BLOG PU พื้นที่บันทึกความทรงจำ และบอกเล่าเรื่องราว ในมุมมองของตัวเอง
space
space
space
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
5 สิงหาคม 2559
space
space
space

สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม


เคยเจอคำพูดและสายตาดูถูกจากคนอื่นไหม

เคยไหม ไปเดินห้างใหญ่แล้วแต่งตัวแบบสบายๆ

แล้วโดนสายตาของพนักงานขายของดูถูกไหม


แล้วเคยไหม เห็นลูกค้าที่ไปตามร้านอาหาร

แล้วชอบดูถูกและพูดจาไม่ดีกับเด็กเสริฟ


ต้นทุนทางสังคม และต้นทุนทางอารมณ์ของคนเรา

มันไม่เท่ากันหรอกนะ

คนบางคนเขาสามารถอยู่กับคำดูถูกพวกนั้นได้

แต่กับบางคนเขาไม่สามารถรับความรู้สึกเหล่านั้นได้

ความรู้สึกเหล่านั้น มันจะติดตัวคนๆหนึ่งไปอีกนาน

เพียงแค่ความสนุกปากของคนพูดโดยไม่คิด

อาจเพราะพวกเขาไม่มีภูมิคุ้มกันก็เป็นได้


ยกตัวอย่างใกล้ตัวเลย

หลายชายตอนนี้อายุ 3 ขวบกว่า

เขาเป็นเด็กผู้ชายตัวดำแต่สะอาดนะ

พวกเราน้าๆป้าๆก็จะชอบแหย่หลาน เรียกหลานว่าดำ

พอหลานเริ่มพูดหรือฟังรู้เรื่องมากขึ้น

ก็มีวันหนึ่ง หลายชายก็ไปยืนที่หน้ากระจก

แล้วก็เอาแป้งฝุ่นมาทาตัวทาหน้าให้ขาว

หลานชายก็มองกระจกแล้วก็ยิ้มแล้วก็เอาแป้งมาปะอีก

และก็มีแอบเอาผ้ามาขัดตัว

วันนั้นป้าเลยบอกพวกเราว่า

อย่าเรียกหลานว่าดำอีกนะ สงสารหลาน

แต่เรากลับคิดต่างนะ

เรายังคงเรียกหลานว่าดำ

เราไม่ได้เรียกเพราะดูถูกหลานหรือเอาปมด้อยของหลานมาล้อ

และความดำมันก็ไม่ใช่ปมด้อย มันอาจเป็นจุดเด่นของเราก็ได้

อยู่ที่เลือกจะมอง


แต่ที่ยังเรียกหลานว่าดำอยู่นั้น

เพราะเราแค่อยากให้หลานอยู่กับความจริงให้ได้

เขาต้องอยู่กับคำพูดคนอื่นให้ได้

ไม่ใช่เอะอ่ะอะไรก็คอยปกป้อง

ถ้าวันข้างหน้าที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่

เขาต้องอยู่ได้ด้วยตัวเขาเอง

ไม่ใช่ให้คนทางบ้านมาใช้คำโกหกเพื่อปลอบใจ


และอีกอย่าง เวลาที่หลานล้มหรือเจ็บตัวจากการเล่น

ผู้ใหญ่ชอบปลอบโดยการ โอ๋

ชอบปลอบให้หลานเงียบ

โดยการไปตีสิ่งของหรือคนที่เล่นด้วยให้หลานดู

เด็กก็จะเข้าใจผิดหรือเปล่า

ว่าทุกครั้งที่ตัวเองร้องไห้หรือเจ็บตัว

คนรอบข้างสิ่งรอบข้าง “ผิด”




Create Date : 05 สิงหาคม 2559
Last Update : 5 สิงหาคม 2559 13:26:18 น. 8 comments
Counter : 289 Pageviews.

 
พี่ก๋าไม่เคยอุ้มหมิงหมิงขึ้นมาเลยเวลาล้ม
ล้มเอง ลุกเอง
แล้วเค้าก็ไม่อ้อนนะ
ยิ่งเวลาทำอะไรผิด
จะไม่ร้องเลย เพราะเตือนแล้วว่าอย่าทำ 555

อยากให้ลูกหลานเข้มแข็ง
ต้องไม่สอนให้ก้าวร้าวรังแกเพื่อน
แต่ต้องสอนให้เค้าเห็นคุณค่าของตัวเองครับ

ถ้าได้สิ่งนี้ไป
ใครจะว่า เค้าก็ไม่สน
ใครพูดจาไม่ดี เค้าก็ไม่สน
เพราะเค้ารู้ว่าเค้ามีดีนั่นเอง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:14:47:30 น.  

 
เด็กสมัยนี้ ภูมิต้านทานชีวิตต่ำครับ เพราะได้รับการเอาอกเอาใจจากคนรอบข้าง
พอผิดหวังขึ้นมา ก็ไปไม่ถูกทางครับ

ทักทายยามเย็นก่อนเลิกงานครับ
เรื่องเดินห้างก็กางเกงยีน เสื้อยืด รองเท้าแตะครับ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:16:28:34 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องปุ๊



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:6:49:22 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
Mitsubachi Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
ผีเสื้อยิปซี Literature Blog ดู Blog
พันคม Literature Blog ดู Blog
blog pu Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


หลานสาวพี่ก็ดำโดนล้อประจำ


โดย: ออมอำพัน วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:23:32:22 น.  

