Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่11



เสียงปิดประตูดังปัง! ทำให้ชายหนุ่มผู้ที่กำลังเคร่งกับงานตรงหน้า ต้องเงยหน้ามองหาที่มาของเสียงอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่คุ้นเคย เขาก็ก้มหน้าทำงานต่อไปโดยไม่สนใจร่างบางของใครอีกคนที่ยืนกระฟัดกระเฟี้ยดอยู่ตรงหน้า ใบหน้าสวยเปรี้ยวบูดบึ้งกว่าตอนที่ออกจากห้องอย่างเห็นได้ชัด

วาสินีมองชายหนุ่มอย่างหัวเสีย ในสายตาของเขาไม่เคยมีเธอเลยรึไง ขนาดเธอเรียกร้องความสนใจจากเขาขนาดนี้เขายังไม่สนใจเธอเลยสักนิด เอาแต่บ้างาน จนเธอคิดว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ แต่เหมือนหุ่นยนต์เข้าไปทุกวัน หุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจและไม่มีเธออยู่ในสายตา...

“พี่ภูมิคะ...วาขอเวลาพี่ภูมิสักครู่ได้ไหมคะ”

“มีอะไรก็ว่ามาสิ” พูดแต่ปากไม่เงยหน้ามอง มือหนาก็ยังไม่หยุดจรดปากกาในเอกสาร

“เมื่อกี้ตอนวาไปเข้าห้องน้ำ พี่ภูมิรู้ไหมคะว่าวาเจอใคร” น้ำเสียงเย้ยยันเต็มที่ แต่คงไม่กระทบหูผู้ชายที่นั่งอยู่เลยเพราะเขายังไม่หยุดงานในมือเลยสักนิด ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไปด้วยความเกรี้ยวกราด “วาเจอมันอยู่ที่นี่ค่ะ นังแพนมันบอกว่ามันทำงานที่นี่ น่าตลกไหมคะพี่ภูมิ ทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ วาคงไปหมดแล้วนะคะ”

ภูมิรพีหยุดจรดปากกาในมือทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นลอยเข้าหู ดวงตาคมเข้มวูบไหวเป็นประกาย แต่เพี้ยงเสี้ยววินาทีก็หายไปกลับกลายเป็นเฉยชาเช่นเคย วาสินีจึงมองไม่เห็นสายตานั้น

“พี่รับเขาไว้เอง” เพียงคำตอบสั้นๆทำให้วาสินีแทบเต้นเป็นเจ้าเข้า ถึงวาสินีจะเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน แต่พอมาเจอคำตอบแบบนี้เธอก็ทนไม่ไหวเช่นกัน

“พี่ภูมิจะรับมันไว้ทำไมคะ มันเป็นคนทำให้สิริสรา คู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ภูมิตายนะคะ ถึงแม้กฎหมายจะเอาผิดมันไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานมากพอก็เถอะ แต่มันก็เป็นคนทำให้สราตาย มันเป็นตัวอันตรายสำหรับพวกเรา มันอาจจะทำร้ายใครอีกก็ได้ เรื่องนี้พี่ภูมิรู้ดีอยู่แก่ใจ หรือว่าพี่ลืมความแค้นของสราไปแล้วคะ”

“พี่ไม่ได้ลืม! พี่ไม่เคยลืมสิ่งที่แม่นั่นทำไว้ พี่ไม่เคยลืมว่าสราตายเพราะใคร” คำพูดของวาสินีดึงสติของชายหนุ่มให้กลับมา เขากำลังหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนั้นจนลืมเรื่องเลวร้ายที่เธอเคยทำไว้ เขาหลงลืมกระทั่งสิ่งที่เขาเคยลั่นวาจาเอาไว้ในตอนแรก...

แก้แค้น! แก้แค้นให้สาสมกับสิ่งที่มันทำไว้!

“แล้วพี่ภูมิยังรับมันเข้าทำงานทำไมคะ ไล่มันออกไปเถอะคะ ไม่งั้น...” เธอยังสาธยายความเลวของอดีตเพื่อนรักไม่จบ ก็ถูกเสียงห้าวแทรกขึ้นมาซะก่อน

“ที่นี่มันเป็นบริษัทของพี่! พี่จะรับใครเข้า หรือจะไล่ใครออก มันก็เป็นสิทธิ์ของพี่ไม่ใช่รึไง พี่ต้องคอยฟังคำสั่งจากเธอด้วยเหรอ!” เสียงเข้มกึ่งตะโกนกึ่งตะคอก ทำให้วาสินีสำนึกว่าทำพลาดไป....

“เอ่อ....วาขอโทษนะคะพี่ภูมิ วาแค่ตกใจที่เห็นมันอยู่ที่นี่ ยิ่งรู้ว่ามันมาทำงานใกล้พี่ภูมิก็อดแค้นแทนสราไม่ได้ คนดีๆอย่างสราต้องมาตายเพราะมัน!”

“ทุกอย่างที่พี่ทำมีเหตุผลทั้งนั้น เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้” คำตอบนัยๆว่าไม่ต้องการให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

“วาเชื่อในตัวพี่ภูมิค่ะ ว่าแต่...นี่มันก็เลยเที่ยงมานานแล้ว เราออกไปทานข้าวกันเถอะนะคะ” วาสินีตัดบทและเปลี่ยนเรื่องสนทนาซะเอง แต่ยังไงเธอก็ไม่ยอมอยู่เฉย ปล่อยให้พิชญาลอยหน้าอยู่ที่นี่ได้หรอก ที่ไหนมีเธอต้องไม่มีมัน!

++++++++++++++++++++++++++

“หา! ตอนนี้เธอทำงานเป็นเลขาให้พี่เอกเหรอ เป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อเช้านี้เธอเพิ่งเอาตะหลิวไล่ตีเขาอยู่เลยนะ พอตอนบ่ายเธอก็มาบอกว่าเธอกลายเป็นเลขาจองพี่เอกแล้ว ไม่น่าเชื่อ...โลกกลมอย่างแรงหรือว่าบุพเพสันนิวาตกันแน่เนี่ย ฉันชักสงสัยแล้วนะ” น้ำเสียงหยอกเหย้าของพิชญา แทบทำให้แม่เพื่อนตัวดีลงไปนอนดิ้นตายกลางร้านอาหาร

“บุพเพบ้าบอสิยัยแพน ฉันจะประสาทเสียอยู่แล้วยังมีอารมณ์มาพูดเล่นอีก ฉันมาขอคำปรึกษานะ ไม่ได้ให้มาซ้ำเติม”

“แล้วไง?”

