Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 

เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16





นู๋ไข่มุกขอจ้อ ^O^"

สวัสดีค่าแฟนนิยายที่น่ารักทุกคน ^O^ วันนี้ไข่มุกมีนิยายตอนใหม่มาเพิ่งปั่นสดๆ ร้อนๆ มาแล้วค่า >O< ฮั่นแน่ ! อยากอ่านแล้วใช่ไหมล่ะ เชิญได้เลยค่ะ แล้วไว้พบกันตอนหน้านะคะ รับรอง สนุกแน่!! ใครชอบฉากพระเอกซาดิสซ์ โฮ๊ะๆๆ เตรียมตัวไว้ได้เลย อิอิ


ตอนที่ 16

“แพนเป็นยังไงบ้าง” พีรพลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงทันทีที่เห็นอัญชลีเดินออกมาจากห้องนอนของพิชญา หญิงสาวเหลือบมองเขาอยู่แวบหนึ่งความน้อยใจฉายชัดอยู่ในแววตาแวบหนึ่งก็จางหายไปอย่างกับความรู้สึกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

“นอนหลับแล้ว กว่าจะคะยั้นคะยอให้ทานยาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน”

พีรพลมองตามร่างบางที่เดินหายเข้าไปในครัว จึงตัดสินใจเดินตามเข้าไป อัญชลีวางกะละมังน้ำร้อนที่เพิ่งเช็ดตัวคนป่วยไว้ในอ่างล้างจาน ก่อนจะหลังกลับมาและต้องตกใจเพราะเขาเดินมาซ้อนหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้หญิงสาวยิ่งอ่อนไหว แต่ในใจของคนที่เธออ่อนไหวด้วยนั้นกลับเต็มไปด้วยหญิงสาวอีกคน ซึ่งไม่ใช่เธอ...

“อาการของแพนเป็นยังไงบ้าง ถ้าหนักมากโฟมจะได้เตรียมรถพาเค้าไปโรงพยาบาล ดื้อนักต้องแอบอุ้มไปตอนหลับนี่แหละ จะได้โวยวายไม่ได้” น้ำเสียงของพีรพลนั้นดูก็รู้ว่าพูดจริงทำจริงแค่ไหน

“จะเอาที่ไหนล่ะ ถ้าที่ร่างกายก็คงไม่เป็นไรมากแล้ว แต่ยังตัวร้อนอยู่นิดๆ ให้กินยาแล้วคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจิตใจ... บอกได้คำเดียวว่าแย่ หมอที่ไหนคงเยียวยาไม่ได้หรอก นอกจากคนที่ทำให้แพนเป็นแบบนี้เท่านั้น”

มือหนาของพีรพลกำเข้าหากันด้วยความโมโห “ไอ้หมอนั่นมันทำอะไรแพน อันเห็นรึเปล่า”

“อันออกมาตอนได้ยินเสียงรถแล่นออกไปแล้ว... แพนก็ล้มอยู่ที่พื้นถนน” ท้ายเสียงนั้นทอดอย่างสะเทือนใจสภาพของเพื่อนรัก

“แล้วแพนเค้าพูดอะไรบ้างรึเปล่า เราเป็นห่วงเค้านะอันก็รู้” พีรพลเองก็ห่วงใยคนตัวเล็กไม่ต่าง ผิดกับความรู้สึกนั้นมันไม่ใช่เพื่อนห่วงเพื่อนเหมือนขออัญชลี

อัญชลีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ “ไม่... แพนไม่พูดอะไรเลย เอาแต่นอนร้องไห้จนหลับไป คงต้องรอให้แพนอาการดีขึ้นก่อนละมั้ง”

“แต่แพนปากแข็งมากเลยนะอัน ถ้าเขาไม่พูดก็อย่าหวังเลยว่าเราจะรู้ ชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ถึงได้อาการทรุดลงแบบนี้ไง”

“อันรู้ เอาเป็นว่าอันจะพยายามถามแพนละกันนะ”

******************************

ใบหน้าสวยเก๋ของวาสินีง้ำงอทันที ที่เลขาฯ หน้าหน้าห้องของภูมิรพีปฏิเสธการให้เธอเข้าไปในห้องของเจ้านายหนุ่มของหล่อน เลขาฯ สาวเอ่ยว่าเจ้านายงานยุ่งมากและไม่ต้องการพบใครทั้งสิ้นมาตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว วาสินีกัดริมฝีปากทั้งๆ ที่อยากจะกรี๊ดให้ลั่นบริษัทใจจะขาด แต่ก็ต้องอดทนเก็บความไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้าไว้ ด้วยรู้ว่าหากเกิดเรื่องราวขึ้น ภูมิรพีไม่มีทางเข้าข้างเธอ เขาเป็นคนที่ยุติธรรมเสมอ พนักงานทุกคนถึงได้ให้ความเคารพยำเกรงเขา

“แต่นี่มันบ่ายแล้ว พี่ภูมิจะไม่ออกไปทานข้าวเลยรึไง เธอเป็นเลขาฯ ประสาอะไร ทำไมถึงปล่อยให้เจ้านายทำงานจนลืมเวลา ถ้าเกิดพี่ภูมิเป็นอะไรไป ฉันเล่นงานเธอแน่” น้ำเสียงวาสินีแข็งกร้าวด้วยความไม่พอใจ

“ท่านประธานสั่งให้ดิฉันไปซื้อข้าวกล่องมาให้ทานตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง”

“ข้าวกล่อง! พี่ภูมิเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โต ทำไมเธอถึงสั่งข้าวกล่องราคาถูกๆ ให้เขา อย่างน้อยก็น่าจะเป็นข้าวกล่องจากร้านอาหารญี่ปุ่นหรือไม่ก็โรงแรมระดับห้าดาวสิ”

พรวิภาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารงานตรงหน้า “ดิฉันถามแล้ว แต่ท่านประธานต้องการเช่นนั้น ท่านไม่ต้องการให้เสียเวลางานมากนัก” จบคำเลขาฯ สาวก็หันไปทำงานต่ออย่างคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วย

“นี่เธอ!” สองมือของวาสินีกำแน่นอย่างไม่พอใจ เตรียมจะว่าเลขาฯ สาว แต่เสียงอินเตอร์โฟนดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน

“ค่ะ ท่าน” พรวิภารับสาย วาสินีมองด้วยสายตาอยากรู้ ปลายสายพูดอะไรออกมานั้นเธอไม่อาจจับใจความได้ รู้แต่เพียงว่าเสียงของเธอคงดังพอให้คนข้างในห้องได้ยินจึงโทรมาว่าเลขาฯ ของเขา ซึ่งไม่รู้ที่ต่ำที่สูงกันไม่ให้เธอพบกันภูมิรพี

ฮึ สมน้ำหน้า เป็นแค่เลขาไม่รู้จักเจียมกะลาหัว วาสินีสำทับในใจ

โดยไม่รู้ถึงสาเหตุที่ภูมิรพีต่อสายมาคุยกับเลขาฯ ของเขานั้นไม่ได้ต่อว่าอะไรเธอ เพียงแค่รำคาญเสียงแจ๊ดๆ ที่ดังไปถึงในห้องทำงาน จนเขาไม่มีสมาธิทำงานเท่านั้น

“ท่านประธานเชิญคุณเข้าไปในห้องค่ะ” พรวิภากล่าวเสียงเรียบๆ ตามหน้าที่ แต่ในใจกำลังดีใจที่จะหลุดพ้นจากตัวสร้างปัญหาโดยเร็ว งานเลขานุการก็เหมือนงานรับหน้าคนดีๆ นี่เอง กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอต้องรับหน้าผู้หญิงคนนี้ พรวิภาได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

วาสินีเปรยตามองเลขาฯ สาวอย่างดูถูก ก่อนจะเดินเชิดฉายด้วยท่าทางมั่นใจ เข้าไปในห้องชายที่เธอหมายปอง หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วห้อง หวังจะได้เห็นชายหนุ่มยืนรอรับด้วยรอยยิ้ม และเขาก็เข้ามาสวมกอดเธอก่อนจะจรดริมฝีปากลงหอมแก้มเธออย่างชื่นใจ

แต่ไม่! ไม่เลย สิ่งที่เธอคิดไว้ตรงข้ามกับความเป็นจริง เธอได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาคมคายหล่อเหลา รอบตัวเต็มไปด้วยงาน เอกสาร คอมพิวเตอร์ กับสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานทั้งสิ้น ไม่มีรอยยิ้มหวาน ไม่มีอ้อมกอด และไม่มีแม้แต่คำทักทายที่แสนหวาน

“วามีธุระอะไรกับพี่เหรอ” มีแต่น้ำเสียงเย็นชาเท่านั้นที่เขาจะให้เธอ

วาสินีหน้าบูดบึ้งมากกว่าเดิมกับน้ำเสียงเย็นชาที่เขาเอ่ยออกมา ภูมิรพีเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่งด้วยคำทักทายอันแสนจะธรรมดา จากนั้นเขาก็ไปให้ความสนใจกับงานเช่นเคย เธออยากจะกรี๊ด อยากจะเข้าไปทึ้งเอกสารทั้งหมดออกจากมือเขา แต่สิ่งที่เธอทำกลับตรงข้าม

“แหม พี่ภูมิ พูดอย่างกับเราเป็นคนอื่นคนไกลกัน ทำไมคะ ถ้าไม่มีธุระวาจะมาหาพี่ภูมิไม่ได้รึไง หมู่นี้วาแทบจะไม่ได้พบพี่ภูมิเลยนะคะ ลืมวาไปแล้วรึไง” วาสินีพยายามปั้นหน้าให้อ่อนโยนไร้เดียงสาที่สุด น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความออดอ้อน

“ช่วงนี้พี่ไม่ว่าง พี่ต้องเคลียร์งานก่อนที่จะมีงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท” เขาตอบโดยไม่มองหน้าเธอ

“นั่นสิ วาแปลกใจจัง ใกล้งานเลี้ยงของบริษัททีไรพี่ภูมิไม่เคยว่างเธอ พนักงานทุกคนก็ด้วย ทำงานกันอย่างกับเครื่องจักร วาว่าใกล้ๆ งานเลี้ยงเราน่าจะเพลาๆ งานลงบ้าง แล้วค่อยเก็บงานไปทำทีหลังก็ได้”

ภูมิรพีเงยหน้ามองหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ แล้วหันกลับไปทำงานตามเดิม

“ไม่ได้หรอก งานนี้ยังไงก็ต้องเร่งให้เสร็จก่อนที่จะมีงานใหม่เข้ามา งานเลี้ยงประจำปีจัดขึ้นเพื่อให้พนักงานสนุกกันก็จริง แต่อีกนัยหนึ่งมันก็คือธุรกิจ ที่จะต้องสรุปว่าในหนึ่งปีเราทำผลงานอะไรไปบ้าง แขกที่เชิญมาก็มีลูกค้าและสื่อมวลชนมาทำข่าว เป็นการประชาสัมพันธ์บริษัทไปในตัวด้วยเลย ดังนั้นหลังงานเลี้ยง หลังงานเลี้ยงก็จะมีลูกค้าใหม่ มีงานใหม่เข้ามาอีกเยอะ พี่จึงต้องเร่งงานเก่งให้เสร็จ”

