Chocolate is like love, you never get enough.
Group Blog
 
All blogs
 

แสงเงารัก


แสงเงารัก...โดย ดวงตะวัน


รักพี่น่านมากที่สุดในโลก
จาก…จ้าจ๋า

เรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างน่านฟ้าและเจิดจ้า ชายหนุ่มและหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ในฐานะคนบ้านใกล้เรือนเคียง
บ้านของไกรฤกษ์และร้อยดาว พ่อแม่ของเจิดจ้า เป็นบ้านหลังใหญ่ สวยงาม ทว่าความรักในบ้านหลังนั้นกลับซ่อนอยู่ในเงามืด บ้านของโมทนาและมิ่งขวัญ พ่อแม่ของน่านฟ้า เป็นบ้านหลังเล็ก อบอุ่น แสงแห่งรักโชนฉานสว่างไสว เด็กทั้งสองคนดุจสายใยที่เชื่อมโยงสองครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน

เงามืดจากบ้านหลังใหญ่ค่อยๆทอดเงาทาบทาครอบครัวของมิ่งขวัญและโมทนา จนทำให้ชีวิตของใครต่อใครมัวมนไปตามๆ กัน แล้ววันหนึ่ง เมื่อน่านฟ้าและเจิดจ้าเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว รักที่ปวดร้าวในเงามืดก็คลี่คลุมลงบนชีวิตของทั้งสองให้ต้องเจ็บปวดและทุกข์ทรมานไปด้วย
“จ้าไม่เคยเห็น ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครเลยใช่ไหม ไม่เคยรู้บ้างเลยใช่ไหมว่าใครรักจ้าห่วงจ้าจะเป็นจะตาย”

แสงรักจะสว่างมากพอที่จะสาดเข้าไปยังเงามืดอันปวดร้าวที่ใครบางคนทนทุกข์ทรมานมานานวันได้หรือไม่
และที่สำคัญ แสงรักนั้นสาดสว่างมาจากที่ใด
เจิดจ้าและน่านฟ้าเท่านั้นที่จะมีคำตอบ

--------------------------

"แสงเงารัก" เป็นหนังสือของดวงตะวันเล่มที่สามแล้วที่อ่านมา สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราอยากอ่านเพราะสะดุดกับชื่อเรื่องมากๆ และแล้วก็ด้วยความใจดีของพี่ที่รู้จักกันซึ่งเรียกได้ว่าเป็น "แฟนพันธุ์แท้" ของดวงตะวันก็ว่าได้ ให้ยืมเล่มนี้มาอ่าน (มี เลื่อมพรายลายรัก รอต่อคิวอยู่อีกหนึ่ง)

เปิดเรื่องด้วยปมหนึ่งของเรื่อง แล้วบทต่อไปจึงค่อยๆ เล่าเรื่องจริงๆ ตั้งแต่พี่น่านและจ้าจ๋ายังเด็ก เล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งความรักที่ร้อนแรงระหว่างไกรฤกษ์และร้อยดาว แบบที่เราไม่เชื่อว่าจะมีคนจำพวกเดียวกับไกรฤกษ์อยู่จริงหรือ และความรักอันอบอุ่นหวานนิดๆ ของพ่อโม่และแม่มิ้ม จนวนมาที่ปมที่เปิดเอาไว้ให้คนอ่านได้ติดตาม แล้วผู้เขียนก็ดำเนินเรื่องเพื่อคลี่คลายปมนั้นได้สำเร็จโดยอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอของพี่น่าน อีกทั้งอาการเจ็บป่วยของพ่อโม่ที่สามารถรวมเอาคนในครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง อาจะเพื่อรอส่งคนในครอบครัวคืนกลับสู่อ้อมกอดของที่ไหนสักแห่งที่เคยปล่อยเขามาเมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้ว ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่คือปมหลักของเรื่องที่ทุกคนพยายามปกปิดไม่ให้จ้าจ๋ารู้ แต่สุดท้ายเมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมดจากหมอประจำตัวของร้อยดาว หัวจิตหัวใจของนางเอกเข้มแข็งกว่าที่คิด อาจด้วยความรักของคนข้างบ้านที่เปรียบเสมือนครอบครัวของจ้าจ๋า หล่อหลอมให้เธอสามารถเข้าใจและให้อภัยได้ เนื้อเรื่องก็จบแบบแฮปปี้ และสามารถคลี่คลายปมทุกอย่างที่ได้ผูกเอาไว้

