้ในไดอารี่นั่นด้วยต่างหากที่ทำให้ฉันกระวนกระวาย กลัวว่ามันจะหายไปจริงๆ

เพราะมันคือมุมหย่อนใจอันสำคัญ โดยที่ไม่ต้องไปเสาะแสวงให้ไกลตัว

ใกล้ตาใกล้ใจ เบื่อ เซ็ง เครียดเมื่อไหร่ก็พลิกมาเปิดดูได้ง่ายๆ และเป็นเหมือนแกลเลอรี่แสดงงานภาพถ่ายสัตว์เคลื่อนที่ จนกว่าสิ้นปีถึงจะปิดแสดง

นอกเหนือจากจระเข้,จิงโจ้,เต่า,ค้างคาว,ผีเสื้อ,เม่น,กบ, และงู ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวอื่นเป็นสัตว์ชนิดไหนและมีชื่อเรียกอย่างไรกันบ้าง

ที่แน่ๆมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศออสเตรเลีย แต่มาเผยโฉมให้ฉันหลงรัก...ที่นี่ประเทศไทย

ได้ไปเจอตัวตัวเป็นๆ อาจไม่กล้าเข้าใกล้ในระยะประชิด แต่มองจากภาพถ่ายที่ช่างภาพลั่นชัตเตอร์มาให้ชม ทำให้นึกอยากคว้าแต่ละตัวมากอดเสียให้ดิ้นตาย เพราะน่ารักกันเหลือเกิน

บางตัวเพลินชมธรรมชาติอยู่อย่างเดียวดาย คล้องหางไว้กับกิ่งไม้ที่ป่ายเกาะ

บางตัวนอนราบวางคางเกย บางตัวนิ่งเฉย บางตัวห้อยหัว บางตัวอ้อมอกแม่นั้นคงจะอุ่น บางตัวพลอดรักกันตามประสาสัตว์โลก

ต้องขอขอบคุณสถานทูตออสเตรเลียที่ช่างสรรหาไดอารี่เล่มน้อยมาเป็นของกำนัล นอกเหนือจากการ์ดอวยพรที่เคยได้รับสม่ำเสมอและนิทรรศการงานศิลป์ดีๆที่ขนข้ามน้ำข้ามทะเลจากอีกทวีปมาให้คนไทยได้ชมกันหลายวาระ



และครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักกับช่างภาพผู้สามารถอย่าง Steve Parish ผู้แบกกล้องตะลอนไปทั่วออสเตรเลียมากว่า 40 ปี

ภาพถ่ายของเขาทำให้ได้สัมผัสกับมุมน่ารักของสัตว์โลก มุมที่อ่อนโยนของสัตว์ที่ดูว่าดุร้าย และทำให้รู้สึกว่าโลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้นเป็นกอง

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดหล่ะว่า Steve เป็นแต่เพียงช่างภาพผู้รักสัตว์ ธรรมชาติอื่นๆและภูมิทัศน์อันสวยงามที่ออสเตรเลียมีให้สัมผัส เขาก็บันทึกเก็บเอาไว้ไม่น้อย

ผลงานภาพถ่ายของเขาในไดอารี่ที่ฉันหวงนักหวงหนา เป็นเพียงเศษเสี้ยวในจำนวนหลายเล่ม ที่เขาได้ตีพิมพ์ออกมาในนาม Steve Parish Publishing Pty Ltd ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง

นอกจากต้องการมีส่วนร่วมรณรงค์ให้คนหันมาสนใจอนุรักษ์ธรรมชาติกันมากขึ้น ยังเป็นการแบ่งปันมุมมองของเขาที่มีต่อออสเตรเลียกับคนทั้งโลกด้วย ไม่เชื่อคลิ๊กเข้าไปดูได้ที่ http://www.steveparish.com.au

คลิ๊กเข้าไปดูมาแล้ว บอกได้คำเดียวว่า “งดงามมาก”





*บทเส้นทางสู่เครือข่ายไร้สาย


รายละเอียดที่นี่..





*'มุมมองและการออกแบบบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคต'

บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด ขอเรียนเชิญท่าน หรือตัวแทนจากองค์กรของท่าน เข้าร่วมรับฟัง และสนทนากลุ่มย่อยร่วมกับ มร. ลาร์ อีริคสัน นักออกแบบชาวสวีเดนชื่อดัง และผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลัก ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ในหัวข้อ 'มุมมองและการออกแบบบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคต'
ในปัจจุบัน ผู้บริโภคเริ่มมองเห็นถึงความสำคัญในการออกแบบบ้านและที่อยู่อาศัยอย่างพิถีพิถันมากขึ้น และบ้านในปัจจุบันนั้น เริ่มเปลี่ยนสถานะและบทบาทเป็นสถานที่ที่สร้างความบันเทิงให้กับสมาชิกในครอบครัว รวมถึง แขกผู้มาเยือน จากเดิมซึ่งเคยเป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัยและพักผ่อน ดังนั้น การออกแบบบ้านรวมถึงลักษณะเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จึงต้องสามารถตอบรับและสอดคล้องกับความนิยมที่กำลังเปลี่ยนไปของผู้บริโภค
ภายในงานนี้ ผู้เข้าร่วมรับฟังจะได้ทราบถึงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในหลากหลายมุมมองที่มีต่อดีไซน์ของบ้านในอนาคต รวมถึงลักษณะความสนใจและกระแสนิยมของผู้บริโภคที่กำลัง มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมด้วยเทรนด์ใหม่ๆ ของห้องครัวในอนาคต

วัน/เวลา: วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2551 เวลา 11.00-12.30น. (ลงทะเบียนเวลา 10.30-11.00น.)

สถานที่: ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ (สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงศ์)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณปริตตา (089-117-2329) หรือคุณนัดดา (089-457-6562)
บริษัท สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ โทร. (02) 653-2717-9


โดย: jenifaae วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:02:56 น.  

 
*สัมภาษณ์ : ไพศาล สุวรรณวงษ์ ‘ทำไมกลุ่มผู้ใช้ยา-กลุ่มผู้ติดเชื้อฯ ต้องค้านนโยบายปราบปรามยาเสพติด’

“ผมว่ารัฐมักแก้ไขปัญหายาเสพติดเหมือนกับแก้ปัญหาทางภาคใต้ คือผู้ใช้ยากำลังถูกกระทำเหมือนกับคนกลุ่มน้อย รัฐใช้วิธีจัดการแบบง่ายๆ โดยไม่ได้เคารพเรื่องของสิทธิความเป็นมนุษย์ สิทธิของความเป็นคน”

องอาจ เดชา



ตามที่เมื่อ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มภาคประชาสังคม และกลุ่มรณรงค์ด้านสุขภาพจาก เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์/เอชไอวีภาคเหนือตอนบน ร่วมกับกลุ่มรณรงค์เพื่อการรักษาเอดส์ และ Health Gap global access project ราว 200 คน ได้รวมตัวกันชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอดส์ สมัยที่ 22 (22nd Meeting of UNAIDS Programme Coordinating Board :PCB) ในระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2551 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ตัวแทนผู้ติดเชื้อ ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และนักวิชาการจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน 400 คน เข้าร่วมประชุม นั้น

โดยในวันนั้น ตัวแทนกลุ่มภาคประชาสังคม ได้เข้ายื่นข้อเสนอต่อยูเอ็นเอดส์ ให้เพิ่มความสำคัญต่อนโยบายรองรับการดูแลสุขภาพประเด็นเอชไอวี/เอดส์ ให้กับกลุ่มคนเข้าถึงยาก เช่น กลุ่มชาติพันธ์ แรงงานข้ามชาติ ชายรักชาย พนักงานบริการ ผู้ต้องขัง และคนงานพลัดถิ่น เพื่อให้เข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพ นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันคัดค้านนโยบายการประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลไทย โดยระบุว่าเป็นนโยบายที่ผิดพลาด และได้บั่นทอนการแก้ปัญหาระดับชาติด้านเอดส์และละเมิดสิทธิอย่างหนัก

ซึ่ง ‘ประชาไท’ ได้สัมภาษณ์ ‘ไพศาล สุวรรณวงษ์” ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ใช้ยาประเทศไทย ว่า ‘ทำไมกลุ่มผู้ใช้ยา-ผู้ติดเชื้อฯ ต้องไปคัดค้านนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลไทย’



ไพศาล สุวรรณวงษ์

ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ใช้ยาประเทศไทย

- อยากให้ช่วยอธิบายว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อฯ ผู้ใช้ยาฯ เกี่ยวข้องอย่างไรกับนโยบายปราบกรามยาเสพติด ?

* คือนโยบายสงครามยาเสพติด มันเป็นการตอกย้ำว่า คนใช้ยาเสพติดนี่ไม่ดี ทำอย่างไรก็ได้ต้องมีการกำจัด จัดการ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ มันยิ่งไปตอกย้ำวิธีการเดิมที่เราทำกันอยู่ คือ การลงโทษ แต่รัฐพยายามบอกว่ามันเป็นการบำบัดรักษาโดยเป็นผู้ป่วย ซึ่งมันไม่จริง ต้องบอกว่าไม่จริง

ซึ่งจริงๆ แล้ว การรักษาของกลุ่มผู้ใช้ยาฯ ที่ผ่านมา จะเป็นลักษณะของการลงโทษ มีการนำเข้าแคมป์เป็นเวลาสิบวัน สิบห้าวัน ยี่สิบวัน ซึ่งมันไม่ง่ายแบบนั้นสำหรับคนที่ติดยามาตลอดชีวิต ที่เขาไม่เคยมีโอกาสในชีวิต ทำอะไรประสบความสำเร็จ แล้วอยู่มาวันหนึ่งต้องมาหยุดยา โดยไม่มีการสนับสนุนทางสังคม หยุดยาไม่เท่าไหร่ แต่ไม่มีการสนับสนุน ในที่สุดเขาก็ต้องหวนกลับไปใช้ พอยิ่งมีเรื่องสงครามยาเสพติด ก็ยิ่งทำให้คนเหล่านี้ยิ่งเข้าถึงบริการยากมากขึ้น เพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยเข้าถึงอยู่แล้วกับบริการบำบัดรักษาหรือบริการก็ไม่ได้ตอบสนองเขาอยู่แล้ว

พอมีสงครามปราบปรามยาเสพติด เขาก็ยิ่งถูกกระทำมากขึ้น เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถือกฎหมายก็จะได้โอกาสที่จะฉกฉวยหาประโยชน์จากเขา จากไปหาผู้ค้า ก็ไปหาผู้ใช้ยาก่อน แล้วจริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักมุ่งไปหาผู้ค้ารายย่อย ไม่ได้ไปจับผู้ค้ารายใหญ่อะไรหรอก บางทีผู้ค้ารายย่อยก็อาจเป็นผู้เสพที่ต้องขายยาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อตัวเองมีเสพ แต่ถ้าเราให้สารทดแทนหรือมาตรการการลดอันตรายที่เราเรียกร้อง คือ ยอมรับการใช้ยาของเขา แล้วก็ให้บริการเขาด้วยความเป็นคนเหมือนกัน มันก็จะช่วยค่อยๆ ให้เขาอยู่ในสังคมได้ และลดอันตรายในสังคม ลดความรุนแรงได้ ซึ่งในหลายๆ ประเทศ เขาได้พิสูจน์แล้วว่า การเข้าถึงบริการของคนกลุ่มนี้ มันทำให้คดีอาชญากรรมลดลง เพราะคนกลุ่มนี้จะเข้าสู่ระบบ เราก็ยอมรับให้เขาอยู่ในระบบดูแลให้บริการเขาให้เขาเหมือนคนๆ หนึ่ง

- หมายความว่าที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีนโยบายแบบนี้เลย ?

* ต้องบอกว่าไม่มีเลย แม้ว่าจะมี พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ออกมา ที่บอกว่าจะปฏิบัติกับผู้ใช้ยาในฐานะเป็นผู้ป่วย แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ มันไม่ใช่ คือยังเป็นลักษณะของการลงโทษ และการไปบำบัดก็ยังต้องเสียเงิน เสียค่าใช้จ่าย ไม่ได้อยู่ในบัตรทอง ที่ผมพูดถึงคนที่ติดเฮโรอีนหรือติดสารตระกูลฝิ่น ที่ควรจะใช้ สารเมทาโดน ((methadone สารสังเคราะห์ที่นำมาใช้รักษาผู้ติดเฮโรอีนและมอร์ฟีน) เข้าช่วย ทำให้เขาไม่ต้องฉีดยา เขากินแล้วมีอาการเสี้ยนยา ไม่ต้องไปดิ้นรนหรือไปก่ออาชญากรรมที่อื่น

ซึ่งตอนนี้ในต่างประเทศเขาเอามาตรการพวกนี้มาใช้ แล้วมันได้ประโยชน์ แต่บ้านเรายังไม่ยอมรับเรื่องตรงนี้ หรือที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ ผู้ป่วยก็ต้องไปที่คลินิกบำบัด โดยเสียค่ายาเมทาโดน จำนวน 600 บาทต่อคอร์ส หรือทุกระยะเวลา 45 วัน ซึ่งหากรัฐมองว่าพวกเขาเป็นผู้ป่วยจริง ก็น่าจะให้เขาได้รับเมทาโดนฟรี เพราะจะทำให้พวกเขาลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อทางกระแสเลือดได้อีกทางหนึ่งด้วย

- นอกจากกลุ่มผู้ใช้ยาแล้ว กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ หรือกลุ่มอื่นๆ ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

* ผมคิดว่าประเด็นสำคัญของนโยบายปราบปรามยาเสพติด มันเกี่ยวกับเรื่องเอดส์ด้วย คือผมว่าเราถึงจุดสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องกฎหมายแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้ยา เพราะว่ามันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนเข้าถึงบริการ ตราบใดที่ยังมองคนพวกนี้เป็นคนผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยไม่มีสัญชาติ แรงงานอพยพ ดังนั้น จะเป็นไปได้ยังไงที่เขาจะเข้าถึงบริการ แต่ถ้ายอมรับเขาว่าเขาเป็นคนๆ หนึ่งว่าเขาอยู่ในเมืองไทย เราหาประโยชน์จากเขา เราก็ควรจะให้การดูแลเขาด้วย

เพราะฉะนั้น จึงคิดว่าประเด็นสำคัญของพวกเรา เสนอต่อยูเอ็นฯ ก็คือ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องกฎหมาย คือเลิกที่จะทำให้คนเป็นคนผิดกฎหมาย ถ้าเอาหลักการของสิทธิมนุษยชนมา ไม่มีใครที่เป็นคนผิดกฎหมาย กฎหมายควรมีไว้เพื่อปกป้องมากกว่าที่จะเอามาลงโทษใครที่ไม่ได้ทำผิด

- หลังยื่นข้อเสนอไปถึงยูเอ็นเอดส์ เขาตอบรับมาว่าอย่างไรบ้าง ?

* เขาบอกว่าเขาเห็นด้วย ว่าจะต้องเอาหลักการเรื่องของสิทธิมนุษยชนเข้ามาจัดการด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องติดตาม ภาคประชาสังคมเราก็ต้องติดตามกันต่อไป

- เมื่อพูดถึงประเด็นการเข้าถึงบริการ จุดสำคัญมันอยู่การบำบัดเยียวยา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยใช่ไหม ?

* ใช่ครับ แล้วเราอยากเห็นความเป็นผู้นำของกระทรวงสาธารณสุข เพราะที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุขไม่พูดให้ชัดเจนว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้คืออะไร ซึ่งผู้ป่วยในที่นี้ตามความเข้าเข้าใจของผม คือ ถ้าคนใช้ยาทั่วไป ผมถือว่าเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง เพียงแต่ยามันถูกกำหนดให้ผิดกฎหมาย ทีนี้ถ้าคนที่ติดต้องพึ่งพิงยาแล้ว ผมก็มองว่าเหมือนติดบุหรี่ ติดเหล้า ต้องให้การบำบัด ไม่ควรจะไปลงโทษ ก็ควรได้รับการบริการดูแล ถือว่าเป็นความเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง

อันนี้ทาง ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขไม่พูดให้ชัดว่าป่วยนี่ป่วยอะไร เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้ก็จะไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้อยู่ภายใต้หลักประกันสุขภาพ ติดเชื้อฯ ก็จะไม่ได้รับทัศนะความเห็นบวกจากผู้ให้บริการ และเมื่อมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดเข้ามาอีก มันก็ยิ่งตอกย้ำให้สังคมมีความรังเกียจคนที่ใช้ยามากขึ้น และทำให้สังคมแตกแยก ขาดความเข้าใจเรื่องยาอีก

- หมายความว่าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขกับ กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ร่วมมือกัน ?

* ไม่เลยครับ ซึ่งจริงๆ แล้วบทบาทของ กระทรวงสาธารณสุขนั้นมีเยอะ ในกฎหมายก็ระบุไว้ว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ที่จะกำหนดว่ายาตัวไหนควบคุมหรือไม่ควบคุม มีโทษหรือเท่าไหร่อย่างไร ใครใช้ได้หรือไม่ได้ แต่ดูเหมือนสาธารณสุขยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ ในเรื่องความเป็นผู้ป่วย แล้วยิ่งมีเรื่องของการระบาดของเชื้อเอชไอวี เข้ามา รวมไปถึงเรื่องสุขภาพโดยรวม ไม่ว่าจะเป็น ทีบี ตับอักเสบซี ซึ่ง 50% ของผู้ใช้ยาติดเชื้อเอชไอวี นั้น 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนติดเชื้อตับอักเสบซี แต่ดูเหมือนยังไม่ถูกให้ความสำคัญตรงนี้

- แล้วต่อจากนี้ภาคประชาสังคมจะขับเคลื่อนยังไงต่อไป?

* คงต้องติดตามต่อไป เราคงต้องพยายามที่จะทำงานกับทางภาครัฐ กระทรวงสาธารสุข ในส่วนตัวมองว่าเรื่องเอดส์เป็นโอกาสที่จะทำให้เรื่องต่าง ๆ ดีขึ้น ที่จะทำให้กลุ่มคนต่าง ๆ ยอมรับเขา ไม่ใช่ฉวยประโยชน์จากเขาอย่างเดียว

- ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทยมีท่าทีอย่างไรบ้างต่อเรื่องนี้ ?

* มีท่าทีไม่ดีมากๆ

- มองปัญหายาเสพติดในเมืองไทยตอนนี้อย่างไรบ้าง ?

* ความจริงต้องยอมรับว่ายาเสพติดมันไม่เคยหมดไป แต่เราจะอยู่ร่วมกับมันยังไง ทำยังไงถึงจะให้เยาวชนรู้เท่าทันมัน เพราะยาเสพติดก็เหมือนเรื่องเพศ ยิ่งยุ ยิ่งห้าม เด็กยิ่งไปลอง เสี่ยงอันตราย แต่ถ้าเราลองให้ข้อมูลเด็กจริงๆ แล้วให้เขามีข้อมูล มีสิทธิ์เลือก ผมคิดว่าเขาจะจัดการตัวเองได้ และสังคมเราจะปลอดภัยมากขึ้น ผมคิดว่า สังคมไทยที่ผ่านมาถูกตอกย้ำเรื่องยาเสพติดมานานมาก ซึ่งเราต้องช่วยกันนอกจากนั้นมันก็จะมีเรื่องของกฎหมาย เรื่องของรัฐที่อยู่เหนือกฎหมาย ที่นึกจะทำอะไรกับคนก็ทำ

ผมว่ารัฐมักแก้ไขปัญหายาเสพติดเหมือนกับแก้ปัญหาทางภาคใต้ คือผู้ใช้ยากำลังถูกกระทำเหมือนกับคนกลุ่มน้อย รัฐใช้วิธีจัดการแบบง่ายๆ โดยไม่ได้เคารพเรื่องของสิทธิความเป็นมนุษย์ สิทธิของความเป็นคน

--------------------------------------------------------------------------------
โดย : ประชาไท วันที่ : 30/4/2551


โดย: jenifaae วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:03:19 น.  

 
*สายน้ำ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2551 19:50 น.



โดย...ฮักก้า

สายน้ำที่ไม่รู้จัก ฉันเปิดใจรักมันตั้งแต่แรกเห็น

ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ Love at first sight ผ่านภาพถ่ายเช่นนี้ ความรู้สึกที่มีต่อมันจะเทียบเท่า หรือแตกต่างกันอย่างไร

ที่แน่ๆยามนี้ รู้สึกเพียงพอแล้วสำหรับการรู้จัก ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องตั้งคำถาม ว่ามันคือสายน้ำสายไหน และไหลสู่ที่ใด

เพราะหลังจากที่ใช้สายตาจับจ้องอยู่นานสองนาน ความชุ่มเย็นก็ได้ไหลผ่านใจไปเป็นที่เรียบร้อย

คิดถึงก็แต่สายน้ำเก่าๆ หลายสาย ที่เคยผูกพัน เคยลงเล่น และข้ามฝั่งไปมามิรู้เบื่อ

สายน้ำซึ่งไม่ไหลหลาก ค่อยๆเอื่อยไหล คล้ายค่อยๆร่ำราและสั่งเสีย บรรดาก้อนหิน ดินโคลน ต้นหญ้า ไม้น้ำ ในแต่ละที่ๆมันทอดตัวผ่าน

สายน้ำที่เหมาะแก่การต่อเรือใบไม้ขึ้นสักลำ แล้วทดลองให้มันบรรทุกดอกหญ้าสักดอกสองดอก ไปส่งขึ้นท่าที่ปลายทางข้างหน้า

ที่ซึ่งหินโสโครก เหนี่ยวรั้งไม่ยอมให้มันไปต่อ นอกจากสายน้ำที่ไม่เคยไหลกลับสายนั้น ที่ไม่ว่าหินโสโครกก้อนไหนๆ ก็ไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการไหลของมัน

ชีวิตนี้...เราจะเลือกเป็นเรือหรือสายน้ำดี

หยุด,แตกลำ เมื่อเจออุปสรรค

หรือซอกซอนไหลผ่านหินทุกก้อนไปให้ได้





*ดอกคูน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2551 16:04 น.

โดย...ฮักก้า

ใกล้มาถึงแล้วสินะวันสงกรานต์…

ไม่ใช่วันเดือนในปฏิทินหรอกที่ย้ำเยือนให้นึกถึงเทศกาลสำคัญที่ทุกคนต่างก็รอคอย

แต่เป็นเหลืองอร่ามของดอกคูนในสวนสาธารณะที่ทุกเช้ามีฉันเป็นหนึ่งสมาชิก

เรื่องราวของดอกคูนที่เข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิด ทำให้ฉันมีเรี่ยวแรงวิ่งต่อไปอีกโดยไม่รู้ตัว กว่าที่มันจะร่วงหล่นไปจากความคิด ฉันก็เผลอออกแรงวิ่งเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน

ดอกคูนเป็นหนึ่งในจำนวนดอกไม้หลายพันดอกในโลกนี้ที่ฉันรัก
ทั้งชีวิตอาจพบพาลดอกไม้มาแล้วนับไม่ถ้วน ทว่าดอกคูนเป็นดอกไม้ประจำใจมานานแสนนาน

ก่อนที่จะรู้ว่ามันถูกเลือกให้เป็นดอกไม้ประจำชาติ ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการและคนภาคกลางเรียกกันคุ้นปากว่า “ดอกราชพฤกษ์” เสียอีก

ชื่อ ”ลมแล้ง” ในภาษาเหนือดูจะเข้ากันดีกับฤดูกาลที่มันออกดอก ส่วน “อ้อดิบ” ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าทำไมคนภาคใต้ถึงเรียกกันเช่นนั้น

“ดอกคูน” ในภาษาอีสาน เป็นชื่อที่ฉันพอใจ เพราะนึกถึงเมื่อไหร่ “เสียงแคน” ก็พ่วงท้ายตามมาด้วย พร้อมกวีบทนั้นของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

พิไรพรต้อนรับฤดูกาล ร้อนจะผ่านวันจะขื่นคืนจะขม
ดินจะกล้าฟ้าจะเกรี้ยวลมเป็นเกลียวกลม ฝนดอกไม้พรายพรมอยู่พรำพรำ
กำจายร้อนผ่อนเย็นเพียงหยาดพื้น กำจรชื่นรื่นรมย์เพียงร่ำ
ที่แล้งเข็ญเห็นแต่ระกำกรรม เชิญดอกคูนดวงคำช่วยค้ำคูณ ... ฯลฯ


*ต้นของคูนเป็นไม้มงคลที่ใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆ เช่น ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคฑาจอมพลและยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร

เพราะชื่อราชพฤกษ์มีความหมายว่า ...มีโชค มีชัย มีอำนาจวาสนาสูงส่ง ได้เป็นใหญ่เป็นโต มีคนยกย่องนับถือ

ฝักนำมาทำเป็นสมุนไพร เนื้อไม้นำมาเป็นเสาเรือน เปลือก เนื้อไม้ และผล ให้สีเหลือง นำมาทำสีย้อมผ้าฝ้ายและผ้าไหม นอกจากนี้ ความงามของช่อดอกและด้วยความหมายที่ดียังถูกจำลองแบบมาประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย

ถ้าเป็นที่บ้านเกิดฉันคงได้คูนหอบใหญ่กลับไปลอยน้ำเล่นในตุ่ม รอเวลาให้แม่มาบ่นว่าฉันทำบ้านรกนั่นแหละ จึงจะรีบเก็บมันหนีไปพ้นสายตาแม่

ดอกคูนที่ผลิบานกลางเมืองใหญ่ การเก็บมันไว้กับต้นเพื่อให้คนอื่นได้ชื่นชมด้วยเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง

แม้น้อยคนนักที่จะตรงรี่เข้าไปชื่นชมมันใกล้ๆ หรือถ่ายภาพมันเก็บไว้ด้วยความหลงใหล

อย่างไรมันก็เป็นดอกไม้ที่เพิ่มสีสันให้กับฤดูกาล ทำให้ถนนบางสาย สวนสาธารณะบางที่มีชีวิตชีวา หลังจากที่ต้นของมันได้ยืนต้นไร้ความน่าเสน่หามาหลายเดือน

ขณะที่เท้ายังออกแรงวิ่งเหงื่อเริ่มซึมกาย ฉันไม่รู้สึกเลยว่าร่างกายเริ่มจะเหนียวเหนอะหนะ กลับรู้สึกชุ่มชื่นเย็นฉ่ำทั้งกายและใจ เหมือนมีใครสาดน้ำเข้าสู่ตัวระลอกแล้วระลอกเล่า

หรือฉันกำลังเล่นน้ำสงกรานต์ ? ถือขันเดินตามขบวนรถบุปผชาติที่ประดับประดาไปด้วยสีเหลืองของดอกคูนเกือบทั้งคัน

สาวงามนางสงกรานต์บนขบวนรถต่างยิ้มสวย พวกเธอเท่านั้นที่ถูกงดเว้นไม่ให้มีน้ำไประรานทำให้หมดสวย

แต่ถ้าเป็นคนอื่นไม่มีปล่อยให้พ้นสายตา เพราะในวันสงกรานต์เราต่างถือคติว่า

เปียกไม่กลัวแต่กลัวแห้ง


โดย: jenifaae วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:03:57 น.  

 
* รับสมัคร ฝึกอบรมโครงการพิพิธภัณฑสถานวิทยา

โครงการฝึกอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอก ประจำปี ๒๕๕๑

ด้วยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำหนดจัดฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้พิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอกเพื่อเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยาให้แก่บุคคลในพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งนักศึกษาและประชาชนที่สนใจ ซึ่งต้องการจะทำงานในพิพิธภัณฑสถานทั่วไป รวมทั้งเป็นการพัฒนากิจการพิพิธภัณฑสถานในประเทศให้เจริญก้าวหน้าตามหลักวิชาการสากล โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม เช่น การจัดทำทะเบียนวัตถุพิพิธภัณฑ์ การดูแลรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงนิทรรศการ การรักษาความปลอดภัย คลังพิพิธภัณฑ์ และการบริการการศึกษา เป็นต้น โดยจัดฝึกอบรมระหว่างวันที่ ๒๘ พฤษภาคม – ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ รวมเวลาการอบรมทั้งสิ้น ๒๗ วัน (เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์)

ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมการฝึกอบรมในโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ รับจำนวนจำกัด ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆในการอบรม โดยขอรับใบสมัคร ได้ที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ หรือที่ http://www.thailandmuseum.com และ http://www.finearts.go.th รับสมัครตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๑ คัดเลือกโดยการสัมภาษณ์ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ และประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๘๕๕๔

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพิพิธภัณฑสถานวิทยา

๑. เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์

๒. บุคคลทั่วไป วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทางศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี

๓. นักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีทางศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี

๔. สามารถเข้าร่วมการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ได้ตลอดระยะเวลาการอบรม

เอกสารที่ใช้ประกอบการสมัคร

๑. ใบสมัคร

๒. รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว ๑ รูป

ระยะเวลาดำเนินการ

- เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน – ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ชั้น ๒) เลขที่ ๘๑/๑ ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ (ตั้งอยู่ในซอยวัดเทวราชกุญชร แยกสี่เสาเทเวศร์ ข้างหลังหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี)

ผู้ที่ส่งใบสมัครทางโทรสาร ให้นำใบสมัครตัวจริง ส่งในวันสัมภาษณ์ (วันพฤหัสบดีที่ ๘ พฤษภาคม

๒๕๕๑)

- สัมภาษณ์เพื่อคัดเลือก วันพฤหัสบดีที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ห้องประชุมสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.

- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรม วันจันทร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือโทรศัพท์สอบถามผลการคัดเลือกได้ที่ โทร ๐ ๒๒๘๒ ๘๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.

- ฝึกอบรม ตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม - ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ รวมระยะเวลาอบรมทั้งสิ้น ๒๗ วัน (เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

* สมัครเข้าร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการอบรมแต่อย่างใด





*ดรรชนีชี้วัดเว็บไซต์ไทย พบวงการ ดอทคอมอยู่ในช่วงขาขึ้น

หลังจากที่ “ทรูฮิต” หรือ ศูนย์รวบรวมสถิติเว็บไซต์ไทย โดยสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ หรือ สบทร. ได้ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องจัดงานประกาศผลรางวัล “ทรูฮิตดอทเน็ต เว็บ อวอร์ด 2007” ขึ้น และเผยแพร่ภาพรวมสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทยประจำปี 2550 ไปเมื่อเร็วๆนี้
ดร.ปิยะ ตัณฑวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา สบทร. และทรูฮิต บอกว่า เพื่อต้องการเป็นกำลังใจให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์ไทยเกิดการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอข้อมูลผ่านเว็บไซต์ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เจ้า ของเว็บไซต์ หรือ ผู้ให้บริการเนื้อหาสาระบนเว็บไซต์ มีการพัฒนาปรับปรุงเนื้อหาข้อมูลของตนเองที่เป็นประโยชน์ต่อภาพ รวมของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สนุกดอทคอม กระปุกดอทคอม และเอ็มไทยดอทคอม
ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา สบทร. และทรูฮิต สรุปภาพรวมสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ว่า จากสถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของไทยประมาณ 13 ล้านคน ตลอดทั้งปี มีจำนวนการเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือ จำนวนฮิต ทั้งสิ้น 28,416,639,294 ครั้ง จากประมาณ 20,000 เว็บไซต์ ที่เป็นสมาชิกทรูฮิต คิดเป็นอัตราการเติบโต 45.36% โดยหมวดการใช้งานบันเทิงยังครองแชมป์สูงสุด ที่ประมาณ 37.84% จากจำนวนเว็บไซต์ 8.41% แต่มีลดลงประมาณ 1%

*ส่วนหมวดการใช้งานในปี 2550 ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด คือ เกม ที่อัตรา 4.86% โดยมีอัตราการใช้งาน 11.26% จากจำนวนเว็บไซต์ที่มีเพียง 2% ครองส่วนแบ่งประมาณ 7% ขณะที่เว็บไซต์ประเภทความรู้ที่รวมถึงเว็บข่าวและสื่อมีอัตราการใช้งาน 6.58% ลดลงจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 1% เช่นเดียวกับเว็บไซต์ความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ที่ลดลงประมาณ 0.84% คิดเป็นอัตราการใช้งานประมาณ 2.24%
ดร.ปิยะ กล่าวถึงช่วงเวลาที่มีการใช้งานเว็บไซต์ ว่า มากที่สุดอยู่ในช่วงเวลา 15.00 น. – 16.00 น. ส่วนช่วงเวลาที่มีการใช้งานน้อยที่สุด คือ ระหว่างเวลา 05.00 น. -06.00 น. ส่วนระบบปฏิบัติการที่มีการใช้งานมากที่สุด คือ วินโดวส์เอ็กซ์พี ที่อัตรา 90.35% เพิ่มขึ้น 4.29% และมากกว่า 79% ใช้อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์โพเลอร์ หรือ ไออี เวอร์ชั้น 6 เป็นบราวเซอร์ แต่ลดลง 12.52% ขณะที่เครื่องมือค้นหาเว็บไซต์นั้น กูลเกิลดอทคอทยังสูงสุดที่ 93.44% ลดลง 3.15%
นอกจากนี้ คีย์เวิร์ดหลักที่ถูกใช้ค้นหาบ่อยที่สุด ได้แก่ เกมส์ เกม และ game จำนวน 105,238,916 ครั้ง เพิ่มจากปีก่อน 279% ตามมาด้วย ฟังเพลง เพลง และฟังเพลงออนไลน์ 23,338,434 ครั้ง เพิ่มขึ้น 156% ดูดวง 16,580,878 ครั้ง เพิ่มขึ้น 139% และหางาน งาน และสมัครงาน 10,151,406 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 244% อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนและกลางเดือนทำนายฝันและหวยจะเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้สูงสุด

*ผู้บริหารเว็บไซต์ทรูฮิตดอทเน็ต บอกอีกว่า ในส่วนของคีเวิร์ดเกี่ยวกับเรื่องเพศตลอดปีที่ผ่านมา อัตราการใช้งานเฉลี่ยยังอยู่ที่ 1,500,000 – 2,000,000 ครั้ง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีรูปโป๊ แอบถ่ายและอื่นๆ เป็นคีย์เวิร์ดหลักที่ถูกใช้ค้นหาบ่อยที่สุด ตามมาด้วยแคมฟร็อกและเซ็กส์สตอรี่-คลิปดารา แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คีย์เวิร์ดเซ็กส์สตอรี่-คลิปดาราถูกใช้ค้นหาเพิ่มมากขึ้น ตามกระแสข่าวของดาราฮ่องกง
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547-2550 การใช้งานเว็บไซต์เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 70% ส่วนในปีนี้ คาดว่า อัตราการใช้งานจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านฮิตต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 100 ล้านฮิตต่อวัน ดังนั้น จากตัวเลขทั้งหมดทำให้เห็นว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ โดยจะเห็นได้จากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น กูเกิล ยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ซเอนจิ้นเริ่มให้ความสนใจโฆษณาและมีกิจกรรมในประเทศไทยมากขึ้น
ด้าน นายสงวน ธรรมโรจน์สกุล ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมนักพัฒนา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า จากการวิจัยและรวบรวมข้อมูลของหลายๆ สถาบันพบว่า 38.7% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ในทวีปเอเชีย ส่วนอีก 26.4% และ 18.0% อยู่ในยุโรปและอเมริกาเหนือตามลำดับ ส่วน 10 อันดับรายได้จากการโฆษณาล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2551 อันดับ 1 เป็นรายได้จากโฆษณากับฟรีอีเมล์

*ส่วน นายสุวิชชา จันทร อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยกล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางอินเทอร์เน็ตไทยในปีนี้ ว่า จะต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อรับมือกับกระแสเทคโนโลยีเว็บ 2.0 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับวีดีโอแคส บล็อก Social เน็ตเวิร์คและริช อินเทอร์เน็ต แอพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ผู้ใช้งานเว็บไซต์จะเลือกการดูมากกว่าการอ่าน หมายถึงคอนเทนท์ที่ถูกปรับรูปแบบมาแล้วให้สามารถเปิดรับได้เลยจะได้รับความนิยม เช่น วีดีโอคลิป เป็นต้น
ที่กล่าวมา เป็นควันหลงจากการประกาศผลรางวัล “ทรูฮิตดอทเน็ต เว็บ อวอร์ด 2007” และสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ประเทศไทยประจำปี 2550 รวมทั้งแนวโน้มและทิศทางอินเทอร์เน็ตไทยในปีนี้ ที่พอจะทำให้เห็นภาพว่า ดอทคอมไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ดังนั้น จึงพลาดสายตาไม่ได้เด็ดขาดเนื่องจากในเร็ววันนี้ อาจจะมีเศรษฐีใหม่สัญชาติไทยที่ร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจดอทคอมดังเช่นที่เคยมีตัวอย่างมาแล้วในหลายๆ ประเทศก็เป็นได้...

ณัฐพล ทองใบใหญ่
itdigest@thairath.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:04:31 น.  

 
*ต้องการอาสาสมัครป้อนข้อมูลเป็นการด่วน - ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนาร์กีสในพม่า

ต้องการอาสาสมัครป้อนข้อมูลเป็นการด่วน - ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนาร์กีสในพม่า
โดย : OCHA

หน่วยงานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ (OCHA) ต้องการอาสาสมัครป้อนข้อมูลเป็นการด่วน ทำงานเต็มเวลาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

คุณสมบัติที่ต้องการ

Immediate level English (Read / Write / Spoken)
Immediate level MS Excel
Immediate level MS Word
Some database experience
Posting and maintenance of the new web page, uploading content
Can adapt to a fast paced environment
Willing to work long days


One major job will be data entry into the 3W, including telephone contact with contacts to troubleshoot data entries
Organization of schedules and meetings

Interested person, please send CV and contact details to jirawattanakhan@un.org.




*โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ครอบครัวไอทีสร้างสรรค์"

โดย : ศูนย์สนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ

จัดโดย

กลุ่มอนาคตไทย 01 ร่วมกับ ศูนย์สนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ซีไวท์)

วิทยากรจาก บริษัทไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย)

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00-16.00 น.

ณ ห้องอบรม ชั้น 11 อาคารสกุลไทยสุรวงศ์ทาวเวอร์ ถนนสุรวงศ์ (ป้าย ธ.ไทยพาณิชย์ที่ชั้น 1)

กลุ่มอนาคตไทย และศูนย์สนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ซีไวท์) เล็งเห็นความจำเป็นของการให้ความรู้และแนะนำภาคปฏิบัติด้านการใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์ให้กับครอบครัว เพื่อให้พ่อแม่ตามทันเทคโนโลยีที่ลูกหลายกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกหลานใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์ และปลอดภัย โครงการ "ครอบครัวไอทีสร้างสรรค์" เป็นเวทีที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสร้างครอบครัวและสังคมที่เข้มแข็ง เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ แนะนำ และอบรมผู้ปกครองและบุตรหลาน เกี่ยวกับเครื่องมือออนไลน์ และเว็บไซต์ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความรู้ สติปัญญา และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ผู้ปกครองสามารถเข้าใจ และเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครอง และบุตรหลานด้านไอที

กลุ่มเป้าหมาย พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุตรหลาน ที่มีความสนใจ รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 30 ท่าน

ค่าใช้จ่าย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก (ไม่เกิน 15 ปี) 30 บาท
สนใจติดต่อ ศูนย์สนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ 02 634 2990

141/10 ชั้น 10 อาคารสกุลไทยสุรวงศ์ทาวเวอร์ ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500

--
Chantita Setalaphruk

ศูนย์สนับสนุนการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ
The Center for World Information Technology Education





*ขอเชิญร่วมเคลื่อนไหวผลักดันให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าและปรับค่าจ้างแรงงาน

โดย : คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

เรียน ประธานสหภาพแรงงาน / ประธานสหพันธ์แรงงาน / ประธานกลุ่มสหภาพแรงงาน
ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอุตสาหกรรมต่างๆ /องค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน
พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่าน และประชาชนชาวไทย

ด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่สินค้าอุปโภคบริโภคทุกอย่างขึ้นราคาในอัตราที่สูง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล ไข่ไก่ และก๊าซหุงต้ม ทำให้รายจ่ายในการดำรงชีพของคนงานเป็นไปในอัตราที่สูง ในขณะที่อัตราค่าจ้างแรงงานมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอ ซึ่งในประเด็นนี้จำเป็นที่จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเหล่านี้ ไม่ให้มีการขึ้นราคาไปในอัตราที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งภาครัฐต้องมีหน้าที่ในการแทรกแซงราคาสินค้าบางประเภทเพื่อให้เป็นไปตามราคาที่เหมาะสมที่คนงานสามารถดำรงชีพได้

ดังนั้นเพื่อให้รัฐบาลใส่ใจในสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานและประชาชนผู้มีรายได้น้อย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายสลัมสี่ภาค กลุ่มเพื่อนประชาชน และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ได้กำหนดให้มีการเคลื่อนไหวผลักดันให้รัฐบาลมีมาตรการในการควบคุมและแทรกแซงราคาสินค้าที่มีความจำเป็นในการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และผลักดันให้มีการปรับค่าจ้างของผู้ใช้แรงงานให้มีความเหมาะสมต่อการดำรงชีพในสภาพเศรษฐกิจที่มีค่าครองชีพสูงเช่นปัจจุบัน โดยกำหนดให้มีการเคลื่อนไหวใน วันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เริ่มรวมตัวเวลา ๐๙.๐๐ น. ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเดินขบวนรณรงค์ไปที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู ๕ (ฝั่งกระทรวงศึกษาธิการ)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดเข้าร่วมการเคลื่อนไหวผลักดันดังกล่าว ตามวัน เวลา สถานที่ข้างต้น เพื่อปากและท้องและความอยู่รอดของพวกเราทุกคน

ขอแสดงความนับถือ

(วิไลวรรณ แซ่เตีย)
ประธาน
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:48:52 น.  

 
*เสวนาวิชาการ เรื่อง "ภัยพิบัติไซโคลนในพม่าและบทเรียน"

โดย : หน่วยปฏิบัติการวิจัยแม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หน่วยปฏิบัติการวิจัยแม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจัดเสวนาวิชาการ เรื่อง "ภัยพิบัติไซโคลนในพม่าและบทเรียน" เพื่อติดตามสถานการณ์ และร่วมกันทบทวนองค์ความรู้ในการจัดการเพื่อรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติ และสภาวะหลังเกิดภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งร่วมรับบริจาคและปัจจัยความช่วยเหลือส่งไปช่วยเพื่อนบ้านชาวพม่า ในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 -16.00 น. ณ ห้องประชุมจุมภฏ-พันธ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยมีกำหนดการดังนี้

12.30 – 13.30 น. ลงทะเบียน

13.30 – 13.45 น. กล่าวรายงานและแถลงการณ์เปิด " กองทุนน้ำใจไทยกู้ภัยพม่า "

โดย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่

และ อาจารย์ ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์

ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13.45 – 16.00 น. เสวนาวิชาการ

" ภัยพิบัติไซโคลนกับการรับมือวิกฤต "

โดย ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ

" วาตภัยนาร์กิสและบทเรียน "

โดย อยู่ระหว่างการทาบทาม

" ประสบการณ์ตรง : การจัดการปัญหา อุปสรรค และทางออก "

โดย พลโทอำนาจ บาลี

ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์

และผู้แทนศุภนิมิตร (อยู่ระหว่างการทาบทาม)

ดำเนินรายการโดย

อาจารย์ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์

ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณขนิษฐา/คุณดวงใจ
02-2187468
02-2187464






*"มหกรรมเพื่อนพม่า" Friends of Burma Festival

โดย : องค์กรร่วมจัด

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2551 เวลา 15.00 – 18.00 น.
หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินทร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วัตถุประสงค์การจัดงาน
1. เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนากิสในพม่า
2. เพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ในพื้นที่ผลกระทบจากพายุไซโคลนนากิสในพม่า
3. เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องจากประเทศพม่าที่อยู่ในประเทศไทย ตลอดจนพี่น้ององค์กรที่ทำงานในประเด็นประเทศพม่า
4. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม องค์กรไทยและองค์กรที่ทำงานประเด็นประเทศพม่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

องค์กรร่วมจัด
- กลุ่มภาคประชาสังคมจังหวัดเชียงใหม่
- Regional Center for Sustainable Development (RCSD) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- เพื่อนพี่น้องศิลปินในจังหวัดเชียงใหม่
- คณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ
- เครือข่ายนักพัฒนารุ่นใหม่ภาคเหนือ
- กลุ่มละครชุมชน กั๊บไฟ
- เพื่อนพี่น้ององค์กรที่ทำงานประเด็นประเทศพม่าในจังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรม
ช่วงแรก 15.30 – 17.30 เวทีสาธารณะ "การละเมิดสิทธิมนุษยชนถึงไซโคลนนากิสในพม่า"

ผู้เข้าร่วมเสวนา - ภาพสถานการณ์ในพม่า โดย
- ทิศทางความช่วยเหลือระยะสั้นระยะยาว: บทเรียนจากสึนามิ โดย พลากร วงศ์กองแก้ว สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
- วิเคราะห์สถานการณ์ โดย อ.ชยันต์ วรรธนะภูติ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงที่สอง 18.00- 22.00 คอนเสิร์ตระดมทุน "เพื่อนพม่า"
- วีซีดีชุด "เขื่อนสาละวิน"
- การแสดงดนตรีจากพี่น้องพม่าและไทย ได้แก่ สุนทรีย์ เวชานนท์, สุวิชานนท์, สุดสะแนน, Yenni &ตุ๊ก Brasserie, บู๊ค คีตวัฒนะ และดนตรีจากเยาวชนพม่าและฉาน
- บทกวี จากแสงดาว ศรัทธามั่น และ ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร
- ประมูลภาพวาดของ อาจารย์เทพศิริ สุขโสภา และ อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี

กิจกรรมหน้างาน

กิจกรรมระดมทุน
- ภาพถ่ายจาก ศรันย์ บุญประเสริฐ, ธีรภาพ โลหิตกุล, จีรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
- ตุ๊กตาจากโน้ต อุดม แต้พานิช
- เปิดหมวก: พี่น้องร้องเพลง
- อาหารพม่าและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและการกุศล
- กล่องรับบริจาค

กิจกรรมรณรงค์เผยแพร่
- Miss and Mr. Questions
- นิทรรศการภาพถ่ายและข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า และไซโคลนนากริส
- การแสดงสดชุดเพื่อสันติภาพในพม่า โดยหมี่ จักกฤษ ฉิมนอก และ อ.ต้อย ผดุงศักดิ์ คชสำโรง


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:49:19 น.  

 
*เสวนาเรื่อง "โรงเรียนพ่อแม่…เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้"

โดย : องค์กรร่วมจัด เมื่อ : 17/05/2008 09:34 AM
ราชวิถีฟอรั่ม เวทีภาคประชาสังคม
เสวนาเรื่อง "โรงเรียนพ่อแม่…เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้"
วันพฤหัสฯ ที่ 22 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00-17.30 น.
ชั้น 3 ตึก60ปี บ้านราชวิถี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
______________________________________________

หลักการและเหตุผล
เวทีราชวิถีฟอรั่ม จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นการสร้างกลุ่มวงสนทนาสร้างสรรค์สังคมในประเด็นต่างๆ เป็นการสร้างพื้นที่ เครื่องมือ และแนวทาง ที่จะร่วมกันสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือ ระหว่างภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ สู่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนจากฐานหน่วยย่อยขององค์กรตนเอง โดยในครั้งนี้เป็นเวทีการเสวนา "โรงเรียนพ่อแม่…เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้" เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ และมุมมองต่างๆในการเป็นพ่อแม่ในยุคโลกาภิวัตน์ที่สังคมเต็มไปด้วยการแข่งขันและความคาดหวัง และการทำงานในการเยียวยาและป้องกันผลกระทบในระดับรากฐานคือครอบครัว ตลอดจนค้นหาความร่วมมือ และสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างความสุขและความเข้าใจในครอบครัว เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลลูกให้เป็นดั่งของขวัญแห่งชีวิต และเป็นการปฏิรูปทางจิตวิญญาณของพ่อแม่ ในขณะที่ลูกก็ได้เติบโตอย่างอย่างเต็มศักยภาพ เป็นสมาชิกที่มีความสุขและมีคุณภาพของสังคม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สถานการณ์ ปัญหาและมุมมองต่างๆเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแม่แบบและตัวแปรสำคัญในคุณภาพของครอบครัว อันเป็นหน่วยย่อยพื้นฐานของสังคม
2. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในฐานะภาคธุรกิจเพื่อสังคม ในการสร้างแนวทางความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและภาครัฐ เพื่อร่วมสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวและชุมชนในวงกว้างต่อไป

องค์กรร่วมจัด
1. สำนักส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
2. เครือข่ายโรงเรียนพ่อแม่
3. เครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมเวทีเสวนา
1. องค์กรภาคประชาสังคม ที่สนใจในงานพัฒนาและสร้างสรรค์สังคมเชิงลึกจากรากฐานคือในระดับครอบครัว
2. องค์กรภาคธุรกิจ (เจ้าของกิจการ, เจ้าหน้าที่ HR, หรือเจ้าหน้าที่ CSR ที่สนใจเชื่อมโยง CSR ในการพัฒนาและสร้างสุขภาวะด้านครอบครัวแก่บุคคลากร ลูกค้า และชุมชน)
3. องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการทำงานด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว

กำหนดการ

12.30 ลงทะเบียน
13.00 กล่าวต้อนรับ และเปิดงาน
13.10 กล่าวแนะนำผู้ร่วมบรรยาย และความเป็นมาของโครงการ
13.30-15.00 * พ่อแม่ที่ไม่มีความสุข จะเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้อย่างไร ?
* เมื่อลูกต้องเป็นเหยื่อของผลพวงแห่งอดีตของพ่อแม่ อิสรภาพแห่งจิตวิญญาณที่หายไป
* การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ หนทางสู่การเยียวยา
* การตระหนักรู้เชิงปัญญาปฏิบัติ ในความผ่อนคลาย เป็นมิตรและปลอดภัย
- เครือข่ายโรงเรียนพ่อแม่ 1. คุณปรีดาวรรณ บูรณะรุ่งเรืองกิจ
2. คุณศุภวัลชลี ดิลกสัมพันธ์
3. คุณวรรณภา นุกูลอุดมพานิชย์
15.00 พัก
15.30-16.00 Voice Dialogueกับการตื่นรู้ เพื่อการอยู่อย่างอ่อนโยนต่อตนเองและผู้อื่นและการพัฒนาคุณภาพชีวิต
4. คุณสมพล ชัยสิริโรจน์ (ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน)
16.00-17.30 เวทีระดมความคิดเห็น ร่วมสร้างความเป็นไปได้ในการสร้างสันติสุขและรอยยิ้มของครอบครัวได้อย่างไร
17.30 กล่าวปิดรายการ





*สัมมนาวิชาการเรื่อง "สถานการณ์ข้าวยากหมากแพง: โอกาสหรือวิกฤตสำหรับสังคมเศรษฐกิจไทย"

โดย : Oxfam เมื่อ : 17/05/2008 09:36 AM สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตการณ์ราคาอาหารในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปในวงกว้าง และส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อเกษตรกรขนาดเล็กในฐานะผู้ผลิต รวมทั้งผู้มีรายได้น้อยในภาคแรงงาน และภาคการจ้างงานอื่น ๆ ในฐานะผู้บริโภค และเป็นที่เล็งเห็นว่าสถานการณ์เรื่องวิกฤตราคาอาหารจะดำเนินต่อไปและส่งผลในทางลบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและความยากจนของประเทศ ทางคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับองค์การอ็อกแฟม เกรทบริเทน ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาเรื่อง "สถานการณ์ข้าวยากหมากแพง: โอกาสหรือวิกฤตสำหรับสังคมเศรษฐกิจไทย" ในวันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00-15.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นไปเพื่อสะท้อนปัญหาและนำเสนอแนวทางการแก้ไขต่อภาครัฐ และทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง การนำเสนอดังกล่าวมาจากตัวแทนของภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคการผลิตและจากฝ่ายองค์กรเอกชนที่ทำงานในประเด็นความยั่งยืนเรื่องอาหารและการแก้ปัญหาความยากจน ดังนั้นทางอค์กรจึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้เพื่อระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาอาหาร


กำหนดการ
สัมมนา "สถานการณ์ข้าวยากหมากแพง: โอกาสหรือวิกฤตสำหรับสังคมเศรษฐกิจไทย"

โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ร่วมกับ Oxfam
ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

13.00 น. กล่าวนำการสัมมนาโดย Cherian Mathews Regional Campaigns and Policy Manager, Oxfam

13.30 - 15.30 น. สัมมนาเรื่อง "สถานการณ์ข้าวยากหมากแพง: โอกาสหรือวิกฤตสำหรับสังคมเศรษฐกิจไทย"

อภิปรายโดย
1. รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. ดร. สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้ประสานงานโครงการเกษตรและประมงชายฝั่ง Oxfam
3. คุณไพชยนต์ เอื้อทวีกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทสวิฟท์ จำกัด
4. คุณวิฑูรย์ ปัญญากุล กลุ่มกรีนเนท
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
วรางคณา 085-1202035, 02-6320033 ต่อ 129


สอบถาม
อภิชา 081-7008282
apicha@ngobiz.org


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:49:37 น.  

 
*กิจกรรมน่าสนใจ

จันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2551

10.00 น. บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด จัดกิจกรรม "Hush Puppies Charity Day" เชิญชวนทุกท่านร่วมทำบุญ โดยนำรองเท้าคู่เก่าสภาพใด ยี่ห้อใดก็ได้มาบริจาค พร้อมรับรองเท้าคู่ใหม่จาก Hush Puppies ฟรีทันที เฉพาะวันที่ 19 พฤษภาคมนี้เท่านั้น และตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม-19 มิถุนายน 2551 สามารถร่วมบริจาครองเท้า Hush Puppies พร้อมรับส่วนลด 2 ต่อทันที ณ ช็อป หรือ เคาน์เตอร์ Hush Puppies ที่ร่วมรายการทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรองเท้าที่ได้ทั้งหมดจะบริจาคให้กับผู้ต้องขังไร้ญาติทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 02-229-7000 ต่อ 7255

อังคารที่ 20 พฤษภาคม 2551

18.00 น. ชมรมคนรู้ใจ จัดกิจกรรม "รวมพุทธวัจน์ ว่าด้วยความเป็นพระโสดาบัน" โดย พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า (รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีชิดลม) สอบถามที่คุณคเชนทร์ อัศวมณีกุล 02-685-2254-5 # 2247 หรือ http://www.dmgbooks.com, http://www.konrujai.net

พุธที่ 21 พฤษภาคม 2551

10.00 น. กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน "ไทยเฟค - เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย" งานแสดงสินค้าและอาหารจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมสินค้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาหารทุกประเภท ระหว่างวันที่ 21 - 25 พฤษภาคม 2551 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี

13.00 น. พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง "เสริมประสิทธิภาพโลจิสติกส์ SMEs ทางเลือกใหม่ในภาวะน้ำมันแพง" โดยมี ภาณุมาศ ศรีศุข จากบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ปุณณชัย ฟูตระกูล จากบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ป.ต.ท.) จำกัด (มหาชน) มงคล พันธุมโกมล และ ภราดร จุลชาติ จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นวิทยากร ณ ห้องเลอ คองคอร์ด บอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ

พฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2551

08.30 น. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "การกรองน้ำด้วยระบบรีเวอร์สออสโมซีส" ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการกรองน้ำระบบรีเวอร์สออสโมซีส รวมทั้งการออกแบบและการซ่อมบำรุงรักษาเครื่อง ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่องานวิจัยและพัฒนาระบบกรองน้ำในอนาคตต่อไป ณ อาคารฝ่ายวิศวกรรม วว. ชั้น 4 สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2577-9254

13.30 น. กรมป่าไม้ และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการประกวดป่าชุมชนตัวอย่าง "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นการริเริ่มและดำเนินกิจกรรมด้านป่าชุมชนร่วมกันระหว่างกรมป่าไม้และภาคธุรกิจเป็นครั้งแรก โดยได้รับเกียรติจากนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟรซีซั่นส์




*ประกวดราคารถไฟฟ้า 6 สาย

เรียนทุกท่าน

ขอให้จับตาดูให้ดีเรื่องการก่สร้างรถไฟฟ้า องค์กรคนพิการและพี่น้องเครือข่าย คงต้องทำงานหนักอีกขึ้นอีก
กลางเดือน กุมภาพันธ์ เจบิก ธนาคารที่ปล่อยกู้รายใหญ่ ได้ส่งคณะที่ปรึกษามาเก็บข้อมูลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในระบบรถไฟฟ้า
ซึ่งถือว่าอยู่ในข้อกำหนดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งได้เสนอไปว่าต้องกำหนดไว้ในเงื่อนไขการขอสินเชื่อว่า ต้องจัดคชตั้งคณะที่ปรึกษาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ประกอบด้วยคนพิการและองค์กรคนพิการที่มีความรู้
(qualify) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดำเนินการจะตรงวัตถุประสงค์หรือไม่ เราคนพิการคงต้องตรวจสอบและติดตามอย่างกระชั้นชิด





*Change ur Life by Music

ผ่านพ้นกันไปสำหรับงาน "ดนตรีเปลี่ยนชีวิต" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2551 ณ สวนสันติชัยปราการ นับได้ว่าเป็นงานที่จัดขึ้นโดยฝีมือคนพิการอย่างแท้จริง จากการทำงานของเครือข่ายศิลปะดนตรีคนพิการ/มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ร่วมด้วยผองเพื่อนพันธมิตร ศิลปินรับเชิญ และอาสาสมัคร ที่ล้วนแล้วแต่มาด้วยความเต็มอกเต็มใจและเต็มที่กันจริงๆ... และที่เป็นพลังสำคัญไม่แพ้กันก็คือกลุ่มผู้ชม เพื่อนๆ คนพิการ และพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชน...ขอขอบคุณจากใจ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กระแสการพัฒนาศักยภาพด้านดนตรีของคนพิการจะแผ่ขยายไปสู่สังคมวงกว้าง ผลงานดนตรีของคนพิการจะไม่ถูกมองผ่านเลย หรือเข้าใจว่าเป็นเพียงงานดนตรี ก๊องๆ แก๊งๆ เล่นอยู่ตามริมถนน
ซึ่งหากคุณยังรู้สึกเช่นนั้น... แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักเรา

http://www.forfriend2000.com/index.php

ภาพงาน ดนตรีเปลี่ยนชีวิต

http://jojoe2.multiply.com/photos/album/51


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:49:55 น.  

 
*โครงการ งานมหกรรม วันคุ้มครองโลก

คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียด






*'สภาพัฒนาการเมือง'

ตัวแทนภาคประชาสังคม ๑๖ คนเดิม พระปกเกล้า ติดต่อให้ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI-หมอพลเดช)มาจัดกระบวนการคัดสรร แต่ตอนหลัง บวรศักดิ์เปลี่ยนไจ(อาจไม่ไว้ใจ?)ดึงงานกลับไปทำเอง ทั้งที่สำนักงานสภาพัฒนการเมือง ที่แยกติ่งมาจาก สถาบันพระปกเกล้า ไม่มีความคิดทางการเมืองหรือทักษะประสบการณ์การทำงานในภาคประชาสังคมเลย การวางคนในภาคประชาสังคม ๑๖ คน จึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะโดยธรรมชาติ คนในภาคส่วนนี้จะเสียงดัง มีบทบาทนำขบวนอยู่แล้วแม้มีจำนวนน้อยกว่า...

ประเด็นก็คล้ายๆ กลุ่มแรกละครับ ใครจะเป็นตัวแทนที่มีความคิดทางการเมืองและประสบการณ์การเคลื่อนไหวในภาคประชาสังคมในสายตาคณะกรรมการสรรหา(ซึ่งมาจากองค์กรใหญ่ เช่นศาลต่างๆ)ซึ่งไม่มีทางรู้จักตัวแทนที่เข้ารับการคัดสรรได้เลย ประเด็นจึงอยู่ที่คนชง และกระบวนการรับสมัครรับจดแจ้งองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อ มีค่ายกลยังไงเท่านั้นแหละ..

คณะชาวนิเวศประชาธรรมที่ผมเห็นคุยกันมายาวนานในเว็บนี้ ถ้าจะมีช่องทางออกมาโลดแล่นในปฏิบัติการจริงทางการเมืองในฐานะตัวแทนความคิดหนึ่งที่น่าสนใจก็ต้องช่องทางนี้แหละ ส่งคนเข้าประกวดให้ได้ ๑ ใน ๑๖ จะดีมั๊ย?

องค์กรที่มีสิทธิจดแจ้งและเสนอชื่อ เป็น มูลนิธิ หรือสมาคมหรือนิติบุคคลที่มิได้แสวงหากำไร(เช่น สหกรณ์ ) ประเภทหนึ่ง กับ กลุ่ม เครือข่าย ชมรม ที่เป็นการรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะ มาไม่น้อยกว่า ๑ ปีเราก็น่าจะเข้าข้อนี้ได้เพราะมีบันทึกกิจกรรมการประชุม การถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเว็บและกิจกรรมอื่นๆถ้ามี?

ประเด็นที่ส่อเจตนา บวรศักดิ์และคณะ คือมีการแอบประกาศในราชกิจานุเบกษาเรื่องการจดแจ้งไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๔ เมษาโน่น เงียบเลย....
จดไว้ครับ เวลาให้องค์กรจดแจ้งและเสนอชื่อคือ ระหว่างวันที่ ๑๗ เมษายน ถึง วันที่ ๒๘ พฤษาคม นี้ครับ..รายละเอียดผม'ลิ้งค์ไม่เป็น เพื่อนเปิดดูที่เว็บสถาบันพระปกเกล้า กับเว็บใหม่ชื่อสภาพัฒนาการเมือง(เข้ากูเกิ้ลหาเอาเด้อ..ลิ้งค์ให้ไม่เป็น) ดาวน์โหลดใบสมัครได้เลย...

ฟังดู หดหู่มั๊ย ที่เป็นยังงี้เพราะกองทุนที่พ่วงมาด้วย..ผมจะเฉลยให้ว่ามีวงเงินติดมาด้วยในงบประมาณปีหน้า(๕๒) ถึงหลักเกือบพันล้านบาท...(เฉพาะงบกองทุน ๗๓๐ ล้านบาท) นี่จึงเป็นที่มาที่ดึงดูดพวกฉวยโอกาสทั้งหลายให้เข้ามารุมมะตุ้มกันยทั้งในปีกของ ภาคชุมชน(พอช.) และในปีกของรัฐ(มท.) แล้วยังจะมีปีกนักการเมืองหวังเข้ามาแบ่งเค้กอีกแน่นอน...

คนที่ทำตัวเป็น ไอ้โม่ง ที่อยู่เบื้องหลังเกมส์นี้อย่างแก๊งส์ ๓ ช่า (บวรศักดิ์ มีชัย วิษนุ)ต้องรับผิดชอบหากสภาพัฒนาการเมืองไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ และกลายเป็นเรื่องสามานย์ไป...

แล้วพวกเราจะเอางัย ? ว่ามา...

บุญถึก
Full Member


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:50:21 น.  

 
*คำศัพท์ต่างๆ ที่ต้องรู้เกี่ยวกับการออกแบบเน็ตเวิร์ก (ตอนแรก)
http://www.oknation.net/blog/nutbbc/20

คำศัพท์ต่างๆ ที่ต้องรู้เกี่ยวกับการออกแบบเน็ตเวิร์ก (ตอนแรก)
Scalabilty
Scalabilty หมายถึง เน็ตเวิร์กที่ออกแบบขึ้นมาสามารถรองรับการขยายตัวหรือเติบโตได้มากน้อยเพียงใด องค์กรขนาดใหญ่กำลังเพิ่มปริมาณผู้ใช้ที่ต้องใช้ระบบงานเน็ตเวิร์ก แอปพลิเคชั่นบนเน็ตเวิร์กที่กำลังเพิ่มขึ้น ไซต์สาขาที่เพิ่มเติม และเน็ตเวิร์กคอนเน็กชันที่เชื่อมต่อไปยังภายนอกที่ขยายตัวขึ้น เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการออกแบบให้มี Scalabilty ถ้าเป็นไปได้ ในฐานะที่ผู้ออกแบบเน็ตเวิร์กให้กับลูกค้า เราควรถามลูกค้าเพื่อฝห้เข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ ตัวอย่างคำถามที่ควรถาม เช่น จะมีไซต์เพิ่มขึ้นหรือไม่ในปีถัดไปหรืออีกสองปีถัดไป เน็ตเวิร์กไซต์ใหม่ (ถ้ามี) จะต้องรองรับปริมาณผูใช้มากน้อยแค่ไหน ในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า จะมีผู้ใช้ต้องเข้าถึงในเน็ตเวิร์กที่ส่วนกลางมากน้อยแค่ไหน
การทำให้บรรลุเป้าหมายนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อาจต้องมีกระบวนการอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานของเน็ตเวิร์กให้เหมาะสม การวิเคราะห์ลักษณะของแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่และกำลังจะใช้ และการเลือกอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่สามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมโมดูลต่างๆ ได้ในภายหลัง
จากหนังสือเรียนรู้ระบบเน็ตเวิร์กจากอุปกรณ์ CISCO ภาคปฏิบัติ
สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น , 2551




*ผลงานของ ดร.เกษมสันติ์ สุวรรณรัต

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:50:39 น.  

 
*ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

คำสอน “หลวงพ่อชา”

พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนี้ แน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงมันจะเปลี่ยนแปลงโดยที่ว่าเราไม่รู้เท่าตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง เราไปแย่งเอาความไม่ดีของเขามาใส่ตัวเลยเกิดเป็นของไม่ดี เพราะรู้ไม่ถึงความดี เอาตัวไปพัวพันกับวัตถุเลยเข้าใจว่าทำดีไม่ได้ดี และหวังผลตอบแทนอย่างหนึ่ง ความเป็นจริงเมื่อทำความดี
มันก็ดีอยู่แล้วในขณะที่ทำ แต่เราคิดผิดไปคิดว่าเราทำดีทำไมถึงไม่ได้ดี เขาทำไม่ดีก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ดีไม่ใช่เรื่องของเรา มันเรื่องคนอื่นเขา ความดีของเรายังเหลืออยู่ ไม่ได้หายไปไหน ถ้าเราคิดให้เด็ดขาดลงไปตรงนี้ เราแยกธรรมะออก เราก็มีความดีอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเสีย ฉะนั้นท่านจึงให้น้อมใจเข้าสู่ธรรมะ
อย่าน้อมธรรมะเข้ามาสู่ใจ ถ้าน้อมธรรมะเข้ามาสู่ใจ มันจะพาเข้าไปในป่าไม่รู้เรื่อง (คือให้แก้ไขตัวเราไม่ใช่ไปแก้ไขอย่างอื่น ) ทีนี้ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมะ รู้ยิ่งเห็นจริงตามความเป็นจริงแล้ว จะคลายราคะ โทสะ โมหะ ลงมา จะเป็นผู้ที่บรรเทากีดกันอันที่มันร้ายกาจออกไปจากจิตใจของเราได้ ท่านจึงให้อบรมธรรมะ
ธรรมะที่อบรมดีแล้วไม่นำทุกข์มาให้เราเลย แก้ปัญหาได้เรียกว่า ปัญหาทุกข์เกิดขึ้นมาสารพัดอย่าง ธรรมะแก้ปัญหาไม่ได้ไม่มี เพราะเฉลยของธรรมะมันมีมาพร้อมกับปัญหาแล้ว สามารถจะแก้ได้ทุกอย่าง

หลวงพ่อบอกว่า “อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นอ่ะ” ให้ประพฤติดีต่อไปนะทุกคน




*โครงการอบรมการสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมผลักดันนักสร้างสรรค์ไทย เพื่อส่งนวัตกรรมสู่เวทีสากล

Location
ลงทะเบียนสมัครได้ที่ http//:iptraining.moc.go.th หรือที่ http://www.ipthailand.org
ศูนย์ฝึกอบรมทรัพย์สินทางปัญญา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา

Date & Time
From: 6 พฤษภาคม 2551
To: 21 พฤษภาคม 2551

* Fee

(สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-547 4664 หรือ 02-547 4311 )

ทรัพย์สินทางปัญญา จัดโครงการฝึกอบรมการสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา หลักสูตรสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า โดยมุ่งหวังเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้แก่นักวิจัย นักคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมและผู้ประกอบการไทย เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของโครงการว่า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รู้จักและเข้าถึงแหล่งข้อมูลทางปัญญา สามารถใช้การสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสืบค้นจากแหล่งข้อมูลทางปัญญา เพื่อรายละเอียดของทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการจดทะเบียนอยู่แล้วในตลาดซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคและข้อผิดพลาดในการจดทะเบียน อีกทั้งส่งเสริมศักยภาพของผู้เข้าอบรมในการต่อยอดธุรกิจและนำมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 'โครงการนี้ฯ จะสร้างความตื่นตัวให้กับสังคมไทยในการเรียนรู้ทางนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และผลักดันนักประดิษฐ์ให้มีผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้นเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยให้ทราบแนวโน้มของเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย' นางพวงรัตน์ กล่าวเสริม โครงการฝึกอบรมการสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ นักประดิษฐ์ นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไป เข้าอบรม 2 หลักสูตร คือ การสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร จะอบรมในวันที่ 8 และ 23 เมษายน 2551 และการสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้า จะอบรมในวันที่ 6 และ 21 พค. 2551 ส่วนการอบรม ครั้งต่อไปสามารถดูกำหนดการได้ที่ http//:iptraining.moc.go.th ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด และสมัครเข้าอรมรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ศูนย์ฝึกอบรมทรัพย์สินทางปัญญา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา โดยลงทะเบียนสมัครได้ที่ http//:iptraining.moc.go.th หรือที่ http://www.ipthailand.org สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 0 2547 4664 หรือ 0 2547 4311




*ประกาศบริษัทไทยน้ำทิพย์จำกัด (ประกาศในที่ประชุมอย่างลับๆ)

บ.ไทยน้ำทิพย์จำกัด ประกาศในที่ประชุมอย่างลับๆ ว่าขณะนี้มีน้ำอัดลมปลอม
จำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ของแท้หาแทบไม่มีพบมากในร้านโชห่วย ซึ่งทางบริษัท
ยังบอกอีกว่าพวกนี้อาจจะเป็นพวกบริษัทน้ำอื่น ซึ่งแอบลักลอบโขมยขวดของโค้กไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีการร้องเรียนจากผู้บริโภคมาแล้ว 10,763 ราย ซึ่งน้ำอัดลมที่จะพบปลอมได้ในขณะนี้คือ
1. โค้ก
2. สไปรท์
3. แฟนต้า (ทุกรส)

นี่คือ 3 อันดับ ที่พบในขณะนี้ (มากที่สุด) และที่พบมากที่สุดคือกรุงเทพฯนี่เองแถวๆบางนา และร้านโชห่วยต่างๆทั่วกรุงเทพ ข้อสังเกตของน้ำปลอม

1. ไม่ซ่า เขย่าขวดดู(ยังไม่เปิดฝา) แล้วเปิดมาไม่มีฟองล้นจากขวด
2. สีซ ีดผิดปกติ
3. ลองชิมดู รสจะจืดเหมือนน้ำเปล่า กินหมดปุ๊บ แลบลิ้นส่องกับกระจกสีจะติดลิ้นมากกว่าปกติ (ทั้งลิ้นเลยในบางครั้ง)
4. เทลงขัน ผสมน้ำนิดหน่อย สีจางลง จนแทบไม่มีสี
5. นำกระดาษมาจุ่มแล้วสีติดขึ้นมาจางๆ

น้ำพวกนี้ ยังไม่ทราบตัวคนผลิตแน่ชัด แต่ควรระวังกันไว้ให้ดี มันคือน้ำเปล่าผสมสีในบางครั้ง คือสีทาบ้าน!!!!!!!!!!!!!!
อันตรายนะ ถึงแม้ข่าวนี้จะไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสารธารณะชน หรือสื่อต่างๆ แต่ก็นำมาเผยแพร่ที่นี่แล้ว..... คาดว่า บ.ไทยน้ำทิพย์คงจะเปิดเผยเร็วๆนี้แน่นอน!!!!

ข้อมูลจาก คุณสุททิภานา เจริญวาด
ผู้จัดการทั่วไป บ.ไทยน้ำทิพย์จำกัด


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:50:58 น.  

 
*ซ่อมคอมให้น้อง ได้เรียนรู้โลกใหม่อย่างใจฝัน

คอมพิวเตอร์ สร้างความรู้ สร้างโลกใหม่ แต่จะทำอย่างไรให้โลกใหม่ เขารับรู้ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ใหญ่ใจดี ในกิจกรรม "คอมนี้พี่ซ่อมให้" ได้ที่ http://www.com4child.org ซ่อมคอมให้น้อง ได้เรียนรู้โลกใหม่อย่างใจฝัน
โครงการคอมพิวเตอร์พี่น้องมูลนิธิกระจกเงา ได้ทำการรับบริจาคคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากในการให้น้องๆ ในชนบท ได้รู้เรียนโลกกว้าง และเพิ่มศักยภาพในการศึกษาให้กับน้องๆ ในขณะนี้เรายังต้องการคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากอยู่ เพื่อให้รองรับกับการเรียนรู้ของน้องแต่สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือการซ่อมคอมพิวเตอร์ให้กลับมาใช้ได้ และนำส่งไปยังโรงเรียนต่างๆ เรายังขาดกำลัง ในร่วมแรงซ่อมคอมพิวเตอร์ให้น้อง

เราขาดคนจัดการกับคอมที่มีอยู่ จึงเกิดกิจกรรม "คอมนี้พี่ซ่อมให้" จึงเกิดขึ้น โดยทางโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง รับอาสาสมัคร ที่มีความสามารถในการซ่อมคอมพิวเตอร์ หรือต้องการเป็นอาสาเมืองในการช่วยเหลือโครงการ มาร่วมทำกิจกรรมนี้ ทุกวันเสาร์ ของเดือนพฤษภาคมนี้
โดยในกิจกรรมคอมนี้พี่ซ่อมให้ จะเริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00น.
สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ http://www.com4child.org
หรือ 083-6035622 คุณเบริ์ธ

เวลาไม่มาก ในการช่วยเหลือ คุณสร้างโลกใหม่ในการเรียนให้กับพวกเขา

โดย : มูลนิธิกระจกเงา






*ลงทะเบียนด่วน !!! “FX Mastery Trading Mentorship Program”

เรียน นักลงทุนและผู้สนใจ

บริษัทเน็กซ์วิว (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สาขาคณิตศาสตร์การเงิน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเรียนเชิญนักลงทุน และผู้สนใจ เข้าร่วมงานสัมมนา

“FX Mastery Trading Mentorship Program” จากวิทยากรชาวต่างชาติ Mr. Dar Wong ซึ่งเป็นวิทยากรอบรมการซื้อขายในตลาด Forex ให้กับ ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และนักลงทุน ในประเทศต่างๆ

สำรองที่นั่งด่วน!!! ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด





โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:51:22 น.  

 
*SAC Lecture

กิจกรรมวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ประจำเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2551

สายสัมพันธ์สยาม-ล้านนา พระราชชายาเจ้าดารารัศมี


วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 13.30 – 15.00 น.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดการบรรยายวิชาการเรื่อง สายสัมพันธ์สยาม-ล้านนา พระราชชายาเจ้าดารารัศมี โดย คุณนวชนก วิเทศวิทยานุศาสตร์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์และเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับพระราชประวัติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และอาจารย์ปรีดี พิศภูมิวิถี วิจารณ์งานและให้ความเห็น การบรรยายจัดที่ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน เข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่เว็บไซต์ http://www.sac.or.th

วัฒนธรรมชาวแสกในจังหวัดนครพนม

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.30 – 15.00 น.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดการบรรยายเรื่อง วัฒนธรรมชาวแสกในจังหวัดนครพนม โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย นิลอาธิ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชาวแสกในจังหวัดนครพนมมีวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ และเป็นกลุ่มวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การบรรยายจัดที่ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน เข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่เว็บไซต์ http://www.sac.or.th

ศมส. จับมือ มรภ.เทพสตรี จัดสัมมนาวัฒนธรรมชาติ วัฒนธรรมชุมชน

ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน)
เผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 – 29 มิถุนายน 2551 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี จังหวัดลพบุรี จัดการสัมมนาสัญจร วัฒนธรรมชาติ วัฒนธรรมชุมชน ประสบการณ์จากลพบุรี โดยในการสัมมนาดังกล่าวจะมีการนำเสนอข้อมูลความรู้ใหม่ทางวัฒนธรรม ความรู้เกี่ยวกับผู้คนและวัฒนธรรมท้องถิ่น เวทีอภิปรายการจัดการทางวัฒนธรรมเพื่อชาติและชุมชน โดยใช้ข้อมูลวัฒนธรรมของจังหวัดลพบุรีเป็นกรณีศึกษา
ดร.ปริตตา
กล่าวอีกว่า การสัมมนาครั้งนี้จะมีนักวิชาการ และนักวิจัยท้องถิ่น ในการร่วมเสนอข้อมูลทางวัฒนธรรมของจังหวัดลพบุรีในหลากหลายประเด็น ซึ่งความน่าสนใจจะอยู่ที่การอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งมีการแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในจังหวัดลพบุรีด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อ ลงทะเบียนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 หรือที่ http://www.sac.or.th

ศมส. เปิดเสวนางานวิจัยอนาคตไฟใต้

ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กอนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
เผยว่า จากการที่ศูนย์ฯ ได้ให้ทุนสนับสนุนในการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นั้น ในวันพุธที่ 30 เมษายน 2551 นี้ จะมีการจัดเวทีสัมมนาผลงานวิจัยจากโครงการวิจัยในเรื่อง อนาคตไฟใต้ : สื่อ ทหาร เด็ก และทักษะวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นการนำเสนองานวิจัยในประเด็นต่างๆ อาทิ ไฟใต้ในสายตาสื่อเทศ : ทัศนะต่อรายงาน กอส. โดย คุณปรางทิพย์ ดาวเรือง นักรบกลับบ้าน : ประสบการณ์จากสมรภูมิ โดย พ.อ.หญิง พิมลพรรณ อุโฆษกิจ เมล็ดพันธุ์เลือด? : เด็กใต้ในฐานะเหยื่อความรุนแรง โดย ซากีย์ พิทักษ์คุมพล และ อยู่กันฉันท์มิตร : คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้ โดย แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ประเด็นต่างๆเหล่านี้เป็นผลงานวิจัยจากนักวิจัยในโครงการ และมีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงให้ความเห็น ผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โปรดแจ้งการลงทะเบียนล่วงหน้า และรับจำนวนจำกัด ติดต่อสอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3315 และ 3503 ดูกำหนดการได้ที่ http://www.sac.or.th


ขอขอบคุณในการประชาสัมพันธ์
ศิวัช นนทะวงษ์ ประสานงานวิชาการ





*Conferences & Symposia - Mahidol University



Events





*เสวนาทางวิชาการเรื่อง " ธุรกิจการเงินไทยกับปัญหาการฟอกเงิน กติกาใหม่หรือภัยคุกคาม?"

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง " ธุรกิจการเงินไทยกับปัญหาการฟอกเงิน กติกาใหม่หรือภัยคุกคาม?" โดย พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ในวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 น. – 16.00 น.
ณ ห้องสีดา โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน
ผู้สนใจติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งที่ Thammasat Business Consulting Center
โทร.02-613-2258 , 02-623-5742 , 084-123-3740
E-mail: tbccconsult@gmail.com
ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.bus.tu.ac.th/tbcc



โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:51:36 น.  

 
*การสัมมนาวิชาการเรื่อง วิธีชนะความตาย: มิติทางสังคมปัจจุบัน

สาขาวิชาชีวิตและความตาย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยant

ณ หอประชุมวัดศรีสุดาราม วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

---------------

เวลา ๐๘.๓๐ น. ลงทะเบียน/รับเอกสาร
เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๓๐ น. - พระธรรมโกศาจารย์, ศ.ดร., อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
- พระมหาขวัญชัย กิตฺติปาโล, คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ กล่าวถวายรายงาน
- พระธรรมโกศาจารย์, ศ.ดร., อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดงาน และปาฐกถานำเรื่อง 'การชนะความตาย'
เวลา ๑๐.๓๐-๑๒.๓๐ น. สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง 'วิธีชนะความตาย: มิติทางสังคมปัจจุบัน'
ผู้ร่วมอภิปราย ๑) พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, รศ.ดร.
๒) พระอาจารย์ดุษฎี เมธงฺกโร
๓) รศ.ดร.ทิพาวดี เอมะวรรธนะ
๔) อาจารย์ใจเพชร มีทรัพย์ (หมอเขียว)
ดำเนินการอภิปรายโดย ผศ.ดร.ชัยสิทธิ์ ทองบริสุทธิ์
เวลา ๑๒.๓๐-๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๓๐ น. บรรยาย/กิจกรรมพิเศษ จัดเป็นกลุ่มย่อย ดังนี้
กลุ่มที่ ๑ เรื่อง 'แด่เธอผู้รู้สึกตัวกับโยคะวิถีและเกมส์แห่งสติ' (คุณธนวัชร์ เกตน์วิมุต)
กลุ่มที่ ๒ เรื่อง 'การให้คำปรึกษาทางสุขภาพตามแนวธรรมชาติบำบัด' (คุณเพียงพร ลาภคล้อยมา)
กลุ่มที่ ๓ เรื่อง 'จิตวิวัฒน์' (ศ. นายแพทย์ประสาน ต่างใจ แห่งกลุ่มจิตวิวัฒน์)
กลุ่มที่ ๔ เรื่อง 'ประสบการณ์ชนะความตาย' (เครือข่ายพุทธิกา)
กลุ่มที่ ๕ เรื่อง 'ชีวิต-สังคมกับทางเลือกใหม่' (มูลนิธิพุทธฉือจี้ )
กลุ่มที่ ๖ เรื่อง 'ถอดรหัสวิถีสุขภาพองค์รวมเพื่อชนะความตาย' (หมอเขียว)
กลุ่มที่ ๗ เรื่อง 'ช่วยคนเจ็บ เก็บคนตาย' (มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง)

เวลา ๑๖.๓๐ น. พระศรีสิทธิมุนี คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สรุปและกล่าวปิดงาน
พิธีกรและคณะผู้ดำเนินรายการ: พระมหาเผื่อน กิตฺติโสภโณ, ผศ.ดร.สิริวัฒน์ ศรีเครือดง,แพทย์หญิงอรวรรณ ตะเวทิพงศ์ และ คุณธนวัชร์ เกตน์วิมุต
ชื่อ

_________________________________สกุล/ ฉายา _____________________________________
หน่วยงาน

/ สถาบัน __________________________________________________________________
ตำแหน่ง

/ อาชีพ ____________________________________________________________________
ที่อยู่

__________________________________________________________________

โทรศัพท์

____________________ มือถือ ______________________ แฟกซ์____________________
Email :

วิธีชนะความตาย: มิติทางสังคมปัจจุบัน ท่านสามารถเลือกกิจกรรมภาคบ่าย โดยใส่หมายเลขตามลำดับ
ความต้องการของท่าน

(๑ = มากที่สุด, ๒ = รองลงมา และ ๓) ทั้งนี้ท่านที่ตอบรับกลับมาก่อนจะได้รับหัวข้อ
ที่ท่านเลือกอันดับ ๑ หากหัวข้อใดเต็มแล้วจะได้จัดหัวข้อที่ท่านเลือกลำดับ ๒ หรือ ๓ ตามลำดับ

________

เรื่อง 'แด่เธอผู้รู้สึกตัวกับโยคะวิถีและเกมส์แห่งสติ' (จำนวนจำกัด ๓๕ ท่าน) ฝึกโยคะแนวทางไกวัลยธรรม, เทคนิคการผ่อนคลายอย่างลึก, life & death เกมส์, พลังแห่งการปล่อยวาง, เทคนิคการหายใจสู่ความรู้สึกตัวในปัจจุบันขณะ
________

เรื่อง 'การให้คำปรึกษาทางสุขภาพตามแนวธรรมชาติบำบัด' (รายบุคคล)
________

เรื่อง 'จิตวิวัฒน์' วิวัฒน์จิต ปลดพันธนาการชีวิตจากสมมติบัญญัติ สู่มิติชนะความตาย
________

เรื่อง 'ประสบการณ์ชนะความตาย' อบรมเชิงปฏิบัติการ (จำนวนจำกัด ๓๕ ท่าน)
________

เรื่อง 'ชีวิต-สังคมกับทางเลือกใหม่' จิตอาสาและการพัฒนาสังคมตามแนวพุทธฉือจี้
________

เรื่อง 'ถอดรหัสวิถีสุขภาพองค์รวมเพื่อชนะความตาย' การดูแลสุขภาพโดยวิถีธรรมชาติ
เชิงประสบการณ์ เรียนรู้ภาวะไม่สมดุลของร่างกาย หลัก ๗ อ. เพื่อสุขภาพที่ดี
________

เรื่อง 'ช่วยคนเจ็บ เก็บคนตาย' การตั้งสติในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน ชุบชีวิต
ผู้บาดเจ็บ สร้างสังคมแห่งการเกื้อกูล

กรุณาระบุอาหารเที่ยงที่ท่านต้องการ

􀀀 ปกติ 􀀀 มังสวิรัติ 􀀀 อื่นๆ _______________
เนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนมากจึงขอความกรุณาส่งใบลงทะเบียนทันที จนถึงวันศุกร์ที่ ๒๓ พ.ค. นี้ ทาง Email :

LifeandDeath.MCU@gmail.com หรือ Fax :
๐๒-๒๘๘ ๑๐๗๘ หรือ ตู้ ป.ณ. ๒๐๑๖ ปณ.จุฬาลงกรณ์ฯ ปทุมวัน กทม. ๑๐๓๓๒
สอบถามเพิ่มเติม: ๐๘๔-๐๐๔ ๗๗๔๘ (พระมหาสมศักดิ์) ๐๘๙-๗๗๔ ๑๐๒๖ (คุณเกษม) ๐๘๖-๘๘๙ ๑๙๙๙ (คุณโรศะนี)
หมายเหตุ: กิจกรรมกลุ่มย่อยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม / ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ใบตอบรับเข้าร่วมการสัมมนาวิชาการ เรื่อง วิธีชนะความตาย: มิติทางสังคมปัจจุบัน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕







*เชิญฟังการเสวนา "นำธรรมมาทำ นำครอบครัวให้เป็นสุข"

เชิญฟังการเสวนา ณ ศาลาปันมี
วันพฤหัสฯที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

เวลา ๐๙.๓๐-๑๒.๐๐ น. หัวข้อ \\"นำธรรมมาทำ นำครอบครัวให้เป็นสุข\\"
ผู้ร่วมการเสวนา ๑. พระดุษฎี เมธังกุโส เจ้าอาวาสวัดทุ่งไผ่
- หลักธรรมสำหรับครอบครัว
- หลักคิด/หลักปฏิบัติในการส่งเสริมธรรมะของครอบครัว
๒. นพ.คงศักดิ์ ตันไพจิตร
- แนวทางในการส่งเสริมธรรมะกับครอบครัว
- หลักในการดูแลครอบครัวโดยธรรม
๓. คุณมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ดารา-นักแสดง
- ประสบการณ์ของครอบครัว และตนเองที่ใช้ธรรมะในการ
แก้ปัญหาและดับทุกข์ หรือสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่
ครอบครัวหันหน้าเข้าสู่หลักธรรม
จัดโดย มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ร่วมกับ สสส.