วาสินียิ้มหวานให้ชายหนุ่ม นัยน์ตาฉายแววความชื่นชมอยู่อย่างไม่ปิดบัง เธอชอบภูมิรพีตรงนี้ หล่อ รวย แต่ไม่ไร้สมอง เขาแฝงไปด้วยความเก่งกาจอย่างนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย เพียงถ้า... เพียงถ้าเธอได้เป็นผู้ครอบครองหัวใจของเขา มันจะดีสักแค่ไหน วาสินีคิดถึงวันที่เขาจะมาสยบอยู่แทบเท้าก็แทบจะอดใจรอวันนั้นไม่ไหว

“ตกลงว่าวามีธุระอะไรกับพี่ พี่ต้องการสมาธิในการทำงาน”

“วาก็มาเพราะเรื่องงานเลี้ยงนี่แหละคะ คุณพ่อคุณแม่ของวาท่านไม่ว่าง เลยฝากบอกพี่ภูมิว่าท่านคงไปร่วมงานไม่ได้ ท่านฝากมาขอโทษพี่ภูมิด้วยค่ะ”

“แค่นี้ใช่ไหม? พี่จะได้ทำงานต่อ”

วาสินีชักหน้าไม่พอใจ ทำไมเขาจะต้องไล่เธอทุกครั้งที่มีโอกาสด้วยนะ

“ยังคะ คือวันงานวาอยากให้พี่ภูมิไปรับวาที่บ้านด้วยได้ไหมคะ” วาสินีช้อนสายตามองเขาอย่างมีความหมาย แต่ภูมิรพีกับมองไม่เห็นมัน เขาเพียงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยเท่านั้น

“วาอยากให้พี่ภูมิเป็นคู่ควงของวาน่ะค่ะ คือวาไม่มีใครไปด้วยเลย คุณพ่อคุณแม่ท่านก็ไม่ว่าง วาไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ พี่ภูมิก็รู้นี่คะ วาไปงานแบบนี้ทีไรมีแต่หนุ่มๆ จ้องตามจีบวา วาเบื่อ…” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของวาสินีเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งในความสวยของเธอ “พี่ภูมิช่วยเป็นคู่ควงวากันหนุ่มๆ พวกนั้นให้ทีสิคะ…นะคะพี่ภูมิ” เธอจำต้องยกเหตุผลนี้มาอ้าง เพราะรู้ว่าถ้าขอเป็นคู่ควงกับชายหนุ่มตรงๆ เขาคงปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยดังเช่นทุกครั้ง

ภูมิรพีมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมิน แต่ด้วยสายตาไร้เดียงสาของวาสินีทำให้เขาต้องตกลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“ก็ได้ พี่จะช่วย”

วาสินียิ้มรับหน้าบานทันที และต้องหุบยิ้มลงไม่ทันด้วยประโยคถัดมาของชายหนุ่ม

“ในฐานนะพี่ชาย พี่ต้องช่วยน้องสาวอยู่แล้ว”

วาสินีได้แต่เจ็บแค้นในใจ นี่เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบอื่นนอกจากน้องสาวเลยรึไง ไม่รู้จะปักใจอะไรนักหนากับผู้หญิงที่ตายไปแล้ว พลันสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นตลับกลมๆ สีชมพูที่อยู่วางอยู่ข้างๆ คอมพิวเตอร์ของชายหนุ่ม วาสินีเย็นวาบไปทั้งตัว เมทัศน์ มันไม่ได้โกหกเธอ!

หญิงสาวนึกไพล่หลังไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะมาเจอภูมิรพีนั้น เธอได้ไปพบกับบุคคลซึ่งถือว่าอันตรายที่สุดสำหรับเธอ ณ ตอนนี้ เมทัศน์!

“คุณมีอะไรกับฉันก็พูดมาเร็วๆ ฉันมีธุระต้องไปต่อ” วาสินีมองอีกฝ่ายที่ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนทั้งๆ ที่เป็นคนนัดเธอออกมาแท้ๆ

“ธุระของคุณเอาไว้ก่อนก็ได้ เพราะธุระของผมสำคัญกว่าเยอะ” เมทัศน์ยิ้มเหยียดที่ริมฝีปากก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วสูบต่อหน้ายิ่งสาวอย่างสบายอารมณ์ ยิ่งอีกฝ่ายร้อนใจอยากรู้มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็จะเป็นฝ่ายดึงเกมส์ให้ช้าลง

“ฉันก็ฟังอยู่นี่ไง แกก็พูดมาสักทีสิ!” วาสินีเผลอตวาดอย่างมีอารมณ์ ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเนื่องจากเห็นนัยน์ตาของเมทัศน์วาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ “ขอโทษค่ะ ฉันแค่อยากรู้เรื่องที่คุณเรียกมาพบมากไปหน่อย”

“ดีมาก สาวน้อย คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้คุณพูดจาไม่เพราะ ตกลง...ผมเข้าเรื่องก็ได้ ช่วงนี้คุณดูแลคนของคุณไม่ดีรึเปล่า เขาถึงได้มีโอกาสทำตัวเป็นนักสืบไปสืบเรื่องราวของชาวบ้านน่ะ”

“นักสืบ ? พี่ภูมิกำลังสืบเรื่องอะไร” วาสินีทำหน้าฉงน ด้วยเธอเดาเกมส์ของอีกฝ่ายไม่ทัน

“เรื่องยา ผมบังเอิญได้ยินมา คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับอดีตเพื่อนรักของคุณ”

“ยาอะไร แล้วใครอดีตเพื่อนรักฉัน” น้ำเสียงของวาสินีเริ่มฉุนเฉียวมากขึ้น เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ค่อยๆ ปล่อยเรื่องราวออกมาทีละนิด ไม่ทันใจเธอ

“ก็เพื่อนรักคุณไง พิชญา” เมทัศน์เอ่ยออกไปเสียงเรียบแบบไม่ทุกข์ร้อน ในขณะที่หญิงสาวตาลุกวาวเมื่อได้ยินชื่อของอดีตเพื่อนรัก

“นังแพนมันป่วยเป็นอะไร แล้วทำไมพี่ภูมิถึงต้องสืบเรื่องยาด้วย”

“ผมคิดว่าคนของคุณคงอยากรู้ว่าพิชญาป่วยเป็นโรคอะไรละมั้ง ดูท่าทางเขาเป็นห่วงอาการของเพื่อนรักคุณมากทีเดียวนะ จากที่ผมเห็นเมื่อคืนนี้ คุณไม่สงสัยความสัมพันธ์ของเขาสองคนเลยเหรอ”

“ไม่จริง พี่ภูมิเกลียดนังแพนจะตาย ไม่มีทางที่เขาจะสนใจนังนั่นได้หรอก ไม่มีทาง” วาสินีตอบด้วยความดุดันเคืองแค้น แต่ท้ายประโยคนั่นราวกับย้ำให้ตัวเองมิใช่เมทัศน์

“อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้นะครับ แค่อยากเตือนคุณไว้ บางทีคนของคุณอาจเริ่มระแคะระคายอะไรแล้วก็ได้” เมทัศน์เตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้าอีกฝ่ายจบเขาก็จบด้วยเช่นกัน

“ไม่หรอก พี่ภูมิไม่มีทางสงสัยฉัน” ใช่ เขาจะสงสัยเธอได้อย่างไรในเมื่อไม่มีหลักฐาน และเธอก็โยนความผิดทั้งหมดให้อดีตเพื่อนรักรับไปเต็มๆ แล้วนี่

“แล้วเรื่องยา”

“ช่างมัน นังแพนมันจะป่วยเป็นโรคอะไรก็เรื่องของมัน ตายๆ ไปได้ซะก็ดี”

********************************

ภูมิรพีรู้สึกถึงสายตาที่มองจ้องเขาอยู่อย่างไม่วางสายตา ชายหนุ่มลอบถอนหายใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง และพบว่าสายตาของเธอไม่ได้มองเขา แต่กลับมองสิ่งของสิ่งหนึ่งอยู่ ตลับสีชมพูที่เขาบังเอิญวางไว้ที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่มอบให้คีรีไปหนึ่งอัน วาสินีมองจ้องอย่างไม่วางตา...

“วา...วาสินี” เสียงเรียกทำให้เธอสะดุ้ง หญิงสาวดึงความคิดทั้งหมดกลับมาสู่โลกปัจจุบัน วาสินีรีบหันไปยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มเจ้าของห้อง ซึ่งเป็นคนเรียกชื่อเธอ

“มีอะไรเหรอคะพี่ภูมิ”

“ของวารึเปล่า” ชายหนุ่มชูตลับสีชมพูอันเล็กขึ้นแล้วถามเธอ

วาสินีรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เธอคงจะจ้องมันนานไปจนพี่ภูมิสงสัย แต่เอ๊ะ! เมทัศน์บอกว่าพี่ภูมิกำลังสืบเรื่องยาของพิชญา ไฉนจึงมาถามว่ามันเป็นของเธอรึเปล่า หรือว่าพี่ภูมิเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เขาสืบเพื่อต้องการหาเจ้าของเท่านั้น ไม่ได้สงสัยเรื่องอันใดทั้งสิ้น เมทัศน์คงจะคาดการผิดไปกระมัง คิดได้เช่นนี้หญิงสาวก็โล่งใจ

“แหม พี่ภูมิ วาจะมีของราคาถูกบ้านๆ แบบนี้ได้ยังไงล่ะคะ” เธอไม่วายสำทับ

ภูมิรพีกระตุกยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ของวาสินี เพราะฉะนั้นจะเป็นของใครไม่ได้นอกจากพิชญา

“อืม...วาหมดธุระแล้วใช่ไหม พี่จะได้ทำงานต่อ”

“เห็นเลขาหน้าห้องบอกว่าพี่ภูมิทานข้าวกล่องธรรมดามันจะอยู่ท้องเหรอคะ วาว่าเราไปหาอาหารฝรั่งเศสทานกันดีกว่าค่ะ วารู้จักร้านอาหารเปิดใหม่ เป็นเชฟมาจากฝรั่งเศสมาร่วมหุ้นเปิดร้านอาหารในไทย อร่อยใช้ได้เชียวนะคะ ถ้าพี่ภูมิว่าง วาขอ...”

