~Lady in Lotus~เม้นก็ได้ ด่าก็ดี มีคุณค่ากับนางผู้นี้ทุกประการค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 

chapter16

“เราเรียกคุณนางฟ้าออกมาดูอาการชินเถอะค่ะคุณพี่”น้องมินเอ่ยอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าอาการของชินเดอเรล่าดูไม่ดีขึ้น เธอหน้าซีด เหงื่อแตก มือเย็นเฉียบ จนไม่น่าไว้วางใจ

“นั่นสินะ” สโนว์ฮยอนเห็นด้วยก่อนเรียกเจ้าพิตบูลมาใกล้ๆ แล้วเรียกเทพธิดาบลูแองเจิ้ลออกมา

“คุณนางฟ้าช่วยชินด้วยค่ะ” น้องมินรีบบอกทันที่ที่ปรากฏร่างเทพธิดาบลูแแองเจิลตรงหน้า

“ไม่ต้องกลัวหรอก ชินเดอเรล่าจะไม่เป็นไร เชื่อข้า”เทพธิดาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม ก่อนเอื้อมมือมาจับหน้าผากของชินเดอเรล่า พลันมีควันสีม่วงเข้มผ่านออกมาจากบริเวณที่มือของนางฟ้าสัมผัส

เพียงครู่ หลังจากที่นางฟ้าเคลื่อนมือออกจากหน้าผากของชินเดอเรล่า เธอก็มีสีหน้าที่มีเลือดฝาดไหลเวียนอย่างเป็นปกติ มือเรียวสวยนั้นเริ่มอุ่นขึ้น แล้วเธอก็ลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง

“ยัยชินฟื้นแล้ว ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณนางฟ้า” สโนว์ฮยอนบอกอย่างดีใจไม่ต่างจากน้องมินที่ยิ้มจนตาหยี

“แล้วควันสีม่วงๆเมื่อกี้มันอะไรอ่ะครับ” บุญยงถามขึ้นอย่างใคร่รู้

“ไอปีศาจที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของชินเดอเรล่าน่ะ แต่ข้าขับออกไปหมดแล้ว พวกเจ้าสบายใจได้”

“ขอบคุณค่ะ คุณนางฟ้า” ชินเดอเรล่าเอ่ยพร้อมยิ้มที่เริ่มคืนความสดใส

“ยงสงสัยอ่ะครับคุณนางฟ้า ทำไมยงกับเจ้าพิตบูลก็ไม่เป็นอะไร”

“ฉลาดน้อยอีกแล้วนะเจ้า กระรอกก็บอกอยู่โต้งๆว่ามันทำร้ายแต่คน พิตบูลกับเจ้าเป็นสัตว์ก็ต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว” แต่เจ้าบุญยงก็ยังไม่คลายสีหน้าสงสัย

“ในเมื่อจิ้งหรีดปีศาจมันจะทำอันตรายคนที่จิตใจอ่อนโยนแต่ทำไมน้องชินคนสวยโดนอยู่คนเดียวอ่ะครับ”

“นั่นเพราะชินเดอเรล่าไม่มีกลิ่นอสูรติดตัวเหมือนสองคนยังไงล่ะ”คำตอบของนางฟ้าทำให้สาวๆมองหน้ากันอย่างงงงวย

“หรือว่าจะเป็นไอ้นี่” น้องมินร้องก่อนก็ควักลูกแก้วสีดำจากกระเป๋ากางเกง ที่เก็บได้จากเถ้าถ่านของสัตว์ประหลาดงู ออกมา

“ใช่แล้ว ลูกแก้วอสูรนี่ล่ะที่ทำให้เจ้ารอดพ้นจากสัตว์อสูรทั้งหลายมาได้ เก็บมันไว้ให้ดีนะ น้องมินหมวกแดง”นางฟ้าบอก น้องมินจึงรีบเก็บมันไว้อย่างดีดังเดิม

“แต่ฉันไม่ได้เก็บอะไรมานะคะ แล้วทำไมฉันถึงรอดล่ะ”สโนว์ฮยอนย่นคิ้วถามอย่างสงสัย

“ดาบของเจ้าไงล่ะ ถึงจะล้างเลือดออกหมด แต่กลิ่นเลือดอสูรยังอยู่ ปีศาจถึงทำอะไรเจ้าไม่ได้ ทีนี้เข้าใจรึยัง” คำอธิบายของนางฟ้ากระจ่างชัด แม้แต่เจ้าบุญยงก็หมดคำถาม

“ความจริงข้ารู้ข้าเห็นทุกอย่างนั่นล่ะ แต่ที่ข้าไม่ออกมา เพราะข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าจะผ่านมันไปได้ด้วยตัวเอง ทายาทเทพเช่นพวกเจ้ามีพลังมากมายนัก จงเอามันออกมาใช้ให้คุ้มค่าเถอะ”

“ค่ะ คุณนางฟ้า เราจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” น้องมินรับคำพร้อมยิ้มกว้างจนแลเห็นดวงตาเป็นเส้นขีด

“แต่ถ้าหากมีอะไรที่พวกเจ้าพยายามแล้วแต่ไม่สามรถทำได้ก็เรียกข้านะ ข้ายังอยู่กับพวกเจ้า อย่าลืมซะล่ะ”สิ้นคำ นางฟ้าก็หายตัวไป

“เดินทางกันต่อเถอะสาวๆ” บุญยงร้องบอก ก่อนที่คณะจะเดินทางต่อไป

“ทายาทเทพงั้นรึ”แม่มดผมขาวรำพึงเมื่อได้เห็นเหตุการณ์แจ่มชัด

…………………

สามสาวกับอีกสองตัว ค่อยๆเดินทางมาอย่างระแวดระวังภัย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนไม่อาจวางใจอะไรได้เลย แม้ว่าจะมีลูกแก้วอสูรติดตัวอยู่ก็ตาม

“ทุกคนระวังตัวนะ มันมาอีกแล้ว” บุญยงเตือนได้ไม่ทันไร สัตว์ประหลาดฝูงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“โห มันตัวอะไรบ้างเนี้ย เต็มไปหมดเลย”ชินเดอเรล่าร้องเมื่อเห็นสารพัดสัตว์ประหลาด

“ไอ้หัวกิ้งก่านั่น คงเป็นตัวหัวหน้าแน่เลยค่ะ” น้องมินกระซิบ เมื่อมองไปเห็นสัตว์อสูรกิ้งก่ายืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังเจ้าควายหน้าหมู

“เราต้องเข้าถึงตัวไอ้กิ้งก่านั่นให้ได้ แล้วฆ่ามันให้ได้เร็วที่สุด ไม่งั้นเราเสร็จมันแน่”สโนว์ฮยอนบอก

“ทุกคนกระจายกันเข้าไปคนละทาง พิตบูล บุญยง พวกแกตัวเล็ก หลอกล่อพวกมันให้ป่วน แล้วก็พยายามเข้าไปให้ใกล้ที่สุด ได้จังหวะก็พ่นไฟใส่มันเลยนะ” สโนว์ฮยอนเริ่มวางแผนการรบ “ยัยชิน เธอเข้าไปทางขวา น้องมินทางซ้าย ส่วนฉันจะเข้าไปตรงกลางเอง “

“เราไม่เรียกคุณนางฟ้ามาช่วยเหรอคะ” ชินเดอเรล่าถาม

“ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อว่าเราทำได้ เราต้องชนะมันได้”คำพูดและแววตามุ่งมั่นวาวโรจน์ของคนเป็นพี่ ทำให้น้องทั้งสองฮึกเหิมไปด้วย

แล้วการรบก็เริ่มขึ้น …..