สำหรับเล่มนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับอีกสองเล่มที่เคยอ่านก่อนหน้านี้ เราชอบมากที่สุด ส่วนสำนวนการเขียนนั้น เท่าที่พยายามสังเกตมากขึ้นนักเขียนมักสะท้อนความเข้าใจในแง่มุมต่างๆ ของชีวิตผ่านออกมาทางบทบรรยาย ซึ่งตรงจุดนี้เราชอบเพราะมันทำให้คนที่อาจไม่ค่อยเข้าใจโลกนักได้เข้าใจมากขึ้น หรืออาจเปิดความเข้าใจใหม่ๆ ให้กับคนที่พอจะเข้าใจโลกอยู่แล้ว แต่สำหรับพรรณนาโวหารที่เอาไว้ใช้อธิบายรายละเอียดต่างๆ ของฉากแล้ว เราคิดว่ายังไม่เด่นชัด ไม่สวยงามนัก นี่อาจเป็นจุดหนึ่งที่สำหรับ "กาลครั้งหนึ่งของหัวใจ" และ "ความรักเจ้าขา" ยังไม่โดนใจเรานัก แต่เมื่อได้มาทำความเข้าใจแล้วว่านักเขียนแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ ก็ทำให้เรารัก "แสงเงารัก" ได้อย่างไม่ยากนัก และเมื่อได้เข้าไปอ่านข้อความของดวงตะวันเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ที่เล่าเอาไว้ถึงธีมของเรื่องว่ามีอะไรบ้าง ทำให้เรารู้สึกว่าดวงตะวันทำได้ดีจังเลยในการวางธีมแต่ละอย่างไว้ และแทรกสอดกันได้อย่างลงตัว

ขอสปอยล์สองฉากที่ชอบที่สุดหน่อยนะคะ

ฉากแรกเป็นฉากง้อจ้าจ๋าของพี่น่านเมื่อครั้งที่พี่น่านเริ่มเป็นวัยรุ่นส่วนจ้าจ๋านั้นยังคงเป็นน้องน้อย พี่น่านมัวแต่จีบสาวอยู่ที่สระว่ายน้ำจนลืมน้อง ปล่อยให้น้องต้องเดินกลับบ้านคนเดียว สุดท้ายก็ต้องง้อด้วยการชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยด้วยการบอกว่าร้านที่ทำอร่อยอย่างนี้เลย แล้วแทนที่จะทำท่ายกนิ้วโป้งเพื่อชมรสชาติก๋วยเตี๋ยวว่าอร่อยยอดเยี่ยม แต่กลับยกนิ้วก้อยขึ้นเพื่อขอคืนดี
อีกฉากเป็นหลายๆ ครั้งที่พ่อโม่มักบอกภรรยาเขาเสมอว่า ...รักมิ้ม... แม้ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง พ่อโม่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยคำนั้นอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาก็ตาม

ความรักระหว่างพ่อโม่กับแม่มิ้มทำให้เราคิดว่าจะยังคงมีความรักสวยงาม พร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันจนวันตายอย่างนี้จะมีหลงเหลืออยู่ในโลกแห่งความจริงอีกไหม หรือจะมีก็แต่ในนิยาย?

สำหรับคนที่กลัวหรือเคยได้ยินว่านิยายเรื่องนี้เครียด อย่ากลัวค่ะ รับรองเลยว่าท่ามกลางสีเทาทึมของธีมหนึ่งที่เป็นปัญหาหลัก จะยังมีอีกธีมสองธีมที่อ่อนละมุนมาช่วยโอบอุ้มไว้ (อย่างที่นักเขียนต้องการให้เป็น) และสองธีมนี่เองที่ทำให้เรายิ้มหรือแม้แต่ร้องไห้ให้กับความรักความสัมพันธ์นั้นได้อย่างอิ่มเอิบใจ




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2550 0:35:56 น.
Counter : 673 Pageviews.  