เวลา ๑๗.๓๐-๑๙.๐๐ น. หัวข้อ \\"สติสำคัญไฉน\\"
โดย นพ.คงศักดิ์ ตันไพจิตร
จัดโดย ห้องสมุดบ้านอารียา


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:51:52 น.  

 
*MySpace เปิดประตูเชื่อมเว็บอื่น

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 4001 (3201)

คอลัมน์ webbiz

โดย siripong@kidtalentz.com


*ความที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้งไซต์อันดับหนึ่งของโลก สิ่งที่ MySpace กำหนดไว้แต่เดิมก็คือ สงวนเนื้อหาไว้เฉพาะภายในมายสเปซเท่านั้น ไม่ปล่อยข้อมูลหรือเนื้อหาให้เชื่อมโยงสู่ภายนอก ซึ่งในระยะเวลาหนึ่งนั้นข้อกำหนดแบบนี้ทำได้เพราะเป็นรายใหญ่ที่สุด ไม่จำเป็นต้องง้อใคร หรือปรับตัวเองให้เข้ากับใคร ล็อกสมาชิกผู้ใช้งานให้จำกัดอยู่เฉพาะใน MySpace เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงจุดหนึ่งการปิดกั้นตัวเองก็จะไม่ส่งผลดี โดยเฉพาะเมื่อมีคู่แข่งที่ไล่กวดมาติดๆ อย่าง FaceBook ที่ใช้นโยบาย "เชื่อมแหลก แหกค่าย" ทำให้ ลูกเล่น ลูกหาบน FaceBook มีเต็มไปหมด

ล่าสุด MySpace ก็เปิดการเชื่อมสู่ภายนอกแล้ว โดยตั้งแต่นี้ไป สมาชิก MySpace จะสามารถแชร์ข้อมูลกับยาฮู, ทวิตเตอร์, อีเบย์ และโฟโต้บั๊คเก็ตได้ ซึ่งก็หมายความว่าสมาชิกสามารถจะแชร์เนื้อหาวัตถุดิบของตัวเองระหว่างบริการของเว็บเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง รูปภาพ วิดีโอ ข้อมูลส่วนตัว รายชื่อเพื่อน หรือข้อความต่างๆ เป็นต้น

นึกภาพตัวอย่างให้ง่ายขึ้นก็คือการแชร์โปรไฟล์ระหว่างเว็บ ทำให้ เมื่ออัพเดตข้อมูลส่วนตัวจากที่ใดที่หนึ่ง ข้อมูลในเว็บอื่นที่เชื่อมโยงไว้ก็จะเปลี่ยนตามได้โดยอัตโนมัติ เป็นต้น

เมื่อมองให้กว้างขึ้น นโยบายนี้ของ MySpace สะท้อนให้เห็นทิศทางที่เกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต นั่นก็คือผู้ใช้งานเป็น ผู้ควบคุมเนื้อหาของตัวเอง เป็นผู้กำหนดว่าจะเอามันไปใช้งานอะไร ที่ไหน มากกว่าจะถูกจำกัดอยู่โดยเว็บไซต์ที่ตัวเองเป็นสมาชิกอยู่เท่านั้น

นี่คือทิศทางใหญ่ซึ่งคลี่คลายมาระยะหนึ่งแล้ว และมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

หากไม่อยากเหี่ยวเฉาตายไปก็ต้องเปิดประตูออกมา เพราะที่ผ่านมา MySpace สูญเสียจำนวนสมาชิกไปจำนวนมากให้กับการเติบโตของ MySpace วิธีนี้นอกจากจะดึงสมาชิกเก่าไว้ได้ ก็ยังอาจจะขยายสมาชิกใหม่ได้จากเว็บที่เป็นพันธมิตรกันด้วย ในขณะที่มองกันอีกด้าน การชิงความเคลื่อนไหวนี้ก่อนคนอื่นของเจ้าแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้งไซต์รายนี้ เท่ากับการยึดฐานที่มั่นให้เว็บของตัวเองเป็นทางเลือกแรกที่คนจะใช้สำหรับเก็บเนื้อหาต่างๆ ก่อนจะแบ่งหรือแชร์มันสู่เว็บอื่นๆ

ถึงแม้ว่าในระยะแรกการเปิดตัวเชื่อมโยงกับเว็บอื่นจะยังมีแค่สี่เจ้าในระยะเริ่มต้น แต่ MySpace ประกาศพร้อมจะร่วมมือกับเว็บอื่นๆ ทุกเว็บ แม้กระทั่ง FaceBook ที่เป็นคู่แข่งก็ตาม

หน้า 28





*MSN โฉมใหม่แชตไป ดูคลิปไป

*เล่นเอ็มแชตกันอย่างเดียวมันส์ไม่พอ ถ้าได้ดูวิดีโอร่วมกันด้วย นั่งเมาท์แตกดาราไปด้วยคงเด็ดสะระตี่

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ไมโครซอฟท์เปิดบริการออนไลน์โฉมใหม่ ให้สมาชิกดูคลิปวิดีโอไป แชตเอ็มเอสเอ็นกับเพื่อนไปอย่าง หนุกหนาน

บริการใหม่เรียกว่า Messenger TV ผู้ใช้สามารถชมคลิปวิดีโอร่วมกับเพื่อนร่วมแชตได้ พวกคลิปจะได้มาจากรายการเอ็มเอสเอ็น วิดีโอ และยังมีเพลงจำพวกมิวสิกวิดีโอ เอ็มทีวี จากผู้ให้บริการอย่าง โซนี่ บีเอ็มจี มาร่วมแจมด้วย

ไมโครซอฟท์เชื่อว่า บริการรูปแบบใหม่ที่เปิดให้ขาแชตที่อยู่คนละได้ชมคลิปวิดีโอพร้อมกัน ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของสังคมเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และยังดึงให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั่งใช้คอมพิวเตอร์แชตกันเพลินเป็นชั่วโมงสื่อสารกับเพื่อนบนโลกไซเบอร์

จอห์น แมนกีลารส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายผู้บริโภคและออนไลน์ของไมโครซอฟท์ มองว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ออนไลน์วิดีโอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แต่จนทุกวันนี้ยังไม่มีบริการไหนที่เปิดให้ผู้ใช้ที่อยู่ต่างที่ เปิดคอมพิวเตอร์คนละเครื่องดูคลิปวิดีโอได้พร้อมกัน แต่ Messenger TV เป็นเจ้าแรก และเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้น

"วิดีโอออนไลน์ร่วมกันคือประสบการณ์ใหม่ของสังคมเน็ตเวิร์ค เนื่องจากชาวเน็ตจะได้ชมวิดีโอร่วมกัน ออกความเห็น และแสดงคามคิดแลกเปลี่ยนกัน" ผู้บริหารไมโครซอฟท์ กล่าว

บริการดังกล่าวเตรียมให้บริการใน 20 ประเทศ ประกอบด้วยหลายประเทศในยุโรป นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ บราซิล แคนาดา และเม็กซิโก สำหรับประเทศไทยร้องเพลงรอไปก่อน แต่อย่างน้อยใจไปเพราะในสหรัฐก็ยังไม่เปิดบริการเหมือนกัน


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:52:06 น.  

 
*ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายคนพิการ

เรียนทุกท่าน
ทางองค์การคนพิการสากล ประจำภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ได้จัดทำศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายคนพิการขึ้น เพื่อให้บริการข้อมูลด้านหลักสุขภาพ การดูแลรักษา และการป้องกันตลอดจนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ ท่านสามารถติดต่อรับบริการดังกล่าวได้ที่หมายเลข ๐๘๙-๗๗๗-๒๖๓๐ ในเวลาทำการจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. เริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ http://aunadahealth.blogspot.com (กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารที่แนบ)

ขอบคุณค่ะ
ดรัลพร ทิมนิกาย
เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายคนพิการ
E-mail:timniguy@gmail.com




*สัมมนา 'ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและเวียดนาม'

ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ (ฝ่าย 1) สกว. ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และสมาคมมิตรภาพไทยเวียดนาม กำหนดจัดสัมมนาเรื่อง ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและเวียดนาม ในวันที่ 23-24 พ.ค. 2551 ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยาม ซิตี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลผลการศึกษาเชิงเปรียบเทียบศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของไทยและเวียดนาม ใน 7 สาขา ได้แก่ นโยบายการค้าการลงทุน อาหารแช่แข็ง ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ท่องเที่ยว ยางพารา และแรงงาน ให้แก่ภาคราชการและภาคเอกชนที่สนใจได้รับทราบ และนำข้อมูลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ จึงขอเรียนเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมรับฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรุณากรอกใบตอบรับและแฟ็กซ์กลับเพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทรสาร (02) 298-0476 ภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณรพีพร สิทธิ โทร. (02) 278-8216 ถึง 7 หรือเข้าไปที่ http://www.trf.or.th/PR/Content.asp?Art_ID=356

การสัมมนาเรื่อง “ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและเวียดนาม”

โดย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม

วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2551 ณ โรงแรม Siam City

--------------------------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551

9.00 - 9.15 น. กล่าวเปิดงาน

โดยนายจริย์วัฒน์ สันตะบุตร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

9.15 - 9.30 น. กล่าวชี้แจงความเป็นมาของโครงการ

โดย ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

9.30 - 10.00 น. ฯพณฯ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง

“เวียดนาม – ไทย: โอกาสใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ”

(รอยืนยัน)

10.00 - 10.20 น. อาหารว่าง

10.20 - 11.30 น. “เวียดนามวันนี้ ลู่ทางเศรษฐกิจ ศักยภาพเชิงเปรียบเทียบ”

โดย - นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย

- นายสมัย โกรธินธาคม

- ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ TDRI

ดำเนินรายการโดย รศ. ดร. พีรเดช ทองอำไพ รองผู้อำนวยการ สกว.

11.30 -12.30 น. “ประสบการณ์การลงทุนในเวียดนาม โอกาส / อุปสรรค”

โดย - นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์

กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ

บริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

- นายประพัฒน์ ชินวีระพันธุ์ ผู้อำนวยการอินโดจีน บ.ค้าสากลซีเมนต์ไทย

- นายวิทยา ศุภธนากุล ที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพ

- นายธำรงศักดิ์ วิรุณบันเทิง บริษัทซีพี

ดำเนินรายการโดย นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย

12.30 – 13.30 น. อาหารกลางวัน

13.30 – 15.30 น. การนำเสนอรายงานวิจัยกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 1. “การศึกษาเชิงเปรียบเทียบศักยภาพในเชิงคู่แข่งและคู่ค้าระหว่าง

เวียดนามและไทยในกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแปรรูป” โดย

ดร. ณัฐชา เพชรดากูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

2. “การศึกษาเชิงเปรียบเทียบศักยภาพทางเศรษฐกิจและการค้าของ

ไทยและเวียดนาม: อุตสาหกรรมยานยนต์’ โดย

ดร. สรียา ชัยรัตนานนท์ ผู้จัดการสถาบันวิจัยและพัฒนา

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3. “ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัว

เพื่อการแข่งขันของไทย” โดย ดร. วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกลุ่ม

1. ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ TDRI

2. นายประวิตร์ ชัยมงคล กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินท์

กลุ่มที่ 2 1. “การศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่าง

ไทยกับเวียดนาม” โดย ผศ. กนกวรรณ จงเจริญยิ่ง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง

2. “การเตรียมบุคลากรเข้าสู่ภาคแรงงาน : การศึกษาเปรียบเทียบไทย

และเวียดนาม 1980-2025” โดย รศ.ดร. พศิน แตงจวง

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

3. “ศักยภาพการผลิต การตลาดและขีดความสามารถในการแข่งขัน

ของยางพาราในเวียดนามและไทย” โดย ดร. เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกลุ่ม

1. ดร. อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

2. ดร. นิลสุวรรณ ลีลารัศมี รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551

การเสวนา “หนทางสู่อนาคตและความพร้อมของไทยในเวียดนาม”

9.00 - 10.00 น. การเสวนา “หนทางสู่อนาคตและความพร้อมของไทยในเวียดนาม”

10.00 – 10.20 น. อาหารว่าง

10.20 - 11.30 น. การระดมสมอง “การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลธุรกิจในเวียดนาม”

11.30 – 12.00 น. บทสรุป โดย นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:52:22 น.  

 
*กิจกรรมจิตอาสาล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2551

กิจกรรมจิตอาสาล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2551
โดย : จิตอาสา

มอส.เปิดรับ "บัณฑิตทางกฎหมายที่มีใจให้คนจน" ฝึกใช้กฎหมายช่วยเหลือผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบและเป็นหนึ่งในเครือข่ายผลักดันแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ์เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งความดีงาม เป็นธรรม และสันติ ในสังคม.
เปิดรับสมัครจนถึง 31 พฤษภาคม ศกนี้
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม 02-691-0437-9 (พี่ดำ) 084-155-0162 http://www.thaivolunteer.org
อาสาสร้างสุข กับ โรงพยาบาลมีสุขปี 2
ร่วมกิจกรรมแบ่งปันความสุขให้กับเด็กป่วย รพ.เด็ก / รพ.รามาธิบดี / และรพ.พระมงกุฎเกล้า ทุกวันจันทร์ เวลา 13.00-15.00 น. เปิดรับตลอดปี
>> มูลนิธิกระจกเงา 02–6427991–2 ต่อ16 http://www.happyhospital.org

อาสาสร้างฝาย
รับอาสาสมัคร "โครงการพัฒนาการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน" สร้างฝายบริเวณลำน้ำแม่ยาวและลำน้ำห้วยขมในพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงรายเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มบ่อยครั้ง
รุ่นที่ 13 วันที่ 10 - 11 พฤษภาคม
รุ่นที่ 14 วันที่ 17 - 18 พฤษภาคม
รุ่นที่ 15 วันที่ 24 - 25 พฤษภาคม
>> มูลนิธิกระจกเงา 081-0183004, 086-3442330 http://www.siamvolunteer.com

ก้าวต่อ ... ศาลาดินพิพิธภัณฑ์สึนามิ
2-5 พฤษภาคม 2551 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
มูลนิธิเขมไชย รสานนท์ ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน รับอาสาร่วมสร้างศาลาอเนกประสงค์ศูนย์วัฒนธรรมบ้านน้ำเค็มและพิพิธภัณฑ์สึนามิ
>> มูลนิธิเขมไชย รสานนท์ 0-2937-0000 ต่อ 180-181/085 909 0897

อาสาปิดท้ายก่อนเปิดเทอม
10 พฤษภาคม 2551 เวลา 09.00-16.30 น. ที่มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
กิจกรรมทำดีได้ง่ายๆ และหลากหลายจากวัสดุไม่ใช้แล้วมากมาย มาสรรสร้างเป็นสื่อการเรียนรู้และเป็นของใช้ได้ใหม่ อาทิ "หนังสือนิทานพูดได้" "สมุดทำมือ" "หนังสือทำมือ" เพื่อทำเป็นสื่อการเรียนมอบให้เด็กๆที่อยู่ห่างไกล
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

โครงการอนุบาลเขาแผงม้า
9-11 พฤษภาคม 2551 อ.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
อาสาสมัครสร้างแนวกันไฟ ฝายชะลอน้ำ และโป่งดิน เพื่อฟื้นฟูและรักษาสภาพป่าเขาแผงม้า รวมทั้งมาชมกระทิง
>> ติดต่อสอบถาม ขวัญ:0867830325 แอน:0869936566

ค่าย I NEED CARE
9-11 พฤษภาคม 2551 ณ. โรงเรียนสหกรณ์กสิกรรมชายทะเล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ร่วมกิจกรรม ค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4 เปิดโอกาสให้เด็กต่างชาติ และเด็กไทยในโรงเรียน ในชุมชน ได้มามีส่วนร่วมสร้างสรรค์ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างกัน เกิดทักษะชีวิต รู้จักตนเอง และคุณค่าในสังคมที่ตนเองดำรงอยู่ ให้ความรู้แก่เด็กๆได้เท่าทันในสังคม เพิ่มทัศนคติ ทักษะการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ที่จะนำไปสู่การลดปัญหาสังคม เพิ่มความมั่นคงทางสังคมแก่พวกเขาเหล่านั้น ปรับมาตรฐานคุณภาพชีวิตเด็ก และการเติบโตอย่างมีคุณค่าในสังคมต่อไปในอนาคต
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

โครงการปลูกป่า-ทำโป่ง–สร้างฝาย ให้ช้างป่ากุยบุรี
17-18 พฤษภาคม 51 ณ.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
รับอาสาร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างและการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ปี 2 เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเขียวชะอุ่มให้กับผืนป่าและยังช่วยให้ช้าง มีแหล่งที่อยู่อาศัยและมีอาหารกินตามธรรมชาติ ส่วนการทำโป่งเที่ยมจะช่วยให้ช้างได้รับแร่ธาตุตามธรรมชาติ
>> กลุ่มบ้านดินไทย 086-770 2233 http://www.baandinthai.com

อาสาหมู่บ้านกะเหรี่ยงปาเกอะญอ (กะหร่าง)
24-25 พฤษภาคม 2551 อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี
ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กและมอบสื่อการเรียนรู้ให้โรงเรียนบ้านป่าเด็ง โรงเรียนแนวชายแดน ไทย–พม่า อยู่กลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

สร้างบ้านดินให้คนไร้บ้านปีสอง
24-25 พฤษภาคม 2551 อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
สร้างบ้านดินให้กับคนจนในพื้นที่ ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
>> กลุ่มบ้านดินไทย 086-770 2233 http://www.baandinthai.com

และอีกมากมาย ติดตามได้ที่เว็บ www.volunteerspirit.org
- พุทธทาสบุ๊คคลับ 10 พฤษภาคม
- งานวันล้ออายุท่านพุทธทาสภิกขุ 18 พฤษภาคม
- อ่านหนังสืออย่างไรให้โดนใจ...คน(ตาบอด)ฟัง 17 พฤษภาคม
- อาสาสมัครชาวค่ายสอนศิลปะเด็กชนเผ่า 17-19 พค. 2551
- ทำหลังคาสหกรณ์ดินโรงเรียนบ้านยางคำ 7-8 มิถุนายน
- โครงการ Start to Stop รณรงค์ยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
- เปิดลิ้นชัก เด็กต่างชาติ
- เครื่องสำอางหมดอายุ อย่าทิ้ง
- กองทุนเพื่อเด็กในภาวะวิกฤติ
- บริจาคสื่อการเรียนการสอน โรงเรียนจ.นราธิวาส

--
บ้านจิตอาสา
2044/21 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
VolunteerSpirit Home
2044/21 New Petchaburi Road,
Bangkapi, Huay Khwang,
Bangkok 10310
volunteerspirit@gmail.com
+ 66 2 319 5017
+ 66 86 530 0012
+ 66 2 319 5019 (Fax)
+ 66 277 650 8951 (Pct)




*การประชุมวิชาการ “เปิดขอบฟ้าคุณธรรม จริยธรรม”

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานวิจัย หรือ รายงานสรุปบทเรียน/การถอดองค์ความรู้จากการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม เพื่อเผยแพร่ในการประชุมวิชาการ “เปิดขอบฟ้าคุณธรรม จริยธรรม” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28-29 สิงหาคม 2551
ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพเทพฯ
โดยผลงานต้องประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 : บทคัดย่อ ประกอบด้วย ผู้วิจัยร่วม (ถ้ามี) ปีที่ทำวิจัย แหล่งทุนสนับสนุน การเผยแพร่ผลการวิจัย และบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ความยาวไม่เกิน 20 บรรทัด)
ส่วนที่ 2 : ตัวบทความ ความยาวไม่เกิน 8 หน้า ประกอบด้วยชื่อบุคคลหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้ร่วมวิจัย (ถ้ามี) ความสำคัญของปัญหา แนวคิดทฤษฎี วัตถุประสงค์การวิจัย คำถามการวิจัย สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี) ระเบียบวิธีวิจัย ผลการวิจัย ผลกระทบจากการวิจัย ข้อเสนอแนะและประโยชน์ของงานวิจัย และเอกสารอ้างอิงเฉพาะที่อ้างถึงในบทความเท่านั้น
ส่วนที่ 3 : ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสนอผลงาน ประกอบด้วย ที่อยู่ สถานที่ทำงาน โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก E-mail Address ประวัติการทำงาน และผลงานวิชาการ
ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2551
ที่ ฝ่ายบริหารแผน 2 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม 69/16-17
อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ถ.วิภาวดีรังสิต สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
หรือส่งไฟล์ผลงานที่ rindhamma@moralcenter.or.th
สามารถดาวน์โหลดรูปแบบการเขียนบทความและข้อมูลผู้เสนอผลงานได้ที่ http://www.moralcenter.or.th
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2644-9900


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:52:46 น.  

 
*กิจกรรมจิตอาสาล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2551

กิจกรรมจิตอาสาล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2551
โดย : จิตอาสา

มอส.เปิดรับ "บัณฑิตทางกฎหมายที่มีใจให้คนจน" ฝึกใช้กฎหมายช่วยเหลือผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบและเป็นหนึ่งในเครือข่ายผลักดันแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิ์เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งความดีงาม เป็นธรรม และสันติ ในสังคม.
เปิดรับสมัครจนถึง 31 พฤษภาคม ศกนี้
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม 02-691-0437-9 (พี่ดำ) 084-155-0162 http://www.thaivolunteer.org
อาสาสร้างสุข กับ โรงพยาบาลมีสุขปี 2
ร่วมกิจกรรมแบ่งปันความสุขให้กับเด็กป่วย รพ.เด็ก / รพ.รามาธิบดี / และรพ.พระมงกุฎเกล้า ทุกวันจันทร์ เวลา 13.00-15.00 น. เปิดรับตลอดปี
>> มูลนิธิกระจกเงา 02–6427991–2 ต่อ16 http://www.happyhospital.org

อาสาสร้างฝาย
รับอาสาสมัคร "โครงการพัฒนาการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน" สร้างฝายบริเวณลำน้ำแม่ยาวและลำน้ำห้วยขมในพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงรายเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มบ่อยครั้ง
รุ่นที่ 13 วันที่ 10 - 11 พฤษภาคม
รุ่นที่ 14 วันที่ 17 - 18 พฤษภาคม
รุ่นที่ 15 วันที่ 24 - 25 พฤษภาคม
>> มูลนิธิกระจกเงา 081-0183004, 086-3442330 http://www.siamvolunteer.com

ก้าวต่อ ... ศาลาดินพิพิธภัณฑ์สึนามิ
2-5 พฤษภาคม 2551 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
มูลนิธิเขมไชย รสานนท์ ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน รับอาสาร่วมสร้างศาลาอเนกประสงค์ศูนย์วัฒนธรรมบ้านน้ำเค็มและพิพิธภัณฑ์สึนามิ
>> มูลนิธิเขมไชย รสานนท์ 0-2937-0000 ต่อ 180-181/085 909 0897

อาสาปิดท้ายก่อนเปิดเทอม
10 พฤษภาคม 2551 เวลา 09.00-16.30 น. ที่มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
กิจกรรมทำดีได้ง่ายๆ และหลากหลายจากวัสดุไม่ใช้แล้วมากมาย มาสรรสร้างเป็นสื่อการเรียนรู้และเป็นของใช้ได้ใหม่ อาทิ "หนังสือนิทานพูดได้" "สมุดทำมือ" "หนังสือทำมือ" เพื่อทำเป็นสื่อการเรียนมอบให้เด็กๆที่อยู่ห่างไกล
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

โครงการอนุบาลเขาแผงม้า
9-11 พฤษภาคม 2551 อ.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
อาสาสมัครสร้างแนวกันไฟ ฝายชะลอน้ำ และโป่งดิน เพื่อฟื้นฟูและรักษาสภาพป่าเขาแผงม้า รวมทั้งมาชมกระทิง
>> ติดต่อสอบถาม ขวัญ:0867830325 แอน:0869936566

ค่าย I NEED CARE
9-11 พฤษภาคม 2551 ณ. โรงเรียนสหกรณ์กสิกรรมชายทะเล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ร่วมกิจกรรม ค่าย I NEED CARE ครั้งที่ 4 เปิดโอกาสให้เด็กต่างชาติ และเด็กไทยในโรงเรียน ในชุมชน ได้มามีส่วนร่วมสร้างสรรค์ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างกัน เกิดทักษะชีวิต รู้จักตนเอง และคุณค่าในสังคมที่ตนเองดำรงอยู่ ให้ความรู้แก่เด็กๆได้เท่าทันในสังคม เพิ่มทัศนคติ ทักษะการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ที่จะนำไปสู่การลดปัญหาสังคม เพิ่มความมั่นคงทางสังคมแก่พวกเขาเหล่านั้น ปรับมาตรฐานคุณภาพชีวิตเด็ก และการเติบโตอย่างมีคุณค่าในสังคมต่อไปในอนาคต
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

โครงการปลูกป่า-ทำโป่ง–สร้างฝาย ให้ช้างป่ากุยบุรี
17-18 พฤษภาคม 51 ณ.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
รับอาสาร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างและการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ปี 2 เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเขียวชะอุ่มให้กับผืนป่าและยังช่วยให้ช้าง มีแหล่งที่อยู่อาศัยและมีอาหารกินตามธรรมชาติ ส่วนการทำโป่งเที่ยมจะช่วยให้ช้างได้รับแร่ธาตุตามธรรมชาติ
>> กลุ่มบ้านดินไทย 086-770 2233 http://www.baandinthai.com

อาสาหมู่บ้านกะเหรี่ยงปาเกอะญอ (กะหร่าง)
24-25 พฤษภาคม 2551 อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี
ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กและมอบสื่อการเรียนรู้ให้โรงเรียนบ้านป่าเด็ง โรงเรียนแนวชายแดน ไทย–พม่า อยู่กลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ
>> มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 02-691-0437-9, 083-466-6233 http://www.thaivolunteer.org

สร้างบ้านดินให้คนไร้บ้านปีสอง
24-25 พฤษภาคม 2551 อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
สร้างบ้านดินให้กับคนจนในพื้นที่ ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
>> กลุ่มบ้านดินไทย 086-770 2233 http://www.baandinthai.com

และอีกมากมาย ติดตามได้ที่เว็บ www.volunteerspirit.org
- พุทธทาสบุ๊คคลับ 10 พฤษภาคม
- งานวันล้ออายุท่านพุทธทาสภิกขุ 18 พฤษภาคม
- อ่านหนังสืออย่างไรให้โดนใจ...คน(ตาบอด)ฟัง 17 พฤษภาคม
- อาสาสมัครชาวค่ายสอนศิลปะเด็กชนเผ่า 17-19 พค. 2551
- ทำหลังคาสหกรณ์ดินโรงเรียนบ้านยางคำ 7-8 มิถุนายน
- โครงการ Start to Stop รณรงค์ยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
- เปิดลิ้นชัก เด็กต่างชาติ
- เครื่องสำอางหมดอายุ อย่าทิ้ง
- กองทุนเพื่อเด็กในภาวะวิกฤติ
- บริจาคสื่อการเรียนการสอน โรงเรียนจ.นราธิวาส

--
บ้านจิตอาสา
2044/21 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
VolunteerSpirit Home
2044/21 New Petchaburi Road,
Bangkapi, Huay Khwang,
Bangkok 10310
volunteerspirit@gmail.com
+ 66 2 319 5017
+ 66 86 530 0012
+ 66 2 319 5019 (Fax)
+ 66 277 650 8951 (Pct)




*ประกวดผลงานเพื่อรับรางวัลศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ประจำปี 2551

สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธินิคม จันทรวิทุร จัดประกวดผลงานเพื่อรับรางวัลศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ประจำปี 2551 และเผยแพร่ผลงานเพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง
โดยมีการประกวดผลงาน 5 ประเภทรางวัล ได้แก่

1) องค์การดีเด่น ประเภทองค์การสาธารณประโยชน์
2) องค์การดีเด่น ประเภทสหภาพแรงงาน
3) สื่อมวลชนดีเด่น
4) เรียงความดีเด่น ประเภทผู้ใช้แรงงาน
5) เรียงความดีเด่น ประเภทบุคคลทั่วไป

โดยผลงานประเภทองค์การ/สื่อสารมวลชน กำหนดส่งภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2551
และผลงานประเภทเรียงความ กำหนดส่งภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2551
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายวิจัย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตึกอเนกประสงค์ 1 ชั้น 6
ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร.02-613-3305 โทรศัพท์/โทรสาร 02-223-3750
หรือดาวน์โหลดใบสมัครและดูรูปแบบการเขียนเรียงความได้ที่ http://www.hri.tu.ac.th


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:53:07 น.  

 
*ร่วมเสวนา (ฟรี)"มอญในสยามประเทศ (ไทย) : ชนชาติ บทบาท และบทเรียน"

ศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551

เวลา 13.00–18.30 น.

ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน ธนบุรี

-------------------------------------


13.00 น. ลงทะเบียนและฉายวีดีทัศน์ "จากสยามเป็นไทย นามนั้นสำคัญไฉน"

13.30 โหมโรงปี่พาทย์มอญ

14.00 น. พิธีเปิดโดย ฯพณฯ อนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัตมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

14.15 น. พิธีมอบทุนมอญ-เขมรศึกษา จาก แพทย์หญิง คุณหญิง อัมพร สุคนธมาน

14.30 น. แนะนำหนังสือ หญิงมอญ อำนาจ และราชสำนัก

โดย ผศ.สนั่น มีขันหมาก

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ดำเนินรายการ

15.15 น. ปาฐกถานำ "มอญเก่า – มอญใหม่"

โดย อ.สุจิตต์ วงษ์เทศ

15.45 น. การแสดงทางวัฒนธรรมมอญ (สังขละบุรี)

16.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง

16.45 น. เสวนา "เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น หญิงมอญในราชสำนัก

กับนิยายการเมืองเรื่อง "กระท่อมน้อยของลุงทอม" และจุดเริ่มต้นของการ เลิกทาสในสยาม"

โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, ดร.เจือจันทร์ วงศ์พลกานันท์, องค์ บรรจง อ.สมฤทธิ์, ลือชัย ดำเนินรายการ

พิธีกรประจำวัน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย

หมายเหตุ

จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ - กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์ – สมาคมจดหมายเหตุสยาม - ชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ ร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
-เลือกซื้อหนังสือสารคดี / วิชาการ ในราคาพิเศษ จากมูลนิธิโครงการตำราฯ, วารสารเสียงรามัญ
หนังสือ วีซีดีเพลง ทะแยมอญ ธงมอญ จากชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ หนังสือ "หญิงมอญ อำนาจ และราชสำนัก" จากสำนักพิมพ์มติชน และสินค้าพื้นบ้านมอญหลากหลาย




*บรรยาย “การแพทย์แผนธิเบต”

โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ เสมสิกขาลัย จัดบรรยาย “การแพทย์แผนธิเบต” เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ของธิเบตให้คนไทยได้รับรู้ในแง่มุมต่างๆ บรรยายโดย DR.SONAM DOLMA แพทย์แผนกเภสัชกรรม เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย
ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ห้อง 332 F อาคารอเนกประสงค์ 2 (ตึก 60 ปี) ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ารับฟังการบรรยายดังกล่าว โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โทรศัพท์ 02-613-3150-1 โทรสาร 02-224-9420
ผู้ประสานงานเสมสิกขาลัย คุณอาภาภร คำเจริญ
โทรศัพท์ 037-333-182-3 ,085-215-4977


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:53:23 น.  

 
*การสัมมนาบริการวิชาการแก่ประชาชน ในเดือนพฤษภาคม 2551

สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญผู้สนใจฟังการสัมมนาบริการวิชาการแก่ประชาชน ในเดือนพฤษภาคม 2551 ณ ห้องประชุมประภาศน์ อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เรื่อง “การพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบ” ในวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2551 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ จังหวัดลำปาง บรรยายโดย รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน (สำนัก จัดร่วมกับ สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน)

เรื่อง “งานล้ออายุท่านพุทธทาสภิกขุ” ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 – 17.00 น.
ณ ห้อง LT 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ

เรื่อง “สถาปัตยกรรมกับการประยุกต์ใช้” วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551 เวลา 10.00 – 12.00 น.
ณ ห้องประภาศน์ อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ
บรรยายโดย ผศ.ดร.พรพรรณ วีระปรียากูร

เรื่อง “การแพทย์แผนไทยเพื่อชีวิต” ในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2551 เวลา 10.00-12.00 น.
ณ ห้อง C5 ชั้น 5 อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ
บรรยายโดย อาจารย์กุสุมา ศรียากูล

เรื่อง “อัตตกริยาของสมุนไพรและยา : กินด้วยกันได้ไหม”
ในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 – 15.00 น.
ณ ห้อง C5 ชั้น 5 อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ
บรรยายโดย รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา

เรื่อง “การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550” ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2551 เวลา 09.00 – 12.00 น.
ณ โรงแรมบีพีสมิหราบีช รีสอร์ท อ.เมือง จ.สงขลา
บรรยายโดย วิทยากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (สำนัก จัดร่วมกับ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ)

เรื่อง “ฝึกลมปราณเพื่อสุขภาพ” ครั้งที่ 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 – 15.00 น.
ณ ห้องประภาศน์ อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ
สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมการสัมมนาได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-2264396 ต่อ 100
โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มิได้คิดค่าใช้จ่ายหรือเก็บค่าลงทะเบียน


โดย: jenifaae วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:53:37 น.  

 
*สัมมนาฟรี! เรื่อง 'GREEN+LEAN+SIGMA' แนวทางเพิ่มผลผลิตพิชิตโลกร้อน

(( http://www.oknation.net/blog/cj069 ))

จัดโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชัื่น จำกัด (มหาชน) และสมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย

เพื่อเป็นแนวทางใหม่ที่ตอบรับการรณรงค์แก้ไขปัญหาโลกร้อนไปพร้อม ๆ กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า เป็นการผสมผสานหลักการของลีนและซิกม่า เข้ากับการห่วงใยสิ่งแวดล้อม จะทำได้อย่างไร ต้องไม่พลาดงานครั้งนี้

ความเป็นมา
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับปัญหามากมาย ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เป็นเรื่องหนึ่งที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ด้วยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อาทิเช่น มีการบริหารจัดการน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น และลดชิ้นส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า เพื่อลดขยะในระยะยาว

แนวคิด GREEN+LEAN+SIGMA เป็นแนวทางใหม่ทีเ่กิดขึ้นจากสถานการณ์ ที่สามารถจะช่วยให้ภาคอุตสหกรรมยังคงประสิทธิภาพด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และส่งผลระยะยาวต่อผู้บริโภค โดยเริ่มต้นจากการซอร์สซิ่ง แหล่งวัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องจักร ที่มีการใช้พลังงานน้อย มีประสิทธิภาพสูง ไม่ใช้สารเคมีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งท่านสามารถพบคำตอบได้ที่งานสัมมนาครั้งนี้ และยังได้รับข้อมูลทิศทางของการซอร์สซิ่งในปี 2010 อีกด้วย

สิ่งที่ท่านจะได้รับ
1.เข้าใจแนวคิดของการเพิ่มผลผลิตและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วยหลัก GREEN+LEAN+SIGMA
2.เข้าใจทิศทางการซอร์สซิ่งในทศวรรษที่ 21 ภายใต้ปัญหามากมายจากทั่วโลก
3.เข้าใจความหมายของ GREEN SOURCING และนำไปประยุกต์ใ้ช้ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

กำหนดการบรรยายพิเศษ

12.30-13.30 ลงทะเบียน/รับเอกสาร/Welcome Drink / ของที่ระลึก/ชมนิทรรศการ
12.30-13.35 กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา
13.35-14.30 GREEN+LEAN+SIGMA แนวทางเพิ่มผลผลิตพิชิตโลกร้อน
โดย คุณปริญญ์ บุญกนิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ
บริษัท อีโค ดีซายน์ คอนซัลแตนท์ จำกัด
14.30-15.00 พักรับประทานอาหารว่าง ชมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแบรนด์ดัง
14.30-15.00 SOURCING FOR SUSTAINABLE เลือกซัพพลายเออร์อย่างไรให้อนาคตสดใสและยั่งยืน
โดย คุณอกนิษฐ์ สมิตะพินทุ นายกสมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย
15.30-16.00 บรรยายเทคโนโลยีด้านอุตสหากรรม จากผู้สนับสนุนงานอินดัสเตรียลซอร์สซิ่งแฟร์
16.30-17.00 จบการบรรยายพิเศษ / ถามตอบ / ชมนิทรรศการบริหาร ตามอัธยาศัย

หมายเหตุ : สำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านรับฟรี นิตยสาร Industrial Sourcing , สินค้าตัวอย่าง, ของพรีเมียร์จากสปอนเซอร์และลงทะเบียนเข้าชมงานอินดัสเตรียลซอร์สซิ่งแฟร์ 2008 ล่วงหน้า

สำรองที่นั่งด่วน! มีจำนวนจำกัด ที่อีเมล: isourcing@se-ed.com

สถานที่สัมมนา สามารถเลือกได้ดังนี้

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2551 ณ โรงแรม Mercure Accor จังหวัดชลบุรี
วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรม สตาร์ จังหวัดระยอง
วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรม อโยธยาริเวอร์ไซต์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2551 ณ โรงแรม มิลาโนแกรนด์พลาซ่า จังหวัดสมุทรปราการ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-27398165 อีเมล isourcing@se-ed.com


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:14:15 น.  

 
*เดินหน้าสมาร์ทการ์ดเวอร์ชั่น 2 เมื่อ ไอซีทีส่งมอบ มท. เริ่มใช้

*เป็นเวลาเกือบ 2 ปีมาแล้ว ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือ มท. ได้งดให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบบัตรเอนกประสงค์ หรือ สมาร์ทการ์ด เนื่องจากติดขัดปัญหาที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร หรือ ไอซีที ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดหาสมาร์ทการ์ด ไม่สามารถส่งมอบสมาร์ทการ์ดได้ทันตามกำหนดหลังจากหมดล็อตแรกจำนวน 12 ล้านใบ ด้วยปัญหาด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

จนเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมการปกครองจึงเริ่มเปิดให้บริการทำบัตรสมาร์ทการ์ดอีกครั้งหนึ่งหลังจากกระทรวงไอซีทีได้ทยอยส่งมอบสมาร์ทการ์ดล็อต 2 ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. 2551 โดยนายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า สมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่เป็นบัตรที่มีการฝังไอซีชิพทำหน้าที่เหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว โดยสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าเดิม 1 เท่าตัว คือ จาก 32 กิโลไบต์ เป็น 64 กิโลไบต์

นอกจากนี้ ด้านหน้าสมาร์ทการ์ดแบบใหม่นี้ ยังมีรูปครุฑและมีการพิมพ์มาตรการป้องกันการปลอมแปลงรวมทั้งสิ้น 12 จุด ยืนยันตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของบัตรด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ หรือ รหัสลับประจำตัว เพื่อรองรับการใช้งานบนระบบอินเตอร์เน็ตและตู้บริการอเนกประสงค์ในอนาคต โดยจะมีการปรับเป็นรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เก็บไว้ในไอซีชิพ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรูปถ่ายใบหน้า สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนสมรส หรือ หย่า เป็นต้น

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.เป็นต้นไป กรมการปกครองได้เปิดให้ขอมีบัตรสมาร์ทการ์ด หรือ ขอเปลี่ยนบัตรใหม่ ทำได้สะดวก รวดเร็ว โดยติดต่อขอมีบัตรสมาร์ทการ์ด หรือ เปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนจากแบบธรรมดาเป็นสมาร์ทการ์ดได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขตและสำนักงานเทศบาลที่เปิดให้บริการทำบัตรทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมภายในสิ้นปี 2551 นี้

*สำหรับในส่วนของกระทรวงไอซีที นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขั้นตอนการส่งมอบสมาร์ทการ์ดงวดแรกจำนวน 5 ล้านใบ จากการจัดซื้อจัดจ้างล็อต 2 จำนวน 26 ล้านใบ เสร็จสิ้นแล้ว โดยกระทรวงไอซีทีได้ส่งมอบต่อให้กระทรวงมหาดไทย ที่ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกนำไปใช้งานแล้ว แต่ทางกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับหนังสือรับรองแจ้งกลับมา ทำให้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินให้กับเอกชนได้

ส่วนการส่งมอบงวดที่ 2 จำนวน 4 ล้านใบ ขณะนี้ เอกชนส่งมอบครบแล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจรับและส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทย สำหรับในส่วนของงวดที่ 3 จำนวนอีก 4 ล้านใบนั้น ส่งมอบมาแล้ว 1-2 ล้านใบ อยู่ระหว่างรอการตรวจรับ รวมทั้งคิดค่าปรับในจำนวนวันและจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกับค่าปรับของงวดที่ 1 และงวดที่ 2 โดยคาดว่า การส่งมอบในงวดที่ 4 จึงจะทันตามกำหนดจนเข้าสู่ภาวะปกติ

"ขณะนี้ คณะกรรมการตรวจรับได้คิดค่าปรับควบคู่ไปกับการตรวจรับกรณีส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนด แต่ตามสัญญาระบุว่า จะต้องปรับเป็นงวดๆ ไป ในเรื่องนี้ การปรับได้ขยายเวลาให้เล็กน้อย โดยงวดแรกขยายให้ 40 วัน เพราะความล่าช้าเกิดจากเราด้วย ส่วนงวด 2 ขยายให้ 37 วัน แต่งวด 3 ไม่ขยายเวลาให้ เพราะไม่ได้ช้าที่เรา" ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว และว่า สำหรับกรณีที่ส่งมอบล่าช้าในสัญญากำหนดอัตราค่าปรับไว้ที่ 0.011% ของราคาบัตร

นายสือ กล่าวถึงการเตรียมการจัดซื้อสมาร์ทการ์ดล็อตที่ 3 อีก 26 ล้านใบ ว่า ล่าสุด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำเงื่อนไขในการประกวดราคา หรือ ทีโออาร์ และคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-อ็อคชั่นแล้ว โดยคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์มีนายต่อศักดิ์ วานิชขจร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธาน ส่วนนายอังสุมาล ศุนาลัย รองเลขาธิการสถิติแห่งชาติ เป็นประธานคณะกรรมการอี-อ๊อคชั่น

* อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดดังกล่าว ยังใช้กรรมการชุดเดิมเป็นหลัก โดยเพิ่มกรรมการผู้เชี่ยวญาญอีกบางคน เพราะต้องการได้คนที่มีประสบการณ์เข้ามาดำเนินการ นอกจากนั้น กรรมการชุดเดิมก็ไม่ได้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกรรมการตรวจรับนั้น ขณะนี้ ยังไม่ได้แต่งตั้ง สำหรับทีโออาร์มีแนวคิดจะนำเอาทีโออาร์ฉบับเดิมเป็นหลัก แล้วแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน คือ กระทรวงมหาดไทย ที่มีตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการทุกชุด

ปลัดกระทรวงไอซีที คาดว่า จะใช้เวลาจัดทำทีโออาร์ฉบับใหม่ไม่นานนัก โดยได้หารือและให้แนวคิดกับประธานคณะกรรม การจัดทำทีโออาร์ไปแล้ว ว่า จะต้องเร่งดำเนินการจัดซื้อและลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2551 ที่เป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ ตามที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังแนะนำ เนื่องจากงบประมาณในส่วนนี้ ค้างจ่ายมาตั้งแต่ปี 2549-2550 แต่ถ้าในที่สุดแล้วเสร็จไม่ทันก็ต้องปล่อยไปตามกระบวนการเพื่อความโปร่งใส

ทั้งนี้ เชื่อว่า การจัดซื้อสมาร์ทการ์ดล็อตสุดท้ายนี้ จะไม่กระทบกับการใช้งานของประชาชน เพราะการจัดซื้อล็อตที่ 2 กำหนดการส่งมอบงวดสุดท้ายประมาณเดือน ม.ค. 2552 จำนวน 5 ล้านใบ ทำให้จะมีสมาร์ทการ์ดใช้งานตลอด อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2552-2553 กระทรวงไอซีทีไม่ต้องตั้งบซื้อสมาร์ทการ์ดอีก เพราะยังไม่ได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทย โดยในส่วนของล็อตสุดท้ายนี้ กระทรวงไอซีทีมีงบประมาณอยู่ 1,500 ล้านบาท

* ที่กล่าวมา เป็นความคืบหน้าของการจัดหาสมาร์ทการ์ดในส่วนของกระทรวงไอซีที และการนำสมาร์ทการ์ดไปให้บริการประชาชนของกระทรวงมหาดไทย หลังจากว่างเว้นการให้บริการประชาชนไปเกือบ 2 ปี โดยสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่นี้ มีจุดแตกต่างจากเวอร์ชั่นแรก คือ เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ด้านหลังไม่มีแถบแม่เหล็ก และที่สำคัญ คือ มุมบนซ้ายของด้านหน้าบัตรมีตราครุฑที่เป็นสัญลักษณ์ของทางราชการ แตกต่างจากล็อตแรกที่ไม่มีในจุดนี้

ได้แต่หวังว่า จากนี้ไป บทเรียนของปัญหาทั้งหมดจะถูกผู้เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขและปรับปรุงใด้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้การจัดทำสมาร์ทการ์ดให้แก่ประชาชนต้องสะดุดหยุดลงอีก นอกจากนั้น ในส่วนของเทคโนโลยี คุณสมบัติและความสามารถของบัตรที่มีอยู่ก็น่าจะถึงเวลาถูกนำออกมาใช้ให้คุ้มค่าคุ้มราคา กับเงินจำนวนไม่น้อยที่ต้องจ่าย เงินซื้อจากต่างประเทศเสียที ไม่เช่นนั้นแล้ว สมาร์ทการ์ดก็แทบไม่ต่างอะไรจากบัตรพลาสติกธรรมดา...

ณัฐพล ทองใบใหญ่
itdigest@thairath.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:14:32 น.  

 
*โครงการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์โลกของประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๑

๑. ความเป็นมา

๑.๑ สมาพันธ์นักสังคมสงเคราะห์ระหว่างประเทศ (International Federation of Social Workers) กำหนดให้วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑ เป็นวันสังคมสงเคราะห์โลก (World Social Work Day ๒๐๐๘) ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ ๒ และได้เชิญชวนองค์กรสมาชิกในประเทศต่างๆ จัดกิจกรรมตามความพร้อมและความเหมาะสม โดยกำหนดหัวข้อการจัดงานในปีนี้ว่า "Making a World of Difference" "มาร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขในโลกแห่งความหลากหลาย"

๑.๒ ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการโดยมีการจัดตั้งกรมประชาสงเคราะห์ เมื่อปี พ.ศ 2483 จัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 จัดตั้งสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 จัดตั้งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2503 พีแตหงคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2497 มีการจัดตั้งสมาคม ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ เรียกว่า นักสังคมสงเคราะห์ Social Worker เป็นวิชาชีพที่มีกฎหมายวิชาชีพรองรับ ปัจจุบันประเทศไทยมีการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งในหน่วยงานภาครัฐบาล องค์การเอกชนและองค์การระหว่างประเทศ และมีพระราชบัญญัติรองรับการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพอย่างน้อย 8 ฉบับ

๑.๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2551 ที่ประชุมเห็นสมควรกำหนดให้มีการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์โลกของประเทศไทย ปี ๒๕๕๑ เนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์โลก ครั้งที่ 2 โดยกำหนดหัวข้อการจัดงาน "มาร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขในโลกแห่งความหลากหลาย"

๒. วัตถุประสงค์

๒.๑ เพื่อเชิญชวนนักสังคมสงเคราะห์ หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนสาธารณชนทั่วไป "มาร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขในโลกแห่งความหลากหลาย"

๒.๒ เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้าน สังคมสงเคราะห์ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ สวัสดิการสังคม และพัฒนาสังคม

๒.๓ เพื่อเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์โลก

๒.๔ เพื่อเผยแพร่งานวันสังคมสงเคราะห์โลกของประเทศไทย ปี 2551 ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสาธารณชนทราบ

๓. กิจกรรม

กิจกรรมงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี ๒๕๕๐ ประกอบด้วย

๓.๑ การจัดทำโปสเตอร์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสิ่งพิมพ์สื่อหนังสือพิมพ์และวิทยุในงานวันสังคมสงเคราะห์โลก

๓.๒ การจัดทำโปรแกรมเพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถลงทะเบียนตามกฎหมายส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ทางเว็บไซต์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

๓.๓ การจัดประชุมวิชาการนักสังคมสงเคราะห์ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1 เรื่อง "มาร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขในโลกแห่งความหลากหลาย"

๓.๔ ขอความร่วมมือสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการเผยแพร่ข้อมูลการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก ปี 2551 ในการประชุมการสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ เรื่อง "องค์การสวัสดิการสังคมกับความมั่นคงของชาติ" ในวันที่ 24 เมษายน 2551 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร

๓.๕ การเชิญชวนส่วนราชการ เอกชน อาสาสมัคร ตลอดจนประชาชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมวันสังคมสงเคราะห์โลกของประเทศไทย ปี 2551

๔. วัน เวลา สถานที่

1. กิจกรรมรณรงค์เผยแพร่และลงทะเบียนนักสังคมสงเคราะห์ วันอังคารที่ 15 เมษายน 2551

2. กิจกรรมประชุมวิชาการนักสังคมสงเคราะห์ทั่วประเทศ วันศุกร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ โรงแรมมิราเคล กรุงเทพมหานคร

๕. ผู้เข้าร่วมงาน
รวม ๕๐๐ คน

๕.๑ นักสังคมสงเคราะห์ทั้งในส่วนราชการและเอกชนส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน ๓๐๐ คน
๕.๒ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ อาสาสมัคร สื่อมวลชน และผู้สนใจทั่วไป จำนวน ๒๐๐ คน

๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

๗. งบประมาณ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๘.๑ ทำให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก ประจำปี 2551

๘.๒ ทำให้นักสังคมสงเคราะห์ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้าน สังคมสงเคราะห์ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ สวัสดิการสังคม และพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน

๘.๒ ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์โลก

๘.๓ ทำให้สาธารณชนทราบเกี่ยวกับงานวันสังคมสงเคราะห์โลกของประเทศไทย ปี 2551 อย่างทั่วถึง และมีส่วนร่วมในการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์โลก


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:14:47 น.  

 
*ชื่องาน: THAILAND FOOD BUSINESS FORUM

วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551
เวลา: 09.00 – 13.00 น.
สถานที่: ห้องวอเตอร์เกท เอ-บี ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท (ถนนเพชรบุรีตัดใหม่)
รายละเอียด: บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แผนกเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล บริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุด ในโลก ขอเชิญท่านเข้าร่วมงาน Thailand Food Business Forum ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “Leveraging Competitive Advantage in Hospitality Industry Through Value Adding” งานเดียวที่ท่านจะได้ค้นพบ เคล็ดลับความสำเร็จในการบริหารจัดการธุรกิจอาหารให้ประสบความสำเร็จท่ามกลางสภาวะการแข่งขัน ในอุตสาหกรรมที่รุนแรงและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจากผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ ได้แก่
- มิส เวโรนิค ครีมาเดส ผู้อำนวยการแผนกเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
- ดร. เหลียน เวน-ซือ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Culinary Product) ศูนย์วิจัยและพัฒนาเนสท์เล่ ประเทศสิงคโปร์
- มิสเตอร์ ซานโจก มอดกริล ประธานสมาคมอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย
- อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย
- มิสเตอร์แฟบรีซ แดนเนียล ผู้อำนวยการด้านเทคนิคและผู้สอนทำอาหารของสถาบัน Le Cordon Bleu Dusit School in Bangkok
- มิสเตอร์ห ยง เป่ย รองประธานแผนก F&B โซฟิเทล เอเชีย แปซิฟิค
โดยท่านจะได้รับฟังการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ ดังนี้
ภาพรวมสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารโลก
การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย
การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมเพื่อรับมือกับภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น
แนวโน้มโภชนาการอาหารและโอกาสด้านการแข่งขัน
& nbsp; การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมใหม่
นอกจากนี้ ภายในงาน ท่านจะได้พบกับนวัตกรรมใหม่จากเนสท์เล่และการสาธิตการทำอาหารจาก เชฟ เอริค โลว์ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาของเนสท์เล่ ประเทศสิงคโปร์ และ เชฟ ชุมพล แจ้งไพร
ผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาสามารถสำรองที่นั่ง (จำนวนจำกัด) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ คุณรัชนีวรรณ เกิดจำรูญ โทรศัพท์หมายเลข 02-940-9079 หรือ อีเมล์ rg.spotmark@gmail.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:
คุณฑิตยา นาคทอง 086-310-7287และ คุณทิตยา เชื่อมสุวรรณ 085-1507790




*เหตุเกิดที่ 212 cafe ผู้ให้บริการเว็บพึงสังวร

คอลัมน์ webbiz

โดย siripong@kidtalentz.com

เมื่อเร็วๆ นี้หนังสือพิมพ์ในบ้านเราหลายฉบับลงข่าวการจับกุมผู้ให้บริการเว็บไซต์ 212 cafe ภายใต้ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นการจับกุมผู้ให้บริการเว็บไซต์รายแรกด้วยกฎหมายฉบับนี้ด้วยข้อหา

"เป็นผู้ให้บริการจงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้, จงใจสนับสนุน หรือยินยอมให้มีการเผยแพร่หรือ ส่งต่อข้อมูลที่มีลักษณะลามกในระบบ คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน และเพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือแสดงอวดแก่ประชาชน ทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งภาพลามก ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

ปัญหาเกิดจากผู้ใช้บริการเว็บไซต์แห่งนี้คนหนึ่งนำเอาวิดีโอคลิปร่วมรักกับอดีตแฟนไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับแฟนเก่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการสอบสวนแล้วใช้กระบวนการทางกฎหมายตามขั้นตอนดำเนินคดีกับผู้ให้บริการเว็บไซต์ ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปโป๊ ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าถูกจับกุมดำเนินคดีแต่อย่างใด

เป็นเรื่องพึงสังวรสำหรับผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่จะต้องรู้ว่ากฎหมายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นมีผลบังคับใช้แล้ว และโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ต้องหามีอยู่ทุกวินาที แม้จะเป็นโทษสถานเบาอย่างในกรณี 212 cafe แต่เจ้าของเว็บก็ต้องไปนอนซังเตอยู่หนึ่งคืนเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอมให้ประกันตัวในตอนแรก และยังจะต้องต่อสู้กันทางกฎหมายไปอีกนาน

212 cafe เป็นเว็บไซต์ที่เจ้าของเก่าสร้างชื่อในทางเสียหายไว้เป็นอันมาก แต่ก็ไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้คนในแวดวงละเลยสาระสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้น

ด้านหนึ่งนี่เป็นการป้องปรามผู้ให้บริการเว็บไซต์ต้องระมัดระวังและรอบคอบในการดูแลพื้นที่ของตัวเอง เพราะมีกฎหมายที่จำเป็นต้องรู้ว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบ ในอีกด้านหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนก็คือคลิปโป๊หรือเนื้อหาใดๆ ก็ตามซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจจะมาจากใครก็ตามที่ไม่ประสงค์ดีต่อเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ ก็ได้

คุยกันเล่นๆ ในหมู่ผู้ดูแลเว็บไซต์ว่า หากอยากให้ปิดเว็บไซต์ไหนหรือให้เจ้าของเว็บโดนจับ ก็โหลดคลิปโป๊เข้าไปสักคลิป แล้วให้ใครแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

มาตรฐานการปฏิบัติที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สมควรนำมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อไม่ให้จุดอ่อนที่มีอยู่ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งใครต่อใครง่ายๆ หรือใช้เป็นเครื่องมือในการหา รายได้พิเศษ ตลอดจนไม่ให้มันถูกนำไปใช้ในช่วงเทศกาลสร้างผลงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะใช้กฎหมายให้ตรงตามเจตนารมณ์ของมัน

เรากำลังก้าวเข้าสู่อินเทอร์เน็ตยุคที่ "เนื้อหาเกิดจากผู้ใช้งาน" ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันทั่วโลก ผู้ให้บริการจำเป็นจะต้องหาวิธีดูแลเนื้อหาจากผู้ใช้ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังจะมีผลบังคับใช้จริงเร็วๆ นี้ภายใต้ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็คือการที่ผู้ให้บริการต้องเก็บบันทึกการเข้าใช้งานของผู้ใช้บริการ หรือ log file ซึ่งมีจุดอ่อนให้ถูกนำไปเป็นเครื่องมือทำมาหากินหรือกลั่นแกล้งโดยง่าย เมื่อถูกขอดูและไม่มีให้ก็จะกลายเป็นความผิดทันที

ในเบื้องต้นที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือผู้ให้บริการไม่ว่าใหญ่หรือเล็กจะต้องระมัดระวังเอาไว้ก่อน

หน้า 28


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:15:06 น.  

 
*Disability Film Festival & Seminar 2008

โดย : นิตยสาร BIOSCOPE เมื่อ : 10/06/2008 08:21 AM
แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย
นิตยสาร BIOSCOPE และภาคีเครือข่ายฯ

ขอเชิญร่วมงาน

Disability Film Festival & Seminar 2008
เทศกาลภาพยนตร์และการสัมมนาเรื่องความพิการ 2008


ในงานพบกับ

+ 5 หนังสั้นเข้ารอบสุดท้าย จากการประกวดหนังสั้น หัวข้อ ความพิการ
+ 5 สุดยอดหนังนานาชาติ ที่เล่าเรื่องความพิการทั้งบันเทิงและบันดาลใจ
+ สัมมนาเชิงวิชาการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องคนพิการ
+ นิทรรศการ งานวิจัย จำหน่ายสินค้า จากคนพิการ
และกิจกรรมแสดงความสามารถของคนพิการ อีกมากมาย

วันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 - 19.00 น.
ณ Hall โรงแรม Centara Grand และห้อง Lotus Suite 1-7 ชั้น 22 เซ็นทรัลเวิลด์

ชวนดูหนังดี หาดูฟรีที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!!!
- In the land of the Deaf :สารคดีเกี่ยวกับเด็กหูหนวก
- Music Within : หนังที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้พิการทางการได้ยิน
- Emmanuel’s Gift : สารคดีของคนขาพิการที่ปั่นจักรยาน
- Every Little Thing : สารคดีการรักษาผู้พิการทางจิตด้วยศิลปะ

*หนังทุกเรื่องมีซับไตเติ้ลภาษาไทย
*ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ฟรี!!! ตลอดงาน

รายละเอียด กิจกรรม ทั้ง 2 วัน

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2551
10.00 พิธีเปิด
10.30 พิธีมอบรางวัลหนังสั้นความพิการที่ชนะเลิศ (Disability Film Award)
11.00 ฉายหนังทั้ง 5 เรื่องที่ผ่านการประกวด Disability Film Award
สัมมนาวิชาการ โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้ (ตั้งแต่เวลา 13.30 เป็นต้นไป เริ่มพร้อมกัน แต่แยกเป็นห้อง)
- ศาสนาพุทธกับความพิการ
- การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ
- พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ฉายภาพยนตร์นานาชาติ เกี่ยวกับความพิการ (ตั้งแต่เวลา 13.30 ณ ห้องฉายภาพยนตร์)
- Music Within
- Emmanuel's Gift


วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551
สัมมนาวิชาการ (ตั้งแต่ 10.00 เป็นต้นไป)
- ชุมชนแห่งการฟื้นฟูกับภูมิปัญญาปฏิบัติ
- กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
- ระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
ฉายภาพยนตร์นานาชาติ ตั้งแต่เวลา 10.00 ณ ห้อง ฉายภาพยนตร์
- Every Little Thing
- In The Land of The Deaf
- และ ปิดท้ายด้วย ภาพยนตร์เรื่องพิเศษหาชมยากสำหรับงานนี้เท่านั้น (อยากรู้ต้องมาดู)


ผู้ที่สนใจ กรุณาลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและอาหารว่างในวันงาน โดยส่งชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มาที่ fuse.bioscope@gmail.com ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2551

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่http://www.bioscopemagazine.com หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 02-541-5318 ต่อ 13 ขอสายคุณแอ็ค ในเวลาราชการนะจ๊ะ





*กฤษฎีกาผ่านร่างกม.จัดสรรคลื่น ให้อำนาจครม.คัด10อรหันต์คุม"วิทยุ-ทีวี-สื่อสาร"

ประชาชาติออนไลน์ - วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4008 (3208)

กฤษฎีกาผ่าน กม.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่คุม "วิทยุ-ทีวี-โทรคมนาคม" แล้ว "รมต.ไอซีที" เดินหน้าเต็มสูบ ชงเรื่องให้ "ครม." พิจารณาภายใน 10 มิ.ย.นี้ ชำแหละร่างฉบับใหม่ โยกอำนาจฝ่ายการเมืองคัดเลือก "กรรมการ" แถมไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ทั้งเปิดทางอดีตอรหันต์ "กทช." ลงสมัครได้ "รมต.ไอซีที" ลั่นไม่เกิน 18 ส.ค.2551 ประกาศใช้เป็น กม.ได้แน่-ก่อน สิ้นปีได้ตัวกรรมการ กสช.

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ...(กสช.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้กระทรวงไอซีทีจะนำ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนเสนอรัฐสภาพิจารณาในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญที่จะมีขึ้นประมาณวันที่ 9 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทันประกาศใช้เป็นกฎหมายภายในวันที่ 18 ส.ค.2551 ซึ่งตามที่รัฐธรรมนูญขีดเส้นตายไว้ให้ต้องประกาศใช้ภายใน 180 วัน หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

หลังจากนี้จะนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวส่งให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงศึกษาก่อนผลักดันให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในวันอังคารที่ 10 มิ.ย.2551 เพื่อให้ความเห็นชอบนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป หากรัฐสภาเห็นชอบให้ ครม.มีอำนาจคัดเลือก กสช. ภายในสิ้นปีนี้จะมีคณะกรรมการ กสช.ที่พร้อมทำหน้าที่ได้ทันที

ด้านนายภูวเดช อินทวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กระทรวงไอซีทีสรุปประเด็นสำคัญของร่าง พ.ร.บ. และประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เตรียมส่งให้ ครม. และสมาชิกรัฐสภาพิจารณาแล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายศึกษา และร่วมกันผลักดันให้มีการประกาศใช้ร่างดังกล่าวได้ทันเวลา หากสมาชิกทุกฝ่ายเห็นชอบก็ไม่จำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา แต่เป็นการพิจารณาแบบผ่าน 3 วาระรวด ทำให้สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กสช. หรือเดิมใช้ชื่อย่อว่า "กสทช." ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ ได้มีการเพิ่มคณะกรรมการ กสช. จากเดิมกำหนดไว้ 9 คน เป็น 10 คน โดยเพิ่มกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ขึ้นมาด้านละ 1 คน เท่ากับคณะกรรมการ กสช.ประกอบด้วย กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุกระจายเสียง 2 คน กิจการโทรทัศน์ 2 คน โทรคมนาคม 3 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ หรือการคุ้มครอง ผู้บริโภค 3 คน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้เกิดการครอบงำระหว่างกัน

นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเป็นคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีสิทธิรับการสรรหาเป็นกรรมการ กสช.ได้ แต่ห้ามบุคคลที่เคยถูกพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดใดๆ ยกเว้นเป็นความผิดลหุโทษ กระทำโดยประมาท หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท จากเดิมที่ห้ามเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต หรือความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคม

ส่วนการสรรหาคณะกรรมการ กสช. แต่เดิมกำหนดให้วุฒิสภาเป็นผู้คัดเลือกจาก 20 รายชื่อที่องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการศึกษาเสนอ และร่วมกันประชุมคัดเลือกมา แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) คัดเลือก โดยรายชื่อดังกล่าวได้มาโดยการให้ประกาศให้องค์กรหรือสถาบันวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเสนอรายชื่อเข้ามาตามเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อจะคัดเลือกกันเองให้เหลือผู้ที่ สมควรเป็นกรรมการ เมื่อคัดเลือกได้แล้วให้เลขาธิการ กสช. (กทช.) เสนอรายชื่อพร้อมข้อเสนอแนะต่อ รมว.ไอซีที เพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาคัคเลือก

และผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการจะประชุมร่วมกันเพื่อคัดเลือกผู้ที่สมควรเป็นประธานกรรมการ 1 คน และรองประธานกรรมการ 2 คน

ขณะเดียวกัน ยังตัดบทบัญญัติที่กำหนดให้ผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมีสิทธิฟ้องศาลปกครองได้ แต่ไม่เป็นเหตุให้การคัดเลือกคณะกรรมการต้องระงับ และรับรองให้การกระทำใดๆ ก่อนศาลวินิจฉัยถึงที่สุด ให้มีผลใช้ได้

สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของ กสช.ที่กำหนดไว้ 6 ปี และเป็นได้เพียงครั้งเดียวนั้น ได้ปรับแก้ให้มีการยกเว้นให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทดแทนที่มีวาระเหลือไม่ถึง 3 ปี มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งอีกวาระได้เพื่อป้องกันปัญหาไม่มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกแทนกรรมการเดิมที่พ้นสภาพไป นอกจากนั้นยังตัดข้อกำหนดที่ระบุให้กรรมการ กสช.ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกไปเนื่องจากอาจเป็นการบังคับเกินจำเป็น

บทบัญญัติที่เพิ่มขึ้นก็มีเช่นกัน ส่วนใหญ่เน้นการกำหนดมาตรการให้มีการกระจายบริการด้านโทรคมนาคมให้ทั่วถึง และเท่าเทียม การกำหนดให้ กสช.คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ ภาระของผู้บริโภค การจัดสรรทรัพยากรให้คุ้มค่า กำหนดอัตราค่าใช้ หรือเชื่อมต่อโครงข่าย ค่าธรรมเนียมใดๆ การกำหนดให้ กสช.ต้องระบุเวลาในการปฏิบัติงานให้เสร็จ และต้องชดใช้ค่าเสียหายหากปฏิบัติงานล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร รวมถึงกำหนดให้มีแผนการดำเนินงานประจำปีที่สอดคล้องกับนโยบายที่ ครม.แถลงต่อรัฐสภา ต่างจากเดิมที่กำหนดให้ทำแผนตามที่ ครม.กำหนด และมีกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ประสานงาน

ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังตัดโทษจำคุก 3 ปี หากคณะกรรมการ กสช.ออกใบอนุญาตโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติในกฎหมายนี้ เหลือแค่โทษจากการปล่อยให้มีการใช้คลื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทั้งให้ กสช.มีหน้าที่สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นรวมตัวกันประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ โดยไม่แสวงหากำไร แต่อาจกำหนดให้รายได้ที่เกิดขึ้นตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของกิจการ ต่างจากร่างเดิมที่กำหนดให้รายได้ตกเป็นของชุมชนนั้นโดยตรง

ส่วนโครงสร้างของ กสช. นอกจากจะมีคณะกรรมการชุดใหญ่แล้วยังมีคณะกรรมการด้านกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ (กกสท.) ประธาน 1 คน รองประธาน 3 คน กรรมการไม่เกิน 3 คน และคณะกรรมการด้านกิจการโทรคมนาคม (กกทค.) มีประธาน และรองประธาน 2 คน กรรมการ 2 คน โดยทำงานภายใต้ กสช. ซึ่งการเลือกประธานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะเลือกจากรองประธานกรรมการ กสช. ขณะเดียวกัน ก็ตัดบทบัญญัติเกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งของเลขาธิการ กสช. โดยการถอดถอนของวุฒิสภา ตามที่ร่างเดิมเคยระบุไว้ออก แต่กำหนดให้ กทช.ชุดปัจจุบันรักษาการตาม พ.ร.บ.นี้ จนกว่าจะมี กสช.

หน้า 28


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:15:26 น.  

 
*ประชุมระดมสมองในหัวข้อ - อย่างไรจึงจะเรียกว่าสารคดีเชิงวรรณศิลป์

โดย : สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อ : 22/06/2008 01:11 PM ด้วยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญนักเขียนสารคดีและนักวิชาการทางวรรณกรรมเข้าร่วมประชุมระดมสมองในหัวข้อ “อย่างไรจึงจะเรียกว่าสารคดีเชิงวรรณศิลป์” เพื่อเป็นการเตรียมการสำหรับการเปิดรับงานประเภทสารคดีเชิงวรรณศิลป์ เข้าเป็นประเภทหนึ่งในการประกวดวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)

ในวันจันทร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ น.-๑๖.๐๐ น. ณ ห้อง Embassy Room โรงแรมโอเรียนเต็ล ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย : 02 910-9565 สำรองที่นั่ง สราวุธ / 084 015-8534




*ATSI ดัน Thai Software Business Matching เปิดตลาดซอฟต์แวร์สายเลือดไทย!

ได้ฤกษ์รันโครงการ Buy Thai First อย่างเป็นทางการ ซึ่งครั้งนี้นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย นายสมเกียรติ อึงอารี เดินหน้านำทัพสร้างตลาดซอฟต์แวร์ไทยขนาดย่อม ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Thai Software Business Matching” การจับคู่ทางธุรกิจที่นำผู้ประกอบการซอฟต์แวร์กว่า 20 บริษัท มาพบกับผู้ซื้อในแวดวงไอทีจากหลากหลายหน่วยงาน ภายใต้แนวความคิด “มองหาซอฟต์แวร์ มองหาตราสัญลักษณ์ Thailand Software Yes” สำหรับกิจกรรม Thai Software Business Matching ครั้งที่ 1 จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2551 เวลา 8.30 – 12.00 น. ณ ห้องพาโนรามา I โรงแรมดิเอ็มเมอรัลด์ ซึ่งนอกจากจะมีการนำเสนอซอฟต์แวร์จากบริษัทที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Software Yes แล้ว ภายในงานยังมีการสัมนาในหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจจากตัวแทนองค์กรชั้นนำมากมายอีกด้วย

รายละเอียดกิจกรรม

08.30-09.00 ลงทะเบียน
09.15-09.35 เพิ่มศักยภาพบุคคลากรด้วยซอฟต์แวร์บริหารงานบุคคลอัจฉริยะ
09.35-09.55 สร้างสรรค์งาน HR อย่างครบวงจรด้วยโปรแกรม HRM
09.55-10.15 ระบบบัญชีเงินเดือนอัจฉริยะกับ PayDay
09.55-10.16 การเพิ่มศักยภาพการบริหารงานบุคคลากร ภายใต้ระบบสารสนเทศ
10.35-11.15 รับประทานอาหารว่าง และเยี่ยมชมบูท
11.15-11.35 Window automotive hire purchase & mobile application
11.35-11.55 บริหารร้านอาหารและสปาอย่างเหนือชั้นและครบวงจร
11.55-12.15 One Stop Service POS Solutions

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณปาณิสรา โทร 02 694 6500 ต่อ 108 อีเมลล์ buythaifirst@perfectconnection.co.th , เว็บไซต์ http://www.buythaifirst.com




*งานลอยอังคารสู่ธารา รับขวัญปลาสู่แม่มูน (ลอยอังคาร พี่มด,พี่ปุ๋ยและน้องลำน้ำ)

ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน บ้านน้ำสร้าง ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

วัตถุประสงค์ของงาน
เพื่อนำอังคารของผู้วายชนม์คืนสู่ลำน้ำมูล
เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทั้ง 3 ท่าน
เพื่อเป็นการรณรงค์เผยแพร่เจตนารมณ์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมปกป้องสิทธิชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่นของผู้วายชนม์

รูปแบบงาน

1. พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เวทีชาวบ้านและการประกาศเจตนารมณ์

กำหนดการนักข่าวลงพื้นที่ปากมูนช่วงเปิดประตูน้ำทั้ง๘บาน

๐๗.๐๐น.-๐๘.๓๐น. - รับนักข่าว รับประทานอาหารเช้าในเมือง
๐๙.๐๐น.-๐๙.๓๐น. - แนะนำภาพรวมวิถีชีวิตการหาปลาของชาวบ้าน (พ่อสมเกียรติ พ้นภัย)
๐๙.๓๐น.-๑๑.๐๐ น. - ดูวิถีชีวิตชาวบ้านหาปลาเหนือเขื่อน บ้านหนองโพธิ์
๑๑.๓๐น.- ๑๓.๓๐ น. - รับประทานอาหารเที่ยง(อาหารปลาจากแม่น้ำ และผักปลอด สารพิษ) และดูวิถีชีวิตชาวบ้านหาปลาเหนือเขื่อน บ้านวังสะแบงใต้

๑๔.๐๐น. -๑๕. ๓๐ น. - ล่องเรือดูการหาปลาท้ายเขื่อน ล่องจากปากลำน้ำโดมน้อย บริเวณเหนือเขื่อน ถึงปากน้ำมูน (แม่น้ำโขง)

กำหนดการงานลอยอังคารสู่ธารา รับขวัญปลาสู่แม่มูน

วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ณ ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน และริมแม่น้ำมูน
๐๗ .๐๐น. - ๑๐.๓๐ น. - เวทีรำลึกบทเรียนและวีรภาพของอาจารย์วนิดา และอาจารย์นันทโชติ กับภารกิจต่อไปของขบวนการชาวบ้าน โดยตัวแทนชาวบ้านทุกเครือข่าย และผู้เข้าร่วมงาน

๑๑.๐๐น.- ๑๒.๐๐ น - ถวายภัตรตาหารเพล พระภิกษุ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทั้ง 3 ท่าน

๑๒.๐๐น.- ๑๓.๐๐ น - รับประทานอาหารร่วมกัน

๑๓.๐๐น.- ๑๔.๓๐ น - เวที เสวนาบทเรียนแห่งชีวิตกับภารกิจต่อไป โดย อ.บัณฑร อ่อนดำ, พ่อใหญ่พรม และตัวแทนสมัชชาคนจน สรุปปิด โดยบำรุง บุญปัญญา

๑๔.๓๐น.น - เคลื่อนขบวนออกจากศูนย์ไทบ้านสู่ริมฝั่งน้ำมูน เพื่อ ลอยอังคารและ ประกาศเจตนารมณ์

ประสานงาน : 02 2247838 – 9 , 081 5648397


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:15:45 น.  

 
*องค์การแพธ จัดพิธีเปิดโครงการ เลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค”

โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ องค์การแพธ (PATH) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร แผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน (เด็กพลัส) สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนเชิญท่านร่วมพิธีเปิดตัวโครงการ เลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค” ในวันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.30-13.00 น. ณ ห้องเพชรไพลิน (ชั้น 11) โรงแรมวิเซอร์ ถ.สุขุมวิท 20 กรุงเทพฯ (กำหนดการดังแนบ) โดยมี นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สปสช. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

โครงการ เลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์สำหรับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 14-25 ปี ที่ใช้ชีวิตกลางคืน หรือมีวิถีชีวิตที่เสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาด้านสุขภาพทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณณัฐดนัย ยุวบูรณ์ โทร. 02-204-8227 หรือ 081-811-7396




*“มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม”

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2551
เวลา 13.30 น.
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดงานสัมมนาระดมความคิดเห็น ภายใต้โครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร ในหัวข้อเรื่อง “มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม” ณ ห้องประชุมสมานฉันท์ ชั้น 3 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ราษฎร์บูรณะ




*เสวนาเรื่องพัฒนาคุณภาพคนโดยการให้โอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ

26 มิ.ย. 51.- ประธานอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาสังคม ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เตรียมจัดเสวนา เรื่องพัฒนาคุณภาพคนโดยการให้โอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ หวังกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดทิศทางที่ชัดเจนเพื่อพัฒนาคุณภาพของคนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 ก.ค. นี้

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาสังคม ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เปิดเผยถึงโครงการจัดเสวนา เรื่องพัฒนาคุณภาพคนโดยการให้โอกาสเรียนรู้ (Live Long Learning) ว่า ที่ผ่านมาการเสริมสร้างและพัฒนาฐานรากของสังคมให้เข้มแข็งมีคุณภาพและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากยังขาดภูมิคุ้มกันและไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากกระแสโลกาภิวัตน์และเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งขาดโอกาสในการเข้าถึงและไม่ได้รับการคุ้มครองจากหลักประกันความมั่นคงทางสังคมที่มีอยู่ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการสร้างกระบวนการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต จึงต้องเริ่มจากการใช้จุดแข็งในสังคม คณะกมธ.จึงได้จัดเสวนาขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันให้มีการพัฒนาคุณภาพคนโดยการให้โอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (Live Long Learning)

ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการพัฒนาสังคม กล่าวด้วยว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้มีทั้งนักวิชการจากสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การจัดสัมมนา จะมีขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 ระหว่างเวลา 14.00 น. – 17.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 309 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เชิญชวนประชาชนใช้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

26 มิ.ย.51 - ประธานกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เชิญชวนประชาชนใช้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเผยปีงบประมาณ ที่ผ่านมามีผู้สนใจขอรับบริการแล้วกว่า 8 พันราย

นางอุมาสีว์ สะอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านต่าง ๆ ของ สำนักงานแก่ประชาชน เช่น รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่พิจารณาพระราชบัญญัติต่างๆ ญัตติ กระทู้ถาม หรือแม้กระทั่งเทปบันทึกเสียงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นต้น

รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2550 ที่ผ่านมาศูนย์ดังกล่าวได้ให้บริการประชาชน แล้วทั้งสิ้น 8,560 ราย ทั้งนี้หากมีประชาชนท่านใดที่มีความสนใจขอรับบริการสามารถแจ้งความจำนงในการขอรับบริการขอข้อมูลจากศูนย์บริการฯ ได้ หลายช่องทางอาทิ ส่งจดหมายมายังศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถ.อู่ทองใน เขตดุสิต กทม. 10300 หรือ ทางเว็บไซด์ http://www.parliament.go.th หรือเดินทางมาขอรับบริการได้โดยตรงที่ศูนย์ฯ ณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถ.ประดิพัทธ์ กรุงเทพมหานคร


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:16:05 น.  

 
*ทำไมทักษิณ จึงบอกว่า หลังวันที่ 2 ก.ค. บ้านเมืองจะคลี่คลาย

ทำไมทักษิณ จึงบอกว่า หลังวันที่ 2 ก.ค. บ้านเมืองจะคลี่คลาย
1) วันที่ 17 มิ.ย. ครม มีมติอนุมัติให้ รมว ต่างประเทศลงนามรับรองแผนที่กรณีเขาพระวิหารจัดทำโดยเขมร เป็นเขตแดนของเขมร
2) วันที่ 23 มิ.ย. รมว ต่างประเทศลงนามรับรองแผนที่จัดทำโดยเขมรเป็นเขตแดนของเขมร
3) วันที่ 31 มิ.ย. คตส. จะหมดอายุการทำงาน
4) วันที่ 1 ก.ค. คนหน้าเหลี่ยมลงนามข้อตกลงรับสัมปทานแหล่งน้ำมัน/แก๊ส ในอ่าวไทยแต่ผู้เดียว และลงนามสัญญาสัมปทานจัดตั้งกาซิโนบนเกาะกง ฯลฯ
5) วันที่ 2 ก.ค. มูลค่าทรัพย์สินของคนหน้าเหลี่ยม เพิ่มขึ้นทันที อีก 2 ล้านล้านบาทไทย

เมื่อถึงวันที่ 2 ก.ค. มูลค่าทรัพย์สินเพิ่ม 2 ล้านล้านบาท ทุกอย่างเรียบร้อย

โอเคมั้ยลา




*ฝึก Drawing คือ ฝึกจิต

คอลัมน์ อาทิตย์เที่ยงวัน

โดย เชตวัน เตือประโคน


*ได้สิ่งที่ศิลปินท่านหนึ่งสรุป หากมีใครสงสัยว่า การนั่งหลังขดหลังแข็ง ลากปลายดินสอ ปลายปากกา ปลายพู่กัน ไป-มา ซ้ำๆ เดิมๆ จนก่อเกิดภาพเขียนนั้นมันเพื่ออะไร

ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก็พัฒนาไปไกล อยากได้รูปภาพชนิดไหน ก็สามารถเสกสรรค์ปั้นแต่งได้ไม่ยาก ถ่ายภาพเสร็จ โหลดลงเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดโปรแกรมโฟโต้ช็อป ลากเม้าส์ไปมา 2-3 ที คลิกโน่นคลิกนี่ก็ได้ภาพดั่งใจแล้ว

ทว่า เราหลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า? สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถตอบสนองเราได้ทั้งหมดคือ ความเป็นมนุษย์

มนุษย์ผู้มีใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ซึ่งสิ่งนี้นี่เองที่การเขียนภาพด้วยมือ สามารถเป็นพาหนะ พาเราให้เดินทางไปถึงปลายทางของความเป็นมนุษย์ที่แท้ได้ ด้วยการจดจ่ออยู่กับมัน

ผมมีโอกาสได้ไปชมงานศิลปะของ 4 พี่น้องตระกูลเถาทอง ซึ่งจัดแสดงที่หอศิลป์สิริกิติ์ เดินชื่นชมผลงานของศิลปินแต่ละท่านเนิ่นนาน เพ่งมองด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า เขาต้องการสื่ออะไร คาดเดาเอาเองจากประสบการณ์ส่วนตนที่พอมี ผิดบ้างถูกบ้างคิดว่าคงไม่เป็นไร

"แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือความอิ่มอกอิ่มใจ จากพลังของภาพเขียนแต่ละภาพ หรือผลงานแต่ละชิ้น"

ตรงมุมหนึ่งของการจัดแสดง สุวิชาญ เถาทอง ได้สรุปบทเรียนซึ่งมาจากประสบการณ์การทำงานศิลปะของเขาออกมาเป็นข้อๆ ประมวลจากสิ่งที่เขาค้นพบโดยบังเอิญ และทดลองฝึกทำมาตลอด จนเกิดผลดีกับจิตใจตน ตั้งแต่ปี 2516-ปัจจุบัน โดยพูดถึงประโยชน์ของการเขียนภาพแบบลายเส้น (Drawing) ซึ่งเป็นงานที่เขาถนัด

เขาบอกว่า การฝึกฝน Drawing ด้วยปากกา ดินสอบนกระดาษ มีผลทำให้เกิดประโยชน์ใน 2 รูปแบบ คือ 1.ประโยชน์ขณะฝึก และ 2.เมื่อฝึกฝนไปแล้วนานๆ

ขณะฝึก Drawing นั้น สุวิชาญบอกว่าจะให้ประโยชน์ 1.จิตจะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ 2.จิตจะลืมเวลาในช่วงขณะนั้น 3.จิตจะลืมเหตุการณ์รอบข้างในช่วงขณะนั้น 4.จิตจะเกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งของตนเองและคนอื่น 5.จิตจะเกิดความเข้าใจในปัญหาและวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ได้ 6.จิตจะเกิดความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะของตนและคนอื่น และ 7.(ข้อสุดท้าย ผู้เขียนของดคำเฉลยเพื่อความเหมาะสมบางประการ)

เข้าใจว่า ในข้อสุดท้ายนี้แต่ละคนอาจค้นพบอะไรที่แตกต่างกันออกไป

และสำหรับประโยชน์เมื่อฝึกฝน Drawing ไปนานๆ แล้ว สุวิชาญสรุปเอาไว้ว่าจะทำให้ "จิตจะเกิดพลัง" ดังนี้

1.สามารถนั่งอยู่เฉยๆ ได้เป็นเวลานาน 2.สามารถเพ่งพิจารณา หรือมองดู วัตถุสิ่งของต่างๆ ได้เป็นเวลานาน 3.สามารถนั่งทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน (เหมาะสำหรับคนที่มีสมาธิสั้น ซึ่งต่อไปในอนาคตจะมีคนสมาธิสั้น เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก เนื่องจากผลของความเจริญทางเทคโนโลยีสูงขึ้น) 4.เป็นคนช่างสังเกต ละเอียด พิถีพิถัน รอบคอบมากขึ้น 5.(ข้อสุดท้าย ผู้เขียนของดคำเฉลย เพื่อความเหมาะสมบางประการ)

เข้าใจว่า ความเหมาะสมบางประการนี้ บางทีอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนทั่วไปคิดว่า "เป็นไปไม่ได้" เช่น เช่นการใช้พลังจิตทำโน่นทำนี่ (ตรงนี้ผมสรุปเอาเอง)

ได้ลองนำเอาสิ่งที่ท่านศิลปินแนะนำไปปรับใช้

ผมลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้วลองพล็อตจุด อย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างเชื่องช้า ทีละจุดๆ กระทั่งก่อรูปร่างมาเป็นภาพภาพหนึ่งซึ่งอยู่ในหัวผมอยู่ก่อนแล้วว่าควรจะเป็นภาพอะไร หากแต่กว่าจะไปถึงปลายทาง (การได้ภาพมา) นี่สิ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน เปรียบไปก็ไม่ต่างกับการเข็นครกเหล็กขึ้นภูเขา

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ในขณะที่กำลังพล็อตจุดอย่างเชื่องช้านั้น คือการที่สภาวะจิตไม่วอกแวก คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ คล้ายตัดขาดจากโลกภายนอก คล้ายหลงลืมสิ่งรอบข้าง ประตูใจไม่เปิดรับรู้ ความทุกข์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้

มีแต่ความสุขขณะที่ใจจดจ่ออยู่กับภาพที่กำลังค่อยๆ ก่อตัว ถูกกักขังอยู่ในจิต จนปลาบปลื้ม ปีติสุข

คงจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปหากผมไม่นำสภาวะที่ผมประสบพบเจอมาบอกกล่าวต่อ

และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หากฝึกไปนานๆ สภาวะ "ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ" จะดำรงอยู่กับเราอย่างคงทน

"บางที ประโยชน์ข้อสุดท้ายที่ สุวิชาญ ของดคำเฉลยนั้น อาจเป็นสิ่งมีค่าที่สุดที่เราคิดไม่ถึงเลยก็เป็นได้"

หน้า 20


โดย: jenifaae วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:16:24 น.  