“แล้วไง... เธอพูดได้คำเดียวเองเหรอ ฟังฉันเล่าเรื่องตั้งนาน ไม่มีคำดีๆกว่านี้ให้ฉันเลยเหรอยัยแพน เธอจะพูดแค่ทำว่าแล้วไงเนี่ยนะ โอ๊ย...ฉันจะบ้าตาย” อัญชลีกุมขมับก่อนจะขยับมือไปยกแก้วน้ำมาซดดับกระหาย และเปิดปากจะเริ่มสาธยายต่อ แต่พิชญาใช้ส้อมจิ้มขนมจีบลูกโตใส่ปากเธอซะก่อน

“ยัยแพน! ทำอะไรเนี่ย เกิดฉันติดคอไปจะทำไง” หลังจากเคี้ยวขนมจีบรสเด็ดหมดนั่นแหละ เธอถึงได้หันมาใส่เพื่อนสาวต่อ

“ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้แล้วเธอจะเงียบไหมล่ะ หยุดพูดแล้วฟังฉันนะยัยอัน” พิชญาตัดตอนเพราะอัญชลีเปิดปากจะเถียงต่อ “ฉันไม่เห็นมันจะเสียหายเลย ถ้าเธอจะทำงานกับพี่เอก ถึงพี่เอกจะดูกวนๆไปบ้าง แต่เขาเป็นคนดีมากๆเลยนะ เขาขี้เล่นอารมณ์ดี ทำให้คนอื่นยิ้มได้ตลอด ฉันยังอิจฉาเธอเลยนะ ถ้าฉันรู้ว่าพี่เอกทำงานที่นั่น ฉันคงจะไปสมัครงานที่นั้นตั้งแต่แรกแล้วล่ะ”

“งั้นเธอลาออกจากที่นั่น แล้วมาทำงานที่นี่แทนฉันไหมล่ะ ฉันยอมอยู่เลี้ยงเด็กให้ป้าดวงดีกว่าต้องมาทำงานกับนายนั่น คนอะไรไม่รู้ กวนประสาทชะมัดเลย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เมื่อเช้าฉันน่าจะฟาดให้หัวแตกไปเลย” อัญชลียังไม่วายบ่นอุบอิบไปเรื่อย

“ฉันคงไม่ต้องลาออกหรอก เพราะยังไงฉันก็โดนไล่ออกอยู่ดี” พิชญาพยายามยิ้มให้ร่าเริง “แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำเรื่องออก โดนไล่ออกเลยก็ดีเหมือนกัน สะดวก เร็วทันใจดี”

อัญชลีใช้มือตีปากตัวเองเพราะรู้ว่าปากไวอีกแล้ว แต่จะให้ทำไงได้ คำพูดมักจะไปเร็วกว่าความคิดเสมอ จนตอนนี้มันติดเป็นนิสัยเธอซะแล้ว ถ้าจะให้เลิกคงอยาก ตอนนี้เธอจึงทำได้เพียงยื่นมือมากุมมือพิชญาเพื่อปลอบใจ

“ขอโทษนะแพน ฉันทำให้เธอเดือนร้อนอีกแล้ว แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็มาทำงานนายเอกแทนฉันเลยสิ ฉันว่านายเอกองค์ต้องดีใจแน่ๆที่ได้เธอมาเป็นเลขาแทนฉัน ความจริงฉันรู้หรอกนะว่านายนั่นไม่ได้ตั้งใจจะรับฉันเข้าทำงานจริงๆหรอก เขาตั้งใจจะแกล้งฉันมากกว่า”

“ไม่ได้หรอก ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันจะแย่งงานเพื่อนได้ยังไง”

“แต่เธอจำเป็นต้องใช้เงิน”

“คนทุกคนจำเป็นต้องใช้เงินทั้งนั้นแหละ หรือว่าเธอไม่ใช้เงิน งั้นมือนี้เธอเลี้ยงฉันก็แล้วกันนะ” พิชญาพยายามบังคับหน้าตัวเองให้ยิ้มร่า ไม่เผลอปล่อยโฮออกมาให้เพื่อนรักต้องลำบากใจ

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ทุกคนรวมทั้งฉันและเธอต้องการใช้เงิน แต่เธอจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าฉัน ไหนจะค่ายาค่าหมอ ถ้าเธอไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนซื้อ ยาพวกนั้นแพงจะตาย” อัญชลีพยายามหยิบยกปัญหาร้อยแปดมาสารพัด แต่ไม่ว่ายังไงคำตอบที่ได้รับคือไม่เท่านั้น

“อย่างอนไปเลยนะอัน ฉันไปทำงานแทนเธอไม่ได้จริงๆ มันจะดูไม่ดีน่ะ” หญิงสาวพยายามง้อเพื่อนรักที่ตอนนี้งอนตุ๊บป่องไปเรียบร้อยแล้ว

“ฉันไม่เห็นจะแคร์สายตาชาวบ้านเลย ใครเขาจะคิดยังไงพูดยังไงก็ปล่อยเขาไปสิ” คนงอนตุ๊บป่องทำเสียงขุ่น

“เธอไม่แคร์แต่ฉันแคร์นี่ ในสังคมนี้ฉันถูกยัดเหยียดว่าทำให้เพื่อนตาย เพราะอยากแย่งคนรักของเขา เธออยากให้คนอื่นคิดว่าฉันแย่งงานเธออีกเหรอ อีกอย่างนึง....” พิชญาลากเสียงยาว และค่อยๆหายไปในลำคอ จนอัญชลีที่ฟังอยู่และเริ่มจะคล้อยตามร้องถามอย่างสงสัย

“อีกอย่างนึงอะไรเหรอ”

“มะ...ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” หญิงสาวตอบอ่อมแอ้มไม่เต็มเสียงนัก เพียงเท่านี้คนที่คบกันมานานมีหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพยายามปิดบังเรื่องอะไรไว้อยู่

“มีเรื่องอะไร แพน ทำไมต้องปิดบังฉันด้วย เธอไม่เชื่อใจฉันหรือไง หา!” ท้ายประโยคต่อว่าเสียงขุ่น

พิชญามองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม ใช่ว่าเธออยากจะปิดบัง เพียงแต่ว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะเล่าให้ใครฟังเท่านั้น สิ่งที่พี่เอกบอกเธอเมื่อเช้ามันเป็นอะไรที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน เธออยากหาคำตอบให้ตัวเองเสียก่อน ที่จะบอกใคร...

