Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่13




ท้องฟ้าสีขมุกขมัวด้วยเมฆฝน...เมฆสีเทามืดครึ้มปกคลุมไปทั่ว ส่งผลให้ท้องฟ้ายามใกล้โพล้เพล้มืดมิดเร็วกว่าที่เคยเป็น ฝนตั้งเค้าเหมือนเตรียมจะต้อนรับการกลับบ้านของใครหลายคนในเวลานี้ ไม่นานนัก...หยดน้ำสีขาวใสก็หยดลงจากฟากฟ้าสู่พื้นดิน ผสมผสานกับเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ส่งผลให้การจราจรในท้องถนนติดขัดมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

เสียงถอนหายใจลอดออกจากริมฝีปากบาง ดวงตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนเป็นแพเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ท้องฟ้ามืดครึ้มเพราะปกคลุมไปด้วยเมฆฝน....เสมือนในใจของเธอ ที่มืดมน...มืดแปดด้านไปหมดมองไม่เห็นทางไป นี่เธอมาถึงทางตันแล้วหรือ…

สมองของหญิงสาวไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจาก...ความสิ้นหวัง ที่ประดังเข้ามาถาโถมใส่จิตใจดวงน้อยอีกครั้ง และในครั้งนี้มันได้พาเอาความหวังของเธอไปหมด คำพูดของคุณหมอยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท

“หัวใจแย่ลงนะคุณพิชญา” มือหนาทว่าแลดูเหี่ยวตามวัยของคุณหมอเถกิงเดช นายแพทย์ผู้ทำการรักษาของหญิงสาว พลิกแผ่นฟีลม์เอกซเรย์ผลการตรวจของหญิงสาวไปมาพลางส่ายหน้า

“แล้วผลจากการทำเอคโค่ของคุณออกมาไม่ดีเลยนะครับ ลิ้นหัวใจรั่วทำให้หัวใจทำงานหนัก การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจรุนแรงขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปหัวใจจะทนรับปริมาณเลือดที่ต้องสูบฉีดในแต่ละวันไม่ไหว...” คุณหมอละเสียงไว้แค่นั้น ทำให้หญิงสาวร้องถามต่ออย่างร้อนรน

“ทำไมหรือคะคุณหมอ”

“มันเสี่ยงต่อสภาวะหัวใจล้มเหลว”

ร่างบางของหญิงสาวสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว พิชญาเพ่งมองคุณหมอด้วยดวงตาที่พร่างพรายไปด้วยหยาดน้ำตา “ทำไมล่ะคะ ดิฉันทานยาตามที่คุณหมอสั่ง ปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของคุณหมอทุกอย่าง พยายามปฎิบัติตัวตามข้อจำกัดอย่างเคร่งครัด แล้วทำไม...” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ รู้สึกโหวงเหวงในช่องท้องไปหมด ความรู้สึกในจิตใจ...อ่อนล้าเหลือเกิน นี่เธอกำลังจะตายใช่ไหม??

“พักนี้คุณเครียดกับงาน มีเรื่องให้วิตกกังวนรึเปล่าครับ” คุณหมอถามอย่างใจเย็น ยิ่งเห็นสีหน้าของคนไข้ที่ว่าซีดแล้วยิ่งซีดลงไปอีกก็ยิ่งแน่ใจ คุณหมอเถกิงเดชจึงอธิบายต่อโดยไม่รอคำตอบ

“จริงอยู่ว่าการทานยา การทำตามคำแนะนำของหมอทุกอย่างเป็นวิธีการรักษาของโรคทุกโรค แต่คุณอย่าลืม...ไม่ว่าโรคไหนก็ตามล้วนต้องการกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้างและกำลังใจของคนไข้ต้องดีด้วย โดยเฉพาะโรคหัวใจ การเครียดจนเกินไปก็อาจมีผลทำให้การรักษาแย่ลง ถึงแม้จะใช้ยาดีแค่ไหน ทำตามคำแนะนำยังไงก็อาจทำให้โรคทรุดได้ถ้าจิตใจแย่ ใจเป็นนายกายเป็นบ่าวไงครับ ทั้งๆที่การตรวจครั้งล่าสุดคุณอาการดีขึ้นมาก แค่ทำการรักษาด้วยยาก็พอ หมอไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นสาเหตุให้กลับมากำเริบอีกจนอาการของโรคแย่ลงขนาดนี้”

หญิงสาวสะดุ้งกับคำถามของคุณหมอ เธอเข้ารับการตรวจครั้งสุดท้ายก่อนจะเข้ามาทำงานกับบริษัทของภูมิรพี นับตั้งแต่นั้นเธอก็เจอเรื่องร้ายๆเข้ามาไม่หยุดหย่อน เธอไม่อยากโทษว่าเพราะพวกเขาถึงทำให้อาการป่วยของเธอแย่ลง แต่มันคงไม่อาจปฎิเสธความจริงข้อนี้ไปได้

“ปะ...แปลว่าดิฉันกำลังจะตายรึคะ” หลังจากได้ฟังคำบอกกล่าวของคุณหมอจบ ไม่รู้ว่าเธอเอ่ยคำคำนี้ออกไปได้อย่างไร แต่ ณ นาทีนี้หญิงสาวไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว…นอกจากความกลัว

“ไม่หรอกครับ อาการของคุณพิชญายังไม่หนักถึงขั้นรักษาไม่ได้ แม้ว่าอาการจะแย่ลงกว่าเมื่อการตรวจครั้งที่แล้วมากก็ตาม แต่หมอแค่อยากเตือนให้คุณทำใจให้สบายไว้ เพราะถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ...คุณอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ หรือถ้ามันร้ายแรงกว่านั้นมันอาจจะต้อง…ทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ”

“ผะ...ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจรึคะ” การผ่าตัดเป็นเรื่องใหญ่และน่ากลัวสำหรับเธอมาก หญิงสาวจำได้ว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนชายของเธอคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซถูกเหล็กจากรถสิบล้อเสียบเข้าที่ใต้ราวนมฉีกยาวไปลงถึงหน้าท้อง แต่เพื่อนของเธอรอดได้ราวปาฏิหาริย์เพราะถึงมือหมอทันเวลา หญิงสาวยังจำวันที่ไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ตอนนั้นคุณพยาบาลใจดีกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เพื่อนของเธอใหม่พอดี จังหวะนั้นเองที่เธอได้เห็นถึงบาดแผลจากการผ่าตัดยาวลงไปตั้งแต่ใต้ราวนมถึงหน้าท้อง จนหญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีปล่อยให้คุณพยาบาลทำแผลให้เสร็จถึงกล้าเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนด้วย ช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองสำหรับเธอยิ่งนัก วาสินีถึงกับกินข้าวกลางวันไม่ลงเพราะภาพติดตา ส่วนสิริสราไม่ต้องพูดถึง เป็นลมตั้งแต่เห็นบาดแผลแล้ว

แค่เห็นเธอยังทนไม่ได้ แล้วนี่บาดแผลนั่นต้องมาอยู่บนตัวเธอ ถึงจะไม่ยาวและลึกเท่านั้น แต่มันก็น่ากลัวอยู่ดี

“หมอเคยคุณเตือนหลายตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว จำได้ไหมครับ นับจากครั้งแรกที่คุณถูกส่งตัวเข้ามารับการรักษาเพราะรถคว่ำ แต่อาการหลักหรือสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนั้นมันมาจากอาการหัวใจล้มเหลว”

จำได้สิ ทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะ ก็มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด จุดเริ่มต้นของความแค้น ความเจ็บปวดและความปวดร้าวของใครหลายคนกับสิ่งที่เธอถูกยัดเหยียดให้เป็น

ทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนั้น... ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่เลือกเดินทางเส้นนั้นเด็ดขาด แต่ตัวเธออาจจะไม่ใช่คนที่กำหนดชะตาชีวิตของใครได้ หรือแม้กระทั่งชะตาชีวิตของตัวเอง ทุกอย่างล้วนเป็นไปอย่างที่คนบนฟ้าหรือโชคชะตากำหนดหรืออยากให้เป็น...