 
*สวนสุนันทา-สสวท.จัดประชุมไอที

น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทน ผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและ สสวท.จัดประชุม ATCM ครั้งที่ 13 (ATCM 2008) ระหว่างวันที่ 15-19 ธ.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย ครู และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเสริมสร้างการเรียนรู้ การสอน และการวิจัยทุกระดับ

น.ส.นารีกล่าวต่อว่า การวิจัยครั้งนี้ยังมีนักวิจัยและนักพัฒนาเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มานำเสนอผลของการใช้เทคโนโลยีในการวิจัยพื้นฐาน และการวิจัยการเรียนการสอนและแลกเปลี่ยนความคิดและสารสนเทศที่มีการพัฒนาล่าสุดเข้าร่วมด้วย โดยหัวข้อของการประชุมเป็นเรื่องการประยุกต์และประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวิจัยและการสอนคณิตศาสตร์ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ศึกษา คณิตศาสตร์ประยุกต์ สถิติ การประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์พลวัต เช่น The Geometer"s Sketchpad (GSP) Cabri 3 D, Maple, Autograph, CAS และซอฟต์แวร์อื่นๆ การประยุกต์ใช้เครื่องคำนวณเชิงกราฟ (Handheld Technology) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2244-8909 อีเมล์ atcm2008@ssru.ac.th





*ภาพลักษณ์พระพุทธเจ้าในสมัยวิกตอเรีย: กรณีศึกษากวีนิพนธ์ The Story of Gautama Buddha and His Creed: An Epic (1871) ของ Richard Phillips"

ณ ห้อง

203 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันจันทร์ที่

15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
กำหนดการ

13.00 – 13.30

น. ลงทะเบียนและรับประทานอาหารว่าง
13.30 – 13.45

น. ผศ. ดร. จาริต ติงศภัทิย์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปฯ กล่าวเปิดงาน
13.45 – 14.45

น. อ.วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์
และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นำเสนอผลงานวิจัย

เรื่อง

"ภาพลักษณ์พระพุทธเจ้าในสมัยวิกตอเรีย: กรณีศึกษากวีนิพนธ์
The Story of Gautama Buddha and His Creed: An Epic

(1871)
ของ

Richard Phillips"
14.45 – 15.15

น. ผศ. ดร. จาตุรี ติงศภัทิย์ ภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษร-
ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจารณ์ผลงานวิจัย

15.15 – 15.45

น. ถาม – ตอบ
15.45 – 16.00

น. ผศ. ดร. จาริต ติงศภัทิย์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปฯ กล่าวปิดงาน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใบตอบรับ

สัมมนานำเสนอผลงานวิจัย

เรื่อง

"ภาพลักษณ์พระพุทธเจ้าในสมัยวิกตอเรีย: กรณีศึกษากวีนิพนธ์ The Story of
Gautama Buddha and His Creed: An Epic

(1871) ของ Richard Phillips"
ณ ห้อง

203 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันจันทร์ที่

15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ชื่อ

……………………………………………………………………………………
สังกัด

……………………………………………………………………………….
โปรดส่งใบตอบรับว่าสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาได้มาที่โทรสารหมายเลข

02-215-3580 หรือส่งอีเมลมาที่ regis@ces.in.th
ภายในวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:05:47 น.  

 
*"การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน"


เป็นที่น่ายินดีว่าในช่วงระหว่างวันที่ 9 - 11 ธันวาคม 2551 ประเทศไทยเราโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) องค์กรอนามัยโลก (WHO) และ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UN-ESCAP) จะเป็นเจ้าภาพจัด งานประชุมเรื่อง การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ สี่แยกมหานาค การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งใหญ่และครั้งแรกระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 400 - 500 คน

ความสำคัญของการพัฒนาคนพิการโดยชุมชน

แนวคิดการพัฒนาและฟื้นฟูคนพิการโดยชุมชนริเริ่มมาจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว มีชื่อศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Community-based Rehabilitation : CBR ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยแบบง่ายๆได้ว่า การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน เรียกเป็นตัวย่อภาษาอังกฤษได้ว่า ซี.บี.อาร์. (C.B.R.)

แนวคิดดังกล่าวเน้นการสร้างและสนับสนุนให้ชุมชนซึ่งเป็นสถาบันหลักหนึ่งในสังคมเป็นฐานในการพัฒนาคนพิการ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาซึ่งเราสามารถค้นพบศักยภาพและภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่ามากมายอยู่ในชุมชน ข้อดีของการพัฒนาและฟื้นฟูคนพิการโดยชุมชนมีหลายประการ ได้แก่ ประการแรกเป็นการประหยัดและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการช่วยหลือคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส เนื่องด้วยการใช้แนวทางการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนเป็นการประหยัดกว่าการจัดตั้งสถานสงเคราะห์ ศูนย์หรือบ้านพักคนพิการเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องจ่ายค่าเงินเดือนบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ ค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร ฯลฯ แต่เน้นที่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในชุมชน เช่น สมาชิกในครอบครัวของคนพิการ อาสามัครในชุมชนสามารถช่วยดูแลและฝึกคนพิการได้หากได้รับการฝึกฝนอย่างดีพอ อุปกรณ์ที่ใช้สามารถประยุกต์จากของใช้พื้นบ้านในท้องถิ่น ประการที่สองการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเอง คนในชุมชนได้เรียนรู้ ได้ฝึกปฏิบัติร่วมกันให้สามารถบริหารจัดการโครงการหรือกิจกรรมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ ซึ่งประสบการณ์บทเรียนดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานพัฒนาชุมชน พัฒนากลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และประการสุดท้ายเป็นการสนับสนุนให้คนพิการได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างกลมกลืนกับสังคมชุมชน โดยไม่แปลกแยกซึ่งจะทำให้คนพิการได้อยู่ร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคมอย่างมีความสุข แทนที่จะต้องย้ายตัวเองไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักคนชรา และใช้ชีวิตที่มีวิถีชีวิตแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

จุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ข้อใหญ่ได้แก่ ข้อแรกเพื่อแลกเปลี่ยนและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาแนวคิด กระบวนการ ทักษะในการทำงานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ข้อที่สองเพื่อผลักดันให้แนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน เป็นยุทธศาสตร์หลักในการลดปัญหาความยากจน การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และครอบครัว และข้อที่สามเพื่อระดมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรหลักจากภาคส่วนต่างๆในระดับสากลระดับประเทศและระดับท้องถิ่นต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการสร้างเครือข่ายการทำงานเพื่อการรพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต่อไป

ผู้เข้าร่วมประชุม และประเด็นหัวข้อหลักในการประชุม คณะผู้จัดคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 400 - 500 คน ซึ่งมาจากประเทศต่างๆทั่วเอเชียและแปซิฟิก และประเทศอื่นๆนอกภูมิภาคนี้ โดยเป็นผู้แทนจากกลุ่มบุคคลต่อไปนี้ ผู้นำคนพิการ ผู้นำกลุ่มครอบครัวคนพิการ ผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชน ผู้แทนองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนพิการได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชุมชนในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ผู้แทนจากภาคสื่อสารมวลชน ส่วนหัวข้อหลักที่จะมีการอภิปรายในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การพัฒนาคนพิการและครอบครัวโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน และคนพิการมีส่วนร่วม การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน (CBR) ในฐานะยุทธศาสตร์การทำงานระดับรากหญ้าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโดยคนพิการมีส่วนร่วม การเสริมความเข้มแข็งแก่คนพิการและกลุ่ม องค์กรคนพิการ และบทบาทขององค์กรภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคนพิการ การดำเนินการของสหประชาชาติเพื่อพัฒนาคนพิการโดยชุมชนผ่านการใช้กลไก กฎหมายในระดับสากล ได้แก่ อนุสัญญาด้านสิทธิของคนพิการ กรอบแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาคนพิการที่ร่วมร่างโดยรัฐบาลประเทศต่างๆ ฯลฯ

ประเทศไทยกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคนพิการ : อบต.เป็นเจ้าภาพในการทำงาน

สำหรับงานด้านการพัฒนาฟื้นฟูคนพิการในประเทศไทยในปัจจุบัน หากจะมองวิเคราะห์ในภาพรวมปัญหามิได้อยู่ที่เราขาดแคลนทรัพยากรในการดำเนินงาน แต่ปัญหาคือการบริหารการประสานงานและการกระจายทรัพยากรที่มีอยู่แล้วไปใช้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

หากวิเคราะห์ต่อจากข้อความข้างต้น เราสามารถสรุปได้ว่า ประเทศเรามีทรัพยากรด้านการฟื้นฟูที่พอเพียงระดับหนึ่ง เช่น เรามีบุคลากรด้านการบำบัดฟื้นฟูทั้งแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด ครูการศึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดต่างๆ เรามีสถานที่ดำเนินการพัฒนาบำบัดฟื้นฟูผู้พิการในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น โรงพยาบาลศูนย์ในระดับภูมิภาค โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอำเภอ สถานีอนามัย ศูนย์การศึกษาพิเศษระดับภาค ศูนย์การศึกษาพิเศษระดับจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ฯลฯ นอกจากนี้ประเทศไทยเรายังมีงบประมาณด้านการพัฒนาฟื้นฟูคนพิการผ่านกระทรวง หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ มูลนิธิ และองค์กรภาคเอกชนจำนวนไม่น้อย แต่ประเด็นของปัญหาคือ การจัดการหรือการบริหารทรัพยากรด้านการพัฒนาฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาหลักก็คือ การพัฒนาการบริหารทรัพยากรด้านการฟื้นฟูที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ การประสานงานทรัพยากรทั้งในและนอกชุมชนต่างๆ ในสังคมไทยมาพัฒนาช่วยเหลือสนับสนุนคนพิการที่ยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญ

ยุทธศาสตร์ในการบริหารและประสานทรัพยากรด้านการฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพคือ การทำงานฟื้นฟูผู้พิการโดยชุมชน และสำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยเราในปัจจุบัน การพัฒนาฟื้นฟูคนพิการโดยชุมชนโดยใช้อบต.เป็นเจ้าภาพน่าจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทำงาน เพราะอบต.เปรียบเสมือนรัฐบาลของชุมชนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ด้อยโอกาสในสังคมอยู่แล้ว

แนวคิดนี้มิได้หมายความว่า นายก อบต. ปลัด อบต. จะต้องมาฝึกกายภาพให้เด็กพิการ หรือต้องมาสอนคนพิการในด้านการฝึกอาชีพด้วยตนเอง แต่แนวคิดนี้จะให้ความสำคัญกับองค์กรชุมชน เช่น อบต.ทำบทบาทในการเป็นผู้ประสานทรัพยากร บริหารทรัพยากรที่มีอยู่แล้วทั้งในและนอกชุมชนมาร่วมกันพัฒนาและฟื้นฟูคนพิการในชุมชนของตนเอง เช่น ประสานนักกายภาพบำบัดจากศูนย์การศึกษาพิเศษมาทำกายภาพให้กับเด็กพิการในชุมชน ประสานนักพัฒนาชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ประจำจังหวัดมาช่วยแนะนำ ฝึกอบรมด้านการฝึกอาชีพให้แก่คนพิการ จัดสรรงบประมาณของอบต.มาจัดทำโครงการพัฒนาและฟื้นฟูคนพิการด้วยความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ทรัพยากรด้านการพัฒนาฟื้นฟูมีอยู่แล้วในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด แต่ชุมชนเราจะประสานหรือบริหารทรัพยากรที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร

ความหวังของคนพิการและชุมชน : การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

คณะผู้จัดซึ่งประกอบด้วยคณะทำงานในระดับชาติและระดับนานาชาติหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีในการทบทวน แลกเปลี่ยน เรียนรู้และพัฒนางานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชน รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมใจระหว่างผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องในทุกๆระดับตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับชาติ ระดับนานาชาติ นอกจากนั้นงานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนจะได้รับการยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการและครอบครัวในประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

สำหรับประเทศไทยเราก็น่าภูมิใจว่า บ้านเราเองก็มีหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ต่างๆ ได้ริเริ่มและสร้างผลงานด้านการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนให้เป็นที่ยอมรับและเป็นตัวอย่างผลงานที่ประสบความสำเร็จ (Best Practice) โดยชุมชนและคนพิการเองมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการบริหารจัดการโครงการได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักถึงผลสำเร็จดังกล่าว

ความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาคนพิการโดยชุมชนตามแนวคิดที่กล่าวถึงนี้ ถือแป็นทั้งนวัตกรรมและภูมิปัญญาของสังคมในประเทศกำลังพัฒนาที่จะนำเอาศักยภาพ ทุนทางสังคมที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม ผู้พิการให้ร่วมอยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างอบอุ่น มีความสุขและมีศักดิ์ศรี รวมถึงการที่คนพิการได้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสังคมเฉกเช่นบุคคลทั่วไป


คณะทำงานเพื่อจัดการประชุมระดับเอเชียและแปซิฟิกเรื่อง การพัฒนาคนพิการโดยชุมชน
9-11 ธันวาคม 2551
255 อาคาร APCD ถนนราชวิถี ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร. 02-3547505 โทรสาร 02-3547507
Email : secretariat@cbr-asiapacific.org
Website : http://www.cbr-asiapacific.org


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:06:43 น.  

 
*บำเพ็ญกุศลศพ "ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์"

กำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ
ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์
ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร แขวงอนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพมหานคร

..................................................................................


วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๐.๓๐ น. ทักษิณานุประทานพระสงฆ์ ๑๐ รูป
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร
เวลา ๑๕.๓๐ น. เชิญศพเวียนเมรุแล้วตั้งบนจิตกาธาน
เวลา ๑๖.๐๐ น. ปาฐกถาธรรม โดย พระไพศาล วิสาโล
เวลา ๑๖.๔๕ น. ขับร้องเพลง "หวนอาลัย" "คนดีมีค่า" และ "แม่จ๋า"
เวลา ๑๗.๐๐ น. ประชุมเพลิง


Pridi Banomyong Institute
65/1 Thonglor, Sukhumvit 55 Rd., Vadhana, Bangkok 10110 Thailand
Tel : (66) 2381-3860-1 Fax : (66) 2381-3859
email : banomyong_inst@yahoo.com website : http://www.pridiinstitute.com




*ปากน้ำจัดงานวันคนพิการ

นายสิงห์คำ มณีจันสุข นายกสมาคมคนพิการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ.2551 สมาคมคนพิการจังหวัดสมุทรปราการ เห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสิทธิของคนพิการสู่การพัฒนาเพื่อความเสมอภาคและโอกาสในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียมตามที่ทางองค์การสหประชาชาติได้ประกาศเป็นข้อมติที่ 47/93 ให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล ทางคณะกรรมการสมาคมคนพิการจังหวัดสมุทรปราการ จึงร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดจัดงานวันคนพิการจังหวัดสมุทรปราการขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ที่บริเวณสวนสุขภาพคลองลัดโพธิ์ (ใต้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม) ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับคนพิการในจังหวัดสมุทรปราการและใกล้เคียง ทั้งการเปิดลงทะเบียนคนพิการ การจัดหางานคนพิการ การแสดงบนเวทีและการประกวดธิดาคลองลัดโพธิ์ของผู้หญิงที่พิการ การจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนกิจกรรมเพื่อคนพิการจำนวนมากในวันนั้น


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:07:51 น.  

 
*120 ปี พระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ)

กำหนดการ

๑๒๐ ปี พระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ)
จัดโดย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร
และมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป


วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.
ห้อง ๑๐๕ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๓.๐๐-๑๓.๑๕ น.
พิธีเปิดคณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเชิญประธานในพิธี
อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงาน ๑๐ รอบนักษัตรเสฐียรโกเศศ

๑๓.๑๕-๑๓.๓๐ น. อังคาร กัลยาณพงศ์ อ่านบทกวีรำลึก
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อ่านบทกวีรำลึก
๑๓.๓๐-๑๔.๓๐ น. เสวนา อภิปรายว่าด้วย คุณูปการของเสฐียรโกเศศ
ศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์ สินลารัตน์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายากราช บัณฑิตยสถาน
นิพัทธพร เพ็งแก้ว นักเขียน นักสารคดี
ธีรภัทร เจริญสุข นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ดำเนินรายการ

๑๔.๓๐-๑๔.๔๕ น.
อาจารย์เรืองอุไร กุศลาศัย อ่านทำนองเสนาะ
เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
๑๔.๔๕-๑๔.๕๕ น.
กล่าวปัจฉิมกถาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง
รองอธิการบดี ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร
๑๔.๕๕-๑๕.๐๐ น.
สุรสีห์ โกศลนาวิน ประธานมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
กล่าวถึงแผนงานฉลองสองปูชนียบุคคล ซึ่งเริ่มวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๑ จนถึง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ คือวันครบ ๑๒๐ ปี พระสารประเสริฐ


หมายเหตุ:
เวลา ๑๐.๓๐ น. จะมีการเคารพอัฐิท่านที่วิหารคต วัดพระเชตุพนฯ สีแพร เมฆาลัย เป่าขลุ่ยอ่านบทกวีรำลึกคุณูปการพระยาอนุมานราชธน

หมายเหตุ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสิริวรรณ ศรีเพ็ญจันทร์ โทร.๐๘๓-๒๒๔-๙๘๖๗,๐๒-๔๓๘-๙๓๓๑

http://review.semsikkha.org/content/view/611/1/
http://www.thaingo.org/prboard_1/view.php?id=7844


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:09:01 น.  

 
*"SMEs ไทย อยู่รอดอย่างไร ในปี 2009"

SME BANK ร่วมกับ นิตยสาร SMEs ชี้ช่องรวย จัดสัมมนาฟรี สำหรับผู้ประกอบการ SMEs หัวข้อ "SMEs ไทย อยู่รอดอย่างไร ในปี 2009" เพื่อให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ SMEs แบบครบถ้วนรอบด้าน โดยงานสัมมนาแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงที่หนึ่ง ปาฐกถาพิเศษ " SMEs ไทยอยู่รอดอย่างไรในปี 2009" โดย นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง บรรยายภาพรวมเศรษฐกิจ สถานการณ์ปัจจุบัน-อนาคต และปัจจัยแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อ SMEs สำหรับช่วงที่สอง เวทีเสวนา "ทางรอด SMEs ไทย" โดยมี ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร แนะนำกลยุทธ์ทางการเงินสำหรับ SMEs และ ผศ. ดร. กฤษติกา คงสมพงษ์ แนะนำเทคนิคทางการตลาดยุคใหม่ทำอย่างไรให้สินค้าขายได้ในภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันนี้ รวมถึงเชิญผู้ประกอบการ SMEs แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำธุรกิจให้อยู่รอดแบบยั่งยืน โดยงานสัมมนาจัดขึ้น ในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2551 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องเทวกรรม สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต สามารถสอบถามรายละเอียด และสำรองที่นั่งด่วน โทร. 02-704-7958 ต่อ 201-209 และ 086-022-4820

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม วนิดา โทร. 02-704-7958 ต่อ 201-209 และ 086-022-4820




*เชิญฟังบรรยายวิชาการเรื่องเชียงใหม่-ล้านนา

วัน พุธที่ 3 ธันวาคม 2551 เวลา 13.30 – 15.30 น. ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง มองย้อนงานวิจัยสนามครั้งแรกในหมู่บ้านภาคเหนือ โดย ศาสตราจารย์ ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองย้อนการทำงานวิจัยในบ้านสันโป่งเมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมากับพลวัตของ ชนบทในปัจจุบัน ผ่านภาพถ่ายที่คำอธิบายมีนัยยะที่น่าสนใจ การบรรยายจัดที่ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน ไม่เสียค่าลงทะเบียน สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือ http://www.sac.or.th

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551 เวลา 13.30 – 15.30 น. ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง แรกมีหมอฝรั่งในล้านนา : การเข้ามาของมิชชันนารีอเมริกันในเชียงใหม่ โดย ประยุทธ สายต่อเนื่อง ผู้ทำวิทยานิพนธ์สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การเข้ามาของมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ทางการแพทย์ของจังหวัดเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2410- พ.ศ. 2445 ศึกษาจากบทบาทและการดำเนินงานของมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน ในช่วงระยะเวลา 35 ปีที่ได้เริ่มมีการถ่ายทอดกระบวนความรู้ทางด้านการแพทย์แผนตะวันตกขึ้นใน เชียงใหม่โดยที่มีมิชชันนารีเป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้ภายใต้จุดประสงค์การ ชักนำให้ชาวเชียงใหม่หันมานับถือศาสนาคริสต์ โดยมิชชันนารีเชื่อว่าการแพทย์แบบตะวันตกมีประสิทธิภาพที่ดีและสามารถใช้ เป็นเครื่องมือในการนำชาวเชียงใหม่มาศรัทธาในวิทยาการและศรัทธาในศาสนา คริสต์ได้เป็นอย่างดี การบรรยายจัดที่ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน ไม่เสียค่าลงทะเบียน สอบถามโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือ http://www.sac.or.th




*งานมอบรางวัล วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ สำหรับวิทยานิพนธ์ เพื่อคนจน

โดย สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย
ร่วมกับ กองทุนวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์
วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
ณ ห้องประชุมประภาศน์ อวยชัย ชั้น ๔ มธ. ท่าพระจันทร์
************************

๑๒.๓๐ - ๑๓.๐๐ น. ลงทะเบียน
๑๓.๐๐ – ๑๓.๐๕ น. กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานการจัดโครงการ
โดย อ.บุญเลิศ วิเศษปรีชา

๑๓.๐๕ – ๑๓.๑๕ น. พิธีมอบรางวัลวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ฯ
โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล*และ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์*


๑๓.๑๕ – ๑๓.๔๕ น. การกล่าวปาฐกถา โดย ศ.ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์

๑๓.๔๕ – ๑๔.๔๕ น. การอภิปรายและนำเสนอบทความของผู้ได้รับรางวัล
โดย นายขวัญฟ้า ศรีประพันธ์
นายเอกพล เสียงดัง
ดำเนินรายการโดย อ.นฤมล ทับจุมพล

๑๔.๔๕ – ๑๕.๔๕ น. การอภิปรายและนำเสนอบทความของผู้ได้รับรางวัล(ต่อ)
โดย นางสาวกิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น
นางสาวกมลวรรณ ชื่นชูใจ
ดำเนินรายการโดย อ.บุญเลิศ วิเศษปรีชา

๑๕.๔๕ – ๑๖.๐๐ น. สรุปและกล่าวปิดงาน โดย รศ.ดร.สุธี ประศาสน์เศรษฐ์

๑๖.๐๐ น. รับประทานอาหารว่าง

*หมายเหตุ อยู่ระหว่างทาบทาม


ผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ติดต่อสอบถามได้ที่ สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ฯ
คุณณรงค์ เมืองโสภา โทร.๐-๒๖๑๓-๓๑๓๐ โทรสาร ๐-๒๖๒๓-๕๑๖๒


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:10:08 น.  

 
*"การเสริมสร้างสังคมความรู้ : การเข้าถึงสภาพที่แตกต่างของสังคม"

สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ จัดประชุมทางวิชาการ "การเสริมสร้างสังคมความรู้ : การเข้าถึงสภาพที่แตกต่างของสังคม" และประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อสร้างและส่งเสริมให้บุคคลเข้าถึงสารสนเทศ ความรู้ และมีวิจารณญาณ เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมความรู้ได้อย่างแท้จริง โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียง อาทิ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ดร.จรวยพร ธรณินทร์ สมหมาย ปาริจฉัตต์ ครูสังคม ทองมี ในวันที่ 16-19 ธันวาคม โรงแรมเดอะแกรนด์ อยุธยา บางกอก สนใจสมัครลงทะเบียน ดูรายละเอียดที่ http://www.tla.or.th หรือ 0-2734-9022-3


โดย: jenifaae วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:21:11:24 น.  

 
*กิจกรรม “เลียบเลาะ หมู่เกาะใกล้ฝั่ง ดำน้ำดูปะการังที่ทะเลชุมพร

หน้าร้อนปีนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขอพาสมาชิกไปคลายร้อนรับลมทะเล ดำน้ำดูปะการัง และเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ที่ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาพันธุ์ กิจกรรม “เลียบเลาะ หมู่เกาะใกล้ฝั่ง ดำน้ำดูปะการังที่ทะเลชุมพร” ระหว่างวันที่ 5- 8 มีนาคม 2552 ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและวิจัยอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร

กำหนดการกิจกรรม

วันที่ 5 มีนาคม 2552

เวลา 22.30 น.พร้อมกันที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง (เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ)

วันที่ 6 มีนาคม 2552

รับลมทะเลยามเช้าที่ จ.ชุมพร เดินทางถึงศูนย์ศึกษาธรรมชาติและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเล จ.ชุมพร เข้าที่พัก

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า พักผ่อนตามอัธยาศัย
08.30 น. ฟังบรรยายเรื่องระบบนิเวศ ก่อนลงพื้นที่เดินศึกษาระบบนิเวศ ดิน หิน ทราย ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร และพักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. เราจะพาท่านไป พายเรือคายัค ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนอันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาพันธุ์
17.00 น. กลับที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อเตรียมตัวรับประทานอาหารค่ำ
19.00 น.หลังอาหารค่ำ กล่าวต้อนรับเหล่าสมาชิก โดยหัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และชมสไลด์ธรรมชาติสวยๆ เรื่องราวของทะเลชุมพร
20.30 น. นัดหมายกำหนดการวันรุ่งขึ้น

วันที่ 7 มีนาคม 2552

7.00 น.รับประทานอาหารเช้า และเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาระบบนิเวศโลกใต้ทะเลกับกิจกรรมดำน้ำ ตลอดทั้งวัน
17.00 น. เดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ชื่นชมกับทะเลยามเย็น18.00 น.รับประทานอาหารค่ำ และสนุกสนานกับกิจกรรมรอบกองไฟไป
21.00 น. นักหมายกำหนดการวันรุ่งขึ้น พักผ่อน

วันที่ 8 มีนาคม 2552

7.00 น. ทานอาหารเช้ากล่าวอำลา ก่อนเดินทางสู่ ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต เพื่อเรียนรู้เรื่องเกษตรธรรมชาติอินทรีย์วิถีธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริ ทานอาหารเที่ยงปลอดสารพิษที่ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต
13.00 น. เดินทางกลับกลับกรุงเทพฯ
20.30 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

รับสมัครวันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2552 รับเพียง 40 ท่านเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ 02 - 2347838 - 9
http://www.thaingo.org/prboard_1/view.php?id=8003




*การสัมมมนา เรื่อง "พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖ กับความก้าวหน้าในทางปฏิบัติ"

ด้วยคณะอนุกรรมการด้านสุขภาพอนามัย และผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้กำหนดให้มีการสัมมมนา เรื่อง "พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖ กับความก้าวหน้าในทางปฏิบัติ" ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุมจามจุรี ชั้น 1 โรงแรมที.เค.พาเลส ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.
โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณประดิษฐ์ เจริญไทยทวี เป็นประธาน

กำหนดการสัมมนาเรื่อง “พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ กับความก้าวหน้าในทางปฏิบัติ”
วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐- ๑๖.๓๐ นาฬิกา ณ โรงแรม ที.เค. พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน และรับเอกสารประกอบการสัมมนา

๐๙.๐๐ – ๐๙.๑๕ น. เปิดการสัมมนา และชี้แจงวัตถุประสงค์การสัมมนา
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณประดิษฐ์ เจริญไทยทวี (ประธานคณะอนุกรรมการด้านสุขภาพอนามัย และผู้สูงอายุ ผู้พิการ)

๐๙.๑๕ – ๑๐.๐๐ น. ทิศทางการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุในสถานการณ์ปัจจุบัน
โดย นายวัลลภ พลอยทับทิม (ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์)

๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. คณะอนุกรรมการด้านสุขภาพอนามัย และผู้สูงอายุ ผู้พิการ นำเสนอกฎหมายผู้สูงอายุในต่างประเทศ

๑๐.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. อภิปรายการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐภายหลังการใช้พระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ โดย
- ตัวแทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภา
- ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข *
- ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย *
- ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร
ดำเนินรายการโดย...นายสำเริง วิระชะนัง (คณะอนุกรรมการด้านสุขภาพอนามัย และผู้สูงอายุ ผู้พิการ)

๑๒.๐๐- ๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

๑๓.๐๐ – ๑๔.๒๐ น. แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อนำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขภายหลังการใช้ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖

โดยแบ่งกลุ่มย่อย ดังต่อไปนี้
กลุ่มย่อยที่ ๑ ดังนี้ หน่วยงานในสังกัด - กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- กระทรวงแรงงาน
- กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- กระทรวงสาธารณสุข
- กระทรวงมหาดไทย
- กรุงเทพมหานคร
กลุ่มย่อยที่ ๒ ดังนี้ หน่วยงานในสังกัด - กระทรวงการคลัง
- กระทรวงศึกษาธิการ
- กระทรวงยุติธรรม
- กระทรวงวัฒนธรรม
- สำนักนายกรัฐมนตรี
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- คณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภา
กลุ่มย่อยที่ ๓ ดังนี้
- ชมรมผู้สูงอายุ

๑๔.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย

๑๕.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. สรุปและปิดการสัมมนา
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณประดิษฐ์ เจริญไทยทวี
(ประธานคณะอนุกรรมการด้านสุขภาพอนามัย และผู้สูงอายุ ผู้พิการ)

หมายเหตุ : ช่วงเช้าและบ่ายรับประทานอาหารว่างในระหว่างการประชุม
* ทั้งนี้อยู่ระหว่างการทาบทาม


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:12:17 น.  

 
*มหกรรมช้อปปิ้งเพื่อการกุศลครั้งยิ่งใหญ่"

เสาร์ 28 กุมภาพันธ์ 2552
12.00 – 20.00 น.
อาทิตย์ 1 มีนาคม 2552
10.00 – 20.00 น.
รอยัล พารากอน ฮอลล์ 1 2 3
ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 42
พลาดไม่ได้!! มหกรรมช้อปปิ้งเพื่อการกุศลครั้งยิ่งใหญ่
พบกับ...สินค้านานาชาติจากสถานทุนมากกว่า 50 ประเทศ และสินค้าชั้นนำมากมายในราคาสุดพิเศษ
ร่วมซื้อ...สลากคณะภริยาทูต ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
สนุก!!...มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน AF
ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2610-8011 โทรสาร 0-2610-8040
http://www.royalparagonhall.com
จัดโดย สภากาชาดไทย




*มหกรรมธรรมชาติบำบัด ครั้งที่ 31

ภูมิแพ้-ภูมิเพี้ยน รักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด
แพ้อากาศ หอบหืด ไซนัส ลมพิษ SLE รูมาตอยด์ ปวดคอ-หลัง-เอว

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552
ฟรี ! อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย

ใหม่ เพื่อการล้างพิษให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- คีเลชั่น ล้างสารพิษจากร่างกาย
-โยคะรักษาโรคภูมิแพ้-ภูมิเพี้ยน
เสริมวิธีทางธรรมชาติบำบัด
อดล้างพิษ กินเพื่อล้างพิษ สมุนไพรล้างพิษ
บรรยายความรู้สุขภาพและสอนปฏิบัติกันทั้งวัน เช้าจรดเย็น

กำหนดการ

8.30-9.00 น. ลงทะเบียน

9.00-10.00 น. ภูมิแพ้ในเด็ก-ผู้ใหญ่ รักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด
แพ้อากาศ ผื่นผิวหนัง ลมพิษ
พญ.ลลิตา ธีระสิริ

10.00-10.30 น. พัก

10.30-12.00 น. สารพันปัญหาจากภูมิแพ้ถึงภูมิเพี้ยน
หอบหืด ไซนัส SLE รูมาตอยด์ สะเก็ดเงิน
พญ.ลลิตา ธีระสิริ

12.00-13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30-14.30 น. คีเลชั่น-ล้างสารพิษรักษาภูมิแพ้-ภูมิเพี้ยน
นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

14.30-15.00 น. พัก

15.00-16.30 น. สอนแสดง “โยคะรักษาโรคภูมิแพ้-ภูมิเพี้ยน”
ดร.สุนทร พลามินทร์ / นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

พิเศษ ! สำหรับ 100 ท่านแรกที่ลงทะเบียนหน้างานรับฟรี
หนังสือ คู่มือละเลิกการดื่มนม
โทร.02-615-8822 , 02-9301165-6

บัลวี - ศูนย์ธรรมชาติบำบัด
เบอร์โทรศัพท์ : 02-615-8822


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:13:18 น.  

 
*งานภาวนา "Wake Up - ตื่นรู้สู่สังคมใหม่

ขอเชิญ รวมเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างตื่นรู้ในทุกลมหายใจ ผ่านการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ตามแนวทาง ท่านติช นัท ฮันห์ พระเถระนิกายเซนมหายาน นำภาวนาโดย คณะพระธรรมาจารย์จากหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส อเมริกา และเวียดนาม ระหว่างวันที่ 8 - 29 เมษายน 2552




*โครงการสัมมนาวิชาการ “วังหลัง : การค้นพบทางโบราณคดี 120 ปีศิริราช”

โครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช งานแพทยศาสตร์ศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญบุคลากรชาวศิริราช และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมโครงการสัมมนาวิชาการ “วังหลัง : การค้นพบทางโบราณคดี 120 ปีศิริราช” ในวันพฤหัสดีที่ 9 เมษายน 2552 เวลา 08.30 - 15.00 น. ณ ห้องบรรยาย สุขุม ภัทราคม อาคารจุลชีววิทยา ชั้น 1

08.30 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 – 09.40 น. คณบดีกล่าวเปิดสัมมนา

09.40 – 10.20 น. “ลักษณะทางกายภาพของบางกอก” (40 นาที)

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิวา ศุภจรรยา ผู้อำนวยการสถาบันถิ่นฐานไทย

อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)

10.25 – 10.40 น. รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย (15 นาที)

10.40 – 11.20 น. “บางกอก ธนบุรีถึงวังหลัง จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์” (10 นาที)

โดย คุณวิกัลย์ พงศ์พนิตานนท์ คระแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)

11.25 – 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน และชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย

12.30 – 13.20 น. “โรงพยาบาลใหญ่ที่วังหลัง” (50 นาที)

โดย ศาสตราจารย์พิเศษนายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็น (5 นาที)


13.25 – 13.40 น. รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมชมนิทรรศการ ตามอัธยาศัย (15 นาที)

13.40 – 14.20 น. “โบราณคดีพื้นที่สถานีรถไฟธนบุรี (เดิม)” (40 นาที)

โดย อาจารย์กรรณิการ์ สุธีรัฒนาภิรมย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

14.20 – 14.50 น. สรุปอภิปราย (30 นาที)

14.50 – 15.00 น. มอบของที่ระลึก และรองคณบดีฝ่ายวิชาการกล่าวปิดงาน


พิเศษ ! 15.00 – 16.00 น. เข้าชมฟรีพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ณ ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 (อยู่ถัดจากตึกจุลชีววิทยา)




*เวทีสุขภาวะทางเพศสัญจร

แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศและมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) จัดโครงการ "เวทีสุขภาวะทางเพศสัญจร" ในระดับภาค เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและผู้ปฏิบัติงานในประเด็นเพศ/เอดส์เข้าใจสถานการณ์ปัญหาในภาพรวม และร่วมกันหาแนวทางการทำงานทั้งในระดับภาคและประเทศให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

การประชุมดังกล่าว กำหนดเนื้อหาสำคัญที่จะเสนอในแต่ละภาค คือ สถานการณ์เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยระดับประเทศ และในระดับภาค การนำเสนอแนวคิดสุขภาวะทางเพศกับการป้องกัน แก้ไขปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการระดมสมองเพื่อค้นหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยการประชุม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-16.30น.
โดยกำหนดวันและเวลาในการประชุมในแต่ละพื้นที่ตามรายภาค ดังนี้

- วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องฉัตรทัน โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออร์คิดจังหวัดขอนแก่น
- วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องประกายเพชร โรงแรมเอเซีย พญาไท กรุงเทพมหานคร
- วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องมณีจันท์ 2 โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี
- วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องประชุมสามล้าน โรงแรมบีพีเชียงใต้ จังหวัดเชียงใหม่
- วันที่ 2 มีนาคม 2552 ณ ห้องเพลินพันทรี โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

กรุณาติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณอารดี ประสมทรัพย์ 02-5911224-5 # 18


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:14:17 น.  

 
*เชิญร่วมส่งคำขวัญและเรียงความประกวด...

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดคำขวัญ หัวข้อ “สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม” และเรียงความ หัวข้อ “โทรคมนาคมไทย ใช้อย่างไร? ไม่เสียสิทธิ”

โดยแบ่งการประกวดเป็น ๓ ระดับ คือ
๑.ประชาชนทั่วไป
๒.นักศึกษาระดับอุดมศึกษา
๓.นักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า

ชิงเงินรางวัลและถ้วยเกียรติยศรวมกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เ

ปิดรับผลงานตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tci.or.th หรือสอบถามที่ ๐-๘๗๕๙๘-๓๕๖๖ หรือtsbt@ymail.com




*ร่วมทำบุญบริจาคให้อาจารย์ใหญ่

เนื่องด้วยภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีการพระราชทานเพลิงศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา จำนวน 185 ร่าง ประจำปี 2552 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ คณะเเพทยศาสตร์ ทำเป็นประจำทุกปี

จึงใคร่ขอเชิญร่วมทำบุญเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนกับอาจารย์ใหญ่ และร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทิตาและไว้อาลัยแด่ผู้อุทิศร่างกายซึ่งร่างของอาจารย์ใหญ่ได้นำมาประกอบการเรียนการสอนของนิสิตเเพทย์ แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวสาขาต่างๆเรียบร้อยเเล้ว กำหนดสวดพระอภิธรรม

ในวันที่ 14 มีนาคม 2552 เวลา 18.30 น. ที่อาคารแพทยพัฒน์ พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

ในวันที่ 15 มีนาคม 2552 เวลา 13.00 น. ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส วรวิหาร หลังจากนั้นแยกทำพิธีกรรมทางศาสนา ณ ฌาปนกิจสถาน 8 วัด ระหว่าง วันที่ 16-19 มีนาคม 2552
นำอัฐิไปลอยอังคาร วันที่ 21 มีนาคม 2552 เวลา 9.00 น. ณ ปากน้ำ สมุทรปราการ

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถาม เเละ บริจาคได้โดยตรง ที่
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์คณะเเพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 02-256-4281 ต่อ 1156 , Fax 02-252-7028 ต่อ 1161 ติดต่อ 1156 หรือกด 0 ต่อธุรการภาควิชากายวิภาคศาสตร์

นอกจากนี้สามารถบริจาคโดยการโอนเงิน ผ่านทางบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB สาขาสภากาชาด

เลขที่บัญชีใหญ่ 045-2-880-006 ระบุบัญชีย่อยชื่อบัญชี "เงินฝากเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ " รหัสบัญชี 4300071

หลังจากที่ โอนเงินเรียบร้อยแล้ว หากต้องการใบเสร็จรับเงิน(สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) และอนุโมทนาบัตร กรุณาส่ง Fax เอกสาร
1. Slip Bank 2. ชื่อที่อยู่ ที่จะให้ระบุในใบเสร็จรับเงิน ไปที่ หมายเลข 02-2517901 ทางเจ้าหน้าที่จะส่ง ใบเสร็จรับเงิน ทางไปรษณีย์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้




*Raising Smiles ชวนเด็กกรุงคิดกิจกรรมนำ ความเปลี่ยนแปลง

หากคุณคือคนรุ่นใหม่อายุ 18-22 ปี มีไอเดียเจ๋งๆ อยากทำให้กรุงเทพดีขึ้น

Youth Venture ร่วมกับ Friedrich Naumann Stiftung

"พร้อมสนับสนุนให้คุณทำจริงด้วยความรู้ในการคิดและ วางแผน พี่เลี้ยงและที่ปรึกษา
ตลอดจนเงินทุนตั้ง ต้นเพื่อให้คุณได้ทำกิจกรรม ชวนคนกรุงร่วมสร้างรอยยิ้ม สร้างความหวัง นำความสุขกลับคืนสู่ชุมชนด้วยมือเราเอง"

บอกเล่าไอเดียดีๆ ของคุณ

มาที่

yvth@youthventure.org หรือ 02 712 8696

หรือ

ตั้งใจมากแต่ยังคิดไม่ออก ก็สมัครเข้าค่ายชวนคิดและ
ชวนเดินดูกทม. หาอะไรที่ เราทำได้กัน

วัยวันที่มีความฝัน ไม่ทำ ก็หายไป อย่ารอช้า โอกาส

นี้เปิดรับตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2552 เท่านั้น


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:15:14 น.  

 
*ขยายเวลารับสมัึครองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ

ประกาศสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เรื่อง ขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
.......................................

ตามประกาศสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ เรื่อง รับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๒๒ มกราคม ถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นั้น

คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๒
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ได้มีมติให้ขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้องค์กรภาคเอกชนต่างๆ
ได้มีเวลาเตรียมการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงประกาศขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกต่อไปอีก จากเดิมปิดรับสมัครวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เป็นปิดรับสมัครในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒

ทั้งนี้ องค์กรที่มีคุณสมบั%


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:16:05 น.  

 
*ขยายเวลารับสมัึครองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ

ประกาศสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เรื่อง ขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
.......................................

ตามประกาศสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ เรื่อง รับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๒๒ มกราคม ถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นั้น

คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๒
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ได้มีมติให้ขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้องค์กรภาคเอกชนต่างๆ
ได้มีเวลาเตรียมการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นตัวแทนได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงประกาศขยายกำหนดเวลารับสมัครองค์กรภาคเอกชนเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกต่อไปอีก จากเดิมปิดรับสมัครวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เป็นปิดรับสมัครในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒

ทั้งนี้ องค์กรที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๒ แห่งระเบียบคณะกรรมการสรรหาฯ ดังกล่าว ที่ประสงค์จะสมัคร
เข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิก โปรดศึกษาคู่มือและยื่นใบสมัครตามแบบ สศ. ๔-๐๑
สศ. ๔-๐๒ และ สศ. ๔-๐๓ ท้ายประกาศนี้ โดยให้ยื่นใบสมัครได้ ๒ ทาง ดังนี้

๑. ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขที่ ๑๒๘ อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้นที่ ๒๗ ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ภายในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ ในวันและเวลาราชการ หรือ
๒. ส่งใบสมัครดังกล่าวมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือไปรษณีย์ด่วนพิเศษ โดยจ่าหน้าซองถึงเลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตู้ปณ.๒๗ ปณฝ. ราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๑ ภายในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ (ถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทาง
เป็นวันยื่นใบสมัคร)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ – ๒๖๑๒ – ๖๙๑๖ หรือ ๐ – ๒๖๑๒ – ๖๙๗๕ หรือรับทราบรายละเอียดต่างๆ และดาวน์โหลดใบสมัครรวมทั้งคู่มือดังกล่าว ทางเว็ปไซต์ http://www.nesac.go.th

ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒




*ฟรี! ประกาศรับสมัครผู้เข้ารับการอบรมทำรายการโทรทัศน์ดีๆให้เด็กดู

ฝันอยากทำรายการโทรทัศน์ดีๆ ให้เด็กๆ ดู แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร?
โครงการบทเพลงสร้างสรรค์รายการเพื่อเด็ก คืออีกหนึ่งคำตอบ
ลองศึกษาข้อมูลต่อไปนี้... นี่อาจเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่จะนำคุณสู่การเป็นคนทำรายการเด็กดีดีได้

-หากคุณมีความมุ่งมั่น ขยันเรียนรู้ เพื่อการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรายการเด็ก
-หากคุณสามารถจัดเวลาทุกวันเสาร์ 9โมงเช้าถึง 4โมงเย็น เพื่อมารับการอบรมได้อย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21กุมภาพันธ์ถึงวันเสาร์ที่ 30พฤษภาคม
-หากคุณหาเพื่อนร่วมงานที่มีความฝันเดียวกันได้เป็นทีม 3 คน
-หากคุณไม่รู้อะไรเลยเรื่องการทำรายการทีวี แต่มีไอเดีย
-หากถ้วยชาของคุณยังมีที่ว่างสำหรับเติมน้ำชารสใหม่ลงไปได้อีก

ด้วยการให้คุณเริ่มต้นจากบทเพลงสร้างสรรค์.............ฟังแล้วทำเป็นภาพ Music Video
ทำ Music Video เป็นแล้ว..........สร้างเป็นบทเรียนแสนสนุก
แล้วทำ Music Videoให้เป็น........นิทานหุ่นหรรษา
แล้วทำ Music Videoให้เป็น.........สารคดีเล็กๆ ให้เด็กดู
จากทุกอย่างที่ทำเอามารวมกัน.........ทำเป็นรายการเด็กดีดี
หลักสูตรการอบรมมุ่งเน้นให้......ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจในพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กตามวัย......ผู้เข้าอบรมได้ฝึกทักษะการคิด โดยใช้บทเพลงสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วเป็นโจทย์นำ......ผู้เข้าอบรมได้ลงมือทำงานร่วมกับมืออาชีพ
......ผู้เข้าอบรมได้ทำงานด้วยความเรียบง่ายแต่ได้คุณภาพ ตรงตามเป้าหมาย
......ผู้เข้าอบรมมีความรักและความเข้าใจในการทำรายการที่ดีมีคุณภาพเพื่อเด็กๆ

ผลงานดีๆ ทุกชิ้นจะได้รับการสนับสนุนให้ได้ออกอากาศออกทางทีวีไทย

เขียน ความคิดฝันความมุ่งมั่นที่คุณมีพร้อมประวัติการศึกษาประสบการณ์การทำงาน เพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัวของคุณและของเพื่อนร่วมงานมาให้เราพิจาณาได้ที่

โครงการบทเพลงสร้างสรรค์รายการเพื่อเด็ก
โดย...น้านิตผึ้งนัอย (ภัทรจารย์ อัยศิริ) ร่วมกับแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน
โทร. 087-690-3311 โทรสาร 02-298-06699ต่อ 17 e-mail:childsmedia@yahoo.com
มาเรียนรู้ด้วยการลงมือทำรายการสำหรับเด็กอายุ 5-7ปีอย่างคนเข้าใจเด็กกับ 4 วิทยากร
1) เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย (ภัทร จารีย์ อัยศิริ) วิทยากรผู้มีประสบการณ์การทำรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก
มากว่า30ปีมาเสนอเคล็ดลับการทำรายการที่ต้องใช้หัวใจดีดีที่คุณมี
2) ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญกระบวนการเรียนรู้แบบองค์รวมของเด็กปฐมวัยที่จะทำให้
คุณเข้าใจเด็กและเป็นพวกเดียวกับเด็กๆ
3) นันทขว้าง สิรสุนทร วิทยากรผู้ถอดรหัสตัวอย่างดีดีที่จะทำให้คุณรู้และเข้าใจอย่างมืออาชีพ
4) อาจารย์ชีวัน วิสาสะ วิทยากรที่จะมาชวนคุณเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างไรให้เด็กสนุก

สมัครได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2552 รับเพียง 16 ทีมเท่านั้น
สถานที่อบรม Studioเห็ดหรรษา หมู่บ้านการ์เด้นโฮม ซอยพหลโยธิน 60
ตารางการฝึกอบรมโครงการบทเพลงสร้างสรรค์รายการเพื่อเด็ก

ณ Studioเห็ดหรรษา หมู่บ้านการ์เด้นโฮม พลโยธิน60

1.มาทำความเข้าใจกับการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก1
โดย ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์ เสาร์ 21มี.ค. 9.00-12.00น.

Music Video ดีดีที่น่าดูเพื่อการเรียนรู้ของพวกเรา โดย นันทขว้าง สิรสุนทร 13.00-15.00น.

16 บทเพลงสร้างสรรค์แบ่งกันสร้างเป็นภาพ โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย 15.00-17.00น.

2.คิดบทเรียนให้เด็กคิดด้วยเทคนิคของครูชีวัน โดย อาจารย์ชีวัน วิสาสะ เสาร์ 28มี.ค. 9.00-12.00น.

เขียนบทภาพยนตร์เล็กๆ ให้เด็กๆ ดู โดย นันทขว้าง สิรสุนทร 13.00-15.00น.

วบรวมความรู้แล้วลองทำดูด้วยกัน โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย
15.00-17.00น.

3. มาทำความเข้าใจกับการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก2 โดย ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์
เสาร์ที่ 4เม.ย. 9.00-12.00น.

รวบรวมความรู้แล้วลองทำดูด้วยกัน โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย 13.00-17.00น.

4.นิทานสนุกกับลูกเล่นของครูชีวัน โดย อาจารย์ชีวัน วิสาสะ
เสาร์ 11เม.ย 9.00-12.00น

เขียนนิทานหุ่น-ทำหุ่น-ถ่ายหุ่นให้ได้มุมสนุกสนาน โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย 13.00-17.00น.

5. ทำงานทำการ-เตรียมผลงานให้ผู้รู้มากล่อมเกลา1
โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย เสาร์ 18เม.ย. 9.00-17.00น.

6. วันรวมพลทุกคนช่วยกันดูมีผู้รู้มากล่อมเกลา1
โดย ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์ นันทขว้าง สิรสุนทร อาจารย์ชีวัน วิสาสะ เสาร์ 25เม.ย. 9.00-17.00น.

7. ทำรายการเด็กอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ โดย ดร. เสรี วงษ์มณฑา เสาร์ 2พ.ค. 9.00-12.00

รวบรวมความรู้แล้วลองทำดูด้วยกัน โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย 13.00-17.00น.

8. สารคดีครื้นเครงจากMusic Video ของเราเอง โดย อาจารย์ชีวัน วิสาสะ นันทขว้าง สิรสุนทร เสาร์ 9พ.ค. 9.00-12.00น.

รวบรวมความรู้แล้วลองทำดูด้วยกัน โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย 15.00-17.00น.

9. ทำงานทำการ-เตรียมผลงานให้ผู้รู้มากล่อมเกลา2
โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย เสาร์ 16พ.ค. 9.00-17.00น.

10. วันรวมพลทุกคนช่วยกันดูมีผู้รู้มากล่อมเกลา2
โดย ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์ นันทขว้าง สิรสุนทร อาจารย์ชีวัน วิสาสะ เสาร์ 23พ.ค. 9.00-17.00น.

12. เอางานมารวมกันสร้างสรรค์เป็นรายการใหม่1
โดย อาจารย์ชีวัน วิสาสะ เสาร์ 30พ.ค. 9.00-17.00น.
13. เอางานมารวมกันสร้างสรรค์เป็นรายการใหม่2 โดย นันทขว้าง สิรสุนทร เสาร์ 6มิ.ย. 9.00-17.00น.

14. ทำงานทำการ-เตรียมผลงานให้ผู้รู้มากล่อมเกลา3
โดย เห็ดหรรษาน้านิตผึ้งน้อย เสาร์ 13 มิ.ย.
9.00-17.00น.

15. วันนี้เด็กๆ มาดูเราเรียนรู้กับครูตัวจริง โดย เห็ดหรรษาน้านิต
ผึ้งน้อย เสาร์ 20มิ.ย. 9.00-17.00น.

16.วันรวมพลทุกคนช่วยกันสรุปองค์ความรู้
โดย ดร. โกวิท ประวาลพฤกษ์ อาจารย์ชีวัน วิสาสะ นันทขว้าง สิรสุนทร เสาร์ 27มิ.ย. 9.00-15.30น.

http://www.thaingo.org/prboard_1/view.php?id=8043


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:16:09 น.  

 
*ฉลองใหญ่ครบรอบ 12 ปีแปลน ฟอร์ คิดส์

บริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ผู้นำในการผลิตหนังสือและสื่อคุณภาพสำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 12 ปีเตรียมจัดงานใหญ่ฉลองครบรอบ 12 ปีแห่งความภาคภูมิใจให้กับนักอ่านตัวน้อย คุณพ่อคุณแม่ คุณครู ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในวงการหนังสือเด็กทั่วประเทศ

บริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด เป็นบริษัทที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิดของการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์และสติปัญญาด้วยนิทานและสื่อสร้างสรรค์ เพื่อมุ่งหวังให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน กระตุ้นจินตนาการวัยเยาว์อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้อย่างยั่งยืน โดยมี 5 สำนักพิมพ์ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาหนังสือและสื่อสำหรับเด็ก คือ สำนักพิมพ์เฮลโลคิดส์ สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์ สำนักพิมพ์วาดดาว สำนักพิมพ์แฮปปี้แฟมิลี่ และสำนักพิมพ์แฮปปี้เลิร์นนิ่ง พร้อมด้วยโครงการนิทานเพื่อนรัก ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมความฉลาดจากการอ่านหนังสือที่ได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียนปฐมวัยและประถมศึกษาชั้นนำทั่วประเทศคัดเลือกให้เป็นหนังสือนิทานประจำห้องเรียน ซึ่งขณะนี้โครงการนิทานเพื่อนรักก็กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 โดยมีเนื้อหาที่หลากหลาย และแบ่งกลุ่มผู้อ่านเป็นสองระดับ คือ สำหรับเด็กเล็ก (Level 1) และเด็กโต (Level 2) เพื่อให้สมาชิกนักอ่านในแต่ละช่วงวัยได้รับประโยชน์สูงสุดจากเนื้อหาที่เหมาะสมกับพัฒนาการและทักษะที่แตกต่างกันของเด็กช่วงวัย 4 - 7 ปี โดยสอดคล้องกับหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งผ่านการคัดสรร กลั่นกรองและรับประกันคุณภาพจากนักวิชาการการศึกษาด้านปฐมวัยและนักเขียนนิทานเด็ก

สำหรับงานเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปีของบริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์จำกัด จะมีการเปิดตัว Brand Ambassador และสุดยอดหนังสือนิทานที่เป็นไฮไลท์ของงาน พร้อมทั้งเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาและกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 1 ปีของบริษัทแปลน ฟอร์ คิดส์จำกัด พบกับงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวและสมัครเป็นสมาชิกฟรีเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ http://www.planforkids.com หรือสอบถามที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร 0-2575-2559
http://www.thaingo.org/prboard_1/view.php?id=7950




*ยส. เปิดรับสมัคร ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 5

นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน เชิญทางนี้!

ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 5
ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2552
ณ สถานที่จัดค่ายเยาวชน จ.สระบุรี

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)
ขอเชิญน้องๆ สมัครเข้ามาร่วม ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 5
เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2552
สามารถดาวน์โหลดใบสมัครผ่านทาง http://www.jpthai.org

โดยถือเอาวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ

หลักฐานการสมัคร

- ใบสมัครที่กรอกรายละเอียดสมบูรณ์
- หนังสืออนุญาตจากผู้ปกครอง จำนวน 1 ฉบับ

(ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองแล้วเท่านั้น)

ยส. ยืนยันตอบรับการสมัครภายใน 3 มีนาคม 2552
ทาง E-mail หรือทางโทรศัพท์
ผู้ได้รับการคัดเลือกโอนเงินค่าสมทบจัดกิจกรรม
จำนวน 500 บาท ภายในวันที่ 6 มีนาคม 2552

รับจำนวนจำกัด เพียง 40 คน เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายสิทธิมนุษยชน
โทร: 0-2275-7783, 0-2277-4625 หรือ
E-mail: jpthai@jpthai.org




*"Harmony in Diversity" - The 1st Annual International Graduate Reseah

The 1st Annual International Graduate Research Conference on Social Sciences and Humanities
Theme "Harmony in Diversity"
Between April 2-3, 2009
At SD Avenue Hotel, Bangkok, Thailand
The 1st Annual International Graduate Research Conference on Social Sciences and Humanities

We are pleased to announce the First Annual International Graduate Research Conference
on Social Sciences and Humanities, entitled "Harmony in Diversity."

RATIONALE
Research generates knowledge and can lead to deeper understanding of complex issues.
But before it can be put to use by others it needs to be disseminated and discussed.
Presenting their research allows researchers to not only share their findings with others and
benefit from their feedback but also to refine both their research and presentation skills.

The conference sponsors have sought an appropriate forum for graduate students, faculty,
and researchers in the social sciences and humanities to share research methodology as well as
new knowledge concerning social theories, methodology, and concepts. It is hoped that
the First Annual International Graduate Research Conference on Social Sciences and Humanities
will meet this goal and inspire participants to continue to conduct high quality research of their own.

This conference aim to:
1. To disseminate graduate research among research communities to benefit the public at both
domestic and international levels.
2. To provide opportunities for developing academic leadership on the part of students, faculty,
and researchers through the presentation of their research in public at an international conference.
3. To build an academic atmosphere and movement that links research and knowledge production
to social development.
4. To enhance the quality of research produced by students, faculty, and researchers and raise
it to international standards.
5. To build networks and a critical mass of social scientists and humanists among students, faculty,
and researchers domestically and internationally.
Areas of study represented in the conference sessions may include, but are not limited to:

Social Sciences
- Criminology
- Environmental Studies
- Health Social Sciences
- Community Health Development and Management
- Health Assurance Development
- Demography/Population Studies
- Cultural Studies
- Sustainable Development
- Communication
- Addictionology
- Public Administration
- Human Rights and Peace Studies
- Education
- Sports Management
- Knowledge Management
- Women's Studies

Humanities
- Applied Linguistics
- Philosophy
- Ethical Studies
- Buddhist Studies
- Religious Studies
- Language and Literature
- Art and Historical Monuments
- History

We look forward to the participation of individuals from graduate students, faculty, researchers,
and those who interested in this conference.

CONFERENCE OGANIZERS:
Mahidol University, Thailand
- Faculty of Social Sciencs and Humanities
- Faculty of Arts
- Institute of Language and Culture for Rural Development
- Institute for Population and Research
Keio University, Japan
http://www.sh.mahidol.ac.th/gradconf2009


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:17:13 น.  

 
*การเสวนาเนื่องในวาระครบรอบ 12 ปี ของวิทยาลัยนวัตกรรม ธรรมศาสตร์ เรื่อง นวัตกรเชิงอุปนัย

เสวนา เรื่อง นวัตกรเชิงอุปนัย ( Inductive Innovator) โดย อาจารย์ ดร.ธีระ ชินภัทร รามเดชะ อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารเทคโนโลยี จะร่วมนำการเสวนาโดยอาศัยหลักการในการพัฒนาระบบสารสนเทศ คือ การออกแบบระบบที่ดี และสามารถนำไปดำเนินการพัฒนาเพื่อสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยเฉพาะการนำฐานข้อมูลสำหรับระบบสารสนเทศเพื่อการประมวลผลมาประยุกต์ใช้ เพื่อการนำประสบการณ์เชิงนวัตกรรมของนักบริหารในการคิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบฐานข้อมูลในที่นี้จะมีความหมายครอบคลุมถึงการออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด (conceptual level) และการออกแบบฐานข้อมูลในระดับภายในหรือเชิงกายภาพด้วย (internal level หรือ physical level) อย่างไรก็ตาม การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีและสมบูรณ์นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำได้ยาก ปัจจัยสำคัญในการออกแบบฐานข้อมูล คือ ความสามารถในการสรรหาวิธีเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วไปการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อนำมาใช้งานภายในองค์กรสามารถจำแนกได้ 2 วิธี คือ วิธีอุปนัย (inductive approcah) และวิธีนิรนัย (deductive approach) การออกแบบฐานข้อมูลด้วยวิธีอุปนัยเป็นการออกแบบฐานข้อมูลด้วยการเก็บรวบรวม ข้อมูลและ/หรือโปรแกรมที่มีการใช้งานอยู่แล้วภายในหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กรมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลขององค์กร ซึ่งการใช้วิธีการเดียวกันนี้กับการสร้างสรรค์บุคลากรที่เป็นนักคิดด้านวัตกรรม หรือ นวัตกร ก็คือการศึกษาจากประสบการณ์การทำงานของแต่ละบุคคล แล้วนำมาประมวลผล เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ ก่อนนำไปสร้างตัวแบบที่มีประสิทธิภาพ


ที่มา

เพื่อส่งเสริมงานวิจัยของอาจารย์ และเผยแพร่ความรู้ ความชำนาญ ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ให้ประโยชน์ทางวิชาการ อันสอดรับกับวิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำของประเทศในระดับนานาชาติ ที่มีความเป็นเลิศในการผลิตบัณฑิต การสร้างองค์ความรู้ และการแก้ปัญหาของ ประเทศ และมีพันธกิจในการสร้างนวัตกรรม ทางด้านการศึกษา และผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพวิทยาลัยนวัตกรรม จึงรวบรวบผลงานทักษะและประสบการณ์ ของอาจารย์ในวิทยาลัยมาถ่ายทอดสู่นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ และนักวิจัย ในรูปแบบการประชุมวิชาการ โดยอาจารย์ประจำของวิทยาลัยจะนำผลงานวิจัย หรืองานเขียนทางวิชาการมากำหนดเป็นหัวข้อการประชุม โดยประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ทางสังคม และเศรษฐกิจในปัจจุบัน และสาธารณชนผู้สนใจ

วัตถุประสงค์

1. ส่งเสริมงานวิจัยของอาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรม
2. ส่งเสริมเอกลักษณ์ของวิทยาลัย และสร้างชื่อเสียงทางด้านวิชาการ
3. เผยแพร่งานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ประยุกต์องค์ความรู้สู่สังคม และชุมชน

เนื้อหา

การเสวนาทางวิชาการครั้งที่ 4 นี้ จะเน้นเนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรของวิทยาลัยนวัตกรรม ในหัวข้อ นวัตกรเชิงอุปนัย ( Inductive Innovator) โดย อาจารย์ ดร.ธีระ ชินภัทร รามเดชะ อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารเทคโนโลยี จะร่วมนำการเสวนาโดยอาศัยหลักการในการพัฒนาระบบสารสนเทศ คือ การออกแบบระบบที่ดี และสามารถนำไปดำเนินการพัฒนาเพื่อสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยเฉพาะการนำฐานข้อมูลสำหรับระบบสารสนเทศเพื่อการประมวลผลมาประยุกต์ใช้ เพื่อการนำประสบการณ์เชิงนวัตกรรมของนักบริหารในการคิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกแบบฐานข้อมูลในที่นี้จะมีความหมายครอบคลุมถึงการออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด (conceptual level) และการออกแบบฐานข้อมูลในระดับภายในหรือเชิงกายภาพด้วย (internal level หรือ physical level) อย่างไรก็ตาม การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีและสมบูรณ์นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำได้ยาก ปัจจัยสำคัญในการออกแบบฐานข้อมูล คือ ความสามารถในการสรรหาวิธีเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วไปการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อนำมาใช้งานภายในองค์กรสามารถจำแนกได้ 2 วิธี คือ วิธีอุปนัย (inductive approcah) และวิธีนิรนัย (deductive approach) การออกแบบฐานข้อมูลด้วยวิธีอุปนัยเป็นการออกแบบฐานข้อมูลด้วยการเก็บรวบรวม ข้อมูลและ/หรือโปรแกรมที่มีการใช้งานอยู่แล้วภายในหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กรมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลขององค์กร ซึ่งการใช้วิธีการเดียวกันนี้กับการสร้างสรรค์บุคลากรที่เป็นนักคิดด้านวัตกรรม หรือ นวัตกร ก็คือการศึกษาจากประสบการณ์การทำงานของแต่ละบุคคล แล้วนำมาประมวลผล เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ ก่อนนำไปสร้างตัวแบบที่มีประสิทธิภาพ

รูปแบบกิจกรรม

การเสวนาทางวิชาการ-แลกเปลี่ยนเชิงวิชาการ

กำหนด วัน-เวลา-สถานที่
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ระหว่างเวลา 13.30 น.-16.30 น. ณ ห้องบรรยาย C5 ชั้น 5 อาคารหอสมุดเดิม วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์


ผลที่คาดว่าจะได้รับ

บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เป็นบริการทางวิชาการที่สอดรับกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการภายในวิทยาลัย

ผู้รับผิดชอบโครงการ
อาจารย์วิภา ดาวมณี
อาจารย์ ดร.เกรียงไกร วัฒนาสวัสดิ์

ที่ปรึกษา
รอง คณบดีฝ่ายวางแผนและวิจัย และ ผอ.หลักสูตร


กำหนดการ
หัวข้อเสวนาทางวิชาการ CITU FORUM ครั้งที่ 4
เรื่อง นวัตกรเชิงอุปนัย ( Inductive Innovator)
โดย อาจารย์ ดร.ธีระ ชินภัทร รามเดชะ อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารเทคโนโลยี

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552
ห้องบรรยาย C5 ชั้น 5 วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

13.00 น. ลงทะเบียน
13.30 น. ผู้ดำเนินรายการ เชิญ รศ. ม.ร.ว. พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม
กล่าวเปิดการเสวนา เรื่อง นวัตกรเชิงอุปนัย ( Inductive Innovator)
และ แนะนำวิทยากร
13.45 น. เริ่มการเสวนา
16.00 น. เปิดให้ซักถาม และ สรุปการเสวนา
16.30 น. จบรายการ

สอบถามรายละเอียด
ที่ อ.วิภา ดาวมณี
โทร. 081-6134792
อีเมล์ csi_edu@yahoo.com




*ศมส. เปิดเวทีวิชาการมานุษยวิทยาศึกษาเรื่อง “ผู้คน ดนตรี ชีวิต”

ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เผยว่า ในระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2552 ศูนย์ฯ จะจัดการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาขึ้น โดยใน ปีนี้กำหนดในประเด็นเกี่ยวกับดนตรี ในชื่อหัวข้อ “ผู้คน ดนตรี ชีวิต” ซึ่ง ศูนย์ฯ มีความภูมิใจที่จะเปิดพรมแดนความรู้ใหม่เกี่ยวกับดนตรี เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงสาขาวิชามานุษยวิทยาไปสู่การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม ผ่านการศึกษา “ดนตรีในมิติวัฒนธรรม” ซึ่งมิได้มีเพียงนักดนตรี เครื่องดนตรี ตัวโน๊ต และผู้ชม เท่านั้น หากยังมี “เสียง” ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว ความหมาย ความทรงจำ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของผู้คนซึ่งมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในบทเพลงได้อย่างเต็มอรรถรส

สำหรับประเด็นในการประชุมนั้น ดร.ปริตตา กล่าวว่า การประชุมจะมีประเด็นอาทิ มานุษยวิทยาการดนตรี ดนตรีในโลกมุสลิม ดนตรีกับการเมือง ดนตรีชาติพันธุ์ และ Soundscape นอกจากจะ มีการนำเสนอบทความวิชาการในประเด็นต่างๆแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความพิเศษที่มีการ ร่วมชมศิลปะการแสดงและร่วมฝึก ร่ายรำ จากศิลปินอีกด้วย การแสดงในการประชุมประกอบด้วย ระบำชวา ระบำจากสุมาตรา สิละ และรำกริช การแสดงจากพิเชษฐ กลั่นชื่น การแสดงดนตรีชวา การแสดงดนตรีพื้นบ้านไอริช การแสดงดนตรีชาติพันธุ์ เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและชำระค่าลงทะเบียนภายในวันที่ 20 มีนาคม 2552 บุคคลทั่วไป 1,000 บาท นักเรียน/นักศึกษา 500 บาท สอบถามการลงทะเบียนโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://www.sac.or.th




*กำหนดการจัดสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

(The Project on Establishment of Sustainable System for Practical
Energy Efficiency and Conservation Promotion in Thai Industries)
จัดโดย สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ร่วมกับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO)
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ห้อง Monet - Pissarro - Cezanne ชั้น 4 โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์

08.00-09.00 น. ลงทะเบียนพร้อมรับเอกสารประกอบการอบรม

09.00-09.15 น. กล่าวรายงาน โดย นายเจน นำชัยศิริ
รองประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม
และประธานคณะทำงานโครงการฯ

09.15-09.45 น. กล่าวเปิดงาน โดย
รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (คุณอนุสรณ์ เนื่องผลมาก)
Mr. Munenori Yamada, President of JETRO Bangkok

09.45-10.00 น. พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่โรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 1
บริษัท กรีนสปอต จำกัด
บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด
บริษัท นันยางการทออุตสาหกรรม จำกัด

10.00-10.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.15-12.00 น. การสรุปผลการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานภายใต้โครงการฯ
โดย ทีมวิศวกรของโรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 2
บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท โชคสมุทรมารีน จำกัด
บริษัท พอใจพิมพ์ผ้าไทย จำกัด
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ธนไพศาล

กำหนดการ (ต่อ)

12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00-14.00 น. การพัฒนาคู่มือการวินิจฉัยโรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอและอาหาร (Audit Manual)
โดย ผู้เชี่ยวชาญสถาบันพลังงานฯ และทีมวิศวกรจากโรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ

14.00-15.30 น. กรณีศึกษาการอนุรักษ์พลังงานในอุตสาหกรรมพลาสติก เซรามิก และเหล็ก
ของประเทศญี่ปุ่น โดย ผู้เชี่ยวชาญ JETRO
Mr. Taichiro Kawase

15.30-15.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง

15.45-16.15 น. แผนการดำเนินโครงการฯ ในระยะที่ 2 (อุตสาหกรรมพลาสติก เซรามิก และเหล็ก)
โดย นายรุ่งเรือง สายพวรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานฯ

16.15-16.30 น. กล่าวสรุปและปิดงาน
โดย Mr. Masaaki Toma, Director of Energy and Environment Technology Department, JETRO Bangkok

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:20:05 น.  

 
*ขอเลื่อนการจัด "สัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่12"

ตามที่กระทรวงสาธารณสุข จะจัดสัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 12 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นั้น เพื่อให้การจัดการสัมมนา ดำเนินการไปโดยราบรื่นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

กระทรวงสาธารณสุขขอเลื่อนกำหนดการการจัดงาน ในวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2552 เป็นวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2552

แจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

เลขานุการ
คณะอนุกรรมการด้านประชาสังคมและชุมชน




*เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

“สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาฯ มหาวิทยาลัยมหิดล
เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท
สาขาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

ตั้งแต่วันที่ 2 – 28 กุมภาพันธ์ 2552

สอบถามเพิ่มเติมที่
02-441-4125 ต่อ 400,
401 หรือ 02-889-2151"




*สัมมนาประจำปี 2552 “ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: จดหมายเหตุ-ประวัติศาสตร์-นิเวศวิทยา-ชาติพันธุ์-การท่องเที่ยว”

ภาควิชาการ 26-27 ก.พ. (ค่าลงทะเบียน 1,200 บาท)

ณ โรงแรม เวียงอินทร์ เชียงราย
ภาคสนาม เส้นทางอารยธรรมชาวไต เชียงตุง พม่า
28 ก.พ.-1 มีค. (ค่าลงทะเบียน 4,900 บาท)

ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “ไฟฟ้าไทย-ลาว” “ชาติพันธุ์ สันติภาพ ลุ่มน้ำโขง”

“จดหมายเหตุภาพสามเหลี่ยมทองคำ” “บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ กับ 30 ชาติในเชียงราย”

“การค้าชายแดนเมืองใหม่ ๆ” “จดหมายเหตุหมอดอดด์”

“รัฐชาติสยามประเทศไทยกับล้านนา” “ฮ่อ-พ่อค้าโลกเก่า ชนกลุ่มน้อยโลกใหม่”

“จดหมายเหตุปราสาทเขาพระวิหาร” “สื่อในลุ่มน้ำโขง-ความรับผิดชอบ”

“ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับสามเหลี่ยมทองคำ”

“จดหมายเหตุสหรัฐไทยเดิม (เชียงตุง)” “มะเมี๊ยะกับเจ้าสุขเกษม-โรมิโอจูเลียต แห่งลุ่มน้ำสาละวิน” “แม่น้ำกก-เสียมกุก กับคำสยาม ไทย ลาว และขอม”

จัดโดย
สมาคมจดหมายเหตุสยาม
มูลนิธิโครงการตำราฯ มูลนิธิโตโยต้า
ม. ราชภัฏเชียงราย
และกระทรวงวัฒนธรรม
โทร 02-424-5768, 02-433-8713

รายละเอียดและใบสมัคร

http://www.textbooksproject.com/




*ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง "ความพร้อมของผู้ประกอบการต่อกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability : PL Law)"

ตามที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับใหม่ ได้แก่ พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 นี้ โดยมีสาระสำคัญให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้า หากสินค้าของผู้ประกอบการมีความไม่ปลอดภัย หรือทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย โดยนำหลักความรับผิดแบบเคร่งครัด (Strict Laibility) มาใช้กับผู้ประกอบการ (ผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ถึงความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการ) ในระยที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมฯ ได้จัดการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวแก่สมาชิกมาหลายครั้งแล้วนั้น
คณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมฯ เห็นว่าพระราชบัญญัติดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโดยตรงหากไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดีเพียงพอ เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีภาระความรับผิดต่อผู้บริโภค จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นมิใช่สินค้าที่ไม่ปลอดภัยประกอบกับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 มีกระบวนการพิจารณาคดีที่สะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการนำคดีขึ้นสู่ศาล ซึ่งจะส่งผลให้มีคดีห้องร้องเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกล่าว เพื่อให้สามารถปฏิบัติตาม และมีมาตรการรองรับผลของกฎหมายดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงได้กำหนดจัดสัมมนา เรื่อง "ความพร้อมของผู้ประกอบการต่อกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability : PL Law)" ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2552 เวลา 08.30 - 17.00 น. ณ Meeting Room 3 - 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ท่านที่สนใจเข้าร่วมสัมมนากรุณาส่งแบบตอบรับมายังฝ่ายกฎหมาย และต่อต่อขอรายละเอียดการสัมมนาเพิ่มเติมได้ที่ คุณนภัทร ศรีกลัด และว่าที่ร้อยตรี เกรียงไกร ลาวพวน โทรศัพท์ 0-2345-1055, 57 โทรสาร 0-2345-1058 หรือ E-mail : napats@off.fti.or.th, kiengkair@off.fti.or.th




* อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ ไม่ได้




โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:21:25 น.  

 
*งานสัมมนา"ต้นทุนที่ลดได้ คือกำไรที่เพิ่มขึ้น"

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"ต้นทุนที่ลดได้ คือกำไรที่เพิ่มขึ้น"

วันพฤหัสบดี 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 09:00 – 16:30 น.
ณ ห้องราชเทวี แกรนด์บอลรูม โรงแรมเอเชีย
ถ.พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

กลุ่ม: กลุ่ม SMEs

วันที่: 26/2/2552

เวลา: 9:00-16:30

สถานที่จัด: โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 296 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02 215-0808

ห้อง-ชั้น: ห้องราชเทวี แกรนด์บอลรูม

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: ปราโมทย์ วิทยาสุข

เอกสารประกอบ: กำหนดการและใบตอบรับ

ผู้จัดสัมมนา: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: กรุณาส่งแบบตอบรับกลับภายใน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คุณอร ทีฆะพันธุ์ / คุณสมจิตต์ เตียวสุนทรวงศ์ โทรศัพท์ 0-2202-4414-16 โทรสาร 0-2354-3299 E-mail orn@dip.go.th, somchit@dip.go.th





*งาน "บำรุงราษฎร์ Health Fair"

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเชิญผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงาน "บำรุงราษฎร์ Health Fair" มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ ในวันที่ 27, 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2552 เวลา 10.00-17.00 น. ณ บริเวณชั้น 10 สกายล๊อบบี้ (sky Lobby) อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก สุขุมวิท 3
ภายในงานมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพมากมาย อาทิ บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น ตรวจไขมันและน้ำตาลในเลือด ตรวจสอบเครื่องกระตุ้นหัวใจ Pace maker รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและเทคโนโลยีการรักษาจากศูนย์หัวใจ เบาหวาน ทางเดินอาหาร กระดูกและข้อ ปรึกษานักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด แพคเกจตรวจสุขภาพหลายรายการในราคาประหยัด เสริมสร้างความรู้การเสวนาบนเวทีโดยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ และพบกับสินค้าเพื่อสุขภาพราคาประหยัด อาทิ ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หนังสือสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมตลอดงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 26671555 Wissanun Kunplin
Public Relations Coordinator
Phone: +66 2667 2212
Email: profficer@bumrungrad.com
http://www.bumrungrad.com




*บรรยายวิชาการ ในหัวข้อ "คุณธรรม จริยธรรม ของยุวชน ICT"

ตามที่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้จัดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุค ICT เพื่อขยายเครือข่ายเยาวชนในการพัฒนาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์และทักษะด้าน ICT ของเยาวชนในระบบและนอกระบบการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้สามารถเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทักษะด้าน ICT ระหว่างเยาวชนด้วยกันต่อไปได้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย
ในการนี้ กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุค ICT ปี ๒๕๕๒ ได้จัดพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมทั้งจัดบรรยายวิชาการ ในหัวข้อ "คุณธรรม จริยธรรม ของยุวชน ICT" กระทรวงฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด "กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุคICT ปี ๒๕๕๒" ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ น.-๑๕.๓๐ น. ณ ห้องวีนัส ชั้น ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๔๗ ๒๓๓๙-๔๐ ต่อ ๑๓๓ หรือ มือถือ ๐๘ ๖๐๒๖ ๖๐๖๓

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
สำนักงานปลัดกระทรวง
สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๐๕ ๗๐๔๓
โทรสาร ๐ ๒๕๖๘ ๒๖๐๔




*เวทีสนทนาฟลอร์ไทม์ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เรื่อง "บทบาทของพ่อ พี่น้อง และญาติผู้ใหญ่ในการดูแลเด็กออทิสติก"

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ขอเชิญร่วมเวทีสนทนาฟลอร์ไทม์ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เรื่อง "บทบาทของพ่อ พี่น้อง และญาติผู้ใหญ่ในการดูแลเด็กออทิสติก" ในวันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ศาลายา
ฟังประสบการณ์ชีวิตจริง พร้อมคลิปวีดีโอฟลอร์ไทม์จากที่บ้าน, "เล่าเรื่องคุณพ่อ" โดยกลุ่มคุณพ่อจากชัยภูมิ, "ทำอย่างไรให้พี่น้องเล่นด้วยกัน" โดย คุณแม่ลูกสอง และ "เทคนิคฟลอร์ไทม์สำหรับผู้สูงอายุ" โดย คุณยายน้องตัวเล็ก ช่วงเวลาพิเศษ ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. ถาม - ตอบเรื่องฟลอร์ไทม์ โดยครูพบและครูแอนน์ สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. ๐๘-๗๖๖๔-๓๙๓๒

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2849-6208-10




*งานเสวนารำลึกถึงชีวิตและผลงาน ของสุพจน์ ด่านตระกูล

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญร่วมงานเสวนารำลึกถึงชีวิตและผลงาน ของ สุพจน์ ด่านตระกูล นักคิด นักเขียน ผู้กล้าแสดงสัจจะให้สังคมประจักษ์

วันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ๑๗.๓๐ น. ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
สถาบันปรีดี พนมยงค์ เลขที่ ๖๕ /๑ ถนนสุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ)
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
ปาฐกถานำโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์
วิทยากรเสวนา : สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต ศุขปรีดา พนมยงค์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บัญชา เฉลิมชัยกิจ
สันติสุข โสภณสิริ วันไททิพย์ ด่านตระกูล รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ และนักวิชาการผู้มาร่วมงาน
ขับร้องเพลง "คนดีมีค่า" โดย อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์
ดำเนินรายการโดย สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย
สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑
E-mail : banomyong_inst@yahoo.com
Website : pridiinstitute.com
Pridi Banomyong Institute
65/1 Thonglor, Sukhumvit 55 Rd., Vadhana, Bangkok 10110 Thailand
Tel : (66) 2381-3860-1 Fax : (66) 2381-3859
email : banomyong_inst@yahoo.com
website : http://www.pridiinstitute.com


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:24:05 น.  

 
*การสัมนาองค์การนายจ้าง ลูกจ้างระดับชาติ

โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเปิดการสัมนาองค์การนายจ้าง ลูกจ้างระดับชาติ เรื่อง "ทวิภาคีร่วมหารือเพื่อหาทางออกวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อแรงงาน" ซึ่งจัดขึ้นโดย สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (Employer's Confederation of Thailand – ECOT) โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เวลา 9.00 น. ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ ห้องซาลอน เอ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ

กุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา
บดีรัตน์ คูรัตน์ชัชวาล
พลอยมนต์ มีชัย
ฝ่ายการสื่อสารการตลาด




*ศมส. เปิดเวทีวิชาการมานุษยวิทยาศึกษาเรื่อง "ผู้คน ดนตรี ชีวิต"

ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เผยว่า ในระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2552 ศูนย์ฯ จะจัดการประชุมวิชาการทางมานุษยวิทยาขึ้น โดยใน ปีนี้กำหนดในประเด็นเกี่ยวกับดนตรี ในชื่อหัวข้อ "ผู้คน ดนตรี ชีวิต" ซึ่ง ศูนย์ฯ มีความภูมิใจที่จะเปิดพรมแดนความรู้ใหม่เกี่ยวกับดนตรี เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงสาขาวิชามานุษยวิทยาไปสู่การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม ผ่านการศึกษา "ดนตรีในมิติวัฒนธรรม" ซึ่งมิได้มีเพียงนักดนตรี เครื่องดนตรี ตัวโน๊ต และผู้ชม เท่านั้น หากยังมี "เสียง" ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว ความหมาย ความทรงจำ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของผู้คนซึ่งมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในบทเพลงได้อย่างเต็มอรรถรส

สำหรับประเด็นในการประชุมนั้น ดร.ปริตตา กล่าวว่า การประชุมจะมีประเด็นอาทิ มานุษยวิทยาการดนตรี ดนตรีในโลกมุสลิม ดนตรีกับการเมือง ดนตรีชาติพันธุ์ และ Soundscape นอกจากจะ มีการนำเสนอบทความวิชาการในประเด็นต่างๆแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความพิเศษที่มีการ ร่วมชมศิลปะการแสดงและร่วมฝึก ร่ายรำ จากศิลปินอีกด้วย การแสดงในการประชุมประกอบด้วย ระบำชวา ระบำจากสุมาตรา สิละ และรำกริช การแสดงจากพิเชษฐ กลั่นชื่น การแสดงดนตรีชวา การแสดงดนตรีพื้นบ้านไอริช การแสดงดนตรีชาติพันธุ์ เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและชำระค่าลงทะเบียนภายในวันที่ 20 มีนาคม 2552 บุคคลทั่วไป 1,000 บาท นักเรียน/นักศึกษา 500 บาท สอบถามการลงทะเบียนโทร 0 2880 9429 ต่อ 3811 หรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://www.sac.or.th




*"เป็น อยู่ คือ" ภาวนากับการสื่อสารอย่างสันติ

สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องของการเรียนรู้ด้านใน
การภาวนาเพื่อสร้างฐานสำหรับการดำรงชีวิตที่เปี่ยมด้วยพลังทั้งทางร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก และทางจิตวิญญาณ การดำเนินความสัมพันธ์ที่ดีกับตนเอง คนรอบข้าง และสังคม เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมแห่งความกรุณาอย่างสร้างสรรค์

กิจกรรมจะประกอบด้วยการนั่งสมาธิภาวนา โยคะทิเบต บอดี้เวิร์ค และการเรียนรู้ทักษะการสื่อสารอย่างสันติ ตามแนวทางของ Nonviolent Communication อาทิเช่น

- ฝึกฝนการเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการลึกๆของตนเองเพื่อให้เราดำเนินชีวิตตามคุณค่าที่เรานับถือได้อย่างมีพลัง
- ฝึกฝนการแปรเปลี่ยนคำตัดสินต่างๆ ที่มีต่อตนเองและผู้อื่นให้เป็นคุณค่าที่เอื้ออาทรต่อชีวิต
- ฝึกฝนการอยู่กับปัจจุบันขณะและรู้เท่าทันความคิด
รับฟังผู้อื่นอย่างเต็มเปี่ยม เข้าถึงความรู้สึกและความต้องการ โดยละวางการกล่าวโทษ ตัดสิน หรือพยายามจะเปลี่ยนแปลงผู้อื่น
- การรับและแสดงความโกรธย่างมีพลัง ด้วยวิธีที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ และรับผิดชอบต่อความรู้สึกและความต้องการของเรา
- สรรค์สร้างชีวิตที่คุณต้องการด้วยการขอร้องในสิ่งที่คุณต้องการโดยไม่สูญเสียความสัมพันธ์กับผู้อื่น ฝึกการสนทนาต่อ แม้ถูกผู้อื่นกล่าวปฏิเสธ และหลีกเลี่ยงการตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ

กิจกรรมตลอด ๗ วัน จะดำเนินไปบนพื้นฐานของชุมชนผู้ปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยภาษาในชีวิตประจำวัน เพื่อหลอมรวมการภาวนาเข้ากับการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง

*จำนวนผู้เข้าร่วม ๓๕ คน

*ผู้เข้าร่วมเดินทางไปสวนโมกข์นานาชาติด้วยตนเอง

ลงทะเบียนเข้าที่พัก ๗.๐๐ น เป็นต้นไป
เริ่มกิจกรรม ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒
เลิกกิจกรรม ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ทานอาหารมังสวิรัติสองมื้อ คือ มือเช้า และเที่ยง นอนหอพักรวม กางมุ้ง นอนตั่ง หนุนหมอนไม้ ห้องน้ำรวม แต่งกายสุภาพและสบาย ไม่จำเป็นต้องนุ่งขาวห่มขาว

*วันที่ :* ๑๒-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒
*สถานที่ :* สวนโมกข์นานาชาติ, อ.ไชยา, จ.สุราษฎร์ธานี
*บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม:* ตั้งแต่ ๖๕๐๐ - ๒๕๐๐ บาท หรือมากกว่าตามกำลังทรัพย์ของท่าน

(สำหรับเป็นค่าอาหารและที่พักสำหรับ ๗ วัน ๖ คืน ค่าตอบแทนวิทยากร ผู้ช่วย อุปกรณ์ ประชาสัมพันธ์ และการประสานงานอื่นๆ)

*วิทยากร :* กัญญา ลิขนสุทธิ์ และวิจักขณ์ พานิช

ติดต่อขอรับใบสมัคร หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ shambhala04@gmail.com หรือ ติดต่อ นภา 089-160-3588


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:25:05 น.  

