~Lady in Lotus~เม้นก็ได้ ด่าก็ดี มีคุณค่ากับนางผู้นี้ทุกประการค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 

chapter11

“ฉันควรจะทำยังไงดี บุญยง” ชินเดอเรล่าถามขึ้น ในขณะที่แพขนตานั้นยังชุ่มด้วยน้ำตา

“ชินเดอเรล่าลองถามใจตัวเองดูสิว่าอยากไปรึเปล่า แต่ถ้าถามยง ยงก็อยากให้ไปด้วยกันนะ” แววตาที่สับสน ครุ่นคิดของเธอ ทำให้บุญยงต้องพูดต่อไป

“ความจริงแล้ว เรื่องคืนร่างมนุษย์น่ะ ยงก็พูดไปงั้นล่ะ มันเป็นไปได้น้อยมาก แต่เหตุผลจริงๆคือโอกาสทำเพื่อมวลมนุษย์และรับใช้สวรรค์แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ หรือใครจะทำก็ได้ มันเกิดขึ้นได้ยากสุดๆเลยนะสำหรับสัตว์ประหลาดอย่างยง แต่ในเมื่อเป็นผู้ถูกเลือก ยงก็อยากทำให้มันเต็มที่ ยิ่งเป็นภารกิจสำคัญของบรรพบุรุษด้วยแล้ว มันยิ่งน่าภูมิใจมากขึ้นไปอีก”

“เจ้าคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”คำถามลอดออกมาจากริมฝีปากบางนั้นอย่างแผ่วเบา

“ชินเดอเรล่าก็ได้ยินที่นางฟ้าบอกไม่ใช่เหรอ เรื่องอักษรสามตัวนั่นอ่ะ” เจ้ากบยังคงบรรยายพิเศษต่อไป

“สำหรับยงนะ ยงมีอักษรสามตัวนั้นเต็มหัวใจเลยล่ะ เพราะทุกครั้งที่ยงร้องเพลง ยงจะมีความสุขมาก เสียงเพลงมันเป็นมิตรแท้ที่ทำให้ยงลืมเรื่องความอัปสักษณ์ของตัวเองได้พักใหญ่เลย แต่ที่สำคัญที่สุด เสียงเพลงมันทำให้ยงได้มีเพื่อนสวยๆอย่างชินเดอเรล่าไง” คำพูดของเพื่อนตัวประหลาด ทำให้ชินเดอเรล่ายิ้มออกมาได้

“มนุษย์เลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำหรือไม่ทำได้ ถ้าเรากำหนดชีวิตด้วยตัวของเราเองซะอย่างก็ไม่มีใครมากำหนดควบคุมชีิวิตเราได้หรอก ทุกอย่างมันอยู่ในมือชินเดอเรล่าแล้วนะ คิด ตัดสินใจให้ดี แต่ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเสมอ”

“ขอบใจมากๆนะจ๊ะ บุญยง” ชินเดอเรล่ายิ้มกว้าง ก่อนถามขึ้น “ถ้าตอนนี้บุญยงเป็นมนุษย์จะอายุเท่าไรเหรอ”

“ก็คงจะราวยี่ิสิบห้ายี่สิบหกปีอ่ะ ถามทำไมเหรอ”

“บุญยงแก่กว่าฉันตั้งหลายปี มิน่าล่ะ ถึงได้มีประสบการณ์เยอะ” บุญยง อมยิ้มอย่างภูมิใจ

“ก็….นิดหน่อย”

“งั้นฉันขอเป็นน้องสาวของพี่ชายบุญยงได้ไหม”ชินเดอเรล่าบอก

“ได้แน่นอนจ้า แต่ต้องเป็นเจ้าหญิงชินเดอเรล่า เพราะพี่บุญยงเป็นเจ้าชาย” ชินเดอเรล่าหัวเราะคิกๆกับท่าทางของเจ้าชายบุญยง ก่อนลุกขึ้นจากเตียงแล้วบอก

“ฉันตัดสินใจได้แล้วล่ะพี่บุญยง ไปให้คำตอบกับทุกคนกันเถอะ”

………………………..

ทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่กอย่างไม่เชื่อหูตัวเองกับคำตอบของชินเดอเรล่า

“เธอว่ายังไงนะยัยชิน”สโนว์ฮยอนถามเสียงแหลม

“ฉันจะไปกับพวกพี่ค่ะ” น้องมินหมวกแดงเข้ามากอดร่างบางของชินเดอเรล่าพลางพูด

“ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องไม่ทิ้งพวกเรา” สโนว์ฮยอนเข้ามากอดน้องทั้งสอง

เทพธิดาบลูแองเจิลยิ้มให้คุณตาคุณยาย ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“โล่งไปที ฉันขอตัวกลับเข้าไปในศิลาก่อนนะ มีอะไรก็เรียกได้ อ้อ เราเดินทางกันพรุ่งนี้เลยนะจ๊ะสาวๆ อย่าลืมล่ะ” พลันนางฟ้าก็หายวับไปพร้อมควันสีฟ้าขาวที่จางหายไป

“เก่งจริงนะเจ้ากบบุญยง”คุณตาชื่นชม ทำเอาบุญยงพองโตยิ่งขึ้นด้วยความปลาบปลื้ม

“เย็นนี้ เรามาฉลองให้กับทายาทเทพศิลปินกันเถอะ”คุณตาบอก ทุกคนก็เห็นด้วยเช่นนั้น

………..