ทุกคนได้ทำตามแผนที่สโนว์ฮยอนวางไว้ กระจายกำลังเข้าไปทุกทิศทาง เจ้าพิตบูลหลอกล่อให้เเหล่าสัตว์ประหลาดมึนงง จนวิ่งชนกันเองมากมาย บุญยงเองก็มีทักษะการต่อสู้อยู่บ้าง จึงช่วยล้มสัตว์ประหลาดได้ไม่ยากนักด้วยดาบวิเศษจากยอดมงกุฏของมัน ความคล่องแคล่วว่องไวของชินเดอเรล่าและไหวพริบ ปฏิภาณของน้องมินหมวกแดง สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพสัตว์ประหลาดมาก สองสาวจึงเข้าไปประชิดตัวเจ้าอสูรกิ้งก่าได้อย่างไม่ยากเย็น

เจ้าหัวหน้้าสัตว์ประหลาดนั้นมีฝีมือสูงกว่าที่สาวๆได้ประเมินกันไว้ มันมีพลังขาที่กล้าแข็ง ถีบชินเดอเรล่าจนกระเด็น พร้อมกับใช้ลิ้นยาวๆเหนียวๆของมันตวัดรอบคอน้องมิน แล้วจับเหวี่ยงไปมา

“สโนว์ฮยอนหลบ”บุญยงร้องบอก ก่อนซัดดาบเล็กๆของมันเข้าที่กลางหน้าผากใหญ่ของอสูรหัวสิงโต แล้วเจ้าตัวประหลาดก็ล้มครืน สาวสวยมองเจ้าบุญยงอย่างทึ่งๆ แต่เจ้าบุญยงกลับบอกเสียงเครียด

“ไม่ใช่เวลามาชื่นชมกันนะ ไปช่วยน้องมินก่อน”

ชั่วเสี้ยววินาที สโนว์ฮยอนก็วิ่งมาพบเจ้าหัวกิ้งก่ากำลังจับคอน้องมินเหวี่ยงไปมา เธอจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นไปฟันฉับ ตัดลิ้นเจ้ากิ้งก่าขาดทันที น้องมินก็เป็นอิสระ ถึงกระนั้นเจ้ากิ้งก่าก็ยังไม่ตายอยู่ดี สัตว์อสูรเห็นสโนว์ฮยอนทำร้ายหัวหน้าของมัน จึงจะกรูกันมารุมสโนว์ฮยอนทันที ชินเดอเรล่าจึงหวดสายเบสป้องกันไม่ให้สัตว์เหล่านั้นเข้าถึงตัวสโนว์ฮยอนได้ เจ้าบุญยงกับเจ้าพิตบูลก็ช่วยชินเดอเรล่าอีกแรง

“ทำไมแกตายยากตายเย็นงี้เนี้ย ไอ้หัวกิ้งก่า” สโนว์ฮยอนร้องอย่างเหลืออด เพราะดาบคมกริบของเธอไม่อาจทะลุผิวหนังหยาบหนาของมันได้ แต่ทว่าไม้กลองทองคำของน้องมินที่ฟาดกระทบร่างเจ้ากิ้งก่านั้น กลับสร้างความบอบช้ำได้มากทีเดียว

“คุณพี่แทงที่ใต้คางมันเลยค่ะ” น้องมินร้องบอก สโนว์ฮยอนทำตามทันที และเป็นจริงดังคาด ดาบของเธอแทงทะลุไปถึงหัวของเจ้ากิ้งก่า เสี้ยววินาทีเจ้าอสูรกิ้งก่าก็สิ้นฤทธิ์ แน่นิ่งไป เหล่าสัตว์อสูรที่เหลือเห็นหัวหน้าตัวเองตายลงไปเช่นนั้นก็หนีแตกกระเจิงกันไปจนหมด ทิ้งไว้เพียงซากศพบรรดาสัตว์อสูรทั้งหลาย กับความมืดครึ้ม เงียบงัน วังเวง ของป่าต้องห้าม





Free TextEditor




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 9:22:30 น.
Counter : 118 Pageviews.  

chapter15

ในความมืดมิดบนหอคอยสูง หญิงชราผมขาวผู้หนึ่งอยู่ท่ามกลางความมืดนั้นอย่างเต็มใจโดยมีเพียงแสงจากเทียนไขริบหรี่ที่ช่วยทำให้นางเห็นภาพในลูกแก้วยักษ์ตรงหน้านั้นชัดเจนมากขึ้น

“เจ้าพวกนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงเข้ามาได้ลึกถึงเพียงนี้ เจ้าอสูรงูไม่น่าจะปล่อยให้มันรอดมาได้นี่ แล้วทำไมสัตว์อสูรของข้าจึงไม่จัดการพวกมัน” เสียงแหบพร่ารำพึงออกมาอย่างสงสัย

“อสูรกิ้งก่า” เสียงแหบของแม่มดนั้น ทำให้สัตว์ประหลาดหัวกิ้งก่าแต่ร่างมนุษย์ออกมา แล้วเดินเข้ามาใกล้อย่างนอบน้อม

“เหตุใดสัตว์อสูรจึงปล่อยให้พวกมันเข้ามาในป่าต้องห้ามได้”

“เพราะพวกมันมีกลิ่นไอของอสูรงู แม่เจ้า” เจ้าสัตว์ประหลาดหัวกิ้งก่าตอบเสียงแหลม คำตอบนั้นทำให้นางแม่มด ต้องหันมาจ้องลูกแก้วยักษ์อีกครั้ง

“ลูกแก้ววิเศษแห่งข้า จงตามหาเจ้าอสูรงูว่าอยู่ที่ใด” ครู่หนึ่งภาพที่ปรากฏขึ้นคือกองเถ้าถ่านสีเทาดำกองหนึ่ง