“แล้วถ้าดิฉันผ่าตัดจะหายขาดไหมคะ ดิฉันไม่อยากกินยาอีกแล้ว”

“หมออยากให้เราทำความเข้าใจกันก่อน โรคลิ้นหัวใจรั่วไม่เหมือนโรคทั่วไป การผ่าตัดอาจช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น ช่วยต่อชีวิตคุณให้ยืนยาว แต่ไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ ถึงจะผ่าตัดไปแล้วคุณก็ต้องทานยาเหมือนเดิม ถ้าคุณไม่ทานยาเมื่อไหร่ก็เหมือนการฆ่าตัวเองทางอ้อม”

พิชญาพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรง ยิ่งฟังคำคุณหมอเท่าไหร่เธอก็ยิ่งกังวน มือบางทั้งสองกุมกันแน่นจนรู้สึกเจ็บแต่เธอก็ยังไม่ยอมคลายมือออก เหงื่อชื้นๆเริ่มผุดพรายตามไรผมทั้งๆที่บรรยากาศในห้องตรวจก็แสนจะเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ อาการแบบนั้นไม่รอดพ้นการสังเกตของคุณหมอที่รับมือกับคนไข้ต่างๆมามาก

“หมอไม่อยากให้คุณเครียดหรือวิตกจนเกินไป แต่ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาด ต้องปฏิบัติตัวตามที่หมอสั่งทุกอย่าง ห้ามดื่มสุรา....”

“ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามทานอาหารเค็ม อาหารที่มันจัด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายพอประมาณแต่อย่าหักโหม ทานน้ำให้เยอะๆ เห็นไหมคะคุณหมอ ดิฉันฟังมาเป็นร้อยรอบจนจำได้หมดแล้ว แล้วก็ทำได้ครบทุกข้อตามที่บอกด้วยนะคะ เพียงแต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเพราะงานยุ่งน่ะค่ะ”

คุณหมอเถกิงเดชยิ้มพลางส่ายหน้า “ออกกำลังกายนั่นแหละครับที่สำคัญที่สุด ถ้าออกกำลังกายบ่อยๆหัวใจจะได้แข็งแรงและทำงานให้เราได้อีกนาน คุณเข้าใจที่หมอพูดใช่ไหมครับ”

หญิงสาวพยักหน้าแรงๆเป็นการตอบรับ ก่อนที่คุณหมอเถกิงเดชจะหยิบยกประเด็นใหม่ขึ้นมากล่าวต่อ

“อาการหัวใจล้มเหลวมันอันตรายมาก คุณต้องระวัง อย่าหักโหมทำงานหนักจนเกินไป พยายามทำใจให้สบายเข้าไว้ อย่าเครียด ถ้าต้องผ่าตัดคุณต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเพราะถ้าร่างกานอ่อนแอมันค่อนข้างเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน” คุณหมอเถกิงเดชกล่าวต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับสังเกตอาการของหญิงสาวไปด้วย เมื่อเห็นว่าเธอหน้าซีดลงเรื่อยๆคุณหมอจึงกล่าวให้กำลังใจ

“คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ การแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้ามาก สำคัญคือสุขต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงก็พอ แล้วถ้ามีอาการอะไรผิดปกติก็ให้รีบมาหาหมอให้เร็วที่สุด”

มาหาหมอให้เร็วที่สุด....

คิดมาถึงตรงนี้แล้วพิชญาก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก ไปหาหมอหรือ... ไปนะเธอไปแน่ แต่ค่ารักษาพยาบาลมันจะต้องใช้เงินมากมหาศาลขนาดไหนกันนะ แล้วถ้าเธอไม่มีเงิน คุณหมอยังจะยินดีให้เธอไปพบอยู่รึเปล่า ลำพังเงินเก็บที่มีอยู่เพียงน้อยนิดก็แทบจะไม่พอค่ายา แล้วถ้าผ่าตัด...คงจะเป็นเงินจำนวนมิใช่น้อยเลย เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก จะให้ไปหยิบยืมใครที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่อง อัญชลีกับป้าดวงก็ใช่ว่าจะมีเงินถุงเงินถังเหลือเฟือพอให้เธอยืมได้ ทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้เงินด้วยกันทั้งนั้น

จะเหลือที่พึ่งสุดท้ายก็คือ....พี่เอก ถ้าเขารู้เรื่องนี้เข้า เขาต้องยินดีที่จะช่วยเหลือเธออย่างแน่นอน แต่มันจะไม่เป็นการรบกวนเขาจนเกินไปหรือ และนี่มันก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆเลย ถึงพี่เอกจะร่ำรวยมากก็ตาม ขอให้นี่เป็นทางเลือกสุดท้ายของเธอก็แล้วกัน...

เพราะรู้ถึงความเดือนร้อนของตัวเองดี จึงไม่อยากทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนเพราะตัวเองไปด้วย

แต่!! แต่ถ้าเธอตายล่ะ... ทุกคนรอบข้างเธอจะเป็นอย่างไร พิชญานึกตอบตัวเองได้ในวินาทีนั้น ทุกคนคงดีใจคงไม่มีใครร้องไห้หรือเสียใจให้กับการจากไปของเธอ ทั้งคุณภูมิรพีคงดีใจที่เธอตาย เพราะตลอดเวลาเขาเฝ้าแต่ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น วาสินีเพื่อนรักหรือแม้กระทั่งคุณหญิงสิริโสภากับท่านนายพลขจรศักดิ์ บิดามารดาของสิริสราก็คงจะดีใจที่คนเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของบุตรสาวตายไป... ถ้าไม่มีเธอสักคนพี่เอกก็คงกลับไปหาคุณโสภิตาหมั้นของเขา คุณโสเธอก็คงจะดีใจที่เธอไม่ถูกแย่งผู้ชายที่เธอรัก ป้าดวงก็จะสบายขึ้นถ้าไม่มีเธอคอยรบกวนหรือเป็นภาระ

พิชญาแค่นหัวเราะ ดูเหมือนถ้าเธอตายไปคงไม่มีใครโศกเศร้าหรือเสียใจ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน ชีวิตเด็กกำพร้าอย่างเธอไม่มีใครต้องการจริงๆ คิดได้แค่นี้ขอบตาก็ร้อนผ่าวเหมือนมีใครนำไฟมาทาบทับไว้ พิชญาหนาวสั่นไปทั้งตัวน้ำฝนไหลปนน้ำตา ร้องไห้ตอนฝนตกก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยจะได้ไม่มีใครรู้ว่าเธอร้องไห้ ผู้คนเขาจะพากันสมเพชเปล่าๆ