 
*อบรมฟรี!!!ศักยภาพในการใช้สารไคตินไคโตซานในการ Finishing

ในวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552
เวลา 09.00 - 16.00 น.
ณ ห้องสัมมนา1 ชั้น3 สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
-------------------------------------------------------

ไคโตซาน เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่สกัดจากไคตินโดยเอาหมู่ acetyl ของน้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine ออกตั้งแต่ 50% ขึ้นไปและมีสมบัติละลายในกรดอ่อน มีชื่อทางเคมีว่า poly [β-(1 4)-2-amino-2-deoxy-D-glucopyranose]

ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญในรูปของ D – glucosamine พบได้ในธรรมชาติ โดยเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว คือ ที่เป็นวัสดุชีวภาพ ( Biometerials ) ย่อยสลายตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์ ไม่เกิดผลเสียและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดการแพ้ ไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ ( non – phytotoxic ) ต่อพืช นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเพิ่มปริมาณของสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์

สารไคโตซานเป็นสารที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับร่างกายซึ่งในด้านการแพทย์และเภสัชวิทยาใช้ไคติน และไคโตซาน ในการรักษาบาดแผลเพื่อใชในการรักษาแผลผ่าตัดและไฟไหม ซึ่งจะชวยให้แผลหายเร็วขึ้น ทําผลิตภัณฑ์แผ่นปิดตกแต่งแผล ด้ายเย็บแผล ซึ่งข้อดีของมันก็คือ จะสลายตัวอย่างช้าๆ และถูกดูดซับเข้าร่างกายอย่างไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย

วิทยากร :
- ผศ.ดร.รัฐ พิชญางกูร
- ผศ.ดร.อุษา แสงวัฒนาโรจน์
- อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

download ใบสมัครได้ที่ http://www.thaitextile.org/temp/app0225.pdf

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-713-5492-9 ต่อ 413: นวพร
โทรสาร 0-2713-5492-9 ต่อ 415
E-mail : navaporn@thaitextile.org




*เชิญเข้าร่วมอบรมในหัวข้อ "ลงทุนอย่างไรในช่วงเศรษฐกิจผันผวน"

บริษัทเน็กซ์วิว (ประเทศไทย) ใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมอบรมในหัวข้อ

"ลงทุนอย่างไรในช่วงเศรษฐกิจผันผวน" โดยเป้าหมายของการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อแนะนำความรู้พื้นฐานแก่นักลงทุน ผู้ประกอบการนำเข้า - ส่งออก ตลอดจนผู้สนใจ ให้ทราบถึงการป้องกันความผันผวนของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักลงทุน และผู้ที่อยู่ในธุรกิจ นำเข้า – ส่งออก และยังสามารถประยุกต์ ใช้ได้กับการลงทุนซื้อขาย Gold Futures

โดยครั้งนี้ทางบริษัทเน็กซ์วิวฯได้รับเกียรติจากอาจารย์ ดอน เชลเล็นเบิร์ก ผู้มีชื่อเสียงในฐานะวิทยากรที่ได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุมและการสัมมนาระดับนานาชาติจากทวีปอเมริกาเหนือ อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง Master Money Trader's ในแคนาดาที่รวบรวมสมาชิกที่มีประสบการณ์ด้านการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรามากที่สุด นอกจากนั้นอาจารย์ดอน ยังมีประสบการณ์ในการซื้อขายในตลาดจริงมากกว่า 10,000 ชั่วโมง อาจารย์สามารถนำความรู้ต่างๆ ที่ได้รวบรวมจากประสบการณ์จริง มาถ่ายทอดให้กับนักลงทุนในทุกระดับ และยังได้รับเชิญจาก สมาคม และชมรมด้านการลงทุนในประเทศต่าง ๆ อาทิ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เวียดนาม จีน ฮ่องกง และตะวันออกกลาง เป็นต้น

งานสัมมนาครั้งนี้จะจัดขึ้น ใน วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2552 เวลา 8.00-17.00 น. ที่โรงแรมอะเดรียติค พาเลซ (ตรงข้ามอาคารวานิชฝั่งถนนวิทย)

สำรองที่นั่งได้ที่ 02-6273360-2 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nextview.com/thai


โดย: jenifaae วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:25:51 น.  

 
*ขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมการปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง "

ประชาสัมพันธ์กิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง " Tour de Chang เนื่องในวัน World Animal Day ประจำปี 2552

เนื่องในวัน World Animal Day ในปี 2552 ที่จะถึงนี้ ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง " โดย รายได้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2552 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่ แตง จังหวัดเชียงใหม่

เป้าหมายหลักในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง " ในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์ บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีตและช้างพิการต่างๆ จำนวนมากกว่า 36 เชือก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และ ได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี ซึ่งศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่แตงที่มีแม่น้ำไหลผ่านตลอด ทั้งปี ใน อ.แม่แตง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ และเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และยังมีป่าตามธรรมชาติที่สามารถพาช้างไปเดินเล่นและหาอาหารได้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทย ต่อไป

รายละเอียดและเส้นทางในการปั่นจักรยานเสือภูเขา " ปั่นเพื่อช้าง " หรือ " Tour de Chang "

วันที่ 3 ตุลาคม 2552 - เส้นทาง อ.เชียงดาว - หุบเขาแม่แตง - ศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง

เริ่มต้นที่ ป่าสนบนภูเขาสูง ใน อ.เชียงดาว ณ ยอดเขา ด้วยเส้นทางนอกถนน แล้วเปลี่ยนมาเป็นเส้นทางแคบในป่า เข้าสู่ช่องแคบระหว่างหุบเขา และป่าตามธรรมชาติ โดยเป็นการปั่นในเส้นทางที่ลาดลงเนินเขา สลับกับปั่นขึ้นเขา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามแม่น้ำ ไปจนถึงหุบเขาแม่แตง และเข้าพักที่ศูนย์บริบาลช้าง ใน อ.แม่แตง ในตอนเย็น ซึ่งที่นี่นอกจากที่ทีมนักปั่นทุกท่านจะได้ผ่อนคลายอริยาบทริมแม่น้ำแม่แตง แล้ว ท่านยังจะได้มีโอกาสในการใช้เวลาเล่นน้ำกับช้าง ช่วยกันอาบน้ำให้ช้าง และให้อาหารช้าง รวมทั้งยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้พฤติกรรมของช้างอย่างใกล้ชิดด้วย

ทางทีมงานได้จัดเตรียมเต็นท์ที่พักภายในศูนย์ซึ่งอยู่ติดกับริมแม่น้ำแม่ แตงไว้สำหรับนักปั่นทุกท่าน เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม และในวันรุ่งขึ้นทุกๆท่านก็ได้รับการปลุกให้ตื่นนอนแต่เช้าตรู่จากเสียงร้อง ของช้างที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งนาฬิกาปลุกเลย รับรองว่าท่านจะประทับใจกับบรรยากาศเช่นนี้อย่างไม่รู้ลืม

วันที่ 4 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวัน World Animal Day - เส้นทาง หุบเขาแม่แตง - หมู่บ้านสบเปิง - อ.เมืองเชียงใหม่

ภายหลังจากรับประทานอาหารเช้าภายในศูนย์บริบาลช้างเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มต้นปั่นจักรยานอีกครั้งในเส้นทางหุบเขาแม่แตง ไปตามทางถนนลูกรัง ข้ามผ่านที่ราบและเนินเขาในหุบเขาแม่แตง และป่าตามธรรมชาติ ผ่านบ้านชาวไร่ ชาวนา และไปสิ้นสุดที่หมู่บ้านสบเปิงซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่ากระเหรี่ยง ซึ่งที่นี่ท่านจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตตามธรรมชาติของชนเผ่ากระเหรี่ยง หลัง จากนั้นจะมีการนำนักปั่นจักรยานทุกท่าน และจักรยานคู่ใจเดินทางกลับสู่ตัวเมือง จ.เชียงใหม่ โดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ(4WD) ที่ทางทีมงานจัดเตรียมไว้ เป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจการผจญภัย " ปั่นเพื่อช้าง " ในครั้งนี้

หมายเหตุ โปรแกรมเส้นทางในการปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง " อาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังตามความเหมาะสม ดังนั้นจึงขอให้ผู้สนใจทกท่านติดตามความคืบหน้าในเรื่องโปรแกรมผ่านทาง เว็บไซด์ของเราต่อไป

การจัดตั้งทีมจักรยานเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม " ปั่นเพื่อช้าง "

แต่ละทีม จะต้องประกอบไปด้วยสมาชิก จำนวน 4 ท่าน โดยแต่ละทีมจะต้องมีหัวหน้าทีม 1 ท่าน ซึ่งภายหลังจากที่ทีมของท่านได้จัดตั้งทีมจักรยาน และลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับทางมูลนิธิฯของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางมูลนิธิฯ จะจัดทำ homepage ส่วนตัวสำหรับทีมของท่านบนเว็บไซด์ของเรา เพื่อให้ท่านได้ใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ทีมของท่าน และจัดหาผู้สนับสนุน(sponsors)สำหรับทีมของท่านในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้ง นี้ต่อไป โดยแต่ละทีมจะต้องจัดหาเงินจากสปอนเซอร์ต่างๆเพื่อสนับสนุนในกิจกรรม " ปั่นเพื่อช้าง " ในครั้งนี้ ขั้นต่ำ คือ ทีมละ 25,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับศูนย์บริบาลช้างต่อไป

ค่าลงทะเบียนสมัครในการเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล " ปั่นเพื่อช้าง " ในครั้งนี้ คือ 3,000 บาท ต่อ ท่าน

แพ็คเกจนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ดังนี้

- ค่าที่พักภายในศูนย์บริบาลช้าง จำนวน 1 คืน

- รถรับ-ส่งจากจุดปั่นจักรยาน และรถบริการเพื่อเดินทางกลับไปยังตัวเมืองเชียงใหม่

- รถขับเคลื่อน 4 ล้อ(4WD) ติดตามตลอดเส้นทางปั่นจักรยาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทีมปั่นจักรยาน

- ค่าเช่าจักรยานเสือภูเขา และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ รวมทั้งทีมงานที่ชำนาญในการปั่นจักรยานเสือภูเขาในพื้นที่

- แผนที่เส้นทางการปั่นจักรยาน คู่มือในการปั่นจักรยานเสือภูเขา และคู่มือความปลอดภัยในการใช้งาน

- ค่าอาหาร และเครื่องดื่ม

- ค่าประกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณติ๊ก E-mail : dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org

สมัครเข้าร่วมกิจกรรม " ปั่นเพื่อช้าง "คลิกที่นี่ >>http://www.bring-the-elephant-home.org/2009/07/09/bike-for-elephants/th/
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราในการช่วยเหลือช้างไทยนะคะ

มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน
http://www.thaingo.org/prboard/1/view.php?id=8469




*งาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2552”

ไอบีเอ็มเตรียมโชว์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ในงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2552” เปิดตัว 3 สุดยอดโปรแกรม “PowerUp”, “TryScience” และ “Virtual Forbidden City” หวังเพิ่มทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่เยาวชนไทย พร้อมชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ และผู้สนใจทั่วไปพบกับบูธไอบีเอ็มได้ในงาน ระหว่างวันที่ 8-23 ส.ค. 52 นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี

นายธันวา เลาหศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “หนึ่งในเป้าหมายหลักของไอบีเอ็มคือการสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่เยาวชนไทย อันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนั้น ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติปี 2552 ครั้งนี้ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด จึงได้นำโครงการเพื่อการศึกษาที่ไอบีเอ็มได้เข้าไปดำเนินการแล้วในหลายประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงให้กับนักเรียน ครูอาจารย์ และบุคคลที่สนใจ ได้มีโอกาสเรียนรู้

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไอบีเอ็มทั่วโลกที่มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนในทั่วทุกมุมโลก”

กิจกรรมภายในบูธไอบีเอ็ม จะแบ่งเป็น 3 โซนด้วยกัน โซนแรก คือ “PowerUp” เกมออนไลน์สามมิติรูปแบบใหม่ที่สนุกสนานและแฝงไว้ด้วยความรู้ โดยในเกมจะมีบทเรียนที่จะสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ผ่านทางเกมรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยผู้เล่นจะสามารถเข้าไปร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของดาวเคราะห์จำลองแห่งหนึ่ง ด้วยการสร้างระบบพลังงานสะอาด (Clean Energy)

ได้แก่พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งผู้เล่นจะต้องแก้ปัญหา รวมถึงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะปัญหาสิ่งแวดล้อม และตัวละครในเกมสามารถโต้ตอบกับผู้เล่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะปลูกฝังให้ผู้เล่นมีความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สามารถเรียนรู้และสร้างโลกเสมือนจริงได้อย่างสนุกสนานผ่านเทคโนโลยีสามมิติ

โซนต่อมาคือ “TryScience” พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรอบโลกในรูปแบบออนไลน์แห่งแรกของโลกที่จะทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับเด็กๆ โดยไอบีเอ็มได้ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มากกว่า 500 แห่งทั่วโลก ในการสร้างฐานข้อมูลและองค์ความรู้จากนิทรรศการต่างๆ จากทั่วโลกไว้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ในรูปแบบของเกมมัลติมีเดียที่เด็กๆ สามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ทันที และยังมีคู่มือการทดลองวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ สำหรับนักเรียนและครูอาจารย์ เพื่อนำมาทำการทดลองจริงให้ห้องเรียนได้

และโซนสุดท้ายคือ “Virtual Forbidden City” โลกเสมือนจริงขนาดใหญ่แห่งแรกของโลกภายใต้ความร่วมมือระหว่างไอบีเอ็ม และพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย Virtual Forbidden City เป็นโลกเสมือนจริงที่ผู้ชมจากทั่วโลกสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังหรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ “พระราชวังต้องห้าม” (The Forbidden City) ในรูปแบบสามมิติ เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวจีนอย่างใกล้ชิด โดยปราศจากข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่

ทั้งนี้ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ได้จัดทำโครงการอื่นๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชน เช่น โครงการไอบีเอ็มเสริมความรู้เพื่อหนูน้อย (IBM KidSmart Early Learning Program) โครงการตู้นิทรรศการ TryScience (TryScience Solution Kiosk), โครงการสนับสนุนซอฟต์แวร์เพื่อสถาบันการศึกษา (IBM Software Academic Program), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงภาษาไทย (Thai Text to Speech)

ตลอดจนการบริจาคซอฟต์แวร์ให้แก่สถานศึกษาต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาและเสริมสร้างทักษะด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับนักศึกษาไทย (IBM Software Academic Program) เป็นต้น

สำหรับ “งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2552” เป็นมหกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่

ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8-23 สิงหาคม 2552 นี้ ที่ศูนย์อิมแพค เมืองทองธานี (อาคาร 2-8) ซึ่งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ และประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าชมทั้ง 3 นวัตกรรมของไอบีเอ็มได้ในงานดังกล่าว สำหรับสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าชมบูธของไอบีเอ็มเป็นหมู่คณะ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โทร. 02-273-4633

เผยแพร่โดยบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
กมลวรรณ มักการุณ โทรศัพท์: 02-273-4889 อีเมล: kamolwan@th.ibm.com




*สัมมนา เรื่อง “คาร์บอนเครดิตกับการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาประเทศไทย”

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2552

เวลา 08.00 – 14.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดสัมมนา เรื่อง “คาร์บอนเครดิตกับการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาประเทศไทย” ณ ห้องบุหงา ชั้น 3 โรงแรมเรดิสัน ถนนพระรามเก้า กรุงเทพมหานคร


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:26:32 น.  

 
*สัมมนา เรื่อง “กฎบัตรการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมในประเทศไทย”

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2552

เวลา 08.30-17.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “กฎบัตรการบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรมในประเทศไทย” ครั้งที่ 4 ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*ขอเชิญเข้าร่วมการจัดฝึกอบรมเรื่อง “IP Evaluation”

ด้วยศูนย์ส่งเสริมงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา จะจัดการจัดฝึกอบรม เรื่อง “IP Evaluation” ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2552 เวลา 9.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมพงศ์ศักดิ์ วรสุนทโรสถ ชั้น 8 อาคารสำนักงานอธิการบดี โดยมี Dr.Eward Rubesch และคุณทวีสิน ศิริจินดามัย จาก TLO สวทช. เป็นวิทยากร

ทั้งนี้ จึงใคร่ขอเชิญอาจารย์นักวิจัยและผู้สนใจเข้าร่วมการฝึกอบรมดังกล่าว โปรดแจ้งชื่อสำรองที่นั่งที่ ศูนย์ส่งเสริมงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 9685-9688
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ดร.ผ่องศรี โทร. 0-2470-9688




*มบส.อบรมเขียนพู่กันจีน

สถาบันขงจื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) ร่วมกับ บริษัทนานมี จำกัด จัดกิจกรรมอบรมการเขียนภาพแบบจีน ในระหว่างวันที่ 17-24 ส.ค. 2552 ที่ มบส. โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนภาพจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นวิทยากร ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 5 ส.ค.นี้ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2472-7000 ต่อ 1740, 2000 ทั้งนี้ผลงานของผู้เข้ารับการอบรมจะนำไปจัดนิทรรศการที่บริษัท นานมี จำกัด และผลงานที่ได้รับการคัดเลือก 1-3 อันดับแรก จะได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ จากสถาบันขงจื้อ




*เวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020

(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย

ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)

จัดเวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)

ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

(Media-next-Decade: Prospects, Pitfalls and Imagination)

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 16.20 น.

ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝั่งถนน อังรีดูนังค์)

9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ

“การจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับดูแลกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”

โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ

“วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”

โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ และ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ

12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน

13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า" โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538

14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ

"พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต" โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

15.30 – 16.20 น. บรรยาย และ ถามตอบ

“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส” โดย ต่อพงศ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณรงค์

*สอบถาม 08-91232296, 08-23392121, 02-6910574

Email: freethainetizen@gmail.com

*ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้แล้วที่ http://www.thainetizen.org





*สัมมนาเรื่อง “สภาเกษตรแห่งชาติ ความหวังสุดท้ายของเกษตรกรไทย”

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2552 เวลา 08.00-16.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่อง “สภาเกษตรแห่งชาติ ความหวังสุดท้ายของเกษตรกรไทย” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2




*สัมมนาฟรี! ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

จัดโดย: สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ ชั้น 12 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
วันที่อบรม สัมมนา:
ในวันที่ 20 สค. 52 เวลา 09.00-12.00 น.

ค่าลงทะเบียน/โปรโมชั่น:
สัมมนาฟรี

สถานที่จัดอบรม สัมมนา:
ณ ห้องประชุม1 ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จังหวัดนนทบุรี

ลงทะเบียน/สำรองที่นั่งได้ที่:
โทรศัพท์/ โทรสาร 02-547-5963-4
E-mail: training@dbd.go.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ ชั้น 12 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
โทรศัพท์/ โทรสาร 02-547-5963-4
Website : http://www.dbd.go.th E-mail: training@dbd.go.th


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:32:43 น.  

 
*ขอเชิญร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ "เกษตรยุคใหม่กุมหัวใจเศรษฐกิจไทย"

วิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง ภาคเกษตรกรรมจึงเป็นหนทางเดียวที่จะพยุงฐานะของประเทศไว้ ประชากรเกษตรมีจำนวน 40% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ จากพื้นที่ของประเทศไทย 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตรประมาณ 130 ล้านไร่ หรือประมาณ 40% ของพื้นที่ทั้งประเทศเช่นกัน

นาทีนี้ทุกภาคส่วนของประเทศจึงหันมาจับตามองภาคเกษตรกรรมที่จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปอย่างมั่นคง

สำรองที่นั่งด่วน ที่นั่งจำนวนจำกัด ผู้สนใจเข้าฟังสัมมนาสามารถสำรองที่นั่งได้ 3 วิธีคือ
1.ทางโทรศัพท์ ส.มก. หมายเลข 0-2579-2419, 0-2579-3485 ในวันและเวลาราชการ
2.ทางโทรสาร 02-940-5926
3.ทางเวปไซต์ ด้านล่างนี้
http://www.ku-alumni.org/webboard/viewtopic.php?f=10&t=6&sid=979e41ab200d96425b5d3d89af3713f2

โดยระบุชื่อ, นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์ , E-mail address, จำนวนที่นั่ง (สำรองได้ไม่เกิน 2 ที่นั่งต่อ 1 ท่าน)
ลงทะเบียนเข้าฟังหน้างานตั้งแต่ 11:00น. พร้อมรับ ชา/กาแฟ และของว่าง ฟรี




*งานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ด้านมืดของ Social Media จากมุมมองของคนทำเว็บ"

สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ด้านมืดของ Social Media จากมุมมองของคนทำเว็บ" ร่วมเสวนาในประเด็นใหญ่ที่เป็นภัยใกล้ตัวในยุค Web 2.0

ในยุคของ Old Media มักมีคำกล่าวว่านักข่าวมีปากกาเป็นอาวุธ สามารถใช้เขียนให้คุณให้โทษกับใครก็ได้ แต่ในยุคของ Social Media ผู้บริโภคสื่อมีอำนาจมากขึ้นและผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตสื่อ เมื่อทุกคนสามารถเขียนกระทู้ เขียนบล็อก โพสต์รูป หรืออัปโหลดคลิปวิดีโอได้อย่างอิสระเสรี จึงเปรียบได้ว่าคีย์บอร์ดและเมาส์กลายเป็นอาวุธของคนไซเบอร์ที่ใช้ได้ทั้งการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ หรือใช้ทำร้ายและทำลายผู้อื่นก็ได้

จากที่สมาคมเคยจัดงานจิบกาแฟหัวข้อ "Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค" ที่เน้นการใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมาแล้ว ในครั้งนี้เราจะร่วมเสวนาถึง Social Media ในอีกมุม มาเรียนรู้ร่วมกันว่าผู้ใช้เว็บในยุคนี้สามารถใช้เว็บของเราเป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่นอย่างไรได้บ้าง และเราจะมีวิธีการรับมืออย่างไร

วันและเวลา:
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 13.00 - 17.00 น.

สถานที่:
ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารกสิกรไทย จามจุรีสแควร์ ชั้น 2

รายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียน คลิกที่นี่




*ขอเชิญสมัครเข้าร่วมอบรม"โครงการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว e-Travel Entrepreneur Program "

กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ขอเชิญสมัครเข้าร่วมอบรม

"โครงการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว
e-Travel Entrepreneur Program "

วันที่ 8,9,15,16,22,23 สิงหาคม 2522 เวลา 8.30 - 16.30 น.
ณ ห้องประชุมธนาคารกสิกรไทย จามจุรีย์สแควร์

หลักการและเหตุผล

จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและปัญหาหลายประการซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมากทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยประสบปัญหาอย่างหนักในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวด้วยการเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นยังเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีขีดความสามารถในระดับสากล ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว อีกทั้งยังพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการในปัจจุบัน สามารถเทียบเคียงกับธุรกิจออนไลน์ในระดับสากลได้ และเพิ่มรายได้ของประเทศพร้อมกับผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางในการขยายธุรกิจมากขึ้น

การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 4 หมื่นล้านล้านบาท โดย 3 ใน 4 ของมูลค่าตลาดโดยรวม คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้น ธุรกิจท่องเที่ยวคือขุมทรัพย์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกของอินเตอร์เน็ต อีกทั้งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ทำการค้นหาข้อมูลและทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอนาคตถ้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังคงยึดถือแนวยุทธวิธีการตลาดแบบเดิมๆ จะทำให้ประสิทธิภาพการแข่งขันลดลงและส่งผลกระทบโดยรวมแก่เศรษฐกิจและผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวไทยเป็นผู้ประกอบการต่างชาติเป็นจำนวนมากทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการแข่งขันเนื่องจากขาดความรู้

ปัจจุบันผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังขาดความความรู้ความสามารถที่จะนำเทคโนโลยีมาใช่ในการต่อยอดธุรกิจและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวของตัวเองเข้าสู่ตลาดการแข่งขันและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวเข้าสู่นักท่องเที่ยวได้ การพัฒนาผู้ประกอบการท่องเที่ยวเพื่อต่อยอดยังสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าสู่ประเทศไทยจากธุรกิจท่องเที่ยวของไทยและสาร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของโลกได้

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ต้องการใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย, ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ใช้ช่องทางทางอินเตอร์เน็ตแต่ยังขาดความรู้ และผู้ที่จบการศึกษาสาขาที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างให้เป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์ โดยจะคัดเลือกผู้ที่เข้าร่วมโครงการจาการเขียนโครงการว่าต้องการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวของตนเองให้เข้าสู่พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ และมีการคัดเลือกจากการส่งโครงการเพื่อที่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้นำไปพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณ

รูปแบบของการอบรมและปฏิบัติการ

ส่วนที่ 1 อบรมบรรยายภาพรวมของการเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์

วันที่ 8 สิงหาคม 2552 (กลุ่มที่1)

วันที่ 9 สิงหาคม 2552 (กลุ่มที่2)

วิทยากรโดย

คุณธีรณัฎฐ์ เผ่าหฤหรรษ์

คุณจักรินทร์ เพิ่มสิน

หัวข้อในการอบรม

การเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์
ภาพรวมและแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ ของประเทศไทย
และทั่วโลก
กรณีศึกษาธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (รูปแบบธุรกิจ, กลุ่มเป้าหมาย,
กลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวออนไลน์)
อบรมเชิงปฎิบัติการด้านการเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไน์
กรณีศึกษา และปัจจัยความสำเร็จ
การเริ่มต้น, การวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การบริหารและวิเคราห์
คัดเลือกสินค้า การวิเคราห์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การบริหารจัดการสินค้าท่องเที่ยวและกลุ่มเป้าหมาย (นักท่องเที่ยวในประเทศ,
นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางต่างประเทศ,นักท่องเที่ยวต่างประเทศ)
เทคโนโลยีของธุรกิจท่องเที่ยวและด้านการตลาดท่องเที่ยว
การวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์
ในแต่ละกลุ่มที่เลือก
การวิเคราะห์การตลาดท่องเที่ยวออนไลน์
การเรียนรู้ระบบชำระเงินออนไลน์แบบต่างๆ

การเรียนรู้กลโกงและการป้องกันต่างๆ

ส่วนที่ 2 ปฎิบัติการทำเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ

วันที่ 15 สิงหาคม 2552 (กลุ่มย่อย 1 กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก)

วันที่ 16 สิงหาคม 2552 (กลุ่มย่อย 2 กลุ่มผู้ประกอบการนำเที่ยว,ทัวร์,รถเช่า,และการเดินทาง)

วันที่ 22 สิงหาคม 2552 (กลุ่มย่อย 3 กลุ่มผู้ประกอบการสถานที่ท่องเที่ยว,Attraction, ร้านค้าที่ระลึกและ OTOP, ร้านอาหาร)

วิทยากรโดย

คุณธงชัย สาลีธงชัย

คุณสรรเสริญ สมัยสุต

หัวข้อในการอบรม
การลงพัฒนาออกแบบเว็บไซต์ท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ โดยที่ผู้ประกอบการ
ใช้สินค้าและบริการที่มีอยู่และกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ประกอบการเลือกโดย
ปฏิบัติการจริงจากเว็บ Amazing Thailand eplaza โดยที่ผู้ประกอบการ
ทำได้จริง
ปฎิบัติการทำ Online Travel Marketing โดยทำสินค้าที่ตนเองพัฒนามาทำ
การโฆษณาได้จริง เทคนิคการติดตามประเมินผล การทำ Social Media
Marketing ของสินค้าท่องเที่ยว เทคนิคการตลาดสินค้าท่องเที่ยวตามฤดูการ

ส่วนที่ 3 นำเสนอผลงานและเสนอแนะนำแก่ผู้ประกอบการ

วันที่ 23 สิงหาคม 2552 (กลุ่มผู้ประกอบการทุกกลุ่ม)

วิทยากรโดย

คุณธีรณัฎฐ์ เผ่าหฤหรรษ์

คุณจักรินทร์ เพิ่มสิน

หัวข้อในการอบรม
นำเสนอผลงานเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการ Presentation (Show Case)
Group Discussion
การแนะนำการพัฒนาต่อยอดหลังจากเข้าร่วมโครงการ

สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่

โทรศัพท์ 02-547 5959
Fax. 02-5475973
คุณสุชาญ และคุณอรวรรณ

กลุ่ม: ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท

วันที่: 8/8/2552 ถึง 23/8/2552

เวลา: 8:30-16:30

สถานที่จัด: K SME Care Knowledge Center

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ชั้น 2 อาคารจัสตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ตรงข้ามวัดหัวลำโพง)

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-160-5203-4

ห้อง-ชั้น: ห้องประชุมธนาคารกสิกรไทย

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: ธีรณัฎฐ์ เผ่าหฤหรรษ์

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ โทรศัพท์ 02-547 5959 Fax. 02-5475973 คุณสุชาญ และคุณอรวรรณ


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:33:37 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง ซอฟต์แวร์ไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

SIPA ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศและสำนักงานส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริมการส่งออก

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง “ ซอฟต์แวร์ไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก ”

วันที่ 11,19 และ 31 สิงหาคม 2552 เวลา 09.00 – 16.30 น.
ณ ห้องประชุม สถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ

กำหนดการ

วันที่ 11 สิงหาคม 2552

เวลา 09.00 – 10.40 น.แนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าโลก โดย นางเกศริน
ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล ผู้แทนจากธนาคารกสิกรไทย
เวลา 10.55 - 12.25 น. ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจส่งออก โดย นายวิรัตน์ บาหยัน
ผู้จัดการสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย
เวลา13.30 – 15.10 น. การพัฒนาและวางแผนเพื่อการส่งออก โดย นายโอภาส
พานิชชีวะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซ็นเทรด จำกัด
เวลา 15.15- 16.55 น. การทำธุรกิจระหว่างประเทศ โดย นายทรงเดช ตันสุรัต

วันที่ 19 สิงหาคม 2552

เวลา 09.00 – 10.40 น. การวางแผนธุรกิจและงบการเงิน โดย ร้อยตรีสิขสักกะ
สมบูรณ์ผล ที่ปรึกษาการวางแผนธุรกิจ สำนักงานส่งเสริม
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เวลา 10.55 - 12.25 น. การคำนวณต้นทุนเพื่อการส่งออก โดย ร้อยตรีสิขสักกะ
สมบูรณ์ผล ที่ปรึกษาการวางแผนธุรกิจ สำนักงานส่งเสริม
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

วันที่ 19 สิงหาคม 2552 (ต่อ)

เวลา 13.30 – 15.10 น. การตั้งราคาเพื่อการส่งออก โดย ร้อยตรีสิขสักกะ สมบูรณ์ผล
ที่ปรึกษาการวางแผนธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เวลา 15.15- 16.55 น. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดย นายมานิตย์ คงสุวรรณ กรรมการผู้
จัดการ บริษัท คอนดิแนนตัล บรรจุภัณฑ์ (ประเทศไทย) จำกัด

วันที่ 31 สิงหาคม 2552

เวลา 09.00 – 10.40 น. เทคนิคการเจรจาการค้า โดย นายนโนรถ กุศลศักดิ์ กรรมการ
ผู้จัดการ บริษัท ยูมิแม็กซ์เน็ต จำกัด
เวลา 10.55 - 12.25 น. Incoterms โดย นายพิชาญ พิทักษ์ศักดิ์เสรี ผู้แทนสมาคม
ธนาคารไทย
เวลา 13.30 – 15.10 น. ทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับผู้ส่งออก โดย นางสาวขนิฎฐา
สิทธิมงคล ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา
เวลา 15.15- 18.30 น. การพัฒนาบุคลิกภาพ โดย ผู้แทนบริษัทการบินไทย

กลุ่ม: เจ้าของกิจการ ,กรรมการผู้จัดการ, ทายาทธุรกิจ

วันที่: 11/8/2552

เวลา: 9:00-16:30

สถานที่จัด: สถาบันฝึกอบรมธุรกิจการค้า

ที่อยู่ของสถานที่จัด: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ. เมือง จ.นนทบุรี 11000

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0-2547-5050 สายด่วน 1570

ห้อง-ชั้น: ณ ห้องประชุม

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: ไม่มีแผนที่

ผู้บรรยาย: เกศริน ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล

เอกสารประกอบ: ใบสมัคร

ผู้จัดสัมมนา: สถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: ส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมฝึกอบรม นายปรพล ช้างมงคล ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโรยี สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 89/2 หมู่ 3 อาคาร 9 ชั้น 11 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์ 02-554-0449 โทรสาร 02-554-0402 อีเมล porapol.ch@sipa.or.th หรือ sipapol@hotmail.com




*งานสัมมนา “Outsourcing ทางเลือกใหม่สำหรับการบริหารงานบุคคล”

9 กันยายน 2552 เวลา 13.00 – 17.00 น.
ณ โรงแรม Grand Mercure Fortune Bangkok
หมดเขตลงทะเบียนสัมมนาภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2552


กำหนดการสัมมนา Outsourcing ทางเลือกใหม่ของการบริหารงานบุคคล
เวลา หัวข้อ
13:00 – 13:15 น. ลงทะเบียนเพื่อรับเอกสารประกอบการสัมมนา
13:20 – 13:30 น. เปิดงานสัมมนา – ดร.พิมพา คณารักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการบริษัท T.J.S Consultants
13:30 – 14:30 น. การบรรยายเรื่อง “แนวโน้มการ Outsource และการใช้เทคโนโลยีในการบริหารงานบุคคลในปัจจุบัน” - คุณนิติ ชูสวัสดิ์ Human Resources Manager บริษัท ABB Limited
14:30 – 15:15 น. Introduction to TJS e-HR Outsourcing Solution
15:15 – 15:30 น. พักรับประทานอาหารว่าง และกิจกรรมจากทางบริษัท T.J.S
15:30 – 16:30 น. การสาธิตการให้บริการ e-HR Outsourcing Service
16:30 – 16:50 น. Q&A และกิจกรรมจากทางบริษัท T.J.S
16:50 – 17:00 น. ปิดงานสัมมนา


หมายเหตุ: การเข้าร่วมงานสัมมนาฯครั้งนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น




*ม.จุฬาฯ ดึงไทยใหญ่จัดงานนานาชาติเรื่อง “ฉานศึกษา”

สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับไทยใหญ่ เตรียมจัดงานประชุมนานาชาติ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านฉานศึกษา

สถาบันเอเชียศึกษา (IAS-Institute Asia Studies) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับตัวแทนชมรมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยใหญ่ (เชียงใหม่) และมูลนิธิพระธรรมแสง (กรุงเทพฯ) จัดประชุมครั้งที่ 4 หารือเกี่ยวกับการเตรียมการจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมชาวไทยใหญ่ ที่กรุงเทพมหานคร

ในที่ประชุมได้ข้อสรุปจะจัดงานขึ้นในวันที่ 15 – 17 ต.ค. 52 นี้ ที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยใช้ชื่องานว่า “งานประชุมนานาชาติว่าด้วยฉานศึกษา” (International Conference on Asia Shan Studies) ภายในงานจะมีการสัมมนาและแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับไทยใหญ่ โดยวันที่ 15 – 16 ต.ค. 52 จะมีการสัมมนาจากนักวิชาการหลายหัวข้อเช่น อักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตชาวไทยใหญ่ โดยจะแบ่งห้องสัมมนาเป็น 3 ห้อง

ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะมีการแสดงการร้องเพลงสมัยเก่า สมัยใหม่ และศิลปการฟ้อนรำต่างๆ โดยภายในงานตลอด 3 วันจะมีการจัดจำหน่ายหนังสือ เสื้อผ้า และอาหาร นอกนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับฉาน (ไทยใหญ่) เช่น ศิลปะ การแสดง ดนตรี สถาปัตยกรรม ชาติพันธุ์ สิ่งแวดล้อม ภาษา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ศาสนาและความเชื่อ การศึกษา สมุนไพร การแพทย์แผนโบราณ และประเพณี 12 เดือน เป็นต้น ซึ่งงานนี้คาดว่าจะมีนักวิชาการเกี่ยวกับไทยใหญ่จากที่ต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 40 คน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมศึกษารับฟังได้โดยทางผู้จัดไม่จำกัดรับจำนวน


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:34:19 น.  

 
* ธนาคารกสิกรไทย ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา "จัดทัพฝ่าวิกฤต กำหนดทิศธุรกิจท่องเที่ยว"

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับพันธิมิตรหน่วยงานราชการและเอกชน จัดอบรมฝ่าวิกฤต ให้กับธุรกิจท่องเที่ยว
เพื่อร่วมกำหนดทิศทางในการบริหารและปรับตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมพบกับ

เสวนา “เพิ่มวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ พลิกวิกฤตท่องเที่ยวไทย” จาก 3 องค์กรหลักที่สนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยว
รู้ลึกแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว โอกาสจากการทำประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ
เสริมเขี้ยวเล็บทางธุรกิจ พิชิตเทคนิคทางการจัดการ ด้วยเครื่องมือจัดการทางการเงินที่จะทำให้ธุรกิจคล่องตัว
และประหยัดค่าใช้จ่าย
ติดปีกความคิด บริหารธุรกิจ 360 จากกูรูที่จะแนะเทคนิคการบรืหารธุรกิจท่องเที่ยวให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน


สิทธิพิเศษ สำหรับผู้เข้าร่วมงาน

ข้อเสนอพิเศษ จาก K-Smart Tourism Solution ตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม
ฟรี Package บริการให้คำปรึกษาและวินิจฉัยธุรกิจโรงแรม จากผู้เชี่ยวชาญ มูลค่ากว่า 50,000 บาท (จำนวนจำกัด)
รับคำปรึกษาด้านการใช้ Software เพื่อการบริหารธุรกิจโรงแรม จาก Tourism Technology Association

สำรองที่นั่งผ่าน K-Biz Contact Center โทร 0-2888-8822




* เสวนา “การจัดการความขัดแย้งในงานมรดกวัฒนธรรม: กรณีการก่อสร้างเจ้าแม่กวนอิมที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว”

Activity Date:
Fri, 2009-08-21 13:00
CITU FORUM ครั้งที่ 7
“การจัดการความขัดแย้งในงานมรดกวัฒนธรรม:
กรณีการก่อสร้างเจ้าแม่กวนอิมที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว”
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2552 เวลา 13.00 -17.00 น.
ณ ห้องบรรยาย CITU 513 ชั้น 5 อาคารเอนกประสงค์ 3 (อาคารหอสมุดเดิม)
วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วิทยากร:
ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ
ผู้แทนองค์การยูเนสโก สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม
และ ผู้ดำเนินรายการอาจารย์ ดร.อภิญญา บัคคาลา อรุณนภาพร
อาจารย์ประจำหลักสูตรการบริหารงานวัฒนธรรม
--------------------------------------------------------------------------
สอบถามรายละเอียด
ที่ อ.วิภา ดาวมณี
อีเมล csi_edu@yahoo.com
News
Complex will 'detract from historic bridge site'
เมื่อป่าถูกถางสร้างโพธิสัตว์กวนอิม ณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สะพานข้ามแม่น้ำแคว สร้างขึ้นโดยคน 14 ชนชาติแต่อาจจะถูกทำลายโดยคนชาติเดียวที่เป็นเจ้าของ




* เสวนา : ล้ม...! องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญฯ ประโยชน์นี้เพื่อใคร..??

Activity Date:
Mon, 2009-08-17 13:00
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช) และเครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามผลการดำเนินงานของภาครัฐเรื่องการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 67 วรรค 2 ได้บัญญัติไว้
ปัจจุบันคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับองค์การอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และได้สรุปผลการพิจารณาว่า "จะให้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่....) พ.ศ...... เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาบางมาตราให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมฯ ในกฎหมายสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน"

แนวคิดในการดำเนินการครั้งนี้ อาจจะส่อเค้าว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
กป.อพช. , สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) , เครือข่ายสิ่งแวดล้อมไทย และองค์กรภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม จึงจะจัดให้มีการเสวนาเพื่อระดมความคิดเห็นต่อปัญหาและแนวทางออกที่เหมาะสมต่อ การดำเนินการตามมาตรา 67
_____________________________

กำหนดการเวทีเสวนา
"องค์การอิสระสิ่งแวดล้อม : อิสระหรือขัดรัฐธรรมนูญ ?วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2552
ณ ห้องประชุมชั้น 2 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
.................................................................................................
13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน และรับเอกสาร
13.30 – 14.45 น. การเสวนา เรื่อง "องค์การอิสระสิ่งแวดล้อม : อิสระหรือขัดรัฐธรรมนูญ ?"
ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่§ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อดีตเลขาฯ สสร.
§ นายสุรจิต ชิรเวทย์ วุฒิสมาชิก จ.สมุทรสงคราม กรรมาธิการทรัพยากรฯ วุฒิสภา
§ นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
§ อาจารย์สัญชัย สูติพันธ์วิหาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
ดำเนินการเสวนา โดย ดร.สุรพล ดวงแข ประธานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมไทย
14.30 – 14.45 น. รับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.30 น. การระดมความคิดเห็นร่วมกัน ต่อข้อเสนอแนวทางการจัดตั้งองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมฯ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
โดย ผู้เข้าร่วมเสวนา
15.30 – 16.00 น. สรุปผลการเสวนา และปิดการเสวนา
โดย นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ ประธานคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


"""""""""""
เครือข่ายองค์กรฯ ใด สนในเข้าร่วมเวทีเสวนา หรือ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ติดต่อได้โดยตรงที่ คุณภรภัทร พิมพา : มือถือ 081-4097884




*เสวนา สาธิต และฝึกปฏิบัติ “เปิดโปง! มะเร็งเต้านม : รู้เร็ว..รักษาได้”

การเสวนา สาธิต และฝึกปฏิบัติ ในหัวข้อ “เปิดโปง! มะเร็งเต้านม : รู้เร็ว..รักษาได้” วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2552 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า)

กำหนดการ

12:30 – 13:00 น. ลงทะเบียน รับแบบสอบถาม เอกสารแจก และของว่าง

13:15 – 16:00 น. บรรยาย พร้อมสาธิตและ/ฝึกปฏิบัติ

“รู้เร็วได้อย่างไร” โดย นพ.ชัยยุทธ เจริญธรรม รองเลขาธิการมะเร็งวิทยาสมาคม

“รักษาได้จริงหรือ” โดย ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ กรรมการมะเร็งวิทยาสมาคม

สลับกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของ ผู้พิชิตโรคมะเร็งเต้านม และ การสาธิตการตรวจมะเร็งเต้านม อย่างถูกวิธี

16:00 – 16:30 น. ช่วงถาม-ตอบ เฉลยแบบสอบถาม และกิจกรรมแจกของที่ระลึก

สำรองที่นั่งภายในวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2552 (โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ) ที่ มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-201-2682 ทางเว็บไซต์ http://www.tsco.or.th หรือ Email : ranspb@mahidol.ac.th

สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า) โทรศัพท์ 02-6190234-6 ต่อ 43 ทางเว็บไซต์ http://www.prema.or.th หรือ Email : yingthip@prema.or.th


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:34:57 น.  

 
*Virtual Reality Day 2009

Date: 18th August 2009, Tuesday
Time: 8.30am - 4.30pm

Fee : - Free of Charge

Is Your Business Ready To Overtake The Future?

If your business is perpetually constrained by the current operating environment and you have always strived for the freedom to navigate for a better return on your investments, then you will definitely not want to miss this strictly by-invitation-only milestone event specially put together by the strategic alliance of EMC, Cisco and VMware. So, come embark on this milestone journey with us. Virtual Reality Day 2009 could be your first step to break the constraints, free your business and overtake the future.

ฟังปาฐาถาพิเิศษ Keynote 1 - Trends of Virtualization in Thailand จาก รองปลัดกระืทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (นายอังสุมาล ศุนาลัย)

Venue : Conrad Bangkok Hotel, Ballroom 1,
87 Wireless Road, Phatumwan Bangkok 10330, Thailand
View location map

Online Registration :- http://www.virtualday09.com/th/registration.asp
Information :- http://www.virtualday09.com/edm/emc/thailand/index.html

ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหาร เข้าร่วมสัมมนาครับ....

ข้อมูลเิพิ่มเติม ติดต่อ เจ้าหน้าที่ EMC : มือถือ 08 1825 5143 ครับ




*ประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ชิงเงินรางวัล มูลค่ากว่าแสนบาท

มีข่าวดี มาบอกจ้า!!!
ขอเชิญทุกท่าน ที่สนใจ
เข้าร่วม ประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ประจำปี 2552 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท
จัดโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดตามประกาศเชิญชวนที่ได้แนบมานี้และ
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมสมัครได้ที่
http://www.equitable-society.com/webaccess/

สนใจ รีบสมัครกันเลยนะคะ .... และฝากประชาสัมพันธ์ต่อด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
--
Best Regards,

ศูนย์ประชาสัมพันธ์โครงการสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT

- สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการใช้ ICT
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โทร.02 525 7052-3 โทรสาร. 02 568 2604

- บริษัทนายน์เอ็กซ์เพิร์ท จำกัด
โทร. 02 944 0009 #102 โทรสาร. 02 944 2499 Mobile. 086 322 2423




*พิธีเปิดศูนย์ออกกำลังกาย Fitness Center

งานสร้างเสริมสุขภาพกีฬาและนันทนาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ขอเชิญบุคลากรชาวศิริราชและผู้สนใจเข้าร่วม

พิธีเปิดศูนย์ออกกำลังกาย Fitness Center ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ณ อาคารจอดรถหอกีฬาศิริราชสัมพันธ์ ชั้น 11

15.30 น. รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวรายงาน

15.35 น. คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวเปิดศูนย์ออกกำลังกายฯ

15.40 น. แนะนำทีมงานศูนย์ออกกำลังกายฯ

16.00 น. การสาธิตการออกกำลังกายที่ห้อง Studio 1

16.20 น. คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และที่ผู้บริหารร่วมสาธิตการออกกำลังกาย

16.30 น. พิธีเปิดสนามฟุตซอล ณ สนามกีฬา ด้านข้างห้องสมุดศิริราช

16.40 น. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลระหว่างทีมผู้บริหาร กับทีมดารา และ ทีมบุคลากร กับ นักศึกษา

โปรโมชั่น!! สมัครสมาชิกเป็นรายปีภายในเดือนสิงหาคมนี้ แถมฟรีให้อีก 3 เดือน


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:35:32 น.  

 
*1 ปีมีครั้งเดียว JoomlaDay Bangkok 2009 วันรวมพลคนใช้จูมล่าในประเทศไทย

เรียน ท่าน CIO ท่านผู้่บริหารศูนย์ไอซีที บุคลากรไอซีที ทุกท่าน ครับ

NECTEC Academy มีข่าวไอที ดีๆ มาประชาสัมพันธ์อีกแล้วครับ.....

งานนี้ไม่ควรพลาด ครับ 1 ปีมีครั้งเดียว JoomlaDay Bangkok 2009 วันรวมพลคนใช้จูมล่าในประเทศไทย

งานนี้ไม่ควรพลาด ที่รวมพล ของ Geek , เทพ , เซียน Joomla! เมืองไทย งานสัมมนา ๒ วัน ความรู้เีพียบ เครือข่ายนักพัฒนา ตัวจริง เสียงจริง ถามได้ทุกคำถาม ทั้งลึกและลับ ด้วยหัวใจ Open Source ของทุกท่าน

ลงทะเบียน ๔๕๐ บาท เท่านั้น ลงทะเบียนด่วนที่ http://www.joomladay.in.th/

--------------------------------------------------------------------------------

1 ปีมีครั้งเดียว JoomlaDay Bangkok 2009 วันรวมพลคนใช้จูมล่าในประเทศไทย

http://www.joomladay.in.th/


--------------------------------------------------------------------------------

ทีมจูมล่าลายไทย และเว็บไซต์ JoomlaCorner.com ร่วม (NECTEC / NSTDA) และสมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย (TOSF) ขอเชิญชาวไทยผู้มีใจรักจูมล่าเข้าร่วมงาน JoomlaDay Bangkok 2009 วันรวมพลคนใช้จูมล่าในประเทศไทยครั้งที่ 3 ในวันเสาร์ที่ 22 และอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 8.30 น. - 17.00 น. ณ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม อาคาร ดร.สุข (อาคาร1) ชั้น 6 มหาวิทยาลัยศรีปทุม
"JoomlaDay Bangkok 2009" งานสัมมนาที่ท่านจะได้พบกับนักพัฒนา Joomla ตัวจริงจากเมืองนอก ที่จะมาแนะนำ Joomla! เวอร์ชันล่าสุด, การสร้าง Joomla Template, การพัฒนา Joomla Extension หรือ ระบบเสริมต่างๆ และ Showcase การใช้งาน Joomla หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ทีมงานจูมล่าลายไทยยังได้จัดหาวิทยากรที่มีความเชืี่ยวชาญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ใน trend อาทิ Joomla กับการต่อเชื่อมกับระบบ E-Commerce ที่มากความสามารถอย่าง Virtue Mart และการเชื่อมต่อกับ Payment Gateway, Joomla! กับการ Mash up กับ Social Network และ Google Map นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกียวข้องมากมาย อาทิ Mobile Application , MySQL tuning and optimization และความสามารถของ CMS ระดับ Enterprise อย่าง Alfresco
งาน JoomlaDay Bangkok 2009 จะจัดขึ้น 2 วัน คือ ในวันเสาร์ที่ 22 และอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. ณ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม อาคาร ดร.สุข (อาคาร1) ชัน 6 มหาวิทยาลัยศรีปทุม สอบถามเพิ่มเติมโทร. 027171120-1

JoomlaDay คือ อะไร
"Joomla Day" งานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเทคนิคการใช้งานโปรแกรม Joomla ซึ่งเป็นโปรแกรมบริหารจัดการเว็บไซต์ หรือ Content Management System (CMS) ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก “JoomlaDay” ถูกจัดขึ้นในหลายประเทศ โดยชุมชนผู้ใช้ หรือ Community ที่ใช้ Joomla ในประเทศนั้นๆ ปัจจุบันถูกจัดขึ้นแล้วกว่า 22 ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย “JoomlaDay” จัดขึ้นโดยทีมงาน “จูมล่าลายไทย (Joomla! LaiThai)” ผู้พัฒนา Joomla! ภาษาไทย และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ JoomlaCorner.com ที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดงาน JoomlaDay อย่างเป็นทางการจาก OSM (Open Source Matters, Inc.) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาและการเผยแพร่การใช้งาน Joomla! ที่ผ่านมาทีมจูมล่าลายไทยจัดงาน JoomlaDay มาแล้ว 2 ครั้ง โดยในปี 2007 มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 ราย และปี 2008 มีผู้เข้าร่วมกว่า 250 ราย
“JoomlaDay Bangkok 2009” จึงเป็นกิจกรรมที่มุ่งหวังให้กลุ่มผู้ใช้ Joomla! ในปัจจุบันเกิดความเข้าใจในการใช้งาน Joomla! มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับ Joomla! ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้เกิดความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน และเกิดความเชื่อมั่นในความสามารถที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ และเป็นไปตามมาตรฐานด้านต่างๆ ของการสร้า่งเว็บไซต์ทุกระดับตั้งแต่เว็บไซต์ส่วนตัว เว็บไซต์องค์กร เว็บ Intranet เว็บไซต์เพื่อการค้า ตลอดจนการพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้เป็น Solution ระดับใหญ่ โดยมีจุดมุ่งหมายสู่การขยายฐานผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้น บนรากฐานของสังคมโอเพ่นซอร์สที่เข้มแข็ง และเติบโตต่อไป

รูปแบบงานเป็นอย่างไร
สำหรับปีนี้จัดเป็นงานสัมมนา 2 วัน ท่านจะได้พบกับประสิทธิภาพและความสามารถของ Joomla! เวอร์ชันล่าสุด รวมถึงเคล็ดลับและวิธีการออกแบบ Joomla Template และการพัฒนา Joomla Extension จากกลุ่มผู้พัฒนาโดยตรง (Developer Team Of Joomla.org) นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ที่ท่านจะได้ไขข้อสงสัยและได้รับความรู้กลับไปมากมาย

ค่าใช้จ่ายเท่าไรและจะได้รับอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้าร่วมงาน ท่านละ 490 บาท โดยจะได้รับ

เสื้อยืดสุดเท่ สกรีนโลโก้จูมล่า (ลายลิขสิทธิ์ของแท้) ฟรี 1 ตัว (มีให้เลือก 2 สี ขาว/ดำ มาก่อนเลือกก่อน) ดูตัวอย่างเสื้อ
อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์อย่างดี และ 2 Coffee Break
ผู้ชำระเงิน 200 ท่านแรก รับฟรี Domain .in.th 1 ปี (มูลค่า 800 บาท)
ลุ้นรับหนังสือ Joomla! E-Commerce with VirtueMart มูลค่า 1,200 บาท
ลงทะเบียนอย่างไร
ลงทะเบียนออนไลน์
ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข 02 7171120-1
ลงทะเบียนทางอีเมล์ โดยแจ้ง ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับ ส่งมาที่ info [at] Joomladay.in.th
ข้อมูลเพิ่ิมเติม http://www.joomladay.in.th/




*งานเปิดตัว: หนังสือ "สุขภาพดี 'ใจ' สร้างได้"

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2552 เวลา 14:00 – 16:00 น.
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี (หอประชุมพุทธคยา) (map)
รายละเอียด:
งานแถลงข่าวเปิดตัว หนังสือ สุขภาพดี 'ใจ' สร้างได้ ณ หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ร่วมเสวนาโดย


นายแพทย์จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาการแพทย์ทางเลือก (ประเทศไทย)
นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน
นายแพทย์สำราญ อาบสุวรรณ ผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายด้วยการรักษาแนวอาหารบำบัด
อาจารย์จิรัฏฐ์กร (วิเชียร) อยู่เกตุ ผู้อำนวยการ อโรคยา เมดิเตชั่น เฮลท์ แคร์ ผู้รักษาโรคด้วยการใช้พลังจิต (ออกรายการ จันทร์พันดาว )
โดยมี บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์รักษากายและใจเมื่อรู้ว่าตนเองเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง
ดำเนินรายการโดย น้องโน้ต-ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล
นอกจากนี้ ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพ และคำปรึกษาในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมฟรี (40 ท่านแรก) โดยแพทย์แผนไทยและจีน จากโรงพยาบาลนครธน นำโดย อาจารย์สุกัญญา หงส์ประภาส และอาจารย์ชัย พนมยันตร์

กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า: คุณสุกัญญา โทร. 0 2685 2254-5


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:36:14 น.  

 
*กิจกรรมค่ายอบรม "ปลูกฝังวัฒนธรรม สร้างภาวะผู้นำสู่เยาวชน"

ตามที่ ปีพุทธศักราช 2551 กลุ่ม โซโลไฟล์ท อินดิเพนเด็นท์ ในฐานะองค์กรสื่อเพื่อการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพเยาวชน ได้รับความอนุเคราะห์ร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม และภาคเอกชน ดำเนินงานโครงการการสร้างวัฒนธรรม การคิด อ่าน เขียน และเรียนรู้ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เพื่อสานต่อกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาศักยภาพเยาวชน ทางกลุ่มฯ จึงพร้อมดำเนินงานจัดกิจกรรม โครงการการสร้างวัฒนธรรมการคิด อ่าน เขียน และเรียนรู้ ปีที่ 2 ตลอดปีพุทธศักราช 2552 ถึง 2553 โดยเบื้องต้นได้จัดให้มี กิจกรรมค่ายอบรม "ปลูกฝังวัฒนธรรม สร้างภาวะผู้นำสู่เยาวชน" เป็นกิจกรรมนำร่องของโครงการฯ

ขอเชิญเยาวชน นิสิต นักศึกษา อายุระหว่าง 18-25 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1-3 ผู้มีความสามารถทางด้านวัฒนธรรมแขนงใดแขนงหนึ่ง หรือ เป็นผู้นำเยาวชน กลุ่ม องค์กร ชมรม คณะ สถาบัน ฯลฯ สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อร่วมกิจกรรม “ค่ายอบรมปลูกฝังวัฒนธรรม สร้างภาวะผู้นำสู่เยาวชน” กิจกรรมนำร่องในโครงการการสร้างวัฒนธรรม การคิด อ่าน เขียน และเรียนรู้ ก้าวสู่ปีที่ 2 พร้อมเข้ารับการคัดเลือกรางวัลเยาวชนต้นแบบ “YOUNG IDOL 2009”

ผู้สนใจสามารถยื่นหลักฐาน ใบสมัคร สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา และหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา พร้อมเข้ารับการสัมภาษณ์ได้ด้วยตนเอง ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ระหว่างเวลา 13.00-14.30 น. ณ ห้องออดิทรอเรี่ยม ชั้น 9 อาคารดับเบิ้ลเอ บุ๊ค ทาวเวอร์ (ปากซอยสาทร 12) กรุงเทพฯ โปรดลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-3028-1020 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ทั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น




*ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา (ฟรี!!)" การพัฒนาและจัดการระบบการผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอโดยระบบการผลิตแบบลีน "

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2552 เวลา 13.00 – 17.00 น.
ณ. ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ
-------------------------------------------


- ร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานการประยุกต์ใช้ระบบการผลิตแบบลีนภายในองค์กร จากบริษัทที่ชนะการประกวดลำดับที่ 1-3
- โอกาสพิเศษ! สำหรับบริษัทที่สนใจ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเปิดรับสมัครบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาและจัดการระบบการผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอโดยระบบการผลิตแบบลีน ปี 2553

กำหนดการสัมมนา
13:00-14:00 ลงทะเบียน
14:00-15:00 กล่าวเปิดสัมมนา
15:00-16:30 การนำเสนอผลงานของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ ในปี 2552 จำนวน 3 บริษัท
16:30-17:00 กล่าวสรุปผลการดำเนินโครงการ


download ใบสมัครได้ที่ http://www.thaitextile.org/temp/app0827.pdf

สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-713-5492-9 ต่อ 402,412 (คุณสุดา, คุณอัญชุลี)




*กกต.ดึง"จาตุรนต์-เนวิน"ตั้งวงอภิปรายในหัวข้อ "แก้ รธน."

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า วันที่ 21 สิงหาคม เวลา 13.30 น. ทาง กกต.จะร่วมกับนักศึกษาหลักสูตร "การพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง" (พตส.) รุ่นที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2552 จัดอภิปรายในหัวข้อ "ทางออกประเทศไทย กับข้อเสนอ 6 ประเด็น ของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ที่ห้องสถาบันพัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โดยมีวิทยากรร่วมสัมมนา ประกอบด้วยผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกลุ่ม 111 คนและ 109 คน คือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายนิกร จำนง อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ส่วนตัวแทนจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ คือ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เป็นต้น

"ทั้งนี้ ในช่วงเช้าจะมีการประชุมผู้บริหารพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง เพื่อชี้แจงการดำเนินการของพรรคตามที่กฎหมายกำหนด และจัดอภิปรายในช่วงบ่ายจะได้รับความสนใจจากผู้แทนพรรคการเมืองรวมถึงประชาชน เนื่องจากข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯมีหลายประเด็นที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมือง และผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิโดยตรง เช่น เรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้ง การเสนอแก้ไขมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรค" นางสดศรี กล่าว


โดย: jenifaae วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:36:42 น.  

 
*กิจกรรมใน ภาคปฏิบัติ ตอน "วิถีแห่งสติ หนทางแห่งสุขที่แท้"

การทำให้สุขภาพจิตดีอย่างสม่ำเสมอ สามารถนำไปสู่ความสำเร็จ และความสุขที่ยั่งยืนได้ ดังนั้น บริษัท รักลูกกรุ๊ป นำโดยส่วนงาน Women Business จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมเสริมสภาพจิตใจเป็นภาคต่อเนื่องขึ้น โดยสำหรับผู้เข้าร่วมการเสวนาในภาคทฤษฏี ตอน "ประตูสู่ความสุข" สามารถเข้าร่วมกิจกรรมใน ภาคปฏิบัติ ตอน "วิถีแห่งสติ หนทางแห่งสุขที่แท้" ซึ่งจะมีขึ้น
ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 8.00 - 17.00 ณ บ้านของป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
ผ่านรูปแบบของการบรรยายธรรมและการฝึกสติเจริญวิปัสสนาโดยมี พระธวัชชัย ธมมทีโป เป็นผู้บรรยายและฝึกสอน เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติ และนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ ฟรี *
โทร.0-2913-7555 ต่อ 3520, 3534 และ 3535 หรือ http://www.momypedia.com
หมายเหตุ
* รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ท่าน และสวงนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนร่วมงานเท่านั้น (หากต้องการถวายปัจจัย หรือเครื่องไทยธรรมสามารถเตรียมไปด้วยได้)
* พระธวัชชัย ธมมทีโป พระอาจารย์ใหญ่ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ บ้านวังเมือง อดีตนักธุรกิจเจ้าของโชว์รูมรถยนต์ ผู้หันมาเดินทางตามแนวมหาสติปัฏฐาน 4 อริยมรรคมีองค์ 8 ตามรักษาจิต จนกระทั่งได้ฝึกจิตให้พ่อ แมร ญาติพี่น้อง และขยายสู่สาธารณชน ผ่านศูนย์พัฒนาจิตฯ ที่โยมแม่เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบัน เปิดอบรมฝึกจิตในแนวทางที่ปฏิบัติตามได้ง่ายทั้งในภาคส่วนของราชการและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็กที่เป็นอนาคตของชาติ
สำหรับกิจกรรมในทั้ง 2 ส่วนนี้นับเป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัท รักลูกกรุ๊ป นำโดยส่วนงาน Women Business มีความต้องการขยายการสื่อสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป โดยได้มีการจัดการองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผู้หญิงในช่วงวัยนี้ขึ้นทั้งในรูป แบบของสื่อสิ่งพิมพ์ในนามของสำนักพิมพ์ more of life รวมถึงการจัดเสวนาในหัวข้อที่หลากหลาย และเป็นประโยชน์ ตลอดจนตั้งใจให้เป็นเวทีสำหรับการระดมองค์ความรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ

กิจกรรมเสวนาที่ให้ข้อมูลความรู้อันเป็นประโยชน์ในการประยุกต์ใช้กับชีวิต ส่วนตัวเช่นนี้จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้หัวข้อเสวนาที่ครอบคลุมทุกความ ต้องการของกลุ่มผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปให้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของสุขภาพกายใจ การงานการเงิน การลงทุน ตลอดจนถึงเรื่องของความสัมพันธ์ ซึ่งการเสวนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีที่อยากมีส่วนกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยวัยนี้ เล็งเห็นถึงศักยภาพของตนอย่างมีความสุข และภาคภูมิใจในวัยที่เพิ่มมากขึ้น...

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังการเสวนาสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมใน http://www.momypedia.com
สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ ฟรี *
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. โทร.0-2913-7555 ต่อ 3520, 3534 และ 3535 นิธิกานต์




*โครงการ สัมมนา"โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

หนึ่งในกลไกของแผนพัฒนาพลังงานไทย เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด, บริษัท ลีโอนิคส์ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่จุดมุ่งหมายร่วมกันและได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนา ทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ทดแทนพลังงานที่ใช้แล้วหมด เพื่อนำพลังานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในการผลิตการแสไฟฟ้าใน "ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดต่อเชื่อมสายส่งขนาดใหญ่ (Solar Farm System ) ในประเทศไทย โครงการนี้วัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์ และ นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์
ทั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงาน ใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมทำข่าวโครงการสัมมนาในหัวข้อ "ลงทุนในกิจการโรงงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างไรให้เร็วและได้กำไรสูงสุด" ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 8.00-17.30น. ณ โรงแรม The Emerald

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณวารุณี หรือคุณอรฉัตร แผนกการตลาด
โทรศัพท์ 02-746-9500
แฟกซ์ 02-746-8712




*สัมมนาเรื่อง “การเตือนภัยเพื่อรายงานสถานการณ์ SMEs ไทย ครั้งที่ 3/2552 สัญจร”

ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยรังสิต
ขอเชิญเ้ข้่าร่วมงานสัมมนา

“การเตือนภัยเพื่อรายงานสถานการณ์ SMEs ไทย ครั้งที่ 3/2552 สัญจร”
และ “สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมและที่พักขนาดเล็กเพื่อการท่องเที่ยว”

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.30-17.00 น.
ณ ห้อง 7-100 อาคารหอสมุด (ตึก 7) มหาวิทยาลัยรังสิต


สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง โทร. 0-2791-5681-4
หรือคุณรังศิมา ลำจวน โทร. 08-1827-7396
คุณรุ่งรัตน์ เจติยวรรณ โทร. 08-1903-0769

กลุ่ม: ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท

วันที่: 6/11/2552

เวลา: 8:30-17:00

สถานที่จัด: มหาวิทยาลัยรังสิต

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 52/347 หมู่บ้านเมืองเอก ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

เบอร์โทรของสถานที่จัด: (662) 997-2222-30

ห้อง-ชั้น: ห้อง 7-100 อาคารหอสมุด (ตึก 7)

จำนวนคนสูงสุด: 100 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยรังสิต

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: -




*งานสัมมนาวิชาการ หัวข้อ "การพัฒนาธุรกิจบน Cloud Computing และเทคโนโลยี 3G"

เรื่อง ขอเชิญร่วมงานสัมมนาวิชาการ

เนื่องด้วย ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ NECTEC และ กทช. จัดงานสัมมนาวิชาการ หัวข้อ "การพัฒนาธุรกิจบน Cloud Computing และเทคโนโลยี 3G" ในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 - 16.30 น. ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตึก 10 ห้อง 10201

ฟรี ! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา และเรียนรู้ Business case ต่าง ๆ รวมทั้งสามารถนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

ในการนี้ ทางคณะผู้จัดงานใคร่ขอเรียนเชิญท่าน หรือผู้แทนของหน่วยงานฯ เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้คณะผู้จัดงานได้แนบเอกสารรายละเอียดงานสัมมนาและใบตอบรับการเข้าร่วมงานสัมมนามา ณ ที่นี้ด้วย หรือเข้าชมได้และสมัครเข้าร่วมงานได้ที่ Website http://cloudcomputing.utcc.ac.th โดยจะดำเนินการประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนาผ่านทาง Website


ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

คุณอารีรัตน์ มีเย็น โทร. 086-789-8122
คุณหทัยรัตน์ ทองมา โทร. 084-674-8802
หรือสอบถามผ่านทางอีเมล์ ( ictm17@hotmail.com )


จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

คณะผู้ดำเนินงาน นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICTM)
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย


--------------------------------------------------------------------------------


Dear All,

As the University of Thai Chamber of Commerce with NECTEC and NTC will arrange the Educational seminar with titled "Driving Business with Cloud Computing and 3G Technology " on Thursday, November 5, 2009 at the University of Thai Chamber of Commerce Building 10, Room 10201 Free! Without charge. The purpose of this seminar is to provide participants to aware of the trends and direction of information technology and communications and provides insights of new technologies to increase business potentiality. Moreover, participants can learning about Business case and can properly apply information technology and communications systems to your work as well.


In this event, I would like to invite you or representatives of the agencies participate in this seminar by that date. In additional, I attached document details and an acceptance of the attendees at this seminar or visit and apply to join the Website http://cloudcomputing.utcc.ac.th. Then, the list of attendees will be announced through the Website.


Please let we know if you need any further information and can contact to;

Khun Areererat Meeyen Tel. 086-789-8122
Khun Hatairat Thongma Tel. 084-674-8802
Or post your question via email ( ictm17@hotmail.com )

I look forward to your registration.


Best Regards,
Board of Operations, Master of Science
Information Communications and Technology Management (ICTM)
Faculty of Science University of Thai Chamber of Commerce


--------------------------------------------------------------------------------


ติดตามหลักสูตรฝึกอบรม หรือ ต้องการจัด In-House Training / ออกแบบและพัฒนาแผนพัฒนาบุคลากรระดับองค์กร

ของ สถาบันฝึกอบรม เนคเทค (NECTEC Academy)

ติดต่อที่ http://www.nectecacademy.com

โทร. 02 642 5001 - 10


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:28:02 น.  

 
*งานรำลึกครบรอบ 100 วัน อาจารย์กรุณา กุศลาลัย

กำหนดการ


กิจกรรมรำลึกครบรอบ 100 วันการจากไปของ อาจารย์กรุณา กุศลาสัย
วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา13.30-20.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ตรงข้ามกับสนามกีฬาแห่งชาติ สี่แยกปทุมวัน Download แผนที่

13.30-14.00 น. ลงทะเบียน
14.00-14.20 น. การแสดงดนตรีไทยบรรเลงในรูปแบบดนตรีอินเดียโดย วงดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
14.20-14.50 น. สารคดี “ชีวิตที่เลือกไม่ได้… กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย”
14.50-15.10 น. กวีนิพนธ์ จาก สมณะจันทเสฏโฐ(ท่านจันทร์) และสีแพร เมฆาลัย เป่าขลุ่ยประกอบ
15.10-16.10 น. ปาฐกถา “ชีวิตที่เลือกได้ เพื่ออะไร” โดย อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์
16.10-16.30 น. กวีนิพนธ์จากกลุ่มกวีคนรุ่นใหม่ Thaipoet Society
กฤช เหลือละมัย / ซะการีย์ยา อมตยา / ลัดดา สงกะสินธ์ / แก้วตา ธัมอิน
16.30-16.40 น. การแสดงดนตรีเดี่ยวไวโอลีน โดย พลภัทร จิตติวุฒิการ
พร้อมการวาดภาพประกอบการแสดงดนตรี โดย สมยศ คำแสง
16.40-16.50 น. กวีนิพนธ์จาก ปกรณ์ เลิศเสถียรชัย
16.50-17.05 น. การแสดงดนตรีอินเดีย บทสวด BHAJAN และ INDIAN DANCE โดยกลุ่มฮินดูสมาช
17.05-17.25 น. “อาจารย์กรุณา ที่ข้าพเจ้ารู้จัก” โดย อ.อรุณ เฉตตีย์ ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
17.25-17.30น. เอกอัคราชทูตอินเดียกล่าวสุนทรพจน์
17.30-18.00น. การแสดง INDIA FOLKS DANCE โดย INDIA WOMEN CLUB
18.00-18.10 น. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อ่านบทกวีรำลึก
18.10-18.20 น. สุรสีห์ โกศลนาวิน ประธานมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป กล่าวปิด
18.20-19.00 น. พักรับประทานอาหาร ขนม ชาอินเดีย ด้านนอกห้องประชุม
สนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มโดยอาศรมวัฒนธรรมไทย-ภารต/ฮินดูสมาช
(เตรียมห้องประชุมเพื่อการแสดงชุดต่อไป)
19.00-19.20 น. ประตูเปิดเพื่อเข้าชมการแสดง
19.20-20.00 น. การแสดงผลงานเดี่ยว I AM A DEMON (ผมเป็นยักษ์) โดย คุณพิเชษฐ กลั่นชื่น*
เฉพาะการแสดงนี้สามารถติดต่อซื้อบัตรเพื่อเข้าชมการแสดงชุดนี้ ราคาใบละ 800 / 1,000 / 1,500 บาท
รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย บริจาคสมทบอุดหนุนการทำกิจกรรมของ“กองทุนกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย เพื่อความเป็นไท ของเด็กและเยาวชน”
จองบัตรเข้าชมการแสดงได้ที่ คุณสุวรรณี หิรัญมาลีเลิศ
โทร.086-549-2427 E-mail : webmaster@snf.or.th This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

ภายในงาน มีการแสดงภาพศิลปะ 50 ผลงานจากศิลปินชั้นนำหลายหลาย อาทิเช่น อังคาร กัลยาณพงศ์ ประเทือง เอมเจริญ ช่วง มูลพินิจ เทพศิริ สุขโสภา ศักดิ์สิริ มีสมสืบ นฤพนธ์ ชุติวรรณโสภณ อนุพงศ์ จันทร หงส์จร เสน่ห์งามเจริญ ฯลฯ
และมีสินค้า รวมทั้งหนังสือผลงานและที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์กรุณา กุศลาสัย จำหน่าย

รายได้ทั้งหมดร่วมสมทบ กองทุนกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย เพื่อความเป็นไทของเด็กและเยาวชน


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ 02-438-9331-2//086-608-018
เว็บไซต์ http://www.snf.or.th และ http://www.semsikkha.org




*ฟังฟรี ! งานมหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 33 "โรคอ้วน-โรคตับกับธรรมชาติบำบัด






*เชิญร่วมอบรม "ศิลปะของความตาย ความหมายของการมีชีวิต"

31 ต.ค.-1 พ.ย.'52 ; 9.00 - 16.00 น.
ณ The Rich สะพานพระราม 5 จ.นนทบุรี
วิทยากรโดย
+ เมธี จันทรา
+ วรรณา จารุสมบูรณ์
+ และวริสรา กริชไกรวรรณ

แนวความคิด

ธรรมชาติ ให้ชีวิตมนุษย์มาเพียงหนึ่ง และเรียกคืนกลับไปด้วยความตายอย่างเสมอเหมือนกัน ทว่าในยุคปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์กระแสหลักเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางของ ชีวิต ทำให้ผู้คนหลงลืมความจริงของธรรมชาติลง กล่าวโดยเฉพาะมิติเรื่องความตายที่วิทยาศาสตร์กระแสหลักให้ความสนใจเฉพาะ ส่วนที่จับต้องได้และละเลยส่วนที่พิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ไป ประจวบกับวัฒนธรรมบริโภคนิยม ที่ผู้คนให้ค่ากับวัตถุ เงินทอง และการเสพ ยิ่งส่งเสริมให้ความคำนึงถึงปลายทางของชีวิตลบเลือนลงทุกขณะ

หากทว่าแท้จริงความตายมิได้หายไปตามความหลงลืมของผู้คน เพราะหลายครั้งเราพบว่า ความตายยั่วล้อเราอยู่ใกล้ๆ ผ่านทางข่าวสารจากสื่อ ผ่านทางญาติไกลๆ ของใครสักคนที่เรารู้จัก ผ่านทางญาติห่างๆ ของเราเอง ผ่านทางผู้คนอันเป็นที่รัก และบางครั้งก็เฉียดใกล้เข้ามาที่ตัวเรา ในวาระต่างๆ เหล่านี้เราเผชิญกับความเป็นไปตรงหน้าด้วยความรู้สึกเช่นไร ความตายเป็นมิตรผู้มาเตือน เป็นเพื่อนที่คุ้นเคย เป็นศัตรูผู้น่าชัง เป็นจุดหักมุมของชีวิต เป็นความเศร้าที่กัดกิน เป็นทุกข์ระทมอยู่ภายใน เป็นทางตัน ฯลฯ

ทางออกของความรู้สึกอยู่ที่การค้นหา "ความหมาย" ภายใน ซึ่ง "ความตาย" ก่อให้เกิดขึ้น เป็นหนทางที่เปิดรอการใคร่ครวญ อาจบางทีที่บางความหมายกลับมาช่วยต่อเติมชีวิต และเสียงบางเสียงภายในของเราได้เปิดออก อาจบางทีที่บางพื้นที่ในหัวใจได้รับการรับฟัง อาจบางทีที่ชีวิตและความตายจะสร้างความหมายหนึ่งเดียวกันได้ ณ ที่นี่ และเดี๋ยวนี้

เนื้อหาและกระบวนการอบรม

การอบรม จะนำกิจกรรมการสนทนาทางความคิดที่เปิดกว้างสำหรับผู้มีความสนใจร่วมกันได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของกันและกัน เพื่อสร้างสนามแห่งประสบการณ์ร่วม ทั้งนำดนตรีและศิลปะเข้ามาเป็นสื่อสำคัญให้เกิดการสื่อสารและเผชิญหน้ากับ ความรู้สึกต่างๆ จากภายใน ด้วยการสำรวจพื้นที่บางพื้นที่ซึ่งถูกหลงลืมนี้จะนำไปพบกับประสบการณ์สดใหม่ อันมีคุณค่าทั้งในมิติของชีวิตและความตาย

เมื่อประสบการณ์นำพาพื้นที่ภายในให้เปิดออกเราจะร่วมเยียวยาด้วยพลัง กลุ่มของการคิดคำนึงถึงชีวิตเมื่อทุกสิ่งเป็นไปได้อย่างมีชีวิตชีวา และช่วยให้การสำรวจอุปสรรคขวางกั้นผ่านจังหวะของเสียงภายในเกิดขึ้นได้ส่ง ท้ายด้วยการสนทนาอย่างคลี่คลายกับการเชื่อมต่ออันผุดพราย และร่วมทดลองสร้างสรรค์การโอบอุ้มและแบ่งปันความหมายที่ก่อเกิดผ่านบทกวี ดนตรี และงานศิลปะ

บริจาคร่วมกิจกรรม

ท่านละ 2,000 บาท (รวมค่าอาหารกลางวันและเบรค) รับสมัครจำนวน 30 ท่าน


สามารถเข้าดูประวัติวิทยากร
และรายละเีอียดกิจกรรมเพิ่มเติม
ได้ที่
http://www.facebook.com/event.php?eid=170428088124#/event.php?eid=170428088124
(โดยคลิ๊กที่เส้นทางนี้ได้เลย หรือ Copy เส้นทางวางที่ Browser)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เครือข่ายพุทธิกา = ณพร นัยสันทัด
โทร. 02-883-0592, 02-886-9881, 085-917-7264

รักษาสุขภาพกายใจและครอบครัว ให้เข้มแข็งและแข็งแรงเสมอนะคะ

* * * * * * * * * * *
นฤมล จันทรศรี (แตง)
Narumol Jantharasri (TangThai)
โทร. 081-3409209 ; najan67@hotmail.com
เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ"= http://portal.in.th/thaiyogainstitute/
Feel Good = http://gotoknow.org/blog/nj-fg/toc


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:29:11 น.  

 
*บรรยายพิเศษ - พระพิฆเนศวร เจ้าผู้มีอำนาจเหนืออุปสรรคทั้งปวง

สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ผู้ดำเนินโครงการ "แหล่งเรียนรู้ ครูศิลปะเทวาลัย พระพิฆเนศวร"
ขอเชิญร่วมฟังบรรยาย ในหัวข้อ "พระพิฆเนศวร เจ้าผู้มีอำนาจเหนืออุปสรรคทั้งปวง"
ผู้ร่วมฟังบรรยายจะได้รับความรู้ เกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมา ความหมายทางปรัชญา บทสวดที่สำคัญ และวิธีการบูชาที่ถูกต้อง รวมทั้งสิ่งที่ควรรู้ เกี่ยวกับองค์พระพิฆเนศวร
บรรยายโดย:

คุณดนัย นาควัชระ แฟนพันธุ์แท้พระพิฆเนศวร
อ.โกสินทร์ ชิตามร อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
อ.อภินันท์ พงศ์เมธากุล อาจารย์ประจำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์
คุณจิรวิทย์ บุตรศรี เลขานุการ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
วัตถุประสงค์เพื่อ ร่วมสนับสนุนการจัดสร้าง ประติมากรรมองค์พระพิฆเนศวรพร้อมเทวาลัย เพื่อเป็นองค์ประธาน ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
Hi-Light พบกับการจัดแสดง:

พระพิฆเนศวร ปางที่งดงาม และหาดูได้ยาก
พระพิฆเนศวร เหล็กไหล
พระพิฆเนศวร เปลี่ยนสีได้
ภาพศิลปะพระพิฆเนศวร จากคณาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.ศิลปากร

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้เกี่ยวกับพระพิฆเนศวร จะเป็นแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์ศิลปะวิทยาการต่างๆ ส่งเสริมให้ทุกคนมีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อปัญหา และอุปสรรคใดๆ เกิดความคิด และการปฏิบัติที่ดีงาม ในอันที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเอง สังคม และประเทศชาติได้ดียิ่งขึ้นสืบไป

กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า 02 685 2254
เฉพาะผู้สำรองที่นั่งล่วงหน้า รับหนังสือเสียง "เพื่อนสนิทจิตของฉัน" ธรรมะจากพระอูโชติกะ




*สัมมนาฟรี! เทคโนโลยีสนับสนุนด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรม ( Supporting Technology)

จัดโดย: สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

สำนักงานเทคโนโลยี SMEs ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันและการลงทุนภาคอุตสาหกรรม (โครงการศูนย์บ่มเพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต การวิจัยและพัฒนา)
สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน


วันที่อบรม สัมมนา:
วันที่ 29 ตุลาคม 2552 เวลา 09.00 – 17.00 น.

หัวข้ออบรม สัมมนา:
"เทคโนโลยีสนับสนุนด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรม ( Supporting Technology)"

กำหนดการ/โบว์ชัวร์:
08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 – 12.00 น. บรรยายเนื้อหาเรื่อง CDM (Clean Development Mechanism) โดย รศ.ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.00 น. บรรยายเนื้อหาเรื่อง Green Concept
โดย ผศ.ดร. อำไพ ชนะไชย
16.00 – 17.00 น. บรรยายเนื้อหาเรื่อง Industrial Water Supply& Management
/ Waste Water Treatment and Recycling
โดย รศ.ดร. นพดล เจียมสวัสดิ์
17.00 – 17.30 น. ถาม – ตอบ

วิทยากร:
วิทยากรผู้บรรยาย
1. รศ.ดร. นพดล เจียมสวัสดิ์
ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยี SMEs มจธ.
2. รศ.ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มจธ.
3. ผศ.ดร. อำไพ ชนะไชย
ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ.

ค่าลงทะเบียน/โปรโมชั่น:
งานสัมมนาดังกล่าว ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

จำนวนที่รับ:
รับจำนวนจำกัด หลักสูตรละ 60 ท่านเท่านั้น !
สถานที่จัดอบรม สัมมนา:
ณ ห้องพุทธรักษา ชั้น 3 อาคารสัมมนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ลงทะเบียน/สำรองที่นั่งได้ที่:
แฟกซ์ใบตอบรับมาที่ โทรสาร 02-872-8711
หรือที่อีเมล์ printing_10@hotmail.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณจุฬาลักษณ์ หรือ คุณอิงขวัญ 02-470-8326-8




*โครงการ Research Result Management Forum:Road Show 2010

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้จัดทำโครงการ Research Result Management Forum:Road Show 2010 ภาคกลางขึ้น และขอเชิญผู้บริหารด้านการวิจัยเข้าร่วมการเสวนาและการสัมมนาดังนี้

1. การเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำผลผลิตจากงานวิจัยเข้าร่วมนำ เสนอใจกิจกรรม “การบริหารจัดการผลงานวิจัย” รวมทั้งร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห้นต่อการร่วมกันผลักดันการนำผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2552
2. การสัมมนา เรื่อง “การสร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มแก่งานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ : 2-V Research Program” ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552
ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
รายละเอียด กำหนดการ แบบตอบรับ แผนที่ดาวโหลดด้านท้ายนี้
ทั้ง นี้ ขอเชิญผู้บริหารด้านการวิจัยที่สนใจเข้าร่วมการเสวนาและสัมมนาดังกล่าว กรอกแบบตอบรับส่งทางโทรสาร 0-2579-0455, 0-2940-5744, 0-2579-0109 ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2552

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วิทยา กุลกนก/ภานุวัฒน์ แปลงกาย โทร. 0-2561-2445 ต่อ 458


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:30:09 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ "Simplified HR : People Passion"

เรียน ท่านผู้สนใจทุกท่าน

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หนังสือขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์งานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ "Simplified HR : People Passion"
2. โครงการงานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ "Simplified HR : People Passion"
3. กำหนดการงานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ "Simplified HR : People Passion"
4. โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ "Simplified HR : People Passion"

คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ขอเชิญทุกท่านร่วมงานสัมมนา HROD Intelligence ครั้งที่ 3 หัวข้อ

"Simplified HR : People Passion"

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2552 เวลา 13.00-20.00 น. ณ สวนน้ำพัฒนธารา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์โครงการดีๆ ที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายกับการไขความลับในการสร้าง Passion ให้เกิดขึ้นในองค์การ ร่วมเสวนากับวิทยากรจากองค์การชั้นนำผู้มากด้วยประสบการณ์
และคณาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยความรู้ที่จะมาถ่ายทอดกลเม็ดเคล็ดลับในการสร้าง Passion ให้กระจ่างจากหลากหลายมุมมอง ค้นพบเครื่องมือและกระบวนการใหม่ๆ
ในการสร้าง Passion ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์การของคุณ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมายให้ท่านได้เรียนรู้ในบรรยากาศสบายๆ ริมสวนน้ำ
และ
ขอเชิญร่วมส่งผลงาน ภายใต้แนวความคิดการเสริมสร้างความสุขในการทำงาน วิธีการสร้างวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงการบริหารงาน
ภายในองค์การ ผลงานที่ผ่านการพิจารณาและได้ร่วมแสดงในงานจะ ได้รับการยกเว้นค่าลงทะเบียนการเข้าร่วมงานจำนวน 1 ท่าน (มูลค่า 1,500 บาท) !!!

ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด!!!

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://www.hrd.nida.ac.th/passion ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอโนชา anocha_wang@yahoo.com โทร. 085-112-8750




*2009 Korea-Thailand International Forum

กำหนดการ
2009 Korea-Thailand International Forum
for Copyright and Creative Industry
? วัน วันที่ 19 และ 20 พฤศจิกายน 2552
? สถานที่ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนทัล –กรุงเทพฯ
973 ถนนเพลินจิต ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร. 02 656 0088
http://www.intercontinental.com
? ผู้จัด คณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี (KCC), ประเทศเกาหลี
กรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP), ประเทศไทย และ
Korean Studies Association of Southeast Asia (KSASA)
? ผู้สนับสนุน กระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยว ประเทศเกาหลี
กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย
? เกี่ยวกับงานสัมมนา
คณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี โดยสำนักงานประจำประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวง
พาณิชย์ ได้ร่วมกันจัดงาน "2009 Korea-Thailand International Forum for Copyright
and Creative Industry" ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแสวงหาความร่วมมือในการส่งเสริมอุตสาหกรรม
ลิขสิทธิ์ และสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมในระดับสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแลด้านนโยบาย
และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ของประเทศไทยและเกาหลี
ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้ร่วมกันจัดสัมมนา ในหัวข้อ "The Korea-Thailand Copyright Forum for
Developing Creative Industry - The Role of Copyright in Developing Creative
Industry" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวง
ลิขสิทธิ์ ทั้งในส่วนของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจด้านลิขสิทธิ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธุรกิจบันเทิงของเกาหลี เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่มีค่า ด้าน
การบริหารจัดการและการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประมาณ 100 ท่าน จากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ
ดูแลด้านลิขสิทธิ์และการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา และ
ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเพลง ละคร ภาพยนตร์
และ ดิจิตอลคอนเทนท์
? กำหนดการและรายละเอียด – วันที่ 20 พ.ย. 2552 ห้อง: (รอการยืนยัน)
2009 KCC International Copyright Forum for Developing Creative
Industry
"The Role of Copyright in Developing Creative Industry"
Intercontinental Hotel Bangkok
พิธีเปิด
09:00 ลงทะเบียน
คำกล่าวเปิด
Mr. Bo Kyoung Lee ประธานคณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี ประเทศเกาหลี
คำกล่าวต้อนรับ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, ประเทศไทย
คำกล่าวต้อนรับ
His Excellency Mr. Hae Moon Chung เอกอัคราชทูตสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย
สุนทรพจน์พิเศษ
Mr. Young San Kim
09:30
10:00 ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายลิขสิทธิ์กระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยว, ประเทศเกาหลี
ปาฐกถาพิเศษกรณีศึกษา: My lovely Kim Sam Sun – ยุทธศาสตร์การสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมละครโทรทัศน์ของประเทศเกาหลี Professor Yun-Cheul Kim (อดีตผู้บริหาร สถานีโทรทัศน ? MBC)
10:00
10:30 ภาควิชาการละคร Korea National University of Arts (KNUA), ประเทศเกาหลี
10:30
11:00 พักรับประทานอาหารว่าง แขกผู้มีเกียรติและวิทยากรถ่ายรูปร่วมกัน
ช่วงที่ 1. กลยุทธ์ One Source Multi-Use(OSMU)ในอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์
ความสำเร็จของกลยุทธ์ One Source Multi-Use(OSMU)ในอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ ของ
ประเทศเกาหลี
Mr. Jong Il Choi
ประธานสมาคม และประธานบริษัทสมาคมผู้สร้างแอนิเมชั่นแห่งประเทศเกาหลี และ บริษัท ICONIX (ผู้สร้างการ์ตูนและแอนิเมชั่น 'Pororo'), ประเทศเกาหลี แนวโน้มของอุตสาหกรรมเพลงในยุคดิจิตอล และประเด็นด้านลิขสิทธิ์ของประเทศไทย
นายสุรชัย เสนศรี กรรมการผู้จัดการ GMM International Publishing (GMM Grammy Group), ประเทศไทย
กลยุทธ์และความสำเร็จในระดับสากลของ JYP และความสำคัญของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ Ms. Ji Eun Song
11:00
12:30
ผู้อำนวยการ, แผนกการตลาดบริษัท JYP Entertainment (ผู้สร้างศิลปินวง"Wonder Girl"), ประเทศเกาหลี
12:30
14:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงที่ 2. การคุ้มครองลิขสิทธิ์ในสื่อยุคดิจิตอล
ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของประเทศไทยและประเด็นด้านลิขสิทธิ์
นายสมพันธ์ จารุมิลินทร์ หรือผู้แทน (รอการยืนยัน) รองประธานกรรมการบริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , ประเทศไทย
ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของประเทศเกาหลีและประเด็นดา้ นลิขสิทธิ์
Mr. Eui Su Kim
ผู้อำนวยการแผนกลิขสิทธิ์สมาคมอุตสาหกรรมภาพยตร์และวิดิทัศน์ ประเทศเกาหลี มาตราการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของสถานีโทรทัศน์ KBS ในยุคดิจิตอล
Mr. Ji-Hoon Cho
ผู้อำนวยการแผนกทรัพย์สินทางปัญญา Korea Broadcasting System (KBS) Co.,Ltd, ประเทศเกาหลี
กรณีศึกษาของประเทศไทยเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์การแพร่เสียงแพร่ภาพ
นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ์
14:00
15:30
ทนายความ ผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์
P& P Law Office, ประเทศไทย
15:30
15:40 พักรับประทานอาหารว่าง
ช่วงที่ 3 การประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ ด้วยมาตรการ
คุ้มครองลิขสิทธิ์
กรณ๊ศึกษาเกี่ยบกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Mr. Yong Uk Lee Regional Specialized Officer สำนักงาน INTERPOL ประจำประเทศไทย
การบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงสากล
คุณสุพัชรา ดิษฐบรรจง
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด, ประเทศไทย
บทบาทของคณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี (KCC) ในการพัฒนาลิขสิทธิ์และอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์
Mr. Seok-Cheol Jeong
15:40
16:40
ผู้อำนวยการแผนกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
คณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี(KCC), ประเทศเกาหลี
16:40 แลกเปลี่ยนความคิดเห็น -สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หมายเหตุ
- การสัมมนาจะบรรยายเป็นภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย โดยมีล่ามแปล
- อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางหัวข้อ ตามความเหมาะสม
Seminar Application:
ใบสมัครเข้าร่วมสัมมนา
"The Role of Copyright
for Developing Creative Industry"
***กรุณากรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ
Company name:
Brief Description of the company's business:
Name of Participant:
Gender: ?? Mr. ?? Ms. ?? Mrs.
Position:
Contact Address :
Telephone Facsimile
Email
****กรุณากรอกข้อมุลให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของท่าน และความสะดวกในการติดต่อกลับ
กรุณาส่งใบสมัครมาที่โทรสาร หมายเลข 02 613 1724
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ชีพชนก เชิญขวัญมา โทร. 02 613 1723


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:31:05 น.  

