ขอให้รอ วันรุ่งของพรุ่งนี้ ฟ้าคงมี พรชัยให้กับเรา (พ.ท. ณรงค์เดช นันทโพธิเดช)
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
นังหมวย


เช้านี้ทำไมนาฬิกาปลุกถึงไม่ทำหน้าที่ ของมัน ทั้งที่เมื่อคืนผมก็ตั้งให้มันปลุกตอนสิบนาฬิกา หรือว่า ถ่านหมด แต่ผมก็จำได้ว่าเป็นคนตั้งให้มันปลุก ก่อนจะล้มตัวลงนอนตอนตีสี่ วันนี้มีเรียนตอนสิบเอ็ด โมงเช้า นอนตีสี่ตื่นสักสิบโมงก็ไปเรียนทันถมเถ เมื่อคืนผมเล่นอินเตอร์เน็ตจนถึงตีสี่ ฟังดูอาจจะไร้ สาระที่ผมคุยกับเพื่อนในอินเตอร์เน็ตจนดึกขนาดนั้น แต่ที่จริงแล้วสำหรับคนที่อยู่คนเดียวมาตลอดชีวิต อย่างผม มันเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะผมเป็นคนที่นอนหลับยากมาก แล้วยิ่งอยู่ที่เมลเบิร์น อากาศก็หนาว เพื่อนก็ไม่มี อยากพูดอยากคุยกับใคร ก็คุยไม่ได้ทุกเรื่อง แล้วยิ่งนอนไม่หลับด้วย ยิ่ง ทรมานมาก มีอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อน ได้ระบายความเหงา ได้มีอะไรทำ ดีกว่านอนคิดโน่นคิดนี่ ทำให้ ยิ่งเครียดมากขึ้น การที่ผมได้แชทกับสาวในอินเตอร์เน็ต ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตมีความหวัง มีความผูกพัน กับคนที่แชทด้วย

แต่ที่เช้านี้ต้องตื่นขึ้นมา ถึงแม้นาฬิกาจะไม่ปลุก แต่จริงๆมันปลุก แต่ผมไม่ได้ยิน เพราะความอยาก นอนของร่างกาย แต่ที่ต้องตื่นเพราะแดดมันส่องแสงเป็นลำ ลอดช่องม่านที่หน้าต่างเข้ามา ปะทะที่ใบ หน้าพอดี ทำให้ม่านตาปิดไม่สนิทจึงต้องตื่น แต่พอมาดูนาฬิกาต้องตกใจ เพราะมันเที่ยงกว่าแล้ว ทำไง ดีวะ มีเรียนสิบเอ็ดโมงถึงเที่ยงครึ่ง แต่ตอนนี้มันปาเข้าไปตั้งเที่ยงกว่าแล้ว เมื่อเป็นดังนี้ ผมเลยตัดสินใจ ไม่ไปแล้วโรงเรียน เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่กับบ้านดีกว่า เพราะผมตั้งใจว่า คืนนี้จะไม่เล่นอินเตอร์เน็ตจนดึก เหมือนเมื่อคืน เพราะมันทำให้ตื่นไปโรงเรียนไม่ได้

วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลย ทุกคนคงไปเรียนกันหมดแล้ว เหลือแต่ผมคนเดียว บ้านหลังนี้มีสี่ห้อง มีคนไทยสองคนคือผมแล้วก็ไอ้ปี๊บ ส่วนอีกคนเป็นคนเกาหลีผู้หญิงชื่อโซหยง บ้านหลังนี้ค่าเช่าตก ประมาณอาทิตย์ละหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญต่อคน รวมค่าน้ำค่าไฟหมด แต่ยังมีห้องว่างอีกหนึ่งห้อง วันนี้ จะมีนักเรียนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เป็นผู้หญิงมาจากประเทศจีน ดีเหมือนกันจะได้อยู่ดูว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะหมวยๆนี่สเป็คผมอยู่แล้ว เผื่อถูกสเป็ค จะได้ใช้วิชามารหน้าหม้อ ช่วยขนของเข้าบ้าน แล้วชิงทำความรู้จักก่อนไอ้ปี๊บ เพราะไอ้ปี๊บมันรสนิยมเดียวกับผม ชอบหมวยๆเหมือนกัน ว่าแล้วผมก็หัวเราะในใจ เพราะนังหมวยนี่ต้องเสร็จผมแน่