“ฉันไม่มีอะไรปิดบังจริงๆ เธอจำคุณโสภิตา คู่หมั้นของพี่เอกได้ไหม” เธอพยายามหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาอ้าง

“จำได้สิ คนที่มันบังอาจมาตบเธอ เจอกันคราวหน้าชี้ตัวให้ดูด้วยนะแพน ฉันจะตบ ชก กระทืบคืนให้เธอเป็นสิบเท่าเลย” อัญชลีทำท่าทางประกอบไปด้วย งัดมือทั้งสองข้างขึ้นมาบีบนิ้วเสียงดังกรอก อย่างเตรียมพร้อมจะลงมือ จนพิญชาถึงกับเสียวแทนคนที่จะถูกมัดยัยอันชก

“นั่นแหละ เพราะเราเคยมีเรื่องกันไง ฉันถึงไม่อยากไปทำงานใกล้ชิดพี่เอกอีก ฉันไม่อยากมีปัญญากับใคร อีกอย่างฉันไม่อยากทำให้พี่เอกเขาเดือดร้อน เธอเข้าใจฉันใช่ไหมอัน”

คนที่จะตบแทนเพื่อนพยักหน้ายอมรับอย่างเสียมิได้

“เฮ้อ....เซ็งชะมัดเลย อุตส่าห์พาเธอมาร้านไกลๆแล้วนะเนี่ย ยังจะตามมาเจอจนได้” อัญชลีเปรยๆขึ้นหลังจากทำความเข้าใจกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พิชญาเลิกคิ้วเชิงถาม ไม่สามารถพูดได้เพราะกำลังเคี้ยวอาหารอยู่ อัญชลีตอบคำถามเพื่อนด้วยการยักคิ้วลิ่วตาไปทางประตูทางเข้าร้าน

หญิงสาวหันไปมองตามสายตาเพื่อน ก็พบร่างสูงของคนคุ้นเคยยืนยิ้มหน้าเป็นอยู่หน้าร้านและเขากำลังเดินตรงมาทางพวกเธอซะด้วยสิ

“บังเอิญจังเลยนะครับน้องแพน คุณเลขา...” เป็นการเปิดประโยคสนทนาที่กวนประสาทมากๆในความคิดของอัญชลี

“สวัสดีค่ะพี่เอก” ร่างบางยิ้มหวานให้อย่างเป็นกันเองก่อนจะเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มนั่งโต๊ะเดียวกัน แหละแน่นอนว่าเอกองค์เลือกที่จะนั่งฝั่งเดียวกับหญิงสาว นั่งยิ่งทำให้หญิงสาวอีกคนหนึ่งมองดูอย่างหมั่นไส้

“เก่งนะที่ตามกลิ่นมาถึงที่นี่ได้” คุณเลขาบ่นอุบอิบไปตามเรื่อง พยามใช้ส้อมตัดอาหารเข้าปาก

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับคุณเลขา” เอกองค์ยิ้มแปล้น ถามยั่วโมโหอีกฝ่าย ความจริงเขาได้ยินเต็มชัดสองรูหูเลยล่ะ ว่าเมื่อกี้เธอพูดอะไร เพียงแต่อยากรู้ว่าเธอจะแก้ตัวว่าไงเท่านั้นเอง

“ฉันบอกว่าฉันอยากกินหมี่ผัดค่ะ คุณถามทำไม จะเลี้ยงฉันหรือคะ” เธอถามกลับอย่างกวนๆ

เอกองค์เกือบปล่อยก๊ากออกมา แต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะหวั่นส้อมที่อยู่ในมือของหญิงสาว ขืนเขาพูดจาขัดลำหูของเจ้าหล่อนละก็ มีหวังถูกส้อมจิ้มตายคาร้านแน่ๆ

“ก็เอาสิครับถ้าคุณอยากกินก็สั่งเลย ผมเลี้ยงเอง”

อัญชลีส่งเสียงชิชะในลำคออย่างหัวเสียที่เอาคืนไม่ได้ ก่อนที่เธอจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนจะเกิดการวางมวยกันเกิดขึ้นในร้านเสียก่อน ถ้าขืนเธอยังนั่งอยู่นานกว่านี้ ชายหนุ่มได้ทีเลยแซวออกมา “ไปนานๆก็ได้นะคร้าบคุณก้างขวางคอ เอ๊ย คุณเลขา”

คนถูกเปลี่ยนตำแหน่งให้ใหม่ หันควับมามองเจ้านายหนุ่มตาเขียวปั๊ด ประมาณว่า’ฝากไว้ก่อนเถอะกลับมานายตายแน่!’ และนั่นทำให้คนแซวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายพูดจริงทำจริงแน่!

“น้องแพนมาทานที่ร้านนี้บ่อยรึครับ” ชายหนุ่มหันไปถามร่างบางที่นั่งเงียบอยู่

“เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกค่ะ ร้านอาหารแพงๆแบบนี้แพนไม่กล้าเข้าหรอกค่ะ เปลืองเงินเปล่าๆ อย่างแพนทานแค่ข้าวแกงข้างทางก็อิ่มอร่อยแล้วค่ะ แถมถูกอีกด้วย แต่นี่อันเขาพามาเลี้ยงเพราะได้งานใหม่ค่ะ”

“อ๋อครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ งานใหม่ที่ว่าก็คือบริษัทของเขาน่ะเอง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าแม่เลขาคนใหม่ของเขานินทาเขาให้ร่างบางฟังไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ยังไงแพนฝากดูแลอันด้วยนะคะพี่เอก เขาก็เป็นแบบนี้แหละคะ ใจร้อน ขี้โวยวาย กวนประสาท แต่เขาทำงานเก่งนะคะ อันต้องเป็นเลขาที่ดีของพี่แน่ๆ รับรองไม่ทำให้พี่เอกผิดหวังแน่นอนค่ะ”

อธิบายสรรพคุณเพื่อนเสร็จเธอก็หันไปส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครา ตาหวานซึ้งสบเข้ากับตาเป็นประกายของชายหนุ่ม ทำให้เธอต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมหยุดแค่ส่งตาหวานให้เท่านั้น เขายังเอื้อมมือไปกุมมือบางไว้หลวมๆ แรงบีบที่มือแรงขึ้นเรื่อยๆจนเธอต้องหันมามองก็เจอกับสายตาของเขาที่มองมาทางเธอด้วยความแน่วแน่

ดวงตาหวานกวาดตามองรอบร้านเพื่อหลบตาชายหนุ่มที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่ แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนกำลังเดินเข้าร้านอาหารมา พร้อมด้วยร่างบางระหงที่คุ้นตา

“น้องแพน เอ่อ....พี่…” ก่อนที่เขาจะเอื้อนเอ่ย เสียงเล็กบางก็แทรกขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน แต่เป็นเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจมากกว่าจะเปลี่ยนเรื่องคุยเหมือนทุกครั้ง

“มีอะไรหรือครับน้องแพน”

“คะ...คือว่า” เธอพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองไปทางด้านหลังของเขาสลับกับการมองหน้าเขา ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนเขาต้องหันไปมองทางด้านหลังเสียเอง และนั่นเป็นจังหวะที่เธอพยายามดึงมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมจากมือหนาของเขา

เอกองค์สำนึกในใจทันทีเมื่อมองไปทางด้านหลัง ไม่รู้โลกกลมหรือฟ้ากลั่นแกล้งกันแน่ ร้านอาหารในกรุงเทพมีเป็นร้อยเป็นพันล้าน ทำไมเพื่อนรักของเขาต้องเลือกมาที่เดียวกับพวกเขาด้วย แถมครั้งนี้เพื่อนขี้โมโหร้ายของเขาไม่ได้มาคนเดียวแต่กระเตงผู้หญิงอีกคนมาด้วย ภูมิรพีกับวาสินี!