 
*ขอเชิญร่วมประชุมศาสนาเพื่อสันติภาพ

ศูนย์ ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล ร่วมกับ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมประชุมศาสนาเพื่อสันติภาพ บทบาทของผู้นำศาสนาในการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ:ผู้นำศาสนา ของสภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทยและศรีลังกา ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๓๐ น.ณ โรงแรมตะวันนา บางกอก ถ.สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โทร.๐-๒๘๔๙-๖๐๗๔-๕ http://www.peace.mahidol.ac.th
การประชุมผู้นำศาสนาไทย-ศรีลังกาครั้งนี้เปิดให้แก่บุคคลผู้สนใจทั่วไปได้เข้าร่วม โดยจะจัดขึ้นที่โรงแรมตะวันนาบางกอก ในวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 9.30 น. - 17.30 น. โดยมีกำหนดการดังนี้

ประสานงาน
นางสาวศิริพร เพ็งจันทร์ 089-587-5728
นางสาวใจสิริ วรธรรมเนียม 086-331-1525
ผศ.ดร. ปาริชาด สุวรรณบุบผา 081-984-6285
สำนักงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี 02-849-6074-5




*ขอ เชิญร่วมงานเสวนาพิเศษ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงิน (Crisis Watch Series 11)

เรื่อง"จับตาอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานทดแทน ก้าวสู่อนาคต Green Energy" วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2552 เวลา 09.30 - 12.00 น. ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วิทยากรโดย คุณสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย

รศ.ดร. เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ คุณไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำรองที่นั่งได้ที่ 081 919 7559 หรือ E- mail : Nakorn999@hotmail.com (ฟรี !! ไม่มีค่าใช้จ่าย)

กำหนดการ

09.30-10.00 น. ลงทะเบียน/รับประทานอาหารว่าง
10.00-10.20 น. เสวนาวิเคราะห์จับตาสถานการณ์เศรษฐกิจ การเงิน และอุตสาหกรรม โดย
- รศ.ดร. เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์
คณบดี และประธานโครงการสร้าง "CFO มืออาชีพ"
คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยนครหลวงไทย
- คุณสุกิจ อุดมศิริกุล
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย
10.20-11.00 น. ได้รับเกียรติการกล่าวเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษ
"วิสัยทัศน์และบทบาทของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานสู่อนาคต Green Energy"
- คุณไกรฤทธิ์ นิลคูหา
อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กระทรวงพลังงาน
11.00-12.30 น. แถลงดัชนีชี้วัดขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานทดแทน และ เสวนา
"จับตาอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานทดแทน ก้าวสู่อนาคต Green Energy"
- ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- ดร.บุญรอด สัจจกุลนุกิจ
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE)
- ผศ.ดร.ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์
หัวหน้าโครงการจัดทำดัชนีชี้วัดขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานและ
พลังงานทดแทน NIDA Business School
- คุณสุกิจ อุดมศิริกุล
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย

ดำเนินรายการโดย คุณปิยมิตร ยอดเมือง

12.30-12.45 น. ถามตอบ / จบการเสวนา
12.45-13.30 น. ร่วมรับประทานอาหารระหว่าง วิทยากร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานและ
พลังงานทดแทน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
กฤติยาพร พลตรี
Kritiyaporn Pontree
Business Development
Siam City Securitis Co.,Ltd
Tel. 0-2624-8965
Fax. 0-2624-8955
E-mail : Kritiyapornp@scis.co.th




*การจัดงานสัมมนา เรื่อง "ตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา เส้นทางสู่สังคมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน"

ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30 - 17.00 น. ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 (Sapphire 1) อาคาร 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดย ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญาคะ รายละเอียดข้อความประชาสัมพันธ์ดังนี้คะ
"ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา เรื่อง "ตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา เส้นทางสู่สังคมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน" ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30 - 17.00 น. ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 (Sapphire 1) อาคาร 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองที่นั่งด่วน ฟรี!!! รับจำนวนจำกัด ภายในวันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2547-6034 หรือ ศูนย์ประสานงานโครงการฯ 0-2949-5403-6 หรือ http://www.thaiipmart.com"

ณัฏฐ์ธนิน พิเชฐศีล
ผู้ประสานงานโครงการฯ
ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา
NATTANIN PISEKSIL (JOY)
Public Relation
Reungchaiyuth Co;Ltd.
Tel : 0-2949-5404
Fax : 02949-5401
E-mail: nata1_me@hotmail.com ,
nata1_me@rcy.co.th




* ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)” เพื่อแถลงผลการดำเนินงานและทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการค้าระหว่าง ประเทศ ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น ภายในงานจะมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “โอกาสการค้า การลงทุน ในต่างประเทศ” โดยเอกอัครราชทูต/ทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการค้า ระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ แผนยุทธศาสตร์การค้าภูมิภาคสู่สากล (Local to Global) และข้อมูลการค้าจากทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-507-6502 และ 02-507-6488 หรือ http://www.moc.go.th

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
อุษณีย์ ถาวรกาญจน์
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด
โทร.0 2354 3588 โทรสาร 0 2354 3589
Email : usanee@incom.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:31:47 น.  

 
*เสวนา : สิทธิทางเพศ และ สุขภาวะทางเพศ

กำหนดการเรื่อง “สิทธิทางเพศ” และ “สุขภาวะทางเพศ” ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ประเด็นพิจารณาจากร่างแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม กรณี บันทึกผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน(เอกสาร สด.43)”

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2552 เวลา 08.30-16.30 น.ณ ห้อง 222 ชั้น 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์
จัดโดย มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษรร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ

สนับสนุนโดย แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง(สคส.)

ช่วงเช้า

08.30-09.00 น. ลงทะเบียน/รับเอกสาร/รับประทานอาหารว่าง
09.00-09.10 น. ชี้แจงวัตถุประสงค์

โดย นัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร

09.10-10.15 น. กล่าวเปิดการเสวนา โดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

09.15-11.30 น. เสวนา “สิทธิทางเพศ” และ “สุขภาวะทางเพศ” ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ประเด็นพิจารณาจาก ร่างแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหมฉบับที่ 47(พ.ศ.2518) ข้อ 12 “ความผิดปกติ” ในการรับรู้หรือยอมรับเพศทางร่างกายของตนเอง มีลักษณะที่คณะกรรมการตรวจเลือกเห็นว่าไม่ควรเป็นทหารกองประจำการ โดย

- บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศและได้รับผลกระทบจากบันทึกผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน(สด.43)
- คณะทำงานเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ประกอบด้วยโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ(เอ็มพลัส) จ.เชียงใหม่
สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
ศูนย์ซิสเตอร์ พัทยา
กลุ่มเสาร์ซาวเอ็ด จ.เชียงใหม่
กลุ่มสะพาน
-นพ.พนม เกตุมาน คณะจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
-นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
-นพ.สุกมล วิภาวีพลกุ จิตแพทย์

ดำเนินรายการโดย พงศธร จันทร์เลื่อน ผู้ประสานงานโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ(เอ็มพลัส))

11.30-12.00 น. สรุปข้อเสนอจากการเสวนาเพื่อนำเสนอในการเสวนาช่วงบ่าย

12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงบ่าย
13.00-16.00 น. เสวนา“ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อร่างแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหมฉบับ ที่47 (พ.ศ.2518) เพื่อคำนึงถึง“สิทธิทางเพศ” และ“สุขภาวะทางเพศ”ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ” สิทธิทางเพศ”และ “สุขภาวะทางเพศ”ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

บทสรุปจากช่วงเช้า โดย สิทธิพันธ์ บุญญาภิสมภาร อุปนายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย

หลักการนำเสนอแก้ไขกฏกระทรวงกลาโหม ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2518)

นำเสวนาโดย ผู้แทนกระทรวงกลาโหม

หลักการพิจารณาถ้อยคำและข้อกฎหมายในร่างแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2518) นำเสวนาโดย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ความหลากหลายทางเพศตามรัฐธรรมนูญ และตามมาตรฐานสากล

นำเสวนาโดย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

จาก “โรคจิต” มาเป็น “ความผิดปกติ” คิดอย่างไร?
นำเสวนาโดย
- รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
- สามารถ มีเจริญ ผู้ได้รับเอกสารบันทึกผลการตรวจเลือก(เอกสาร สด.43) ระบุว่า ” โรคจิต”

ดำเนินรายการโดย นัยนา สุภาพึ่ง

16.000-16.30 น. แสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเสวนา

16.30 น. สรุป ปิดการเสวนา
- อยู่ระหว่างประสานงาน

สอบถามรายละเอียดได้ที่ จันทร์จิรา บุญประเสริฐ 02 868-4344 หรือ 081 423-6896 หรือ TKFthai@gmail.com




*งานตลาดนัดมุสลิม งานริสกีเอสเอ็มอีแฟร์ ครั้งที่ 1

-เคยประสบปัญหาเรื่องการคลุมผมในที่ทำงานไหม
-เคยประสบปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารช่วงกลางวันไหม
-เคยประสบปัญหาเรื่องการหาที่ละหมาดในที่ทำงานไม่ได้ไหม
-เคยประสบปัญหาการออกไปละหมาดวันศุกร์ไหม
-เคยประสบปัญหาเรื่องการลาหยุดตอนวันอีดไหม

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากคุณได้ทำงานในบริษัทของมุสลิม!

งานริสกีเอสเอ็มอีแฟร์ ครั้งที่ 1

14 – 15 พฤศจิกายน 2552 ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย

พบกิจกรรมพิเศษตลาดนัดงานมุสลิมในวันที่ 14 พย. เวลาบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น

รวมบริษัทห้างร้านมุสลิมหลายสิบบริษัทมาเปิดรับสมัครในวันงาน พร้อมสัมภาษณ์งานทันทีในวันเดียวกัน หมายเหตุ ส่งประวัติการทำงานและการศึกษามาก่อนเพื่อนัดเวลาสัมภาษณ์ก่อนได้ที่ ตู้ปณ.1167 ปณฝ.รามคำแหง กรุงเทพฯ 10241 วงเล็บมุมซองว่า ตลาดนัดงานมุสลิม

และพบการออกร้านสินค้านานาชนิด บูธบริษัทห้างร้านนานาสารพัน รวมทั้งกิจกรรมอบรมธุรกิจ การเสวนาเกี่ยวกับธุรกิจการค้าตามรูปแบบอิสลาม การอบรมอาชีพต่างๆที่น่าสนใจได้ในงาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มะฮฺดี 089-170-9392 หรือที่นิตยสารริสกี 086-399-4347




*สัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “บรอดแบนด์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โดยการสนับสนุนของ หน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง จัดการสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “บรอดแบนด์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน (Meaningful Broadband Plan For Thailand)” ในวันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ อาคารศศปาฐศาลา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เพื่อนำเสนอความคิดในมิติใหม่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทย โดยเปิดโอกาสให้คนไทยทุกระดับได้มีโอกาสเข้าถึงอินเตอร์เนตความเร็วสูงที่มี ราคาเหมาะสมและใช้งานง่าย โดยมี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Meaningful Broadband......เพื่อชาวไทยทั่วประเทศ” โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

โครงการบรอดแบนด์ที่ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน หรือ Meaningful Broadband Plan For Thailand โดย Prof. Craig Warren Smith, Senior Advisor, Human Interface Technology Laboratory, University of Washington และ Senior Fellow ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จุฬาฯ นำเสนอขั้นตอนการนำอินเตอร์เนตความเร็วสูงมาใช้ประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ในระดับลึก และมีประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยการเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากการขาดนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนเกี่ยวกับระบบ อินเตอร์เนตความเร็วสูงในประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาตลาดอินเตอร์เนตความเร็วสูงครั้งประวัติศาสตร์ที่ผู้ ประกอบการไทยทุกกลุ่มมีส่วนร่วม และช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับคนไทยผู้ใช้เครื่องมือสื่อสารที่มี รายได้ต่ำจำนวนกว่า ๒๘ ล้านคน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่จะช่วยทั้งในด้านการกระจายรายได้ การสร้างงานทั่วประเทศ การลงทุนที่จะตามมา ฯลฯ




*วช.เตรียมจัดประชาพิจารณ์ทุกภาคส่วน เรื่อง พ.ร.บ.ดูแลสัตว์ทดลองทางวิทยาศาสตร์

สำนัก งานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เชิญองค์กรและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทาง วิทยาศาสตร์ ร่วมสัมมนาและร่วมร่าง พระราชบัญญัติการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายกำกับดูแลการนำสัตว์มาทดลองและให้งานวิจัยมี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับสากล
ดร.ประดน จาติกวนิช ประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อพัฒนางานเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยา ศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. กล่าวว่าปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์หรือใช้สัตว์เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใน ด้านต่างๆ เช่น การทดลองเพื่อการผลิตยา เซรั่ม อาหาร ตลอดจนเครื่องสำอางหรือเวชสำอางหลากหลายชนิด ยังเป็นการดำเนินการทดลองอย่างเสรีโดยไม่มีกฎหมายหรือพระราชบัญญัติว่าด้วย การกำกับดูแลการทดลองสัตว์ มาควบคุมอย่างจริงจัง จึงเป็นผลให้เกิดการทดลองที่ผิดพลาด เช่น เชื้อโรคที่ทำการทดลองแพร่ไปสู่ประชาชน การเรียกร้องจากองค์กรพิทักษ์สัตว์เนื่องจากมองว่าการทดลองเป็นการทรมาน สัตว์ ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าวทาง วช. จึงได้จัดการสัมมนาประชาพิจารณ์และร่วมร่าง พระราชบัญญัติการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ขึ้น เพื่อให้เป็น พ.ร.บ.คุ้มครองดูแลการใช้สัตว์ทดลองอย่างถูกต้องตามจริยธรรมและเกิด ประสิทธิภาพสูงสุดแก่งานวิจัยและการทดลอง นอกจากนี้ หากพ.ร.บ.การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์มีการประกาศใช้ อย่างเป็นทางการจะส่งผลดีต่อประชาชนและประเทศไทยในหลายด้าน อาทิ ผลผลิตจากงานวิจัยต่างๆ ได้รับการยอมรับในระดับสากลอันจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในเชิงพาณิชย์ได้ , ประชาชนได้รับความปลอดภัยมากขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตจากงานวิจัย โดยสัตว์, สามารถป้องกันและหยุดยั้งการเกิดโรคอุบัติใหม่ที่เกิดจากการทดลองวิทยา ศาสตร์ในสัตว์ได้ ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาการเรียกร้องจากองค์กรพิทักษ์สัตว์ได้ เนื่องจากควบคุมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์เพื่อการทดลองโดยเฉพาะอย่างเคร่ง ครัด
ทั้งนี้ การจัดประชาพิจารณ์ความเห็นและร่วมกันร่าง พ.ร.บ.การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่อการทดลองฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2552 ณ หอประชุมสหประชาชาติ อาคารสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ทาง วช.จึงขอเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันวิจัยทั่วประเทศ,นักวิทยาศาสตร์,หน่วยงานทางการแพทย์และสัตวแพทย์, บริษัทผู้ผลิตยาและเครื่องสำอาง, องค์กรพิทักษ์สัตว์, สมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว


ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อนงนาฎ สิทธิคง Rewriter : ธนวัต วงศ์วิริยะวณิช
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:32:52 น.  

 
*ไอซีที เร่งผลักดันระบบ e- Logistics เพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้า

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เร่งผลักดันระบบ e- Logistics เพื่อลดต้นทุนการผลิตทั้งภาคการเกษตรและการส่งออกสินค้า
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ระบบ e- Logistics เป็นระบบช่วยให้การขนส่งสินค้าของประเทศมีประสิทธิภาพและพัฒนาขึ้น ทั้งการนำเข้าและส่งออก ซึ่งปัจจุบันต้องลดต้นทุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เร่งก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อการกระจายสินค้า เชื่อมโยงข้อมูลของภาครัฐและภาคเอกชนให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ที่ผ่านมา กระทรวงไอซีที พยายามปรับปรุงโครงข่ายข้อมูลภาครัฐการนำเข้าและส่งออกให้เป็นมาตรฐานเดียว กัน อีกทั้งเป็นหน่วยงานกลางจัดทำข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง 26 หน่วยงาน พร้อมเชื่อว่าในอนาคตต้องอาศัยระบบ e- Logistics ร่วมกับระบบออนไลน์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการทำ ธุรกรรมต่างๆ โดยเห็นว่ายังต้องปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากร และมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน
รองปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวอีกว่า ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ กระทรวงไอซีทีจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยจะนำเสนอผลการศึกษาและแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับระบบนำเข้า-ส่งออก การทำให้เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เทคโนโลยีลายน้ำเข้ามาช่วย

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : กัลยา คงยั่งยืน Rewriter : กัลยา คงยั่งยืน
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th




*"ภาพหลอกหลอน ณ ชายแดนใต้ของไทย: การเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีและโลกอิสลาม"

กำหนดการสัมมนา

"ภาพหลอกหลอน ณ ชายแดนใต้ของไทย: การเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีและโลกอิสลาม"
การสัมมนาวิชาการนานาชาติ จัดโดย
โครงการภูมิภาคศึกษา สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
11-12 ธันวาคม 2552
อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

วันที่ 1: 11 ธันวาคม 2552

ห้องที่ 1 (105)
08.30 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 พิธีเปิด
กล่าวแนะนำการสัมมนา: อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
กล่าวเปิดงาน: รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา: ผู้อำนวยการ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
09.30 – 10.00 ปาฐกถานำการสัมมนา: ศ. ดร. ธงชัย วินิจจะกูล
กล่าวแนะนำองค์ปาฐก: รศ. ฉลอง สุนทราวาณิชย์
10.00 – 11.30 ห้องที่ 1 (105)
1. เสน่หาอาณานิคม กับภูมิสังขารรัฐไทย
• จากประเทศราชถึงมณฑลปัตตานี: มุมมองบางประการต่อความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ปัตตานีผ่านประวัติศาสตร์นิพนธ์คริสต์ศตวรรษที่ 17-20

- รศ. ยงยุทธ ชูแว่น (มหาวิทยาลัยศิลปากร)
- ผศ. พรรณงาม เง่าธรรมสาร (นักวิชาการอิสระ)

• การผนวกหัวเมืองปัตตานี ร.ศ.120

- ผศ. ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

• จากปาตานีสู่ปัตตานี: อวสานรัฐจักรพรรดิราช, ค.ศ. 1785-1836

- มร. ฟรานซิส อาร์. แบรดลีย์ (University of Wisconsin-Madison, สหรัฐอเมริกา)

ห้องที่ 2 (203)
1. การผลิตความรุนแรง กับประวัติศาสตร์นิพนธ์ปาตานี
• ใบปลิวของกองกำลังปาตานีและการเรียกใช้ประวัติศาสตร์

- ศ. ดร. ดันแคน แม็กคาร์โก (University of Leeds, อังกฤษ)

• การสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผลิตเหตุการณ์: ความรุนแรงและการผลิตเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ในภาคใต้ของไทย

- มร. มูฮัมหมัด อาระฟัต บิน โมฮัมหมัด (Harvard University, สหรัฐอเมริกา)

• ประวัติศาสตร์ปาตานีระยะใกล้กับการต่อรองทางการเมืองที่หายไป

- นายรอมฎอน ปันจอร์ (Deep South Watch, ปัตตานี)

11.30 – 13.00 ปฏิบัติศาสนกิจ และรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 ห้องที่ 1 (105)
2. มนต์สะกดภาพหลอนประวัติศาสตร์ปาตานี
• อัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์, ความเป็นชาติ, การสร้างชาติ, และการเขียนประวัติศาสตร์มลายูมุสลิมในภาคใต้ของไทย ทศวรรษ 1940 – ปี ค.ศ. 1970

- ศ. ดร. กอบเกื้อ สุวรรณทัต-เพียร (Universiti Pendidikan Sultan Idris, มาเลเซีย)

• การจัดวางประวัติศาสตร์นิพนธ์แบบจารีต, แบบอิสลาม, และแบบสมัยใหม่ ในอัตลักษณ์ปาตานี-ยาวี

- รศ. ดร. อิอิก อาริฟิน มันซูร์นัวร์ (University of Brunei Darussalam, บรูไนดารุสซาลาม)

• การร่างโครงและสร้างใหม่ประวัติศาสตร์รัฐสุลต่านปาตานี โดยนักประวัติศาสตร์ปาตานี

- ดร. เดนนิส วอล์กเกอร์ (Monash University, ออสเตรเลีย)

• วาทกรรมประวัติศาสตร์ว่าด้วยความเสื่อมและการล่มสลายของรัฐปาตานี: จากฮิกายัต ปัตตานีสู่ตัวบทร่วมสมัย

- ดร. โดม ไกรปกรณ์ (สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์)

ห้องที่ 2 (203)
2. ป่วนปั่นแม่บทประวัติศาสตร์ไทย
• ข้อเรียกร้อง 7 ประการ ของขบวนการปะตานี: ความหมายและนัยทางประวัติศาสตร์

- รศ. ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

• สถานะของความเพ้อฝัน: อดีตแปลกแยกของปาตานีและความเป็นไปไม่ได้ของสมานฉันท์

- รศ. ดร. มาร์ก แอสกิว (University of Melbourne, ออสเตรเลีย, และ Senior Research Fellow, สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้, มอ. ปัตตานี)

• การเขียนแก้ประวัติศาสตร์: สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกับหัวเมืองมลายู

- ดร. ธนาพล ลิ่มอภิชาต (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

• ถอดรื้อวาทกรรม "ข้อเรียกร้องฮัจยีสุหลง" ความขัดแย้งจากอคติและการตีความคำร้องขอแห่งประวัติศาสตร์ยุคปัตตานี

- อ. โชคชัย วงษ์ตานี (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, วิทยาเขตหาดใหญ่)

15.00 – 15.15 พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 – 17.00 ห้องที่ 1 (105)
3. จินตนาการอื่นว่าด้วยปาตานี
• ประวัติศาสตร์เหมืองดีบุกที่รอคอย: ทัศนะอังกฤษต่อดินแดนปาตานีตอนในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19

- ดร. ฟิลิป คิง (Murdoch University, ออสเตรเลีย)

• ดินแดนปาตานีในเอกสารจีนจากคริสต์ศตวรรษที่ 6-19

- ดร. เจฟฟ์ เวด (Institute of Southeast Asian Studies, สิงคโปร์)

• ปาตานี: เมืองท่าการค้าระหว่างโลกตะวันออกโลกและตะวันตกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18

- ดร. ภาวรรณ เรืองศิลป์ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
- ดร. ปิยะดา ชลวร (นักวิชาการอิสระ)

• (หวน) เล่าเรื่องอดีต: หลากเรื่องราวชีวิตของคนมลายูนอกกรอบประวัติศาสตร์

- นายศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร)

ห้องที่ 2 (203)
3. เวทีอภิปราย: วิญญาณแห่ง "อิบรอฮิม ชุกรี" ในประวัติศาสตร์นิพนธ์ปาตานี
• ผู้ดำเนินการอภิปราย: มร. ฟรานซิส อาร์. แบรดลีย์ (University of Wisconsin-Madison, สหรัฐอเมริกา)

19.00 – 21.00 เลี้ยงรับรองอาหารค่ำสำหรับวิทยากร, เจ้าภาพโดย: สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

วันที่ 2: 12 ธันวาคม 2552
ห้อง 1 (105)
08.30 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 ปาฐกถานำการสัมมนา: ศาสตราจารย์ ดร. แอนโทนี รีด
กล่าวแนะนำองค์ปาฐก: ดร. แพทริค โจรี
09.30 – 09.45 พักรับประทานอาหารว่าง
09.45 – 12.00 ห้องที่ 1 (105)
4. อาณาจักรทางปัญญาของอุลามะปาตานี
• เครือข่ายอุลามะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / Networks of Patani Scholars in SEA

- ศ. ดร. อัซยูมาร์ดี อัซรา (Syarif Hidayatullah State Islamic University, อินโดนีเซีย)

• บทบาทของปัญญาชนปาตานีในโลกอิสลามสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19

- มร. ฟรานซิส อาร์. แบรดลีย์ (University of Wisconsin-Madison, สหรัฐอเมริกา)

• บทบาทของอุลามะมลายูปาตานี กับการเผยแผ่ศาสนาอิสลามในเอเชียอาคเนย์

- พล.ต.ต. จำรูญ เด่นอุดม (นักวิชาการอิสระ)

• เครือข่ายปัญญาชนแห่งฮารอเมน และปาตานี

- ดร. นุมาน หะยีมะแซ (Universiti Sains Malaysia, มาเลเซีย)

ห้องที่ 2 (203)
4. พื้นที่แห่งการจิตนาการถึงความเป็นชาติในโลกอิสลาม
• ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างปัตตานีในไทย และอาเจะห์ในอินโดนีเซีย: มิติทางประวัติศาสตร์

- มร. มัสดูกี (Indonesian Islamic University, อินโดนีเซีย)

• อาเจะห์ ปาตานี และการเสื่อมสลายของจักรวรรดิอุสมานิยะห์

- ศ. ดร. ฮัสบี อามีรุดดิน (IAIN Ar-Raniri, อาเจะห์, อินโดนีเซีย)

• ปาตานีในโลกไซเบอร์ของอาหรับ: การศึกษาเชิงสถิติและเชิงวิเคราะห์

- ดร. อาดามา บัมบา (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี)

• มลายูปาตานีโพ้นทะเล

- อ. นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี)

12.00 – 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 ห้องที่ 1 (105)
5. ตามรอยดวงวิญญาณแห่งปาตานี
• ชุมชนมุสลิมแห่งปาตานี: อะกีดะฮ์ เตาฮีดียะฮ์ ในฐานะเสาหลักของสังคม

- ผศ. ดร. หะสัน หมัดหมาน (มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์)

• ชัยคฺวันอะห์มัด อัล-ฟะฏอนีย์ นักปรัชญาเมธีด้านการศึกษาและการเมืองของโลกมลายู (พ.ศ.2399-2451)

- อ. อิสมาอีล เบญจสมิทธิ์ (ศูนย์ PUSTA, ปัตตานี)

• มรดกของชัยคฺดาอุด อัล-ฟาฏอนี ต่อการก่อรูปความคิดของมลายูมุสลิม ผ่านงานเขียนภาษายาวี- อัล-ดูร์ อัล-ซามิน (al-Durr al-Thamin)

- อ. ไฟซอล หะยีอาวัง (มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา)
- รศ.ดร. ซัยลาน มอริส (Universiti Sains Malaysia, มาเลเซีย)

• การสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐสุลต่านปาตานี: การวิเคราะห์ผ่านงานเขียนมลายู

- อ. มัมลาฮูตัน บูดูโระห์ (University of Indonesia, อินโดนีเซีย)

ห้องที่ 2 (203)
5. ทัศนภาพอันแตกกระจายของความเป็นปาตานี
• กลองและปืนใหญ่: สัญลักษณ์ในการสร้างอัตลักษณ์ปาตานี

- ศ. ดร. บาร์บารา วัตสัต อันดายา (University of Hawai'i, สหรัฐอเมริกา)

• การเผยแพร่อิสลามในปาตานี: การซึมซับ การเป็นตัวกลาง และการประยุกต์

- ดร. คริสโตเฟอร์ เอ็ม. จอลล์ (ศูนย์มุสลิมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

• หวนมองความสัมพันธ์และเสวนาการทางศาสนา ระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธในภาคใต้ของไทย

- มร. ฮาติบ อับดุล กาดีร์ (Gadjah Mada University, อินโดนีเซีย)

• ภาษามลายูปาตานี เป็นมรดกตกทอดทางอารยธรรมอันภาคภูมิใจแห่งโลกมลายู

- อ. ซูฮัยมีย์ อาแว (วิทยาลัยเทคนิคยะลา)

15.00 – 15.15 พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 – 16.00 สะท้อนเนื้อหาการประชุม: ศาสตราจารย์ ดร. เบเนดิคท์ แอนเดอร์สัน


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:36:56 น.  

 
*กำหนดการประชุมโครงการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทยครั้งที่ 5

ข้า ค่า ฆ่า: อัตลักษณ์ คุณค่า ความรุนแรง
25-27 พฤศจิกายน 2552
ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552

8.00 – 8.45 น. ลงทะเบียน
8.45 – 8.50 น. คณบดีคณะอักษรศาสตร์ กล่าวต้อนรับ
8.50 – 9.00 น. ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กล่าวเปิดงาน
9.00 – 10.30 น. ปาฐกถานำ "Identity and Violence" โดย Ashis Nandy

มารค ตามไท ร่วมเสวนา
สุรัตน์ โหราชัยกุล ดำเนินรายการ

10.30 – 10.45 น.
อาหารว่าง

10.45 – 12.15 น.
อภิปราย "ข้า ค่า ฆ่า: ก้าวข้ามอัตลักษณ์ คุณค่า ความรุนแรง?"

ผู้ร่วมอภิปราย ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล
สรวิศ ชัยนาม

ผู้ดำเนินรายการ ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์

12.15 – 13.15 น.
อาหารกลางวันตามอัธยาศัย

13.15 – 14.45 น.
การเสนอบทความวิจัย
ห้องที่ 1

1. คำเพื่อฆ่า ค่าแห่งคำใน "ธารน้ำนมจากความตาย" ของ มาร์เกอริต ยูร์เซอนาร์ โดย วรุณี อุดมศิลป
2. "ก็เพราะมันเป็นเช่นนี้…ข้าจึงเห็นคุณค่าของการฆ่า" ความคิดทางการเมืองและจิตวิเคราะห์ของ สลาวอย ซิเซ็ก (Slavoj Zizek) โดย ชญาน์ทัต ศุภชลาศัย
ผู้นำการถกบทความ ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

ห้องที่ 2

1. "Eating the Other": Consumption and Cannibalism in The Victims โดย ชุติมา ประกาศวุฒิสาร
2. ผู้หญิงหายไปไหนในวาทกรรมพรหมจารี ?: มุมมองจากสื่อ พ.ศ. 2449-2519 โดย ชเนตตี ทินนาม
ผู้นำการถกบทความ จาตุรี ติงศภัทิย์

ห้องที่ 3

1. มายาคติและความรุนแรงของภาพแสดงแทน "ชาวเขา" ในแบบเรียนชั้นประถม โดย สุนทร สุขสราญจิต
2. "โครงการฆ่าเพื่อชาติ": ยาเสพติดกับแนวคิดทรัพยากรมนุษย์ ในยุคเสรีนิยมใหม่ โดย ภูมิอินทร์ สิงห์ชวาลา
ผู้นำการถกบทความ ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี

14.45 – 15.00 น.
อาหารว่าง

15.00 – 16.30 น.
การเสนอบทความวิจัย

ห้องที่ 1

1. ความรุนแรง (violence) : มุมมองจากพุทธศาสนา
โดย เดโชพล เหมนาไลย
2. คุณค่า กับ สิ่งที่เชื่อว่าจริง: อ่านใหม่ The Will To Believe ของ William James โดย วิศรุต ภู่ไหมทอง
ผู้นำการถกบทความ ปกรณ์ สิงห์สุริยา

ห้องที่ 2

1. ต้องถอยหลังกลับไปนานเท่าใดจึงจะเข้าใจถึงตัวตน? โลกของปัจเจกภายใต้เงาของประวัติศาสตร์ในนวนิยายเรื่อง The Wind-Up Bird Chronicle โดย กัญญา วัฒนกุล
2. พ่อมด และ เจ้าชายหุ่น ในกระซิบแห่งเงามืด: เมื่อจินตนาการเป็นเนื้อเดียวกับความจริง โดย ภูมิ น้ำวล
ผู้นำการถกบทความ ทอแสง เชาว์ชุติ

ห้องที่ 3

1. อมราพิศวาส : ผู้หญิงรักพระกับนัยยะของความรุนแรง
โดย ปฐม หงษ์สุวรรณ
2. จากความเป็นรองสู่อัตลักษณ์อันซับซ้อนของแม่ชีไทย : กรณีศึกษาแม่ชีวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดย แม่ชีณัฐหทัย ฉัตรทินวัฒน์
ผู้นำการถกบทความ อภิญญา เฟื่องฟูสกุล

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552

9.00 - 10.00 น. บรรยายพิเศษ "ความรุนแรงทางวัฒนธรรม: Foot-binding and Women in Chinese History"

10.00 – 10.15 น. โดย Dorothy Ko (Columbia University)สายพิณ ศุพุทธมงคล ดำเนินรายการ

อาหารว่าง

10.15 – 12.00 น.
การเสนอบทความวิจัย

ห้องที่ 1

1. การพัฒนาพื้นที่และความหมายทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา โดย ภัทระ ไมตระรัตน์
2. เรื่องเล่าแตกต่าง ฤๅความทรงจำแปลกแยก: การวิเคราะห์เรื่องเล่าจากความทรงจำของคนที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงกรณี "ถังแดง"โดย จุฬารัตน์ ดำรงวิถีธรรม
ผู้นำการถกบทความ วาสนา วงศ์สุรวัฒน์

ห้องที่ 2

1. เลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตา: การสร้างอัตลักษณ์คนข้ามเพศใน นวนิยายเรื่อง ทางสายที่สาม ของกีรตี ชนา โดย นัทธนัย ประสานนาม
2. นกไขลานกับไม้เบสบอล: อัตลักษณ์กับความรุนแรงใน The Wind-up Bird Chronicle ของ มุราคามิ ฮารุกิ โดย อลิสา สันตสมบัติ
ผู้นำการถกบทความ ชุติมา ประกาศวุฒิสาร

ห้องที่ 3

1. จัดการความขัดแย้งด้วยความคลุมเครือ : ข้อเสนอทางปรัชญาของ ซิโมน เดอ โบวัวร์ โดย รชฏ สาตราวุธ
2. ความเรียงต่อความเข้าใจ "ว่าด้วยความรุนแรงของฮันนาห์ อาเรนดท์" โดย ณฐิญาณ์ งามขำ
ผู้นำการถกบทความ สุภัควดี อมาตยกุล
เดชา ตั้งสีฟ้า

12.00 – 13.00 น.
อาหารกลางวันตามอัธยาศัย

13.00 – 16.00 น.
เสวนา "คิดใหม่ อัตลักษณ์มนุษยศาสตร์: ปืน คนชายขอบ จินตนาการ"

ผู้ร่วมอภิปราย ฉลอง สุนทราวาณิชย์

ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี

สุรเดช โชติอุดมพันธ์

ผู้ดำเนินรายการ ไชยันต์ รัชชกูล

16.00 – 16.30 น.
อาหารว่าง

16.30 – 18.00 น.
เสวนา "มนุษยศาสตร์หลังไมค์"

ผู้ร่วมเสวนา ธเนศ วงศ์ยานนาวา
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เกษม เพ็ญภินันท์

ผู้ร่วมเสวนาและดำเนินรายการ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552

9.00 – 11.00 น. ปมจิตวิทยาความรุนแรง: มุมมองจากผู้ปฏิบัติ

ผู้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์

Ms. Joyce Tan (นักศิลปะบำบัด, สิงคโปร์)

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ผู้ดำเนินรายการ ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล

11.00 – 12.00 น. เสวนาเรื่อง "มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์กับคุณค่าในชีวิตกับอัมมาร์ สยามวาลา"

สุวรรณา สถาอานันท์ ผู้ร่วมสนทนา

12.00 – 12.40 น.
ถักร้อยหลากมิติความสัมพันธ์ "ข้า ค่า ฆ่า"

มารค ตามไท วิทยากร
เดชา ตั้งสีฟ้า วิทยากร

12.40 – 12.50 น. พิธีปิดการประชุม
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

หมายเหตุ: เวลาสำหรับการนำเสนอบทความในห้องย่อย
- ผู้นำเสนอบทความคนละ 25 นาที ผู้นำถกบทความ รวม 20 นาที อภิปรายทั่วไป รวม 20 นาที
- ห้องย่อยจะประกาศให้ทราบในวันประชุม


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:37:36 น.  

 
*30 ต.ค.-4 ธ.ค. เทศกาลภาพยนตร์อุษาคเนย์ ครั้งที่ 6: ตอน "แด่ ASEAN ที่รัก"

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน

ชักชวนให้ดูหนังดีกันค่ะ

30 ต.ค.-4 ธ.ค. เทศกาลภาพยนตร์อุษาคเนย์ ครั้งที่ 6: ตอน "แด่ ASEAN ที่รัก"
ภาพยนตร์เพื่อความเข้าใจในเพือนบ้านและแผ่นดินของเรา
Understanding Asean and Make Love not War with Our Neighbors

โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี แห่งการสถาปนา
ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์อุษาคเนย์เพื่อการศึกษา พร้อมการเสวนาภาพยนตร์โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา
ใน ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ถึง วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องเรวัติ พุทธินันท์ ชั้น U2 หอสมุดปรีดี พนม ยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ชมฟรี ! (ไม่ต้องเสียบัตรผ่านประตู แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาเข้าชมภาพยนตร์)


Southeast Asian Film Show 6th "My Dear ASEAN"

On the occasion of its 10th Anniversary, 2000-2009, the Southeast Asian Studies Program, Thammasat University will hold a Southeast Asian Film Show 6th under the theme of "My Dear ASEAN" on every Friday and Saturday from 30 October to 4 December 2009 (1 pm to 4 pm) at Rewat Buddhinan Room, Floor U2 Pridi Panomyong Library, Thammasat University, Tha Prachan Campus.

Free admission!

*********************************************
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552/ 30 October 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Burma VJ ( Burma )
วิทยากร/Commentator : Soe Aung

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 / 31 October 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Un Soir Apres La Guerre ( Cambodia)
วิทยากร/ Commentator: อ. ทรงยศ แววหงษ์/Songyote Waehongsa
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552/ 6 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง My Magic ( Singapore)
วิทยากร/Commentator: ผศ. กำจร หลุยยะพงศ์ / Kamjohn Louiyapong

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552/ 7 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Bagong Buwan ( Philippines)
วิทยากร/Commentator: อ. ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์/Sirote Klampaiboon

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2552/ 13 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Nerakhoon ( Laos)
วิทยากร/Commentator: อ.ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ/Dr. Charnvit Kasetsiri
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552/14 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Wonderful Town (Thailand)
วิทยากร/Commentator: Prof. Benedict Anderson

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 / 20 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Laskar Pelangi ( Indonesia)
วิทยากร/Commentator: อ. อรอนงค์ ทิพย์พิมล/Onanong Thippimol
วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552/ 21 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Journey From The Fall ( Vietnam)
วิทยากร/Commentator: ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี/Dr. Sriprapha Petcharamesree
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552/ 27 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง The Last Communist ( Malaysia)
วิทยากร/ Commentator: คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี/Supalak Ganjanakhundee

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 28 November 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง Long Road To Heaven (Indonesia)
วิทยากร/ Commentator: อ.ชญานิตย์ พูลยรัตน์/Chayanit Poonyarat

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2552/ 4 December 2009
ฉายภาพยนตร์เรื่อง A Hero's Journey ( Timor Leste)
วิทยากร/ Commentator: ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์/Dr. Saranarat Kanjanavanit

***************************
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
โครงการ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 02-6132672 02-6132672
ชมรายละเอียดการจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบ รอบ 10 ปี
แห่งการสถาปนาโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาได้ที่
http://seas.arts.tu.ac.th/


For more information, please contact Southeast Asian Studies Program,
Faculty of Liberal Arts Thammasat University at 02-6132672 02-6132672
or click http://seas.arts.tu.ac.th

รักษาสุขภาพกายใจและครอบครัว ให้เข้มแข็งและแข็งแรงเสมอนะคะ

* * * * * * * * * * *
นฤมล จันทรศรี (แตง)
Narumol Jantharasri (TangThai)
โทร. 081-3409209 ; najan67@hotmail.com
เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ"= http://portal.in.th/thaiyogainstitute/
Feel Good = http://gotoknow.org/blog/nj-fg/toc




*สนใจสมัครเข้าร่วมฟัง“ แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้... คุณก็ทำได้ ”

สมัครฟรี ! เฉพาะค้าส่ง - ค้าปลีก

วิธีการง่าย ๆ ในการบริหารต้นทุนที่เหมาะกับยอดขาย เพื่อเพิ่มกำไร

และความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการลดปัญหาของเสียและลดการใช้เงินทุนเกินจำเป็น

จากผลการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ภายในร้านค้าส่ง - ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน จำนวน 6 ราย ในเวลาเพียง 7 เดือน ทำได้ ต้นทุนลดลง

รวมประมาณ 72 ล้านบาท ต่อเดือน

ก้าวทันสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงทางการค้า

สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

สนใจสมัครเข้าร่วมฟัง

“ แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้... คุณก็ทำได้ ” และ

“ เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง - ค้าปลีก... สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ”

ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.00 - 17.30 น.

ณ ห้องประชุม A ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ( รับจำนวนจำกัด )

กรอกแบบตอบรับ ( ด้านล่าง ) แล้วส่งกลับมาที่ โทรสาร 0 2547 5957

หรือทาง E-Mail Address: http://www.promotion@dbd.go.th

( สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 2547 5957 , 02547 5986 )


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:38:16 น.  

 
*ขอเชิญร่วมงานสัมมนา "Turbo Change : your database environment"

ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ขอเชิญร่วมงานสัมมนา "Turbo Change : your database environment" สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ของระบบ Flash Array นวัตกรรมปฏิวัติวงการเซิร์ฟเวอร์ด้วยระบบหน่วยความจำแฟลชแบบมาตรฐานเปิดแบบ แรกของโลก ด้วยการแนะนำ Sun Storage F5100 Flash Array เร็วดุจสายฟ้าแลบในทุกเสี้ยววินาทีที่เข้าถึงข้อมูล วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 – 13.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 937 4518-9 ต่อ 45 หรือ th.sun.com/flashlaunch09




*กำหนดจัดงาน "2009 China (Guangdong) – Thailand Business Conference"

เรียน สมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ สมาชิก Business Matching และ ผู้ประกอบการ

ด้วยรัฐบาลมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย นาย วาง หยาง (Mr. Wang Yang) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ มณฑลกวางตุ้ง จะนำคณะภาครัฐและเอกชนจากมณฑลกวางตุ้ง จำนวน 300 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย และกำหนดจัดงาน "2009 China (Guangdong) – Thailand Business Conference" ซึ่งประกอบด้วย การสัมมนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ในวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.30- 16.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมแชงกรี – ล่า ซอยวัดสวนพลู บางรัก กรุงเทพฯ รายละเอียดกำหนดการตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

ทั้งนี้ คณะภาคเอกชนจีนที่เดินทางมาครั้งนี้ มีจำนวน 193 คน จาก 130 บริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า (18 บริษัท) สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (12 บริษัท) อาหารและเกษตรกรรม (8 บริษัท) เคมีภัณฑ์และยา (9 บริษัท) เครื่องจักรและอุปกรณ์ (5 บริษัท) วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ (14 บริษัท) การคมนาคมและการขนส่ง (7 บริษัท) การบริการ (5 บริษัท) อุตสาหกรรมเบา (21 บริษัท) การค้า (8 บริษัท) การท่องเที่ยว (5 บริษัท) บริการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ (4 บริษัท) และอื่น ๆ (14 บริษัท) รายละเอียดบริษัทตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

หากท่านประสงค์เข้าร่วมงาน ใคร่ขอให้กรอกข้อมูลใน Reply Form ส่งมาที่ Email: sureeratp@off.fti.or.th, wansap@off.fti.or.th ภายในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552 เพื่อที่สภาอุตสาหกรรมฯ จะได้ดำเนินการจัดส่งรายชื่อของท่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อที่จะได้ดำเนินการจัดส่งบัตรเชิญเข้าร่วมงานให้ท่านต่อไป ทั้งนี้ หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่ คุณวรรษา โทร 0-2345-1180 หรือ คุณจรรยา โทร 0-2345-1123

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาเข้าร่วมงานสัมมนา และ Business Matching

(รับจำนวนจำกัด!! ขอสงวนสิทธิ์อันดับต้นๆ ให้สำหรับสมาชิกฯ)

ขอแสดงความนับถือ

โครงการจับคู่ธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซน ซี ชั้น 4

60 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์ 02-345-1115-20, -1123-5, -1132, -1180

โทรศัพท์มือถือ : 086-329-1976-8

โทรสาร : 02-345-1281-3, 02-345-1119

อีเมล์ : business_matching@off.fti.or.th, bmatchingfti@gmail.com

เว็ปไซต์ : http://www.fti.or.th




*๑๐๐ วันกรุณา กุศลาสัย

คอลัมน์ งานเป็นเงา

โดย ลำแข

พ.ศ.๒๕๑๓ โลกวรรณกรรมไทยขยับเคลื่อนอย่างรุนแรงด้วยคลื่นลมตะวันตกเฮือกสำคัญ *คีตาญชลี* งานระดับรางวัลโนเบลของ *รพินทรนาถ ฐากูร* จากการแปลขึ้นมาพิมพ์ครั้งแรกของ *กรุณา กุศลาสัย* ชีวทัศน์และโลกทัศน์อันกว้างใหญ่ของฐากูร จึงมีโอกาสกระทบกระแทกและเขย่าความคิดนักเรียนนักศึกษาไทยรุ่นใหม่ รวมทั้งนักอ่านทั่วไป

จากนั้น ด้วยนามของผู้แปลดังกล่าว *ชีวประวัติของข้าพเจ้า* คือ *มหาตม คานธี* กับ *พบถิ่นอินเดีย* โดย *เยาวหรลาล เนห์รู* เพชรในวงวรรณกรรมโลกก็ตามมา

กระทั่ง *ชีวิตที่เลือกไม่ได้* บทเรียนมนุษย์โดยเฉพาะสังคมไทยชิ้นเยี่ยม

เป็น การเริ่มต้นการอุทิศความรู้ความสามารถที่อาจารย์กรุณา ซึ่งต่อมาคือศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ได้ปวารณาตัวเป็นประตูแห่งความเข้าใจระหว่างอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในอู่อารยธรรมสำคัญของโลกที่มีอิทธิพลยิ่งต่อไทย ตราบสิ้นอายุขัย ๘๙ ปี

เป็นคุณูปการต่อสังคมอันล้ำลึก

เสาร์ ที่ ๗ พฤศจิกายน ๑๔.๐๐-๒๐.๐๐ น. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป กับหลายองค์กร ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมในวาระครบ ๑๐๐ วัน การจากไปของอาจารย์กรุณา

โดย มีปาฐกถาเรื่อง *ชีวิตที่เลือกได้ เพื่ออะไร* มีมโหรีดนตรีไทยของวงดุริยางคศิลป มหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงวัฒนธรรมอินเดีย แสดงดนตรีบทสวด และการแสดงผลงานเดี่ยวของ *พิเชษฐ กลั่นชื่น*

นอกเหนือนิทรรศการศิลปชุดชีวิตที่เลือกไม่ได้ของศิลปิน ชั้นนำเช่น อังคาร กัลยาณพงศ์, ช่วง มูลพินิจ, ประเทือง เอมเจริญ, เทพศิริ สุขโสภา ฯลฯ กับศิลปินหลายคนที่จบการศึกษาจากศานตินิเกตัน เช่นเดียวกับอาจารย์

ในงานยังมีอาหาร ขนม จากอินเดียบริการพร้อม และงานหนังสือของอาจารย์ กับงานพิมพ์หลายสำนักพิมพ์จำหน่าย

ผู้ ต้องการสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนซึ่งด้อยโอกาส ให้มีชีวิตที่สามารถเลือกได้ สามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย เลขบัญชีที่ ๐-๒๔๒๖-๙๒๕๙-๐ ประเภทออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเจริญนคร

บัตรเข้าชมการแสดงราคา ๘๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๕๐๐ บาท นำรายได้ทั้งหมดสมทบกองทุนดังกล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐-๒๔๓๘-๙๓๓๑-๒ และ ๐๘-๖๖๐๘-๑๐๑๘ หรือ http://www.snf.or.th

"...ผม เลือกเกิดไม่ได้ ผมจึงต้องสู้ เพราะชีวิตผมไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ผมไม่ใช่นักการเมืองหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ผมเป็นเพียงคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ชีวิตที่โลดโผนโจนทะยานของผม คงจะเป็นบทเรียนได้บ้าง..."




*งาน "รวมพลังเด็กไทย ไร้ปอดบวม"

ในโอกาส วันปอดบวมโลกครั้งแรก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า จัดงาน "รวมพลังเด็กไทย ไร้ปอดบวม" สำหรับประชาชนทั่วไป ภายในงานพบนิทรรศการให้ความรู้เรื่องปอดบวม บริการตรวจความแข็งแรงของปอดในเด็ก พร้อมรับคำปรึกษาการป้องกันโรคปอดบวมในเด็ก ในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น L อาคารพัชรกิติยาภา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมีพลตรี กฤษฎา ดวงอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นประธานเปิดงาน

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
พิธิมา (ก้อย)
โทร. 0-2718-3800 ต่อ 138





*เชิญร่วมการเสวนา "สื่อทางเลือกกับการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตย"

มูลนิธิศักยภาพชุมชนขอเชิญท่านเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ "เปิดพื้นที่สนทนาเรื่องประชาธิปไตย" ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2552 ที่ห้องประชุม 12 ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภายในงานเปิดตัว จะมีการเสวนาหัวข้อ "สื่อทางเลือกกับการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตย" มีกำหนดการตามรายละเอียดข้างล่างครับ

กำหนดการ

เวทีเสวนาหัวข้อ "สื่อทางเลือกกับการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตย

วันที่ 29 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุม 12 ตึก 3

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระหว่างเวลา 16.15 – 18.45 น.

16.15 – 16.30 น. ลงทะเบียนเข้างาน

16.30 – 16.45 น. ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชนกล่าวเปิด

16.45 - 17.00 น. แนะนำโครงการและเว็บไซต์ OpenThaiDemocracy.com

17.00 – 18.45 น. เวทีเสวนา "สื่อทางเลือกกับการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตย"
ผู้ร่วมเสวนา

ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท

ทิวสน สีอุ่น (รอยืนยัน) นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการ iLaw (iLaw.or.th)

จอม เพชรประดับ นักจัดรายการอิสระ

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

ขอบคุณครับ

เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร

--
Kriangsak Teerakowitkajorn
Programmer Manager
People's Empowerment Foundation- Empowering People for a Strong Civil Society
Website: http://www.peoplesempowerment.org
Email: kriangsak@peoplesempowerment.org
Office Phone & Fax: (+66) 2 9466 104
Mobile: (+66) 86 619 5888


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:38:52 น.  

 
*สัมมนาฟรี!!เรื่อง "เครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคและผ้าไม่ทอ"

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552
ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ เวลา 08.30 น. – 17.00 น.
จัดโดย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ


Free seminar!!
Machinery and Technologies for Technical and Nonwoven Textile Industry
Thursday 26th November 2009
At Ballroom, Four Seasons Hotel, Rajdamri Road, Bangkok from 08.30 – 17.00
Organized by French Embassy in Thailand in collaboration with Thailand Textile Institute
------------------------------------
(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

8:30 ลงทะเบียน / Registration

9:30 พิธีเปิด โดย พณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ
พณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
Opening ceremony by H.E. French Ambassador to Thailand and H.E Minister of Industry

9:50 ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดย นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
Presentation of Thai textile industry by Mr. Virat TANDAECHANURAT - THTI

10:10 ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องจักรสิ่งทอของประเทศฝรั่งเศส
โดย นางเอเวอลีน โชเล่ท์ เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ผลิตเครื่องจักรสิ่งทอแห่งประเทศฝรั่งเศส
Presentation of French textile machinery by Ms. Evelyne CHOLET - UCMTF

10: 20 พัก

หัวข้อสัมมนา

10:30 Nonwoven ? The developing use of recycled and natural fibres in the nonwoven industry. ?
ผ้าไม่ทอ "การพัฒนาการใช้เส้นใยรีไซเคิลและเส้นใยธรรมชาติในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอ"
Recycling ? Technologies for textile waste recycling used for OE & Friction spinning?
กระบวนการรีไซเคิล "เทคโนโลยีสำหรับการรีไซเคิลสิ่งทอเหลือใช้สำหรับกระบวนการปั่นด้ายโออี (OE) และ ฟริคชั่น (Friction)
โดย Mr. Charles JUNKER LAROCHE

10:50 ? Modern high strength geotextile line for new infrastructure demands ?
การผลิตแบบทันสมัยของสิ่งทอโยธาความแข็งแรงสูงสำหรับความต้องการใหม่ในโครงสร้างพื้นฐาน
โดย Mr Kimihiko KIMURA ASSELIN–THIBEAU

11:10 ? RIETER PERFOJET, Your partner for your nonwovens success ? Rieter Perfojet
พันธมิตรทางธุรกิจสำหรับความสำเร็จในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอของท่าน
โดย Mr. Laurent JALLAT RIETER PERFOJET

11:30 ?Top technologies in carpet yarn and knitting yarn processing ?
เทคโนโลยีชั้นนำในกระบวนการผลิตเส้นด้ายสำหรับพรมและผ้าถัก
โดย Mr. Rapha?l BOULMEAU SUPERBA

11:50 ? The new shedding technology ?
เทคโนโลยีใหม่ในระบบการเปิดตะกรอ
โดย Mr.Phone FRICHITTIHAVONG ST?UBLI

12:10 ถาม/ตอบ Questions/Answers

12:15 เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน / Lunch

13:00 – 17:00 การเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทฝรั่งเศสที่ท่านสนใจ
BtoB Meeting with French companies of your interest

(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

หมายเหตุ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการร่วมสัมมนา / Free Seminar
ถ้าท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณ ชื่นรัตน์
Tel : 02-352-4111 chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr


For more information, please contact :
The Economic Department – French Embassy
Tel : 02-352-4111 contact : Khun Chuenrat
chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr

download ใบสมัครได้ที่ www.thaitextile.org/temp/app-fr.pdf




*กมธ.วิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์”

ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา เผย ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์” หวัง ร่วมสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญ 9 พ.ย. นี้

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวว่าจะร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์” ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหรรมการผลิตของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ การจัดสัมมนาดังกล่าวจะมีขึ้นในเวลา 08.30 – 15.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการระดมความเห็น เรื่อง “ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. ทรัพย์สินทางปัญญาของไทย 2. ประกาศนียบัตร 3. การจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ภาครัฐ 4. การลงทุนของภาคอุตสาหกรรม กับ BOI และ 5. ขอบเขตและบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกา




*เครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคและผ้าไม่ทอ

Machinery and Technologies for Technical and Nonwoven Textile Industry

จัดโดย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

Organized by French Embassy in Thailand in collaboration with Thailand Textile Institute

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

Thursday 26th November 2009
ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ถนนราชดำริกรุงเทพฯ เวลา

08.30 น. – 17.00 น.
At Ballroom, Four Seasons Hotel, Rajdamri Road, Bangkok from 08.30 – 17.00

8:30 ลงทะเบียน / Registration

9:30 พิธีเปิด โดย พณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
Opening ceremony by H.E. French Ambassador to Thailand and H.E Minister of Industry

9:50 ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดย นายวิรัตน์ตันเดชานุรัตน์ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
Presentation of Thai textile industry by Mr. Virat TANDAECHANURAT -

THTI
10:10 ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องจักรสิ่งทอของประเทศฝรั่งเศส โดย นางเอเวอลีน โชเล่ท์ เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ผลิตเครื่องจักรสิ่งทอแห่งประเทศฝรั่งเศส

Presentation of French textile machinery by Ms. Evelyne CHOLET -

UCMTF
10: 20

พัก

หัวข้อสัมมนา

10:30 Nonwoven ? The developing use of recycled and natural fibres in the nonwoven industry. ?
ผ้าไม่ทอ "การพัฒนาการใช้เส้นใยรีไซเคิลและเส้นใยธรรมชาติในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอ"
Recycling ? Technologies for textile waste recycling used for OE & Friction spinning?

กระบวนการรีไซเคิล "เทคโนโลยีสำหรับการรีไซเคิลสิ่งทอเหลือใช้สำหรับกระบวนการปั่นด้ายโออี (OE) และ ฟริคชั่น (Friction)
โดย Mr. Charles JUNKER LAROCHE
10:50 ? Modern high strength geotextile line for new infrastructure demands ? การผลิตแบบทันสมัยของสิ่งทอโยธาความแข็งแรงสูงสำหรับความต้องการใหม่ในโครงสร้างพื้นฐาน
โดย Mr Kimihiko KIMURA ASSELIN–THIBEAU

11:10 ? RIETER PERFOJET, Your partner for your nonwovens success ? Rieter Perfojet, พันธมิตรทางธุรกิจสำหรับความสำเร็จในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอของท่าน
โดย Mr. Laurent JALLAT RIETER PERFOJET

11:30 ?Top technologies in carpet yarn and knitting yarn processing ? เทคโนโลยีชั้นนำในกระบวนการผลิตเส้นด้ายสำหรับพรมและผ้าถัก
โดย Mr. Rapha?l BOULMEAU SUPERBA

11:50 ? The new shedding technology ? เทคโนโลยีใหม่ในระบบการเปิดตะกรอ
โดย Mr.Phone FRICHITTIHAVONG ST?UBLI

12:10 ถาม/ตอบ Questions/Answers

12:15 เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน / Lunch

13:00 – 17:00 การเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทฝรั่งเศสที่ท่านสนใจ BtoB Meeting with French companies of your interest

(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

หมายเหตุ
: ไม่มีค่าใช้จ่ายในการร่วมสัมมนา / Free Seminar

ถ้าท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

คุณ ชื่นรัตน์
For more information, please contact :

The Economic Department – French Embassy

Tel : 02 352 4111 contact : Khun Chuenrat

chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr

ใบตอบรับร่วมงาน

Please confirm your participation by fax (02 236 35 11) or

chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr
Name (Mr./Mrs/Ms) : _________________________________ Position : ______________________

Company/Organisation : _____________________________________________________________

Address :

______________________________________________________________________________

_________________________________________________________________________________

Tel : _____________________Fax : ___________________Email : ________________________

Will attend the following event(s) :

Morning

1 Opening ceremony 1 Presentations
1 Lunch Afternoon private meetings (you can choose more than one)
1 Laroche 1 Asselin – Thibeau (NSC Nonwoven)
1 Rieter Perfojet 1Superba S.A.S. 1 St?ubli


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:39:32 น.  

 
*สัมมนาฟรี!!เรื่อง "เครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคและผ้าไม่ทอ"

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552
ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ เวลา 08.30 น. – 17.00 น.
จัดโดย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ


Free seminar!!
Machinery and Technologies for Technical and Nonwoven Textile Industry
Thursday 26th November 2009
At Ballroom, Four Seasons Hotel, Rajdamri Road, Bangkok from 08.30 – 17.00
Organized by French Embassy in Thailand in collaboration with Thailand Textile Institute
------------------------------------
(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

8:30 ลงทะเบียน / Registration

9:30 พิธีเปิด โดย พณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ
พณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
Opening ceremony by H.E. French Ambassador to Thailand and H.E Minister of Industry

9:50 ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดย นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
Presentation of Thai textile industry by Mr. Virat TANDAECHANURAT - THTI

10:10 ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องจักรสิ่งทอของประเทศฝรั่งเศส
โดย นางเอเวอลีน โชเล่ท์ เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ผลิตเครื่องจักรสิ่งทอแห่งประเทศฝรั่งเศส
Presentation of French textile machinery by Ms. Evelyne CHOLET - UCMTF

10: 20 พัก

หัวข้อสัมมนา

10:30 Nonwoven ? The developing use of recycled and natural fibres in the nonwoven industry. ?
ผ้าไม่ทอ "การพัฒนาการใช้เส้นใยรีไซเคิลและเส้นใยธรรมชาติในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอ"
Recycling ? Technologies for textile waste recycling used for OE & Friction spinning?
กระบวนการรีไซเคิล "เทคโนโลยีสำหรับการรีไซเคิลสิ่งทอเหลือใช้สำหรับกระบวนการปั่นด้ายโออี (OE) และ ฟริคชั่น (Friction)
โดย Mr. Charles JUNKER LAROCHE

10:50 ? Modern high strength geotextile line for new infrastructure demands ?
การผลิตแบบทันสมัยของสิ่งทอโยธาความแข็งแรงสูงสำหรับความต้องการใหม่ในโครงสร้างพื้นฐาน
โดย Mr Kimihiko KIMURA ASSELIN–THIBEAU

11:10 ? RIETER PERFOJET, Your partner for your nonwovens success ? Rieter Perfojet
พันธมิตรทางธุรกิจสำหรับความสำเร็จในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอของท่าน
โดย Mr. Laurent JALLAT RIETER PERFOJET

11:30 ?Top technologies in carpet yarn and knitting yarn processing ?
เทคโนโลยีชั้นนำในกระบวนการผลิตเส้นด้ายสำหรับพรมและผ้าถัก
โดย Mr. Rapha?l BOULMEAU SUPERBA

11:50 ? The new shedding technology ?
เทคโนโลยีใหม่ในระบบการเปิดตะกรอ
โดย Mr.Phone FRICHITTIHAVONG ST?UBLI

12:10 ถาม/ตอบ Questions/Answers

12:15 เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน / Lunch

13:00 – 17:00 การเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทฝรั่งเศสที่ท่านสนใจ
BtoB Meeting with French companies of your interest

(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

หมายเหตุ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการร่วมสัมมนา / Free Seminar
ถ้าท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณ ชื่นรัตน์
Tel : 02-352-4111 chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr


For more information, please contact :
The Economic Department – French Embassy
Tel : 02-352-4111 contact : Khun Chuenrat
chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr

download ใบสมัครได้ที่ www.thaitextile.org/temp/app-fr.pdf




*กมธ.วิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์”

ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา เผย ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์” หวัง ร่วมสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญ 9 พ.ย. นี้

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวว่าจะร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดสัมมนาเรื่อง”ทบทวนยุทธศาสตร์ e-Industry ในภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์” ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหรรมการผลิตของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ การจัดสัมมนาดังกล่าวจะมีขึ้นในเวลา 08.30 – 15.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการระดมความเห็น เรื่อง “ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. ทรัพย์สินทางปัญญาของไทย 2. ประกาศนียบัตร 3. การจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ภาครัฐ 4. การลงทุนของภาคอุตสาหกรรม กับ BOI และ 5. ขอบเขตและบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกา




*เครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอเทคนิคและผ้าไม่ทอ

Machinery and Technologies for Technical and Nonwoven Textile Industry

จัดโดย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

Organized by French Embassy in Thailand in collaboration with Thailand Textile Institute

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

Thursday 26th November 2009
ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ถนนราชดำริกรุงเทพฯ เวลา

08.30 น. – 17.00 น.
At Ballroom, Four Seasons Hotel, Rajdamri Road, Bangkok from 08.30 – 17.00

8:30 ลงทะเบียน / Registration

9:30 พิธีเปิด โดย พณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมกับพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
Opening ceremony by H.E. French Ambassador to Thailand and H.E Minister of Industry

9:50 ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดย นายวิรัตน์ตันเดชานุรัตน์ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
Presentation of Thai textile industry by Mr. Virat TANDAECHANURAT -

THTI
10:10 ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องจักรสิ่งทอของประเทศฝรั่งเศส โดย นางเอเวอลีน โชเล่ท์ เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ผลิตเครื่องจักรสิ่งทอแห่งประเทศฝรั่งเศส

Presentation of French textile machinery by Ms. Evelyne CHOLET -

UCMTF
10: 20

พัก

หัวข้อสัมมนา

10:30 Nonwoven ? The developing use of recycled and natural fibres in the nonwoven industry. ?
ผ้าไม่ทอ "การพัฒนาการใช้เส้นใยรีไซเคิลและเส้นใยธรรมชาติในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอ"
Recycling ? Technologies for textile waste recycling used for OE & Friction spinning?

กระบวนการรีไซเคิล "เทคโนโลยีสำหรับการรีไซเคิลสิ่งทอเหลือใช้สำหรับกระบวนการปั่นด้ายโออี (OE) และ ฟริคชั่น (Friction)
โดย Mr. Charles JUNKER LAROCHE
10:50 ? Modern high strength geotextile line for new infrastructure demands ? การผลิตแบบทันสมัยของสิ่งทอโยธาความแข็งแรงสูงสำหรับความต้องการใหม่ในโครงสร้างพื้นฐาน
โดย Mr Kimihiko KIMURA ASSELIN–THIBEAU

11:10 ? RIETER PERFOJET, Your partner for your nonwovens success ? Rieter Perfojet, พันธมิตรทางธุรกิจสำหรับความสำเร็จในอุตสาหกรรมผ้าไม่ทอของท่าน
โดย Mr. Laurent JALLAT RIETER PERFOJET

11:30 ?Top technologies in carpet yarn and knitting yarn processing ? เทคโนโลยีชั้นนำในกระบวนการผลิตเส้นด้ายสำหรับพรมและผ้าถัก
โดย Mr. Rapha?l BOULMEAU SUPERBA

11:50 ? The new shedding technology ? เทคโนโลยีใหม่ในระบบการเปิดตะกรอ
โดย Mr.Phone FRICHITTIHAVONG ST?UBLI

12:10 ถาม/ตอบ Questions/Answers

12:15 เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน / Lunch

13:00 – 17:00 การเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทฝรั่งเศสที่ท่านสนใจ BtoB Meeting with French companies of your interest

(การสัมมนาและการเจรจาทางธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีล่ามแปลภาษาไทยตลอดงาน)
(Simultaneous translation English – Thai provided all day)

หมายเหตุ
: ไม่มีค่าใช้จ่ายในการร่วมสัมมนา / Free Seminar

ถ้าท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

คุณ ชื่นรัตน์
For more information, please contact :

The Economic Department – French Embassy

Tel : 02 352 4111 contact : Khun Chuenrat

chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr

ใบตอบรับร่วมงาน

Please confirm your participation by fax (02 236 35 11) or

chuenrat.mengtrakul@dgtpe.fr
Name (Mr./Mrs/Ms) : _________________________________ Position : ______________________

Company/Organisation : _____________________________________________________________

Address :

______________________________________________________________________________

_________________________________________________________________________________

Tel : _____________________Fax : ___________________Email : ________________________

Will attend the following event(s) :

Morning

1 Opening ceremony 1 Presentations
1 Lunch Afternoon private meetings (you can choose more than one)
1 Laroche 1 Asselin – Thibeau (NSC Nonwoven)
1 Rieter Perfojet 1Superba S.A.S. 1 St?ubli


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:40:12 น.  

 
*การสัมมนาเรื่อง ระบบสารสนเทศแบบเครือข่ายในการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.00-16.00 น.
สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา




*งานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ภาพหลอกหลอน ณ ชายแดนใต้ของไทย: การเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีและโลกอิสลาม”

สถาบัน พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ โครงการภูมิภาคศึกษา สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ภาพหลอกหลอน ณ ชายแดนใต้ของไทย: การเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีและโลกอิสลาม” (The Phantasm in Southern Thailand: Historical Writings on Patani and the Islamic World) ปาฐกถานำการสัมมนาโดย ศาสตราจารย์แอนโธนี รีด (มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย) และศาสตราจารย์ธงชัย วินิจจะกูล (มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน) บรรยายสรุปโดย ศาสตราจารย์ เบเนดิคท์ แอนเดอร์สัน (มหาวิทยาลัยคอร์แนล) โดยมีนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศมากกว่า 13 ท่าน มาร่วมสัมมนาในหลากหลายหัวข้อ อาทิ เสน่หาอาณานิคม กับภูมิสังขารรัฐไทย, มนต์สะกดภาพหลอนประวัติศาสตร์ปาตานี, วิญญาณแห่ง “อิบรอฮิม ชุกรี” ในประวัติศาสตร์นิพนธ์ปาตานี และ พื้นที่แห่งการจิตนาการถึงความเป็นชาติในโลกอิสลาม เป็นต้น

วัตถุประสงค์การสัมมนาเพื่อการนำเสนอและอภิปรายอย่างวิพากษ์ วิจารณ์ต่อสำนึกและการเขียนประวัติศาสตร์มลายูปาตานี รวมถึงเพื่อการประเมินอิทธิพลและบทบาทของประวัติศาสตร์ต่อผู้คนและอุดมการณ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยปัจจุบัน ที่ไม่เป็นเพียงเรื่องของแวดวงวิชาการ แต่ยังรวมถึงผู้ที่ให้ความสนใจต่ออิทธิพลของศาสนาอิสลาม (โดยเฉพาะในมิติอุดมการณ์ทางการเมืองบนฐานของศาสนาอิสลาม) ที่มีต่อความขัดแย้งดังกล่าว ว่าสิ่งสำคัญหนึ่งที่ขาดหายไปในการถกเถียงอภิปรายต่อปัญหาความรุนแรงใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ "อะไร" และคือ "ใคร" และประวัติศาสตร์ชาตินิยมอันสัมพันธ์กับอดีตรัฐสุลต่านมลายูแห่งปาตานี ซึ่งมีอิทธิพลต่อการก่อรูปของสำนึกทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวเป็น "อย่างไร"

ร่วมเรียนรู้ความแตกต่างอย่างเข้าใจในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ภาพหลอกหลอน ณ ชายแดนใต้ของไทย: การเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีและโลกอิสลาม” วันที่ 11-12 ธันวาคม 2552 เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ฟรี!โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีล่ามแปลตลอดรายการ รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.patani-conference.net

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ณัฐกานต์ จันทร์ไทย งานสื่อสารองค์กรและจัดการความรู้ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
โทร. 0 2225 2777 ต่อ 511 หรือ nattakan@ndmi.or.th




*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย (Solar cell Technology Development in Thailand)” ในวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 - 15.30 น. ณ ห้อง Auditorium ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนา
- เพื่อรับทราบความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ด้าน solar cell ทั้งในประเทศและแนวโน้มที่ต่างประเทศให้ความสนใจ
- เป็นการรวบรวมข้อมูลเครือข่ายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยและการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
- รวมทั้งเพื่อรับฟัง ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ นำไปเป็นแนวทางในการพิจารณาการดำเนินงานเชิงนโยบาย ของสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย สภาวิจัยแห่งชาติต่อไป

สำหรับผู้สนใจ สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC)
- คุณรัฐอาภา Email: rattha-arpa@nstda.or.th โทร. 0-2564-7000 ต่อ 2712
- คุณศุกเกษม Email: sukasem@nstda.or.th โทร. 0-2564-7000 ต่อ 2713

http://www.solartec.or.th/view.php?grp=13|15|00&id=251
สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)




*งานสัมมาวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 อุตสาหกรรม ICT Industry Summit 2009 – Food and Food Processing Industry Summit

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00-16.00 น.
ณ ห้องอโนมา 1-3 โรงแรมอโนมา กรุงเทพ

08.30 น. ลงทะเบียน

09.00 น. กล่าวเปิดงาน และ การปาฐกถาพิเศษ นโยบายด้านไอทีต่ออุตสาหกรรมอาหารไทย
โดย ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

09.15 น. การปาฐกถาพิเศษ โอกาสของอุตสาหกรรมอาหารไทยเชิงรุก
โดย คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการจากสถาบันอาหาร

09.45 น. สนทนา ไอซีที CEO สัญจร เพิ่มศักยภาพการแข่งขันแนวใหม่
โดย คุณพันธุ์ฑิตต์ สิรภพธาดา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ IT CEO FM 96.5 อ.ส.ม.ท.
คุณวิชัย วรวนาวงศ์ ผู้ดำเนินรายการคลื่น 96.5 รายการ "CEO Vision"

10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

11.00 น. การเสวนา อนาคตทางเลือกอุตสาหกรรมอาหารไทย ส่งออกและการแข่งขัน
โดย คุณอาภรณ์ ศรีพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟเอ็กซ์เอ จำกัด
คุณพันธุ์ฑิตต์ สิรภพธาดา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ IT CEO FM 96.5 อ.ส.ม.ท.

12.15 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

13.30 น. การถ่ายทอดประสบการณ์พิเศษจากผู้ประกอบการยุคใหม่
โดย คุณนิกร เอี่ยมวรสมบัติ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เครือเบทาโกร
คุณวิชัย วรวนาวงศ์ ผู้ดำเนินรายการคลื่น 96.5 รายการ "CEO Vision"

14.30 น. กิจกรรม ตอบโจทย์ธุรกิจด้วยไอซีที

15.30 น. รับประทานอาหารว่าง ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม




*รู้เท่าทันภัยอินเทอร์เน็ต

ทุกวันนี้ภัยจากอินเทอร์เน็ตมีวิธีการหลอกลวงโดยใช้เทคนิคใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยการใช้หลักจิตวิทยาในการหลอกล่อเหยื่อให้หลงเชื่อในข้อความผ่านทางเว็บไซ ต์ หรืออีเมล
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้รู้เท่าทันกลโกงจากภัยอินเทอร์เน็ต อุทยานการเรียนรู้ TK park ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม "การเรียนรู้เพื่อคุ้มครองผู้ใช้
อินเทอร์เน็ต" ให้รู้จักวิธีป้องกันภัยจากอินเทอร์เน็ต รวมถึงสิทธิการร้องเรียนและคุ้มครองผู้ใช้ และโปรแกรมป้องกันเว็บไซต์ไม่เหมาะสมระดับ Server โรงเรียน สามารถนำไปใช้เป็นคู่มือฝึกอบรมเผยแพร่ให้กับผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ต่อไปได้

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.00 น.-16.30 น.
ห้อง Learning Auditorium อุทยานการเรียนรู้ TK park
อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone




*มูลนิธิกระจกเงา ย้ายที่ทำการ

ถึงสมาชิกเครือข่ายจดหมายข่าวทุกท่าน ทางมูลนิธิกระจกเงาขอแจ้งให้ทราบว่า ทางเราได้ทำการย้ายที่ทำการสำนักงาน(กรุงเทพ)จากอนุสาวรีชัยฯ มาที่ที่ทำการใหม่ ในซอยวิภาวดี 44 เขตจตุจักร จึงขอแจ้งข้อมูลการติดต่อ พร้อมแผนที่ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ที่อยู่มูลนิธิกระจกเงา
8/12 ซอยวิภาวดี 44 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม 10900
Tel : 02-941-4194 ถึง 5
Fax : 02-941-4194 ถึง 5 ต่อ 18
แผนที่
http://mirror.or.th/images/map2.jpg

ปล.ที่มูลนิธิกระจกเงา ยังต้องการรับบริจาคหนังสือมือสอง และ คอมพิวเตอร์มือสอง

ถ้าหากต้องการ ยกเลิกการรับข่าวสาร ให้กรอก Email เพื่อยกเลิกการรับข่าวสารได้ที่ URL นี้ http://www.mirror.or.th/maillinglist/formmailcancle.php
ถ้าหากต้องการ เพิ่ม Email เพื่อรับข่าวสาร ให้กรอก Email เพื่อรับข่าวสารได้ที่ URL นี้ http://www.mirror.or.th/maillinglist/formmailsubmit.php


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:40:51 น.  

 
*โครงการฯเปิดอบรมฟรี 4 หลักสูตร

โครงการเคยู-ไบโอดีเซลเปิดการอบรมฟรีจำนวน 4 หลักสูตรให้แก่เกษตรกรและบุคคลที่สนใจทั่วไป โดยรายละเอียดทั้ง 4 หลักสูตรเป็นดังต่อไปนี้

หัวเรื่องในการอบรม เวลา/วัน จำนวนคนที่รับ

การผลิตแผ่นไม้ประกอบจากสบู่ดำ 8.30-16.10/ 20 พฤศจิกายน 2552 20

การผลิตน้ำส้มควันไม้และถ่านจากสบู่ดำ 8.30-16.10/ 1 ธันวาคม 2552 30

การผลิตสบู่ก้อนจากน้ำมันสบู่ดำ 8.30-12.00/ 2 ธันวาคม 2552 32

การผลิตกระดาษหัตถกรรมจากสบู่ดำ 8.30-16.10/ 16 ธันวาคม 2552 40


สนใจโปรดสำรองที่นั่งที่เบอร์ 02-942-8555 ต่อ 1209 ติดต่อคุณสุภัค ยศสมบัติ

หมายเหตุ ขอสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่สำรองที่นั่งก่อนเท่านั้นและไม่รับสมัครเข้าอบรมที่หน้างาน




*ขอเชิญตรวจสุขภาพองค์กรฟรี

ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพองค์กร The nine cells Model
ลงทะเบียนได้ที่บูธ NIDA HRDAA
ภายในงาน HR Day 2009 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00 -16.00 น.
ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว รับจำนวนจำกัดเพียง 100 องค์กรเท่านั้น




*งานจิบน้ำชา หัวข้อ “เวชระเบียนออนไลน์:นัดหมอไม่ต้องรอนาน ย้ายโรงพยาบาลไม่ปวดหัว”

เคยไหม? ที่ย้ายร.พ.แล้วต้องทำประวัติใหม่ทุกครั้ง

นัดหมอ 9 โมงเช้า แต่ต้องมารอคิวตั้งแต่ตี 5 !!!

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อมีเทคโนโลยีมาช่วย

ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ รพ.รามา และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานจิบน้ำชา หัวข้อ “เวชระเบียนออนไลน์:นัดหมอไม่ต้องรอนาน ย้ายโรงพยาบาลไม่ปวดหัว”เพื่อหาทางออกร่วมกันในปัญหานี้ ในวันอังคารที่ 10 พ.ย. 2552 เวลา 14.00 น. ณ ตึก เอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 34

โดยภายในงานจะพบกับวิทยากรจากหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

นาวา อากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์ อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทย์สภานพ.บุญชัย กิจสนาโยธิน สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขรศ.

ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศกระทรวงศึกษาธิการ

และนพ.ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจหลอดเลือด และเมแทบอลิซึมโรงพยาบาลรามาธิบดี

ดำเนินรายการโดย นายวิชัย วรธานีวงศ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ




*การอบรม การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ด้วยวิธีการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) สำหรับ SMEs

วันพฤหัสที่ 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 น.-16.30 น.
ณ ห้องบรรยาย CITU 513 ชั้น 5 อาคารเอนกประสงค์ 3
(อาคารหอสมุดเดิม ติดประตูถนนพระอาทิตย์)
วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


เข้าร่วมเสวนาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

คลิกอ่านเพิ่มเติม
http://www2.itu.tu.ac.th/itu/web/?q=node/410




*กมธ.พลังงาน วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง”ความมั่นคงของพลังงานไทย:วิกฤตและทางรอด”

คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง ”ความมั่นคงของพลังงานไทย:วิกฤตและทางรอด” หวังเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของโลกและประเทศไทย 4 ธ.ค. นี้

พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา กล่าวถึงการจัดสัมมนาเรื่องเรื่อง ”ความมั่นคงของพลังงานไทย:วิกฤตและทางรอด” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม นี้ว่า กรรมาธิการต้องการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของโลกและประเทศไทย ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยจะระดมความคิดเห็นเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะและมาตรการรวมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลนำไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ การจัดสัมมนาดังกล่าวจะมีขึ้ระหว่างเวลา 08.00-14.30 น. ณ ห้องรับรอง 1 และ 2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 และมี ศ.พิเศษ ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เปิดการสัมมนา

พลเอกเลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่พลังงานมีแนวโน้มเป็นวิกฤตมากขึ้น ดังนั้น ประเทศจะต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานที่ดีโดยการจัดหาพลังงานเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชากร และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านพลังงาน




*ด่วนน่าสนใจมาก ! ขอเชิญร่วมฟังการเสวนาเวทีสาธารณะสำหรับประชาชน

ด้วยทางมหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดการเสวนาเวทีสาธารณะสำหรับประชาชน เรื่อง “การเตรียมตัว เตรียมใจ ในการเป็นอาสาสมัครวัคซีน” ในวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๘.๓๐-๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ อาคารภาษาและวัฒนธรรมสยามบรมราชกุมารี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จึงขอเชิญชวน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมฟังการเสวนาดังกล่าว
สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณวทินา โทร. 0-2849-6224-5 086-9075391




*มหกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1

“พลังภาคี หนุนกองทุนสื่อดี เพิ่มพื้นที่สื่อสร้างสรรค์”

13-14 พฤศจิกายน 2552
ศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ


วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

08.00 – 09.00 น.
- ลงทะเบียน รับประทานอาหารว่าง ชมนิทรรศการเครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก

09.00 – 09.15 น.

- การแสดงของเด็ก ชุด “เด็กผู้เติบโต”
- นำเสนอ วีดีทัศน์เส้นทางสื่อเพื่อเด็ก

09.15 – 09.40 น. พิธีเปิดงาน มหกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1

- กล่าวรายงาน โดย นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)
- กล่าวเปิดงานโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายธีระ สลักเพชร)

09.40 - 10.30 น. ปาฐกถา “ปฎิรูปประเทศไทย ด้วยสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชน” โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส
10.30 - 12.00 น. เสวนา “พลังภาคี หนุนกองทุนสื่อดี เพิ่มพื้นที่สื่อสร้างสรรค์” โดย
- รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ (ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส.)
- อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ (สถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล)
- นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพร (ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม)
- ดร.จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
- ดำเนินการเสวนาโดย คุณโสภิต หวังวิวัฒนา (ผู้จัดการฝ่ายอำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย )

12.00 – 12.30 น. เปิดอภิปราย
12.30 – 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (ชุดตั้งโต๊ะ)
13.30 – 16.30 น. การสัมมนาห้องย่อยเชิงนโยบายสื่อเพื่อเด็ก และเยาวชน

หัวข้อที่ 1: “กองทุนสื่อสร้างสรรค์ ฝันที่เป็นจริงของเด็ก??”
หัวข้อที่ 2: “เปิดพื้นที่ของเด็กในสื่อภาคประชาชน”
หัวข้อที่ 3: “กระบวนการเรียนรู้เท่าทันสื่อ สู่หลักสูตรการศึกษา”
หัวข้อที่ 4: “ความเป็นไปได้: การก่อเกิดองค์กรผู้บริโภคสื่อ”

หมายเหตุ: อาหารว่างช่วงบ่ายเวลา 15.00 น.

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน รับประทานอาหารว่าง ชมนิทรรศการเครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก

09.00 – 09.30 น. สรุปภาพรวมสาระและข้อเสนอแนะจากเวทีนโยบายของวันที่ 13 พ.ย. 2552

09.30 – 12.00 น. สัมมนาห้องย่อยแลกเปลี่ยนระดมความคิดเห็นค้นหากลไกการทำงาน

หัวข้อที่ 1: จูนหาคลื่นวิทยุเด็ก
หัวข้อที่ 2: เปิดพื้นที่รายการทีวีดีดี เพื่อเด็กปฐมวัย
หัวข้อที่ 3: ค้นหา “หนังสือสามัญประจำบ้าน”
หัวข้อที่ 4: เกี่ยวก้อยร้อยเรียงสื่อทางเลือกเพื่อเด็ก
หัวข้อที่ 5: รวมพลัง นักข่าวพลเมืองเด็ก
หัวข้อที่ 6: พื้นที่สร้างสรรค์

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (ชุดตั้งโต๊ะ)

13.00 – 14.00 น. เวทีนำเสนอข้อสรุปจากการประชุมห้องย่อย และระดมความคิดเห็น เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และวาระการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย

14.00 – 14.15 น. พิธีมอบรางวัลสื่อส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งปี 2552

14.15 - 15.30 น. เวทีสานพลัง สานฝันกองทุนสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก

-วิดิทัศน์สรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
-ผู้แทนเครือข่ายฯนำเสนอผลการประชุม
-ผู้แทนภาคนโยบายให้ข้อคิดเห็น โดย อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม *
ผู้แทนคณะกรรมการสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์
ผู้แทนคณะกรรมการการอ่าน เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผู้แทนสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ
ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย

15.30 – 16.00 น. ทุกภาคส่วนร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กเยาวชน

จัดโดย
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และเครือข่ายเครือภาคี

1. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
2. ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
3. คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
4. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท)
5. เครือข่ายหนังสือเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว
6. เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก
7. สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
8. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อเด็กภาคเหนือ
9. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อเด็กภาคอีสาน
10. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อเด็กภาคตะวันออก
11. ชมรมวิทยุเด็ก
12. เครือข่ายพิ้นที่สร้างสรรค์

เชษฐา มั่นคง
ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.)
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)
โทร.02-298-0669-71 หรือ 085-326-2980


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:41:53 น.  

