สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
เริ่มต้นที่บนเขา ลงท้ายที่ปลายเขื่อน (3)

คืนนั้นผ่านพ้นไปด้วยความสุขและประทับใจ เช้าวันรุ่งขึ้นคณะของเรา

ก็จัดการออกเดินทางแต่ไก่โห่ เพื่อมุ่งหน้าไปเตรียมเก็บภาพดวงอาทิตย์

ยามเช้าตรงบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวออกมากางเตนท์กันอยู่ริมน้ำ

ซึ่งแถวๆนี้น่าจะเป็นจุดที่สวยที่สุดของอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

แห่งนี้...


วิสัยของคนถ่ายภาพนี้แปลกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องตื่นก่อนชาวบ้านเขา

เพื่อไปเก็บภาพตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้น กลางวันก็เข้าที่นอนเก็บ

เอาแรงเอาเรี่ยว เพื่อจะรอเวลาแดดอุ่นๆในยามเย็นจากนั้น

ค่อยโผล่หัวออกมาเก็บภาพอีกครั้งจนกระทั่งตะวันลับฟ้า

ก็ไม่ใช่อะไร ถ้าหากจะว่ากันไปตามทฤษฏีการถ่ายภาพที่ร่ำเรียนมา

อาจารย์ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าให้ถ่ายรูปได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น

จนถึงราวๆสิบโมงเพราแสงแดดช่วงนั้นจะสวยราวกับจัดตั้ง

ส่วนกลางวันนั้นเป็นข้อห้ามเพราะแสงตรงหัวนั้นจะเกิดเงาทับหน้า

ถ่ายไปก็มืดๆมัวไม่งามจะถ่ายก้ต้องใช้แฟลชมาลบเงาหน้า

ซึ่งก็ไม่สวยไม่งามตามธรรมชาติอยู่ดี

ดังนั้นหากพลาดตอนเช้า ออกมาอีกทีก็สี่โมงเย็นยันอาทิตย์ตกดิน

ก็จะให้แสงที่สวยงามได้อีกแบบหนึ่ง แต่ปัญหาก็คือผมมันมือใหม่

อาศัยว่าแก่ถ่ายอย่างไรก็ไม่ค่อยสวยไม่ค่อยงาม

ต่อให้แสงดี ทฤษฏีเป๊ะอย่างไร อาจารย์ท่านคงก็จะเคือง

หากเอาภาพที่นักเรียนแก่คนนี้ถ่ายไปให้ชม










เมื่อคณะของเราเก็บภาพถ่ายลงกล้องกับพระอาทิตย์ยามเช้า

กันจนเป็นที่พอใจแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าเดินทางกลับ

ไปยังที่พัก เก็บข้าวเก็บของ ออกเดินทางไปจ่ายสตางค์

ค่าที่หลับที่นอน แล้วก็ไม่พ้นเดินเตร่ๆ ไปเก็บภาพ

อีกสองสามภาพแถวๆถนนหน้าที่พักและหน้าที่ทำการอุทยาน

ก่อนจะออกเดินทางกลับไปยังจังหวัดพิษณุโลก

เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ในวันรุ่งขึ้น




ผมชอบทัวร์ของคณะนี้อยู่อย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีใคร

รู้เรื่องราวหรืองวางแผนอะไรในระหว่างทางท่องเที่ยว

นี้เลยสักคนหนึ่ง บางทีขับๆไปเจอสถานที่ที่น่าสนใจ

ก็แวะดูสักหน่อย นัยว่า เพิ่มเติมความสนุกเข้าไประหว่างทาง

หนทาง ระยะทางนั้น ไปมั่ว ไปเดาเอาข้างหน้า

เคยมีครั้งหนึ่งจำได้ว่า ออกเดินทางจากกรุงเทพ ไปยังพิษณูโลก

ผ่านทางเพชรบูณ์ ปกติก็ไม่น่าจะเกินห้าหกชั่วโมง

ครั้งนั้นปาเข้าไปสิบสิบเอ็ดชั่วโมง ค่าที่ว่าเจอสถานที่น่าสนใจ

อยากแวะก็แวะ แวะคุยกันในปั๊มน้ำมันเสีย สี่ห้าหนก็แวะ

แวะชมนกชมไม้กลางทาง หลงทิศหลงท่า ก็หลายหน

ทริปนี้ก็เช่นกัน คนขับมองเห็นป้ายสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมา

ทริปกลางทางก็จึงเกิดแทรกขึ้นมาทันใด และที่สำคัญ

ไม่มีใครค้านเสียด้วย อ้าว ไปก็ไปสิ


บ่อเหล็กน้ำพี้ คือเป้าหมายต่อไปของการเดินทางและ "แวะ"

ต่อไปก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน บ่อเหล็กน้ำพี้นี้ตั้งอยู่ในเขตอำเภอ

ทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากถนนใหญ่ ราวๆยี่สิบห้ากิโลเมตร

เดินทางแค่สิบนาทีก็ถึง



ประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้มีอยู่ว่า บ้านน้ำพี้แห่งนี้