เช้าที่สดใสมาเยือนอีกครั้ง สามสาวตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งใหม่มากจึงลุกขึ้นมาเตรียมข้าวของแต่เช้าทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอาหารสำหรับเดินทาง หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น คุณตาก็ให้สโนว์ฮยอนและซินเดอเรล่าไปนำเครื่องดนตรีประจำกายที่เอามาด้วยนั้นตามคุณยายลงไปที่โพรงหินหลังบ้าน

“ก่อนที่พวกเจ้าจะไป ได้โปรดแสดงพลังของทายาทเทพศิลปินรุ่นใหม่ให้ตากับยายได้ประจักษ์ด้วยเถอะ”คุณตาบอก แล้วแต่ละคนก็นำเอาของวิเศษประจำกายที่ได้มานั้นออกมาใช้

“โหยยยย น้องมินมีไม้ตีกลองทองคำ ชินคนสวยก็มีสายเบสวิเศษ แม่สโนว์คนงามก็มีปิคงาช้างดำ แต่ยงไม่มีอะไรเลยอ่ะ”เจ้าชายกบโอดครวญอย่างน้อยใจ ก่อนกระโดดไปหาเจ้าพิทบูลและไปอุทธรณ์ต่อศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้แขวนติดอยู่กับปลอกคอสีน้ำเงินของเจ้าหมาน้อย

“นางฟ้าครับออกมาหน่อยสิ มาเสกของวิเศษให้ยงเลยนะ”ครู่หนึ่งนางฟ้าก็ออกมาตามคำเรียกร้อง

“คนอื่นเค้ามีของกันหมดอ่ะ ยงไม่มีอะไรเลย ไม่ยอมๆๆๆ “

“เรื่องมากจริงนะ”นางฟ้าบ่น ก่อนเสกมงกุฏอันใหม่ไว้บนหัวบุญยง

“ยงจะเอาไมค์วิเศษอ่ะ ไม่อยากได้มงกุฏ” เจ้ากบประหลาดกระทืบเท้าถี่ๆแหกปากร้องลั่น เป็นกบที่เอาแต่ใจตัวสิ้นดี เทพธิดาทนไม่ไหวจึงร้องบอก

“หยุดนะ ไม่งั้นข้าจะเสกเขาให้งอกกลางหน้าผากเจ้า!!” ได้ผล เจ้าบุญยงปิดปากเงียบ แต่ยังสะอื้นฮึกๆ

“มงกุฏนี่ ข้าทำใหม่ให้แทนก่อนของเจ้าที่มันพัง ยอดมงกุฏน่ะเป็นเป็นอัญมณีสีฟ้าเหมือนกัน แต่ถ้าดึงออกมามันจะเป็นไมโครโฟนวิเศษ หรือเป็นสิ่งของอะไรก็ได้ที่เจ้าต้องการ พอเจ้าใช้เสร็จก็เก็บเข้าที่เิดิม ทีนี้เข้าใจรึยัง”นางฟ้าสาธยายด้วยน้ำเสียงขุ่น เจ้ากบมองตาแป๋วก่อนรับคำเสียงอ่อน

“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับคุณนางฟ้า”

“ได้แล้วก็ร้องเพลงให้ฟังซะทีสิ”นางฟ้าส่งสายตาเขียวปั๊ด เจ้าบุญยงจึงหยิบยอดมงกุฏตัวเองออกมา หลับตาิอธิษฐานพึมพำก็กลายเป็นไมค์ที่มีขนาดเหมาะมือ

“พร้อมนะสาวๆ เอ้า วัน ทู ทรี” เจ้าบุญยงก็ส่งเสียงให้จังหวะการเริ่มต้น

ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นดนตรีด้วยกันเต็มวงครั้งแรกจะเป็นไปได้อย่างลงตัว และเปี่ยมไปด้วยความสุขเช่นนี้ เจ้าบุญยงร้องเพลงไปตามจังหวะดนตรีที่สาวๆได้ร่วมบรรเลงได้อย่างไพเราะ เสียงเบสจากชินเดอเรล่าคุมจังหวะได้มั่นคง ประสานเข้ากับจังหวะกลองที่น้องมินตีอย่างเหมาะเจาะ เสียงกีต้าร์ของสโนว์ฮยอนนั้นก็งดงาม พริ้วไหว ทุกตัวโน๊ต ทุกจังหวะ ทุกสรรพเสียงที่ออกมาสมบูรณ์แบบ สมเป็นดนตรีของทายาทเทพศิลปินโดยแท้




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 18:24:16 น.
Counter : 91 Pageviews.  

chapter10

“ฉันตัดสินใจแล้ว” สโนว์ฮยอนทลายความเงียบนั้นลงด้วยคำตอบของเธอ “ฉันจะไปตามเอาเครื่องดนตรีของเทพศิลปินกลับมาค่ะ” แววตาที่วาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังนั้น ทำให้เทพธิดาบลูแองเจิ้ลยิ้มได้

“ยงก็จะไปด้วยจ้า เผื่อฟลุ๊ค หาทางคืนร่างเดิมได้” คำตอบของเจ้ากบทำให้นางฟ้ายิ้มกว้างขึ้นอีก ก่อนหันมาทางน้องมินหมวกแดงกับชินเดอเรล่า

“แล้วพวกเจ้าล่ะ??”

