Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
27 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่10



หญิงสาวร่างโปร่งบางอย่างอัญชลี เวลาไปไหนมาไหนโดยใช้รถโดยสารประจำทาง หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ารถเมล์ ที่ผู้คนต้องเบียดเสียดยัดเหยียดกันเกือบเต็มคันรถถือว่าเป็นเรื่องสบายสำหรับผู้หญิงร่างเล็กสูงโปร่งอย่างเธออยู่แล้ว

แต่ในวันนี้ชั่วโมงเร่งด่วนของวันจันทร์ นับเป็นวันโลกาวินาศสำหรับเธอโดยแท้ สองมือที่เต็มไปด้วยแฟ้มใส่เอกสารสำคัญที่เตรียมสำหรับไปสมัครงาน หลังจากที่ ’ลูกสาวคนแรก’ โดนไล่ให้ไปทำงาน วันนี้ก็มาถึงตาเธอที่เป็น ’ลูกคนที่สอง’ จนได้ ป้าดวงไม่ปล่อยให้เธอว่างหรือช่วยดูแลเด็กๆที่สถานสงเคราะห์ นับจากวันที่พิชญาโดนไล่ให้ไปทำงาน คนต่อมาจึงเป็นเธอ…

กว่าจะกระเตงตัวเองมาถึงบริษัทที่เคยมาสมัครงานไว้ ก็เล่นเอาหญิงสาวร่างโปร่งอย่างเธอถึงกับหมดแรงไปเหมือนกัน ใครจะนึกว่าคนผอมเพรียวอย่างเธอเกือบกลายเป็นกุ้งแห้ง โดนคนอื่นบนรถเมล์เบียดเสียดซะเกือบตาย แถมวันนี้อากาศก็ร้อนหูดับตับไหม้ ก็อย่างว่า อากาศร้อนกับรถติดเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของเรา

โอ๊ย! เซ็งประเทศไทย!!!

อัญชลีใช้มือปาดซับเหงื่อบนหน้าผาก เงยหน้าขึ้นมองตึกสูงระฟ้าที่อยู่ตรงหน้า ป้าดวงอุตส่าห์ล่ารายชื่อบริษัทที่มีฐานะการเงินและมีเสถียรภาพมั่นคงให้เธอ ล่ารายชื่อไปมาก็ได้เป็นบริษัทสองบริษัท บริษัทแรกก็ยกให้คุณหนูแพนไปแล้ว บริษัทที่สองก็ของเธอล่ะ นี่แหละ! ที่ทำงานใหม่ของเธอ นั่นหมายถึงว่าเธอผ่านการสอบสัมภาษณ์ผ่านนะ

ความเย็นฉ่ำประดังเข้ามาปะทะหน้าอัญชลี หลังจากที่หญิงสาวก้าวเข้ามาในบริษัทใหญ่โตนี้แล้ว เธอเหลือบมองรอบๆตัวเธอซึ่งเต็มไปด้วยพนักงานที่มารอสัมภาษณ์เช่นเดียวกับเธอ สังเกตได้จากแฟ้มใส่เอกสารกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของพวกหล่อนนั่นแหละ การสัมภาษณ์งานเป็นอะไรที่ตื่นเต้นสุดๆ ไม่รู้เขาจะสรรหาคำถามยากง่ายมาถามเรา ถ้าถามธรรมดาก็พอตอบได้หรอกนะ แต่ถ้ารัวเหมือนเอ็มสิบหกเห็นทีจะไม่ไหวเหมือนกัน แต่จะให้อัญชลีถอดใจละก็ เห็นทีจะยาก

อัญชลีสาวเท้าเข้าไปถามความประชาสัมพันธ์ทันที

“ดิฉันอัญชลี มาสัมภาษณ์งานค่ะ”

“คุณอัญชลี วรารักษ์ ใช่ไหมคะ”

“ใช่คะ” หญิงสาวตอบด้วยท่าทีมาดมั่น หลังจากเรียกความมั่นใจได้แล้ว

ประชาสัมพันธ์สาวบอกให้เธอไปยังชั้น 19 ที่นั่นมีคนที่รอสัมภาษณ์เธออยู่แล้ว ตอนแรกหญิงสาวก็ไม่เอะใจอะไรหรอก แต่พอขึ้นมาถึงชั้น 19 จะไม่ให้แปลกใจยังไงไหว ก็เมื่อตอนอยู่ข้างล่างเธอเห็นคนมาสัมภาษณ์งานตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ไหงตอนนี้เหลือแค่เธอคนเดียวล่ะ แถมชั้นนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ทำงานของระดับผู้บริหารทั้งนั้น ดูเงียบเชียบวังเวงกดดันดีแท้ โอ๊ย ตายแน่ยัยอัน อย่าบอกนะว่า เจ้าใหญ่นายโตจะเป็นคนสัมภาษณ์เธอ