คลื่นลวง

โดย..กิ่งฉัตร


น่าแปลกใช่ไหมสำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียน แต่ไม่เคยอ่านนิยายของกิ่งฉัตรเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก อาจเป็นเพราะว่าตอนแรกไม่ได้อยากเขียนนิยาย อยากเขียนเรื่องสั้นที่ให้แง่คิดดีๆ มากกว่า แต่จนแล้วจนรอดตอนนี้อยากเป็นนักเขียนนิยาย ทำให้ต้องอ่านนิยายมากขึ้น แล้วเท่าที่อ่านๆ มาในเน็ททุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากิ่งฉัตรเนี่ยแหละเขียนสนุกน่าอ่านทุกเล่ม ก็เลยไปเดินหาซื้อในงานหนังสือ ซึ่งก็ได้เรื่องนี้มาเพราะว่าเป็นเรื่องใหม่ แล้วก็ไม่กุ๊กกิ๊กเกินไป ได้เจอคุณกิ่งฉัตรด้วย พี่ที่ไปด้วยกันก็เล่าให้คุณกิ่งฉัตรฟังว่าเนี่ยน้องเค้าเดินตัดสินใจตลอดงานเลยว่าจะซื้อเล่มไหนของพี่ดี พี่ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ แล้วคุณกิ่งฉัตรก็ถามว่าแล้วชอบแนวไหนล่ะ เราเองก็บอกไม่ถูกว่าชอบแนวไหน ก็เลยบอกว่าแนวไม่กุ๊กกิ๊กมาก เค้าก็เหมือนไม่รู้จะแนะนำยังไงดี เลยกลายเป็นเราถามว่าแล้วคลื่นลวงเป็นแนวไหนคะ ได้รับคำตอบว่าเป็นแนวสืบสวน เราก็โอเค แต่พออ่านปกหลังดันมีโผล่ๆ มาว่า "นายตะวัน" เลยสงสัยถามไปว่าเป็นเรื่องความรักแบบเกย์หรือเปล่าคะ คุณกิ่งฉัตรก็บอกว่าไม่ใช่ๆ ก็เลยตัดสินใจซื้อมา แถมด้วยลายเซ็นนักเขียน

มาว่ากันที่เนื้อเรื่องของนิยายกันบ้าง เนื้อเรื่องก็เป็นแนวสืบสวนอย่างที่คุณกิ่งฉัตรบอกนั่นแหละ อ่านๆ ไปก็วางไม่ค่อยลง ทำเอานอนน้อยเลยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเรื่องด้วยฉากฆาตกรรมพระเอกบนเรือยอร์ช แต่แล้วก็ไม่สำเร็จเพราะเกิดสึนามิขึ้นมาซะก่อน ทำให้กระสุนคลาดเคลื่อน เฉียดพระเอกไป จากนั้นพระเอกก็ไปเกยอยู่ที่เกาะปรกดาว นางเอกทำรีสอร์ทอยู่ที่นั่น คอยดูแลช่วยเหลือพระเอกจนหายดี พระเอกกลับเข้าเมืองเพื่อจัดการกับคนที่หักหลังตัวเองโดยมีนางเอกและน้องสาวคอยช่วยเหลือ

เราสนุกไปกับการคาดเดาว่าใครจะเป็นชู้กับเมียพระเอก และเป็นคนร่วมวางแผนลอบฆ่าพระเอกกันแน่ สุดท้ายเล่นเอาอึ้งไปเหมือนกันว่าอะไรมันจะมาพัวพันกับเมียเก่าของพระเอกกันได้ทุกคนขนาดนี้นะ

ด้านภาษาก็ดีนะ อ่านแล้วก็ไม่ได้เป็นภาษาวัยรุ่นแบบที่นักเขียนสมัยนี้ชอบเขียนกัน สรุปรวมแล้วก็ชอบเรื่องนี้นะ บทกุ๊กกิ๊กไม่ค่อยมีเท่าไร แถมคู่รองก็ดูมีบทมากกว่าคู่พระนางน่ะ แต่ก็โอเคเพราะว่าชอบคู่นี้อยู่เหมือนกัน เสียอย่างเดียว พระรองแก่ไปหน่อยง่ะ เอาไว้ต้องหาเรื่องอื่นๆ ของกิ่งฉัตรมาอ่านเพิ่มซะแล้ว