“ฉันก็….อยากไปค่ะ แต่…เรื่องกิจการร้านแซนวิชปลาร้า…”น้องมินพูดด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก

“หลานยาย เรื่องกิจการน่ะ ถึงไม่มีเจ้า พ่อแม่พี่น้องของเจ้าเขาก็ทำกันเองได้ แต่เรื่องการเป็นทายาทเทพศิลปิน ยายมีเจ้าเพียงคนเดียวนะ”คุณยายเอ่ยปากเช่นนั้น ทำให้น้องมินต้องคิดหนักอีกรอบ

“แล้วเจ้าล่ะ ชินเดอเรล่า”นางฟ้าถาม

“ถ้าฉันไป แม่เลี้ยงกับน้องของฉัน…..”ชินเดอเรล่าเปรย แต่สโนว์ฮยอนสวนกลับทันที

“นี่เธออย่าบอกนะว่าจะกลับไปให้คนพวกนั้นโขกสับอ่ะ ยัยชิน” ชินเดอเรล่าได้แต่หลบดวงตากลมโตนั้นลง

“อุส่าห์มีโอกาสทำเพื่อมวลมนุษย์ขนาดนี้เธอยังจะทิ้งมันไปงั้นเหรอ”คำของสโนว์ฮยอนทำให้น้ำใสๆเอ่อออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นจนได้

“ข้าไม่ได้บังคับเจ้านะ ชินเดอเรล่า ถ้าเจ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ทายาทเทพที่เหลืออาจจะต้องลำบากหน่อยก็เท่านั้น”นางฟ้าแสนสวยอธิบาย เจ้าบุญยงจึงพูดบ้าง

“ไปด้วยกันเถอะนะจ๊ะ ชินเดอเรล่าคนสวย ไปกันเยอะๆอ่ะสนุกออก”

“น่าเสียดายนะ ถ้าเจ้าจะไม่สามารถสานต่อความฝันของปู่เจ้าได้ ถ้าวิญญาณเขารับรู้คงเสียใจและเป็นทุกข์มาก ที่ทายาทได้ละทิ้งภารกิจที่เขาใฝ่ฝัน”ผู้เฒ่าเคราขาวเปรยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ยิ่งทำให้ชินเดอเรล่าสับสน หนักขึ้นไปอีก

“ฉันไม่รู้ ฉันจะทำยังไงดี” ชินเดอเรล่าเอามือปิดหน้าก่อนทรุดกายลงที่พื้นสะอึกสะอื้น

“น้องมิน พาชินเดอเรล่าไปพักในห้องยายก่อนเถอะ” น้องมินรับคำก่อนประคองชินเดอเรล่าที่เอาแต่ร้องไห้จนตัวสั่นเข้าไปในห้อง โดยมีบุญยงกระโดดหย็อยๆตามเข้าไป

“ชินเดอเรล่าคงสับสนอยู่น่ะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนเธอคงปรับตัวตามไม่ทัน”คุณยายสรุป ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“คงต้องให้เวลาเธอได้คิดตัดสินใจบ้างนะ” นางฟ้าบอก

“ตั้งแต่รู้จักกันมาฉันก็ไม่เคยเห็นยัยชินคิดตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองสักเท่าไรหรอกค่ะ ส่วนมากจะทำตามคำสั่งยัยแม่เลี้ยง ชินน่ะตามใจทุกคน ไม่โกรธ ไม่เกลียดใคร แม้ว่าจะถูกทำร้ายแค่ไหนก็เถอะ ยัยชินเป็นคนที่ดีมากจนบางทีฉันรู้สึกว่าเธอค่อนข้างจะโง่เสียด้วยซ้ำค่ะ” สโนว์ฮยอนพูดจบก็ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างอ่อนใจ พอดีกับที่น้องมินเดินออกมาจากห้อง

“ชินเดอเรล่าเป็นไงบ้าง” นางฟ้าถาม

“หยุดร้องไห้แล้วค่ะ ฉันเลยให้นอนพัก แล้วก็ให้บุญยงอยู่เป็นเพื่อน”

“แล้วคราวนี้จะทำยังไงต่อไปล่ะ”คุณตาเอ่ยขึ้น นงฟ้าคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกได้และถาม

“มินหมวกแดง เจ้าตกลงใจว่ายังไงนะ” น้องมินมองหน้าคุณยายแวบหนึ่ง ก่อนตอบ

“ไปค่ะ” เป็นคำตอบที่ทำให้ทุกคนใจชื้นขึ้น นางฟ้าจึงบอก

“ดีเลย งั้นข้าจะให้เพื่อนเดินทางกับพวกเจ้า”

