Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
28 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่12




ฮาโหลๆ เย้ๆๆๆ มาอัพตอนจะตี 4 จะมีคนอ่านไหม๊เน้อสวัสดีค่าผู้อ่านที่ติดตามอ่านนิยายของไข่มุกทุกคน แงๆๆ T_Tคิดถึงทุกคนจังเลยค่ะ ในที่สุดไข่มุกก็กลับมาแล้ว เย้ๆๆ อ๊ากกกก เจอสายตาเฉือดเชือนจากท่านผู้อ่านมองกลับมา -_-++++ แหะๆ

ขออภัย ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ปล่อยให้รอตอนที่ 12 ซะนมนาน แหะๆ ไข่มุกไม่ได้จะแก้ตัวนะคะที่หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว(แก้ตัวชัดๆ- -*)

คือว่าตอนนี้ไข่มุกเรียนอยู่ชั้น ม.6 แล้วค่ะ รับภาระเรื่องเรียนหนักมาก ทั้งงานการอีกมากมายก่ายกอง แถมยังต้องเจียดเวลาไปอ่านหนังสืออีก ไม่งั้นหม่อมแม่เอาหนูตายแน่ๆ TT_TT ทำให้ไม่มีเวลามาวอแวกับนิยายเลยค่ะ แต่ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว เย้!! ไข่มุกยังต้องอ่านหนังสือช่วงปิดเทอมอีกเช่นเคย แป่ว = =! แหะๆ

แต่สัญญาค่ะว่าจะไม่หายไปนานอีกแล้ว จะพยายามเขียนนิยายออกมาให้ผู้อ่านทุกคนอ่านกันค่ะ เย้! ^O^ ไข่มุกสู้ๆ ^^V ไข่มุกเรียนสายวิทย์ที่เรียนหนักค่ะ แต่ดันอยากเข้าคณะบัญชีของธรรมศาสตร์ แป่ว(แล้วจะเรียนสายวิทย์ทำพระแสงอารัยยย@_@) แล้วก็อยากเรียนที่การบินพลเรือนค่ะ

ขอให้พี่ๆน้องๆเพื่อนๆ นักอ่านที่น่ารักทุกคน ช่วยส่งแรงใจ เชียร์ไข่มุกให้สอบติดที่ใดที่หนึ่งด้วยนะคะ ถ้าไข่มุกสอบติดล่ะก็ หึหึหึ จะมาฉลองให้ทุกคน เป็นนิยาย 5 ตอนรวดเลยดีไหม๊ค่ะ (อ๊ากกก!! สัญญาเองตายแน่ T_T) หุหุหุ ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไปค่ะ

ไข่มุกขอสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนิยายเรื่องนี้เด็ดขาด!(แต่จะมาอัพให้ช้าหน่อยนะคะ) เพราะพล๊อตเรื่องคิดไว้หมดแล้วค่ะ เหลือแค่รอเขียนกับขัดเกลาภาษาสักแป๊ป ก็โอเค แอบบอกหน่อยว่าเรื่องนี้เป็นโรแมนติกแบบตบจูบหรือโรมานซ์นั่นเอง (อ๊าก บทเลิฟซีนไข่มุกยังเขียนไม่ค่อยเก่งเลย สงสัยต้องไปทำการบ้านมาอีกเยอะ) เย้ สู้ๆสู้ตาย T_TV

ขอบคุณค่ะที่ติดตามไข่มุกพล่ามมานาน ตอนนี้ถึงคราวที่ทุกคนรอคอยแล้ว เย้ๆ ไปชมตอนที่ 12 กันเล้ยยย ^O^

ปล. ส่วนที่มีผู้อ่านใจดีทักท้วงเรื่องนามสกุลของอีตาพระเอกมา ขอบคุณมากค่ะ ตอนนั้นไข่มุกเบลอไปหน่อยก็เลยพิมพ์ผิดไป ความจริงภูมิรพีนามสกุลบดินทร์รักษ์ค่ะ

ปลล. อ่านแล้วช่วยกันเม้นหน่อยนะค่ะ อยากรู้ว่าสนุกไหม อิอิ เม้นเยอะก็เป็นแรงใจให้ไข่มุกมาอัพเร็วขึ้นนะคะ

บทที่ 12

ค่ำคืนอันสว่างไสวสำหรับนักท่องราตรีหลายคน ได้มาผ่อนคลายความตรึงเครียด หลังจากที่บากบั่นทำงานมาทั้งวัน ดูเหมือนทุกคนล้วนปลดปล่อยความสนุกและพลังออกมากันอย่างเต็มที่ เสียงเพลงดังกระหึ่มสลับกับเพลงช้าๆคลอไปตามแต่ใจผู้เปิด แต่ดูเหมือนชายหนุ่มที่นั่งดื่มอยู่คนเดียวตรงเคาน์เตอร์บาร์ จะไม่สนุกครื้นเครงไปตามบรรยากาศรอบด้านสักเท่าไหร่ คิ้วเข้มกระชากใจสาวๆขมวดเข้าหากัน เป็นเครื่องหมายของความไม่สบอารมณ์ ถึงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล้าคมเข้มแค่ไหน แต่สาวๆก็ไม่กล้าเข้ามาทักหรือพูดคุยด้วย ด้วยเกรงท่าทางอันน่ากลัวของเขา

คิ้วเข้มขมวดกันจนแทบจะเป็นปมอีกหนเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้

เขาปล่อยให้เธอรอดไปได้อย่างไร... ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ถ้าเธอไม่กระโดดลงจากรถของเขาตอนรถติดสัญญาณไฟแดงล่ะก็ เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ณ ตอนนั้น อารมณ์นั้น จะนำพาเขาไปถึงไหน เขาอาจจะห้ามใจไม่อยู่ คิดล่วงเกินเธอไปแล้วก็ได้

ล่วงเกินนั้นเหรอ ความคิดแบบนี้เขามาอยู่ในหัวสมองของเขาเมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ ภูมิรพีรู้แค่เพียงว่าเมื่ออยู่ใกล้เธอคนนั้นเมื่อไหร่ เขาไม่อาจห้ามความรู้สึกนี้ได้ ไม่ได้! เขาจะรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ เขาเกลียดเธอ มันก็เป็นแค่ความต้องการในแบบที่ผู้ชายต้องการผู้หญิงเท่านั้น มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ไม่มี...ไม่มีจริงๆ(นะเหรอ)