นอกเรื่องนิดหนึ่ง...
วันนี้เข้าไปสอบถามร้านเช่าหนังสือแถวบ้าน เพราะคิดว่าถ้าจะอ่านนิยายเยอะๆ ซื้อหลายๆ เล่มคงไม่ไหวน่ะ แต่ว่าพอเข้าไปถามราคาแล้วก็ไม่ค่อยจะถูกกว่าซื้อสักเท่าไร ถ้าเราไม่ได้อ่านเร็วจริงๆ เพราะว่าราคา 15% ต่อวัน ก็ตก 30 บาทต่อวันได้ แล้วเราคงใช้เวลาหลายวันกว่าจะอ่านจบ เพราะว่าไม่ได้อ่านทั้งวันน่ะ เลยมาคิดว่าไม่คุ้มๆ ต้องมารีบๆ อ่าน แผนการเช่าหนังสือมาอ่านเลยพับไป เอาเป็นว่าซื้ออ่านเองเลยดีกว่า หรือไม่ก็ยืมเพื่อนฝูง สะดวกใจกว่ากันเยอะ




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 23:00:49 น.
Counter : 102 Pageviews.  

เทวดาที่โหล่

โอคะดะ จุน / เขียน
ปริวัณย์ เยี่ยมแสนสุข / แปล


หนังสือเล่มนี้ได้ยินชื่อมาใกล้เคียงกับเมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม แต่ว่าช่วงนั้นก็หามาอ่านแต่เมื่อสวรรค์ฯ ลืมเรื่องนี้ไปเลย จนเมื่อก่อนหน้างานหนังสือหนึ่งวัน ได้มาอ่านรีวิวเรื่องนี้ของเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ก็เลยได้เตือนใจว่ายังเหลือหนังสือเล่มนี้ที่อยากอ่านอีกเล่ม ว่าแล้วเมื่อวันพุธ (วันแรกของงานหนังสือ) ก็ไปสอยมาเลยครับท่าน

สำหรับเรื่องนี้แค่ชื่อเรื่องก็กินขาดแล้ว ให้ความรู้สึกเดียวกับเมื่อสวรรค์ให้รางวัลผมเลย เราพยายามอ่านด้วยความไม่คาดหวัง เพราะกลัวผิดหวัง แต่แล้วอ่านไปเรื่อยๆ ก็เห็นความน่ารัก สดใส ของเด็กๆ ความเป็นเพื่อน และที่สำคัญของเรื่องคือ "ความพยายาม" ไม่ว่าต้องการจะเป็นที่หนึ่งหรือว่าเป็นที่โหล่ ก็ต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น เหนือสิ่งอื่นใด...ความตั้งใจสำคัญกว่าความพยายามเป็นที่หนึ่ง

สิ่งที่เรารับรู้ได้จากการอ่านเรื่องนี้ (ไม่รู้ว่าจะตรงกับความต้องการของคนเขียนหรือเปล่า) ความพยายามเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่งนั้น มันคือการแข่งขัน แต่ถ้าเป็นความพยายามอย่างตั้งใจ โดยที่ไม่ได้คาดหวังผลของมัน นั่นแหละถึงจะดีที่สุด เพราะไม่ว่าผลของมันจะเป็นอย่างไร หากเรารู้ตัวเองว่านั่นเป็นความพยายาม เป็นความตั้งใจทั้งหมดที่เรามีแล้วล่ะก็ เราย่อมยิ้มรับกับผลของมันได้อย่างสุขใจที่สุด

เมื่อตอนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เราเองก็เคยมีความคิดอย่างนี้กับตัวเองเช่นกัน มันเริ่มต้นจากความผิดหวังเมื่อรู้ว่าผลสอบไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตัวเอง แต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าผลของบางอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเพียงอย่างเดียว บางครั้งมันขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอย่างอื่นที่เราเองก็ควบคุมไม่ได้ เช่น ระบบการตัดสิน ความสามารถของคนอื่น(ที่อาจเหนือกว่าเรา) แต่นั่นแหละ จะทำอย่างไรให้เรายิ้มรับได้กับความผิดหวัง ก็อย่างที่บอกไปว่าเมื่อเราทุ่มเท ตั้งใจ พยายาม อย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่มีอะไรให้เสียใจ กลับกันถ้าเราไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ เราเองก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าผลของมันก็คงไม่ได้ดีสักเท่าไร

