PAPA YOU'RE CRAZY
Group Blog
 
All blogs
 
คำถามถึง ‘มหาลัยเหมืองแร่’ ของจิระ มะลิกุล – มีอะไรให้ขุด?

เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปอ่านกระทู้ที่ว่าด้วยหนังเรื่องมหา’ลัยเหมืองแร่ในเว็บไซต์เฮาส์รามา ทั้งหมดที่อ่านนั้นเป็นเสียงชื่นชม แม้กระทั่งคนที่ยังไม่ได้ดูยังชื่นชอบ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจข้อนี้เป็นหนักหนา ถ้าไม่ได้ดูแล้วจะพูดว่าหนังดีได้อย่างไร
ข้าพเจ้ายังไม่ได้อ่านชุดเรื่องสั้นเหมืองแร่ของคุณอาจินต์ แต่ได้สดับฟังชื่อเสียงมาแสนนาน กระตุ้นต่อม จินตนาการไปถึงเด็กหนุ่มผู้ถูกโชคชะตาพลิกผัน จากละอ่อนผู้สดใสเจิดจรัสแช่มชื่นอยู่ในแดนสวรรค์อย่าง มหาวิทยาลัย (ยิ่งเป็นจุฬาฯด้วยแล้ว คงเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยเทียว) หลุดกระเด็นไกลไปถึงถิ่นแดนห่างปืนเที่ยง อย่างพังงา ชื่ออันไร้การระบุในแผนที่
ความเปลี่ยวเหงาในถิ่นทุรกันดารอันห่างไกลซึ่งไม่มีใดใดคล้ายคลึงแม้แต่น้อยกับศิวิไลซ์ที่จากมา เพื่อนฝูงใบหน้าขาวนวลในวัยกระเตาะเริงร่าสำราญอยู่ในความทันสมัย ยิ้มหัวโดยหาได้ตระหนักถึงความทุกข์ร้อนใดใดของโลกไม่ มาสู่ชาวบ้านตัวดำผิวหยาบสากพูดจาสำเนียงแปลกหูฟังลำบากยากสื่อสาร จากนั่งเพลิดเพลินแซวครูเล่นในชั้นเรียนไปวันวันสลับกิจกรรมรับน้องแสนจิ้มลิ้ม สู่งานกรรมกรหนักอึดอันไม่เคยแตะต้อง ยังไม่นับอากาศแบบป่าทึบหน่วงหนักและเปียกชื้น - ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยกับการต้องปรับตัว
นั่นหมายถึงตำนานแห่งการต่อสู้อันยากลำบากของหนึ่งปัจเจกชนต่อความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ -หนึ่ง มีชีวิตรอดในพื้นที่ที่ตนแทบไม่รู้จัก สอง ได้รับความมั่นคงปลอดภัยสะดวกสบายในความเป็นอยู่ สาม ได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง
ต่อมาในบริบทกว้างขึ้น สังคมเหมืองแร่เปรียบเสมือนเมืองเล็กๆซึ่งกำลังงัดข้อกับธรรมชาติเพื่อให้ได้ มาในสิ่งที่ต้องการ และผลจากการต่อสู้นั้นน่าจะนำไปสู่การเรียนรู้ของอาจินต์ตลอดเวลาเกือบสี่ปีในเหมืองแร่ ซึ่งนั่นจะเป็นรูปธรรมได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ให้เห็นลักษณะของพัฒนาการแบบคนที่เติบโตขึ้น มีวุฒิภาวะบางอย่างอันเมื่อแรกเริ่มยังไม่มีติดตัว (แบบสไปเดอร์แมน) การเติบโตของคนหนึ่งคนหาได้อยู่ที่ผิวคล้ำขึ้น มัดกล้ามโตขึ้น พูดภาษาท้องถิ่นได้ แต่ต้องอยู่ในแววตา ท่าทาง การกระทำของเขา หรือไม่ใช่
ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดพลาดตั้งแต่ได้เห็นใบปิดโฆษณา-ภาพอาจินต์ยืนยิ้มเผล่อยู่กับไข่ แต่โดย ความเชื่อใจในอะไรบางอย่างในตัวผู้กำกับสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด ข้าพเจ้าจึงอยากชมพัฒนาการของคนที่ได้ใช้ชีวิตมาอีกหลายปีหลังจากหนังเรื่องแรก หรืออาจเพราะได้เห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ที่มีคนอ่านมากที่สุดในประเทศ ได้อ่านวาทะของคนมีชื่อเสียงมากหลายชื่นชมกันอึงอล