หญิงสาวถามตัวเองหลายครั้งถ้าในวันนั้นคนที่ตายเป็นเธอ เรื่องราวในวันนี้คงไม่เกิดขึ้น ภูมิรพีคงสมหวังกับสิริสราแต่งงานกันอย่างมีความสุข เผลอๆอาจมีลูกน้อยไว้เชยชมแล้วก็ได้ ทุกคนคงมีความสุขสมหวังกันถ้วนหน้า

ส่วนเธอล่ะ ถ้าคนที่จากไปเป็นเธอ อย่างน้อยในงานศพของเธอคงจะมีคนโศกเศร้าอาลัย เสียน้ำตาให้กับความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของเธอที่ยอมเสียสละทั้งความรัก และชีวิตให้เพื่อนรัก

มันช่างหน้าขัน โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ

ปี๊น!!! เสียงแตรรถดังสนั่นไปทั่วท้องถนนนั้นทำให้พิชญาสะดุ้งสุดตัวและตื่นจากภวังค์โดยฉับพลัน ป้ายรถเมล์เล็กๆที่มีผู้มีผู้คนเบียดเสียดกันอย่างเนืองแน่นไม่สามารถคุ้มฝนให้เธอได้ดีนัก รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าทั้งเนื้อตัวของเธอเปียกปอนไปด้วยละอองน้ำฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ปี๊น!!! เสียงแตรถยังคงดั่งสนั่น รถยุโรปสุดหรูแล่นฉิ่วผ่านเธอไปเพียงเล็กน้อย พิชญาเหลียวตัวกลับไปมองหาใช่ตกตะลึงเพราะเสียงแตรของรถ แต่เป็นเพราะรถคนนั้นแสนจะคุ้นตา

แล้วไม่นานนักเธอก็ได้รับคำตอบ เมื่อกระจกข้างคนขับค่อยๆลดลงพร้อมกับปรากฏเสี้ยวหน้าคมเข้มกระชากใจสาว ใช่...มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าเขายิ้มสักหน่อย ไม่ทำหน้าบูดบึ้งคิ้วขมวดจนแทบจะชนกัน ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาปานเทพบุตรก็แปรเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของยักษ์ได้ง่ายๆ

คุณภูมิรพี!!

ไหนบอกว่าอีกอาทิตย์กว่าถึงจะกลับไง แล้วทำไมเขาถึงโผล่มาอยู่ตรงนี้ได้

ใจดวงน้อยหล่นตุบไปอยู่ที่ปลายเท้า มือบางทั้งสองข้างเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เพราะน้ำฝนที่สาดลงมาโดนตัว หรือเพราะคนตรงหน้ากันแน่ ความคิดว่าเขามาอยู่ตรงนี้ได้นั้นหายไปทันที เมื่อภูมิรพีตวาดดังลั่นจนคนที่อยู่ในป้ายรถเมล์นั้นหันมามองด้วยความสนใจ “ขึ้นรถ!!”

พิชญาส่ายหน้าดุกดิกตอบรับอย่างอัตโนมัติ ชั่วขณะนั้นราวกับสมองทั้งสองส่วนหยุดสั่งการเอาเสียดื้อๆ หญิงสาวรู้สึกมึนตึงไปหมด ไม่เข้าใจแม้กระทั่งคำง่ายๆที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมา

“ฉันบอกให้ขึ้นมา!!” น้ำเสียงนั้นเหมือนกัดฟันพูด คนฟังอย่างเธอหรือแม้แต่เด็กเล็กๆก็พอจะเดาได้ว่าเขาไม่เต็มใจชวน แล้วทำไมเขาต้องบังคับเธอให้ขึ้นรถไปด้วย ทั้งๆที่เขาเกลียดเธอ

“จะขึ้นมาเองดีๆหรือจะให้ฉันไปลากเธอขึ้นมา” เสียงที่เปล่งออกมามันห่างไกลจากคำเชื้อเชิญดีๆ แต่หญิงสาวรู้ว่าดีเขาเป็นคนพูดจริงทำจริงขนาดไหน ดังนั้นร่างบางจึงผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง เปล่า...ไม่ใช่ว่าเธอกลัวจนต้องรีบขึ้นไปนั่งรถของเขาหรอก เพราะเธออยากลุกไปไกลจากตรงนี้มากกว่า ยิ่งเห็นผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบนินทากันด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอยิ่งอยากหนีไปให้ไกล

ภูมิรพีสบถดังลั่นเมื่อเห็นร่างบางของพิชญาวิ่งฝ่าฝนออกไป ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถตามลงไป แต่ก็ทำไม่ได้อยากใจคิด เมื่อมีรถคันหลังบีบแตรไล่หลังอยู่อย่างนี้

พิชญาวิ่งฝ่าสายฝนออกไปเพื่อเรียกแท๊กซี่ แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงแตรรถดั่งสนั่นไปทั่วบริเวณ หญิงสาวเหลียวกลับมามองเพราะกลัวว่าจะเป็นเขา แต่กลับไม่ใช่ เสียงแตรรถที่เธอได้ยินไม่ได้ออกมาจากรถยุโรปคันสีดำที่เขาคนนั้นเป็นเจ้าของ แต่ออกมาจากรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง

“แพน นั่นแพนใช่ไหม” เจ้าของรถกระบะส่งเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจ เขาเป็นชายหนุ่มผิวขาว รูปร่างสูงโปร่ง เพราะการแต่งตัวที่ดูดีบวกกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มเลยทำให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองด้วยความสนใจ

พิชญาพยายามหรี่ดวงโตกลมโต มองฝ่าสายฝนออกไป แม้ว่าภาพชายหนุ่มตรงหน้าจะดูเลือนรางเสียเหลือเกินในความคิดของเธอ แต่หญิงสาวก็จำน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้

“โฟม” พิชญายิ้มรับด้วยความยินดี เหมือนฟ้าประทานตัวช่วยมาให้เธออีกแล้ว หญิงสาวรีบตรงไปยังรถกระบะคันนั้นทันที เพราะถ้าขืนเธอยังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปถ้าไม่เป็นปอดบวมตายก่อนก็คงถูกเขาคนนั้นฉุดกระฉากไปทำมิดีมิร้ายแน่นอน ดูจากสายตาแล้ว เขาคงโกรธมากที่เธอกล้าวิ่งหนีเขามาอย่างนี้

“โฟมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ แพนขึ้นรถดีกว่า เดี๋ยวจะเป็นหวัดนะ” พิชญาไม่รอช้า รีบจนแทบจะเรียกว่ากระโดดขึ้นรถเลยด้วยซ้ำ และเมื่อรถกระบะเคลื่อนผ่านหน้ารถยุโรปสีดำ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะผินหน้ากลับไปมองเจ้าของรถคันนั้น และก็ต้องรีบหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อดวงตากลมโตบังเอิญไปสบกับสายตาเข้มที่คุกรุ่นไปด้วยความโกรธ

“เป็นอะไรไปรึเปล่าแพน” โฟมหรือพีรพล เพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนของหญิงสาวถามเมื่อเห็นว่าร่างบางก้มหน้างุดๆมองปลายเท้าตัวเอง

“เปล่าจ้ะ ว่าแต่เค้า โฟมนั่นแหละไหนว่าไปทำงานต่างจังหวัดจะกลับเดือนหน้าไง”

“นี่มันวันที่ 28 แล้วนะครับคุณหนูแพน อีกสามวันก็จะขึ้นเดือนใหม่แล้วนะขอรับ” น้ำเสียงล้อๆที่ส่งกลับมาทำให้ร่างบางให้ไปยิ้มแก้เก้อให้กับเพื่อนหนุ่มทันที