 
ขออนุญาตเห็นต่างได้มั้ยคะ สำหรับคนที่เกิดมาตัวดำอย่างเกด คือเราอาจไม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เขาชินกับคำว่า ดำๆๆ ในตอนนี้ก็ได้ บางครั้งมันอาจไม่ใช่การทำให้เค้าคุ้นชินแต่มันอาจทำให้เค้าเก็บกดอยู่ในใจ (เราไม่รู้ว่าเด็กอาจจะคิดแต่ไม่พูด) ตอนเด็กๆเกดเติบโตมาโดยที่ไม่มีญาติๆคนไหนเรียกว่าดำเลย ทั้งๆที่คนอื่นๆเขาก็ขาวกันหมด พอไปโรงเรียนโดนเพื่อนล้อว่าดำยังไปถามแม่ว่าทำไมเค้าล้อกัน (ไม่ได้โกรธเพื่อนนะคะ แค่งง) แม่ก็บอกว่าเขาเห็นคนที่ต่างจากเขาก็ล้อเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอก อย่าไปสนใจ แค่นี้เอง เราก็ไม่สนใจอย่างที่แม่สอน ใครจะล้อก็ล้อไป เพราะคนเหล่านั้นเราไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่คนที่บ้าน ญาติพี่น้องที่บ้านที่เราให้ความสำคัญ เขาจะไม่ล้อค่ะ มันทำให้เราสตรองเพราะมั้นใจว่าไม่ว่าคนนอกบ้านจะว่ายังไง แต่เรามีคนที่บ้านที่รักโดยไม่มีเงื่อนไขแม้จะตัวดำต่างจากญาติพี่น้องคนอื่นๆก็ไม่มีใครมาสนใจในจุดนี้ค่ะ

อันนี้เอาจากประสบการณ์ของตัวเองมาเล่านะคะ เราว่าเราสตรองจากแบบนี้มากกว่าค่ะ

เห็นต่าง อย่าโกรธกันน๊า :)



โดย: Raizin Heart วันที่: 7 สิงหาคม 2559 เวลา:11:10:59 น.  

 
พี่ก๋าเนี่ยเปลี่ยนชีวิตเพราะหนังสือเล่มนึงมาแล้ว
หนังสือเล่มนั้นชื่อ ค้นหาตัวเอง

ถ้าไม่ได้หนังสือเล่มนี้
พี่ก๋าคงจะมีปัญหากับผู้คนอีกเยอะเลยครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:11:02:08 น.  

 
เล่นไปเรื่อยๆอ่ะน้องปุ๊

อย่างพี่อาศัยความบ้า..เสียเวลากับบล็อกมากมายแต่มันก็รู้สึกดีนะเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง

น้องปุ๊ลองใช้ธีมสร้างเอง...ไม่ใช่ธีมอิสระนะ จะช่วยให้กำหนดองค์ประกอบง่ายขึ้นและสวยขึ้นด้วย

เล่นเรื่อยๆรับรองเก่ง...มีไรสงสัยถามพี่ได้ไม่กั๊ก งุงิ


โดย: ออมอำพัน วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:12:16:12 น.  

 
หลานเราเพิ่งหัดเดินยังไม่แข็งเลย เวลาล้มน้องชายก็ไม่โอ๋ บอกว่าไม่เป็นไรให้ลุก

แต่บางทีก็ล้มแรงเราก็สงสารนะ ก็ไปอุ้มเขาขึ้นมาแล้วพยายามเบี่ยงเบนความสนใจให้ไปดูโน่นนี่แทนจะไม่โอ๋ เห็นน้ำตาร่วงแล้วก็สงสารจะให้ไม่อุ้มเลยก็ยังใจไม่แข็งพอ

ส่วนเรื่องแต่งตัวเราไม่เคยแคร์สายตาใครถ้าเราอยู่บ้านคือชุดอยู่บ้านแล้วมีความจำเป็นต้องมาทำธุระในห้างซึ่งก็ใกล้บ้านเรา เราก็มาทั้งเสื้อยืดกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะนั่นแหละขี้เกียจเปลี่ยนให้ยุ่งยาก

และบางครั้งเข้าร้านอาหารด้วยชุดแบบนั้นก็เคย ทั้งบ้านด้วยค่ะไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอก และคนในบ้านเราก็ไม่เคยสนใจสายตาคนอื่น ไม่รู้สิเราคิดแต่เพียงว่าเราสามารถจ่ายในสิ่งที่เราต้องการได้ก็ควรจบ

แต่ถ้าบางสถานที่ต้องให้เกียรติก็ต้องตามนั้นไม่ใช่ว่าจะขาสั้นเสื้อยืดร่อนไปได้ทุกที่


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:12:49:14 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

blog pu
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
space
space
[Add blog pu's blog to your web]
space
space
space
space
space