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องมหาลัยเหมืองแร่
หนังเปิดเรื่องอย่างฉับไว ไม่ทันไรอาจินต์ก็ไปยืนอยู่ในออฟฟิศเหมืองแร่พบนายฝรั่งเสียแล้ว ข้าพเจ้า อยากทราบถึงสาเหตุที่จุฬาฯให้คุณอาจินต์ออก สอบไม่ผ่านเพราะอะไร? ขัดแย้งกับระบบความคิดแบบโบราณ หรือเปล่า? เขาคือใคร? (ขอโทษที่อ่านจดหมายจากพ่อของอาจินต์ไม่ทัน เพราะมันปรากฏตัวเร็วมาก ข้าพเจ้าไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมสี่วินาทีแบบโฆษณาโทรทัศน์) รู้เพียงแค่ว่าเขาจน จนแล้วอย่างไร? หรือเรื่องความรัก เขาพบกับแฟนได้อย่างไร? รักกันแค่ไหน? ข้าพเจ้าไม่ทราบจึงเฉยๆที่เห็นเขาอกหัก
แล้วเขารู้สึกอย่างไรในสถานการณ์แบบนั้น? ต้องการพิสูจน์สิ่งใดหรือเปล่า? ต้องการเรียกบางสิ่งใน ตัวเองกลับคืนมาหรือไม่? เขารู้สึกว่าตนเองไร้เกียรติยศเมื่อถูกขับออกจากมหาวิทยาลัยไหม? เขาศรัทธาต่อสถาบันมากน้อยเพียงไร? อีกทั้งตัวข้าพเจ้าเองก็หาใช่ศิษย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงไม่อาจซึมรับความ รู้สึกที่ต้องถูก อัปเปหิจากสถานที่เยี่ยงนั้น
หรือเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ต้องการเร่ร่อนไปในโลกกว้างเพื่อค้นหาตัวตน? หรือเป็นเพียงผู้ที่จำต้อง พเนจรบนถนนของโชคชะตา? หากได้รู้รายละเอียดส่วนนี้บ้าง ได้เห็นพื้นเพของอาจินต์ ได้รู้จักตัวเขามากกว่านี้ คงทำให้ข้าพเจ้ามีความเห็นใจต่อความทุกข์นานาที่เขาต้องเผชิญตามลำพังและเอาใจช่วย หากหนังไม่รีบร้อนเกินไปนัก ข้าพเจ้าอาจได้เห็นอีกด้านซึ่งถูกหลงลืมและคงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของเขาอย่างเพลิดเพลิน เพราะนั่นเป็นคำถามเดียวกันที่ผู้คนทั้งโลกมีต่อตัวเอง
เมื่อไม่เห็นโลกใบหนึ่งของอาจินต์ ข้าพเจ้าจึงไม่กำซาบถึงความขัดแย้งที่เขาต้องมายืนอยู่ในโลกอีกใบ อันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ข้าพเจ้ามองไม่เห็นความอาลัยอาวรณ์ของเขาที่ต้องจากเมืองกรุงจึงไม่อาจหัวเราะร้องไห้ไปกับชะตากรรมแห่งเขา แต่หาได้มีหรอกชะตากรรมนั้น นอกจากถูกถังเหล็กบาดถึงเลือด หุงข้าวเหม็นน้ำมันก๊าด นอนในบ้านหลังเก่าๆที่คล้ายจะถูกผีหลอกได้ตลอดเวลา ก็ไม่มีอันใดที่จะเข้มข้นอีก กรรมกรขาขาดน่ะหรือ เป็นเพียงการเล่าให้ฟังว่ามีคนหนึ่งขาขาด ขาขาดแล้วอย่างไรกัน? มันผูกพันอย่างไรต่อเนื้อเรื่อง? หรือเขาไม่อาจไปรอแย่งรถถีบของพี่จอนได้อีกแล้ว จึงเศร้าใจมากเลย
สิ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็นเป็นเพียงการเปิดหนังสือรุ่น ดูและขบขันไปกับอากัปกิริยาสนุกๆของผองเพื่อน เหตุการณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญเล็กๆน้อยๆ ความประทับใจนิดหน่อยๆของมิตรภาพ แต่หาได้งดงามลึกซึ้งถึง วิญญาณเฉกเช่นคนที่ต้องกอดคอร่วมเป็นร่วมตายในสมรภูมิ การอ่านคำแซวในหนังสือรุ่นนั้นคงมีเพียงแต่อารมณ์ถวิลอดีตชั่วครู่ยาม หาได้นำไปสู่การเติบโตของตัวละครดังเช่นที่หนังแนวนี้พึงกระทำ หรือนี่เป็นแนว แอนตี้ไคลแม็กซ์ (ไม่ฮา)
