Chocolate is like love, you never get enough.
Group Blog
 
All blogs
 

I will keep the memories from Mu Ko Surin in the deepest of my mind.

First of all, I want to declare that this is my first time to write the blog in this website in English. Therefore my Emglish is not quite good. So sorry for some mistake in grammar or others.

Last weekend, 1-4 Dec. 2007, I went to travel at Mu Ko Surin, Pang Nga province. The people in this place are so kind and friendly.The staffs and other tourists also. The staffs served everyone with their smile and the tourist tried to help each other. These are the reason why I have to update this blog.

While we go to travel, we are more opening our mind. I feel that I'm easy to smile more than on my working day. Do you agree with me? Why we do not learn to smile easy?

In some dive of the trip at Ao Suthep, the tourist guide told us that the interesting was the red coralline. So I tried to find it but I had problem with the mask so I could not well swim to everyone to see it. And when I arrived there, everyone was back to the boat. Other tourist from other boat tried to told me that the red coralline was under my boat. I told him that I will wait to see it and told the boat driver to pick me up again. He said that he thought I was from his boat.

Finally even though my boat still parked there but I tried to see it and I can see it but I saw the white coralline and I told him I saw the white one. He rejected and said that it was red. I was so confuse. What's happen with my eyes? !!! Were my eyes color blind??? The guide shouted from the boat that the stem of leaf was red and the leaf was white but we called the red coralline. Oh! I'd got it. My eyes are OK.

After that I wanted to say thank you to that tourist but he swam away but I intent to do this when I met him again on the island. And I did it on the last day I lived there.

The new friendship that I got from this trip was from some doctor I met there. In the last dive of mine, he dived with my friend. At Ao Mai Ngam he did not dive so my friend and I had a good chance to talk with him. He was the doctor that chose to pay back for his dortor scholarship in Chumporn. And he was sent to be the doctor at Mu Ko Surin. He shared us that before Tsunami, he lived here for 6 months but after that event, the government does not want to loose the valuable persons. So it sends them for a short time, 1-2 weeks.

This time he went here to train the staffs of Mu Ko Surin National Park about first aid for the drowned people and CPR. Moreover he told that in the past, in the sea in front of the beach we can see many beautiful fishes, sea horses and colorful corals. We were excited and so pity that we will never see that again. I had a chance to dive in front of the beach, I think that it still was so beautiful. Unbelievable that so close the beach we can see the beautiful coral and colorful sea fishes. My friends shared him some snack and he did not reject. He was an operation doctor but so friendly. I think he never annoy to tell us about his doctor life. (I'm interested in the doctor life so I'm interested him.)

I was very like this moment. I think it was the nice memories. Although this was the first time we met each other but it was not important. The friendship is easy to happen when we open our mind. But the circumstance are so influance.

Try to think.

Do you ever want to know the person who sit beside you in the MRT, BTS or bus while you're going to work in the morning?
For me, I never interest him/her. In my thought when I'm going to work is how can I finish my job in time. But I throw it away before I go to travel. And if I try to know someone who I meet on the way to work, I'm sure that he/she will think I'm the abnormal people. Hahaha!!!

I'm not sure that why the friendship can easy happen when we go to travel. Is it possible? When we feel happy, the people who we met are nice and although when we do the strange things but we feel OK.




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 16:06:32 น.
Counter : 125 Pageviews.  

~ น่าร้ากกกกกกกกกกกกก ~ >> My Appreciation

เป็นอีกครั้งที่ต้องกลับมา Update Group Blog นี้ ด้วย Blog นี้ เพราะว่าพบอาการของคนน่ารัก (คนเดิมๆ) เข้าอีกแล้ว

วันนี้เป็นอีกวันที่ได้ทำงานกับพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง พี่เค้าเป็นคนใส่ใจรายละเอียดดีอ่ะ น่ารักมากๆ เริ่มจาก