“แล้วไปทำอะไรอยู่แถวนั้นละแพน ดูสิเปียกเหมือนลูกหมาเลย” พีรพลพูดพลางหยิบผ้าขนหนูของเขาที่มักมีติดรถเสมอยื่นให้คนตัวเล็ก

“ขอบใจจ้ะ โฟมยังรอบคอบเหมือนเดิมเลยนะ มีของทุกอย่างติดรถจนแพนไม่แน่ใจว่านี่มันรถหรือบ้านกันแน่” พิชญานำผ้าขนหนูมาซับศีรษะและเนื้อตัวที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน พลางเอ่ยแซวเพื่อนหนุ่มอย่างขำๆ การได้พูดจาหยอกล้อกับเพื่อนก็ทำให้ความไม่สบายใจคลายไปได้มากเลยทีเดียว

“รถก็เหมือนบ้านหลังที่สองของเรานั่นแหละ ชีวิตวิศวกรจนๆอย่างเรามันก็ได้แค่นี้แหละ” พีรพลแสร้งทำเสียงเศร้าให้หญิงสาวมาง้อ แต่ก็ได้แค่ค้อนวงโตจากคนตัวเล็กส่งมาให้แทน

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย มุกเก่าๆของโฟมใช้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ” พิชญาทำปากยื่นงอนเพื่อนสนิทหลังจากที่หลงกลมารอบที่เท่าไหร่ จนหญิงสาวหน่ายที่จะจำในความเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม

“แล้วเป็นไงมาไงแพนถึงมาติดฝนอยู่แถวนี้ได้” พีรพลถามเรื่อยๆเหมือนหาเรื่องคุย ไม่ให้บรรยากาศในรถเงียบจนเกินไป ทั้งที่ในใจเต้นระรัวเหมือนมีใครมาตั้งวงตีกลองชุดในใจ สายตาของเขาพุ่งตรงไปข้างหน้า แต่บางครั้งก็แอบเหลียวมองร่างบางเป็นระยะ

เธอจะรู้ไหมนะว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหน

ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่เขาไปทำงานที่ต่างจังหวัด เขาเฝ้าคร่ำครวญคิดถึงเธอจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ พยายามเร่งงานจนเสร็จก่อนเวลา เผื่อที่จะได้กลับมาเห็นหน้าเธอ... แต่ทั้งๆที่อยู่ใกล้จนแค่เอื้อมขนาดนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนเธอยิ่งห่างไกล หรือบางทีเขาอาจจะอยู่ใกล้เกินไป...

“แพนมาทำงานอยู่แถวนี้นะจ้ะ แพนได้งานทำหลังจากที่โฟมออกต่างจังหวัดได้สองวันมั้ง”

“ดีใจด้วยนะแพน ไม่เห็นโทรบอกเราบ้างเลย” น้ำเสียงที่มีความน้อยใจจืออยู่นิดๆ แต่หญิงสาวไม่ทันสังเกต

“แหม ก็กลัวรบกวนโฟมนี่นา อีกอย่างแพนเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลยไม่ได้โทรบอก”

“เรื่องของแพนคือเรื่องสำคัญสำหรับเราทุกเรื่อง” เขากล่าวอย่างจริงจัง แต่คนตัวเล็กกลับหัวเราะเสียงใสด้วยไม่เข้าใจว่าในคำพูดนั้นมีคำในแฝงอยู่

“จ้าๆ พ่อคนขี้น้อยใจ ต่อไปนี้แพนจะรายงานโฟมทุกเรื่องเลยดีไหม”

“อืม... แล้วแพนจะให้เราไปส่งที่ไหนล่ะ” พีรพลตัดบทเปลี่ยนเรื่อง

“วันนี้แพนคงไม่เข้าไปหาป้าดวงหรอกจ้ะ พรุ่งนี้ต้องไปบริษัทเพราะมีงานเช้า เดี๋ยวจะไปทำงานไม่ทัน เอาเป็นว่าโฟมไปส่งแพนที่อพาร์เม้นท์แล้วกันนะ”

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใจก่อนจะตัดสินใจพูดเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ “พูดตรงๆเลยนะ เราไม่เห็นด้วยเลยกับการที่แพนจะออกไปอยู่คนเดียว เราเป็นห่วงมันอันตรายรู้รึเปล่า แพนกลับไปอยู่กับป้าดวงเหมือนเดิมดีกว่านะ ถ้ากลัวว่าจะไปทำงานไม่ทันเดี๋ยวเราไปส่งเองก็ได้ นะ แพนนะ”

“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ” ร่างบางแหวใส่เสียงดัง ซึ่งดูยังไงก็เหมือนลูกแมวขู่ฟ่อเท่านั้น “แพนรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงแพน แต่แพนทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ โฟมก็มีงานต้องทำ อันก็ได้งานแล้ว ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ถ้าทุกคนเอาแต่เป็นห่วงแพนแล้วงานของทุกคนล่ะ จะทำยังไง เอาเถอะ...แพนสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเลยดีมั้ย” ท้ายประโยคหันไปถามพลางยิ้มให้กับคนขับ

พีรพลได้แต่ยิ้มรับ เพราะทำอะไรไม่ได้นอกจากนี้ แม่ตัวเล็กคนนี้บทจะดื้อก็ดื้อซะจนน่าจับตีก้น แต่เขายอมรับว่าแพ้รอยยิ้มสดใสที่ส่งมาให้ทุกที แพ้อย่างราบคาบเลยล่ะ

“ก็ได้ แต่ว่าวันอาทิตย์นี้แพนต้องมากินข้าวกับพวกเราที่บ้านนะ เดี๋ยวเราให้ยัยอันทำกับข้าวอร่อยๆไว้ให้กินกัน เราได้ของทะเลสดๆกลับมาเต็มเลยคิดถึงฝีมือของป้าดวงเต็มแก่แล้วจะให้ป้าดวงทำยำแมงดากับปูผัดผงกะหรี่ที่แพนชอบไว้ให้ นะจ้ะ”

“โห แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอแล้ว รับรองแพนไม่พลาดแน่นอน”

+++++++++++++++++++++++++

แววตาสีนิลเข้มที่เป็นวูบไหวเป็นประกายคุกรุ่นด้วยความโมโหเมื่อเห็นรถกระบะคันนั้นหายวับไปต่อหน้าต่อตา ภูมิรพีสถบดั่งลั่นพลางใช้มือทั้งสองทุบลงบนพวงมาลัยรถยนต์อย่างกลั้นโทสะ ความคิดว่าหญิงสาวมาทำอะไรที่หน้าโรงพยาบาลหายวับไปจากสมองเพราะถูกความโมโหเข้ามาบดบังจนหมด ผู้หญิงคนนั้นกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง กล้าปฏิเสธเขาไปขึ้นรถกระบะกระจอกๆนั่นแทนที่จะขึ้นรถของเขา กล้าหนีเขาถึงสองครั้งสองคราว

เธอกล้าทำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร

แวบแรกที่เห็นเธออยู่ตรงป้ายรถเมล์เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน หนาวสั่นเหมือนลูกนกตัวเล็กๆ ที่ต้องการไออุ่น เขาเกิดความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาในจิตใจ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้น จนเขาเผลอทำสิ่งที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าจะทำ นั่นคือเอ่ยปากให้เธอมาขึ้นรถ แต่ดูสิ่งที่เธอทำและผลที่เขาได้รับตอบแทนกลับมาสิ มันคือการปฏิเสธ!!

