ติดตาม twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด

เลิกคิดเยอะแล้วยิงเข้าไปเถอะ


เลิกคิดเยอะแล้วยิงเข้าไปเถอะ

เลิกคิดเยอะแล้วยิงเข้าไปเถอะ

อาร์เซนอลจัดปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาสล่วงหน้ากันไปแล้ว
เมื่ออาทิตย์ก่อน และนักเตะก็ได้สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง
โดยเฉพาะการร้องคาราโอเกะรับน้องใหม่ตามธรรมเนียม


แต่ถึงแม้จะปาร์ตี้กันเต็มที่แค่ไหน อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมปืนใหญ่ ก็วางใจได้ว่าจะไม่มีการออกนอกลู่นอกทาง เพราะมีโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีมคนใหม่ในฤดูกาลนี้ คอยดูแลอยู่เป็นอย่างดี

มัน
ไม่ใช่แค่เพราะดาวยิงรายนี้ไม่ดื่มเท่านั้น
แต่ยังเป็นเพราะเขาคือคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจหลักของทีมคนใหม่
โดยช่วยสร้างสปิริตขึ้นมาใหม่ หลังการอำลาไปของสองสตาร์อย่างเชส ฟาเบรกาสและซาเมียร์ นาสรี่ ด้วยการเป็นคนคอยดูแลเพื่อนร่วมทีมทั้งในและนอกสนาม

อาร์เซนอลถีบตัวขึ้นมาจากทีมที่แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยับเยิน 2-8 และพ่ายแบล็คเบิร์น 3-4 มาเก็บได้ถึง 22 จาก 24 คะแนนเต็มใน 2 เดือนหลัง
และชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์
ซิตี้จะทำให้ปืนใหญ่ได้กลับสู่เส้นทางการลุ้นแชมป์อีกครั้ง
เพราะจะมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงเพียง 6 แต้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่
เวนเกอร์เองก็คงไม่กล้านึกถึงในช่วงที่ทีมฟอร์มย่ำแย่




ชัดเจนว่าฟาน
เพอร์ซี่มีส่วนสำคัญในการทำให้อาร์เซนอลฟื้นคืนชีพกลับมาได้
และถ้าหากการโหวตเลือกนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีจะทำกันตั้งแต่ตอนนี้เลย
อาจจะมีเพียงดาวิด ซิลบา มิดฟิลด์ตัวเก่งของเรือใบสีฟ้าเท่านั้น
ที่จะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งกับเขาได้


ในปี 2011 ฟาน เพอร์ซี่ ซัลโวไปแล้ว 33 ลูกในพรีเมียร์ลีก และเขาต้อการอีกแค่ 4 ประตูในโปรแกรมช่วงคริสต์มาสนี้ เพื่อจะทุบสถิติเดิมของอลัน เชียเรอร์ ในฐานะนักเตะที่ทำประตูได้เยอะที่สุดในรอบปีปฏิทิน

สิ่ง
ที่อาจจะมองเห็นได้ยากกว่าคือบทบาทสำคัญนอกสนามของฟาน
เพอร์ซี่นับตั้งแต่ได้สืบทอดปลอกแขนกัปตันทีมต่อจากฟาเบรกาส
ภายใต้การนำทีมโดยดาวยิงชาวดัตช์ อาร์เซนอลมีปฏิสัมพันธ์กันดีขึ้นเมื่ออยู่นอกสนาม ซึ่งแหล่งข่าววงในของสโมสรแย้มว่าเป็นผลงานของฟาน เพอร์ซี่และบูคร่า ภรรยาของเขา

เช่น
เดียวกับคริสต์มาสปาร์ตี้ มิสเตอร์และมิสซิสฟาน
เพอร์ซี่ได้จัดโปรแกรมแข่งกอล์ฟให้กับนักเตะในทีม
รวมไปถึงการนัดดินเนอร์ร่วมกันในหมู่นักเตะและภรรยาหรือแฟนสาว
แหล่งข่าววงในเจ้าเก่ายังบอกด้วยว่านักเตะมีการสมาคมกันในแบบที่ไม่ได้เห็น
มาหลายปีดีดัก