ไม่ผิดหวังจริงๆครับ ประมาณบ่ายสองโมง เธอก็ย้ายเข้ามา โห ให้ตายเถอะ เธอสวยมากครับ ใบหน้า รูปไข่ ตาโต ผิดกับนังหมวยทั่วไป ผมยาวดำเป็นเงาขับกับใบหน้าอันขาวซีดได้อย่างน่ามอง ผมตะลึงไป ชั่วขณะ เพราะเธอสวย และดูเซ็กซี่ แบบร้อนแรง คล้ายกับ อั้ม ( พัชราภา ไชยเชื้อ) ซึ่งเป็นดาราในดวงใจ) ผมคิดในใจ..กูหนอกู... ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ ที่วันนี้มีโอกาสช่วยคนสวยขนของทำคะแนนไว้ก่อน และที่สำคัญห้องเธอติดกับห้องผมแค่ฝากั้นเอง

วันนี้ผมเลยช่วยน้อง หมวยขนของเข้าบ้าน แต่โอ้โหเธอมาอยู่กี่ปี ทำไมของมากมายขนาดนี้ มีหมด ทุกอย่าง ของใช้ดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ สเตอริโอ เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้าก็อย่างนางแบบ ใหม่ๆและ ทันสมัยมาก นี่เธอคงมาจากครอบครัวที่มีชาติตระกูลเป็นแน่แท้ หรือไม่แม่และพ่อคงต้องเป็นคนของบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่ซอยจรัล 69 เป็นคนรับใช้และคนขับรถที่ถือหุ้น หลายร้อยล้านบาท เล่นเอาผมเหนื่อยโคตร ขอบอกที่ต้องช่วยเธอขนของมากมายขนาดนี้

ตกเย็น ไอ้ปี๊บรีบกลับบ้าน ทั้งที่มันไม่เคยกลับก่อนพระอาทิตย์ตกดินสักที พอเจอหน้าผม มันก็ยิง คำถามใส่ทันที

“พี่ พี่ คนที่มาอยู่ใหม่สวยป่ะ ชื่อไร มาจากไหน”

“ไม่ รู้ชื่อไร รู้แต่ว่ามาจากแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่ซัวเถาแต่เป็นเซี่ยงไฮ้”

เป็น คำตอบที่ผมไม่อยากตอบมัน เพราะผมรู้จักไอ้ปี๊บดีว่าหน้าหม้อพอๆกับผม ขนาดสาวเกาหลีที่ อยู่บ้านเดียวกัน ทุกวันนี้มันยังหม้อเค้าอยู่เลย แต่เค้าไม่เล่นด้วยเพราะมีแฟนแล้ว เมื่อเป็นดังนี้ คู่ต่อสู้ผม ก็คงหนีไม่พ้นคนชาติเดียวกันเป็นแน่ แล้วผมก็คงสู้มันไม่ได้เพราะมันเด็กกว่า แถมไอ้ปี๊บยังเป็นคนที่ กล้าๆ ไม่ค่อยอายในเรื่องพวกนี้ด้วย

คืนนี้ผมก็เล่นอินเตอร์เน็ต แชทคุยกับแฟนคลับของผมใน MSN เหมือนเดิม แต่ตั้งใจว่าจะคุยกับ น้องกุง น้องเมย์ น้องปุ๋ย น้องแพร ไม่เกินเที่ยงคืน เพราะไม่อยากติดอินเตอร์เน็ตมาก (เพราะถ้ำกระบอก ไม่รับรักษา) จะทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับจากความเคยชิน ก็เลยเข้านอนตั้งแต่ห้าทุ่มกว่าๆ ส่วนน้อง หมวย เธอนอนตั้งแต่หกโมงเย็นเห็นจะได้ หลังจากจัดข้าวของ อาบน้ำเสร็จ เธอก็เงียบอยู่ในห้อง

