•!!!ตัวจากไป แต่พี่ยังคงอยู่ในใจคนไทยตลอดกาล "หมวดตี้" ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ !!!•

ข่าวเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชายแดนชุดพลร่มพิเศษ 01 
ของฐานปฏิบัติการตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) มว.รพศ.1 บ้านสันติ 1 
ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบซุ่มโจมตีบนถนนสายเขื่อนบาง-ลางสันติ 1 หมู่ที่ 2 
ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา ขณะออกลาดตระเวนพื้นที่และปะทะกันเป็นเวลากว่า 10นาที

เป็นเหตุให้ "หมวดตี้" หรือ"ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ" รองผบ.ร้อย ตชด. 
หน่วยเฉพาะกิจ  หน่วยรบพิเศษที่ 1 นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกล วัย 24 ปี
ซึ่งเป็น "หัวหน้าชุด" เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอีก 4 นาย 
ซึ่งตั้งแต่ช่วงสายจรดค่ำ ศพของเขาก็ยังไม่สามารถนำออกมาจากบริเวณที่เกิดเหตุได้  




          ที่ว่าน่าสนใจจนต้องมาเขียนถึง "หมวดตี้" ไม่ใช่แค่เขาเป็น "วีรชน-ผู้กล้า-เสียสละ"
เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน แต่ก่อนเสียชีวิต "หมวดตี้" ได้เขียนบันทึกชุดสุดท้ายให้ผู้คนได้อ่าน
ก่อนหน้าที่เขาจะออกไปลาดตะเวนจนเสียชีวิตไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งทำให้หลายคนเกิดอาการน้ำตาซึม

เมื่อได้อ่านมัน ทั้งในขณะที่ยังไม่ทราบและทราบภายหลังว่า 
เขาได้เสียชีวิตลงไปแล้ว

โดยไดอารี่ฉบับสุดท้ายที่หมวดตี้เขียนไว้คือวันที่ 20 มิถุนายน 2551 
งวันนั้นเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 24 ของเขา ใช้ชื่อเรื่องว่า "ครั้งแรก" 

ขึ้นต้นว่า "ก็มันไม่เคยนิ" 
และ
"วันนี้อยู่ดูโลกให้โสภิณ พรุ่งนี้ชีวินสิ้น ไม่รู้...วันตาย..."


ราวกับจะเป็นลางบอกลากลายๆ ซึ่งในไดอารี่เขาได้มอบบทเพลง "อิ่มอุ่น" 
ของ "ศุ บุญเลี้ยง" ให้กับ "แม่" ของเขาที่อยู่จังหวัดลพบุรี พร้อมๆ กับคำขอบคุณแม่ 
(ซึ่งเกิดในวันเดียวกันกับเขา) ที่ทำให้เขาเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก ด้วยข้อความสื่อสารถึงแม่ที่ว่า… 

          "แม่จ๋า... วันเกิดลูกไม่ได้ไปฉลองที่ไหนจริงๆ นะแม่ แถวนี้ไม่มีที่ให้ฉลองอะ
แค่ลูกรอดกลับมาได้ก็พอใจแระ ...เดี๋ยวรอกลับไปฉลองกับเด็จแม่ที่บ้านเรา เนอะๆ...
ไม่ได้กลับไปหาเด็จแม่นานแล้วด้วย คิดถึ้งงง คิดถึงว่าจะไปหาเด็จแม่.... ไปขอตังค์ 55+"  

"วันเกิดเด็จแม่ เด็จลูกก็ขอให้เด็จแม่แข็งแรงเน้อ...
อยู่กะลูกไปนานๆ ให้ถึงวันลูกติดนายพลเลยนะแม่นะ...
และก็..ขอให้เด็จแม่มีลูกสะใภ้คนโตสวยๆน่ารักๆ นิสัยดีๆ...
(อันนี้ออกแนวหวังผลกะตัวเอง 55+)"  


พร้อมกันนั้น "หมวดตี้" ยังแจกเบอร์โทรศัพท์มือถือ
เพื่อให้ใครต่อใครส่งSMSไปอวยพรวันเกิด

ซึ่งในขณะที่บันทึกเขาจะบอกว่า "งานเข้าแต่เช้า"
เพราะมีเหตุต้องคุมชุดลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