“เจ้าอสูรงูตายแล้วรึนี่ ผู้ใดฆ่ามัน”สิ้นคำถาม ภาพใหม่ก็ปรากฏ เป็นภาพของกลุ่มมนุษย์ผู้บุกรุกนั่นเอง

“เจ้าพวกนี้เองรึ ที่ฆ่าอสูรรับใช้ของข้า” ดวงตาโตสีแดงก่ำวาวโรจน์อย่างเคียดแค้น “อสูรกิ้งก่า เจ้านำเหล่าสัตว์อสููรออกไปฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้” เจ้าสัตว์ประหลาดผงกหัวทีหนึ่งก่อนเดินหายไปในความมืด

“ข้าส่งพวกเจ้าเพียงเท่านี้นะ”เจ้ากระรอกขนปุยเอ่ยกับบุญยง “จากจุดนี้พวกเจ้าก็ตรงไปได้เลย แต่พวกเจ้าต้องระวังให้มากหน่อยเพราะแม่มดผมขาวคงไม่ปล่อยพวกเจ้าให้ผ่านไปง่ายๆแน่ อ้อ ระวังจิ้งหรีดปีศาจของแม่มดผมขาวด้วยล่ะ เพราะมันจะส่งคลื่นเสียงมารบกวนจิตใจมนุษย์ที่หลงเข้ามาโดยเฉพาะคนจิตใจอ่อนโยน ให้ตกเป็นทาสของยัยแม่มด เจ้าต้องเตือนพวกนางให้มีจิตใจเข้มแข็งมั่นคง มีสติ อย่าได้หลงเสียงใดๆ”

“ขอบใจมากนะจ๊ะ”

“ขอให้โชคดีนะ ข้าไปล่ะ” แล้วกระรอกแสนดีก็กระโดดข้ามกิ่งไม้จากไป

บุญยงก็พาคณะเดินทางต่อไป แต่เสียงพุ่มไม้รอบๆตัวไหวติงนั้น ทำให้ทุกคนตกใจมาก แต่สโนว์ฮยอนเรียกสติน้องๆได้ดี ทุกคนจับอาวุธไว้แน่น แม้แต่บุญยงก็ดึงเอาอัญมณียอดมงกุฏออกมาใช้เป็นดาบเล็กๆเพื่อป้องกันตัว

“ระวังตัวนะทุกคน” สิ้นคำเตือนของสโนว์ฮยอน จู่ๆฝูงค้างคาวก็ินกรูเข้ามาทันที

ชินเดอเรล่าใช้สายเบสนั้นต่างแส้หวดขวับๆไปมา น้องมินก็ฟาดเหล่าค้างคาวที่บินเฉียดมาใกล้แบบไม่ยั้งด้วยไม้กลองทองคำ สโนว์ฮยอนก็แกว่งดาบป้องกันตัวเองอย่างคล่องแคล่ว เจ้าพิตบูลพ่นไฟใส่ทำให้ค้างคาวเหล่านั้นบาดเจ็บไปมากมาย ก่อนจะบินหนีหายไป

“นึกไมถึงว่าเจ้ามนุษย์พวกนี้จะเก่งขนาดนี้”แม่มดเฒ่าเอ่ยอย่างเจ็บแค้นที่เหล่าค้างคาวดำไม่สามารถทำอะไรได้

“นี่เราเข้าเขตป่าต้องห้ามจริงๆแล้วใช่ไหม บุญยง” น้องมินถาม ขณะที่กวาดสายตาไปรอบๆ พบกับพรรณไม้รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดมากมายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

“ใช่แล้ว นี่ล่ะ ป่าต้องห้าม ทุกคนระวังตัวดีๆนะครับ”บุญยงร้องบอก มิทันไร ทุกคนก็ได้ยินเสียงแปลกๆมากมายดังขึ้นสลับกัน แต่มีเสียงหนึ่งที่มันฟังดูโหยหวน วังเวง โศกเศร้า และลึกลับอย่างบอกไมถูก วิ่งเข้ามาในหูของชินเดอเรล่า

“เสียงอะไรเนี้ย ทำไมมันปวดหูอย่างนี้”ชินเดอเรล่าร้องขึ้น พร้อมเอามือปิดหู สีหน้าของเธอแสดงความเจ็บปวดชัดเจน

“ชิน” สองสาวตกใจมาก กับอาการของเพื่อน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร บุญยงกระโดดมาเกาะที่บ่าของชินเดอเรล่าและตะโกนบอก ข้างหู

“น้องชินตั้งสติดีๆนะ เข้มแข็งเอาไว้ มันเป็นเสียงลวง อย่าไปฟังมัน ตั้งสติ อย่าหวั่นไหวกับเสียงบ้าๆนั่น เอาความดีสู้กับมัน อย่าแพ้ อย่ายอม ไม่งั้นมันจะควบคุมจิตใจน้องชินนะ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วผิวหน้าเนียนอันซีดเผือด

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก” ชินเดอเรล่าตะโกนออกไปสุดเสียงพร้อมฟาดสายเบสในมือออกไปเต็มเหนี่ยว ร่างของชินเดอเรล่าอ่อนยวบลง และหายใจหอบถี่ๆ ก่อนจะมีร่างของแมลงยักษ์ตัวหนึ่งตกลงมาแน่นิ่งตรงหน้า

“ยัยชิน เธอเอาชนะมันได้แล้ว” สโนว์ฮยอนร้องอย่างดีใจพร้อมกอดชินเดอเรล่าแน่น

“เธอเก่งที่สุดเลยอ่ะ ชิน” น้องมินจับมือชินพร้อมส่งยิ้มกว้างจนตาหยี ชินเดอเรล่ายิ้มตอบ

“มันน่าจะเป็นจิ้งหรีดปีศาจ” บุญยงเอ่ยขึ้นเมื่อเข้าไปพิจารณาซากนั้นใกล้ๆ

“จิ้งหรีดปีศาจ?” สโนว์ฮยอนทวนคำก่อนคลายกอดชินเดอเรล่า

“กระรอกน้อยบอกก่อนไป ว่าให้ระวังจิ้งหรีดปีศาจ มันจะส่งเสียงมารบกวนคนที่มีจิตใจอ่อนโยน ถ้าคนๆนั้นไม่เข้มแข็งพอมันก็จะเข้าควบคุมจิตใจคนนั้นแล้วเอาไปเป็นทาสของเจ้านายมัน แถวนี้คนที่เลี้ยงจิ้งหรีดปีศาจ ก็คงมีแค่แม่มดผมขาวเท่านั้นล่ะ”

“แม่มดผมขาว?”น้องมินทวนคำ “ใครกัน”