“พี่พูดไปแล้วนะวา พี่ต้องการทำงานให้เสร็จ วาก็รู้ พี่ไม่ใช่คนชอบพูดอะไรซ้ำซาก” ภูมิรพีขัดประโยคโฆษณาร้านอาหารของวาสินี ลงท้ายมิวายต้องชวนเขาออกไปอีก

“ก็ได้ค่ะ วาเชื่อฟังพี่ภูมิอยู่แล้ว งั้นวาไปก่อนนะคะ แล้ววาจะโทรหาพี่ภูมิอีกทีเรื่องงานเลี้ยง”

คล้อยหลังของวาสินีไปภูมิรพีได้แต่ถอดถอนใจด้วยความเหนื่อยอ่อน เขารู้... รู้มาตลอดว่าวาสินีคิดอย่างไรกับเขา แต่เขาไม่ได้รัก ไม่เคยคิดกับวาสินีในแง่ชู้สาว หรือเกินเลยกว่าน้องสาวเลย ดูเหมือนวาสินีเองก็ไม่ละความพยายามเช่นกัน คงต้องอาศัยเวลาเท่านั้นที่จะช่วยให้วาสินีเปลี่ยนความคิด เพราะความคิดเขาเองไม่มีทางเปลี่ยนแน่นอน

“คุณพรวิภา ต่อสายแผนกบัญชีให้ผมหน่อย” ภูมิรพีกดหาเลขาสาวแล้วรอ

“คะ ท่าน” ดาหวัน พนักงานฝ่ายบัญชีหรือคือเพื่อนรุ่นพี่ของพิชญาประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ท่านประธานต่อสายลงมาพูดคุยเอง ที่สำคัญโดยไม่ผ่านเลขาหน้าห้องด้วย เพราะทุกครั้งหากมีเรื่องสำคัญอะไรท่านประธานจะเป็นฝ่ายให้คุณพรวิภาโทรมาทุกครั้ง

“วันนี้พิชญามาทำงานรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ วันนี้เพื่อนของแพน เอ้ย...พิชญา โทรมาลางานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ เห็นว่าไม่สบาย เป็นไข้ลุกไม่ขึ้นเชียวค่ะ อุ๊บ!...” ดาหวันเพิ่งรู้ตัวว่ารายงานเกินความจำเป็นมากเกินไปหน่อย “มีอะไรรึเปล่าคะท่าน”

“เปล่า ไม่มีอะไร” แล้วท่านประธานก็ตัดสายไปอย่างรวดเร็วจนพนักงานสาวได้แต่มองตามโทรศัพท์ด้วยความงุนงง ธุระอันเร่งด่วนของเธอกลายเป็นสายโทรถามถึงรุ่นน้องสาวที่ป่วยไปซะได้

ภูมิรพีมองโทรศัพท์ด้วยความว้าวุ่นใจ เธอไม่สบายเป็นอะไร อาการเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้จะไปหาหมอรึยัง หรือว่าดื้อไม่ยอมไปหาหมออีกเหมือนเดิม

เขาไม่เข้าใจตัวเอง เหตุใดจึงต้องเป็นห่วงเป็นใย ’ผู้หญิงคนนั้น’ มากมายขนาดนี้ ก็เขาเองมิใช่หรือที่เป็นสาเหตุในการป่วยครั้งนี้ของเธอ ภูมิรพีถอนหายใจแรงๆ พลางกระแทกตัวพิงพนักเก้าอี้พลางใช้มือบีบขมับนวดคลึงเบาๆ บนศีรษะ ใจประหวัดคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ ภาพสาวน้อยร่างบางนอนกองอยู่บนพื้นถนน เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนและหยดน้ำตา ตามมาหลอกหลอนเขาไม่มีหยุด

***********************************

“แพนจ๋า ตื่นมาทานข้าวเร็ว ใกล้จะได้เวลาทานยารอบใหม่แล้วนะ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมร่างโปร่งบางของอัญชลีก้าวเข้ามาทันทีโดยมิได้เคาะประตู เพราะสองแขนเต็มไปด้วยถาดอาหารส่งกลิ่นหอมฉุยมาแต่ไกล หญิงสาวกวาดสายตามองไปทั่วห้องเมื่อไม่พบคนป่วยนอนอยู่บนเตียง แต่กลับไปยืนรับลมอยู่ตรงระเบียงท่าทางเหม่อลอยของเพื่อนรักทำให้อัญชลีถอนหายใจ

พิชญาทอดสายตาออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ท้องฟ้าวันนี้สดใสไร้เมฆฝนดั่งเช่นเมื่อวานราวกับเป็นคนละฝืนฟ้ากัน คำโบราณว่าไว้ ‘ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ’ แต่หญิงสาวถูกลมมรสุมชีวิตพัดกระหน่ำเข้าใส่เรื่อยมา ไม่มีทีท่าว่าท้องฟ้าของเธอเมื่อใดจะสวยงามดั่งเช่นฟ้าหลังฝนสักที...

“แพน แพน!” พิชญาสะดุ้งตกใจในเสียงเรียก มือเรียวสวยป้ายน้ำตาที่ขอบตาอย่างลวกๆ ก่อนจะหันมาส่งรอมยิ้มสดใสที่ดูยังไงก็แสนจะ ’แสร้งทำ’ ไปให้เพื่อนรัก เธอไม่อยากให้อัญชลีรู้ว่าเธอร้องไห้ ไม่อยากอ่อนแออีกต่อไปแล้ว

“มีอะไรหรือจ๊ะอัน เรียกซะดัง แพนตกใจหมดเลย”

“ก็อันเรียกแพนตั้งนานแล้ว เหม่ออะไรอยู่จ๊ะ” อัญชลีพยุงคนป่วยมานั่งบนเตียงอย่างช้าๆ ซึ่งคราวนี้คนป่วยชักเริ่มออกฤทธิ์ พิชญาส่งเสียงประท้วงเพื่อนรักทันที เธอไม่ต้องการทานอาหารบนที่นอนเหมือนคนป่วยอีกแล้ว อัญชลียิ้มอย่างระอาก่อนจะพา ‘คนหายป่วย’ ไปนั่งที่เก้าอี้ และหยิบถาดอาหารส่งให้คนตัวเล็กที่ตั้งหน้าจะทานอาหารเอง

“ยังไม่ตอบคำถามอันเลยนะ คิดอะไรอยู่” อัญชลีถามเพื่อนที่นั่งใช้ช้อนคนข้ามต้มไปมาไม่ยอมตักเข้าปากซะที “แล้วคนอยู่นั่นแหละ กินซะทีสิ เดี๋ยวข้ามต้มก็เย็นหมดหรอก”

พิชญาแอบส่งค้อนให้เพื่อนเล็กๆ พลางส่งข้าวต้มกุ้งเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ย “ก็ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้เหม่อซะหน่อย” หญิงสาวยังมิวายบ่นอุบอิบ

“ยังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอีกหรือไง เลิกคิดถึงเขาเถอะแพน สิ่งที่แพนกำลังพยายามทำอยู่ พยายามอธิบายทุกอย่าง มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ถ้าเขายังมีแต่ความโกรธแค้น ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล โฟมเขาเป็นห่วงแพนมากเลยนะ รู้รึเปล่า”

“อันไม่ได้บอกโฟมเรื่องเมื่อวานใช่ไหม” พิชญาถามด้วยความร้อนรน ด้วยรู้นิสัยเพื่อน ปกติพีรพลเป็นคนใจดี อารมณ์ดี ขี้เล่น หากถ้าโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ก็อาจพังทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากองได้เหมือนกัน

“ไม่ได้บอก ขืนบอกก็ระเบิดลงน่ะสิ เฮ้อ...แพน อันเป็นห่วงแพนนะ…” อัญชลีตั้งท่าจะบ่นเพื่อนตัวดีต่อ แต่เสียงกริ่งหน้าบอกดังขึ้นขัดจังหวะซะก่อน “กินข้าวต้มให้หมดก่อน กินยาตามด้วยนะแพน อันเตรียมไว้ให้หมดแล้ว เสร็จแล้วก็นอนพักเข้าใจไหม อันจะไปดูว่าใครมา” ก่อนไปยังมิวายหันมาสั่งเพื่อนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งหน้ายู่ทำท่าไม่อยากทานข้าวทานยา “ห้ามแอบเอาไปทิ้งด้วย ถ้าทำนะ น่าดู!”

*************************************

“ใครนะ มาแต่เช้า” อัญชลีบุนอุบอิบไปตลอดทางที่เดินมาหน้าบ้าน “รถนั่นมัน” หญิงสาวแพ่งสายตาไปยังรถยนต์คันโตสีดำสวยสง่าที่จอดนิ่งสงบอยู่หน้าประตูรั้ว มิทันได้ดูว่าใช่รถที่ตนคิดไว้หรือไม่ เจ้าของรถหน้าหล่อก็โผล่หน้ามาทักทายทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินออกมาจากบ้าน

“สวัสดีครับ คุณเลขาฯ คนสวยของผม” เอกองค์ยิ้มรับมาแต่ไกล แต่ ’เลขาฯ คนสวย’ ของเขากลับทำหน้ามุ่ยเมื่อเห็นหน้าเขา

“คุณเอกมาทำไมมิทราบค่ะ” อัญชลีทำหน้าเบื่อโลกทันทีที่เห็นหน้าเจ้านายหนุ่ม อยู่บริษัทก็เห็นหน้ากับจนเอียนไปข้างหนึ่งแล้ว วันหยุดยังอุตส่าห์โผล่หน้ามาให้เอียนเล่นอีก

“ผมก็มาตามตัวคุณไปทำงานน่ะสิ”

“ขอโทษนะคะคุณเจ้านาย แต่ฉันลางานแล้ววันนี้ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น” หญิงสาวว่าพลางหมุนตัวกลับเขาบ้าน แต่ชายหนุ่มไวกว่า เขาคว้าท่อนแขนนุ่มนั้นไว้ได้ก่อนจะลากหญิงสาวไปขึ้นรถยนต์คันโตของเขา

“นี่คุณเอก คุณจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปนะ ลางานแล้ว” อัญชลีแหวใส่ชายหนุ่มทันทีที่ตั้งตัวติด หากชายหนุ่มทำหูทวนลมไม่สนใจ ซ้ำยังหันไปสตาร์รถหน้าตาเฉย

“ผมก็ไม่เห็นว่าคุณป่วยตรงไหนนี่ เอาน่า...ผมไม่พาคุณไปฆ่าหรอกน่า แค่มีเรื่องขอร้องให้ช่วยนิดหน่อย คุณจะช่วยผมได้ไหม” เอกองค์หันไปมองหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาตั้งใจขับรถต่อ “เอ...อันที่จริงผมไม่ต้องขอร้องคุณก็ได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นเลขาฯ ของผม เลขาฯ ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย จริงไหม” เอกองค์พูดเองสรุปเองหน้าตาเฉยเมื่อเห็นหญิงสาวตั้งท่าจะแว้ดต่อ

อัญชลีได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในลำคออย่างไม่ชอบใจกับข้อสรุปของเขา “แล้วคุณจะพาฉันไปไหน”

“เดี๋ยวคุณก็รู้”

รถยนต์คันโตของเขามาจอดอีกทีหนึ่งที่ห้องเสื้อหรูหรา ที่อัญชลีดูยังไงก็ไม่เข้าใจในพฤติกรรมของเจ้านายหนุ่ม เอกองค์เปิดประตูรถออกไปรออยู่นอกรถ แต่เลขาฯ คนสวยของเขาก็ยังทำหน้างงอยู่ในรถไม่ยอมลงมาซะที จนเขาต้องเดินไปเปิดประตูรถให้ แต่เจ้าหล่อนก็ยังคงเชิดหน้าไม่ยอมลงอีกนั่นแหละ

“อ้าวคุณ ลงมาสิ เดี๋ยวผมก็ขังไว้ในรถหรอก” แต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่ง “หรือว่า ต้องให้ผมอุ้มไปคุณถึงจะยอม” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตั้งท่าจะอุ้มคนดื้อลงจากรถยนต์ เท่านั้นแหละ แม่ตัวดีรีบดีดตัวออกมาจากรถไวยิ่งกว่าปรอท

“อีตาบ้า คุณจะทำอะไรของคุณน่ะ” เอกองค์ยักไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยหญิงสาวได้แต่ยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว ไม่นานเธอก็รีบเดินตามเขาไป