มีบ่อสินแร่เหล็ก ที่ในสมัยโบราณใช้เป็นตีดาบ ตีศาสตราวุธ ที่ทำ

มาจากเหล็ก ว่ากันว่าแร่เหล็กที่ขุดได้จากบ่อเหล็กบ้านน้ำพี้แห่งนี้

เป็นแร่เหล็กที่มีคุณภาพดีมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย

เมื่อนำไปตีเป็นดาบเป็นหอก จะมีความแข็งแกร่งทนทานมากเป็นพิเศษ

อีกทั้งยังมีบ่อเหล็กที่สงวนไว้อีกสองบ่อ คือ บ่อพระแสง และบ่อพระขรรค์

ที่เป็นบ่อที่มีแร่เล็กที่จะเก็บไปทำพระแสงดาบ แลพระขรรค์

สำหรับองค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น ชาวบ้านร้านตลาด

ไม่สามารถใช้เหล็กจากบ่อนี้ได้




ก่อนตก


ตกได้เท่านี้เอง


กิจกรรมที่ผมเห็นว่าสนุกและสร้างสรรค์อย่างหนึ่งที่บ่อเหล็กน้ำพี้

แห่งนี้ก็คือ กิจกรรม "ตกเหล็ก" อาจฟังดูประหลาด แต่เป็นการเอา

เบ็ดตกปลา มาประยุกให้ตกแร่เหล็กแทน เอาเบ็ดตกปลาที่มีปลายเป็น

ก้อนแม่แหล็ก มาหย่อนๆลงไปในหลุมขุดแร่ ลากๆดึงขึ้นมา

สินแร่เหล็กก็จะติดก้อนแม่เหล็กขึ้นมา ใครตกได้

ก็เอากลับไปเป็นที่ระลึกได้ไม่ว่ากัน หยอดตู้บำรุงค่าบ่อ

ตามกำลังทรัพย์ไม่มีการบังคับ ผมหยอดลงไปสิบบาท

ตกได้เหล็กมาก้อนเท่าถั่วเขียว ตกใหม่อีกสามสี่ครั้ง

ก็ยังได้ขนาดไม่ได้ใหญ่มากไปกว่าเดิม ใจจริง

อยกจะตกให้ได้ขนาดเท่าสักลูกมะนาว น่าจะคุ้มสิบบาท

แต่ท่านเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าบ่อ คงแลเห็นความตระหนี่ของผม

จึงดลบันดาลให้ตกกี่ทีก็ได้อันนิดเดียว สุดท้ายก็หมดความอดทน

โยนทิ้งเลิกรากันไปโดยไม่ได้เอากลับมาสักก้อน เฮ้อ เสียดาย




หลังจากเลิกรากับการตกเหล็ก คณะของเราก็ออกเดินทางจากอำเภอ

ทองแสนขัน มุ่งหน้าเดินทางกลับบ้านที่พิษณุโลก เป็นอันสิ้นสุด

ทริปกลางคนของเราในครั้งนี้ ระหว่าทาง คณะของเราก็คุยกันถึงเรื่อง

ราวที่ผ่านมาอย่างสนุกสนาน แน่นอน ทุกครั้งที่มีการสิ้นสุดการเดินทาง

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆก็มักจะถูกพูดถึงอยู่เสมอ

เพื่อเป็นการเติมเชื้อเพลิงพลังของชิวิต ให้อยากจะออกไปพบไปเจอ

กับสิ่งใหม่ๆ ซึ่งอนาคตข้างหน้า ไม่มีใครู้หรอกว่าวันเวลา อายุขัย

มันจะไปสิ้นสุดหยุดลงตรงวันไหน รู้แต่ว่าหากได้ไปเที่ยว

ความสุขที่ได้รับระหว่างทางมันมักจะช่วยเติมเต็มพลังใจ

และขับไล่ความทุกข์ ได้อยู่เสมอ เพื่อวันข้างหน้าจะได้มีกำลัง

ต่อสู้กับอะไรแย่ๆในชีวิตได้ต่อไป

"ไปให้รอบทุ่งรอบท่า" เถิดครับ ไปให้สมกับที่ยายผมว่าไว้แล้วจะดีเอง


สุขสดชื่นและสมหวังตลอดปี ๒๕๕๓ จงมีแด่ท่านผู้อ่านครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ....



"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""




Create Date : 31 สิงหาคม 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 12:14:05 น.
Counter : 311 Pageviews.

2 comments
  
สวัสดีครับ มาติดตามอ่านเรื่องเที่ยวต่อครับ .....

อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ผมยังไม่เคยแวะเที่ยวเลยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นทางผ่านเวลาไปเที่ยวที่น่านซะมากกว่า .....

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ดูจากภาพแล้วบรรยากาศดีมากๆ น่าจะสวยกว่าที่แก่งกระจานอย่างที่ว่าจริงๆ เมืองไทยยังมีอุทยานแห่งชาติสวยๆ สงบๆ รอให้ไปเที่ยวอยู่อีกเยอะเลยนะครับ .....

โดย: NET-MANIA วันที่: 31 สิงหาคม 2555 เวลา:18:15:43 น.
  
ขอบคุณน้า net-mania ครับ ยังมีที่เที่ยวอีกหลายๆที่ครับที่น่าไป
เที่ยวเมืองไทยกำไรชีวิตครับ
โดย: Eakiji Onisuka วันที่: 1 กันยายน 2555 เวลา:11:12:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จะเรียกอะไรบ่อยๆ
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณไปเที่ยวเมืองไทยมาครบหรือยัง ภาคเหนือ ผมไปมาเกือบครบหมดแล้ว... ภาคใต้ เพิ่งไปได้ไม่มากเท่าไหร่ ภาคกลางนี่ทุกจังหวัดครบถ้วน ภาคอีสานนี่ก็คงต้องหาเวลาไปให้ได้ ระหว่างทาง ผมได้พบ ได้เห็นอะไรที่ผมคิดว่าเป็นมุมมอง เป็นความสนุก เป็นความสุข แม้กระทั่งเป็นความทุกข์ ผมก็ใช้กล้องตัวหนึ่ง เก็บภาพเหล่านั้นไว้ เอามาถ่ายทอดลงบนBlog เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เหล่านั้นไป.. . ครูผมเคยบอกว่า "ถ้าคุณวาดรูปด้วยมือไม่ได้...ก็ใช้กล้องกับปากกาวาดแทนก็แล้วกัน" ผมกำลังเร่งมือทำอยู่ครับ