ภูมิรพีจมอยู่กับความคิดของตัวเองอย่างนั้น จนกระทั่งหนุ่มไทยที่ดูก็รู้ว่ามีเชื้อชาติจีน หล่อในแบบฉบับอาตี๋ บวกกับแว่นสายตา ทำให้ดูดีเข้าไปอีก เดินเข้ามาทักชายหนุ่มหน้าเข้มที่นั่งไม่สบอารมณ์อยู่ ทำให้บรรยากาศอึมครึมรอบๆด้วยเบาบางลงไปได้บ้าง (แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นแหละ)

“ทำไมเพิ่งมาว่ะไอ้หมอ ฉันมานั่งรอจนรากจะงอกอยู่แล้วเนี่ย” คนที่เปิดประเด็นสนทนาก่อนคือชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม

ผู้มาใหม่หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ที่กำลังผสมเครื่องดื่มให้คนอื่นอยู่ ก่อนจะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงสดใส “บ๊ะ!ไอ้ภูมิ ฉันไม่ได้ทำงานเป็นเวลาเหมือนชาวบ้านเค้านะเว้ย จะได้มาตามคำบัญชาของแกได้รวดเร็วทันใจ แกเพิ่งจะโทรบอกเมื่อครึ่งชม.ที่แล้วเองนะ ดีนะที่ไม่มีเครสผ่าตัด ฉันถึงได้บึ่งรถมาหาแกได้ทันเนี่ย”

“เออๆ แล้วแกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไม่เห็นโทรบอกกันมั่งเลยนะ นี่ถ้าฉันไม่รู้จากไอ้เอก ฉันคงไม่รู้หรอกว่าแกกลับมาแล้ว”

“ก็สักพักแล้วว่ะ ช่วงนี้กำลังยุ่งๆอยู่เพราะเพิ่งเดินเรื่องกลับมาจากนอก ไหนจะต้องทำเรื่องไปประจำในโรงพยาบาลอีก กะไว้พองานอยู่ตัวสักพัก จะโทรไปชวนพวกแกมากินเหล้าด้วยกัน แต่เมื่อวันก่อนบังเอิญไปเจอไอ้เอกมันที่ห้าง พาสาวน่ารักที่ไหนมาเดินด้วยไม่รู้ สงสัยจะเป็นคู่หมั้นที่มันเคยเล่าให้ฟังมั้ง น่าอิจฉาชะมัด” ประโยคหลังขึ้นเสียงสูงแสดงความอิจฉาจนออกนอกหน้า

คนฟังเพลินๆอยู่กระแทกแก้วลงบนโต๊ะดังปัง! มาสะดุดหูกับไอ้คำว่า ‘สาวน่ารัก’ นี่แหละ ในสมองของชายหนุ่มรับรู้ทันทีว่าจะเป็นใครได้ นอกจากหญิงสาวคนที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจอยู่ขนาดนี้ เพราะถ้าเป็นโสภิตาจริง เพื่อนของเขาน่าจะพูดว่าสาวเปรี้ยวมากกว่า เพราะโสภิตานั้นเปรี้ยวจนเข็ดฟัน ห่างไกลจากคำว่าสาวน่ารักอยู่มากโข

“เป็นอะไรไปว่ะไอ้ภูมิ ของขึ้นรึไง หรือว่าแกก็อิจฉาไอ้เอกเหมือนฉัน”

“อิจฉาเหรอว่ะ ไม่เลยสักนิด สมเพชมากกว่า” หากแต่คำว่าสมเพชไม่ได้หมายความถึงเพื่อนรักอีกคนหนึ่งอย่างที่คนฟังเข้าใจ แต่มีความหมายโดยนัยว่าเป็นเขา สมเพช...ที่ต้องมานั่งร้อนรนทุรนทุรายเพราะผู้หญิงคนที่เขาย้ำว่าเกลียดนักหนา

“ท่าทางแกจะเมาแล้วมั้งเนี่ยะไอ้ภูมิ”

“ฉันไม่ได้เมา ผู้หญิงที่แกเห็นอยู่กับไอ้เอกคนนั้นคือ...พิชญา หวังว่าแกคงยังไม่ลืมชื่อนี้หรอกนะ” รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แค่นี้คุณหมอที่คบกันมานานมีหรือจะไม่รู้ว่าใคร ก็ชื่อพิชญาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาจะมีสักกี่คนกันล่ะ

คีรีหัวเราะออกมาเบาๆ นั่นทำให้ชายหนุ่มที่ปั้นหน้ายักษ์อยู่หันมามองอย่างเอาเรื่อง

“มันใช่เรื่องน่าขำเหรอว่ะไอ้คี”

“ฉันไม่ได้ขำเพราะว่ามันเป็นเรื่องน่าขำ แต่ฉันหัวเราะในความคิดเป็นเด็กๆของแกมากกว่า คนอะไรว่ะ อายุจะปาเข้าไปสามสิบอยู่แล้ว ยังเอานิสัยเด็กๆมาใช้ เจ้าคิดเจ้าแค้นไม่เข้าเรื่อง”

คนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่เข้าเรื่องหันมามองตาแวว และก่อนที่จะได้ตอบโต้อะไรไป ก็ถูกคุณหมอหน้าตี๋ตอกกลับมาเสียจนแทบหน้าหงาย

“แกแน่ใจนะ ว่าแกเกลียดเขาจริงๆ ไม่ใช่เป็นพวกบ้าบอ เหมารวมความรักกับความเกลียดไว้ด้วยกัน มันไม่เข้าท่าเลยนะเว้ย แกเองนั้นแหละที่จะเสียใจทีหลัง” มีหรือคนอย่างคีรีจะดูไม่ออก ในแววตาของเพื่อนรักที่คบกันมาหลายปีเป็นยังไง มันดูแวววาวขึ้นทุกครั้งที่ของผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาย้ำว่าเกลียดนักหนาออกจากปาก เด็กสามขวบยังมองออกว่าภูมิรพีคิดยังไง แต่ตัวมันเองนั่นแหละที่ยังมองไม่เห็นความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่มองไม่เห็นสิ แต่ไม่ยอมรับความจริงต่างหาก ก็คำว่าทิฐิมันบังอยู่อย่างนี้ จะให้มองเห็นความรักคงยาก

“เสียใจเหรอ คนอย่างฉันไม่มีอะไรต้องเสียใจ แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ใช่พวกบ้าบออย่างที่แกพูดด้วย ไอ้หมอ ฉันไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น”

คุณหมอหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาในความดื้อรั้นของเพื่อน “เออ ขอให้มันจริงเหอะ ฉันจะรอดู” คีรีหยุดพูดแล้วหันมากรอกเหล้าเข้าปากระงับอารมณ์หมั่นไส้เพื่อนรัก

“ฉันไม่มีวันรักผู้หญิงคนนั้น ได้ยินไหมว่าไม่มีวัน!”