และดูท่าว่าอีกฝ่ายจะคงจะเห็นพวกเขาแล้วเช่นกัน เพราะทั้งคู่กำลังเดินมาทางนี้แล้วด้วย! เขาหันมามองร่างบางอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง พิชญากำลังหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด มาแค่คนเดียวเขาก็รับมือไม่ไหวแล้ว แต่นี่เล่นมาพร้อมกัน คนที่ตายน่ะไม่ใช่เขา เพราะเขาไม่กลัวว่าภูมิรพีจะเอาเรื่องนี้ไปบอกโสภิตาคู่หมั้นของเขาอยู่แล้ว แต่เขาเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ที่นั่งตัวสั่นอยู่ต่างหาก

“เฮ้อ...ว่าจะมาทานข้าวให้สบายใจหน่อย ทำไมต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอด้วยนะ พี่ภูมิว่างั้นไหมคะ” คำพูดเปรยๆที่หลุดออกมาจากปากวาสินี ทำให้ภูมิรพีกระตุกยิ้มที่มุมปากพลางมองไปที่หญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ไง...ไอ้เอก มาทานข้าวไม่เห็นชวนกันบ้างเลยนะ ชวนแต่พนักงานของฉัน แบบนี้มันไม่ไว้หน้าฉันเลยนะ”

“ก็ฉันเห็นแกไม่ว่างนี่หว่า ช่วงนี้งานรัดตัวไม่ใช่รึไงพ่อนักธุรกิจใหญ่” เอกองค์จะเลือกที่จะตอบคำถามแรก ก่อนจะพยายามเลี่ยงสงครามประสาทโดยการเชิญให้ทั้งคู่ร่วมโต๊ะด้วยกัน โดยไม่รู้ว่าทำแบบนั้นจะ’เลี่ยง’หรือ’เพิ่ม’ปัญหามากกว่ากัน

“ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่วาไม่อยากร่วมโต๊ะกับ...” ใช้สายตาจิกไปที่คนที่ไม่อยากร่วมโต๊ะด้วย “คือ...วาหมายความว่าวาต้องการความเป็นส่วนตัวน่ะค่ะ วาไม่ได้ทานข้าวกับพี่ภูมิสองต่อสองตั้งนานแล้ว ครั้งนี้วาขอเสียมารยาทนะคะพี่เอก”

เอกองค์เป่าปากเบาๆอย่างโล่งอก ความจริงเขาเอ่ยชวนแค่เป็นมารยาทเท่านั้นแหละ ถ้าอีกฝ่ายตกลงจะนั่งด้วยเขาคงแย่เหมือนกัน ก่อนเขาจะบอกปัดไปว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ เชิญวาตามสบายเลยนะ”

“แต่ฉันอยากนั่งที่นี่”

“แต่พี่ภูมิคะ...วา”

“เธอจะนั่งที่อื่นก็ได้นะ แต่พี่อยากกินข้าวกับไอ้เอก พี่กับมันไม่ได้คุยกันมานานแล้ว” มีหรือที่วาสินีจะยอม เธอจึงต้องทิ้งตัวนั่งข้างๆชายหนุ่มอย่างเสียมิได้

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นมามากกว่าเก่า เอกองค์แทบอยากเอาหัวชนกำแพงตายกับความบ้ามารยาทของตัวเองที่ทำให้ร่างบางเดือดร้อน เพราะตอนนี้หญิงสาวนั่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้าเริ่มซีดอย่างเห็นได้ชัด เมื่อภูมิรพีเริ่มสนทนากับเขา วาสินีก็จะพูดแทรกขึ้นมาตาม ทำให้พิชญาที่ไม่มีปากเสียงนั่งเงียบเหมือนไร้ซึ่งตัวตนในวงสนทนา แถมวาสินียังสวมบทแม่หมาไล่จิกหญิงสาวไม่เลิก

“อืม...จริงสิ หมู่นี้แกติดต่อกับไอ้หมอมันบ้างรึเปล่า มันกลับมาจากดูงานแล้วนะ เพิ่งถึงไทยเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วเอง เมื่อวานมันยังโทรมาชวนฉันกินเหล้าอยู่เลย แต่ฉันไม่ว่าง”

“ไอ้หมอบ้าเอ๊ย มันไม่เห็นโทรหาฉันบ้างเลย เจอหน้าเมื่อไหร่แม่จะเตะให้ดู” พูดจบภูมิรพีก็หยิบน้ำขึ้นมาจิบ ก่อนจะเสมองไปทางหญิงสาวด้านหน้า ที่นั่งเงียบไม่ยอมสบตาใครได้แต่เหม่อมองไปทางห้องน้ำเหมือนว่ารอใครบางคนอยู่

“เอ... หมอที่ว่านี่ ใช่พี่หมอคีรีรึเปล่าคะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ วาสินีพยายามทำให้ตัวเองมีส่วนร่วมในการสนทนาอยู่เสมอ จนเอกองค์นึกรำคาญอยู่ในใจ

“ถ้าตอนนั้นพี่หมออยู่ที่เมืองไทย สราคงจะรอดตายนะคะ เสียดายจริงๆที่พี่หมอกลับมาไม่ทัน แต่ไม่รู้คนอื่นเขาจะเสียดายหรือดีใจมากกว่า...ที่พี่หมอกลับมาไม่ทัน” ถึงแม้ว่าเอกองค์จะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นการสนทนาสักแค่ไหน แต่จนแล้วจนรอด วาสินีก็สามารถดึงเรื่องกลับมาให้อยู่จุดเริ่มเสมอ จนเอกองค์เริ่มทนไม่ไหว และในที่สุดความอดทนของเขาก็สิ้นสุดลง

“ฉันขอตัวนะภูมิ” เอกองค์พูดพลางดึงข้อมือหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ขึ้น

“แกจะไปไหนน่ะไอ้เอก อาหารยังมาไม่ครบเลยนะ”

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว ขอตัวก่อนนะไอ้ภูมิ ฉันเองก็ไม่อยากร่วมโต๊ะกับผู้หญิงเห็นแก่ตัว เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบโยนความผิดให้คนอื่นเหมือนกันว่ะ มันทนไม่ไหว ประเดี๋ยวจะทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษออกไป ฉันไม่อยากชกหน้าผู้หญิงว่ะ”

“ยังทำตัวเป็นอัศวินปกป้องเจ้าหญิงเหมือนเดิมเลยนะคะพี่เอก จะรีบไปไหนล่ะคะ ละครฉากสำคัญยังไม่ทันเริ่ม จะขาดตัวแสดงหลักไปได้ยังไง...จริงไหมคะพี่ภูมิ” มุมปากภูมิรพีกระตุกขึ้นเป็นการให้คำตอบแก่วาสินี เพียงเท่านี้เอกองค์ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปกติ

“พี่เอก! ทำไมทำแบบนี้กับโสอีกแล้วคะ แอบมาหานังนี่อีกแล้ว” เสียงแหลมแสบแก้วหูดังมาจากทางด้านหลัง เมื่อชายหนุ่มหันหลังไปก็พบกับคำตอบ

“โส..”