 
*การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างสรุปข้อสนเทศ ( Draft Information Memorandum)การจัดสรรคลื่นความถี่ IMT หรือ 3G and beyond ครั้งที่ ๒

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.
ณ ห้องบอลรูม โซนเอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
เวลา กำหนดการ
๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียน
๐๙.๑๐ - ๐๙.๓๐ น. พิธีเปิดการประชุม
- กล่าวรายงาน
โดย นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
- กล่าวเปิดการประชุม
โดย พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น.
การนำเสนอผลการศึกษาและร่างสรุปข้อสนเทศ
(Draft Information Memorandum)
๑๐.๓๐ – ๑๑.๐๐ น. พักรับประทานอาหารว่าง
๑๑.๐๐ - ๑๒.๓๐ น. การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างสรุปข้อสนเทศ
(Draft Information Memorandum)
๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐ น. พักรับประทานอาหาร
๑๓.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างสรุปข้อสนเทศ (ต่อ)
(Draft Information Memorandum)
๑๕.๓๐ – ๑๕.๔๕ น. พักรับประทานอาหารว่าง
๑๕.๔๕ – ๑๖.๓๐ น. การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างสรุปข้อสนเทศ (ต่อ)
(Draft Information Memorandum)




*กำหนดการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “Creating an Enabling Regulation Framework for Community Radio: From Overseas to Thai Experience”

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 – 16.00 น.

ณ อาคารหอประชุม ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม) กรุงเทพฯ

--------------------------------

12.00-13.20 รับประทานอาหารกลางวันและลงทะเบียน

13.20-13.30 กล่าวรายงาน

โดย ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

กล่าวเปิดการสัมมนา

โดย พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์

ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

13.40-14.00 การบรรยายหัวข้อ “Key Issue in Developing Community Media”

โดย ดร. จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ อาจารย์ประจำคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

14.00-14.50 การบรรยายหัวข้อ “Regulation and Licensing: Insights from Overseas Experience for Thai Community Radio”

โดย Mr.Wolfgang Schulz และ Mr. Stefan Helmann

Hans Bredow Media Institute, University of Humburg, Germany

14.50-15.10 การบรรยายหัวข้อ “Licensing Process of Community Radio and Future Sustainability in Thailand”

โดย พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงและวิทยุ ชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ของ กทช.

15.10-15.30. การบรรยายหัวข้อ “Towards a Co-Regulation of Community Radio in Thailand”

โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ และ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

15.30-15.40 พักรับประทานอาหารว่าง

15.40-16.15 Panel Discussions: Challenges for Community Radio in Thailand: What’s next after licensing? โดย วิทยากรทุกท่าน

16.15-16.30 ถาม-ตอบ




*กำหนดการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “NGN and Competition in Wireless”

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2552 เวลา 08.15 – 17.00 น.

ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม) กรุงเทพฯ

-------------------------------------

08.15-08.45 น. ลงทะเบียน

08.45-09.15น. กล่าวรายงาน

โดย ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

กล่าวเปิดการสัมมนา

โดย พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์

ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

09.15-10.45 น. การบรรยายหัวข้อ “NGN and Competition in Wireless”

โดย Professor William H. Melody

10.45-11.00 น. รับประทานอาหารว่าง

11.00-12.30 น. การบรรยายหัวข้อ “Competition and spectrum management policies- lessons for Thailand”

โดย Professor Martin Cave

12.30-13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.30-15.00 น. การบรรยายเรื่อง “The Broadband Economy: Evaluation and Policy”

โดย Professor Erik Bohlin

15.00-15.15 น. รับประทานอาหารว่าง

15.15-16.45 น. การอภิปรายหัวข้อ “3G assignment”

โดย Professor William H. Melody, Professor Martin Cave และ

Professor Erik Bohlin

16.45-17.00 น. ปิดการสัมมนา


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:42:52 น.  

 
*กำหนดการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “Public Service Broadcasting: Governance Structures and Accountability”

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.30 – 15.30 น.

ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม) กรุงเทพฯ

--------------------------------

08.30-09.00 น. ลงทะเบียน

09.00-09.30 น. กล่าวรายงาน

โดย ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

กล่าวเปิดการสัมมนา

โดย พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์

ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

09.30-10.30 น. การบรรยายหัวข้อ “Broadcasting and the Public Interest - what citizens can do to

make broadcasters accountable”

โดย Mr. Anderw Taussig (Trustee of the International Institute of Communications and

Associate of the Programme for Comparative Media Law and Policy)

10.30-11.00 น. รับประทานอาหารว่าง

11.00-12.00 น. การบรรยายหัวข้อ “Content Regulation in a Digital Age”

โดย Mrs. Andrea Millwood-Hargrave (Director General of International Institute of Communications)

12.00-13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.30-15.30 น. การอภิปรายเรื่อง “Public Service Broadcasting: Governance Structures

and Accountability”

โดย - Mrs. Andrea Millwood-Hargrave

Director General of International Institute of Communications

- Mr. Anderw Taussig

Trustee of the International Institute of Communications and

Associate of the Programme for Comparative Media Law and Policy

- รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์

ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- นายสมชัย สุวรรณบรรณ

กรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย

ดำเนินการอภิปรายโดย

อาจารย์อลงกรณ์ ปริวุฒิพงศ์

อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


** หมายเหตุ กำหนดการการสัมมนาสามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่ http://www.ntc.or.th




*การเสวนาสุขภาพเด็ก เรื่อง “ดูแลอย่างไรให้ลูกรักสุขภาพดี”

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ร่วมฟังการเสวนาสุขภาพเด็ก เรื่อง “ดูแลอย่างไรให้ลูกรักสุขภาพดี” ในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 12 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท 3

เชิญคุณพ่อคุณแม่ร่วมรับฟังความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย เจาะกลยุทธ์สร้างลูกสมองดี ตอน “ดูแลอย่างไรให้ลูกรักสุขภาพดี” จากกุมารแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พร้อมกิจกรรมสาธิต “Cooking…สร้างสัมพันธ์รัก” จากโภชนากร ของโรงพยาบาลฯ และร่วมกิจกรรมเพื่อความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2667 2000




*"กศน.ทวีวัฒนา"สอนวิชาชีพระยะสั้นฟรี

น.ส.สิริกวินท์ ครุธครองพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เขตทวีวัฒนา กทม. เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน กศน.ได้มีนโยบายมุ่งเน้นที่จะสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชาติ โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ เพิ่มรายได้ และลดรายจ่าย จึงได้มอบหมายสถานศึกษาในสังกัดได้จัดสอนวิชาชีพแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อรองรับการทำงานในสภาพสังคมปัจจุบัน โดยในส่วนของ กศน.เขตทวีวัฒนาได้ร่วมมือกับธนาคารออมสิน ภาค 3 ขอรับการสนับสนุนเงินจัดอบรมวิชาชีพระยะสั้นขึ้นดังนี้
1.การทำลูกประคบสมุนไพรดับกลิ่น
2.การทำอาหารเพื่อสุขภาพบำรุงผิวและความงาม
3.การทำน้ำเต้าหู้ใบเตยทำกินได้ทำขายรวย
4.การทำบัวลอยงาดำ
5.การทำครีมกระชับผิวหน้า
6.การทำครีมละลายไขมันลดเซลลูไลด์
7.การทำน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น
8.การทำน้ำมันไพลแก้ปวดเมื่อย
9.การตอกเส้นเฉพาะจุดเพื่อสุขภาพ
10.การทำอาหารว่างติ่มซำ
11.การทำน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
12.การทำน้ำยาล้างจานและครีมอาบน้ำ
13.การทำขนมกระหรี่ปั๊บ
14.การทำผงสมุนไพรดับกลิ่น และ
15.การจัดช่อบูเก้และร้อยพวงมาลัย
โดยจะเปิดอบรมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ผู้สนใจติดต่อสมัครได้ที่ กศน.เขตทวีวัฒนา ตั้งอยู่ในวิทยาลัยทองสุข ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ โทร.0-2449-0324-6




*โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 9

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาประจำปี

โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 9
The 9th - Cyber Defense Initiative Conference 2009 - (CDIC 2009)

The Art of (Cyber) War “Know Your Enemy: The Power of Knowing”

"The Leading Information Security Conference of the South-East Asia"
"The Latest Update Information Security Technology and Know-How
(Both management and technical perspective)"
"In-depth Knowledge from the Information Security Expert about the Future of IT and Information Security"
“Advanced Forensics and Frauds Techniques and how to prevent"
"Advanced Live-Show New Hacking/Penetration Testing Techniques Demonstration (Step by Step)"

วันที่ 10 - 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08:00 -17:30 น.
ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“ผู้เข้าสัมมนาไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้าน Information Security มาก่อน”

จัดโดยความร่วมมือกันของ หน่วยงานภาครัฐ และ เอกชน ในประเทศไทย รวม 9 หน่วยงาน

1. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
3. เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park Thailand)
4. ศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ
5. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม
6. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
7. บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด (ACIS Professional Center)
8. สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (Thailand Information Security Association - TISA)
9. CIO รุ่นที่ 16

และความร่วมมือจากหน่วยงานต่างประเทศ 2 หน่วยงาน

1. The International Information Systems Security Certification Consortium (ISC)2?
2. สมาคมผู้ตรวจสอบและควบคุมระบบสารสนเทศ – ภาคพื้นกรุงเทพฯ (ISACA-Bangkok Chapter)


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:43:27 น.  

 
*งานอบรมสัมมนาสำหรับบุคคลทั่วไป ในหัวข้อเรื่อง “ธุรกิจจะอยู่รอดอย่างไร....ในวิกฤติเศรษฐกิจ”

บริษัท สีเดลต้า จำกัด จัดงานอบรมสัมมนาสำหรับบุคคลทั่วไป ในหัวข้อเรื่อง “ธุรกิจจะอยู่รอดอย่างไร....ในวิกฤติเศรษฐกิจ” โดยคุณสรณ์ จงศรีจันทร์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กลุ่มบริษัท ยังก์ แอนด์ รูบิแคม แบรนด์ (วาย แอนด์ อาร์, วันเดอร์แมน, มันเดย์ และเอเนอจี้) และที่ปรึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 70 แบรนด์ ในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ ห้องออร์คิด 1 โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11 สนใจเข้าร่วมงาน ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณคุณนภารัตน์ รัตนวัฒนาวิรัตน์ 02-247-2820 ต่อ 207

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 026312290 Neo Target




*เชิญร่วมงานเปิดตัว "ทิศทางพลังงานในอนาคตของโลก"

Launch of World Energy Outlook 2009 (WEO-2009)
จัดโดยกระทรวงพลังงานและทบวงพลังงานโลก
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.00 – 12.00 น.
ณ ห้องประชุม Pinnacle 4-6 ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเน็นตอล
(บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ)
09:00-10:00 ลงทะเบียน

10:00-10:15 กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน
โดย นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
10:15-10:30 กล่าวขอบคุณ
Mr. Nobuo Tanaka, Executive Director, IEA
10:30-11:10 ปาฐกถาพิเศษ "เรื่องทิศทางพลังงานในอนาคตของโลก - World Energy Outlook 2009" โดย Mr. Nobuo Tanaka, Executive Director, IEA
11:10-11:30 ตอบข้อซักถาม
11:30-12:30 ให้สัมภาษณ์ โดย Mr. Nobuo Tanaka, Executive Director, IEA
12.30-14.30 ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวอัจฉรา บูรพา / นางสาวดวงพร อินทร์ประดิษฐ์
โทรศัพท์ 0-22233344 ต่อ 2309, 2357
Parichart Vichahong ><
Public Relations Officer
Triple J Communication., Ltd
02-221-2296




*ขอเชิญร่วมสัมมนาในหัวข้อ "สร้างสมดุลระหว่างชีวิต รัก งาน ทำได้จริงหรือ... ?"

เพื่อครีเอทีฟชีวิตจริงของตัวคุณ ให้ Love ราบรื่น และ Life ลงตัว
ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 – 16.30 น.
ณ ห้องสัมมนาเอื้อวัฒนสกุล ชั้น 9 อาคารอื้อจือเหลียง พระราม 4

ท่ามกลางสังคมคนเมืองในปัจจุบัน สิ่งที่ทุกคนจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของชีวิตในทุกวันนี้ ประเด็นหลักคือเรื่องของอาชีพ หน้าที่ และการงาน แต่เสียงเรียกร้องจากส่วนลึกของแต่ละคนก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ความรัก คือปัจจัยพื้นฐานของทุกสิ่ง... เมื่อทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ ดำเนินไปพร้อมๆกัน คำตอบของคุณคือโลกที่สวยงาม แต่หากวันใดมันเกิดความขัดแย้งกัน คุณควรจะทำอย่างไรเพื่อจะเรียกความสมดุลของชีวิตกลับคืนมา สัมมนาครั้งนี้มีคำตอบ...

สิ่งที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับ
1. รู้จักตนเองให้มากขึ้น
2. ค้นพบวิธีสร้างสมดุลระหว่างชีวิต ความรัก และหน้าที่การงาน

สัมมนานี้เหมาะสำหรับ
1. บุคคลทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี
2. ผู้ที่ทำแต่งาน จนไม่มีเวลาสร้างสมดุลให้กับชีวิต
3. ผู้ที่ต้องการมีความรัก

โดยวิทยากร ด้านกูรูการออกเดท ความรัก ความสัมพันธ์ :
คุณนทีทอง ทองไทย ผู้ก่อตั้ง NadDate Exclusive บริษัทจัดหาคู่ มาตรฐาน USA และ NadDate Online เว็บไซต์สื่อกลาง คนทำงานระดับคุณภาพ สำหรับผู้ที่มีเวลาค้นหามิตรภาพใหม่ๆด้วยตัวเอง
อีกทั้งมีประสบการณ์ในการตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องการออกเดท ความรัก และความสัมพันธ์ ผ่าน MobileLife ของ AIS และเขียนบทความเกี่ยวกับการออกเดท ความรัก ความสัมพันธ์ ซึ่งได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับต่างๆ

ครีเอทีฟชีวิตของคุณด้วยตัวเองได้ไม่ยาก เพียงเริ่มสร้างสมดุลจากเรื่องเหล่านี้

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียนหน้างาน
13.30 – 15.00 น. เปิดงานสัมมนา พร้อมพูดคุยในหัวข้อ
หัวข้อที่ 1 ค้นหาเสน่ห์ในตัวเอง (บุคลิกนางงาม / บุคลิกผู้นำ / บุคลิกผู้ตาม / บุคลิกคนไอที /
บุคลิกแบบไหนที่เหมาะสำหรับตนเอง ฯลฯ)
พร้อมทั้งสำรวจ SWOT yourself
- ชนิดของคนแบบต่างๆ
- คุณเป็นคนแบบไหน
- เราคือใครและใครคือเรา – รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง
หัวข้อที่ 2 ผูกมิตรความรักกับทุกสิ่ง แล้วความลงตัวจะบังเกิด
- เติมรักให้กับทุกด้านของชีวิต (รักตัวเอง รักงาน รักเจ้านาย รักเพื่อนร่วมงาน)
- ทำอย่างไรให้เข้ากับเจ้านายและลูกน้องได้ เพื่อผลสัมฤทธิ์ของงาน
- รักแฟน เข้าใจแฟน เพื่อความสุขในชีวิต

15.00 – 15.20 น. ----- พักเบรค 20 นาที -----

15.20 – 16.30 น. พูดคุยต่อในหัวข้อ
หัวข้อที่ 3 เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตประจำวัน
- หน้าที่ของเราต่อผู้อื่น
- หากไม่ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
- เราจะพัฒนานิสัยและบุคลิกภาพ หรือความโดดเด่นอย่างไร กับคนรอบตัว
หัวข้อที่ 4 เมื่อปัญหาหน้าที่การงาน คนรัก ครอบครัว เงิน ความเห็นแก่ตัว ปะทุขึ้นมาพร้อมกัน จะจัดการอย่างไร
- สร้างความสมดุลให้กับตัวเอง – Balance
หัวข้อที่ 5 เรียนรู้หนึ่งในกระบวนวิธีสู่ความสำเร็จในชีวิตด้วยการออม เริ่มต้นรวยตั้งแต่วันนี้
- หลักทฤษฎีของการเงิน(การออม)
16.30 – 16.50 น. ถาม-ตอบ ประเด็นและข้อสงสัย ปิดงานสัมมนา

สร้างสมดุลระหว่างชีวิต ความรัก และการงาน ให้ลงตัวได้ไม่ยาก เพียงรู้จักจัดการสิ่งเหล่านี้ให้ราบรื่นและดำเนินไปพร้อมๆกัน

สำรองที่นั่งที่ NadDate Exclusive คลิกที่นี่ http://exclusive.naddate.com/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
Panyarat Sakulchotipanich (Arny)
Marketing Officer
NIRVANA CO.,LTD
Tel : (02) 751-5550 Fax : (02) 751-5040
Email : panyarat@nirvana.co.th
http://www.NadDate.com




*งานประกาศผลการประกวดแผนงานวิจัยครั้งแรกของประเทศ

กระทรวง ไอซีที ร่วมด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมงานประกาศผลการประกวดแผนงานวิจัยครั้งแรกของประเทศ ภายใต้โครงการ "ICT สร้างไทยเข้มแข็ง" พร้อมสัมผัสกับแผนงานวิจัยไอซีทีระดับแนวหน้าของประเทศ และร่วมโหวตเลือกแผนงานในดวงใจ นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่องมุมมองต่อแผนงานวิจัยไอซีทีในการต่อยอดเชิง ธุรกิจจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พบกันวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 ณ ชั้น 6 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เริ่ม 11.30 น. เป็นต้นไป….งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะอัดแน่นด้วยกิจกรรมครบครัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 942 8777 ต่อ 200

Note to Editor: โครงการประกวดแผนงานวิจัยที่มีศักยภาพ "ICT สร้างไทยเข้มแข็ง" ครั้งที่ 1 2009 เป็นการจัดประกวดแผนงานวิจัยด้านไอซีทีในกลุ่มนิสิตนักศึกษา ระดับปริญญาตรี โท เอก นักวิจัย ผู้ประกอบการ ICT รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจทำธุรกิจด้าน ICT โดยเป็นการประกวดแผนงานวิจัยครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงไอซีที และภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุ่งหวังเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมนักประดิษฐ์และนักวิจัยด้านไอซีทีของไทย ให้สามารถพัฒนาผลงานและต่อยอดในเชิงธุรกิจ และสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ในอนาคต ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินงานของกระทรวงฯ




*งานสานสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยธรรมมะ

เนื่องในโอกาสใกล้วันพ่อ
กลุ่มธรรมสถิต
ขอเชิญคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก และผู้สนใจ
ร่วมงานสานสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยธรรมมะ
อารมณ์ดี ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าธรรมะ
ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ในหัวข้อ
"รักนะ...เด็กโง่" ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย 52
เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมพุทธคยา
อาคารอัมรินทร์พล่าซ่า
ชั้น 22 (ใกล้แยกราชประสงค์)
โดยพระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยสานสัมพันธ์พ่อลูกอีกมากมาย พร้อมกันนี้ผู้ร่วมงานจะได้รับหนังสือหักหอกเป็นดอกไม้ และหนังสือธรรมดีๆ อีกมากมายฟรี พร้อมขนมอร่อยๆ จากญาติธรรม ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจสอบถาม และสำรองที่นั่งได้ที่
คุณศิริวรรณ (นุช)
โทร. 0 2255 3342


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:44:10 น.  

 
* "บริหารคลังยุคใหม่ ใช้เทคโนโลยีอย่างไรจึงได้ผลจริง"

ณ ห้อง Meeting Room 212 ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้ปฏิบัติงานระดับอาวุโส แผนก IT, Production, Warehouse, Logistics, QC
กลุ่ม SMEs ทั้งระดับผู้ประกอบการและระดับปฏิบัติการ
ผู้ที่มีความสนใจเทคโนโลยีการบริหารจัดการ Warehouse ยุคใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพ ไปใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร
นักศึกษาและบุคคลทั่วไป

กำหนดการอบรม

08.30 - 09.00 ลงทะเบียน

09.00 - 10.30 วิทยากร จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
- Warehouse Operation Overview
- Material Handling & Pick Methods

10.30 - 10.45 Coffee break

10.45 - 12.00 - Warehouse System Management & Automatic Data Capture
- Question & Answer

13.00 - 14.30 เทคนิคและแนวทางการบริหารจัดการ Warehouse
โดย บริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัด

14.30 - 14.45 Coffee break

14.45 - 16.15 เทคนิคและแนวทางการบริหารจัดการ Warehouse
โดย บริษัท โบ๊ทบุคส์ สเตชั่นเนอรี่ จำกัด

16.15 - 16.30 ตอบข้อซักถาม
วัน/เวลาในการอบรม

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 52 เวลา 9.00 – 16.30 น.
วิทยากร
ดร.วิจิตรสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
คุณสุภาพ ตั้งตรัยรัตนกุล บริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัด
คุณสมบัติ วรประเสริฐศิลป์ บริษัท โบ๊ทบุคส์ สเตชั่นเนอรี่ จำกัด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 02 345 1207, 02 3451190 -1 โทรสาร 02 345 1217-8 e-Mail : training@gs1thailand.org

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 3451207 GS1 Thailand




* ขอเชิญเข้าร่วมอบรมหลักสูตร"การสร้างเว็บไซต์"

บริษัท โอวาท โปร แอนด์ ควิก จำกัด
ขอเชิญเข้าร่วมอบรมหลักสูตร

"การสร้างเว็บไซต์"

วันเสาร์ที่ 21 พศจิกายน 2552 เวลา 10.00 - 12.00 น.
ณ บริษัท โอวาท โปร แอนด์ ควิก จำกัด
ถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ

หลักการและเหตุผล

เว็บไซต์ ถูกนำมาใช้ในการสื่อสารและเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์งานสู่ สาธารณะโดยไร้พรมแดน ดังนั้น ธุรกิจทุกวันนี้ จึงต้องอาศัยระบบ INTERNET ในการเผยแพร่ข้อมูล สินค้าและบริการ " Owatmate" จึงได้เปิดการอบรม
เชิงปฏิบัตินี้ขึ้น โดยหวังให้ทุกท่านที่เข้าอบรมสามารถสร้างเว็บไซต์ได้เองภายใน 1 วัน

หลักสูตรที่ช่วยให้สมาชิกสามารถ ให้คุณเป็นเว็บมาสเตอร์ในการบริหารจัดการเว็บไซต์ของท่านที่ใช้งานระบบเว็บ ไซต์ สำเร็จรูป owatmate.com ให้มีความชำนาญการจัดอบรมวิธีการสร้างเว็บไซต์เริ่มอบรมในระดับเริ่มต้น เพื่อให้เหมาะแก่ผู้ที่เพิ่งเปิดเว็บใหม่ สามารถได้รู้จักเครื่องมือต่าง ๆ บนระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป owatmate.com รวมถึงอบรมวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์แบบง่าย ๆ เช่นการเลือกเทมเพลตให้ เหมาะกับท่าน การเปลี่ยนสีในส่วนเนื้อหากับส่วนเทมเพลท และลูกเล่นขั้นพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกสามารถตกแต่งเว็บไซต์ให้สวยงามด้วยวิธีง่าย ๆ และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก หลักสูตรนี้จึงตอบโจทย์ของสมาชิกหลายท่านที่ต้องการเป็นเว็บมาสเตอร์ และทำเว็บไซต์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

หัวข้ออบรม สัมมนา:
- แนะนำประเภทของ Template
- วีธีการใส่รายละเอียด detail
- การเลือกสีในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์
- เรียนรู้เรื่องการเพิ่มแก้ไข เนื้อหาในเมนูหลัก
- แนะนำเครื่องมือ Editor
- แบบฟอร์มติดต่อกลับมาตรฐาน
- ความหมายเว็บบอร์ด การเพิ่ม และการแก้ไขกระทู้
- การลงรูปภาพส่มวนหัว
- การใส่ข้อ มูลในส่วนพื้นที่ด้านล่าง เน้นการใส่ที่อยู่ และแบนเนอร์แลกลิงค์
- ดูตัวนับผู้เข้าชมเว็บไซต์
- การค่าเริ่มต้น

สำรองที่นั่งได้ที่
คุณโหน่ง โทร. 02-9074472
Email: owatmate@gmail.com
ผู้เป็นสมาชิก และบุคคลทั่วไป
ลงทะเบียนเข้าอบรมได้ครั้งละไม่เกิน 2 ท่าน
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. เตรียมโน๊ตบุคส์ส่วนตัวของท่าน(ถ้ามี) นำมาเพื่อปฏิบัติจริงและเพื่อความเข้าใจในการอบรม
2. เตรียมข้อมูลในการลงเว็บไซต์ เช่น ประวัติ , ที่อยู่ ,รูปสินค้าเบื้องต้น
3. เนื้อหากิจกรรมของงานที่ต้องการลงบนเว็บไซต์ โดยแบ่งเป็นหัวข้อ พร้อมภาพประกอบกิจกรรมละไม่เกิน 3 ภาพ

กลุ่ม: ทั่วไป

วันที่: 21/11/2552

เวลา: 10:00-12:00

สถานที่จัด: บริษัท โอวาท โปร แอนด์ ควิก จำกัด

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 99/26-27 หมู่ที่13 ถนน สีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-9074472-3

ห้อง-ชั้น: -

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: บริษัท โอวาท โปร แอนด์ ควิก จำกัด

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สำรองที่นั่งได้ที่ คุณโหน่ง โทร. 02-9074472 Email: owatmate@gmail.com




* “นิทรรศการไทย – เดนมาร์ก เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและที่พักอาศัย”

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 08.30 – 16.30 น.

ฯพณฯ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศไทยและ ฯพณฯ มิคาแอล ซเติร์นแบร์ก เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทยร่วมให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “นิทรรศการไทย – เดนมาร์ก เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและที่พักอาศัย” ณ. โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพ ในวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 09.00 น. จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กในกรุงเทพฯ สำหรับงานนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คนจากหลากหลายองค์กรทั้งในส่วนราชการ การศึกษา และนักธุรกิจที่มีความสนใจในเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
คุณเพื่อนใจ โพธิ์พะเนาว์ (เฮ็น)
ประสานงานประชาสัมพันธ์
บริษัท แอบโซลูท มายด์ จำกัด
โทร. 02-933-9770
โทรสาร 02-933-6015
อีเมล์ puenjai@yahoo.com


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:44:43 น.  

 
* ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา"สร้างแบรนด์ SME ไทย ไป Modern Trade"

ธนาคารกสิกรไทย
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"สร้างแบรนด์ SME ไทย ไป Modern Trade"

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น.
ณ K SME Care Knowledge Center ชั้น2 (ฝั่งสมบูรณ์โภชนา) อาคารจามจุรีสแควร์




* โซลูชั่นส์ในการบริหารธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ

บริษัท คอมพรีเฮนซีฟ โซลูชั่นส์ จำกัด

Comprehensive Solutions Co., Ltd.

http://www.cscompthai.com

ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ Sage ACCPAC Extended Enterprise Suite

โซลูชั่นส์ในการบริหารธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ

วันพฤหัสที่ 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.30 - 16.30 น.
ณ SE-ED Learning Center จามจุรีสแควร์
(สถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่าน)
ฟรี
Free

กำหนดการสัมมนา

13:30-14:00 ลงทะเบียน

14:00–14:15 กล่าวต้อนรับและทำความรู้จัก โดย คุณสมใจ พูนเกษม / กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมพรีเฮนซีฟ โซลูชั่นส์ จำกัด

14:15–15:00 Sage ACCPAC Extended Enterprise Suite โซลูชั่นส์ในการบริหารธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ

15:00-15:30 พักรับประทานอาหารว่าง

15:30-16:15 Sage ACCPAC Extended Enterprise Suite Project & Job Costing Manufacturing Order/Production Plan

16:15-16:30 ตอบข้อซักถาม / กล่าวปิดงาน

ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา

***

สัมมนาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
(1)

ชื่อ-สกุล / ตำแหน่ง
________________________________________

(2)

ชื่อ-สกุล / ตำแหน่ง
________________________________________

ชื่อบริษัท

________________________________________

โทรศัพท์

/ โทรสาร อีเมล์
________________________________________

ซอฟต์แวร์

ERP/โปรแกรมบัญชี ที่ท่านใช้อยู่ในปัจจุบัน
________________________________________

***

ส่งรายละเอียดการลงทะเบียนมาที่
แฟ็กซ์: 02-968-8929
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ คุณศิริสุดา
โทร 02-968-8927-8
อีเมล์
sirisuda@cscompthai.com
http://www.cscompthai.com




*งานสัมมนา MFC Finance Forum 4/2552

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานสัมมนา MFC Finance Forum 4/2552 หัวข้อ “Private Equity and Transformation of the Thai Economy การลงทุนทางเลือก โอกาสใหม่ของการลงทุน” โดยมีผู้ร่วมบรรยายพิเศษ ได้แก่ ดร. คณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ดร.พิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ และ ดร.ศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งจะจัดขึ้นในวัน เวลา และสถานที่ ดังนี้

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 09.30 -12.00 น.

ณ ห้อง Ballroom 1 โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท

กำหนดการ

09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน

09.30 - 10.00 น. ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี
ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
บรรยายพิเศษ เรื่อง “Private Equity and Transformation of the Thai Economy”

10.00 – 10.15 น. Coffee Break

10.15 – 11.15 น. Panel Discussion หัวข้อเรื่อง “Alternative Investment : The New Opportunity”
(ประเภทการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต) โดย
- ดร. คณิศ แสงสุพรรณ
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
- นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล
รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง
- ดร. พิชิต อัคราทิตย์
กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
ดำเนินการเสวนาโดย ดร. ศุภกร สุนทรกิจ
รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

11.15 – 11.45 น. ดร. ศุภกร สุนทรกิจ
รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
บรรยายเรื่อง “MFC กับกองทุนทางเลือก”
11.45 –12.00 น. ตอบข้อซักถาม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณนิธิดา อัศวนิพนธ์ หรือ คุณพรทิภา อยู่แสง
โทรศัพท์ 02-204-8226 หรือ 02-204-8078 โทรสาร 02-259-9246


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:45:32 น.  

 
*งานประชุมและนิทรรศการว่าด้วยปิโตรเลียมของอาเซียน ครั้งที่ 9

ด้วยบริษัท ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด มหาชน หรือ ปตท. จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมและนิทรรศการว่าด้วยปิโตรเลียมของอาเซียน ครั้งที่ 9 (The 9th ASCOPE Conference and Exhibition หรือ ASCOPE 2009) โดยจะเป็นการรวมตัวกันของผู้บริหารสูงสุดจากบริษัทพลังงานระดับชาติของ ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) รวมถึงตัวแทนองค์กร หน่วยงาน และธุรกิจปิโตรเลียมจากทั่วโลก เพื่อหารือในประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคร่วมกัน ในวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2552 ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี

ในโอกาสนี้ ปตท.จึงจะจัดพิธีเปิดงานประชุมและนิทรรศการว่าด้วยปิโตรเลียมของอาเซียน ครั้งนี้ โดยมี นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิด ในวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา 9.00 น. ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี




*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสำหรับการดูแลสุขภาพทั้งครอบครัว ในงาน “Family Health Fair”

โรง พยาบาลบำรุงราษฎร์ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสำหรับการดูแลสุขภาพทั้งครอบครัว ในงาน “Family Health Fair” ระหว่างวันที่ 20 - 22 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 – 17.00 น. ชั้น 10 Sky Lobby อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก สุขุมวิท 3




*ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ Twitter for Business Conference

ในโลกยุคปัจจุบัน ความรวดเร็วฉับไวของการติดต่อ และการสื่อสารถือเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นมาก ในทุกพื้นที่ทั่วโลก อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการย่อโลกให้แคบลง และในประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน สืบเนื่องจาก การประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวงและส่วนราชการ ครั้งที่ 5/2552 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่มีนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมกับโฆษกทุกกระทรวง รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานราชการ โดยนายปณิธาน ได้เสนอให้โฆษกประจำ กระทรวงจัดทำ Facebook และ Twitter ของตนเอง เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกระทรวงผ่านทางสื่อออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข่าวสารอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมารอฟังการแถลงข่าวเหมือนที่ปฏิบัติกันมา

เนื่องด้วยทาง บริษัท บัณฑิตเซ็นเตอร์ จำกัด ภายใต้การบริหารงานของ นายปรเมศวร์ มินศิริ (ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Sanook.com และ ปัจจุบันดูแลบริหารงานเว็บไซต์ Kapook.com) รวมทั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนา และการใช้ IT ตลอดจนการบริหารระบบ Social Networking เช่น Twitter, Facebook เป็นต้น ได้จัดงานสัมมนาการใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิตอล ภายใต้ชื่องาน “TWTCON BKK 09” (Twitter for Business Conference, Bangkok, Thailand 2009) ซึ่งจุดเด่นของงานนี้นอกจาก จะจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ มุมมอง และร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญในการใช้งานทวิตเตอร์ในสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรได้จริงด้วยการลงทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้แล้วยังช่วยขยายเครือข่ายธุรกิจ หรือเครือองค์กรด้วยการพบปะแลกเปลี่ยนคอนเน็คชั่น เพื่อประโยชน์ทางการดำเนินงานหรือ ทางธุรกิจต่อไปในระยะยาวอีกด้วย โดยงาน TWTCON BKK 09 นี้ คุณปรเมศวร์ และทีมงานซึ่งได้เดินทางไปร่วมเป็นวิทยากรและรับฟังความรู้จาก เวทีสัมมนาระดับโลก TWTRCON DC 2009 (Twitter for Business Conference – Washingt
on DC 2009) จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้, ประสบการณ์ และประเด็นสำคัญจากเวทีโลกให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาในงานนี้ด้วย นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหาร, CEO, นักธุรกิจ โฆษณา, ผู้พัฒนาโปรแกรม หลายท่านให้เกียรติมาเป็น Speaker ร่วมแชร์ประสบการณ์จริง และ Case Success จากการใช้ Twitter เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

การจัดงาน TWTCON BKK 09 ในครั้งนี้มุ่งเน้นที่ไปที่การบริหารเครื่องมือการสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนศักยภาพของหน่วยงานโดยตรง ดังนั้นจะเห็นได้ว่างาน TWTCON BKK 09 นี้น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลโดยตรงกับหน่วยงานทั้งรัฐบาล อันจะเป็นการยกระดับศักยภาพของหน่วยงานให้มีความพร้อม และเท่าทันในโลกของการติดต่อสื่อสารในยุคดิจิตอล

ทั้งนี้ งาน TWTCON BKK 09 จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องกมลทิพย์ บอลรูม , ชั้น 2 , โรงแรมสยามซิตี้ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. โดยท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานได้ที่เว็บไซต์ http://www.twtcon.com/

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์สื่อความไปยังผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานท่าน เพื่อเชิญผู้บริหารระดับสูง และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาฯ ตามวัน เวลา และสถานที่ ดังกล่าวด้วย จักขอบคุณยิ่ง


ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ Call Center หมายเลข : 0-2556-1789




*สัมมนา เรื่อง 4 th 9 Heart Academic Conference

6 พ.ย. เวลา 08.30 น. นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ ผอ.โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดสัมมนา เรื่อง 4 th 9 Heart Academic Conference ที่ห้องเรดิสัน บอลรูม โรงแรมเรดิสัน




*สัมมนาเรื่อง สร้างแบรนด์ SME ไทย ไป Modern Trade

ธนาคารกสิกรไทย
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"สร้างแบรนด์ SME ไทย ไป Modern Trade"

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น.
ณ K SME Care Knowledge Center ชั้น2 (ฝั่งสมบูรณ์โภชนา) อาคารจามจุรีสแควร์

สำรองที่นั่งได้ที่ 02-160-5203-4
ด่วน!! รับจำนวนจำกัดเพียง 80 ท่านเท่านั้น

กลุ่ม: เจ้าของกิจการ ,กรรมการผู้จัดการ, ทายาทธุรกิจ

วันที่: 24/11/2552

เวลา: 13:00-16:00

สถานที่จัด: K SME Care Knowledge Center

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ชั้น 2 อาคารจัสตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ตรงข้ามวัดหัวลำโพง)

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-160-5203-4

ห้อง-ชั้น: 2

จำนวนคนสูงสุด: 80 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้บรรยาย: สรณ์ จงศรีจันทร์

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: ธนาคารกสิกรไทย

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สำรองที่นั่งได้ที่ 02-160-5203-4




*สัมมนาเรื่อง รู้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำงานง่ายกว่าที่คิด

กรมสรรพากร
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"รู้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำงานง่ายกว่าที่คิด"

วันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2522 เวลา 9.00 - 16.30 น.
ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร (ซอยพหลโยธิน 7)

หลักการและเหตุผล

ด้วยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก ที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดในเรื่องการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นวิธีการเสียภาษีเงินได้วิธีหนึ่ง กรมสรรพากรจึงจัดให้มีการสัมมนา เรื่อง “รู้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำงานง่ายกว่าที่คิด” เพื่อ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการหัก ภาษี ณ ที่จ่าย และแนะนำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงสิทธิประโยชน์และข้อยกเว้นต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทราบถึงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ซักถามข้อสงสัย โดยการสัมมนาดังกล่าวจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2552 วันละ 2 รอบ รวมจำนวน 8 รอบ


สำหรับท่านที่สนใจประสงค์จะเข้ารับฟังการสัมมนาในครั้งนี้โปรดสำรองที่นั่งได้ที่
http://www.rd.go.th/publish/seminar/page1.html ทางเดียวเท่านั้น

เปิดให้สำรองที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ไม่มีที่นั่งเสริมให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ทำการสำรองที่นั่ง หรือสำรองที่นั่งไม่ทัน

การสัมมนานี้ กรมสรรพากรจัดให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
และไม่สามารถนับเป็นชั่วโมงการอบรมของผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้


วัน/เวลาที่จัดสัมมนา
รอบที่1 วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)


รอบที่2 วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)


รอบที่3 วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)


รอบที่4 วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)


รอบที่5 วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)


รอบที่6 วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)


รอบที่7 วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552
เวลา 09.00 – 12.00 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 08.30 น.)


รอบที่8 วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2552
เวลา 13.00 – 16.30 น. (ลงทะเบียนรับเอกสารเวลา 12.30 น.)


กลุ่ม: ทั่วไป

วันที่: 23/11/2552 ถึง 26/11/2552

เวลา: 9:00-16:30

สถานที่จัด: กรมสรรพากร

ที่อยู่ของสถานที่จัด: 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 0 2272 8000

ห้อง-ชั้น: ห้องประชุม 1 ชั้น 2

จำนวนคนสูงสุด: ไม่ระบุจำนวน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้บรรยาย: -

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: กรมสรรพากร


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:46:52 น.  

 
*สัมมนาเรื่อง กิจกรรมสัมมนาเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย

หน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (BUILD)
ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย
และตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วน ภายในงาน Metalex 2009
ภายใต้หัวข้อ

“Winning with Innovation”
กลยุทธ์การสร้างนวัตกรรมที่เหนือคู่แข่งขัน

และตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วนครั้งที่ 73

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00 - 16.00 น.
ณ ห้องประชุม 214 - 215 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ
ไบเทค บางนา

รายละเอียด งานสัมมนา “Winning with Innovation”
รายละเอียด กิจกรรมตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วนครั้งที่ 73

กำหนดการและใบสมัคร

สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กรุณาส่งใบตอบรับกลับมาที่

คุณศิริน บุญเสนอ หรือ คุณพัชรีย์ พานทอง
โทร 02 5378111 ต่อ 5010,3004 โทรสาร 02 537 8124
E-mail: sirin@boi.go.th ; patcharee@boi.go.th
ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552
ฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น




*สัมมนาเรื่อง การบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ SMEs ควรรู้

โครงการ K SME Care ธนาคารกสิกรไทย
ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา

"การบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ SMEs ควรรู้"

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น.
ณ K SME Care Knowledge Center ชั้น2 อาคารจามจุรีสแควร์

สำรองที่นั่งได้ที่ 02-160-5203-4
ด่วน!! รับจำนวนจำกัดเพียง 80 ท่านเท่านั้น

กลุ่ม: เจ้าของกิจการ ,กรรมการผู้จัดการ, ทายาทธุรกิจ

วันที่: 11/11/2552

เวลา: 13:00-16:00

สถานที่จัด: K SME Care Knowledge Center

ที่อยู่ของสถานที่จัด: ชั้น 2 อาคารจัสตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ตรงข้ามวัดหัวลำโพง)

เบอร์โทรของสถานที่จัด: 02-160-5203-4

ห้อง-ชั้น: ชั้น 2

จำนวนคนสูงสุด: 80 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย

แผนที่: View

ผู้บรรยาย: ประวัติ จิรวุฒิตานันท์

เอกสารประกอบ: -

ผู้จัดสัมมนา: ธนาคารกสิกรไทย

วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: สำรองที่นั่งได้ที่ 02-160-5203-4




*งานสัมมาวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 อุตสาหกรรม

ICT Industry Summit 2009 – Logistics Industry Summit
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00-16.00 น.
ณ ห้องอโนมา 1-3 โรงแรมอโนมา กรุงเทพ

08.30 น. ลงทะเบียน

09.00 น. กล่าวเปิดงาน และ การปาฐกถาพิเศษ นโยบายด้านไอทีต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์
โดย ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

09.15 น. การปาฐกถาพิเศษ โอกาสของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่ระดับโลก
โดย คุณธีระพงษ์ สุทธินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน)

09.45 น. สนทนา ไอซีที CEO สัญจร เพิ่มศักยภาพการแข่งขันแนวใหม่
โดย คุณพันธุ์ฑิตต์ สิรภพธาดา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ IT CEO FM 96.5 อ.ส.ม.ท.
คุณวิชัย วรวนาวงศ์ ผู้ดำเนินรายการคลื่น 96.5 รายการ “CEO Vision”

10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

11.00 น. การเสวนา อนาคตทางเลือกอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย และการแข่งขัน
โดย คุณวิทูร หวังสงวนกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท บิซโพเทนเชียล จำกัด
คุณพันธุ์ฑิตต์ สิรภพธาดา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ IT CEO FM 96.5 อ.ส.ม.ท.

12.15 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

13.30 น. การถ่ายทอดประสบการณ์พิเศษจากผู้ประกอบการยุคใหม่
โดย ตัวแทนจากนครชัยแอร์ และ ลิ้มจี่เซง
คุณวิชัย วรวนาวงศ์ ผู้ดำเนินรายการคลื่น 96.5 รายการ “CEO Vision”

14.30 น. กิจกรรม ตอบโจทย์ธุรกิจด้วยไอซีที

15.30 น. รับประทานอาหารว่าง ชมส่วนแสดงเทคโนโลยี

หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:47:35 น.  

 
*ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา CIO16 -- Beyond Technologies – No Boundaries; Change, Creativity, Collaboration & Community

ในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 น.-17.30 น. ณ.โรงแรม Conrad ห้อง Grand Ballroom ชั้น 4 Wireless Road, Patumwan, Bangkok

โดยมี กำหนดการสัมมนาฯ ปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
ลงทะเบียออนไลน์ ที่ http://www.nectecacademy.com/cio16/index.php?page=register


จาก กลุ่ม CIO16 และ NECTEC Academy ร่วมกับ พันธมิตรรัฐและเอกชน

--------------------------------------------------------------------------------

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา CIO16 -- Beyond Technologies – No Boundaries; Change, Creativity, Collaboration & Community ด้วย ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO # 16) ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา Beyond Technologies – No Boundaries; Change, Creativity, Collaboration & Community ครั้งที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารด้านสารสนเทศ จากหลากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน จะมาพบกันรับฟังความรู้ จากประสบการณ์จริง การบริหารงาน ICT จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้บริหาร เข้าร่วมสัมมนาฯดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8.30 น.-17.30 น. ณ.โรงแรม Conrad ห้อง Grand Ballroom ชั้น 4 Wireless Road, Patumwan, Bangkok

โดยมีกำหนดการสัมมนาฯ ปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

ทั้งนี้ใคร่ขอความกรุณาแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ และสำรองที่นั่งโดยกรอกรายละเอียดแนบท้าย หรือ http://www.nectecacademy.com/images/stories/cio16/ad1_nov.doc หรือ ไฟล์แนบ

ส่งที่ cio@sec.or.th This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือ หมายเลขโทรสาร 02-695-9866





*เชิญร่วมค่ายเยาวชน คนหนุ่มสาว ศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือ

รายละเอียด ไฟล์แนบ หรือตามลิ้ง

http://www.pcpthai.org/autopagev3/show_page.php?group_id=1&auto_id=7&topic_id=1002&topic_no=28&page=1&gaction=on

กำหนดการค่ายศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือ

ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้นำเกษตรกร (ศูนย์สารภี) อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ระหว่างวันที่ 17-22 พฤศจิกายน 2552

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2552

10.00 น. - พร้อมกัน ณ สถานที่นัดหมาย/เตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง

14.30 น. - ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง


วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2552

7.00 น. - ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่/ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

8.00 น. - รับประทานอาหารเช้า บริเวณสถานีรถไฟ

9.00 น. - เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

12.00 น. - รับประทานอาหาร

13.00 น. - เดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน อ.สารภี/ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

15.00 น. - ประชุมสมาชิกเพื่อชี้แจงการทำงานและมอบหมายหน้าที่

18.00 น. - รับประทานอาหาร

19.00 น. - กล่าวตอนรับ โดย ผู้แทนศูนย์เกษตรกรสารภี

19.30 น. - ชมวีดีทัศน์ประวัติศาสตร์การเมือง

โดย คุณเจษฎา โชติกิจภิวาทย์ ผู้ประสานงานกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ(ปรส)

21.00 น. - เข้านอน

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2552

6.30 น. - ออกกำลังกาย

7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

8.00 น. - รับประทานอาหาร

9.00 น. - กิจกรรมสภากาแฟ “บอกเล่าข่าวสังคม เศรษฐกิจ การเมือง”

แบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 - 5 คน โดยเลือกข่าวมาวิเคราะห์กลุ่มละ 1 ข่าว

10.30 น. - ตัวแทนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอ

12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. - ร่วมพุดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และปัจจุบัน กิจกรรมนักศึกษา ภาคเหนือ

โดย ตัวแทนนักกิจกรรมนักศึกษา และอดีตนักกิจกรรมนักศึกษา ภาคเหนือ

15.00 น. - กิจกรรมสันทนาการ ร้อง เล่น เต้นรำ (ดนตรีจากกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม)

16.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบทุนนิยมไทย / ทุนภาคเหนือ

โดย จารุวัฒน์ เกยูรวรรณ โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

18.00 น. - รับประทานอาหาร/ปฏิบัติภาระกิจส่วนตัว

19.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของขบวนการเกษตรกรภาคเหนือ ปัญหาและทางออก

โดย ตัวแทนจาก แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ(นกน)

21.00 น. - เข้านอน

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552

6.30 น. - ออกกำลังกาย

7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

8.00 น. - รับประทานอาหาร

9.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับพัฒนาการของสหภาพแรงงานภาคเหนือ

โดย อาจารย์ วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่

และผู้แทนจากสหภาพแรงงาน ภาคเหนือ

12.00 น. - รับประทานอาหาร

13.00 น. - กิจกรรมสันทนาการ

14.00 น. - พูดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ขบวนการภาคประชาสังคมภาคเหนือกับการพัฒนา

โดย พิษณุ ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักเรียนรู้การกระจายอำนาจและปกครองตนเอง

16.00 น. - พักผ่อนตามอัธยาศัย

18.00 น. - รับประทานอาหาร

19.00 น. - ชมวีดีทัศน์ สะท้อนปัญหาสังคม

21.00 น. - เข้านอน

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552

6.30 น. - ออกกำลังกาย

7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

8.00 น. - รับประทานอาหาร

10.00 น. - เดินทางไปอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

12.00 น. - รับประทานอาหาร/และพักผ่อนตามอัธยาศัย

14.00 น. - สำรวจอุทยาแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

18.00 น. - รับประทานอาหาร

17.00 น. - สนทนาปัญหาสิ่งแวดล้อม และแนวทางแก้ไข

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552

5.00 น. - เดินทางไปสถานีรถไฟเชียงใหม่

6.45 น. - รถไฟออกจากสถานีเชียงงใหม่

21.30 น. - ถึงสถานีหัวลำโพง

หมายเหตุ กำหนดการดังกล่าวนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตาความเหมาะสมของกิจกรรม

สอบถามรายละเอียด

ชญานนท์ : โทร 085-3500364 อีเมล turnleft_youth@hotmail.com

--
องค์กรเลี้ยวซ้าย
ตู้ ป.ณ.2049 ป.ณ.ฝ.จุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ 10332
http://www.pcpthai.org


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:48:10 น.  

 
* เชิญฟังการอบรมผ่านดาวเทียม เรื่อง กฎหมายทางด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ ฟรี

1. วันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 52 เวลา 8.30 - 13.00 น. ท่านใดสนใจฟังเรื่อง Sun Storage F5100 Flash Array เชิญที่ห้อง Ballroom
โรงแรม Intercontinental ค่ะ โทร. 02-937-4518-9 ต่อ 45

2. วันพฤหัสฯ ที่ 12 พ.ย. 52 เวลา 8.30 - 13.00 น. เชิญฟังการอบรมผ่านดาวเทียม เรื่อง กฎหมายทางด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ ฟรี ที่ชั้น 15 ห้องราชาวดี
ที่ สสว. ใกล้ตึกทานตะวัน ถนนวิภาวดีรังสิต สามารถดูรายละเอียดที่ http://www.sme.go.th




* Thailand SPIN Day

You are cordially invited to attend a Thailand SPIN annual event: Thailand SPIN Day. It will be held on Thursday 26th November 2008, 9:00 – 17:00 hrs., at Auditorium Room, 3rd Floor, Software Park Thailand, Chaengwattana Road, Pakkred Nonthaburi.

This seminar is aim to increase the visibility of the SPIN charter (3rd year anniversary) and its activities by seizing its anniversary opportunity to further educate and build a software development community to stimulate effectiveness and efficiency of the software development industry in Thailand.

**This event is free of charge**

Seminar Name:
"Thailand SPIN Day"

Date:
Thursday 26th November 2009

Duration:
1 day (08:30 – 16:30 hrs.)

Venue:
Auditorium, 3rd Floor, Software Park Thailand.

Objectives:
To introduce the 3 communities through experience guest speakers sharing their experience which consists of practitioners and executives in the Thailand Software industry including industry, government and academic.

Who should Attend: Software Developer.

Software Engineer.
Software Engineering Process Group (SEPG).
Software Quality Assurance.
Software Project Managers.
Software Process Specialist.
Executives and middle managers who are responsible for software development or maintenance.
Managers who are responsible for software support areas such as software quality assurance, software engineering process groups, systems or hardware engineering.
Academic professors.
Government sector who involved in IT industry.
Language:
Thai & English (depend on speakers)

Registration: Online Registration, please click HERE!!
Agenda:

08.30-09.00
Registration
09.00-09.30 Welcome Speech by Thailand SPIN.
Mr. Chalermpol Tuchinda, Chair-Program Committee, Thailand SPIN, Deputy Director, Software Park Thailand.
09.30-10.30 SPI benefit your Organization.
Mr. Somkiat Chinthammit, CEO, Wealth System Management Ltd.
10.30-11.00 Networking & Coffee Break
11.00-12.00 How PPQA add value to your organization?
1. Ms. Ratinuth Chernchaivachirakul, QA Manager, CPF IT Center CO.,LTD.
2. To be annouced.
3. Mr. Booncho Chatsrinoppakhun, Project Manager, Teamwork Solution Co, Ltd.
Moderator by Ms. Saowanee Piyawannarat, Deputy Head-IT Services Quality Management, The Stock Exchange of Thailand.
12.00-13.00 Buffet Lunch
13.00-13.10 Lucky Draw
13.10-14.10 Future of Testing - How Testing and Technology will change.
Mr. Sachin Raj, Technology Solution Manager, Micro Focus Limited.
14.10-15.10 Project Management Maturity.
To be annouced.
15.10-15.30 Networking & Coffee Break
15.30-16.30 Panel Discussion on PSP in practice.
1. Mr. Narit Rugsaphai, ICTUS Co., Ltd., PSP Certified.
2. Mr. Pichai Chotthamrong, C.S.I. (Thailand) Co., Ltd., PSP Certified.
3. Mr. Vishanun Tantisatirapoon, Fission Soft Co., Ltd., PSP Certified.
Moderator by Dr. Suradet Jitprapaikulsarn, Nareasuan University, PSP Instructor Authorized.
16.30 Q&A, Lucky Draw and Adjourned
Further inquiry, please contact K. Jirawan Peethong at Tel. : 02-583-9992 ext 1437-38 and 1431

The Thailand SPIN exists to promote Software Process Improvements and software qualities by providing forum discussions and sharing improvement experiences and ideas. If you do not want to miss the most updated of Software Process Improvement Information in Thailand, register to be the Thailand SPIN member today by logging on http://www.thailandspin.com




*เปิดเวที หัวอกธุรกิจไทยในกัมพูชา

พุธที่ 11 พ.ย. 2552 เวลา 13.30-16.30 น.ณ ห้อง 201 คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

มีการเปิดเวที หัวอกธุรกิจไทยในกัมพูชา ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณสมศักดิ์ รินเรืองสิน นายกสมาคมนักธุรกิจไทยในกัมพูชา คุณวิชัย กุลวุฒิวิลาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ภัณฑ์ จำกัด คุณปรีดา สามแก้ว กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท PD Intertrade 92 จำกัด คุณสม ไชยา บรรณาธิการ สถานีโทรทัศน์ CTN กัมพูชา คุณประภาพรรณ ศรีสุดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดไทย-กัมพูชา




*ขอเชิญร่วมงานสัมมนา“สื่อสารการตลาดสร้างโอกาสธุรกิจ SMEs”

สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องเถ้าแก่ ร่วมกับ
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา

“สื่อสารการตลาดสร้างโอกาสธุรกิจ SMEs”

วันพุธที่ 18 พฤศจิยาน 2552 เวลา 13.30 - 17.00 น.
ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (วิภาวดีรังสิต)

พบกับเนื้อหาสาระที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง จากวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
1. อ. บุริม โอทกานนท์ ประธานสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัย มหิดล
2. อ. สุพรรณี วาทะยากร ประธานกรรมการกลุ่มการตลาด สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA
3. คุณสมศักดิ์ ชลาชล ประธานกรรมการบริษัท ชลาชล จำกัด

พร้อมเปิดตัว โครงการ “เถ้าแก่ติดดาว” ..โอกาสสำคัญของการคัดสรรความโดดเด่นของกิจการ เพื่อชิงโล่รางวัลและโอกาสเข้าโครงการสื่อสารการตลาดสำหรับ SMEs....
ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง และยืนยันการเข้าร่วมสัมมนาที่
คุณกิตติ์ชญาห์ คุณธันย์ชนก คุณนรพร คุณกฤษฎา และ คุณอรุณี
โทรศัพท์ 0-2629-5412
โทรสาร 0-2280-8351
e-mail : taokaetv@yahoo.com

กำหนดการ
ดาวน์โหลดใบสมัคร
รับจำนวนจำกัด 200 คน


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:48:49 น.  

 
*เชิญร่วมเปิดตัวหนังสือ“ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ-สยาม-ไทย กับ กัมพูชา-ลาว”

พฤหัส 12 พฤศจิกายน 2552 13.30 – 16.00

และร่วมแสดงความยินดีกับ

ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี

Representative of Thailand to the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rightsณ ห้องอเนกประสงค์ (เรือนกระจก) พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)

ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ




*สัมมนาหลักสูตรการแลกเปลี่ยนเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดสัมมนาหลักสูตรการแลกเปลี่ยนเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง ภาคธุรกิจขึ้น ตามโครงการ National Single Window เป็นโครงการที่ สนับสนุนการใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ในการทำธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจกับ ภาครัฐ (B2G) และระหว่างภาครัฐด้วยกัน เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการแข่งขันทางการค้าและส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับ ประเทศ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ ถนนสุขุมวิท ซอย 18-20 สนใจติดโทร.0-2470-9886 แฟกซ์ 0-2872-7145




*ชวนประชาชนมาตรวจมวลกระดูกฟรี

ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.พระมงกุฏเกล้า ร่วมกับ บจก.เฮลธ์ อิมแพค ชวนประชาชนมาตรวจมวลกระดูกฟรี ที่แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ณ ตึกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 2 วันที่ 18 พ.ย.นี้ เวลา 07.30-14.00 น. สอบถามเพิ่มเติม 0-2860-4561




*เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้าแข่งขันเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีที่สุด

Bangkok nutrition academy เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้าแข่งขัน
เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีที่สุดกับทางศูนย์เพื่อชิงเงินรางวัลกว่า100,000บาท
ผู้ที่ชนะการเข้าแข่งขัน มีโอกาสได้ร่วมปาร์ตี้กับแพนเค้ก และร่วมงานกับทางศูนย์
bangkok nutrition acadamy

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

บัตรประชาชน

รูปถ่าย(ที่เห็นสัดส่วนชัดเจน)

กรุณาฝากข้อมูลแล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ




*เสวนาเรื่อง อนาคตไทย...ภายใต้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง

ด้วยบมจ.ธนาคารกรุงไทย กำหนดจัดการเสวนาเรื่อง อนาคตไทย...ภายใต้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยภายใต้แผนปฏิบัติ การไทยเข้มแข็ง 2555 ในฐานะธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้รับเกียรติจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษ ในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2552 ระหว่างเวลา 11.00 – 15.30 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ บี 2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้
11.00-12.30 น. ลงทะเบียน รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.15 น. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
13.15-13.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ
13.45-15.30 น. เสวนาเรื่อง “อนาคตไทย...ภายใต้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง” โดย
- นายสันติ วิลาสศักดานนท์
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- นายดุสิต นนทะนาคร
ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
ประธานสมาคมธนาคารไทย
รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ดำเนินรายการ
15.30 น. มอบของที่ระลึก และปิดงาน

ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์
โทรศัพท์ 0-2208-4174-7




* มหกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1

ด้วย บริษัท โอเค แมส จำกัด ได้รับความไว้วางใจจาก แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ดำเนินการจัดงาน มหกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1 “พลังภาคี หนุนกองทุนสื่อดี เพิ่มพื้นที่สื่อสร้างสรรค์” ในวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2552 โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้เกิดผู้ผลิตสื่อที่มีคุณภาพ และมีสื่อที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเกิดกระบวนการพัฒนาคุณภาพสื่อสำหรับเด็กให้เหมาะสมกับความต้องการใน การเรียนรู้ และมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับทิศทางพัฒนาสุขภาวะของเด็ก เยาวชนในแต่ละช่วงวัย ซึ่งเป็นการรวมเครือข่ายคณะทำงานสื่อเพื่อเด็กในประเทศไทย เพื่อประมวลสถานการณ์สื่อในปัจจุบัน และนำเสนอรูปแบบการทำงานของสื่อเพื่อเด็ก พร้อมทั้งจัดเวทีระดมความคิดเห็นประเด็นการทำงานสื่อเพื่อเด็ก เพื่อส่งมอบนโยบายให้แก่ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสื่อเพื่อเด็ก และเยาวชนต่อไป ในโอกาสนี้ได้รับเกรียติจากนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี
ในการนี้ บริษัทฯ จึงขอเรียนเชิญท่านร่วมงาน มหกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1 “พลังภาคี หนุนกองทุนสื่อดี เพิ่มพื้นที่สื่อสร้างสรรค์” ในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.00 น. ณ ศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ


ประสานงาน : คุณธนพร สุขมี (แหม่ม) โทร.0-2618-7780-4 ต่อ 105
คุณปัจฉิมา พรมวงษ์ (นิก) โทร.0-2618-7781-4 ต่อ 109




* กำหนดจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “ไทยกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อีกครั้งกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำหนดจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “ไทยกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)” วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.30-16.30 น. ณ ห้องศรีนครินทร์ 1 โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ พร้อมฟังปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผู้ประกอบการได้อะไรจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โดย นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลาดไม่ได้กับการติดตามรับฟังแนวทางการปรับตัวของธุรกิจต่อการเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ภายใต้ข้อตกลงเปิดเสรีทางการค้า (FTA) จากผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมรับคำแนะนำจากคลินิคนักลงทุน โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รับจำนวนจำกัด สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02- 248-7967-8

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าร่วมงานได้ที่
บริษัท มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
(ในนาม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์)
พิภพ ฆ้องวง โทร: 0-2248-7967-8 ต่อ 118
e-mail : c_mastermind@hotmail.com/kongwong91@hotmail.com


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:49:24 น.  

 
* เทศกาลภาพยนตร์สารคดีจากประเทศสหรัฐอเมริกา American Documentary Showcase

10 พ.ย. 52 อุทยานการเรียนรู้ TK park เทศกาลภาพยนตร์สารคดีจากประเทศสหรัฐอเมริกา American Documentary Showcase
18:00 แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ลงทะเบียนเข้างาน
18:25 พิธีกรกล่าวเปิดงาน
18:30 ดร.ทัศนัย วงษ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวรายงาน
18:35 พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ กล่าวต้อนรับ
18:40 นาย เอริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน
18:45 คุณพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก มอบหนังสือ “Beauty in Bloom” โดยมีท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยและตัวแทนจากห้องสมุดสภาคองเกรส เป็นผู้แทนรับมอบ
18.50 พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้มอบของที่ระลึกแก่ท่านเอกอัคร ราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย และถ่ายภาพร่วมกัน
18:55 ชมตัวอย่างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง“Flow: For Love of Water”
19:00 รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมชมนิทรรศการภาพยนตร์สารคดีจากประเทศสหรัฐอเมริกา
ณ ลานสานฝัน
19.30 ร่วมชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Flow: For Love of Water” (84 นาที) ณ ห้องมินิเธียเตอร์ 1 และ 2

*กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานการเรียนรู้ TK park Dazzle Zone ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th หรือโทรศัพท์ 0 2257 4300




*ขอเชิญร่วมฟังธรรมบรรยาย ที่จะแนะแนวการดำรงชีวิตในแง่บวก และสะสมความดี

บุญเนตร – คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ขอเชิญร่วมฟังธรรมบรรยาย ที่จะแนะแนวการดำรงชีวิตในแง่บวก และสะสมความดีอย่างมีความสุขจาก พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ อดีตเจ้าอาวาส วัดป่าชิคาโก ในหัวข้อ “ทำดีวันละนิด ดีกว่าคิดจะทำความดี” วันพุธที่ 11 พ.ย. 52 เวลา 17.30 น. ณ ห้องราชมณเฑียร โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ สำรอง ที่นั่งโทร 0-2233-7060 ต่อ 5264-6

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ ถนนสุรวงศ์
โทร. 0-2233-7060 ต่อ 5264-6
E-mail: prbkk@montien.com




*เชิญร่วมเปิดโลกทัศน์แห่งความคิดสร้างสรรค์กับงานกราฟิคระดับโลก “Photoshop World 2009” ประเทศไทย

ขอเรียนเชิญผู้ที่ทำงานด้านกราฟฟิคดีไซน์และผู้ที่สนใจเติมความรู้เกี่ยวกับ Photoshop เข้าร่วมงาน Adobe Photoshop World 2009 งานกราฟิคระดับโลกที่มาจัดถึงเมืองไทยเป็นครั้งแรก
ภายในงาน Photoshop World 2009 ท่านจะได้พบกับกูรูผู้รู้ในวงการงานกราฟฟิคทั้งในและต่างประเทศอาทิ Mr.Rufus Deuchler, Senior Worldwide Evangelist for Creative Solutions, Adobe Systems Incorporated ผู้เชี่ยวชาญด้าน CS4 ระดับโลก มาพูดให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน Adobe Photoshop อย่างถูกต้อง พร้อมกลเม็ด เคล็ดลับ ระดับ Worldwide Evangelist , นายสุรชัย พุฒิกุลางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท Illusion จำกัด บริษัทชั้นนำอันดับต้นๆ ของเอเชีย นักทำรีทัชภาพ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ CGI จะมาพูดถึงการใช้โปรแกรม Photoshop ในโลกแห่งงานโฆษณาและเบื้องหลังที่มาที่ไปของภาพโฆษณาสวยๆ กับผลงานที่ชนะเลิศระดับโลก, นายขจร พีรกิจ Adobe Evangelist และผู้จัดการ Thai Adobe User Group และตัวแทนจาก Bangkok InDesign User Group จะมาให้ความรู้เรื่อง Metadata กับการทำงานด้านข้อมูลภาพสำหรับช่างภาพ นอกจากนี้ยังมีช่างภาพชื่อดัง นายต่องวงศ์ ซาลวาลา เจ้าของเว็บไซด์ http://www.2how.com จะมาพูดคุยให้ฟังเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี Canon RAW Workflow ที่ช่างภาพมืออาชีพไม่ควรพลาด
วัน: วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2552
เวลา: 09.00 น. – 16.30 น.
สถานที่: สยามนิรมิตร (Siam Niramit)
19, ถ.เทียมร่วมมิตร, ห้วยขวาง, เขตห้วยขวาง, กรุงเทพมหานคร, 10310
(ลงที่สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรม ทางออก 1 ฟรี shuttle bus service ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 18.00 - 20.00 น.)
งานนี้ฟรี ท่านที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ http://www.adobephotoshopworld.com/e1/hello/LoadRegPage?MemberSubType=2&EventID=p638unfh
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
วราวอง จงรักษ์ / ดุษฎี เย็นสุดใจ
โทรศัพท์: 02-971-3711 โทรสาร: 02-521-9030
อีเมล์: warawong@pc-a.co.th , Dudsadee@pc-a.co.th

แผนที่ สยามนิรมิตร ถนนเทียมร่วมมิตร เยื้องศูนย์วัฒนธรรมฯ ข้างสถานทูตเกาหลี 02-649 9222
19, ถ.เทียมร่วมมิตร, ห้วยขวาง, เขตห้วยขวาง, กรุงเทพมหานคร, 10310
http://www.siamniramit.com/map.php




*กำหนดการประชุมระดมความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง (High-level Expert Roundtable) ชุดที่ 1

“อนาคตของประเทศไทยในปี 2020: นัยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT2020)” กลุ่มสื่อสารมวลชน
วันอังคารที่
10 พฤศจิกายน 2552 08.30-12.30 น. โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ห้องอยุธยา III-IV ชั้น3 08.30 – 09.00น ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 น. นำเสนอภาพรวมของโครงการฯ วัตถุประสงค์การประชุม และภาพอนาคตเบื้องต้น โดย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชาติ และหัวหน้าโครงจัดทำกรอบนโยบาย ICT2020
09.30 – 10.30 น. การอภิปรายจุดประกายความคิด โดย
• ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
• คุณสุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
• คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ* กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด
• ดร.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ และสมาชิกเครือข่าย Netizen
• รศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ที่ปรึกษาโครงการ และอดีตอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
10.30 – 12.30 น. อภิปราย/ระดมความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมประชุม
12.30 น. ปิดประชุมและร่วมประทานอาหารกลางวัน
* อยู่ระหว่างติดต่อประสานงาน (updated 08/11/2552)

กำหนดการประชุมระดมความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง (High-level Expert Roundtable) ชุดที่ 1 “อนาคตของประเทศไทยในปี 2020: นัยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT2020)” กลุ่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552 13.00-17.00 น. โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ห้องสุโขทัย I,ชั้น 2 13.00 – 13.30 น ลงทะเบียน
13.30 – 14.00 น. นำเสนอภาพรวมของโครงการฯ วัตถุประสงค์การประชุม และภาพอนาคตเบื้องต้น โดย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และหัวหน้าโครงจัดทำกรอบนโยบาย ICT2020
14.00 – 15.00 น. การอภิปรายจุดประกายความคิด โดย
• ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
• ศ.ดร.นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก
• ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์* ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม
ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ที่ปรึกษาโครงการ และรองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
15.00 – 17.00 น. อภิปราย/ระดมความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมประชุม
* อยู่ระหว่างติดต่อประสานงาน http://www.ict2020.in.th/?q=system/files/20091108_ICT2020_HL_agenda_v11.pdf


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:49:58 น.  

 
*การประชุมเรื่อง "อนาคตของประเทศไทยในปี 2020

วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 08.30 น. ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย และ สุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ เป็นวิทยากรในการประชุมเรื่อง "อนาคตของประเทศไทยในปี 2020 : นัยยะต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT2020)" จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค




*ขอเชิญเข้าร่วมประชุมระดมความคิด เรื่อง การกำหนดหัวข้อการวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2553-2554

ด้วยภารกิจโครงการและประสานงานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะจัดการประชุมระดมความคิดเรื่อง "การกำหนดหัวข้อการวิจัยประจำปีงบประมาณ 2553-2554" ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2552 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ โดยมีประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. แผนงานวิจัยการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง
2. แผนงานวิจัยความมั่นคงของรัฐและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล
3. แผนงานวิจัยการปฏิรูปการศึกษา
4. แผนงานวิจัยการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกและลดการนำเข้า
5. แผนงานวิจัยการพัฒนาพลังงานทดแทน
6. แผนงานวิจัยการจัดการน้ำ
7. แผนงานวิจัยการป้องกันโรคและการรักษาสุขภาพ
8. แผนงานวิจัยการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ
9. แผนงานวิจัยเทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีที่สำคัญเพื่ออุตสาหกรรม
10. แผนงานวิจัยการบริหารจัดการการท่องเที่ยว
11. แผนงานวิจัย ด้านโลจิสติกส์
12. แผนงานวิจัยด้านสังคมผู้สูงอายุ
13. แผนงานวิจัยอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
14. แผนงานวิจัยด้านการพัฒนาเครือข่ายชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ความรู้สากล (สมุนไพร)
15. แผนงานวิจัยด้านไม้ดอกไม้ประดับ
16. แผนงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ที่แสดงเอกลักษณ์ไทย
17. แผนงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี
18. แผนงานวิจัยด้านวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
19. แผนงานวิจัยด้านอุตสาหกรรมอัญมณี
20. แผนงานวิจัยด้านการจัดการขยะ
<< รายละเอียด กำหนดการ แบบลงทะเบียน >>


ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน โดยลงทะเบียนทางระบบอินเตอร์เน็ตได้ที่ http://rpc.nrct.go.th/seminar
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2579-2284, 0-2561-2445 ต่อ 485, 487-490, 544


โดย: jenifaae วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:21:53:56 น.  

 
*ขอเชิญเข้าร่วมงานเสวนา ในหัวข้อ“การเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2553”

สำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ

ขอเชิญเข้าร่วมงานเสวนา ในหัวข้อ

“การเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2553”

โดย รศ.รัชต์วรรณ กาญจนปัญญาคม และ คุณวลีพร ธนาธิคม

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553

ตั้งแต่เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องซาลอนบี ชั้น 2

โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอคองคอร์ท (รัชดาภิเษก)
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

หมายเหตุ

จำกัดจำนวนองค์กรละ 2 ท่าน

ขอสงวนสิทธิ์ตามลำดับการสำรองที่นั่ง จำนวน 200 ท่าน

ติดต่อสอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่

โทร. 0-2619-5500 ต่อ 466, 467 Fax 0-2619-8098 (คุณกัณธิยาพร / คุณพรพิมลพรรณ)

E-mail : Pornpimolphan@ftpi.or.th / Kanthiyaphon@ftpi.or.th หรือ http://www.tqa.or.th




*เอ็มโฟกัสเชิญร่วมสัมมนา Enhancing ERP via Planning Optimization

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ โซลูชั่นในการบริหารจัดการองค์กรในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เพียงนำ ERP มาเชื่อมโยงการทำงานแต่ละส่วนเข้าหากัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนฯเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยจัดการและวางแผนฯที่ดีให้องค์กร เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการภายใต้กำลังการผลิตที่จำกัด เช่น กำไรสูงสุด ต้นทุนต่ำสุด หรือ ผลผลิตสูงสุด รวมทั้งส่งมอบให้ลูกค้าตรงตามเวลา เป็นต้น

ไม่ว่าเป้าหมายของแต่ละองค์กรจะแตกต่างกันอย่างไร หรือลักษณะ กระบวนการการผลิตและการจัดส่งของคุณเป็นอย่างไร คุณสามารถอาศัยเทคนิค ทางด้าน Optimization เพื่อหาทางเลือกและวางแผนการผลิตที่เหมาะสมที่สุดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า (ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงบ่อย) ของคุณได้ โดยที่ยังคงเป้าหมายที่ดีที่สุดไว้ได้เสมอ ตลอดจนใช้แผนการผลิต (production plan) มาช่วยกำหนดตารางการผลิต (production schedule) ที่ละเอียดลงไปอีกได้ หากองค์กรของท่านกำลังมองหาโซลูชั่นด้าน ERP และ/หรือ ระบบการวางแผนขั้นสูง (Advanced Planning Systems) ทางการผลิตละการขนส่งที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรของท่านพบกับกรณีศึกษาและการสาธิตระบบฯในงานสัมมนาสมัครเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ บริษัท เอ็มโฟกัส จำกัด อาคารไอ ทาวเวอร์ ชั้น 14 เลขที่ 888 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-513-9892 โทรสาร. 02-512-3890 อีเมล์ marketing@m-focus.co.th หรือ http://www.m-focus.co.th




*งานสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาคนด้านบริการเพื่อเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์”

ในวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ ห้องจูปีเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ งานสัมมนาในครั้งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ในปี 2553 สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เห็นว่าการจัดโครงการ Services Science, Management and Engineering (SSME) ขึ้นมา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และกระจายความรู้ให้กับสาธารณชนได้รับความรู้ด้านวิทยาการบริการนี้ รวมทั้งโครงการดังกล่าวยังมีความสอดคล้องกับมิติด้านประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน ประเด็นยุทธศาสตร์: พัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่ได้รับมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด

กำหนดการ

08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.15 น. กล่าวรายงานโดย ดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปภัมถ์ มหาวิทยาลัยรังสิต
เลขานุการคณะกรรมการ SSME
09.15 - 09.30 น. กล่าวเปิดงานสัมมนา
โดย ดร.เอกศักดิ์ แดงเดช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
09.30 – 10.15 น. บรรยายหัวข้อ “ความสำคัญของ Services Science ต่อยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์”
โดย นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 11.30 น. เสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand Economy with Services Science” โดย
- ศ.ดร.วิลาศ วูวงศ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
- ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- ผู้แทนสภาหอการค้าไทย
ดำเนินรายการโดย ดร.ศศิพร อุษณวศิน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
11.30 – 12.00 น. นำเสนอผลการดำเนินงาน SSME (Opening with 3-5 min VDO presentation of the
past SSME activities) พร้อมเสวนากับผู้ประกอบการและผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม
Fast track Program รุ่นที่ 1 (Testimonial)
ดำเนินรายการโดย คุณธนสาร หงส์ไพศาลวิวัฒน์ บริษัท ไอบีเอ็ม จำกัด
12.00 – 13.00 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 13.45 น. บรรยายหัวข้อ “SRII Thailand Chapter Initiatives” โดย ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล NECTEC
13.45 – 14.30 น. บรรยายหัวข้อ “SSME in Academia” โดย ดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ มหาวิทยาลัยรังสิต,
ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา: สกอ.
14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.30 น. บรรยายหัวข้อ “National Services Innovation Roadmap” โดย ดร.ชวลิต จีนอนันต์
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: SIIT
15.30 – 16.15 น. บรรยายหัวข้อ “Service Sciences in Government” โดย ดร.อาจิน จิรชีพพัฒนา
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
16.15 – 16.30 น. ตอบข้อซักถาม
Announcement:
ทุนการศึกษา (IBM) จำนวน 2 ทุน การจัดประกวดบทความ เรื่อง IT Service
การจัด IT Service Fast Track Program ที่ SIPA ช่วงเดือนมีนาคม 2553


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:20:36 น.  

 
*ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จะจัดเสวนา เรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010"

ในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553
เวลา 13.00 - 17.00 น.
ณ โรงละครชั้น 16 อาคาร ดร.เจริญ คันธวงศ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
เพื่อเป็นการให้บริการข้อมูลความรู้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปให้สามารถรับมือกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก หลังวิกฤติซับไพร์มและผลกระทบต่อประเทศไทย" โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการบริษัท แอ๊ดวานซ์อะโกร จำกัด และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
แถลงผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง "คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2010" โดย ผศ.สุนิศา ประวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล์)
เสวนา เรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010" โดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ (กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)), ดร.สมชัย จิตสุชน (ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาเศษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), ดร.ปรเมธี วิมลศิริ (รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ดำเนินการเสวนา โดย ดร.ชัยพัฒน์ สหัสกุล (ประธานกรรมการนโยบายวิจัย มหาวิทยากรุงเทพ)
** รายละเอียดโครงการเสวนา + กำหนดการ + แบบตอบรับ + แผนที่ ตาม file ที่แนบมานี้ ** เข้าฟังเสวนาฟรี ... ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ผู้ประกอบการท่านใดสนใจ สำรองที่นั่งโดยส่งใบตอบรับกลับไปที่ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ทาง Fax.02-350-3667 หรือ E-mail: bangkokpoll@bu.ac.th ภายในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ อ.กิตติศักดิ์, อ.อารีรัตน์ Tel.02-350-3676 ต่อ 1770, 1772

ฝ่ายส่งเสริมการค้าและธุรกิจแฟชั่น
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย
(TGMA)




*Jeducation Fair 2010 งานแนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

โรงแรมอโนมา ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิล์ด
วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 10.00 – 17.00 น.
เปิดเส้นทางการศึกษา.. มุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นใจด้วยข้อมูลที่ครบครันในงานเดียว
- พบสถาบันการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่นทุกภูมิภาค แนะแนวศึกษาต่อญี่ปุ่นทุกระดับ
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงจากศิษย์เก่าของสถาบัน เพื่อการตัดสินใจที่ตรงเป้าหมายทางการศึกษา
- ค้นหาแนวทางการศึกษา สาขาวิชาน่าสนใจ ฯลฯ กับรุ่นพี่นักเรียนเก่าญี่ปุ่นหลากหลายสาขา
- สัมมนาเรื่องทุนการศึกษาและการศึกษาต่อญี่ปุ่นทุกประเด็นที่ควรรู้ก่อนไป
- คลินิคภาษาญี่ปุ่นโดยอาจารย์จาก Jeducation Center และทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นฟรี
- Workshop เทคนิคการเขียน Study Plan การติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา ระดับปริญญาโท – เอก ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์
- ร่วม Workshop มารยาทการสัมภาษณ์งานกับบริษัทญี่ปุ่น
- ปรึกษา – แนะนำตำแหน่งงานที่กำลังเปิดรับสมัครในบริษัทญี่ปุ่น

พิเศษ!! สมัครเรียนในงานรับ Gift Voucher เรียนภาษาญี่ปุ่น 5,000 บาท
เข้าร่วมงาน ฟรี!! พร้อมรับคู่มือศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น 2010 ฉบับบพิเศษ!! รวบรวม 9 สาขาวิชาน่าสนใจ
ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า / ชม Exhibition Online ได้ที่ http://www.jeducation.com/think
ลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมงาน .. ลุ้นรับ Black Berry Curve 8520 ฟรี!!

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น เจเอ็ดดูเคชั่น
อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 23 ห้อง 2301 ถ.สีลม กรุงเทพฯ
โทร. 0-2267-7726 E-mail: news@jeducation.com
http://www.jeducation.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-2677726 Jeducation




*เวทีสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกแบบองค์รวมผ่านกระบวนการเล่น เรื่อง “การสื่อสารที่แท้จริง"

ขอเชิญพ่อแม่ ครู นักบำบัด เข้าร่วมเวทีสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกแบบองค์รวมผ่านกระบวนการเล่น เรื่อง “การสื่อสารที่แท้จริง" โดย อาจารย์วรวรรณ วัฒนาวงศ์สว่าง (ครูแอนน์) อาจารย์นิตยา เกษมโกสินทร์(ครูนิต) นักแก้ไขการพูด รพ.รามาธิบดี วันเสาร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

การส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกแบบองค์รวมผ่านกระบวนการเล่น (ตามแนวคิด DIR/ฟลอร์ไทม์) เป็นรูปแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกที่เน้นให้ความสำคัญกับครอบครัว ความแตกต่างของเด็กแต่ละคน และพัฒนาการด้านทักษะชีวิต การคิด และอารมณ์ เป็นแนวทางใหม่ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการเล่นและการใช้ชีวิตประจำวันภายในครอบครัว

ผู้สนใจสำรองที่นั่งล่วงหน้า ติดต่อ คลินิกพัฒนาการเด็ก สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. ๐๘-๗๖๖๔-๓๙๓๒ http://www.cf.mahidol.ac.th/floortime




*งาน BMT Home Coming Day

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ร่วมกับ ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก โลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก จัดงาน BMT Home Coming Day ต้อนรับน้องๆพร้อมครอบครัวที่เคยผ่านการรักษาโรคด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาร่วมกิจกรรมร่วมเติมฝันและให้กำลังใจกับผู้ที่กำลังรอการรักษาด้วยวิธีการนี้อยู่เช่นกัน พร้อมทั้งพบปะคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ที่ได้ผ่านการรักษาจนมีสุขภาพชีวิตที่สมบูรณ์แล้ว กับครอบครัวที่อยู่กำลังอยู่ในระหว่างการรอการรักษา เพื่อมอบกำลังใจให้กันและกัน โดยงานจะมีขึ้น ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ บริเวณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

กำหนดการ:

13:00 น. สื่อมวลชนลงทะเบียน พร้อมรับประทานอาหารว่าง
13:30 น. คุณนิธิ สมุทรโคจร พิธีกร กล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติ และแขกรับเชิญ
13:45 น. นายแพทย์ดุล ดำรงศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าวเปิดงาน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงชนิกา ตู้จินดา ประธานโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช
ศรีนครินทร์ กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงาน
- ชม VTR. BMT
- รศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง พูดคุยกับครอบครัวผู้เคยผ่านการรักษาและผู้ที่รอคิวการรักษา
14:15 น. ผู้บริหารโรงพยาบาล ขึ้นมอบของที่ระลึกให้กับแขกรับเชิญ
14:20 น. ผู้บริหารและตัวแทนโรงพยาบาลขึ้นบนเวทีมอบของที่ระลึกให้กับเด็กๆ และครอบครัวที่มาร่วมงาน
พร้อมร่วมกันร้องเพลง “เธอผู้ไม่แพ้”
14:30 น. เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ (สิ้นสุดงาน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
วสีนาท สุขทิศ โทร 0-2378-9270 E-mail: waseenat.so@samitivej.co.th
สุรัญชนา สิทธิพูล โทร 0-2378-9155 E-mail: ssitthip@samitivej.co.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:21:16 น.  

 
*สัมมนาและการลงทุนในลาตินอเมริกา (บราซิล อาร์เจนติน่า ชิลี)

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาการค้าอาเซียนและลาตินอเมริกา (SEA-LAC) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดการสัมมนาและการลงทุนในลาตินอเมริกา (บราซิล อาร์เจนติน่า ชิลี) ซึ่งเนื้อหาในการสัมมนาจะเกี่ยวกับการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของภาครัฐและเอกชน รวมถึงสมาชิกสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการไปเยือนประเทศ อาร์เจนตินา บราซิล และชิลี จากการเดินทางไปประเทศเหล่านี้ทำให้ทราบว่าสินค้าและบริการของไทยได้รับการยอมรับจากตลาดลาตินอเมริกาเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าและส่งออกของไทยควรได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจอาทิ โอกาสและอุปสรรคทางการค้า การลงทุน ศักยภาพ และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับทั้ง 3 ประเทศ เป็นต้น การสัมมนาครั้งนี้ได้เชิญวิทยากรผู้มีประสบการณ์ทางการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน และลาตินอเมริกาในหลายๆ อุตสาหกรรม มาพูดคุย ออกความเห็น และให้ความรู้กับบุคคลที่สนใจ ซึ่งหัวข้อแรกในการนำเสนอ คือ “โอกาสทางการค้าและการลงทุนในลาตินอเมริกา (อาร์เจนติน่า บราซิล ชิลี)”โดยมีวิทยากรจากภาคเอกชนต่างๆ อาทิ คุณสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าไทยคุณไพรัช บูรพชัยศรี เลขาธิการสภาหอการค้าไทยคุณถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เบทาโกร (มหาชน) จำกัด เป็นต้น
ขอเชิญคณาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชนและผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 เวลา 9.00 น. – 12.00 น. ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 10 ชั้น 2 ห้อง 10201

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : บริษัท เดอะ เวย์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
โทร. 02-512-5036 FAX. 02-512-5037
จตุพล นาคนิ่ม ( ต้อม ) วลี อร่ามยิ่ง (บี)
Email:bebewall2518@hotmail.com




* Turkish Foodstuff Trade Delegation to Thailand

การเจรจาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกส่วนประกอบอาหารจากตุรกี และผู้ประกอบการไทย

ขอเชิญผู้ประกอบการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารเข้าร่วมพบปะเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทส่งออกจากตุรกี
ในวันที่ 28 มกราคม 2553 ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน (Millennium Hilton Bangkok)

Big Benefits seen for Exporters and Importers
Turkey established the first Exporters Union since 1937. Its primary goal is to increase business and regulate activities, smoothing operations for exporters and importers. It will also find solutions to problems in foreign markets. Under the name of Central Anatolian Exporters Union, (OAIB)

In 2008, Turkey is located at 7th with 715 million US$ of export in the milling industry in the world. 2005-2006 and 2007 it took the first place in wheat flour export also. As of year 2008 Turkey takes 8th in the world in pasta export and 6th in olive oil.
In 2008, Turkey took 5th place in Thailand’s wheat flour import, 18th in bakery products, 34th in confectionery, and 34th in chocolate.
On 28 Jan, 2010 a special Turkish Trade Mission comprised of OAIB members will visit Thailand for the first time. Its objective will be to meet potential importers of Turkish agricultural products and inform importers of the advantageous new policies established by the Exporters Union. The Trade Mission is an excellent opportunity to meet with these highly respected manufacturers and secure top quality product at the best possible prices. Turkey has earned a distinguished reputation as being a source of many of the finest agricultural products in the world. And the country’s reputation is beyond reproach.

สมาคมผู้ส่งออกตุรกีได้รวมตัวจัดตั้ง Central Anatolian Exporter’s Union หรือ OAIB ตั้งแต่ปี 1937 โดยมีเป้าหมายในการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ส่งออก ดูแลและควบคุมกิจกรรมทางธุรกิจ ให้กับสมาชิกกลุ่มผู้ส่งออกตุรกี

ตุรกีถือว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพดีแห่งหนึ่งของโลกและยังเป็นผู้ส่งออกสินค้าส่วนประกอบอาหารที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ทั้งในด้านมาตรฐานสินค้าและราคาที่เหมาะสม ดังนั้นการเข้ามาจัดกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจในประเทศไทยเป็นครั้งแรกนี้ถือได้ว่าเป็นการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก จากการนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพในระดับสากลมาใช้ในกระบวนการผลิต กล่าวได้ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ได้สร้างประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

และงานนี้ยังได้รับเกียรติจากเอกอัคราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ตัวแทนจาก OAIB และสภาหอการค้าไทย เข้าร่วมงาน และ เสวนาทางธุรกิจอีกด้วย

ลงทะเบียนเพื่อเลือกคู่เจรจาได้ที่ http://203.144.236.250/oaib/index.asp
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
คุณเนาวรัตน์ ชีพพิมลชัย
02-642-6911 ต่อ 511




*ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่อง การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ระดับปริญญาตรี ภาคภาษาไทย โดยมหาวิทยาลัยคัดเลือกตรง

โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2553


โครงการอุษาคเนย์สู่สังคม ส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ

“ตอบปัญหาวิชาการอุษาคเนย์ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2553”


วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553เวลา 08.30 – 16.00 น.