ในส่วนของการแข่งขันที่ปัจจุบันทุกสังคมมีอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเองก็เบื่อการแข่งขันนี้เหมือนกัน มันแฝงตัวอยู่ในทุกๆ จังหวะชีวิตตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้าน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่เรื่องโตในระดับประเทศ แล้วจะทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกชีวิตต้องการที่เหยียบยืนของตัวเอง เราคงต้องพยายามเตือนตัวเองเอาไว้เสมอว่าเราจะแข่งโดยที่ไม่เบียดเบียนใคร และแข่งขันเฉพาะในเรื่องที่ควรแข่งเท่านั้น และสำคัญที่สุด เราจะต้องมองว่านั่นไม่ใช่การแข่งขันกับใคร แต่มันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง การเอาชนะตัวเองให้ได้ แข่งขันกับความท้อแท้ ความเกียจคร้านของตัวเองที่มักจะเพิ่มขึ้นเสมอเมื่อพบกับอุปสรรค แข่งโดยเพิ่มความเพียรพยายาม ความตั้งใจ และพร้อมที่จะยิ้มรับกับผลของมัน

ขอวกกลับมาที่ตัวหนังสือสักหน่อย สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นวรรณกรรมเยาวชนสั้นๆ ซึ่งความจริงเราก็เลยจากกลุ่มเป้าหมายมาไกลโขแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาอ่านก็อาจไม่ได้อรรถรสอะไรมากนัก แต่ในแง่ข้อคิดแล้ว เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้ให้เราได้มากทีเดียว

เราชอบตรงที่เมื่อเด็กทุกคนต้องการจะสื่อสารและมองเห็นเทวดาที่โหล่ เด็กๆ จึงพากันทำทุกทางเพื่อให้ได้เป็นที่โหล่ในทุกเรื่อง โดยจะทำคะแนนให้ได้เท่ากับคะแนนที่น้อยที่สุดของเพื่อนกลุ่มที่ยังมองไม่เห็นนายที่โหล่ นั่นทำให้คะแนนที่โหล่ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนที่สุดแล้วคะแนนที่โหล่ของห้องคือคะแนนเต็ม 10 คะแนน

แต่ว่าตอนจบเรางงๆ นิดหน่อย ไม่ค่อยเก็ตว่าจริงๆ แล้วนายที่โหล่ของเด็กๆ คืออาจารย์ประจำชั้นของเด็กๆ หรือเปล่า??? วานผู้รู้ช่วยบอกทีนะคะ




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2550    
Last Update : 21 ตุลาคม 2550 14:07:25 น.
Counter : 142 Pageviews.  

ความรักเจ้าขา


โดย...ดวงตะวัน


ได้อ่านเรื่องนี้ด้วยความอุปการคุณจากเจ้าของเดียวกับกาลครั้งหนึ่งของหัวใจ ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ เจ้าของได้การันตีความสนุกเอาไว้มากมาย บอกว่าพระเอกกับนางเอกน่ารักมากๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าที่สนุกนั้นเป็นเพราะเป็นนิยายแนวคอมมาดี้ นึกว่าเนื้อเรื่องสนุกสนาน ทำนองนั้น

แต่เมื่อได้มาอ่านจริงก็ไม่ได้อ่านรวดเดียวจบ หรือว่าอ่านรวดเดียวได้เยอะๆ เหมือนอย่างเรื่องกาลครั้งหนึ่งของหัวใจ คงไม่อินมั้ง ทั้งที่เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเป็นนักเขียน

ส่วนเนื้อเรื่องก็เป็น Plot ที่แปลกใหม่ดีเหมือนกัน ตั้งแต่ๆ แรกๆ จนถึงกลางๆ เรื่องจะคอยลุ้นว่าพระเอกทำงานเป็นอะไรกันแน่ แล้วเอ็มเกี่ยวข้องกับปลาวาฬอย่างไร แต่ก็พอเดาทางได้ไม่ยาก อ่านต่อไปเพื่อดูว่าจะเฉลยอย่างไรนั่นเอง