แต่ผมต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเหมือนฟ้าฟาด จนฝาบ้านสะเทือน ผมลืมตาขึ้นดู ฝนก็ไม่ตก แล้วนี่มันเสียงอะไรวะ สักพักก็ได้ยินอีกที ผมถึงรู้ว่ามันคือเสียงปิดประตูของน้องหมวยนี่เอง เธอปิด ประตูดังมาก ผมได้แต่คิดในใจว่า พรุ่งนี้ผมคงต้องไปเตือนเธอให้ปิดประตูเบาๆ เพราะดึกมากแล้ว คิด เสร็จผมก็หลับตาเตรียมจะนอน ยังครับยัง เคราะห์กรรมของผมยังไม่หมดแค่นี้ เพราะอีกสักพัก ผมก็ได้ กลิ่นอาหารกับเสียงเหมือนคนกำลังทำอาหารกิน อ๋อ น้องหมวยของผมคงหิว เพราะนอนตั้งแต่หกโมง เย็น และเธอคงไม่รู้ด้วยว่ากฏของบ้านนี้ห้ามทำอาหารประเภทผัดๆทอดๆ หลังสี่ทุ่ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอ เพิ่งมาใหม่ ผมควรให้อภัยและควรบอกเธอด้วยว่า เวลาทำอะไรควรเกรงใจคนอื่นบ้าง เพราะเราอยู่ร่วม กัน (ผมได้แต่นอนนึกจะหาวิธีบอกให้เธอรู้) เมื่อเสียงทำอาหารหยุดลง ผมก็ได้ยินเสียงปิดประตูดังๆอีก น้องหมวยเธอคงเข้าห้อง สักประเดี๋ยวผมก็ได้ยินเสียงเพลงตอนตีสองกว่า ขณะที่คนอื่นหลับหมด (ที่ จริงไม่หลับ ผมมารู้ทีหลังว่า คนอื่นก็ไม่หลับเหมือนกัน) แต่ผมห้องติดกับเธอ ผมต้องทนฟังเพลงจีน ระคนเสียงเบสจากสเตอริโอที่กระหึ่มเข้าไปในหัวใจ ใจผมเต้นตึกตักเหมือนเวลาดูหนังเอ็กซ์ เอ๊ย! เหมือนเวลาดูหนังฉากตื่นเต้น ผมได้แต่นอนคิดว่า กูจะทำยังไงให้หลับง่ายๆวะ กูหลับยากอยู่ด้วย ยิ่งน้องหมวยสุดสวยเป็นคนไม่มีความเกรงใจอย่างนี้ สงสัยว่าผมคงเป็นโรคหลับยากเรื้อรัง (Long-term or chronic insomnia) เป็นแน่แท้ เพราะน้องหมวยสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะแก่การนอนให้ผม ยิ่งคิดยิ่งเครียด ยิ่งกังวล เพราะตามปกติแล้วเมื่อเกิดความเครียดภายในจิตใจ มักจะส่งผล ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงทางกายคือ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และหายใจไม่อิ่ม การเปลี่ยนแปลงทาง จิตใจคือหงุดหงิดสับสน คิดอะไรไม่ออก เบื่อหน่าย โมโหง่าย ซึมเศร้าทางสังคม คือบางครั้งทะเลาะ วิวาทกับคนใกล้ชิดหรือไม่พูดจากับใคร เมื่อคิดได้ดังนี้ ผมสมควรที่จะกินยานอนหลับ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้มีหวังได้โดดเรียนอีกเป็นแน่แท้ แต่ยานอนหลับผมคงไม่มี งั้นกินยา Diphenhydramine ดีกว่า เป็นยาแก้แพ้ แต่ทำให้ง่วง ได้ผลครับ ผมหลับสบาย ตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลียเพราะฤทธิ์ยา แต่ก็ไป เรียนได้ ดีกว่าไม่ได้นอนทั้งคืน