- พี่เค้ารู้ว่าเราชอบเขียนเรื่องสั้นต่างๆ แล้วก็บอกว่าให้เราเขียนเรื่องใหม่ๆ แบบสมหวังมาให้เค้าอ่านบ้าง เราก็บอกไปว่าช่วงนี้ตันๆ คิดไรไม่ออกอ่ะ วันนั้นมีโอกาสได้คุยกันหลังจากที่ไม่ได้คุยกันไปนาน พี่เค้าก็เล่าๆ ว่าเห็นหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเกี่ยวกับงานที่เราทำเนี่ยแหละ แบบประมาณว่าผู้เขียนก็เอาเรื่องงานมาใส่ความสนุกเข้าไปอ่ะ เราก็บอกว่าหรอๆ พี่ไปซื้อมาอ่านดิ แล้วเดี๋ยวเราจะได้ยืม เขาก็บอกว่าดูก่อนๆ ทำนองนั้น พอวันนี้ได้เจอกัน เค้าก็ซื้อเล่มนั้นมาอ่านแล้วอ่ะ อ่านไปได้ครึ่งเล่มแล้ว และก็บอกว่าไว้เดี๋ยวให้ยืม........น่าร้ากกกกกกกกกกกก

- แก้วน้ำของน้องในจ๊อบมีเศษอะไรก็ไม่รู้ตกลงไป น้องก็เลยไม่กินน้ำในแก้วนั่นอีกเลย จนต่อมาก็มีอาการสะอึก เรากับน้องอีกคนในจ๊อบก็ไม่ได้สนใจอะไร พี่คนนี้ก็เอาเหยือกน้ำออกไปเติมน้ำที่นอกห้องเอามาวางไว้ แค่นี้เราก็ปลื้มแล้วอ่ะว่าไปเอาน้ำมาให้น้องเค้าดื่ม แต่ยังไม่พอแค่นั้น พี่เค้าเอาแก้วน้ำของน้องเค้าไปล้างให้ด้วยอ่ะ บอกว่าพี่เททิ้งแล้วก็ล้างๆ ให้แล้ว คงไม่เป็นไรแล้วแหละ.................น่าร้ากกกกกกกกกกกกกก

ดีจังเลย คนน่ารักๆ อย่างนี้ยิ่งต้องใส่ใจตอบแทนเช่นกัน




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2550    
Last Update : 11 มิถุนายน 2550 22:26:28 น.
Counter : 147 Pageviews.  

ขอรับใช้ความคิดตัวเองสักหน่อย

นักเขียนคนหนึ่งบอกไว้ว่าใครๆก็เขียนได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะเขียนหรือไม่
และการเขียนเป็นการรับใช้ความคิดของตัวเองทางหนึ่ง

งั้นวันนี้ Propiti ก็ขอรับใช้ความคิดของตัวเองสักหน่อย

แค่อยากจะบอกให้ผู้คนทำสิ่งดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ต่อกันให้เป็นเรื่องปกติ แล้วเราจะพบว่าโลกวุ่นวายกลมๆ ใบนี้น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง เพราะว่าเรากำลังทำให้โลกหมุนไปด้วยความรักนั่นเอง เริ่มจากตัวเราเองก่อนนั้นง่ายที่สุด ทำตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "หัดทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้"

เช่น...
- เรายืมหนังสือเพื่อนคนหนึ่งมาอ่าน สภาพปานกลาง ไม่ค่อยใหม่แล้วแหละ ก่อนคืนเราเอาไปห่อปกพลาสติกให้เรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ดิ ชอบให้หนังสือถูกห่อไว้ด้วยพลาสติก จะได้ทนมือทนเท้าหน่อย

- วันหนึ่งกำลังจะไปสยาม ที่ BTS ศาลาแดง รถไฟมาเทียบชานชาลาพอดี ก็เห็นมีคนในรถไฟจูงผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางจะตาบอดออกมาจากรถ เราคิดว่าเค้าเป็นญาติกันซะอีกแต่ว่าคนจูงก็ส่งแค่ให้คนตาบอดออกมานอกรถ เราก็ช่วยเหลือ เค้าก็บอกว่าเค้าจะไปสีลมคอมเพล็กซ์ เราก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ เดี๋ยวค่อยไปขบวนถัดไปก็ได้ ไม่รีบๆ ก็เลยจะจูงเค้าไปที่ลิฟท์คงสะดวกกว่า ก็กำลังจะเริ่มทำตามความคิด แต่ว่ายามก็เข้ามารับหน้าที่ต่อไปพอดีอ่ะ วิ่งเข้าขบวนรถไฟแทบไม่ทัน