โดยบูคร่าจะรับหน้าที่ดูแลบรรดา Wags ส่วนฟาน เพอร์ซี่ก็จะเป็นหัวขวนดูแลบรรดาเพื่อนนักเตะด้วยกัน

จาก
การทำแบบนั้น พวกเขาดูเหมือนจะสร้างสปิริตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับทีม
ครั้งหนึ่งอาร์เซนอลเคยถูกตราหน้าว่าเป็นทีมที่บอบบาง
แต่ตอนนี้ปืนใหญ่ดูจะเหมือนจะหาวิธีแก้ไขจุดบกพร่องนั้นได้แล้ว

การได้นักเตะเก๋าๆ มาเสริมทีมถือว่าช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะมิเกล อาร์เตต้า ซึ่งมีบทบาทในห้องแต่งตัวสูง รวมถึงแพร์ แมร์เตซัคเคอร์ ซึ่งถึงแม้จะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกอยู่บ้าง แต่ก็แสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแล้วว่าเขาคือมืออาชีพที่แข็งแกร่ง




“แน่นอน การย้ายไปของเชสถือเป็นผลเสีย” ฟาน เพอร์ซี่ยอมรับ “มีนักเตะแค่
5 คนในโลกที่มีความสามารถในระดับเดียวกับเชส
และมันทำให้เกิดช่องโหว่ในทีมของเรา เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มากด้วย”

“แต่
สุดท้ายแล้วสโมสรก็ซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้ามาแทน
และผมดีใจมากที่เราไม่ได้มีแค่ดาวรุ่งฝีเท้าดีเท่านั้น
เจ้านายตัดสินใจเลือกนักเตะที่มีประสบการณ์สูงๆ บ้าง
และคุณจะเห็นสิ่งนั้นได้จากผลงานของพวกเขา”

คำว่าผลงานที่พูดถึง ฟาน
เพอร์ซี่ไม่ได้หมายความถึงแค่ในสนามเท่านั้น
แต่ยังรวมไปถึงธรรมเนียมการร้องคาราโอเกะรับน้องใหม่อีกด้วย
ซึ่งแมร์เตซัคเคอร์เป็นคนที่ขโมยซีนไปในปาร์ตี้คริสต์มาส
จากการโชว์ลูกคอและลีลาในเพลงของรีฮันน่า

“คุณจะเห็นได้ว่านักเตะ
ใหม่ๆ บางคนของเราดูเหมือนจะมีฝีมือระดับโปรเลยทีเดียว” ฟาน เพอร์ซี่บอก
“พวกเขากระโดดมานั่งเก้าอี้และโชว์ลีลาทันที มันฮามาก
แมร์เตซัคเคอร์ชนะเลิศไปเลย
เขาร้องเพลงของรีฮันน่าและก็ร้องได้เยี่ยมซะด้วย
นักเตะทุกคนสนุกกันมากในคืนนั้น”

“การเป็นกัปตันทีมถือเป็นกระบวน
การพัฒนาตัวเองไปโดยธรรมชาติ คุณจะสังเกตมันได้เวลาอยู่นอกสนาม
ผมจัดให้มีการพบปะสังสรรค์กันเรื่อยๆ ตั้งแต่ดินเนอร์ไปจนถึงตีกอล์ฟ”

“ถ้า
ผมไม่ทำก็ไม่มีใครทำ แต่ผมก็สนุกนะที่ได้ทำแบบนี้ และตอนนี้ผมเริ่มได้โธมัส
แฟร์มาเล่นและนักเตะคนอื่นๆ มาช่วยบ้างแล้ว
ทุกคนเข้าร่วมจัดกิจกรรมให้กับทีม”




ความทุ่มเทที่ฟาน
เพอร์ซี่มีให้กับทีมถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลยังมีฮึดขึ้นมาได้
เขาอาจจะเหลือสัญญาอยู่แค่ถึงปี 2013
และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องสัญญาใหม่ในตอนนี้
หรืออาจจะยังไม่คิดเรื่องนั้นเมื่อจบฤดูกาลนี้ด้วย
แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกอย่างคนที่อยากย้ายเลย