“คุณอัญชลี วรารักษ์ใช่ไหมคะ ท่านพร้อมที่จะสัมภาษณ์คุณแล้วค่ะ เชิญเข้าไปข้างในได้เลยค่ะ ท่านรออยู่” พนักงานสาวถามเหมือนเป็นพิธีและไม่ต้องการคำตอบจากเธอ กว่าเธอจะรู้ตัวอีกที เธอก็ถูกนำตัวเข้ามาในห้องของท่านที่ว่านั้นแล้ว

“เอ่อ....” หญิงสาวเกิดอาการใบ้ขึ้นมากระทันหัน เมื่ออยู่ประจันหน้ากับ ‘ท่าน’ ดูจากห้องที่เธอยืนอยู่ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าท่านคนนี้ระดับบิ๊กแหงๆ

“คุณอัญชลีใช่ไหม” น้ำเสียงที่ถามมา ทำให้เธอรู้ว่าคนที่สัมภาษณ์งานเธอคนนี้เป็นผู้ชาย ทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าเขาเพศไหนทั้งๆที่อยู่ในห้องเดียวกันนะเหรอ ก็อีตานี่เล่นนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หันหน้าไปทางกระจกที่ทำไว้ดูวิวบานใหญ่นะสิ ไม่รู้อีตานี่จะมาสัมภาษณ์งานหรือมาดูวิวกันแน่

“ค่ะ ดิฉันอัญชลีค่ะท่าน” หญิงสาวเจาะจงใช้สรรพนามเดียวกับพนักงานสาวคนนั้น ยิ่งไม่รู้ตำแหน่งว่าใหญ่แค่ไหนก็ต้องยกยอไว้ก่อน คนไทยบ้ายอจะตายไปใครก็รู้

“แหม...ผมไม่แก่ขนาดเป็นท่านของคุณได้หรอกนะ พูดคะขาดีๆกับเขาก็เป็นนะคุณอัญชลี ผมนึกว่าคุณจะถนัดแต่เที่ยวเอาตะหลิวไปไล่ตีหัวชาวบ้านเขา หรือหาว่าชาวบ้านเขาเป็นโรคจิตบ้ากาม หื่นกาม เป็นพวกขโมยซะอีก”

“คะ?” คราวนี้เธอยิ่งงงหนัก เขารู้เรื่องวีรกรรมของเธอได้ยังไง? เดี๋ยวนี้แค่จะรับพนักงานใหม่ต้องสืบประวัติกันละเอียดขนาดนี้เชียวเหรอ

และไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า น้ำเสียงของผู้ชายคนนี้คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“คะ?”

“คุณจำคนที่คุณเอาตะหลิวไล่ตีหัวเมื่อเช้าไม่ได้เหรอ คุณอัญชลี”

คราวนี้ความสงสัยของเธอกระจ่างขึ้นมาทันที เมื่อผู้ชายคนที่นั่งอยู่ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มๆ เธอก็ไม่มีทางลืมหน้าเขาไปได้ ในเมื่อเขาเป็นคนที่เธอเกือบเอาตะหลิวตีหัวเมื่อเช้านี้ และยังเป็นคนเดียวกับที่เธอด่าว่าโรคจิต บ้ากาม ขโมย และที่แน่นอนที่สุดต่อให้เธอตายก็ไม่ลืม ไอ้ผู้ชายบ้าบอคนนี้มันด่าเธอว่าปากปลาร้า!!!

นายเอกองค์!! พี่ชายผู้แสนดีของยัยแพน!

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” หลังจากที่หายตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าแล้ว อัญชลีก็เค้นเสียงถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่เขากลับทำเรื่องที่กวนอวัยวะเบื้องล่างของเธอสุดๆ เพราะนอกจากจะไม่ตอบคำถามของเธอแล้ว เขายังระเบิดเสียงหัวเราะใส่เธออีกต่างหาก

“หัวเราะอยู่ได้ หูหนวกรึไงถึงไม่ได้ยินที่ฉันถาม หรือประสาทการได้ยินของคุณมันเสื่อมขึ้นมาปัจจุบันทันด่วน” ได้ผล คราวนี้คนที่เอาตัวหัวเราะหันกลับมามองเธออย่างเอาเรื่องเช่นกัน แต่คนอย่างอัญชลีมีหรือจะกลัวง่ายๆเธอยึดอกมองเขากลับด้วยสายตาขุ่น