ปกติคนในบ้านผม จะมีคนอาบน้ำในตอนเช้าแค่สองคน คือผมกับไอ้ปี๊บเท่านั้น คนเกาหลี คนจีน ไม่ว่าจะมาจากฮ่องกง ไต้หวัน หรือแผ่นดินใหญ่ ไม่เคยเห็นอาบน้ำตอนเช้าสักที จึงไม่มีปัญหาเรื่องแย่ง ห้องน้ำตอนเช้า คนจีนส่วนใหญ่จะมีผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ในห้องน้ำ สำหรับชุบน้ำเช็ดหน้าตอนเช้า (ส่วน จะเช็ดตัวด้วยหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะไม่เคยแอบดู)

เช้านี้ ไอ้ปี๊บสะโหลสะเหลตื่นขึ้นมา พอเจอหน้าผม มันรีบต่อว่าผมทันที

“พี่ พี่ น้องหมวยของพี่ แม่งปิดประตูโคตรดังเลย แล้วยังเสือกทำอาหารตอนตีสองกว่าอีก พี่ไม่ได้ ยินหรือไง ผมนอนไม่หลับเลยเนี่ย”

“ได้ยินนนนนนนน แต่เค้าเพิ่งมาวันแรก เราควรให้อภัยเค้า”

ไอ้ปี๊บไม่หยุดฟังผมพูดต่อ รีบผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ คงปวดฉี่มั้ง (ผมเดาน่ะ) อีกสักพักโซหยง สาวเกาหลีก็เดินกระเซอะกระเซิง ผมยุ่ง หน้ายู่ยี่ เหมือนถูกรุมโทรมมา ผมถามเธอว่า

“Don’t you go to Uni?”

“Yes, I have class at 8.30, but I think I don’t want to go, because I couldn’t get sleep last night.”

ผมได้แต่หัวเราะในใจเพราะไม่ใช่ผมคนเดียวที่นอนไม่หลับ ทุกคนนอนไม่หลับเหมือนกันหมด สะใจกูจริงจริ๊งงงงงงงงง

ผ่านไปสามวัน พฤติกรรมของน้องหมวยยังเหมือนเดิม น้องหมวยของผมจะนอนกลางวันเป็นส่วน ใหญ่ กลางคืนไม่รู้จักหลับจักนอน เอาแต่เล่นวีดีโอเกมส์ เปิดเพลง ดูวีดีโอ หรือไม่ก็ดีวีดี นอกจากนี้ยังมี พฤติกรรมแปลกๆอีกมากมาย ทั้งไอ้ปี๊บและโซหยง มักบอกให้ผมไปเตือนเธอเสมอ (เพราะไอ้ปี๊บมัน กลัวเสียคะแนนนิยม จึงมักให้ผมไปเตือน) วันนี้ก็เหมือนกัน พอเจอหน้าผม ไอ้ปี๊บก็ใส่เลย

“พี่ พี่.... ไปบอกนังหมวยนรกของพี่ด้วยว่า ทำอาหารเสร็จแล้ว ให้มันเก็บครัวให้เรียบร้อยด้วย ห้าม แช่จานในซิงค์ และเช็ดเตาด้วย”

“เออ กูบอกมันไม่รู้กี่ครั้งแล้ว บอกจนปากกูจะฉีกถึงหูแล้วเนี่ย”