“นี่ถ้าโสจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน พี่เอกคงพาแม่นี่ไปไหนต่อไหนแล้วใช่ไหมคะ” โสภิตาแหวเสียงสูง ปราดเข้ามายืนขั้นกลางระหว่างชายหนุ่มกับพิญชา ที่ตอนนี้ยืนนิ่งเหมือนตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณไปแล้ว

“มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดนะ โสภิตา” คนอธิบายคือเอกองค์ ในขณะที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวอีกคนยืนมองด้วยความสะใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า เธอนี่แหละเป็นคนโทรเรียกโสภิตามาเอง บางครั้งโลกมันก็ไม่ได้กลมอย่างที่คิดหรอก นอกจากเธอจะทำให้มันกลมซะเอง วาสินีคิดอย่างสะใจ

“ไม่ใช่แบบที่โสคิด แต่มันมากกว่านั้นใช่ไหมคะ โสไม่เข้าใจจริงๆทำไมพี่เอกถึงทำแบบนี้ นังนี่มันมีอะไรดีกว่าโสรึไง” พูดจบเจ้าหล่อนก็หันไปใส่ทางหญิงสาวอีกคน “แกไม่เข็ดใช่ไหม โดนตบ โดนประจานไปครั้งที่แล้วมันยังไม่สะใจแกใช่ไหม ผู้ชายมีตั้งเยอะแยะไม่เอา เที่ยวไล่จับคู่หมั้นชาวบ้าน แกมันโรคจิต ฉันว่าแกเป็นโรคฮีสทีเรียแน่ๆ โรคขาดผู้ชายไม่ได้ไง”

“มันจะมากไปแล้วนะโสภิตา” เอกองค์ออกรับแทนเมื่อเห็นว่าท่าจะไม่ดี อีกทั้งคำพูดที่โสภิตาใช้ มันรุนแรงเกินไป เขาก้าวเดินออกมาทางด้านหน้า เอาตัวเองเข้าขวางร่างบางกับโสภิตาไว้ เขาไม่อยากให้เธอได้รับความเจ็บปวดอีก ไม่ว่าจะเป็นทางคำพูดหรือทางร่างกาย และนั่นยิ่งทำให้โสภิตาเดือด แค้นใจจนแทบเต้น

“มากไปเหรอคะ ออกรับแทนกันขนาดนี้ แล้วยังบอกว่าไม่มีอะไรกันอีกเหรอคะ เด็กทารกมันยังไม่เชื่อเลย ชายโฉดหญิงชั่ว ฉันจะฆ่าแก! นังพิชญา!” โสภิตาปราดเข้ามาดึงร่างบางออกไป หมายจะตบให้หายแค้นใจ แต่เอกองค์เอาตัวเข้าขวางไว้ เขาจึงเป็นผู้รับฝ่ามือนั่นไว้แทน

ร่างบางกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอโดนลากโดนทึ้งไปมาราวกับเธอเป็นตุ๊กตาไม่ใช่คน ทำไมเป็นเธอตลอดที่ต้องโดนแบบนี้ แล้วสุดท้ายเธอก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเป็นเหยื่อให้คนพวกนี้รังแกเสมอไป

“พี่เอก... ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยคะ ออกรับแทบมันทำไม”

“หายบ้ารึยังล่ะโสภิตา ถ้าไม่พอใจจะตบอีก พี่ก็ไม่ว่านะ” ขณะที่เขากำลังโต้แย้งกับโสภิตานั้น วาสินีมาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ปราดเข้ามาดึงพิชญาออกไปจากวงแขนของเขา

“แกเห็นแล้วใช่ไหมนังแพน แกมันเป็นตัวมารขนาดไหน แกทำให้คนอื่นแตกแยก ทำให้คู่หมั้นเขาต้องทะเลาะกัน ทำให้สิริสราต้องตาย แกมันสารเลว…”

“พอซะที! ใช่! ฉันมันเลว ฉันมันชั่ว ฉันมันทำให้คนอื่นต้องแตกแยก ฉันทำให้สิริสราต้องตาย พอใจเธอรึยัง ถ้าพอใจแล้วก็เลิกยุ่งกับชีวิตฉันซะที ออกไปจากชีวิตฉันให้หมด!” พิชญากรีดร้องพร้อมกับตั้งท่าจะวิ่งออกไปจากร้านอาหาร แต่ก็ได้แค่ตั้งท่าเท่านั้น เมื่อคนที่เธอบอกให้ออกไปจากชีวิต ไม่ยอมทำตามแต่โดยดี

“ในที่สุดแกก็ยอมรับแล้ว แกเป็นคนฆ่าสรา แกต้องตาย ฉันถึงจะหายแค้น!” วาสินีเฟ้นด่าพร้อมกับฝ่ามือที่เงื้ออยู่กลางอากาศ หวังจะฟาดใส่แก้มใสของหญิงสาว พิชญาได้แต่นิ่งไม่ตอบโต้ ถ้าเธอตายไปทุกคนคงจะมีความสุขใช่ไหม...

“แกจะทำอะไรเพื่อนฉัน ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ” คนที่เข้ามาขวางไว้ก่อนที่เหตุการณ์จะยิ่งเลวร้ายคืออัญชลี ที่เธอหายไปนานเพราะเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนจึงแวะทักมาย ไม่คิดว่าเพื่อนรักกำลังมีภัยทุกด้านและรอให้เธอช่วยเหลือขนาดนี้

“นังบ้า นี่แกอีกแล้วเหรอ” วาสินีปล่อยมือจากแขนของพิชญาพร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับอัญชลีแทน และนั่นเป็นโอกาสให้ร่างบางหลุดจากน้ำมือของวาสินี เธอไม่รอช้าที่จะวิ่งออกจากร้านอาหารไปอย่างไม่คิดชีวิต เธอได้แต่หันมาขอบคุณเพื่อนรักทางสายตา อัญชลีส่งยิ้มให้หญิงสาวบางๆก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่คนที่บังอาจทำร้ายเพื่อนรักต่อ

เอกองค์เห็นร่างบางวิ่งออกไปจากร้าน ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งตามไป ไม่ใช่ใจหนึ่งสิ แต่เป็นใจทั้งดวงต่างหากที่โบยบินตามหญิงสาวไป แต่เขากลับทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด เพราะติดที่โสภิตายังคงคลุ้มคลั่งอาละวาด เขาจึงจำเป็นต้องปล่อยให้เธออกไปคนเดียว

ผิดกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่วิ่งตามร่างบางออกไปตั้งแต่แรกแล้ว เขาไม่รู้เหมือนกันว่าวิ่งตามเธอไปเพราะอะไร ได้แต่ตอบคำถามตัวเองในใจอย่างเงียบๆว่าเขาต้องการออกไป’ซ้ำ’ให้เธอเจ็บปวดมากกว่าเก่าเท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการนอกจากการแก้แค้น... เขาไม่ได้ต้องการอะไร....