หมอหนุ่มนั่งมอง’คนปากไม่ตรงกับใจ’แล้วเกิดความรู้สึกอยากเตะสักป๊าป

ปากแข็งนัก ถ้าไม่รักจะมานั่งซดเหล้าทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนี้เล่า ฟังไม่ขึ้นเลยจริงๆ นิสัยปากไม่ตรงกับใจเมื่อไหร่จะแก้หายสักทีนะ

“อืม...แกเคยได้ยินเรื่องตำนานของความรักกับความเกลียดชังไหมวะ ไอ้ภูมิ”

คนหน้าเข้มหันมามองเพื่อน ก่อนจะทำหน้าแหยงๆเหมือนถูกบังคับให้กินยาขม “แกจะเล่านิทานหลอกเด็กอะไรให้ฉันฟังอีกล่ะ ฉันเป็นเพื่อนแกนะเว้ย ไม่ใช่คนไข้ของแก”

“ไม่ใช่เรื่องหลอกเด็ก ตกลงแกจะฟังหรือไม่ฟัง”

“เออ ฟังก็ได้ ดีกว่าฟังแม่สาวชุดแดงข้างๆนั่นฉอเลาะกว่ากันเยอะ” ภูมิรพีพูดพลางยักคิ้วลิ่วตาให้คีรีมองไปทางโต๊ะอีกตัวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล และแค่เพียงคีรีตวัดสายตาไปมอง ก็พบกับแม่สาวชุดแดงที่จ้องเพื่อนของเขาเหมือนจะกลืนกินไปทั้งตัวแล้ว

“อืม...แกรู้ไหม ความจริงแล้วความรักกับความเกลียดชังหรือความแค้น แท้จริงแล้วเป็นดวงดาวคู่แฝดที่พลัดพรากจากกัน.... ความแค้นคือความรักที่ตกตะกอน แต่ความรักที่ตกตะกอน ไม่ใช่ความรักที่แท้จริงหรอก... ไม่มีใครรู้ว่าความรักมันเริ่มจากตรงไหน แต่ความแค้นมันมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ความรัก ในเมื่อความรักกับความแค้นเป็นดาวคู่แฝดกัน บางทีความรักอาจะเริ่มต้นจากความแค้นก็ ได้ใครจะไปรู้ แกว่าจริงไหมไอ้ภูมิ” ประโยคหลังคุณหมอหนุ่มหันถามความเห็นจากเพื่อนรัก ที่นั่งทำหน้าเครียดหนักกว่าเก่า หลังจากฟังนิยาย’หลอกเด็ก’ ของเขาจบ

“พอๆ ฉันไม่มีความคิดเห็นให้นิยายหลอกเด็กของแกหลอกไอ้หมอ ชนแก้วดีกว่า” ภูมิรพีหันไปคว้าแก้วเหล้ามาชนกับคีรี ก่อนจะกระดกน้ำสีอำพันลงคอไม่ยั้ง ในใจคิดค้านคำพูดของคีรีอย่างสับสน

ความแค้นคือความรักที่ตกตะกอนอะไรกัน ความแค้นก็คือความแค้น ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นรักได้หรอก!

หมอคีรีมองอาการเพื่อนรักแล้วถอนหายใจออกมา ดูท่าว่านิทาน’หลอกเด็ก’ของเขาจะเปลี่ยนมา’หลอกผู้ใหญ่’ แทนเสียแล้ว แถมผู้ใหญ่ที่โดนหลอกยังทำห้ามเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบอีกต่างหาก

“แกจำคำของฉันไว้นะไอ้ภูมิ...คนที่เราเกลียดมักมีอิทธิพลรึอำนาจเหนือเราเสมอ ถ้าแกรู้สึกแบบนั้นเมื่อไหร่ แสดงว่าแกไม่ได้เกลียดคนคนนั้นจริงๆอย่างที่ใจคิดหรอก แต่แกกำลังรักคนคนนั้นต่างหาก เพราะถ้าเกลียดจริงอย่างที่ใจว่า แกต้องไม่ปล่อยให้คนนั้นมามีอำนาจเหนือจิตใจของแก...จำไว้!”

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

“ป้าดวงจ๋า” เสียงเรียกเล็กๆทำให้คนที่กำลังจดจ่ออยู่หน้าเตาในครัวหันมามองหาที่มาของเสียง แล้วก็ต้องยิ้มรับพร้อมกับกางแขนเพื่อรองรับร่างบางที่ถาโถมเข้ามาซบอก

“อ้อนป้าอีกแล้วนะหนูแพน มีอะไรไม่สบายใจอีกเหรอลูก” คนเป็นป้าพอจะจับอาการของสาวหลานได้ไม่อยาก หากเห็นอาการแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องมาแน่นอน

“หรือว่าจะเป็นเรื่องที่ทำงานใหม่ ไม่สบายใจตรงไหนเล่าให้ป้าฟังได้นะ”

หญิงสาวเงยหน้ามองป้าดวง พยายามกลั้นน้ำตาอย่างเต็มกำลัง ทั้งที่เคยทำได้มาตลอดแต่พอมาได้สัมผัสกับความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ น้ำตาเจ้ากรรมที่กลั้นไว้พาลจะไหลให้ได้

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้าดวง เอ่อ...สมมตินะคะ คือ.. ถ้าแพนเข้ากับที่ทำงานใหม่ไม่ได้ หรือมีปัญหาที่แก้ไม่ตก แล้วแพนอยากลาออก ป้าดวงจะว่าอะไรแพนไหมคะ”

คนเป็นป้ายิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางส่ายหน้าไปมา “ไม่หรอกลูก ป้าจะไปว่าหนูเรื่องอะไรล่ะ ป้าก็แค่อยากให้หนูได้งานดีๆ มีงานการที่มั่นคงทำ ป้าอยากให้คนที่ป้ารักเหมือนลูกแท้ๆอยู่อย่างมีความสุข การได้ทำงานทำที่ดีก็เหมือนใกล้ความสำเร็จเข้าไปอีกขั้น ป้าที่เฝ้าดูหนูมาตั้งแต่เด็กก็อยากเห็นหนูได้ดี อยากให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วความหวังอีกอย่างของป้าก็คืออยากให้หนูพบผู้ชายที่ดี ให้เขารักและดูแลหนูแพนแทนป้า ป้าก็พอใจแล้ว คนแก่อย่างป้าก็แก่ลงทุกที ไม่รู้จะได้อยู่ถึงวันที่หนูแต่งงานรึเปล่า อ้าว...นั่น เป่าปี่ซะแล้ว ป้าไม่น่าพูดอะไรแบบนี้เลย พูดทีไรหนูแพนของป้าร้องไห้ทุกที” ป้าดวงยิ้มพลางส่ายหน้าอย่างระอา ใบหน้าแต้มรอยยิ้มที่อ่อนโยน ยื่นทิชชู่ให้หนูแพนที่ไม่หยุดเป่าปี่