และในขณะที่เพื่อนๆ ของเขาหลายคนส่ง SMS หรือโพสต์ข้อความลงในไดอารี่ของเขา 
เพื่ออวยพรวันเกิดให้เขาปลอดภัย มันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เขากำลังยิงประทะ
กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างดุเดือด 

และเมื่อเวลา 11.23 น.
เขาก็ถูกยิงจนเสียชีวิต  

หมวดตี้คือผู้หมวดตะเวนชายแดนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง 
ที่มีความรักหวงแหนในผืนแผ่นดินชาติมาตุภูมิ รักประชาชน..รักแม่
เหมือนกับคนอื่นๆขอมอบดอกไม้คารวะต่อดวงวิญญานของ 
"หมวดตี้" ผู้มีความ "รักชาติ" อย่างแท้จริง..!!

รับศพ



ขอบคุณเนื้อเรื่อง และภาพจากอินเตอร์เน็ตค่ะ



Create Date : 07 กันยายน 2556
Last Update : 7 กันยายน 2556 22:44:22 น.
Counter : 1338 Pageviews.

1 comment
•!!!สดุดีผู้กล้า: ผู้กองแคน วีรบุรุษผู้อยู่ในความทรงจำ!!!•

ผู้กองแคน

ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข


ข้อความและรูปภาพบางส่วนคัดลอกมาจาก :

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=224402

เว็บไซต์ผู้กองแคน : http://www.thoranitsrisuk.org/main.php



ปลายปี 2550 ไฟใต้ยังคงลุกโชนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนด้ามขวาน


ถึงแม้จะดูเหมือนว่ากำลังเจ้าหน้าที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง 

จะปฏิบัติการเชิงรุกอย่างได้ผล สามารถปิดล้อมตรวจค้น จับกุมแกนนำ

แนวร่วม และสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากก็ตาม


แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่ง การสูญเสียทั้งชีวิต 

ทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังคงปรากฏให้เห็น


ด้วยเหตุนี้ปฏิบัติการอย่างทุ่มเทของทหารตำรวจในพื้นที่ภาคใต้

จึงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง


และกลายเป็นที่มาของเรื่องราวดุจดังตำนานแห่ง


" วีรชนคนกล้า "


อันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแผ่นดินไทยยังคงมีผู้ที่พร้อมสละทุกสิ่ง

แม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมือง



ภาพของผู้กองแคน กับคุณนัตตี้ ภรรยาของผู้กองแคน



เช้าวันเสาร์ที่ 29 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนได้พักผ่อน

หลังจากเหน็ดเหนื่อย จากหน้าที่การงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ 


แต่ที่จังหวัดยะลา บนเส้นทางสายบันนังสตา - เขื่อนบางลาง

ชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 12 นาย ซึ่งเป็น กำลังจากกองร้อยรบพิเศษที่ 1

กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน ที่รู้จักกันในนาม

พลร่ม ตชด. แห่งค่ายนเรศวรหัวหินได้ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ต้องสงสัย


เพื่อรักษาความปลอดภัย หลังได้เบาะแสว่ากลุ่มโจรใต้วางแผน

ที่จะดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่จะใช้เส้นทางดังกล่าว 


เมื่อ ชุดเคลื่อนที่เร็วทั้ง12นายไปถึง  "เนินนวรัตน์"

ซึ่งภูมิประเทศสองข้างทางเป็นเนินสูงปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ

เอื้ออำนวยต่อการวางกำลังรอคอยเป้าหมายที่จะผ่านเข้ามาใน "พื้นที่สังหาร' ที่กำหนดไว้



ภาพผู้กองแคนขณะทำความสะอาดปืนพกคู่กาย



ร้อยตำรวจเอกหนุ่มวัยสามสิบซึ่งเป็นหัวหน้าชุดรู้สึกผิดปกติ

และสำเนียกได้ถึงความเงียบเชียบที่แตกต่างจาก ทุกครั้ง 

มันเป็นเสมือนสิ่งบอกเหตุว่ามี อะไรบางอย่าง 

ที่เป็นอันตรายรอคอยอยู่เบื้องหน้า


ผู้กองแคน ของลูกน้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาโดยตลอดจึงสั่งหยุดเคลื่อนที่

เพื่อปฏิบัติตามยุทธวิธีและขั้นตอนของการรบนอกแบบ นั่นคือการใช้

 ส่วนล่วงหน้า เดินเท้าเข้าตรวจสอบในบริเวณต้องสงสัย

ด้วยความองอาจและหัวใจ


แกล้วกล้าของนายตำรวจนักรบที่มีจิตวิญญาณความเป็น ผู้นำ อย่างเต็มเปี่ยม

ผู้กองแคนอดีตนักเรียนนาย ร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 54