พิชญาวิ่งออกมาจนถึงลานจอดรถของร้านอาหาร เธอมองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัว ในใจภาวนาว่าขอให้อย่ามีใครตามเธอออกมาอีกเลย แค่นี้เธอก็เจ็บช้ำและอับอายมากพออยู่แล้ว และเมื่อสังเกตอย่างพี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีใครวิ่งตามมา เธอจึงลดจังหวะการเดินลงเพราะรู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจ

หญิงสาวเหม่อมองออกไปด้านนอก เธอตั้งใจจะหาแท็กซี่เพื่อกลับ แต่แค่คิด ยังไม่ทันจะขยับตัวไปไหน มือหนาที่แข็งแรงก็คว้าเข้าที่เอวบาง ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเธอจะลอยละลิ้วปลิวเข้าไปปะทะกับอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง

“คุณภูมิ” ร่างบางร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมอกใคร

มุมปากของเขาตวัดขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับวงแขนที่กอดรัดแน่นขึ้นทุกขณะ ในขณะที่ร่างบางกำลังดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของเขาเพื่ออิสรภาพของตนเอง แต่มันไม่เป็นผล ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น

“ปล่อยดิฉันเถอะคะ” น้ำเสียงขอร้องเบาหวิวจนแทบจะหายไปกับสายลม

“ปล่อยเหรอ ปล่อยให้เธอกลับไปหาไอ้เอกนะเหรอ ไม่มีทาง! เป็นยังไงล่ะ ชอบใช่ไหมที่เห็นคนอื่นเขาตบตีกันเพราะเธอ ไอ้เอกมันกำลังจะแต่งงานกับโสภิตา แต่เรื่องทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเมื่อเธอกลับมา..”

“คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับพี่เอกไม่ได้มีอะไรกัน...”

“จับได้คาหนังคาเขา ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ เลิกซะทีเถอะไอ้นิสัยลักกินขโมยกิน”

ถึงแม้เธอพยายามจะอธิบายให้เขาเข้าใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเธอเช่นเดิม ฉะนั้นเธอจะพยายามอธิบายให้เปลืองน้ำลายต่อไปทำไม ถ้าเธอไม่ได้ทำผิดเธอต้องสู้ใช่ไหม...สู้ซิ..พิชญา สู้เพื่อความถูกต้องของตัวเอง เธออ่อนแอไม่ได้อีกแล้วนะ หญิงสาวสำนึกในวินาทีนั้นเอง เธอไม่ควรอ่อนแออีกแล้ว

“ใช่ ! ฉันชอบ ชอบลักกินขโมยกินอย่างที่คุณบอก ทำไมคะ! มันตื่นนเต้นดีออก แอบฉกคู่หมั้นคนอื่นมาทานข้าวด้วยกัน นี่ถ้าพวกคุณไม่ตามมาฉันกับพี่เอกคงไปสนุกกันที่อื่นแล้วล่ะคะ” พิชญาเชิดหน้าพูด

“พิชญา! เธอย้อนกล้าย้อนฉันงั้นเหรอ” น้ำเสียงตะโกนกึ่งตะคอกกลับมา ทำให้หญิงสาวตัวสั่น ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือผิดที่บังอาจไปท้าทายเขา

“ฉันไม่ได้ย้อนคะ ฉันพูดจริงๆ ที่แล้วมา พวกคุณยัดเหยียดให้ฉันเป็นอย่างนั้น แล้วฉันผิดเหรอคะที่จะทำตามสิ่งที่คุณยัดเหยียดไว้ ให้มันเป็นความจริงซะเลย” ปากพูดไปแต่มือน้อยทั้งสองก็ทั้งพลักทั้งดันร่างยักษ์ออกไปให้ทางจากตนเองมากที่สุด

“ฉันคงจะตามมาขัดขวางเธอสินะ ไม่งั้นเธอก็มีความสุขกับไอ้เอกไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ทำให้หญิงสาวที่กำลังก้มหน้างุดๆเพื่อให้รอดพ้นจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันสังเกตเห็น

“ใช่คะ ถ้าคุณไม่มาขวางป่านนี้ฉันกับพี่เอกคงมีความสุขกับไปเรียบร้อยแล้ว”

“ถ้าฉันทำให้เธอพลาด’ความสุข’ไป ฉันก็จะให้’ความสุข’ กับเธอแทนไอ้เอกเอง ฉันคิดว่าฝีมือของฉันไม่เลวนะ เผลอๆเธออาจจะมี’ความสุข’กับฉัน มากกว่าไอ้เอกก็ได้”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา เธอสำนึกว่าตัวเองพลาดไปอย่างร้ายแรงที่บังอาจไปท้าทายอำนาจเขา ผู้หญิงอ่อนแอมีหรือจะสู้กำลังชายหนุ่มได้ และเมื่อเธอรู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไร เธอก็ดิ้นรนหนีสุดชีวิตทั้งที่กลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอดิ้นรนหลีกหนีเขาไปมากกว่านี้ ทันทีที่เขาพูดจบ ริมฝีปากหนาก็ประทับเข้าที่ปากบางของหญิงสาว เร็วปานงูฉก จนหญิงสาวคิดว่าถ้าเขาเป็นงู เธอคงตายด้วยพิษงูไปเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพยายามเม้มริมฝีปากแน่นไม่ให้เขารุกรานเธอไปมากกว่านี้ และพยายามดิ้นรนให้หนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก

แต่คนเจนโลกอย่างเขามีหรือจะปล่อยให้เธอหลุดรอดไปง่ายๆ มือข้างที่โอบเอวอยู่เปลี่ยนมาบีบที่แก้มนวลแทน จนเธอต้องคลายริมฝีปากออกจากกัน และนั่นเป็นจังหวะที่’งูพิษ’อย่างเขาเข้าครอบงำเธอ และปล่อยพิษที่ร้ายกาจจนร่างกายเธอไร้เรียวแรงไปทั้งร่าง

จูบที่เนิ่นนาน ทั้งร้อนแรงและอ่อนหวาน จนทำให้หญิงสาวที่อ่อนต่อโลกอย่างเธอเคลิบเคลิ้มตามในที่สุด ชายหนุ่มไล้ริมฝีปากลงมาตามซอกคอเนียนนุ่ม และหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นที่เขาคิดว่ามันช่างหอมนัก ก่อนที่เขาละไล้ละเลียตั้งแต่หน้าผากกลมมล เปลือกตาทั้งสองข้าง แก้มนวลเนียนเปล่งปลั่ง และมาหยุดที่ริมฝีปากบางที่เจ่อบวมขึ้นเพราะตัวเขาเอง ชายหนุ่มอดที่จะจุมพิตที่บางปากอีกครั้งไม่ได้

เขาเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสที่หวาบหวามจนยากที่จะถอนตัว จนกระทั่งเสียงมือถือปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาจากภวังค์ ชายหนุ่มจึงปล่อยมือออกจากร่างบางอย่างเสียมิได้เพื่อดูว่าใครโทรมา และถ้าไม่เป็นธุระสำคัญจริงๆ อย่างหวังว่าเขาจะรับ

“วาสินี” ชายหนุ่มคำรามอย่างหัวเสีย ก่อนจะกดตัดสายแถมด้วยการปิดเครื่องอย่างไม่ใยดี

หญิงสาวซวนเซไปหลายก้าวทันทีที่เขาปล่อยมือออกจากร่าง ขาทั้งสองข้างทำท่าจะไม่มีแรง จนเธอต้องอาศัยรถคันอื่นพิงเพื่อให้ไม่ตัวเองล้มพับไป สติที่ล่องลอยกระเจิดกระเจิงยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา แต่จิตใต้สำนึกที่หลงเหลือสั่งให้เธอหนีจากเขาให้เร็วที่สุด!