“ไม่นะคะ ป้าดวงต้องอยู่กับแพน ต้องอยู่ตลอดไปด้วย แพนไม่มีวันปล่อยป้าดวงไปหรอกคะ จะกอดให้แน่นๆ แบบนี้ตลอดไป” ว่าแล้วก็สาธิตให้ดูว่ากอดแน่นขนาดไหน จนป้าดวงยิ้มเอ็นดู ยีหัวหนูแพนที่ชอบทำตัวเป็นเด็กอยู่ร่ำไป

“แล้วตกลงว่าหนูมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าลูก”

“ปะ...เปล่าหรอกค่ะ แค่วันนี้แพนถูกเจ้านายดุมานิดหน่อย ก็เลยอยากได้กำลังใจจากป้าดวง”

“งั้นไปอาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยลงมาทานข้าวนะลูก แล้วป่านนี้หนูอันมัวไปสมัครงานถึงไหนยังไม่กลับมาซะที ไม่รู้จะได้งานทำรึเปล่า เฮ้อ...เด็กคนนี้”

“ป้าดวงไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อันได้งานแล้ว เผลอๆยังได้ทำงานที่ดีกว่าแพนอีกด้วย”

ป้าดวงก็เป็นแบบนี้ รักเธอกับอัญชลีเหมือนลูกแท้ๆ ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเธอเลยแต่ท่านก็ยังรักและเป็นห่วงเธออยู่เสมอ แล้วเธอจะทำให้ท่านผิดหวังได้หรือ พิชญาบอกกับตัวเองในวินาทีนั้น

เธอจะต้องอดทนจนกว่าจะถึงวันที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหว...

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ร่างบางนอนคว่ำหน้าซบลงบนหมอน หยาดน้ำตาไหลจากดวงตากลมลงบนแก้มเนียนก่อนจะหยดลงสู่หมอนแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น... เนื่องจากหญิงสาวนำหมอนอีกใบมาปิดกั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ไม่ให้เล็ดลอดออกไป เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอร้องไห้

จวบจนกระทั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงที่คุ้นเคยของเพื่อนสาว “แพน อันเข้าไปได้ไหม”

“ได้จ้ะ” ร่างบางสะดุ้งน้อยๆรีบลุกจากที่นอน ก่อนจะเดินตรงไปส่องกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและพบว่าสภาพหน้าตาของเธอนั้นดูไม่ได้เลย แสนจะอิดโรย ดวงตากลมโตทั้งของข้างปรากฏรอยดำคล้ำอยู่ใต้ขอบตาอันเกิดจากการร้องไห้อย่างหนัก อีกทั้งจมูกและแก้มก็แดงเทือก อย่านี้มีหวังโดนอันดุแน่ หาว่ามาแอบร้องไห้อีกตามเคย มือบางเอื้อมไปหยิบแป้งฝุ่นขึ้นมาและทาลงบนใบหน้านวลเพื่อปกปิดร่องรอย

“ช้าจังเลยแพน ทำอะไรอยู่เหรอ อันมารบกวนเวลานอนรึเปล่า”

“เปล่าหรอก แพนคิดอะไรอยู่เพลินๆน่ะก็เลยมาเปิดประตูให้ช้า”

“คิดเรื่องอะไรอยู่ ใช่เรื่องเมื่อตอนบ่ายนี้รึเปล่า แพนไม่เป็นไรใช่ไหม เขาทำอะไรกับแพนรึเปล่า อันกลัวแทบแย่แน่ะตอนที่เห็นเขาตามแพนออกไป แต่อันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมัวกันแม่วาสินีอยู่ ได้ตบแม่สาวไฮโซไปตั้งหลายฉาดนะแพน สะใจชิบเลยมันต้องโดนซะบ้าง รู้จักรสมือคุณอัญชลีน้อยไปซะแล้ว” ไม่พูดเปล่ามือทั้งสองข้างยังออกอาการแสดงโชว์’ท่าตบ’ท่านั้นท่านี้ให้พิชญาดูประกอบการเล่าเรื่องไปอีกด้วย เหมือนอยากจะถ่ายทอดความสะใจที่ตนได้มาให้หญิงสาวฟัง

พิชญายิ้มบางๆกับท่าทางประกอบการเล่าเรื่องของอัญชลี “แพนไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เขาตามมาไม่ทัน แพนหนีมาได้ก่อนน่ะ” พิชญาตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง หลุบตาลงต่ำ ซึ่งอาการเหล่านั้นไม่รอดพ้นสายตาอันแหลมคมของเพื่อนรักไปได้ อัญชลีรู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น และเธอก็ไม่อยากจะซักไซ้ให้เพื่อนสาวไม่สบายใจ จึงทำได้เพียงยิ้มรับเท่านั้น

“แล้วนี่...แพนแอบมาร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม” อัญชลีสังเกตเห็นหมอนที่เปียกชุ่มด้วยน้ำก็พอจะเดาได้ว่าก่อนหน้าที่เธอจะมาเคาะประตู พิชญาทำสิ่งใดอยู่

“ปะ...เปล่านะ”

อัญชลีแน่ใจอยู่แล้วว่าคำตอบที่ได้รับมาต้องเป็นคำปฏิเสธแน่นอน หญิงสาวทำได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “แพนลาออกเถอะ เธอรับมือพวกเขาไม่ไหวหรอก นี่มันชักจะหนักข้อขึ้นทุกทีแล้วนะ ถ้าขืนยังดันทุรังต่อไปพวกเขาได้เอาเธอตายแน่ ซึ่งฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นอน”

“งั้นแพนจะต้องกลัวอะไรล่ะ ก็แพนมีอันคอยปกป้องแล้วนี่ จริงไหม” คำตอบที่ทำเอาอัญชลีเกือบจะยิ้มรับถ้าเผลอตัวไป แม่ตัวเล็กตรงหน้ามีวิธีโน้มน้าวใจคนที่เก่งนัก แต่คราวนี้เธอไม่หลงกลหรอก