หากข้าพเจ้าเป็นคุณอาจินต์คงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ถ้ามีคนชื่นชมประสบการณ์เข้มข้นอันแลกมาด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อว่า น่ารักดี
เส้นทางหฤโหดสู่เหมืองกระโสมนั้นก็มีให้ดูเพียงเล็กน้อยไม่สมกับที่อยู่ถึงขอบโลก แค่การบรรยายอันจืดชืดของตัวเอกโดยใช้ภาษาวรรณกรรมของคุณอาจินต์ก็ไม่ช่วยให้เกิดมโนภาพขึ้นเท่าใดนัก ไม่อาจทำให้รับรส ระยะทางอันแสนไกลอันกันดารทุลักทุเลได้ แต่ถ้าหากมีภาพการเดินทางหลายต่อ ขึ้นรถ ลงเรือ การรอคอยรถเที่ยวเดียวต่อวัน หลับแล้วหลับอีกก็ยังไม่ถึง ข้าพเจ้าเป็นเด็กต่างจังหวัด ผ่านการเดินทางอันยาวนานมาหลายครา จดจำกลิ่นเยี่ยงนั้นได้ตราตรึง
ความตั้งใจจะถ่ายภาพให้สวยงามก็อาจจะเป็นความผิดพลาดประการหนึ่ง เพราะถ้าจะทำให้คนดูรู้สึก ถึงความวังเวง ความลี้ลับดำมืดของป่า ความไม่น่าไว้วางใจของต่างแดน มนต์ขลังอารมณ์ผีสาง หรือ อาถรรพ์ของสถานที่ ภาพในแบบเคร่งขรึมอาจต้องนำมาใช้แทนภาพแนวโฆษณาเชิงท่องเที่ยว
ข้าพเจ้านึกสงสัยว่าคุณจิระอาจไม่มีที่ปรึกษาภาษาท้องถิ่น เพราะเรื่องที่แล้วก็มีการปนเปของภาษาอีสานหลายพื้นที่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ภาษาใต้นั้นมีหลายสำเนียง สงขลา พัทลุง ตรัง ภูเก็ต สุราษฎร์ หาเหมือนกันไม่ และเราได้ยินแทบทุกสำเนียงในเหมืองแร่ ทั้งที่จริงส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นคนพื้นเมืองพังงามากกว่า จะบอกว่ามีคนจากทุกพื้นที่มาทำเหมืองหรือก็ไม่น่าจะเป็นดังนั้น คงต้องเพิ่มความประณีตในส่วนนี้ขึ้นบ้างกระมัง
ในส่วนของงานสร้าง ยอมรับว่าคุณเอก เอี่ยมชื่นทำได้ดี แต่เหตุไรหนอ ข้าพเจ้าจึงไม่บังเกิดความเชื่อถือในภาพที่ปรากฎตรงหน้า ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนชมหนังโฆษณาเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ หรือโฆษณาแบบที่หนุ่มสาววัยสะคราญออกไปพิสมัยชื่นชมธรรมชาติ แล้วตอนจบยกเครื่องดื่มขึ้นมาฉลอง ส่วนหนึ่งอาจเป็นด้วยนักแสดงหน้าใหม่ที่เข้าไม่ถึงบทบาท เช่นฉากเมาที่ดูอย่างไรก็ไม่เมา ฤาการควบคุมบรรยากาศโดยรวมอยากให้ออกมาเป็นดั่งนั้นก็ไม่ทราบได้
ความประทับใจต่อบทบรรยายในเรื่องสั้นถึงฝนที่ตกตลอดเวลานั้นอยู่แห่งหนใด ใยจึงไม่เห็นส่งผลออกมาให้เห็นเป็นการขับเคลื่อนอารมณ์ หากจะมีแต่ก็เป็นเพียงฉากรองน้ำฝนอันไร้มวลสารโดยสิ้นเชิง ทุกคนในหนัง อาโก พี่จอน ไอ้ไข่ นายฝรั่ง เป็นเพียงที่มาของแก๊กเท่านั้น แล้วตัวละครละเอียดมีมาเพื่ออะไร หากไม่ใช่เพื่อเป็นสีสันประดับวงหางเครื่อง (ยังจำพี่สาวของเคนในสิบห้าค่ำได้บ่) ความรักที่คล้ายจะเกิดต่อหญิงต่างถิ่นนั้นมาจากความเปล่าเปลี่ยวหรืออย่างไร? และใยจึงหายไปเสียเฉยๆ? คลับคล้ายจะเสียสละความรักให้แก่เพื่อนอย่างนั้นหรือ?