คราวแรก เธอกระโดดลงหนีจากรถเพื่อหนีเขา

และคราวนี้ เธอปฏิเสธที่จะขึ้นรถกับเขา แต่กลับไปขึ้นรถกระบะคันนั้นแทน ถ้าเขาเดาไม่ผิด เขาเห็นผู้ชายหน้าตาท่าทางดูดีเป็นคนขับ กล้าปฏิเสธเขาเพื่อไปกับผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ!! งานนี้ไม่จบง่ายๆแน่พิชญา คราวหน้าฉันจะทำให้เธอปฏิเสธฉันไม่ได้อีก มือหนากำแน่นอยู่บนพวงมาลัยรถยนต์กับคำที่มาดมั่นอยู่ในใจ !!

ภูมิรพีเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกใสที่มีไอจากละอองน้ำเกาะอยู่ข้างรถ สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ป้ายขนาดใหญ่เด่นสะดุดตาที่มีสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายบวกสีแดง

โรงพยาบาล!!! แล้วความคิดที่อยู่ในสมองส่วนลึกก็แวบขึ้นมา เมื่อครู่นี้ถ้าเขาดูไม่ผิดเขาเห็นหญิงสาวถือถุงของโรงพยาบาลนี้ คิ้วเข้มเริ่มขมวดขึ้นอย่างใช้ความคิด

เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่พิชญา....

++++++++++++++++++++++++


ร่างโปร่งระหงที่ก้าวเข้ามาในร้านอาหารสุดหรูกึ่งผับดูดีมีระดับในโรงแรมชื่อดังในย่านกลางเมือง ทำให้หนุ่มเล็กหนุ่มน้อยกระทั่งหนุ่มใหญ่เหลียวมองด้วยความเสน่หา หญิงสาวเพียงแต่เปรยหางตามองผู้ชายเหล่านั้น ก่อนเรียวปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงจะยกสูงขึ้นนิด... เพียงนิดเดียวเท่านั้นก็ทำให้หนุ่มและไม่หนุ่มทั้งหลายจับจ้องมองตามด้วยความปรารถนา

มือเรียวถอดแว่นสีชาออกเผยให้เห็นดวงตาเรียวที่ซ่อนความเปรี้ยวเอาไว้ด้วยการแต่งหน้าที่แน่นไปในโทนสีส้มที่รับกับชุดลายดอกไม้สีแดงดอกใหญ่สไตล์ละตินเนื้อผ้าพลิ้วพรายแนบลู่ไปกับต้นขาเรียวทุกครั้งที่ก้าวเดิน จังหวะเดียวกับที่บริกรในชุดหูกระต่ายเดินเข้ามาถามด้วยความสุภาพ

“กี่ที่ดีครับ”

หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วร้าน ก่อนจะพบคนที่การนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุด เธอไม่รอช้าสาวเท้ายาวๆไปที่โต๊ะด้านในอย่างไม่รอช้า ก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอีกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเชิญ จริงอยู่ที่มารยาทในสังคมสมควรที่ต้องมีบ้าง แต่กับผู้ชายคนนี้เธอไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทอยู่แล้ว

“คุณกลับมาที่นี่อีกทำไม แล้วที่ติดต่อกับฉันต้องอะไร” หญิงสาวยิงคำถามใส่ทันทีที่นั่ง เธอไม่ต้องการเสวนากับผู้ชายคนนั้นนานนักหรอก... ถ้าไม่จำเป็น

“อะไรกันครับคุณผู้หญิง มาถึงก็เล่นถามคำถามแบบนี้ผมตกใจแย่ ไม่คิดจะถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้างเลยรึไง คนไม่พบหน้ากันตั้งสองปีแท้” และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าไม่สบอารมณ์มากขึ้น เขาจึงเปลี่ยนเป็นฝ่ายทักก่อน “โอเค ผมถามคุณก่อนก็ได้ สบายดีไหมครับ...คุณวาสินี”

“ฉันสบายดี พูดธุระของคุณมาได้แล้ว ฉันมีธุระที่ต้องทำจัดการอีก” วาสินีกล่าวก่อนจะเชิดหน้าขึ้น

“อะไรกันครับ ธุระที่ว่าของคุณนี่มันสำคัญกว่าการได้พบหน้าเพื่อนเก่าอย่างผมเชียวเหรอ ” รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นตรงมุมปากของชายหนุ่ม ดวงตากร้าวเป็นประกาย จนคนฟังถึงกับหนาวๆร้อนๆ

“แก-ไม่-ใช่-เพื่อน-ฉัน” หญิงสาวกระแทกเสียงใส่เน้นทีละคำแต่ชัดในความหมาย ก่อนจะผลุดลุกขึ้นจากเก้าอีกเหมือนถูกของร้อนและเดินออกไปโดยไม่สนใจชายหนุ่มที่ยังนั่งเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆที่เขาเพิ่งโดนวาจาหยาบคายสาดใส่หน้าแบบไม่ยั้ง

เขาเพียงแต่จุดบุหรี่แล้วยกขึ้นสูบ พ่นควันขาวออกมาจากริมฝีปากด้วยความใจเย็น ”ก็ดี ผมก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณเหมือนกัน เพราะใครที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของคุณต้องโดนไฟริษยาที่มีในตัวคุณเผาใส่ทุกราย คนนึงก็ตายไปแล้ว ส่วนอีกคนนึงก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด…อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น จริงไหมครับคุณผู้หญิง”

วาสินีสะดุดกึกทันทีที่ได้ยิน เขาใช้เพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถหยุดการก้าวเดินของเธอไปได้อย่างง่ายดาย และถ้าเขาพูดออกมาอีกประโยค เธออาจจะหยุดหายใจด้วยความตกใจไปก็ได้

“แกคิดจะขู่ฉันงั้นเหรอ” หญิงสาวกัดฟันพูดน้ำเสียงกึ่งตะโกนกึ่งตะคอก ถ้าไม่ติดว่าร้านอาหารมีคนอยู่เยอะ บวกกับที่เป็นคนรักษาหน้าตาในสังคม ป่านนี้เธอได้วีนลั่นร้านไปแล้ว

“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยขู่ใคร” ชายหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากับเธออีกหน แต่ครั้งนี้ไม่มีแววตาขี้เล่นเป็นประกายเหมือนอย่างครั้งแรก เป็นสัญญาณบอกเธอได้อย่างดีว่า ‘เขาพูดจริงทำจริง’ แล้วตอนนี้เขาก็เริ่มจะ’เอาจริง’แล้ว

“เชิญนั่งลงก่อนสิครับ ผมไม่อยากพูดทั้งๆถูกผู้หญิงยืนค้ำหัวอยู่แบบนี้” เขาฝ่ายมือไปทางเก้าอี้ที่หญิงสาวเพิ่งลุกมาเมื่อครู่ คำเชิญที่เหมือนบังคับกลายๆทำให้เธอต้องกระแทกตัวลงนั่งอย่างหัวเสีย แม้นิสัยของเธอจะเกลียดการถูกออกคำสั่ง แต่เวลานี้เขาถือไพ่เหนือกว่า เธอจึงไม่มีโอกาสต่อกรกับเขาได้ ในเมื่อเรื่องราวในอดีตเหมือนชนักปักหลังเธออยู่ตอนนี้ เธอก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายคลายก็รอด