(ยังคิดความดีของตัวเองไม่ค่อยออกเลยอ่ะ งั้นเล่าความดีของคนอื่นก่อนก็แล้วกันนะ)

- เมื่อวานคุย M กับพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง ก็คุยกันบ่อยเหมือนกันนะ แต่ว่าไม่ค่อยยาวเท่าไร มีเมื่อวานนี่แหละที่คุยยาวกว่าทุกที แล้วก็รู้สึกว่าเมื่อวานคุยเรื่องส่วนตัวๆ กัน ซึ่งพี่เค้าก็ไม่ปิดบัง รู้สึกสนุกดีอ่ะ แต่ว่าอยู่ๆ พี่เค้าก็ offline ไป ก็คิดว่าเอ หรือว่าตูคุยอะไรไม่เข้าหูป่าววะ แต่พออาบน้ำขึ้นนอนก็หยิบมือถือขึ้นมาดู (ทิ้งมือถือไว้บนห้องนอน) ก็ได้รับ msg จากพี่เค้าประมาณว่าขอโทษพอดี modem ไม่ค่อยดี ต่อเน็ทไม่ได้ กำลังคุยสนุกเชียววันนี้ โห! น่ารักอ่ะ แบบว่าใส่ใจความรู้สึกดีจัง ก็เลยตอบกลับไปว่า Never mind ka P'

- เมื่อ weekend 6-7 Apr., 07 ที่ผ่านมาไปค่ายกับจันทร์เจ้าขา (ค่ายของคณะฯ ที่มธ.) ก็พาน้องๆ จากมูลนิธิมหาราชไปทำกิจกรรมกันที่สวนเพื่อนกัน จังหวัดนครนายก มีน้องคนหนึ่งร้องไห้มากๆ เราปลอบแล้วน้องเค้าก็ไม่หาย สุดท้ายคนที่มาปลอบเป็นพี่อีกคน เค้าปลอบน่ารักมากๆ อ่ะ แบบประคองหน้าเล็กๆ ของน้องด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วก็เอานิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาให้ใหญ่เลย เรานี่แบบนั่งอยู่ติดๆ กับพี่เค้าเลยอ่ะ ได้ใจไปเต็มๆ อ่ะ ชอบๆ ขอแบบนี้คนดิ ที่ 7-11 มีป่าวว้า...555

เอาล่ะ! วันนี้คิดเรื่องได้แค่นี้เองอ่ะ แสดงว่าเรายังทำสิ่งดีๆ ไปน้อยมากๆ เลยว่าไหม เอาเป็นว่าพยายามทำต่อไปกันนะทุกๆ คน
โลกหมุนด้วยความรักจริงๆ นะ ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบใดก็แล้วแต่เหอะ




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2550    
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 12:29:45 น.
Counter : 141 Pageviews.  

Gentleman

ฟังจากชื่อเรื่องแล้วเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเหล้าเสียมากกว่าเรื่องเล่า แต่ว่าความจริงแล้วมีเรื่องจะเล่า..เป็นเรื่องของความเป็น "สุภาพบุรุษ" และการ "ใส่ใจรายละเอียด"

ที่จ๊อบเพิ่งมีน้องคนใหม่มาอีกคน เป็นน้องผู้ชาย หลังจากที่ทั้งจ๊อบเป็นจ๊อบผู้หญิงถึงผู้หญิงสวย (กว่า) มาซะนาน ซึ่งน้องเค้า Gent ดีอ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเรียนโรงเรียนชายล้วนด้วยรึเปล่า แล้วก็มาจาก CU ซึ่งเราคิดว่าเด็ก CU จะ Gent กว่าเด็ก TU อ่ะ เช่น เห็นเราหรือว่าน้องคนอื่นๆ ถือของก็จะช่วยถือให้ ถึงแม้ว่าของนั้นจะไม่ได้หนักหนาอะไรก็ตามอ่ะ (ถุงแก้วกาแฟ 2 แก้ว), ที่จ๊อบนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ประตูเกือบทุกบานจะหนักมากๆ ประมาณว่าต้องใช้กำลังค่อนข้างมากในการจะผลักหรือดึงประตูเพื่อเข้าออกสักครั้งหนึ่ง น้องเค้าก็มักจะเป็นคนเดินไปคนแรกเพื่อเปิดประตูให้ แล้วก็จะเปิดจะสุดเพื่อให้ทุกคนเดินเข้าไปหมดก่อนแล้วค่อยปิด