การใช้ชีวิตอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน พร้อมกับลูกๆ สองคน ฟาน
เพอร์ซี่ดูจะลงหลักปักฐานอย่างมีความสุขดีแล้ว
ซึ่งอาจจะเป็นข่าวไม่ดีนักสำหรับแมนฯ ซิตี้
ซึ่งพร้อมยื่นมือเข้าไปทันทีหากเขาตัดสินใจย้าย

“ตอนผมย้ายมาที่นี่
ใหม่ๆ เราเคยเอาชนะแมนฯ ซิตี้ได้ 6-0” ฟาน เพอร์ซี่เล่าความหลัง
ซึ่งน่าจะหมายถึงเกมที่อาร์เซนอลบุไปคว้าชัยะ 5-1 ที่เมน โร้ดเมื่อปี 2003
หรือหนึ่งปีก่อนที่เขาจะย้ายมา

“แต่พรีเมียร์ลีกเปลี่ยนไปเยอะมากนับ
จากนั้น ผมอ่านเจอว่าแมนฯ ซิตี้ใช้เงินไปแล้ว 500 ล้านปอนด์ ใน 5
ปีที่ผ่านมา ส่วนสเปอร์สก็ใช้ไปแล้ว 400 ล้านปอนด์ อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
เรายังยึดมั่นในหลักการของเราในฐานะสโมสร”




บทบาทของฟาน เพอร์ซี่ในสนามสามารถเห็นได้ชัดๆ จากตัวเลข ด้วยจำนวน 46 ประตูใน 50 นัดที่เขาทำให้ทีมได้ในปี 2011
แต่เจ้าตัวยอมรับว่าเขาได้ปรับเปลี่ยนการเล่นของตัวเองไปในช่วงหลังๆ
เพราะเมื่อก่อนเคยมีหลายครั้งที่เขาดูเหมือนจะสนุกกับการทำแอสซิสต์มากกว่า
ทำประตู แต่ไม่ใช่ตอนนี้อีกแล้ว

“คุณสามารถบอกได้จากประตูที่ผมทำว่าบางลูกก็มาจากความตั้งใจล้วนๆ” ฟาน เพอร์ซี่บอก

“คุณสามารถบอกได้จากสีหน้าของผมว่าบอลจะต้องเข้าไปซุกก้นตาข่ายแน่ ผมไม่สนใจแล้วว่าจะด้วยวิธีไหน”

“เมื่อ
สองสามปีก่อนผมเคยคิดเยอะเกินไปว่าจะยิงแบบไหนดี
จะชิพดีมั้ยหรือจะตอกส้นสวยๆ ดี หรือจะจ่ายให้คนอื่นที่ว่างอยู่หน้าประตู
ตอนนี้ผมห้าวกว่าเดิม แม้ว่าผมจะยังสนุกกับการทำแอสซิสต์สวยๆ อยู่ก็เถอะ
(ปีนี้เขาทำไปแล้ว 10 แอสซิสต์)”




สำหรับเวนเกอร์แล้ว การพัฒนาของฟาน
เพอร์ซี่น่าจะทำให้เขาภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย
สีหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มวัย 21
ปีที่ดึงตัวมาจากเฟเยนอร์ด
และโดยเฉพาะในเกมกับเซาแธมป์ตันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2005
เมื่อเวนเกอร์ติวเข้มนักเตะในช่วงพักครึ่ง

ตอนนั้นเกมเสมอกันอยู่
1-1 และเซาแธมป์ตันก็เหลือแค่ 10 คน
เวนเกอร์เตือนลูกทีมว่าอย่าเข้าเสียบแย่งบอลแบบโง่ๆ ในครึ่งหลัง
และย้ำถึงความสำคัญของการคงตัวผู้เล่นที่มากกว่าเอาไว้
กุนซือชาวฝรั่งเศสบอกว่าทำแบบนั้นซะ แล้วเราจะชนะเกมนี้