“ไม่ต้องมาทำพูดดีเลยแพน อันพูดจริงๆนะ แพนลาออกเถอะ อันกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นกับแพน ลาออกซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า”

“แต่แพนไม่อยากทำให้ป้าดวงผิดหวัง ท่านรักและหวังดีกับเรามาก”

“ป้าดวงคงไม่ผิดหวังหรอก ถ้าแพนยอมบอกท่านว่า คนพวกนั้นเขาทำอะไรกับแพนบ้าง” อัญชลีค่อนขอดต้อนพิชญาให้จนมุม “อย่าดื้อเลยนะแพน ถือว่าอันขอร้อง ลาออกซะเถอะ”

“ก็ได้...แต่แพนอยากทำงานที่นี่ต้องไป อย่างน้อยก็ทำจนกว่าจะหาเงินได้มากพอกับค่ารักษา ได้ไหมจ้ะอัน” แม้จะไม่เห็นด้วยแต่เหตุผลของเพื่อนสาวก็ดีเกินกว่าที่เธอจะขัดได้

เฮ้อ...ก็เล่นเอาเรื่องนั้นมาอ้าง จะไม่ให้เธอตกลงได้ยังไงล่ะ

“พรุ่งนี้วันหยุด งั้นเราไปทำบุญที่วัดกัน ชวนป้าดวงไปด้วย รายนั้นน่ะเขาชอบทำบุญอยู่แล้ว ช่วงนี้แพนดวงไม่ดีเลย พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก มีมารมาผจญตลอด ต้องทำบุญสะเดาะเคราะห์บ้าง...รู้รึเปล่าจ๊ะ ห้ามปฏิเสธนะงานนี้”

“ได้อยู่แล้ว อันนั้นแหละ ปลุกให้ไปทำบุญทีไรไม่ยอมตื่นทุกที คราวนี้ถ้าอันไม่ยอมตื่นแพนจะเอาน้ำมาสาดใส่จริงๆด้วย”

“โห...แม่จอมโหด” อัญชลีโอดครวญเสียงต่ำ เพราะเคยโดนประสบการณ์ตรงมาแล้วครั้งหนึ่งตอนสอบเอ็นทรานซ์ซึ่งเธอไม่ยอมตื่น แม่เพื่อนตัวดีก็เล่นเอาน้ำเย็นสาดเธอซะชุ่มช่ำที่นอนไปเลย ดีนะที่ไม่เอาน้ำร้อนมาสาด ไม่งั้นเธอได้ถูกลวกสดแน่ๆ งานนี้คนขี้เซาเลยตื่นทันทีโดยไม่มีอาการงัวเงียอีกเลย

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

“น้องแพน” เสียงเรียกแผ่วเบาจากทางด้านหลังทำให้หญิงสาวหันไปมอง

“พี่เอก” หญิงสาวพยายามล็อคประตูบ้านด้วยมือสั่นเทา วันนี้ป้าดวงของเธอไม่อยู่ แถมอัญชลีก็ไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว เหลือเธอเพียงคนเดียวที่กำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน พิชญาสาวเท้าก้าวเร็วๆออกเดินโดยไม่รอชายหนุ่ม ทำให้เอกองค์ต้องวิ่งตามไปจับแขนบอบบางของหญิงสาวไว้ เพื่อไม่ให้เธอหนีเขาไปอีก

“น้องแพนไม่อยากคุยกับพี่ เกลียดพี่แล้วเหรอ” น้ำเสียงปกปิดความน้อยใจไว้ไม่อยู่ และแววตาที่ตัดพ้อเต็มไปด้วยความเสียใจ

“เปล่านะคะ” ร่างบางหันมาเผชิญหน้ากับเขาก่อนจะบิดแขนที่ถูกเขาเกาะกุมไว้ ชายหนุ่มจึงยอมปล่อยมือออกทั้งๆที่แสนเสียดาย

“แพนไม่ได้เกลียดพี่เอก แต่แพนคิดว่าเราไม่ควรเจอกันอีกก็เท่านั้น แพนไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีก แพนไม่อยากเป็นตัวตลก แพนไม่อยากอับอายแบบเมื่อวันก่อนอีกแล้ว”

“พี่ขอโทษ...ขอโทษที่ไม่สามารถดูแลปกป้องน้องแพนได้ น้องแพนอย่าโกรธพี่เลยนะ พี่คงทนไม่ได้”

“แพนไม่โกรธค่ะ แพนไม่เคยโกรธพี่เอกเลยสักครั้ง แต่แพนกลัว...แพนกลัวคนของพี่ แพนกลัวความรู้สึกนี้ แพนไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้ว โดนสังคมตัดสิน ถูกคนรอบข้างทอดทิ้ง โดนดูถูกเหยียบหยาม แพนคงรับไม่ไหวอีก ถ้าต้องกลับไปเป็นแบบนั้น…”

“พี่รักน้องแพน” เสียงห้าวแทรกขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยจบ เขาก็ทนไม่ไหวอีกเช่นกันกับความรู้สึกนี้ที่อัดอั้นมานานหลายปี ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจยอมอยู่ในฐานะเดิม เพื่อนหรือพี่ชาย... แต่วันนี้เธอกลับไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ แม้แต่ในฐานะพี่ชาย เขาคงทนไม่ไหวแน่

ความจริงที่ได้รู้ทำให้ร่างบางตกตะลึง เขารักเธอหรือ...เป็นไปไม่ได้ ก็ที่ผ่านมาเธอคิดกับเขาเพียงพี่ชายแล้วทำไมเขาถึง...

“พี่รักน้องแพน รักมานานแล้ว พี่รู้ ว่าแพนคิดกับพี่แค่พี่ชาย แต่พี่ก็ยังแอบหวังลมๆแล้งๆหวังว่าสักวันน้องแพนจะหันกลับมามองพี่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักน้องแพนสุดหัวใจ” เอกองค์รวบร่างบางเข้ามากอดอย่างหวงแหนและถนอมรัก และอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้กอดเธอ เพราะนับจากนี้ต่อไปเขาอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสเธออีก

“พี่เอก” ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว แต่ชายหนุ่มกลับตอกย้ำความรู้สึกที่เขามีให้เธออย่างพรั่งพรู