“เอาไว้ยงจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ เจ้าพิตบูล มาเผามันก่อน” เจ้าหมาน้อยเห่ารับคำ ก่อนตรงเข้ามาที่ร่างแมลงยักษ์แล้วพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินออกมาสลายร่างนั้้นภายในพริบตา

“พี่บุญยง ขอบใจมากๆนะจ๊ะ” ชินเดอเรล่าเอ่ยพร้อมยิ้มน้อยๆ บุญยงพยักหน้ายิ้มน้อยๆอย่างภูมิใจ

“ฮื่ยยยยย เจ็บใจนัก พวกมนุษย์ตัวเล็ก ข้าไม่น่าประมาทฝีมือพวกเจ้าเลย” แม่มดผมขาวบ่นพึมพำอย่างเจ็บแค้น




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 19:37:10 น.
Counter : 91 Pageviews.  

chapter14

ชินเดอเรล่าโล่งอกเมื่อเห็นน้องมิน สโนว์ฮยอน รวมทั้งเจ้าพิทบูลกลับมาได้อย่างปลอดภัย

“ยงเป็นห่วงแทบแย่เลยรู้ป่าว”เจ้าบุญยงบอก

“ก็เกือบแย่เหมือนกัน แต่ขอบใจที่เป็นห่วงนะ”สโนว์ฮยอนตอบพร้อมยิ้มหวานให้บุญยง

“นี่ๆยงจับปลาได้ตั้งห้าตัวแน่ะ ” เจ้ากบบอกทุกคน

“จริงเหรอบุญยง มาๆ เรารีบมาทำอาหารเย็นกันเถอะ”น้องมินพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

“เดี๋ยวฉันทำเองค่ะ พี่กับมินไปอาบน้ำก่อนเถอะ” ชินเดอเรล่าบอกเสียงหวาน

“เอางั้นเหรอ”สโนว์ฮยอนมองหน้าน้องมินแวบหนึ่ง “งั้นเดี๋ยวเรารีบไปรีบมา”

“ให้ยงไปเป็นเพื่อนไหมจ๊ะ” เจ้าตัวดีรีบเสนอตัวพร้อมส่งสายตาวิบวับ

“ไม่ต้องเลย รู้นะว่าคิดอะไรอยู่”น้องมินตัดบทเสียงเขียว

“ว๊า เกลียดจังคนรู้ทัน อิอิ”

“แกอยู่เป็นเพื่อนยัยชินอ่ะ ดีแล้ว บุญยง พวกเราไปไม่นานหรอก”สโนว์ฮยอนบอก เจ้าบุญยงพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนกระโดดไปคาบเศษกิ่งไม้ที่น้องมินไปหามาเพื่อจะก่อกองไฟ

ดวงตะวันลาลับไปแล้ว ท้องฟ้าที่เคยสดใสนั้นกลับมืดดำอีกครั้ง หลังจากอิ่มกับอาหารมื้อเย็นแสนเรียบง่ายแล้วชินเดอเรล่าก็เดินมานั่งที่โขดหินริมลำธารซึ่งไม่ไกลจากกองไฟนัก ที่ตรงนั้นนอกจากจะได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆเคล้ากับเสียงแมลงสารพัดชนิดที่แข่งกันร้องเพลงแล้ว ยังสามารถมองเห็นดวงดาวนับล้านที่ทอประกายพราวระยับอย่างงดงามอีกด้วย

ครู่หนึ่ง อีกสองสาวก็มานั่งขนาบข้าง

“คิดอะไรอยู่เหรอ” น้องมินถามขึ้น

“กำลังคิดทบทวนทุกอย่างทีี่เกิดขึ้นน่ะ มันเยอะจนฉันแทบตั้งตัวไม่ทัน” สาวหน้าหวานส่งยิ้มอ่อนโยนให้น้องมิน ที่ตอนนี้ไร้หมวกแดงพันธนาการผมสลวยชั่วคราว

“จริงด้วยสินะ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มานั่งมองดาวในป่าแบบนี้”น้องมินยิ้มให้ดวงดาวบนท้องฟ้า

“ฉันเองก็ยังมึนๆงงๆอยู่เลยนะ จำได้ว่าวันก่อนยังเม้าท์แตกกันอยู่ที่ร้านน้องมินอยู่เลย แล้วพอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้ซะแล้ว”สโนว์ฮยอนพูดพร้อมหัวเราะเบาๆในลำคอ

“แล้วเราจะเอายังไงกันดีคะ เรื่องทางไปป่าต้องห้ามน่ะ” ชินเดอเรล่าหันมาทางสโนว์ฮยอน

“ความจริงแล้วจุดมุ่งหมายของเรามันก็อยู่ที่ดินแดนซาตานนี่นะ” น้องมินเปรย

“ขึ้นชื่อว่าทางไปดินแดนซาตานแล้ว อันตรายมันมีเยอะแน่ๆ พวกเธอจะสู้ไหม” คนเป็นพี่ถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง สองสาวที่เหลือมองหน้ากันเชิงขอความเห็นซึ่งกันและกันครู่หนึ่ง

“ถ้าพี่ตัดสินว่าจะไปทางลัดนั่น เราก็จะไปกับพี่ค่ะ”คำตอบของน้องมินทำให้สโนว์ฮยอนยิ้มกว้าง

“เราจะไปด้วยกัน จะสู้ด้วยกันนะคะ”คำพูดของชินเดอเรล่าทำให้คนเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มซาบซึ้งจนพูดไม่ออก

สามสาวกอดกันกลมอย่างซาบซึ้งในมิตรภาพอันบริสุทธิ์ที่มีให้กันท่ามกลางทะเลแสงดาวที่พราวระยับ

……………………….

“บุญยง พาเราไปเส้นทางลัดที่บอกเมื่อวานทีนะ” น้องมินบอกในเช้าตรู่วันต่อมา

“ได้เลยจ้า ไม่ต้องห่วง ยงมีเนวิเกเต้อ” ทั้งสามคนย่นคิ้วก่อนมองหน้ากันแวบหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ

“น้องกระรอกตัวนั้้นไงจ๊ะ” สามสาวมองตามแขนสั้นๆของบุญยง และพบกระรอกขนปุยตัวหนึ่งอยู่บนต้นไม้

“นั่นล่ะเนวิเกเตอร์ของยง เขาจะพาเราไปจ้้า สาวๆตามมาเลยนะ”ดูเหมือนว่าวันนี้เจ้าบุญยงได้ทำหน้าที่หัวหน้าขบวนอย่างเต็มภาคภูมิ

ระหว่างทางนั้น บุญยงก็ใช้คลื่นเสียงภาษาสัตว์คุยกับกระรอกผู้นำทางโดยที่สามสาวไม่อาจเข้าใจได้