“แก…” วาสินีทำท่าจะพูด แต่ถูกมือใหญ่รั้งที่ริมฝีปากซะก่อน

“จุ๊ๆๆ ผมไม่ชอบให้คุณเรียกผมด้วยสรรพนามนั้น กรุณาสุภาพกับผมด้วย ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน ถ้าถึงตอนนั้น คุณเองนั้นแหละที่จะลำบาก อ้อ! ถ้าคุณจะกรุณาผมอีกสักนิด ช่วยยิ้มให้ผมด้วยครับ เพราะผมไม่ชอบผู้หญิงที่หน้าบึ้งเหมือนยักษ์”

“ตกลงว่าคุณเมทัศน์มีธุระอะไรกับดิฉันไม่ทราบคะ” หญิงสาวฉีกยิ้มให้เขาด้วยความยากลำบาก ในใจเดือดปุดๆไปด้วยความโมโห

“ดีครับ พูดจาอย่างนี้ค่อยคุยกับรู้เรื่องหน่อย” เมทัศน์ยิ้มให้หญิงสาวเช่นกัน แต่เป็นยิ้มที่จอมปลอมเพราะยิ้มแต่ปาก แต่ดวงตากลับกร้าวเป็นประกาย

“ความจริงผมก็ไม่มีธุระอะไรสำคัญนักหรอก ที่เรียกคุณออกมาในวันนี้แค่อยากบอกว่าผมกลับมาจากเมืองนอกแล้ว และไอ้เงินที่คุณให้ผมไปถลุงใช้ที่เมืองนอกมันก็หมดแล้วด้วยครับ อ้อ...แล้วอีกเรื่อง ผมก็แค่อยากกลับมาดูความก้าวหน้าของคุณ เฮ้อ...น่าเสียดายดูเหมือนคุณยังไม่ไปถึงไหนเลยนะ เสียแรงที่ผมอุตส่าห์ช่วย”

“ที่แท้แกก็แค่ต้องการเงิน” หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า ในเมื่อเธอรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไรก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอีก

เมทัศน์หัวเราะในลำคอ มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นสูบแล้วพ่นควันใส่หน้าหญิงสาว

“นี่แกทำอะไรน่ะ แกต้องการเงินเท่าไหร่ก็บอกมาสิ ฉันให้แกได้มากกว่าที่แกต้องการอีก” วาสินีหยิบเช็คเงินสดออกมาจากกระเป๋าราคาแพงของเธอ จรดปากกาลงในนั้นแล้วยื่นให้คนตรงหน้า

มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมมารับเช็ค หญิงสาวกระตุกยิ้ม “10ล้าน คงทำให้แกเสพสุขที่เมืองนอกได้อีกนาน กลับไปซะ! แล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับแก”

“ขอบคุณครับ” แล้วเมทัศน์ก็ทำสิ่งที่หญิงสาวคาดไม่ถึง นั่นคือการเผาเช็คเงินสด10ล้านที่เธอให้ด้วยบุหรี่ในมือเขาอย่างช้าๆ เช็คค่อยๆเผาไหม้ไฟลุกลามติดกระดาษเรื่อยๆ ชายหนุ่มลงเช็คใบนั้นลงพื้นก่อนจะขยี้ด้วยส้นรองเท้า

วาสินีตาลุกวาว ไม่เข้าใจการกระทำของคนตรงหน้า “นี่แกต้องการอะไรกันแน่”

“ดูเหมือนคุณจะประเมินผมต่ำเกินไปนะครับ ตอนนี้เงินไม่สำคัญกับผมอีกแล้ว เพราะผมไม่ใช่หมาจนตรอกเหมือนในตอนนั้น อ้อ! แล้วผมจะย้ำให้ฟังอีกครั้ง กรุณาเรียกผมด้วยคำที่สุภาพ ไม่งั้นคุณจะมีสภาพไม่ต่างจากเช็คใบนั้น” หญิงสาวกลืนก้อนน้ำลายแข็งๆลงในคออย่างอยากลำบาก ดวงตาจับจ้องไปที่สภาพของเช็คที่ไม่ต่างอะไรกับขี้เถ้า ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาประทะกับคนตรงหน้า

“คุณต้องการอะไรกันแน่” น้ำเสียงนั้นสั่นน้อยๆ แต่แฝงไปด้วยความกลัวสุดขีด กลัวเรื่องที่ทำจะถูกเผยออกมา

“นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่คุณควรรู้ คุณจะรีบรู้ไปทำไม ถ้ารู้เร็วเกมมันก็ไม่สนุกนะสิ”

“เกมงั้นเหรอ”

“ใช่ เกม อย่าลืมสิครับคุณวาสินี ขี่หลังเสือแล้วลงยาก” หญิงสาวพยายามระงับความกลัวเอาไว้ มือไม้ทั้งสองข้างของเธอมันสั่นอย่างยากที่จะหยุดแล้ว

ใช่... ขี่หลังเสือแล้วลงยาก ในเมื่อเขาเป็นเสือที่เคยให้เธอขี่ แล้วถ้าเสือตัวนี้ไม่ยอมให้เธอลง คิดเหรอว่าเธอจะลงไปได้ง่ายๆ

“โอ๊ะโอ๋ วันนี้ดูคุณเครียดๆนะครับ ไว้อารมณ์ดีกว่านี้แล้วค่อยมาคุยกัน ยังไงเราก็ต้องเจอกันอีกนาน เชื่อเถอะครับ ผมไม่ปล่อยให้คุณทำเรื่องสนุกๆอยู่คนเดียวหรอก ผมต้องมีส่วนร่วมบ้าง” ชายหนุ่มเชยคางวาสินีขึ้นมา ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ เสียงหัวเราะยังคงดังก้องอยู่ในหูจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นปิด

“แกต้องการอะไรกันแน่ไอ้เมทัศน์”

To be continue....







Create Date : 08 ตุลาคม 2549
Last Update : 16 มีนาคม 2550 5:27:21 น. 53 comments
Counter : 847 Pageviews.

 
โรคที่หนูแพนเป็น ไข่มุกยังไม่แน่ใจคะว่ารักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ยังไงถ้าท่านใดมีข้อมูลหรือเป็นผู้รู้ก็ช่วยบอกไข่มุกด้วยนะคะ ไขมุกจะได้ทำการแก้ไขได้ เดี๋ยวเนื้อเรื่องจะไม่สมจริงค่ะ อ่านแล้วช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.154 วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:21:34:28 น.  

 
น้องไข่มุกจ๋า พี่คิดว่าตาฝาดที่เห็นตอนที่ 13

อิอิ แต่จะบอกว่าดีใจที่ได้อ่านนะจ๊ะ อ่านแล้วก็ยังสงสารนางเอกของเราเหมือนเดิม แล้วก็ได้รู้สักทีว่านางเอกป่วยเป็นอะไร แล้วใครอยู่เบื้องหลังเรื่องร้าย ๆ

โรคที่นางเอกเป็น เป็นโรคที่ไม่หายขาดไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดก็ตาม หากอาการไม่หนักมากสามารถตั้งครรภ์ได้ได้ (เผื่อน้องไข่มุกอยากจะแต่งเรื่องต่อจนนางเอกมีลูก) แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่จริง ๆ แล้วหากคนไข้ต้องการตั้งครรภ์ต้องปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อประเมินสภาพภาวะของโรคที่เป็นอยู่จ้า



โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:23:41:10 น.  