“เพื่อนเดินทาง??” ทุกคนทวนคำพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

นางฟ้าหลับตาร่ายมนต์ ก่อนจะดีดนิ้วเป๊าะ ก็ปรากฏบางอย่างขึ้น

“แอร๊ยยย!! หมาน้อย น่ารักน่าเอ็นดู” สโนว์ฮยอนร้องก่อนถลาเข้ามาหาเพื่อนเดินทางที่นางฟ้าเสกมา

“นี่คือเจ้าพิตบูล สุนัขเทวทาสชั้นดี ฉลาด แสนรู้ ซื่อสัตย์ ขี้อ้อนนิดๆ แต่ถ้าได้กัดแล้วไม่ปล่อยง่ายๆ อ้อ มันพ่นไฟได้ด้วยนะ”

“กรี๊ดดดด!! โปรไฟล์เริ่ดดดดด” สโนว์ฮยอนคนสวยร้องอย่างพอใจก่อนจับเจ้าหมาน้อยมาอุ้มแล้วลูบไปตามขนสั้นเกรียนสีขาวสะอาดของมันอย่างรักใคร่

“ข้าจะให้มันเดินทางไปกับพวกเราด้วย”

“พวกเรา!!” น้องมินทวนคำ

“ถ้าพวกเจ้าเอาศิลาศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย ข้าก็ไปกับพวกเจ้า เพราะที่ของข้าคือศิลาศักดิ์สิทธิ์ยังไงล่ะ”เทพธิดาตอบพร้อมยิ้มงาม






Free TextEditor




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 17:38:02 น.
Counter : 92 Pageviews.  

chapter9

คุณตาให้ทายาทผู้ถูกเลือกทั้งหมดจับมือกันเป็นวงกลมรายล้อมศิลาศักดิ์สิทธิ์ ก่อนตั้งจิตให้มั่น ร่ายมนต์อัญเชิญเทพธิดาพร้อมกัน

“โอม เทวะธิดา ดุริยะ วีณะวาทิตา สิริโสภาคีตะลีลา เทวาอารักขะสิปปะ ศิละปิน … ข้าแต่เทพธิดาบลูแองเจิล ผู้พิทักษ์ศาสตร์แห่งเทวดุริยางค์ทั้งสี่ อันสถิตย์อยู่ ณ ศิลาศักดิ์สิทธิ์ของเทพศิลปิน บัดนี้ข้าทั้งหลายขออัญเชิญท่านปรากฏกายต่อหน้าด้วยเถิด”

สิ้นเสียงสวดเจื้อยแจ้วของเหล่าทายาทเทพศิลปินผู้ถูกเลือก อัญมณีใจกลางแผ่นศิลาศักดิฺ์สิทธิ์ก็เรืองแสงขึ้นมาพร้อมๆกับตัวอักษร C N B แสงจากศิลานั้นค่อยๆเจิดจ้าขึ้น จนทุกคนต้องถอยออกไปยืนห่างๆโต๊ะนั้นพร้ลันมีกลุ่มควันบางเบาแผ่ออกมา กลุ่มควันนั้ก็เริ่มก่อตัวหนาขึ้นเรื่อยๆภายในเสี้ยววินาที กลุ่มควันนั้นลอยอ้อยอิ่งเพีงครู่ก็เริ่มจางไปและปรากฏร่างของสตรีงามหมดจด ผ่องใส ในชุดสีขาวสะอาด บนผมสีอ่อนนั้นมีรัศมีสีเหลืองส่องแสงกระจ่างงดงาม ปีกใหญ่สีขาวอมฟ้าขยับแผ่ออกคงเป็นสัญญาณการฟื้นตื่นที่สมบูรณ์หลังจากหลับไหลมานับร้อยปี

“พวกเจ้าทำสำเร็จแล้ว” คุณยายร้องอย่างดีใจ

“ข้าคือบลูแองเจิ้ล เทพธิดาผู้พิทักษ์เทวดุริยางค์ทั้งสี่” เสียงนุ่มเย็นของนางฟ้า ยิ่งสร้างความปลาบปลื้มให้คุณตาคุณยายเป็นเท่าทวี

“สาวน้อย พวกเจ้าคงเป็นทายาทผู้ถูกเลือกให้ครอบครองศิลาศักดิืสิทธิ์สินะ”นางฟ้าแสนสวยยิ้มหวานให้สามสาว ก่อนย่นคิ้วอย่างแปลกใจแล้วถาม

“ทำไมมีแค่สามคนล่ะ”

“อีกคนอยู่นี่คร๊าบบบบบ คุณนางฟ้า” เจ้าบุญยงรีบสร้างความสนใจทันที

“ว๊ายยยย!!! ตัวอะไรเนี้ย” เทพธิดาร้องลั่น

“แต่ก่อนบุญยงเป็นมนุษย์ค่ะ แต่ถูกสาปให้เป็นแบบนี้ เขาเป็นทายาทเทพศิลปินสายลูกคอสวรรค์ค่ะ”น้องมินหมวกแดงอธิบาย

