Nobody it's all good Don't be sure Nobody it's all bad Don't be sure

Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
30 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
> > > เจ้าสาวปริศนา The Plumed Bonnet – by…..Mary Balogh < < <


-  เจ้าสาวปริศนา The Plumed Bonnet – by…..Mary Balogh

- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- หนังสือแนว  historical romance

- ผู้แปล มันฑุกา

- จำนวนหน้า 252 หน้า




เจ้าสาวปริศนา The Plumed Bonnet – by…..Mary Balogh


สำหรับเจ้าสาวปริศนาเป็นหนังสือเล่มที่สี่ในชุด ดาร์คแองเจิ้ล ของ แมรี่ บาร็อค (เล่มแรก แผนรักเทพบุตร เล่มสอง เจ้าสาวของท่านลอร์ด เล่มสาม วีรสตรีจอมเปิ่น)เป็นเรื่องของดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์เล่มที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เขาปรากฏตัวหลายรอบเลยค่ะ และเราเองคิดว่า งานของแมรี่เธอออกจะอารมณ์ราบเรียบ(มาก)ราบเรียบไปซะทุกอย่างบางทีอ่านไปก็แอบเบื่อในความราบๆเรียบๆไปเหมือนกันราบเรียบในที่นี้หมายถึงทั้งพล็อตและเลิฟซีนเลยนะต้องยอมรับ(อย่างไม่อาย)เลยค่ะว่าเราชอบเลิฟซีนแบบฮอตๆนะมันเหมือนมีแรงจูงใจให้อ่านหนังสือต่อไปน่ะสิ 555+ เราว่าพล็อตก็ราบๆเรียบๆอยู่แล้วพอไม่มีจุดไหนให้ไคล์แม็กเลย โอ้ววว มันช่างน่าเบื่อพอประมาณเลยเชียวแหละ ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นแนวย้อนยุคที่เราชอบอยู่แล้วอาจจะถึงขั้นต้องเปิดอ่านผ่านๆเพื่อให้จบแบบเร็วๆเลยก็เป็นได้ 


และแม้ว่างานของแมรี่เธอจะวอร์มพออุ่นๆซักแค่ไหนแต่นั่นก็ทำให้เราอยากเปิดอ่านไปแบบได้ลุ้นค่ะว่าทั้งพระเอก นางเอก จะรู้สึกตัวกันตอนไหนว่ามีใจให้กันและยอมรับสักทีว่ารักกัน(แม้จะรู้สึกว่า แหม๊ ความรู้สึกช้าเนอะก็ตาม อิ อิ)แต่นั่นใช่ว่าเวลาอ่านจะไม่เบื่อนะฮะ เบื่อฮ่ะอุตส่าห์ลุ้นให้มีจูบกุ๊บกิ๊บกันหน่อยก็ยังดี ไอ่จูบอ่ะมีแต่จูบเหมือนไม่ได้จูบ บ๊ะ!! ขัดใจฟร่ะ และนอกจากนั้นก็จับมือและอย่างมากแค่จูบมือไว้ตัวกันขิงๆขัดใจคนหื่นๆอย่างเราขนาดหนัก


อลิสแตร์ มันโร ดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์กำลังจะเดินทางเข้าลอนดอนเพื่อร่วมออกงานสังคม และตอนนี้เขากำลังเบื่อหน่ายอย่างรุนแรงหงุดหงิดและหดหู่กับเรื่องที่เขาไม่เคยต้องพบกับชีวิตรักแม้เขาจะเคยได้ฝันว่าต้องมีผู้หญิงสักคนที่เกิดมาเป็นเนื้อคู่ของเขาและจนถคงตอนนี้เขก็ยังหาหล่อนไม่เจอและตอนนี้เขาก็เริ่มวิตกว่าสำหรับเขาแล้วเรื่องความรักคงไม่มีวันเกิดขึ้นในขณะที่เขาต้องรับรู้ตลอดมาว่าเพื่อนสนิทของเขาแต่ละคนได้เคยผ่านช่วงเวลานี้มาแล้วทั้งนั้นและมันก็ยิ่งทำให้เขาเบื่อหน่าย และหงุดหงิดเมื่อสิ่งที่เขาเคยตามหาไขว่คว้ามันไม่เคยปรากฏแม้บริดจ์หวังว่าสิ่งที่เขาตามหาจะจุดประกายให้เขาอีกครั้งหนึ่ง


เขากำลังมองหาหรือน่าจะมีอะไรสักอย่างดึงความสนใจของเขาไว้ได้และตอนนี้ผู้หญิงที่ไม่น่านับถือคนหนึ่งซึ่งท่าทางหรือเสื้อผ้าที่หล่อนสวมทั้งเสื้อคลุมสีบานเย็นและหมวกขนนกสีชมพูประดับขนนกหลากสีถ้าไม่ใช่โสเภณีก็คงเป็นแค่นางละครในโรงละครชั้นต่ำสักแห่งถึงได้กล้ามาโบกรถม้ากับคนแปลกหน้าเพื่อขอโดยสารไปด้วยและตอนนี้บริดจ์เองกำลังเบื่ออย่างที่สุดและผุ้หญิงที่ทำตัวไม่น่านับถือคนนี้ก็อาจบรรเทาความเบื่อของเขาลงได้บ้างเขาจะอนุญาติให้หล่อนโดยสารรถม้าไปด้วยเพราะเขาอยากรู้ว่าผู้หญิงอย่างนี้จะหาเรื่องอะไรมาโกหกและหล่อนคงจะเล่นบทสาวหน้อยผู้เหนียมอายอย่างแน่นอนและในเมื่อเขาเองกำลังหาเรื่องมาทำให้แก้เบื่อเพราะฉะนั้นเขาจะทำเหมือนเชื่อสิ่งที่หล่อนโกหกขึ้นมาครั้งนี้ก็แล้วกัน