ณ ห้อง 203-204 ชั้น 2 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์



อุษาคเนย์เสวนาสาธารณะ: Southeast Asian Public Talk ครั้งที่ 3

“อุษาคเนย์ศึกษา กับ ทิศทางและก้าวต่อไปในอนาคต”

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น.

ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ขอเชิญชมภาพยนตร์ในงานเปิดบ้านศิลป์อุษาคเนย์ ฉายภาพยนตร์มาเลเซีย

เรื่อง " Sepet: ตลกร้ายกับอคติเรื่องเชื้อชาติและศาสนาในมาเลเซีย"


วิทยากรโดย ศาสตราจารย์ เบเนดิก แอนเดอร์สัน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 17.00 – 19.00 น.

ณห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้น U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาโครงการอุษาคเนย์

ที่ได้รับรางวันในการประกวดพูดสุนทรพจน์ภาษาอินโดนีเซีย


เนื่องในวันชาติอินโดนีเซีย 17 สิงหาคม 2551

ขอเชิญชมภาพยนตร์และเสวนาในรายการ
"คุยกับหนัง" โดย อาจารย์ทรงยศ แววหงษ์
ณ ห้องกิจกรรม เรวัติ พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 ศูนย์บริการสื่อสารการศึกษา
หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ขอเชิญฟังรายการ “คลื่นอุษาคเนย์”

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม
และความสัมพันธ์ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน
ทางวิทยุ อสมท. เอฟ เอ็ม 96.5 เมกกะเฮิร์ซ
ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00 – 16.00 น.
ดำเนินรายการโดย กิติมาภรณ์ จิตราทร และ ธีรภาพ โลหิตกุล
http://seas.arts.tu.ac.th/




*เสวนาทางวิชาการ HROD TALK ครั้งที่ 17

ด้วย คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360? รายสัปดาห์ กำหนดจัดเสวนาทางวิชาการ HROD TALK ครั้งที่ 17 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.30 - 15.30 น ณ ห้อง 301 ชั้น 3 อาคารมาลัย หุวะนันทน์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาองค์การ เพื่อพัฒนา และต่อยอดความรู้และเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาองค์การสู่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป โดยครั้งนี้ พบกับหัวข้อการเสวนาเรื่อง...

"ไคเซน" คนปรับแต่ง DNA คนทำงาน สร้างคนพันธุ์อึด "มุ่งปรับปรุง มุ่งผลสำเร็จ"

โดย

1. รศ.ดร.วิชัย อุตสาหจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2. คุณ ภัทราวดี ศ.ยามาชิตะ ผู้จัดการศูนย์พัฒนาทักษะการผลิตภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

TOYOTA MOTOR ASIA PACIFIC ENGINEERING & MANUFACTURING CO., LTD. (TMAP-EM)

อนึ่ง ท่านที่สนใจโปรดติดต่อสำรองที่นั่งได้ ฟรี ที่ http://www.hrd.nida.ac.th ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

รับจำนวนจำกัดเพียง 100 ท่านแรกที่สำรองที่นั่งเท่านั้น

สำนักงานเลขานุการคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โทรศัพท์ 02-727-3477 โทรสาร 02-375-3976

http://www.hrd.nida.ac.th


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:21:59 น.  

 
*บ้านอุเบกขา เชิญมาให้ไปอบรมเรื่องโรคเอดส์และเพศศึกษา ให้เยาวชนในบ้าน

ศุกร์นี้ 09.00-11.00 บ้านอุเบกขา เชิญมาให้ไปอบรมเรื่องโรคเอดส์และเพศศึกษา ให้เยาวชนในบ้าน จำนวน 147 คน อาสาสมัครท่านใดสนใจ จะร่วมกิจกรรม ติดต่อกลับมาด่วน ๆ (บ้านอุเบกขา อยู่บางนา ไม่ได้เข้าไปทำกิจกรรมง่าย ๆ นะครับ) 086 687 0902 คุณอัจฉรา ด่วน งานนี้ ทางบ้าน เลี้ยงอาหาร ครับ มีค่าน้ำมันให้ทีมงาน 1,000 บาท งบน้อย เลยต้องขอแรงอาสาสมัครที่สนใจ รับสมัคร 4 คน ครับ




*กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพองค์กรคนพิการและ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาครั้งที่ 5

Capacity Development of Self-Help Organizations of Persons with Disabilities (CDSHOD)
วันที่ 26-29 มกราคม 2553
โรงแรม PrincePalace, กรุงเทพ

มูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (APCD Foundation) โดยร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(Japan International Cooperation Agency-JICA), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Disabled Peoples’ International Asia-Pacific-DPI/AP) จะจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพองค์กรพีงตนเองของคนพิการครั้งที่ 5 (the 5th Capacity Development of Self-Help Organizations of Persons with Disabilities-CDSHOD) ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 26 ถึง 29 มกราคม 2553
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการจัด CDSHOD ใน อนุภูมิภาคต่างๆ ในเอเชียและแปซิฟิกเพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือในภูมิภาคและพัฒนา เครือข่ายการดำเนินงานด้านการพัฒนาศักยภาพคนพิการในเอเชียและแปซิฟิก รวมทั้งเพื่อส่งเสริมสังคมที่ปราศจากอุปสรรคต่อคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดในประเทศเวียตนาม, ปากีสถาน, ปาปัวนิวกินี และ คีร์กิซสถาน โดยผลจากการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ทำให้เกิดการสร้างเสริมความเข้มแข็งแก่องค์กรคนพิการในระดับอนุภูมิภาค

การจัดกิจกรรม CDSHOD ครั้ง ที่ 5 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรคนพิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างส่งเสริมองค์กรคนพิการและส่งเสริมการพัฒนาที่ปราศจากอุสรรคต่อคน พิการ, เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของอาเซียนและส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างอาเซียนผ่านองค์กรคนพิการ อีกทั้ง แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคน พิการ, เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals-MDGs) และกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษ ณ ทะเลสาบบิวา ในประเทศอาเซียน
ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้จากการจัดการประชุมในครั้งนี้ คือ การนำประเด็นคนพิการเข้าสู่เวทีอาเซียน โดยการก่อตั้ง ASEAN Disability Forum ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริม, การพิทักษ์ และเครือข่ายปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ควบคู่ไปกับการดำเนินร่วมกับอาเซียนในการก่อตั้งชุมชนอาเซียน นอกจากนั้น Forum จะ นำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร, ประสบการณ์, วัฒนธรรม, ข้อมูลทางวิชาการ อันนำไปสู่การส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิคนพิการในฐานะที่เท่าเทียมกับสิทธิ มนุษยชน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมในประเทศอาเซียน
พิธีเปิดการประชุมจัดให้มีขึ้นที่ห้องพัชราวดี โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพ ในวันที่ 26 มกราคม 2553 เวลา 9.00-9.45 น.
ใน การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นผู้นำคนพิการจากประเทศในอนุภูมิภาค อาเซียน จำนวน 40 คน ประกอบด้วยประเทศกลุ่มอาเซียน (ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และ เวียตนาม) และ ติมอร์ตะวันออก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกในพระราชูปถัมภ์ (APCD Foundation)
APCD Bldg. 255 Rajvithi Rd., Rajthevi, Bangkok10400, Thailand
Tel : +66 2 354- 7505
Fax : +66 2 354-7507
Email : Mr.Somchai Rungsilp (somchai@apcdfoundation.org) or
Ms.Duangnarumol Dokruk (duangnarumol@apcdfoundation.org)
Website : http://www.apcdfoundation.org




*งานสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาคนด้านบริการเพื่อเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์”

ในวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ ห้องจูปีเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ งานสัมมนาในครั้งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ในปี 2553 สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เห็นว่าการจัดโครงการ Services Science, Management and Engineering (SSME) ขึ้นมา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และกระจายความรู้ให้กับสาธารณชนได้รับความรู้ด้าน วิทยาการบริการนี้ รวมทั้งโครงการดังกล่าวยังมีความสอดคล้องกับมิติด้านประสิทธิผลของการ ปฏิบัติงาน ประเด็นยุทธศาสตร์: พัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่ได้รับมาตรฐานตรงตามความต้องการของ ตลาด

กำหนดการ

08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.15 น. กล่าวรายงานโดย ดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปภัมถ์ มหาวิทยาลัยรังสิต
เลขานุการคณะกรรมการ SSME
09.15 - 09.30 น. กล่าวเปิดงานสัมมนา
โดย ดร.เอกศักดิ์ แดงเดช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
09.30 – 10.15 น. บรรยายหัวข้อ “ความสำคัญของ Services Science ต่อยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์”
โดย นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 11.30 น. เสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand Economy with Services Science” โดย
- ศ.ดร.วิลาศ วูวงศ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
- ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- ผู้แทนสภาหอการค้าไทย
ดำเนินรายการโดย ดร.ศศิพร อุษณวศิน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
11.30 – 12.00 น. นำเสนอผลการดำเนินงาน SSME (Opening with 3-5 min VDO presentation of the
past SSME activities) พร้อมเสวนากับผู้ประกอบการและผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม
Fast track Program รุ่นที่ 1 (Testimonial)
ดำเนินรายการโดย คุณธนสาร หงส์ไพศาลวิวัฒน์ บริษัท ไอบีเอ็ม จำกัด
12.00 – 13.00 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 13.45 น. บรรยายหัวข้อ “SRII Thailand Chapter Initiatives” โดย ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล NECTEC
13.45 – 14.30 น. บรรยายหัวข้อ “SSME in Academia” โดย ดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ มหาวิทยาลัยรังสิต,
ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา: สกอ.
14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.30 น. บรรยายหัวข้อ “National Services Innovation Roadmap” โดย ดร.ชวลิต จีนอนันต์
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: SIIT
15.30 – 16.15 น. บรรยายหัวข้อ “Service Sciences in Government” โดย ดร.อาจิน จิรชีพพัฒนา
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
16.15 – 16.30 น. ตอบข้อซักถาม
Announcement:
ทุนการศึกษา (IBM) จำนวน 2 ทุน การจัดประกวดบทความ เรื่อง IT Service
การจัด IT Service Fast Track Program ที่ SIPA ช่วงเดือนมีนาคม 2553




*กำหนดการเสวนาเรื่อง โจรกรรมในพิพิธภัณฑ์

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน
13.30 – 13.40 น. แนะนาวิทยากร
13.40 – 15.30 เสวนา การโจรกรรมในพิพิธภัณฑ์
“แนวทาง มาตรการในการป้องกันและประสบการณ์จาการ
ถูกโจรกรรม”
โดย ผู้แทนกรมศิลปากร
“ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญตลาดโบราณวัตถุ”
โดย อ.ภุชชงค์ จันทวิช
“ทาอย่างไรเมื่อถูกโจรกรรม”
โดย ผู้แทนร้านค้าโบราณวัตถุ
ผู้แทนตารวจสากล
ท่านอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องและต้องการแบ่งปัน
ประสบการณ์
15.30 – 15.45 น. รับประทานอาหารว่าง
15.45 – 17.00 น. เสวนา (ต่อ)

http://www.ndmi.or.th/museums/activities/download/5302/jo.pdf




*ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของ Human Rights Watch

มูลนิธิสถาบันประชาธิปไตย
นำโดย : จรัล ดิษฐาอภิชัย ประธานมูลนิธิสถาบันประชาธิปไตย
ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วม
การประชุมแสดงความคิดเห็น
ต่อรายงานของ Human Rights Watch
สถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ประเทศไทย ปี 2552
ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 เวลา 13.30 - 16.30 น.
ณ.ห้องสีดา 3 โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-2332-5368,08-9500-7232


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:22:41 น.  

 
*เสวนาเรียกน้ำย่อย เรื่องเล่าจากนักชิม

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553
เวลา 10.00 - 12.00 น.
ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน
เสวนาเรียกน้ำย่อย เรื่องเล่าจากนักชิม

ชิมอะไร ชิมทำไม อยากบอกใครไปทำไมว่าอะไรอร่อย
เรียนรู้เรื่องการชิมและมาตรฐานรสชาติจากนักชิม นักเขียน นักถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร ลิ้น และรส

ร่วมเรียกน้ำย่อยโดย โปรดิวเซอร์รายการด้านการชิม
คุณกฤช เหลือละมัย นักชิม/นักเขียน
ชวนหิวโดย คุณศรัณย์ ทองปาน กองบรรณาธิการเมืองโบราณ




*บรรยาย "บาอูล: ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน(โลก)"

ขอเชิญเข้าร่วมฟังการบรรยายสาธารณะ
"บาอูล : ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน(โลก)"
โดย วิริยะ สว่างโชติ ในวันพุธที่ 27 มกราคม 2553 เวลา 13.30.15.30 น.
ณ ห้องณัฐ ภมรมนตรี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
สนับสนุนโดยกองทุนกรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัยและวัฒนศาลา
"บาอูล"ไม่ใช่เพียงแค่ดนตรีโฟล์คพื้นบ้านในแถบอ่าวเบงกอล (เวสต์เบงกอลของอินเดียและบังคลาเทศ) หากแต่ยังหมายถึงกลุ่มศิลปินนักดนตรีเองด้วย ที่ต่างก็เรียกตนเองว่า "พวกบาอูล" พวกเขารวมตัวกันเป็นชุมชุนและตระเวนแสดงดนตรีมากันมาเกือบ 2 ทศวรรษ ปัจจุบันพวกเขายังตระเวนเล่นดนตรีตามชุมชน ตามท้องถนน บนรถไฟ และก็มีบางกลุ่มที่เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก แต่ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงพวกเขายังคงผสาน "เสียง"และ "ความศักดิ์สิทธิ์"เข้าไว้ด้วยจิตวิญญาณที่ธำรงของความเป็น "บาอูล"เอาไว้




*ผจญภัยพิเศษเพื่อชาว Twitter โดยเฉพาะ ที่บ้านผางามเมืองผจญภัย อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ไปแคมป์กับเพื่อนๆ สนุกสนานผจญภัยกันอย่างลืมความเหน็ดเหนื่อย กินข้าวกับเพื่อนที่สนิทในบรรยากาศป่าเขา ฟังดนตรีสนุกสนานจากเพื่อนๆ และดูพระอาทิตย์ พร้อมทะเลหมอกตอนเช้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่พาเที่ยวป่าจากไกด์ แต่เป็นพาผจญภัยพิเศษเพื่อชาว Twitter โดยเฉพาะ ที่บ้านผางามเมืองผจญภัย อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ครั้งแรกกับการรวมตัวเหนือขุนเขาของชาวทวิตเตอร์ ในแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก สนุกสุดเหวี่ยง 3 วัน 2 คืน (ออกเดินทางจากกรุงเทพเย็นๆ) กับกิจกรรมผจญภัยพิเศษโดยทีมงาน TwitBKK @molek @hunt ณ บ้านผางามเมืองผจญภัย ปราจีนบุรี ( @pangam ) - วันที่ 19-21 กุมภาพันธ์นี้!!

http://twtout.twitthai.com/




*กิจกรรมพิเศษครั้งที่ ๑ : มาพับ โอริงามิ กันเถอะ

อบรบโดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ

ฟรี สำหรับผู้อ่านและสมาชิก "นิตยสาร สารคดี"

วันเสาร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ -๑๖.๐๐ น.
ที่ร้านหนังสือริมขอบฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เจ้าของคอลัมน์ คลื่นความคิด ในนิตยสาร สารคดี และผู้เขียนหนังสือ "โอริงามิ" พับกระดาษ...ฝึกสมอง จะมาสอนการพับและแปลงร่างกระดาษาให้เป็นสิ่งสวยงามน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นผีเสื้อ นกกระพือปีก ปลาทอง ฯลฯ รับประกันความเพลิดเพลินและสนุก จนวางมือไม่ลง

ผู้อ่านและสมาชิก นิตยสาร สารคดี เข้าร่วมกิจกรรมได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อสำรองที่นั่งที่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ โทร.๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ ต่อ ๑๑๐-๑๑๔ และโปรดติดตามร่วมสนุกกับ กิจกรรมพิเศษ ๒๕ ปีนิตยสารสารคดี ในครั้งต่อไป...

(กิจกรรม พิเศษในวาระครบรอบ ๒๕ ปี การก่อตั้งนิตยสาร สารคดี ที่มาถึงในปี พ.ศ.๒๕๕๓ นี้ นิตยสาร สารคดี ขอตอบแทนท่านสมาชิก และผู้อ่านด้วยกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นตลอดปี พ.ศ.๒๕๕๓)




*นิทรรศการ "มหัศจรรย์ไม้ไผ่"

Japanese Bamboo: Tracing the legend of Beppu craftsmanship
ผู้จัด: Thailand Creative & Design Center(TCDC)
ประเภท: ดนตรี/ศิลปะ - นิทรรศการ
เครือข่าย: ทั่วโลก
เวลาเริ่ม: 28 มกราคม 2010 เวลา 10:30 น.
เวลาสิ้นสุด: 25 เมษายน 2010 เวลา 21:00 น.
สถานที่: Gallery 2, TCDC

รายละเอียด
แกะรอยฝีมือช่างเมืองเบปปุ สู่หัตถศิลป์ระดับโลก...

นิทรรศการ "มหัศจรรย์ไม้ไผ่" จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง เมืองเบปปุ (City of Beppu) ศูนย์หัตถศิลป์ไม้ไผ่แบบดั้งเดิม เบปปุ (Beppu City Traditional Bamboo Crafts Center) และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) แกะรอยฝีมือช่างหัตถศิลป์ไม้ไผ่ระดับโลกจากเมืองเบปปุ ประเทศญี่ปุ่น และเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของงานหัตถกรรมไม้ไผ่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้น อย่างมีเอกลักษณ์ จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2551 เบปปุ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในเขตจังหวัดโออิตะบนเกาะคิวชูของประเทศญี่ปุ่น ทำยอดขายงานหัตถกรรมไม้ไผ่ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของท้องถิ่นไปทั้งสิ้น 600 ล้านเยน หรือราว 234 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นแจกันดอกไม้ลายสานละเอียด ปราณีตแบบดั้งเดิมสำหรับใช้ในพิธีชงชา หรือตะกร้าจัดดอกไม้ รูปทรงแปลกใหม่ราวกับงานประติมากรรมร่วมสมัย ผลงานออก แบบอุตสาหกรรมเชิงศิลป์จากเมืองเบบปุซึ่งปัจจุบันโด่งดังในระดับสากล ล้วนกำเนิดจากปล้องไม้ไผ่ธรรมดาๆ อันเป็นทรัพยากร ท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

ด้วยฝีมือของช่างผู้สามารถ ปล้องไผ่สามัญกลับกลายเป็นชิ้น งานสุดพิเศษ จากความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการปรับ เปลี่ยนเส้นใยธรรมชาติ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การตระเตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงการผสมผสานเส้นตอกหลากขนาดเข้ากับกลเม็ดการสานหลากชนิด เมื่อผนวกกับการที่ชาวญี่ปุ่นเห็นคุณค่าใน งานฝีมือ จึงก่อให้เกิดการผลิตชิ้นงานอย่างสร้างสรรค์ มีการทดลองฉีกรูปแบบของชิ้นงาน พัฒนาจากการสานเลียนแบบตามที่ว่าจ้าง จนเกิดเป็นการสานงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การมุ่งมั่นพัฒนา ผลิตภัณฑ์ รวมถึงวิถีการถ่ายทอดเคล็ดลับจากรุ่นสู่รุ่นตามแบบดั้งเดิมของช่างฝีมือที่ หลอมรวมกับการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนแบบสมัยใหม่ ต่างเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยอนุรักษ์และพัฒนางานหัตถศิลป์ไม้ไผ่ในโลกร่วม สมัย เผยศักยภาพใหม่ของไผ่ในรูปทรงที่ไร้ขีดจำกัด และแสดงถึงอัจฉริยภาพ
ท้องถิ่นของชาวญี่ปุ่นในการแปรสภาพเส้นใยพืชให้เกิดคุณค่าและคงอยู่อย่างยืนนาน

นอก จากนี้ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ยังได้จัดทำนิทรรศการส่วน "ต่อยอดไม้ไผ่" เพื่อนำเสนอความสำเร็จในการผสมผสานพืชตระกูลหญ้าที่โตเร็วที่สุดในโลกอย่าง "ไผ่" กับสุดยอดเทคโนโลยีปัจจุบัน จนคุณอาจคาดไม่ถึงว่าไม้ไผ่ที่ชาวตะวันออกเห็นจนชินตามีอิทธิพลต่อการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ในยุคโลกร้อนมากแค่ไหน และมีบทบาทอย่างไรกับวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก

เข้าชมฟรี

TCDC ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ชั้น 6
10.30 - 21.00 (ปิดวันจันทร์)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC
โทร. 02 664 8448


Jointly organized by the City of Beppu, Beppu City Traditional Bamboo Crafts Center and Thailand Creative & Design Center (TCDC), the exhibition "Japanese Bamboo: Tracing the legend of Beppu craftsmanship" explores the process behind the success of Beppu's famed handicrafts.

In 2008, sales of bamboo handicrafts made in the city of Beppu in Kyushu's Oita prefecture totaled over 600 million yen, or roughly 234 million baht. Traditional bamboo vases, contemporary sculptures and other works by Beppu's renowned craftsmen have become highly sought after by collectors worldwide.

Each of these objects started out as an ordinary piece of bamboo, which is locally available in abundance. Turning that raw ingredient into a work of art requires tremendous attention to detail and a varied set of tools and techniques. Just as importantly, recognition of the value of this craft enabled local weavers to hone their skills, experiment with new designs, and develop their own distinct styles. Meanwhile, commitment to constant development and the tradition of master-apprentice training combined with modern education system help ensure that Beppu craftsmanship thrive in the contemporary world.

In addition, TCDC has curated a section entitled "Global Bamboo", which illustrates the pivotal role of this fastest growing plant on earth in industrial design and everyday life of people all over the world in the age of global warming.

Free Admission

TCDC, 6th Fl., The Emporium
10.30 - 21.00 (Closed Mondays)

For more information, please contact
TCDC Information Counter. Tel. 02 664 844


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:23:27 น.  

 
* 8 กุมภาพันธ์ 2553 - งานสัมมนาวิชาการหัวข้อ "Cold War in Thailand"

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานสัมมนาวิชาการหัวข้อ
"Cold War in Thailand" (สงครามเย็นในประเทศไทย)
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 นี้
ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

8.30 – 9.00 : ลงทะเบียน

9.00 – 9.10 : กล่าวเปิดการสัมมนา โดย ผศ.ดร. วีระ สมบูรณ์ หัวหน้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9.10 – 9.30 : ปาฐกถานำ โดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์

9.30 – 10.00 : การนำเสนอบทความ
ประธานดำเนินรายการ: ผศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์

"จากสงครามจิตวิทยาแบบอเมริกัน สู่การสร้าง "สัญลักษณ์" แห่งชาติภายใต้เงาอินทรี"
โดย ณัฐพล ใจจริง นิสิตปริญญาเอก ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"A Brief Period of Thai Democratization in the Cold War (1969 – 71)"
โดย รศ.ดร. กุลลดา เกษบุญชู-มี้ด ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10.30 – 10.45 : พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 – 11.15 : การนำเสนอบทความ "นัยสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"
โดย สิทธิพล เครือรัฐติกาล นักศึกษาปริญญาเอก โครงการปริญญาเอกสหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

11.15 – 12.15 : อภิปราย และวิจารณ์บทความ
ผู้นำอภิปรายและผู้สรุปประเด็น: Professor Benedict Anderson

12.15 – 13.15 : พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.15 – 13.45 : การนำเสนอบทความ ประธานดำเนินรายการ: ผศ. สรวิศ ชัยนาม

"The Birth of the Cold Warriors: The Border Patrol Police and the Internationalisation of Cold War Politics in Thailand, 1951 – 1965"
โดย Sinae Hyun นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาประวัติศาสตร์ University of Wisconsin (Madison)

"Emergence of Right-Wing Politics in Thailand between October 1973 – October 1976"
โดย จิติยา พฤกษาเมธานันท์ นิสิตปริญญาเอก ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"Cold War Tourism to Thailand and Applying Value to the Thai Way of Life"
โดย Matthew Phillips นักศึกษาปริญญาเอก School of Oriental and African Studies (SOAS), University of London

14.45 – 15.00 : พักรับประทานอาหารว่าง

15.00 – 16.00 : อภิปราย และวิจารณ์บทความ ผู้นำอภิปรายและผู้สรุปประเด็น: Professor Benedict Anderson

16.00 – 16.20 : ปาฐกถาปิด โดย Professor Benedict Anderson

16.20 – 16.30 : กล่าวปิดงานสัมมนา โดย ผศ. สุรัตน์ โหราชัยกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

**ดำเนินรายการเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ**




* 10 กุมภาพันธ์ 2553 - สัมมนาฟรี!! "โอกาสของผู้ประกอบการไทยกับศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ"

เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 อาคารศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
--------------------------------------------------

ในภาวะปัจจุบันที่อุตสาหกรรมสิ่งทอมีการแข่งขันที่รุนแรงมากนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านแฟชั่นและการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ (Function) เป็นอีกแนวทางที่จะช่วยรักษาลูกค้าเดิมและหาลูกค้าใหม่ๆได้

ดังนั้น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในส่วนงานของศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ให้มีศักยภาพที่จะมีการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ในงานสัมมนานี้ ท่านจะได้รับทราบข้อมูล และผลประโยชน์มากมาย...อาทิ...

1. โอกาสของผู้ประกอบการสิ่งทอไทยกับศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
2. บริการต่างๆ รวมทั้งการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาของศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ท่านสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ในบริษัทของท่านได้ทันที
3. เครื่องจักรฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จพื้นฐานและใหม่ล่าสุดในศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เช่น Dohpho และ lab multi-coating m/c เป็นต้น

วิทยากร : คุณนพดล เปี่ยมกุลวนิช และ ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ

สิทธิประโยชน์สำหรับท่านที่เข้าร่วมฟังการสัมนา...

1. ค่าสมัครสมาชิกศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ลด 50 % (เดิม 1,000 บาท ลดเหลือ 500 บาท) เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการใช้บริการที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ 10 - 30 % หรือตาม โปรโมชั่นในแต่ช่วงของศูนย์ฯ ตลอดปี 2553
2. รับหนังสือฟรีจำนวน 2 เล่ม ทุกท่านที่เข้าร่วมงาน (หนังสือคู่มือ แนวทางการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมฯ และ หนังสือนวัตกรรมสิ่งทอ)

download ใบสมัครได้ที่ http://www.thaitextile.org/temp/app0210.pdf

ติดต่อสอบถามได้ที่: สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โทร 02-713-5492-9 ต่อ 413, 408 (กรวิกา, ศศิมา)
โทรสาร 02-713 5492-9 ต่อ 415
e-mail: sasima@thaitextile.org


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:24:10 น.  

 
* วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 - ไทยพร้อมจัดประชุมวิสาขบูชาโลก

พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เปิดเผยถึงการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ.2553 ว่า ที่ประชุมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลกวันนี้ได้บรรลุข้อตกลงให้กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 โดยจะมีพิธีเปิดการประชุมในวันที่ 23 พฤษภาคม ณ ห้องประชุม มวก 48 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มหาจุฬาฯ วังน้อย และประชุมวิชาการในวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งห้องประชุมดังกล่าวสามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ 3,000 คน และมีห้องประชุมย่อยอีก 4 ห้อง พร้อมห้องประชุมย่อยที่อาคารเรียนรวม 4 ห้อง โดยจะเชิญผู้แทนชาวพุทธจากต่างประเทศที่มีอำนาจตัดสินใจมาเข้าร่วมประชุมให้ ได้จำนวน 82 ประเทศ เท่ากับพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ ในการประชุมชาวพุทธนานาชาติฯ ปีนี้ ที่ประชุมตกลงใช้หัวข้อใหญ่คือ "การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ" (Global Recovery: The Buddhist Perspective) และหัวข้อย่อย ได้แก่
1.การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก โดยอาศัยการพัฒนาทางจิต
2.การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก โดยอาศัยการศึกษาเชิงพุทธ
3.การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก โดยอาศัยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
4.การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก โดยอาศัยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ/สิ่งแวดล้อม
5.การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของโลก โดยอาศัยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม
นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มีการประชุมปฏิบัติการ 3 ห้อง คือ
1.สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (IABU)
2.พระไตรปิฎกฉบับสากล (Common Buddhist Texts) และ
3.การจัดทำรายการตำราทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน (Union Catalogue of Buddhist Texts)
ส่วนวันสุดท้ายของการประชุม จะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อปิดประชุมแล้วคณะผู้เข้าร่วมประชุมจะไปเวียนเทียนที่พุทธมณฑล ก่อนจะเดินทางกลับไปฉลองวันวิสาขบูชาในประเทศของตนต่อไป




* วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ - งานสัมมนาร้านที่ริมขอบฟ้า "เรื่องเล่าชาวคลอง ๑๕๐ ปี คลองมหาสวัสดิ์"

มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ขอเชิญร่วมเสวนา เรื่อง "เรื่องเล่าชาวคลอง ๑๕๐ ปี คลองมหาสวัสดิ์"

เล่าเรื่องโดย
นายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธมณฑล
คุณปทุม สวัสดิ์นำ ชาวบ้านริมคลองมหาสวัสดิ์

คลองมหาสวัสดิ์ ถือได้ว่าเป็นคลองสำคัญที่ถูกขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๐๓เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมทางน้ำจากกรุงเทพฯออกไปยังหัว เมืองฝั่งตะวันตกอย่าง เช่น เมืองนครปฐมนอกจากนี้บริเวณสองฝั่งคลองเส้นนี้ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งเป็นสวนผลไม้ สวนผัก และนาข้าวซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ลงมาจนถึงปัจจุบัน คลองมหาสวัสดิ์ได้มีอายุครบ ๑๕๐ ปีสภาพความเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะถูกถ่ายทอดโดยปากคำของคนในผู้ สนใจศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง

วันศุกร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๓๐ น.

ณ ร้านริมขอบฟ้า มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

สอบถามเพิ่มเติม โทร ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ หรือ ๐-๒๒๘๐-๓๓๑๙




* วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ - ขอเชิญเข้าร่วมการเสวนา สองเดือนผ่านไป ผู้บริโภคคิดอย่างไรกับ “3G”

สองเดือนผ่านไป ภายหลังจากที่ผู้บริโภคมีบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ของจริงให้ใช้ โดยทีโอที ผ่านการทำตลาดของ MVNO ซึ่งมีโปรโมชั่นในเลือกหลากหลายทั้งแบบเติมเงินและรายเดือน นอกจากนึ้ ยังมี บมจ. สามารถ ไอ-โมบาย และ IEC 3G ที่เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเช่นกัน โดยมีโปรโมชั่นให้เลือกหลากเลย สร้างความคึกคักให้กับตลาดโทรคมนาคมของไทยได้มากพอสมควร อย่างไรก็ตาม บริการ 3G ของจริงนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ให้บริการ เพราะขณะนี้ สถานีฐานของทีโอที 3G มีดพียง 500 กว่าแห่งเท่านั้น อีกทั้งมีข้อจำกัดในเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบิลลิ่งกับระบบเติมเงินออนไลน์ที่ยังไม่เรียบร้อย ระบบการเช็คยอดการใช้ที่ยังไม่สะดวก รวมถึงค่าบริการที่มีราคาสูงโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดความบันเทิง มัลติมีเดียต่างๆ และปัญหาอื่นๆ

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ในหมู่ผู้บริโภคที่ใช้บริการ ตลอดจนผู้บริโภคที่กำลังคิดจะใช้บริการใหม่ล่าสุดที่สังคมไทยรอคอยมานาน สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงจะจัดให้มีการเสวนา สองเดือนผ่านไป ผู้บริโภคคิดอย่างไรกับ “3G” ใน วันเสาร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น. ณ บริเวณทางเดิน Main Foyer (หน้าห้อง VIP ) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมการเสวนาฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงดาวน์โหลดแบบตอบรับ กรอกรายละเอียดและส่งมาที่ โทรสารหมายเลข ๐๒-๒๗๙-๐๒๕๑ หรือทางอีเมล์ที่ teleconsumer.tci@gmail ภายในวันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุทธิรัตน์ กาสา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โทรศัพท์ ๐-๒๖๓๔-๖๑๑๘ หรือ ๐๘๖-๓๕๐๔๔๑๓

หมายเหตุ อาหารว่างจำกัดเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า ๓๐ ท่านแรกเท่านั้น สบท. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม
? กำหนดการเสวนา3G.doc
? แบบตอบรับเสวนา3G.doc




* วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 - นิทรรศการประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ “เยาวราช In Love”


TCDCCONNECT.COM และ PORTFOLIOS*NET
ร่วมกับ โรงแรมเซี่ยงไฮ้แมนชั่น (www.shanghaimansion.com) และ Asahi Super Dry

จัดประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “เยาวราช In Love”

เนื่องด้วยในปีนี้วันตรุษจีนได้เดินทางมาตรงกับวันแห่งความรักพอดี (14 กุมภาพันธ์ 2553)
ทาง TCDCCONNECT.COM, PORTFOLIOS.NET และโรงแรมเซี่ยงไฮ้แมนชั่น (เยาวราช) จึง ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ “เยาวราช In Love” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่รักการถ่ายภาพให้ได้มีโอกาสแสดงฝีมือต่อสาธารณชน

รู้จักเยาวราช

“ถนนเยาวราช” เป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มีระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีตเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" เพราะมีชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเยาวราชจัดเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญ ชาวต่างชาติจะรู้จักถนนเส้นนี้กันในชื่อ "ไชน่าทาวน์" (China Town)


เงื่อนไขและกำหนดการ

1. การประกวดภาพถ่าย
- ส่งผลงานร่วมประกวดได้ที่ yaowaratinlove@gmail.com (โดยให้ระบุชื่อนามสกุล, ชื่อภาพ, อีเมลและเบอร์โทรฯ ที่ติดต่อกลับได้สะดวก)
- กรุณากำหนดขนาดภาพเป็น 11 x 14 นิ้ว ที่ 300 dpi
- ส่งได้คนละไม่เกิน 5 ภาพ พร้อมชื่อและคำบรรยายภาพ 2-3 บรรทัด/ภาพ
- เริ่มส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553
- ประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกทั้ง 8 ท่าน ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ทาง TCDCCONNECT.COM และ PORTFOLIOS.NET

2. นิทรรศการ “เยาวราช In Love”
- ผู้ชนะที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 8 ท่าน (คนละ 1 ภาพ) จะได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงผลงานพร้อมกับช่างภาพกิตติมศักดิ์อีก 8 ท่าน ในนิทรรศการ “เยาวราช in love” ณ โรงแรมเซี่ยงไฮ้แมนชั่น (ชั้น 4) โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 19.00 น.


รายชื่อช่างภาพกิตติมศักดิ์:

- คุณวรนันท์ ชัชวาลทิพากร (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภาพถ่าย)
- คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง (Remix Studio)
- คุณณัฐ ประกอบสันติสุข (ช่างภาพแฟชั่น)
- ดร. ชวาล คูร์พิพัฒน์ (จุฬาลงกรณ์)
- ม.ร.ว เฉลิมชาตรี ยุคล (FukDuk)
- คุณทวีชัย เจาวัฒนา (บ.ก.ภาพ เครือเนชั่น)
- คุณสุวิชา เปรมใจชื่น (MD โฟโต้ไฟล์กรุ๊ป)
- คุณภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน (บ.ก. art4d magazine)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเปิ้ล โทร. 02-6647667 #122 หรือ e-mail: yaowaratinlove@gmail.com




* วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2553 - กำหนดการกิจกรรมงานมหกรรมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4

TKpark อุทยานการเรียนรู้

กิจกรรมวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 16.00 พิธีเปิดงาน มหกรรมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4
ประธานในพิธี....คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พิธีมอบรางวัลชนะเลิศ โครงการรักไอที รักษ์โลก (IT Green Project)
เปิดบูธแสดงผลงานโครงการ รักไอที รักษ์โลก (จำนวน 10 บูธ) และกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลมากมายภายในบูธ

บริเวณลานสานฝัน
15.00 – 16.00 ตัวตลกโบโซ่บิดแจกลูกโป่ง (รอบที่1)
16.00 – 17.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
17.00 - 18.00 ตัวตลกโบโซ่บิดแจกลูกโป่ง (รอบที่2)
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรม e-Book : คุณก็ทำได้

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ
สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้
ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ

กิจกรรมวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 15.00 สัมมนาเรื่อง “Cyber Space : ภัยต่อผู้หญิง”

บริเวณลานสานฝัน
13.00 – 15.00 หัดวาดการ์ตูนด้วยตัวเอง กับสุดยอดนักวาดการ์ตูนคุณ เซีย ไทยรัฐ (รุ่นที่ 1)
15.00 – 17.00 พบกับฮีโร่พับกระดาษ “ น้องหม่อง” ที่จะมาสอนพับกระดาษ และแข่งขันการพับเครื่องบิน
17.00 – 18.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรมการวาดการ์ตูนด้วยคอมพิวเตอร์ : สร้างสรรค์จากรูปที่วาดด้วยมือนำมาลงบนคอมพิวเตอร์

ห้องมินิเธียเตอร์1
13.00 -15.00 เรียนรู้การตัดต่อไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอ กับทีมนักข่าวจิ๋ว รร.สวนหม่อน จ.นครราชสีมา

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 เข็มกลัดแสนสนุก : ดีไซน์เข็มกลัดในรูปแบบของตัวเอง
PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ
สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้
ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

บริเวณห้อง Auditorium
13.00 – 15.00 สัมมนาเรื่อง “พ่อแม่...แก้ลูกติดเกม”
บริเวณลานสานฝัน
13.00 – 15.00 หัดวาดการ์ตูนด้วยตัวเอง กับสุดยอดนักวาดการ์ตูนคุณ เซีย ไทยรัฐ (รุ่นที่ 2)
15.00 – 16.00 Magic Show
16.00 – 18.00 เกมบันไดไอที : รู้จักใช้ไอทีอย่างสร้างสรรค์
เกมทายใจ และตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย

ห้อง IT Work Shop 1-2
11.00 – 17.00 อบรม Flash animation เบื้องต้น: สร้างชีวิตชีวาให้กับงานกราฟฟิก

ห้องมินิเธียเตอร์1
13.00 -15.00 เรียนรู้การตัดต่อไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอ กับทีมนักข่าวจิ๋ว รร.สวนหม่อน จ.นครราชสีมา

กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ
11.00 – 18.00 กรอบรูป ลดโลกร้อน : ดีไซน์กรอบรูปในรูปแบบของตัวเองจากเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ
PAPER RANGER : คืนชีพให้กระดาษ
สอดสร้อยร้อยรัก : หลากหลายไอเดียทำเป็นสร้อยข้อมือ ที่ห้อยโทรศัพท์ หรือจะเป็นที่มัดผมก็ได้
ลูกโป่งหรรษา : สอนบิดลูกโป่งเป็นรูปแบบต่างๆ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:24:57 น.  

 
* วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 - การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทางเทคนิค และ/หรือ แนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายและระบบโทรคมนาคม

เวลา 13.00 – 16.30 น.

ณ โรงแรมรามา การ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร

เวลาการดำเนินการ

13.00 - 13.30 น.ลงทะเบียน

13.30 - 13.45 น.พิธีเปิดการประชุม

- กล่าวรายงานโดย ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายและระบบโทรคมนาคม(ดร.ภาสกร ประถมบุตร)

- กล่าวเปิดประชุม โดย ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (พลเอก ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์)

13.45 - 14.45 น. การนำเสนอ

- ที่มาและภาพรวมของ(ร่าง)ประกาศเกี่ยวกับ มาตรฐานทางเทคนิคและ/หรือแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายและระบบโทรคมนาคม(ดร.ภาสกร ประถมบุตร)

- หลักการและสาระสำคัญ(ร่าง) ประกาศ ที่เกี่ยวกับ มาตรฐานทางเทคนิคและ/หรือแนวปฏิบัติ ด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายและระบบโทรคมนาคม ( ดร. โกเมน พิบูลย์ไพโรจน์และ ดร.บรรจง หะรังษี)

14.45 - 15.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง

15.00 - 16.30 น. เสวนารับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ประกาศ เกี่ยวกับมาตรฐานทางเทคนิคและ/หรือแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายและระบบโทรคมนาคม

เสวนา โดย (ดร.ภาสกร ประถมบุคร,ดร.ยรรยง เต็งอำนวย, ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์,ดร.บรรจง หะรังษี,นายกำพล ศรธนะรัตน์,นอ.รศ.ดร.ประสงค์ ปราณีตพลกรัง)




* วันที่ 3-4 มีนาคม 2553 - งาน Global Ignite Week

Ignite เป็นงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Pecha Kucha Nights ซึ่งวิทยากรจะมีเวลาในการพูด หรือเล่าเรื่อง คนละ 5 นาที ผ่านสไลด์ 20 แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะเปลี่ยนภายในเวลา 15 วินาที งาน Ignite นี้จัดครั้งแรก เมื่อปี 2006 ที่ Seattle จากนั้นงานนี้ก็กลายเป็นงานระดับโลกที่หลายๆ ประเทศนิยมจัดกัน ไม่ว่าจะเป็น Finland, France หรือ New York และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับปี 2010 นี้ ก็ได้มีการจัดงาน Global Ignite Week ขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ในช่วงวันที่ 1-5 มีนาคม สำหรับประเทศไทยนั้น พบกันแน่ๆ กับงาน Ignite ในวันที่ 3-4 มีนาคม 2553 ที่ TCDC (สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ) ห้อง Auditorium สำหรับรายชื่อผู้บรรยาย (Igniters) และหน้าลงทะเบียนเพื่อลงชื่อเข้างานนั้น ทีมงานจะอัพเดทให้ทราบต่อไปค่ะ

หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจเสนอหัวข้อการบรรยาย ร่วมฟังการบรรยาย รวมถึงเสนอชื่อ Igniters คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียนเลยค่ะ

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเป็นผู้จัดงาน กรุณาเมล์มาที่ ignitebangkok@gmail.com นะคะ




* วันที่ 16 – 21 กุมภาพันธ์ 2553 - ขอเชิญชมนิทรรศการ โครงการ Young Social Activator Project

มูลนิธิซิเมนต์ไทย (SCG Foundation) ร่วมกับกลุ่มนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม (YIY) ขอเชิญชมนิทรรศการผลงานการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของเยาวชนรุ่นใหม่ ในโครงการ Young Social Activator Project (YSAP) ภายใต้แนวคิด NEXT STEP : บทเรียนนอกตำรา “การเรียนรู้จาก บันได งู และก้าวเดินของหนูเอง” พบกับสุดยอดโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมถึง 48 โครงการ ซึ่งสร้างสรรค์โดยเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสา อายุระหว่าง 15– 22 ปี นำเสนอเรื่องราวการทำความดีผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ โครงการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการส่งเสริมด้านการเกษตร โครงการเพื่อการพัฒนาชุมชน โครงการเสริมสร้างทักษะความรู้ในเรื่องต่างๆ โครงการปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม โครงการทำขนมขาย และโครงการจัดการแสดงเพื่อระดมทุน เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการผลงานเยาวชนสร้างสรรค์สังคม ในโครงการ Young Social Activator Project (YSAP) ตั้งแต่วันที่ 16 – 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่ม เติมได้ที่ มูลนิธิซิเมนต์ไทย โทร 0 2586 5506

ทั้งนี้ จะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 15.30 – 19.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พบกับการเสวนา “กิจกรรมนอกตำรา: เยาวชนรุ่นใหม่ ใส่ใจสังคม” โดย ผู้ใหญ่ใจดีจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีใจเพื่อสังคมจากกลุ่มนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม (YIY) และตัวแทนเยาวชนคนเก่ง คนดี พร้อมชมการแสดงชุดพิเศษ อาทิ มายากลเพื่อน้อง ละครใบ้หน้าขาวอมชมพู สบทบด้วยการแสดงดนตรีอคูสติ กร็อกฟังสบาย จาก Bobby Swinger Band และมินิคอนเสิร์ตวงมัสคีเทียร์ โดย 4 หนุ่มโมเดิร์นร็อกจากเชียงใหม่




* วันที่ 6 มีนาคม 2553 - ดนตรีเพลง “สตรีสากล”

เนื่องในวันสตรีสากล ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง ซึ่งนักปฏิวัติในอดีตให้ความสำคัญเป็นพิเศษ งานดนตรีเพลงปฏิวัติวันสตรีสากลนี้จึงได้จัดขึ้น และหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน เยาวชนได้เข้าใจเสี้ยวประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้เห็นถึงความรัก ความเสียสละที่บริสุทธิ์ของที่แม้กระทั่งชีวิตยังยอมพลีให้เพื่อประเทศชาติ
.
งานนี้ไม่มีการเก็บค่าผ่านประตู แต่ขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เงินทุกบาทที่บริจาค ไม่หักค่าใช้จ่ายแต่มอบไว้ช่วยเหลืออดีตศิลปินเพลงปฏิวัติที่ขาดแคลนทุน ทรัพย์ และเพื่อช่วยเหลืออดีตนักปฏิวัติอาวุโสผู้ขัดสน (งานนี้เป็นงานวัฒนธรรม ไม่เกี่ยวกับการเมืองใด ๆ)
.
ลงชื่อจองที่นั่งฟังดนตรี (รับเฉพาะท่านผู้จองล่วงหน้า) หรือติดต่อสนใจสนับสนุนกิจกรรมของ “คณะจัดงานเพลงประชาชน วันสตรีสากล” สามารถติดต่อได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว โทรศัพท์: 08.2522.6064 (วันราชการ) Email: cpt.song@gmail.com เว็บไซต์ http://www.cpt-song.blogspot.com ที่นั่งมีจำกัด โปรดลงทะเบียนภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553
.
พบสหายคำราม, สหายเทิด ศิลปิน 66, สหายแวว ศิลปิน 82 และสหายหญิงอื่น ๆ ตลอดจนนักร้องรับเชิญอดีตนักปฏิวัติอีกหลายท่าน




* วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 - บรรยายสาธารณะ ปี 2553 ครั้งที่๒ -"คนไทใหญ่ขุนยวม"

ครั้งที่ ๒. วันพุธ ที่ ๑๗ เดือน กุมภาพันธุ์ พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.

“คนไทใหญ่ขุนยวม” ขอจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อนุสนธิจาก “คนขุนยวมไม่เอา Little Japan”

สมจิต สุวรรณบุษย์

การเสนอโครงการสร้าง “อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น”ซึ่งใช้พื้นที่สาธารณะของคนขุนยวมเน้น เรื่องราวของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒และใฝ่ฝันจะจัดการท่องเที่ยวเพื่อเชิญชวนชาวญี่ปุ่นสูงอายุมาพักอาศัยในขุน ยวมเป็นหลักดูจะเป็นโครงการจากรัฐที่ต้องการจัดการท่องเที่ยวโดยไม่สนใจฟัง เสียงคนท้องถิ่น อาจารย์สมจิต สุวรรณบุษย์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศน์สำนักงานการ ประถมศึกษาจังหวัดแม่ฮ่องสอนคือคนไทใหญ่ขุนยวมที่อาสาเป็นแกนนำเพื่อขอการ จัดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนด้วยฐานของสังคมวัฒนธรรมและวิธีคิดแบบคนขุนยวม นำเสนอโดยคนท้องถิ่น

“ บรรยายสาธารณะ ” โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ Lek-Prapai Viriyapant Foundation public lecture series

นำเสนอการบรรยายกึ่งเคร่งเครียดกึ่งผ่อนคลาย สบายๆ แบบมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ค้นหาความหมาย ข้อมูล เรื่องราวบอกเล่าที่สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของสังคม

เหมาะสำหรับผู้ต้องการขบคิดและถกเถียงอย่างสร้างสรรค์และไม่ชอบด่วนสรุปเพื่อหาข้อยุติ

ทุกวันพุธ กลางๆ เดือน หลังอาหารเที่ยง

เชิญมาร่วมฟังบรรยาย ฟรี

สำรองที่นั่งได้ที่ E-mail : lek_prapai@yahoo.com

ติอต่อสอบถาม 0-2280-3340 (ที่นั่งรับจำนวนจำกัด)

=>>ณห้องประชุม ชั้น 2 อาคารบริษัท ป๊อปปูล่า โบรกเกอร์ เชิงสะพานวันชาติใกล้ห้องอาหารดรรชนี แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:25:52 น.  

 
* วันที่ 15 กุมภาพันธ์2553 - เสวนาอุษาคเนย์วิชาการครั้ง2: จับกระแส ยุทธศาสตร์การเมืองพม่า 2010

“จับกระแส: ยุทธศาสตร์การเมืองพม่า 2010”

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์2553 เวลา 13.00-16.30 น.
ห้อง 301 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

12.30-13.00 น ลงทะเบียน
13.00-13.05 น แนะนำรายการ
โดย นิตยาภรณ์ พรหมปัญญา
อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
13.05-13.15 น กล่าวเปิดงาน
โดย ผศ. ชลดา โกพัฒตา
รักษาการ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
13.15-14.45 น รายการเสวนา
คิดแบบพม่า ว่าด้วยอุดมการณ์และรัฐธรรมนูญ
ผศ. วิรัช นิยมธรรม (13.15-13.45 น.)
ผู้อำนวยการศูนย์พม่าศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า: เปิดศึกหรือเจรจา?
พรพิมล ตรีโชติ (13.45-14.15 น.)
นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เปิดโปงอุโมงค์ลับกับการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในพม่า
ดุลยภาค ปรีชารัชช (14.15-14.45 น.)
อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14.45-15.00 น พักรับประทานอาหารว่าง
15.00-16.00 น สัมภาษณ์วิทยากรในรายประเด็นต่างๆ โดยผู้ดำเนินรายการ
16.00-16.30 น กิจกรรมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม

ดำเนินรายการโดย ณัฏฐา โกมลวาทิน พิธีกรประจำรายการ “ที่นี่..ทีวีไทย” (ไทยพีบีเอส)




* วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 - โครงการบรรยายทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ปี ๒๕๕๓

กำหนดการ โครงการบรรยายทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ปี ๒๕๕๓จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เรื่อง พระยาโบราณราชธานินทร์
ณ อาคารเรือนไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.

*********
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ลงทะเบียน
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๒๕ น. บรรยาย เรื่อง "เหลียวหลังแลอดีต : พระยาโบราณราชธานินทร์" โดยวิทยากร รศ.วรรณศิริ เดชะคุปต์ (ธิดาพระยาโบราณราชธานินทร์) และคุณพงศ์พร ครองญาติ
เวลา ๑๔.๒๕ - ๑๖.๐๐ น. รับประทานอาหารว่าง
เวลา ๑๔.๓๕ - ๑๖.๐๐ น. บรรยาย เรื่อง "พระยาโบราชธานินทร์กับประวัติศาสตร์และโบราณคดีอยุธยา" วิทยากร ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี
เวลา ๑๖.๐๐ น. มอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับฟังการบรรยาย
หมายเหตุ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด มีเอกสารแจกเฉพาะในงาน
สอบถามเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าฟังบรรยาย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โทร 035-241 587




* February 15th – 28th 2010- ART EXHIBTION “ILLEGAL, TEMPORARY AND PRECARIOUS STATES OF BEING – MIGRATION”

“ILLEGAL, TEMPORARY AND PRECARIOUS STATES OF BEING – MIGRATION”

ART EXHIBTION
February 15th – 28th 2010, Pridi Bhanomyong Institute,
Sukhumwit Soi 55 (BTS Thonglor), Bangkok, Thailand
JANUARY 25 2010 – The Pridi Bhanomyong Institute opens its new exhibition, Illegal, temporary and precarious states of Being- Migration on February 15th.


The exhibition will show from February 15th until February 28th 2010. “Illegal, temporary and precarious states of being- migration” highlights the contradictions in a world that relies on migrant labour but refuses to accept or appreciate the migrants who work. The last day of the exhibition coincides with the final date for migrants in Thailand to enter a process of regularization. Any migrant not doing so is threatened with arrest and deportation.
This exhibit combines the work of new and experienced artists and includes photographs, video, performance, and innovative installations.

• Liu Lifen uses her own experience of moving from the countryside to Kunming to create a performance video exploring how one carries one’s past wherever one goes in Carrying.
• Liz Hilton’s Reflecting on Today...imagining Tomorrow uses small toys to create a landscape highlighting opposing experiences of migration and gives the viewer a chance to re- create a better experience
• This is your room installation initiated by TWC2, Singapore, explores the space that migrant domestic workers live and work in.
• Thailurma Bound video of Estelle Cohenny explores the subject matter of borders as a person crosses back and forth, but never arrives anywhere. Her installation Everything reminds me to remember you#1 explores issues of inclusion and exclusion and statelessness.
• Omkoi District, Pa-an Village Video follows the Karen in their lives in the uplands and in the urban areas, sometimes in harmony, sometimes disjointed.
• The photographs of John Hulme and Nic Dunlop each explore in their own powerful manner the daily lives and journeys of Burmese migrants in Thailand.
• Tyred people utilizes the pond in the Institute to represent one of the unconventional modes of transport that migrants have to use because of their illegal status, a theme further explored in the drawings of Somchai Pinitsup.
• Maryanne Couts’ Thirst video looks at the internal personal precarious states of being inbetween.

The exhibition is organized by MAP Foundation (Thailand), Studio Xang (Thailand),The Asian Institute of Technology (AIT) and the University of Leeds (UK) supported by IDRC and Japan Foundation.
The opening is on February 15th from 6pm- 9pm. All Welcome.

The exhibition will be open daily from 9am – 5pm from February 16th – 28th 2010.
For further information please contact:
Kanokporn Jaroenrith Tel. 080-521155 email: kanokporn@ait.ac.th
Pimsiri Petchnamrob Tel. 081-340-5409 email: p.petchnamrob@gmail.com
http://www.pridiinstitute.com/
or email: precariousmigrants@gmail.com
Illegal, Temporary and Precarious States of Being – Migration Feb 15th 2010 6pm
Art Performance byPadungsak Kochasamrong 6.30pm
Music with Paradon 7.30pm
Meet the Artists Drinks and Snacks will be served 7.30pm Meet the Artists Drinks and snacks will be served




*วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553- วันรักนกเงือก นัดพบ"16ก.พ."

ทุก วันที่ 13 ก.พ.ของทุกปี ทางมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก จะจัดงาน "วันรักนกเงือก" เป็นประจำทุกปี โดยยึดถือวันที่ 13 ก็เพื่อให้ใกล้เคียงกับวันแห่งความรัก 14 ก.พ.

เหตุที่โยงนกเงือกมาสู่วันวาเลนไทน์ ก็เนื่องจากวิถีชีวิตอันโดดเด่นของนกเงือก เหนือกว่าสัตว์โลกอีกมากมาย ก็อยู่ที่ "ความรัก" นี่แหละ

เพราะนกเงือกเป็นสัตว์ครองคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว ตลอดชีวิต!

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปีนี้มีวันตรุษจีนเข้ามาเบียด ทางมูลนิธิจึงเลื่อนการจัดไปเป็นวันที่ 16 ก.พ.แทน ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.

สถานที่ สวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6

ตั้งชื่อตอนประจำปีนี้ว่า "รักแท้"

ก่อนถึงวันสำคัญของผู้มีหัวใจอนุรักษ์ ได้มีการเปิดแถลงข่าว ด้วยรูปแบบล้อมวงคุยกัน ที่ร้านขนมเค้ก Something Sweet ซอยสาทร 8

โดย ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ นักวิจัยนกเงือกมือหนึ่งของโลก นิวัติ กองเพียร ผู้เป็นแม่งานหาทุนให้มูลนิธิมาตลอด และสมพล ชัยสิริโรจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า Hornbill ซึ่งก็ร่วมงานกับมูลนิธิมานานแล้วเช่นกัน

มีการให้ความรู้แก่สื่อมวลชนอย่างย่นย่อ เกี่ยวกับความน่าสนใจของนกเงือก

ดร.พิไลบอกว่า นกเงือกเป็นสัตว์โบราณ ถือกำเนิดในโลกมาร่วม 50 ล้านปีแล้ว

จากนกเงือก 13 ชนิดในเมืองไทย มีอยู่ 3 ชนิดที่มีสายเลือดเป็นบรรพบุรุษของนกเงือกทั้งมวล ได้แก่ นกชนหิน นกเงือกหัวหงอก และนกเงือกคอแดง

เล่าถึงภาระหนักหน่วงของนกพ่อ ที่ต้องหาเหยื่อมาป้อนใส่โพรงให้นกแม่และนกลูกนานหลายเดือน

ถ้าพ่อนกมีอันเป็นไปก่อน ไม่ว่าด้วยเหตุใด นกแม่และนกลูกก็ต้องอดอาหารตายตามกันไปด้วย

ดร.พิไลยังเล่าถึงความก้าวหน้าในงานอนุรักษ์นกเงือกไทย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นผู้นำของโลกตัวจริงเสียงจริง

นักวิจัยจากประเทศไหนๆ ก็ต้องมาขอเรียนรู้วิธีการจากมูลนิธิแทบทั้งสิ้น

ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา ยังเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการจับนกเงือกใส่เครื่องติดตามตัวผ่านดาวเทียม

เป็นนกกก 4 ตัว นกเงือกกรามช้าง 3 ตัว ในพื้นที่ป่าเขาใหญ่

และนกเงือกคอแดงแห่งห้วยขาแข้งอีก 3 ตัว

นกเงือกถือเป็น Umbrella Species คือแค่เราสามารถอนุรักษ์นกเงือกไว้ให้ได้เท่านั้น

สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใต้ร่มเงาของนกเงือก ก็จะอยู่สุขสบายกันถ้วนหน้า

สำหรับรายละเอียดงานวันรักนกเงือกนั้น จะมีกิจกรรมต่างๆ ด้านการอนุรักษ์นกเงือก การออกร้าน

เสริมด้วยความบันเทิงจากศิลปินดารานักร้องที่มีใจมาช่วย เช่น สินเจริญบราเธอร์ โยคีเพลย์บอย ศิลปิน AF นก-ฉัตรชัย โน้ต-วัชรบูลย์ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล จี๊ด-แสงทอง อุ๋ย-นนทรีย์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และอีกมากมาย ร่ายไม่หมด

ภายในสวนนกเงือก สถานที่จัดงานนั้น ยังมีรังนกเงือกจำลองครบทั้ง 13 ชนิด ให้เดินดูเป็นความรู้ด้วย เพราะการจะไปดูของจริงให้ครบ สำหรับคนทั่วไปอยู่ในระดับ "เป็นไปไม่ได้"

ไม่ว่าชีวิตจริงของคุณจะสมบูรณ์แบบไม่แพ้นกเงือก

หรือเป็นแค่ปุถุชน บางเวลาก็ขี้เกียจทำมาหาเลี้ยงลูกเมีย

หรือแม้แต่โลดโผนอย่างกะไทเกอร์ วูดส์

มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ยินดีต้อนรับทุกท่าน!


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:26:42 น.  

 
*สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2553- รับนักศึกษาฝึกงานช่วงฤดูร้อน?

พระจันทร์เสี้ยวการละคร
เปิดรับนักศึกษาฝึกงานช่วงฤดูร้อน
เมษายน-พฤษภาคมนี้

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2553

ติดต่อที่
email: crescentmoon_theatre@yahoo.com
โทร 083 995 6040 (ใหม่)




*วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553- โครงการสัมมนาวิชาการ หัวข้อ“สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ เครือข่ายพลเมืองเน็ต (ThaiNetizen), เว็บไซต์ iLaw.or.th และเว็บไซต์ OpenThaiDemocracy.com จัดโครงการสัมมนาวิชาการ หัวข้อ

“สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

ณ ห้อง LT1 (ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร) คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
(ท่าพระจันทร์)
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 น.

== กำหนดการ ==

เวลา 12.30 – 13.00 น.
ลงทะเบียน

เวลา 13.00 – 16.00 น.
สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

หัวข้อ "การเฝ้าระวังโดยรัฐกับความเป็นส่วนตัวของประชาชน"
โดย คุณสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร*

หัวข้อ "การสืบสวนสอบสวนบนโลกอินเทอร์เน็ต ในพื้นที่ไม่สาธารณะ"
โดย ธงชัย แสงศิริ* ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)*

หัวข้อ "ที่มา และจุดยืนของรัฐต่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"
โดย คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย* รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี*

หัวข้อ "แนวคิดและกฎหมายว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล:
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการคุ้มครองในโลกออนไลน์"
โดย อาจารย์สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

หัวข้อ "การใช้มาตรการเฝ้าระวังโดยรัฐ : บทบาทและผลกระทบต่อผู้ประกอบการ"
โดย คุณศุภสรณ์ รุ่งโรจน์วุฒิกุล ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทรู
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หัวข้อ "ดุลยภาพระหว่าง การป้องปราม กับเสรีภาพของประชาชนพลเน็ต"
โดย คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต และบล็อกเกอร์ "คนชายขอบ"

ดำเนินรายการโดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

เวลา 16.00 – 17.00 น.
ผู้เข้าร่วมการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปการสัมมนา

เวลา 17.00 น.
ปิดการสัมมนา

หมายเหตุ: *วิทยากรอยู่ระหว่างการติดต่อ

ชมถ่ายทอดสดได้ทาง http://prachatai.com/live




*วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ – วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 - การแสดงภาพ ศิลปะ “กรุณาแห่งรัก : 2 สัปดาห์แห่งการแสดงออกซึ่งความงาม ความดี และ ความรัก”

เวลา 10.00-20.00 น. (ยก เว้นวันจันทร์) ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 ห้องฉายภาพยนตร์ 1-2 และลานด้านหน้าห้องฉายภาพยนตร์

การแสดงภาพ ศิลปะจากศิลปินชั้นนำของประเทศกว่า 50 ชิ้น อาทิ อังคาร กัลยาณพงศ์ ช่วง มูลพินิจ ประเทือง เอมเจริญ และศิลปินจากศานตินิเกตัน ประเทศอินเดีย มาร่วมสร้าง สรรค์ผลงาน เพื่อรำลึกถึงความงาม ความดี และความรัก ของ อ.กรุณา และ อ.เรืองอุไร กุศลาสัย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะ ประทีป =

วันเปิดงาน : วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553

15.00-16.00 น. สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติลงทะเบียน
16.00-16.15 น. สีแพร เมฆาลัย แหล่ประวัติ อ.กรุณา กุศลาสัย
16.15-17.00 น. สนทนาประสานักวาดภาพ “ศิลปะและศานติ”
- หงส์จร เสน่ห์งามเจริญ ศิลปินและที่ปรึกษาบางกอก แกลเลอรี่
- ธวัชชัย สมคง ศิลปินและบรรณาธิการนิตยสาร Fine art
- ปรีดา ข้าวบ่อ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ "แม่คำ ผาง"
- ทวีศักดิ์ พึงลำภู ดำเนินรายการ
17.00-17.30 น. ดนตรี “Jazz for Love” จากกลุ่มนักดนตรีรุ่นใหม่
17.30-18.00 น ชมวีดีทัศน์ “กรุณา-เรืองอุไร”
18.00-18.10 น. ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวต้อนรับ
18.10-18.20 น. อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวปาฐกถา “กรุณาแห่งรัก”
18.20-18.30 น. คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะ ประทีป ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และเชิญผู้อำนวยการสำนักงานอุทยาน การเรียนรู้ และ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ร่วมกันจุดเทียนที่ประติมากรรม “หนังสือเทียน”
18.30-19.00 น. เข้าชมภาพนิทรรศการศิลปะ “กรุณาแห่งรัก : 2 สัปดาห์แห่ง การแสดงออกซึ่งความงาม ความดี และความรัก”




*วันที่ 16 -19 กุมภาพันธ์ 2553 - เทศกาลภาพยนต์ ธิเบต

ณ ห้องประชุมชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

Download โปสเตอร์และรายละเอียดการจัดเทศกาลภาพยนตร์ธิเบต

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553
15.00-16.45 น. ภาพยนตร์เรื่อง Unmistaken Child (สารคดี 1.45 ช.ม.)
17.00 -18.00 น. วิจารณ์หนังโดย ภิกษุณีธัมมนันทา
ทวีศักดิ์ พึงลำภู ดำเนินรายการ
18.00-20.15 น. ภาพยนตร์เรื่อง Kundun ( ภาพยนต์ 2.15 ช.ม.)
วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553
15.00 -17.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Tibet:Cry of the snow lion (สารคดี1.50 ช.ม.)
17.00 -18.00 น. วิจารณ์หนังโดย จีระนันท์ พิตรปรีชา
ทวีศักดิ์ พึงลำภู ดำเนินรายการ
18.00-19.45 น. ภาพยนตร์เรื่อง Himalaya ( ภาพยนต์ 1.45 ช.ม.)

วันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553
16.00 -16.50 น. ภาพยนตร์เรื่อง The Tibetan book of dead (สารคดี 50 นาที )
17.00 -18.00 น. วิจารณ์หนังโดย ธีรภาพ โลหิตกุล
ทวีศักดิ์ พึงลำภู ดำเนินรายการ
18.00 -19.30 น. ภาพยนตร์เรื่อง Dreaming Lhasa ( ภาพยนต์ 1.30 ช.ม.)

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553
15.30 -17.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Windhorse (ภาพยนต์ 1.30 นาที)
17.00 -18.00 น. วิจารณ์หนังโดยสกุล บุญยทัต ****** อยู่ ระหว่างประสาน งาน
ทวีศักดิ์ พึงลำพู ดำเนินรายการ
18.00 -19.30 น. ภาพยนตร์เรื่อง The cup ( ภาพยนต์ 1.30 ช.ม.)

สอบถามรายละเอียด
โทรศัพท์ 02-860-2194 โทรสาร 02-860-1277 และ 085-215-4977
E-mail: aoy@semsikkha.org / info@wongsanit-ashram.org
เว็บไซด์ http://www.snf.or.th
( http://www.snf.or.th/index.php? option=com_content&view=article&id=81:-16-19- 2553&catid=4:2009-05-29-09-32-51&Itemid=8 )


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:27:43 น.  

 
*วันที่ 5-10 มีนาคม 2553 - จากหิมาลัยสู่เจ้าพระยา เทศกาล ศาสนา ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรมธิเบต

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพม หานคร


“วันนี้เรากำลังอยู่ ในช่วงเวลาวิกฤต ชาติของเรามีวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เผชิญหน้า กับความเสี่ยงต่อการล่ม สลายอยู่ในตอนนี้

เราจึงต้องการช่วยเหลือจากทุกคนและจากประชาคมนานาชาติ เพื่อ ปกป้องวัฒนธรรมขอเรา วัฒนธรรมที่เป็นดั่งมรดกโลก การปกป้องวัฒนธรรมเก่าแก่

จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ต่อชาติของตนเองเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหน้าที่ต่อประชาคมโลกทั้งหมด ด้วย”

“องค์ทะไลลามะ”

เพื่อแสดงความนบนอบเคารพต่อศรัทธาที่มีกับองค์ทะไลลามะ และด้วยเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของธิเบตที่ยังทรงคุณค่ามูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จึงจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมธิเบตให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทยและ สังคมโลก และ ร่วมสร้างความเป็นธรรมให้กับคนธิเบตที่พลัดถิ่นในอินเดีย โดยจัดกิจกรรมเทศกาลศาสนา ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรมธิเบต ในหัวข้อ “จากหิมาลัยสู่เจ้าพระยา” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 5 -11 มีนาคม 2553 ณ กรุงเทพมหานคร และเชียงราย

การจัดงานใน ครั้งนี้ทางมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เป็นองค์หลักในการระดมทุน และจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดงแต่รายรับยังไม่ครอบ คลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในการจัดงาน จึงบอกกล่าวมายังกัลยาณมิตรทุกท่านช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ด้วย เพื่อสืบทอดคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมและสร้างเสริมสิ่งที่ดีงามสู่สังคม

ดังที่องค์ทะ ไลลามะประมุขแห่งธิเบต ได้กล่าวถึงวัฒนธรรมธิเบตไว้ว่า “วันนี้ เรากำลังอยู่ใน ช่วงวิกฤต ชาติของเรามีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่เผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่อการล่มสลาย เราจึงต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนและจากประชาคมนานาชาติเพื่อปกป้อง วัฒนธรรมของเราที่เป็นดั่งมรดกโลก การปกป้องวัฒนธรรมเก่าแก่จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ต่อ ชาติของตนเองเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหน้าที่ต่อประชาคมโลกทั้งหมดด้วย”

บอกกล่าวมา ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกัลยาณมิตรทุก ท่าน และขอขอบพระ คุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาภาภร คำเจริญ โทร. 085-215-4977

Download จดหมาย ขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรม

Download รายละเอียดโครงการจากหิมาลัยสู่เจ้าพระยา เทศกาล ศาสนา ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรมธิเบต

ปาฐกถาโดย Mrs. Jetsun Pema (น้องสาวองค์ทะไลลามะ)

ปาฐกถา “การกลับมาเกิดใหม่ในแง่วัชรยาน” และปฏิบัติภาวนาแบบธิเบต โดย Geshe Damdul Namgyal ล่ามประจำ องค์ทะไลลามะ

เสวนา “การเวียนว่ายตายเกิดในโลกสมัยใหม่” และ “ธิเบต...ชีวิตบนหลังคาโลก”

นิทรรศการภาพองค์ทะไลลามะและวิถีแห่งธิเบต

สาธิตการทำ มนฑลแห่งการตรัสรู้จากทรายและ เนย (Sand Mandala /Butter Sculpture)

การวาดภาพทังก้า การเขียนอักษรธิเบต

ออกร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับธิเบต

การแสดงวัฒนธรรมและดนตรี จากสถาบันศิลปะการ แสดงธิเบต (TIPA)

รอบ ปฐมทัศน์ วันศุกร์ที่ 5 มี.ค. 2553 เวลา 19.00 น.

บัตรราคา 3,000 บาท การแสดงรอบทั่วไป บัตรราคา 1,000 บาท

เปิดแสดง

* วันเสาร์ที่ 6 และ อาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 2553 จัดแสดง 2 รอบ เวลา 14.30 น. และ 17.00 น.
* วันอังคารที่ 9 และ วันพุธที่ 10 มี.ค. 2553 เวลา 17.00 น.

สอบ ถามรายละเอียดและจองตั๋วการแสดงดนตรี จากสถาบันศิลปะการแสดงธิเบต (TIPA) ได้ที่
โทรศัพท์ 02-860-2194 โทรสาร 02-860-1277 และ 085-215- 4977
E-mail: aoy@semsikkha.org / info@wongsanit-ashram.org
เว็บไซด์ http://www.snf.or.th

จัด โดย
มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
กลุ่มดินสอสี
หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร




*19–21 กพ.53 มีหลายคอร์ส หลายเวลาให้เลือก - เรียนรู้ 'ความตาย' น้อมใจรับอย่างกล้าหาญ?

วันที่จัด ประเภทอบรม วิทยากร บริจาคร่วมกิจกรรม

19–21 กพ.53 ขั้นพื้นฐาน พระไพศาล ธวัชชัย วรรณา สุชาดา กานดาวศรี 4,500 บาท
2-4 เมย. 53 ขั้นพื้นฐาน พระไพศาล ปรีดา พูลฉวี กานดาวศรี 4,500 บาท
21-23 พค. 53 ขั้นพื้นฐาน พระไพศาล ธวัชชัย วรรณาสุชาดา กานดาวศรี 4,500 บาท
17-19 กค. 53 ขั้นพื้นฐาน พระไพศาล ปรีดา พูลฉวี กานดาวศรี 4,500 บาท
11-14 พย. 53 ขั้นทักษะนำทางจิตวิญญาณ
(ต้องผ่านการอบรมขั้นพื้นฐานมาก่อน) พระไพศาล ปรีดา พูลฉวี กานดาวศรี ปรีดา ธวัชชัยวรรณา สุชาดา พูลฉวี 5,900 บาท
17-19 ธค. 53 ขั้นพื้นฐาน(เฉพาะผู้ที่อยู่ภาคเหนือเท่านั้น) พระไพศาล หมอเต็มศักดิ์ กานดาวศรี อยู่ระหว่างประสาน

จำนวนรับสมัคร36 ท่าน ต่อครั้ง ดาวน์โหลดใบสมัคร

สถานที่จัดแสนปาล์ม เทรนนิ่งโฮม กำแพงแสน จ.นครปฐม แผนที่

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
จงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ สาวิตรี กำไรเงิน
โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6 e-mail: semsikkha_ram@yahoo.com

เกริ่นนำการเผชิญความตายอย่างสงบ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่เราจะคิดและทำให้จิตสงบได้ในทันทีทันใด เพราะในทัศนะของเราความตายเป็นสิ่งที่จะมาพรากเอาทุกอย่างที่รักและมีอยู่ไป ไม่มีอะไรที่เราจะยึดเอาไว้ได้อีกต่อไป แม้แต่ร่างกายและตัวตนของเรา ดังนั้นเราจำต้องฝึกฝนและลงมือสร้างปัจจัยต่างๆ ที่เอื้อต่อความมั่นคงทางใจให้ถึงพร้อม อย่างไรก็ตาม การตายอย่างสงบก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของมนุษย์ทุกผู้คน

การเรียนรู้เกี่ยวกับ “ความตาย” ทำให้เราปรับทัศนคติในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ฝึกฝนจิตให้ตั้งมั่นในความตระหนักรู้อยู่เสมอทุกลมหายใจ หากเราสามารถทำความเข้าใจและน้อมใจยอมรับความตายอย่างกล้าหาญ ว่าเป็นความจริงของชีวิต พร้อมกับการสร้างบรรยากาศของความสงบและปล่อยวางจากภาระที่คั่งค้างใจ เพื่อให้ความตายที่จะมาถึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป แต่กลับเป็นโอกาสทองในการพัฒนาทางจิตวิญญาณให้คลายความยึดมั่นทั้งปวง และแน่วแน่สู่ความแจ่มชัดในธรรมะขั้นสูงต่อไป

นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาล จะได้กลับมาทำความรู้จัก เรียนรู้ “เรื่องความตาย ในอีกความหมายหนึ่งของชีวิต” ที่นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนเอง หากสิ่งเหล่านี้ยังจะสามารถนำไปช่วยเหลือ เยียวยา เอื้อประโยชน์ต่อผู้ป่วยและญาติที่ต้องการคนที่เป็นที่พึ่งพิงทั้งกายและใจเช่นท่านอีกด้วย

เนื้อหาทำความเข้าใจเรื่อง “แนวคิดพื้นฐานและการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องความตาย”
ทำ พิธีกรรมเพื่อแสดงออกถึงผู้ที่จากไป เช่น เขียนความในใจถึงผู้ล่วงลับ และอุทิศส่วนกุศล เพื่อน้อมนำสู่การพิจารณาหลักไตรลักษณ์หรือการปลงสังขาร
ฝึกทดลองเตรียมตัวตายอย่างมีสติและการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท
ทำวิสัยทัศน์ชีวิตและสมดุลชีวิต เพื่อรูปธรรมในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและเกิดสมดุลแห่งชีวิตตามหลักพุทธธรรม
ฝึกฝนการทำสมาธิภาวนา
ฝึกทักษะการดูแลและให้สติผู้ป่วยระยะสุดท้ายผ่านสถานการณ์จำลอง และฝึกภาวนาร่วมกับผู้ป่วย
วิทยากรพระ ไพศาล วิสาโล กานดาวศรี ตุลาธรรมกิจ ปรีดา เรืองวิชาธร พูลฉวี เรืองวิชาธร ธวัชชัย โตสิตระกูล วรรณา จารุสมบูรณ์ สุชาดา โตสิตระกูล นพ.เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี สุรีย์ ลี้มงคล และนพ.พรเลิศ ฉัตรแก้ว
(วิทยากรหลักนำโดยพระไพศาล วิสาโล และท่านอื่นๆ จะสลับหมุนเวียนแต่ละครั้งของการอบรม)

ตารางการอบรม
วันที่ 1 ของการอบรม


07.00 *** นัดเจอกันที่ท๊อปซูปเปอร์มาร์เก็ต ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน)
08.30 – 09.00 รับประทานอาหารเช้า และลงทะเบียนที่ห้องประชุม
09.00 – 12.15 กิจกรรมแนะนำตัว กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ความคาดหวัง ข้อตกลงร่วม และบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดต่อเรื่องความตายในสังคมปัจจุบัน
12.15 – 13.15 อาหารกลางวัน
13.15 – 14.00 ผ่อนพักตระหนักรู้ (นอนภาวนา)
14.00 – 17.00 แบ่งปันความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมปัจจุบันต่อเรื่องความตาย และภาวะใกล้ตาย และเหตุปัจจัยที่กำหนดความรู้สึกนึกคิดนั้น
18.00 – 19.00 อาหารเย็น
19.00 – 19.30 สมาธิภาวนา
19.30 – 21.30 แลกเปลี่ยน “สภาพการตายที่พึงปรารถนาในมิติต่างๆ” และทำความเข้าใจเรื่องภาวะใกล้ตายและคติใกล้ตาย ทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ

วันที่ 2 ของการอบรม

07.00 – 08.00 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลเพื่อน้อมนำสู่การพิจารณาหลักไตรลักษณ์ หรือการปลงสังขารและสมาธิภาวนา
08.00 – 08.45 อาหารเช้า
08.45 – 09.05 สมาธิภาวนา
09.05 – 12.15 หลักการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่นำไปปฏิบัติได้จริง และฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายผ่านสถานการณ์จำลอง
12.15 – 13.15 อาหารกลางวัน
13.15 – 14.00 ผ่อนพักตระหนักรู้ (นอนภาวนา)
14.00 – 17.00 กิจกรรมสื่อความในใจถึงผู้ล่วงลับ
18.00 – 19.00 อาหารเย็น
19.00 – 19.30 สมาธิภาวนา
19.30 – 20.00 เขียนพินัยกรรมชีวิต
20.00 – 21.30 พิจารณามรณสติ (ตายก่อนตาย)


วันที่ 3 ของการอบรม

07.30 – 08.45 อาหารเช้า
08.45 – 09.05 สมาธิภาวนา
09.05 – 12.15 ฝึกภาวนาโพวา และฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (ต่อ) พร้อมทั้งสรุปหลักการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
12.15 – 13.15 อาหารกลางวันและเดินทางไปโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม
14.00 – 17.00 ฝึกภาวนาทองเลน เยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลศูนย์นครปฐมเพื่อรับฟังให้กำลังใจและภาวนาร่วมกัน สรุปประเมินผลการอบรม

หมายเหตุ กำหนดการอบรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เสื้อกันหนาว (ห้องประชุมมีเครื่องปรับอากาศ)

2. ยารักษาโรคส่วนตัว (ถ้ามี)

3. ชื่อของบรรพบุรุษหรือผู้ที่ต้องการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ และมีพิธีถวายสังฆทานร่วมกัน ท่านสามารถนำของมาทำบุญตามกำลังสมควร




*วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2553 - งานตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช

มีงานตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน การออกร้านจำหน่ายอาหารและของที่ระลึก รวมทั้งคอนเสิร์ตจากแกรมมี่ (บี้-รุจ-สิงโต The Star)


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:28:39 น.  

 
*20 – 21 กุมภาพันธ์ 2553 - ทาสีกุฏิดิน+ ป่าชายเลน

แนวคิดในการจัด

วัดลิ้นช้างเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่ หมู่บ้านลิ้นช้าง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ชายแดนด้านทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ในปัจจุบันได้มีผู้สนใจมาปฏิบัติธรรมจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ทางวัดยังขาดอาคารที่เหมาะสมสำหรับการนั่งปฏิบัติจิตภาวนา และหลังจากได้จัดกิจกรรมไปช่วยกันสร้างหอปฏิบัติธรรมดินที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ แล้วพบว่าหอปฏิบัติธรรมดินที่กำลังจะเสร็จมีอุณหภูมิภายในอาคารเย็นกว่าด้าน นอก

ซึ่ง ต่อไปคาดว่าจะใช้เป็นอาคารปฎิบัติธรรมสำหรับ ผู้มาปฏิบัติธรรมที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนอกจากนี้ยังพบว่าการสร้างหอ ปฏิบัติธรรมดินในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมระหว่าง วัด , ชาวบ้านและผู้สนใจ จำนวนมาก ดังนั้นจึงมีผู้สนใจเข้ามาปฎิบัติธรรมมากขึ้น ทำให้อาคารที่พักขาดแคลน จึงมีแนวคิดที่จะสร้างกุฏิดินให้พระสงฆ์ไว้เพื่อจำวัดด้วย โดยแยกออกจากพื้นที่ ของโยม

แนวคิดในการ ปลูกป่าชายเลน

หลังจากที่ ทีมงานบ้านดินไทย หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายจิตอาสา ได้จัดกิจกรรม อาสาสมัคร ช่วย อนุรักษ์ธรรมชาติในหลาย กิจกรรมที่ผ่านมา เช่น โครงการปลูกป่าสร้างฝาย ไทยประจัน ราชบุรี โครงการปลูกป่าให้ช่าง กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันต์ โครงการอาสาช่วยปลูกปะการัง ตามแนวพ่อหลวง ฯลฯ ตลอดจนโครงการที่ช่วยเหลือสังคม เช่น โครงการอาสาสร้างศูนย์เรียนรู้ดินและปลูกปะการัง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจาก อาสาสมัครทั่วไป มีอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง จนบางกิจกรรมต้องเปิดหลายรอบ ดังนี้เพื่อสานเจตนาเพื่อลดโลกร้อยจึงจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนต่อในจังหวัดสมุทรสงคราม

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 53

06.00 น. - 07.00 น. นัดรวมตัวขึ้นรถบัส
07.00 น. – 08.30 น. เดินทางสู่ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน
08.30 น. – 10.00 น. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธุ์
10.00 น. – 11.00 น. ชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับ ระบบนิเวศ ชายฝั่ง
11.00 น. – 14.00 น. นั่งเรือออกปากอ่าวไปบริเวณป่าชายเลน ทั้งเรียนรู้ป่าชายเลน และร่วมปลูกป่า
ปลูกเสร็จ จะเล่นน้ำ ไถเลนก็ได้ และพาชมการเลี้ยงหอยแมงภู่ หอยนางรมปากอ่าว
และถ้าน้ำทะเลเป็นใจ ก็สามารถงมหอยแครงได้ ทานข้าวเที่ยงบนเรือ ในร่มป่าชายเลน
14.00 น. - 14.30 น. ช่วยกันให้อาหารลิง แสม ในป่าแสม และนั่งเรือเข้าฝั่ง
14.30 น. - 15.00 น. อาบน้ำ ล้างตัว
15.00 น. - 17.00 น. เดินทางสู่ที่พัก
17.00 น. - 18.00 น. รับประทานอาหารเย็น

วันอาทิตย์ที่ 21กุมภาพันธ์ 53

08.00 น. – 09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.00 น. – 09.30 น. ฟังบรรยายเรื่องบ้านดินจากวิทยากร กลุ่มบ้านดินไทย
09.30 น. – 10.00 น. เรียนรู้การทำก้อนดิน + เรียนรู้เรื่องการก่อผนังดิน
10.00 น. – 12.00 น. ช่วยกันทาสีดินเคลือบผนังห้องสมุดดิน
12.00 น. - 13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 น. - 15.30 น. ช่วยกันทาสีดินเคลือบผนังห้องสมุดดิน ต่อ
15.30 น.– 16.00 น. เรียนรู้เรื่องการ ทำเฟอร์นิเจอร์ดิน
16.00 น. – 19.00 น. เดินทางกลับกทม โดยสวัสดิภาพ

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ

1. ได้ทำบุญสร้างกุฏิดินร่วมกัน
2. ได้เรียนรู้เทคนิคการทำบ้านดินเบื้องต้น
3. ได้เรียนรู้ลงมือทำเฟอร์นิเจอร์จากดิน ฯลฯ
4. ได้ร่วมลดโลกร้อนโดยการปลูกป่าชายเลน
5. ได้เพื่อนที่มีความคิดเดียวกัน

สวัสดิการ

1. มีอาหาร ให้ 5 มื้อ
2. มีรถรับส่งจากกรุงเทพฯ - จุดจัดกิจกรรม
3. พักในศาลาหลังใหญ่ให้ (ท่านที่มีเต้นท์ถุงนอนสามารถนำมาด้วยได้ครับ)
4. มีเสื้ออาสาบ้านดินแจกทุกท่าน

(สมัครคลิ๊กที่นี่)

(สมทบค่าใช้จ่าย ท่านละ 1,190 บาท รับสมัครอาสาเพียง 50 ท่าน)

ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา

โอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์

ชื่อบัญชี สุรัช สะราคำ เลขบัญชี ๒๓๕-๒-๐๓๓๔๘-๔ ออมทรัพย์เมื่อโอนแล้วกรุณา

โทรยืนยันการโอน ที่ 086-770-2233 และส่งเมลย์รายชื่อนามสกุลของอาสาทุกท่านพร้อมเบอร์โทรศัพท์

(บอกวันเวลาการโอนและธนาคารที่โอน)ไม่ต้องส่งสลิปมา

โดยส่งรายละเอียดมาที่ yobaandin@hotmail.com




*17-19 ก.พ.2553 - เชิญร่วมประชุมวิชาการระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2553

1st Thai Health Information System Conference 2010

“ข้อมูลสุขภาพเข้มข้น สุขภาพชุมชนเข้มแข็ง”

(Wealthy Information for Healthy Communities)

วันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร

กำหนดการประชุม

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553


9.00 – 10.15 น. พิธีเปิด
บรรยายพิเศษ : “ข้อมูลสุขภาพเข้มข้น สุขภาพชุมชนเข้มแข็ง”
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 12.00 น. อภิปรายหมู่ 1 : เข็มมุ่งการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ เริ่มต้นที่พื้นที่
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.30 น. ห้องย่อยที่ 1 : พลังของข้อมูลกับการจัดการปัจจัยคุกคามสุขภาพในพื้นที่
ห้องย่อยที่ 2: การควบคุมโรคและปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ บทบาทพื้นฐานของระบบข้อมูล
ห้องย่อยที่ 3 :ตกผลึกบทเรียนการพัฒนาข้อมูลเพื่อบริการสุขภาพในพื้นที่
13.00 – 14.30 น. ปมปัญหาสิ่งแวดล้อม กับบทบาทของข้อมูล คำตอบของหลายคำถาม
ทางเลือกการบูรณาการระบบข้อมูลเพื่อการจัดการโรคเรื้อรังในพื้นที่ ภาระหนักของระบบสุขภาพ
ข้อมูลบริการปฐมภูมิ รากฐานของข้อมูลเพื่อบริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ
14.30 – 15.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง และนำเสนอโปสเตอร์
15.00 – 16.30 น. ความท้าทายในการจัดการข้อมูลอุบัติเหตุและภาวะฉุกเฉินในพื้นที่
ค้นหาคำตอบ ระบบข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อการเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่
ผสานข้อมูลระดับอำเภอ พื้นฐานของการพัฒนาระบบบริการและบริหารการคลังสุขภาพ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

9.00 – 12.00 น. ห้องย่อยที่ 1 : พลังของข้อมูลกับการจัดการปัจจัยคุกคามสุขภาพในพื้นที่
ห้องย่อยที่ 2: การควบคุมโรคและปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ บทบาทพื้นฐานของระบบข้อมูล
ห้องย่อยที่ 3 : ตกผลึกบทเรียนการพัฒนาข้อมูลเพื่อบริการสุขภาพในพื้นที่
9.00 – 10.15 น. ข้อมูลสุขภาพในฐานะเครื่องมือสำหรับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
การตาย และภาวะสุขภาพ ข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ที่ยังต้องพัฒนา
จุดประกายข้อมูลและระบบสารสนเทศโรงพยาบาล เพื่อการพัฒนาคุณภาพบริการ
10.15 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่างและนำเสนอโปสเตอร์
10.45 – 12.00 น. สถานะและบทบาทของข้อมูลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
เกาะประเด็นร้อน ข้อมูลเพื่อการควบคุมการระบาดของโรคในชุมชน
จัดกระบวนข้อมูลสุขภาพระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพหลากมิติ
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. อภิปรายหมู่ 2 : ทางเลือกและทางออกการบูรณาการระบบข้อมูลสุขภาพระดับพื้นที่กับระดับชาติ
ปิดการประชุมวิชาการ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553

9.00 – 10.15 น. สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น
พิจารณาแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพแห่งชาติ
10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.30 – 12.00 น. สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น
พิจารณาแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพแห่งชาติ (ต่อ)
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 15.00 น. นำเสนอชุดดัชนีชี้วัดสุขภาพแห่งชาติ และบทบาทในการติดตามระบบสุขภาพในภาพรวมของประเทศ

หมายเหตุ: การประชุมวิชาการ อยู่ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นเวทีสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ สามารถเข้าร่วมในเวทีสมัชชาสุขภาพได้




*ทุนเรียนฟรี พร้อมที่พักระหว่างเรียน ที่เคมบริดจ์?