“อ้อ…งั้นหรอกรึ” คุณนางฟ้าพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนพูดอีก “ทีนี้พวกเจ้าก็แนะนำตัวให้ข้ารู้จักหน่อยแล้วกัน”

“ฉันชื่อสโนว์ฮยอนค่ะ เป็นทายาทเทพศิลปินสายกีต้าร์เทวดา”

“น้องมินหมวกแดงค่ะ เป็นทายาทเทพศิลปินสายกลองเทพกระเดื่องคู่”

“ฉันคือชินเดอเรล่าค่ะ เป็นทายาทเทพศิลปินสายเบสสะท้าานภพ”

“ยงด้วย บุญยงครับ ทายาทเทพศิลปินลูกคอสวรรค์”

“ขอบใจพวกเจ้ามากนะที่ช่วยให้ข้าได้ออกมาจากแผ่นศิลาได้อีกครั้ง” นางฟ้าโปรยยิ้มสวย ก่อนหันมาหาผู้เฒ่าทั้งสอง

“พวกท่านคงเป็น ทายาทรุ่นก่อนใช่ไหม”

“ใช่แล้ว เทพธิดาเจ้า”ตาเฒ่าเดียวดายตอบ

“เจ้าเล่าเรื่องเครื่องดนตรีในตำนานให้เหล่าทายาทได้รับรู้รึยัง”

“ยังไม่ได้เล่าเลยค่ะ เทพธิดาเจ้า” คุณยายตอบ

“ข้าจะเล่าให้ฟังคร่าวๆก็แล้วกัน”

เทพธิดาบลูแองเจิลเล่าว่า เหล่าซาตานบุกมาทำลายเทวพิมานและทำร้ายเทพศิลปิน ศิลาศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายและแยกเป็นสามส่วนกับอัญมณีอีกหนึ่ง เหล่าเทพศิลปินต้องหลบหนีไปคนละทิศละทาง ซาตานจึงชิงเอาเครื่องดนตรีเทพไปทั้งหมด จนบัดนี้เครื่องดนตรีเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ที่ดินแดนซาตาน และนับตั้งตั้งแต่นั้นมา ทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ก็เงียบเหงา เศร้าหมอง ไม่สดใสงดงามดังก่อน นั่นเพราะไร้สรรพเสียงแห่งวงดนตรีของเทพเจ้ามาคอยบรรเลงสร้างสุนทรีย์

“แล้วคุณนางฟ้าจะให้เราทำอะไรยังไงคะ”สโนว์ฮยอนถามขึ้น เมื่อนางฟ้าเล่าจบ

“พวกเจ้าต้องไปชิงเอาเครื่องดนตรีเทพเหล่านั้นคืนมาให้ได้” สามสาวมองหน้้ากันเลิกลั้ก

“มันเป็นภารกิจที่ทายาทเทพรุ่นตาไม่อาจทำสำเร็จได้ พวกเจ้าจะได้ทำหน้าที่อันทายาททุกรุ่นใฝ่ฝันนะ” ผู้เฒ่าเคราขาวเอ่ยพลางยิ้มอย่างเป็นปลื้ม แต่สีหน้าแสดงความไม่มั่นใจของทั้งสามทำให้เทพธิดาต้องเกลี้ยกล่อม

“พวกเจ้ารู้รึไม่ว่า อักษรสามตัวบนแผ่นศิลา มีความหมายว่ายังไง” ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“ตัวอักษร C มาจาก Containment ความพอใจ ความสงบสุข หมายถึงถ้ามีความสุข ความพอใจในการได้เล่นดนตรีแล้วโลกนี้ก็จะไร้ซึ่งความทุกข์ N มาจาก Nature ความเป็นธรรมชาติ ความบริสุทธิ์ นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของดนตรี B มาจาก Beliefe หมายถึง ความเชื่อ ความศรัทธา ถ้าหากเชื่อและศรัทธาในดนตรีแล้ว สิ่งมหัศจรรย์ก็จะบังเกิดได้” นางฟ้ากวาดสายตามองทุกคนพร้อมยิ้มน้อยๆแล้วถามด้วยเสียงนุ่ม

“พวกเจ้าล่ะ….มีอักษรสามตัวนี้ อยู่ภายในใจหรือไม่”




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 17:31:31 น.
Counter : 92 Pageviews.  

chapter8

สามสาวกับสองผู้เฒ่านั่งประชุมโต๊ะกลมกันอย่างเคร่งเครียด บนโต๊ะนั้นมีศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้เกือบสมบูรณ์วางอยู่ สิ่งที่ปรากฏบนนูนเด่นอยู่ตรงกลางของแต่ละชิ้นส่วนไม่ใช่ลวดลายธรรมดา แต่มันคือตัวอักษร C N และ B ขอบของแผ่นศิลาที่ปรากฏอักขรโบราณมากมายนั้นก็กลายเป็นบทสวดในตำนานที่จะใช้อัญเชิญ Blue Angel เทพธิดาผู้ที่จะชี้ทางให้เหล่าทายาทผู้ถูกเลือก