ห้องเสื้อที่เอกองค์พาเธอมานั้นใหญ่โตเอาการทีเดียว อัญชลีกวาดตามองไปทั่ว หน้าร้านกรุด้วยกระจกใสที่เต็มไปด้วยลวดลายสวยงาม เพื่อสามารถโชว์เสื้อผ้าในร้าน ภายในร้านแบ่งออกเป็นสามชั้น ตกแต่งอย่างประณีตสวยงามพร้อมเสื้อผ้าในแบบผู้หญิงที่จัดเป็นเซตเข้ากับการตกแต่งของร้าน มีตั้งแต่เสื้อสูทในวัยทำงานไปจนถึงชุดราตรีสวยงามมากมาย รวมไปถึงชุดเจ้าสาวแสนสวยที่วางแต่งอยู่กลางร้าน

อัญชลีเดินเข้าไปใกล้หุ่นที่ใส่ชุดเจ้าสาวอย่างเหม่อลอย มือบางลูบชุดเจ้าสาวอย่างชอบใจ สวยเหลือเกิน ถ้าเธอได้แต่งงานกับใครสักคน เธออยากใส่ชุดแต่งงานอย่างนี้ ยิ้มสาวอมยิ้มน้อยๆ ให้กับความคิดของตนเอง กริยานั้นไม่รอดพ้นสายตาของเอกองค์ เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางก้มลงไปกระซิบข้างหูของเธอ

“ชุดนี้สวย เหมาะกับคุณมากนะที่รัก”

รอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าอัญชลีเปลี่ยนเป็นบึ้งทันทีที่ได้ยินคำพูดกวนๆ ของเจ้านายหนุ่ม เธอหันไปทุบเขาดังปึ๊ก! “ตาบ้า ใครเป็นที่รักของคุณไม่ทราบย่ะ”

“อ้าว ก็ผมเห็นคุณดูชอบชุดนี้เหลือเกิน หรือฝันว่าได้เป็นเจ้าสาวของผม บอกไว้ก่อนเลยนา เห็นผมเป็นแบบนี้ แต่ผมก็เลือกเหมือนกัน ผมไม่เอาผู้หญิงมือหนักอย่างนี้หรอก” เอกองค์บ่นไม่วายลูบคลำตรงที่โดนทุบ

“ผู้ชายกวนประสาทอย่างคุณฉันก็ไม่เอาเหมือนกัน” อัญชลีว่าก่อนจะสะบัดหน้าหนี

“นี่คุณ...”

เอกองค์ทำท่าจะเปิดศึกอีกรอบ แต่ผู้ที่มาเป็นกรรมการห้ามมวยเดินเข้ามาก่อน พลางทักหนุ่มสาวเสียงใสสไตล์สาวประเภทสอง

“อุ้ยตาย! น้องเอก ลมอะไรพัดมาถึงนี่คะ หรือว่าเป็นลมรัก” เจ้าของห้องเสื้อกล่าวสายตาวิบวับอย่างมีความหมายเมื่อเห็นชายหนุ่มพาหญิงสาวหน้าตาสะสวยมาด้วย

“เปล่าหรอกครับพี่แพท ผมมาซื้อชุดต่างหาก”

“ว้า พี่ก็นึกว่าพาสาวมาลองชุดแต่งงานซะอีก อย่าลืมนะน้องเอกถ้าจะแต่งงานต้องมาร้านพี่นะ พี่จะตัดชุดให้เจ้าสาวของน้องเอกเอง รับรองจะทำให้สุดฝีมือไม่ให้ซ้ำใครเลย แล้วสาวน้อยน่ารักคนนี้เป็นใครเหรอจ๊ะ หรือว่าเป็น...” แพท หรือภัทร มองหน้าหญิงสาวกับชายหนุ่มสลับมาไปอย่างมีความหมาย จนอัญชลีต้องก้มหน้าแดงเป็นลูกตำลึงลง เธอบอกตัวเองว่าที่หน้าแดงแจ๋เพราะไม่เคยโดนจ้องนานขนาดนี้ต่างหาก ไม่ได้หมายถึงความนัยของชายหนุ่มใจสาวคนนี้เสียหน่อย

“เปล่าครับนี่อัญชลีเลขาฯ ของผมต่างหากครับ” เอกองค์ตอบทั้งๆ ที่หน้าแดงไม่แพ้สาวน้อยข้างๆ เลย ภัทรลอบยิ้มกับตัวเอง แต่ก็ไม่ซักไซ้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้มากมาย

อัญชลียกมือไว้อย่างนอบน้อม ภัทรหันมามองหญิงสาวด้วยความพอใจ นึกในใจว่าหญิงสาวคนนี้มารยาทดีกว่าโสภิตาคู่หมั้นของเอกองค์มากมายนัก

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณแพท ดิฉันอัญชลีค่ะ หรือเรียกอันเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ ไม่ต้องมีคุณหรอกเรียกพี่แพทก็ได้” ภัทรหันไปยิ้มให้กับอัญชลีอย่างจริงใจ มิวายแซว “พี่แพทก็นึกว่าน้องเอกก็เลิกกับคู่หมั้นนิสัยเสียไปแล้ว ดีใจเก้อเลยสิเรา โอ๊ย! รายนั้นน่ะนิสัยแน่มาก มาที่นี่นะน้องอันเอาแต่ชี้นิ้วสั่งจะเอานั่น จะเอานี้ จะเอาให้ได้ดังใจ พี่ต้องแก้ชุดให้ตั้งหลายรอบ...”

“พี่แพทครับ” เอกองค์ขัดจังหวะรุ่นพี่ชายหัวใจหญิงก่อนจะบรรยายสรรพคุณดีเลิศของคู่หมั้นเขาไปมากกว่านี้

ภัทรส่งยิ้มแหยะๆ ไปให้รุ่นน้อง “โอเค งั้นเลือกชุดได้เลยนะจ๊ะ หรือถ้าอยากได้คำปรึกษาก็บอกพี่ได้เลย เดี๋ยวพี่ไปทำงานที่ค้างไว้ด้านบนก่อน เดี๋ยวจะเรียกเด็กในร้านมาดูแลนะ” แพทกล่าวโดยไม่คิดอะไรมาก เพราะสนิทกับเอกองค์มานาน ปกติถ้าลูกค้ามาเขาจะเป็นคนดูแลว่าลูกค้าอยากได้ชุดแบบไหน แต่กับเอกองค์ไม่ต้อง เขารู้ว่ารสนิยมของเอกองค์ดีเพียงใด

“คุณจะซื้อชุดให้ใครหรือคะ” อัญชลีถามหลังจากคล้อยหลังชายหนุ่มใจหญิงไปได้สักครู่ แต่ชายหนุ่มแท้ที่จับเธอยัดใส่รถมา กลับทำหูทวนลมไม่พูดจาโต้ตอบ เอาแต่เดินเลือกหยิบจับชุดราตรีสวยไปมาปากก็วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ จนหญิงสาวชักทนไม่ไหวในอาการกวนประสาทของเขา

“นี่คุณเอก ฉันไม่มีเวลามารอคุณเลือกชุดทั้งวันหรอกนะ จนกว่าคุณจะบอกเหตุผลดีๆ สักข้อให้ฉัน ไม่งั้นฉันจะกลับ” จบคำหญิงสาวก็เดินกระแทกเท้าไป แต่ชายหนุ่มที่ทำหูทวนลมในตอนแรกกลับตามมาจับแขนเธอไว้ อัญชลีหันไปหวังจะแหวใส่เขาอีกรอบแต่ก็ต้องชะงักเปลี่ยนใจเป็นลงมือทำร้ายร่างกายเจ้านายหนุ่มแทน เพราะนัยน์ตาเขาพราวพรายเป็นประกาย “โอ๊ย อย่าทำร้ายร่างกายสิครับคุณเลขาฯ ผมแค่ล้อเล่น เอาละ ผมบอกเหตุผลจริงๆ ก็ได้ว่าทำไมต้องพาคุณมาที่นี่” เขาเว้นจังหวะ พาเธอมานั่งลงบนโซฟาพลางตีหน้าจริงจัง

“วันเสาร์ที่จะถึงนี่เป็นวันอะไรคุณรู้ไหม”

“วันอะไร ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” เธอตอบเขาอย่างรวนๆ อยากมากวนประสาทเธอก่อนทำไมละ

“น้องแพนไม่ได้เล่าให้คุณฟังรึ?” เมื่อเห็นหญิงสาวส่ายหน้าเชิงปฏิเสธเขาจึงว่าต่อ “วันเสาร์ที่จะถึงนี้เป็นวันจัดงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทภูมิรพี พนักงานทุกคนต้องไปร่วมงาน แล้วที่สำคัญผมได้ข่าวจากโสภิตามาว่า ท่านนายพลขจรศักดิ์ กับคุณหญิงสิริโสภา ภัคดีรักษ์ คุณรู้ใช่ไหม ว่าท่านทั้งสองคนเป็นใคร” เอกองค์ทิ้งช่วงไว้ให้เธอได้คิดตามในสิ่งที่เขาพูด

“จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้” บิดามารดาของสิริสรายังไงเล่า เหตุใดเธอจะจำไม่ได้ ในเมื่อทุกวันนี้พิชญาเพื่อนของเธอยังตั้งรูปของท่านทั้งสองไว้ตรงหัวเตียง กราบไว้บูชาอยู่ทุกวัน ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยเหลียวแลเพื่อนของเธอเลย คงจะตัดเป็นตัดตายไปแล้วกระมัง

“พวกท่านจะไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย”

“ว่าไงนะ งั้นพวก เสือ สิงห์ กระทิง แรด ก็มารวมตัวอยู่ในงานนี้ด้วยสิ ยัยวาสินีคงไม่ต้องถาม ยังไงยัยนี่ต้องไปแน่ แล้วโสภิตาคู่หมั้นของคุณละ ไปรึเปล่า?” เอกองค์พยักหน้ารับ อัญชลีตาเบิกโพลงราวกับเห็นสัตว์ประหลาด “คุณไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงฉันก็ไม่ให้แพนไปแน่ โจทก์เก่าแพนเยอะขนาดนี้ ขืนปล่อยเพื่อนฉันไปเละแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย”

“แต่ผมจะปกป้องน้องแพนเอง” เอกองค์อาสาแข็งขัน ไม่ต้องรอให้เธอบอกเขาก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในงานนั้น

“คุณจะทำอะไรได้ ศึกรอบทิศขนาดนั้น ยังไงฉันไม่ต้องการให้เพื่อนของฉันเสี่ยง และอีกอย่างฉันไม่ไว้ใจคุณด้วย” จบประโยคของหญิงสาว เอกองค์ก็หน้าง้ำทันที และก่อนที่เขาจะได้เถียง อัญชลีก็สวนอีกมัด“คุณเจอโสภิตาพันแข้งพันขาคนเดียวก็กระดิกไปไหนไม่ได้แล้ว ไหนจะวาสินีที่เตรียมพร้อมรอขย้ำแพนทุกเมื่อที่มีโอกาส ไหนจะภูมิรพีเพื่อนรักของคุณอีก แค่คนพวกนั้นก็ทำให้ฉันละเมอฝันร้ายแทนแพนแล้ว ไหนจะนายพลกับคุณหญิงอะไรนั่นอีก คุณก็รู้ แพนรักและเทิดทูนพวกเขามาก แต่พวกท่านกลับปักใจว่าแพนทำลูกสาวท่านตาย แพนจะทนรับความกดดันขนาดนี้ได้ไหม คุณช่วยบอกฉันที”

เอกองค์เหมือนถูกมัดของอัญชลีน็อกกลางอากาศ “แต่ว่าน้องแพนไม่ได้ทำอะไรผิด ผมอยากให้น้องแพนมีโอกาสได้อธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ท่านนายพลขจรฟัง เขารักและเอ็นดูน้องแพนเหมือนลูกสาวแท้ๆ ท่านเป็นคนมีเหตุผล และที่สำคัญผมเชื่อว่าสองปีมานี้พวกท่านน่าจะอ่อนลงบ้าง...”