อารมณ์ห่างบ้านไปทำงานในสถานที่อันไกลโพ้น คนทำหนังน่าจะเข้าใจอารมณ์ของคนไกลบ้านและคั้น ออกมาให้เป็นภาพ-หรือไม่ใช่? ไบโอสโคปเองก็เพิ่งจะมีคอลัมน์เรื่องการนำหนังสือมาทำเป็นหนังเมื่อไม่กี่ฉบับ มานี้ ข้าพเจ้ายังจำข้อความหนึ่งได้ที่กล่าวว่า ‘เราต้องรู้ว่าตัวหนังสือนั้นเจ๋งตรงไหน และเราจะนำความเจ๋งนั้นมาถ่ายทอดด้วยภาพและเสียงอย่างไร’
แทนที่จะให้ความสำคัญกับมิติตัวละคร ชีวิตของคนจริงๆ หนังกลับไปให้ความสำคัญที่แก๊กตลกหรือความพยายามจะซาบซึ้ง แต่เมื่อไร้ซึ่งน้ำหนักแล้ว คงเป็นเพียงขบขันหากไม่ได้ขบคิด
ทำอย่างไรจึงจะได้รู้จักพวกเขามากขึ้น ได้ผูกพันกับพวกเขา เพื่อที่จะได้หลั่งน้ำตายามเมื่อพวกเขาพลัดพราก ลุ้นระทึกยามที่พวกเขาต่อสู้ หัวเราะยามพวกเขาสนุกสนาน ร่วมอาลัยเศร้าส้อยไปกับพวกเขาเมื่อต้องสิ้นสุดบทสุดท้ายของเหมืองแร่ ทั้งตัวละครและคนดูได้เรียนรู้บางสิ่งไปด้วยกัน เรียนรู้ที่จะ “หรัก” กัน
หนังคล้ายจะบอกว่า การเรียนไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ในรั้วมหาลัย แต่การลำดับเรื่องก็ยังยึดโยงเอาชั้นเรียนสี่ปีในมหาวิทยาลัยมารองรับ เหมือนเป็นหนังนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งสลัดกรอบไปไม่พ้น และทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามองเห็นถึงความเบาหวิวเหลือทนของระบบการศึกษา ซึ่งนำมาสู่การดูถูกเหยียดหยามและกีดกันผู้อยู่ต่างสถาบัน
สิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบนั้นมีอยู่ แต่เมื่อมันไม่ได้ยืนอยู่บนโครงสร้างอันแน่นหนาแล้ว มันก็พร้อมแก่การพลัดตกหล่นหาย เป็นเพียงแก๊กหนึ่งที่เล่าได้เล่นๆ แต่ไม่จริงจังหนักอึ้งอย่างที่ชีวิตควรจะเป็น เช่น ฉากอาจินต์ถอดเสื้อผ้าโยนทิ้งน้ำเมื่อถูกดูหมิ่น ฉากนั้นน่าจะนำมาซึ่งความงดงามกว่านี้ บทพิสูจน์ของลูกผู้ชายที่ต้องยืนหยัดพิสูจน์ในศักดิ์ศรี คลับคล้ายคำโปรยหน้าหนังจะมีเช่นนี้หรือเปล่า (นึกไปถึงฉากจบของเดด โพเอท โซไซตี้ ถ้าได้ดั่งนั้นล่ะ จั๋งหนับเลยคุณเอ๋ย)
อีกคนที่ทอดทิ้งเขาไปเสียเฉยๆ คือชะตากรรมของคนดงซึ่งดูจะเป็นตัวแทนของความรู้สึกแบบท้องถิ่น กลับเฟดหายไปไม่กลับมา (ถ้าได้แบบแดนเซส วิธ วูฟ ล่ะก็เรี่ยมเชียว)