แต่แค่เดินไปไม่กี่ก้าวชายหนุ่มก็ลากเธอกลับมาอยู่ในวงแขนของเขาจนได้ กว่าที่หญิงสาวจะได้สติเขาก็จับเธอยัดใส่รถยุโรปคันโตของเขาเรียบร้อยแล้ว เธอไม่มีเวลาคิดหรือโต้แย้งด้วยซ้ำว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหน จนรถเคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารไป

“คะ...คุณจะพาฉันไปที่ไหน” น้ำเสียงที่ถามออกไปช่างเบาหวิวเหลือเกิน

“ไปที่ที่เธอและฉันจะมีความสุขไง” มุมปากของเขาตวัดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

“ไม่นะ! ฉันไม่ต้องการ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอร้อง”

“เธอไม่ต้องการแต่ฉันต้องการ” เสียงเข้มตอบกลับมา ทำให้ร่างบางนิ่งไป เธอจะทำยังไงให้รอดพ้นจากเงื้อมือของเขาไปได้นะ

เหมือนสวรรค์จะยังเข้าข้างเธอบ้าง เมื่อสัญญาณไปจราจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง ทำให้รถยุโรปคันโตของเขาต้องหยุดเคลื่อนที่ และนั่นอาจเป็นโอกาสเดียวที่สวรรค์ประทานมาให้เธอ

พิชญาไม่รอช้า มือบางที่ไร้เรียวแรงดึงล๊อคและเปิดประตูรถออกไป ก่อนจะออกวิ่งโดยเร็วอย่างเต็มกำลัง และเหมือนสวรรค์จะไม่ทอดทิ้งคนดีอย่างเธอ เมื่อรถแท็กซี่เผอิญจอดส่งผู้โดยสารตรงหน้าเธอพอดี หญิงสาวก้าวขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างไม่รีรอ

“โว้ยยย!!” ภูมิรพีได้แต่สถบอย่างหัวเสีย นี่เธอกลัวเขามากถึงขนาดนี้เชียวเหรอ แล้วเปิดประตูออกไปไม่ดูรถ นี่ถ้าโดนรถชนเข้าผลมันจะเป็นยังไง แค่คิดว่าเธอเป็นอันตราย จิตใจส่วนลึกของเขาก็ร้อนรนจนทนไม่ไหว เขาได้แต่มองตามรถแท็กซี่ที่วิ่งไปอีกทางด้วยจิตใจร้อนรน

หนีให้พ้นตลอดละกันพิชญา! แต่ฉันไม่มีทางปล่อยเธอแน่นอน!!

To be continue....







Create Date : 10 มิถุนายน 2549
Last Update : 10 มิถุนายน 2549 23:09:16 น. 37 comments
Counter : 269 Pageviews.

 
ชิ นู๋แพนหนีไปได้อ่ะ 555+ คนเขียนเสียดายเอง เม้นกันเยอะๆนะค่า


โดย: ไข่มุก (pinkpearl ) วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:22:59:01 น.  

 
เฮ้ออ มาอ่านตอนนี้แล้วก็ลุ้น
นึกว่าไม่พ้นมือเสือมือตะเข้เสียแล้วว

เฮ้ออออ เฮ้ออ เฮ้อออ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:0:19:33 น.  

 
ไม่อยากให้รอดเหมือนกันค่ะ คนเขียน เขียนเองยังเสียดายเองเลย


โดย: pinkpearl วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:1:05:01 น.  

 
ก๊าก สะใจ มันส์จังเลย แต่น่าเสียดายอ่ะ อยากให้นายภูมิรู้ความจริงเสียที (แหะๆแทนที่จะเอาใจช่วยหนูแพน) อัพเร็วกว่านี้หน่อยน้าค้าาาาาาา


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:14:00:30 น.  

 
นึกว่าจะพับไปก่อนหนีได้ซะอีก...แหมเสียดายจัง..คริ..คริ


โดย: tanoi IP: 58.8.3.77 วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:17:05:23 น.  

 
Oldtrafford-----รู้ความจริงเร็วก็ไม่สนุกสิคะ เด๋วทรมานไม่สะใจ ก๊ากๆ


tanoi-----คนเขียนก็เสียดายเองเหมือนกันค่ะ แหม..รถไม่น่าติดไฟแดงเล๊ย คิกๆ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.117 วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:17:37:50 น.  

 
อยากรู้จริงว่า หนูแพนเป็นโรคอะไร


โดย: num IP: 202.183.244.8 วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:14:59:09 น.  

 
กำลังหนุกเลย รีบมาอัพตอนใหม่เร็วๆ น่ะ จะรอ


โดย: แนน IP: 61.19.47.117 วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:16:04:53 น.  

 
num------จะได้รู้เร็วๆนี้แหละค่า อดใจรออีกหน่อยน้า

แนน------เจ้าค่ะ จะ(พยายาม)มาอัพเร็วๆนะคะ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.78 วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:16:22:28 น.  

 
อ้าว คนเขียน!

คุณ pinkpearl ไม่เข้าข้างน้องแพมเหรอคะ :D


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:18:53:15 น.  

 
มาแล้วว ลุ้นมากๆเลย


โดย: warlord IP: 203.188.34.13 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:22:24:06 น.  

 
กรี๊ดๆๆๆๆ อยากฆ่าคนเขียนค่ะ

มุกหวานใจฯ ตอนที่ 8 มาแล้วนะถึงจะช้าไป(ไม่)หน่อยก็เหอแต่ว่ามาแล้วจ้าเขาส่งหมายเทียบเชิญให้ไปอ่านแล้วนะ


โดย: ลูกน้ำ IP: 202.5.86.23 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:0:14:57 น.  

 
เข้ามาอัพ เร็วๆ นะคะ จะลงแดงตายแว้ว
อยากอ่านอ่ะ


โดย: Noyujung IP: 124.121.1.222 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:16:52:51 น.  