“มนุษย์พวกนี้เป็นใครมาจากไหนเหรอ เจ้าจึงได้พามาป่าต้องห้าม มันไม่ใช่ที่ๆคนธรรมดาจะเข้ามาเที่ยวเล่นได้นะ”กระรอกถาม เจ้าบุญยงจึงตอบเพียงบางส่วน

“พวกนางไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาหรอก และมีภารกิจสำคัญถึงต้องมาที่นี่”

“รู้แล้วเหยียบไว้ด้วยล่ะ”บุญยงทำกระซิบกระซาบ “พวกนางเป็นทายาทเทพศิลปิน จะมาชิงเอาเครื่องดนตรีเทพคืนจากซาตาน”

“ห๊า เป็นพวกนางหรอกเหรอ”

“เจ้าพูดเหมือนว่ารู้จักเทพศิลปินยังงั้นล่ะ”

“พญากระรอกปู่ข้าเคยเล่าเรื่องเทพศิลปินให้ฟัง ปู่เล่่าว่าราชาซาตานเห็นโลกมีแต่ความสุขสงบเกินไป ส่วนหนึ่งคงมาจากดนตรีของเทพศิลปินที่ขับกล่อมมวลมนุษย์ เลยสั่งให้นำกองทัพซาตานไปบุกเทวพิมาน ทำลายทุกอย่าง พร้อมทั้งชิงเอาเครื่องดนตรีเทพมา” บุญยงตั้งใจฟังกะรอกเล่าอย่างสนใจ “แต่ชิงเอามาก็ท่านั้นล่ะ เพราะไม่มีซาตานตนใดเล่นเครื่องดนตรีเหล่านั้นได้ จนตอนนี้มันก็ยังอยู่ที่ปราสาทของราชาซาตานนั่นล่ะ”

“แล้วปราสาทนั่นมันอยู่ตรงไหนล่ะ” บุญยงถาม แต่กระรอกผู้นำทางส่ายหัวแล้วบอก

“ข้าไม่รู้หรอกเพราะข้าไม่เคยเข้าไปถึงดินแดนซาตานสักที อย่างมากก็สุดเขตป่าต้องห้าม แถวๆหอคอยของยัยแม่มดผมขาว” ชื่อนี้อีกแล้ว

“ใครกัน ยัยแม่มดผมขาว”

“ก็ยัยแม่มดผมขาวที่รับใช้ราชาซาตานน่ะสิ นางจะเฝ้าเขตชายแดนป่าต้องห้ามไม่ให้ใครเข้าในดินแดนซาตานได้ง่ายๆ มนุษย์ที่หลงเข้ามาถ้าไม่ตายก็จะถูกนางสาปให้เป็นอสูรรับใช้ เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์แบบเจ้าเยอะแยะเลยล่ะ ทีแรกข้ายังนึกว่าเจ้าเป็นอสูรรับใช้ของนางด้วยซ้ำไป”กระรอกก็หัวเราะเบาๆ”แต่พอข้าได้คุยกับเจ้าก็รู้ว่าเจ้าไม่ใช่อสูรรับใช้ของนางแน่ๆ เพราะอสูรรับใช้มันไม่เคยพูดดีๆ และไม่มีความสดชื่นแจ่มใสแบบเจ้า”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง เจ้าถึงได้ไม่แปลกใจหรือตกใจกลัวที่เจอตัวประหลาดอย่างข้า”บุญยงยิ้มน้อยๆ

“เห็นว่านางเข้าไปรับใช้ราชินีแคว้นโชอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาอยู่ที่นี่”แต่ถ้อยคำนี้ของกระรอกทำเอาบุญยงสะดุด

………..ใช่แน่ๆ นางคือแม่มดผมขาวที่ทำให้เจ้าชายบุญยงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้…………

เหมือนเจ้ากระรอกจะสนใจการไต่กิ่งไม้มากกว่าจึงไม่ได้สนใจบุญยง แล้วพูดต่อไปอีก

“ข้าดีใจนะที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือทายาทเทพศิลปิน ข้าอยากได้ยินบทเพลงจากสวรรค์พวกนั้นบ้าง เจ้าต้องพาพวกนางไปให้ถึง แล้วชิงเอาเครื่องดนตรีเทพกลับมาให้ได้นะ”

“ข้าจะต้องทำให้ได้ ขอบใจมากๆนะจ๊ะกระรอกแสนดี”บุญยงรับคำมั่นเหมาะ ก่อนจะตั้งใจเดินทางต่อไป

…………………….

ทางที่กระรอกและบุญยงนำไปนั้นเริ่มแคบลง ยิ่งเข้าไปในป่าลึกเท่าไร ต้นไม้ต่างๆก็หนาทึบ รกรังขึ้นเรื่อยๆ เสียงแปลกๆของสัตว์ที่ดังเป็นระยะทำให้ความกลัวเริ่มจับหัวใจสาวๆทีละน้อย ความรู้สึกที่เหมือนมีดวงตานับร้อยๆคู้จับจ้องอยู่ ทำให้แต่ละคนกำอาวุธของตนแน่นขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไร

“ทำไมมันทั้งรก ทั้งอึมครึมแบบนี้ล่ะบุญยง” น้องมินเอ่ยขึ้น แต่ได้คำตอบคือ

” เริ่มเข้าเขตป่าต้องห้ามแล้ว ระวังตัวกันหน่อยนะครับ” บุญยงร้องบอกเสียงเรียบ ทันใดนั้น

“แคว๊กกกกกก”

“ว๊ายยยย” น้องมินร้องพร้อมวาดไม้กลองปัดป้องตัวเองโดยอัตโนมัติ และโดนเข้าเต็มๆ

“โห น้องมินเล่นซะเจ้าค้างคาวมันชัก กระแด่วๆ เลยอ่ะ”บุญยงลงจากหลังเจ้าพิตบูลมาดูเจ้าสัตว์โชคร้าย

“ระวังตัวนะพวกเรา” สโนว์ฮยอนเอ่ยเตือน ทุกคนรับคำแล้วจึงเดินทางต่อไป




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 19:32:01 น.
Counter : 95 Pageviews.  

chapter13

“แล้วทางที่ว่ามันไปทางไหน”นางฟ้าถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง บุญยงยิ้มแบบเขินๆก่อนตอบ

“ยงไม่ทันจะถามอ่ะ เค้าไปซะก่อน”

“อ้าววววววว”สามสาวร้องขึ้นพร้อมกันโดยอัตโนมัติ

“แต่ถ้าจะไปทางนั้นจริงยงก็จะไปสืบมาอีกไง แต่ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องเสียเวลา” เจ้ากบตัวแสบหาข้อแก้ตัวได้ดีเสมอ

“ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเจ้านะ ข้าไปทางไหนก็ได้” จบประโยค นางฟ้าก็หายกลับเข้าไปในศิลาดังเดิม

“เราเดินทางไปคิดไปด้วยดีกว่านะ”ชินเดอเรล่าเสนอ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

“บุญยงนำทางหน่อยสิ”น้องมินบอก เจ้าบุญยงจึงเร่งให้เจ้้าพิตบูลวิ่งเหยาะเพื่อนำหน้าขบวน

“สาวๆตามยงมาทางนี้จ้า”สามสาวอดหัวเราะกับท่าทางราวกับแม่ทัพของบุญยงไม่ได้

“นี่มันบ่ายมากแล้ว เราเดินทางต่อไปอีกสักหน่อยแล้วหาที่พักสำหรับคืนนี้ดีกว่า”สโนว์ฮยอนบอกน้องๆ เมื่อเดินทางกันต่อได้สักพัก

“ดีเหมือนกันค่ะ”ชินเดอเรล่าเห็นด้วย

“ยงได้กลิ่นน้ำมาจากทางโน้นน่ะ เราน่าจะเดินไปทางโน้น” เจ้าบุญยงเสนอ

“น้ำเหรอ งั้นดีเลย จะได้อาบน้ำ”น้องมินบอกพลางยิ้ม ก่อนเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงโดยเร็ว

ครู่หนึ่ง คณะเดินทางก็ได้พบกับลำธารสายหนึ่งท่ามกลางป่าเขาที่แสนอุดมสมบูรณ์

“เราพักกันที่นี่ล่ะนะ”สโนว์ฮยอนบอกก่ิอนเล็งทำเลเหมาะๆ เพื่อจะวางกระเป๋าสัมภาระ ก่อนจะตัดสินใจวางสมบัติทั้งหลายบนรากของต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่ง สาวๆที่เหลือก็นำมาวางตาม

“ว๊าว สดชื่นจัง”สโนว์ฮยอนพูดขึ้นหลังจากสูดอากาศเข้าเต็มปอด

“ฉันไ่ม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะคะพี่” ชินเดอเรล่าบอกขณะมายืนข้างๆและกวาดสายตาไปรอบบริเวณ

“แน่ล่ะ นอกจากป่า่แถวหมู่บ้านที่ไปเก็บเห็ดประจำ ฉันก็ไม่เห็นเธอไปไหนสักที” สโนว์ฮยอนว่าให้ ชินเดอเรล่าอมยิ้มพยักหน้า เพราะมันก็เป็นจริงเช่นนั้น

“น้องมินทำอะไรเหรอ” บุญยงถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นน้องมินประสานมือไว้ที่อก ก่อนหลับตาพึมพำ ต่อหน้าต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นที ต้นนี้ที

“คุณยายเคยสอนน่ะ ว่าทุกที่ล้วนมีเจ้าของ ต้นไม้พวกนี้ก็คงมีเทวดาหรือภูติต้นไม้อาศัยอยู่ ฉันเลยอธิษฐานขอให้เขาอนุญาตให้เราพักที่นี่ เขาจะได้ช่วยปกป้องเราด้วยไง” น้องมินอธิบาย เจ้าบุญยงพยักหน้าหงึกหงัก

“เดี๋ยวฉันไปเก็บฟืนก่อนนะคะ”น้องมินร้องบอกสโนว์ฮยอน กับชินเดอเรล่า

“ให้ฉันไปด้วยดีไหม” ชินเดอเรล่าถาม

“อย่าดีกว่าค่ะ เธออยู่เฝ้าของแล้วก็เตรียมที่นอนกับคุณพี่ที่นี่ล่ะ ฉันจะไปกับเจ้าพิตบูล จะรีบไปรีบกลับนะคะ”สาวน้อยบอกก่อนเรียกเจ้าพิตบูลให้ไปกับเธอ

“บุญยงอยู่ที่นี่ ดูแลคุณพี่กับชินเดอเรล่าดีๆนะ”น้องมินสั่ง เจ้ากบตัวดีทำท่าตะเบ๊ะพร้อมรับคำมั่นเหมาะ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องมินกับเจ้าพิตบูลเก็บฟืนได้มากพอสมควร คงพอสำหรับคืนนี้ แต่ในขณะที่กำลังมัดเศษกิ่งไม้เข้าด้วยกันนั้น หูเจ้ากรรมก็ได้ยินเสียงพุ่มไม้ไหว

“พิตบูล มานี่” สาวน้อยเรียก เจ้าหมาน้อยก็รีบเข้ามาหาอย่างรู้ความ หูอ่อนๆของมันกางออกเพื่อรับเสียงแปลกปลอม แววตาที่เคยใสแบ๊วในยามปกติ กลับกลายเป็นแววตาที่ระวังภัยและมองไปรอบด้าน

น้องมินดึงไม้กลองทองคำจากซองหนังหมีที่ผูกติดเข็มขัดของเธอออกมาถือไว้ในมือ หูก็จับทางของเสียงประหลาด หัวใจของเธอขณะนั้นรัวราวกับมีกลองสิบใบอยู่ในนั้น เธอจึงตัดสินใจรีบหอบไม้ฟืนไว้ในอ้อมแขนให้ได้มากที่สุด ก่อนใช้มืออีกข้างโยนหินก้อนใหญ่เข้าไปในพุ่มไม้นั้น แล้วรีบวิ่งกลับมายังที่พักอย่างเร็วที่สุด โดยมีเจ้าพิตบูลวิ่งตามและคอยระวังหลังให้

แต่วิ่งมาได้สักพัก น้องมินก็เกิดสะดุดก้อนหินแล้วล้มลง เศษกิ่งไม้ที่หอบมานั้นหล่นเกลื่อนบริเวณ น้องมินจึงเหลียวหลังกลับไปทางที่ตนวิ่งมา และได้พบว่าสิ่งที่วิ่งหนีนั้นคือสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งงู

“กรี๊ดดดดดดด”เสียงร้องของน้องมินดังไปถึงหูของชินเดอเรล่ากับสโนว์ฮยอน

“ยัยชิน เธออยู่นี่กับบุญยงนะ เดี๋ยวฉันจะไปดูน้องมินเอง” ว่าแล้วสโนว์ฮยอนก็คว้าดาบวิ่งไปทันที