“พี่คิด...คิดมาตลอด พี่ก็อยากเป็นแค่พี่ชาย ที่ใช้สายตาอ่อนโยนมองน้องแพนแบบน้องสาวคนหนึ่ง แต่พี่ทำไม่ได้ สายตาของพี่ไม่ได้มองน้องแพนแบบน้องสาว พี่มองมองน้องแพนในฐานะผู้หญิง พี่ทรมานกับความรู้สึกนี้มาตลอด พี่ยอมได้ถ้าน้องแพนจะให้พี่อยู่ในฐานะพี่ชายตลอดไป แต่ถ้าเป็นพี่ชายแล้วน้องแพนยังไม่ยอมให้พี่อยู่ใกล้ๆแบบนี้อีก พี่คงทนไม่ได้”

“แต่พี่เอกมีคู่หมั้นแล้ว...แล้วแพนก็รู้สึกกับพี่เอกแบบพี่ชาย” พิชญารู้สึกสับสนกับความรู้สึกของชายหนุ่ม ตลอดมาเธอคิดกับเขาเพียงพี่ชาย เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีที่สุด เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ

“พี่ไม่ได้รักเขา ไม่ได้รักโสภิตา พี่ไม่เคยคิดจะหมั้นหรือแต่งงานกับเขา พี่โดนบังคับ พี่พร้อมจะเลิกกับเขาเสมอ ถ้าน้องแพนให้โอกาสพี่” เอกองค์คลายอ้อมกอดจากร่างบาง ก่อนเปลี่ยนมากุมมือบอบบางไว้แทน ตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตหวานซึ้งนั่น “พี่ขอโอกาสดูแลน้องแพนได้ไหม ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ได้ไหม...พี่ขอแค่โอกาส”

“พะ...แพนไม่รู้” เอกองค์รวบมือน้อยขึ้นแนบแก้มของเขาไว้

“พี่อยากให้น้องแพนลองเก็บไปคิดดู พี่จะรอคำตอบจากปากของน้องแพน”

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

“ก๊อกๆๆๆ” นิ้วเรียวสวยเคาะปากกาเป็นจังหวะอย่างอารมณ์ดี พลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาในหลายอาทิตย์นี้ ตั้งแต่เธอได้กลับมาพบหน้าเขาคนนั้นอีกครั้ง จะโทษว่าโชคชะตาเล่นตลกหรืออย่างนั้นไม่อาจรู้ได้ เขาคนนั้นกลับมาย้ำความรู้สึกเจ็บปวดในใจให้กลับมา แต่เธอยังโชคดีที่มีคนที่แสนดีอย่างพี่เอกปลอบประโลม ทั้งๆที่เธอคิดกับเขาแค่พี่ชายเท่านั้น แต่เมื่อสามวันที่แล้ว เขากลับสารภาพว่ารักเธอมานานแล้ว เธอควรจะทำอย่างไรดี ปฏิเสธหรือตอบรับ… ทั้งที่ในใจนั้นเธอไม่ได้คิดกับเขานอกเหนือจากคำว่าเพื่อนหรือพี่ชายที่แสนดีเลย

แต่ถ้าเธอยอมตกลงรับรักเขา เชื่อแน่ว่าพี่เอกคงยินดีดูแลเธอชั่วชีวิต และคงไม่มีวันทำให้เธอเสียใจหรือเสียน้ำตาอีก แต่มันเป็นการทำผิดต่อพี่เอก...เพราะเธอไม่ได้รักเขา

มือบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักในโต๊ะทำงานที่สำหรับเก็บของกระจุกกระจิก เปิดมันออกกว้างและล้วงมือขึ้นไปหยิบ’บางสิ่ง’ขึ้นมา เขย่าอยู่สองสามทีก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามันว่างเปล่า พิชญาตวัดตากลมโตมองปฏิทิน และพบว่าเลยวันที่เธอใช้ปากกาเมจิสีแดงเข้มวงไว้เรียบร้อยแล้ว

ยาหมดแถมยังเลยนัดของคุณหมอไปแล้วอีก นี่ถ้ายัยอันรู้เข้ามีหวังโวยแหลกแน่เลย มันก็ช่วยไม่ได้นี่พักหลังมานี้มีหลายเรื่องให้เธอคิด จนลืมบางสิ่งที่สำคัญไปได้ ช่วงนี้งานไม่ค่อยเยอะ ไว้ตอนเย็นๆค่อยแวบไปหาหมอก็ได้ แอบกลับเร็วสักชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

แล้วสาเหตุที่เธออารมณ์ดีมานั่งเคาะปากกาเล่นโดยที่ไม่ต้องคอยห่วงหน้าระวังหลังนะเหรอ ก็เขาคนนั้นไม่อยู่นะสิ ไปดูงานที่ต่างประเทศอีกอาทิตย์นึงถึงจะกลับ ช่วงนี้หญิงสาวจึงมาทำงานด้วยความสดใส ปลอดโปร่งโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่เข้าทำงานมาเลยก็ได้

“คิดอะไรอยู่จ้ะแพน อารมณ์ดีเชียวนะ” ดาหวันหัวหน้าแผนกสุดแสนจะใจดีที่หญิงสาวทำงานอยู่ หรือที่เธอเรียกติดปากเสมอว่าพี่ดา เข้ามาถามด้วยความแปลกใจหลังจากที่ได้เห็นรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้ารุ่นน้องในพนัก ความจริงแล้วพิชญาเป็นคนสวย...สวยน่ารัก แต่แววตากลมโตของเธอมักเจือด้วยความเศร้าเสมอ ซึ่งดาหวันนั้นไม่รู้ว่ามันมาจากสาเหตุใด

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ดา เอ่อ...พี่ดาค่ะ วันนี้แพนมีธุระ ขอกลับเร็วกว่าสักชั่วโมงนึงได้ไหมคะ”

“ได้เลยจ้า ช่วงนี้งานไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ พี่อนุญาตให้กลับเร็วได้จ้ะ แต่พองานเยอะเนี่ยพี่ใช้งานถึงค่ำห้ามว่ากันนะจ้ะ” ดาหวันยิ้มบางๆแซวกลับแบบไม่จริงจังนัก ใครๆทั่วทั้งบริษัทต่างช่วยกันโหวตให้เธอเป็นพนักงานที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาสี่ปีซ้อนแล้ว ซึ่งดาหวันนี่แหละเป็นคนที่พิชญาสนิทที่สุดในบริษัทก็ว่าได้ และที่สำคัญดาหวันยังเป็นแรงผลักดันให้เธออยากทำงานต่อที่นี่อีกด้วย

“ไม่ว่าหรอกค่ะ แพนน่ะเป็นคนสู้งานอยู่แล้ว”