“คุณอัญชลีคร้าบ...ที่นี่เป็นบริษัทของผมนะครับ ไม่ให้ผมอยู่ที่นี่จะให้ผมไปอยู่ที่ไหน” เอกองค์เปลี่ยนสีเป็นยิ้มแย้มมาเป็นยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยต่อไป “หรือจะให้ผมไปอยู่บ้านคุณ... แต่ผมว่าไม่ไหวหรอกครับ ผมไม่อยากหัวแตกเพราะตะหลิวของคุณ”

“ที่นี่เป็นบริษัทของคุณเหรอ” ขึ้นเสียงสูงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“เมื่อครู่ผมก็บอกไปแล้วนี่ครับ หรือว่าประสาทการได้ยินของคุณเกิดเสื่อมขึ้นมากะทันหัน คุณเลยไม่ได้ยินที่ผมพูด” เอกองค์ยิ้มกริ่มอย่างสบายใจที่สามารถย้อนคำพูดของหญิงสาวได้

“นี่คุณ!” คนโดนย้อนได้แน่กัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ หมุนตัวกลับเพื่อจะออกจากห้อง กริยานั้นเรียกเสียงร้องจากคนที่นั่งยิ้มกริ่มได้

“นั่นคุณจะไปไหนน่ะ”

“ฉันจะกลับ” เธอตอบทั้งๆที่หันหลังให้เขา สาบานได้เลย นี่เป็นการพยายามตอบที่ใจเย็นที่สุดแล้ว เขาคงไม่รู้หรอกว่าเธอต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน ที่จะไม่ฝากรอยเล็บไว้ที่หน้าเขาด้วยความหมั่นไส้ในหน้าระรื่นกับเสียงหัวเราะที่ยั่วให้ประสาทนั่น

“คุณจะไม่สัมภาษณ์งานรึไง”

คำถามนี้เรียกให้อัญชลีหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกครั้ง บัดนี้เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงของเอกองค์ยืนเอนตัวพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสุดเก็ก ในสายตาของอัญชลี

“งั้นฉันถามหน่อยว่าใครเป็นคนสัมภาษณ์ฉัน” เชิดหน้าขึ้นจนจมูกเล็กๆของเธอรั้นขึ้นมาอย่างคนดื้อดึง จนชายหนุ่มนึกอยากบีบจมูกรั้นๆนั้นนัก อยากรู้นักว่าจะอวดดีได้ถึงไหน

ชายหนุ่มตอบคำถามของเธอด้วยการชี้ไปที่ตัวของเขาเอง พอได้คำตอบเท่านั้นแหละดวงตาของเธอก็โตเท่าไข่ห่านเชียวล่ะ

เอกองค์มองปฏิกริยาของคนตรงหน้าอย่างขำๆ ความจริงแล้วเขาอยากได้เลขามาแทนคุณพรพิมลที่ใกล้จะปลดเกษียณในเร็วๆนี้ แต่ไม่จำเป็นเลยที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างเขาจะลงมาสัมภาษณ์งานตัวด้วยเอง ถ้าไม่ติดว่าคนที่ถูกสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงคนนี้ล่ะก็ อันที่จริงเมื่อเช้านี้คุณพรพิมลเอาแฟ้มชื่อและประวัติย่อๆของคนที่มาสมัครเข้าทำงานให้เขาดู ตอนแรกเขาเองก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ แต่ก็มาติดตรงชื่ออัญชลีเนี่ยแหละ ทำให้เขาต้องตรวจชื่อนี้เป็นกรณีพิเศษเพราะเป็นชื่อคู่กัดคนใหม่ของเขา งานนี้ไม่รู้สวรรค์เป็นใจหรือแกล้ง เพราะ’อัญชลี’ ที่ว่าเป็นคนๆเดียวกัน!

งานนี้เลยมีการเรียกสัมภาษณ์เป็นกรณีพิเศษเสียหน่อย ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงอยากเห็นปฎิกริยาของหญิงสาวนัก ว่าเธอจะทำยังไงถ้ารู้ว่าเจ้านายใหม่เป็นคนที่ด่าเสียๆหายๆเมื่อเช้า ตอนแรกก็คิดว่าจะหงอ แต่ที่ไหนได้กลับเชิดหน้าอย่างเอาเรื่องเสียนี่

แบบนี้มันยิ่งน่าแกล้ง!!