ทุนเรียนฟรี พร้อมที่พักระหว่างเรียน ที่เคมบริดจ์ 1 ปี หลักสูตร สำหรับหลักสูตร IELTS-EFL และ Pre-Master

ตอนนี้ที่ทำงาน Cambridge Seminars College มีโครงการมอบทุนการศึกษาอีก 30 ทุน สำหรับหลักสูตร IELTS-EFL และ Pre-Master เป็นทุนเรียนฟรี 1 ปีการศึกษา (3 เทอม) พร้อมที่พักระหว่างเรียน 1 ทุน และทุนค่าที่พักระหว่างเรียนทั้ง 2 หลักสูตร อีก 29 ทุน

สำหรับโรงเรียนหรือสถาบันที่มีนักเรียนได้ทุนนี้ วิทยาลัยยังมอบทุนให้กับโรงเรียนอีก 10000 บาท ต่อนักเรียนที่ได้ทุน 1 คนค่ะ

รายละเอียดทุน สามารถติดตามได้ที่หน่วยงานที่สังกัด สกอ กพ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ กรมอาชีวศึกษา และ การศึกษาเอกชน แต่กลัวไม่มีใครไปอ่านค่ะ ก็เลยขออนุญาตส่งมาโปรโมทในบล๊อกแก๊งค์ค่ะ

นอกจากนี้สามารถติดตามได้ที่ http://www.cambridgeSTcollege http://www.camsem.co.uk หรือ โทรมาที่วิทยาลัยในเวลา 9.00-17.00 น. ได้ค่ะ Thai staff จะเป็นคนรับสาย

หรือเข้าไปติดตามที่บล๊อกก็ได้นะคะ

รบกวนช่วยบอกต่อให้ทุกคนที่รู้จักเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ




*26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 - อบรม "InfoExpress Dynamic NAC & HIC Solution"

บริษัท จักรวาลคอมมิวนิเคชั่น ซีสเท็ม จำกัด (UCS) จัดอบรม "InfoExpress Dynamic NAC & HIC Solution" เพื่อนำเสนอโซลูชั่นในการป้องกันระบบเครือข่ายให้ปลอดภัยจากอุปกรณ์ที่ไม่ เหมาะสมที่เข้ามาในระบบ อีกทั้งช่วยให้ท่านสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้โดยง่าย โดยจะจัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 09:00 — 12:30 น. ณ ห้องฝึกอบรม ชั้น 3 บริษัท จักรวาลคอมมิวนิเคชั่น ซีสเท็ม จำกัด ถ.ปั้น กรุงเทพฯ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งฟรี ด่วน! รับจำนวนจำกัด ได้ที่ คุณปัทมา อัสภัทรพันธุ์ Tel: 0-2236-0208 Ext. 128 อีเมล์ pattama@ucsbkk.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2236-0208 Ext. 128 ปัทมา อัสภัทรพันธุ์




*22 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2553 - “หัวเฉียวแพทย์จีน” เชิญร่วมฟังบรรยายพิเศษฟรี !!! เรื่อง การรักษาโรคกระดูกต้นคอและเอว

โดยวิถีนวดทุยหน่า โดยแพทย์จีนหลี่จงหมิง หน.แผนกแพทย์กระดูก

ในวันจันทร์ 22 กุมภาพันธุ์ 2010 เวลา 14.00 น.-16.00 น.

หัวเฉียวแพทย์จีน สังกัดมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง จะจัดบรรยายพิเศษเรื่อง...การรักษาโรคกระดูกต้นคอและเอวโดยวิถีนวดจีนทุย หน่า โดยแพทย์จีนหลี่จงหมิง หน.แผนกแพทย์กระดูก หัวเฉียวแพทย์จีน ขึ้นในวันจันทร์ 22 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 14.00 น.-16.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารแพทย์จีน ถนนกรุงเกษม โดยการบรรยายพิเศษครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การนำวิธีการนวดแบบทุยหน่ามาใช้ในการรักษาการรักษาโรคกระดูกต้นคอและเอว โดยศาสตร์การนวดทุยหน่าเป็นหนึ่งในศาสตร์การรักษาโดยแพทย์แผนจีนที่มีมา นานกว่า 2,000 ปี ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกต้นคนและเอวเป็นจำนวนมาก เช่น ปัญหาจากโรคกระดูกคอเสื่อม ซึ่งแนวทางรักษาเดิมจะมีตั้งแต่การให้ยาแก้ปวด การทำกายภาพบำบัด จนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด (สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง) วิถีการรักษาโรคกระดูกต้นคอและเอวโดยวิถีนวดทุยหน่าจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว การบรรยายพิเศษครั้งนี้บรรยายเป็นภาษาจีนโดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแปลไทยแบบคำ ต่อคำ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งเพื่อรับฟัง การบรรยายได้ฟรีที่โทร.02-223-1111 ต่อ 102,103 ในเวลาทำการ

สำหรับ ” สื่อมวลชน” ที่ต้องการรายละเอียดกรุณาติดต่อ
จินตนา ตรีพิชิต ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
บริษัท อินคริสซ์ เน็ทเวิร์ค เอเจนซี แอนด์ คอนซัลแทนส์ จำกัด
ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์...หัวเฉียวแพทย์จีน...
โทร.02 922 2473 , 02 922 2873


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:29:24 น.  

 
*25 กุมภาพันธ์ 2553 - งานเสวนา “เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010”

Rakluke Women ร่วมกับ สำนักพิมพ์ more of life ในเครือบริษัท รักลูกกรุ๊ป : หนังสือเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตผู้หญิงวัย 40 + และผู้สูงอายุ เรียนเชิญสื่อมวลชน และบุคคลทั่วไป สัมผัสดุลยภาพความสุขในชีวิตผ่านเส้นทางแห่งธรรมะ…ในงานเสวนา “เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010” พบนักเขียนชื่อดังที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตที่มีธรรมะเป็นสิ่ง นำทาง “วรัตดา ภัทโรดม” ผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ : เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน, “อรสม สุทธิสาคร” จากนักเขียนสารคดีสู่บรรณาธิการหนังสือธรรมะยอดนิยม เคล็ดลับดับทุกข์ ( ว.วชิรเมธี) และพระอานนท์ พุทธอนุชา (วศิน อินทสระ) ร่วมพูดคุยโดย “ อริสรา กำธรเจริญ” พิธีกรและผู้ประกาศข่าวสาว ผู้มีธรรมะในหัวใจ

สำนักพิมพ์ more of life มุ่งส่งเสริมให้ผู้อ่านนำธรรมะไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีสติ

ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00-16.00 น.

ณ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซ.เมธีนิเวศน์ สุขุมวิท 24 ภายในอุทยานเบญจสิริ ใกล้ศูนย์การค้า The Emporium (สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์)

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และมาร่วมงาน 20 ท่านแรกจะได้รับหนังสือเปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน หรือ พระอานนท์ พุทธอนุชา ของสำนักพิมพ์ more of life

สำรองที่นั่งได้ ฟรี!! ผ่าน http://www.momypedia.com หรือ 0-2913-7555 ต่อ 3534-5

กำหนดการ

13.00-14.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมสัมมนา พร้อมร่วมรับประทานอาหารว่าง
14.00-15.30 น. ผู้ดำเนินรายการ คุณอริสรา กำธรเจริญ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
ผู้ดำเนินรายการเรียนชิญ คุณทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์
บรรณาธิการอำนวยการ สำนักพิมพ์ more of life กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน
ผู้ดำเนินรายการ เชิญวิทยากร ร่วมเสวนา “เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010”
- คุณวรัตดา ภัทโรดม ผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ : เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน
- คุณอรสม สุทธิสาคร นักเขียนสารคดีสู่บรรณาธิการหนังสือธรรมะยอดนิยม
15.30-15.45 น. ผู้ฟังร่วมซักถาม และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าสนใจ
15.45-16.00 น. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปการเสวนา
ผู้ดำเนินรายการกล่าวขอบคุณวิทยากร พร้อมมอบของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน
สิ้นสุดการเสวนา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2913-7555 ต่อ 3534-5 Rakluke Women




*23 กุมภาพันธ์ 2553 - ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าวโครงการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งการสร้างสรรค์ไทย มุ่งสู่ระดับสากล

ขอ เชิญร่วมงานแถลงข่าวโครงการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งการสร้างสรรค์ไทย มุ่งสู่ระดับสากล ภายใต้โครงการดิจิทัล มีเดีย เอเชีย 2010 วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ณ โรงแรมวี โฮเต็ล ลงทะเบียนเวลา 13.00 น.

WHAT:
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติหรือ SIPA ได้มอบหมายให้สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย ดำเนินกิจกรรมภายใต้ภายใต้โครงการดิจิทัล มีเดีย เอเชีย 2010 รวม 3 โครงการ คือ Asia Animation Award 2010, Toy & Comic Expo Asia 2010 และ Co-Production Asia 2010 ซึ่งจะจัดให้มีการแถลงข่าวภาพรวมการทำงาน ในการที่จะสนับสนุนให้โครงการ ดิจิทัล มีเดีย เอเชีย 2010 ที่จะนำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนท์ในภูมิภาค ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ตามนโยบายรัฐบาล

WHO:
? ประธาน เปิดงาน นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

? ผู้ร่วมแถลงข่าว

- คุณศรีรัตน์ นุชนิยม สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

- คุณลักษมณ์ เตชะวันชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์ กราฟิคส์ไทย (TACGA)

- ดร.ภาวดี สมภักดี ประธานโครงการ Asia Animation Award 2010

- คุณกฤษณ์ ณ ลำเลียง ประธานโครงการ Toy & Comic Expo Asia 2010

- ตัวแทนจาก SIPA ประธานโครงการ Co-Production Asia 2010

WHEN/ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ลงทะเบียนเวลา 13.30 น.

WHERE: ณ ห้อง VIE Ballroom ชั้น 12 โรงแรมวี โฮเต็ล (รถไฟฟ้าราชเทวี ตรงข้ามโรงแรมเอเชีย ถ.พญาไท)




*24 กุมภาพันธ์ 2553 - สัมมนาเรื่อง “การติดตามมติของวุฒิสภา เพื่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน”

เวลา ๐๘.๓๐-๑๔.๓๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “การติดตามมติของวุฒิสภา เพื่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖-๓๐๗ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*22 กุมภาพันธ์ 2553 - กำหนดการสัมมนาเรื่อง "โอกาส และการเตรียมพร้อมของไทยจากอาเซียน สู่ AEC- ASEAN Economic Community (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน)"

ณ ห้องเพลนารี่ฮอล ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น.

จัดโดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

------------------------------------------

08.30-09.00 น. ลงทะเบียน

09.00-09.15 น. กล่าวรายงานโดย นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

9.15-10.45 น. ปาฐกถาพิเศษ และเปิดการสัมมนา เรื่อง "Creative Economy กับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทย"

โดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายอลงกรณ์ พลบุตร)

10.45-11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง

11.00-12.30 น. อภิปราย เรื่อง "การเปิดตลาดอาเซียน: How to go ASEAN Market" โดย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการส่งออก ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ดำเนินการอภิปรายโดย รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

12.30-13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.30-15.15 น. เสวนาเรื่อง "ตลาดการค้าชายแดน สู่ระบบการค้าภายใต้ความตกลงอาเซียน สู่ AEC : กรณีการค้าชายแดนไทย-ลาว (จังหวัดมุกดาหาร) การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา (ตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว) การค้าชายแดนไทย-พม่า (จังหวัดตาก) สำหรับผู้ประกอบการ SMEs"

โดย ตัวแทนเอกชนจากการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา

ตัวแทนเอกชนจากการค้าชายแดนไทย-ลาว

ตัวแทนเอกชนการค้าชายแดนไทย-พม่า

ดำเนินการอภิปรายโดย รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา

15.15 น. ปิดการสัมมนา

หมายเหตุ: 1) ไม่มีค่าใช้จ่าย ในการเข้าร่วมงานสัมมนา

2) บูธคลีนิกส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก AFTA บูธศุลกากร บูธส่งเสริมนักลงทุน และ

บูธการเงิน เปิดบริการให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการตลอดวัน

ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.




*18 กุมภาพันธ์ 2553 - กมธ.วุฒิสภา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง “ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้าย : ศึกษากรณีกระทรวงมหาดไทย”

เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๔.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องทุจริต และส่งเสริมธรรมาภิบาลวุฒิสภา ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาระบบการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและตรวจสอบการทุจริตในรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสัมมนาเรื่อง “ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้าย : ศึกษากรณีกระทรวงมหาดไทย” ณ ห้องรับรอง ๑-๒ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*19 กุมภาพันธ์ 2553 - งานเสวนา "สิทธิในการเข้าถึงยา ปัญหาที่รอการแก้ไข"

เนื่อง ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA) ซึ่งมีนโยบายการดำเนินงานเพื่อสังคม และมุ่งหวังถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ใคร่ขอเรียนเชิญผู้ประกอบธุรกิจ บุคคลากรในสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ เข้าร่วมฟังและร่วมเสนอความคิดเห็นในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวไทย ในงานเสวนา "สิทธิในการเข้าถึงยา ปัญหาที่รอการแก้ไข" เพื่อระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาและการพึ่งตนเองของอุตสาหกรรมยา ภายในประเทศ และเพื่อสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของประชาชนชาวไทย ในการเข้าถึงยาคุณภาพ โดยมีวิทยากรอันทรงคุณวุฒิในวงการยา กฏหมาย และสื่อมวลชน อาทิ ศ. นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก สถาบันเพื่อความเป็นเลิศด้านทรัพย์สินทางปัญญา ดร. จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ ภ.ก. เชิญพร เต็งอำนวย นายกสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยมี คุณสุวัฒน์ ทองธนากุล บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360? รายสัปดาห์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ในวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ห้องคอนเวนชั่น ซี โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท 11 ในเวลา 9.00-12.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.tpma.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA)
ภก. ทัฬห ปึงเจริญกุล
โทร. 0-2863-5106

บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด
พิมพกานต์ ไชยสังข์ / มณฑิรา นิ่งสมบูรณ์ / ปพนพัชร์ ณัฐวีรพจน์
โทร. 0-2610-2383 โทรสาร 0-2610-2345-6


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:30:11 น.  

 
*20 กุมภาพันธ์ 2553 - Public Lecture on“Japan and Thailand in the Changing East Asian Regional Order”

by
Prof. Dr. Takashi Shiraishi
Executive Member, Council for Science and Technology Policy, Cabinet Office
Friday 19 February 2010 at 09.00 am. – 12.00 pm.
The Political Science Alumni Conference Room, 2nd floor, Political Science Alumni Building
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University.
Panel Discussion:
Prof. Kitti Prasirtsuk Faculty of Political Science, Thammasat University
Mr. Kavi Chongkittavorn Assistant Group Editor, The Nation
Moderator
Prof. Thitinan Pongsudhirak Director, ISIS Thailand, Chulalongkorn University
RSVP: E-mail ; Fax ISIS Thailand (02 254 0119); Telephone (02 218 7432/3)
Please RSVP by Wednesday 17 February 2010




*8 มีนาคม 2553 - สัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมการบริหารจัดการฮาลาลไทย : โอกาสทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมความเป็นสากล”

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมการบริหารจัดการฮาลาลไทย : โอกาสทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมความเป็นสากล” ณ ห้องรับรอง ๑-๒ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*20 กุมภาพันธ์ 2553 - เสวนา “เสียงที่ไม่มีสี ขอมีส่วนร่วม”

สภาพัฒนาการเมือง โดยคณะกรรมการภาคประชาสังคม และคณะกรรมการเผยแพร่ประชาธิปไตย ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ตามแผนยุทธศาสตร์ เรื่องการแก้ไขความขัดแย้ง และการส่งเสริมธรรมาภิบาล รวมทั้งการสนับสนุนภาคประชาชนให้สามารถใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อ พัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ร่วมกับสภาธรรมาภิบาล คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์ เครือข่ายวิทยุชุมชน จึงได้จัดให้มี กิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจัดเสวนา หัวข้อเรื่อง “เสียงที่ไม่มีสี ขอมีส่วนร่วม” ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา. 9.00น-15.30 น. ณ ห้องประชุมจุมภฏ - พันธุ์ทิพย์ ชั้น4 อาคารประชาธิปก รำไพพรรณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ที่ไม่มีทางออก ได้มีโอกาสแสดงสิทธิ์ ความต้องการของตนเอง สู่สาธารณะ และเพื่อร่วมกัน เสนอทางออกให้ประเทศของเราอย่างยั่งยืน
จึงขอเชิญชวนประชาชน เจ้าของอำนาจอธิปไตย และสื่อมวลชน ร่วมแสดงความคิดเห็น และช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ในวันเวลาดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โปรดสำรองที่นั่งที่เบอร์ 0850216893 แฟกซ์ 027637722 ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

กำหนดการ 20 กพ 2553

เวลา 9. 00 – 10.00 น ลงทะเบียน
เวลา 10.00– 10.15 น เปิดเสวนา โดย ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา
เวลา 10.15 –14.00 น เสียงของคนไม่มีสี ขอมีส่วนร่วม
วิทยากร
คุณจอน อึ๊งภากรณ์ คุณดำรงค์ พุฒตาล
ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์ ดร .สิริพรรณ นกสวน
คุณกองสิน แรงดี คุณธนสาร พฤฒิสถาพร
คุณ สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง
ดำเนินรายการโดย พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
เวลา 14.00 –15.00 น ซักถาม เปิดรับฟังความคิดเห็น
เวลา 15.00 น แถลงข่าว
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารเที่ยง 30 นาที




*20 กุมภาพันธ์ 2553 - ขอเชิญเข้าร่วมประชุมและนำเสนอบทความในการประชุมวิชาการประจำปี 2553

ด้วยสำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จะจัดการประชุมวิชาการประจำปี 2553 เรื่อง "สร้างปัญญาสู่สังคมที่สมดุลและยั่งยืน" ในวันที่ 1 เมษายน 2553 เวลา 09.00-17.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

<< รายละเอียด แบบตอบรับ >>

ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจส่งบทความและเข้าร่วมการประชุมวิชาการดังกล่าว โดยส่งแบบตอบรับกลับทางโทรสาร 0-2375-8972 และ 0-2727-3314 หรือ E-mail : conference@nida.ac.th

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 0-2375-8972




*22 กุมภาพันธ์ 2553 - งานสัมมนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ "การประเมินคลื่นความถี่โทรคมนาคม กรณี 3G ของไทย"

นิด้า จัดสัมมนาประเมินคลื่นความถี่ 3G หวังเป็นทางเลือกภาครัฐก่อนตัดสินใจเปิดประมูลคลื่น

ทีมงานการเงิน นิด้า จัดสัมมนาเชิงวิชาการ "การประเมินคลื่นความถี่โทรคมนาคม กรณี 3G ของไทย" ระดมความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องกำหนดวิธี รูปแบบ และประเมินมูลค่าความถี่ หวังแนะเป็นทางออกในการเลือกการประมูลใบอนุญาต 3G ให้กับภาครัฐ ใช้เป็นทางออกในการให้ใบอนุญาต 3G ในอนาคต รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า และหัวหน้าทีมคณะทำงานวิจัย เปิดเผยว่า คณะทำงานได้ทำวิจัยถึงแนวทางการประเมินมูลค่าของคลื่นโทรคมนาคม ที่เน้นกรณีศึกษาของการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่สำหรับโทรศัพท์ในระบบ 3G ของไทย โดยมีการรวบรวมการทำวิจัยจากหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ทำการประเมินมูลค่าทางการเงิน ซึ่งมีรูปแบบการประเมินหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบทางเศรษฐมิติ การใช้วิธีหาค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด และอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมเสนอวิธีการประเมินมูลค่าทางการเงินที่ยังไม่มีการประเมิน สำหรับ 3G ของไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางให้กับภาครัฐได้เลือกและเห็นถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี ที่จะนำมาใช้ในการออกใบอนุญาต 3G ให้กับผู้ประกอบการในอนาคต และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้กับผู้สนใจ

คณะทำงานจึงได้จัดงานสัมมนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ "การประเมินคลื่นความถี่โทรคมนาคม กรณี 3G ของไทย" เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ พร้อมระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึงในการประเมิน 3G ของไทย โดยจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 ตั้งแต่เวลา 13.30-16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารบุญชนะ อัตถากร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนา ประกอบด้วย ผศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา รศ.ดร.บวร ปภัสราทร รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร และ คุณอรุณ จิรชวาลา ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังการสัมมนาได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยโทรศัพท์ไปสอบถามได้ที่ 0-2727-3981 "ผู้ที่เข้าร่วมฟังสัมมนาครั้งนี้จะได้รับทราบถึงหลักการประเมินใบอนุญาต 3G ว่ามีแนวคิดที่มาในการตั้งราคาใบอนุญาต อย่างไร และปัจจัยในเรื่องราคามีผลมากน้อยเพียงใดต่อการพัฒนาโทรคมนาคมของไทยและผู้ บริโภคจะได้ประโยชน์อย่างไร จากการเปิดให้บริการ 3G ที่เป็นคลื่นโทรศัพท์ยุคใหม่ที่สามารถส่งทั้งข้อมูลด้านภาพและเสียงได้อย่าง รวดเร็วมากยิ่งขึ้น" รศ.ดร.เอกชัยกล่าว




*20 กุมภาพันธ์ 2553 - ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต”

มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต” โดยคุณสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารจันทรา-กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ตั้งแต่ 8.30 -12.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-9426900-99 ต่อ 1110 PR -Chandra




*23 กุมภาพันธ์ 2553 - สัมมนา “SMEs เข้มแข็ง อุสาหกรรมไทย แรง...ได้อีก”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมกับสมาคสส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
ขอเชิญร่วมสัมมนา ฟรี
SMEs เข้มแข็ง อุสาหกรรมไทย แรง...ได้อีก
จำนวนสถานประกอบการกว่าสองล้านแห่ง ทั่วประเทศ เป็นสถานประกอบการ SMEs ถึงร้อยละ 99.8 ในจำนวนนี้ มีสถานประกอบการที่ดำเนินกิจกรรมการผลิตร้อยละ 21.1 แต่มีการจ้างงานถึงร้อยละ 53.6 ของจำนวนแรงงานวัยทำงานทั้งหมด SMEs ภาคการผลิตจึงนับเป็นฟันเฟืองหลักสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ หาก SMEs มีความเข้มแข็ง อุตสาหกรรมไทบต้องพุ่งแรง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาคอนเฟิร์ม
สัมมนา “SMEs เข้มแข็ง อุสาหกรรมไทย แรง...ได้อีก”
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 (ลงทะเบียน 12.30 น.) ณ ห้องสยามมงกุฏราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
เวลา 13.00 – 16.30 น.
- เปิดงานโดย ฯพณฯ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- ปาฐกถาพิเศษ “กลยุทธ์สร้างความแรงให้กับอุตสาหกรรมของภาครัฐ”
โดย ดร.วิฑรูย์ สินะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กูรูด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม
นักเขียนหนังสือเครื่องมือบริหารอุตสาหกรรมอันดับหนึ่งของประเทศ
- บรรยายพิเศษ ‘Creative economy เศรษฐกิจสร้างสรรค์ปีเสือทอง”
ภายในงานพบกับนิทรรศการ
- ผลงานให้คำปรึกษาของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
- หนังสือ ตำราวิชาการ ในราคาพิเศษ
- ฯลฯ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02 717 3000 – 29 ต่อ
คุณณานา (628), คุณวารินทร์ (628), คุณจิตติพร (629)
email: chana@tpa.or.th , warin@tpa.or.th , jittiporn@tpa.or.th
โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมกับสมาคสส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)




*25 กุมภาพันธ์ 2553 - ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน จัดบรรยายวิชาการเรื่องบ้านเรือนไทยริมคลองของ "จิม ทอมป์สัน" และสงครามเย็น

ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน ณ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน จัดการบรรยายภาษาอังกฤษหัวข้อ "The Cold War from Jim Thompson?s Veranda, and other Klongside narratives" (สงครามเย็นจากนอกชานบ้านจิม ทอมป์สัน และเรื่องเล่าอื่น ๆ จากบ้านริมคลอง) ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-20.00 น. โดยแมทธิว ฟิลิปส์

โดยการบรรยายดังกล่าวจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับบ้านเรือนไทยริมคลองของจิม ทอมป์สัน และของฝรั่งคนอื่น ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ชาวอเมริกันหรือ "ตะวันตก" หลายคน ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยแท้ริมแม่น้ำลำคลอง อย่างไรก็ตาม น่าสนใจว่าช่วงเริ่มต้นของการสร้างบ้านเรือนไทยริมคลองเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็นพอดี

ทั้งนี้ สงครามเย็นถือเป็นพลังจากภายนอกที่เป็นปฏิกิริยาซึ่งตรงข้ามขัดแย้งกับ "ความเป็นไทย" อันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่พยายามปรับเปลี่ยนให้ "ความเป็นไทย" มีลักษณะสากลเช่นเดียวกับ "ความเป็นตะวันตก" เพื่อแทนที่ "ความเป็นไทยแท้ ๆ" แบบเดิม

สำหรับแมทธิว ฟิลิปส์ ผู้บรรยาย เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ ของ "The School of Oriental and African Studies" ประเทศอังกฤษ




*24-28 กุมภาพันธ์ 2553 - งาน "เกษตรมหัศจรรย์ วันเทคโนโลยีชาวบ้าน ครั้งที่ 2"

อยากรู้ไหม ทำไม"เจ้าสัวซีพี"ถึงยังครองตำแหน่งเศรษฐีอันดับต้นของไทย...??

หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตัวแทนจากเครือมติชน โดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ปตท. เครือเจริญโภคภัณฑ์ และสยามคูโบต้า ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน "เกษตรมหัศจรรย์ วันเทคโนโลยีชาวบ้าน ครั้งที่ 2" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค

นายจักร์ชัย นุชประยูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ดูแลร้านซีพี เฟรชมาร์ท กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าวว่า ซีพีมองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวัตถุดิบทางการเกษตรในการทำอาหารต้องสด สะอาด ปลอดภัย เช่น พริกสวนที่นำมาใส่อาหารส่งออกของซีพีนั้น จะมีอยู่เพียงแหล่งเดียวมีคุณภาพของพริกคงที่

นายจักร์ชัย กล่าวว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านจะสร้างสินค้าให้มีคุณภาพคงที่ให้ซีพี เกี๊ยวกุ้งส่งออกทั่วโลกโดยมีวัตถุดิบนไทย 100% ไม่ว่าจะกินที่ไหนก็ราคาเดียวกัน คนอเมริกันกินราคาเท่าคนไทย

"เกี๊ยวกุ้งในงาน ซีพีขาย 3 แพ็ค 100 บาท ข้าวหน้าสเต็กแซลมอนซื้อ 1 แถม 1 สปาเก็ตตี้คาโบนาราก็ซื้อ 1 แถม 1 เหมือนกัน สินค้าตัวนี้ตอนแรกเราคิดว่าจะขายไม่ดี แต่กลายเป็นสินค้าขายดีในร้านซีพีเฟรชมาร์ท นักเก็ตกุ้งก็ซื้อ 1 แถม 1" รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ กล่าว และว่า รวมทั้งไก่ปรุงรรสและข้าวกล่องต่างๆ ซื้อ 3 ชิ้นจ่ายในราคา 2 ชิ้นเท่านั้น เรียกว่างานนี้ ซีพียอมหมดตัว

"ถ้าเราส่งออกข้าวสาร เราก็ได้แค่เงินจากการขายข้าวสาร แต่ถ้าเอาข้าวสารมาทำเป็นข้าวสุก แล้วส่งไปขายคนญี่ปุ่น คือข้าวปลาแซลมอน เราไม่ได้ขายวัตถุดิบ เราให้การสนับสนุนเทคโนโลยีของชาวบ้านที่กำลังทำให้วัตถุดิบมีมูลค่า ข้าวหอมมะลิเวลาหุงแล้ว แต่ละคนหุงได้ไม่เท่ากัน บางคนหุงแฉะ บางคนหุงไม่สุก เราก็มาศึกษาว่าข้าวหอมมะลิพันธุ์ใด เวลาสุกแล้วมีกลิ่นของความหอมคงที่อยู่ในโฟรเซน(frozen) แต่มูลค่าเพิ่มอยู่ในข้าวหอมมะลิที่เราหุงแล้ว อาหารถ้าอร่อยแล้ว ราคาเท่าไรเขาก็ซื้อ ถ้าเป็นข้าวกิโลกรัมละเท่าไร ก็คือข้าว แต่ถ้าอยู่ในฟู้ด ผมจะขายเท่าไรผมก็ขายได้ ถ้าเขากินแล้วติดใจ"

ฟังแล้วคงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเจ้าสัวซีพีถึงครองตำแหน่งเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทย...


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:31:06 น.  

 
*23 กุมภาพันธ์ 2553 - แบบตอบรับ "Knowledge Sharing : Company Visit by TLCA ครั้งที่ 1/2553"

ในหัวข้อ "Innovation Office"

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13:30 – 17:00 น.

บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) อาคารจัตุรัสจามจุรี

บริษัท _______________________________ จำกัด (มหาชน)

ชื่อ – สกุล _________________________________________

ตำแหน่ง __________________________________________

โทรศัพท์ _________________________________________

อีเมล _______________________________

โปรดยืนยันมายังสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย

ภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553

(รับจำนวน 60 คน ตามลำดับการลงทะเบียน จำกัดบริษัทละ 1 คน)

โดยส่งแบบตอบรับมาที่ อีเมล orawan@lca.or.th

ผู้ประสานงาน :

นางสาวอรวรรณ พินธุสาร โทร. 02 229 2164




*23 กุมภาพันธ์ 2553 - สัมมนาทางวิชาการเรื่อง "วาระนโยบายแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย"

วันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ณ ห้องประชุมซี ชั้น 7 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพมหานคร

หลักการและเหตุผล

การย้ายถิ่นฐานของประชากรระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สืบเนื่องจากความสัมพันธ์ทางสังคมของประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง ได้มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนย้ายของคนเข้าสู่และออกจากประเทศไทย การค้าตามชายแดนและการลงทุน ความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ในพม่า และความแตกต่างของระดับการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จึงเป็นพลังขับดันก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงาน ความไม่สอดคล้องกันของนโยบายการเคลื่อนย้ายแรงงาน วิธีการที่เข้มงวดต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน และอุปสรรคในการปฎิบัติตามบันทึกความเข้าใจในการจ้างงานระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากรวมทั้งการค้ามนุษย์

การศึกษาจำนวนมากได้ชี้ให้เห็นว่า มาตรการทางนโยบายที่รัฐบาลไทยใช้ในการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน เช่น การอนุญาตให้แรงงานอยู่ทำงานได้ชั่วคราว และการเข้มงวดตรวจตราบริเวณชายแดน ล้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในการสกัดกั้นการลักลอบเข้ามาของแรงงานที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ น่าจะมีแรงงานที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมายหรือได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้วส่วนหนึ่ง ต้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นแรงงานที่ผิดกฎหมาย อันเนื่องมาจากนโยบายที่เข้มงวดไม่ยืดหยุ่นของไทย ทั้งนี้เนื่องจากนโยบายแรงงานข้ามชาติของไทย มักจะตั้งอยู่บนสายตาของความมั่นคงมากกว่าการผสมผสานกันระหว่างความมั่นคงของชาติกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งหมายถึงการพิจารณาผลได้ทางเศรษฐกิจจากแรงงานข้ามชาติ และการคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติ

จากการจดทะเบียนแรงงานใหม่และแรงงานข้ามชาติเดิมเมื่อเร็วๆนี้ แสดงให้เห็นว่ามีแรงงานจำนวน 1,310,000 คน มาจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นแรงงานพม่าจำนวน 1,076,110 คน (82%) ตามด้วยแรงงานจากกัมพูชาจำนวน 124,174 คน (10%) และแรงงานจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจำนวน 110,406 คน (8%) ได้มีการประมาณการณ์ถึงจำนวนแรงงานข้ามชาติทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายจาก 3 ประเทศเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยถึงจำนวน 2 ล้าน ถึง 2.5 ล้านคน แรงงานเหล่านี้ต้องทำงานประเภทเสี่ยงอันตราย สกปรก และแสนลำบาก เพื่อแลกกับค่าแรงงานซึ่งมักจะต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย

จากการศึกษาเรื่องคุณูปการของแรงงานข้ามชาติต่อประเทศไทยโดย ดร. ฟิลิป มาร์ติน ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในปี 2550 ได้ประมาณการณ์ว่าแรงงานข้ามชาติได้สร้างผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในประเทศไทยจำนวน 1.25% หรือเทียบเท่ากับ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ ราคาปัจจุบัน หรือ 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ ราคาคงที่ในปี 2543 การศึกษาที่คล้ายๆ กันนี้ยังได้พบว่า แรงงานข้ามชาติก่อให้เกิดผลประโยชน์ (ผลประโยชน์ต่อทุนลบผลสูญเสียของแรงงาน) ต่อประเทศไทย จำนวน 1.7 พันล้านบาท ในปี 2550 ณ ราคาคงที่ปี 2531

เมื่อเร็วๆ นี้ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาได้เสนอให้รัฐสภารับรองกฎหมาย The Customs Facilitation and Trade Enforcement Reauthorization Act ซึ่งกำหนดห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานจากการค้ามนุษย์ ซึ่งหากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะทำให้สหรัฐอเมริกา เพิ่มความเข้มงวดกับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้มีประเทศคู่ค้าของไทยหลายประเทศได้นำประเด็นแรงงานมาเป็นเงื่อนไขทางการค้า ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงานในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกของประเทศต่างๆ เช่น บทความในหนังสือพิมพ์ The Washington Post กล่าวหาว่ากุ้งจากประเทศไทยผลิตโดยใช้แรงงานเด็ก และแรงงานที่ผิดกฎหมาย นอกจากนั้น จากรายงานการค้ามนุษย์ซึ่งสหรัฐอเมริกาได้จัดทำเป็นประจำทุกปี ได้กล่าวถึงแรงงานอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพม่าได้ถูกนำมาบังคับใช้แรงงานในธุรกิจประมง และอาหารแปรรูปจากสัตว์ทะเล และในกลุ่มนี้มีแรงงานเด็กรวมอยู่ด้วย

จากการคาดการณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ จึงร้องขอให้ประเทศไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานและสภาพการทำงานของแรงงานของไทยและแรงงานต่างด้าวในภาคอุตสาหกรรมแช่แข็งทะเล ซึ่งเป็นสาขาที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯได้กล่าวหาว่ามีการแสวง หาประโยชน์จากแรงงานในประเทศไทย

ภาคีองค์การสหประชาชาติในประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นการเคลื่อนย้ายของประชากรในภูมิภาค เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ภาคีองค์การสหประชาชาติระดับประเทศร่วมกับกระทรวงแรงงานไทยได้จัดสัมมนาว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนา ในหัวข้อการเคลื่อนย้ายของประชากรระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายอย่างมีบูรณาการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของประชากรระหว่างประเทศ ซึ่งการประชุมนี้ได้มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วย องค์กรภาครัฐ องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ กลุ่มประชาสังคม นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ซึ่งที่ประชุมได้เสนอข้อสรุปหลักต่อรัฐบาลไทย ดังต่อไปนี้

1) ใช้เครื่องมือของอนุสัญญาระหว่างประเทศและของภูมิภาค ในการพัฒนานโยบายการเคลื่อนย้ายประชากรระหว่างประเทศ และการปฎิบัติที่สอดคล้องกับข้อผูกพันที่ประเทศได้ทำไว้

2) สร้างความตระหนักแก่แรงงานข้ามชาติเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน สิทธิมนุษยชน และโอกาสในการทำงาน รวมทั้งการยกระดับฝีมือแรงงานและการเข้าร่วมในสหภาพแรงงาน

3) พิจารณาขยายขอบข่ายของบริการอนามัย และการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลสำหรับแรงงานต่างด้าว และการบูรณาการทางสังคม

4) ทบทวนกระบวนการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานพม่าโดยปรับปรุงให้สะดวกขึ้น ราคาต่ำ และโปร่งใส ขยายกรอบเวลาแสดงความจำนงเพื่อการพิสูจน์สัญชาติ พิจารณาถึงนัยยะของสิทธิ และความปลอดภัยของแรงงานจากการเข้าร่วมพิสูจน์สัญชาติ

5) จัดทำแผนระยะยาวเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติและนำนโยบายเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติเข้าบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11

6) ขยายความเชื่อมโยงกันระหว่างการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี และการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศที่จัดส่งและประเทศที่นำเข้าแรงงาน

7) จัดตั้งหน่วยงานหรือองค์กรเฉพาะที่รับผิดชอบประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาและกำกับแผนนโยบายเคลื่อนย้ายถิ่นของคนและแรงงานระหว่างประเทศ ตลอดจนกำหนดให้การเคลื่อนย้ายถิ่นของประชากรระหว่างประเทศเป็นวาระแห่งชาติ

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการระดมความคิดเห็นต่อแนวทางการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคและในประเทศไทย และสืบเนื่องต่อการสัมมนาว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนา ในหัวข้อการเคลื่อนย้ายของประชากรระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา จัดโดย UN ประจำประเทศไทยร่วมกับกระทรวงแรงงาน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group) จึงได้จัดเวทีสัมมนาเชิงวิชาการ เพื่อระดมความคิดเห็นว่าด้วยนโยบายแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย และแนวทางการจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยมีประเด็นที่จะสัมมนาในสามประเด็นหลักคือ แนวทางการจัดการหลังสิ้นสุดการผ่อนผันหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ แนวทางการจัดการการจ้างแรงงานข้ามชาติตามพระราชบัญญัติการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 และแนวทางการพัฒนานโยบายแรงงานข้ามชาติ ระยะยาว เพื่อนำไปพิจารณาโดยผู้เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ

วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้จัดทำนโยบาย นักวางแผน และผู้ปฏิบัติงานได้ทราบถึง

1. แนวนโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

2. ข้อเสนอแนะสำหรับจัดการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพ

3. ธรรมาภิบาลในการจัดการแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย

กลุ่มเป้าหมาย

องค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป จำนวน 70-80 คน

วันเวลา และสถานที่

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 0830 – 1600 น. ณ ห้องประชุมซี ชั้น 7 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพมหานคร

ประเด็นสำหรับการสัมมนา

1. วาระนโยบายแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย

2. แนวทางการจัดการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และปลอดภัย

3. แนวนโยบาย การบริหารแรงงานข้ามชาติ และการจ้างแรงงานข้ามชาติในอนาคต

แนวทางการจัดการในระยะสั้น

? แนวทางการการดำเนินการในกรณีที่การพิสูจน์สัญชาติ

? การผ่อนผันให้แก่แรงงานข้ามชาติที่ยังไม่สามารถดำเนินการพิสูจน์สัญชาติได้

? การดำเนินการต่อแรงงานข้ามชาติที่กลายเป็นคนไร้สัญชาติ หลังการพิสูจน์สัญชาติไม่ผ่าน

? แนวทางการบริหารจัดการการจ้างงานพื้นที่ชายแดน และรูปแบบลักษณะของการจ้างงาน

แนวนโยบายในระยะยาว

? กรอบแนวคิดในแง่ของการจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืน

? การปฏิรูปกฏหมายและกฏระเบียบ การจัดการแรงงานข้ามชาติและคนเข้าเมือง




*26 กุมภาพันธ์ 2553 - เชิญฟังเสวนานัดพิเศษหัวข้อ "อ่านสามก๊ก...ถกธรรมะ" โดย "ว. วชิรเมธี" และ "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์"

"เรา ยกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" เชิญฟังเสวนานัดพิเศษหัวข้อ "อ่านสามก๊ก...ถกธรรมะ" โดย "ว. วชิรเมธี" และ "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์" ในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 11.30 น. ณ อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถ.สีลม ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.cpallnews.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-677-1868 cpall




*25 กุมภาพันธ์ 2553 - งานแถลงข่าวเปิดตัว "โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน"

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 น. ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว "โครงการนำร่องเพื่อผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน" และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประ กอบการด้านพลังงานทดแทนของไทย ระหว่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม เอ โรงแรม โซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:32:00 น.  

 
*24 กุมภาพันธ์ 2553 - กำหนดแถลงข่าวการจัดงานสัมมนา "Smart e-Dolutions ยกระดับธุรกรรมออนไลน์ by CAT"

ด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) กำหนดแถลงข่าวการจัดงานสัมมนา "Smart e-Dolutions ยกระดับธุรกรรมออนไลน์ by CAT" เพื่อประชาสัมพันธ์งานสัมมนาของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม ศกนี้ และแสดงความพร้อมในศักยภาพของกลุ่มบริการธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการ CAT IT Security บริการ CAT Conference และบริการ CAT IDC ของ CAT ในฐานะเจ้าของเกตเวย์ที่มีความปลอดภัย และการบริหารจัดการจากทีมงานมืออาชีพ

โอกาสนี้ ขอเรียนเชิญท่านร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าวฯ ในวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 9.30 น. ณ ห้องกฤษณา โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด โดยมี นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

กำหนดการ

09.30-10.00 น. ลงทะเบียน รับของที่ระลึก และรับประทานอาหารว่าง
10.00-10.05 น. พิธีกร "คุณชมะนันท์ วรรณวินเวศร์" กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนทุกท่าน
10.05-10.10 น. พิธีกรสัมภาษณ์ "คุณจิรายุทธ รุ่งศรีทอง" กรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับความเป็นมา และ
ความสำเร็จของกลุ่มบริการธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
10.10-10.30 น. "คุณสมพล จันทร์ประเสริฐ" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สายงานธุรกิจบรอดแบนด์
นำเสนอบริการของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
10.30-10.40 น. ลูกค้าที่ใช้บริการร่วมเสวนาถึงประสบการณ์ในการบริการของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
10.40-10.45 น. ถ่ายภาพร่วมกัน
10.45-11.30 น. สื่อมวลชนสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
ส่วนสารสนเทศ
โทรศัพท์ 0 2104 3299
โทรสาร 0 2104 3100




*25 กุมภาพันธ์ 2553 - งานเสวนา "เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010"

Rakluke Women ร่วมกับ สำนักพิมพ์ more of life ในเครือบริษัท รักลูกกรุ๊ป : หนังสือเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตผู้หญิงวัย 40 + และผู้สูงอายุ เรียนเชิญสื่อมวลชน และบุคคลทั่วไป สัมผัสดุลยภาพความสุขในชีวิตผ่านเส้นทางแห่งธรรมะ…ในงานเสวนา "เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010" พบนักเขียนชื่อดังที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตที่มีธรรมะเป็นสิ่ง นำทาง "วรัตดา ภัทโรดม" ผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ : เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน, "อรสม สุทธิสาคร" จากนักเขียนสารคดีสู่บรรณาธิการหนังสือธรรมะยอดนิยม เคล็ดลับดับทุกข์ ( ว.วชิรเมธี) และพระอานนท์ พุทธอนุชา (วศิน อินทสระ) ร่วมพูดคุยโดย " อริสรา กำธรเจริญ" พิธีกรและผู้ประกาศข่าวสาว ผู้มีธรรมะในหัวใจ
สำนักพิมพ์ more of life มุ่งส่งเสริมให้ผู้อ่านนำธรรมะไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อการดำรงอยู่อย่างมีสติ
ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซ.เมธีนิเวศน์ สุขุมวิท 24 ภายในอุทยานเบญจสิริ ใกล้ศูนย์การค้า The Emporium (สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์)

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และมาร่วมงาน 20 ท่านแรกจะได้รับหนังสือเปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน หรือ พระอานนท์ พุทธอนุชา ของสำนักพิมพ์ more of life

สำรองที่นั่งได้ ฟรี!! ผ่าน http://www.momypedia.com หรือ 0-2913-7555 ต่อ 3534-5

กำหนดการ

13.00-14.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมสัมมนา พร้อมร่วมรับประทานอาหารว่าง
14.00-15.30 น. ผู้ดำเนินรายการ คุณอริสรา กำธรเจริญ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
ผู้ดำเนินรายการเรียนชิญ คุณทวีศักดิ์ อุชุคตานนท์
บรรณาธิการอำนวยการ สำนักพิมพ์ more of life กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน
ผู้ดำเนินรายการ เชิญวิทยากร ร่วมเสวนา "เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010"
- คุณวรัตดา ภัทโรดม ผู้เขียนหนังสือขายดีติดอันดับ : เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน
- คุณอรสม สุทธิสาคร นักเขียนสารคดีสู่บรรณาธิการหนังสือธรรมะยอดนิยม
15.30-15.45 น. ผู้ฟังร่วมซักถาม และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าสนใจ
15.45-16.00 น. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปการเสวนา
ผู้ดำเนินรายการกล่าวขอบคุณวิทยากร พร้อมมอบของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน
สิ้นสุดการเสวนา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2913-7555 ต่อ 3534-5 Rakluke Women




*13 มีนาคม 2553 - งานเสวนาบรรยายในหัวข้อ "หนูมีปัญหาการเรียนรู้... พ่อแม่และครูจะช่วยได้อย่างไร"

โรง พยาบาลมนารมย์ขอเชิญชวนครูอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาบรรยายในหัวข้อ "หนูมีปัญหาการเรียนรู้... พ่อแม่และครูจะช่วยได้อย่างไร" ในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553 เวลา 08.30-12.30.น. ณ โรงพยาบาลมนารมย์ โดยสองผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กโดยเฉพาะ คือ ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา ผู้อำนวยการฝ่ายบริการจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด และการประเมินค่าทางจิตวิทยาทางการศึกษา โรงพยาบาลมนารมย์ และ พญ.อังคณา อัญญมณี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือเมื่อพบว่าเด็กมีปัญหาเรื่องความ บกพร่องในการเรียนรู้ เพราะจะส่งผลถึงการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้ ซึ่งผู้ร่วมงานจะได้รับทราบข้อมูลของการเป็น LD หรือความบกพร่องในการเรียนรู้ อย่างละเอียดรวมทั้งแนวทางและวิธีการช่วยเหลือที่ผู้ใหญ่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพื่อเด็กและบุตรหลานจะได้มีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขต่อไป

ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมงานเสวนา สามารถติดต่อเพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โรงพยาบาลมนารมย์ สุขุมวิท 70/3 ถนนสุขุมวิท บางนา กรุงเทพ 10260 ฟรี!! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-725-9595, 02-399-2822 http://www.manarom.com




*5 มีนาคม 2553 - การประชุม International Conference on Changing Global Landscape and Its Implications on Regional Architecture

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการเอเชียตะวันออกจะจัดการประชุม International Conference on Changing Global Landscape and Its Implications on Regional Architecture ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 08.30-17.30 น. ณ โรงแรม Centara Grand & Bangkok Convention Centre at Central World

การจัดการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอันเนื่องมากจาก เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของโลก (global landscape) ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม และ regional architecture ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา อีกทั้งพัฒนาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเอง ก็ส่งผลต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจริญเติบโตและการรวมตัวเพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ประเทศไทยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคย่อมได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยน แปลงดังกล่าวและจำเป็นต้องมีนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการเผชิญกับ สิ่งท้าทายต่างๆ ด้วย การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดัง กล่าว

กรมอาเซียนขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมการประชุมดัง กล่าว โดยมีรายละเอียดข้อมูลภูมิหลัง กำหนดการ และแบบตอบรับปรากฏตามเอกสารแนบ ทั้งนี้ ขอให้แจ้งความประสงค์เข้าร่วมการประชุมผ่านการส่งแบบตอบรับไปยังกองอาเซียน 2 กรมอาเซียน ภายในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ศกนี้

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-643-5105,5170 หรือ 02-643- 5000 ต่อ 2619




*13-14 มีนาคม 2553 - มหกรรมการศึกษาแห่งปี Eduzones Expo 2010 "

www.eduzones.com เว็บไซต์การศึกษาอันดับ 1 ของประเทศและเป็น 1 ใน 50 เว็บไซต์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศจากสถิติของทรูฮิต( http://education.truehits.net/ ) ผู้จัดทำนิตยสารการศึกษา Eduzones Magazine , Eduzones Journal ผู้ให้บริการข้อมูลด้านการศึกษาฟรีแก่นักเรียน นักศึกษา ครู ผู้ปกครองทั่วประเทศ และจัดโครงการด้านการศึกษาเพื่อสร้างเสริมวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเรียนรู้ ต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี

ในปีนี้ www.eduzones.com ได้จัดมหกรรมการศึกษาแห่งปี Eduzones Expo 2010 "เรียนอะไรไม่ตกงาน และเส้นทางสู่มหาวิทยาลัย เลือกคณะอย่างไรไม่ให้พลาด" ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กทม. เป็นนิทรรศการแนะแนวการศึกษาครบวงจรฟรี ให้กับนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกคณะมหาวิทยาลัยอย่างไรไม่ให้พลาด อาชีพสาขาแห่งอนาคต เส้นทางสู่อุดมศึกษาที่หลากหลาย โดยวิทยากรชื่อดัง คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาอาชีพ นักศึกษารุ่นพี่ทุกคณะมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 สถาบัน

ติดต่อได้ที่ คุณณิชานันทน์ คำเสริฐ โทร. 0-2561-5455-7 ต่อ 11 , 15




*13 มีนาคม 2553 - ขอเชิญร่วมงานเพื่อคนรักสุขภาพ "12 ปี ชีวจิต 12 เวิร์คช็อป"

ขอเชิญผู้ที่สนใจและรักสุขภาพทุกท่านร่วมงาน "วันครอบครัวชีวจิต 12 ปีชีวจิต 12 เวิร์คช็อป เพื่อคนรักสุขภาพ"

ในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป

ณ คอนเวนชั่นฮอลล์ อมรินทร์คอร์เปอเรทปาร์ค ตลิ่งชัน

ภายในงานท่านจะได้ร่วมเวิร์คช๊อปเพื่อสุขภาพกับ 4 คอลัมน์นิสต์ชื่อดังจากนิตยสารชีวจิต พร้อมรับสิทธิ์ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ฟรี !! และร่วมลุ้นการประกวดแฟนพันธุ์แท้ชีวจิตกับอ.สาทิส อินทรกำแหง

*******งานนี้ฟรี ตลอดงาน*******

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2422-9999 ต่อ 4510 ,4127 - 8

หรือ http://www.cheewajit.com

ห้ามพลาด !!!!! กับกิจกรรมดีๆ ต้อนรับปีเสือ...............




*24 กุมภาพันธ์ 2553 - งานเสวนา ยึดเขย่าเมือง ล่าขุมทรัพย์ 76,000 ล้านบาท

งานเสวนา ยึดเขย่าเมือง ล่าขุมทรัพย์ 76,000 ล้านบาท 13.00-17.00 น. อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2553 ห้องราชา ร.ร.รัตนโกสินทร์

http://www.youtube.com/watch?v=9Rjgk2eT89M




*24 กุมภาพันธ์ 2553 - สัมมนาเรื่อง "การติดตามมติของวุฒิสภา เพื่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน”

วันพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๔.๓๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง "การติดตามมติของวุฒิสภา เพื่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน” ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖ – ๓๐๗ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*23-25 พฤษภาคม 2553 - งานวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ. 2553 เรื่อง "การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลกตามทัศนะของชาวพุทธ"

ขอเชิญร่วมเขียนบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ

ด้วยคณะกรรมการสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (IABU) และคณะกรรมการสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICUNDV) มีมติจัดงานวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ. 2553 เรื่อง "การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลกตามทัศนะของชาวพุทธ" (Global Recovery: The Buddhist Perspective)ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยจะมีพิธีเปิดการประชุมในวันที่ 23 พฤษภาคม ณ ห้องประชุม มวก. 48 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มจร วังน้อย และประชุมวิชาการในวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ซึ่งจะสนับสนุนการศึกษาวิจัยรอบด้าน และยินดีรับข้อเสนอจากนักวิชาการทั่วไปที่เกี่ยวกับหัวข้อย่อย ดังต่อไปนี้
1. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยการพัฒนาทางจิต
2. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลกโดยอาศัยการศึกษาเชิงพุทธ
3. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
4. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ/สิ่งแวดล้อม
5. การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก โดยอาศัยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม

<< รายละเอียด กำหนดการ การเขียนบทความ >>

ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจจัดทำบทความทางวิชาการส่งไปยังฝ่ายบรรณาธิการ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (สสวล) โทร. 0-3524-8098


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:32:45 น.  

 
*15-24 มีนาคม 2553 - เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้ารับการคัดเลือกเป็น กกต.กทม. ชุดใหม่

นายประเทือง โฉมงาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า เนื่องด้วยกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ชุดปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง วันที่ 30 มิ.ย. 53 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้ารับการคัดเลือกเป็น กกต.กทม. ชุดใหม่ ระหว่างวันที่ 15–24 มี.ค. 53 เวลา 08.30–16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ชั้น 3 ด้านตะวันออก ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น กกต.กทม. ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือรับราชการอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ตลอดจนความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา
ผู้สนใจขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงาน กกต.กทม. หรือดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ http://bangkok.ect.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 53 เป็นต้นไป และยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานทางการศึกษา พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด ใบรับรองแพทย์ ประวัติการทำงาน เช่น รูปถ่ายหรือรูปพิมพ์ชัดเจน ขนาด 5X7 ซม. จำนวน 3 รูป หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล เป็นต้น สอบถามโทร. 0 2141 8070-7




*8 มีนาคม 2553 - สัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมการบริหารจัดการฮาลาลไทย : โอกาสทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมความเป็นสากล”

วันจันทร์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ นาฬิกา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมการบริหารจัดการฮาลาลไทย : โอกาสทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมความเป็นสากล” ณ ห้องรับรอง ๑ – ๒ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒




*21-27 กุมภาพันธ์ 2553 - สภากรุงเทพมหานคร ได้นำสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เดินทางไปเยือนสภากรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ตามคำเชิญของสภากรุงโซล ในโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง

ประธานสภากรุงเทพมหานคร นำคณะเดินทางแลกเปลี่ยนตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง ณ กรุงโซล เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในด้านต่างๆ นำมาปรับปรุงกรุงเทพมหานคร ให้มีความทัดเทียมนานาประเทศ
นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สภากรุงเทพมหานคร ได้นำสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เดินทางไปเยือนสภากรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ตามคำเชิญของสภากรุงโซล ในโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 21-27 ก.พ. 53 เพื่อส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสภากรุงเทพมหานคร กับสภาบ้านพี่เมืองน้อง อีกทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสภานิติบัญญัติระดับเมือง เพิ่มศักยภาพความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาคเอกชน และกลุ่มประชาคม ตลอดจนส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเพื่อการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ในอนาคต
สำหรับกำหนดการเดินทางเยือนกรุงโซลในครั้งนี้ นายกิตพล พร้อมคณะจะเดินทางไปเยี่ยมชม Seoul Topis หรือศูนย์บริการการจัดคมนาคมและข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งศึกษาดูงานที่ Seoul Center (Densan 120) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีคมนาคมและการสื่อสารของกรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัยต่อไป




*24 กุมภาพันธ์ 2553 - สำนักงานเขตดุสิต จัดงาน รำลึกวัดเบญจมบพิตร

สำนักงานเขตดุสิต จัดงาน รำลึกวัดเบญจมบพิตร ขึ้นในวันพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เพื่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ สถานที่ที่มีความสำคัญและสวยงามในกรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม เรื่องราวความสำคัญและสิ่งที่ทรงคุณค่าของวัดเบญจมบพิตร การแสดงมหรสพไทย ที่หาชมได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน อาทิการแสดงโขน ในเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย และการแสดงละครหุ่นสาย เรื่อง เด็กชายกับใบโพธิ์ โดย คณะหุ่นสายเสมา ซึ่งเป็นคณะหุ่นสายที่สามารถคว้ารางวัล “ THE BEST TRADITIONAL ORIGINAL PERFORMANCE ” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของการประกวดในเทศกาลหุ่นโลก 2009 ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเชก ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพจากชุมชน / เขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ทั้งงานศิลปหัตถกรรม, งานสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนถึงความเป็นไทย, อาหาร, เครื่องดื่ม และสินค้าอื่นๆ มากมาย
และเชิญชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมภายในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ณ จุดต่างๆ ภายในวัด อาทิพระอุโบสถ ,พระที่นั่งทรงผนวช ,พระที่นั่งทรงธรรม, ศาลาสี่สมเด็จ ,วิหารสมเด็จ (ส.ผ.) พิพิธภัณฑ์พระอนุสรณ์ อ.ป.ก. และศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ โดยมียุวชนอาสาสมัคร คอยแนะนำสถานที่สำคัญภายในวัด ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น.
ทั้งนี้สำนักงานเขตดุสิตจัดให้มีบริการ รถรางรับ-ส่งและชมเมือง เส้นทาง ถนนศรีอยุธยา ผ่านแยกสี่เสาเทเวศร์ ผ่านตลาดเทเวศร์ เข้าถนนสามเสน แวะจอดรับส่งบริเวณถนนข้าวสาร และเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวเข้าถนนพิษณุโลก ผ่านทำเนียบรัฐบาล เข้าถนนนครปฐม สู่หน้าวัดเบญจมบพิตร โดยจะมีรถรางบริการในช่วงเวลาการจัดงาน ๑๖.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. (บริการฟรี ไม่เก็บค่าบริการ)




*27 มีนาคม 2553 - กำหนดการสัมมนาวิชาการ“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม”

จัดโดยโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [สนช.]

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2553 ณ ห้องแกรนด์บอลลรูม ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
______________________________

8.30 – 9.00 น. ลงทะเบียน
9.00 – 9.15 น. พิธีเปิด
- กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตฯ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภีรภัทร ภักคีรี ประธานกรรมการบริหารโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรม
- กล่าวเปิดงาน โดย รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
9.15 – 9.50 น. บรรยายพิเศษ เรื่อง “เศรษฐกิจกับนวัตกรรมไปด้วยกันได้หรือไม่” โดย รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
9.50 – 9.55 น. มอบทุนสนับสนุนการผลิตนักวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
9.55 – 10.00 น. รับประทานอาหารว่าง
10.00 – 11.30 น. เสวนาหัวข้อ “กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ด้วยการออกแบบเชิงนวัตกรรม” โดย ด.ร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
นายวัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ประธานกรรมการ บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด
นายเฉลิมพล ปุณโณทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ จำกัด
11.30 – 11.45 น. ตอบข้อซักถาม
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน และชมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม
13.00 – 15.30 น. ประชุมเชิงปฏิบัติการ และเสนอโครงการนวัตกรรมเพื่อรับการสนับสนุนจาก สนช.




*5 มีนาคม 2553 - กำหนดการจัดงานเปิดตัวโครงการ IT Business Connection Club (IBCC)

จัดโดย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI)
ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และบริษัท ซีเนียร์คอม จำกัด
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 13.30 - 18.00 น.
ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ชั้น 2 ห้องสุโขทัย 1
_____________________________________

13.30 – 13.50 น. ลงทะเบียน
13.50 – 14.00 น. กล่าววัตถุประสงค โครงการ “ IT Business Connection Club (IBCC) ” โดย คุณสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI)
14.00 - 14.10 น. กล่าวแนะนำบทบาทของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในการสร้างธุรกิจนวัตกรรม โดย ดร. ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
14.10 – 14.30 น. สรุปปฏิบัติการ Vission_Future Road Map Club โดย ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย Stamford International
14.30 – 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง และชมนิทรรศการ
15.30 – 16.00 น. บริษัท ซีเนียร คอม จำกัด
16.00 – 16.30 น. บริษัท Think Touch Technology จำกัด
16.30 – 16.45 น. บริษัท Imagine Design จำกัด ทำธุรกิจทางดาน Animation
16.45 – 17.00 น. บริษัท Digital Screen Play จำกัด ทำธุรกิจทางดาน E-learning
17.00 – 17.30 น. บริษัท Creatus IT Solution จำกัด
17.30 – 18.00 น. แนะนำบุคคล




*10 มีนาคม 2553 - แบบตอบรับเข้าร่วมงานประชุมสัมมนา "ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง"

วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๘.๓๐-๑๔.๐๐ น.
ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ
๑. ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ-นาม สกุล.................................................................................................
หน่วย งาน ..............................................................................................................................
ชื่อสถานี..................................................................คลื่นความถี่ออกอากาศ.............................
สถาน ที่ติดต่อ ..........................................................................................................................
โทรศัพท์...........................................โทรศัพท์มือถือ...........................โทรสาร...........................
E-mail address …………………………………………………………………………………….
๒. ประเภทอาหาร ? ธรรมดา ? มุสลิม ? มังสวิรัติ
๓. มีความประสงค์(โดยแต่ละหน่วยงานสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาได้ไม่เกินหน่วยงานละ ๒ ท่าน)
? ยินดีเข้าร่วมงานสัมมนา จำนวน ? ๑ ท่าน ? ๒ ท่าน
คือ ๑.ชื่อ-สกุล....................................................... ตำแหน่ง......................................
๒.ชื่อ-สกุล....................................................... ตำแหน่ง......................................
? ไม่สะดวกเข้าร่วมงานสัมมนา เนื่องจาก.......................................................................
๔. โปรดส่งแบบตอบรับเข้าร่วมงานสัมมนา (เลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง) ดังนี้
? ทางโทรสาร ๐-๒๖๑๘-๗๘๗๙ ภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
? ทาง E-mail address ok_mass2002@yahoo.com โดยตั้งชื่อ file: "ตอบรับเข้าร่วมงานสัมมนาผู้ประกอบการวิทยุชุมชน" ภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
? ทางจดหมายด่วนพิเศษ(EMS) ถึง ผู้ประสานงาน เลขที่ ๑๖๙/๑๙ ถ.ประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ นับวันตีตราไปรษณีย์ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เป็นวันสุดท้าย
*** ผู้ส่งแบบตอบรับภายหลังจากวันที่กำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิในการรับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

หมายเหตุ : ๑. โปรดตรวจสอบสิทธิการเข้าร่วมงานสัมมนาผู้ประกอบการวิทยุชุมชน ที่คณะทำงาน - คุณวิลัยพร ชัยมงคล โทร.๐๘๖-๙๗๔๖๔๘๔ หรือ ๐-๒๖๑๘-๗๗๘๑-๔ ต่อ ๑๐๘
- คุณรัชนก ปัตเทสัง โทร.๐๘๓-๑๗๘๐๕๖๗ หรือ ๐-๒๖๑๘-๗๗๘๑-๔ ต่อ ๑๐๗
๒. วันลงทะเบียนขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมเตรียมสำเนาบัตรประชาชน จำนวน ๑ ชุด ยื่น ณ จุดลงทะเบียนเพื่อรับเอกสารและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
๓. การเข้าร่วมงานสัมมนารับจำนวนจำกัด ๓๕๐ ท่านแรกเท่านั้น




*2-15 มีนาคม 2553 - กิจกรรม “๙ ปี ศาลปกครองแห่งความเชื่อมั่น”

ข่า่วศาลปกครอง Administrativee Courtt News ครั้งที่ ๕/๒๕๕๓
สำนักงานศาลปกครอง จัดกิจกรรม “๙ ปี ศาลปกครองแห่งความเชื่อมั่น”
เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปี การเปิดทำการศาลปกครอง
เนื่องในโอกาสวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ เป็นวันครบรอบ ๙ ปี ของการเปิดทำการศาลปกครอง จึงกำหนดให้มีการจัดงานครบรอบ ๙ ปี ศาลปกครองแห่งความเชื่อมั่น ระหว่างวันที่ ๒ - ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ อาคารศาลปกครอง ตามรายละเอียดดังนี้

๑. การจัดแสดงนิทรรศการ “๙ ปี ศาลปกครองแห่งความเชื่อมั่น” โดยจะเป็นการแสดง ผลงานและองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับศาลปกครอง อาทิ ประวัติความเป็นมาในการจัดตั้งศาลปกครอง ตั้งแต่อดีต – ปัจจุบัน และผลการดำเนินงานของศาลปกครองในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อตอบสนองให้การอำนวยความยุติธรรมทางปกครองแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม ตลอดจนการดำเนินงานด้านการพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง กระบวนวิธีพิจารณาคดีปกครอง แนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองที่เป็นหลักในการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยกำหนดจัดแสดงนิทรรศการ ในระหว่างวันที่ ๒ – ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ อาคารศาลปกครอง ชั้น ๑ – ๓
ทั้งนี้ ในงานนิทรรศการแสดงผลงานดังกล่าว จะมีการจัดจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับกฎหมาย จากบริษัท/ห้างร้านชั้นนำของประเทศในราคาย่อมเยาอีกด้วย

๒. การประกวดกล่าวสุนทรพจน์ของนิสิตนักศึกษา เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปีศาลปกครอง (รอบชิงชนะเลิศ) ในหัวข้อ “๙ ปี ศาลปกครองแห่งความเชื่อมั่น” และศ.ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุดจะเป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันอังคารที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องสัมมนา ชั้น B๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

๓. การแถลงข่าวเชิงเสวนาต่อสื่อมวลชน เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปีศาลปกครอง เพื่อแถลงผลการดำเนินงานของศาลปกครองในรอบ ๙ ปีที่ผ่านมา ทิศทางในการดำเนินงานของ ศาลปกครองในปี ๒๕๕๓ และการเตรียมการจัดประชุมทางวิชาการ เรื่อง “หลักการสำคัญของกฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรการคุ้มครองทางสิ่งแวดล้อม” โดย ศาสตราจารย์ ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าว ในวันพุธที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องสัมมนา ชั้น B๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
/๔.....
- ๒ -
๔. การประชุมทางวิชาการ เรื่อง “หลักการสำคัญของกฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรการคุ้มครองทางสิ่งแวดล้อม” (The Status of Environmental Law and Measures of Environmental Protection) จัดโดย ศาลปกครอง ร่วมกับ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประเทศไทย ในวันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องสัมมนา ชั้น ๑๑ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยตุลาการศาลปกครองสูงสุด คณาจารย์ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมวันที่ ๒ - ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ อาคารศาลปกครอง จากต่างประเทศ
๕. การประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปี ศาลปกครอง ในวันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๑.๓๐ น. ณ ห้องสัมมนา ชั้น ๑๑ อาคารศาลปกครอง
สำนักงานศาลปกครอง จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการแสดงผลงาน เนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปีศาลปกครอง ระหว่างวันที่ ๒ – ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ และในโอกาสเดียวกันนี้ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และงานสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “หลักการสำคัญของกฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรการคุ้มครองทางสิ่งแวดล้อม” ตามวัน เวลา และสถานที่ข้างต้น รวมทั้งขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ ๙ ปี การเปิดทำการศาลปกครองให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกันด้วย และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
อนึ่ง สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ๐-๒๑๔๑-๑๑๖๕, ๖๗-๘ , สายด่วน ศาลปกครอง ๑๓๕๕ , ๐ ๒๑๔๑ ๑๑๑๑ (ในวันและเวลาราชการ) และ http://www.admincourt.go.th
สำนักงานศาลปกครอง
วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
กลุ่มสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์
อาคารศาลปกครอง เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๑๑๕๒ , ๐ ๒๑๔๑ – ๑๑๑๖๕, ๖๗ – ๖๘ โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๙๘๐๖
http://www.admincourt.go.th สายด่วนศาลปกครอง ๑๓๕๕


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:33:38 น.  

 
*19 มีนาคม 2553 - ใบลงทะเบียนกิจกรรม "โอริงามิ ศาสตร์ในงานศิลป์"

โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

? รู้จักโอริงามิ - พับกระดาษ

จากงานศิลป์สู่โลกวิทยาศาสตร์: การประยุกต์โอริงามิในทางวิทยาศาสตร์ & วิศวกรรม
สนุกกับกิจกรรมโอริงามิ
วันที่ ......../........../...........

วันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.

ห้อง MR ๒๒๒ ชั้น ๒ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ชื่อ-สกุล .............................................................................................................................................

สถานภาพผู้สมัคร r ครู อาจารย์ r ผู้ปกครอง

r นักเรียน ระดับ.................................... (โปรดระบุ)

ที่อยู่ ....................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

โทรศัพท์ .............................................. โทรสาร .....................................

Email.............................. ..........................................................................

หมายเหตุ กิจกรรมดังกล่าวรับจำนวนจำกัด ไม่เกิน ๔๐ ท่าน

โปรดส่งแบบฟอร์มทางโทรสาร ๐-๒๓๙๒-๙๖๐๒ ภายในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓




*11,25 ก.พ. และ 11 มี.ค. 2553 - ขอเชิญร่วมงานสัมมนา 'คลิก ช้อป ออนไลน์อย่างปลอดภัย รู้เท่าทัน ภัยออนไลน์'

สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ดำเนินการโครงการเสริมสร้างและพัฒนางานด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกัน ซึ่งในโครงการนี้ จะเป็นการสำรวจและเก็บข้อมูลภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อจัดทำกลยุทธ์เพื่อแก้ไขและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในการรู้เท่าทันภัยในการทำธุรกรรมในด้านต่าง ๆ และสามารถรับมือกับภัยที่เกิดขึ้น

โดยสมาคมฯ กำหนดให้มีการจัดงานสัมมนาเรื่อง "คลิก ช้อป ออนไลน์อย่างปลอดภัย รู้ทันภัยออนไลน์" โดยกำหนดการสัมมนา จะจัดขึ้น 3 ครั้งในจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดกรุงเทพฯ ตามกำหนดการดังนี้

ครั้งที่ 1 วันที่ 11 ก.พ. 53 ณ โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่
ครั้งที่ 2 วันที่ 25 ก.พ. 53 ณ โรงแรมพูลแมน ราชา ออคิด จังหวัดขอนแก่น
ครั้งที่ 3 วันที่ 11 มี.ค. 53 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

โดยในงานจะเป็นการเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญ ในการให้ความรู้ ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป ให้รู้เท่าทัน การป้องภัยออนไลน์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาทางภัยออนไลน์ และผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการให้ความรู้พัฒนาผู้ประกอบการพาณิชย์ รวมถึงการผลักดันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม
ใบสมัคร (.doc file)
กำหนดการ ครั้งที่ 1 (pdf file)
กำหนดการ ครั้งที่ 2 (pdf file)
กำหนดการ ครั้งที่ 3 (pdf file)
ลงทะเบียนออนไลน์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
โทร. 0-2576-1604 ต่อ 110, 084-733-9277 (คุณธิติชญา)




*5 มีนาคม 2553 - เวทีสาธารณะเรื่อง เรตติ้งภาพยนตร์ : เครื่องมือป้องกันเยาวชนติดบุหรี่

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13.00 – 16.30 น.

ณ ห้องดวงกมล ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา

จัดโดยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล

ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

13.00 - 13.30 น. ลงทะเบียน
13.30 - 14. 15 น. การนำเสนอข้อมูล
? การจัดเรตติ้งภาพยนตร์ ตามพรบ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์พ.ศ.2551 โดย คุณสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
พลังของภาพยนตร์ที่บริษัทบุหรี่ไม่เคยมองข้าม โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
? ทำไมภาพยนตร์จึงกลายเป็น หนังหน้าไฟ(แช็ค) โดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
14. 15 – 15.30 น. เปิดเวทีสาธารณะ โดยผู้มีบทบาทสำคัญในวงการภาพยนตร์

? คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเอส เอฟซินีมา จำกัด

? คุณพิทยากร ลีลาภัทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทแคททาลิสต์ฯ (ประเทศไทย)

? คุณชัยวัฒน์ ทวีวงษ์แสงทอง สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย

? มรว.เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้บริหารบริษัทพร้อมมิตรภาพยนตร์

? คุณอัญญาอร พาณิชพึ่งรัถ ประธานเครือข่ายพ่อแม่เฝ้าระวังสื่อ

? อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
15.30 - 16.30 น. เปิดเวทีสาธารณะจากที่ประชุม
16.30 น. จบการประชุม

ผู้ดำเนินรายการโดย พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล และ(คุณเอิร์ท ) ศัลย์ อิทธิสุขนันท์

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณสถาพร โทร.081-570-6408 , 02-278-1828




*10 มีนาคม 2553 - เสวนาพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย)จำกัด จัดเสวนาพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ในวันที่ 10 มีนาคม 2553 ณ ห้องประชุม 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

พบการบรรยายพิเศษ “อาฟต้า-วิกฤตหรือโอกาส?” โดยคุณสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร และการเสวนาพิเศษจากวิทยากรในวงการอุตสาหกรรมไทยอีกหลายท่าน ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จำเป็นต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียนของประเทศไทย ตลอดจนทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเขตการค้าเสรีใหม่ในรายละเอียดและครอบคลุมระบบภาษี 0%

ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ นักข่าวสายอุตสาหกรรมและยานยนต์ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ควรพลาด

ร่วมจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย ) จำกัด

อย่าพลาด! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานสัมมนา "อาฟต้า - วิกฤตหรือโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย"
ณ ห้องประชุม 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 10 มีนาคม 2553
ค่าลงทะเบียน 300 บาท (รายได้มอบให้องค์กรที่เกี่ยวข้องโดยไม่หักค่าใช้จ่าย)
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด กรุณากรอกข้อมูลลงทะเบียนแล้วส่งโทรสารกลับมา ที่ 0-2642-6919/20 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อคุณ โนรี 0-2642-6911 ต่อ 816
อีเมล Noree.M@ubm.com


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:34:36 น.  

 
*10 มีนาคม 2553 - กิจกรรม “บันทึกความประทับใจผ่านภาพถ่าย” เนื่องในวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชาปีนี้คิดหรือยังว่าจะพาคนที่คุณรักไปเที่ยวและทำบุญที่ไหนดี!! คิดออกแล้ว!! อย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วยทุกที่!! หลังจากนั้นถ่ายรูปทุกที่ที่ไป ภาพไหนประทับใจคุณส่งมาให้เรา พร้อมกับบอกชื่อ+สถานที่ของภาพและความประทับใจที่ได้รับนั้นมาร่วมกิจกรรมกับเราในกิจกรรมเด่นประจำเดือนที่ชื่อว่า “บันทึกความประทับใจผ่านภาพถ่าย” กิจกรรมดีดีที่บอกผ่านความรู้สึกของคุณให้มาให้เราและเพื่อนๆ คนอื่นๆ ได้รู้ว่า “ความสุข สร้างได้ ทุกที่”

ส่งมาที่ ruethairat@thaihealth.or.th หรือที่ 979/116-120 อาคารเอส เอ็ม ทาวน์เวอร์ ชั้น 15 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400 ภาพใดได้นำมาโพสต์ รับไปเลย!! เสื้อสุดเก๋ ฟรี!

หมดเขตรับภาพถ่ายวันที่ 31 มีนาคม 2553

รีบส่งเข้ามาเยอะนะจ๊ะ ช้า!! อดของรางวัล ชัวร์!!

ด่วน มีจำนวนจำกัด




*15 -- 16 มีนาคม พ.ศ.2553 - กำหนดการประชุม เรื่อง "เงินของเรา สิทธิของใคร (Your Money Your Rights)"

มูลนิธิ เพื่อผู้บริโภค เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค จัดประชุมสมัชชาผู้บริโภคเงินของเรา สิทธิของใคร ในวันคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคสากล

Consumerthai -- 23 ก.พ. การจัดการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย นักวิชาการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรผู้บริโภคซึ่งมีบทบาทด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านคุ้มครองผู้บริโภค และสมาชิกนิตยสารฉลาดซื้อ ตัวแทนจากสถาบันการศึกษา และประชาชน ผู้บริโภค ผู้สนใจ โดยจัดงาน ณ ห้องมิราเคิลแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพ วันที่ 15 -- 16 มีนาคม 2553

การประชุมสมัชชาผู้ บริโภคนั้นจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรผู้บริโภคให้มีความรู้ความ เข้าใจ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนองค์การอิสระผู้บริโภค อีกทั้งติดตามความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระผู้บริโภค พ.ศ. .... และเพื่อสนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภค ได้ทำหน้าที่และบทบาทในฐานะผู้แทนผู้บริโภคตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

อนึ่งวันที่ 15 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสิทธิผู้บริโภคสากล และในปี 2553 นับเป็นปีที่มีความสำคัญกับผู้บริโภคและองค์กรผู้บริโภคหลายประการ กล่าวคือ ประการแรก องค์กรผู้บริโภคระหว่างประเทศ (Consumers International; CI) ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคขององค์กรผู้บริโภคจากทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 220 องค์กร ใน 115 ประเทศจะมีอายุครบ 50 ปี ประการต่อมา ปฏิญญาสากลของสหประชาชาติที่ว่าด้วยแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคได้ถูกรับรอง จากประเทศสมาชิกมา 25 ปี และประการสุดท้าย ประเทศไทยได้ผลักดันให้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วอย่าง น้อย 12 ปี นับแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540

รัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน ได้ให้การรับรองสิทธิผู้บริโภคที่จะต้องได้รับการคุ้มครอง อีกทั้งบัญญัติให้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรา 61 และในมาตรา 303(1) ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การดังกล่าวภายใน 1 ปีนับแต่คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่ว ไปเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้

โดยองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้ บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นต่อการกำหนดนโยบาย กฎหมาย กฎ และมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครอง ด้วยเหตุนี้จึงมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องมีการเผยแพร่และรณรงค์สร้าง ความตื่นตัวในกลุ่มองค์กรผู้บริโภค ผู้บริโภคทั่วไป และประชาชนให้มีการรับรู้ มีความเข้าใจถึงบทบาทและหน้าขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างกว้างขวาง และเตรียมความพร้อมขององค์กรผู้บริโภคในการมีส่วนร่วมและสนับสนุนองค์การ อิสระผู้บริโภค

กำหนดการประชุม เรื่อง "เงินของเรา สิทธิของใคร (Your Money Your Rights)"
วันที่ 15 -- 16 มีนาคม พ.ศ.2553
ณ ห้อง มิราเคิลแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ


วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2553

08.30 -- 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 -- 09.15 น. ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม
โดย รศ. ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
09.15 -- 10.00 น. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "สิทธิผู้บริโภค สิทธิพลเมือง"
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
10.00 -- 10.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.15 -- 12.00 น. อภิปราย "เงินของเรา สิทธิของใคร (Your Money Your Rights)
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
นายกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบาย TPBS
ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ *
นายปรีดา เตียสุวรรณ์ เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย
ดำเนินรายการโดย นางสาวจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ พิธีกร จาก The Nation
12.00 -- 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 -- 15.00 น. ประชุม กลุ่มย่อย 6 กลุ่ม เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความเห็น การตรวจสอบการคุ้มครองผู้บริโภค และการให้ความเห็นต่อนโยบาย และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สำคัญ
1. การตรวจสอบการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีการประมูลคลื่นยุคที่ 3 (3G)
2. การติดตามความคืบหน้า การให้ความเห็นกรณีแร่ใยหิน
3. การให้ความเห็นนโยบายความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ
4. การให้ความเห็นนโยบาย ความปลอดภัยด้านอาหาร
5. การให้ความเห็นต่อ (ร่าง) พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถื่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ...
6. การให้ความเห็นกรณีมาตรการการควบคุมการโฆษณาแฝง
15.00 -- 15.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 -- 16.30 น. นำเสนอผลการประชุมจากตัวแทนกลุ่มย่อย

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2553

09.00 -- 10.00 น. บทบาทองค์การอิสระผู้บริโภคในการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ในยุคสื่อทันสมัยโลกเผชิญภัยพิบัติ
รศ.ดร. วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
10.00 -- 12.00 น. ถอดบทเรียนการให้ความเห็นขององค์กรทางสังคม
นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI)
ดำเนินรายการโดย นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)
12.00 -- 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 -- 15.30 น. ถอดบทเรียนการตรวจสอบการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ
นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา
คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท
ดำเนินรายการโดย นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค
15.30-16.00 น. พิธีปิด

รายละเอียดเวทีกลุ่มย่อย วันที่ 15 มีนาคม 2553 เวลา 13.00 -- 15.00 น.

กลุ่มที่ 1การตรวจสอบการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีการประมูลคลื่นยุคที่ 3 (3G)
13.00- 13.15 น. ข้อเสนอผู้บริโภค จากการจัดเวที 3G วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552
โดย นายชุ้น สุนทราภิมุข ผู้แทนผู้บริโภค
13.15-15.00 น. ความคืบหน้าของการนำข้อเสนอขององค์กรผู้บริโภคไปพิจารณาและข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
โดย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ผู้แทนบริษัทโทรคมนาคม (AIS DTAC TRUE TOT CAT)
คุณชโลม เกตุจินดา ผู้แทนผู้บริโภค

ประธานกลุ่มย่อย นายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
เลขากลุ่มย่อย นางสาวจุฑา สังขชาติ โครงการบริโภคเพื่อชีวิต จังหวัดสงขลา

กลุ่มที่ 2 การติดตามความคืบหน้า การให้ความเห็นกรณีแร่ใยหิน
13.00- 13.15 น. ข้อเสนอผู้บริโภค จากการจัดเวทีแอสเบสตอส วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552
โดย นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ผู้แทนผู้บริโภค

13.15-15.00 น. ความคืบหน้าของการนำข้อเสนอขององค์กรผู้บริโภคไปพิจารณาและข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
โดย นพ.ไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสคบ.
นายอิสสระ โชติบุรการ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
นายอุฬาร เกรียวสกุล ผู้แทนบริษัทกระเบื้อง
ผศ.ดร.พญ.พิชญา พรรคทองสุข ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
นพ.อดุลย์ บัณฑุกุล สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
อ. อ.กฤช สินอุดม สถาปนิก
รศ.ดร. วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
ประธานกลุ่มย่อย นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เลขากลุ่มย่อย นายแพทย์ประสิทธิชัย มั่งจิตต์ กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

กลุ่มที่ 3 การให้ความเห็นนโยบายความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ
13.00- 14.00 น สถานการณ์ปัญหาความปลอดภัยและมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะ
โดย ผศ.ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี เครือข่ายนักวิจัย ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)
ดร.สุเมธ องกิตติกุล สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม*
ผู้แทนผู้ประกอบการกิจการรถโดยสาร
นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ สมาคมผู้บริโภคขอนแก่น
14.00-15.00 น. ระดมข้อเสนอนโยบายความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะของผู้แทนองค์กรผู้บริโภค
ประธานกลุ่มย่อย นายแพทย์ธนพงษ์ ธนจินดา มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
เลขากลุ่มย่อย นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

กลุ่มที่ 4 การให้ความเห็นนโยบาย ความปลอดภัยด้านอาหาร
13.00- 14.00 น. สถานการณ์ปัญหาความปลอดภัยด้านอาหาร
โดย นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ*
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี
นางสาวทัศนีย์ แน่นอุดร หัวหน้ากอง บก. นิตยสารฉลาดซื้อ
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)*
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)*
14.00-15.00 น. ระดมข้อเสนอนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของผู้แทนองค์กรผู้บริโภค
ประธานกลุ่มย่อย ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมการเรียนรู้กับสถาบันอุดมศึกษาไทย เพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.)
เลขากลุ่มย่อย นางสาวทัศนีย์ วีระกันต์ สำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชนและสังคม (สปกช.)

กลุ่ม ที่ 5 การให้ความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถื่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .......
13.00- 14.00 น. สถานการณ์ของร่างพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถื่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
โดย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ดร.นนทวัชร์ นวตระกูลพิสุทธิ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.)
นายต่อพงษ์ เสลานนท์ อุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
14.00-15.00 น. ระดมข้อเสนอต่อร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถื่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .......
ประธานกลุ่มย่อย นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา
เลขากลุ่มย่อย นางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา

กลุ่มที่ 6 การให้ความเห็นกรณีมาตรการการควบคุมเวลาในการโฆษณา
13.00- 14.00 น. สถานการณ์ปัญหาเรื่องการโฆษณา
โดย นางสุกัญญา สันทัด ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา สคบ.*
นพ.อิทธิพล ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวม.มหิดล
พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้จัดการ Media Monitor
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย
14.00- 15.00 น. ระดมข้อเสนอนโยบายเพื่อการควบคุมเวลาในการโฆษณา
ประธานกลุ่มย่อย นางรัศมี วิศทเวทย์ อดีตเลขาธิการ สคบ.
เลขากลุ่มย่อย นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

15.00 -- 15.15 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.15 -- 16.30 น. นำเสนอผลการประชุมจากตัวแทนกลุ่มย่อย
หมายเหตุ * อยู่ระหว่างการประสานงาน


โดย: jenifaae วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:35:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.