“หรือยิ่งแข็งกว่าเดิม เพราะแรงแค้นที่เชื่อว่าแพนทำให้ลูกสาวพวกท่านตาย” อัญชลีหาช่องได้ก็แทรกเสริมทันที เอกองค์หันมาทำตาขุ่น “คุณก็เอาแต่มองในแง่ร้าย”

“คุณก็เอาแต่มองในแง่ดีเหมือนกันคุณเจ้านาย อย่าลืมสิ เหรียญมีสองด้านนะ คุณอย่ามองอะไรให้มันสวยงามนักเลย ยังมีเรื่องเลวร้ายอีกเยอะที่คุณยังไม่รู้ พวกคนรวยมีเงินอย่างคุณมองอะไรก็สวยงามไปหมด”

เอกองค์ถอนหายใจ “ไม่ว่ายังไงผมจะทำตามความคิดของผม ไม่ใช่ผมหรือคุณที่เป็นคนตัดสิน น้องแพนต่างหากที่จะต้องตัดสิน” ชายหนุ่มบอกอย่างมุ่งมั่น

“ก็ได้ ให้แพนตัดสิน” อัญชลีเห็นด้วย ยังไงเธอต้องกล่อมพิชญาไม่ให้ไปงานบ้านี่ให้ได้! หญิงสาวหยุดคิดอะไรบางอย่างสักนิด ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความโมโห “หรือที่คุณมาฉันมาที่นี่เพื่อให้ฉันเลือกซื้อชุดให้แพน”

“ปิ๊งป่อง ถูกต้องแล้วครับคุณเลขาคนสวย” เอกองค์หันมายิ้มส่งยิ้มที่อัญชลีดูว่ามันเป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทที่สุดในโลกเลย หญิงสาวกอดอกฮึดฮัดในลำคออย่างไม่พอใจ “ก็ได้ ยังไงแพนก็ไม่ไปงานเลี้ยงบ้าบอนี่หรอก อยากเสียเงินฟรีก็ตามใจคุณ”

“มั่นใจไปรึเปล่าครับคนสวย” เอกองค์หัวเราะในลำคอกับหน้าบอกบุญไม่รับของเธอ เขายังคงสนุกกับการได้หยอกล้อเลขาฯ สาวคนสวยต่อไป

ในมุมหนึ่งบนชั้นสองของร้านกำลังมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาอย่างอยากสอดรู้สอดเห็น ก่อนจะกลายเป็นสงสัย และจังหวะที่ฝ่ายชายผู้ตกเป็นเป้าสายตานั้นหันหน้ามาให้เธอเห็นชัดเต็มสองตา เธอจึงรู้แน่ชัดแล้วว่ามิได้มองผิดไปแต่อย่างใด

“คุณคะ ชุดที่ลองใส่พอดีไหมคะ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบเด็กในร้านพลางโบกมือไล่ให้ไปพ้นๆ ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมากดเบอร์โทรเพื่อนสาว

“โสภิตาเหรอ คู่หมั้นของเธอพาสาวที่ไหนมาซื้อชุดไม่รู้ ถ้าเธอไม่อยากพลาดฉากดีๆ รีบมาด่วนเลยนะที่ร้าน...” แล้วเธอเอ่ยชื่อร้านของชายหนุ่มใจสาว


อัญชลีทำหน้าเมื่อยเต็มทน สายตาแอบตวัดค้อนคนที่ลากเธอมาที่ร้านนี้ตั้งแต่เช้า แต่ไม่ว่าเธอจะเลือกชุดอะไรไปให้เขาดู เหมือนว่าจะไม่เข้าท่าสักชุด เช่นเมื่อครู่เธอเห็นชุดแส็กสีขาว ที่เห็นครั้งแรกก็นึกถึงพิชญาขึ้นมาโดยฉับพลัน สีขาว สวย บริสุทธิ์ เหมาะกับเพื่อนของเธอเป็นอย่างยิ่ง แต่นายเอกองค์นั่นกลับติเสียจนไม่มีดี

‘ชุดสีขาวอะไรนั่น ไม่เห็นเข้าท่า ผมจะพาน้องแพนไปงานเลี้ยงนะครับ ไม่ได้พาเข้าวัดถือศีลบวชชี’

อัญชลีอยากจะกรี๊ด เธอไม่เห็นว่ามันจะ’ไม่เข้าท่าตรงไหน’ ถึงชุดนี้จะมีสีขาวธรรมดาก็จริง แต่เป็นผ้าเนื้อดีพลิ้วพรายกระชับกับรูปร่างของผู้สวมใส่ อีกทั้งยังซ่อนลูกเล่นไว้ด้วยลูกไม้สีขาวและริบบิ้นขลิบอยู่บริเวณคอเสื้อที่คว้านพอให้เห็นเนินอกรำไร แต่เขากลับติว่าเหมือนแม่ชี

ต่อจากนั้นไม่ว่าเธอเลือกชุดไหน เจ้านายหนุ่มของเธอก็ติไปหมดทุกชุด ทำให้หญิงสาวได้แต่มองตามหลังเขาอย่างเคือง ๆ แอบเบ้ปากให้กับคนรสนิยมดีเลิศที่เลือกชุดอยู่ข้างหน้าเธอ ถ้าเขามั่นใจในรสนิยมของตัวเองขนาดนั้นไม่เห็นจะต้อง ‘ลาก’ เธอมาด้วยเลยนี่น่า ทั้งๆ ที่เวลานี้เธอสมควรที่จะอยู่คอยดูแลพิชญามากกว่า

“นี่คุณ ถ้าคุณมั่นใจในรสนิยมของตัวเองไม่เห็นต้องลากฉันออกมาตั้งแต่เช้าเลยนี่นา คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด” ท้ายประโยคแอบบ่นพึมพำ แต่ก็ดังพอที่จะให้คนบางคนได้ยิน

เอกองค์กระตุกยิ้มที่มุมปาก มิวายตอบออกไปอย่างยียวน “โธ่ คุณเลขาคร้าบ ผมไม่ได้มั่นใจในรสนิยมตัวเองอะไรแบบนั้นหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าชุดที่คุณเลือกมาน่ะมันเช้ยเชย ผมไม่ยอมให้น้องแพนใส่ชุดแบบนั้นแน่นอน น้องแพนจะต้องดูดีทัดเทียมกับคนอื่น ผมไม่ยอมให้ใครข่มเธอได้แน่นอน”

แม้อัญชลีเกือบจะคล้อยตามเหตุผลของชายหนุ่ม แต่เธอก็ไม่วายขัด “แต่ฉันไม่เห็นว่าชุดที่ฉันเลือกมามันจะเชยตรงไหน ดูเหมาะกับแพนดีออก ฉันรับไม่ได้หรอกนะที่จะเห็นเพื่อนตัวเองแต่งตัวเปรี้ยวตามยัยวาสินีอะไรนั่นน่ะ มันไม่เป็นตัวของตัวเอง เข้าใจรึเปล่า”

“ผมรู้หรอกน่า ผมไม่ยอมให้น้องแพนแต่งตัวโป๊อยู่แล้ว คุณน่าจะรู้” เขาบ่นอุบอิบเหมือนเด็กถูกขัดใจ “เออนี่ แล้วคุณชอบสีอะไรล่ะ”

“ห๊า คุณจะอยากรู้ไปทำไม” อัญชลีขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“เถอะน่า ผมถามคุณตอบ”

อัญชลีแอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจกับเหตุผลของเขา แต่ก็มิวายตอบออกไป ก็ใครใช้ให้เธอเป็นลูกน้องของเขานี่ เจ้านายถามเธอก็มีหน้าที่ตอบ “สีน้ำเงินแกมเขียวค่ะ”

“สีฟ้าของน้ำทะเลเหรอ ผมก็ชอบนะ สวยดี” เอกองค์ตอบอย่างอมยิ้ม ก่อนจะหันไปหยิบชุดต่อโดยไม่สนใจเลขาฯ สาวอารมณ์บูดที่เข่นเคี่ยวเขี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง

อัญชลีกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง พลางพลิกนิตยสารเสื้อผ้าที่หยิบติดมือมาเมื่อครู่เปิดอ่านอย่างดับอารมณ์ เพราะขืนถ้าเธอยังยืนช่วยเขาเลือกชุดต่อไปอีกมีหวังได้มีการวางมวยกันเกิดขึ้นแน่นอน

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีสิ่งใดไม่รู้มาแตะที่บ่า อัญชลีเงยหน้ามองและพบว่าเป็นเจ้านายหนุ่มของเธอนั่นเอง คนที่ปล่อยให้เธอเกือบหลับคาหนังสือไปเสียแล้ว

“เสร็จแล้วเหรอคะ”

“อืม กลับกันเถอะ “ เอกองค์บอกก่อนจะหันไปเอ่ยลากับเจ้าของร้านสาวในร่างชายหนุ่ม “ผมกลับก่อนนะครับพี่แพท วันนี้ขอบคุณมากนะครับสำหรับชุดสวยๆ ” ชายหนุ่มพนมมือไหว้ภัทรหรือพี่แพท ชายหนุ่มใจสาวยิ้มรับ พลางยกมือรับไหว้เอกองค์ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน

“ขอบคุณขอบเคินอะไรกันเล่าน้องเอก พี่ต่างหากต้องขอบคุณน้องเอกที่มาอุดหนุนร้านพี่”

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ ไว้คราวหน้าจะมาอุดหนุนใหม่” เอกองค์หันไปทิ้งทายด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากแขนเลขาฯ สาวออกไปจากร้าน อัญชลีทำตาเขียวขุ่นใส่ก่อนจะกระชากแขนออกมาจากมือใหญ่ของเขา รีบยกมือไหว้ลาเจ้าของร้านแทบไม่ทันเมื่อเขาหันมาคว้าแขนเธอไปกุมไว้อย่างถือวิสาสะอีกแล้ว

“ลาก่อนนะคะพี่แพท” ประโยคสุดท้าย ที่เธอเอ่ยก่อนจะถูกลากออกไปจากร้านดั่งเช่นที่ถูกลากเข้ามา

“คุณทำอะไรของคุณน่ะ” อัญชลีตวาดแว้ดเมื่อออกมาถึงรถ หญิงสาวกระชากแขนออกจากมือของเขา ทำตาขุ่นขวางด้วยความไม่พอใจ “ฉันเป็นเลขาฯ นะไม่ใช่ตุ๊กตาที่คุณจะลากไปไหนมาไหนได้ ฉันเป็นคนนะยะ”

“ผมไม่ได้ลากซะหน่อย แค่เห็นคุณทำหน้าเหมือนคนง่วงนอนผมก็เลยช่วยพยุง กลัวคุณหกล้ม” เอกองค์แถไปอย่างกวนๆ ก่อนจะเปิดประตูรถด้านหลังวางถุงใส่ชุดไว้ จากนั้นก็แล่นมาเปิดประตูรถเอาใจหญิงสาว เขารู้ว่าออกจะทำกับเธอเกินไปหน่อย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะแหย่เธอ

“ฉันนี่นะจะล้ม บ้ารึเปล่าคุณ เหตุผลไม่เข้าท่า” อัญชลีสะบัดหน้าไปอีกทาง ไม่อยากเห็นหน้าคนบ้าคนนี้อีกแล้ว

“เอาน่าคุณ ผมขอโทษ ขึ้นรถเถอะนะผมจะพาคุณไปเลี้ยงอาหารกลางวันไถ่โทษดีไหม” เขาว่าก่อนจะจับแขนเธอเข้าให้ไปในรถเขาเปิดประตูคอยท่าไว้นานแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่ามีแรงบางอย่างพุ่งมาจากด้านหลังผลักเขาให้เซถลาไปอีกด้าน และก่อนที่เขาจะทันได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อัญชลีก็ลงไปกองกับพื้นถนนด้วยฝีมือของใครบางคนซะแล้ว

โสภิตา!