อีกเรื่องคือมียามที่จ๊อบบอกว่าพี่คนนึงในจ๊อบหน้าตาเหมือนกับคนหนึ่งในเรื่อง Lord of the Ring เราก็อยากรู้มานานแล้วว่าหน้าตาเป็นไงก็เลยพูดลอยๆ ว่าใครมี VCD, DVD เอามายืมดูหน่อย อยากเห็นว่ากอลลั่มหน้าตาเป็นไง แล้ววันรุ่งขึ้นน้องเค้าก็เอา DVD เรื่องนี้มาให้ดูอ่ะ ทั้งภาค 1 และ 2 (ภาค 3 น้องเค้ายังไม่ได้ซื้อ) น่ารักอ่ะ แบบว่าใส่ใจรายละเอียดมากๆ อ่ะ เราพูดเปรยๆ เท่านั้นแหละ
(ตอนนี้ยังไม่ได้ดูเลย แต่ว่าก็เห็นกอลลั่มบนหน้าปกแล้วแหละ..เหมือนอยู่น้า..55)

อีกเรื่องคือ น้องคนนี้เค้ามีที่ห้อย Thumb Drive เป็นตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆ ใส่เอี๊ยม ปักชื่อน้องเค้าอ่ะ (แสดงว่ามีคนพิเศษทำให้) แต่ว่าด้วยความซุกซนของน้องที่จ๊อบอีกคนก็เลยทำตุ๊กตาหมีเสื้อขาดอ่ะ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะเย็บให้ๆ แต่ว่าก็ไม่ได้เอากลับบ้านไปทำให้สักที พอมาเมื่อวานตอนเช้าน้องผู้ชายก็หยิบเข็มกับด้ายสีที่เข้ากับเอี๊ยมน้องหมี ที่เอามาจากบ้านออกมาให้น้องผู้หญิงเย็บให้อ่ะ แบบว่าเตรียมมาเป็นอย่างดี โหย ภาพที่น้องเค้าหยิบเข็มกับด้ายออกมายังติดตาอยู่เลยอ่ะ แบบว่าละเอียดอ่อนอีกแล้วอ่ะ
แล้วน้องเค้าก็จะเป็นคนที่ไม่ลืมอะไรเลยอ่ะ ท่าทางว่าต้องจัดกระเป๋าทุกคืนแน่เลยอ่ะ แบบว่าเตรียมว่าพรุ่งนี้ต้องเอาอะไรไปที่ทำงานบ้าง (เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่ต้องจัดตารางสอน จัดกระเป๋า ก่อนนอนอ่ะ)

เรื่องราวที่เล่ามาเป็นอีกหนึ่งความประทับใจของการกระทำจากคนรอบๆ ตัวเรา ถ้าทุกๆ คน ใส่ใจรายละเอียดของตัวเองและของคนอื่นมากขึ้น โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นอีกมากมายอ่ะ ไม่ใช่ว่าพอเริ่มที่จะคิดหรือว่าใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น คนเราก็มักคิดว่าคิดมากเกินไป แต่ก็นั่นแหละ หันมาเริ่มคิดให้มากขึ้นดีกว่าไหม ดีกว่าไม่คิดไรเลย แล้วก็ทำร้ายชาวบ้านชาวช่องเค้ากันต่อไป แต่ก็ต้องไม่คิดมากเกินไป ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนต้องเป็นไปตามกฎทางสายกลางทั้งนั้น




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2550 23:52:26 น.
Counter : 101 Pageviews.  


โปรปิติ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงบ่อย

หลังไมค์ถึง Propiti เพิ่มมั๊ยคะ?







Google


Friends' blogs
[Add โปรปิติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.