ผมได้ยินคำร้องเรียนแบบนี้ซ้ำๆซากๆ เกี่ยวกับน้องหมวยสุดสวย (นังหมวยนรก)เสมอ แม้แต่โซหยงสาวเกาหลีเอง ก็บอกให้ผมไปเตือนนังหมวยนรกเป็นประจำ จนผมไม่รู้จะพูดอะไรกับมันดี เพราะการพูดกับคนที่พูดไม่รู้เรื่องและไม่ให้ความร่วมมือ ผมว่าพูดกับควายยังง่ายกว่า ทั้งไอ้ปี๊บและโซหยงคงไม่รู้หรอกว่า ทุกคืนผมต้องทนทุกข์ทรมานกับการข่มตานอนแค่ไหน แพทย์บอกว่าอาการนอนไม่หลับ (Insomnia) เกิดจากคนที่หลับยาก (sleep onset insomnia) ตื่นบ่อย (sleep maintenance) อาการง่วงนอน แม้จะนอนหลับเพียงพอ (No restorative sleep) แต่อาการของผมนี้เกิดจากนังหมวยนรกนี่ ผมจะทำยังไงกับมันดีเนี่ย (จาก thaimental.com โดย นพ.สุรชัย เกื้อศิริกุล จิตแพทย์ เรื่องการนอนไม่หลับ)

คืน นี้เป็นคืนวันศุกร์ ผมกลับบ้านดึก ขณะที่เดินเข้าบ้าน ผมเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่ข้างหน้าต่าง ห้องนังหมวยนรก ซึ่งมีแสงไฟส่องออกมา ผมเลยเดินไปดูว่ามันเป็นใคร มาทำอะไรในยามวิกาลเช่นนี้ พอผมเดินไปใกล้ ชายผู้นั้นก็รู้ตัว มันรีบเดินมาหาผม ผมเลยถามมันว่า

“ไอ้ปี๊บ มึงทำอะไรวะ” (ที่จริงผมรู้ว่ามันกำลังแอบดูนังหมวยนรก)

“พี่ ผมแอบดูนังหมวยกำลัง...x...(เซ็นเซอร์คำพูด) กับเด็กมัน” ไอ้ปี๊บตอบผมอย่างไม่ละอายต่อบาป (แต่คำตอบของมัน ทำเอาผมอึ้งนิดๆ ด้วยความเสียดายว่า ทำไมไม่เป็นผมวะ)

“เฮ้ย จริงป่ะ กูดูด้วย”

ปกติ ผมเป็นคนที่ไม่สนใจในคำสั่งสอนของนักการเมืองเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมเชื่อในคำพูดที่ว่า ไม่มี มิตรแท้และศัตรูที่ถาวรแล้ว เพราะผมกับไอ้ปี๊บ คู่แข่งหัวใจ จับมือเป็นมิตรกันชั่วคราว ด้วยการร่วมมือ กันแอบดูนังหมวยนรกกับแฟนมันเล่นสงครามช่องแคบ ด้วยการมองผ่านม่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ภาพที่เห็นนังหมวยมีผ้าอุดปากไว้ คงเป็นเพราะไม่ต้องการให้เสียงลอดออกไปด้านนอก กลัวคนได้ยิน ซึ่งสร้างแปลกใจให้กับผมมาก เพราะมันเป็นคนที่ทำอะไรเสียงดังหมดทุกอย่าง แต่ทำไมต้องระวังกลัว เสียงดังกับเรื่องสงครามช่องแคบด้วย หรือว่ามันเริ่มมีความเกรงใจคนอื่นขึ้นมาในขดหยักสมอง แต่ก็ ไม่น่าจะใช่นิสัยของนังหมวยนรก สมองส่วนที่มีสามัญสำนึกในเรื่องของความเกรงใจของนังหมวย ไม่ น่าจะใหญ่เกินหัวนมของน้องตั๊กบงกช (เห็นจากในหนังเรื่องไอ้ฟักไม่เคยดูรูปที่โพสต์เลยจริงๆ)