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคุณ ถ้าผมเป็นคนสัมภาษณ์คุณจริงๆก็ไม่เห็นเสียหายอะไรซะหน่อย หรือว่าคุณไม่พอใจผม” เอกองค์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเป็นต่อ

เธออย่างจะตะโกนใส่หน้าเขาเหลือเกินว่านั่นแหละ คือสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่ แต่ก็ทำไม่ได้เลยหันไปตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งๆประชด

“เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดว่า...ถ้าคุณเป็นคนสัมภาษณ์ฉันจริงๆ ต่อให้ฉันจะสัมภาษณ์ให้ตายก็ไม่ผ่านหรอก คุณคงไม่รับคนที่เกือบเอาตะหลิวตีหัวคุณเข้าทำงานหรอก จริงไหมคะ? แล้วถ้ารู้แบบนี้ฉันจะสัมภาษณ์ทำไมให้เปลืองน้ำลาย คุยกับคุณสู้ไปคุยกับไอ้ด่างข้างบ้านยังได้สาระมากกว่า”

นี่เธอหาว่าหมาดีกว่าเขางั้นเหรอ !? เอกองค์แทบอยากถลาไปจับสาวน้อยตรงหน้าตีก้นเสียเหลือเกิน ทั้งนิสัยและการพูดจากวนประสาทช่างเหมือนองค์อรแม่น้องสาวตัวแสบของเขาตอนเป็นเด็กๆเหลือเกิน ถึงแม้ตอนนี้องค์อรจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและลดๆนิสัยเหล่านี้ไปแล้วก็ตาม แต่คนเป็นพี่อย่างเขาก็อดคิดถึงนิสัยชอบยั่วโมโหเหมือนตอนเป็นเด็กไม่ได้ ถ้าให้ยัยตะหลิวตัวแสบเจอกับแม่น้องสาวตัวดีของเขาละก็ มีหวังเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแน่นอน ผิดแต่ว่าแม่ตัวดีตรงหน้าร้ายกาจยิ่งกว่าน้องสาวของเขาหลายเท่านั้น แบบนี้มันยิ่งน่าปราม!

“ถ้าหมดธุระแล้วดิฉันขอตัวนะคะ” อัญชลีตัดบทขึ้นมาทำลายความเงียบเสียดื้อๆเมื่อเห็นเขาเงียบไปนาน ความจริงอยากเดินออกไปโดยลาอยู่หรอกนะ แต่เธอก็ยังเป็นคนรักษามารยาทอยู่บ้าง แม้เธอจะไม่อยากรักษามารยาทกับผู้ชายตรงหน้านี่สักเท่าไหร่

“ผมรับคุณเข้าทำงาน” เสียงนุ่มทุ้มทำให้ร่างบางที่กำลังเปิดประตูชะงัก หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มอีกครั้ง เหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ผมว่าประสาทการได้ยินของคุณเสื่อมถาวรแน่นอนเลยครับ” ยิ้มกริ่มอย่างยั่วโมโห

“นี่คุณ!” พอเธอตั้งท่าจะโวยวายเขาก็แทรกขึ้นมาอย่างกลั้วหัวเราะ

“ผมว่าผมรับคุณเข้าทำงานแล้วครับ คราวนี้คุณได้ยินชัดไหม คุณอัญชลี?”

อัญชลีเบิกตาโพลงเท่าไข่ห่านกับคำพูดของเขา นี่เขาจะรับเธอจริงง่ายๆอย่างนี้นะเหรอ ทั้งที่เพิ่งมีเรื่องกันไปเมื่อเช้า แถมเมื่อกี้เธอก็พูดกวนโมโหเขาขนาดนั้น แต่เขาก็ยังจะรับเธอเข้าทำงานจริงๆนะเหรอ ไอ้รับเข้าทำงานมันก็ดีใจอยู่หรอกนะ แต่รับทั้งๆที่ยังไม่ได้สัมภาษณ์เธอเลยสักประโยค มันน่าดีใจไหมเนี่ย ไม่รู้เขาเห็นว่าเธอมีความสามารถจริงหรือรับเพราะเธอเป็นเพื่อนของคนที่เขาหมายปองอยู่กันแน่... ถ้าเป็นข้อหลังล่ะก็ อย่าหวังว่าเธอจะยอม!