บทกุ๊กกิ๊กก็มีให้เห็นอยู่หลายฉาก ซึ่งมีบางฉากก็เลยไปถึงการจูบแบบดูดดื่ม อืม...อ่านแล้วรู้สึกว่านิยายของเราคงไม่ได้มีบทจูบแบบดูดดื่มอย่างนี้กับเขาเท่าไร จะมีก็แค่บทกุ๊กกิ๊กล่ะมั้ง ไม่รู้ดิ มันเขินอ่ะ คงบรรยายไม่ถูกด้วยมั้งว่าจะเป็นอย่างไร การจูบแบบดูดดื่ม พรมจูบไปทั้วทังใบหน้า หรือว่าจะเป็นจูบซับน้ำตา



สำหรับตัวละครที่ชอบมากที่สุดในเรื่องนี้คงเป็นคนแก่หัวใจเด็กอย่าง ซู หรือ เจ นั่นก็คือยายของนางเอกนั่นเอง เราชอบความคิดที่เป็นตัวของตัวเองดี แบบว่าก็ฉันชอบแบบนี้ ฉันจะทำแบบนี้ ก็มันไม่เดือดร้อนใครนี่นา ส่วนบทของเจ๊โยก็เป็นบทที่สร้างสีสันให้กับเรื่องอย่างมาก ทุกตอนเจ๊โยออกมาวาดลวดลายให้คนอ่านได้อมยิ้มในสำบัดสำนวนที่ฮาสุดๆ แต่ว่าบางครั้งเราก็จินตนาการไม่ค่อยออกว่าสาวสามสิบกว่าๆ จะฮาแตกฮาแตนได้ขนาดนี้เชียวหรือ พระเอกสกินเฮดอย่างปลาวาฬก็ขี้เล่นใช่ย่อย เราว่าก็เป็นพระเอกที่น่ารักอีกคนๆ กวนตีนดี (มีหลายๆ คนบอกว่าเราเองก็เป็นคนกวนตีน 55) ส่วนนางเอกก็มีความมุ่งมั่นดีที่อยากเป็นนักเขียนก็พยายามเขียนๆๆๆๆ แล้วก็เขียน (อันนี้พยายามบอกตัวเองด้วยว่าถ้าอยากเป็นนักเขียน ก็ต้องเขียนๆๆๆๆๆๆ แล้วก็เขียนต่อไป) แต่ว่าบทนางเอกดูจะเรียบๆ เกินไปยังไงก็ไม่รู้สิ

ฉากที่ชอบที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คงเป็นตอนที่นางเอกบอกรักพระเอกน่ะ น่ารักดี ถ้าอยากรู้ว่าบอกอย่างไรก็ต้องหาเรื่องนี้อ่านกันนะคะ แล้วก็ต้องอ่านจนถึงหน้าเกือบสุดท้ายเลยทีเดียว

รวมๆ แล้วถือว่าเรื่องนี้สนุกอ่ะ เป็นนิยายที่ดีเล่มหนึ่งเลยแหละ แต่ถ้าถามว่าชอบไหมก็คงต้องตอบว่าเฉยๆ น่ะ ชอบกาลครั้งหนึ่งของหัวใจมากกว่านิดหนึ่งด้วย (ถ้าไม่ติดเรื่องไม่ชอบตอนจบ) คงเพราะว่าไม่ค่อยบีบหัวใจสักเท่าไร มาคิดๆ ดูแล้วเราคงไม่ค่อยชอบอ่านคอมมาดี้น่ะ เอาไว้เราคงต้องไปหาพวกดราม่าอ่านซะแล้ว เห็นว่าเรื่องแสงเงารักของดวงตะวันเป็นแนวดราม่า เผื่อว่านิยายของดวงตะวันจะโดนใจเรามากกว่านี้

...

แต่ว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นคนอื่นๆ รีวิวก็เห็นมีแต่คนชอบกันเต็มเลย
อันนี้ก็คงแล้วแต่ใจล่ะมั้ง




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2550    
Last Update : 21 ตุลาคม 2550 13:08:32 น.
Counter : 119 Pageviews.  

ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี


โดย...ตัว Z, พิมลพัทธ์, yayoi, Clear Ice


จริงๆ แล้วอ่านเรื่องนี้จบก่อนเรื่องกาลครั้งหนึ่งของหัวใจเสียอีก แต่อาจจะด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็เลยลืมไปแล้วว่าได้อ่านเรื่องนี้ด้วย

หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วยเรื่องสั้นรักสี่เรื่อง ทุกเรื่องจะมีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยู่ด้วย อ่านแล้วก็เปิดโลกให้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศนิดหน่อย แต่โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยชอบอ่านนิยายที่พยายามทอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ที่มากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องที่สอง เป็นคู่สามีภรรยาที่ไม่ลงรอยกันนักต้องไปเที่ยวยุโรปตะวันออกด้วยกัน ผู้เขียนเก่งที่สามารถเชื่อมโยงความหมายบางอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวให้มาเข้ากับสถานการณ์หรือความคิดของตัวละครที่กำลังเป็นอยู่ (แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเบื่อสุดในความคิดเรา ต้องใช้เวลาอ่านอยู่นานกว่าจะจบ เพราะว่าค่อนข้างให้รายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวมากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้วเราอยากไปเที่ยวยุโรปกลางกับตะวันออกเอามากๆ แต่พอมาเป็นการบรรยายประกอบเรื่องราวความรัก ทำไมเรากลับรู้สึกเบื่อไม่รู้...อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวอีกเช่นกัน ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณนะคะ)

รวมๆ แล้วเลยรู้สึกเฉยๆ กับเล่มนี้ จะมีชอบก็เรื่องที่สาม เพราะว่าพระเอกช่างมีคาเรกเตอร์ที่น่ารักดี รู้ตัวว่าตัวเองไปเที่ยวกับนางเอกในฐานะอะไร ควรวางตัวอย่างไร ไม่ฉวยโอกาส (ในชีวิตจริงจะมีผู้ชายอย่างนี้เหลืออยู่บ้างมั๊ยน้า)

ส่วนเรื่องที่หนึ่งจะเป็นพล๊อตเดิมๆ คือแอบรักเพื่อนสนิท และเรื่องสุดท้ายก็เป็นพล๊อตเรื่องที่ไม่แปลกใหม่นัก...ทำให้เรากลับมาคิดว่าจริงๆ แล้วพล๊อตเรื่องรักมันจะมีมากมายได้แค่ไหนกันเชียว เพราะว่าอ่านเรื่องรักทีไรก็เหมือนจะเดาทางได้ไม่ยาก ยิ่งเป็นเรื่องสั้นด้วยแล้วยิ่งเดาได้ง่าย เพราะถ้าเป็นนิยายที่นักเขียนสามารถเชื่อมโยงอะไรหลายๆ อย่างให้ซับซ้อนได้มากกว่า ก็อาจทำให้ผู้อ่านสามารถลุ้นไปกับสถานการณ์ต่างๆ ในเรื่องได้มากกว่า

ความได้เปรียบที่สามารถใส่รายละเอียดได้มากกว่าเรื่องสั้นของนิยายรักนั้นทำให้ดูแล้วนิยายรักสามารถ Differentiate ได้มากกว่าเรื่องสั้น ไม่รู้ว่านักเขียนตัวจริงทั้งหลายจะคิดแบบเราหรือเปล่าก็ไม่รู้

หรือจริงๆ แล้วรูปแบบความรักในชีวิตจริงของคนเราก็อาจไม่ได้มีหลากหลายนัก เมื่อแรกรักก็มักจะหวานชื่น ผ่านไปสักพักก็ต้องพบกับอุปสรรคต่างๆ แล้วทั้งคู่ก็พยายามฝ่าฟันร่วมกันจนพบกับปลายทางอย่าง Happy Ending

ทำยังไงน้า??? ให้เราสามารถครีเอทเรื่องรักได้ไม่ซ้ำใคร




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2550    
Last Update : 14 ตุลาคม 2550 13:06:35 น.
Counter : 115 Pageviews.  

1  2  3  4  

โปรปิติ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป
เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงบ่อย

หลังไมค์ถึง Propiti เพิ่มมั๊ยคะ?







Google


Friends' blogs
[Add โปรปิติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.