คืนนั้นผม กับไอ้ปี๊บจับเข่าคุยกันว่าจะทำยังไงกับนังหมวยนรกนี่ดี เพราะมันไม่เคยเกรงใจคนที่อยู่ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ห้องน้ำ ทุกครั้งที่มันใช้ ห้องน้ำพื้นจะเปียกนองไปหมด ห้องครัวก็ไม่เคยเก็บ จานก็ชอบแช่ไว้ในอ่างล้างจาน ชักโครกหลังจากที่มันใช้ ทุกครั้งจะต้องมีอุจจาระติดตามขอบให้เห็น ชวนสยดสยอง ขนลุกขนพองน่าคลื่นเหียนอาเจียนอย่างมาก ผ้าอนามัยที่ใช้แล้วก็ทิ้งไม่มีการห่อกระดาษ แถมยังชอบพาดกางเกงในไว้กับอ่างอาบน้ำเป็นประจำ จะว่าเธอลืมแต่ทำไมลืมบ่อย ทำตัวเป็นมนุษย์ กลางคืน ไม่ยอมหลับยอมนอน (ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษรุ่นไหนของมันเป็นญาติกับ BAT MAN) เปิดเพลง เสียงดัง แถมชอบทำตัวเริงแรดพาแต่ผู้ชายมาบ้านไม่ซ้ำหน้า (ทั้งที่ในบ้านก็มีอยู่แล้วถึงสองคนคือผมกับ
ไอ้ปี๊บ ข้อนี้ถือว่ารุนแรงมาก จนผมกับไอ้ปี๊บไม่อาจจะยกโทษให้ได้) ความประพฤติปฏิบัติของมัน ผิด กับรูปร่างหน้าตามาก เพราะดูเป็นคนสะอาดสะอ้าน แต่งตัวสวย ดูดีมีชาติตระกูล เมื่อเป็นดังนี้ ผมกับไอ้ปี๊บจึงต้องใช้วิชามาร ในเมื่อเราไม่ได้นังหมวยนรกนี่ เราก็ไม่ควรทนอยู่กับมันอีกต่อไป ไอ้ปี๊บบอก ผมว่า พี่ไม่ต้อง ผมจัดการเอง

ผมก็คิดไม่ออกว่ามันจะทำอย่างไร นังหมวยนรกนี่ถึงจะสำนึกบ้าง ผมนึกแค่ว่าไอ้ปี๊บ มันคงจะไปด่าให้มันสำนึก แต่เปล่าเลย ธรรมดาขนาดนั้น ไม่ใช่ไอ้ปี๊บแน่ สิ่งที่ไอ้ปี๊บทำคือ เวลานังหมวยนรก เปิดเพลงดัง ไอ้ปี๊บก็เอาลำโพงไปตั้งหน้าห้องนังหมวยนรก แล้วเปิดดังเป็นสองเท่า จนมันต้องเปิดประตูหน้าตาตื่นออกมาดู พร้อมกับถามไอ้ปี๊บว่า ยูทำอะไร ไอ้ปี๊บมันก็ตอบหน้าตาเฉยว่า ก็ยูเปิดเพลงดัง ไอก็ต้องเปิดบ้าง เพราะไอไม่ได้ยินเสียงวิทยุไอว่ะ มุขนี้เล่นเอานังหมวยนรกปิดประตูดังปัง (ซึ่งปกติดังอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ดังกว่าปกติ) ใส่หน้าไอ้ปี๊บเลย แต่ไอ้ปี๊บก็ไม่แคร์ เพราะมันก็ปิดแรงๆบ้าง แถมยังปิดดังกว่านังหมวยนรกอีก แต่ผู้รับกรรมก็คือผมกับโซหยง เพราะต้องฟังทั้งสองฝ่ายทำสงครามกัน นอกจากนี้ทุกวันศุกร์เสาร์ ไอ้ปี๊บยังพาพวกมากินเหล้า ทั้งคนไทย คนเกาหลีมากันเต็มบ้าน เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมด จนนังหมวยนรกเริ่มหน้าเสีย รู้ตัวว่าอยู่นี่ไม่ได้แน่ เมื่อครบหนึ่งเดือน นังหมวยนรกก็ย้ายออกทันที ไปทำความเดือดร้อนให้บ้านอื่นต่อไป โดยไม่ทิ้งความอาลัยไว้เลย มีแต่ผมที่อาลัย เพราะมันหมวย สวย ขาว เฮ้ออออออออออ