“ว่าไงครับคุณ ที่เงียบไปนี่อึ้งหรือว่าดีใจจนช็อกกันแน่ครับ”

อัญชลีกระพริบตาถี่ๆสองสามครั้งไล่ความตกใจออกไป สติที่ปลิวหายไปค่อยๆกลับคืนมา

“คุณบอกว่าคุณจะรับฉันเข้าทำงานรึคะ ทั้งๆที่คุณยังไม่ได้สัมภาษณ์ฉันเลยสักประโยคนี้นะ ฉันเพิ่งรู้ว่าบริษัทใหญ่โตระดับนี้ จะรับพนักงานง่ายๆอย่างนี้ อีกไม่กี่ปีบริษัทนี้คงล่มจมด้วยฝีมือของคุณแน่ๆเลย สิ่งที่พ่อแม่คุณทำงานหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายต้องมาล่มสลายไปง่ายๆด้วยผีมือของคุณรึนี่ เฮ้อ...ฉันล่ะเสียดายแทน”

“นี่คุณ มันจะมากไปแล้วนะ ผมรับคุณเข้าทำงานคุณไม่ดีใจรึไง ถ้าเป็นคนอื่นเขาดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่ๆที่มั่นคงอย่างนี้ แต่นี้อะไร มาด่าผมปาวๆ ผู้หญิงอะไรไม่มีมารยาท จะบอกให้นะ ระดับผมแค่กระดิกนิ้วคนอื่นก็มาทำงานให้แทบไม่ทันแล้ว” ส่งสายตาดุๆให้ แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขาไม่กลัวเลยสักนิด แถมยังลอยหน้าลอยตาใส่เขาอีก

“งั้นคุณก็ไปกระดิกนิ้วที่อื่นสิ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงไร้มารยาทยังดีกว่าผู้ชายมักง่ายอย่างคุณ” แล้วเธอก็เดินกรีดกรายออกจากห้องของเขาไปโดยไม่สนใจเสียงขุ่นๆที่ไล่ตามมา จนกระทั้งมาสะดุดที่ประโยคนี้แหละ

“รึว่าคุณกลัวที่จะทำงานกับผม”

“ฉันไม่ได้กลัว” เชิดหน้าบอกเขาเสียงขุ่น

“คุณกลัว”

“ฉันไม่ได้กลัว”

“ถ้างั้นคุณก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่าคุณไม่ได้เป็นอย่างที่ผมบอก” เอกองค์ยักไหล่อย่างเป็นต่อ ผู้หญิงช่างเถียงแบบนี้เกลียดนักแหละกับคำว่า’กลัว’เห็นทีเขาใช้ไม้นี้คงจะได้ผล ไม่งั้นเธอคงไม่หันกลัวมาแว้ดใส่เขาเสียงเขียวแบบนี้หรอก

“ก็ได้....ฉันจะทำงานกับคุณ”

เอกองค์ยิ้มยั่วกับชัยชนะที่ได้รับจากผู้หญิงตรงหน้าที่ตกหลุมพรางของเขาเข้าอย่างเต็มหน่วง “อ้อ...คุณอัญชลี เมื่อกี้ผมลืมบอกไว้ ผมรับคุณเข้าทำงาน...ในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของผมนะครับ”

“นี่คุณ ฉัน....” พอเธอเริ่มโวยเขาก็แทรกขึ้นมาอย่างรู้แกว

“คุณตกปากรับคำของผมไปแล้ว คุณจะคืนคำงั้นเหรอ อยากเป็นผู้หญิงไม่รักษาคำพูดรึไงครับ”

อัญชลีกัดฟันแน่น เสียรู้ให้คนตรงหน้าจนได้ ผู้ชายอะไรเจ้าเล่ห์ที่สุด แล้วแบบนี้เหรอที่ยัยแพนบอกไว้ว่าเป็นสุภาพบุรุษ ปีศาจชัดๆสิไม่ว่า สงสัยเขาต้องสร้างภาพให้คนอื่นเห็นว่าตนเป็นคนดีแน่ๆ มือน้อยๆของเธอก็กำเข้าหากันแน่นเช่นงั้น ถ้าไม่ทำอย่างนั้นรับร้องกำปั้นน้อยๆของเธอได้มีอันฝากไว้บนใบหน้าของ’เจ้านายคนใหม่’แน่ๆ

ღღღღღღღღღღღღღღღღღღღ

“วา...ฉันดีใจจริงๆที่เจอเธอ”

พิชญาคลี่ยิ้มกว้างให้วาสินีด้วยความดีใจ วางแฟ้มเอกสารในมือไว้กับโต๊ะข้างๆ ก่อนจะโผเข้ากอดอดีตเพื่อนรักและเพื่อนสนิทไว้แน่นด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน ผิดกับอีกฝ่ายซึ่งหน้าซีดไร้สีเลือดด้วยความตกใจยืนแข็งทื่อให้พิชญากอดอยู่อย่างนั้น แต่เพียงไม่นาน เมื่ออาการตกใจหายไป วาสินีก็ผลักไสร่างบางของพิชญาออกไปในทันที

“ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้!” กระแทกน้ำเสียงห้วนใส่อีกฝ่าย แต่พิชญาก็ยังคงยิ้มหวานให้เธอ

“ฉันทำงานอยู่ที่นี่...” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยจนจบประโยค เสียงแหลมของวาสินีก็ทรงขึ้นมาอย่างหัวเสีย

“เป็นไปไม่ได้!” วาสินีตวัดสายตาเรียวมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความริษยา “ฉันไม่เชื่อว่าพี่ภูมิจะรับเธอเข้าทำงาน เขาจะรับคนที่ทำให้คู่หมั้นของเขาตายได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้ทำให้สิริสราตาย วาเชื่อฉันเถอะนะ ฉันไม่ได้เป็นคนทำจริงๆ” พิชญายื่นมือเข้าไปกุมมือของวาสินีหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจ แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อวาสินีสะบัดมือของเธอออกไปอย่างรังเกียจ สีหน้าที่วาสินีแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งทำให้พิชญาเจ็บปวด

“วา...เราคบกันมานานแค่ไหน เธอน่าจะรู้นิสัยของฉันดี ฉันไม่มีทางฆ่าสราได้เลย เขาเป็นเพื่อนฉัน เราเป็นเพื่อนกัน แล้วฉันจะฆ่าเพื่อนของฉันได้ยังไง” น้ำเสียงอ่อนหวานกล่าวอย่างวิงวอนให้’อดีตเพื่อนรัก’ ของเธอเชื่อ หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ผ่านมาจะฉุดรั้งให้เธอได้เพื่อนคนเดิมของเธอคืนกลับมา แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่านั้นคือการกระทำที่เปล่าประโยชน์

มุมปากตวัดขึ้นและตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะดันลั่น โชคดีที่ว่าเป็นเวลาใกล้เที่ยงพนักงานส่วนใหญ่ออกไปทานข้าวข้าวนอก มิเช่นนั้นเธอคงไม่กล้าทำกิริยาแบบนี้เด็ดขาด “ฉันไม่เชื่อ เลิกก็หกได้พิชญาไม่มีใครเขาเชื่อเรื่องไร้สาระที่เธอแต่งขึ้นมาหรอก ความจริงเธอน่าจะรีบไสหัวไปไกลๆจากที่นี่ได้แล้วนะ ที่นี่เขาไม่มีใครต้อนรับคนอย่างเธอหรอก”

“ฉันไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำจริงๆ มันเป็นอุบัติเหตุนะวา...”

สิ้นเสียงของพิชญา วาสินีก็ตวัดมือลงบนแก้มใสของพิชญาอย่างเต็มแรง จนหญิงสาวเซถลาไปด้วยแรงตบ มือบางกุมใบหน้าที่ถูกตบ สายตาหวานเศร้าไปมองวาสินีอย่างตัดพ้อ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนรักที่เคยปกป้องเธอเมื่อวันวาน วันนี้กลับย้อนกลับมาทำร้ายเธอเอง

“วา ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับฉัน”

“ตบนี่ เพื่อเตือนความทรงจำของแก ความเป็นเพื่อนของเรามันจบไปนานแล้ว จำใส่กะลาหัวเอาไว้ด้วย ต่อไปนี้แกไม่มีสิทธิ์เรียกฉันว่าวาเฉยๆ แกต้องเรียกฉันว่าคุณวาสินี ไม่งั้นแกจะโดนแบบนี้อีก”

“วา...” พิชญาเรียกซ้ำ แต่ก่อนจะเอ่ยได้จบมือบางของวาสินีก็เงื้อกว้างทำท่าจะฉกลงมาบนแก้มใสของเธอ หญิงสาวหลับตานิ่งเตรียมรอรับผลที่จะตามมา แต่ผิดคลาด คราวนี้กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเธอนึกประหลาดใจจนเปิดเปลือกตาขึ้นมอง ภาวนาขอให้เธอเจอกับวาสินีคนเดิม

ฝ่ามือของวาสินีถูกมือของใครบางคนกระชากไว้ หญิงสาวร่ำไห้อยู่ในใจ ไม่ใช่ว่าเพื่อนรักของเธอกลับมาเป็นคนเดิม แต่เพราะมีคนเข้ามาขวางไว้ วาสินีจึงตบเธอไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ หญิงสาวมองตามมือเรียวไปจนพบว่าเป็นใคร

“อัน!”