แต่แค่ 6 นาทีของครึ่งหลัง ฟาน เพอร์ซี่ก็พุ่งเข้าเสียบแกรม เลอ โซและโดนไล่ออกไป ทำให้อาร์เซนอลทำได้แค่เสมอเท่านั้น

เวน
เกอร์เตือนฟาน เพอร์ซี่หลังเกมนั้นว่าเขาจะต้องเปลี่ยนการเล่นของตัวเองซะ
ถ้าอยากก้าวไปเป็นนักเตะชั้นนำของอาร์เซนอลได้
และบอกว่าไม่ใช่แค่ในเรื่องวินัยเท่านั้น แต่รวมถึงสไตล์การเล่นทั้งหมดด้วย




ฟาน เพอร์ซี่จำได้ว่าตอนนั้นเขาถึงกับต้องถามตัวเองว่ากุนซือชาวฝรั่งเศส
“หมายถึงอะไร” จนต้องไปเที่ยวถามสตาฟฟ์โค้ชของทีมเพื่อขอคำตอบ
เพราะเวนเกอร์ชอบตั้งปริศนาให้นักเตะเก็บเอาไปคิดมากกว่าจะสอนตรงๆ และฟาน
เพพอร์ซี่บอกว่าเขาค้นพบคำตอบได้ในที่สุดจากการดูตัวอย่างของโรแบร์ ปิแรส

“เขาคือกุญแจสำคัญ” ฟาน เพอร์ซี่ บอก “ในกรอบเขตโทษแล้วผมสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ที่กลางสนาม วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้ทีมเล่นง่ายไว้”


สิ่งนั้นตรงกับที่เฮงค์ ฟาน สตี อดีตโค้ชของฟาน
เพอร์ซี่ในทีมเยาวชนเฟเยนอร์ด
ซึ่งปัจจุบันไปเป็นผู้อำนวยการอคาเดมี่ของเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
จดจำได้เกี่ยวกับเจ้าหนูฟาน เพอร์ซี่ในยุคที่เคยร่วมงานกัน

“โรบินมีพรสวรรค์สูง แต่ในวัยแบบนั้น บางครั้งเขาก็อยากจะโชว์ออฟมากไปหน่อย” ฟาน สตีบอก

“ถ้า
เขาพาบอลหลบคู่ต่อสู้ไปได้หนึ่งคน
เขาก็อยากจะผ่านไปให้ได้อีกซักสี่ห้าคนหรือทั้งทีมเลย
นั่นคือตอนที่คุณมีเรื่องที่ต้องโต้เถียงกับเขา”




“เมื่อเขาเริ่มอายุมากขึ้น เขาก็เข้าใจอะไรได้ดีขึ้น
แต่ผมคิดว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาได้รับการสอนจากอาร์แซน เวนเกอร์
โรบินเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวตอนเขาย้ายไปอังกฤษ
ผมคิดว่าเขาพัฒนาตัวเองขึ้นในฐานะนักฟุตบอล
แต่เขาก็หล่อหลอมตัวตนของตัวเองขึ้นมาจากการใช้ชีวิตในอังกฤษด้วย”

ขณะ
ที่เวนเกอร์พูดถึงศิษย์รักที่ยังเหลืออยู่ในทีมคนนี้ว่า “สำหรับผมแล้ว
โรบินมีความเป็นผู้นำสูง คุณอาจจะไม่ได้คาดคิดไว้ว่าจะเป็นแบบนั้น
และนั่นต้องให้เครดิตเขามาก”

“ถ้าคุณถามผมเมื่อซัก 7-8 ปีก่อน
ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคิดว่าเด็กคนนี้จะเป็นกัปตันทีมอาร์เซนอลได้
ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ
เพราะเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นทั้งในฐานะนักฟุตบอลและในฐานะคนคน
หนึ่ง”



เรื่องโดย "เบบี้ แบร์"


คอลัมน์ ฟุตบอลผู้ดี นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์




Create Date : 20 ธันวาคม 2554
Last Update : 20 ธันวาคม 2554 7:54:44 น. 0 comments
Counter : 1522 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sitcomthai
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]










ติดตามข้อมูลของเว็บทาง twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด







Online Users


New Comments
[Add sitcomthai's blog to your web]