หลังจากที่นัง หมวยนรกย้ายไปแล้ว ไอ้ปี๊บมันยังมาเล่าให้ผมฟังในสิ่งที่ผมแทบไม่เชื่อ แต่ผมก็เชื่อ มัน เพราะผมรู้จักมันมานานพอสมควร มันบอกว่า

“พี่รู้ ป่าวว่า ทำไมนังหมวยนรกของพี่ เส้นผมมันถึงสวย”

“ไม่รู้อ่ะ มันดูแลผมมันอย่างดีมั้ง”

“ผมบอกให้ก็ได้พี่ เพราะว่านังหมวยนรกมันใช้ series expert volume extreme จากลอริอัล โปรเฟส ชั่นแนล มีส่วนประกอบของ nitrites สูตรลิขสิทธิ์เฉพาะ อุดมไปด้วย wheat protein, biomimetic ceramide, vitamin pp ผสมเยี่ยว เพราะผมเทแชมพูมันทิ้งครึ่งขวด แล้วก็เยี่ยวใส่ไปครึ่งขวด ยังไม่ พอนะพี่ ผมยังเยี่ยวใส่น้ำส้มคั้นของมันในตู้เย็นด้วย แถมยังให้มันกินน้ำสลัด (มายองเนส) สเปิร์ม ผมอีก ของดีมีประโยชน์ทั้งนั้น มันจะไม่สวยได้ยังไง ฮ่าฮ่าฮ่า”

ไอ้ปี๊บหัวเราะด้วยความสะใจในพฤติกรรมอุบาทว์ของตัวเอง

ผม อึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินไอ้ปี๊บสาธยาย แต่คิดไปอีกที ถึงไอ้ปี๊บมันทำกับน้องหมวยหรือนังหมวย นรกถึงเพียงนี้ แต่ก็ดีที่มันทำให้ทุกคนอยู่กันอย่างสงบภายในบ้าน ไม่ต้องนอนไม่หลับกันทั้งบ้าน นับว่า ไอ้ปี๊บมันก็มีบุญคุณกับคนในบ้านไม่ใช่น้อย จริงๆแล้วการที่เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นนั้นเราต้องมีความอดทน
และอดกลั้น มาก และที่สำคัญคือ การต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ เพราะทุกคนมีพื้นฐานที่มา
ไม่เหมือนกัน การที่เราจะทำอะไรโดยไม่เกรงใจผู้ที่อยู่ร่วมกับเรานั้น ย่อมที่จะอยู่ร่วมกับสังคมนั้น
ลำบาก คงไม่มีใครอดทนและอดกลั้นกับเราไปตลอดอย่างแน่นอน เหมือนอย่างนังหมวยนรก ที่ไม่มี สามัญสำนึก ไม่เคยเอาใจผู้อื่นมาใส่ใจตัวเอง ก็คงจะลำบากที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ฉะนี้แล


........นอนไม่ หลับคือ การอยากหลับ แต่นอนไม่หลับ
...........การอดนอนคืออยากนอน แต่ไม่ได้นอน
ปัญหาการนอนไม่หลับ จาก นพ.สุรชัย เกื้อศิริกุล จิตแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
http://www.thaimental.com

ขอบคุณ ปี๊บ และนังหมวย ที่เล่าเรื่อง



Create Date : 01 กันยายน 2553
Last Update : 1 กันยายน 2553 7:08:45 น. 5 comments
Counter : 559 Pageviews.

 
ผ่านเข้ามาอ่านโดยบังเอิญค่ะ เลยแวะเพื่อทักทายคุณ ที่คุณเล่ามาเกี่ยวกับ ''นังหมวยนรก '' นั้น คือเรื่องจริงค่ะ เพราะเคยเจอกับตัวเองมาแล้ว พวกนี้สกปรกมากๆเลยค่ะ และไม่มีความเกรงใจ ( เพื่อนคุณทำได้ดีมากค่ะ แต่คิดได้ไงน่ะ เอาสเปิร์มไปใส่ในมายองเนส แค่คิดก็สยองแล้วค่ะ)


โดย: สมใจ HK IP: 219.73.33.215 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:9:19:17 น.  