เอกองค์ได้แต่เบิ่งตากว้างด้วยความประหลาดใจ เหตุใดคู่หมั้นของเขาจึงโผล่มาอยู่ที่ไหนได้

“แกน่ะเองนังหน้าด้าน เป็นเลขาฯ มันเงินเดือนน้อยรึไง แกถึงต้องหาอาชีพเสริมด้วยการเป็นคู่ขาของเจ้านายตัวเองน่ะ”

สภิตาวาดมือไปบนอากาศ เอกองค์ได้แต่เบิ่งตากว้างอย่างตกใจในการกระทำของคู่หมั้น เขาดันตัวเองเข้าไปขวางแต่คงช้ากว่าหญิงสาวที่กองอยู่ที่พื้นถนน จู่ๆ ก็เบี่ยงตัวหลบฝ่ามือของโสภิตาไปอย่างหวุดหวิดก่อนจะยันตัวขึ้นมาและถีบไปที่สะโพกหนั่นแน่นของคู่หมั้นเขาเต็มๆ จากที่เขาจะเข้าไปช่วยอัญชลีเป็นอันว่าต้องพุ่งตัวไปรับคู่หมั้นของเขาแทน

“คุณสิหน้าด้าน คิดจะตบฉันเหรอ รู้จักอัญชลีน้อยไปแล้ว ฉันไม่ใช่คนที่คุณจะมาข่มเหงง่ายๆ คุณตบฉันถีบ สะใจดีไหมล่ะคุณโสภิตา” อัญชลีกอดอกเปรยตามองไปทางโสภิตาที่ล้มลงไม่เป็นท่า แต่เธอคงไม่เป็นอะไรมากมายเพราะถูกคู่หมั้นโอบรับไว้แล้วนี่ จะเป็นไรก็แต่รอยเท้าที่เธอฝากไว้บนสะโพกนั่นแหละ อย่างน้อยมันคงทำให้ผู้หญิงคนนี้เดินส่ายสะโพกไม่ได้สักสามสี่วัน

เหอะ มันยังน้อยไป!

“แก...แก นังอัญชลี แกกล้าถีบฉันเหรอ” โสภิตาดันตัวเองขึ้นมาอย่างทุลักทุเลด้วยรองเท้าส้นสูงราคาแพงมันหักคาเท้าเธอซะแล้ว เธอทอดรองเท้าอยากจะใช้มันตบหน้าผู้หญิงคนนี้สักฉาดสองฉาด

“จะเอาอีกเหรอ ได้สิ คราวนี้ฉันไม่ทำแค่ถีบแน่นอน” อัญชลีชูกำปั้นขึ้นกลางอากาศ “ทั้งมวยไทย เทควันโด ยูโดน่ะ ฉันรู้จักหมด อยากลองไหมล่ะ”

โสภิตาลดรองเท้าในมือลงอย่างหัวเสีย เธอไม่กล้าทำอะไร เพราะรู้ว่าอัญชลีพูดจริงทำจริงแน่นอน เมื่อทำอะไรผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เธอก็หันไปออดอ้อนคู่หมั้นหนุ่มแทน “โอ้ย... พี่เอกขา โสเจ็บสะโพกจังเลย นังนี่มันถีบโส พี่เอกต้องช่วยโสนะคะ แจ้งตำรวจเลยค่ะ มันทำร้ายร่างกายโส” และก่อนที่เอกองค์จะได้เอ่ยอะไรออกไป หญิงสาวคู่กรณีก็พูดสวนขึ้นมาทันควัน

“ก็เอาสิคุณโส คุณแจ้งได้ ฉันก็แจ้งได้เหมือนกัน ฉันจะแจ้งคุณข้อหาทำร้ายร่างกาย และที่ฉันทำลงไปเพื่อป้องกันตัว ฉันไม่ผิด คุณต่างหากที่เริ่มก่อน” อัญชลีเชิดหน้าตอบอย่างไม่เกรงกลัว

“กริ๊ด! พี่เอก มันขู่โสค่ะ พี่เอกต้องไล่มันออกนะคะ มันทำร้ายโส พี่เอกต้องช่วยโสนะคะ” เมื่อทำอะไรอัญชลีไม่ได้ โสภิตาก็หันมาหวังเพิ่งคู่หมั้นหนุ่มแทน แต่ดูเหมือนเธอคงจะคิดผิดไป นอกจากเอกองค์จะไม่เข้าข้างเธอแล้ว เขากลับว่าเธออีกด้วย

“พี่ไม่ไล่ใครออกเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะโส อีกอย่างพี่มีตา มีสมอง พี่รู้ว่าใครผิดใครถูก ไม่ต้องให้ใครมาสอน และพี่ขอย้ำอีกทีว่าจะไม่ไล่อัญชลีออก นอกจากนั้นเธอจะต้องขอโทษเขาที่เธอดูหมิ่นว่าเขาอีกด้วย” เอกองค์กล่าวรีบๆ ก่อนจะใช้สายตาบีบคั้นโสภิตา

“ไม่ โสไม่มีทางขอโทษนังนี่ ก็มันอยากออกมากับพี่เอกสองต่อสองทำไมล่ะ พี่เอกทำอะไรไว้โสรู้นะ พี่เอกมาห้องเสื้อนี่เพื่อซื้อเสื้อให้นังเลขาฯ นี่ใช่ไหม”

“พี่ไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้น ตกลงว่าเธอจะไม่ขอโทษคุณอัญชลีเขาใช่ไหม”

“โสไม่ได้ทำอะไรผิดค่ะ นังนี่ต่างหากที่ต้องขอโทษโส” โสภิตาสะบัดเสียงเชิดหน้าไม่ยอมทำตามท่าเดียว

เอกองค์นิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่ออีก เขารู้ว่าคนอย่างโสภิตารั้นเกินกว่าจะพูดคำว่าขอโทษทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองทำผิด เขาจึงไปคว้าตัวเลขาฯ สาวขึ้นรถ อัญชลีหันมามองอย่างงงๆ แต่ก็ยอมถูกเขาจับยัดเข้ารถแต่โดยดี จากนั้นเอกองค์ก็อ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ ก่อนขับออกไปยังมิวายทิ้งประโยคที่ร้ายกาจให้โสภิตากริ๊ดร้องอย่างกับคนบ้าอยู่ข้างถนนอีกด้วย
“เห็นทีเวลาการเป็นคู่หมั้นของเราคงสิ้นสุดลงเร็วๆ นี้แล้วล่ะโสภิตา”

อัญชลีเหลือบมองใบหน้าที่เคร่งครึมของเอกองค์ ผิดกับใบหน้าของเขาเมื่อตอนยียวนเธอยิ่งนัก ตอนแรกอัญชลีนึกว่าเอกองค์จะเข้าข้างคู่หมั้นของเขาซะอีก ผิดคาดที่เขาดันเข้าข้างเธอแถมยังเป็นฝ่ายให้โสภิตาขอโทษเธออีกด้วย อัญชลีนั้นไม่หวังที่จะได้รับคำขอโทษจากคนพรรค์นั้นอยู่แล้วจึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ที่หญิงสาวติดใจคือคำพูดทิ้งท้ายของเขาต่างหาก

“นี่คุณ...พูดออกไปแบบนั้นจะดีเหรอ คุณโสเธออาจจะเสียใจนะ”
เอกองค์หันมาสบตาเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปตั้งสมาธิกับการขับรถต่อ “ผมไม่สนใจหรอกว่าเธอจะรู้สึกยังไง ในเมื่อผมไม่ได้รักเธอ เราหมั้นกับเธอเพราะความจำเป็น และผมก็ไม่ชอบที่เธอทำนิสัยแบบนั้นกับคุณ หรือไม่ว่ากับใครก็ตาม”

หญิงสาวทำตาโตกับคำตอบที่ได้รับ อดคิดไปถึงคู่กรณีเมื่อครู่นี้ไม่ได้ เธอมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าโสภิตารักเอกองค์หมดหัวใจ นี่ถ้าเธอมาได้ยินคำพูดนี้ของเอกองค์คงเจ็บปวดน่าดู

“คุณไม่โกรธฉันเหรอ ที่...ที่…” อัญชลีอ้ำอึ้ง

“ถีบโสภิตานะเหรอ...ไม่หรอก ผมไม่โกรธคุณเลยสักนิด ก็คุณทำไปเพราะป้องกันตัว อีกอย่างผมดีใจที่เธอได้รับบทเรียนบ้าง จริงสิ ทำไมคุณไม่สอนให้แพนเป็นอย่างคุณบ้าง”

อัญชลีหันควับมาทันทีที่ได้ยินประโยคหลัง “เป็นอย่างฉันมันเป็นยังไงคะคุณเจ้านาย พูดมาให้ชัดๆ “

“ก็สู้คนไง ผมอยากเห็นน้องแพนเข้มแข็งแบบคุณบ้าง อาจไม่ต้องลุกมาหาเรื่องคนอื่น แต่ก็ไม่ยอมใครง่ายๆ เมื่อถูกทำร้าย”

“แพนเขาใจดีค่ะ ใจดีเกินไป ทั้งๆ ที่บนโลกใบนี้ไม่มีที่ให้คนอ่อนแออยู่ แต่ฉันนี่แหละจะปกป้องแพนเอง”

“ไม่ใช่’ฉัน’ แต่เป็น ‘เรา’ ต่างหาก เราจะช่วยกันปกป้องแพน ใช่ไหม…”

อัญชลีไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มรับแสดงความเห็นด้วยเท่านั้น

“ถึงแล้วล่ะ” เอกองค์หันมาบอกหญิงสาวข้างตัว เมื่อรถมาจอดเทียบที่สถานสงเคราะห์แล้ว อัญชลีหันมาพนมมือไหว้เขาก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าบ้าน เอกองค์คว้าแขนของหญิงสาวไว้ก่อนที่เธอจะลงจากรถ

“คุณลืมของน่ะ”

อัญชลีขมวดคิ้วน้อยๆ ด้วยความสงสัย “ไม่นี่คะ ฉันไม่ได้ลืมอะไรแล้ว ก็มีแค่ถุงของห้องเสื้อของแพน”