“เหลือแต่อัญมณีสีฟ้าที่เป็นศูนย์กลางของแผ่นศิลาศักดิ์สิทธิ์สินะ ที่เรายังต้องตามหา” คุณตาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเข้ม ทุกคนพยักหน้ารับรู้และพลอยเครียดกันไปด้วย

แต่จู่ๆเจ้ากบบุญยงก็กระโดขึ้นมาเกาะแขนคุณยาย

“กรี๊ดดดดดด”คุณยายตกใจร้องสุดเสียง พร้อมสะบัดแขนอย่างแรง

ร่างเจ้ากบบุญยงลอยมาตกลงที่กลางโต๊ะดังแอ๊กกก!! มงกุฏน้อยๆของมันหลุดออกจากหัว แล้วกระด็นไปตกบนแผ่นศิลาศักดิ์สิทธิ์

“โอ๊ยยยย เจ็บ!!!” เจ้าบุญยงโอดโอยเสียงสั่น “เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษยงไย ยงทำอะไรให้ยายเคืองขุ่น”

“สมน้ำหน้า!! อยากกระโดดขึ้นมาไม่ดูตาม้าตาเรือทำไมล่ะ”สโนว์ฮยอนทับถม

“ฉันบอกแล้วไงว่าไมใช่เรื่องของกบอ่ะ”น้องมินพูดเสียงขุ่น

“โธ่!! ไม่มีใครเห็นใจยงเลยเหรอ ฮื่อๆๆ” เจ้าบุญยงตัดพ้อ น้ำตาเริ่มคลอ

“บุญยงทำให้คุณยายตกใจนี่นา มานี่มา”ชินเดอเรล่าพูดก่อนจะลากตัวบุญยงให้มานอนอยู่เบื้องหน้าของเธอ

ขณะนั้น คุณตาได้สังเกตเห็นบางอย่างที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เหล่าผู้หญิงกำลังสรรเสริญเจ้าบุญยงที่ก่อความปั่นป่วน เม็ดอัญมณียอดมงกุฏของเจ้ากบที่กลิ้งลงมาอยู่บนแผ่นศิลาศักดิ์สิทธิ์นั้น เหมือนว่าจะเปล่งแสงสว่างรางๆออกมา

“ใช่แล้ว!!!”จู่ๆคุณตาก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาทุกคนมองเป็นตาเดียว

“อะไรคะจัสติน” คุณยายถามอย่างงงๆ

“เราพบอัญมณีสีฟ้าแล้ว”คำพูดของคุณตาทำให้้ทุกคนประหลาดใจ

คุณตาจึงหยิบเม็ดอัญมณีที่หลุดออกมาจากมงกุฏเจ้าบุญยงขึ้นมา

“นี่ไงล่ะอัญมณีสีฟ้า Blue diamon ศูนย์กลางของศิลาศักดิ์สิทธิ์ ฉันจะลองประกอบดู” แล้วคุณตาก็จับเม็ดอัญมณีนั้นมาวางลงตรงพื้นที่ว่างรอยต่อของแผ่นศิลา

น่าอัศจรรย์นัก อัญมณียอดมงกุฏของบุญยงมีขนาดพอดีกับช่องว่างนั้น และทันที่วางมันลงไป รอยแยก ระหว่างแผ่นศิลาทั้งสามก็หายไป รวมกันกลายเป็นศิลาวงกลมแผ่นเดียว

“เป็นไปได้ยังไงเนี้ย ไม่อยากจะเชื่อเลย!!”สโนว์ฮยอนร้องขึ้น

“เจ้าตัวประหลาด เจ้าเอาเม็ดอัญมณีนี่มาจากที่ไหน!” คุณยายถามเสียงเครียด

“ยงไม่ได้ขโมยใครมานะ มันเป็นของยงมาแต่แรก อย่าเข้าใจผิด” เจ้ากบรีบบอกทันที

“เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้้าเป็นทายาทของเทพศิลปินลูกคอสวรรค์งั้นเหรอ”หญิงชราจ้องบุญยงเขม็ง

“เทพศิลปินลูกคอสวรรค์” น้องมินทวนคำ “ใครเหรอคะ”

“หัวหน้าวงดนตรีเหล่าเทพศิลปินน่ะ เป็นเทพที่มีเสน่ห์ แก้วเสียงไพเราะ และเปี่ยมพลังที่สุด”คุณตาเล่าคร่าวๆ

“บุญยงเป็นทายาทเทพศิลปินเหมือนเรางั้นเหรอคะ” ชินเดอเรล่าสรุปตามความเข้าใจของเธอ ในขณะที่เจ้าตัวตัวปัญหา ยังคงนั่งจ้องหน้าคนนั้นคนนี้ตาปริบๆ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าหัวหน้าเทพศิลปินจะอาภัพทายาทถึงเพียงนี้”คุณตาพูดด้วยเสียงเจือเศร้า