ข้าพเจ้าจำไม่ได้แม่นยำนักว่าใครเป็นผู้เอ่ยวาทะที่ว่า ‘เมื่อคุณคิดว่าตัวเองเจ๋งคุณก็ไม่เจ๋งอีกต่อไป’ ข้าพเจ้าเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น โดยส่วนตัวข้าพเจ้าให้คะแนนหนังเรื่องสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดมากกว่าเหมืองแร่ แต่ความเห็นของฝุ่นผงอย่างข้าพเจ้าจะมีความหมายอันใดเล่าต่อประเทศนี้ ที่ซึ่งมีแต่ผู้คนนิยมในเปลือก สนใจตัวบุคคลมากกว่าผลงาน สิ่งที่พูดไม่สำคัญเท่าใครเป็นผู้พูด คนผู้มีอำนาจบงการกลับเป็นคนที่ไม่ได้เข้าถึงคุณค่าใดใด เราเพียงแต่ปรบมือปลาบปลื้มยกยอกับเปลือก แล้วหาทางขายมันโดยโยนกระพี้และแก่นทิ้งเสียอย่างไม่ใยดี -เศร้ามาก (โฮ ไม่ฮา)
เมื่อจรดปากกาลงเขียนอันใดเยี่ยงนี้ ข้าพเจ้าได้ตระหนักไว้ก่อนแล้วว่า คงมีหลายคนไม่ชอบใจ หลายคนที่ว่าก็อาจจะเป็นหลายหมื่นคนอยู่กระมัง หากก็จำต้องเขียน ด้วยอยากนำเสนอความคิดหนึ่งที่แผกต่างไปจากการแห่ตามกันดูบ้าง แต่คาดว่าคงไม่มีผลกระทบถึงรายได้ของหนัง เพราะเข้าฉายอยู่นานสัปดาห์แล้ว ประเดี๋ยวจะโดนข้อหาว่าไม่ช่วยกันสนับสนุนเป็นบ่อนทำลายวงการภาพยนตร์ไทย ข้าพเจ้านั้นสนับสนุน แต่เรื่องดีหรือไม่ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า เพราะข้าพเจ้าไม่นิยมการให้คุณค่าเกินจริง
สิ่งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าสนใจคือเรื่องกระแส บ้านเมืองเรานิยมสร้างกระแสอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่มักลืม มองไปว่ากระแสนั้นพัดมาจากแห่งหนใด จริงหรือลวง เราแห่ตามกันไปโดยความเข้าใจผิดผิดหรือไม่ เนื้อแท้ แห่งคุณค่านั้นยากแก่การเข้าถึงก็ถูกอยู่ แต่มันไม่เกินความพยายามนักดอกหากเราจริงใจ นึกสงสัยอยู่ครามครัน ว่าบุคคลผู้โดนหนังเรื่องนี้กินใจไปทั้งดวง หัวใจเขาคงอ่อนเหลวและเคี้ยวง่ายดายอย่างยิ่งกระมัง




Create Date : 06 ธันวาคม 2550
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 10:17:48 น. 0 comments
Counter : 331 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Mayim
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมายิ้มอยู่เชียงใหม่ ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดื่มและกิน เรามีสตูดิโอชื่อ หมายิ้มสตูดิโอซึง่มีสโลแกนว่า วิดีโอเพื่อสังคมใหม่ เราชอบทำงานสื่อสร้างสรรค์อย่างวิดีโอ หนัง สารคดี แล ดนตรีร่วมสมัย ชอบเห่าดังๆให้โลกฟังถึงเรื่องราวอันผิดรูปผิดรอย เพราะอยากให้คนทุกคนมีรอยยิ้มแบบเดียวกับหมา
Friends' blogs
[Add Mayim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.