 
แหม พี่เขียนผิดเยอะเชียว ตรงที่มีคำว่าได้ 2 คำ ตัดออกคำนึงนะจ๊ะ

ประโยคสุดท้าย ต้องเป็น เพื่อประเมินภาวะของโรคที่เป็น

ตอนแรกพี่เขียนสภาพร่างกาย แต่พอเปลี่ยนคำก็ดันลบคำเก่าออกไม่หมด มันเลยออกมาเป็นคำประหลาด ๆ อย่าถือเลยนะจ๊ะ พี่มันแก่แล้ว หูตาก็ฝ้าฟาง


โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 8 ตุลาคม 2549 เวลา:23:47:07 น.  

 
bapanij :ไม่ได้ตาฝาดค่ะ ตอนที่ 13 มาแว้ว อิอิ สงสัยจะเป็นอาถรรพ์เลข13นะเนี่ยะ =,.= แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะค่ะ แสดงว่าหนูหาข้อมูลมาไม่ผิดเย้ ^-^V แล้วพบกันตอนหน้านะคะ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.154 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:0:39:18 น.  

 
โอ้ ตอนที่ 13
วันนี้ได้อ่าน 12-13 ติดกันดีใจจัง

ส่วนที่คิดไว้ไม่ผิดจริง ๆ คุณวาสินีเธออยู่หลังเรื่องราวทั้งหมด

ตอนนี้ก็กลัวแต่เพียงว่าคุณเฮียภูมิรพีของเราจะเข้าใจอะไรได้ยาก
ชนิดที่ว่า กว่าจะรู้ตัว กว่าจะรู้เรื่อง กว่าจะรู้ใจตัวเอง
ก็ปล่อยให้หนูแพนล้มหมอนนอนเสื่อไปยี่สิบรอบ

น่ากลัว ๆ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:2:26:00 น.  

 
หมาเลี้ยงแกะ : 55555 ส่วนใหญ่พระเอกในหนังไทย(ไม่เว้นกระทั่งนิยายของไข่มุก) พระเอกก็ฉลาดน้อยแบบนี้แหละค่า เก่งไปหมดซะทุกเรื่อง แต่สอบตกในเครื่องความรัก เป็นพวกความรู้สึกช้า แต่ก็ดีค่ะ นิยายจะได้สนุกๆ อิอิ

แต่ว่าเอ๋...จะตะลึงไปไหมน้า... ถ้าเห็นตอนที่ 14 ตามมาเร็วๆนี้ อิอิ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.21 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:13:58:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้เอง ค่ะ สนุกมากๆๆเลยค่ะ อยากรู้ตอนต่อไปจังเลยค่ะ


โดย: เกียง IP: 202.28.181.10 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:17:04:31 น.  

 
ไม่ตะลึงเลยค่ะ ถ้าเห็นตอนที่ 14 รีบๆ มานะค่ะ...มาไม่กลัว กลัวไม่มา


โดย: mona IP: 202.57.180.1 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:22:11:40 น.  

 
เกียง : สวัสดีค่ะ ยินดีตอนรับเพื่อนใหม่นะคะ อ่านให้สนุกนะคะ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.104 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:22:13:00 น.  

 
เย้ๆๆๆๆ ดีใจสุดๆ น้องแพนมาสักที
อย่าหายไปนานอีกนะค่ะ คิดถึงงงงง(น้องแพน) 555


โดย: น้อง IP: 222.123.36.53 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:22:57:33 น.  

 
น้อง : ตอนต่อไปคงไม่หายไปนานหรอกค่ะ แหะๆ คิดถึงเช่นกันค่า คิดถึงนายภูมิ กรั๊กๆๆ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.104 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:0:18:36 น.  

 
อ้าวๆ ตก ตอบเม้นไปหนึ่งคน

mona : 5555+ กำลังพยายามปั่นอยู่คน ไม่อัพไม่กลัว แต่กลัวคนอ่านรอนาน อิอิ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.104 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:0:22:37 น.  

 
คุณไข่มุก
ติดตามมานาน เข้าทุกวัน วันละ 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น รีบ ๆ มาอัพให้หน่อยนะค่ะ

สมาชิกใหม่ เป็นกำลังใจให้เสมอ



โดย: โดเรมอน IP: 203.144.189.74 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:10:07:23 น.  

 
โดเรมอน : ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่นะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ จะปั่นมาให้ได้อ่านกันเร็วๆนี้นะคะ


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.223 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:17:28:13 น.  

 
รอนานมากกว่าจะมาอัพ
แต่มาอัพก็ดีใจมากๆ
ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ สู้ๆใกล้เอนแล้วด้วย

จะรอตอนต่อไป กำลังมันมากๆ

ปิดเทอมอย่าลืมอัพ บ่อยๆนะจ๊ะ


โดย: MiK IP: 203.113.60.7 วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:22:04:41 น.  

 
MiK : ช้าช้าแต่ชัวร์ชัวร์ค่า เอิ๊ก (คำแก้ตัวของคนดองนิยาย)


โดย: ไข่มุก IP: 210.203.186.223 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:0:36:10 น.  

 
โหยมุกมาที 2 ตอนเลยอ่ะ น้ำยังไม่ได้อัพตอนที่ 9 เลย ฮือๆ รีบมาลงนะอยากอ่านต่อ นั่นยังมีไปทวงอีก


โดย: สายน้ำ IP: 210.86.130.199 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:0:14:26 น.  

 
สายน้ำ : 5555 น้ำก็รีบอัพนะจ้ะ อยากอ่านแล้วจ้า


โดย: pinkpearl วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:1:06:31 น.  

 
โห...วันที่ 14 แล้วน้า.. เมื่อไหร่จะมาอัพซักที คนแก่ใจร้อน รอไม่ไหวแล้วน้า..


โดย: Ewan IP: 210.213.12.40 วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:15:12:28 น.  

 
ขอมาเคาท์ดาวน์รอไข่มุกด้วยคน
แต่กี่วันแล้วน๊า นับมะถ้วน 555


โดย: น้อง IP: 222.123.33.106 วันที่: 19 ตุลาคม 2549 เวลา:20:01:04 น.  

 
I' m awaiting you naa..Pleaseeeeee


โดย: Ewan IP: 124.121.160.73 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:10:19:43 น.  

 
นักอ่านเก่า แง่ว เพิ่งจะได้มาอ่านหลังจากห่างจากคอมไปเดือนเต็มๆ ตอนนี้มานสั้นๆนา แต่ก็สนุกดี อยากได้ตอนที่14มากเลยค่ะ เร็วๆหน่อยนะ แล้วอย่าทรมานหนูแพนกับพี่ภูมิมากนะคะ


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:10:31:29 น.  

 
ตามมาอ่านจ้า กำลังสนุกเลย


โดย: ก้อย (newkoy ) วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:12:34:54 น.  

 
หายไปไหนนะน้องมุก พี่รออยู่นะ แล้วจะเปิดเทอมรึยังจ๊ะ ไปงานหนังสือบ้างรึป่าว หุหุ คิดถึงจ้า


โดย: bapanij IP: 125.25.155.66 วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:21:17:34 น.  

 
น้องมุกจ๋า ให้ไวให้ไวนะจ๊ะ
เด๋วคุนพี่มีเคือง


โดย: น้อง IP: 222.123.114.144 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:10:50:53 น.  