 
สนุกมากๆจ้า อัพไวๆนะคะ

ปล. ตามมาจากใบหญ้าอ่ะจ้า เวบนั้นเข้าไม่ได้แล้วไม่รู้เป็นอะไร เดี๋ยวนี้เขาไปสิงอ่านกันอยู่ที่ไหนบ้างอ่ะ เหงามากๆไม่มีอะไรให้อ่านเลย


โดย: ก้อย IP: 58.8.9.22 วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:13:56:02 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่ตามมาจากใบหญ้า ช่วงนี้ไข่มุกก็เข้าเว็บนั้นไม่ได้แล้วค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป คอนิยายอย่างเราๆก็หานิยายอ่านตามเว็บเด็กดี กระต่ายน้อย แล้วอีกมากมายค่ะ อยากรู้ว่าที่ไหนก็ลองไปดูที่ Links ของไข่มุกที่หน้าบล๊อกด้านขวามือนะคะ แล้วพบกันตอนใหม่ค่ะ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.251 วันที่: 21 มิถุนายน 2549 เวลา:18:13:37 น.  

 
รอลุ้นตอนต่อไปอยู่ ทามไมคนเขียนถึงทรมานจิตใจคนอ่านอย่างนี้...


โดย: zantos IP: 203.209.90.24 วันที่: 25 มิถุนายน 2549 เวลา:12:34:26 น.  

 
เมื่อไหร่ จะมีอัพเนี่ย รอนานแล้วนะ


โดย: แนน IP: 61.19.47.117 วันที่: 27 มิถุนายน 2549 เวลา:12:40:20 น.  

 
โหยยย ลุ้นสุดโต่งเลยตอนนี้ทำสวรรค์ใจดีจังเลยหนูแพนรอดไปได้ว้า เสียดายสุดๆ กำลังลุ้นอยู่ดีๆ ติดไฟแดงปุ๊บวูบเลย


โดย: ปลาทอง IP: 203.131.210.18 วันที่: 27 มิถุนายน 2549 เวลา:14:33:05 น.  

 
โหหห รอน๊านน นานน กว่าจะมาอัพ อัพทีก็เสียว ลุ้นตัวโก่งกันเลย มาอัพบ่อยๆนะจ๊ะ


โดย: MiK IP: 203.158.239.225 วันที่: 3 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:41:31 น.  

 
ไข่มุก ขอทวงตอนที่12ด่วนจ้า


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:20:30 น.  

 
เมื่อไรจามาค่ะ รอนานแล้วนะ อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาเร็วๆนะ


โดย: เด็กหอ IP: 58.9.61.227 วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:21:05:43 น.  

 
ฮือ.. ฮือ.. รอนานแย้วนะ อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากอ่านตอนที่ 12 อ่ะ เร็วๆ นะจ๊ะ ไข่มุกคนดี


โดย: โนอิ IP: 202.57.129.103 วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:30:10 น.  

 
ได้แต่..รอ..รอ..รอ..แล้วก็..รอ..


โดย: zantos IP: 203.209.90.84 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:20:32 น.  

 
หายไปนานจังเลยจะหนีกันแล้วเหรอ


โดย: ปลาทองแก้มป่อง IP: 203.131.213.162 วันที่: 30 กรกฎาคม 2549 เวลา:1:08:37 น.  

 
แอบมาทวงด้วยคนน้า รีบมาลงเร็วนะค้าก่อนที่จะลงแดงตายก่อน


โดย: หนอนน้อย IP: 203.118.123.211 วันที่: 30 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:43:59 น.  

 
หายปายหนายอ่ะ เดี๋ยวคนอ่านลงแดงตายนา กลับมาต่อไวไวนะจ๊ะน้องไข่มุก


โดย: bapanij IP: 221.128.116.16 วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:22:05:32 น.  

 
I've read your story for a while naka and I think it's quite good.The only one thing you should approve is the time you spend for writing ka. I don't know what's wrong but it takes so long for each episode. If you decided to post yr novel online, the responsibility to the readers is really important naka. You should make sure that you can continually update your story. Don't let your dear fans wait too long. They always cheer you up, see? Keep good working naka.


โดย: faraway IP: 151.118.33.202 วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:3:13:27 น.  

 
ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้องไข่มุกอยู่อ่ะป่าวค่ะ ทำไมหายเงียบไปเลยอ่ะ ไม่เห็นแต่งต่อเลยอ่ะ ยังไงก็มาให้พอชื่นใจสักนิดก็ได้น้า รออยู่เสมอนะค่ะ สู้ๆๆค่ะ


โดย: หมิวจ้า IP: 81.82.103.74 วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:1:07:50 น.  

 
มาทวงเรื่องด้วยคนค่ะ


โดย: นุ่ม IP: 202.183.244.4 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:10:18:09 น.  

 
สนุกดีค่า แต่ว่า...อัพซะทีสิคะ -.,-
ท้วงเล็กน้อยนะ ทำไมในตอนที่ 2 ภูมิรพี นามสกุล บดินทร์รักษ์

'เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้าไปใกล้แม้กระทั้งหน้าบ้าน และสองปีมานี้เธอก็ไม่ได้พบพากับคนตระกูลภัคดีวัฒน์อีกเลย รวมถึงเขา...[ภูมิรพี บดินทร์รักษ์] ผู้ที่เชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอเป็นต้นเหตุ การเสียชีวิตของสิริสรา'

แต่ตอนที่ 6 ภูมิรพี นามสกุล วัชรดิเลกวณิชย์ ล่ะคะ

คนอย่างเขา...คนอย่างเขานะหรือ เขาคือ[ภูมิรพี วัชรดิเลกวณิชย์] เขานะหรือจะมาสนใจ จะมาสะกดรอยเธอเพื่ออะไร

ตกลงคุณภูมิรพีนามสกุลอะไรเอ่ย??


โดย: k.k.zala IP: 203.113.57.103 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:19:59:00 น.  

 
หายๆๆเด้อ เริ่มไม่มาอัพแระ ท้วงๆๆ ฟ้องๆๆ เลยไม่รุเลยว่า รอดหรือไม่รอด ตกลงว่า ทำไมใครๆๆยัดเยียดกันจังเลยหว่ะ


โดย: kikilala_chinagirl IP: 61.19.162.186 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:20:03:37 น.  

 
นานจิงๆๆด้วย อัพเถอะซะทีนะ ข้อร้อง


โดย: ouieye IP: 202.28.181.7 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:21:14:22 น.  

 

หายไปเลยแหะ


โดย: p_tham วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:5:18:40 น.  

 
คนเขียนหายไปไหน รออ่านอยู่นะคะ
มาอัพหน่อยเร็ว นานจนจะลืมหมดแล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไง


โดย: มดตะนอย IP: 58.181.180.221 วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:13:35:49 น.  

 
อยากอ่านมากค่ะ รีบมาอัพไวไวน่ะค่ะ
หายไปนาน เลยคิดถึงค่ะ


โดย: noojane IP: 58.147.42.241 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:9:53:19 น.  

 
เมื่อไรจะมาลงอีกคะ อยากอ่านมาก ๆ เลย


โดย: นู๋แหม่ม IP: 203.107.203.195 วันที่: 20 กันยายน 2549 เวลา:18:13:04 น.  

 
ผู้แต่งหาย ตามตัวด่วน!!!


โดย: warlord IP: 125.25.62.74 วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:16:38:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.