“แน่น้า...เดี๋ยวคุณภูมิกลับมาจากดูงานเมื่อไหร่รับรองว่างานเยอะๆแน่ๆ แถมยังใกล้วันงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทแล้วด้วย งานนี้รับรองว่ายุ่งมากเลยแหละ แพนจะมากลับคำทีหลังพี่ไม่ยอมจริงๆด้วยนะ ” ถ้อยคำติดตลกของดาหวัน ทำให้ร่างบางหัวเราะคิกคัก จนพนักงานรุ่นพี่อดยิ้มตามไม่ได้ “เห็นแพนยิ้มได้พี่ก็ดีใจนะ ปกติแพนไม่ค่อยยิ้มเลย ทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ใบ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้นะ”

พิชญาส่งยิ้มละไมให้คนตรงหน้าอีกรอบ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เอ...แต่ว่าเมื่อกี้พี่ดาพูดว่าใกล้จะมีงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ แพนคงยังไม่รู้เพราะเป็นพนักงานใหม่ ที่นี่เขามีจัดงานเลี้ยงให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกคน ที่ทนตรากตรำทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี ถือเป็นโบนัสอีกอย่างนึงที่ท่านประธานให้พวกเราทุกคนจ้ะ” ดาหวันยิ้มพลางขยิบตาส่งให้หญิงสาว พิชญายิ้มรับแต่ในใจคิดกังวน

งานเลี้ยงประจำปีของบริษัทงั้นเหรอ งานเลี้ยงใหญ่โต ผู้คนมากหนาหลายตาชวนให้เวียนหัว ผู้คนมากหน้าหลายตา...ทั้งภูมิรพี วาสินี โสภิตา ร่วมทั้งคนอื่นๆที่เธอไม่อยากเจอ จะมารวมตัวกันที่งานนี้ แค่คิดก็วุ่นวายแล้ว แต่ไม่เป็นไร กว่าจะถึงวันนั้นคงอีกนานยังไงเธอคงคิดหาทางไม่มาร่วมงานได้...คงมีทาง

“แล้วถ้าแพนไม่ไปได้ไหมคะ” เพราะกำลังนึกหาทางอยู่ ทำให้หลุดปากถามสิ่งทิ่คิดอยู่ในใจออกมา

“ไม่รู้สิจ้ะ แต่เท่าที่ผ่านมา ไม่มีใครยอมพลาดงานเลี้ยงกินฟรีแบบนี้เลยสักคน พี่ได้ข่าวมาว่าคุณหญิงสิริโสภากับท่านนายพลขจรศักดิ์ ที่เคย...เอ่อ...เกือบจะได้เกี่ยวดองกับท่านประทานก็จะให้เกียรติมางานนี้ด้วยนะ เขาว่าวันนั้นคงจะมีคนใหญ่คนโตมากันเพียบเลยแหละ พนักงานกระจอกๆอย่างพวกเราจะมีโอกาสได้โฮโซกับเขาบ้างก็งานนี้แหละ รับรองไม่มีใครพลาดแน่ พี่จะแต่งตัวให้สวยสุดๆไปเลย เผื่อจะมีหนุ่มไฮโซรวยร้อยล้านหลงผิดมาขอแต่งงานสักคน”

อะไรนะ!? คุณหญิงสิริโสภากับท่านนายพลขจรศักดิ์ก็จะมาร่วมงานด้วยงั้นเหรอ ใจดวงน้อยของหญิงสาวตกตุบไปอยู่ที่ปลายเท้า ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความกลัวหวาดหวั่น ความคิดถึง ความยินดี หลายหลากอารมณ์แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจเพียงแค่ได้ยินชื่อที่เคยเป็นผู้อุปถัมภ์เปรียบประดุจบุพการีทั้งสองท่าน นานหลายปีมาแล้วที่เธอไม่มีโอกาสได้พบท่านทั้งสอง ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ป่านนั้นท่านทั้งสองจะเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม สุขภาพเป็นอย่างไร สุขภาพกายคงไม่เท่าไหร่ แต่สุขภาพใจสิ... ท่านจะทำใจเรื่องสิริสราได้หรือยัง ยังเคียดแค้นโกรธแค้นเธออยู่รึเปล่า ไม่! เธอไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นเลย เธออยากจะพบหน้าท่านทั้งสองอีกครั้ง เธออยากจะตอบแทนพระคุณ อยากเป็นคนคอยดูแลท่านแทนสิริสรา อยากได้มีโอกาสอธิบายเรื่องราวทั้งหมด แม้ว่าท่านจะไม่ยอมรับฟังก็ตาม

“แพน...แพน ฟังพี่อยู่รึเปล่าจ้ะ” เสียงเรียกกับแรงเขย่าที่ต้นแขน ทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ความคิด พิชญาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปส่งยิ้มให้พนักงานรุ่นพี่อีกเช่นเคย

“ขอโทษค่ะ แพนใจลอยไปหน่อย”

“ใจลอยไปหาหนุ่มที่ไหนเอ่ย... เฮ้อ พี่ไปทำงานก่อนดีกว่าจ้ะ โดดงานมานินทาเรื่องชาวบ้านเค้าตั้งนาน เดี๋ยวทำงานไม่ทันส่งจะยุ่ง” หลังจากดาหวันเดินออกไปจากโต๊ะทำงานของหญิงสาวแล้ว พิชญาถอนหายใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ เธอควรจะทำอย่างไรดีกับงานเลี้ยงนั้นดี ไปหรือไม่ไป... อย่างไหนจะดีกว่ากัน


To be continue....


<>






Create Date : 28 กันยายน 2549
Last Update : 16 มกราคม 2552 2:16:19 น. 13 comments
Counter : 277 Pageviews.

 
ตอนหน้าก็จะได้รู้กันแล้วนะคะว่า จริงๆแล้วหนูแพนเป็นโรคอะไรกันแน่ รอลุ้นกันได้ตอนหน้านะคะ ตอนนี้ไข่มุกขอตัวไปนอนก่อนค่ะ แว๊บๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: pinkpearl วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:4:06:34 น.  

 
โอ้ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง รอทุกวันเลยคิดถึงแทบแย่ เกือบลืมเนื้อเรืองไปหมดแล้วนะเนี่ย แต่ยังไงคนแต่งก็ยังแต่งได้สนุกเหมือนเดิมนะ อิอิ ขอเป็นกำลังใจเรื่องการเรียนการสอบนะค่ะ ขอให้สอบเข้าได้ในคณะที่ตั้งใจไว้ สู้ๆๆต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ ^_^


โดย: หมิวจ้า IP: 81.83.101.40 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:4:42:34 น.  