 
Happy Halloween Day จ้า มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ


โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:22:55:06 น.  

 
รอจนขึ้นเดือนใหม่แล้ว ไมไม่มาซะทีอ่ะ


โดย: คนทำงาน IP: 58.136.117.118 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:21:42 น.  

 
อยากอ่านตอนใหม่เร็วๆจังเลย


โดย: mali IP: 203.170.228.172 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:39:29 น.  

 
หวัดดีค่า เพิ่งเข้ามาอ่าน
เขียนหนุกมากเลยค่ะมุก
แต่ไมอัพช้าจังเยย มาอัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะคะ เข้ามาดูทู้กวัน จนวันนี้ทนไม่ไหวแล้น
เหงบอกว่าเขียนโครงเส็ดหมดแล้ว ก้อเอาลงเลยสิคะ แบบว่าอยากอ่านมากกกกกกกกกกกกก
อยากอ่านจนจะลงแดงตายอยู่แล้น ไหนบอกว่าไม่ต้องรอนานแล้วไงอ่ะคะ
อ้อ ขอเปงกำลังใจให้มุกในทุกๆ เรื่องเลยนะคะ


โดย: คนทำงาน IP: 58.136.117.118 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:56:53 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องไข่มุก ตอนนี้เปิดเทอมแล้วคงจะยุ่งมาก แล้วเอนทรานซ์หรือยัง ยังไงก็อย่าเพิ่งท้อนะค่ะ ขอให้ตั้งใจและเอนท์ได้ในคณะที่หวังไว้ ถ้าเอนท์ผ่านแล้วอย่าลืมมาอัพนิยายต่อนะค่ะ เอาแบบโบนัสด้วยนะค่ะในฐานะที่ทำให้แฟนๆ รอนาน คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว สู้ๆๆค่ะ


โดย: หมิวจ้า IP: 84.195.41.174 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:31:41 น.  

 
หายไปอีกแล้ว ร๊อ รอ


โดย: มาเร็วๆนะจ๊ะ IP: 203.113.39.12 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:45:28 น.  

 
10...9...8...7...เริ่มนับถอยหลัง เตรียมระเบิดมาวางในบ้านไข่มุกค่ะ เหอๆๆ ถ้าเจ้าของบ้านไม่มา...บ้านบึ้ม
เหอๆๆๆ เราได้เตือนคุณแล้ว


โดย: น้อง... IP: 58.147.68.135 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:44:55 น.  

 
รอ ชั้นรอเธออยู่ แต่ไม่รู้น้องไข่มุกอยู่หนใด ....

มาเร็ว ๆ น้า อย่าให้คนแก่รอนานนนนนนนน




โดย: vv IP: 124.121.91.202 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:49:27 น.  

 
ครั้งนี้ ยาวดีจัง...สุขๆๆใจ
อิ่มหละ นอนหลับสบายๆๆ เลยหละ


โดย: pooh IP: 124.120.99.211 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:00:47 น.  

 
น้องขามาอัพไวไวเด้อ รอยู่คิดถึงมากมาก


โดย: จาหลิวจิ๋ว วันที่: 23 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:25:01 น.  

 


โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:17:32:48 น.  

 
หวัดดีปีใหม่จ้าน้องมุก มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ


โดย: bapanij (bapanij ) วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:21:32:41 น.  

 









HaPpY BiRtHdAy ka มีความสุขมากๆ น่ะค่ะ คิดอะไรให้สมปรารถนาค่ะ มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตน่ะค่ะ



โดย: icebridy วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:23:01:04 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอให้มีความสุข คิดสิ่งใดให้สมปราถนานะค่ะ ในวันคล้ายวันเกิด นี้ค่ะ


โดย: STAR ALONE (STAR ALONE ) วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:23:53:31 น.  

 
HaPpY bIrTh DaY
ขอให้ ดี รวย เก่ง เจ๋งสุด ๆ ตลอดปีค่ะ
และ
ขอให้สิ่งดี ๆ บังเกิดตลอดปี 2550 นี้ด้วยค่ะ




โดย: โสดในซอย วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:10:18:59 น.  

 

สวัสดีก๊าบ ... ผมชื่อโชแปงค๊าบ



Happy Birthday นะค๊าบ ขอให้มีความสุขมากๆ รวยมากๆ ในปีนี้นะค๊าบ



Happy Birthday to me บ๊อก บ๊อก
Happy Birthday to me
ชะอุ๊ย Happy Birthday Happy Birthday
Happy Birthday to you บ๊อก บ๊อก


Happy New Year 2007 ด้วยนะค๊าบ





อ้อ... โชแปงขอฝากวรรณกรรมเพื่อเยาวชนเรื่อง "โชแปงผจญภัย" ที่บล๊อกคุณ rintana เพื่อนคุณแม่ซึ่งเป็นคุณลุงโชแปง ด้วยนะค๊าบ ตอนนี้เป็นตอนที่ 5 แล้วค๊าบ โชแปงออกจากบ้านแล้วค๊าบ แง...ใจแม่แปงปั่นป่วน แง...







โดย: โชแปงค๊าบ (nutuang ) วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:11:36:51 น.  

 
HaPpY bIrTh DaY


โดย: บ้านโคกโจด (my_oom ) วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:11:39:35 น.  

 



Happy Birthday คร้าบ..







โดย: smartman หล่อสุดๆ วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:11:51:05 น.  

 
Happy Birthday นะครับ


โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:16:44:56 น.  

 









HaPpY BiRtHdAy ka มีความสุขมากๆ น่ะค่ะ คิดอะไรให้สมปรารถนาค่ะ มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตน่ะค่ะ


โดย: icebridy วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:22:54:51 น.  

 





P.S. Very pretty blog !


โดย: G@boR วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:0:15:45 น.  

 
hbd ย้อนหลังค่ะ
มีความสุขทุกวันนะคะ^^



...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:8:03:12 น.  

 
แวะมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังนะคะ ... ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ .... ว่างๆ แวะไปเยี่ยมเยียนกันบ้างล๊า ...


โดย: @ ปั๊กกาเป้า @..อิอิ วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:10:01:22 น.  

 


มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: ป้าหู้เองค่ะ (fifty-four ) วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:0:38:51 น.  

 
หายไปข้ามปีเลยนะคะเนี่ย แต่งไม่ออกแล้วเหรอ คนอ่านรออยุ่น้า ยังไงก็ส่งข่าวคราวให้รู้บ้างเต๊อะ


โดย: ปลาทอง IP: 203.131.212.11 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:34:45 น.  

 
Valentine ก็ผ่านแล้วยังไม่มาอีกหรือคะ เปิดรอแทบทุกวันเลย


โดย: Oldtrafford IP: 202.143.151.162 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:22:25 น.  

 
ยังไม่มาต่ออีกเหรอคะ

รออ่านอยู่นะ แวะมาดูบ่อยๆ


โดย: ก้อย IP: 58.8.3.146 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:04:19 น.  

 
กลับมาแต่งนิยายต่อเถอะน้องไข่มุก นักอ่านทุกคนให้อภัยแล้ว เอ้ย!! นักอ่านทุกคนรออ่านอยู่...อิอิ


โดย: น้องหมิว IP: 84.193.150.238 วันที่: 12 มีนาคม 2550 เวลา:23:45:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.