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบถุงกระดาษอีกใบที่อยู่หลังรถส่งให้อัญชลีที่ขมวดคิ้วทำหน้างงอยู่ เขากระแอมไอเล็กน้อยกลบอาการเขิน ก็เคยแต่กวนประสาทเธออยู่ทุกวันนี่น่า ไม่เคยทำอะไรอย่างนี้สักครั้ง

“เปิดดูสิครับ ว่าชอบไหม”

“คุณให้ฉันเหรอ” เธอถามทันทีที่หาเสียงตัวเองเจอ อัญชลีเปิดถุงใบนั้นอย่างทนุถนอมปนความงุนงง และเธอก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตากับสิ่งของในถุงใบนั้น ชุดแส็กสีน้ำเงินแกมเขียว เหมือนสีน้ำทะเลที่เธอชอบ เธอไม่อาจปฎิเสธได้เลยว่ารสนิยมของผู้ชายคนนี้ดีแค่ไหน ด้วยชุดแส็กยาวสีสวยยาวกรุกรายลงพื้นหากไม่ลุ่มล่ามเวลาก้าวเดิน ตัวชุดด้านบนเปิดไหล่ด้านหนึ่ง ส่วนด้านหลังเป็นเชือกเส้นเล็กไขว้ไปมาอวดแผ่นหลังสวยงาม

อัญชลีอมยิ้มพลางลูบไล้บนชุดสวยไปมาเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน ชุดหรูหราที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ใส่ มันกลับมาอยู่ตรงหน้าเธอนี่แล้ว

“คุณชอบไหม” เอกองค์ถามทั้งๆ ที่เขารู้คำตอบดีอยู่แล้ว ก็สีหน้าท่าทางของเธอมันบ่งบอก

เสียงของชายหนุ่มปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากความฝัน อัญชลีกระแอมไอแก้เก้อก่อนจะแสร้งถามเสียงครึม

“คุณให้ฉันทำไมมิทราบ ฉันไม่ได้ไปงานเลี้ยงบ้าบอนั่นสักหน่อย”

“คุณต้องไป ในฐานะเลขาฯ ของผม ผมคงทนเห็นคุณแต่งตัวมอซอไม่ได้” เขาอมยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะก้มลงพิจารณาหญิงสาวจากหัวจรดเท้า นั่นทำให้อัญชลีหันมองเขาด้วยความหัวเสีย เถอะ ความรู้สึกดีๆ เมื่อครู่นี้มันถูกความยียวนของเขาทำลายไปหมดแล้ว

“ทำไม เสื้อยืดตราห่านสีขาวกับกางเกงขาสั้นย้วยๆ มันไม่ดีตรงไหน ฉันนุ่งของฉันอยู่ดีๆ คุณก็มาลากฉันออกไปเอง ยังจะพูดแบบนี้อีก” อัญชลีหันมาแหวเจ้านายหนุ่ม แล้วเธอก็สะบัดหน้าออกนอกรถ

“เอาล่ะๆ ผมยอมแพ้คุณแล้ว เอาเป็นว่าวันงานผมคงจะเห็นคุณใส่ชุดที่ผมให้นะครับ อย่าทำให้ผมขายหน้าล่ะ” เอกองค์ก้มลงกระซิบที่ข้างหู หญิงสาวหันมามองคนช่างยั่วเย้าหน้าแดงระเรื่อกับความใกล้ชิดเมื่อครู่

“ฉันใส่เสร็จจะรีบซักมาคืนคุณทันทีเลย อีตาบ้า” จบคำหญิงสาวก็หอบหิ้วถุงทั้งหมดเข้าบ้านไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งให้เอกองค์ได้แต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคน

โปรดติดตามตอนต่อไป...


+++++++++++++++++







 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2551
56 comments
Last Update : 18 มกราคม 2552 23:17:26 น.
Counter : 2175 Pageviews.

 

อ่านแล้วช่วยคอมเม้นติชมด้วยนะค่าตัวเอง >_< รู้สึกว่าตอนนี้จะยาวเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ รับรองมันแน่ 555

 

โดย: pinkpearl 28 พฤษภาคม 2551 17:49:40 น.  

 

สนุกค่า... คุณเอกน่ารักจังเลย
ขอแอบปันใจให้คุณเอกได้ไหมเนี่ย..อิอิ..

 

โดย: loveleklek IP: 61.91.212.13 28 พฤษภาคม 2551 19:44:52 น.  

 

ดูท่าทางจะยาวจริงๆตอนนี้ แต่ชอบค่ะชอบ นี่ยังไม่ได้อ่านขอเม้นต์ก่อนละกัน รอแล้วก็รอแต่ขอให้มา คนอ่านคิดถึง เห็นว่าเพิ่งสดๆร้อนๆ อย่าหักโหมมากนะจ๊ะเป็นห่วงนักเขียนจร้า

 

โดย: อิ๋ง IP: 86.135.215.26 28 พฤษภาคม 2551 22:35:26 น.  

 

loveleklek ------- แอบปันใจให้พี่เอกไม่ว่ากันค่า ก็คนอะไรไม่รู้ น่ารักน่าหยิกซะขนาดนี้ มีแต่อีตาพระเอกนี่แหละ ทำตัวงี่เง่า ถ้าไม่มีคนรักก็สมน้ำหน้าแล้ว (เอ๊ะ ยังไง) อิอิ

อิ๋ง -------- ตอนนี้ราวๆ 12 หน้า a4 ค่า ก็ยาวที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาตอนนึงเลย แต่มันตัดบทไปตอนหน้าไม่ได้ เพราะตอนหน้าจะเขียนเกี่ยวกับงานเลี้ยงทั้งหมดค่ะ รับรองสนุกแน่ ติดตามอ่านด้วยนะค่า ขอบคุณค่าที่เป็นห่วง แต่ถ้ามีกำลังใจจากนักอ่านเป็นคอมเม้น ก็หายเหนื่อยแล้วค่า

 

โดย: pinkpearl 28 พฤษภาคม 2551 22:49:52 น.  

 

ตามเรื่องนี้มานานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆดีใจที่คนเขียนมาอัพเพิ่ม แบบรอเรื่องนี้เหมือน รอเธอมานานแสนนานทรมานวิญญาณหนักหนา ครานี้คนเขียนอย่าหายหน้าไปนานๆอีกนะคะ อยากอ่านเรื่องนี้จนจบน่ะคะ ยังไม่ถอดใจจะรอคนเขียนมาอัพตอนต่อไป ถ้าอัพบ่อยๆให้คนเขียนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเลยเอ้า.....

 

โดย: ตะวันนา IP: 81.242.85.236 29 พฤษภาคม 2551 0:53:06 น.  

 

ตะวันนา ------------ ขอบคุณนะคะที่ติดตามและรอนักเขียนที่แสนงี่เง่าคนนี้มานาน แหะๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หายไปนาน ต่อไปนี้จะพยายามไม่หายไปนานแล้วค่า ToT ถูกรางวัลที่ 1 เลยเหรอคะ งั้นไข่มุกต้องหาเวลามาอัพบ่อยๆซะแล้ว สมพรปากนะคะ อิอิ (ไม่เคยซื้อเลย จะถูกได้ไง แป่ว)

 

โดย: pinkpearl 29 พฤษภาคม 2551 2:03:43 น.  

 

แอบหลงรักคุณเอกซะแล้วซิ อิอิอิ คราวนี้พระเอกตกกระป๋องแน่ๆ เลย ขอบคุณมากนะจ๊ะน้องมุกสำหรับนิยายสนุก ^^

 

โดย: wahn IP: 124.121.90.63 29 พฤษภาคม 2551 8:48:04 น.  

 

นู๋ไข่มุกมา up แย้วววว... น่ารักที่ซู้ดดดดดดดดดด

พระเอกตบจูบได้ใจมาก มาอัพบ่อยๆ นะจ้า.. คนอ่านคิดถึงมากมาย ^_^

 

โดย: โนอิ IP: 202.57.129.99 29 พฤษภาคม 2551 11:05:00 น.  

 

สงสารน้องแพนจัง..แต่ว่าพี่เอกตกลงชอบใครแน่เนี่ย..สาวอันก้อน่ารักสะด้วยซิเนอะ

 

โดย: แก้ม IP: 58.9.236.168 29 พฤษภาคม 2551 16:32:00 น.  

 

wahn ---------- ว้า งั้นตอนหน้าไข่มุกต้องส่งพี่ภูมิกลับมาเรียกเรตติ้งซะแล้ว (เรียกแบบตบจูบ 555+) ไม่งั้นแพ้พี่เอกแย่เลย >_<

โนอิ ---------- ค่า นู๋ไข่มุกน่ารักอยู่แล้ว เอิ๊กๆๆ ตอนนี้ไม่มีตบจูบค่ะ มีแต่ตบถีบ 555+ ตอนหน้าตบจูบมาแน่นอน เอิ๊กส์ ><

แก้ม ---------- พี่เอกชอบหนูแพนค่ะ แต่ชอบกวนประสาทหนูอัญชลี แต่...ของแบบนี้อะไรมันก็ไม่แน่นอนหรอก แล้วแต่คนเขียน อิอิ >__<

*************************

ไข่มุกไปแล้วนะงับ ไว้จะกลับมาตอบคอมเม้นใหม่ >_<

 

โดย: pinkpearl 29 พฤษภาคม 2551 18:58:27 น.  

 

หนุกๆๆๆๆๆค่ะๆๆๆๆๆ
พี่เอกน่ารักจังเลยค่ะ
คิดถึงพี่ภูมิด้วยอ่ะ
(แอบปันใจให้สองคน)
---------------------------

---------------------------
อัพด่วน!!!!!!นะคะ
คิดถึงพี่ไข่มุกมากๆๆๆๆเลยนะ
แล้วจะอัพอีกทีวันไหนคะ

 

โดย: inkz IP: 118.174.122.132 29 พฤษภาคม 2551 21:56:25 น.  

 

หวัดดีจ๊ะ คุณไข่มุก เข้าเว๊บนี้ทีไรอดมาบล็อกคุณไม่ได้ ยังรอตอนที่17อยู่นะคะ คิดถึงพระเอกน่าดู สงสารนางเอกจับใจ (คิดว่าเป็นตัวเอง) ทำไมแต่งให้นางเอกเป็นได้ซะขนาดนี้ แต่ชอบค่ะพระเอกโหดร้ายกะนางเอกแต่แล้วก็รัก ทำไมเราเป็นคนแบบนี้โรคจิตป่าวเนี่ย???????

อย่าให้รอ.......................... นานนะคะ

 

โดย: อิ๋ง IP: 86.135.215.26 30 พฤษภาคม 2551 18:32:55 น.  

 

เย้!!! หนูไข่มุกกลับมาแล้ว แต่ว่าอยากรู้จักว่าเมื่อไรคุณภูมิจะรู้ว่าหนูแพนเป็นโรคหัวใจ

 

โดย: อันนา IP: 210.246.148.28 30 พฤษภาคม 2551 18:35:58 น.  

 

ตอนนี้คู่เอกกะอํญสนุกและน่ารักดี
แอบดีใจที่อัพไวมาก
และมาอัพตอนที่ 17 ไวไวนะคะ
อยากอ่านต่อ..เดี๋ยวขาดตอน ^ ^

สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ owo

 

โดย: MiK IP: 203.147.0.48 30 พฤษภาคม 2551 23:07:04 น.  