“ความจริงแล้วบุญยงเป็นมนุษย์นะคะ เพียงแต่ถูกสาปให้ร่างกายเป็นกบเท่านั้น”น้องมินหมวกแแดงรีบบอก

“จะว่าไป…เจ้าบุญยงก็ร้องเพลงเพราะมากเลยนะคะ คุณตาคุณยาย” สโนว์ฮยอนเอ่ยบ้าง

“จริงเหรอ!!” คุณยายจ้องเจ้ากบประหลาดอย่างฉงน

“จริงแท้แน่นอนครับผม ยงเคยเป็นเจ้าชายที่รูปหล่อ เสียงดีที่สุดในคาบสมุทรฟีเอนซี่เลยล่ะ” บุญยงรีบตอบ

“ห๊า…คาบสมุทรฟีเอนซี่” คุณยายร้อง “เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับพระนางวีณา”

“โห!! คุณยาย เป็นหมอดูเก่ารึเปล่าเนี้ย ถึงได้รู้จักชื่อเด็จย่าของยงอ่ะ”คำตอบของเจ้ากบทำให้คุณย่าถึงกับผงะ

“คุณรู้จักญาติเจ้าบุญยงด้วยเหรอ อินทิรา”คุณตาย่นคิ้วถามคุณยาย

“ไม่ได้รู้จักโดยตรงหรอกค่ะ แต่ลูกพี่ลูกน้องของฉันเคยออกเรือเดินทะเลไปแถบคาบสมุทรนั้น พระนางวีณาเป็นผู้มีเสียงร้องที่เป็นอัศจรรย์มาตั้งแต่เกิด เพราะนางเป็นทายาทเทพศิลปินลูกคอสวรรค์ ต่อมาเจ้าชายเมืองนั้นรับนางเป็นชายานางเลยเลิกร้องเพลงไปโดยปริยาย”คุณยายเล่าคร่าวๆ

“ไม่น่าเชื่อ!!!”สโนว์ฮยอนร้องเสียงหลง

“ทุกอย่างก็คงถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้วสินะ” คุณตาเอ่ยพร้อมยิ้มน้อยๆ “มาเริ่มพิธีอัญเชิญเพธิดาบลูแองเจิ้ลกันเถอะ”




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 17:26:56 น.
Counter : 101 Pageviews.  

chapter7

“ห๊าาาาาา… พวกเจ้าว่าะอะไรนะ!!” ตาเฒ่าเดียวดายถามทวนเสียงหลงราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

“เราพบทายาทผู้ครอบครองศิลาศักดิ์สิทธิ์แล้วค่ะ”

“อยู่ทางหุบเขามะม่วงหาวค่ะคุณตา ไม่ไกลจากเราเลยค่ะ” ได้ฟังสโนฮยอนเอ่ยเช่นนั้น ชายชราเคราขาวก็เผยยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข ก่อนรำพึงเบาๆ

“อินทิรา…. นี่เธออยู่ใกล้แค่นี้เองรึ ไม่น่าเชื่อ”

“พรุ่งนี้เช้าพวกหนูจะมารับคุณตานะคะ”สองสาวเอ่ยก่อนขอตัวกลับ

หลังจากสองสาวกลับไปแล้ว ผู้เฒ่าเดียวดายก็จัดการปิดบ้านก่อนจะพาตัวเองลงไปยังห้องใต้ดิน เพื่อตระเตรียมของหลายอย่างสำหรับวันพรุ่งนี้

ชายชราเดินมาหยุดที่ตู้ไม้วอลนัทเก่าแก่ซึ่งอยู่ต้านในสุดของห้องใต้ดินก่อนจะก้มลงเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดและเอากล่องไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ใบหนึ่งออกมา ก่อนจะเปิดมันออกดู เขายิ้มให้ของบางอย่างที่อยู่ในนั้น ก่อนรำพึงเบาๆ

“ฉันเกือบลืมของสำคัญที่ต้องมอบให้ทายาทเทพศิลปินเสียแล้วสิ”

…………….

เช้าตรู่ สโนว์ฮยอนกับชินเดอเรล่าก็มาหาคุณตาพร้อมลาหนุ่มตัวหนึ่ง

“มาเร็วกว่าที่ตาคิดไว้นะ”ตาเฒ่าเอ่ยพร้อมหัวเราะเบาๆ

“พอดีว่าแม่เลี้ยงกับน้องของหนูถูกจับเข้าคุกหลวงค่ะ ไปโกงไพ่ป๊อกเค้าเข้า หนูเลยต้องอยู่คนเดียวค่ะ ไม่มีใครมาคอยกะเกณฑ์ให้ทำนุ่นนี่”ชินเดอเรล่าตอบเสียงนิ่มในแบบของเธอ

“ให้ไปนอนเล่นในนั้นน่ะดีแล้ว เธอจะได้มีอิสระบ้าง”สโนว์ฮยอนบอก ชายชราหัวเราะก่อนเปลี่ยนเรื่อง