จึงทำหน้าที่ ส่วนล่วงหน้า ด้วยตนเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจ

ซึ่งเขาต้องก้าวเท้านำหน้าพลร่ม ตชด. ที่อยู่ในทีมโดยไม่หวั่นไหวพรั่นพรึงต่ออันตรายใด ๆ


อาวุธอัตโนมัติที่อยู่บนมือของร้อยตำรวจเอกแห่งตระกูล “ศรีสุข” กระชับแน่น 

สายตาที่เต็มไปด้วยประกาย มุ่งมั่นมองกวาดไปยังแนวป่าบนเนินสองข้างทางอย่างระแวดระวัง

นิ้วที่แตะอยู่บนไกปืนพร้อมที่จะเหนี่ยวยิงสาดกระสุนเข้าใส่บริเวณต้องสงสัย

หากว่าเสียงปืนของฝ่ายตรงข้ามดังขึ้น

ไม่ไกลจากตำแหน่งที่ผู้กองหนุ่ม แห่งค่ายนเรศวรกำลังเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ

กลุ่มโจรใต้ไม่ต่ำกว่า 20 คน พร้อมอาวุธกำลังเล็งศูนย์เข้าใส่เป้าหมายของพวกมัน


คนกลุ่มนั้นรู้จักหน้าค่าตา และชื่อเสียงของ ผู้กองแคน

ในฐานะหัวหน้าชุดตชด.แห่งฐานปฏิบัติการเขื่อนบางลางซึ่งเป็นนักรบจู่โจม

ที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ทั้งในด้านยุทธการและการเข้าถึงมวลชนในพื้นที่


จนทำให้ชาวบ้านหันมาให้ความร่วมมือกับทางการมากขึ้น


ผู้กองแคนคนขวาสุด




การปรากฏตัวของผู้กองแคนในเช้าวันปะทะจึงเป็นเสมือนการปรากฏของ"เป้าหมาย"

ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับการซุ่มโจมตี


โจรใต้กลุ่มนั้นจึงหันปากกระบอกเล็งเข้าหาร่างของนายตำรวจหนุ่มเป็นจุดเดียว 

เพื่อที่จะระดมปืนเด็ดชีพคนเป็นหัวหน้าชุดให้ได้เป็นลำดับแรก


แล้วในบัดดลนั้นกัมปนาทการยิงก็แผดสนั่นหวั่นไหว


พร้อม ๆ กับวิถีกระสุนแดงวาบพุ่งลงมาเป็นห่าฝน

วินาทีแรกที่เสียงปืนดังขึ้นร้อยตำรวจเอกหนุ่มก็โผนเข้าหา


ที่กำบังด้วยสัญชาติญาณพร้อมกับร้องตะโกนสั่งให้ลูกทีมทำการยิงตอบโต้

ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มร่วงลงบนเนินมรณะ


การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือดนานกว่า20นาทีและกำลังอีกชุดหนึ่ง

ภายใต้การนำของผู้กองช้าง หรือร้อยตำรวจเอกสมรัฐ อาวรณ์

ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดปะทะได้รีบเดินทางมาช่วย

ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง


เมื่อฝ่ายตรงข้ามล่าถอยออกไป


ภาพนาทีชีวิต


"ผู้กองถูกยิง ! วิทยุไปที่บ้านภักดี ขอ ฮ. มารับด่วน !"


รองหัวหน้าชุดร้องตะโกนเสียงหลงในทันที ที่มองเห็นร่างของร้อยตำรวจเอกหนุ่ม

ที่แดงฉานเต็มไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอ


บอกให้รู้ว่าผู้นำของชุดเคลื่อนที่เร็วต้องคมกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัส


ภายในห้องประชุมกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศค่าย นเรศวร อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ตอนสายวันเดียวกันนายตำรวจพลร่มชั้นสัญญาบัตรกำลังประชุมอยู่กับผู้บังคับการ

เพื่อเตรียมการเคลื่อนย้ายกำลัง ไปสับเปลี่ยนหน้าที่

กับหน่วยที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามวงรอบทุกๆ 6 เดือน


ทุกคนต่างมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยมและกระหายที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ

ในพื้นที่อันตรายด้วยความมุ่งมั่น เพราะเท่าที่ผ่านมา ชุดเคลื่อนที่เร็ว

ซึ่งเป็นหน่วยพลร่มจาก ตชด. นั้นประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม

และไม่เคยสูญเสียกำลังพล ... แต่แล้วเสียงโทรศัพท์


ของผู้การก็ดังขึ้นขัดจังหวะการประชุม

สายตาทุกคู่ จ้องมองไปยังผู้บังคับบัญชาซึ่งมียศสูงสุดในที่นั้น


ก่อนที่ทุกคนจะเห็นสีหน้าและแววตาซึ่งเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน


ผู้บังคับการพลร่มพยายามบังคับเสียงอย่างคนที่ข่มความรู้สึกขณะที่กล่าวถ้อยคำ

ซึ่งไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจของทุกคน


"ไอ้แคนตาย.. เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง'



นายตำรวจหนุ่มผู้พลีชีพเพื่อชาติกลางสมรภูมิแดนใต้ในเช้าวันนั้น


ก็คือ ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข

รองผู้บังคับการกองร้อยรบพิเศษที่1 

กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน


ผู้เป็นแบบฉบับของชายชาตินักรบซึ่งสมควรยกย่อง

ในฐานะวีรบุรุษผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์อันสูงส่งตราบจนลมหายใจของชีวิต



.ร้อยตำรวจเอกธรณิศฯ หรือ ผู้กองแคน เกิดเมื่อ 28 กันยายน 2520 ที่จังหวัดขอนแก่น

เป็นบุตรของดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยี 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ

ศูนย์วิจัยน้ำบาดาลภาควิชาเทคโนโลยีธรณี


ส่วนมารดา คือ รศ.ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี

อดีตคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น


ชีวิตในวัยเด็กร้อยตำรวจเอกธรณิศเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น

พร้อมกับน้องชายเพียงคนเดียว คือ นายแพทย์ธราธิป  


โดยบิดามารดาตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า แคน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรี

อันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินอีสาน


แคนเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนติดตามบิดาไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนนาดาเมื่อปี 2533


เมื่อกลับมาเมืองไทยจึงเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยา 

จนกระทั่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2538 


โดยเลือกเหล่าตำรวจด้วยความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น ตชด.

เพื่อรับใช้ชาติ และปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล


กลอนบทหนึ่งที่นักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 54 มอบให้แก่แคน

นับเป็นสิ่งที่ฉายชัดถึงความเป็นตัวตนของนายตำรวจผู้เสียสละได้เป็นอย่างดี


กลอนบทนั้นมีความว่า...

กูนี้เกิดมาเพื่อชาติ ราชบังลังก์... มึงจงฟัง ความแน่วแน่ ของกูไว้

แม้นกูตาย พวกกูอยู่ สู้ต่อไป... อย่าได้ให้ พวกจัญไร มายึดครอง

กูนี้คือ สามพราน รุ่นห้าสี่... พวกกูมี เรื่องราว ให้เล่าขาน

ชื่อของแคน ยังอยู่ อีกยาวนาน... เป็นตำนาน ผู้กล้า... เลือดทาดิน


 น้องขิม กับ พี่แคน


น่าเสียดายแทนกองทัพ และประเทศชาติ... ที่ต้องสูญเสียผูกล้าฝีมือดีไปอีก 1ท่าน


ทั้งๆ ที่เพิ่งฉลองวันเกิดมาเมื่อวาน ใครเลยจะคาดคิดว่าวันต่อมา

...ผู้กองแคนก็ไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว




เกียรติยศและความภาคภูมิใจ


ป้ายไม้ที่แขวนไว้ที่ฐานปฎิบัติการธรณิศ ศรีสุข

ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัย และแสดงถึงความรักที่เหล่าพี่น้องเพื่อนร่วมงานมีต่อผู้กองแคน



+++


สดุดีผูกล้า ร้อยตำรวจเอกธรณิศ ศรีสุข




Free TextEditor



Create Date : 17 เมษายน 2553
Last Update : 7 กันยายน 2556 23:27:48 น.
Counter : 6264 Pageviews.

21 comment

WonderCosmos
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




It's Okay not to be Okay... !!








รูปภาพและเนื้อหาทั้งหมดในบล็อคนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของที่นี่ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


New Comments