สโนว์ฮยอนวิ่งมาตามทิศทางของเสียงและได้พบว่าสัตว์ประหลาดงูยักษ์กำลังเข้ามาใกล้น้องมินแต่มีเจ้าพิตบูลขวางอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหมาน้อยจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ ทั้งขู่ทั้งเห่าเจ้าครึ่งคนครึ่งงูตัวดำมะเมื่อมที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันสองสามเท่านั้นอย่างไม่เกรงกลัวสักนิด สโนว์ฮยอยดึงดาบขออกจากฝัก ก่อนย่องเข้าไปด้านหลังแล้วเล็งตำแหน่งหัวซึ่งเป็นหัวมนุษย์ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำนั้นอย่างแน่วแน่ แล้วซัดดาบออกไป

“เคร้ง!!” เสียงดาบของสโว์ฮยอนกระทบเกล็ดบนหัวเจ้าสัตว์ประหลาดแต่ไม่ได้ระคายผิวมันเลยสักน้อย ก่อนหล่นลงที่พื้น

“แว๊กกกกก!! พลาด ซวยแล้วฉัน”สาวสวยร้องเมื่อเกิดความผิดพลาด ทำให้เจ้าสัตว์ประหลาดนั้นหันมาหาเธอแทน

“น้องมินหนีไป” สโนว์ฮยอนร้องบอกในขณะที่ดวงตาหวานคมยังคงจ้องจับการเคลื่อนไหวของเจ้าสัตว์ประหลาดหัวกลมนั้น น้องมินวิ่งหนีไปซุ่มหลังต้นไม้ใหญ่ พร้อมบอกเจ้าพิตบูล

“เจ้าพิตบูลไปช่วยคุณพี่เร็ว” เจ้าหมาน้อยวิ่งไปขวางหน้าเจ้าสัตว์ประหลาดพร้อมแยกเขี้ยวขาวเงาวับใส่

“ไอ้น่าเกลียด แกกำลังทำให้คนสวยกลัวนะ” สโนว์ฮยอนตะโกนออกไปแต่เจ้าตัวประหลาดก็ยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาหาเธอ

“อย่าเข้ามานะ ไอ้สัตว์ประหลาด หน้าตาหน้ากลัว ยังทำตัวน่าเกลียดอีก ออกไป๊”

สโนว์ฮยอนร้องและค่อยๆกระเถิบออกไปเพื่อรักษาระยะห่าง พลันเจ้าตัวประหลาดนั้นก็เคลือนร่างจะมาทำอันตรายเธอ แต่เจ้าพิตบูลไวกว่า กระโดคฝังเขี้ยวคมกริบลงไปที่คอเจ้าสัตว์ประหลาดภายในเสี้ยววินาที

“คุณพี่”น้องมินเรียก ก่อนโยนดาบให้สโนว์ฮยอน

ทันทีที่จับดาบมั่น สโนว์ฮยอนก็แทงเข้้าไปที่กลางหน้าอกซึ่งไร้เกล็ดของสัตว์ประหลาด พอสโนว์ฮยอนถอนดาบร่างใหญ่โตนั้นก็ล้มครืน ก่อนที่ของเหลวสีดำจะไหลออกมาจากร่างนั้นเป็นทาง

“พิตบูล เผามันเลย” น้องมินส่งเสียงมา ด้วยยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย เจ้าหมาน้อยจึงจัดการพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินสู่ร่างเจ้าสัตว์ประหลาด ชั่วพริบตาร่างนั้นก็สลายเหลือเพียงผุยผงสีดำกองหนึ่ง สโนว์ฮยอนจึงเอ่ย

“สมน้ำหน้า เตือนแล้วไม่ฟัง อยากทำคนสวยกลัวดีนัก ถ้าชาติหน้ามีก็ไปเกิดเป็นอะไรที่มันดีกว่านี้ซะนะยะ”

“เอ๊ะ นั่นอะไรคะ” น้องมินร้องบอกหลังจากออกจากที่ซุ่มมาสำรวจเถ้าถ่านของเจ้าสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งงู และได้เห็นอะไรอยู่ในนั้น เธอจึงเอาไม้เขี่ยๆ จึงพบกับวัตถุคล้ายลูกแก้วขนาดเท่าลูกเชอรรี่ป่า มีสีดำมันเงา

“เก็บกลับไปถามคุณนางฟ้าสิ” คนเป็นพี่แนะนำ สาวน้อยก็ทำตาม

“ไปเก็บฟืนแล้วรีบกลับกันเถอะ”สโนว์ฮยอนบอกก่อนอุ้มเจ้าพิตบูลขึ้นมา

“เจ้านี่เก่งจริงๆนะ สมแล้วที่เป็นหมาจากสวรรค์”

“บ๊อกๆๆ”เจ้าหมาน้อยเห่าเบาๆรับคำชมนั้น




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 19:09:09 น.
Counter : 93 Pageviews.  

chapter12

แล้วการเดินทางของสาวๆได้เริ่มต้นขึ้น….

“ก่อนอื่นพวกเจ้าต้องไปให้ถึงป่าต้องห้ามที่อยู่ทางทิศเหนือให้ได้ก่อน ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไรหรอกนะ ที่นั่นจะมีชุมทางสากล ที่เชื่อมไปถึงโลกมนุษย์ เมืองสวรรค์ และดินแดนซาตาน ประตูซาตานจะเปิดเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น เมื่อเข้าไปได้ เราต้องรีบไปเอาเครื่องดนตรีเทพออกมา เพราะถ้าหากเราอยู่นาน ไอพิษซาตานอาจจะซึมเข้าสู่จิตใจเราได้”เทพธิดาบลูแองเจิ้ลบอก ก่อนกลับเข้าไปอยู่ในแผ่นศิลาศักดิ์สิทธิ์

สาวๆเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางด้วยเครื่องแต่งกายที่ทะมัดทะแมง กระเป๋าผ้าคนละใบนั้นบรรจุเสบียงอาหารและของจำเป็นที่ต้องใช้สำหรับการเดินทาง

“น้องมินหลานยาย เจ้าจงใช้ไม้กลองที่ยายให้นั้น เป็นอาวุธป้องกันตัวนะ" คุณยายสั่งหลานสาวก่อนจากด้วยเสียงสั่นๆ

“ชินเดอเรล่า สายเบสของเจ้าก็ใช้เป็นอาวุธได้เหมือนกันนะ” คุณตาบอก

“แล้วหนูล่ะคะคุณตา ปิคงาช้างมันอันนิดเดียวเองอ่ะ จะเอาไปสู้อะไรกับใครเค้าได้คะ”สโนว์ฮยอนเอ่ยขึ้น

“ตาเตรียมไว้ให้เจ้าแล้วล่ะ” คุณตา เดินงกเงิ่นเข้าไปในบ้าน และกลับออกมาพร้อมด้วยดาบยาวเล่มหนึ่ง ที่บรรจุในฝักไม้แกะสลักสวยงาม