การเดินลากเท้าไปตามถนนหลังจากที่ สเตฟานี่ เกรย์ ถูกขโมยกระเป๋าพร้อมกับเงินที่มีเกือบทั้งหมด การเดินทางไปแฮมป์เชียร์ของหล่อนอาจใช้เวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์เพราะอย่างนี้หล่อนจึงต้องขอโบกรถม้าเพื่ออาศัยไปที่หมู่บ้านข้างหน้าเพื่อที่จะได้ย่นระยะทางลงบ้างแล้วสุภาพบุรุษคนหนึ่งก็ยินดีช่วยเหลือสเตฟานีอย่างเต็มใจที่สุด แม้ว่าการเดินทางไปแฮมเชียร์ครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตจากครูพี่เลี้ยงจะกลายมาเป็นทายาทมรดกของตาที่หล่อนไม่เคยได้รู้จักและการที่หล่อนจะมีสิทธิ์ในมรดกอันชอบธรรมนั้นสเตฟานีต้องแต่งงานภายในสี่เดือนมิเช่นนั้นแล้วมรดกทั้งหมดจะตกผ่านไปสู่คนอื่นโดยชอบธรรม


และพอจะเดาได้ใช่ไหมว่าใครที่สเตฟานีแต่งงานด้วยหลังจากที่บริดจ์รู้ความจริงว่าสเตฟานีพูดความจริงและไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาคิดว่าหล่อนเป็นเขาก็เสนอที่จะแต่งงานกับหล่อนเสียเองแทนที่จะเป็นผู้ชายอีกคนที่ทำท่ารังเกียจเมื่อรู้ว่าสตฟานีอยู่ในความดูแลของเขาตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมาและบริดจ์เองก็ทนไม่ได้เช่นกันที่สเตฟานีต้องแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขาและแม้ว่าสเตฟานีเองได้พยายามปฏิเสธคำขอแต่งงานจากบริดจ์เพราะไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบแต่สุดท้ายแล้วก็ยอมตกลงแต่งงานเพราะสเตฟานีคิดว่าต้องตอบแทนบุญคุณของบริดจ์ที่ช่วยเหลือหล่อนทั้งจากการอาศัยรถม้าและที่พักระหว่างเดินทาง และ สิ่งที่สำคัญคือสเตฟานีต้องเรียนรู้การที่จะเป็นดัชเชสและหล่อนไม่ต้องการทำให้ว่าที่สามีในอนาคตต้องผิดหวังและปฏิบัติการ การเริ่มต้นเป็นดัชเชสก็เริ่มขึ้นนั่นแล


เล่มนี้ก็สไตล์แมรี่เธอนั่นแหละค่ะที่กว่าจะเข้าใจรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งได้นี่นานพอดู บางทีก็อึดอัดแทนนะ คุยๆกันมั่งก็ได้เหอะ อะไรนักหนา 5555+ สงวนท่าทีกันอยู่นั่นขนาดแต่งงานกันไปแล้วยังสงวนกันอีก คนอ่าน(อย่างเรา)ก็ชักหงุดหงิดแหะเก็บงำความรู้สึกกันคิดไปกันคนละอย่างสองอย่างแต่สุดท้ายก็ลงตัวจนได้แต่สิ่งที่ชอบในเล่มนี้คือช่วงที่ตัวละครเก่าจากเล่มที่แล้วปรากฏตัวกันครบเลย แต่ละคู่มีลูกกันรวมแล้วเก้าคน โอ้วววว ขยันกันจริงๆ 





Create Date : 30 เมษายน 2555
Last Update : 30 เมษายน 2555 14:40:43 น. 4 comments
Counter : 1050 Pageviews.

 
ป๊าดดดด............. คุณอินอ่านหนังสือเร็วมว๊ากกก..........

ชุดนี้ที่ซื้อจากงานหนังสือ 2 เล่มเรายังไม่ได้หยิบไม่ได้แตะเลยค่ะ ยังไม่มีอารมณ์อยากอ่านงานของแมรี่ บาล็อคเลย บิลด์ยังไงก็บิลด์ไม่ขึ้นด้วยแฮะ


โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:10:41:56 น.  

 
ฮ่าๆ เรื่องของผู้แต่งนี่อย่างที่ว่านะคะ เรียบและแค่อุ่นๆ แต่โดยส่วนตัวแล้วเป็นแบบชอบเลยค่ะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:12:37:46 น.  

 
งานเขียนของนักเขียนคนนี้
ตูนขอผ่านค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:12:53:30 น.  

 
อินอ่านหนังสือเยอะอ่ะ
ส่วนเรา มาเมียงมองรีิวเฉยๆ จ้า
ไม่เคยอ่านและไม่ค่อยทันหนังสือใหม่ๆ


โดย: nikanda วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:20:30:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อ้อมกอดของความเหงา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]











Ain's bookshelf: read

Mine Till Midnight Tempt Me at Twilight Ransom Again the Magic The Secret The Prize

More of Ain's books »
Book recommendations, book reviews, quotes, book clubs, book trivia, book lists
everything ใน Pinterest





























New Comments
Friends' blogs
[Add อ้อมกอดของความเหงา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.