 
รอนานมากเลย ในที่สุดก็อัพแล้ว แล้วมาอัพอีกนะคะ รออยู่ทุกวันเลยคะ


โดย: ชาจัง (สุรัสวดี ) วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:10:22:51 น.  

 
หมิวจ้า ------ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่า แอบดูเวลามาตี 4 ใกล้ๆกันเลยค่ะ แหะๆนึกว่าจะไม่มีคนอยู่อ่านซะแล้ว นอนดึกเหมือนกันนะคะเนี่ย ตอนหน้าจะมาเร็วๆเลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปปั่นต่อดีก่า


ชาจัง----- อุ้ยๆๆๆ ขอบคุณค่ะที่ให้เกียรติมารอไข่มุกทุกวันเลย อ๊าก ยิ่งละอายไปใหญ่เลย ที่ปล่อยให้คนอื่นรอ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ

ว่าแล้วไข่มุกก็จรลีไปเขียนนิยายต่อ ชะแว๊บๆๆๆๆ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.187.102 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:11:21:52 น.  

 
ดีใจจังคนเขียนมาอัพแล้ว ยังไงก็มาอัพบ่อๆนะคะ
แล้วยังไง ก็อย่าให้แพน ตอบรับความรู้สึกของ พี่เอกเลยนะคะ ให้เป็นพี่ชายกับน้องสาวหนะดีแล้ว แล้วนายภูมิ เค้าจะหาเรื่องเอาอีก แล้วก็ ยายอันเพื่อนของน้องแพนจะไม่มีคู่เอา อิอิ

อ่านไปอ่านมาสงสารนางเอกจัง เมื่อไหร่จะมีความสุขซะทีนะ


โดย: มดตะนอย IP: 58.181.203.105 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:15:52:05 น.  

 
รอมานานมากเลยค่ะ นึกว่าไข่มุกจะเอาไปทำหนังสือซะแล้ว แหะๆ นานจริงๆ แต่ก็สนุกค่ะ ตอนหน้าให้รู้กันซะที มาเร็วๆนะคะ


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:17:10:17 น.  

 
มดตะนอย------- สงสารน้องแพนเหรอค่ะ ไข่มุกเขียนเองยังสงสารเลย 555+ (แสดงว่าลึกๆแล้วเราเป็นคนซาดิสซ์ใช่มั้ยเนี่ย = =?)

Oldtrafford------อันที่จริงมีสนพ ติดต่อเข้ามาแล้วค่า เพียงแต่ว่าเจ้าแม่ไหดองอย่างไข่มุกยังปั่นไปได้ไม่ถึงไหนเลยยังไม่ได้ส่งให้ สนพ.ค่ะ ขอบคุณนะค่าที่ติดตาม


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.34 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:19:21:45 น.  

 
แม่เจ้า! น้องมุกเรียนอยู่ ม.6 เองเรอะ พี่คิดว่าจะอยู่สักปี 2 แล้ว เพราะคนที่เขียนนิยายลงเว็บส่วนใหญ่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย
เก่งมากๆ

ส่วนพี่น่ะเร้อ เรียนจบมาหลายปีดีดัก เขียนนิยายดองไว้ในไห และไม่เคยเอาออกสู่สายตาประชาชี เพราะอารมณ์ขึ้นๆลงๆ รีไรท์อยู่นั่น ตอนนี้พับเก็บไปหลายเรื่อง เพราะเรื่องหลักที่เขียนอยู่ตอนนี้เกิดภาวะ Information Error เลยต้องจัดสรรข้อมูลใหม่หมด พี่เลยเซ็ง พับเก็บทุกเรื่อง รออารมณ์ดีแล้วค่อยรื้อมาเริ่มใหม่


ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ จัดสรรเวลาให้ถูก การเขียนนิยายนั้นไว้ทำเป็นงานอดิเรกแล้วกันนะ ถ้าว่างก็มาเขียนให้แฟนๆได้อ่านกัน ไม่ต้องเครียด พวกที่ทวง(รวมทั้งพี่) ก็ทวงไปงั้นแหละ น้องมุกมาลงให้อ่านเมื่อไหร่ก็ตามมาอ่านเหมือนเดิม

อิอิ ยาวไปป่ะ อย่าขี้เกียจอ่านก็แล้วกัน


โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:20:14:46 น.  

 
bapanij---------ขอบคุณค่าสำหรับคำแนะนำ อยากอ่านนิยายของพี่จังเลยค่ะ ไว้ถ้าเอามาลงเว็บเมื่อไหร่ อย่าลืมมาบอกไข่มุกด้วยน้า ไข่มุกจะตามไปอ่านค่ะ


โดย: ไข่มุกจัง (pinkpearl ) วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:21:56:32 น.  

 
แล้วเมื่อไหร่น้องไข่มุกจะมาอัพ อีกละคะ รออยู่นะ


โดย: ชาจัง IP: 202.44.70.54 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:12:02:04 น.  

 
สุดยอด ในที่สุดก็ได้อ่านตอนที่ 12 เสียที ดีใจที่น้องไข่มุกมาอัพหลังจากห่างหายไปเสียนาน ดีแล้วล่ะ ที่เห็นเรื่องเรียนเป็นหลัก อัพเว็บนิยายเป็นเรื่องรอง...อันนี้ให้อภัยอย่างสุดซึ้ง
สาธุ...ขอให้น้องไข่มุกสอบได้ในคณะที่เลือกไว้นะจ๊ะ


โดย: MuayKoh IP: 203.209.101.146 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:1:29:05 น.  

 
เฮียภูมิรพีแอบคิดอะไรติดเรทนะคะเนี่ย
อันตราย ๆ

ถ้ารถไม่ติดล่ะก็ ป่านนี้แย่แน่ ๆ เลย

แต่อืมม.. ท่าทาง "คุณหมอหน้าตี๋" ฉลาดดีจัง

ใช้ได้ ๆ

ส่วน ตาคุณพี่เอกนี่สิ เฮ้อ เข้าใจอะไรยากพอ ๆ กับฮียภูมิรพีเลย



โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:2:18:12 น.  

 
ชาจัง : ตอนต่อไปมารอแล้วค่า คลิกเข้าไปอ่านโล้ด

MuayKoh : สาธุ!!!สมพรปากค่า ขอบคุณสำหรับคำอวยพรดีๆที่มีให้เด็กตาดำๆคนนี้นะคะ

หมาเลี้ยงแกะ : 5555 ช่วงนี้เฮียภูมิคิดติดเรทค่ะ ไข่มุกเลยต้องเซ็นเซอร์ อิอิ



โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.104 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:0:42:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.