 
-*-


โดย: สักวันฉันจะอ้วนกลม วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:13:21:35 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ เป็นคนอ่านก็ดูว่ามันตลกดี แต่ถ้าเป็น 1 ในสมาชิกในบ้าน ก็รับไม่ได้เหมือนกัน นิทาน เอ้ย เรื่องจริง เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า สวยแต่รูป แต่ จูบไม่หอม


โดย: ทำไมต้องเซ็งเป็ด IP: 10.9.28.71, 202.28.169.166 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:14:46:57 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ

แวะมาอ่าน แปลกดี จึ๊กกื๋ย


โดย: jamaica วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:7:08:43 น.  

 
55555+++++


โดย: แม่มด IP: 1.46.205.151 วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:47:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินิจนันท์ เจมส์
Location :
โน้ส อุดม Ayaka Oishi Hiroko Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




รวมเรื่องสั้นจากต่างแดน ชุด หนูอยากเป็นโสเภณีนี้
ผู้เขียนตั้งใจเขียนเพื่อให้เป็นความรู้ และตีแผ่สังคมที่ได้พบได้เจอมา ต้องการให้เป็นเรื่องสั้นที่มีครบทุกอรรถรสหลากหลาย อารมณ์ตลก ชีวิต เสียดสีสังคม และแฝงไปด้วยคติเตือนใจ แต่ละเรื่องผู้เขียนหวังแค่ปลุกจิตให้กับผู้อ่าน ได้รู้ได้สัมผัสกับแง่มุมบางแง่ ที่คนอาจมองข้ามไป และต้องการแสดงให้ เห็นว่าทุกสังคมนั้น ย่อมมีการแก่งแย่งแข่งขัน ดิ้นรน โอ้อวด เหยียดหยามกัน มีทั้งคนดี และคนไม่ดี สิ่งเหล่านี้ในสังคมเดียวกัน แต่คนอาจจะพบอาจเจอไม่เหมือนกัน และสังคม ของคน ก็เหมือนสังคมของสัตว์ผู้ที่เก่งผู้ที่มีกำลังมาก ผู้ที่รู้จักปรับตัว ก็ย่อมอยู่ได้ในสังคม นั้น ผู้ที่อ่อนแอและไม่ปรับตัว ก็ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับคนในสังคมนั้น เพราะทุกคนมี ที่มาต่างกันและมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ในเมื่อมาอยู่ร่วมกันในที่ที่เดียวกัน ก็ย่อมที่จะมี ปัญหา เพราะทุกคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ต่างคน ต่างต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด

เรื่องสั้นส่วนใหญ่ เคยโพสต์ลงในเวปเอ็มไทย ได้รับคำวิจารณ์และคำติชมจากผู้อ่านพอสมควร ผู้เขียนต้องการเพียงแค่ เสนอแนะให้เป็นข้อคิดกับคนรุ่นต่อไป หรือคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมของคนในต่างแดนว่า เราควรจะเตรียมตัวอย่างไร ถึงจะอยู่รอดได้ ผู้เขียนไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย ที่จะนำชีวิตผู้หนึ่งผู้ใดมาประจานให้ได้รับ ความเสียหาย เพราะทุกเรื่องตัวละครทุกตัวก็เป็นเรื่องสมมุติ ถึงแม้จะอิงหรืออ้างถึงสถานที่ จริง ก็เพื่อให้เกิดความสมจริงขึ้นกับเนื้อเรื่องเท่านั้น

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้ จะบรรจุเรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ ความสนุก สนาน สำหรับผู้อ่านอย่างครบถ้วน

ด้วยความปรารถนาดี

เจมส์

มกราคม 2543
New Comments
Friends' blogs
[Add พินิจนันท์ เจมส์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.