 

ดีใจจังได้อ่านต่อแล้ว
ขอบคุณคุณไข่มุกที่รีบมาอัพให้อ่าน
ไม่ปล่อยให้รอนานเป็นปี...อิอิ
อย่าโกรธนะค่ะล้อเล่นนะ
มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ
แล้วจะรออ่านต่อไปค่ะ

 

โดย: deeda IP: 222.123.91.188 1 มิถุนายน 2551 0:42:02 น.  

 

แอบเทใจให้คุณเอกเหมือนกันนะเนี้ย อิอิ

มาอัพต่อเร็ว ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: vivi IP: 124.121.146.160 3 มิถุนายน 2551 22:38:51 น.  

 

สนุกจังเลยค่ะ น่ารักมากๆเลย

 

โดย: meaw IP: 124.121.96.10 7 มิถุนายน 2551 15:45:14 น.  

 

อยากให้ถึงตอนหน้าเร็วๆ จังเยยยยย ^^

 

โดย: gam IP: 124.121.96.58 9 มิถุนายน 2551 0:17:47 น.  

 

ยังไม่มาอัพอีกอ่า
อยากอ่านๆๆ

 

โดย: พิณพลอย IP: 58.9.125.181 15 มิถุนายน 2551 15:07:36 น.  

 

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค้า ^-^

 

โดย: toon IP: 124.121.98.16 15 มิถุนายน 2551 20:30:01 น.  

 

เมื่อไรจะมาอัพต่อค่ะ
รออ่านอยู่นะ
มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ
อย่าหายไปนานาเลยนะค่ะ
คิดถึง......พี่ภูมิและคุณไข่มุกจังค่ะ

 

โดย: deeda IP: 222.123.93.240 15 มิถุนายน 2551 23:41:44 น.  

 

ตอนต่อไปอยู่ไหนน้า

สนุกสุดๆเลยค่ะ

 

โดย: book IP: 118.172.243.65 19 มิถุนายน 2551 21:31:32 น.  

 


มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ
อย่าหายไปนานาเลยนะค่ะ
รออ่านอยู่นะ

 

โดย: DIO IP: 84.226.140.89 20 มิถุนายน 2551 4:35:27 น.  

 

ยังไม่มาอัพเพิ่มอีกหรอคะ
อยากอ่านแล้วค่ะ

 

โดย: พิณพลอย IP: 58.9.129.96 21 มิถุนายน 2551 0:00:45 น.  

 

หวัดดีค่า ตามอ่านอยู่นะจ้า
กำลังสนุกเลยมาอัพต่อไวๆนะ

 

โดย: ก้อย IP: 58.8.14.229 21 มิถุนายน 2551 13:05:02 น.  

 

มาอัพต่อไวไวนะคะ :)

 

โดย: tow IP: 124.121.100.253 22 มิถุนายน 2551 10:00:22 น.  

 

อยากให้คะแนนแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองสำหรันิยายเรื่องนี้เหลือเกิน ที่สามารถติดตามได้นานนนนนนนนนนนนมากกกกกกกกกกกก
ตอนหน้ามาอีกเยอะๆนะคะ

 

โดย: ฟ้าหม่นเดียวดาย IP: 86.90.45.105 27 มิถุนายน 2551 15:24:30 น.  

 

สนุกจังเลยค่ะ จะรออ่านตอนต่อๆไปนะคะ

 

โดย: RiN IP: 124.121.102.87 27 มิถุนายน 2551 22:09:36 น.  

 

กรี๊ดดดดดด ไม่อยากจะเชื่อสายตาเข้ามาเช็คความคืบหน้ารายปี มีเพิ่มมา2ตอนแล้ว

อย่าหายไปนานอีกนะคุณน้อง

จะได้รู้แล้วว่าแพนเป็นอะไร เย่ๆ

 

โดย: ปลาทอง IP: 125.25.57.217 28 มิถุนายน 2551 17:57:48 น.  

 

อย่าหายไปนานเลยนะจ๊ะ

 

โดย: เดย์ IP: 202.149.25.225 29 มิถุนายน 2551 2:10:03 น.  

 

นู๋ไข่มุกสุดที่ร๊ากกกกกกกกกก
กลับมาซะทีสิจ๊ะ พี่โนอิคิดถึงจะแย่แล้นนนนน

 

โดย: โนอิ IP: 202.57.129.99 30 มิถุนายน 2551 18:46:51 น.  

 

Where are you??? Don't you keep me waiting for long time. I want to read thr next chapter na ka. I miss you.

 

โดย: eing IP: 86.135.154.22 3 กรกฎาคม 2551 0:17:19 น.  

 

เมื่อไรจะมาอัพละค่ะ
อยากอ่านต่อแล้วค่ะ.
โปรดกลับมาอัพเร็วๆนะค่ะ
คุณไข่มุกสุดสวย

 

โดย: deeda IP: 222.123.89.95 4 กรกฎาคม 2551 20:39:22 น.  

 

เมื่อไรจะมาอัพละค่ะ
อยากอ่านต่อแล้วค่ะ.
โปรดกลับมาอัพเร็วๆนะค่ะ
คุณไข่มุกสุดสวย

 

โดย: deeda IP: 222.123.89.95 4 กรกฎาคม 2551 20:39:22 น.  

 

สนุกมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะ อัพ อัพ

 

โดย: Czarina_ IP: 118.174.83.115 9 กรกฎาคม 2551 19:23:12 น.  

 

นานแล้วนะ
เมื่อไหร่จะมาอัพสักทีละจ๊ะ

 

โดย: niina IP: 58.9.140.145 15 กรกฎาคม 2551 22:19:56 น.  

 

ฮ่าๆๆๆ น้องมุกมาแล้ววววววว ล่าข้ามปีเลยนะเนี่ย พี่หยุดอ่านไปปีนึง ตอนที่ 14 มาเจอ 15-16 ดีใจมาก รออยู่นะครับ

 

โดย: warlord IP: 125.25.131.84 16 กรกฎาคม 2551 22:00:59 น.  

 

ใช่แล้วเมื่อไหร่จะมาอัพค่ะรออ่านอยู่

 

โดย: koryar IP: 124.121.99.65 25 กรกฎาคม 2551 10:58:07 น.  

 

อัพโย่วๆๆ

อัพเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับไหลลุ่มหลง 555+

อยากอ่านต่อแร้วค่า อัพเร็วๆนะค๊ะ

เป็นกำลังใจให้

^^

 

โดย: book IP: 118.172.250.255 27 กรกฎาคม 2551 15:34:34 น.  

 

หายไปนานแล้วนะจ๊ะ
รออยู่น๊า
มาอัพเร็วๆ

 

โดย: niina IP: 58.9.152.174 13 สิงหาคม 2551 21:55:56 น.  

 

หายไปนานแล้วน๊า
มาอัพไวไวดิ
คิดถึง

 

โดย: prictai IP: 58.8.142.16 19 สิงหาคม 2551 11:18:13 น.  

 

ห่างหายไปจากไดนี้นานและ
กลับมาอีกทีพร้อมกับนิยายตอนใหม่
ดีใจจัง
รอตอนต่อไปอยู่นะ

 

โดย: sosine IP: 58.8.148.15 24 สิงหาคม 2551 20:59:09 น.  

 

เมื่อไหร่ตอนต่อไปจะมาค่ะ
อยากอ่านที่เหลือนะค่ะ
มาอัพเร็วๆนะ

 

โดย: sosine IP: 58.8.138.25 27 สิงหาคม 2551 19:53:15 น.  

 

รออยู่ค่ะ คนแต่งหายๆไปไหนค่ะ โปรดทราบคนแต่งหายตัวอย่างไร้ร่องรอย ใครเจอรีบพากลับมาด่วน

 

โดย: LOVE IP: 203.170.131.11 20 กันยายน 2551 1:11:57 น.  

 

แง๊มาต่อเถอะนะค๊ะ

อยากอ่านมากกก

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: book IP: 118.172.246.124 20 กันยายน 2551 15:37:52 น.  

 

น้องไข่มุกผิดสัญญาอะ

ไหนบอกจะไม่หายไปนาน

แง่ๆๆ ให้อ่านปีละตอนเหรอ

ใจร้ายจังเลย

เข้ามาดูแทบทุกวันเลยอะ

เข้ามาต่ออาทิตย์ละนิดละหน่อยก็ไม่ได้

มาหน่อยนะๆๆๆ รออยู่ จุ๊บๆๆ อิอิ

 

โดย: น้องหมิว IP: 81.82.99.4 2 พฤศจิกายน 2551 21:14:38 น.  

 

เมื่อไหร่จะมาลงนิยายต่อคะ รออ่านอยู่นะจ้า

ส่งข่าวกันมั่งน๊า อย่าหายไปเฉยๆ

ถ้าลงปีละตอนละก็ เศร้าเลย กว่าจะจบคงแก่กันพอดี แฮะๆ

สู้ๆ

 

โดย: ก้อย IP: 58.8.212.98 10 มกราคม 2552 14:37:23 น.  

 

โอ้โห้ ไม่ได้เข้ามาบล๊อกไข่มุกนานมากกก

ตอนนี้เขียนนิยายเก่งมากเลยคะ่

พี่แบมยังจำน้องได้เสมอค่ะ

ขอให้นิยายของไข่มุก เป็นที่นิยม ของแฟนๆๆนะคะ

 

โดย: yadegari 27 มกราคม 2552 4:48:19 น.  

 

ยังไม่ยอมมาอัพอีกเหรอ

คิดถึงจัง

 

โดย: niina IP: 58.9.136.221 1 กุมภาพันธ์ 2552 10:30:19 น.  

 

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่าน้องมุก :p

 

โดย: ออย IP: 124.121.103.25 1 เมษายน 2552 15:30:38 น.  

 

ไข่มุกอยู่ไหน please come back สงสัยจะได้อ่านปีละตอน

 

โดย: อยากอ่านจัง IP: 124.121.182.163 10 เมษายน 2552 18:44:15 น.  

 

1 ปรผ่านไป ยังไม่มาอัพเลยอ่ะ

 

โดย: อยากอ่าน IP: 192.168.182.236, 124.121.187.134 18 พฤษภาคม 2552 18:08:12 น.  

 

1 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก

มาอัพซะทีซิค๊ะ

^^

 

โดย: บุ๊ค สะ เคอะ IP: 118.172.241.180 19 พฤษภาคม 2552 23:31:01 น.  

 

รอนานมากเลยเมื่อไรจะมาอัพซะทีคิดถึงๆจะรอนะจ๊ะ

 

โดย: ทรายหอม IP: 202.149.25.239 25 พฤษภาคม 2552 13:55:10 น.  

 

รอมา 1 ปีแล้วนะค่ะ

อยากอ่านมาก ๆ เลยค่ะ

มาอัพเร่ว ๆ นะค่ะ

จะรออ่านนะค่ะ

 

โดย: หมาแบ่ม IP: 202.44.32.9 17 กรกฎาคม 2552 18:55:13 น.  

 

ปีกว่าที่รอคอย

ไม่มาอัพแล้วหรอค๊ะ

 

โดย: Book IP: 118.172.253.79 9 มกราคม 2553 0:42:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.