“เอามือสกปรกของแกออกไปนะ” วาสินีแหวใส่เสียงสูง แต่อัญชลีกลับไม่ยีระ และไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือออกจากแขนของเธอเลยสักนิด

“ฉันปล่อยแกแน่ แต่ขอเอาคืนหน่อยเถอะ” สิ้นประโยคอัญชลีก็วาดมือขึ้นสูงหวังจะตบอีกฝ่ายให้หน้าคว่ำเหมือนที่มันบังอาจมาตบหน้าเพื่อนของเธอเมื่อครู่ แต่มือบางของพิชญาฉวยลงบนลำแขนเธอเสียก่อน มิฉะนั้นเธอจะต้องได้ตบผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ

“ทำอะไรนะแพน เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้มันตบเธอนะ ฉันจะเอาคืนให้ เธอมาขวางฉันไว้ทำไม” อัญชลีกระฟัดกระเฟี้ยด ไม่เข้าใจการกระทำของเพื่อนสาว

“พอเถอะอัน มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน วาเขาไม่ได้ตั้งใจหรอก”

“ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดหรอก ฉันตั้งใจตบมันนี่แหละ แกเป็นใคร เข้ามายุ่งเรื่องของชาวบ้านเขาทำไม รึอยากโดนตบด้วยอีกคน” วาสินีตวาดพร้อมกระชากแขนออกจากมือของอัญชลี แต่อัญชลีกลับไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆเหมือนที่ใจคิด ยื้อยุดชุดกระฉากกันจนวาสินีทนไม่ไหวตวาดใส่หน้าอัญชลีอีกครั้ง

แต่คนอย่างอัญชลีมีหรือจะกลัว เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมีนิสัยยังไง ยิ่งสรรพนามของเพื่อนรักที่เรียกผู้หญิงคนนั้นว่า’วา’ เท่านั้นแหละ สมองอันปราดเปรื่องของเธอก็พอจะเดาเหตุการณ์ตรงหน้านี้ได้

“ปล่อยนะอีนังบ้า!” คราวนี้คงสมใจอีกฝ่าย เมื่ออัญชลีกระฉากตัวของวาสินีเข้าหาและปล่อยทันทีที่วาสินีออกแรงดึงกลับ เพียงเท่านี้ร่างของวาสินีก็ตกลงไปกระทบกับพื้นดังพลั๊ก! สมใจอัญชลีก็คราวนี้แหละ ถึงไม่ได้เอาคืนด้วยการตบ แต่ก็ขอแก้เผ็ดให้หายแค้นหน่อยเถอะ

วาสินีเข้าใจความรู้สึกของคนที่ล้มทั้งยืนก็คราวนี้แหละ ก้นเธอกระแทกพื้นจนจุกเสียดไปทั่วท้องน้อย

“วา...เป็นอะไรไหม ฉันขอโทษแทนอันด้วยนะ เข้าไม่ได้ตั้งใจ” พิชญาเอื้อมมือออกไปตรงหน้าวาสินี หวังฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้น แต่วาสินีกลับไม่เห็นความดีของเธอ มิหนำซ้ำยังปัดความหวังดีที่เธอหยิบยื่นให้ ด้วยการปัดมือเธอออกอย่างไม่ใยดี แถมท้ายด้วยวาจาที่ร้ายกาจที่สุดใส่หน้าของเธอ

“แก...แกแกล้งฉันเหรออีนังบ้า ฉันจะฟ้องพี่ภูมิ ฉันจะฟ้องพี่ภูมิให้ไล่แกออกนังแพน!” ก่อนจะรีบลุกออกไปแทบไม่ทันด้วยหวั่นสายตาอาฆาตที่อัญชลีส่งมาให้

พิชญาก้มหน้านิ่งจนอัญชลีต้องเข้ามาปลอบโยนแทบไม่ทัน ถึงตอนนี้อัญชลีเพิ่งเข้าใจว่าทำไมพิชญาถึงได้ห้ามเธอไม่ให้มีเรื่อง เพราะกลัวว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้นี่เอง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ทำเสียเรื่องอีกจนได้

“ขอโทษนะแพน ฉันไม่ได้คิดถึงข้อนี้เลยว่าเธอจะถูกไล่ออก ฉันขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกอัน ฉันรู้ว่าเธอทำไปเพราะความหวังดี” ร่างบางหันไปยิ้มหวานให้เพื่อนรัก แต่อัญชลีก็ยังรู้สึกผิดจนยิ้มไม่ออก

“แต่ฉันอาจทำให้เธอโดนไล่ออกนะ”