“มันอาจจะหนักไปสักหน่อยสำหรับหญิงงามบอบางเช่นเจ้า แต่มันคงช่วยให้เจ้าฝ่าฟันอันตรายไปได้นะ” สโนว์ฮยอนรับดาบจากมือคุณตาไปสะพายไว้

“เจ้าบุญยง เจ้าพิตบูล ช่วยดูแลสาวๆด้วยนะจ๊ะ”คุณยายเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน

“คุณตาคุณยายไม่ต้องห่วงนะครับ ยงจะดูแลสาวน้อยทั้งสามอย่างดีที่สุด เอาความหล่อเป็นประกันเลย” เจ้าบุญยง ที่นั่งบนหลังเจ้าหมาน้อยพิตบูลราวกับราชากบตอบคุณยายพร้อมยักคิ้วให้ทีหนึ่ง

“พวกเจ้าเป็นความหวังของบรรพบุรุษ จงใช้พลังความดีงามที่มีอยู่ภายในจิตใจอันเข้มแข็งของพวกเจ้้า เอาชนะซาตาน และนำเอาเครื่องดนตรีเทพกลับมาให้ได้นะ”คุณยายบอกกับทุกคน

“ออกเดินทางเถอะ เดี๋ยวแดดจะร้อน” คุณตาบอก สามสาวพยักหน้า ก่อนออกเดินทางไปยังทิศเหนือ สู่ป่าต้องห้าม

………………….

“เราพักกันก่อนดีไหมจ๊ะ” สโนว์ฮยอนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าแดดเริ่มแรงขึ้นมากและเพื่อนๆของเธอก็เริ่มจะเหนื่อยอ่อน

“โหย อะไรกัน ยังไม่ทันจะเหนื่อยเลย” เสียงกวนประสาทของบุญยงทำให้สโนว์ฮยอนหันขวับมาส่งตาเขียวปั้ด

“ก็ใช่สิ แกไม่ได้เดินอย่างพวกฉันนี่ แกจะเหนื่อยอะไร ไม่ต้องมาปากดีเลยนะไอ้กบขี้เหร่”

“แว๊กกกกก รวดร้าววว มาด่ายงแบบนี้ได้ไง ไม่ยอม”

“หยุดได้แล้วทั้งสองคนเลย”น้องมินตวาดลั่น ก่อนเดินไปนั่งใต้ร่มไม้และถอดหมวกแดงออก

“พี่บุญยง พี่สโนว์ฮยอน พอเถอะค่ะ เดินทางไปด้วยกัน อย่ามาทะเลาะกันเองเลยค่ะ”ชินเดอเรล่าพูดเสียงนุ่ม ก่อนนั่งลงข้างๆน้องมิน สโนว์ฮยอนค้อนขวับก่อนนั่งลงด้วย

“ก็ได้ เห็นแก่น้องชินคนสวยหรอกนะ” บุญยงกระโดดลงจากหลังเจ้าพิตบูล พลางบอก “เดี๋ยวจะไปสำรวจแถวนี้สักหน่อย อย่าเพิ่งออกเดินทางไปก่อนล่ะ เจ้าพิตบูลฝากดูแลสาวๆด้วยนะ” เจ้าหมาน้อยเห่ารับสองครั้งก่อนเดินเข้าไปหาสาวๆที่นั่งพักใต้ร่มไม้ และนั่งลงตรงนั้นด้วย

เจ้าบุญยงกระโดดหย็อยๆไปตามประสากบ พอเจอสัตว์ก็ถามไถ่ด้วยภาษาสัตว์

“สวัสดีจ้า กระรอกน้อย เธอพอจะรู้ไหมจ๊ะว่าป่าต้องห้ามน่ะ มันต้องไปอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึง”

“ถ้าไปตามเส้นทางตรงๆที่มนุษย์ใช้ก็ไกลพอสมควรนะ เพราะต้องผ่านหุบเขาโน่นไปถึงจะเข้าเขตป่า กระรอกน้อยสีน้ำตาลขนปุยชี้มือประกอบ มันก็ไกลจริงๆด้วย

“แต่มันมีอีกทางหนึ่งอ่ะนะ ที่พวกสัตว์อย่างเราใช้กัน มันใกล้กว่าเยอะ แต่อาจจะลำบากหน่อย” กระรอกน้อยบอกอีก ทำให้บุญยงเกิดสนใจขึ้นมา

“แล้วถ้ามนุษย์จะไปเส้นทางนั้นล่ะ จะได้รึเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะข้าไม่ค่อยเห็นมนุษย์ที่ใช้เส้นทางนั้นแล้วกลับออกมาได้เลยสักคน”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะทางนั้นมันไปสู่ดินแดนซาตานน่ะสิ”

“ดินแดนซาตานงั้นเหรอ”บุญยงรำพึง

“แล้วเจ้าจะไปทำไมเหรอ” ยังไม่ทันที่บุญยงจะอ้าปาก เจ้ากระรอกก็ตอบเองเสร็จสรรพ “แต่เจ้าคงไม่ได้มาหาแม่มดผมขาวหรอกนะ อิอิ” พูดจบ เจ้ากระรอกน้อยก็จากไป ปล่อยให้ชื่อ “แม่มดผมขาว”ค้างอยู่ในใจบุญยงเพียงลำพัง

“หายไปไหนมาตั้งนานยะ ไปนอนเล่นอยู่ในท้องงูเขียวมารึยังไง” สโยว์ฮยอนประชด แต่บุญยงก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร กลับกระโดดตรงมาที่ศิลาศักดิ์สิทธิ์และเรียกเทพธิดาออกมา

“คุณนางฟ้าออกมานี่หน่อย มีอะไรจะปรึกษาครับ” ครู่หนึ่งนางฟ้าก็ออกมา ท่ามกลางความงงงวยของสาวๆ

“ตะกี้ยงไปถามสัตว์แถวนี้ดู เค้าบอกว่าถ้าทางที่มนุษษย์ทั่วไปใช้ จะต้องผ่านเขาลูกโน้น”เจ้ากบชี้แขนไปทางหุบเขาขนาใหญ่ที่อยู่ไกลลิบ

“แต่มันมีทางลัดที่ตรงไปยังดินแดนซาตานนะ”บุญยงมองหน้าทุกคนก่อนถาม

“เราจะเลือกไปทางไหนกันดี”






Free TextEditor




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 18:37:12 น.
Counter : 110 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

นางในดอกบัว
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเพียงคนที่รักในอักษร
แม้บางอ่อนด้อยความรู้อยู่แค่ไหน
จินตนาการความฝันหล่อเลี้ยงใจ
เดินต่อไปอย่างเป็นสุขทุกคืนวัน
Friends' blogs
[Add นางในดอกบัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.