“รบกวนพวกเจ้าขนของช่วยตาที” สองสาวรับคำก่อนช่วยกันบรรทุกของขึ้นหลังเจ้าลา ก่อนจะพากันเดินทางเพื่อไปหาคุณยายของน้องมินหมวกแดง

ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นและแรงปรารถนาในการพบกัน ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบบรื่น และถึงที่หมายภายในเวลาก่อนเที่ยง

ราวกับทุกอย่างในโลกหยุดนิ่งทันทีที่ผู้สูงวัยทั้งสองพบหน้ากัน

“จัสตินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

“อินทิราาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

ชายหญิงสูงอายุทั้งสองค่อยๆเดินเข้ามาหากัน การรอคอยที่จะได้พบเจอกันหลายสิบปีสิ้นสุดลงเมื่อมือเเหี่ยวย่นนั้นได้มาสัมผัสกัน ไม่มีคำพูดใดเล็ดรอดออกมาได้ มีเพียงความตื้นตัน อิ่มเอมวนเวียนอยู่รายรอบร่างชราทั้งสองจนมิอาจรับรู้ได้ถึงแต่ละวินาทีที่ล่วงไป

“อ๊บบบบบ อ๊บบบบบ” เสียงประหลาดที่ดังขึ้น ช่วยดึงทุกอย่างกลับสูภาวะปกติ

“ไปทานอาหารเที่ยงกันเถอะค่ะน้องมินเตรียมไว้พร้อมแล้ว” คุณตา คุณยาย ชินเดอเรล่า สโนว์ฮยอน ต่างก็เดินตามน้องมินหมวกแดงเข้าไปในบ้าน

“ขอบใจนะบุญยง”น้องมินเอ่ยกับเพื่อนตัวประหลาด เจ้ากบยักคิ้วให้ทีหนึ่งก่อนพูดบ้าง

“ถ้านานกว่านี้ยงก็คงจะเป็นกบแดดเดียวไปแล้วล่ะ” น้องมินอมยิ้มจนตาหยีก่อนเดินเข้าบ้าน

………………

“ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมด ตาอยากจะมอบของสำคัญให้กับเจ้า สโนว์ฮยอน ชินเดอเรล่า” สองสาวมองหน้ากันอย่างสงสัยก่อนเข้ามานั่งใกล้ๆผู้เฒ่า และรับกล่องไม้เล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือไปคนละกล่อง แล้วไปเปิดดู

“ปิคกีต้าร์” สโนว์ฮยอนร้องขึ้น เมื่อพบกับของที่อยู่ในกล่อง และหยิบมันขึ้นมา

“เป็นปิคกีต้าร์ที่ตาสลักจากงาช้างดำร้อยปีที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เจ้าเป็นทายาทผู้ถูกเลือกของเทพศิลปินสายกีต้าร์เทวดา ปิคกีต้าร์อันนี้ควรคู่กับเจ้า” แล้วคุณตาก็หันมาทางชินเดอเรล่า

“ส่วนของเจ้า ชินเดอเรล่า มันคือสายเบสทั้งห้า ที่ปู่ของเจ้าตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อมอบไว้ให้ผู้เป็นทายาท ปู่ของเจ้าสร้างขึ้นมาด้วยความรัก ความหวัง และพลังใจอันบริสุทธิ์โดยใช้ชีวิตและลมหายใจของเขาเองเป็นสิ่งเดิมพัน ปู่ของเจ้ารักย่าของเจ้ามากพอๆกับรักในความเป็นทายาทเทพศิลปินสายเบสสะท้านภพเลยนะ” ได้ฟังดังนั้น ชินเดอเรล่าก็ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเรื่องราวที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

“น่าเสียดายที่ปู่ของเจ้าจากไปเสียก่อน ทิ้งไว้แต่คัมภีร์เบสสะท้านภพเล่มนี้ สิ่งที่ตาเคยสอนเจ้าก็มาจากคัมภีร์นี้ หน้าสุดท้ายปู่เจ้าได้เขียนสั่งความถึงทายาทไว้ด้วยนะ รับไปสิ” ชินเดอเรล่ากรีดน้ำตาที่เอ่อล้นมาอาบแก้มใส ก่อนจะรับคัมภีร์นั้นมาไว้ในมือ

ชินเดอเรล่าสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่อยู่ในคัมภีร์นั้น มันคงเป็นชนิดเดียวกันกับที่ไหลเวียนในร่างของเธอ พลังความรักของผู้เป็นบรรพบุรุษช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน ตอนนี้เธอได้เป็นทายาทผู้ถูกเลือกแล้ว ต่อจากนี้ไปลมหายใจของเธอก็คงไม่ไร้ค่าอย่างเช่นที่ผ่านมาอีกแล้วสินะ




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 17:17:25 น.
Counter : 102 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

นางในดอกบัว
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเพียงคนที่รักในอักษร
แม้บางอ่อนด้อยความรู้อยู่แค่ไหน
จินตนาการความฝันหล่อเลี้ยงใจ
เดินต่อไปอย่างเป็นสุขทุกคืนวัน
Friends' blogs
[Add นางในดอกบัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.