“ช่างมันเถอะ อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด ฉันทำใจยอมรับเรื่องพวกนี้ได้แล้วล่ะ เรื่องแค่นี้มันจิ๊บจ้อยถ้าเทียบกับเรื่องนั้น คนที่ไม่เคยมีเรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตอย่างฉัน จะกลัวอะไรกับเรื่องเล็กๆพรรคนี้” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่แววตาอันเศร้าสร้อยของพิชญาก็ทำให้อัญชลีรู้สึกผิดอยู่ดี

“ว่าแต่ อันมาทำอะไรที่นี่เหรอ”

“เรื่องมันยาว ไว้ค่อยเล่าไปทานข้าวไปล่ะกัน ไปเถอะ นี้ได้เวลาพักแล้วนี่” อัญชลีเอ่ยชวนเพื่อนรักเมื่อมองนาฬิกาข้อมือบ่งบอกเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ความจริงเธอก็ตั้งใจจะมาชวนพิชญาทานข้าวอยู่แล้วล่ะ แต่นึกไม่ถึงว่ามีเหตุได้ออกกำลังก่อนทานข้าว

To be continue....







Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 31 พฤษภาคม 2549 19:15:03 น. 17 comments
Counter : 266 Pageviews.

 



โดย: Goret วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:29:14 น.  

 
เย้ๆๆๆๆๆๆมาแล้ว เข้ามาแทบทุกวันเลยดีใจที่สุดเลย น้องไข่มุกน่ารักที่สุดในโลกเลย อิอิ


โดย: หมิวจ้า IP: 84.193.149.76 วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:21:09 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านทุกวันนะคะพี่หมิว ความจริงไข่มุกจะอัพตั้งนานแล้วแหละ แต่พอดีมันเกิดปัญหาที่บล๊อกนิดหน่อยอยู่ดีๆมันก็อัพไม่ได้ เพิ่งจะมาอัพได้เมื่อวานนี้เอง


โดย: pinkpearl IP: 203.113.16.241 วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:51:59 น.  

 
เดี๋ยวพี่แบมาตามอ่านนิยายน้องไข่มุกค่ะ คิดถึงเสมอนะคะ

ช่วงนี้พี่แบมยุ่งหัวฟูเลยค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:6:08:29 น.  

 
คิดถึงพี่แบมมากๆเลยค่ะ จุ๊ฟๆ ขอบคุณนะคะที่แวะเข้ามาเยี่ยม


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.154 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:03:45 น.  

 
เย้ อัพแล้ว บ่อยๆเลยน้า


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:54:25 น.  

 
หุหุ จะพยายามอัพบ่อยๆนะค่า


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.154 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:51:49 น.  

 
ติดตามตอนต่อไปอยู่ค่ะ อัพเร็วๆ นะค่ะ เดี๋ยวลงแดง


โดย: หนูแน่น IP: 61.19.47.117 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:49:12 น.  

 
จะรีบอัพเร็วๆนะคะ


โดย: pinkpeark IP: 210.203.186.243 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:38:03 น.  

 
ว้าวๆๆๆ คราวนี้มาอย่างยาวเลย
อ่านจุใจ พยายามเข้านะค่ะ


โดย: น้อง IP: 58.147.69.88 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:10:57 น.  

 
คราวหน้าจะพยายามมาให้จุใจเหมือนอย่างตอนนี้นะคะ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.243 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:27:21 น.  

 
โอ้ มาซะทีรอตั้งนานแน่ะ


โดย: ปลาทอง IP: 124.121.22.31 วันที่: 31 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:45:23 น.  

 
ช้าหน่อยแต่มาชัวร์แน่ๆค่ะ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.152 วันที่: 31 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:44:47 น.  

 
awwwwwwwwwwww
plz up date
i wanna read the next chapter


โดย: some1 IP: 86.143.50.85 วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:20:36:53 น.  

 
มาแล้วดีใจมากๆๆ


โดย: warlord IP: 125.25.2.147 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:13:05:53 น.  

 
รอตอนที่ 11 อยู่นะค่ะ


โดย: หนูแน่น IP: 61.19.47.117 วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:10:56:27 น.  

 
อ๊ะ คาดถูกอีกแล้วว่าตั้งมาเป็นบริษัทของคุณพี่เอก
แล้วก็มั่นใจเกินร้อยว่าพี่เอกได้มีเปลี่ยนใจแน่เลยค่ะ

อิอิ

แล้วก็เศร้า แสนเศร้าเรื่องยายตัวร้าย

ยายวาสินีอยู่เบื้องหลังหรือเปล่านะ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:0:04:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.